นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    นางทาส

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: ปัดฝุ่น 'นางทาส' ลงจอ 'ป๋อ-แยม' พร้อมนำทีมพิสูจน์ฝีมือ


    แย้มฉวยโอกาสตอนสามีไม่อยู่ ไปราชการต่างเมือง แอบเอาสำรับอาหารอย่างดี ไปเยี่ยมเย็นถึงเรือนขังทาส และสัญญาจะหาทางเอาอดีตเมียน้อยคนโปรดออกจากห้องขังให้ได้ แต่เย็นก็ห้ามไว้

    “อย่านะเจ้าคะคุณหญิง ถ้าคุณหญิงปล่อยบ่าวออกไป ต้องผิดใจกับท่านเจ้าคุณเป็นแน่ อย่าให้บ่าวเป็นต้นเหตุให้ท่านเจ้าคุณกับคุณหญิงต้องมีปากเสียงกันอีกเลยนะเจ้าคะ”

    “ฉันขอโทษนะเย็น ฉันเป็นหนี้บุญคุณเย็นมาก เหลือเกิน แต่ฉันก็ช่วยเย็นได้เท่านี้ ทั้งที่เย็นเป็นแม่ของ...”

    “อย่าเจ้าค่ะ อย่าพูดเช่นนี้ แม่ของคุณหนูแดงคือคุณหญิงนะเจ้าคะ...คือคุณหญิงคนเดียวเท่านั้น”

    “ขอบใจมากนะเย็นที่ยังรักษาสัตย์ให้ไว้กับฉัน”

    “คุณหญิงมีบุญคุณท่วมหัวบ่าว บ่าวไม่กล้าผิดคำพูดดอกเจ้าค่ะ”

    “รับปากให้ฉันสบายใจอีกครั้งว่าความลับนี้จะตายไปพร้อมกับเย็น”

    เย็นกล้ำกลืนความขมขื่นใจไว้ ก่อนจะรับปากเสียงเรียบ แย้มเลยยิ่งรู้สึกผิดในความเห็นแก่ตัวของตน และเมื่อได้เจอหน้าฟักเวลาต่อมา ก็ยิ่งรู้สึกแย่ จึงพยายามจะชดเชยให้เย็น ด้วยการยกโสมอย่างดีให้ไปต้มบำรุง แต่ท่าทีเฉยเมยของฟัก ก็ทำให้คุณหญิงคนสวยยิ่งอึดอัดใจ นมแสงทนไม่ไหว ต้องโพล่งออกไปตรงๆ

    “ฉันรู้...แม่ฟักไม่พอใจที่ฉันกับคุณหญิงช่วยเหลือเย็นได้เท่านั้น ทั้งที่เย็นเสียสละเพื่อคุณหญิงมามาก แต่ขอให้เห็นใจฉันกับคุณหญิงบ้าง โดยศักดิ์ฐานะที่แบกอยู่จะให้ออกหน้ากว่านี้ก็คงไม่ได้”

    “ฉันไม่พอใจก็จริงเจ้าค่ะคุณนม แต่นังเย็นมันเลือกทางนี้เอง ฉันเป็นคนอื่น จะมีปากเสียงมากก็ใช่ที่ แลครั้งที่กำไลข้อเท้าคุณหนูแดงหาย คุณหญิงก็แกล้งเอากำไลอันอื่นมา แลบอกว่าเพิ่งหาเจอเพื่อช่วยนังเย็น ก็ถือว่าคุณหญิงมีเมตตาไม่ทอดทิ้งมันแล้วเจ้าค่ะ ฉันคงไม่กล้าพูดกระไรอีก”

    คำบอกเล่าของฟัก ทำให้แย้มต้องมองหน้ากับนมแสงยิ้มๆ

    “นี่แม่ฟักรู้ด้วยรึ”

    “ฉันเป็นบ่าว ก็รู้เท่าที่สติปัญญาบ่าวจะรู้ได้เจ้าค่ะ”

    “จะเป็นบ่าวหรือเป็นนาย ก็เป็นคนเหมือนกันทั้งสิ้น แลคนนั้น...เมื่อได้รับบุญคุณจากใครก็ต้องตอบแทน ฉันขอให้ฟักสบายใจเถิดว่าฉันไม่เคยลืมบุญคุณแลน้ำใจที่เย็นมีต่อฉันเลย แลฉันจะไม่มีวันทอดทิ้งเย็นเป็นอันขาด”

    ฟักยกมือไหว้ กล่าวขอบคุณแล้วขอตัวออกไปหาเย็น โดยมีแย้มมองตามนิ่งๆ

    “นังฟักนี่ก็สำคัญนัก ต้องเอาใจไว้เป็นพวกให้ได้”

    ฟักผละจากคุณหญิง ก็รีบแวะไปเยี่ยมเย็นที่เรือนขังทาส เลยทันได้ช่วยอดีตเมียน้อยคนโปรดจากการเกือบถูกข่มขืน และเมื่อเรื่องรู้ถึงหูแย้ม ทาสหนุ่มซึ่งถูกว่าจ้างโดยแอบ เลยรับสารภาพ บุญมีซึ่งมาเป็นพยานด้วย รู้ทันว่าสาลี่คงมีส่วนเรื่องนี้ เพราะมีเงินค่าจ้างวานมาเอี่ยวถึงหนึ่งบาท แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะแอบยอมรับผิดทั้งหมด!

    ooooooo

    พระยาสีหโยธินหลบซ่อนตัวกับยืนในป่าถึงเช้าวันต่อมา เมื่อแน่ใจว่าไม่มีพวกคนร้ายออกลาด ตระเวนแล้ว จึงขอแยกตัว เพราะต้องไปสมทบกับพวกที่เหลือ โดยไม่ลืมมอบของตอบแทนน้ำใจ

    “ฉันไม่มีสิ่งใดจะตอบแทนพ่อยืน นอกจากมีดสั้นเล่มนี้ มีดเล่มนี้...มีตราประจำตระกูลฉันแกะสลักไว้ หากพ่อยืนมีเรื่องเดือดร้อนเมื่อใด ก็เอามีดไปหาฉันที่เรือนได้ทุกเมื่อ ถ้าฉันยังไม่สิ้นวาสนา ฉันสัญญาจะช่วยพ่อยืนเพื่อทดแทนบุญคุณครั้งนี้ให้จงได้”

    ยืนจะไม่ยอมรับ เพราะไม่เห็นเป็นบุญคุณ แต่พระยาสีหโยธินก็ยืนกรานแข็งขัน หนุ่มบ้านนอกเลยต้องยอมรับไว้ พร้อมกับสัญญาเป็นมั่นเหมาะจะไปเยี่ยมพระยาหนุ่มทันทีที่มีโอกาส

    หลังแยกจากยืน พระยาสีหโยธินจึงได้ลัดเลาะตามทาง จนถึงจวนข้าราชการเมืองใหญ่ พระมหาเทพซึ่งหนีมาก่อนขัดใจมาก ที่เกลอรักรอดมาได้ แต่ยังปั้นหน้ายิ้มแย้ม แสดงท่าทางดีอกดีใจจนไม่มีใครติดใจสงสัย

    พระยาสีหโยธินไม่ได้คิดมากเรื่องเกลอรัก แต่สนใจมากกว่าว่าขุนปราบเป็นใครมาจากไหน เพราะสังหรณ์ใจลึกๆว่าเหตุการณ์ปล้นเสบียงและสินค้ากลางป่า อาจเป็นฝีมือของอีกฝ่าย...

