นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    นางทาส

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: ปัดฝุ่น 'นางทาส' ลงจอ 'ป๋อ-แยม' พร้อมนำทีมพิสูจน์ฝีมือ



    นมแสงเก็บของออกจากเรือนพระยาสีหโยธินตั้งแต่เช้า ท่ามกลางความอาลัยของแย้มกับแรม โดยไม่รู้เลยว่าแผนร้ายทุกอย่างเป็นของบุญมี ที่ส่งคนไปสับเปลี่ยนยาบำรุงที่นมแสงซื้อจากตลาด เป็นยาขับเลือด!

    ม้วนอดแปลกใจไม่ได้ เพราะไม่เห็นวี่แววมาก่อน ว่านมแสงจะแค้นเคืองเจ้านายสาวด้วยเหตุใด แต่ก็ต้องหุบปากเงียบ ไม่กล้าเซ้าซี้ เพราะถูกบุญมีขู่จะลงหวายให้หลังลายหากพูดเรื่องนี้ขึ้นมาอีก

    แต่ใครจะรู้ ว่าแผนทั้งหมด ถูกฟักซึ่งอาการดีขึ้นเรื่อยๆ จนเกือบเดินได้เป็นปกติ มองออกทุกอย่าง จนเย็นอดทึ่งในสติปัญญาและความเฉลียวฉลาด รู้ทันเล่ห์เหลี่ยมคนของหัวหน้าทาสสาวใหญ่ไม่ได้

    “ยาขับเลือดนะเอ็ง หากกินเข้าไปจริง มีรึ...คุณบุญมีจะลอยหน้าลอยตาอยู่ได้ แลเรื่องราวประจวบเหมาะเกินไป ถ้าไม่ใช่แผนกำจัดนมแสงแล้วจะเป็นกระไร”

    “คุณบุญมีคงต้องการเป็นใหญ่แทนคุณหญิง แต่คุณนมเป็นหอกข้างแคร่ เลยต้องกำจัดให้พ้นทาง”

    “รู้จักคิดขึ้นมากนี่นังเย็น เอ็งไม่ใช่เด็กสาวซื่อๆ เหมือนแต่ก่อนอีกแล้วนะ”

    “ฉันตกทุกข์ได้ยากมามาก เพราะแพ้เล่ห์ในน้ำใจคน แล้วจะไม่ให้ฉันฉลาดขึ้นได้อย่างไรเล่าจ๊ะ”

    “คุณบุญมีร้ายกาจกว่าใครในเรือนนัก โหดเหี้ยมไม่แพ้ขุนโจร เอ็งอยู่ห่างเอาไว้เป็นดี”

    เย็นพยักหน้ารับด้วยท่าทีหวาดๆจนฟักถึงกับถอนใจยาว

    “ถ้ากระนั้นเอ็งลองคิดต่อดูซี ว่าคุณบุญมีกำจัดนมแสงไปได้แล้ว คนต่อไปที่จะต้องกำจัดจะเป็นผู้ใด...”

    คนต่อมาที่บุญมีจะกำจัดให้พ้นเรือนพระยาสีหโยธิน ก็คือสาลี่ และหนทางง่ายที่สุด คงหนีไม่พ้นส่งม้วนไปป่วน ให้มีเรื่องกับแอบ จะได้หาทางโยนความผิดและความชั่วช้าให้สาลี่

    แต่แย้มก็ดันมาไกล่เกลี่ยเหตุวิวาทของสองบ่าวคนสนิทเสียก่อน บุญมีเลยต้องสงวนท่าทีไว้ ปล่อยให้สาลี่เอะอะโวยวาย เรียกร้องความเป็นธรรมให้บ่าวคนสนิทคนเดียว

    แรมรับหน้าที่สอบถามจากบ่าวไพร่ ในฐานะพยานในเหตุการณ์ แต่สาลี่กับบุญมีก็โต้เถียงกันวุ่นวาย จนแย้มต้องออกโรง สั่งให้หยุดทะเลาะ ก่อนจะหันไปถามบ่าวคนสนิทเสียงเข้ม

    “แรม...แอบทำร้ายม้วนก่อนจริงรึ”

    “จริงเจ้าค่ะ...ข้อนี้ บ่าวไพร่ในครัวพูดตรงกันเจ้าค่ะ”

    “ข้อที่ว่าใครหาเรื่องใครก่อนนั้น ไม่มีพยานยืนยัน แต่แอบทำร้ายม้วนก่อนนั้น ไม่มีข้อสงสัย แต่ต่างฝ่ายต่างวิวาทกันเองด้วย ฉะนั้น...ฉันตัดสินให้แอบไหว้ขอโทษม้วนเสีย แต่ไม่ต้องถูกโบย จะยอมรับหรือไม่”

    แอบจะไม่ยอม แต่สาลี่มองออกว่าเป็นหลุมพรางของบุญมี เลยสั่งให้ไหว้เพื่อจบเรื่อง บุญมีมองมาด้วยแววตาสาสมใจ โดยไม่รู้เลยว่าแย้มจับสังเกตห่างๆ และเริ่มมั่นใจว่าระหว่างสองอนุภรรยาต้องมีลับลมคมนัย

    บางอย่างแน่!

    ooooooo

    แอบผูกใจเจ็บมาก หมายมาดจะเอาคืนม้วนให้ได้ สาลี่มองมาด้วยความเห็นใจ ก่อนจะปลอบเสียงเครียดว่าทุกอย่างไม่ใช่เพราะม้วน แต่เป็นแผนป่วนของบุญมีต่างหาก!

    “มันถือดีว่ากำลังท้องกำลังไส้ เลยกร่างนัก”

    “แล้วเราจะต้องทนให้พวกมันเล่นงานฝ่ายเดียวเช่นนี้อีกนานเท่าใดกันเจ้าคะ”

    “ข้ารึจะยอมให้มันเล่นงานฝ่ายเดียว แต่มันถือไพ่เหนือกว่า ขนาดนังนมแสง ข้าเก่าเต่าเลี้ยงของคุณหญิง ยังต้องระเห็จออกจากเรือน เพียงเพราะต้องสงสัยว่าทำร้ายลูกมันเท่านั้น ขืนข้าบุ่มบ่ามทำกระไรลงไป ก็มีแต่หาภัยเข้าตัว”

    แอบขบกรามแน่น พยายามกล้ำกลืนความเจ็บช้ำของตัวเองและเจ้านายสาวจนสาลี่อดสงสารไม่ได้

    “ดีแล้วนังแอบ แต่ข้าจะไม่ให้ความอดทนของเอ็งต้องสูญเปล่าดอก ถึงข้าจะไม่ใช่คนโปรดของท่านเจ้าคุณดังแต่ก่อนแล้ว แต่ข้าก็จะไม่ยอมให้คนอย่างอีบุญมีมาขี่คอข้าได้เป็นอันขาด!”

