นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    นางทาส

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: ปัดฝุ่น 'นางทาส' ลงจอ 'ป๋อ-แยม' พร้อมนำทีมพิสูจน์ฝีมือ



    แย้มไม่รู้จะตอบคำถามลูกสาวเช่นไร เพราะเย็นไม่ใช่แค่ทาสรับใช้ธรรมดา แต่เป็นแม่บังเกิดเกล้า เช่นเดียวกับบุญมี ไม่รู้จะแก้ตัวกับเที่ยงเช่นไร ที่หอบลูกมาให้เขาชื่นชมไม่ได้

    “พ่อรุ่งเริ่มรู้ความแล้ว จะเอามาให้อุ้มเหมือนแต่ก่อนได้อย่างไร เกิดพ่อรุ่งถาม ข้าก็ตอบไม่ได้ว่าเอ็งเป็นใคร”

    “ก็บอกไปซีขอรับ ว่ากระผมเป็นพ่อ...เป็นพ่อแท้ๆ เป็นพ่อบังเกิดเกล้า!”

    น้ำเสียงแข็งกร้าวและอาการดื้อรั้นของเขา ทำให้บุญมีโกรธจัด ตบหน้าเตือนสติฉาดใหญ่ ก่อนจะรู้สึกผิดขึ้นมา เมื่อเห็นท่าขบกรามแน่นด้วยความคับแค้นใจของเขา

    “เจ็บหรือไม่ ข้าขอโทษ เอ็งก็ไม่ควรยั่วโมโห ข้าเลย”

    “ช่างเถิดขอรับ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราสองคน ตบตีกัน”

    บุญมีปลอบเสียงอ่อน “ข้าก็ไม่ได้อยากตบตีเอ็งเลย ทุกครั้งที่ท่านเจ้าคุณไปราชการหัวเมือง ข้าก็หาช่องทางมาพบเอ็ง อยากอยู่กับเอ็งด้วยดี ไม่ต้องทะเลาะเบาะแว้งกันเช่นนี้”

    เที่ยงหน้าเศร้า ถอนใจยาวด้วยความอึดอัดใจ “มันคงเป็นเวรกรรมกระมังขอรับ เราสองคนคบชู้ เนรคุณต่อท่านเจ้าคุณ ถึงต้องชดใช้กรรมด้วยความอกไหม้ไส้ขมกันอยู่อย่างนี้”

    “เอ็งจะพูดเรื่องนี้ขึ้นมาอีกทำไม รู้ว่าข้าไม่อยากได้ยินก็ยังชอบพูด ที่เราต้องตบตีกัน ก็เพราะความโง่เขลาของเอ็ง พูดจาไม่เข้าหูข้าต่างหากเล่า

    เที่ยงฮึดฮัดจากไปแล้ว ทิ้งบุญมีให้กระฟัดกระเฟียดฟาดหัวฟาดหางคนเดียว โดยไม่รู้เลยว่าฟักแอบมาสอดแนมหน้าเรือน ได้ยินทุกอย่าง และไม่รอช้าจะไปบอกความจริงแก่นมแสง

    เย็นรับเป็นหน้าด่าน ไม่ให้พวกคนในเรือนพระยาสีหโยธิน โดยเฉพาะพวกบุญมีรู้ว่าฟักหายเป็นปกติและแอบออกไปข้างนอก หัวหน้าทาสสาวใหญ่เลยปรึกษาหารือเรื่องบุญมีกับนมแสงได้อย่างราบรื่น

    นมแสงฟังเรื่องทั้งหมดก็โกรธมาก “นี่ถ้าฉันไม่ติดว่ามีชนักปักหลัง เกรงว่าพูดไปจะเป็นการตีป่าให้เสือตื่นแล้วล่ะก็ ฉันก็อยากไปบอกท่านเจ้าคุณให้มาเห็นกับตาเสียประเดี๋ยวนี้เลย จะได้รู้แจ้งว่าเมียคนใดกันแน่ที่คบชู้”

    “ฉันอยากทำมากกว่าคุณนมอีกเจ้าค่ะ แต่คุณบุญมีไม่ประมาทเลย อยู่ติดเรือนเกือบทุกวัน จะออกมาก็แต่เฉพาะเพลาที่ท่านเจ้าคุณไปราชการหัวเมืองหลายวันเท่านั้น เลยมิรู้จะพาท่านเจ้าคุณมาดูได้อย่างไร”

    “งูพิษโดยแท้ ถ้ารู้มาก่อนว่ามีพี่ชายเปิดโรงฝิ่น แลเลี้ยงนักเลงไว้ ฉันจะไม่มีวันให้คุณหญิงรับมาเป็นอนุท่านเจ้าคุณเด็ดขาด เสียดาย...ที่นานปีแล้วก็ยังหาหลักฐานเอาผิดไม่ได้เสียที จึงจำต้องปล่อยเอาไว้เช่นนี้”

    “สี่ห้าปีมานี่ คุณบุญมีมิเคยก่อเรื่องกระไรอีก นอกจากนานๆจะให้คนทดสอบฉันบ้าง แล้วก็กลั่นแกล้งนังเย็นอยู่เนืองๆ ถ้าเป็นเช่นนี้เราคงหาหลักฐานไม่ได้ดอกเจ้าค่ะ”

    “ที่ไม่ก่อเรื่อง ก็เพราะกำลังเพลิดเพลินกับการปอกลอกท่านเจ้าคุณอยู่น่ะซี ตั้งแต่มีลูกชายก็กอบโกยไปไม่รู้เท่าใดแล้ว มากกว่าที่คุณหญิงได้มาเสียอีกกระมัง!”

    ooooooo

    สิ่งที่นมแสงคาดไว้ไม่ผิดเลย บุญมีไม่หยุดแค่ปอกลอกทรัพย์สินเงินทอง เครื่องประดับและของมีค่าชิ้นเล็กๆ แต่หวังจะหักหน้าสาลี่ อนุภรรยาคู่ปรับคนสำคัญ ด้วยการแย่งเรือนมาด้วย

    แต่สาลี่ก็ประกาศกร้าวจะไม่ยกเรือนให้ใครหน้าไหนทั้งนั้น พระยาสีหโยธินเลยต้องช่วยไกล่เกลี่ย

    “อันที่จริง...แม่บุญมีอยู่เรือนนี้ก็มิได้ขัดสน บ่าวไพร่ก็มากกว่าแต่ก่อน แล้วจะอยากได้เรือนแม่สาลี่ไปทำไม”

    บุญมีหงุดหงิด แต่ยังปั้นหน้าเศร้าขอความเห็นใจ “ฉันมิได้อยากได้เองดอกเจ้าค่ะ แต่ที่ทำไปก็เพราะเห็นแก่พ่อรุ่ง เรือนนี้มันเล็กนัก จะคู่ควรกับลูกชายคนเดียวของท่านเจ้าคุณสีหโยธินรึเจ้าคะ แต่ถ้าท่านเจ้าคุณเห็นว่าพ่อรุ่งเป็นแค่ลูกเมียน้อย ไม่มีศักดิ์เสมอลูกที่เกิดจากเมียหลวง ก็ไม่เป็นกระไรดอกเจ้าค่ะ”

