นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    นางทาส

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: ปัดฝุ่น 'นางทาส' ลงจอ 'ป๋อ-แยม' พร้อมนำทีมพิสูจน์ฝีมือ

    แม้จะไม่ชอบใจนักที่เมียน้อยคนโปรดหายไปกับอดีตทาสหนุ่มตลอดคืน แต่ความจริงจากปากเย็นก็ทำให้พระยาสีหโยธินพูดไม่ออก จะโกรธขึงก็ดูจะไร้เหตุผลจนเกินไป

    “เพลานั้นดึกมากแล้ว จะย้อนกลับเรือนก็กลัวปะกับพวกโจรอีก ฉันกับพี่เที่ยงจึงต้องค้างในโบสถ์ ข้อนี้หลวงพ่อที่วัดเป็นพยานได้เจ้าค่ะ แลระหว่างที่อยู่ในโบสถ์ ฉันก็ดูแลพี่เที่ยงที่บาดเจ็บเท่านั้น มิได้กระทำเรื่องบัดสีเลยนะเจ้าคะ”

    “ข้อนั้นแม่เย็นอย่ากังวลเลย ที่หลวงพ่อท่านให้ค้างแรมกันในโบสถ์ ก็เพื่อให้สิ้นคำครหาอยู่แล้ว ใครจะทำชั่วกันในโบสถ์ได้เล่า แต่ที่ฉันไม่ชอบ คือที่เที่ยงมันตามเกาะแกะแม่เย็นไม่เลิกต่างหาก”

    “แต่ถ้าไม่ได้พี่เที่ยง ฉันอาจจะตายไปแล้วนะเจ้าคะ”

    พระยาสีหโยธินหน้าบึ้งหงุดหงิดไม่เลิก “เพราะอย่างนั้น ฉันจึงไม่ตำหนิอย่างไรเล่า แต่หากไม่จำเป็นแม่เย็นก็ไม่ควรเข้าใกล้มันอีก เพราะฉันได้ให้รางวัลตอบแทนมัน เป็นการสิ้นบุญคุณกันแล้ว”

    “เจ้าค่ะ...ฉันจะทำตามที่ท่านเจ้าคุณสั่งเจ้าค่ะ”

    “ที่ฉันทำเช่นนี้ ใช่จะใจจืดใจดำ แต่เพราะฉันห่วงแม่เย็นกับลูกในท้อง ไม่อยากให้ใครมาว่าร้ายได้...ฉันอยากเห็นหน้าลูกเร็วๆ เสียแล้วสิ อยากรู้นักว่าจะเหมือนฉัน หรือแม่เย็นมากกว่ากัน เออ...ถ้าแม่เย็นคลอดแล้ว อยากจะได้รางวัลกระไรหรือไม่ ฉันจะให้แม่เย็นทุกอย่างเลย”

    “ฉันไม่อยากได้กระไรดอกเจ้าค่ะ แต่หากเจ้าคุณจะเมตตา ฉันขอกลับไปเยี่ยมบ้านได้หรือไม่เจ้าคะ”

    พระยาสีหโยธินชะงัก คำพูดของพระมหาเทพผุดขึ้นในหัวอีกครั้ง เช่นเดียวกับความระแวงแคลงใจ

    “ดูแม่เย็นจะอาลัยอาวรณ์บ้านเก่าเหลือเกินนะ ทำไมรึ...บ้านเก่าแม่เย็นมีกระไรดีกว่าที่นี่ ถึงได้อยากกลับนัก”

    “ไม่ได้มีกระไรดีกว่าดอกเจ้าค่ะ แต่ฉันคิดถึงพ่อแม่ แลพี่ชายเท่านั้นเองเจ้าค่ะ”

    น้ำเสียงเรียบๆและแสนซื่อของเมียน้อยคนโปรดทำให้ท่านเจ้าคุณอึ้งอีกรอบ เริ่มรู้ตัวว่าคิดมากไปแต่จะเอ่ยปากขอโทษก็ไม่ใช่วิสัยเลยขอตัวไปดูอาการบุญมี เย็นได้แต่มองตามงงๆ...ตามอารมณ์สามีไม่ถูกจริงๆ

    บุญมีเหม็นขี้หน้าสามียิ่งนัก แต่เมื่อเขาแวะมาเยี่ยมถึงเรือนก็จำต้องปั้นหน้าราวกับเจ็บแผลเสียเต็มประดา พระยาสีหโยธินไม่ระแวงคิดว่าอนุภรรยายังเสียขวัญเลยปลอบเสียงอ่อน บุญมีสะอิดสะเอียนมากแต่ก็ต้องข่มอารมณ์ ตัดพ้อต่อว่าเขาลำเอียงตามประสาเมียน้อยที่อยากได้ความรักจากสามี

    พระยาสีหโยธินไม่ติดใจสงสัย ยิ้มบางๆ พลางส่งสายตาหวานด้วยความเอ็นดู

    “เสียดาย...ที่ฉันควักหัวใจมาให้แม่บุญมีดูไม่ได้ มิเช่นนั้น...ฉันจะชั่งหัวใจให้แม่ดู ว่าฉันไม่เคยลำเอียงเลย”

    บุญมีแกล้งค้อนทำเป็นงอนให้เขาตายใจ แต่ม้วนก็ทำให้เสียเรื่องด้วยการเล่าให้ฟังอย่างมันปาก ว่าเจ้านายสาวเป็นแผลฉกรรจ์ที่ขาเพราะถูกมีดฟัน ท่านเจ้าคุณเอะใจเพราะเชื่อว่าพวกโจรน่าจะใช้ดาบมากกว่า บุญมีร้อนตัวกลัวแผนแตกเลยแสร้งหัวเสียไล่ม้วนลงจากเรือน

    พระยาสีหโยธินส่ายหน้าเบาๆ ก่อนจะปรามบุญมีเสียงอ่อน

    “อย่าโกรธเคืองไปเลย นังม้วนมันก็พูดมากไปอย่างนั้น ไม่มีกระไรดอก”

    บุญมีแกล้งโอด “ฉันกลัวเหลือเกินเจ้าค่ะ ท่านเจ้าคุณต้องจับพวกโจรมาให้ได้นะเจ้าคะ”

    “ฉันก็อยากจับให้ได้ แต่พวกมันเตรียมการอย่างดีเพื่อแก้แค้นฉัน แลยังมีคนในคอยช่วย จับไม่ได้ง่ายนักดอก”

    “ท่านเจ้าคุณรู้ได้อย่างไรเจ้าคะ ว่าพวกมันคิดแก้แค้นแลมีคนในคอยช่วย”

