นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    นางทาส

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: ปัดฝุ่น 'นางทาส' ลงจอ 'ป๋อ-แยม' พร้อมนำทีมพิสูจน์ฝีมือ


    ไม่ใช่แค่ม้วนและบ่าวไพร่คนอื่นที่คอยเหยียบย่ำซ้ำเติมสาลี่ บุญมีก็ไม่รอช้า หาจังหวะจิกหัวใช้งานอดีตเมียน้อยคู่ปรับ ด้วยการบังคับให้ล้างเท้า แต่สาลี่ไม่ยอมง่ายๆ จนต้องขู่

    “อย่าลืมบุญคุณข้าสิ ที่เอ็งยังเสนอหน้าอยู่ในเรือนนี้ได้ ไม่ใช่เพราะข้าออกความคิดให้เอ็งเป็นทาสในเรือนนี้ดอกรึ ลองข้าไม่พูดขึ้นมา ท่านเจ้าคุณได้เฉดหัวเอ็งไปตายข้างทางแล้ว”

    สาลี่แค้นแทบกระอัก อยากลุกไปตบให้หายคลั่ง แต่ทำได้ก็แค่ข่มอารมณ์ แล้วลงมือล้างเท้าให้บุญมี

    บุญมีสะใจมาก เยาะเสียงหยัน “คุณสาลี่...เมียคนสวยของท่านเจ้าคุณสีหโยธิน ผู้ที่ทั้งเฉลียวฉลาด ทั้งยโสจองหอง มาวันนี้กลับสิ้นท่าต้องมาล้างตีนให้ข้า เอ็งเคยคิดหรือไม่วะว่าจะมีวันนี้”

    “ไม่เคยคิดดอก แต่เมื่อเป็นไปแล้ว จะทำกระไรได้ ก็ต้องก้มหน้ารับกรรมไป”

    “ยังจะปากเก่งอีกรึนังสาลี่ ข้ารู้ว่าเอ็งคงแค้นข้าจนแทบกระอักเลือดตายอยู่แล้ว”

    “แค้นรึ...ไม่ดอก บ่าวรู้ว่าครานี้เป็นทีของคุณบุญมี บ่าวจะทำกระไรได้...รอให้ถึงวันของบ่าวบ้างก็แล้วกัน!”

    สาลี่ประกาศตัวเป็นศัตรูกับบุญมีอย่างชัดเจน และมีเรื่องกันไม่เว้นแต่ละวัน เย็นกับฟักได้แต่มองสถานการณ์ของทั้งสองด้วยความละเหี่ยใจ แต่ก็ปลงได้หลังจากนั้น โดยเฉพาะเย็น เรื่องที่เกิดกับสาลี่ ทำให้หวนคิดถึงเรื่องตัวเองอย่างบอกไม่ถูก เหลือก็แต่บุญมีเท่านั้น...จะได้รับบทเรียนเมื่อใดก็ยังไม่รู้เลย

    แต่แม้จะปลงตกแค่ไหน เย็นก็ดูดายไม่ได้ เมื่อเห็นสาลี่ซึ่งทำงานหนักอย่างไม่ปริปากบ่น ก็อดไม่ได้จะช่วยเหลือ รวมทั้งช่วยแอบจากการถูกม้วนระรานด้วย จนสาลี่นึกทึ่งในน้ำใจ เพราะเคยทำกับเย็นไว้มาก แต่อดีตเมียน้อยคนโปรดกลับไม่เคยผูกใจเจ็บ แถมช่วยเหลือทุกอย่างโดยไม่รังเกียจ
    แอบก็ซาบซึ้งในน้ำใจของเย็นไม่น้อย แต่เพราะเกลียดขี้หน้ากันมานาน เลยยอมรับได้ลำบาก สาลี่ต้องกล่อมให้เปิดใจ และขอร้องให้บ่าวคนสนิทเลิกพูดหรือปฏิบัติกับเธอเหมือนเป็นเจ้านายเสียที

    “อย่าพูดเช่นนี้สิเจ้าคะ คุณเพียงถูกเคราะห์ซ้ำกรรมซัดชั่วครู่ชั่วยามเท่านั้น พอท่านเจ้าคุณหายโกรธ คุณก็กลับไปรุ่งเรืองจำเริญเหมือนเดิม เชื่อบ่าวนะเจ้าคะ”

    “อย่าเพิ่งคิดไปไกลถึงนั่นเลย แค่ที่เอ็งยังดีกับข้า ไม่ทอดทิ้งข้าในยามยากเช่นนี้ก็นับเป็นบุญของข้านักแล้ว”

    “บ่าวจะทอดทิ้งคุณสาลี่ได้อย่างไรเจ้าคะ คิดสักนิด ก็ไม่เคยเลยเจ้าค่ะ”

