นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    เนตรนาคราช

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    พวกกาญจนารอคอยการกลับมาของอัศวินอย่างจดจ่อ ทุกคนหวังว่าเขาจะช่วยวีรกิจกลับมาอย่างปลอดภัยพร้อมแผนที่

    ไม่ทันเห็นคนที่รอคอย ซามูก็โผล่มาทำมือทำไม้บอกให้รู้ว่ามีคนจำนวนมากกำลังมา รัตนากรจับความได้บอกทันทีว่า

    “รวมกันแบบนี้จะถูกพวกมันล้อมจนมุม เราต้องแบ่งกำลังของมันออก”

    “รัตน์มีแผนยังไง”

    “ซามูพาพี่หมอกับพรานโก๊ะหลบไปก่อน ทีมงานกระจายกันออกไปหาทางตลบหลังพวกมัน ส่วนกาญไปกับพี่ เราจะล่อพวกมันไปอีกทาง พอปลอดภัยแล้วซามูพาพวกเราตามหาฉันสองคน...เร็วเข้า”

    ทุกคนรีบไปเก็บสัมภาระของตน ซามูนำนพดลกับพรานโก๊ะออกไปด้านหนึ่ง ทีมงานที่เหลือแยกกันด้านละสองคน กาญจนาตามติดพี่สาวไปโดยไม่อิดออด

    ผ่านไปไม่กี่อึดใจพวกโจรนับสิบก็ตรงเข้ามาที่ค่าย นำโดยหลิน หยก และปิง แต่ไม่พบใครสักคน

    สงสัยว่ารู้ตัวได้ยังไง หยกกับปิงเดินสำรวจไม่นานก็กลับมารายงานหลินว่า

    “มีรอยแยกย้ายกันหลายทิศทาง ด้านนี้รอยเท้าสองคน น้ำหนักไล่เลี่ย”

    “สั่งให้ทุกคนตามไปทางนี้” หลินสั่งการ...หยกถามทันควันว่า “แล้วรอยอื่น” เธอสวนว่าไม่สำคัญ แล้วทั้งหมดก็พากันออกไปยังทิศที่มั่นใจ

    เวลานั้นซามูนำทางนพดลกับพรานโก๊ะไปด้านหนึ่ง แน่ใจว่าไม่มีร่องรอยของพวกมันตามมาจึงหยุดก่อน

    ซามูพูดไม่ได้แต่พยายามทำมือบอกกล่าว นพดลส่ายหน้าไม่เข้าใจ พรานโก๊ะเลยต้องช่วยแจกแจง

    “ซามูบอกว่าพวกมันไม่สนใจตามพวกเรา...ข้าเคยมีลูกน้องเป็นใบ้เหมือนเอ็ง เลยพอเข้าใจภาษามือของเอ็ง”

    ซามูโบกมือเร็วอย่างโกรธๆ สีหน้าเอาเรื่องใส่พรานโก๊ะ

    “อ๋อ...ที่ข้าทำไม่รู้เรื่องเพราะขี้เกียจรำคาญเอ็งว่ะ” ขาดคำของพรานโก๊ะ ซามูยกกำปั้นขึ้นมาตรงหน้า หมอนพดลเห็นแล้วอมยิ้มบอกว่าอันนี้ตนพอจะเดาออก

    แล้วซามูก็ทำมืออีก พรานโก๊ะอ่านออกบอก หมอนพดลว่า

    “มันบอกว่าเราต้องย้อนไปช่วยคุณรัตน์”

    “โอเค”

    หมอนพดลเตรียมตัว ซามูจะนำทางแต่ยังไม่วายหันกลับมาแยกเขี้ยวใส่พรานโก๊ะอย่างเคืองๆ

    ooooooo

    อิทธิกับโรสกลับมาที่ค่ายพักแต่ไม่พบใครสักคน มีรอยเท้าเต็มไปหมดแสดงว่ามีผู้บุกรุกและทำให้พวกรัตนากรต้องถอยหนี ทั้งคู่ช่วยกันจับทิศทางจนมั่นใจแล้วเร่งเดินทางตามออกไป

