นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    เนตรนาคราช

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ขณะที่ขบวนใหญ่ซึ่งนำโดยพรานเมิงและชาติหยุดพัก โรสรวมอยู่ในกลุ่มนี้ด้วยเหมือนมีบางอย่างอยากถามพรานเมิง เธอเดินเข้าไปเลียบเคียงครู่หนึ่งก่อนนายองจะลุกออกไปเพื่อให้พ่อคุยกับเธอตามลำพัง

    โรสลงนั่งตรงหน้าพรานเมิง ถามเขาว่าเคยเข้ามาลึกถึงที่นี่หรือเปล่า

    “ผมว่ายังไม่มีพรานคนไหนเข้ามาลึกถึงนี่หรอกครับ ถ้ามีก็ยังไม่ได้กลับออกไป”

    คำตอบนั้นทำให้โรสอึ้งไปอึดใจ ถามซอกแซกต่อไปว่า “มีคนเข้ามาเยอะเหรอจ๊ะ”

    “ครับ...มีคนว่าจ้างให้ผมเข้ามาบ่อยๆ ตามหาเนตรนาคราชนี่แหละครับ แต่ผมไม่รับ ผ่านดินแดนนี้ไปก็เท่ากับว่าผ่านเส้นที่ไม่มีวันกลับ”

    “แล้วคราวนี้ทำไมถึงมา”

    “คุณอิทธิชวนมา...คุณอิทธิเคยช่วยชีวิตผมไว้ ผมเต็มใจมา”

    “แม้ว่าจะไม่ได้กลับ”

    “ครับ ผมถึงเอานายองมาด้วย จะได้อยู่ใกล้ๆกันจนถึงนาทีสุดท้าย”

    โรสยิ้มบางๆนึกชื่นชมในความใจเด็ดของพรานเมิง แต่สงสัยว่านายองรู้หรือไม่?

    “รู้ครับ...มันถึงมา มันบอกว่ามันจะคอยดูแลผมไม่ให้เป็นอะไร”

    หญิงสาวพยักหน้า นับถือน้ำใจสาวน้อยคนนี้ที่ใจเด็ดไม่แพ้พ่อ...นายองคุยกับอิทธิอยู่ไม่ไกล เธอดีใจทุกครั้งที่ได้ใกล้ชิดเขา คุยจ้อแย้มยิ้มตลอดเวลา อิทธิเองก็เอ็นดูและชื่นชมฝีมือการหาเสบียงของเธอ

    คุยกันอยู่ดีๆ นายองหยุดชะงัก ชี้มือให้อิทธิดูโรสที่เดินผ่านชาติออกไปในแนวป่า แล้วทำไมชาติถึงไม่ห้าม อิทธิครุ่นคิดสงสัย ก้าวตามเธอไปเงียบๆ
    โรสเดินห่างมาจากค่ายพัก สะบัดมือยิงพลุขึ้นฟ้า อึดใจต่อมามือปืนสามคนก็ปรากฏตัว

    พวกเขาคือลูกน้องของเธอกับวรชัยนั่นเอง เธอขอบใจทุกคนที่ลำบากเดินทางมาเพื่อคอยเป็นกำลังเสริม แต่ตอนนี้เธออยากให้พวกเขากลับไป จากนี้จะเป็นดินแดนลี้ลับเกินคาดคิด ขอให้ทุกคนกลับไปรายงานวรชัยว่าตนสบายดี ไม่ต้องเป็นห่วง เจอกันเมื่อไหร่แสดงว่าพวกเราได้เนตรนาคราชแล้ว

    สามมือปืนรับคำโดยดี แล้วเคลื่อนตัวหายไปในป่า โรสมองตาม พึมพำด้วยความหวังว่า “เราคงได้พบกันอีกนะพี่ชัย”

    ขาดคำ เธอรับรู้ถึงความเคลื่อนไหว กระชับปืน

    ในมือหันกลับไปเจออิทธิยืนอยู่ตรงหน้า ถามเขาว่ามาตั้งแต่เมื่อไหร่

    “อึดใจแล้วครับ คุณคงมัวคิดถึงแฟนอยู่เลยไม่ได้ยินเสียงผม”

    “นั่นสิ ดีที่ฉันไม่ตกใจยิงตูมเข้าให้”

    อิทธิอมยิ้ม โรสเก็บปืนเหน็บเอวแล้วทำท่าจะเดินไป พลันชะงักกับคำพูดเข้มๆของอิทธิที่ว่า เธอต้องได้พบกับพี่ชายอีกแน่...โรสนึกไม่ถึงว่าเขาจะได้ยินทั้งหมด หันกลับมามองเขาด้วยแววตาอ่อนโยน

    “ผมสัญญาว่าคุณจะต้องไม่เป็นอะไร” โรสส่งยิ้มแล้วผละไป ไม่ได้ยินคำพูดแผ่วๆ แต่มาจากใจของชายหนุ่ม “ผมจะปกป้องคุณด้วยชีวิตของผม”