    “แอบเอ๊ย...แม้แต่พี่น้องคลานตามกันมา ก็คงไม่รักข้าเท่าเอ็ง ต่อแต่นี้เราอย่าแยกนายแยกบ่าวกันอีกเลย เอ็งเป็นมิตรแท้หนึ่งเดียวในยามตกทุกข์ได้ยากของข้านับแต่นี้ เอ็งไม่ใช่บ่าวของข้า ข้าจะนับว่าเอ็งเป็นน้องสาว ของข้า”

    แอบร้องไห้โฮด้วยความซาบซึ้งใจ “แม่คุณของบ่าว...”

    ooooooo

    วันเวลาผ่านไปอีกห้าปี พระยาสีหโยธินได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นพระยาพานทอง มียศเป็นพระยาเหมือนเดิม แต่ได้รับศักดินาเพิ่มถึง
    ห้าพันไร่ แย้มกับแดงยินดีและภูมิใจมาก แต่บรรยากาศชื่นมื่นก็ต้องพังในพริบตา เมื่อแรมวิ่งมาฟ้องว่าสาลี่กับบุญมีมีเรื่องกันอีกแล้ว

    แย้มรับหน้าที่ไกล่เกลี่ยและลงโทษเหมือนเคย แต่ดูเหมือนคู่กรณีทั้งสองจะไม่หลาบจำ แถมตั้งท่าจะมีเรื่องกันอีก คุณหญิงคนสวยเลยได้แต่ปลง...หวังลมๆแล้งๆว่าสาลี่กับบุญมีจะเลิกวิวาทกันได้

    ข่าวดีเรื่องยศถาบรรดาศักดิ์ของพระยาสีหโยธิน ทำให้บุญมีดีใจมาก เพราะแผนการใส่ร้ายป้ายสีจะเป็นจริงในไม่ช้า บุญมาตามไม่ทัน นึกไม่ออกว่าการได้ดิบได้ดีของท่านเจ้าคุณจะให้ประโยชน์กับพวกตนอย่างไร แต่เที่ยงกลับเข้าใจว่าเพราะงานของท่านเจ้าคุณนับจากนี้ จะไม่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายอาวุธอีกต่อไปแล้ว

    บุญมียิ้มชอบใจ ที่ชู้รักฉลาด “เอ็งเดาถูกแล้ว

    อ้ายเที่ยง นับแต่นี้...งานของอ้ายท่านเจ้าคุณก็ไม่เป็นคุณกับอ้ายพระมหาเทพอีกแล้ว ฉะนั้น...จึงไม่มีใครมาขวางเท้าเราได้”

    บุญมาจึงถึงบางอ้อ “นอกจากจะไม่ขวาง ยังช่วยส่งเสริมเราด้วยซ้ำ อ้ายพระมหาเทพเป็นอย่างที่อ้ายเที่ยงเคยบอกจริงๆ จิตใจมันมีแต่คิดริษยาอ้ายท่านเจ้าคุณไม่เว้นวัน มีเพื่อนเช่นนี้ จะไม่ตายได้อย่างไรวะ”

    เที่ยงพยักหน้าเห็นด้วย ก่อนจะส่ายหน้าปลงๆ เมื่อคิดถึงความเลวของพระมหาเทพ

    “กระผมเอะใจมาแต่ครั้งเปรียบมวยของคุณพระแล้ว ถ้าพระมหาเทพเป็นกัลยาณมิตรจริง คงไม่จ้องจะเอาชนะกันถึงเพียงนั้น ยิ่งรู้ความจริงว่าพระมหาเทพฉ้อฉลเพียงใด กระผมก็ยิ่งมั่นใจว่าเราต้องได้รับความช่วยเหลือเป็นแน่”

    บุญมียิ้มร้าย ประกาศกร้าว “เช่นนั้น...ก็ถึงเพลาที่พวกมันต้องวิบัติฉิบหายคามือพวกเราเสียที!”