    “จะยากกระไร พวกมันไม่แตะต้องทรัพย์สมบัติ แต่กลับตามฆ่าคุณหญิงกับแม่เย็นที่ไร้ทางสู้ ก็เพราะมันต้องมีเรื่องแค้นเคืองกับฉัน แลอยากสร้างความเสียใจให้ฉันเป็นการล้างแค้น”

    บุญมีถึงกับหน้าซีด แต่ท่านเจ้าคุณก็ไม่ทันสังเกตมัวครุ่นคิดเรื่องพวกคนร้าย

    “แลมันเลือกวันที่ฉันไปราชการ หากไม่มีคนในคอยช่วย มันจะรู้ถึงเพียงนี้เชียวรึ เสียดาย...ฉันไม่รู้ว่าเป็นใคร”

    ooooooo

    แม้จะรอดพ้นจากความสงสัยของสามีไปได้ แต่บุญมีก็หายใจไม่ทั่วท้องเสียวสันหลังวาบด้วยไม่คิดมาก่อนว่าพระยาสีหโยธินจะหลักแหลมและอ่านแผนร้ายขาดขนาดนี้

    สาลี่ก็เป็นอีกคนที่ใจไม่ดีเพราะทำเรื่องไว้ไม่น้อย แต่กระนั้นก็ยังปากดีนินทาและให้ร้ายเย็นลับหลังว่าอาจเป็นสายให้พวกโจรบุกมาปล้นทรัพย์สินและฆ่าผู้คนบนเรือน

    พระยาสีหโยธินผ่านมาได้ยินโดยบังเอิญ อดไม่ได้โพล่งขึ้น

    “มิใช่ฉันคิดไม่ได้ดอก แต่ฉันคิดส่งเดชไม่ได้ต่างหาก”

    สาลี่หน้าเสียกลัวถูกสามีลงโทษ แต่ท่านเจ้าคุณก็ไม่ได้ทำอะไรนอกจากตำหนิเสียงเข้ม

    “แม่สาลี่จะเกลียดชังเย็นหรือใครก็ตาม แต่หน้าที่ของฉัน คือให้ความเป็นธรรมกับทุกคนในเรือนนี้”

    คำพูดเหมือนจะเข้าข้างเย็นทำให้สาลี่หมั่นไส้ และทิฐิไม่ยอมลงให้สามี

    “ฉันก็พูดไปตามเนื้อผ้า คิดสงสัยกระไรก็ว่าไปตามนั้น นังเย็นมันมาจากทาส เป็นขี้ข้าในเรือน ถ้ามันจะโลภอยากได้ของนาย จะแปลกกระไรเล่าเจ้าคะ”

    “เหมือนที่แม่สาลี่โลภมากอยากได้ตำแหน่งคุณหญิงน่ะรึ”

    สาลี่ถึงกับหน้าตึง “นี่ท่านเจ้าคุณด่ากระทบกระเทียบฉันรึ”

    “อย่าคิดว่าฉันไม่รู้ ว่าแม่สาลี่ต้องการกระไร แต่ที่ผ่านมา ฉันรู้ตัวว่าฉันผิดนัก ที่ไม่อาจยกย่องเชิดชูแม่สาลี่ สมกับที่รับปากพ่อของแม่สาลี่ไว้ได้ ฉันจึงแกล้งเอาหูไปนาเอาตาไปไร่เสีย แต่ถ้าแม่สาลี่ยังพาลพาโล เที่ยวกล่าวโทษใส่ร้ายคนอื่นอีก ฉันก็ไม่เกรงใจเหมือนกัน!”

    พูดจบก็ผลุนผลันจากไปทิ้งสาลี่ให้มองตามด้วยความเจ็บใจก่อนจะหันไปพูดกับแอบ

    “ข้าตัดสินใจแล้ว นอกจากลูกของข้า ท่านเจ้าคุณไม่ควรมีลูกคนอื่นอีกเลย...แม้แต่คนเดียว!”

    พระยาสีหโยธินอารมณ์เสียมาก จนเมื่อได้ฟังเสียงขลุ่ยของเย็นในคืนเดียวกันถึงได้สงบลงบ้าง เย็นเห็นเขามีสีหน้าตึงเครียดเหมือนมีอะไรในใจตลอดเวลาก็อดถามไถ่ด้วยความเป็นห่วงไม่ได้

    “ฉันเป็นคนเขลา ไร้ปัญญา แต่หากมีสิ่งใดแบ่งเบาความไม่สบายใจของท่านเจ้าคุณได้ ฉันก็เต็มใจทำเจ้าค่ะ”

    ใบหน้าสวยหวานและท่าทางแสนซื่อของเย็นทำให้ท่านเจ้าคุณแอบรู้สึกผิดที่เก็บเรื่องสงสัยและคำพูดคนอื่นมาคิดมากทำให้ระแวงในตัวเธอ หลังจากนั้นจึงเลิกคิดพร้อมกับถอนใจยาว

    “แม่เย็น...ความทุกข์ฉันนั้นมีหลายข้อ แต่ไม่มีทุกข์ใดจะยิ่งใหญ่ไปกว่าการไม่มีแม่เย็นอยู่ข้างกายฉันอีกแล้ว”

    “ท่านเจ้าคุณพูดแปลก ก็ฉันอยู่กับท่านเจ้าคุณอยู่แล้วอย่างไรเจ้าคะ”

    “ใช่...แม่เย็นอยู่กับฉันแล้ว แลฉันจะไม่มีวันยอมสูญเสียแม่เย็นไปเป็นอันขาด มิว่าใครจะพูดกระไร ฉันก็หาใส่ใจไม่ ฉันจะเชื่อในตัวแม่เย็นเท่านั้น...ฉันรักแม่เย็นนะ”

    “เจ้าค่ะ...ฉันก็รักท่านเจ้าคุณ รักมากเหลือเกินเจ้าค่ะ”

    ooooooo

    พระยาสีหโยธินปรึกษาหารือเรื่องโจรปล้นเรือนกับนครบาล เลยได้ข้อน่าคิดมาประการหนึ่งคือพวกโจรอาจได้รับเบาะแส หรือรู้ถึงที่ทางต่างๆบนเรือนจากคนใน และคนน่าสงสัยที่สุด...ก็หนีไม่พ้นเที่ยง