    รัตนากรกับกาญจนากำลังถูกโจรนับสิบคนไล่ล่า ฝ่ายหลินกับสมุนก็คอยต้อนเพื่อจะเอาแผนที่ให้ได้ โดยไม่รู้ว่าแผนที่เกือบตกไปอยู่ในมือเฮนรี่ถ้าอัศวินไม่วางแผนช่วงชิงกลับมา

    สองศรีพี่น้องเกือบแย่ถ้าทีมงานสองคนไม่มาคุ้มกัน แต่กระนั้นรัตนากรก็พลาดถูกยิงกระสุนฝังในต้องให้กาญจนาใช้อุปกรณ์ฉุกเฉินของตนผ่ากระสุนออกและเย็บแผลอย่างรวดเร็ว

    ในยามคับขันตกอยู่ในภาวะเฉียดตาย กาญจนาตระหนักแล้วว่าพี่สาวรักและห่วงใยตนมากแค่ไหน ที่รัตนากรบาดเจ็บก็เพราะปกป้องเธอ ความขุ่นเคืองที่เคยมีก่อนหน้านี้จึงหายไปสิ้น กลับมามีรอยยิ้มให้กันด้วยความซาบซึ้งใจ

    อิทธิกับโรสแกะรอยจนไปเจอกลุ่มของนพดลเนื่องจากได้ยินเสียงปืนโบราณของพรานโก๊ะ หลังจากบอกเล่าเหตุการณ์ให้กันฟังแล้ว อิทธิกับโรสรีบตามไปช่วยรัตนากรกับกาญจนา ส่วนพวกอัศวินที่ไปช่วยวีรกิจหนีจากพวกเฮนรี่มาไม่พบใครที่ค่ายก็อดเป็นห่วงทุกคนไม่ได้ แต่ชาติเชื่อว่ารัตนากรต้องจัดการกับศัตรูได้

    พวกหลินเผชิญหน้ากับสองพี่น้องที่คิดว่าเก็บแผนที่ไว้ รัตนากรแม้จะบาดเจ็บแต่ก็ล่อหลอกหลินเพื่อถ่วงเวลาให้กาญจนาหนีไป นั่นยิ่งทำให้กาญจนาซึ้งใจพี่สาวและไม่คิดหนีไปไหนทั้งนั้น โชคดีที่อิทธิกับโรสมาทันเวลา หลินเห็นท่าไม่ดีเมื่อเห็นหยกกับปิงฝีมือเป็นรองโรส จึงพากันถอยหนีไปในที่สุด

    ในที่สุดขบวนของอัศวินก็กลับมารวมตัวกันที่ค่าย กาญจนาขอบคุณอัศวินที่นำแผนที่กลับมาจนได้ แต่ชายหนุ่มยกความดีให้นายองที่เป่าลูกดอกใส่เฮนรี่ นายองเลยได้รับคำชมไปเต็มๆ ออกอาการยืดภูมิอกภูมิใจจนพรานเมิงหมั่นไส้

    กาญจนาไม่ชอบใจที่วีรกิจก่อเรื่องอยู่เรื่อย เธอไม่ได้ต่อว่าหรือตำหนิเขาแต่ไปขอโทษทุกคนแทนวีรกิจ ก่อนแยกมาคุยกับอัศวินตามลำพัง

    “พี่หนักใจแทนกาญจริงๆ”

    “กาญเตรียมใจเรื่องเนตรนาคราชมานานแล้วค่ะ”

    “พี่ไม่ได้หมายถึงเรื่องเนตรนาคราช พี่หมายถึงคุณวีรกิจ” กาญจนาชะงัก มองหน้าอัศวิน “พี่พยายามเข้าใจนะ แต่เขาก่อเรื่องหลายครั้งหลายหนทำให้คนอื่นตกอยู่ในอันตราย พี่ไม่แน่ใจว่าผู้ชายคนนี้จะเหมาะกับกาญและดูแลกาญได้”