    “ฉันไม่เคยคิดเช่นนั้นดอก จะลูกเมียไหน ฉันก็รักเท่ากัน แต่แม่สาลี่เขาไม่เต็มใจยกเรือนให้ จะให้ฉันข่มเขาโคขืนให้กินหญ้าได้รึ แลทรัพย์สมบัติใดที่ฉันให้แม่บุญมีได้ ฉันก็ให้ไปไม่น้อย แม่บุญมีอย่ายึดติดกับเรือนแม่สาลี่เลย”

    บุญมีหัวเสียมาก แต่ก็ไม่ยอมแพ้ งัดไม้ตายออกมา

    “ถึงขั้นนี้แล้ว ฉันก็คงต้องบอกความจริงแล้วเจ้าค่ะ”

    “ความจริงกระไรรึ”

    “ที่ฉันอยากได้เรือนแม่สาลี่ ก็เพราะเกรงแม่สาลี่จะใช้เรือนทำเรื่องอัปยศให้เป็นที่ครหาน่ะซีเจ้าคะ...”

    ความจริงอันน่าอัปยศของบุญมี คือสาลี่คิดใช้เรือนตัวเองเปิดบ่อน เลยถูกสามีดัดหลังด้วยการนำตำรวจไปทลายและจับกุมผีพนันทั้งหลาย โดยไม่อินังขังขอบเลยว่าอนุภรรยาคนสวยจะต้องโทษสถานใดบ้าง

    พระมหาเทพถูกเรียกตัวมาจ่ายค่าปรับแทน แถมต้องรับบททนายหน้าหอ เป็นกันชนระหว่างพระยาสีหโยธินกับสาลี่ ที่ตั้งหน้าตั้งตาแดกดันประชดประชันกันไม่เลิกกลางนครบาล

    “ฉันว่าที่สำคัญ...คือแม่สาลี่ต้องเลิกข้องแวะกับการพนันขันต่อให้ได้เสียก่อน หาไม่แล้ว คงต้องหมดเนื้อหมดตัว แลสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นอีก”

    แต่มีหรือสาลี่จะยอมง่ายๆ สวนกลับ “คงไม่มีใครต้องเดือดร้อนอีกแล้วล่ะค่ะ เพราะท่านเจ้าคุณพร้อมจะเรียกนครบาลมาจับตัวเมียได้ทุกเพลาอยู่แล้ว แล้วฉันจะไปก่อความเดือดร้อนให้ใครได้อีกเล่าเจ้าคะ”

    “ยังจะกล้าประชดประชันฉันอีกรึ ถ้าแม่สาลี่ไม่เอาเรือนฉันทำเป็นบ่อน นำพาสิ่งอัปมงคลเข้าเรือน ฉันจะต้องพานครบาลไปจับหรือ แลคิดว่าฉันไม่อับอายรึ ที่ต้องจับเมียตัวเอง!”

    พระยาสีหโยธินผละไปแล้ว ทิ้งสาลี่ให้มองตามเคืองๆ ก่อนจะหันไปยิ้มประจบกับพระมหาเทพที่มีน้ำใจช่วยจ่ายค่าปรับให้ แต่กระนั้นก็ต้องหุบยิ้มโดยพลัน เมื่อได้ยินว่าความช่วยเหลือนั้น ต้องแลกมาด้วยภารกิจใด...

    ooooooo

    แต่ถึงสาลี่จะก่อเรื่องมากแค่ไหน พระยาสีหโยธินก็ยังยิ้มออก เมื่อรู้ว่าตนได้รับความดีความชอบ จนมีศักดินามากขึ้น ถือเป็นความสำเร็จครั้งใหญ่
    ในชีวิตข้าราชการ

    แดงพยายามปะเหลาะเอาใจพ่อ ตามที่แย้มกับแรมสอน แต่ก็ดูจะไม่ค่อยได้รับความสนใจมากเท่ารุ่ง ลูกชายคนเดียวจากบุญมี จนคุณหญิงคนสวยหนักใจมาก เพราะนับวัน สามีก็รักและหลงลูกชายมากขึ้นทุกที

    โทษของสาลี่ไม่ได้จบแค่ความหมางเมินของท่านเจ้าคุณเท่านั้น แต่ต้องเสียเรือนอันหวงแหนมานานให้บุญมีอีกด้วย สร้างความขุ่นแค้นใจให้แก่เธอเป็นอย่างมาก ยิ่งถูกบุญมีเยาะเย้ยถากถาง ยิ่งช้ำใจแทบกระอัก

    “แม่สาลี่ย้ายไปอยู่เรือนใหญ่แล้ว ก็สำนึกบุญคุณคุณหญิงท่านให้มากๆล่ะ คราก่อน...ก็ได้คุณหญิงใช้หนี้พนันแทนให้ มาครานี้ท่านยังเมตตาให้ที่ซุกหัวนอนอีก”

    วาจาเชือดเฉือนและท่าทางโอหังของบุญมี ทำให้สาลี่คิดเอาคืนด้วยการวางเพลิงเผาเรือนตัวเอง บุญมีแทบเต้น เมื่อเห็นควันโขมงบนเรือนกว้างขวาง แล้วก็เป็นฝ่ายหน้าตึงตัวชาบ้าง เมื่อได้ยินถ้อยคำแดกดันของสาลี่

    “ฉันเคยบอกแล้วมิใช่รึ ว่าสิ่งใดที่ฉันไม่ได้ คนอื่นก็อย่าหวังว่าจะได้ อย่ามัวต่อล้อต่อเถียงกับฉันเลย รีบดับไฟเข้าเถิดแม่บุญมี ก่อนจะลามไปทั้งเรือน หากชักช้า สิ่งที่แม่บุญมีจะได้ครอบครองก็คงมีแต่ซากเศษไม้ไหม้ๆเท่านั้น”

    เมื่อแย้มรู้เรื่อง ก็อดไม่ได้จะปราม แต่สาลี่กลับมองเป็นการสั่งสอนอันสมควร

    “การสั่งสอนคนแต่ละคน ย่อมหนักเบาไม่เท่ากัน แลกับคนประเภทแม่บุญมี...จะพูดดีด้วย หรือทำเป็นทองไม่รู้ร้อนแบบคุณหญิงทำ รอวันมันลามขึ้นหัว ฉันยอมไม่ได้เด็ดขาด!”