    ความระแวงและหึงหวงก่อนหน้าทำให้พระยาสีหโยธินไม่รั้งรอจะสืบหาความจริงด้วยตัวเอง และเมื่อเห็นอดีตทาสหนุ่มมีอาการบาดเจ็บแต่ยังฝืนทำงานก็อดถามอย่างจับผิดไม่ได้

    “ข้าให้รางวัลเอ็งไปก็ไม่น้อย ไม่หยุดทำงานเพื่อรักษาตัวก่อนเล่า”

    “กระผมรับรางวัล เพื่อสนองเมตตาที่ท่านเจ้าคุณมีให้ หากไม่รับไว้ ก็เป็นการไม่รู้ที่ต่ำที่สูงขอรับ”

    “แสดงว่าเอ็งไม่เต็มใจรับรางวัลจากข้า เอ็งนี่มันหยิ่งจองหองนัก แต่ครั้งที่เป็นทาสแล้ว ยิ่งได้เป็นไท ก็ยิ่งจองหองกว่าเดิม ข้าอยากได้น้ำตาลของเอ็งไปทำขนม เอ็งขายเท่าไหร่รึ”

    เที่ยงสบตาอดีตเจ้านายนิ่งพอจะเข้าใจเจตนาของอีกฝ่ายดี

    “ของพวกนี้มีคนจองแล้ว กระผมขายให้ไม่ได้ขอรับ ท่านเจ้าคุณคงไม่ได้มาที่นี่เพื่อมาซื้อน้ำตาลกระมังขอรับ”

    ระหว่างที่พระยาสีหโยธินจ้องจับผิดเที่ยง สาลี่ก็เริ่มแผนชั่วสั่งให้แอบเตรียมยาขับเลือดนำไปผสมกับยาหม้อบำรุงครรภ์ของแย้มและเย็น แต่ก็โชคไม่ดี ฟักผ่านมาที่ครัวเสียก่อน แอบเลยใส่ยาลงหม้อของเย็นได้คนเดียว

    แต่เพียงเท่านั้น สาลี่ก็พอใจแล้วและวางแผนจะแสร้งทำเป็นมีอาการบ้างเพื่อไม่ให้เป็นที่สงสัย แต่แอบตามเล่ห์เหลี่ยมเจ้านายสาวไม่ทันซักไซ้จนถูกเอ็ดเสียงเขียว

    “อีโง่! ถ้าข้าไม่ทำทีว่ามีอาการประหนึ่งจะแท้งลูกบ้างคนก็สงสัยกันน่ะสิว่าเป็นฝีมือข้า ชิงร้องขึ้นมาก่อนแล้วก็ตามหมอมาดูอาการเสียหน่อย คนก็สิ้นสงสัยมาถึงข้าแล้ว”

    “ฉลาดเหลือเกินเจ้าค่ะแม่คุณของบ่าว มิเพียงกำจัดขวากหนามจะมาแข่งบุญกับคุณหนูในท้องได้โดยไม่มีใครระแวงถึง ยังทำให้ท่านเจ้าคุณห่วงใยคุณสาลี่เพิ่มขึ้นด้วย จะหาใครมีปัญญาเหมือนคุณสาลี่ไม่มีอีกแล้วเจ้าค่ะ”

    จบคำก็ยื่นถ้วยยาบำรุงครรภ์ให้เจ้านายตัวเองบ้างโดยไม่รู้เลยว่ายาถ้วยนั้นมีอะไรผสมอยู่!

    แผนการของสาลี่พังไม่เป็นท่า นอกจากจะวางยาเย็นไม่สำเร็จยังนำภัยมาถึงลูกในท้องด้วยต้องแท้งลูกเสียเอง เพราะแอบหยิบยาถ้วยผิดเอาของเย็นไปให้สาลี่ โดยมีม้วนเป็นตัวการเรื่องทั้งหมด เพราะเป็นคนทำหม้อยาของสาลี่แตก บ่าวในครัวกลัวสาลี่อาละวาดเลยเทยาหม้อของเย็นไปให้แทน

    คำสาปแช่งของขาวตอนแท้งลูกเพราะถูกกรอกยาขับเลือดทำให้สาลี่ประสาทเสีย จนแม้เมื่อสามีแวะมาดูอาการ ก็ไม่วายอาละวาดพาลพาโลด้วยความคับแค้นใจ

    แย้มตามพระยาสีหโยธินมาเยี่ยมสาลี่ด้วย พยายามปลอบด้วยความเห็นใจตามประสาคนกำลังจะได้เป็นแม่ แต่อนุภรรยาคนสวยกลับไม่เห็นความดีคิดเอาเองว่าแย้มต้องการเยาะเย้ย

    แย้มหน้าเจื่อนถามเสียงอ่อน “ฉันพูดผิดตรงไหนรึ เหตุใดแม่สาลี่ต้องโกรธเคืองฉันด้วย”

    “นึกว่าฉันเป็นเด็กอมมือไม่รู้เท่ารึ ปากก็ว่าเสียใจ แต่ในใจคงระริกด้วยความสาสมใจล่ะสิ ไม่มีใครมาแข่งบุญกับลูกตัวเองแล้ว ไม่ดีใจจนเนื้อเต้นก็แปลกไปล่ะ”

    พูดจบก็ขว้างปาข้าวของใส่จนท่านเจ้าคุณต้องขอร้องให้แย้มกลับเรือนใหญ่ เพราะกลัวสาลี่โวยวายมากไปกว่านี้ คุณหญิงคนสวยเข้าใจดียอมผละไปง่ายๆ โดยมีสาลี่มองตามด้วยแววตาเคียดแค้น

    “ไปให้พ้น! นังผู้ดีตีสองหน้า อย่ามาเหยียบเรือนข้าอีก”

    ooooooo

    แอบสืบจนรู้ว่าแท้จริงสาเหตุมาจากม้วนทำให้สาลี่แท้งลูกเลยบุกไปเอาเรื่องถึงในครัว ปรี่เข้าตบไม่ยั้งมือจนฟักต้องจับแยกสั่งให้โบย และตีตรวนไว้ในเรือนขังทาสไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง

    ม้วนหน้าแตกยับโกรธมาก จนต้องไปฟ้องบุญมีให้ช่วยเอาเรื่องแอบแต่ก็ถูกเอ็ดกลับมา

    “อย่าตาขาวไปหน่อยเลยนังม้วน อีแอบโดนเข้าไปครานี้คงไม่กล้าแล้ว แลถึงข้าอยากจะเฉดหัวมันปานใด นังสาลี่ก็ต้องคอยขวางอยู่ดี ข้าจะไล่มันตามอำเภอใจได้รึ”