    เวลาเดียวกันที่เรือนใหม่ของเที่ยง...บุญมีกวาดตามองรอบตัวด้วยความภาคภูมิใจ ที่ดึงตัวอดีตทาสหนุ่มมาอยู่ใกล้ได้ แถมทำให้ความเป็นอยู่ของเขาดีขึ้นอีกต่างหาก แต่เขาก็ทำให้เสียเรื่อง ด้วยการถามถึงเย็น

    “หายใจเข้าหายใจออกมีแต่นังเย็น มิได้เอ่ยชื่อมันสักวันจะตายหรือย่างไร”

    “ขอประทานโทษขอรับ กระผมห่วงนังเย็นมัน จึงอยากรู้ว่ามันเป็นอย่างไรเท่านั้นเอง”

    ท่าทางหงอๆของเที่ยง ทำให้บุญมีย่ามใจมาก

    ใช้โน่นใช้นี่ หวังให้เขาเอาใจไม่ขาดปาก โดยไม่รู้เลยว่าฟักแอบตามมา จนล่วงรู้ความลับของเธอ แต่กระนั้น...โชคก็ยังเข้าข้างบุญมี เพราะลูกน้องบุญมาดันผ่านมาเห็นฟักเสียก่อน เลยเรียกคนมาจัดการ จนฟักต้องถูกตีหัวเลือดอาบ!

    บุญมีตกใจมาก คิดไม่ถึงว่าหัวหน้าทาสสาวใหญ่จะตามมาถึงที่นี่ และเกือบจะพลั้งปากสั่งคนของพี่ชายให้ฆ่าปิดปากเสียแล้ว ถ้าเที่ยงจะไม่โผล่มาเห็นก่อน สองพี่น้องเลยต้องปล่อยฟักไป แต่ก็ในสภาพร่อแร่เต็มที

    ไม่รู้ว่าจะรอดไปพูดกับใครได้อีกหรือไม่

    ฝ่ายแอบ...ถูกแย้มสั่งเฆี่ยนจนหลังแตกยับ โทษฐานจ้างวานคนไปข่มขืนเย็น สาลี่ได้แต่มองดูอาการบ่าวสาวคนสนิทด้วยความสมเพชและเวทนา รู้สึกผิดไม่น้อย

    แต่ก็ไม่รู้จะช่วยอะไรได้ นอกจากพยายามบังคับให้ อีกฝ่ายกินยา

    แต่เพราะไม่เคยดูแลใครมาก่อน สาลี่เลยทำตัวไม่ถูก เย็นซึ่งได้รับการปล่อยตัวจากเรือนขัง อยากช่วยตามประสาคนมีน้ำใจดี เลยอาสาจะป้อนยาและอาหารให้ แต่แอบก็ปฏิเสธ ประกาศกร้าวต่อหน้าเจ้านายสาว

    “ต่อให้บ่าวต้องตาย บ่าวก็ไม่ยอมให้มือของอีนังแพศยาคบชู้สู่ชายมาแตะต้องตัวบ่าวเจ้าค่ะ!”

    เหตุการณ์วุ่นวายบนเรือนพักแอบยังไม่คลี่คลาย ทุกคนบนเรือนพระยาสีหโยธินก็ต้องแตกตื่นกับเรื่องใหม่ เมื่อร่างเกือบไร้ลมหายใจของฟักถูกนำมาโยนทิ้งไว้

    เย็นถูกตามตัวมาด่วน แล้วก็ถึงกับหน้าซีดเผือด เมื่อเห็นสภาพอาบเลือดปางตายของหัวหน้าทาสสาวใหญ่...มิตรแท้เพียงคนเดียวที่มี
    เที่ยงเป็นเดือดเป็นร้อนไม่แพ้กัน แม้จะไม่รู้

    ตื้นลึกหนาบาง ว่าเหตุใดฟักถึงโดนทำร้ายปางตาย เพราะบุญมีไม่ยอมบอก แต่อดีตทาสหนุ่มก็ไม่ละความพยายาม บุกไปหาบุญมาถึงโรงฝิ่น!

    บุญมามีสีหน้าเคร่งเครียด ก่อนจะถอนใจยาว แล้วไล่เที่ยงกลับ เพราะไม่รู้จะอธิบายเช่นไร

    แต่เที่ยงก็ไม่ยอม “ฉันไม่กลับ จนกว่านายจะตอบฉัน นายบุญมามีคุณกับฉันก็จริง แต่คนอย่างอ้ายเที่ยง ก็รู้ผิดชอบชั่วดี นายตั้งโรงฝิ่น ถึงฉันไม่ชอบ แต่ฉันก็ไม่ว่า แต่ถ้าเป็นฆาตกรหรือโจรปล้นเขากิน ฉันไม่มีวันรับใช้เด็ดขาด”

    เที่ยงยืนยันเสียงเข้ม บุญมาไม่มีทางเลือก ส่งสายตาให้ลูกน้องนำฝิ่นไปผสมเหล้าให้ดื่ม อดีตทาสหนุ่มถึงสงบลงได้ แต่ก็ไม่วายเมายา จนต้องถูกหามไปพักบนเรือน

    ooooooo

    กว่าบุญมีจะรู้เรื่องเที่ยงอาละวาดถึงโรงฝิ่น และถูกพี่ชายมอมยาจนเมาเละ ต้องถูกหามไปพักบนเรือน ก็เช้าวันต่อมา และไม่รอช้าจะตามไปดูอาการด้วยความเป็นห่วง แต่กลับถูกเขา ซึ่งยังไม่สร่างเมาดึงตัวไปกอดแน่น

    “มากไปแล้วอ้ายเที่ยง ปล่อยข้าประเดี๋ยวนี้!”

    “ไม่ปล่อย! จนกว่าคุณบุญมีจะบอกว่าคุณบุญมีกับพี่ชายเป็นใคร แลคิดทำกระไร เหตุใดต้องทำร้ายพี่ฟักด้วย”

    บุญมีโกรธมาก เอ็ดลั่น “ข้าก็เป็นนายเอ็งอย่างไรเล่า ปล่อยข้าประเดี๋ยวนี้อ้ายเที่ยง”

    “นาย...อ้ายเที่ยงเป็นไทแล้ว ไม่มีนายอีกแล้ว ยัง มีเรื่องนังเย็นอีก คุณบุญมีหลอกกระผมเรื่องนังเย็นใช่หรือไม่”

    “คร่ำครวญถึงนังเย็นอีกแล้วรึ หน้าโง่! มันเป็นเมียท่านเจ้าคุณไปนานแล้ว ไม่มีใจให้เอ็งดอก”

    จบคำก็สะบัดตัวหนี แต่ก็ถูกเที่ยงดึงกลับมาใหม่ และคงเพราะฤทธิ์ยา สองหนุ่มสาวเลยลืมเรื่องผิดชอบชั่วดี ฉุดกระชากลากถูกันเข้าไปในห้อง พร้อมกับโถมตัวเข้าหากันอย่างร้อนแรงและดุดัน!