    เวลาเดียวกันนั้น วรชัยอยู่ที่บ้านกราบไหว้สิ่ง ศักดิ์สิทธิ์ภาวนาขอให้โรสช่วยขบวนของอัศวินนำเนตร–นาคราชกลับมาคืนเจ้าของได้อย่างปลอดภัย พอออกจากห้องพระก็พบสมุนมารอรายงานว่าโรสส่งคนกลับมาบอกเขาว่าไม่ต้องห่วง เธอกำลังเข้าสู่ดินแดนวิญญาณ บรรพบุรุษของเราผ่านเข้าไปแล้วไม่เคยได้กลับออกมาเลย

    วรชัยฟังแล้วหน้าเคร่ง สั่งสมุนบอกคนของเราให้เตรียมกำลังอาวุธให้พร้อมเตรียมต้อนรับและส่งคืนเนตรนาคราช ตนเชื่อว่าขบวนเดินทางต้องทำได้สำเร็จ

    ooooooo

    ด้านไอ้เคนขี้เมา บัดนี้เตรียมตัวออกเดินทางเพื่อติดตามโรสผู้หญิงที่ตนเองหมายปอง แต่การเดินทางคราวนี้น่าจะมีหลินไปด้วยตามที่ตกลงกันไว้ พวกเคนแวะทักทายหลินและย้ำถามเธออีกครั้งว่าจะไปด้วยกันไหม หากรู้ว่าเรากำลังจะเข้าสู่ดินแดนวิญญาณที่ไปแล้วไม่เคยมีใครได้กลับมา

    หลินเข้าใจว่าเคนแค่ขู่ ปิงเห็นด้วย กระซิบนายสาวว่ามันต้องการให้เราถอนตัว หยกบอกว่าคนอย่างมันคิดจะเอาแต่เงิน...หลินจึงตัดสินใจเฉียบขาด ตกลงเดินทางไปกับพวกเคน

    ฝ่ายอัศวินกับรัตนากรที่ยังติดแหง็กอยู่ในถ้ำ แม้ในยามคับขันแต่ทั้งคู่ก็อบอุ่นใจ มีความรักให้แก่กันอย่างไม่ต้องปิดบังซ่อนเร้น ช่วยกันคิดจะทำยังไงให้ออกไปจากที่นี่ได้ รัตนากรคิดออกว่าควรลองเสี่ยงให้วิญญาณช่วย เธอเชื่อว่าวิญญาณมีทั้งดีและไม่ดี

    “รัตน์รู้วิธีเรียกวิญญาณหรือไง”

    “ยังไงก็ต้องลอง รัตน์จะใช้กระบอกแผนที่เป็นสื่อ อธิษฐานเรียกแต่วิญญาณบรรพบุรุษที่ปกป้อง”

    “เดี๋ยวนี้เก่งน่าดู”

    “แน่นอน...ระวังไว้ก็แล้วกัน ถ้ามีกิ๊กล่ะก็น่าดู”

    อัศวินยิ้มขำ ส่ายหน้าน้อยๆ แววตาที่มองรัตนากรบ่งบอกถึงความรักและเอ็นดู หลังจากนั้นหญิงสาวเริ่มขอความช่วยเหลือ ถือกระบอกแผนที่พนมมือภาวนา ผ่านไปไม่นานมีดวงไฟสองดวงวนเวียนใกล้ๆ ก่อนจะกลายเป็นร่างของนักดาบสองคนจ้องมองกระบอกแผนที่ด้วยความข้องใจ

    “เจ้าเป็นใคร ได้กระบอกแผนที่มาได้ยังไง”

    “เราได้มาเพราะเราคือผู้จะนำเนตรนาคราชไปคืนสู่ที่เดิม”

    “บรรพบุรุษของเราคือผู้ที่จะนำเนตรนาคราชไปคืนเช่นกัน”

    “เราติดอยู่ในถ้ำนี้ เราต้องการความช่วยเหลือจากท่าน เรามีลูกหลานของท่านอยู่ในขบวนเดินทางของเรา ท่านน่าจะสัมผัสได้”

    สองนักดาบมองหน้ากันแล้วกลายเป็นดวงไฟวนวูบวาบก่อนพุ่งหายฝ่าผนังถ้ำออกไป รัตนากรเชื่อว่ามีความหวัง โผเข้าสวมกอดอัศวินด้วยความดีใจ

    ooooooo

    บ่ายนั้น โรสเดินออกไปนอกค่ายด้วยท่าที เหม่อลอย ชาติกับอิทธิเห็นหลังเธอไวๆสงสัยว่าเธอจะไปไหน พลันเห็นดวงไฟสองดวงวนเวียนอยู่ในแนวป่า อิทธิร้องลั่นทันทีว่า

    “ยุ่งแล้วสิ ฉันต้องไปตาม”

    “เดี๋ยวก่อน”

    อิทธิเบรกกึก หันกลับมารับเป้จากชาติแล้ววิ่งพรวดตามโรสไป กาญจนา พรานเมิง นายอง นพดลและพรานโก๊ะวิ่งเข้ามาหาชาติ อยากรู้ว่าอิทธิจะไปไหน

    “ตามคุณโรส”