    “กาญเข้าใจค่ะ กาญรู้ว่าควรจะทำยังไง แต่ตอนนี้คุณวีรกิจมีกาญคนเดียว อย่างน้อยกาญก็ต้องยืนเคียงข้างเขาจนกว่าเราจะได้เนตรนาคราช เมื่อนั้นกาญก็จะบอกคุณวีรกิจว่าทุกอย่างสิ้นสุดลงแล้ว”

    “โอเค”

    “กาญขอบคุณพี่อัศวินที่เป็นห่วงกาญ”

    “ไม่ใช่พี่คนเดียวนะ”

    “ค่ะ กาญทราบ”

    สองคนยิ้มให้กัน เดินโอบกันกลับเข้าไปในค่ายโดยไม่เห็นวีรกิจที่ซุ่มอยู่หลังพุ่มไม้ สีหน้าเขาไม่พอใจอย่างแรงจนเลยเถิดเป็นอาฆาต

    “ดี! จะสิ้นสุดให้ดู”

    ooooooo

    ตกเย็นทุกคนยังคงระแวดระวังภัย อิทธิคอยส่องกล้องทางไกลกราดไปมารอบบริเวณ โรสเดินมาถามว่าเห็นพวกมันบ้างไหม

    “ยัง...จากที่นายอัศวินบอก ลูกดอกของนายองคงทำให้มันเข็ดไปอีกนาน คุณเก่งมาก ปราบสองฝีมือของมังกรทองได้”

    “ฉันกำลังโมโหมั้ง”

    “ผมควรจะอยู่ห่างคุณให้มากๆ เพื่อความปลอดภัย” อิทธิหยอกเย้า โรสยิ้มขำแล้วบอกว่าเขาเองก็นำทางได้ดีทีเดียว

    “พี่อิท” เสียงนายองดังแว่วมา โรสล้ออิทธิว่าเด็กนายมาแล้ว...พูดจบเธอเดินจากไปโดยไม่รอฟังว่าเขาจะว่ายังไง

    อิทธิอยากตามโรสไปแต่นายองเดินเข้ามาใกล้แสดงความดีใจที่ได้เจอกับเขาอีก

    “พี่ก็เหมือนกัน ได้ข่าวว่าฝีมือลูกดอกเราเยี่ยมยอดนี่”

    นายองยิ้มเขิน ถ่อมตัวว่านิดหน่อยเอง สู้พี่อิทธิไม่ได้หรอก...

    อีกมุมหนึ่งในค่าย รัตนากรนอนพักผ่อนไปพักใหญ่ ลืมตาขึ้นมาเห็นอัศวินนั่งอยู่ตรงหน้า ทักยิ้มๆว่า

    “ไง...จอมซ่า”

    หญิงสาวขยับตัวลุกนั่ง กราดสายตาเห็นพวกของตนนั่งจับกลุ่ม เธอบอกอัศวินว่าเราเสียทีมงานไปอีกสองคน

    “อืม...สถานการณ์เข้มข้นขึ้นทุกวัน ยัยกาญวนเวียนมาดูเราหลายครั้งจนหลับไปแล้ว”

    รัตนากรพยักหน้ารับรู้ก่อนถามหาแผนที่ อัศวินส่งให้เธอพร้อมกำชับต้องเก็บไว้ให้ดีที่สุด เธอยิ้มแทนคำตอบ จัดการเอากระบอกแผนที่สะพายไว้กับตัวเหมือนเดิม

    “พักให้เต็มที่ ยัยกาญบอกว่าเราถึงจุดที่หนึ่งของแผนที่แล้ว พรุ่งนี้เราจะเริ่มมุ่งหน้าไปยังจุดที่สอง”

    อัศวินช่วยประคองรัตนากรนอนลงอย่างเดิม ดึงผ้าห่มให้แล้วต่างคนต่างยิ้มให้กันด้วยความรู้สึกดีๆ

    ooooooo

    เช้าวันถัดมา รัตนากรตื่นนอนออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์เต็มปอด พอหันหลังกลับก็ชะงัก เห็นน้องสาวยืนมองอยู่ กาญจนาค่อยๆเดินมาหา สวมกอดพี่สาวและเอ่ยปากอย่างขัดเขินนิดๆ