    ฟากแดง...เติบโตเป็นเด็กสาวน่ารัก แต่เอาแต่ใจอย่างร้ายกาจ เพราะมีบุญมีกับม้วนคอยให้ท้าย และวันนี้เด็กหญิงก็แสดงความเอาแต่ใจอีกครั้ง ด้วยการทำร้ายขม บ่าวคนสนิท โทษฐานตอบคำถามในห้องเรียนได้ดีกว่า

    “โอ๊ย...บ่าวทำกระไรผิดหรือเจ้าคะคุณแดง”

    “ยังมีหน้ามาถามอีกรึ เอ็งฉีกหน้าข้า ข้าเป็นนายเอ็ง เมื่อข้าท่องไม่ได้ แล้วเอ็งกล้าท่องได้อย่างไร”

    “บ่าวเพียงแต่ทำตามที่ครูท่านสั่งเท่านั้น บ่าวมิได้ตั้งใจเจ้าค่ะ”

    “เอ็งพูดเช่นนี้ ก็หมายความว่าข้าโง่กว่าเอ็งอย่างนั้นรึนังขม”

    จบคำก็ปราดไปตบตีหนักหน่วง เย็นผ่านมาเห็น ทนไม่ไหว ปรี่ไปห้าม เลยถูกเอ็ดเสียงเขียว

    “ปล่อยข้าประเดี๋ยวนี้นะนังเย็น! เอ็งกล้าเหิมเกริมกับข้าเชียวรึ”

    “บ่าวไม่กล้าเหิมเกริมดอกเจ้าค่ะ แต่บ่าวไม่อยากเห็นคุณแดงทำร้ายบ่าวไพร่เช่นนี้”

    “เหตุใดข้าจะทำไม่ได้ นังขมมันเป็นบ่าว ข้าจะทำกระไรก็ได้ทั้งนั้น”

    “เป็นบ่าวน่ะใช่เจ้าค่ะ แต่บ่าวไพร่ก็เป็นคน จะลงโทษ ก็ต้องมีเหตุอันควร หาไม่...ผู้เป็นนายก็จะเสื่อมเสียเอง”

    น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงนัยสั่งสอนของเย็น ทำให้แดงถึงกับผงะ ก่อนจะโมโหสุดขีด และตั้งท่าเอาเรื่องเต็มที่ แต่ก็ต้องชะงักกลางอากาศ เมื่อแย้มโผล่มาขัดจังหวะ

    “หยุดหยาบคายประเดี๋ยวนี้นะแม่แดง แลอย่าขึ้นอ้ายขึ้นอีกับเย็นเป็นอันขาด!”

    ooooooo

    แดงโกรธแม่มาก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เย็นไม่สบาย ใจเลย ที่คุณหญิงคนสวยหักหน้าลูกสาวคนเดียวแบบนั้น แต่แย้มกลับถอนใจยาว ก่อนจะเอ่ยขออภัยแทนแดง ที่ทำตัวก้าวร้าวไม่น่ารัก

    “เย็นอย่าถือโทษโกรธแม่แดงเลยนะ ประเดี๋ยวจะเป็นบาปติดตัวแม่แดงเสียเปล่าๆ”

    เย็นส่ายหน้าเศร้าๆ “คุณหญิงก็ทราบ ว่าบ่าวไม่มีวันโกรธเคืองคุณแดงได้ดอกเจ้าค่ะ บ่าวมีแต่ห่วงคุณแดงไม่อยากเห็นคุณแดงเติบโตและมีนิสัยใจคอเช่นนี้ติดตัวไปเลยเจ้าค่ะ”

    “แม่แดงยังเป็นไม้อ่อน พอดัดกันได้ เอาเถิด...ฉันจะเข้มงวดกับแม่แดงให้มากกว่านี้แล้วกัน”

    “อย่าหาว่าบ่าวฟ้องเลยนะเจ้าคะ แต่คุณแดงถูกตามใจมากเกินไป โดยจำเพาะคุณบุญมี ตามใจคุณแดงมากกว่าใคร บ่าวหวั่นใจว่าคุณบุญมีจะไม่หวังดีกับคุณแดงเจ้าค่ะ”

    แต่แย้มไม่คิดเช่นนั้น “หลายปีมานี่ ฉันก็จับตาดูแม่บุญมีอยู่ แต่แม่บุญมีก็ไม่เคยก่อเรื่องกระไร อีกข้อที่ตามใจแม่แดงนั้น อาจเป็นเพราะเสียพ่อรุ่งไป เลยรักแลตามใจแม่แดงมากเกิน เย็นอย่าคิดระแวงไปเลย”

    “เจ้าค่ะ...บ่าวก็หวังให้เป็นเช่นนั้น เอ่อ...แล้วเรื่องคุณบุญมี คุณหญิงจะจัดการอย่างไรต่อไปเจ้าคะ”

    “ก็อย่างที่ฉันบอก เมื่อแม่บุญมีไม่ก่อเรื่องอีก ฉันก็ทำกระไรลำบาก บางที...ที่แม่บุญมีกระทำเรื่องร้ายกาจ อาจเป็นเพราะต้องการเป็นหนึ่งเท่านั้น แต่พอพ่อรุ่งตาย ก็เลยหมดฤทธิ์แล้วก็เป็นได้”