    ระหว่างที่บุญมีเร่าร้อนเพราะเพลิงสวาทกับเที่ยง เย็นต้องดูแลฟักด้วยใจไม่ดี เพราะอีกฝ่ายอาการไม่ดีขึ้นเลย แม้จะไม่มีบาดแผลน่าเป็นห่วง แต่ก็ยังไม่ได้สติมาบอกกล่าวอันใด

    แย้มมาเยี่ยมหัวหน้าทาสสาวใหญ่ พร้อมกับนมแสงในเวลาต่อมา และอดไม่ได้จะหารือกับเย็นถึงสาเหตุและแรงจูงใจที่ฟักต้องถูกทำร้ายสาหัส อาการเป็นตายเท่ากันเช่นนี้

    เย็นคิดว่าฟักน่าจะถูกทำร้ายมาจากที่อื่น และนำมาโยนไว้หน้าเรือน แต่ก็ไม่กล้ายืนยัน

    “บ่าวไม่มีหลักฐาน พูดกระไรไปก็เกรงว่าจะ บานปลาย เอาไว้รอพี่ฟักฟื้น คงได้รู้ความจริงจากปากพี่ฟักเจ้าค่ะ”

    แย้มพยักหน้ารับ “เช่นนั้นก็ดี ระหว่างนี้เย็นก็คอยดูแลฟักเถิด ไม่ต้องช่วยงานกระไรดอก หากท่านเจ้าคุณกลับมา ฉันจะชี้แจงเอง รวมทั้งเรื่องที่ฉันปล่อยเย็นออกจากเรือนขังทาสด้วย”

    เย็นยกมือไหว้ขอบคุณ ยินดีเหลือเกินที่ตนจะได้ตอบแทนฟักบ้าง

    “พี่ฟักมีบุญคุณกับบ่าวนัก อย่าว่าแต่ลำบากเท่านี้เลยเจ้าค่ะ ต่อให้บ่าวตายแทน บ่าวก็จะทำเจ้าค่ะ”

    สถานการณ์ของเย็นดีขึ้นมาก แม้จะถูกประณามเพราะข้อหาคบชู้เหมือนเดิม แต่ก็ไม่ถูกจับไปขังตีตรวน ไปไหนไม่ได้เหมือนเคย เพราะมีหน้าที่ดูแลฟัก ซึ่งยังไม่รู้สึกตัวและดูแลตัวเองไม่ได้

    ต่างจากสถานการณ์ของเที่ยง เลวร้ายลงอีกขั้น เพราะดันเมายาและเผลอตัวล่วงเกินบุญมี

    “กระผมมันชั่วช้า สารเลวนัก ต่อให้ตกนรกหมกไหม้ก็ชดใช้ความผิดครั้งนี้มิได้ กระผม...ไม่กล้าขอให้คุณอภัยดอกขอรับ แต่กระผมอยากจะกราบขอโทษคุณเท่านั้น”

    ขาดคำก็พนมมือ ทำท่าจะก้มกราบเพื่อขอโทษ แต่บุญมีก็จับมือรั้งตัวเขาไว้ พร้อมกับยิ้มหวาน

    “นึกว่าข้าโกรธเคืองเอ็งรึ ข้าต้องขอบใจเอ็งด้วยซ้ำ ที่ช่วยข้าชำระแค้นให้บางเบาลงได้บ้าง”

    เที่ยงอ้าปากค้าง พูดไม่ออกไปอึดใจ จนบุญมีต้องเอ่ยขึ้นขำๆ

    “เอ็งอยากรู้ไม่ใช่รึ ว่าข้าเป็นใคร แลต้องการทำกระไรกันแน่ ลุกขึ้นมาซี แล้วข้าจะเล่าให้ฟัง...”

    ooooooo

    พระยาสีหโยธินยังไม่ยอมเคลื่อนย้ายกองเสบียงและขบวนสินค้า เพราะยังคาใจเรื่องขุนปราบ จนต้องวางแผนร่วมกับเหล่าข้าราชการในหัวเมือง จนจับตัวขุนปราบในฐานะโจรปล้นสินค้าได้ในที่สุด!

    และก็เพราะแผนการรัดกุมนี่เอง ทำให้พระยาสีหโยธินได้รับความดีความชอบอีกครั้ง พระมหาเทพซึ่งร่วมขบวนไปปราบโจรด้วย และถูกส่งตัวกลับพระนครทันที ถึงกับหัวเสียด้วยอิจฉาริษยาในวาสนาของเกลอรัก เคราซึ่งรับฟังด้วยสีหน้าสบายๆ ต้องปลอบให้คลายใจ เพราะตนมีแผนบางอย่างต้องทำให้สำเร็จ ระหว่างที่ท่านเจ้าคุณยังไม่กลับ

    สาลี่คือหมากสำคัญของแผนนี้ เพราะเคราวางแผนจะให้สาลี่ขายตัวใช้หนี้กับตน แต่เรื่องกลับไม่ง่าย เพราะเมื่อสาลี่ไม่มีเงินไปใช้หนี้ เลยไม่โผล่หน้าไปที่บ่อนอีก เคราเลยยังไม่มีโอกาสยื่นข้อเสนอ

    เมื่อแอบซึ่งยังไม่หายดีจากการถูกลงโทษรู้เรื่องสาลี่ถูกห้ามเข้าบ่อน เพราะไม่มีเงินใช้หนี้เก่า ก็โล่งใจอย่างบอกไม่ถูก แต่ก็ต้องมาหน้าเสีย เมื่อถูกเจ้านายสาวเอ็ดลั่น โทษฐานปากมากและซ้ำเติมความผิดพลาดของตน

    แอบถึงกับถอนใจยาว “อย่าว่าแต่ปางตายเลยเจ้าค่ะ ต่อให้บ่าวตายกลายเป็นผี บ่าวก็ต้องพูด นับแต่บ่าวเกิดมา ไม่เคยเห็นสิ่งใดเลวร้ายไปกว่าการพนันกับฝิ่นอีก ผู้ตกเป็นทาสสองสิ่งนี้ มันหาความจำเริญไม่ได้ดอกเจ้าค่ะ”

    “หยุดพล่ามเสียทีเถิด ถึงข้าไม่ได้ไปเล่นแล้ว ข้าก็ยังต้องใช้หนี้อ้ายเคราอยู่ดี เรือนมันห่างกันแค่ข้ามคลอง หากไม่ใช้หนี้ มิถูกนินทาป่นปี้หมดรึ”

    “คราก่อนก็ขโมยกำไลข้อเท้าคุณแดงไปแล้ว ถ้าจะทำอีกคงยากแล้วเจ้าค่ะ แลทั้งเรือนนี้ คนที่จะมีข้าวของทองหยองมากพอจะช่วยแม่คุณของบ่าวใช้หนี้ได้ ก็มีแต่ท่านเจ้าคุณกับคุณหญิงเท่านั้น...”

    คำพูดของบ่าวสาวคนสนิท ทำให้สาลี่คิดแผนการใหญ่ ลอบขึ้นขโมยของมีค่าของแย้มบนเรือนใหญ่ แต่ก็ถูกเห็นเข้าเสียก่อน จนต้องปีนหนีทางหน้าต่าง โชคดีที่เย็นผ่านมาเห็น เลยช่วยไว้ด้วยการพาไปซ่อนตัวที่เรือนฟัก

    แต่กระนั้น...สาลี่ก็อดใจหายใจคว่ำไม่ได้ เมื่อแรมบุกมาค้นถึงที่ และเกือบจะถูกจับได้อีกครั้ง แต่เย็นก็ช่วยไว้ได้ จนอนุภรรยาคนสวยรอดพ้นจากความผิดอย่างหวุดหวิด

    ทันทีที่พวกแรมออกจากเรือนฟัก สาลี่ก็ทวงของมีค่าคืน แต่เย็นไม่ให้ พร้อมเอ่ยเสียงเรียบ

    “ของพวกนี้...คุณสาลี่ขโมยคุณหญิงมา บ่าวมิอาจ ยอมให้คุณสาลี่เอาไปได้เจ้าค่ะ ขอประทานโทษนะเจ้าคะ”

    พระยาสีหโยธินไม่รู้เรื่องวุ่นวายที่เรือน แต่จิตใจกลับนึกถึงเย็นอย่างบอกไม่ถูก โดยเฉพาะเมื่อได้เห็นสภาพของอดีตเมียน้อยข้าราชการผู้ใหญ่หัวเมืองที่คบชู้สู่ชายจนมีสภาพไม่ต่างกับซากศพที่ยังมีลมหายใจ

    และก็เพราะความกังวลใจนี่เอง ทำให้พระยาหนุ่มใหญ่เก็บไปฝัน และมันก็ช่างเหมือนจริงเสียเหลือเกิน โดยเฉพาะตอนที่เที่ยงบุกมาถึงเรือนและแทงเขาจากข้างหลังจนปางตาย!