    “ดูเหมือนว่าคุณโรสจะถูกวิญญาณครอบงำซะแล้ว” พรานเมิงโพล่งขึ้น นายองเป็นห่วงอิทธิกลัวจะโดนไปด้วยอีกคน แล้วเธอทำท่าจะไปกับพ่อ แต่ชาติรีบปรามทั้งคู่

    “ไม่ต้องหรอกครับ นายอิทธิจัดการได้ ผมว่าพรานอยู่ระวังทางนี้ดีกว่า ท่าทางไม่ค่อยจะดี”

    “พ่อดูนั่น” นายองชี้มือไปในราวป่าที่มีไฟกลมๆ หลายดวงพุ่งวูบวาบ พรานเมิงรีบบอกทุกคนให้มารวมอยู่ใกล้กันตรงกลาง มีอะไรจะได้ช่วยกันทัน
    ทุกคนทำตาม กาญจนาห่วงซามู ชาติพูดเบาๆกับเธอว่า “มันเอาตัวรอดได้ ไม่ต้องห่วงหรอกครับ”

    “ผมคิดว่าพวกมันคงไม่คิดบุกหรอกครับ”

    ชาติเห็นด้วยกับพรานเมิง แน่ใจว่าพวกมันแค่ไม่ต้องการให้ใครตามโรสกับอิทธิไป...

    โรสเดินเร็วเลื่อนลอยมาในแนวป่าตามดวงไฟสองดวง ทันใดนั้นอิทธิพุ่งเข้ามารวบตัวเธอล้มลงไปด้วยกัน โรสตั้งตัวได้ก็เตะต่อยและถีบเขาไม่ยั้ง

    “คุณโรส...ผมเอง”

    แต่โรสเหมือนคนแปลกหน้า พุ่งเข้าใส่ชกต่อยอิทธิพัลวัน

    “แบบนี้คงต้องลงมือ”

    อิทธิตัดสินใจตอบโต้ไปหลายกระบวนท่า โรสกระเด็นกลิ้งไปกับพื้นหลายตลบ แต่ก็ดีดตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็วประสาหญิงนักบู๊ สะบัดหัวไปมาแล้วเอ่ยชื่อเขาอย่างงงๆ

    “คุณอิทธิ”

    “ครับ ผมเอง”

    “คุณมาทำอะไรแถวนี้”

    “คือ...เรื่องมันยาว” พูดแล้วอิทธิถอนใจ โรสยิ่งฉงนสนเท่ห์

    ooooooo

    เฮนรี่อยู่กับพรานอองข่านที่ค่ายพัก มีทีมงานไม่มากคอยระแวดระวังภัยตลอดเวลา เฮนรี่เชื่อเรื่องวิญญาณที่พรานอองข่านบอก เขาหวังว่าเราคงจะพ้นแดนวิญญาณนี้ไปเร็วๆ

    “ก็ต้องขึ้นอยู่กับขบวนเดินทางว่าจะหาทางออกได้เร็วแค่ไหน”

    “พรานนำพวกเราพ้นออกไปก่อนไม่ได้เหรอแล้วค่อยหาจุดดักตามขบวนเดินทางทีหลัง”

    “เส้นทางที่จะเดินทางไปลึกลับซับซ้อนไม่มีใครรู้ว่าจะไปโผล่ที่ไหน ไม่ใช่เดินเข้าตลาดแล้วไปดักรอที่ท้ายตลาด”

    เฮนรี่สีหน้าหนักใจ พอดีโจซิง อังโซะ และลูกทีมกลับเข้ามา เฮนรี่มองพวกมันแวบเดียวแล้วประเมินว่า

    “ดูท่าทางพวกนายแล้วคงไม่ได้แผนที่กลับมา”

    “เราถูกพวกวิญญาณอย่างที่พรานบอกเล่นงานซะก่อน แต่เราก็ระเบิดถ้ำฝังไอ้ผู้กองกับนังผู้หญิงนั่นไว้แล้ว เรากลับไปขุดหาซากของมันเอาแผนที่เมื่อไหร่ก็ได้”

    เฮนรี่คลี่ยิ้มพอใจ ครั้งนี้ถือว่าโจซิงทำงานได้สำเร็จ!

    ooooooo

    โรสแทบไม่เชื่อหูตัวเองหลังฟังอิทธิเล่าว่าเธอถูกวิญญาณครอบงำแถมยังอัดเขาซะน่วม

    “คงเป็นอย่างที่พรานเมิงบอกว่าเผลอไม่ได้ จะถูกครอบงำให้เห็นเป็นภาพต่างๆได้”

    “แบบนั้นหรือเปล่า” โรสชี้มือไปมุมหนึ่งที่ชายฉกรรจ์ สองคนถือดาบยืนจังก้า อิทธิคาดคะเนว่าน่าจะใช่ เธอขยับมาใกล้เขาอีกนิด ถามว่ายังเห็นสองคนนั้นอยู่หรือเปล่า

    อิทธิไม่ทันตอบ หนึ่งในสองคนบอกว่าตนไม่ใช่ภาพหลอน ตนสามารถใช้พลังให้ทั้งคู่เห็นตัวตนได้ระยะหนึ่ง