    บุญมีก็รู้ดีว่าสาลี่รู้ทัน แต่ม้วนไม่รู้ เลยบ่นด้วยความเสียดายที่ไม่ได้มีเรื่องกับแอบ เลยถูกบุญมีเอ็ดลั่น พร้อมสั่งขาด ไม่ให้บ่าวคนสนิทหาเรื่องสาลี่กับแอบอีก หากไม่ได้รับคำสั่ง

    “หากเอ็งก่อเรื่องไม่เว้นวัน แทนที่ท่านเจ้าคุณกับคุณหญิงจะเข้าข้าง จะกลับกลายเป็นรำคาญเสียน่ะซี ของเช่นนี้...ต้องรู้จังหวะว่าควรทำตอนใดแล้วจะได้เปรียบ...ได้เปรียบพอจะเหยียบนังสาลี่ให้จมดินไปเลย!”

    ฟักได้รู้เรื่องวิวาทของแอบกับม้วนจากเย็นในคืนเดียวกัน และถึงกับถอนใจยาวอย่างรู้ทัน “สองคนนี้ฟาดฟันกันมานานปี เหมือนไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่ แม้คุณสาลี่จะไม่ขึ้นหม้อเหมือนเดิมแล้ว ก็ใช่ว่าจะชนะกันได้ง่ายๆ”

    “ยิ่งคิด...ฉันก็ยิ่งสงสัยในตัวคุณบุญมีเหลือเกิน ทั้งเรื่องที่พี่ฟักเล่าให้ฟัง ทั้งเรื่องคุณนม แลเรื่องครานี้อีก ดูราวกับว่ารอบตัวคุณบุญมีมีแต่ความลับทั้งนั้น”

    “มีอยู่คนหนึ่งที่จะไขความลับให้เอ็งได้ แต่เอ็งคงต้องไปด้วยตัวเองเท่านั้น...”

    ใครคนนั้นของฟักก็คือเที่ยง เย็นลำบากใจมาก แต่ความอยากรู้เรื่องบุญมีมีมากกว่า เลยไม่ลังเลจะไปพบอดีตทาสหนุ่มถึงบ้านพัก ตามคำบอกเล่าของฟัก เที่ยงตกใจมากที่เห็นเย็น ไม่ใช่ไม่ยินดีที่ได้เจอเธอ แต่กังวลใจมากกว่า โดยเฉพาะสาเหตุที่เธอมาหา เพราะอยากรู้เรื่องบุญมี

    “เอ็งไม่เข้าใจดอก เอ็งจะถามเรื่องคุณบุญมีไปเพื่อกระไร แลเอ็งรู้ได้อย่างไรว่าข้าอยู่ที่นี่”

    “ข้อที่ฉันรู้ได้อย่างไรว่าพี่อยู่ที่นี่ ฉันยังบอกไม่ได้ดอกจ้ะ แต่ข้อที่ฉันอยากรู้เรื่องคุณบุญมีนั้น ฉันได้บอกไปแล้วว่าเป็นเพราะฉันระแวงในตัวคุณบุญมี ด้วยฉันเห็นพิรุธหลายประการ แลเพลานี้พี่เที่ยงเป็นคนเดียวที่ใกล้ชิดคุณบุญมีมากที่สุด จึงมีแต่พี่เท่านั้นที่จะช่วยไขความกระจ่างให้ฉันได้”

    “ถ้าเอ็งรู้แล้ว เอ็งจะทำอย่างไรต่อไปรึ”

    “ถ้าคุณบุญมีไม่หวังดีกับทุกคนจริง ฉันก็คงต้องแจ้งให้ท่านเจ้าคุณทราบ แลหากร้ายแรงกว่านั้น ก็อาจต้องจัดการตามกฎบัตรกฎหมาย พี่เที่ยงรู้กระไรมาก็บอกฉันเถอะจ้ะ อย่าให้ต้องมีคนเดือดร้อนมากไปกว่านี้เลย”

    เที่ยงหนักใจมาก เพราะอย่างไรเสีย...บุญมีก็ได้ชื่อว่าเป็นเมียและแม่ของลูกตน

    “ข้ารู้ทั้งหมดแหละเย็นเอ๊ย...แต่ข้าบอกเอ็งไม่ได้”

    เย็นส่ายหน้าไม่เข้าใจ ตั้งท่าจะถาม แต่เที่ยงก็ตัดบทดื้อๆ

    “เพราะข้ายอมให้คุณบุญมีเป็นอันตรายไม่ได้น่ะซี เอ็งอย่าถามกระไรอีกเลย”

    เย็นไม่ยอม จะซักให้รู้เรื่อง แต่ก็ถูกเขาขู่จนหน้าเสีย

    “ดูพี่ฟักเป็นตัวอย่าง ถ้าเอ็งไม่อยากเป็นเช่นนั้น ก็อย่ามาอีกเลย แลข้าก็ไม่มีหน้าพบเอ็งแล้วเช่นกัน!”

    ooooooo

    นอกจากยุแยงจนเกิดเรื่องวุ่นวายทั้งเรือนแล้ว บุญมียังแผลงฤทธิ์อาละวาดขว้างปาข้าวของ และอาศัยความได้เปรียบที่ตนตั้งท้อง เรียกร้องความสนใจจากพระยาสีหโยธิน

    พระยาสีหโยธินไม่เห็นเป็นเรื่องใหญ่ จัดการเปลี่ยนเครื่องเรือนและยอมตามที่บุญมีร้องขอทุกอย่าง จนม้วนยังอดแปลกใจไม่ได้ เพราะไม่เคยเห็นท่านเจ้าคุณใจดีขนาดนี้มาก่อน

    บุญมีเหยียดยิ้มเย็น ลูบท้องตัวเองเบาๆ “รักลูกในท้องข้าต่างหากเล่านังม้วน ขนาดอยู่ในท้องยังรักใคร่ขนาดนี้ หากคลอดออกมาแลเป็นชายด้วยแล้ว มีแต่เดือนกับดาวเท่านั้นล่ะวะ ที่ข้าจะเอามาไม่ได้!”

    เย็นกับฟักเฝ้ามองเหตุการณ์ทุกอย่างเงียบๆหมดหวังจะล้วงความลับจากเที่ยงแล้ว คงต้องหวังพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์และโชคชะตา ดลบันดาลให้ท่านเจ้าคุณกับคนอื่นๆเห็นความชั่วช้าของบุญมีเอง

    แต่จนแล้วจนรอด วันเวลาผ่านไปจนถึงกำหนดคลอดของบุญมี อนุภรรยาคนสวยก็ไม่ได้ก่อเรื่องให้จับผิด แต่ทำตัวเงียบเชียบและเป็นปกติ จนทุกคนแทบลืมแล้วว่าเธอเคยก่อเรื่องอะไรไว้บ้าง

    แต่แย้มกลับสำเหนียกได้ถึงบางอย่าง โดยเฉพาะความรู้สึกตามสัญชาตญาณผู้หญิง ที่ว่าบุญมีกำลังตั้งตัวแข่งกับตน และเมื่ออีกฝ่ายคลอดลูกชาย คุณหญิงคนสวยก็ถึงกับพูดไม่ออก!

