ตอนที่ 6
อัลบั้ม: นางสาวทองสร้อย...คุณแจ๋วหมายเลข 1
คุณใหญ่เดินอ้าวไปที่ครัวถามพุฒิอย่างเอาเรื่องว่าชบาอยู่ไหน! พุฒิตกใจบอกว่าคงอยู่ในห้องน้ำให้คุณใหญ่รอแป๊บ
คุณแหววสงสัยถามพุฒิว่ามีอะไรกันแน่ ดูแปลกๆ พุฒิบอกว่าไม่มีอะไร ทุกอย่างปกติ ทั้งที่ตัวเองใจเต้นระส่ำ โชคดีมือถือของพุฒิดังขึ้น พุฒิไปยืนขวางประตูรับสาย
“ว่าไงครับ คุณกลาง!!”
“ฉันเอง” เสียงชบาบอก มองพฤกษ์ที่กำลังแบกทองสร้อยเข้าห้อง “คุณกลางต้องแบกนังทองสร้อยมานอนที่ห้อง เพราะมันยังไม่ฟื้นเลยตอนนี้...เรียบร้อย”
“อ้อ...เหรอครับ...ได้ครับ...อ๋อ...พอดีผมอยู่กับคุณใหญ่และคุณแหววในครัวครับ”
เมื่อมาเจอคุณใหญ่ที่ครัว ชบาถูกคุณใหญ่สั่งให้พูดเรื่องสำคัญมาไม่อย่างนั้นจะด่าสามวันไม่จบ
“เรื่องสำคัญที่ไอ้พุฒิมันหมายถึงก็คือ ชบารู้สึกซาบซึ้งใจที่คุณใหญ่ให้นังทองสร้อยมันทำกับข้าวแทนชบาค่ะ ชบาจะได้ไม่รู้สึกแย่เวลาเห็นหน้าคุณกลางรับประทานกับข้าวฝีมือชบา และที่สำคัญ...นังทองสร้อยจะได้ไม่มีเวลาว่าง ให้มันทนไม่ไหว แล้วลาออกไปเลย”
“ชบา ทำไมคิดแบบนั้นกับทองสร้อยล่ะ ไม่ดีเลย” คุณแหววติง
“อ๋อ...คุณใหญ่ให้คิดค่ะ”
“เงียบไปเลย!!” คุณใหญ่แหว “คราวนี้ฉันให้อภัยเพราะเป็นเรื่องที่ถูกใจฉัน แต่คราวหลังอย่าเยอะ! รำคาญ!!”
พอคุณใหญ่ออกไป ชบาก็หันมาขย้ำพุฒิที่ปั้นเรื่องจนตนเกือบเอาตัวไม่รอด
ooooooo
พฤกษ์เพิ่งรู้จากคุณเล็กว่าที่ทองสร้อยเป็นลมเพราะงานเยอะพักผ่อนน้อย อ่อนเพลียและยังไม่ได้กินข้าว
ฟังแล้วพฤกษ์รู้สึกแปลกๆ เพราะคนใช้ในบ้านมีหลายคนทำไมทองสร้อยจึงต้องทำงานหนักจนเป็นลม คุณเล็กรู้สึกว่าพฤกษ์ห่วงใยทองสร้อยมาก แต่เมื่อเขาอ้างว่าตนก็เป็นห่วงทุกคนในบ้านนั่นแหละ คุณเล็กเลยเงียบไป เรื่องที่ตั้งใจคิดจะมาปรึกษาเขา เธอบอกว่าเอาไว้ก่อนก็แล้วกันเพราะรู้สึกวันนี้เขาจะเหนื่อยมาก
“เหนื่อยเพราะเรื่องทองสร้อยนั่นแหละ หึๆ มีเรื่องให้เหนื่อยได้ไม่เว้นแต่ละวัน” พฤกษ์ทำเป็นบ่นแต่ขำๆ
คุณเล็กรู้สึกถึงความผูกพันของพฤกษ์ที่มีต่อทองสร้อยโดยที่เขาไม่รู้ตัว
คืนนี้...ทองสร้อยนอนฝันถึงสมัยเด็กที่ได้ฟังแม่ร้องเพลงกล่อมเด็กภาคอีสาน เนื้อหารำพันถึงความรักความห่วงใยที่แม่มีต่อลูก ตื่นเช้าขึ้นมา พอคุณใหญ่มาจิกเรียกแต่เช้าตรู่ ทองสร้อยลุกพรวดฮึดขึ้นมาเพราะได้พลังจากเพลงกล่อมเด็กของแม่ในฝัน พอคุณใหญ่ตะโกนถามว่าไหลตายไปแล้วหรือถึงปลุกไม่ตื่น ทองสร้อยก็ร้องตอบ...