    “แล้วท่านต้องการอะไร” โรสถาม

    “ท่านคือลูกหลานของบรรพบุรุษที่ปกป้องเนตร-นาคราช เรามาหาท่าน”

    “หาเรา...ทำไม”

    “เพื่อนของท่านสองคนตกอยู่ในอันตรายให้เรามาตามท่านไปช่วย”

    อิทธิอุทานชื่ออัศวินกับรัตนากรออกมา...โรสเป็นห่วง เชิญให้ชายสองคนนำทางไปทันที

    แต่กว่าจะเข้าไปถึงอัศวินกับรัตนากรในถ้ำได้ อิทธิกับโรสก็ต้องผจญกับวิญญาณร้ายนับสิบ ปืนทำอะไรพวกมันไม่ได้ ต้องใช้ดาบของมันทำลายมันเองตามคำแนะนำของสองชายฉกรรจ์ซึ่งเป็นวิญญาณดี

    หลังกำจัดวิญญาณร้ายได้แล้ว อิทธิใช้ระเบิดที่พกไว้ในเป้จัดการเปิดปากถ้ำจนช่วยอัศวินกับรัตนากรออกมาอย่างปลอดภัย แต่ไม่ระแคะระคายที่ทั้งคู่ตกลงเป็นแฟนกันแล้ว เพราะก่อนหน้านี้รัตนากรกำชับอัศวินยังไม่ให้บอกใคร

    ขณะที่ทั้งสี่คนพากันเดินทางกลับค่าย เฮนรี่ส่องกล้องทางไกลเห็นความเคลื่อนไหวแล้วบอกโจซิงว่า

    ผู้กองอัศวินกับรัตนากรไม่ได้ตายอยู่ในถ้ำอย่างที่เขาคิด

    “บ้าที่สุด พวกมันมาได้ยังไง” โจซิงสบถแค้นใจ

    “เอาล่ะไม่เป็นไร คอยตามขบวนพวกมันต่อไปจนกว่าโอกาสจะเป็นของเรา”

    ทุกคนเคลื่อนตัวถอยออกมา แต่แล้วลูกธนูจำนวนไม่น้อยปลิวมาปักที่ต้นไม้เฉี่ยวไปอย่างน่าหวาดเสียว

    “ระวังพวกวิญญาณ!” พรานอองข่านร้องเตือน

    ทุกคนคาดไม่ถึงเมื่อมีชายฉกรรจ์ในชุดโบราณนับสิบโผล่มาล้อม มือถือดาบและหอกธนูสีหน้าดุดัน พรานอองข่านบอกให้ทุกคนรวมตัวกันไว้...

    แต่ยังไม่ทันขาดคำ โจซิงกับอังโซะก็สาดกระสุนใส่กลุ่มชายฉกรรจ์เสียงดังสนั่นหวั่นไหว พวกวิญญาณไม่สะเทือน กลับเดินบุกใกล้เข้ามา

    พวกอัศวินที่กำลังจะกลับค่ายได้ยินเสียงปืนถึงกับหยุดชะงัก แล้วพากันมุ่งหน้าไปทางเสียงปืน เผื่อพวกของตนตามมาแล้วเกิดเรื่องจะได้ช่วยเหลือ

    พรานอองข่านใช้ดาบของตนฟาดฟันพวกวิญญาณได้ผล แต่ปืนของพวกเฮนรี่ทำอะไรมันไม่ได้ แต่เพราะวิญญาณมีจำนวนไม่น้อยจึงยากแก่การกำจัดพรานจึงร้องบอกทุกคนทำจิตใจให้เข้มแข็งไว้ ทุกอย่างเป็นภาพหลอน

    “เข้มแข็งบ้าอะไร พวกมันกำลังฆ่าพวกเรา” โจซิง ตะโกนลั่น สาดกระสุนออกไป แต่กลายเป็นปลิดชีพพวกเดียวกันไปหนึ่งคน มันเลยคลั่งใหญ่ กราดปืนสนั่นป่า

    อัศวิน อิทธิ รัตนากรและโรสลอบเข้ามาจับตามองพวกเฮนรี่ โรสสงสัยว่าพวกมันมาได้ยังไงแล้วสู้กับใคร รัตนากรจึงอธิบายว่า

    “พวกมันระเบิดถ้ำฝังเราไว้ มันคงคิดว่าเราสองคนตายแล้ว เลยคิดมาระเบิดถ้ำเอาแผนที่จากซากของพวกเรา”

    “พวกมันยิงอะไรกันแน่”

    สายตาของทุกคนมองไปเห็นแต่พวกของเฮนรี่ยิงกราดรอบป่า ท่าทางตื่นเต้นหวาดกลัว

    “สงสัยคงถูกพวกวิญญาณครอบงำเข้าแล้ว” รัตนากรคาดเดา

    “งั้นพวกเราถอย อย่าไปขัดเวลาความสนุกของพวกมัน” อัศวินนำทุกคนถอยร่นออกไปจากราวป่าอย่างรวดเร็ว

    พวกโจซิงกราดยิงใส่วิญญาณที่ดาหน้าเข้ามาจนล้มลง แต่เดี๋ยวเดียวพวกมันก็ลุกขึ้นมาใหม่