    ด้านเย็น...ไม่ได้คิดถึงเรื่องชะตากรรมและชีวิตรักของตนอีกเลย มัวพะวงกับอาการเพียบหนักของฟัก ที่แม้อาการทางกายจะดีขึ้น แต่ก็ยังสลบไสลไม่ได้สติเหมือนเดิม

    “จะครบเดือนแล้วนะพี่ฟัก เมื่อใดจะตื่นมาคุยกับฉันเสียที พี่รู้หรือไม่ว่าไม่มีพี่สักคน ก็แทบจะไม่มีใครเอ่ยปากพูดกับฉันเลย ฉันเสียทั้งท่านเจ้าคุณ เสียทั้งลูกไปแล้ว อย่าให้ฉันต้องเสียเพื่อนแท้อย่างพี่ไปอีกคนเลยนะจ๊ะ”

    เย็นร้องไห้ด้วยความสะเทือนใจ เลยไม่ทันสังเกต ว่าหนังตาฟักกระตุก เหมือนจะเริ่มได้ยินอะไรบางอย่างแล้ว

    ooooooo

    หลังเสร็จภารกิจจับขุนปราบ พระยาสีหโยธินจึงส่งจดหมายถึงบรรดาเมีย ว่าจะยังไม่กลับเรือน เพราะติดภารกิจอีกมาก แย้มกับสาลี่ภาคภูมิใจนัก แม้จะอาวรณ์ด้วยความคิดถึง แต่ก็รู้ดีว่าเขารักและใส่ใจกับงานมากเพียงใด คงมีแค่บุญมี แค้นใจหนักหนา ที่เขายังมีชีวิตและได้รับความดีความชอบอีกครั้ง

    นอกจากข่าวคราวของพระยาสีหโยธินแล้ว บรรดาเมียยังได้ข่าวดีจากเย็นอีกต่างหาก ว่าฟักเริ่มรู้สึกตัวแล้ว แย้มเลยส่งคนไปตามหมอ โดยมีสาลี่มองตามนิ่งๆไม่ห้ามแต่ก็ไม่ช่วยอะไร เพราะเห็นว่าไม่ใช่ธุระของตนส่วนบุญมี พยายามข่มอารมณ์วิตก ด้วยร้อนตัวกลัวฟักฟื้นแล้วจะพาดพิงมาถึงตน!

    แต่ความกังวลของบุญมีก็ต้องสูญเปล่า เมื่อม้วนมารายงานอาการของฟักในเวลาต่อมา

    “แม้แต่เผยอปากยังทำไม่ได้ ฟื้นก็เหมือนตายทั้งเป็น ทำได้แค่ลืมตาเท่านั้นเจ้าค่ะ”

    บุญมีสาแก่ใจยิ่งนัก เบาใจได้บ้าง เมื่อรู้อาการของฟักไม่ได้ดีขึ้นมากพอจะพูดถึงตนได้ ต่างจากเย็น ร้องไห้เสียใจมาก จนแย้มต้องสั่งให้งดงานอื่น และมาดูแลฟักเพียงอย่างเดียว

    เย็นขอตัวไปต้มยาและดูแลฟัก แย้มได้แต่มองตามเครียดๆ พร้อมกับเปรยกับนมแสง

    “เห็นฟักเป็นเช่นนี้แล้วก็ให้สังเวชใจนัก แต่อีกใจก็โล่งได้เปลาะหนึ่ง เพราะหมดคนจะพูดความลับไปอีกคน”

    บุญมีรอดูสถานการณ์ อดทนรอจนเย็นกับแย้มออกไปแล้ว จึงได้ปรากฏตัวให้ฟักเห็น พร้อมกับเอ่ยเสียงเย็น

    “เอ็งกลัวรึอีฟัก เช่นนั้นเอ็งก็คงรู้ล่ะซี ว่าที่เอ็งต้องนอนเช่นนี้เพราะใคร!”

    ท่าทางลุกลี้ลุกลน หน้าซีดเผือดของฟัก ทำให้บุญมีย่ามใจ

    “ข้ารู้...ว่าเอ็งขยับไม่ได้ แต่ขอให้ข้าวางใจกว่านี้อีกสักหน่อยเถิด”

    จบคำก็นำเข็มที่เตรียมมาปักบนปลายเท้าเพื่อทดสอบ ฟักเจ็บจนน้ำตาไหล แต่ก็ตอบโต้ไม่ได้ บุญมีเห็นท่าก็ยิ้มเยาะ หัวเราะชอบใจใหญ่ที่ทุกอย่างจะยังเป็นความลับ

    “สมน้ำหน้า! ที่เอ็งต้องเป็นเช่นนี้ ก็ค่าที่เอ็งสาระแนนัก แต่อาจจะดีก็ได้นา เพราะอย่างน้อย เอ็งก็ไม่ตาย”

    ฟักกลัวจนตัวสั่น จังหวะเดียวกันนั่นเอง เย็นก็โผล่มา บุญมีเลยต้องแก้ตัวแบบขอไปที

    “ข้ามาเยี่ยมนังฟัก...แปลกรึ”

    เย็นสงสัยท่าทีแปลกๆของอีกฝ่าย แต่ก็ไม่มีหลักฐานเอาผิด “ไม่แปลกดอกเจ้าค่ะ แต่บ่าวไม่คิดว่าคุณบุญมีจะมีเมตตากับพวกบ่าวไพร่ ถึงขนาดมาเยี่ยมเยียนเองโดยไม่มีผู้ใดคอยรับใช้เจ้าค่ะ”

    “ปากดีนักนะอีเย็น วาจาฉลาดเช่นนี้เอง ท่านเจ้าคุณถึงได้หลงใหลเอ็งนัก อ้อ...ไม่ใช่ซี เคยหลงใหลต่างหาก”

    พูดจบก็สะบัดหน้าหนี ทิ้งเย็นให้มองตามเครียดๆ เริ่มระแวงว่าบุญมีต้องเกี่ยวข้องกับเรื่องที่ฟักถูกทำร้ายแน่

    เรื่องอาการของฟัก รู้ถึงหูเที่ยงในเวลาต่อมา อดีตทาสหนุ่มโล่งใจมากที่ฟักฟื้นแล้ว แต่อีกใจก็รู้สึกผิด ที่ฟักต้องมีชะตากรรมน่าสมเพชเวทนาเช่นนี้

    “มิน่าเลย...นี่ต้องมีคนรับเคราะห์เพื่อสนองความแค้นของคุณบุญมีอีกกี่คนกัน”

    “เอ็งพูดอย่างนี้ หรือไม่อยากแก้แค้นท่านเจ้าคุณแล้ว”

    “ถึงแก้แค้นได้ กระผมก็ไม่มีหน้าไปพบนังเย็นอีกแล้วล่ะขอรับ”

    “ยังจะอาลัยอาวรณ์มันอีกรึ เพลานี้เอ็งคิดถึงหญิงคนใดไม่ได้ทั้งนั้น นอกจากข้า!”