    “ฉันยังไม่เห็นว่าจะมีใครกล้าลามขึ้นหัวฉันอย่างที่แม่สาลี่พูดสักคน แม่สาลี่เข้าใจผิดแล้วกระมัง”

    สาลี่หัวเราะชอบใจ เอ่ยเสียงหยัน “อย่าอำพรางกันเพราะกลัวเสียหน้าเลยเจ้าค่ะคุณหญิง บางครา...ศัตรูยังเข้าใจกันมากกว่ามิตรอีกนะเจ้าคะ แลที่ฉันเตือน ก็มิได้จะเยาะเย้ยถากถาง แต่เห็นว่าคุณหญิงมีน้ำใจช่วยเหลือฉัน ก็เลยเตือนสติไว้ ว่าการใช้แต่พระคุณกับคนที่กำลังเหิมเกริม มันไม่ช่วยกระไรดอกเจ้าค่ะ”

    แย้มถึงกับเถียงไม่ออก เพราะสาลี่พูดถูกทุกอย่าง... คนอย่างบุญมี ทำบุญด้วยไม่ขึ้นจริงๆ...

    แม้จะเผาเรือนไหม้ไปเป็นแถบ แต่กรรมสิทธิ์ในเรือนก็ถูกบุญมียึดไว้อยู่ดี สาลี่เลยต้องหอบข้าวของและสมบัติพัสถานไปอยู่เรือนใหญ่กับแย้ม แอบมาช่วยเก็บตามประสาบ่าวผู้จงรัก และอดแปลกใจไม่ได้ เมื่อเห็นกล่องใต้เตียง ถูกล่ามกุญแจไว้อย่างแน่นหนา สาลี่มีสีหน้าขรึมลง ก่อนจะสั่งขาดห้ามแตะต้อง

    “เอ็งอย่ารู้เลยว่าข้างในมันคือสิ่งใด แต่ไม่ใช่ว่าข้าไม่ไว้ใจเอ็งดอกนะ แต่ข้าไม่อยากให้เอ็งติดร่างแหไปด้วย”

    “ร้ายแรงถึงขั้นนั้นเชียวรึเจ้าคะ”

    “ข้าเพียงแต่เตรียมพร้อมไว้ อาจมิต้องใช้ก็เป็นได้ แต่ถ้าข้าต้องใช้มัน ข้าก็จะทำเพื่อปกป้องคนที่ข้ารัก!”

    ooooooo

    เย็นเฝ้ามองความวุ่นวายและความเป็นไปของบรรดาเมียท่านเจ้าคุณด้วยท่าทางหนักใจ แต่ก็ทำกระไรไม่ได้มาก นอกจากทำใจให้นิ่ง และหันไปทุ่มความสนใจให้แดง ซึ่งเจริญเติบโตมากขึ้นทุกวัน

    แดงยังหวาดระแวงเย็น เพราะถูกบุญมีเสี้ยมสอนมาตลอด ว่าเย็นเป็นทาสน่ารังเกียจ แต่กระนั้น...ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าสิ่งดีๆที่เย็นทำให้ ทั้งการดูแลเอาใจใส่และอาหารการกิน ไม่มีขาดตกบกพร่องเลย

    ส่วนสาลี่...แม้จะเลิกการพนันเด็ดขาด แต่ก็หวนสู่วงจรเดิมๆ คือช่วยพระมหาเทพทุจริตงานราชการ ด้วยการแอบคัดลอกข้อมูลลับบางอย่างจากเอกสารของสามี แต่ครั้งนี้ยิ่งใหญ่และรุนแรงมากกว่าทุกครั้ง คุณพระหนุ่มเลยดึงคนมาช่วย ได้แก่เคราลูกน้องเก่า และบุญมา อั้งยี่หนุ่มเจ้าของโรงฝิ่นใหญ่ประจำพระนคร

    สาลี่คุ้นหน้าคุ้นตาบุญมาอย่างบอกไม่ถูก แต่นึกเท่าใดก็นึกไม่ออก ว่าอั้งยี่หนุ่มเป็นใครมาจากไหน เมื่อเรื่องรู้ไปถึงหูบุญมีในค่ำวันหนึ่ง สองพี่น้องอั้งยี่ก็หัวเราะชอบใจใหญ่ ที่โชคชะตาบันดาลโอกาสทองมาให้แล้ว

    “นึกไม่ถึงจริงๆว่าพวกมันทำชั่วมานานปี โดยที่อ้ายท่านเจ้าคุณไม่ระแคะระคายเลยแม้แต่น้อย ช่างโง่เง่านัก”

    บุญมีแสยะยิ้มร้าย “อย่าว่าแต่ท่านเจ้าคุณเลย ฉันก็ไม่รู้ ว่านังสาลี่จะมีส่วนกับเขาด้วย มิน่าเล่า...ก่อนที่มันจะถูกผีพนันเข้าสิง ถึงได้เฟื่องฟูทำตัวเทียมคุณหญิงได้ ที่แท้ก็มีลู่ทางหาเงินทองเช่นนี้เอง”

    “แต่ตอนนี้พวกมันเดินเอาคอมาพาดเขียงแล้ว ก็จัดการมันคราเดียวให้สิ้นซากไปเลย!”

    แต่บุญมีไม่เห็นด้วย และคิดว่าควรอ่อยเหยื่อ ช่วยพวกพระมหาเทพทำเรื่องทุจริต

    “เราช่วย...เพื่อหาช่องป้ายความผิดไปให้ท่านเจ้าคุณ ครานี้...สถานเบาก็ติดคุก สถานหนักก็ถึงประหาร”

    “แล้วหากโทษลามมาถึงริบทรัพย์เล่า ที่เราทำมาจะไม่เสียเปล่ารึ”

    “เรื่องนี้พี่ไม่ต้องห่วง ฉันยักย้ายถ่ายเทไว้ไม่น้อย กว่าจะได้หลักฐานมากพอจัดการท่านเจ้าคุณ เราก็คงมีอีกมากโข ได้ทั้งสมบัติ ทั้งพวกมันฉิบหายต่อหน้า จะมีกระไรสาแก่ใจไปกว่านี้อีก”

    สองพี่น้องอั้งยี่หัวเราะลั่นด้วยความสะใจในหายนะของพระยาสีหโยธิน โดยไม่รู้เลยว่าเที่ยงแอบได้ยินทุกอย่างจากด้านนอก กลุ้มใจมาก เพราะถึงตนจะไม่ชอบสิ่งที่ท่านเจ้าคุณทำกับเย็น แต่ก็ไม่คิดจะให้ฉิบหายถึงเพียงนี้...

    แต่คนที่ต้องรับเคราะห์ก่อนพระยาสีหโยธิน ก็คือเย็น ถูกบุญมีเอาหางกระเบนเฆี่ยนจนหลังแตกยับ เพียงเพราะดันอยู่ผิดที่ผิดเวลา ช่วยชีวิตรุ่งที่ตกน้ำเพราะความเลินเล่อของแดง

    รุ่งตกน้ำเลยเป็นไข้ แต่ก็ไม่หนักหนาจนรักษาไม่ได้ แย้มเลยอาสาช่วยสอบสวน ว่าใครเป็นคนทำให้คุณหนูคนเล็กตกน้ำ แต่บุญมีอคติและคิดหาเรื่องเย็น

    อยู่แล้ว ไม่สนใจ สั่งให้มัดเย็นกับขื่อและเฆี่ยนตีอย่างโหดเหี้ยม!