    “กาญขอโทษที่โกรธพี่รัตน์”

    “อย่างนี้ต้องตี แล้วห้ามเอาชุดนอนพี่ไปใส่อีก”

    กาญจนาอมยิ้มแก้มตุ่ย สองพี่น้องยิ้มให้กันกลับมาเข้าใจและรักใคร่กลมเกลียวกันเหมือนเดิม พูดคุยเรื่องการเดินทางต่อไป

    “เห็นพี่วินบอกว่าเราผ่านจุดหมายแรกมาแล้ว”

    “ค่ะ เรากำลังจะมุ่งไปยังจุดที่สอง”

    “ตกลงมันกี่จุดกันแน่”

    “ยังตีความไม่เสร็จเลยค่ะ”

    “เอาเหอะ กี่จุดก็ตามใจ”

    “กาญต้องขอยืมแผนที่ก่อนค่ะ จะวางเส้นการเดินทาง”

    รัตนากรถอดกระบอกแผนที่ส่งให้น้องโดยดี...อีกมุมหนึ่ง อัศวินคุยอยู่กับชาติ โดยที่อิทธิยืนฟังอยู่ห่างๆ

    “ป่านนี้ไอ้เฮนรี่คงกระอักเลือดไปแล้ว” ชาติพูดอย่างสะใจ แต่อัศวินท้วงว่า

    “ปัญหาก็คือพวกมันจะบ้ามากขึ้น”

    อิทธิเดินเข้ามาร่วมวง ถามว่าเราจะเดินทางแบบแยกวงอีกหรือเปล่า

    “ฮั่นแน่ จะไปกับสาวอีกล่ะสิ” ชาติแซวอย่างรู้ทันและรู้ใจเพื่อน อิทธิไม่รู้จะแก้ตัวยังไง ได้แต่ผลักไหล่ชาติแก้เขิน อัศวินเห็นแล้วพลอยขำ

    “พวกแกว่ายังไง” อัศวินถามความเห็นเพื่อนรักทั้งสอง

    “ฉันว่าได้ผล ที่พังเพราะไอ้หมอนั่นก่อเหตุ”

    ชาติโบ้ยไปทางวีรกิจ

    “งั้นก็ตามเดิม...ชาติ แกต้องหนักขึ้นหน่อย ทีมงานของเราเหลือแค่คนเดียว”

    “ไม่ต้องห่วง ฉันยังมีไอ้ซามูอีกทั้งคน”

    กาญจนาเดินเข้ามายังกลุ่มหนุ่มๆ อัศวินถือโอกาสถามเรื่องแผนที่ว่าได้เส้นทางใหม่พร้อมเดินทางหรือยัง

    “ยังค่ะ กระบอกแผนที่ปิด กาญเปิดไม่ได้”

    สามหนุ่มนิ่งไปอย่างคาดไม่ถึง จากนั้นอัศวินก็ลำดับเหตุการณ์ขณะที่เผชิญหน้ากับพวกเฮนรี่ให้กาญจนาฟัง โดยมีรัตนากรมาร่วมรับฟังอยู่ด้วย

    “พี่ก็แค่ยื่นให้เฮนรี่แค่อึดใจแล้วแย่งกลับคืนมา หลังจากนั้นก็เอามาคืนให้รัตน์”

    “เนตรนาคราชเริ่มส่งซิกแล้วเพื่อน” อิทธิเปรยขึ้น รัตนากรนึกบางอย่างได้ทันที

    “พี่วินจำได้ไหมคะ ที่ลุงหินบอกว่ากระบอกสามารถเปิดปิดได้เองเพราะมีคาถากำกับอยู่”

    “ใช่แล้ว แต่ตอนนั้นพี่ไม่ได้คิดอะไร กึ่งไม่เชื่อมากกว่า”

    “คำถามแรกก็คือเราจะเอายังไง จะตั้งค่ายรอเฮนรี่อยู่ที่นี่หรือจะเดินทางไปพลาง หาทางเปิดกระบอกแผนที่ไปพลาง”