    เย็นไม่มีวันเชื่อว่าบุญมีจะสิ้นฤทธิ์ เช่นเดียวกับพระยาสีหโยธิน คาใจมาหลายปี ว่าเหตุใดตนถึงถูกร้องเรียนว่าทุจริตในงานราชการหลายครั้ง ไม่เว้นแม้แต่เมื่อไม่กี่วันก่อน ทั้งที่ตนเพิ่งได้เพิ่มบรรดาศักดิ์แท้ๆ แต่กลับถูกร้องเรียนถึงชั้นโรงชั้นศาล โดยที่ตนก็ไม่รู้จักฝ่ายโจทก์มาก่อน

    และเพื่อแก้ไขความสงสัย พระยาสีหโยธินเลยตัดสินใจขอความร่วมมือจากปีติ นายตำรวจหนุ่มจากนครบาลสวมรอยเป็นทนายหน้าหอคนใหม่ มาช่วยสืบหาเบาะแสในเรือน เพราะสงสัยว่าอาจมีหนอนบ่อนไส้

    การมาถึงของปีติ สร้างความตื่นเต้นให้แก่บ่าวไพร่สาวน้อยใหญ่ทั้งเรือน เพราะทนายหน้าหอคนใหม่หน้าตาหล่อเหลา ยิ้มแย้มแจ่มใสเหมือนคนอารมณ์ดีตลอดเวลา คงมีเพียงสาลี่กับแอบ สองบ่าวนายที่ไม่ยี่หระกับความหล่อนั้น โดยเฉพาะสาลี่ ที่มัวสนใจแต่เรื่องคดีความของพระยาสีหโยธิน

    “นังแอบ...ข้ารู้มาว่าท่านเจ้าคุณโดนฟ้องร้องอีก เอ็งไปสืบมาให้ข้าที ว่าเรื่องราวเป็นมาอย่างไร”

    “โถ...ถึงขั้นนี้แล้ว ยังจะห่วงท่านเจ้าคุณอีกหรือเจ้าคะ ทั้งที่ท่านเจ้าคุณไม่เคยสนใจไยดีแม่คุณของบ่าวเลย”

    “เอ็งอย่าปากมากน่า อย่างไรท่านเจ้าคุณก็เป็นผัวข้า ข้าไม่ห่วงท่านแล้วจะห่วงใครเล่า แลข้าสงสัยว่าเรื่องนี้จะมีเลศนัย มิใช่การฟ้องร้องกันธรรมดาเป็นแน่!”

    ooooooo

    การคาดเดาของสาลี่ไม่เกินจริงเลย เพราะโจทก์ร้องเรียนพระยาสีหโยธิน แท้จริงคือคนของพระมหาเทพและบุญมา ร่วมกันจ้างมาเพื่อแผนการป้ายสีครั้งยิ่งใหญ่

    เที่ยงทึ่งมาก แม้จะไม่ชอบใจเล่ห์เหลี่ยมของคุณพระหนุ่มนัก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าแผนการและ หลักฐานปลอมที่อีกฝ่ายสร้างขึ้น แนบเนียนและสมจริงเหลือเกิน

    เคราผู้สมรู้ร่วมคิดคนสำคัญของพระมหาเทพ หัวเราะชอบใจ ก่อนจะเฉลยความจริงเบื้องหลังหลักฐานเหล่านี้

    “ปลอมขึ้นมาทั้งนั้นล่ะวะ ทั้งเนื้อความ คำสั่ง แลตราประทับ แต่เอ็งไม่ต้องกลัวถูกจับได้ คุณพระทำมาแนบเนียนนัก แลไม่มีเนื้อความใดเกี่ยวข้องมาถึงคุณพระด้วย มีแต่คู่แข่งทางการค้าของคุณพระเท่านั้น ที่ต้องรับเคราะห์ไป”

    “ทั้งได้เล่นงานท่านเจ้าคุณ แลกำจัดคู่แข่ง ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว กระผมนับถือคุณพระมากนะขอรับ”

    เที่ยงแสร้งยอ ทั้งที่ในใจนึกรังเกียจ แต่พระมหาเทพก็ไม่สนใจ

    “ถือเสียว่าเป็นของกำนัลสุดท้ายที่ท่านเจ้าคุณมีข้าเป็นเกลอแล้วกัน จบคดีนี้ คงไม่ได้เจอะเจอกันอีกแล้ว!”

    แผนเล่นงานพระยาสีหโยธินดำเนินไปด้วยดี แต่พระมหาเทพกลับขอสิ่งยุ่งยากเป็นการปิดท้าย คือขอให้บุญมีกับบุญมาล่อลวงเย็นออกจากเรือน เพราะหวังและใคร่ในตัวอดีตเมียน้อยคนโปรดมานาน

    เที่ยงข่มอารมณ์โกรธไว้ ทำทีเป็นไม่รู้สึกรู้สาต่อหน้าบุญมากับบุญมี เลยทำให้สองพี่น้องตายใจ คิดว่าเที่ยงหมดอาลัยในตัวเย็นแล้ว...และแผนการขั้นต่อไปจะได้ไม่มีคนขวางให้เสียเรื่อง!