    “อีเย็น! มึงสารภาพมาประเดี๋ยวนี้ ว่ามึงเป็นคนทำลูกกูตกน้ำใช่หรือไม่”

    เย็นละล่ำละลักปฏิเสธ แต่ก็บอกไม่ได้เช่นกันว่าแดงเป็นคนทำน้องชายตกน้ำ บุญมีเลยฉวยโอกาสทำโทษจนหลังแตกยับ แดงทนรู้สึกผิดไม่ไหว วิ่งไปฟ้องแย้มให้มาช่วยห้าม แต่บุญมีกำลังโมโห เลยแหวใส่เสียงเขียว

    “ไม่ได้! ใครจะแก้มัดอีเย็นไม่ได้ทั้งนั้น พ่อรุ่งถูกแกล้งจนตกน้ำได้ไข้ คุณหญิงยังไม่ไยดี คิดจะช่วยนังเย็นบ่าวคนโปรดให้พ้นผิดอีกหรือเจ้าคะ ฉันเกรงว่าท่านเจ้าคุณทราบเรื่องคงไม่พอใจเป็นแน่”

    “หากไม่พอใจสิ่งใด ก็ให้ท่านเจ้าคุณมาพูดกับฉันผู้เป็นเมียหลวงเองเถิด มิต้องรบกวนให้แม่บุญมีห่วงใยดอก”

    “คุณหญิงทำเช่นนี้ ก็เท่ากับไม่ให้ความเป็นธรรมกับพ่อรุ่งนะเจ้าคะ”

    “ความเป็นธรรม...มิใช่การแก้แค้นนะแม่บุญมี สิ่งที่แม่บุญมีกำลังทำกับเย็น คือเจ็บแค้นแทนลูกแล้วไปลงกับคนอื่น แต่ความเป็นธรรมของฉัน คือการไต่สวนให้รู้ถูกผิด แลลงโทษตามกฎมิใช่ตามอำเภอใจ”

    บุญมีขบกรามแน่น เจ็บใจมากแต่ก็ไม่กล้างัดกับแย้มตรงๆ แรมเห็นดังนั้น เลยแกล้งพูดสั่งทาสคนอื่นๆ

    “ฟังที่คุณหญิงพูดไม่ออกรึ แก้มัดนังเย็น แล้วพาไปรักษาตัวที่เรือนใหญ่ ใครมีหน้าที่หาหยูกยาก็ไปจัดการเสีย”

    ทาสคนอื่นกุลีกุจอช่วยแก้มัดเย็นและพาตัวออกไป แรมเลยถือโอกาสพูดทิ้งท้ายแทนเจ้านาย

    “อย่าให้คุณหญิงท่านต้องใช้อำนาจในฐานะ... เมียหลวงของท่านเจ้าคุณเล่นงานกับพวกเอ็งเลย”

    ooooooo

    เรื่องเย็นถูกบุญมีเฆี่ยนอย่างโหดเหี้ยมกลายเป็นเรื่องโจษจันของบ่าวไพร่ทั้งเรือน ไม่เว้นแม้แต่สาลี่ จนถึงกับเปรยกับแอบด้วยความแปลกใจ ว่าเพราะเหตุใดบุญมีถึงใจร้ายใจดำกับเย็นนัก

    เรื่องของเย็นยังไม่ได้คำตอบ สาลี่ก็ต้องปัดความสงสัยนั้นทิ้ง เพราะมีภารกิจของพระมหาเทพให้กังวลมากกว่า และวันนี้เธอก็วางแผนไว้แล้ว จะทำอาหารเลิศรสให้สามีเพื่อลวงให้เขาตายใจ

    พระยาสีหโยธินปรายตามองมานิ่งๆ ไม่แน่ใจว่าสาลี่จะมาไม้ไหน แต่ก็ทำได้แค่พูดหยั่งเชิง

    “ไม่ต้องเอาอกเอาใจฉันดอก แค่ไม่ข้องเกี่ยวกับการพนันอีก ฉันก็ดีใจมากแล้ว”

    “ฉันไม่ได้เอาใจท่านเจ้าคุณ เพราะต้องการประจบเพื่อไถ่โทษดอกเจ้าค่ะ แต่ฉันอยากดูแลท่านเจ้าคุณจริงๆ นานแล้วนะเจ้าคะที่ฉันไม่ได้ทำสำรับให้ท่านเจ้าคุณ หรือท่านเจ้าคุณไม่อยากกินรสมือฉันแล้วเจ้าคะ”

    “เปล่าดอก แม่สาลี่ทำให้ฉันกิน ฉันจะไม่ดีใจได้อย่างไรกัน”

    ท่าทีโอนอ่อนของสามี ทำให้สาลี่ย่ามใจมาก แต่ไม่ทันปรนนิบัติให้ชื่นใจ และหาทางล้วงความลับราชการตามหวัง พระยาสีหโยธินก็ผลุนผลันไปหาแย้มเสียก่อน เมื่อได้ยินว่าเย็นถูกบุญมีใช้หางกระเบนเฆี่ยนปางตาย!

    เย็นยังไม่ได้สติ เลยถูกนำตัวไปรักษาบนเรือนใหญ่ตามคำสั่งของแย้ม เมื่อพระยาสีหโยธินมาถึง แรมเลยฟ้องว่าบุญมีทำตัวกร่างและบ้าอำนาจ จับเย็นมาเฆี่ยนโดยไม่ไต่สวน

    “แค่สงสัย...ก็ถึงกับใช้หางกระเบนเฆี่ยนเชียวรึ พยานหลักฐานกระไรก็ไม่มี แม่บุญมีทำเกินไปแล้ว”

    ท่าทางโมโหของสามี ทำให้แย้มอดหมั่นไส้ไม่ได้

    “ถ้าจำไม่ผิด เมื่อหลายปีก่อน สร้อยข้อเท้าลูกแดงหาย ท่านเจ้าคุณก็เฆี่ยนโบยเย็นเหมือนกันไม่ใช่รึเจ้าคะ”

    พระยาสีหโยธินเถียงไม่ออก เพราะแย้มพูดถูกทุกอย่าง และเหตุการณ์นี้ก็ไม่ใช่ความผิดของเย็น แดงต่างหากที่เป็นคนผิด เล่นสนุกจนทำน้องชายตกน้ำ แย้มเห็นดังนั้นเลยคิดสั่งสอนบุญมี โดยยืมมือสามี ด้วยการแสดงท่าทีเมตตากับเย็นจนเขาทนความรู้สึกผิดไม่ไหว ต้องแล่นไปเอาเรื่องบุญมีถึงเรือน