    ม้วนหน้าเสียร้องไห้สะอึกสะอื้นกว่าเดิม แต่บุญมีกลับไม่ยี่หระพึมพำเสียงเข้ม

    “เพียรพยายามแทบตายก็ไม่ได้มา บทจะได้...กลับได้มาโดยไม่ได้นัดหมาย”

    บุญมีสาแก่ใจเหลือเกินที่สาลี่ต้องสูญเสียลูก แม้จะไม่ได้อิจฉาริษยาเพราะไม่ได้รักใคร่ใยดีอะไรตัวสามีนัก แต่ความแค้นที่มีมานานก็ทำให้อดสมน้ำหน้าไม่ได้

    สาลี่ร้องไห้ตีโพยตีพายไม่หยุด จนพระยาสีหโยธินทำตัวไม่ถูก ได้แต่อยู่เป็นเพื่อนและปลอบใจไม่ยอมห่าง แต่อนุภรรยาคนสวยก็สติแตกเสียแล้วอาละวาดและพาลพาโลจนเขาต้องถอย

    เย็นเป็นห่วงสามีมากแอบไปดักรอหน้าเรือนของสาลี่ เมื่อเขาลงมาก็ถึงกับส่ายหน้าอ่อนใจ

    “แล้วถ้าฉันไม่ลงจากเรือน แม่เย็นมิต้องนั่งคอยทั้งคืนรึ”

    “ทั้งคืนฉันก็จะคอยเจ้าค่ะ”

    พระยาสีหโยธินซึ้งใจมาก นับวันจะยิ่งรักเย็นมากขึ้นทุกที

    “ขอบใจ...ขอบใจมากแม่เย็น แม่รู้หรือไม่...ว่าคำพูดของแม่คำนี้ เหมือนน้ำทิพย์ชโลมใจฉันแท้ๆ”

    “ฉันยังไม่ได้ทำกระไรเลยนะเจ้าคะ”

    “เพียงแม่เย็นเป็นกำลังใจให้ ก็สำคัญกว่าสิ่งใดแล้ว แม่ไม่รู้ดอกว่าฉันทุกข์ใจนัก แต่ด้วยศักดิ์พระยาสีหโยธิน ทำให้ฉันบอกใครมิได้ เพลานี้...งานราชการฉันก็ไม่มีผู้ใดวางใจ เรือนก็ถูกปล้น บ่าวไพร่ก็ตาย ลูกฉันก็มาแท้งไปอีก ฉันท้อใจนัก แต่ในความโชคร้าย...ฉันก็ยังโชคดี ที่รู้ว่ายังมีแม่เย็นอีกคนที่ไม่ทอดทิ้งฉัน”

    “ถึงแม้ฉันจะไม่มีประโยชน์กระไรกับท่านเจ้าคุณ แต่ฉัน...จะไม่มีวันทอดทิ้งท่านเจ้าคุณเป็นอันขาดเจ้าค่ะ”

    ท่านเจ้าคุณดึงเมียน้อยคนโปรดมากอด ความรู้สึกอึดอัดที่โถมทับมาหลายวันค่อยๆคลายลง เหลือไว้เพียงความรู้สึกอ่อนหวานที่นานวันก็ทวีมากขึ้น จนคิดไม่ออกเลยว่าหากไม่มีเธอจะอยู่เช่นไร

    ooooooo

    วันเวลาผ่านไปเป็นเดือน สาลี่หายทุรนทุรายเรื่องลูกแล้ว แต่ยังไม่มีแก่จิตแก่ใจจะทำการใดนอกจากเข้าบ่อนเล่นโปไปวันๆ จนพระยาสีหโยธินเอือมระอามาก แต่ก็พูดอะไรไม่ได้ เพราะเคราเคยมีบุญคุณตอนเรือนถูกปล้น

    งานราชการของพระยาสีหโยธินก็ไม่มีอะไรคืบหน้า ไม่ได้รับความไว้วางใจเหมือนเดิม เพราะข่าวลือเมื่อครั้งก่อน พระมหาเทพสะใจมากแต่ก็ต้องมาหัวเสียเพราะถูกขุนนางชั้นผู้ใหญ่เรียกไปตำหนิ

    “ฉันบอกคุณพระแล้ว ว่าถ้าทำงานไม่สำเร็จตามกำหนด เราจะถูกพวกฝาหรั่งฟ้องร้อง แต่คุณพระก็ยังนอนใจจนเดือดร้อนกันไปทั่ว ฉันเองก็เถียงไม่ออกเพราะเราผิดจริง ตอนนี้ก็ทำได้แต่ขอความเมตตาจากพวกฝาหรั่งเท่านั้น”

    พระมหาเทพแก้ตัวแบบขอไปที จนขุนนางผู้ใหญ่เบื่อหน่ายและอดเปรียบเทียบกับพระยาสีหโยธินไม่ได้

    “คิดแล้วก็อดนึกถึงท่านเจ้าคุณสีหโยธินไม่ได้ ทั้งบุกป่าฝ่าดง เสี่ยงทั้งไข้ป่า สัตว์ป่า แลต้องคุมกำลังรบพุ่งเพื่อปกป้องผู้คน งานหนักหนากว่านี้นักก็ทำได้ไม่มีขาดตกบกพร่อง”

    คุณพระหนุ่มเจ็บใจมากริษยาจับใจ แต่ก็ต้องแกล้งพูดให้ดูดี

    “จริงขอรับ...กระผมก็อยากให้ท่านเจ้าคุณสีหโยธินได้กลับมาทำราชการสำคัญอีกเช่นกัน แต่เสียงครหาเรื่องสินบาทสินบนยังอื้ออึงอยู่ จะช่วยเหลือก็เกรงว่าคนอื่นจะมองว่ากระผมรู้เห็นเป็นใจ เลยไม่รู้จะทำอย่างไรดีขอรับ”

    “ก็เพราะอย่างนั้นน่ะสิ ท่านเจ้าคุณสีหโยธินถึงต้องทำแต่งานเบ็ดเตล็ดอยู่เช่นนี้”

    ขุนนางผู้ใหญ่ถอนใจยาว พระมหาเทพตั้งท่าจะพูดอะไรบางอย่างหวังยุแยงให้พระยาเกลอรักเสียหายกว่าเดิม แต่ก็ต้องผงะเมื่อได้ยินการตัดสินใจของอีกฝ่าย

    “ฉันว่า...เราควรจะเลิกเห็นแก่ขี้ปากคนเกินกว่าความดีความชอบที่ท่านเจ้าคุณสีหโยธินทำเสียที มิเช่นนั้น...ก็เท่ากับต้องเสียคนดีมีฝีมือไปคนหนึ่ง โดยไม่เป็นคุณแก่ใครเลย”