    “ถอยก่อนเร็วเข้า” เฮนรี่ตะโกนสั่งแล้วหันมาบอกพรานอองข่าน “ท่านจะโชว์ฝีมือหน่อยก็ได้นะ”

    พรานอองข่านหยิบข้าวสารในย่ามออกมาท่องมนตร์ ก่อนสาดซัดไปที่วิญญาณ ทำอยู่อย่างนั้นหลายครั้งจนวิญญาณทั้งหมดกลายเป็นดวงไฟวิ่งวนพุ่งกระจายหายไปในที่สุด

    “คราวหลังพรานเร็วกว่านี้หน่อยก็ดี” โจซิงกล่าวเสียงแข็ง พรานไม่พอใจ ตอบกลับเสียงแข็งเช่นกันว่า

    “คาถาของข้าต้านมันไม่อยู่หรอก แปลกมาก อยู่ๆพวกมันก็ไปซะก่อน ไม่งั้นพวกเอ็งไม่รอด” จบคำก็เดินผ่านโจซิงกับเฮนรี่ออกไป โจซิงแค้นขยับปืนจะส่อง แต่เฮนรี่เอามือคว้าไว้ แล้วเดินตามพรานอองข่านออกไป

    อังโซะเดินเข้ามายืนคู่โจซิง ต่างมองตามพรานอองข่านไปด้วยความแค้นใจ

    ooooooo

    พวกอัศวินกลับมาถึงค่ายด้วยความปลอดภัย เล่าเรื่องราวที่ประสบพบเจอให้ทุกคนฟังก่อนเตือนให้ระวังตัวดีๆ พลังของวิญญานแรงและร้ายกาจ โรสเสริมว่าทุกคนอาจเห็นภาพหลอนจนทำร้ายกันเองได้ ชาติเลยแซวว่า

    “เหมือนกับที่คุณโรสทำร้ายนายอิทธิ”

    โรสยิ้มเจื่อน ขอโทษอิทธิอีกครั้ง แต่ชายหนุ่มไม่ถือสา...ครู่ต่อมา พรานเมิงนำสายสิญจน์มาให้ทุกคนใส่ข้อมือป้องกันวิญญาณครอบงำจนทำร้ายกันเอง

    “แบบนี้เราก็ผ่านฉลุยน่ะสิพ่อ” นายองถามแล้ว

    ฉีกยิ้ม พรานเมิงส่ายหน้ารำคาญนิดๆก่อนบอกทุกคนว่า

    “สายสิญจน์ไม่ให้พวกเราทำร้ายกันเองก็จริง ยังมีวิญญาณอีกขั้นหนึ่งสามารถปรากฏตัวเป็นรูปร่างได้ พวกนี้อันตรายมาก”

    รัตนากรถามพรานว่าเราจะต้านพวกนั้นได้ยังไง โรสนึกออกบอกว่าอาวุธของวิญญาณใช้ต้านพวกมันได้ และตนกับอิทธิก็เคยใช้มาแล้ว

    “ดีเลยครับ...วิญญาณร้ายมีพลังแต่ก็มีเวลาจำกัด ถ้าเรายืนหยัดได้พักหนึ่ง วิญญาณพวกนั้นก็จะสลายตัวไปเอง”

    “เรามีกระบอกแผนที่ วิญญาณพวกนั้นต้องแห่กันมาที่พวกเราจะทำยังไงดี” รัตนากรมีแววกังวล อิทธิกลับพูดขำๆว่าเราน่าจะเอาไปฝากไว้ที่พวกเฮนรี่ก่อน

    ทุกคนอมยิ้มไปตามกัน ยกเว้นวีรกิจที่ฟังและจับตามองคนโน้นคนนี้อย่างยากที่จะเดาใจ

    “กาญคิดว่าไม่ควรแยกกันอีกแล้ว อันตรายมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด”

    ทุกคนเห็นด้วยกับกาญจนา อัศวินจึงสรุปว่าเราจะเดินทางด้วยกันจนกว่าจะพ้นดินแดนวิญญาณนี้ออกไป

    ด้านพรานอองข่านที่อยู่ในกลุ่มของเฮนรี่ก็มีสายสิญจน์แบบเดียวกับพรานเมิง เขานำออกมาส่งให้เฮนรี่พร้อมอธิบายว่าสายสิญจน์จะช่วยให้คนของเขาพ้นจากการครอบงำของวิญญาณ

    “พ้นจากการครอบงำไม่พอ เราจะต้านพวกมันได้ยังไง”

    “ตามหลักแล้วอาวุธของพวกวิญญาณน่าจะต้านพวกวิญญาณกันเองได้ แต่ข้าไม่มั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์”

    “อืม...เหตุผลน่าฟัง เพราะผมมั่นใจว่า...ไม่ว่าโลกไหนมันต้องมีสองฝ่ายสู้กันชัวร์ ใครอยากรอดก็ต้องหาทางแย่งอาวุธพวกวิญญาณมาให้ได้...ใครไม่เชื่อก็ไม่ต้องใส่”