    และวิธีไถ่โทษของท่านเจ้าคุณ คือยึดเรือนสาลี่คืน ทำให้บุญมีเจ็บใจมาก แต่ยังพยายามขอให้สามีเปลี่ยนใจ

    “ฉันเคยกราบเรียนแล้วว่าพ่อรุ่งโตขึ้นทุกวัน เรือนนี้มันคับแคบเกินไปค่ะ”

    พระยาสีหโยธินมองมาด้วยแววตาเย็นชา ตอกเสียงเข้ม “ไม่ใช่ว่าต้องการหักหน้าแม่สาลี่รึ...ใช่ว่าฉันรู้ไม่เท่า แต่ฉันเห็นว่าแม่สาลี่ผิดจริง จึงไม่ทัดทานกระไร แต่ตอนนี้ฉันเห็นว่าแม่บุญมีควรอยู่เรือนนี้มากกว่า ผู้ใดทำผิดก็ควรต้องรับโทษไม่ต่างกัน พูดเท่านี้คงเข้าใจ ไม่ต้องให้ฉันแจกแจงความผิดอีกกระมัง!”

    ooooooo

    แม้ว่าแผนหักหน้าสาลี่จะพังไม่เป็นท่า แต่แผนการใหญ่จะทำลายศักดิ์ศรีและชีวิตของพระยาสีหโยธินของบุญมีกับบุญมายังดำเนินต่อไป โดยไม่มีใคร...แม้แต่พระมหาเทพและสาลี่จะล่วงรู้

    แต่โชคก็ไม่เข้าข้างบุญมีเหมือนทุกครั้ง เพราะไม่กี่เดือนต่อมา แอบซึ่งสะกดรอยตามคนหน้าเหมือนเที่ยงไป จนได้พบว่าอดีตทาสหนุ่มที่ตนหลงรักมานาน มีสัมพันธ์บางอย่างกับบุญมี!

    สาลี่ไม่อยากเชื่อหู แต่แอบก็ยืนยันกับสิ่งที่เห็นด้วยความมั่นใจ

    “สาบานเลยเจ้าค่ะ บ่าวก็ไม่อยากจะเชื่อ แต่เห็นเต็มสองตา จะไม่เชื่อก็ไม่ได้”

    “นังบุญมีมันคิดอย่างไร ถึงได้ติดต่อกับอ้ายเที่ยง หรือมันวางแผนชั่วกระไรอยู่”

    “แต่มีจับมือถือแขนกันด้วยนะเจ้าคะ หรือว่าพี่เที่ยงกับนังบุญมีจะ...”

    “หุบปากเลยนังแอบ! นังบุญมีมันมีลูกกับท่านเจ้าคุณแล้ว เรื่องจะใฝ่ต่ำทิ้งผัวพระยาไปหาอ้ายเที่ยง มีแต่คนโง่เง่าอย่างอีเย็นเท่านั้นดอกวะ เอ็งมันหึงหวงอ้ายเที่ยงจนตามืดตามัว เห็นใกล้ผู้หญิงคนไหนเป็นไม่ได้”

    “แต่เมื่อหลายปีก่อน แม่คุณของบ่าวก็เคยด่านังคุณบุญมีเรื่องใกล้ชิดพี่เที่ยงเลยนะเจ้าคะ”

    “ข้าก็หาเรื่องด่าไปอย่างนั้น จะยึดถือเป็นจริงจังไม่ได้ดอก”

    “แล้วถ้าเป็นเรื่องจริงเล่าเจ้าคะ บ่าวกล้าเอาหัวเป็นประกัน ว่าที่บ่าวเห็น ไม่ใช่แค่นายกับบ่าวแน่ๆเจ้าค่ะ”

    “ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ก็ได้เพลาที่ข้าจะเอาคืน แค้นเมื่อครั้งนังกลอย แลที่อีบุญมีทำไว้กับข้า ข้าไม่มีวันลืมดอก!”

    บุญมียังไม่รู้ตัวว่าจะถูกแฉความลับ มัวมีความสุขที่ได้เห็นเที่ยงแสดงความรักต่อรุ่ง แม้จะกอดจูบหรือมาให้เห็นตัวเป็นๆไม่ได้ แต่แค่ได้เห็นและได้แอบมองลูกชายจากมุมไกลๆก็พอแล้ว

    “เอ็งรักลูกเหลือเกินนะ”

    “มีพ่อแม่ที่ไม่รักลูกด้วยหรือขอรับ แลเพราะรัก กระผมถึงไม่อยากให้คุณบุญมีใช้พ่อรุ่งเป็นเครื่องมือแก้แค้น”

    แม้เขาจะพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไม่บ่งบอกอารมณ์ขุ่นเคืองเหมือนเคย แต่บุญมีก็หัวเสีย และเกือบมีปากเสียงกันอีกครั้ง ถ้าม้วนจะไม่โวยวายขึ้นก่อน ว่ารุ่งตัวรุมๆเหมือนจะเป็นไข้!

    ทุกคนในเรือนพระยาสีหโยธินวุ่นวายกันใหญ่ เพราะไม่ใช่แค่รุ่งที่เป็นไข้ แต่แดงก็อาการไม่ค่อยดี ตัวร้อนมาหลายวันแล้ว พระยาสีหโยธินร้อนใจมาก แล้วก็ได้ตกใจหน้าซีด เมื่อเห็นว่ามีตุ่มแดงๆขึ้นบริเวณมุมปากลูกสาวคนโต

    เมื่อบุญมีรู้เรื่องอาการของแดง ก็ร้อนรนมาก ตีโพยตีพายราวกับคนบ้า กลัวลูกชายหัวแก้วหัวแหวนจะเป็นฝีดาษ พระยาสีหโยธินเลยต้องตามหมอมาตรวจสองพี่น้อง แต่ก็ยังไม่ได้เรื่อง ต้องรออีกสองสามวันอาการจึงจะชัด

    แต่บุญมีก็ไม่วางใจ อยากให้สามีหาวิธีรักษาอื่นบ้าง “ท่านเจ้าคุณเคยให้หมอฝาหรั่งมารักษาอาการคุณแดงไม่ใช่หรือเจ้าคะ ไปตามมาอีกซีเจ้าคะ พวกฝาหรั่งมียาดีๆมาก ต้องรักษาพ่อรุ่งได้แน่”

    พระยาสีหโยธินถอนใจยาว “มิใช่ฉันไม่คิด แต่อาการยังไม่สำแดง ถึงตามมาก็ไม่มีใครรักษาได้ดอก แม่บุญมีอดใจรอสักสองสามวัน ให้รู้แน่ก่อนเถิดว่าพ่อรุ่งป่วยเป็นกระไร”