    บุญมีไม่ได้เกรงกลัวหรือพยายามจะปกปิดท่าทีแต่อย่างไร และสิ่งแรกที่เธอทำหลังจากคลอดลูกชาย คือเอ่ยปากขอเปลเด็กของแดง แย้มปฏิเสธไม่ได้ ให้คนยกไปให้ และรีบสั่งแรมไปซื้อเปลใหม่

    แรมหงุดหงิดแทนเจ้านายสาว และอดรำพึงถึงคำเตือนของนมแสงไม่ได้ “ก่อนคุณนมจะย้ายออกไป คุณนมกังวลนักว่าถ้าคุณบุญมีคลอดลูกออกมาเป็นชายแล้ว จะไม่สงบเสงี่ยมเจียมตัวกับคุณหญิงเหมือนเดิม”

    แย้มเองก็รู้ดี แต่ยังทำปากแข็ง ไม่ยอมรับความจริง “แรม...ฉันรู้ว่าแรมเป็นห่วงฉัน แต่แรมเป็นบ่าว อย่าพูดเรื่องของนายให้มากนักเลย รู้ถึงแม่บุญมีหรือท่านเจ้าคุณเข้า ก็ใช่ว่าจะดี รีบไปซื้อเปลเร็วๆเถิด”

    นอกจากแย้มจะถูกแย่งเปลเด็กแล้ว สาลี่ก็ถูกระรานไม่แพ้กัน ด้วยการส่งม้วนไปเจรจาขอแลกเรือนด้วย

    แต่มีหรือสาลี่จะยอม “กูไม่ให้! กูอยู่บนเรือนนี้มาก่อนที่นังบุญมีนายเอ็งจะหอบผ้ามาเป็นเมียน้อยผัวกูเสียอีก ต่อให้กูต้องตายดับลงไปประเดี๋ยวนี้ กูก็ไม่มีวันยอมให้ตีนนายมึงมาเหยียบเรือนกูเป็นอันขาด”

    “บ่าวมาบอกกล่าวคุณสาลี่โดยซื่อนะเจ้าคะ เห็นว่าคุณสาลี่อยู่เรือนกับนังแอบสองคน ไม่มีบ่าวไพร่อื่นคอยรับใช้เหมือนคุณบุญมี มิต้องใช้ที่ทางมากกระไร แต่คุณสาลี่กลับมาโกรธเคืองบ่าวเสียนี่”

    สายตาและถ้อยคำเย้ยหยันของม้วน ทำให้แอบหมดความอดทน ถลาเข้าตบเต็มแรง ม้วนจะสู้ แต่ก็กลัวๆกล้าๆ ด้วยเจอฤทธิ์อีกฝ่ายมาก่อน สาลี่เห็นดังนั้นเลยชี้หน้าด่าลั่น

    “อีขี้ข้าหน้ากระโถน มึงอย่าคิดว่ากูไม่รู้เท่าความคิดมึงกับนายมึง วันนี้นายมึงเพิ่งได้ลูกชาย ก็เลยกำเริบจะมาแย่งเรือนกู กลับไปบอกนายมึง ว่าต่อให้กูตกต่ำลงเพียงใด ก็อย่าหมายจะเอาเรือนกูไปได้เลย”

    ม้วนหนีกลับเรือนแบบไม่เหลียวหลัง หวังพึ่งบุญมีให้ช่วยเอาคืน แต่กลับต้องผิดหวัง เพราะบุญมีไม่ช่วย แถมยังเอาน้ำในขันใกล้มือสาดใส่อีกต่างหาก

    “ข้าส่งเอ็งไปขอแลกเรือนกับนังสาลี่ก็เพื่อยั่วให้มีเรื่อง แล้วเหตุใดเอ็งถึงไม่ยอมให้อีแอบมันตบตี ข้าจะได้ฉวยโอกาสฟ้องท่านเจ้าคุณ ให้ไล่มันออกจากเรือนไปเสีย ยิ่งถ้านังสาลี่มันลงมือด้วยตัวเองยิ่งดีใหญ่ แต่เอ็งกลับตาขาวหนีมา มันน่าโดนน้ำร้อนสาดเสียด้วยซ้ำ อีหน้าโง่!”

    ม้วนหน้าเสีย ละล่ำละลักแก้ตัว กลัวถูกแอบทำร้ายจนตาย บุญมียิ่งโมโห เอ็ดลั่น

    “ทั้งโง่ทั้งขี้ขลาด เลี้ยงเอ็งไว้นี่มันเปลืองข้าวสุกแท้ๆ อีม้วน ถ้าเรื่องแค่นี้เอ็งทำไม่ได้ ก็อย่ามาให้ข้าเห็นหน้าอีก”

    “เจ้าค่ะๆ บ่าวจะทำให้ได้เจ้าค่ะ อย่าไล่บ่าวไปเลยนะเจ้าคะ”

    “จำใส่กะโหลกของเอ็งไว้ให้ดีอีม้วน เมื่อเอ็งรับใช้ข้ากับลูกชายแล้ว เอ็งก็ไม่ต้องกลัวใครในเรือนนี้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นอีแอบหรือแม้แต่นังสาลี่ พวกมันตกอับจนไม่มีวันเผยอหัวเงยหน้าขึ้นมาได้อีกแล้ว!”

    ooooooo

    เย็นไม่คิดเข้าสู่วงเวียนความแค้นและความริษยาของบรรดาเมียของท่านเจ้าคุณ แต่ก็ยินดีด้วยจากใจจริง และถือโอกาสร้อยพวงมาลัยมาให้ พระยาสีหโยธินใจอ่อนยวบ นึกเสียดายอีกฝ่ายเหลือเกิน แต่ก็ต้องข่มใจไว้ ไม่อยากเจ็บเพราะอดีตเมียน้อยคนโปรดอีกแล้ว

    สาลี่ไม่ทันระแวงว่าสามีจะหวนมีใจกับเย็น มัวหัวเสียและพาลอยากเอาชนะบุญมี ด้วยการแกล้งทำร้ายตัวเองจนเลือดตกยางออก แต่บุญมีก็รู้ทันว่าเมียน้อยคู่ปรับคิดดึงตัวสามีจากเธอกับลูก เลยจัดการหยิกลูกชายแบเบาะให้แผดเสียงร้องไห้จ้า จนท่านเจ้าคุณละล้าละลัง และในที่สุดก็เลือกจะอยู่ดูแลลูกชาย