    เฮนรี่ส่งต่อสายสิญจน์ให้โจซิง...โจซิงเหล่แต่ก็เก็บไว้เส้นหนึ่ง ที่เหลือส่งต่อให้อังโซะและทุกคน

    ooooooo

    การเดินทางพร้อมแล้วในเช้าวันต่อมา อัศวินสำทับทุกคนอีกครั้งว่า

    “ผมจะจัดให้เป็นกลุ่มๆ ซึ่งจะต้องไปด้วยกัน เกิดอะไรขึ้นจะได้คอยระวังเฉพาะกลุ่ม ไม่ต้องพะวักพะวงถึงคนอื่นให้เสียสมาธิ” ทุกคนรับฟังแล้วพยักหน้าเห็นด้วย “พรานเมิงนำทางกับนายอง ประกบด้วยอิทธิกับคุณโรส ตามด้วยกาญจนา ชาติ ซามู คุณวีรกิจ รัตน์ ส่วนผมและทีมงาน พี่หมอกับพรานโก๊ะปิดท้าย จำไว้ คอยระวังคนในกลุ่มเท่านั้น”

    ในขณะเดียวกันนั้น พวกเฮนรี่ก็พร้อมเดินทางแล้วเช่นกัน ทีมงานเข้ามารายงานโจซิงครู่หนึ่งก่อนถอยห่างออกไป โจซิงเดินเข้ามาใกล้เฮนรี่บอกว่าพวกมันกำลังออกเดินทาง

    เฮนรี่รับทราบแล้วบอกพรานอองข่านว่าตนอยากให้พรานตามขบวนใกล้หน่อย ฉวยโอกาสตอนที่พวกมันฝ่าพวกวิญญาณออกไปหาทางฝ่าตามน้ำไปด้วยเลย

    “ข้าก็คิดอย่างนั้นอยู่แล้ว ให้พวกมันเจอก่อน”

    “ก็ดี...คนของเราเหลือน้อย กำลังเสริมช้ามากนะบอส”

    “อาจจะต้องรอจนกว่าเราจะผ่านแดนวิญญาณบ้านี่ไปแล้ว”

    “ข้าว่าดี...มีเยอะก็อาจจะตายเยอะเปล่าๆ” พูดแล้วพรานอองข่านเดินนำออกไป โจซิงมองตามไม่พอใจ แต่เฮนรี่กลับเห็นด้วยกับพราน

    “อาจจะจริง พวกนั้นไม่คุ้นกับเรื่องลี้ลับของไทย อาจคาดไม่ถึงไม่รู้วิธีรับมือ ขนาดนายยังถอยเลย จริงไหมโจซิง”

    โจซิงไม่พูดอะไร สบตากับอังโซะแล้วออกเดินทาง เฮนรี่ยิ้มชอบใจเดินตามออกไป รั้งท้ายด้วยทีมงานที่เหลืออีกห้าคน

    หลังออกเดินทางกันมาพักใหญ่ ขบวนของอัศวินซึ่งมีพรานเมิงนำทางก็พบอุปสรรคเข้าอีกจนได้ ชายฉกรรจ์นับสิบถืออาวุธครบมือ อัศวินเคยเจอมาแล้วเชื่อว่าเป็นวิญญาณอย่างแน่นอน จึงเตือนลูกทีมอย่าแว่กแว่ก ตั้งสติไว้ให้ดี

    พรานอองข่านที่นำขบวนเฮนรี่รับรู้ด้วยเช่นกัน ยกมือส่งสัญญาณให้ทุกคนหยุดการเดินทาง

    “ข้าสัมผัสพลังพวกวิญญาณ...พวกมันคงเจอเข้าให้แล้ว”

    “ดี...เตรียมตัวฝ่าตามน้ำไป”

    “ไม่ใช่แล้วบอส” โจซิงกราดปืนไปมาเพราะในราวป่ามีกลุ่มชายฉกรรจ์เดินถือหอกดาบออกมา “ลุยโว้ย!” เสียงโจซิงสั่งการ พรานอองข่านร้องห้ามแต่ไม่ทัน...

    เสียงปืนจากพวกโจซิงดังสนั่นหวั่นไหวพุ่งเข้าใส่พวกวิญญาณ...กลุ่มของอัศวินได้ยินชัดถนัดหู แต่พวกเขากำลังเผชิญกับวิญญาณนับสิบอยู่เหมือนกัน พยายามแย่งอาวุธพวกวิญญาณมาฟาดฟันแล้วรวมตัวกันวิ่งหนี แต่วีรกิจมัวแต่กราดยิงมั่วไปหมด รัตนากรเลยซัดเปรี้ยงเข้าให้ถึงสลบแล้วให้ซามูแบกเขาไป

    กลุ่มเฮนรี่จัดการกับพวกวิญญาณจนกระจายหายไป จากนั้นทุกคนวิ่งตามพรานอองข่านที่เร่งเร้าว่าพวกนั้นเปิดได้แล้ว อัศวินกับรัตนากรต่อสู้ฟาดฟันพวกวิญญาณที่ยังตามรังควานไม่เลิก พรานอองข่านวิ่งมาเห็นฝีมือ เผลอชมทั้งคู่ยอดเยี่ยมมาก