“คนอย่างทองสร้อย ตายยากเด้อค่ะ คุณใหญ่!”
ooooooo
คืนนี้ศักดิ์สิทธิ์เอาเครื่องดื่มไปให้ทองโปรยที่สนามหน้าบ้าน ทองโปรยดื่มแล้วบ่นว่าคิดถึงมอคค่าฝีมือทองสร้อย อยากให้น้องชงให้ดื่มทุกคืน
ศักดิ์สิทธิ์ถามแซวๆว่ามัวแต่ติดน้องเมื่อไหร่จะติดสาวๆบ้าง? จะได้มีชีวิตของตัวเอง
“ถ้าปัญหาที่บ้านยังแก้ไม่ได้ ผมก็ไม่อยากไปไหน” ศักดิ์สิทธิ์ถามว่าได้ข่าวคุณทองรำไพบ้างไหม ทองโปรยถอนใจบอกว่า “เขียนอีเมลคุยกันทุกเดือนครับ หลานกำลังจะเข้าอนุบาลแล้ว”
เมื่อเอ่ยถึงทองรำไพ ทั้งทองโปรยและศักดิ์สิทธิ์ถอนใจด้วยความรู้สึกเดียวกัน ทองโปรยเอ่ยขึ้นว่า
“ผมเข้าใจพ่อนะครับ คงกลัวประวัติศาสตร์ซ้ำรอย เลยหาทางป้องกัน แต่ก็นะ...มันไม่ใช่วิธีที่ดีเลย สักวัน...เรื่องทั้งหมดมันคงคลี่คลาย”
ทองก้อนอยู่ที่ชั้นสองของบ้านมองทองโปรยกับศักดิ์สิทธิ์คุยกันอยู่ที่สนามอย่างไม่ไว้ใจ หยิบมือถือโทร.ออกทันที
“กุลชาติ พรุ่งนี้แวะมาหาอาหน่อยนะ” โทร.สั่งแล้วยิ้มเจ้าเล่ห์
ooooooo
ที่มุมหนึ่งหน้าห้องพักคนใช้ ชบา พุฒิและ เจียรนัย คุยกันถึงทองสร้อย ชบาบอกว่าเราจะลาออกถ้าคุณใหญ่ยังใช้งานทองสร้อยเยี่ยงทาสอย่างนี้ พูดแล้วแย้งเองว่าคุณใหญ่คงไม่ฟังพวกเราหรอก พูดไปก็เท่านั้น
เจียรนัยถามว่า ที่ผ่านมาทองสร้อยยอมเหนื่อยเพื่อไม่ให้พวกเราต้องตกที่นั่งลำบาก เราจะนิ่งดูดายไม่ช่วยทองสร้อยได้อย่างไร ประกาศอย่างห้าวหาญว่า “ออกก็ออก! เราต้องช่วยพี่สร้อย”
พุฒิบอกชบาว่าถึงเวลาที่เราต้องเลือกแล้ว เลือกเพื่อคืนความสุขสู่เวียงคีรี เจียรนัยบอกว่าตนเลือกอยู่ข้างความถูกต้อง พุฒิเอาด้วย ชบามองทั้งสองอย่างสับสนว่าตัวเองจะเอายังไงดี?
เช้าเดียวกัน พฤกษ์แต่งตัวจะไปทำงาน เจอคุณแหววแต่งตัวสวยยิ้มแย้มแจ่มใสมาถามว่าจะรีบไปออฟฟิศหรือ พฤกษ์ตั้งหลักไม่ทันอึกๆอักๆ คุณแหววทำท่าตกใจบอกว่ายังไม่มีใครตั้งโต๊ะแน่เลย พฤกษ์บอกไม่เป็นไรตนรีบ
“อาหารเช้าสำคัญที่สุดนะคะ ไม่ได้ค่ะ อย่าดื้อ กาแฟสักแก้วนะคะ กับอาหารเช้าง่ายๆ ถ้ารีบ ก็เอาไป รับประทานที่ออฟฟิศก็ได้ เดี๋ยวแหววเตรียมให้ รอสักครู่ นะคะ”
คุณแหววรีบออกไปทันที พฤกษ์บอกว่าตนไม่หิว แต่คุณแหววก็ยังเดินอ้าวไปอย่างอิ่มอกอิ่มใจที่จะได้ดูแลเขา
พอคุณแหววไปแล้ว พฤกษ์คิดเป็นห่วงทองสร้อยขึ้นมาเลยเดินออกไป เดินมาใกล้หน้าห้องพักทองสร้อย เขายืนเก้ๆกังๆ ชบา พุฒิ และเจียรนัยเดินมาเจอ ต่างชะงัก มองกันอึ้ง แล้วทุกคนก็อึ้งยิ่งขึ้นเมื่อได้ยินเสียงทองสร้อยถามขึ้นว่า