    ฟังชาติแล้วทุกคนเงียบไปอย่างครุ่นคิด ส่วนนายองที่เฝ้ามองอยู่ห่างๆ ถามพรานเมิงด้วยความสงสัยว่าพวกเขาปรึกษาอะไรกัน ทำไมสีหน้าไม่ค่อยดี

    “เอ็งอย่าถามมาก เดี๋ยวก็รู้เอง”

    พรานเมิงปรามลูกสาวแต่สายตามองไปยังกลุ่มอัศวิน รู้สึกได้ถึงความผิดปกติแต่นิ่งไว้ ส่วนนายองเหลียวมองมาทางวีรกิจที่สีหน้าหมองๆ ดูไม่มีสง่าราศีเอาเสียเลย... หรือว่าหมอนั่นจะไม่รอด!

    อีกครู่ต่อมา อิทธิแยกออกจากกลุ่มเดินมาตามพรานเมิงบอกว่าพวกเรามีเรื่องจะปรึกษา...ทุกคนต้องการให้พรานเมิงช่วยดูกระบอกแผนที่เผื่อจะบอกอะไรได้บ้าง หรือไม่ก็มีวิธีที่พอจะเปิดได้ไหม

    “ผมบอกทุกคนว่าพรานเมิงพอจะมีวิชาอยู่บ้าง” อิทธิอธิบาย พรานเมิงจึงรับปากจะลองดู แต่ต้องมีสถานที่สงบเงียบเพื่อทำพิธี

    “เชิญพรานเมิงนำเลย เราจะออกเดินทางภายในครึ่งชั่วโมง หาทำเลเหมาะสมอย่าให้ห่างที่นี่มากตั้งรับพวกมัน จนกว่าพรานเมิงจะเปิดกระบอกแผนที่ออก อาจจะต้องย้อนกลับหรือไปต่อ เราไม่มีทางเลือก”

    ทุกคนเห็นด้วยกับอัศวิน เดินทางตามพรานเมิงไปอย่างเร่งรีบ แล้วหยุดลงที่หน้าถ้ำ อัศวินกำกับอีกครั้งว่า

    “เราต้องจัดคนคอยระวัง คุณโรสกับอิทธิขอรบกวนอยู่ด่านแรกก่อนที่พวกมันจะถึงเรา”

    สองคนนั้นไม่มีปัญหา บอกว่าเราตั้งรับห่างกันในรัศมีหนึ่งกิโล มีอะไรทางนี้จะได้เตรียมตัวทัน

    “ดีครับ ผมกับรัตน์จะอยู่ตรงกิโลที่สอง ชาติและทุกคนอยู่ที่นี่ มีระยะทางสองกิโลพอที่จะเตือนกันได้ทันถ้าพวกมันบุกมา”

    “รัตน์ขออยู่ค่ายดีกว่าค่ะ”

    อัศวินชะงักเล็กน้อย เข้าใจดีว่ารัตนากรเป็นห่วงกาญจนา “ได้...งั้นผมฉายเดี่ยว ดีเหมือนกันจะได้โฉบไปโฉบมารอบๆ พื้นที่ เผลอๆ ก็แวะไปเยี่ยมไอ้เฮนรี่ยังได้”

    “อย่าลืมทำเครื่องหมายไว้ล่ะ หลงล่ะก็ไม่มีใครไปตามนะเพื่อน” ชาติเตือนกึ่งแซว อัศวินยิ้มบางๆ แล้วเตรียมตัวออกฉายเดี่ยวออกจากกลุ่ม แต่แวบหนึ่งนึกได้ไม่วายตามอิทธิกับโรสที่จับคู่ไปตระเวนอยู่ด่านแรก ครั้นสมควรแก่เวลาก็แยกตัวแวะไปสอดส่องกลุ่มของเฮนรี่...