    “มัวแต่รอๆ หากพ่อรุ่งเป็นกระไรขึ้นมา จะทำอย่างไรเล่าเจ้าคะ นี่ดีนะที่คุณแดงก็ล้มป่วยด้วย หากพ่อรุ่งป่วยคนเดียว คงทอดทิ้งไม่ไยดีไปแล้ว ถึงเป็นลูกชาย แต่ไม่ใช่ลูกคุณหญิง ใครเล่าจะสนใจ!”

    ooooooo

    บุญมีไม่ใช่คนเดียวที่ประสาทเสียเพราะเป็นห่วงลูก เย็นก็กระวนกระวายไม่แพ้กัน จนต้องบากหน้าไปขอร้องอดีตสามี ให้ตนมีโอกาสดูแลแดงบ้าง พระยาสีหโยธินถึงกับอึ้ง นึกไม่ถึงว่าอดีตเมียน้อยคนโปรดจะรักลูกตนขนาดนี้

    “เมตตาบ่าวด้วยเถิดเจ้าค่ะ บ่าวอยากจะดูแลคุณแดงจริงๆ ให้บ่าวทำเถิดนะเจ้าคะ”

    “แล้วหากลูกแดงเป็นฝีดาษขึ้นมาจริงๆ เอ็งไม่กลัวติดรึ”

    “ไม่กลัวเจ้าค่ะ ต่อให้ตาย บ่าวก็ไม่กลัว ขอเพียงได้อยู่ดูแลใกล้ชิดคุณแดงเท่านั้นเจ้าค่ะ”

    น้ำใจและความดีของเธอ ทำให้ท่านเจ้าคุณพูดไม่ออกไปอึดใจ ก่อนจะตัดสินใจอนุญาต

    “แต่คืนนี้มีคนดูแลแล้ว วันพรุ่งเอ็งค่อยขึ้นไปเถิด”

    แม้หมอจะสั่งให้รอดูอาการของลูกทั้งสอง แต่พระยาสีหโยธินก็ร้อนใจมาก ต้องแล่นไปหาหมอฝรั่งแต่เช้าของวันต่อมา เพื่อขอปันยามาบรรเทาอาการ แต่โชคไม่ดีนัก เพราะเกิดโรคระบาดนอกเมือง หมอฝรั่งเลยไม่อยู่ แถมยาที่พอจะช่วยบรรเทาไข้ของแดงกับรุ่งได้ ก็เหลือพอสำหรับเจ็ดวันเท่านั้น!

    เพราะยามีจำกัด ทำให้บุญมีเต้นผาง เรียกร้องจากสามีให้ยกยาทั้งหมดให้ลูกชาย แรมเดือดร้อน แทนแดง พยายามจะยื้อแย่งยามาให้ แต่ก็ถูกม้วนขวางไว้ จนเกือบจะกลายเป็นเหตุวิวาทกลางเรือน

    แย้มทนไม่ไหว เอ็ดลั่น “หยุดประเดี๋ยวนี้ ฉันกับท่านเจ้าคุณไม่ใช่หัวหลักหัวตอ อย่ามาตบตีบนเรือนนี้เชียวนะ”

    บุญมีชะงัก แต่ยังสวนอย่างไม่ยอมแพ้ “ถ้ากระนั้น...คุณหญิงก็ดูแลคนของคุณหญิงให้ดีซีเจ้าคะ เป็นขี้ข้า...แต่มาต่อปากต่อคำกับเจ้านาย มันส่อถึงการปลูกฝังสั่งสอนมานะเจ้าคะ”

    แย้มต้องระงับอารมณ์อย่างเต็มที่ พระยาสีหโยธินเข้าใจดี เลยพยายามจะไกล่เกลี่ย

    “หยุดทะเลาะกันทุกคนน่ะล่ะ ลูกกำลังเจ็บป่วย ยังมาทะเลาะเบาะแว้งกันเองอีก”

    “ท่านเจ้าคุณต้องมอบยาให้พ่อรุ่งบรรเทาพิษไข้ซีเจ้าคะ พ่อรุ่งเป็นลูกชาย เป็นผู้สืบตระกูลนะเจ้าคะ”

    “ขึ้นชื่อว่าลูก ฉันก็รักเท่ากันทุกคน ไม่แบ่งว่าชายหญิงดอก แม่บุญมีอย่าใช้คำว่าลูกชายมาต่อรองเลย”

    พูดจบก็สั่งให้แบ่งยาเป็นสองส่วนเท่าๆกัน แต่บุญมีกับม้วนก็ยังไม่พอใจ จนแย้มต้องโพล่งออกไป

    “หมอก็บอกแล้วว่าอีกสองสามวัน อาการสำแดงออกมาชัด ก็ปรุงยารักษาได้ ได้ยาบรรเทาเท่านี้ ก็ถือว่าพอดีไม่ใช่รึ แลลูกฉันก็ได้เท่ากัน ไม่มีผู้ใดได้เปรียบเสียเปรียบดอก”

    บุญมีขบกรามแน่น เจ็บใจที่แย่งยามาให้ลูกชายไม่ได้ แต่ก็ทำกระไรไม่ได้มาก เพราะแย้มคงไม่ยอมเฉยแน่ และเมื่อสาลี่กับแอบทราบเรื่องเหตุวิวาทบนเรือนใหญ่ ก็หัวเราะชอบใจ

    “สาแก่ใจอีแอบเหลือเกินเจ้าค่ะ มิคิดเลยว่าจะได้เห็นกัดกันราวกับหมาแย่งกระดูกก็ไม่ปาน”

    “เอ็งก็เปรียบเสีย หากอีนังบุญมีหรือคุณหญิงได้ยินเข้าคงไม่แคล้วส่งเอ็งไปอยู่เรือนขังทาสเป็นแน่”

    แอบเหยียดยิ้ม จีบปากจีบคอ “ก็มันจริงนี่เจ้าคะ นี่ถ้าไม่เห็นแก่ว่าเป็นเด็กตัวเท่าเมี่ยง บ่าวอยากจะแช่งให้เป็นหนักกว่านี้อีกเจ้าค่ะ จะได้เห็นคนทุรนทุรายกันมากกว่านี้”

    “ไม่แช่งน่ะดีแล้ว เอ็งอย่าลืมว่าอ้ายเด็กสองคนนี่อาจจะเป็นฝีดาษก็เป็นได้ เกิดเข้าตัวมาจะทำอย่างไร แค่ต้องอยู่เรือนเดียวกันข้าก็ขยะแขยงเต็มทนแล้ว”

    “จริงเจ้าค่ะ...บ่าวเคยเห็นคนเป็นฝีดาษ ต่อให้รอดตายก็มีแผลเป็นทั้งตัว น่ากลัวเหลือเกินเจ้าค่ะ”

    สองนายบ่าวคงนินทาแย้มกับบุญมีสนุกปากกว่านี้ ถ้าเย็นจะไม่ผ่านมาก่อน สาลี่อดไม่ได้ กระแซะถามด้วยความอยากรู้ และก็ถึงกับอึ้ง เมื่อได้ยินว่าอดีตเมียน้อยคนโปรดอาสาไปดูแลแดงบนเรือนใหญ่...