    “กระผม...ก็คงเป็นคนหนึ่งที่ต้องรับเคราะห์เพราะความแค้นของคุณบุญมีด้วยกระมังขอรับ”

    “ถึงขั้นนี้แล้วเอ็งยังไม่รู้ความในใจของข้าอีกรึ คิดดูเถิด ค่ำมืดป่านนี้ ข้ายังเสี่ยงมาหาเอ็งเพราะกระไร”

    ขาดคำก็โถมตัวเข้ามาซบอกแกร่งด้วยความหลงใหล เที่ยงไม่ขัดขืน แม้จะไม่ได้รักใคร่ชอบพออีกฝ่ายมาตั้งแต่ต้น แต่ความสวยและความสาวของเธอ ก็ทำให้เขาถลำลึกจนแทบถอนตัวไม่ได้

    ooooooo

    สาลี่โล่งใจมากที่ทุกคนบนเรือนใหญ่วุ่นวายกับเรื่องฟัก จนไม่มีใครมาสนใจ และจ้องจับผิดตนเรื่องเข้าบ่อนเหมือนเคย แต่กระนั้น...หนี้สินที่ยังไม่ได้ใช้ ก็ทำให้อนุภรรยาคนสวยเป็นทุกข์ และแล้วก็หนีความจริงไม่พ้น เมื่อเคราแวะมาเยี่ยมเธอถึงเรือนในวันหนึ่ง พร้อมขู่ด้วยสีหน้ายิ้มๆ

    “ในเมื่อคุณสาลี่ไม่แวะเวียนไปบ่อนของกระผม กระผมก็ต้องมาเยี่ยมถึงเรือน แลคราหน้าคงได้เยี่ยมท่านเจ้าคุณพร้อมกับคุณสาลี่นะขอรับ”

    คำขู่ของเคราทำให้สาลี่ต้องแล่นไปขอความช่วย เหลือจากพระมหาเทพด้วยสีหน้าร้อนใจสุดขีด พยายามขอให้เขาหางานให้ แลกกับค่าจ้างสินบนเหมือนเคย แต่คุณพระหนุ่มสมคบคิดกับเคราแล้ว เลยทำไม่รู้ไม่ชี้

    สาลี่ไม่มีทางเลือก ต้องบากหน้าไปยืมเงินจากแย้ม โดยโกหกหน้าตายว่าจะเอาเงินไปรักษาญาติ

    “ญาติของฉันเจ็บไข้หนัก อยากจะขอยืมเงินคุณหญิงสักสิบชั่งได้หรือไม่เจ้าคะ”

    แย้มกับนมแสงตาโต เพราะเงินสิบชั่งไม่ใช่จำนวนน้อยๆ แถมรู้มาด้วยว่าสาลี่แทบไม่มีญาติพี่น้องที่ไหน แต่ก็ไม่กล้าปฏิเสธตรงๆ เลยพยายามบ่ายเบี่ยงให้อนุภรรยาคนสวยรอท่านเจ้าคุณกลับมา

    “ไม่ได้! จะให้ท่านเจ้าคุณรู้เรื่องไม่ได้นะ”

    “ทำไมท่านเจ้าคุณจะรู้ไม่ได้เล่าแม่สาลี่”

    “เรื่องเล็กน้อย...ฉันไม่อยากให้ท่านเจ้าคุณระคายใจ แลเรื่องนี้ฉันจะพูดกับท่านเจ้าคุณเอง”

    “เงินสิบชั่ง มิใช่เรื่องเล็กน้อยดอกนะแม่สาลี่”

    สาลี่ขบกรามแน่น เจ็บใจมาก แต่ก็จำต้องข่มใจ คุกเข่าและพนมมืออ้อนวอน

    “ตั้งแต่เกิดมา ฉันไม่เคยขอร้องใครเช่นนี้ถือว่าช่วยกันสักครั้งเถิดนะคะคุณหญิง”

    แย้มใจอ่อน ตัดใจให้ไปสามชั่ง ส่วนที่เหลือให้รอขอจากท่านเจ้าคุณ สาลี่รับมาแบบเสียไม่ได้ และเอาไปเล่นพนันจนหมด หวังมือขึ้นจะได้นำไปใช้หนี้ แต่ก็ต้องหน้าเครียดกลับเรือน เพราะไม่เหลือเงินสักแดง!

    แอบรู้เข้าก็หน้าซีด อยากจะเป็นบ้านักกับอาการผีพนันเข้าสิงของเจ้านายสาว แต่ไม่ทันเอ่ยปาก ก็ถูกดักคอ

    “หุบปากไปเลยนังแอบ มาช่วยข้าคิดเถิดว่าจะหา เงินที่ใดไปใช้หนี้อ้ายเครามันดี”

    “แม่คุณของบ่าว ปัญญาแม่คุณเหนือบ่าวเป็นสิบเท่า ยังคิดไม่ออก แล้วบ่าวจะไปคิดออกได้อย่างไรเล่าเจ้าคะ”

    “ก็พูดๆมาเถิด ข้ามืดแปดด้านแล้ว นี่ถ้าท่านเจ้าคุณกลับมารู้เรื่องนี้เข้า ยังไม่รู้เลยว่าจะเกิดกระไรขึ้นบ้าง”

    “คุณสาลี่คงต้องไปขอยืดเวลาใช้หนี้จากอ้ายเครามันไปก่อน อย่าเพิ่งให้มันไปฟ้องท่านเจ้าคุณได้เจ้าค่ะ แลท่านเจ้าคุณกลับมาเมื่อใด คุณสาลี่ก็อ้างเรื่องเจ็บป่วยเช่นเดิม แล้วขอเจ็ดชั่งที่เหลือไปใช้หนี้อ้ายเครา แลที่เหลือก็ค่อยผ่อนชำระทีหลัง บ่าวคิดได้เท่านี้จริงๆเจ้าค่ะ”

    สาลี่ตัดสินใจไปเจรจาผ่อนปรนหนี้หลังจากนั้น เคราไม่ยอม แถมยื่นข้อเสนอลดดอกเบี้ยอีกต่างหาก

    “ไม่มีกระไรมากดอกขอรับ ขอเพียงคุณสาลี่ค้างกับกระผมสักคืนเท่านั้น”

    ข้อเสนอของเคราทำให้สาลี่ถึงกับผงะ ขยับตัวออกห่างด้วยความรังเกียจ แต่เคราก็ไม่สะทกสะท้าน

    “กระผมมีใจให้คุณสาลี่แต่แรกเห็นแล้ว สู้อดทนมานานปี เฝ้าแต่คิดว่าทำอย่างไรถึงจะได้คุณสาลี่มาเชยชม จึงให้คุณติดหนี้พนันพอกพูน กระผมก็คิดว่าครานี้คง สมหวังแน่ แต่คุณสาลี่ก็เก่งนะขอรับ อุตส่าห์ดิ้นรนมาได้ขนาดนี้”

    “สารเลว! นี่เอ็งคิดอัปรีย์กับข้ามาตลอดเลยรึ ข้ามิควรหลงมาเล่นบ่อนเอ็งให้เป็นเสนียดเลยจริงๆ”

    “คุณสาลี่เล่นบ่อนกระผมมานับครั้งมิถ้วน ถ้าติดเสนียดจริง คงไม่มีที่ใดในตัวคุณสาลี่พ้นเสนียดไปได้ขอรับ แต่ถึงติดเสนียดทั้งตัว กระผมก็หารังเกียจไม่”

    จบคำก็เอื้อมมือไปเชยคาง สาลี่รีบเบี่ยงหน้าออก แล้วตวัดมือตบเต็มแรง

    “อ้ายชาติชั่ว ปล่อยกูประเดี๋ยวนี้!”