    แอบเป็นเดือดเป็นร้อนแทนเจ้านายสาวมาก รีบนำความไปฟ้อง

    “อีคุณบุญมีมันเจ้าเล่ห์เพทุบายเหลือเกินเจ้าค่ะ บ่าวว่าที่ลูกมันจู่ๆร้องขึ้นมา ต้องมิใช่เหตุบังเอิญเป็นแน่”

    “ท่านเจ้าคุณก็ช่างกระไร ข้าสู้อุตส่าห์ยอมเจ็บตัว แต่พออ้ายเด็กนั่นร้องขึ้นมา ก็เลือกอยู่กับมัน ไม่มาดูแลข้า”

    “ท่านเจ้าคุณกำลังหลงลูกชายน่ะเจ้าค่ะ อีคุณบุญมีถึงได้ถือดี วางอำนาจบาตรใหญ่ขึ้นทุกวัน”

    “ก็ให้มันรู้ไป ว่าข้าจะพ่ายแพ้อีบุญมีเพราะอ้ายเด็กนั่น คนอย่างข้า...ถ้าต้องเป็นรองอีบุญมี สู้ยอมตายดีกว่า!”

    นอกจากดึงตัวท่านเจ้าคุณไว้กับลูกชายแล้ว บุญมียังอ้อนขอเย็นมาเป็นบ่าวประจำเรือนอีก ด้วยหวังรั้งตัวอดีตเมียน้อยคนโปรด ไม่ให้มีเวลาดูแลและปรนนิบัติฟักเหมือนเคย เย็นก็รู้ดี แต่ก็ขัดคำสั่งไม่ได้ เปิดโอกาสให้บุญมีส่งม้วนกับกลอยไปป้อนข้าวบูด เพื่อทรมานและทดสอบฟัก ว่าเป็นอัมพาตจริงหรือไม่

    แย้มวุ่นวายใจกับเหตุการณ์บนเรือนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งฤทธิ์เดชของบุญมี จนนมแสงสังเกตได้ แต่ก็ไม่ยอมพูดอะไร เพราะไม่อยากให้คุณหญิงคนสวยหนักใจ แต่กลับไปคาดคั้นจากแรมแทน

    “แรม...ต่อไปเจ้าต้องคอยบอกฉันว่าที่เรือนเกิดอะไรขึ้นบ้าง โดยเฉพาะเรื่องแม่บุญมี จับตาให้ดีเข้าใจหรือไม่”

    “พุทโธ่...แล้วก็บอกคุณหญิงว่าไม่อยากรู้ ไม่อยากถาม ที่แท้...”

    นมแสงส่ายหน้า พูดขัดขึ้น “ต่อหน้าคุณหญิง ฉันก็ต้องพูดไปอย่างนั้น แต่คุณบุญมีในเพลานี้ไม่เหมือนคุณบุญมีคนที่คุณหญิงเคยพาเข้าเรือนมาอีกแล้ว ฉันวางใจไม่ได้ดอก”

    “เจ้าค่ะ...คุณนมไม่ต้องห่วง ฉันจะรายงานให้คุณนมทราบทุกอย่างเจ้าค่ะ แต่แหม...นี่ถ้าคุณหญิงเชื่อฉันอย่างคุณนมก็ดีน่ะซี คงไม่ถูกคุณบุญมีได้คืบจะเอาศอกเช่นนี้ดอก”

    “เอ็งคิดว่าคุณหญิงรู้ไม่ทันคุณบุญมีรึ แต่คุณหญิงเชื่อในศักดิ์ของตน แลถือว่าเป็นคนนำคุณบุญมีเข้ามา ถึงจะกำเริบขึ้นมาก็คงจัดการได้ แต่กันไว้ดีกว่าแก้ หาไม่แล้ว ก็ไม่ต่างจากคุณหญิงลากงูตามหลัง จะถูกฉกกัดวันใดก็ไม่รู้”

    บุญมาสะใจมากที่ทุกอย่างเป็นไปตามแผนของน้องสาว ถึงขั้นจัดงานเลี้ยงฉลองต้อนรับหลานชายคนสำคัญที่โรงฝิ่น เที่ยงมาร่วมงานด้วยท่าทางเบื่อหน่ายและเอือมระอา ก่อนจะขอตัวไปเดินเล่นข้างนอก แต่ถูกบุญมาดักคอไม่ให้เถลไถลไปไกลถึงเรือนพระยาสีหโยธิน มิเช่นนั้นได้เห็นดีกันแน่

    เที่ยงโมโหมาก “ทำไมฉันจะไปไม่ได้ ฉันเป็นพ่อ จะเห็นหน้าลูกบ้างไม่ได้เทียวรึ”

    “เอ็งไม่ใช่พ่ออ้ายเด็กนั่น จำใส่กบาลเอ็งเอาไว้ เอ็งเพียงทำให้มันเกิดมา เพื่อช่วยงานข้ากับน้องเท่านั้น”

    “ฉันเป็นพ่อคน พี่จะพูดอย่างไรก็ตาม ฉันก็เป็นพ่อ แลจะไม่ยอมให้ใครใช้ลูกฉันเป็นเครื่องมือเด็ดขาด”

    บุญมาแสยะยิ้มร้าย จ้องหน้าท้าทาย “งั้นเอ็งก็เตรียมตัวตายได้เลย แลหากเอ็งตาย ก็จะไม่มีผู้ใดคอยปกป้องลูกเอ็งเช่นกัน ข้าก็อยากจะรู้นักว่าเอ็งจะตายตาหลับหรือไม่!”

    ooooooo

    เที่ยงเจ็บใจมากที่ลูกชายคนเดียวของตนต้องถูกพราก แถมถูกนำไปเป็นเครื่องมือล้างแค้นของแม่แท้ๆอีก ไม่ต่างจากสาลี่ อับจนหนทางจะดึงตัวสามีจากบุญมี จนต้องแอบหนีไปร้องไห้ตามลำพัง

    พระยาสีหโยธินผ่านมาได้ยินโดยบังเอิญ เลยถามไถ่ด้วยความห่วงใย สาลี่สะอึกสะอื้นโผกอดเขาแน่น

    “ฉันคิดถึงลูกเจ้าค่ะ ยิ่งเห็นแม่บุญมีมีลูก ฉันยิ่งคิดถึงลูกของเรา ถ้าลูกยังอยู่ ป่านนี้คงเป็นพี่คนโตไปแล้ว”

    ท่านเจ้าคุณถึงกับอึ้งไป ก่อนจะลูบหลังปลอบใจไม่ให้คิดมาก แต่สาลี่ก็ไม่หยุดตีโพยตีพาย