    เวลาเดียวกันนั้น หลินอยู่กับสองสมุนมือขวาปิงและหยก จินหัวเพิ่งปรากฏตัวพร้อมชายฉกรรจ์อีกสามคน

    “ท่านอามาถึงนี่ต้องมีเรื่องสำคัญ” หลินทักจินหัว

    “สายรายงานว่าเฮนรี่เตรียมคนและกำลังอาวุธพร้อมหนุนไม่อั้น เป็นอุปสรรคสำคัญ ท่านเจิ้งซาพ่อของคุณหนูสั่งให้เด็ดไอ้เฮนรี่ก่อน อาเอานักฆ่ามาด้วยสามคน เราควรลงมือให้เร็วที่สุด”

    หลินเหยียดยิ้มพอใจ สั่งปิงกับหยกพานักฆ่าสามคนไปเตรียมการให้พร้อม...ทางฝ่ายค่ายพักของทีมเฮนรี่ซึ่งยังมีพรานอองข่านรวมอยู่ด้วย อยู่ดีๆพรานมาบอกเฮนรี่ว่าจะไปสำรวจป่าหาสมุนไพรอีกหนึ่งชั่วโมงจะกลับมา

    เฮนรี่อนุญาตโดยดี แต่พวกโจซิงที่ไม่เคยศรัทธาในตัวพรานพากันหัวเราะไล่หลัง เตือนพรานให้ระวังจะหลงป่า...อัศวินเฝ้าจับตาพวกมันอยู่รอบนอก ทันใดเห็นเงาวูบไหวเข้าไปที่ค่ายของเฮนรี่

    “พวกมังกรทอง” อัศวินพึมพำมั่นใจ ค่อยๆเคลื่อนตัวเข้าไปใกล้อย่างระมัดระวัง

    ผ่านไปไม่กี่อึดใจ เสียงปืนดังสนั่น กลุ่มเฮนรี่ถูกถล่มจนทีมงานร่วงไปหนึ่งคน เฮนรี่ถูกคมกระสุนเฉี่ยวแขน

    รีบดีดตัวหลบหลังต้นไม้ โจซิงวิ่งมาอารักขา ถามบอสว่า เป็นอะไรหรือเปล่า

    “ไม่เป็นไร มีคนคิดสกปรกซะแล้ว มันคิดกำจัดคู่แข่งออกไปให้หมด คอยฮุบเนตรนาคราช”

    “ใคร? เดี๋ยวก็รู้”

    “ระวังจะถูกแผนล่อเสือออกจากถ้ำ”

    “ผมอยู่...บอสไม่ต้องห่วง” โจซิงคุยโวแล้วดึงเฮนรี่ไปอีกทางก่อนที่มีดเล่มหนึ่งจะพุ่งมาปักต้นไม้พอดิบพอดี

    โจซิงตวัดปืนสั้นในมือยิงเปรี้ยงไปที่เงาสองสามเงาด้านนอก แต่แล้วมีอีกเงาวูบเข้ามาทางด้านหลัง มันหันกลับแต่ไม่ทัน ร่างชุดดำพรางหน้าเป็นริ้วถึงตัวก่อนปัดปืนในมือมันกระเด็น แล้วต่อสู้กันดุเดือด

    เฮนรี่ใจไม่ดีวิ่งหนีเข้าไปในป่า แต่ไม่พ้นนักฆ่าของจินหัวจนได้ มันถือมีดเงาวับยืนจังก้าต่อหน้าเฮนรี่

    “เงิน...ข้ามีเงิน จะเอาเท่าไหร่” เฮนรี่ยื่นข้อเสนอปากคอสั่น แต่ดูเหมือนมันจะไม่สนใจ

    พลันอังโซะพุ่งพรวดมาทันเวลา เข้าช่วยเฮนรี่พ้นคมมีด ช่วยต้านศัตรูให้เฮนรี่เผ่นหนีไปได้ แต่ไม่ช้าก็ไปเผชิญหน้ากับนายใหญ่ของพวกมัน

    “ที่แท้ท่านนี่เอง...คราวนี้มีข่าวอะไรจะบอกเราอีก”

    หลินแสยะยิ้ม บอกว่าข่าวก็คือคราวนี้เธอมาเพื่อกำจัดเขา...เฮนรี่ตวัดปืนขึ้นมาแต่ช้าไป หลินพรวดเข้าหาก่อน คว้ามือเฮนรี่ทุ่มโครมไปที่พื้นจนปืนกระเด็นหลุดไป