    เย็นยังไม่รู้ตัวว่าจะถูกลวงมาทำมิดีมิร้าย มัววุ่นวายใจกับอาการของแดง ที่นับวันจะทวีความรุนแรง อย่างเช่นวันนี้ที่เธอไปฟ้องคุณหญิงว่าเด็กหญิงอยากได้ใบแก้ว เพื่อที่จะไม่ต้องเข้าเรียน

    แดงโมโหมาก ปรี่ไปเอาเรื่อง เตะถังน้ำถูเรือนกระเด็น แต่เย็นกลับไม่สะทกสะท้าน

    “โกรธเคืองเรื่องกระไรหรือเจ้าคะ”

    “รู้แล้วยังมาแสร้งถามอีก เอ็งสาระแนเอาเรื่องข้าจะกินใบแก้วไปบอกคุณหญิงแม่ทำกระไร”

    เย็นยิ้มน้อยๆ อธิบายอย่างใจเย็น “ก็คุณแดงคิดจะหลอกคุณหญิง ด้วยการกินใบแก้วให้ตัวร้อน เพื่อจะได้ไม่ต้องไปเรียนไม่ใช่หรือเจ้าคะ บ่าวก็ต้องเอาไปกราบเรียนคุณหญิงน่ะซีเจ้าคะ”

    “สาระแนนัก เอ็งเป็นบ่าว มายุ่งกระไรเรื่องนาย หรือถือว่าเคยช่วยข้าตอนเจ็บป่วย เลยเจ้ากี้เจ้าการกับข้า”

    “บ่าวไม่เคยคิดเช่นนั้นเจ้าค่ะ แต่คุณแดงทำไม่ถูก การเล่าเรียนเขียนอ่านเป็นสิ่งสำคัญนัก รู้หรือไม่เจ้าคะ ว่ามีคนอีกมากที่ไม่รู้หนังสือ แต่คุณแดงเกิดมาตระกูลสูง มีโอกาสเล่าเรียน เหตุใดถึงทิ้งโอกาสนั้นไปเล่าเจ้าคะ”

    แดงโกรธมาก ชี้หน้าจะด่าเย็นเหมือนเคย แต่ปีติซึ่งเฝ้าสังเกตการณ์มาตั้งแต่ต้น ตัดสินใจปรากฏตัว

    “คุณแดงใช่หรือไม่ขอรับ อย่าหยาบคายซีขอรับ กระผมชื่อปีติ เป็นทนายหน้าหอคนใหม่ของท่านเจ้าคุณ คุณแดงยังเด็ก เมื่อกระทำไม่ถูกก็ต้องให้คนอื่นสั่งสอน มิควรจะมาโกรธเคืองนะขอรับ”

    “แต่นังเย็นมันเป็นทาส...”

    “จะเป็นนายหรือทาส ถ้าพูดในสิ่งที่ถูกที่ควรก็ยึดถือเป็นคำสอนได้ทั้งสิ้น คนฉลาดยึดถือทุกผู้คนเป็นครูเราได้ แต่คนโง่ ต่อให้ได้ฟังคำสอนดีที่สุด ก็ไม่เข้าใจดอกขอรับ คุณแดงอยากฉลาดหรืออยากโง่เล่าขอรับ...”

    ooooooo

    แดงเถียงไม่ออก ฮึดฮัดกลับเข้าเรือน โดยมีเย็นมองตามด้วยสายตาเป็นห่วง ปีติเฝ้ามองห่างๆอีกต่อ พยายามเก็บข้อมูลอย่างสุดความสามารถ โดยเฉพาะท่าทางของเย็น ที่ดูเหมือนจะไม่เกรงกลัวหรือโกรธเคืองแดงเลย ทั้งที่สถานะก็แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด เหมือนไม่ใช่แค่บ่าวกับนาย...