    “ถึงขั้นนี้แล้ว กระผมไม่ยอมปล่อยคุณสาลี่ให้หลุด มือไปเป็นอันขาด ถ้าคุณสาลี่ไม่มีเงินสิบชั่งมาใช้หนี้ กระผมจะไปทวงที่ท่านเจ้าคุณเอง แต่ถ้าคุณไม่เลือกทั้งสองทาง ก็ต้องยอมเป็นของกระผมเท่านั้น”

    เคราดึงตัวอีกฝ่ายมากอด สาลี่รีบสะบัดตัวออกแล้ววิ่งหนีจากบ่อน โดยมีเครามองตามด้วยแววตามาดร้าย หมายมั่นปั้นมือในใจ จะต้องเอาตัวอนุภรรยาคนสวยของพระยาสีหโยธินมาเป็นเมียให้ได้!

    ooooooo

    ข้อเสนอชั่วช้าและหยามเกียรติของเครา ทำให้สาลี่ต้องหลบไปร้องไห้ตามลำพังด้วยความคับแค้นใจ เย็นผ่านมาเห็นโดยบังเอิญ เลยอดไม่ได้จะถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง เลยถูกสาลี่เอ็ด ไม่ให้สาระแน

    “ขอประทานโทษเจ้าค่ะ บ่าวเห็นนายทุกข์ใจก็ อดถามมิได้ แต่หากคุณสาลี่มิให้บ่าวยุ่ง บ่าวก็จะไม่ยุ่งเจ้าค่ะ”

    “รู้ก็ดีแล้วอีขี้ข้า คนอย่างข้าจะทุกข์ใจอย่างไรก็ยังสุขกว่าอีทาสชั้นต่ำที่ต้องห้อยมาลัยดอกชบาแดงประจานความแพศยาอย่างเอ็งมากนัก จำใส่กะลาหัวไว้เถิดอีเย็น แล้วอย่าได้เสนอหน้าอีก!”

    ฝ่ายบุญมี...ไม่ได้อินังขังขอบเรื่องสาลี่ มัวหมกมุ่นกับรสสวาทของเที่ยง จนถึงขั้นวางแผนร้ายจะมีลูกกับเขา แล้วใช้เป็นเครื่องมือล้างแค้นพระยาสีหโยธิน แต่ก็รู้ว่าบุญมาคงไม่เห็นด้วย เลยต้องพยายามหว่านล้อม

    “เมื่อล้างแค้นโดยตรงไม่ได้ ก็กระทำโดยอ้อมซี แลวิธีนี้อาจได้สมบัติทั้งหมดของมันมาเป็นของเราด้วย”

    “เอ็งพูดอย่างนี้อีกแล้ว ข้ายังไม่เห็นทางเลยว่าจะทำได้อย่างไรวะ”

    “ทำได้ซี ถ้าฉันมีลูกกับมัน แล้วค่อยกำจัดลูกอีเย็นที่อยู่กับนังคุณหญิงทิ้ง ทรัพย์สมบัติก็ต้องตกเป็นของลูกฉัน ถึงเพลานั้น เราค่อยเล่นงานมันก็ไม่สาย”

    “ก็เอ็งบอกเองว่ามันมิใคร่สนใจไยดีเอ็ง แล้วจะมีลูกกันได้หรือวะ...”

    บุญมียิ้มร้าย แต่ไม่ยอมเฉลยแผนการ เพราะคิดว่ายังไม่ถึงเวลา และเลือกจะแวะไปหาเที่ยงหลังจากนั้น เพื่อลองหยั่งเชิงท่าทีของเขา ว่าจะยอมร่วมมือหรือไม่ แต่อดีตทาสหนุ่มก็ทำให้โมโห ด้วยการพร่ำเพ้อถึงความผิดของตัวที่ลอบเป็นชู้กับเมียคนอื่นจนบุญมีต้องปลอบให้คลายใจ

    “ข้าบอกแล้วว่าข้ามีใจให้เอ็ง แลกระทำเช่นนี้ก็ถือว่าเป็นการล้างแค้นท่านเจ้าคุณเช่นกัน”

    “กระผมคิดแค้นก็เพราะความอยุติธรรมที่ท่านเจ้าคุณมีต่อนังเย็น แต่เรื่องอื่น กระผมก็ยังเคารพท่านเจ้าคุณอยู่”

    “ข้าบอกเอ็งแล้วอย่างไร ว่าไม่ให้เอ่ยชื่อนังเย็นอีก”

    เที่ยงหน้าเสีย เอื้อมไปจับมือบุญมี “หนีไปกับกระผมเถิดนะครับคุณบุญมี ไปอยู่ที่ใดก็ได้ คุณบุญมี ลืมความแค้น กระผมลืมนังเย็น แล้วเราสองคนมาเริ่มต้นกันใหม่”

    “เอ็งต้องลืมนังเย็นน่ะถูกแล้ว แต่ข้าไม่มีวันลืมแค้นของข้าเป็นอันขาด! ชาตินี้...ถ้าข้าไม่ได้เห็นอ้ายท่านเจ้าคุณมันพินาศกับตา ข้าไม่มีวันตายตาหลับดอก”

    เที่ยงหนักใจมาก ไม่รู้ว่าจะทำเยี่ยงไรกับความแค้นไม่รู้จบของบุญมี ได้แต่ยอมให้เธอปรนเปรอรสสวาททุกค่ำคืนด้วยความคลั่งไคล้และหลงใหล แต่กระนั้น...สำนึกผิดชอบชั่วดีที่ยังเหลือก็ทำให้รู้สึกผิดเป็นระยะๆ จนกระทั่งได้พบกับเย็นโดยบังเอิญในเช้าวันต่อมา อดีตทาสหนุ่มถึงเพิ่งรู้ตัวว่าคิดผิด!

    สีหน้าและท่าทางเหมือนคนอมทุกข์ของเย็นทำให้เขาเริ่มคิดว่าตัวเองช่างเห็นแก่ตัวที่สร้างเรื่องให้เธอสารพัด ทั้งพาหนีและเป็นต้นเหตุให้ฟักต้องเจ็บปางตาย แต่เย็นกลับไม่คิดโกรธเคือง

    “ท่านเจ้าคุณไม่เห็นค่าเอ็งแล้ว มิเช่นนั้นคงไม่เฆี่ยนตีเอาปางตายดอก หนีเถิดวะนังเย็น ไปที่ใดก็ได้ ไม่ต้องไปกับข้าดอก เพราะข้าไม่คู่ควรให้เอ็งมาอยู่ด้วยแล้ว แต่เอ็งก็ไม่ควรทิ้งชีวิตไว้ที่เรือนท่านเจ้าคุณเช่นกัน”

    เย็นถอนใจยาว “ฉันรู้ว่าพี่ห่วงใยฉัน แต่ฉันไปไม่ได้ แลถึงไปได้ ฉันก็ไม่ไป มันมีหลายเรื่องที่ฉันบอกไม่ได้ แต่อย่างหนึ่งคือฉันต้องดูแลพี่ฟัก แลฉันต้องรู้ให้ได้ว่าใครทำกับพี่ฟักเช่นนี้”