    “หมดท่าน เนตรนาคราชก็เป็นของเรา” หลินคำรามพร้อม เดินเข้าหา ตวัดมีดสั้นในมือไปมา เฮนรี่ยกมือขึ้นขอชีวิต

    “เอาไปเลย...เราถอนตัว”

    “คนอย่างท่าน เราเชื่อไม่ได้”

    หลินเดินเข้าใกล้ ทันใดนั้นมือของเฮนรี่ที่ยื่นตรงหน้าขอชีวิตกลับมีปืนเด้งออกมาเหนี่ยวไกตูม! หลินถึงกับตัวหมุนกระสุนถูกไหล่ซ้ายเต็มๆ เฮนรี่ดีดตัวขึ้นยืนปืนในมือส่องมาที่เธอ

    “แก...ไอ้จิ้งจอกเจ้าเล่ห์ ฉันจะฆ่าแก!”

    หลินคำรามด้วยความแค้น แต่หมดโอกาสเพราะลูกทีมของเฮนรี่พรวดเข้ามาสามคนล้อมเธอไว้ หลินสะบัดมือขึ้นฟ้ากลายเป็นพลุสีแดงแตกกระจาย เฮนรี่

    ทราบดีว่าเธอส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือจากทีม แต่เยาะว่ามันไม่มีทางได้ผล เธอกำลังจะถูกกำจัดเดี๋ยวนี้แล้ว

    หลินใจเสีย หาทางออกไม่เจอ...แต่เหมือนดวงเธอไม่ถึงฆาต มีใครคนหนึ่งพุ่งเข้ามารวบตัวเธอออกไปจากตรงนั้นอย่างรวดเร็ว

    อัศวินนั่นเอง หลินแปลกใจทำไมเขาช่วยเธอ อัศวินบอกกล่าวก่อนจากไป “ผมทำได้แค่นี้ ถ้าไอ้เฮนรี่มันไม่ลอบกัด สู้กันแฟร์ๆ ผมคงไม่ยุ่ง ผมไม่ชอบคนลอบกัด...โชคดี”

    หลินมองตามเขาอย่างหลงใหล ก่อนหันไปเห็นสมุนมือขวาของตนโผล่เข้ามาพร้อมนักฆ่า แล้วพากันไปจากตรงนั้นโดยเร็วที่สุด ป้องกันพวกเฮนรี่ติดตามมา

    เฮนรี่ได้รับบาดเจ็บถูกคมกระสุนเฉี่ยวที่ไหล่

    ทำแผลเสร็จเรียบร้อยแล้ว บ่นเจ็บใจที่แก๊งมังกรทองประกาศสงครามกับตนอย่างไม่เกรงกลัว โจซิงแค้นจัดบอกว่าเจอพวกมันที่ไหนต้องฆ่าให้ตาย พูดจบเหลือบเห็นพรานอองข่านกลับเข้ามา แขวะเขาว่าเลือกเวลาไปเวลามา

    ได้ดีจริงๆ พรานไม่ใส่ใจเดินผ่านไปนั่งมุมของตนเงียบๆ โจซิงตั้งข้อสังเกตกับเฮนรี่ว่า

    “ผมว่าไอ้พรานนี่มันต้องรู้ว่าจะมีคนมาเล่นงานเรา ถึงได้ชิ่งไปซะก่อน”

    “ดีแล้ว...เราจ้างมานำทาง เกิดเป็นอะไรไปเรา ก็จบ” เฮนรี่ไม่ติดใจ...โจซิงกับอังโซะหน้าม้าน จ้องพรานอองข่านอย่างไม่ไว้ใจ

    ooooooo

    ภายในถ้ำ พรานเมิงนั่งสมาธิท่องคาถาเพื่อเปิดกระบอกแผนที่ คนอื่นรออยู่ปากถ้ำอย่างลุ้นๆ ผ่านไปสักพักกระบอกแผนที่มีรังสีสว่างขึ้น