    เย็นกลับถึงเรือนฟักในสภาพอ่อนแรง แต่ไม่ลืมหน้าที่ประจำ คือป้อนข้าวป้อนยาให้ฟัก แต่วันนี้กลับไม่เหมือนวันอื่นๆ เพราะหัวหน้าทาสสาวไม่ได้อยู่ตามลำพัง แต่มีพระยาสีหโยธินมาเยี่ยม

    “บ่าวไม่ทราบว่าท่านเจ้าคุณจะมา ขอประทานโทษด้วยเจ้าค่ะ ท่านเจ้าคุณมีกระไรให้บ่าวรับใช้หรือเจ้าคะ”

    พระยาสีหโยธินยิ้มบางๆ “ไม่มีกระไร ฉันเพียงมาเยี่ยมเยียนฟักเท่านั้น อย่างไรฟักก็เป็นทาสรับใช้ฉันมานานกว่าใคร แต่ครั้งคุณหญิงแม่ของฉันยังอยู่ด้วยซ้ำ”

    “เป็นพระคุณเจ้าค่ะ”

    “เป็นพระคุณกระไร ฟักเจ็บป่วยมานาน ฉันได้แต่ให้หมอมารักษา แต่ไม่เคยมาเยี่ยม ต้องถือว่าใจดำมากกว่า”

    เย็นซึ้งในน้ำใจเขามาก “ท่านเจ้าคุณมีราชการมาก แลหลายปีมานี่ก็มีเรื่องเกิดขึ้นมากมาย เพียงแค่ท่านเจ้าคุณไม่ทอดทิ้งบ่าวไพร่ยามเจ็บป่วย ก็ดีเหลือเกินแล้วเจ้าค่ะ จะเรียกว่าใจดำมิได้ดอก”

    ฟักแสร้งทำเป็นป่วยเหมือนเดิม แต่ไม่วายชำเลืองมองอดีตสามีภรรยา ว่าคงมีเยื่อใยต่อกันไม่น้อย และก็จริงดังคาด เพราะการปรากฏตัวของพระยาสีหโยธินในวันนี้ ไม่ใช่แค่อยากมาเยี่ยมฟัก แต่อยากพูดคุยกับเย็นตามลำพัง

    หลังป้อนข้าวป้อนยาให้ฟักเสร็จ พระยาสีหโยธินก็พาเย็นออกจากเรือน ด้วยการพายเรือให้นั่ง เย็นลุกลี้ลุกลนมาก กวาดตามองรอบๆด้วยความไม่สบายใจและหวาดระแวง

    พระยาสีหโยธินยิ้มขำ “ฉันมิได้เอาหล่อนไปฆ่าเสียหน่อย เหตุใดต้องทำกิริยาเช่นนี้ด้วย”

    “ท่านเจ้าคุณเป็นนาย บ่าวเป็นทาส มิควรพายเรือให้บ่าวนั่ง ใครมาเห็น จะเสียราศีท่านเจ้าคุณนะเจ้าคะ”

    “ตอนออกมา ฉันไม่เห็นใคร ตอนกลับ เราก็แยกกันกลับ เพราะฉันต้องไปฟังการพิจารณาคดี จะกลัวกระไร”

    “แต่ถึงอย่างไรก็ไม่บังควรนะเจ้าคะ”

    “ปล่อยวางเรื่องนายบ่าวเถิด เพลานี้ ไม่มีพระยาสีหโยธินกับนางทาสชื่อเย็นแล้ว มีแต่แม่เย็นกับพี่สิงห์เท่านั้น”

    “ท่านเจ้าคุณยังจำได้อีกหรือเจ้าคะ”

    “ฉันไม่เคยลืมเลยต่างหาก เพียงแต่ฉันไม่มีความกล้าจะพูดออกมาเท่านั้น”

    จบคำก็พายเรือต่อจนถึงวัด เย็นได้แต่มองมาด้วยความอึดอัดใจ แม้จะสุขใจที่ได้อยู่ใกล้เขาอีกครั้ง แต่กระนั้น...ความห่างเหินที่มีมานานและเรื่องในอดีต ก็ทำให้เธอกังวล

    “บ่าว...ขอถามกระไรสักข้อได้หรือไม่เจ้าคะ”

    “คงสงสัย...ว่าทำไมฉันชวนเจ้ามาที่นี่กระมัง”

    เย็นพยักหน้ารับ พระยาสีหโยธินเลยระบายความในใจอย่างอัดอั้น

    “ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน รู้แต่ว่าฉันอยากคุยกับเย็น”

    “ท่านเจ้าคุณไม่โกรธเคืองบ่าวแล้วหรือเจ้าคะ”

    พระยาสีหโยธินถอนใจยาว “เรียกว่าปลงตกดีกว่ากระมัง อย่างที่เย็นว่า หลายปีมานี่มีเรื่องเกิดขึ้นมากมาย ทั้งสุขแลทุกข์ ดูอย่างเมื่อไม่กี่วันมานี่ ฉันเพิ่งได้เป็นพระยาพานทอง แต่ก็กลับถูกฟ้องร้องว่าทุจริตเป็นครั้งที่สาม ไม่มีสิ่งใดจีรังยั่งยืนเลย แล้วจะมามัวอาฆาตกับเรื่องแม่เย็นนอกใจฉันไปเพื่อกระไร”

    เย็นยินดีมากที่เขาไม่โกรธเคืองเธอแล้ว แต่กระนั้น... ก็อดไม่ได้จะสาบาน เพราะอยากลบมลทินให้ตัวเอง แต่ไม่ทันเอ่ย พระยาสีหโยธินก็ยกมือปิดปากเสียก่อน

    “อย่าสาบานกระไรอีกเลย เอาเถอะ...ถ้าฉันต้องโทษจริงๆ แม่เย็นก็อโหสิให้ฉัน...”