    “พราน...ชมอยู่ได้ จะเอายังไงก็รีบหน่อย” โจซิงเสียงเข้มใส่ พรานอองข่านเคืองแต่ก็นำขบวนวิ่งผ่านการต่อสู้ของพวกอิศวินไป

    “ทุกคนเร็วเข้า...ตามมา” อัศวินร้องบอกทีมของตน... พอวิ่งพ้นพวกวิญญาณออกไป หมอนพดลสำรวจแล้วพบว่าไม่มีอิทธิ โรส และนายอง ทุกคนตกใจแต่อัศวินเชื่อว่าอิทธิกับโรสมีฝีมือไม่ปล่อยให้นายองเป็นอะไรแน่นอน

    อิทธิกับโรสปกป้องนายองเต็มที่ โดยเฉพาะโรสที่รู้ว่าสองพ่อลูกพรานเมิงกับนายองรักกันมากแค่ไหน บอกนายองให้อยู่ใกล้ตนไว้ ถ้าเธอเป็นอะไรไปใครจะดูแลพรานเมิง นายองเอะใจทำไมโรสพูดอย่างนั้นแต่ก็เชื่อฟังถอยมาอยู่ข้างหลังเธอโดยดี

    ด้านอัศวินที่พาขบวนห่างไประยะหนึ่งก็ตัดสินใจให้พรานเมิงนำทุกคนออกไปให้พ้นดินแดนวิญญาณ ตนกับรัตนากรไปตามพวกนายอง วีรกิจฟื้นขึ้นมาพอดี โวยวายว่าตนถูกรัตนากรชก แต่ไม่มีใครสนใจฟังสักคน

    ooooooo

    ถึงคราวอิทธิกับโรสอยู่ในสถานการณ์คับขัน เคนโผล่มาใช้ดาบบรรพบุรุษฟาดฟันพวกวิญญาณหายไปหมด

    นอกจากเคนและสมุนนับสิบแล้วยังมีพวกหลินมาด้วย โรสกับอิทธิจ้องเขม็งไม่รู้พวกมันจะมาไม้ไหน นายองจ้องทุกคนอย่างระแวดระวังไม่ไว้ใจ

    เคนขอให้ทุกคนสงบศึกกันก่อน ห้ามก่อเรื่องต่อหน้าตน โรสตกลงและขอบใจเคนที่มาช่วย แต่ตนกับเพื่อนขอแยกไปก่อน

    “ไปตอนนี้ก็เจอพวกมันอีก รอก่อนดีกว่า พี่เชื่อว่าเดี๋ยวก็ต้องมีคนมารับน้องโรส”

    โรสกับนายองทำท่าจะดื้อดึงแต่อิทธิรีบมากระซิบ “พวกวิญญาณยังอยู่รอบๆ เราอยู่ที่นี่ก่อน ผมเชื่อว่าอัศวินกับคุณรัตนากรต้องออกตามหาพวกเรา โอเคไหมนายอง”

    นายองพยักหน้าแต่สายตายังไม่วายจ้องพวกหลินเขม็ง...

    ในที่สุดพรานเมิงก็นำกลุ่มของชาติพ้นจากดินแดนวิญญาณจนได้

    “ผมว่าเราพ้นแดนวิญญาณมาแล้ว พลังรอบตัวหายไปหมดสัมผัสพวกมันไม่ได้”

    “หนทางยังยาวไกลจะไม่มีอีกได้ยังไง” วีรกิจสวนขึ้นมา

    “อาจมี...แต่ตอนนี้ถือว่ารอดมาได้ครั้งหนึ่งน่าจะดีใจ”

    “ใช่ ทีมงานของเราโชคไม่ดีเหมือนเรา” ชาติแขวะวีรกิจที่เป็นต้นเหตุให้ลูกทีมของตนเสียชีวิต วีรกิจเลยเงียบไป “เราจะพักรอที่นี่จนกว่าจะมากันครบ”

    ทุกคนเห็นด้วยกับชาติ เดินหาจุดเหมาะสมปลดเป้ตัวเองลง...ความเคลื่อนไหวนั้นปรากฏอยู่ในกล้อง ส่องทางไกลของเฮนรี่

    “พวกมันยังมากันไม่ครบหลายคน ที่สำคัญคือผู้กองอัศวินกับรัตนากร”

    “คนฝีมือเยี่ยมของพราน...เฮ้อ...ป่านนี้ม่องไปแล้วมั้ง”

    “ถ้าพวกเอ็งรอดมาได้ สองคนที่ว่านั่นรอดซะยิ่งกว่ารอด” ถูกพรานยอกย้อนเข้าให้ โจซิงถึงกับอึ้งไปอย่างไม่พอใจ

    ooooooo

    อัศวินกับรัตนากรเคลื่อนตัวเข้าใกล้กลุ่มของเคนเข้าไปทุกที ที่สุดก็เห็นอิทธิ โรส และนายองอยู่ในกลุ่ม แล้วยังมีพวกแก๊งมังกรทอง น่าสงสัยว่ามีเรื่องอะไรกันแน่

    “อยากรู้ก็ต้องเข้าไปถามดู รัตน์อยู่นี่คอยคุมเชิงให้พี่ด้วย”

    รัตนากรยินดีไม่มีปัญหา ตวัดปืนขึ้นมาเตรียมพร้อม...