    ชื่อของฟักทำให้เที่ยงหน้าเจื่อนจนเย็นนึกสงสัย ว่าเหตุใดเขาถึงไม่ถามถึงหัวหน้าทาสสาวใหญ่เหมือนเคย และเขาก็เหมือนจะรู้ตัว รีบแก้ตัวเก้อๆว่ารู้เรื่องฟักมาจากคนอื่นบ้างแล้ว

    ooooooo

    ท่าทีลุกลี้ลุกลนเหมือนคนมีพิรุธของเที่ยง ทำให้เย็นสังหรณ์ใจว่าเขาอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เกิดกับฟัก และอาจรวมไปถึงบุญมีด้วย แต่ก็ไม่กล้าซักอะไรมาก เพราะยังไม่มีหลักฐาน

    ส่วนเที่ยงไม่ได้ติดใจท่าทีสงสัยของเย็น มัวแต่หน้าตื่นตกใจ เมื่อถูกบุญมีจับได้ว่าแอบไปเจอเย็น

    “ข้าเห็นเอ็งกับอีเย็น แต่กลางตลาด ข้าจึงยับยั้งชั่งใจไว้ไม่อาละวาด สารเลวนัก เลี้ยงไม่เชื่อง!”

    พูดจบก็ตบหน้าเขาฉาดใหญ่ เที่ยงโกรธมากเถียงเสียงเข้ม “กระผมเจอนังเย็นโดยบังเอิญ เลยพูดจากันบ้างเท่านั้น แต่ถ้าคุณบุญมีเห็นว่าผิดนัก กระผมก็จนใจกระผมจะไปให้พ้นหน้าก็แล้วกัน”

    “คิดจะหนีรึ เอ็งเป็นผัวข้าแล้ว ต้องอยู่กับข้า เท่านั้น จะไปอยู่กับผู้ใดไม่ได้ทั้งสิ้น”

    เที่ยงโมโหโต้กลับอย่างดุเดือด “กระผมไม่อยู่กับผู้ใดทั้งนั้นล่ะขอรับ คนชั่วเป็นชู้กับเมียคนอื่นอย่างกระผม ควรอยู่คนเดียวประสาชั่วเท่านั้น คุณบุญมี อย่าได้กังวลเลย”

    “ข้าไม่ให้เอ็งไป หากเอ็งไป ข้าจะฆ่าเอ็งเสีย”

    “ก็ฆ่าเลยซีขอรับ ถ้าต้องให้ทนอยู่อย่างนี้ กระผมก็ไม่อยากอยู่แล้ว”

    บุญมีกรีดร้องลั่น ทุบตีเขาพัลวัน “เอ็งบอกว่าทนรึ เอ็งกล้าบอกว่าทนอยู่กับข้ารึ”
    เที่ยงไม่หลบหรือตอบโต้ ปล่อยให้บุญมีทุบตีระบายความแค้นจนสาแก่ใจ นับวันก็ยิ่งเห็นธาตุแท้และสันดานดุร้ายของอีกฝ่าย แต่ก็ถอนตัวไม่ได้เสียแล้ว...

    เย็นไม่ได้คิดถึงเรื่องของเที่ยงอีกเลย มัวแต่ตกใจเมื่อเห็นท่านเจ้าคุณแวะมาเยี่ยมฟักในบ่ายวันเดียวกัน พระยาสีหโยธินซึ่งครุ่นคิดเรื่องเย็นมาตลอดหลายวัน ถึงกับพูดไม่ออกไปอึดใจ ได้แต่สบตาอดีตเมียน้อยคนโปรดด้วยสีหน้านิ่งสงบ ก่อนจะเฉไฉเปลี่ยนไปพูดเรื่องฟัก ว่าตัดสินใจมาเยี่ยม เพราะเห็นว่าเป็นข้าเก่าเต่าเลี้ยง

    น้ำเสียงนิ่งเฉยและท่าทีห่างเหินของเขา ทำให้เย็นเจ็บแปลบในอก แต่ก็ทำได้แค่พยายามทำใจ

    “บ่าวต้องขอประทานโทษด้วยเจ้าค่ะที่ออกจากเรือนขังทาสโดยไม่ได้รับอนุญาตจากท่านเจ้าคุณก่อน”

    “คุณหญิงเล่าให้ข้าฟังหมดแล้ว เอ็งมีเหตุจำเป็น ข้าไม่ถือโทษเอ็งดอก”

    เย็นอดแปลกใจไม่ได้ที่เขาไม่ดุด่าหรือค่อนแคะเธอเหมือนเคย แต่กระนั้น...ก็อดใจเสียไม่ได้ เพราะ ความรักระหว่างเขากับเธอคงเป็นไปไม่ได้อีกต่อไปแล้ว

    พระยาสีหโยธินก็รู้สึกไม่ต่างกัน แต่เพราะทิฐิเลยไม่แสดงท่าทีห่วงใยและโหยหา จนเมื่อแย้มส่งคนมาตามเขากลับเรือนใหญ่ เพราะแดงไม่สบายหนัก ถ่ายท้องไม่หยุด ท่านเจ้าคุณก็แทบลืมเรื่องเย็นไปเลย

    “เพลานี้แล้ว...สิ่งใดที่จะช่วยแม่แดงได้ ฉันยอมทุกอย่าง ลูกแดง...ยอดดวงใจของพ่อ กว่าลูกจะมาอยู่กับพ่อได้ พ่อรอมานานนักหนา ถ้าลูกจะไปจากพ่อก็สู้ เอาชีวิตพ่อไปแทนเสียดีกว่า”

    แย้มได้ยินคำของสามีก็อดเป็นกังวลไม่ได้ รู้ดีเขารักลูกสาวคนนี้เหลือเกิน หากรู้ว่าแดงไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของเธอ ก็ไม่รู้เลยว่าเขาจะคิดเช่นไร จะโกรธจนไม่ยอมมองหน้าเธอหรือไม่...

    ooooooo

    อาการไม่สบายของแดง ทำให้เย็นร้อนใจมาก อยากขึ้นไปดูด้วยตาตัวเองเหลือเกิน แต่ก็ติดคำสั่งท่านเจ้าคุณ ไม่ยอมให้เธอขึ้นเรือนใหญ่อีกเป็นอันขาด ฟักสงสาร แต่ก็ทำได้แค่นอนฟังอีกฝ่ายระบายความอึดอัดใจ

    “ถ้ามีใครมาบอกให้ฉันเอาอายุฉันไปแลกกับคุณแดงได้ ฉันจะไม่ลังเลใจเลยนะพี่ แต่นี่...แม้แต่เหยียบขึ้นเรือนไปดูหน้าคุณแดง ฉันยังทำไม่ได้เลย”

    ฟักทำหน้าเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็ทำไม่ได้เต็มที่ เย็นเลยไม่ทันสังเกต และขอตัวไปสืบข่าว จากพวกบ่าวคนอื่น เปิดโอกาสให้แอบเข้ามารื้อของมีค่า ของแย้ม ที่สาลี่เคยขโมยบนเรือนฟัก แต่ก็ไม่พบ

    สาลี่โมโหมาก แต่ก็จนด้วยหนทาง ไม่อยากขึ้นเรือนใหญ่เวลานี้ กลัวจะถูกสามีจับได้ แอบเลยอาสาไปขโมยแทน แต่เธอก็ไม่อยากให้ไป เลยคิดเปลี่ยนแผนใหม่ จะลอบขึ้นเรือนบุญมีแทน

    แอบกับสาลี่ช่วยกันวางแผนล่อบุญมีกับม้วนออกจากเรือนด้วยการหลอกว่าเกิดเหตุไฟไหม้ แต่บุญมีก็ดันรู้ทันเสียก่อน สาลี่เลยถูกจับได้คาหนังคาเขาว่าจงใจสร้างเรื่องเพื่อขโมยของ!