    ooooooo

    เย็นไม่สนใจสายตาสงสัยของสาลี่ มุ่งหน้าขึ้นเรือนใหญ่เพื่อดูแลลูกสาวคนเดียว แย้มถอนใจยาว ก่อนจะเปรยปลงๆ ถึงเสียงลือหนาหูว่าแดงอาจเป็นฝีดาษ

    “ยังไม่รู้ว่าเป็นจริงหรือไม่กลัวกันเสียยกใหญ่...ระหว่างนี้ที่ยังไม่รู้โรคแน่ชัด หมอท่านกำชับนักว่าคนดูแลต้องระมัดระวังให้จงหนัก เพื่อมิให้ตนติดโรคหรือแพร่โรคออกไป ทุกครั้งที่เย็นกลับออกไป ต้องอาบน้ำอาบท่าให้สะอาด แลเสื้อผ้าทั้งของเย็นแลของลูกแดง เมื่อผลัดเปลี่ยนใหม่แล้ว ก็ต้องเผาของเก่าทิ้งเสียให้สิ้น”

    เย็นก้มหน้ารับคำ ตั้งอกตั้งใจดูแลแดงอย่างดีจนแย้มอดหวั่นไม่ได้ กลัวสายใยระหว่างแม่ลูกจะทำให้สถานะของเธอสั่นคลอน แต่ก็ไม่มีทางเลือกมากนัก เวลานี้คงไม่มีใครดูแลแดงได้ดีกว่าเย็นอีกแล้ว

    ขณะที่แดงได้รับการดูแลอย่างดี รุ่งกลับถูกละเลยและรังเกียจ เพราะม้วนกลัวติดโรค บุญมีเห็นท่าทางกระย่องกระแย่งเหมือนไม่เต็มใจจะปรนนิบัติลูกชายก็โมโหมาก เอ็ดลั่น

    “ทำกระไรของเอ็งอีม้วน! เปลี่ยนเสื้อให้พ่อรุ่งเช่นนี้ แล้วเมื่อใดจะเสร็จ”

    “พุทโธ่...คุณบุญมีเจ้าขา บ่าวก็ทำเต็มที่แล้วนะเจ้าคะ แต่...”

    ท่าทางอึกๆ อักๆ ของบ่าวคนสนิทยิ่งทำให้บุญมีเดือดจัด แหวเสียงเข้ม

    “แต่เอ็งรังเกียจลูกข้า กลัวติดโรคใช่หรือไม่ อีเนรคุณ! รังเกียจนายตัวเอง เลี้ยงเสียข้าวสุกนัก”

    “คุณหนูรุ่งเริ่มมีตุ่มขึ้นที่ปาก ที่มือแล้วนะเจ้าคะ เหมือนคนเป็นฝีดาษไม่มีผิด บ่าวกลัวว่า...”

    “อีปากเน่า! ลูกข้าต้องไม่เป็นโรคอุบาทว์อัปรีย์เช่นนั้น เอ็งกล้าแช่งลูกข้ารึอีม้วน”

    แหวจบก็ตบตีบ่าวคนสนิทพัลวัน ก่อนจะผละจากเรือนกลางดึกเพื่อปรึกษาพี่ชายกับชู้รักว่าควรรักษารุ่งด้วยวิธีใด บุญมาเสนอจะให้ซินแสนอกเมืองรักษา ส่วนเที่ยงจะไปเชิญขรัวตาซึ่งได้ยินชื่อเสียงมานานไปดูอาการลูกชาย บุญมีซาบซึ้งใจมาก แม้จิตใจจะโหดเหี้ยม แต่ก็รักลูกมาก ไม่อยากให้เป็นอะไรเลยจริงๆ

    แม้จะตกปากรับคำให้เย็นดูแลแดงได้ แต่พระยา–สีหโยธินก็ยังไม่วางใจ ชนักปักหลังในอดีตทำให้ระแวง กลัวเธอผูกใจเจ็บแล้วมาลงกับลูกสาว แต่เขาก็ต้องตะลึง เมื่อได้เห็นว่าเย็นทุ่มเทและเอาใจใส่แดงมากแค่ไหน

    แย้มเห็นสามีมีท่าทีอ่อนลงกับเย็น และเหมือนจะรู้สึกดีด้วยซ้ำ ก็ยิ่งเครียด แค่สายสัมพันธ์แม่ลูกก็ทำให้ลำบากใจแล้ว หากมีเรื่องสามีอีก คงไม่รู้จะทำตัวเช่นไร...

    หลังจากปรึกษากับบุญมาและเที่ยง บุญมีก็ขนยาขนานต่างๆ มารักษาลูกชาย หวังให้หายจากไข้ แต่ก็ทำได้แค่ให้อาการบรรเทาชั่วครั้งชั่วคราว แถมมีเรื่องวิวาทไม่เว้นแต่ละวัน โดยเฉพาะระหว่างแรมกับม้วนที่ต้องการแย่งยาบรรเทาไข้มาให้คุณหนูของตน สาลี่กับแอบได้แต่เฝ้าดูด้วยความสะใจ

    “สนุกขึ้นทุกวันนะเจ้าคะ บ่าวอยากรู้เหลือเกิน ว่าวันพรุ่งจะเกิดกระไรขึ้นบ้าง”

    “เหลือจะเดาแล้วนังแอบ เพลานี้กระไรก็เกิดได้ แม้แต่คุณหญิงลงไปตบนังบุญมีแย่งยา ข้าก็เชื่อว่าเป็นได้เลย”

    “จริงเจ้าค่ะ แหม...อยู่บนภูดูเสือกัดกันนี่มันสนุกเหลือเกินนะเจ้าคะ”

    “จะให้สนุกกว่านี้ ถ้ากัดกันจนตายทั้งคู่!”

    ooooooo

    นอกจากสาปแช่งให้แย้มกับบุญมีตีกันจนตายแล้ว สาลี่ยังไม่ลืมภารกิจสำคัญ แอบคัดลอกเอกสารลับของสามีไปให้พระมหาเทพ แลกกับเงินจำนวนไม่น้อย โดยไม่ลืมคัดลอกอีกส่วนไว้เหมือนเคย เผื่อคุณพระหนุ่มคิดไม่ซื่อ

    พระยาสีหโยธินไม่ทันระวังตัว มัวเป็นห่วงลูกรักทั้งสอง จนเมื่อแดงทำท่าว่าอาการจะดีขึ้นเพราะมีเย็นคอยดูแลอย่างดีมาตลอดหลายวัน เขาถึงเบาใจได้บ้าง และเมื่อหมอมาตรวจในอีกไม่กี่วันต่อมา ก็ถึงกับถอนใจอย่างโล่งอก เพราะผลตรวจออกมาแล้วว่าแดงไม่ได้เป็นฝีดาษ เป็นแค่โรคซางเท่านั้น