    “ท่านเจ้าคุณเจ้าขา...ถ้าฉันมีลูกให้ท่านเจ้าคุณได้ ท่านเจ้าคุณจะเลิกโกรธเกลียดฉันหรือไม่เจ้าคะ”

    “ไปเอาความคิดนี้มาจากที่ใดกัน หากฉันโกรธเกลียดแม่สาลี่ ฉันจะยืนคุยกับแม่สาลี่เช่นนี้รึ”

    “แต่ฉันติดหนี้พนัน นำความเสื่อมเสียมาสู่ท่านเจ้าคุณมากนัก ท่านเจ้าคุณลืมได้หรือเจ้าคะ”

    “ฉันไม่ลืมดอก แต่ฉันอโหสิให้หมดแล้ว แม่สาลี่อย่ากลับไปอีกก็แล้วกัน”

    “ค่ะ...ฉันสัญญาว่าจะไม่กลับไปเล่นพนันอีก แต่ฉันอดคิดเรื่องลูกไม่ได้จริงๆ คืนนี้...ท่านเจ้าคุณอยู่เป็นเพื่อนฉันได้หรือไม่เจ้าคะ มีท่านเจ้าคุณอยู่ด้วย ฉันคงคลายเศร้าได้บ้าง”

    สีหน้าและท่าทางน่าสงสารของอนุภรรยาคนสวย ทำให้พระยาสีหโยธินเครียดจัด แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจอยู่กับลูกชาย เพราะยังไม่วางใจบุญมี ซึ่งเป็นแม่มือใหม่ ยังทำอะไรไม่ถนัดมือนัก

    สาลี่คลุ้มคลั่งมาก อยากจะวิ่งไปฆ่าบุญมีกับลูกชายนัก โทษฐานเป็นศัตรูหัวใจ พระยาสีหโยธินไม่ได้ยี่หระท่าทางหัวเสียของสาลี่ แต่สนใจมากกว่าว่าเหตุใดเย็นถึงยังทำงานบนเรือนบุญมีจนดึกดื่น

    เย็นยังนอบน้อมและสงบเสงี่ยมเหมือนเคย พระยาสีหโยธินเลยยิ่งรู้สึกผิด ที่ทำให้เธอต้องมีชะตากรรมเช่นนี้ จนต้องสั่งให้กลับไปพัก และจะรับหน้าบุญมีเอง หากกลัวจะมีเรื่อง

    ความเมตตาของอดีตสามี ทำให้เย็นปลื้มใจ แต่ก็ต้องพยายามระงับความรู้สึกไว้ ไม่ให้มากมายจนทรมานใจตัวเองอีก และเธอก็ลืมทุกอย่างเสียสิ้นเมื่อเห็นสภาพฟักที่อาเจียนข้าวบูดๆออกมาจนหมดในเวลาต่อมา อดีตเมียน้อยคนโปรดก็ถึงกับพูดไม่ออก ไม่คิดเลยว่าบุญมีจะใช้วิธีนี้ทดสอบดูอาการของฟัก

    ฟักถอนใจหนักหน่วง กลุ้มใจเหลือเกิน ไม่รู้ว่าจะใช้วิธีไหนเอาผิดบุญมี

    “นับวันคุณบุญมีก็มีอำนาจบารมีมากขึ้นทุกที อีกเจ็ดแปดปีจะล้างมลทินให้เอ็งได้หรือไม่ยังไม่รู้เลยนังเย็นเอ๊ย”

    เย็นมีสีหน้าเข้มขึ้น ประกาศกร้าว “อย่าว่าแต่เจ็ดแปดปีเลยพี่ฟัก ต่อให้ตลอดชีวิต จนเหลือลมหายใจเฮือกสุดท้าย ฉันก็ต้องล้างมลทินให้ได้ ฉันจะไม่ยอมตายโดยถูกตราหน้าว่าคบชู้สู่ชายเป็นเด็ดขาด!”

    ooooooo

    เย็นถูกกลั่นแกล้งสารพัด ทั้งใช้ให้ทำงานบ้านจนแทบโงหัวไม่ขึ้น และถูกลากตัวไปช่วยหอบข้าวของในตลาดจนถือไม่ไหว ต้องปลีกตัวไปยืมรถลากจากแม่ค้า กลอยซึ่งรับหน้าที่อุ้มรุ่ง ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของบุญมี เลยจะเดินตามเจ้านายสาว แต่ก็ถูกเที่ยงขวางไว้เสียก่อน

    เที่ยงเห็นท่าทางกลัวลนลานของกลอย ก็ปลอบให้ใจเย็น

    “ข้าไม่ทำกระไรคุณหนูดอก แค่ขออุ้มประเดี๋ยวเดียวเท่านั้นแหละ”

    กลอยมีสีหน้างงสุดขีด เที่ยงเลยต้องย้ำ เพราะไม่อยากเสียเวลาอยู่กับลูก

    “เมตตาข้าเถิดนังกลอย ขอให้ข้าได้อุ้มลูก เอ่อ...คุณหนูเพียงครู่ ข้าไม่ได้คิดร้ายกระไรกับคุณหนูเลยจริงๆ”

    ท่าทางจริงจังของเที่ยง ทำให้กลอยใจอ่อน ยอมให้อุ้มคุณหนู เที่ยงอุ้มลูกด้วยความรักและคิดถึง ก่อนจะบรรจงจูบแก้มนุ่มอย่างแผ่วเบา พยายามซึมซับความรู้สึกไว้ให้ได้มากที่สุด

    กว่าบุญมี ม้วนและเย็นจะรู้ว่ากลอยหายตัวไป พร้อมกับรุ่ง ก็หลายอึดใจต่อมา เย็นกับม้วนแยกไปหาอีกทาง ทิ้งบุญมีให้กวาดตามองหาลูกตามลำพัง พร้อมลางสังหรณ์บางอย่าง ซึ่งก็จริงดังคาด เมื่อเธอเจอเที่ยงอยู่กับรุ่ง!