    ในที่สุดเวลาของพระยาสีหโยธินก็มาถึง พระมหาเทพรู้ดีว่าขวางขุนนางผู้ใหญ่ไม่ได้ เลยอาสาทำตัวเป็นมิตรแสนดี ส่งข่าวให้พระยาเกลอรักรู้ พระยาสีหโยธินดีใจมากยิ่งได้รู้ว่างานแรก ประเดิมการได้รับความไว้วางใจอีกครั้ง คืองานควบคุมทหาร คุ้มกันพวกสร้างทางรถไฟยิ่งปลื้มใจมาก

    พระมหาเทพมองอาการยิ้มไม่หุบของพระยาสีหโยธินด้วยแววตาริษยาสุดขีด แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากข่มอารมณ์รุนแรงไว้ จนเมื่อเจอเย็นเมียน้อยคนโปรดของเกลอรักที่ตนประทับใจไม่รู้ลืม ก็อดเกี้ยวแก้เซ็งไม่ได้ ฟักต้องมาช่วยกันไว้ไม่อยากให้เย็นข้องเกี่ยวกับคุณพระหนุ่มที่ดูอย่างไรก็ไม่น่าไว้ใจ!

    ooooooo

    สาลี่ไม่ได้ยี่หระว่าสามีจะได้กลับไปทำงานราชการหรือไม่มัวหัวเสียแทบคลั่ง เพราะมือตกเสียพนันโปจนหมดตัว แอบพยายามเตือนสติให้เลิกเล่น หรืออย่างน้อยก็เพลาๆบ้าง แต่เจ้านายสาวก็ถอนตัวไม่ขึ้นเสียแล้ว เอ็ดบ่าวสาวคนสนิทลั่น จนพระยาสีหโยธินซึ่งผ่านมาโดยบังเอิญทนไม่ไหวต้องโพล่งออกไป

    “แต่ก่อนยังจอดเรือห่างๆ แล้วเดินอ้อมเข้าเขตเรือนเอง ประเดี๋ยวนี้...ใช้ท่าน้ำหน้าเรือนเลยนะแม่สาลี่”

    “แล้วไม่ใช่เพราะฉันไปเล่นโปหรือเจ้าคะ คราที่โจรปล้นเรือน ถึงได้ตามพวกที่บ่อนมาช่วยได้”

    “ก็เพราะข้อนี้น่ะซี ฉันถึงห้ามปรามแม่สาลี่ได้ไม่เต็มปาก เป็นเหตุให้แม่สาลี่ถลำลึกลงทุกที”

    “ตกลง...ท่านเจ้าคุณดักรอฉัน ก็เพื่อจะพูดเท่านี้น่ะรึเจ้าคะ”

    “ฉันไม่อยากให้แม่สาลี่ยุ่งเกี่ยวกับการพนันอีก แม่สาลี่ทำเพื่อฉันได้หรือไม่เล่า”

    “ฉันยังมีค่าพอจะทำกระไรได้อีกหรือเจ้าคะ นึกว่าในใจท่านเจ้าคุณมีแต่คุณหญิงกับแม่เย็นเสียอีก”

    “เหตุใดแม่สาลี่ต้องประชดประชันด้วย”

    “ประชดหรือเจ้าคะ ฉันแค่พูดด้วยความเจียมตัวเท่านั้น ฉันมันไม่มีลูกแล้ว จะสู้อุ้มท้องสายเลือดของท่านเจ้าคุณได้อย่างไรเจ้าคะ ท่านเจ้าคุณสนใจแต่ลูกแต่เมียของท่านเจ้าคุณเถิดเจ้าค่ะ อย่าเกี่ยวข้องกับฉันเลย”

    สาลี่ผละไปทั้งน้ำตาน้อยใจสามียิ่งนักที่นับวันจะห่างเหิน ยิ่งเธอสูญเสียลูกเขาก็ยิ่งห่างไกล ท่านเจ้าคุณได้แต่มองตามพลางส่ายหน้าเบาๆ...อนุภรรยาคนสวยเปลี่ยนแปลงไปมากเหลือเกิน

    เย็นดีใจกับสามีด้วยได้กลับไปทำงานสำคัญอีกครั้ง และความรักของเขาที่มีต่อเธอนับวันก็มากขึ้น จนเธอแทบไม่รู้สึกว่าตัวเองเป็นแค่เมียทาส เพราะเขาก็กำนัลเธอด้วยเงินทองและข้าวของเครื่องประดับอย่างดี

    ฟักอดปลื้มใจแทนไม่ได้ แต่ก็รู้ดีว่าเย็นมีความสุขได้ไม่เต็มที่นัก

    “หาใครรู้ใจฉันเหมือนพี่ฟักเป็นไม่มี ฉันอยู่สุขสบาย มีทรัพย์สินเงินทองทุกอย่าง แต่พ่อแม่จะเป็นตายร้ายดีอย่างไรก็ไม่รู้ คิดแล้ว...ฉันมันช่างอกตัญญูนัก”

    “อกตัญญูอะไรกัน แม่เย็นก็ระลึกถึงอยู่มิได้ขาด แต่มันอยู่ไกลกัน ไปมาหาสู่ก็ไม่รู้ทาง จะให้ทำอย่างไรเล่า”

    “แต่ฉันก็อดห่วงไม่ได้อยู่ดีล่ะจ้ะ”

    “แต่ฉันว่าพ่อแม่พี่น้องแม่เย็นต้องอยู่สุขสบายดี เพราะหากทุกข์ร้อน ก็คงมาหาแม่เย็นเสียนานแล้ว ถึงแม่เย็นจะกลับบ้านไม่ได้ แต่ใช่ว่าพ่อแม่ของเย็นจะมาบ้านท่านเจ้าคุณไม่ถูกนี่นา”

    เย็นนิ่งคิดตามคำของฟัก และเห็นจริงด้วยไม่น้อยโดยไม่รู้เลยว่าทุกคนในครอบครัวต้องเป็นทุกข์มากแค่ไหน เพราะพ่อล้มป่วยหนักพืชสวนไร่นาก็ทำกำไรแทบไม่ได้ จนยืนพี่ชายคนเดียวของเย็นต้องกล่อมพ่อให้กู้เงินเพิ่ม