    เย็นสะเทือนใจมาก พูดขัดขึ้น “ไม่เจ้าค่ะ ท่านเจ้าคุณเป็นคนดี คนดีต้องตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ ในเมื่อท่านเจ้าคุณไม่ได้ทุจริต ก็ไม่มีใครมาลงโทษท่านเจ้าคุณได้ดอกเจ้าค่ะ”

    สองหนุ่มสาว อดีตสามีภรรยากุมมือกันแน่นต่อหน้าพระประธาน ถ่ายทอดความห่วงหาและห่วงใยให้กันและกัน หลังจากที่ไม่ได้อยู่ใกล้ชิดแบบนี้มานานเกือบสิบปีแล้ว...

    ooooooo

    บรรยากาศหอมหวานชวนให้เย็นเคลิ้มต้องสูญสลายในพริบตา เมื่อเธอกลับถึงเรือนแล้วพบว่าฟักถูกม้วนจับใส่เปล จะเอาตัวไปรักษากับหมอนอกเมือง!

    เมื่อแย้มทราบเรื่อง ว่าบุญมีจะนำตัวฟักไปรักษา โดยไม่บอกกล่าวเย็นก่อน ก็เริ่มไม่ไว้ใจ แต่ก็ไม่กล้าหักหน้าบุญมีมากนัก ได้แต่ไกล่เกลี่ยและประนีประนอมไปตามเรื่อง

    บุญมีซึ่งมีแผนจะลวงเย็นออกจากเรือน โดยใช้ฟักเป็นเครื่องมือ เห็นท่าไม่ดี เกรงจะถูกรู้ทัน เลยพยายามพูดกดดัน จนแย้มต้องปล่อยให้เย็นไปกับฟักด้วย เพราะไม่ไว้ใจบุญมี

    แต่ถึงจะย้ำให้บุญมีเขียนแผนที่บ้านหมอให้แต่แย้มก็ยังไม่ไว้ใจ ต้องส่งจดหมายลับฝากแรมไปให้ นมแสงในคืนเดียวกัน กันไว้ดีกว่าแก้ เผื่อจะเกิดเหตุร้ายขึ้นมาจริงๆ...

    บุญมาหัวเราะชอบใจ เมื่อได้ยินเรื่องจากน้องสาว ที่หาทางล่อเย็นออกจากเรือนจนได้

    “เอ็งมันเจ้าเล่ห์เพทุบายใช่หยอก พูดเสียนังคุณหญิงต้องยอมใจให้พานังฟักมาจนได้”

    “ก็ฉันอยู่กับมันมากี่ปี ทำไมจะไม่รู้นิสัย นังคุณหญิงมันหน้าบางนัก ทนมิได้ดอก จะให้คนตราหน้ามันว่าใจดำ แลนังเย็นมันก็ระแวงฉัน จึงต้องแสร้งมารยา ไม่อยากให้มันมา มันยิ่งเดินมาตกหลุมพรางอย่างง่ายดาย”

    “ถ้ากระนั้นค่ำนี้อ้ายพระมหาเทพคงได้เสพสุขเป็นแน่ แต่เอ็งอย่าลืมย้ำกับอ้ายคุณพระด้วย ว่าสมใจแล้ว ต้องปิดปากอีเย็นเสีย อย่าให้มันมาเป็นพยานเอาผิดภายหลังได้”

    “ข้อนั้นไม่ต้องห่วงดอกพี่ อ้ายคุณพระมันจะเก็บกวาดได้ดีกว่าเราเสียอีก”

    สองพี่น้องยิ้มให้กันอย่างสาสมใจ ก่อนจะหน้าซีดเผือด เมื่อค้นพบในเวลาต่อมาว่าเที่ยงหายตัวไป!