    กลอยตกใจมาก รีบรับตัวรุ่งมาแล้วแยกไปอีกทาง ทิ้งบุญมีให้เอาเรื่องเที่ยงตามลำพัง

    “ข้ารู้ว่าเอ็งรู้สึกเช่นไร แต่เอ็งอดใจไม่ได้รึ มาถึงขั้นนี้แล้ว จะให้ล้มเหลวเพราะความรักลูกของเอ็งไม่ได้ดอก”

    เที่ยงหัวเสียมาก โต้เสียงเข้ม “ใช่สิขอรับ มิว่าผู้ใดก็ไม่สำคัญไปกว่าความแค้นของคุณบุญมีดอกขอรับ กระผมกับลูกเป็นเพียงแค่เบี้ยหมากไว้แก้แค้นให้คุณบุญมีเท่านั้น”

    บุญมีหงุดหงิดมาก แต่ก็พยายามข่มใจไว้ “ข้าจะไม่ต่อปากต่อคำกับเอ็งดอกนะอ้ายเที่ยง แต่ข้าขอสั่ง มิให้เอ็งทำเช่นนั้นอีก หากเอ็งไม่ฟัง เอ็งจะไม่มีวันได้พบหน้าพ่อรุ่งอีกเลย”

    ท่าทางแข็งกร้าวของเที่ยง ทำให้บุญมีต้องดักคอ ขู่จะเอาจริง หากเขาคิดลองดี

    “กระผมเชื่อว่าคุณบุญมีทำได้ เพราะใจของคุณมันโดนความแค้นครอบงำจนไม่เหลือความเมตตาให้ใครแล้ว”

    “เอ็งพูดไม่ผิดดอก แต่ใจที่ดำสนิทของข้า ก็ไม่เคยคิดอยากทำร้ายเอ็ง ฉะนั้นแล้วเอ็งก็อย่าได้บังคับข้าเลย...”

    ooooooo

    การปรากฏตัวของเที่ยง ออกจากปากกลอยในวันเดียวกัน จนรู้กันทั้งเรือน พร้อมกับความสงสัยที่ว่า เหตุใดอดีตทาสหนุ่มถึงได้กระตือรือร้นจะอุ้มคุณหนูมากขนาดนั้น

    เย็นก็คาใจ และไม่รอช้า จะนำเรื่องนี้ไปบอกเล่ากับฟัก

    ฟักครุ่นคิดนิดเดียวก็โพล่งออกไป “พิกลแท้ อ้ายเที่ยงคงไม่ได้จู่ๆมาเจอดอก ข้าว่ามันต้องคอยตามอยู่นานแล้ว ถึงไปดักพบได้ แต่มันจะตามไปเพื่อกระไรกัน เด็กก็แค่ไม่กี่เดือนเท่านั้น”

    “นั่นสิจ๊ะ ยิ่งฟังนังกลอยเล่า ก็ยิ่งแปลกใจ พี่เที่ยงทำกับคุณหนูรุ่ง เหมือนที่ฉันทำกับคุณแดงไม่มีผิด แต่ฉันเป็นแม่ จะอยากกอด อยากหอมลูกบ้างก็ไม่แปลก แต่นี่...”

    เย็นชะงักกึก ฉุกใจคิดได้ เพราะอาการของเที่ยงเหมือนกับตน

    “หรือว่าพี่เที่ยงกับคุณบุญมี...เป็นไปไม่ได้ดอกพี่ฟัก”

    “ก็ไม่แน่...หากคิดตามนี้ก็สมเหตุสมผลอยู่ อ้ายเที่ยงมันรักเอ็งมาก ยอมเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายเพื่อเอ็งหลายครา แต่ครานี้ กลับไม่ยอมช่วยเหลือเอ็งเอาผิดคุณบุญมี มันจะเป็นเพราะเหตุใดได้ ถ้าไม่ใช่อ้ายเที่ยงกับคุณบุญมีคบชู้กัน”

    “มิน่าเล่า คุณบุญมีถึงคอยช่วยเหลือพี่เที่ยง”

    “ที่แล้วมาข้าแปลกใจนัก ว่าเหตุใดคุณบุญมีถึงต้องกลั่นแกล้งเอ็งด้วย จะว่าหึงหวงเอ็งกับท่านเจ้าคุณ ก็ไม่น่าใช่ เพราะคุณสาลี่ก็เคยกลั่นแกล้งเอ็ง แต่พอนานเข้าก็เลิกไปเอง เพราะเอ็งไม่ใช่เมียท่านเจ้าคุณแล้ว เหลือแต่คุณบุญมีที่จองเวรเอ็งไม่เลิก คงเป็นเพราะความหึงหวงที่อ้ายเที่ยงยังมีใจให้เอ็งเป็นแน่”

    เย็นพยักหน้ารับช้าๆ ก่อนจะคิดได้ว่าต้องนำพยานคนสำคัญไปแจ้งความจริงแก่พระยาสีหโยธิน

    “ไม่ได้แล้วพี่ฟัก ฉันต้องรีบพานังกลอยไปหาท่านเจ้าคุณ ถ้านังกลอยมันเล่าเรื่องเมื่อกลางวันให้ท่านเจ้าคุณฟัง ก็พอจะเป็นพยานยืนยันเอาผิดคุณบุญมีได้!”

    แต่เย็นก็ช้าไป เพราะกลอยถูกบุญมีเรียกตัวออกมาก่อน เพื่อคาดคั้นความจริงเรื่องเที่ยง

    “ก็ไม่มีกระไรเจ้าค่ะ พี่เที่ยงเพียงแต่ขออุ้มคุณหนูรุ่งเท่านั้น บ่าวเห็นว่าพี่เที่ยงมาดี ก็เลยให้อุ้ม แต่ต่อไปบ่าวไม่กล้าแล้วเจ้าค่ะ จะไม่มีวันให้ใครได้แตะเนื้อต้องตัวคุณหนูรุ่งอีกแล้วเจ้าค่ะ”

    “เพียงแค่อุ้มเท่านั้น อ้ายเที่ยงไม่ได้พูดกระไรกับเอ็งอีกเลยรึ”

    “ไม่เจ้าค่ะ พี่เที่ยงเอาแต่อุ้มคุณหนูรุ่ง ทั้งกอดทั้งหอม แลยังร้องไห้อีกนะเจ้าคะ”

    บุญมีถึงกับผงะ เพราะสัมผัสได้ถึงความสงสัยของบ่าวสาว เลยส่งสายตาให้บุญมา ซึ่งแอบซ่อนตัวไม่ไกล จัดการฆ่ารัดคอกลอยปิดปาก โดยไม่รู้เลยว่าเย็นผ่านมาและเห็นทุกอย่างโดยบังเอิญ!

    ooooooo

    บุญมีสวมบทอ่อนแอ กรีดร้องตัวสั่นด้วยความกลัวศพกลอยในเช้าวันต่อมา จนทุกคนเชื่อสนิท ไม่เว้นแม้แต่พระยาสีหโยธิน โอบกอดปลอบตลอด จนสาลี่อดหมั่นไส้ไม่ได้ เย็นเฝ้ามองเหตุการณ์

    ทุกอย่างด้วยสีหน้าเคร่งเครียด แต่จะหาโอกาสบอกความจริงกับอดีตสามี ก็ถูกบุญมีกันท่าตลอด

    เมื่อฟักรู้เรื่องก็ปลอบให้ทำใจ เพราะเวลานี้อันตรายนัก บุญมีอาจคิดร้ายต่อเย็น เหมือนที่เคยทำกับตนก็ได้