    พ่อไม่ยอมช้ำใจพอแล้วที่ต้องขายเย็นเป็นทาสเลยไม่อยากกู้เพิ่มอีก ยืนเลยไปเกลี้ยกล่อมแม่ ซึ่งเห็นด้วยกับเขาทุกอย่าง แต่ก็ยังไม่อยากให้เขาไปหาเย็นเพื่อกู้เพิ่มอยู่ดี เพราะเกรงอิทธิพลของพวกขุนนาง

    “เราไม่รู้ดอกพ่อยืน ว่าท่านเจ้าคุณเป็นคนเช่นไร แลระหว่างที่เย็นรับใช้อยู่ทำให้ท่านขุ่นเคืองใจหรือไม่ แต่ถ้าเขาจะหาเรื่องกลั่นแกล้ง ก็ย่อมทำได้ทั้งนั้น คนอย่างเราจะเอากระไรไปสู้ ทางที่ดี...ไม่ไปให้เกิดเรื่อง ไม่ดีกว่ารึ”

    ยืนหน้าเสียสิ่งที่เห็นและสิ่งที่ได้ยินเกี่ยวกับบรรดาขุนนางน้อยใหญ่ทำให้อดหวั่นใจไม่ได้ และด้วยความรักตัวกลัวตายนี่เองทำให้เขายับยั้งชั่งใจไว้ ไม่ไปหาเย็นอย่างที่ตั้งใจแต่แรก

    ooooooo

    วันเวลาผ่านไปอีกหลายเดือน พระยาสีหโยธินกลับไปรับราชการงานสำคัญจนลุล่วงได้รับความดีความชอบมากมายอีกครั้ง แต่ก็อดระแวงไม่ได้ทุกครั้งที่ต้องไปราชการต่างเมือง เพราะเหตุโจรปล้นเรือนเมื่อหลายเดือนก่อนทำให้หลอนเป็นห่วงบรรดาเมียและบ่าวไพร่จะเป็นอันตรายหรือตายโดยไม่จำเป็น

    ด้านสาลี่...ติดการพนันอย่างหนักฝากผีฝากไข้อะไรไม่ได้มากนัก บุญมีเลยฉวยโอกาสนี้อาสาดูแลความเรียบร้อยบนเรือนแทน และงานแรกที่ต้องรับผิดชอบก็คือตามหมอตำแย!

    แย้มกับเย็นปวดท้องจะคลอดลูกในเช้าวันเดียวกัน ร้อนถึงบ่าวไพร่ทั้งเรือนต้องวิ่งให้วุ่น โดยแรมไปตามหมอ ตำแยให้แย้ม ส่วนบุญมีกับม้วนไปตามหมออีกคนให้เย็น

    แรมทำหน้าที่ของตนได้ดี แย้มมีหมอมาช่วยทำคลอด แต่ก็ต้องหน้าเสียทั้งห้องเพราะเด็กในท้องทำท่าจะคลอดไม่ง่ายสร้างความทุกข์ทรมานให้แก่คุณหญิงคนสวยยิ่งนัก

    ส่วนบุญมี...ไม่ได้ไปตามหมอตำแยให้เย็น แต่กลับพายเรืออ้อยอิ่ง จนม้วนเริ่มนั่งไม่ติด

    “แล้วเอ็งตามหมอตำแยได้หรือไม่ เอ็งจะเดือดร้อนกระไรในเมื่อคนเจ็บท้องคลอดลูกคือนังเย็น ไม่ใช่เอ็ง”

    “นี่คุณบุญมีจะกลั่นแกล้งนังเย็นให้ต้องคลอดลูกเอง ไม่มีหมอตำแยไปทำคลอดรึเจ้าคะ”

    บุญมียิ้มร้ายแกล้งดุเสียงเข้ม “เอ็งพูดดีๆนะนังม้วน ข้าไม่เคยกลั่นแกล้งใคร อย่าหาบาปกรรมมาใส่ข้า เพียงแต่ข้าออกมาตามหมอตำแยแล้ว แต่ไม่เจอต่างหาก”

    “เจ้าค่ะ...หาไม่เจอเจ้าค่ะ แหม...แต่แรกบ่าวเห็นคุณบุญมีทำดีกับนังเย็น นึกว่าคุณบุญมีจะดีกับมันเสียอีก”

    “ที่ข้าดีกับนังเย็น เพราะเห็นว่าคุณหญิงจะยกมันขึ้นมา แลท่านเจ้าคุณกำลังหลงมันนัก น้ำเชี่ยวจึงไม่อยากเอาเรือไปขวางเพียงนั้น แต่จะให้ข้าดีกับอีทาสนั่นด้วยใจจริง อย่าหมายเลย!”

    ระหว่างที่แย้มกับเย็นเจ็บท้องจะคลอดอย่างทุกข์ทรมาน สาลี่กลับเหยียดยิ้มร้ายสาแก่ใจยิ่งนัก เมื่อรู้จากแอบว่าบุญมียังไม่กลับจากไปตามหมอตำแยให้เย็น

    “คงจะกลับมาดอก นังบุญมี...ก็ไม่ต่างจากงูเห่าดีๆ นี่เอง”

    แอบคิดตาม ตาวาว “คุณสาลี่เห็นว่าอีนังคุณบุญมี จะกลั่นแกล้งนังเย็นหรือเจ้าคะ”

    “มันทำแน่ แต่คนอย่างมันไม่รอบคอบ ทำการไม่ตลอดดอก ต่อให้คนบนเรือนใหญ่วุ่นวายเพราะคุณหญิงจะคลอดลูก แต่ก็ยังมีบ่าวผู้ชายอีกมากนัก นังฟักมันใช้ให้ไปตามหมอตำแยเมื่อใดก็ได้”

    “ถ้าเช่นนั้น...เราก็ช่วยอีนังคุณบุญมีสักคราดีหรือไม่เจ้าคะ”

    “เฉลียวฉลาดขึ้นมากนังแอบ มิเสียที...ที่รับใช้ข้ามานาน”

    ooooooo

    สาลี่ทำตามแผน ด้วยการใช้บ่าวไพร่ผู้ชายทั้งเรือนไปเก็บผลไม้ในสวนกีดกันไม่ให้ฟักหาใครไปตามหมอมาทำคลอดเย็นได้ ส่วนบุญมีก็แกล้งไม่กลับเรือน

    จนเย็นย่ำหวังให้เย็นทุกข์ทรมานจากการเจ็บท้องและ หากโชคดี...อดีตทาสสาวเมียน้อยคนโปรดที่เธอแสนชังคงจะตายทั้งกลม!