    เวลาเดียวกัน ณ เรือนหลังหนึ่งนอกเมือง...เย็นกับฟักถูกพามาทิ้งไว้ ทั้งสองกวาดตามองรอบๆด้วยความหวาดระแวง สังหรณ์ว่าจะเกิดเรื่องไม่ดี เพราะไม่เห็นวี่แววของหมออย่างที่บุญมีแอบอ้าง

    เย็นทิ้งฟักไว้ด้านนอก แล้วเข้าสำรวจภายในเรือน ก่อนจะได้สะดุ้งสุดตัว เมื่อถูกพระมหาเทพปล้ำกอดจากด้านหลัง อดีตเมียน้อยคนโปรดดิ้นรนขัดขืนเต็มที่ แต่ก็สู้แรงคุณพระหนุ่มไม่ได้

    “เอ็งหนีไม่พ้นดอกอีเย็น นับแต่เห็นเอ็งคราแรก ข้าก็เฝ้ารอวันนี้มาตลอด คราก่อนเอ็งมีท่านเจ้าคุณมาช่วย แต่ครานี้ ต่อให้เอ็งร้องจนคอแตก ก็อย่าหวังว่าจะมีใครมาช่วยเอ็งได้เลย”

    “คราก่อน...เป็นฝีมือคุณพระเองรึ”

    “เห็นหรือไม่ ว่าข้ารักมั่นต่อเอ็งเพียงใด ยอมข้าเถิดวะ อีเย็น หากทำให้ข้าพอใจ ข้าอาจจะไว้ชีวิตเอ็งก็เป็นได้”

    ขาดคำก็ปล้ำจูบอย่างบ้าคลั่ง เย็นกรีดร้อง พยายามสู้สุดชีวิต และเกือบพลาดท่าแล้วถ้าฟักจะไม่โผล่มาช่วย พร้อมใช้มีดปอกผลไม้เล่มเล็กที่แอบขโมยมาจากเรือนใหญ่ จวกแทงพระมหาเทพอย่างจัง!

    เย็นกับฟักพยุงร่างสะบักสะบอมหนีไปตามชายป่าไม่ใกล้ไม่ไกล แต่ก็หนีพระมหาเทพไม่พ้น โดยเฉพาะฟัก ถูกปืนยาวยิงจากด้านหลังจนทรุดกับพื้น เย็นเห็นฟักอาการไม่ดี เลยพยายามอ้อนวอน แต่มีหรือคุณพระหนุ่มจะยอม

    “มึงคิดว่ากูจะหลงคำมึงอีกรึอีเย็น กูต้องเจ็บตัวเพราะมึงมามากแล้ว...มึงต้องตายทรมานกว่าอีฟักเป็นร้อยเท่า!”

    ฟักเจ็บแผลมาก แต่ยังแข็งใจหัวเราะเยาะ ทำให้พระมหาเทพหัวเสียมาก

    “ได้ยินอ้ายชายหน้าตัวเมียยิงผู้หญิงข้างหลัง มันเห่าหอนว่าต้องเจ็บตัวเพราะพวกกู ถุย! มันบ้าตัณหาราคะจนพาตัวมาหามีดกูเอง ยังมีหน้ามาโทษพวกกูอีกเหรอวะ”

    จบคำก็ควักมีดพกจะจวกแทงอีกรอบ แต่ครานี้พระมหาเทพหลบทัน และพลิกมือแทงสวนที่ท้องฟักแทน!

    เครากับพวกมาถึงพอดี และจะช่วยคุณพระหนุ่มจับตัวเย็นกับฟัก แต่ไม่ทันขยับ ก็ต้องแตกกระเจิงทั้งกลุ่ม เมื่อเที่ยงโผล่มาขวาง เปิดโอกาสให้เย็นประคองฟักหนี แต่เพียงไม่กี่อึดใจ ฟักก็ทรุดกับพื้น ไปต่อไม่ไหวแล้ว

    “เอ็งก็เจ็บไม่น้อย จะพาข้าหนีได้อย่างไร ข้าเองก็สาหัสนัก คงไม่รอดแล้ว”

    “ไม่จ้ะ...ฉันไม่ยอมให้พี่ฟักตาย แลหากต้องตายจริงๆ เราก็จะตายด้วยกัน”

    “อย่าโง่นักเลย ตายคนเดียว ย่อมดีกว่าตายสองคน เอ็งรีบหนีไป”

    “พี่มีบุญคุณกับฉันเสมอ ด้วยพ่อแม่ที่ให้กำเนิด แล้วฉันจะทิ้งพี่เอาตัวรอดคนเดียวได้รึ ไม่ไป ฉันไม่ไป!”

    “เชื่อข้าเถิดเย็นเอ๊ย ที่แล้วมา เอ็งเชื่อข้ามาตลอด ครานี้เอ็งก็ต้องเชื่อฟังข้า...เป็นครั้งสุดท้าย”

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"
    23 ต.ค. 2564

    05:50 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2564 เวลา 07:35 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์