    “เอ็งทำถูกแล้วที่ไม่บุ่มบ่าม พวกเราก็แค่ขี้ข้า นับเป็นคนยังไม่ได้ เรื่องจะเอาผิดนายนั้นอย่าได้หมายเลย ยิ่งไม่มีหลักฐานด้วยแล้ว ยิ่งมองไม่เห็นหนทาง”

    “ฉันรู้จ้ะ ว่าท่านเจ้าคุณคงไม่ฟังฉันแน่ แต่เห็นนังกลอยมันถูกฆ่ากับตา จะให้ฉันทนเงียบอยู่ก็ใจดำเกินคน แลคุณบุญมีโหดเหี้ยมเช่นนี้ หากเรานิ่งเฉย ก็ได้แต่รอวันเป็นอย่างนังกลอยเสียเท่านั้นเอง”

    “ถ้ากระนั้น...ก็ต้องให้คนที่มีศักดิ์เสมอกับคุณบุญมี ช่วยฟ้องร้องต่อท่านเจ้าคุณแทนเรา จะได้มีน้ำหนักพอ”

    “คุณหญิงน่ะหรือจ๊ะ ฉันเองก็อยากกราบเรียนท่านเหมือนกัน แต่คุณบุญมีก็เป็นคนที่คุณหญิงหามา ฉันเกรงว่าคุณหญิงจะไม่เชื่อฉันน่ะซีจ๊ะ ซ้ำร้าย...อาจจะชักนำเภทภัยมาสู่คุณหญิงก็เป็นได้”

    “มีอยู่คนหนึ่งที่ไม่กลัวคุณบุญมี แลไม่ลังเลที่จะเล่นงานคุณบุญมีเป็นแน่”

    คนที่ฟักหมายถึงก็คือสาลี่ เย็นเลยแอบส่งจดหมายสนเท่ห์ แจ้งว่ากลอยไม่ได้ฆ่าตัวตาย แต่ถูกฆ่า!

    สาลี่หน้าซีดเผือด มั่นใจว่าบุญมีต้องมีส่วนกับเรื่องนี้ เลยตัดสินใจไปขอความช่วยเหลือจากพระมหาเทพ ให้ช่วยตามคนมาขุดศพกลอยกลางดึกของคืนเดียวกัน และส่งให้สัปเหร่อตรวจสอบ

    “ตามกฎบัตรกฎหมาย ถ้าตายอย่างผิดธรรมดา สัปเหร่อต้องตรวจดูศพก่อนจะฝัง ในเมื่อฝังแล้วก็คงไม่มีกระไรดอก จะให้ขุดขึ้นมาอีกทำไมรึแม่สาลี่”

    “ตรวจแต่ภายนอก อาจไม่เห็นก็ได้ ฉันอยากให้ลองผ่าศพ ได้ยินว่าที่เมืองจีนเมืองฝาหรั่งเขาทำกันมิใช่รึ”

    เรื่องนำศพกลอยมาผ่าพิสูจน์ความจริง ทำให้พระยาสีหโยธินหัวเสียมาก เพราะสาลี่ไม่ไว้หน้าเขาเลย แต่กลับอุกอาจไปขอความช่วยเหลือจากพระมหาเทพและนครบาล แถมยังกล่าวหาบุญมีว่าอยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมด

    “จะใส่ร้ายหรือไม่ อีกไม่นานก็รู้ค่ะ เพราะเพลานี้สัปเหร่อกับนครบาลกำลังตรวจศพนังกลอย หากความจริงปรากฏออกมา ก็ขอให้ท่านเจ้าคุณอย่าลำเอียงก็แล้วกันเจ้าค่ะ”

    “คนอย่างฉันรึจะลำเอียง จะหมิ่นน้ำใจกันมากเกินไปกระมังแม่สาลี่”

    แย้มเห็นท่าไม่ดี กลัวสามีจะเดือดดาลจนไม่ได้เรื่อง เลยพยายามช่วยไกล่เกลี่ย พระมหาเทพเลยเล่าให้ฟังคร่าวๆ ว่าเรื่องทั้งหมดมันเริ่มจากจดหมายสนเท่ห์ปริศนา ที่สาลี่ได้รับเมื่อคืน ว่ากลอยไม่ได้ฆ่าตัวตาย แต่ถูกฆ่า!

    สาลี่เห็นท่าทางสนใจของทุกคน เลยรีบสำทับ ถึงความคืบหน้าเรื่องผ่าพิสูจน์ศพ

    “เมื่อคืนหลังจากขุดศพนังกลอยขึ้นมาทำความสะอาดแล้ว ทางนครบาลพบข้อพิรุธบนตัวศพหลายประการ เสียแต่ว่าเมื่อคืนตามตัวสัปเหร่อมาไม่ได้ เรื่องจึงเนิ่นช้าถึงเช้าวันนี้ แต่ฉันมั่นใจว่ามิใช่การผูกคอตายเป็นแน่”

    พูดจบก็ปรายตาไปทางสามี พระยาสีหโยธินเลยต้องโพล่งขึ้น

    “ไม่ต้องมามองหน้าฉันเช่นนั้นแม่สาลี่ ถ้าแม่บุญมีทำผิดจริง ฉันไม่มีวันเข้าข้างอยู่แล้ว พอใจแล้วกระมัง!”

    ooooooo

    บุญมีถูกกุมตัวมาฟังผลการผ่าศพกลอยด้วย อนุภรรยาคนสวยหน้าเครียด มั่นใจว่าตนจะต้องถูกจับได้ แต่ก็ได้เหยียดยิ้มกว้างแทน เมื่อผลผ่าพิสูจน์ออกมาว่ากลอยฆ่าตัวตาย!

    พระมหาเทพกลับไปแล้วอย่างหัวเสีย เพราะถูกสาลี่หลอกให้มาหน้าแตกพังไม่เป็นท่า ส่วนสาลี่ก็ถูกสามีไล่เบี้ยเอาอย่างดุเดือด โทษฐานทำอะไรเกินตัว ไม่ไว้หน้าเขาแม้แต่นิดเดียว

    “ถ้าแม่สาลี่อยากให้ความเป็นธรรมจริง ก็มาบอกฉันได้ แต่นี่กลับแจ้งนครบาลให้เป็นที่เอิกเกริก เพราะกระไร...ก็เพราะแม่สาลี่หมายจะให้แม่บุญมีต้องโทษหนักมิใช่รึ”

    สาลี่เถียงไม่ออก เพราะเขาพูดแทงใจดำทุกอย่าง แต่พระยาสีหโยธินก็ไม่หยุดซ้ำเติม

    “พอนครบาลบอกว่าศพมีพิรุธ แม่สาลี่ก็เลยย่ามใจ ไม่รอฟังคำสัปเหร่อก่อน รีบมาจับกุมแม่บุญมี หวังให้ได้อาย มิใช่ว่าฉันไม่รู้ทันดอกนะ ว่าใจแม่คิดเช่นไร”