    เมื่อพระยาสีหโยธินรู้เรื่อง ก็สั่งให้เรียกตัวสาลี่มาพบทันที

    “เรื่องชั่วช้าเช่นนี้ยังกระทำได้ คงไม่ต้องถามแล้วกระมังว่ายังมีความละอายหลงเหลืออยู่หรือไม่”

    สาลี่รู้ตัวว่าผิด แต่กำลังโมโห เลยสวนอย่างไม่ยอมแพ้ “ท่านเจ้าคุณจะด่า ก็ด่าเถิดเจ้าค่ะ แต่ฉันยืนยันว่าฉันจำเป็น หากไม่จนตรอกถึงที่สุด จะทำให้อับอายบ่าวไพร่ไปทำไมล่ะเจ้าคะ”

    พระยาสีหโยธินโกรธมาก เอ็ดลั่น “ก็แล้วตัวแม่สาลี่เองไม่ใช่รึที่พาตัวเองไปจนตรอก ฉันไม่ต้องถามก็รู้ว่าแม่ทำทำไม นี่คงเสียพนันจนสิ้นเนื้อประดาตัวเสียแล้วล่ะซี”

    บุญมีสะใจมาก แกล้งทำทีสงสารและพยายามไกล่เกลี่ย จนสาลี่ทนไม่ไหว ต้องโต้กลับอย่างดุเดือด แถมพาลประชดถึงสามี ที่ไม่เชื่อใจและไม่เข้าใจถึงความจำเป็น

    “จะทำอย่างไรก็ทำเถิดเจ้าค่ะ อย่างไรฉันก็เป็นคนทรามไปแล้ว”

    “ผิดแล้วยังมีหน้ามาท้าทายฉันอีกรึ เอาเช่นนั้นก็ได้ ตั้งแต่เกิดมา นอกจากนังเย็นแล้ว ฉันไม่เคยเฆี่ยนใครกับมือ แต่ในเมื่อแม่สาลี่ไม่สำนึก ก็ต้องลองดูว่ารสหวาย จะช่วยให้แม่หลาบจำหรือไม่”

    สาลี่หน้าซีดเผือด “นี่ท่านเจ้าคุณจะเฆี่ยนฉันได้ลงคอเชียวหรือเจ้าคะ”

    พระยาสีหโยธินตอกเสียงเข้ม ไม่ไว้หน้าอนุภรรยาคนสวยแม้แต่นิดเดียว “บ่าวไพร่ขโมยของฉันยังลงโทษ แล้วนี่เมียมันทำชั่วให้บ่าวดู จะปล่อยไปเป็นเยี่ยงอย่างรึ ถ้าแม่ไม่กลัว ก็ไม่ควรท้าฉันตั้งแต่ต้น”

    น้ำเสียงแข็งกร้าวของเขา ทำให้สาลี่นึกกลัวอย่างที่ไม่เคยมาก่อน บุญมีเลยยุใหญ่ ให้คนจับคู่อริไปมัดบนขื่อ เตรียมให้สามีเฆี่ยน แต่ก็เหมือนโชคจะยังเข้าข้างสาลี่ เมื่อนมแสงวิ่งมาบอกเรื่องแดงที่อาการทรุดหนักลงทุกที

    ท่านเจ้าคุณตกใจมาก ถลาตามนมแสงไปดูอาการลูกสาว ทิ้งสาลี่ให้มองตามด้วยแววตาโล่งอก ก่อนจะลุกวาวขึ้นใหม่ เมื่อได้ยินถ้อยคำเยาะเย้ยและถากถางของบุญมี

    “โชคแม่สาลี่ยังดีนักที่คุณแดงช่วยไว้ หากเจอกัน แม่สาลี่ก็อย่าลืมกราบขอบพระคุณคุณแดงเธอด้วยเล่า”

    ooooooo

    แดงอาการไม่ดีขึ้นเลย แม้หมอจะให้ยามาหลายขนาน แต่ก็ไม่ทำให้เด็กน้อยถ่ายน้อยลง เมื่อเย็นรู้เรื่องในเช้าวันต่อมา ก็น้ำตาไหลพราก อดไม่ได้จะรำพึงรำพันกับฟัก

    “พี่ฟักจ๋า...หากคุณแดงเป็นกระไรไป พี่อย่าถือโทษโกรธฉันเลยนะ พี่เป็นบ่าวเก่าแก่ของท่านเจ้าคุณ แลคุณหญิงท่านก็เมตตา ถึงฉันไม่ได้ดูแล พี่ก็ยังอยู่ต่อไปได้ แต่ฉัน...ไม่มีคุณแดง ฉันก็ไม่รู้จะอยู่ต่อเพื่อกระไร สู้ตายไปอยู่กับคุณแดงเสียจะดีกว่า”

    ถ้อยคำเหมือนจะลาตายของเย็น ทำให้ฟักร้อนรนมาก แต่ก็พูดไม่ได้ เพราะไม่มีเสียง ได้แต่พยายามส่งสายตาเตือนสติ และก่อนที่เย็นจะคิดอะไรเลวร้ายลงกว่านี้ แรมก็มาตามไปเรือนใหญ่ เพราะจะมีข่าวดี...ว่าเย็นอาจได้ขึ้นเรือนใหญ่อีกครั้ง เพราะแดงต้องเปลี่ยนคนให้น้ำนมตามคำสั่งหมอ

    เย็นตื่นเต้นดีใจมาก ผิดกับแย้ม ต้องพยายามเกลี้ยกล่อมสามีด้วยความยากลำบาก เพราะทิฐิและอคติจากเรื่องในอดีต ทำให้เขาเกรงว่าเย็นจะผูกใจเจ็บ ฉวยโอกาสทำร้ายลูกสาวคนเดียวของเขา

    “คนที่แนะให้เปลี่ยนคนให้นมแม่ก็คือหมอฝาหรั่ง ที่ท่านเจ้าคุณหามานะเจ้าคะ ใช่ว่าฉันอยากเปลี่ยนเสียที่ไหน”

    พระยาสีหโยธินส่ายหน้า สวนด้วยความหงุดหงิด

    “หมอฝาหรั่งเขาแนะว่าแม่แดงควรกินนมแม่ จะได้หายจากเจ็บป่วย คุณหญิงก็ให้เองซี ไม่ต้องพึ่งแม่เย็น”

    “แต่ธรรมเนียมลูกผู้ดีมีตระกูล ก็ต้องมีแม่นมเป็นคนให้นมลูกทั้งนั้น ฉันให้เองก็จะผิดธรรมเนียมนะคะ”

    “แล้วเหตุใดต้องเป็นนังเย็นด้วย”

    นมแสงทนฟังอยู่นาน ทนไม่ไหว ต้องตอบแทนแย้มที่ไม่มีน้ำนมแล้ว เพราะลูกตายตั้งแต่เกิด

    “เพราะทั้งเรือน มีเย็นคนเดียวที่มีน้ำนม จะหาคนอื่นตอนนี้คงไม่ทันดอกเจ้าค่ะ”

    “งั้นก็ตามใจคุญหญิงก็แล้วกัน แต่ถ้าแม่แดงทรุดไปอีก คุณหญิงต้องรีบนำตัวเสนียดให้พ้นเรือนฉันทันที!”

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"
    23 ต.ค. 2564

    05:50 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2564 เวลา 08:34 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์