    แย้มยังไม่คลอด เพราะเด็กไม่ยอมออก ฟักไม่มีทางเลือกเลยตัดสินใจทำคลอดให้เย็นด้วยตัวเอง แล้วก็ได้ยิ้มกว้าง เมื่อลูกสาวของเย็นลืมตาดูโลกหลังจากนั้น

    “แม่เย็นไม่เสียใจรึ ที่ไม่ได้ลูกชายไว้สืบตระกูลให้ท่านเจ้าคุณ”

    “ไม่ดอกจ้ะ ถึงจะเป็นลูกสาว ฉันก็รักไม่ต่างกัน รัก...ยิ่งกว่าชีวิตฉันเองเสียอีก”

    ฟักถอนใจยาวก่อนจะยิ้มบางๆให้ “แม่เย็นไม่คิดกระไรมากก็ดีแล้ว อันที่จริง...แม่เย็นมีลูกสาวดีกว่ามีลูกชายนัก เพราะจะได้ลดความริษยาของคนในเรือนลงไปเป็นวาสนาแก่ตัวแม่เย็นแลลูกมากกว่า”

    “เอ่อ...พี่ฟักจ๊ะ แล้วคุณหญิงเล่า คลอดคุณหนูผู้ชายหรือผู้หญิงจ๊ะ...”

    แย้มเจ็บท้องมาก และรู้จากคำบอกเล่าของหมอ ตำแยว่าลูกของเธอมีปัญหาทำให้คลอดออกมาไม่ได้ คุณหญิงคนสวยจึงตัดสินใจบางอย่างซึ่งรักษาชีวิตของเธอไว้ได้ แต่ต้องสูญเสียลูกชายคนแรกไปตลอดกาล

    ความหวังและความฝันจะให้ลูกเป็นโซ่ทองคล้องใจสามีพังไม่เป็นท่า แย้มเสียใจมาก แต่เมื่อตั้งสติได้ก็สั่งให้นมแสงหยิบเงินให้หมอตำแยมากกว่าปกติถึงสามเท่าพร้อมกำชับ

    “อย่าเอาเรื่องนี้ไปบอกใครเป็นอันขาด ฉันไม่ต้องการให้คนอื่นรู้ว่าลูกฉันตาย นอกจากคนที่ฉันต้องการให้รู้”

    น้ำเสียงและสีหน้าเอาจริงของคุณหญิงคนสวย ทำให้หมอตำแยพูดไม่ออก ยิ่งอีกฝ่ายสั่งบ่าวไพร่ตามไปส่งถึงบ้าน ยิ่งมั่นใจในชะตากรรมว่าหากตนปากสว่างเรื่องคุณหนูผู้ชายที่ตายคงต้องจบชีวิตตามไปเป็นแน่

    นมแสงเข้าใจแผนการของแย้มดี และเมื่อได้รับคำยืนยันจากฟักกับเย็นว่ายังไม่มีใครรู้ว่าเย็นคลอดลูกเป็นลูกสาว ก็ตัดสินใจพาตัวไปพบคุณหญิงคนสวย

    ข่าวร้ายเรื่องลูกชายของแย้มตายหลังคลอดไม่นานทำให้เย็นตกใจมาก แต่ที่ทำให้ต้องหน้าซีดเผือดก็เมื่อคุณหญิงคนสวยขอร้องให้ยกลูกสาวคนเดียวให้

    เย็นถึงกับพูดไม่ออกไปอึดใจ ก่อนจะโพล่งขึ้น “คุณหญิงว่ากระไรนะเจ้าคะ”

    “ได้ยินไม่ผิดดอก ฉันอยากได้ลูกของเย็นมาเป็นลูกของฉัน”

    ฟักเป็นเดือดเป็นร้อนแทนเย็น จนต้องโพล่งออกไปอย่างเหลืออด

    “นี่หรือเจ้าคะคุณนม ข้อที่คุณหญิงต้องการ ปรึกษาฉันกับแม่เย็น คุณหญิงจะเอาลูกแม่เย็นไปเป็นลูกตัว แลให้แม่เย็นรับสมอ้างว่าลูกของแม่เย็นตายตอนคลอดซีนะเจ้าคะ”

    นมแสงถึงกับพูดไม่ออก เย็นสะเทือนใจมาก แต่ยังมีแก่ใจถามเหตุผลจากแย้ม

    “เพราะแม่สาลี่...เย็นก็รู้ไม่ใช่รึ ว่าแม่สาลี่ร้ายกาจเพียงใด หากท่านเจ้าคุณมีบุญคุ้มครองฉันได้ตลอดก็หากระไรไม่ แต่ถ้าท่านเจ้าคุณสิ้นบุญไปก่อน ลูกก็เป็นคนเดียวที่ปกป้องฉันได้”

    “แต่คุณหญิงกับท่านเจ้าคุณอาจจะมีลูกกันอีกก็ได้นะเจ้าคะ ทำไมต้องเอาลูกฉันไปด้วยเล่าเจ้าคะ”

    แย้มน้ำตาคลอ ระบายความเก็บกดในใจอย่างอัดอั้น “ฉันอายุไม่น้อยแล้วนะเย็น ยังมีหวังอีกรึ แลฉันรู้ตัวดีว่าท่านเจ้าคุณรักฉันแบบเพื่อนคู่คิด เกรงใจที่ฉันเป็นภรรยาเอก แต่ความเสน่หาฉันชายหญิงมันจืดจางไปมากแล้ว หากมิใช่ ฉันใช้เล่ห์ให้เย็นขึ้นมาอยู่บนเรือนใหญ่ มีรึ...ที่ฉันจะท้องขึ้นมาได้”

    เย็นถึงกับพูดไม่ออก ไม่ต่างจากฟัก...เข้าใจความจำเป็นของแย้ม แต่ก็คิดว่าไม่ควรพรากลูกพรากแม่ นมแสงไม่พอใจที่ฟักตีฝีปากกับคุณหญิงคนสวย เลยปรามเสียงเข้ม แย้มต้องโบกมือห้ามอย่างอ่อนแรง

    “อย่าว่าฟักเลยจ้ะนม ฟักพูดถูก ฉันเป็นคนใจดำแลอาจจะโหดร้ายกว่าแม่สาลี่ด้วยซ้ำ แต่คนที่ไม่ได้ยืนที่เดียวกับฉัน ไม่มีวันเข้าใจดอก เกียรติยศที่ฉันมี ก็เหมือนคนเดินบนลวดขึงระหว่างเหว ฉันจะพลาดตกไปไม่ได้เป็นอันขาด”