    พรานอองข่านที่อยู่กับพวกเฮนรี่เก่งกาจพอตัว รับรู้ได้ถึงสิ่งผิดปกติ พูดออกมาว่า “คาถาเปิดประตูสวรรค์” เฮนรี่ข้องใจซักไซ้ให้อธิบายมาชัดๆ “คาถาเปิดประตูสวรรค์คือคาถาที่ใช้เปิดสิ่งของหรือสมบัติโบราณที่ปิดไว้ด้วยมนตร์ เช่น หีบโบราณ หีบสมบัติ ตู้โบราณ”

    “มีคนเจอสมบัติแถวนี้เหรอ”

    “มีบางอย่างเกิดขึ้นกับกระบอกแผนที่”

    “งั้นที่อัศวินบอกว่ากระบอกแผนที่ปิดเปิดได้เองก็เป็นเรื่องจริงน่ะสิ” เฮนรี่นึกออก ทุกคนหันมองเขาเป็นตาเดียว...

    เวลานั้นในถ้ำ พรานเมิงเหงื่อกาฬแตกเต็มหน้า ปากพึมพำคาถา...คนอื่นๆยังลุ้นกันตัวโก่ง แต่แล้วเสียงระเบิดดังตูมข้างใน ทุกคนวิ่งพรวดเข้าไปร้องเรียกพรานเมิงแต่ไม่เห็นตัว เพราะมีก้อนหินถล่มลงมาปิดทาง โชคดีที่พรานเมิงไม่เป็นอะไร และแผนที่ก็ยังอยู่ดี

    ชาตินำระเบิดขนาดเล็กออกมาจัดการก้อนหินเปิดทางเพื่อช่วยพรานเมิง...พรานอองข่านรับรู้ บอกเฮนรี่ว่าพวกมันทำไม่สำเร็จ มีแรงสะท้อนที่ตนสัมผัสได้ คาถาที่อยู่บนกระบอกแผนที่แรงเกินคาด

    ระเบิดของชาติทำให้กำแพงก้อนหินแตกกระจาย พรานเมิงเดินออกมาพร้อมกระบอกแผนที่ในมือ ทุกคนยิ้มโล่งใจ พอรู้ว่าเปิดกระบอกไม่ได้ต่างพากันผิดหวัง กาญจนาถามพี่สาวจำไม่ได้เหรอว่ากระบอกแผนที่เปิดได้ยังไง

    “พี่จำได้ว่าตอนนั้นพี่ส่งให้เธอ แล้วเธอก็บอกว่ากระบอกเปิดได้แล้ว”

    “ผมเชื่อว่าทุกอย่างต้องมีคำตอบ ช้าหรือเร็วเท่านั้น”

    “หวังว่าคงไม่ช้าเกินไป” พูดแล้วกาญจนาถอนใจหน้าเคร่ง

    ฝ่ายเฮนรี่ หลังฟังพรานอองข่านวิเคราะห์ก็พอจะจับจุดได้ว่าทำไมพวกอัศวินถึงหยุดเดินทาง แล้วถามว่าพรานมีคาถาเปิดกระบอกแผนที่ได้หรือไม่...คำตอบคือบอกไม่ได้ นอกจากจะลองดู

    “รอให้พวกมันเปิดดีกว่า ง่ายกว่าเยอะ” โจซิงโพล่งขึ้น พรานอองข่านไม่พอใจเหลือบมองมันแวบหนึ่ง เฮนรี่รีบตัดบทป้องกันการปะทะ

    “งั้นก็พักตามสบาย ไม่ต้องรีบ แต่ถ้าพวกนั้นเปิดไม่ได้ เราคงต้องลงมือหาทางชิงแผนที่มาเปิดเอง”

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    พฤษภา-ธันวา รักแท้แค่เกิดก่อน ตอนจบ รวมพลังทำภารกิจช่วย "ตั้ม" คว้าชัยอีกครั้ง

    พฤษภา-ธันวา รักแท้แค่เกิดก่อน ตอนจบ รวมพลังทำภารกิจช่วย "ตั้ม" คว้าชัยอีกครั้ง
    27 ต.ค. 2564

    06:45 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 27 ตุลาคม 2564 เวลา 10:41 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์