    เคนหัวเราะชอบใจเมื่อเห็นอัศวินปรากฏตัว นึกไว้อยู่แล้วว่าเขาต้องมา

    “ผมมารับคนของผมกลับ”

    “อืม...น่านับถือจริงๆ มาตามคนหลงทางด้วยตัวเอง คุณรัตนากรล่ะ”

    “กำลังเล็งที่หัวนายอยู่ ถ้ามีอะไรผิดแม้แต่นิดเดียว”

    เคนไม่ยี่หระ ถามอัศวินว่าไม่ได้สังเกตหรอกหรือว่ามีอะไรผิดปกติ

    “พวกวิญญาณไม่ได้อยู่ที่นี่...นึกไม่ถึงว่าแม้กระทั่งวิญญาณก็ไม่ชอบหน้านาย”

    เคนหัวเราะ หยิบดาบบรรพบุรุษขึ้นมากระชากออกจากฝัก “นี่คือสาเหตุที่พวกวิญญาณไม่กล้าเข้าใกล้ คือผมห่วงน้องโรสของผม ผมว่าทางที่ดีที่สุด เราเดินทางออกไปจากที่นี่พร้อมกันดีกว่า หลังจากนั้นต่างคนต่างไป... อย่าคิดมากน่า พวกคุณสองฝ่ายต่างมีประโยชน์กับผม ฝ่ายหนึ่งหาของมาให้ผม ฝ่ายหนึ่งมาซื้อ”

    อัศวินคิดไม่นานก็โบกมือส่งสัญญาณเรียกรัตนากร...

    นายองดีใจโผกอดรัตนากร ขณะที่เคนยิ้มกริ่มทักทายด้วยลีลากะลิ้มกะเหลี่ย

    “เจอคุณรัตนากรคนสวยอีกแล้ว”

    รัตนากรไม่ได้ใส่ใจเคน มองเลยไปที่หลินซึ่งกำลังจ้องมาพอดี สองสาวสบตากันเยือกเย็นและไม่ทักทาย

    อัศวินบอกพวกของตนว่าเราต้องเดินทางไปกับเคน เป็นทางเดียวที่จะพ้นจากพวกวิญญาณ รัตนากรไม่ขัดข้อง เห็นแล้วว่าเพราะอะไร แต่สงสัยโรสที่เป็นทายาทเหมือนกัน บรรพบุรุษไม่ได้ให้ดาบไว้บ้างเหรอ

    “ให้เหมือนกัน แต่ไม่เวิร์กเหมือนกับรุ่นของนายเคน”

    โรสเล่นมุกจนหลายคนอมยิ้ม...หลินจ้องมองรัตนากรสลับกับอัศวิน อิทธิแอบเห็นกระซิบอัศวินว่า

    “ดูเหมือนยัยหลินนั่นจะสนใจนายเป็นพิเศษว่ะ”

    อัศวินหันไปสบตาหลินแวบหนึ่ง รัตนากรเห็นพอดี กระเซ้าเสียงแผ่วว่าพี่วินเนื้อหอมจริงๆ

    ชายหนุ่มอมยิ้มไม่คิดอะไร ตกกลางคืนหลินทำตัวลึกลับล่อหลอกอัศวินออกห่างจากผู้คนไปคุยกันสองต่อสอง เธอเผยความรู้สึกดีๆที่มีต่อเขา ทั้งที่มองออกว่าเขามีใจให้รัตนากร แต่ถึงยังไงเขาก็ต้องเป็นของเธอ

    หลินพูดแล้วไม่ฟังอีกฝ่ายจะว่ายังไง ดีดตัวหายไปในเงามืด...พออัศวินกลับมาเจอรัตนากรก็บอกว่าคนที่บุกมาคือหลิน ตนเห็นว่าไม่ได้แผนที่ไปก็เลยผ่อนมือ

    “รัตน์คิดว่าคุณหลินไม่ได้มาเอาแผนที่หรอกค่ะ”

    “พี่ก็คิดเหมือนรัตน์ ถึงได้ตามไปให้รู้แน่ชัด”

    “ดีค่ะที่พี่วินอ่านเกมออก...กู๊ดไนต์ค่ะ”

    รัตนากรกลับไปยังมุมของตน อัศวินมองตามแล้วถอนใจ อิทธิรู้เห็นโดยตลอด เดินเข้ามาเปรยกึ่งแซวเพื่อนรักว่าท่าทางเรื่องจะยุ่งซะแล้ว...

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    “เดียร์น่า” เล่นใหญ่ไม่ห่วงสวย ปรับลุคเป็นสาวโก๊ะ ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”

    “เดียร์น่า” เล่นใหญ่ไม่ห่วงสวย ปรับลุคเป็นสาวโก๊ะ ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”
    20 ต.ค. 2564

    09:40 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 20 ตุลาคม 2564 เวลา 20:36 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์