    ฟักขบกรามแน่น เจ็บใจแทนเย็นยิ่งนัก แต่ก็พูดมากไม่ได้ เพราะตนเป็นทาส และสิทธิ์ขาดเรื่องลูกก็อยู่ที่แม่แท้ๆอย่างเย็น แย้มอับจนด้วยหนทางและปัญญาจะเกลี้ยกล่อม เลยตัดสินใจก้มกราบเท้าเย็น

    เย็นตกใจมาก ยอบตัวไปจับไว้ “อย่าเจ้าค่ะ อย่าทำเช่นนี้ คุณหญิงมีศักดิ์สูง หาควรลดตัวมากราบฉันไม่”

    “ศักดิ์ของฉัน จะอยู่ได้อีกนานเท่าใด ถ้าไม่มีลูกให้ท่านเจ้าคุณ ช่วยฉันด้วยเถิดนะเย็น...ฉันขอร้อง”

    ooooooo

    เย็นตัดสินใจยกลูกสาวคนเดียวให้แย้ม และรับสมอ้างว่ามีลูกชาย แต่ตายตั้งแต่เพิ่งคลอด เพื่อตอบแทนบุญคุณคุณหญิงคนสวย โดยรับปากเป็นคำสัตย์จะไม่แพร่งพรายเรื่องนี้ให้ใครรู้เป็นอันขาด

    กว่าพระยาสีหโยธินจะรู้ว่าเมียหลวงกับเมียน้อยคลอดลูกก็รุ่งเช้าของวันต่อมา บุญมีเลยต้องรับศึกหนัก เพราะถูกเขาตำหนิ โทษฐานไม่ส่งคนไปแจ้งข่าวตั้งแต่ วันวาน

    สาลี่ไม่ได้ยินดียินร้ายกับลูกคนแรกของสามีนัก มัวสาแก่ใจที่ลูกชายของเย็นต้องตาย

    “นังบุญมีมันร้ายนัก เล่นเสียลูกนังเย็นตายตั้งแต่ยังไม่ลืมตาเสียด้วยซ้ำ”

    แอบหัวเราะ พร้อมสำทับด้วยความสะใจไม่แพ้กัน

    “เป็นเพราะเราช่วยส่งเสริมดอกเจ้าค่ะ ลำพังปัญญาอีนังคุณบุญมีคงทำไม่ได้ดอกเจ้าค่ะ”

    “ปากเสีย! นังบุญมีไปตามหมอตำแยมาไม่ได้ นังเย็นต้องคลอดเอง เป็นเหตุให้ลูกมันตาย เกี่ยวกระไรกับข้า”

    “เจ้าค่ะ...ไม่เกี่ยวกับแม่คุณของบ่าวเลยเจ้าค่ะ หากจะโทษ ก็ต้องโทษที่ลูกนังเย็นไม่มีบุญพอ แต่อีนังคุณหญิงยังสู้อุตส่าห์ได้ลูกมาคนหนึ่งนะเจ้าคะ คุณสาลี่เห็นว่าจะเป็นหอกข้างแคร่ต่อไปรึไม่เจ้าคะ”

    “แม้คุณหญิงจะเป็นต่อข้า แต่ลูกผู้หญิงอย่างไรก็สู้ลูกผู้ชายไม่ได้ดอก หากภายหน้า ข้ามีลูกชายให้ท่านเจ้าคุณได้ ข้าก็ยังพลิกกลับมาเหนือกว่าได้อยู่ดี สำคัญที่อีเย็นต้องไม่มีลูกชายตัดหน้าข้าเท่านั้น!”

    พระยาสีหโยธินอุ้มลูกสาวคนแรกด้วยความรักสุดหัวใจ โดยมีแย้มนอนมองด้วยความปลื้มใจ

    “ท่านเจ้าคุณไม่ถือสาหรือคะที่ไม่ได้ลูกชาย”

    “จะชายหรือหญิง ขึ้นชื่อว่าลูก ฉันก็รักเท่ากันน่ะล่ะ...จริงหรือไม่แม่แดงของพ่อ”

    “ไม่ทันไร ท่านเจ้าคุณก็ตั้งชื่อให้ลูกแล้วหรือคะ”

    “ชื่อเอาไว้เรียกเล่นเท่านั้น ชื่อจริงเอาไว้ให้ท่านพระครูตั้งให้ดีกว่า จะได้เป็นสิริมงคลแก่ตัวแม่แดงเอง”

    “ท่านเจ้าคุณรักแม่แดง ฉันก็ดีใจเจ้าค่ะ แต่ท่านเจ้าคุณต้องไม่ลืมนะเจ้าคะ ว่าท่านเจ้าคุณไม่ได้มีลูกคนเดียว”

    คำพูดของเมียหลวง ทำให้ท่านเจ้าคุณหน้าเสีย จนต้องผละไปหาเย็นที่กำลังร่ำไห้อย่างหนัก เพราะต้องสูญเสียลูกสาวคนเดียว โดยไม่มีโอกาสอุ้มชู แต่ท่านเจ้าคุณกลับเข้าใจว่าเธอเสียใจเพราะลูกตาย

    “ฉันเป็นพ่อ ฉันก็เสียใจไม่ต่างจากแม่เย็นดอก แต่ลูกเขาก็ไม่อยู่กับเราแล้ว ถึงร้องไห้จนน้ำตาเป็นสายเลือด เขาก็ไม่มีวันฟื้นขึ้นมา แม่เย็นหักอกหักใจเสียบ้างเถิด”

    “ท่านเจ้าคุณไม่เข้าใจดอกเจ้าค่ะ ความทุกข์ที่ฉันมี...มันไม่อาจบอกใครได้”

    “ทำไมพูดเช่นนั้นเล่าแม่เย็นของฉัน แม่เย็นคิดว่าฉันไม่ทุกข์ไปกับแม่รึ ฉันถึงไม่เข้าใจ แลไม่อาจบอกฉันได้ หรือแม่คิดว่าฉันได้ลูกแล้ว จะไม่สนใจไยดีลูกที่ตายไป”

    เย็นได้แต่ร้องไห้ บอกใครไม่ได้ว่าตนไม่ได้เสียใจเพราะลูกตาย แต่เสียใจเพราะเสียลูกทั้งเป็นต่างหาก ท่านเจ้าคุณดึงตัวมากอดปลอบด้วยความสงสารไม่อยากพูดอะไรมากกว่านี้กลัวเมียน้อยคนโปรดจะสะเทือนใจ

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"
    23 ต.ค. 2564

    05:50 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2564 เวลา 07:29 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์