    “อาการดูน่ากลัว แต่รักษาไม่ยากนัก ถ้าโชคไม่ร้ายจริงๆ ร้อยคนจะตายสักหนึ่งเท่านั้นขอรับ”

    คำว่าตายทำให้แย้มยังระแวง จนหมอต้องยืนยันว่าแดงหายขาดแน่

    “ไม่ต้องกังวลขอรับ เพราะที่ผ่านมาได้ดูแลเป็นอย่างดี จนน่าจะพ้นช่วงอันตรายไปแล้วขอรับ”

    เย็นได้ยินว่าลูกจะหายแน่นอนก็ยิ้มกว้าง พลอยทำให้ทุกคนยินดีไปด้วย โดยเฉพาะพระยาสีหโยธิน ซาบซึ้งและรู้สึกดีกับเธอมากที่ช่วยดูแลลูกสาวอย่างดีมาตลอดหลายวัน

    แย้มเห็นท่าไม่ดี เลยตัดไฟแต่ต้นลมด้วยการสั่งให้เย็นกลับไปพัก และดูแลฟัก ส่วนแดง...จะให้แรมกับคนอื่นผลัดกันดูแลแทน พร้อมมอบเงินรางวัลให้จำนวนหนึ่ง โดยจงใจให้สามีเห็น จะได้ไม่ถลำใจไปกับเย็นอีก สถานะ เมียหลวงของเธอจะได้มั่นคง และไม่มีกระไรมาสั่นคลอนได้อีกแล้ว

    พระยาสีหโยธินไม่มีเวลามาใคร่ครวญเรื่องเย็นดูแลแดงเพราะเงินหรือเพราะสาเหตุอื่น มัวหัวเสีย เมื่อบุญมีดื้อรั้นและทิฐิ จะไม่ยอมให้หมอดูอาการของรุ่ง

    “อย่างไรท่านหมอก็มาแล้ว ก็ให้ดูอาการพ่อรุ่งเสียหน่อย จะเป็นกระไรเล่า”

    “เพิ่งมาดูอาการหลังจากที่ไปดูคุณแดงมาก่อนน่ะหรือเจ้าคะ ถ้าพ่อรุ่งอาการหนัก ก็คงตายไปแล้วเจ้าค่ะ”

    “นี่แม่บุญมีโกรธเคืองฉัน เพียงเรื่องแค่รักษาก่อนรักษาหลังนี้น่ะรึ บ้ากันไปใหญ่แล้ว”

    “เรื่องแค่นี้หรือเจ้าคะ พ่อรุ่งเป็นลูกชายคนเดียวของท่านเจ้าคุณ แต่กลับพาหมอมารักษาหลังลูกสาว อย่างนี้ก็เท่ากับเห็นพ่อรุ่งไม่สำคัญ แล้วยังต้องพูดกระไรกันอีกเจ้าคะ”

    “จะเอาอย่างนั้นก็ได้ เมื่อพูดกันไม่รู้เรื่อง ฉันก็คร้านจะอธิบายเหมือนกัน!”

    หมอหน้าเสีย ใจจริงอยากจะขอดูอาการของรุ่ง เพราะเห็นว่ากินยาหลายขนาน อาจทำให้ฤทธิ์ยาตีกันเอง แต่สีหน้าขึงขังของบุญมีก็ทำให้ไม่กล้าขัด ม้วนเห็นว่า

    รุ่งยังไม่หายดี เลยพยายามจะกล่อมเจ้านายสาวอีกแรง

    “คุณบุญมีเจ้าขา ถึงคุณหนูรุ่งจะอาการดีขึ้นมาก แต่ก็น่าจะให้หมอตรวจสักหน่อยนะเจ้าคะ แลทำเช่นนี้ มีแต่จะทำให้ท่านเจ้าคุณเคืองเอานะเจ้าคะ”

    “เอ็งมันไม่รู้กระไร ข้าจงใจทำเพื่อให้ท่านเจ้าคุณสำนึก ว่าต้องเห็นลูกชายข้าสำคัญกว่าทุกคน แลถึงท่านเจ้าคุณจะโกรธเคืองก็ไม่นานดอก เพราะท่านเจ้าคุณรักพ่อรุ่งนัก อีกสองสามวันก็ต้องมางอนง้อข้าแล้ว”

    “เป็นเช่นนี้เอง ช่างเฉลียวฉลาดเหลือเกินเจ้าค่ะ...คุณบุญมี”

    บุญมีไม่มีทางรู้เลยว่าความรั้นของตนจะก่อให้เกิดผลเสียแค่ไหน แต่เที่ยงรู้ และสังหรณ์ว่าอาจเกิดเรื่องไม่ดีกับลูกชายคนเดียว บุญมาก็พอเดาท่าทีตึงเครียดนั้นได้ เลยแอบสะกดรอยตามเที่ยงมาจนถึงเรือนพระยาสีหโยธิน

    “ข้าไม่เห็นเอ็งที่โรงฝิ่น ก็รู้แล้วว่าเอ็งต้องมาที่นี่ เอ็งก็รู้ว่าบ่าวไพร่เรือนนี้จำเอ็งได้ทุกคน ยังจะเสี่ยงอีกทำไม”

    “ฉันห่วงลูก ห่วงจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ อยากรู้เหลือเกินว่าอาการลูกเป็นอย่างไร”

    “ต้องดีขึ้นซีวะ สรรหายาดีมาให้กินขนาดนี้ แลหากอาการทรุดลง น้องข้าก็ต้องแจ้นมาแล้ว เอ็งอย่ากังวลเลย”

    เที่ยงละล้าละลัง อยากดูให้แน่ใจว่ารุ่งหายดี แต่บุญมาก็ส่งสายตาดุดันมาให้ พร้อมขู่

    “อย่าให้ข้าต้องย้ำ ว่าพวกเรากำลังทำกระไรอยู่ ถ้าสิ่งที่ข้ากับน้องพากเพียรทำมาต้องสูญเปล่าเพราะเอ็ง ข้าไม่เอาเอ็งไว้แน่ แลลูกเอ็งก็ต้องพลอยตกระกำลำบากไปด้วย คิดรึ...ว่าอ้ายเจ้าคุณรู้แล้วจะเลี้ยงดูลูกชู้สืบไป”

    เที่ยงนิ่งไปอึดใจ ก่อนจะตอบตกลง “นายบุญมาไม่ต้องขู่ฉันดอก ฉันยอมกลับแล้ว”

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    “เดียร์น่า” เล่นใหญ่ไม่ห่วงสวย ปรับลุคเป็นสาวโก๊ะ ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”

    “เดียร์น่า” เล่นใหญ่ไม่ห่วงสวย ปรับลุคเป็นสาวโก๊ะ ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”
    20 ต.ค. 2564

    09:40 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 20 ตุลาคม 2564 เวลา 20:57 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์