    น้ำเสียงและท่าทางเดือดดาลของสามีทำให้สาลี่กลัวลนลาน ตั้งท่าจะแก้ตัว แต่ก็ถูกเขาดักคอ

    “แม่สาลี่จะกลัวฉันลงโทษตอนนี้ก็ช้าไปเสียแล้ว เพราะเมื่อครู่ ฉันเพิ่งบอกคุณหญิงให้งดจ่ายเงินเดือนแม่สาลี่หนึ่งปี หวังว่าในหนึ่งปีนี้ โรคอิจฉาริษยาของแม่สาลี่คงจะเบาบางลงบ้างกระมัง”

    “หนึ่งปีเชียวหรือเจ้าคะ แล้วฉันจะกินจะใช้กระไรเล่าเจ้าคะ”

    “ข้าวปลามีให้กิน แต่เบี้ยอัฐที่จะใช้จ่ายฟุ่มเฟือยดังแต่ก่อนคงไม่มี นี่ถือว่าฉันลงโทษเบาที่สุดแล้ว กับการกล่าวร้ายคนในบ้านเดียวกัน อย่าได้ร้องขอต่อรองให้ฉันต้องขุ่นเคืองมากไปกว่านี้อีกเลย”

    สาลี่กระชากหน้ากากบุญมีไม่สำเร็จ เพราะอีกฝ่ายมีบุญมาเป็นกองหนุน ส่งคนไปติดสินบนสัปเหร่อ ทำให้ความลับเรื่องกลอยยังไม่เปิดเผย ฟักกับเย็นหนักใจ มาก จนต้องบากหน้าไปขอความช่วยเหลือจากนมแสง

    นมแสงถึงกับพูดไม่ออก เมื่อได้เจอฟักในวันต่อมา ในสภาพร่างกายปกติทุกอย่าง ไม่มีร่องรอยหรือท่าทางอัมพาตอย่างที่จำได้ ฟักถอนใจยาว แล้วตัดสินใจเล่าเรื่องทุกอย่าง

    “แต่แรก...ฉันคิดว่าพอหายสนิท จะเล่าเรื่องทุกอย่างให้ท่านเจ้าคุณฟัง แต่ฉันมิรู้ว่าคุณบุญมีเป็นใครกันแน่ เกรงว่าจะถูกฆ่าปิดปากเสียก่อน ยิ่งต่อมาคุณบุญมีตั้งท้องแลได้ลูกชาย ฉันก็ยิ่งไม่กล้าผลีผลามเจ้าค่ะ”

    “ดีแล้ว...เรื่องนี้เป็นเรื่องคอขาดบาดตาย แลมิแน่ว่าแม่บุญมีอาจจะเตรียมการมานานแล้วก็เป็นได้ หากด่วนทำกระไรลงไป จะเป็นการชักนำภัยมาสู่ตัว”

    “ข้อนี้ล่ะเจ้าค่ะ ฉันถึงได้เสี่ยงภัยมาหาคุณนม เพราะลำพังฉันกับนังเย็นก็ทำกระไรได้ไม่มาก จึงอยากจะขอความเมตตาจากคุณนม ช่วยพวกเราด้วยเจ้าค่ะ”

    นมแสงส่งยิ้มบางๆให้ แต่แววตาเคร่งเครียดเหลือเกิน “เมตตงเมตตากระไรกัน ฉันช่วยพวกเจ้าก็เหมือนกับได้ช่วยคุณหญิงไปด้วย จะปล่อยให้คุณหญิงเลี้ยงงูเห่าอยู่ข้างกายได้อย่างไรกัน แต่เรื่องนี้ต้องกระทำโดยรอบคอบ แลอาจต้องรอให้คุณบุญมีออกลายเสียก่อน มิเช่นนั้น...คงคว้าน้ำเหลวเหมือนคราวนี้อีก”

    “เจ้าค่ะ...ระหว่างนี้ฉันจะอดทนแลระมัดระวังตัว มิให้ถูกคุณบุญมีจับได้เจ้าค่ะ”

    บุญมีไม่ทันได้คิดถึงฟักเลย มัวหัวเราะด้วยความสาสมใจ ที่สั่งสอนสาลี่ได้ แต่กระนั้น...ก็ยังไว้ใจไม่ได้ เพราะสาลี่ไม่ใช่คนโง่ เช่นเดียวกับแย้มและท่านเจ้าคุณ คงไม่ยอมอยู่เฉย หากเกิดเรื่องอีก

    “ช่วงนี้คงต้องเพลาๆมือลง อย่าให้ใครมาจับผิดได้อีก แล้วรอจนลูกฉันโตพอจะเป็นผู้สืบตระกูลได้เมื่อใด เมื่อนั้น...เราก็ไม่ต้องเกรงหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหนอีกแล้ว!”

    วันเวลาผ่านไปอีกห้าปี แดงกับรุ่งโตขึ้นมาก จนถึงวัยหัดเขียนเรียนอ่าน เย็นเฝ้ามองการเจริญเติบโตของลูกสาวด้วยความรักและภาคภูมิใจ แต่ก็อดเสียใจไม่ได้ เพราะแดงถูกเสี้ยมสอนโดยบุญมีจนไม่ชอบหน้าตน

    แล้วก็เกิดเรื่องจนได้ เมื่อแดงอาละวาดด่าทอเย็น ที่มาแตะตัว แย้มได้ยินก็โกรธมาก เรียกลูกสาวมาตำหนิ

    แดงได้ยินว่าเย็นเคยช่วยดูแลตนยามเจ็บป่วยและช่วยชีวิตไว้เมื่อตอนถูกคนร้ายลักพาตัว ก็ยอมรับปาก

    “ก็ได้เจ้าค่ะ ต่อไปลูกจะพูดกับเย็นดีๆก็ได้เจ้าค่ะ”

    “ดีแล้วลูกแม่ คนเราต้องรู้จักบุญคุณคน ชีวิตถึงจะจำเริญ”

    “เจ้าค่ะ...แม่บุญมีก็เคยบอกว่าเราเป็นนาย มีบุญคุณกับบ่าวไพร่ทุกคน พวกบ่าวไพร่ถึงต้องรับใช้เราเจ้าค่ะ”

    “นี่แม่บุญมีสอนลูกเช่นนี้รึ”

    “เจ้าค่ะ...คุณหญิงแม่เจ้าขา เย็นมีบุญคุณกับลูก ลูกก็มีบุญคุณกับเย็น ถือว่าเสมอกันใช่หรือไม่เจ้าคะ”

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"
    23 ต.ค. 2564

    05:50 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2564 เวลา 07:17 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์