“มีอะไรกันหรือเปล่าคะ”
“อ้าว...ทองสร้อย เป็นไง ตื่นแล้วหรือ” พฤกษ์ทักกลบเกลื่อน ถูกทองสร้อยย้ำถามว่าตกลงมีอะไรกันหรือเปล่า
พุฒิบอกว่าตกใจที่จู่ๆก็เห็นคุณกลางอยู่ตรงนี้ ชบาบอกว่าแปลกใจที่เห็นคุณกลางหันรีหันขวางอยู่แถวๆหน้าห้องทองสร้อย เจียรนัยโพล่งไปว่า “สงสัย...ว่าคุณกลางมีอะไรกับพี่สร้อยหรือเปล่า” ทำเอาพฤกษ์เซ็ง ส่วนทองสร้อยมองหน้าพฤกษ์ตาแป๋ว แปลกใจ
พฤกษ์ถูกทุกคนมองเป็นตาเดียวกันก็ยอมรับว่า จะมาดูว่าเมื่อคืนทองสร้อยเป็นลมหายดีหรือยัง ต้องไปหาหมอไหม ชบา พุฒิและเจียรนัยร้องพร้อมกันว่า
“อ๋อออ...เป็นห่วงทองสร้อย”
ชบาบอกทองสร้อยให้ขอบคุณที่คุณกลางเป็นห่วง พอทองสร้อยขอบคุณ พฤกษ์เขิน เลยแก้เกี้ยวทำเป็นโวยพุฒิว่าตนจะรีบไปออฟฟิศ สั่ง “เจ็ดโมงล้อหมุน!” แล้วเดินลิ่วกลับเข้าบ้านไปทันที ทำเอาพุฒิตั้งหลักไม่ทัน
ooooooo
คุณแหววเข้าครัวเตรียมวัตถุดิบจะทำคลับแซนด์วิชให้พฤกษ์ ท่าทางเก้ๆ กังๆ พอเริ่มทอดไข่ดาว ก็ยืนเสียห่าง กลัวน้ำมันกระเด็นโดน ทองสร้อย เลยเข้ามาถามว่ามีอะไรจะให้ช่วยไหม
“มาพอดีเลย ฉันกลัวน้ำมันกระเด็น ทำให้หน่อยสิ คุณกลางจะรีบไปทำงาน ฉันอยากทำอาหารเช้าง่ายๆ ให้คุณกลางเอาไปทานที่ออฟฟิศ” ทองสร้อยเข้ามาอาสาจะทำให้ “แซนด์วิชแหละ มีไข่ดาวด้วย ท่าทางจะง่าย”
“คลับแซนด์วิช เดี๋ยวสร้อยสอนนะคะ มีวิธีไม่ให้น้ำมันกระเด็นค่ะ” พอทองสร้อยขยับจะลงมือ คุณแหวว ขัดขึ้นว่าให้ทองสร้อยทำเองจะได้เร็ว ตนยืนดูก็พอ ถ้าง่ายๆ ดูแป๊บเดียวเดี๋ยวก็ทำเองเป็น “ดูโดยไม่ลงมือทำมันจะเป็นได้ยังไงคะ มาค่ะ เดี๋ยวสร้อยสอน”
“ทองสร้อย อย่าดูถูกกันนะ เธอจะสอนฉันได้ ก็ต่อเมื่อฉันสั่งให้สอน!”
“ก็ได้ค่ะ ยังไม่สั่งให้สอน สร้อยก็จะไม่สอน” ทองสร้อยแอบถอนใจที่คุณแหววเอาแต่ใจ หันไปลงมือทำคลับแซนด์วิชอย่างคล่องแคล่ว ทำเสร็จใส่จานอย่างสวยงาม พอจะยกจานแซนด์วิช คุณแหววรีบแย่งไป
“ฉันเอาไปเอง ไปชงกาแฟให้คุณกลางแล้ววางไว้ ฉันจะยกไปเสิร์ฟคุณกลางเอง รู้ใช่ไหมว่าคุณกลางชอบแบบไหน”
“ทราบค่ะ” ทองสร้อยมองคุณแหววที่ยกจานคลับแซนด์วิชออกไปอย่างอิ่มอกอิ่มใจ ก็รู้สึกแปลกๆ
ooooooo
เมื่อทั้งพุฒิและเจียรนัยฮึดจะช่วยทองสร้อย ชบาจึงเอาด้วย ทั้งสามรวมหัวกันไปบอกคุณใหญ่ว่ามีเรื่องด่วนลับจะคุยด้วย คุณใหญ่โกรธหาว่าพวกนี้ชักจะเหิมเกริม
ชบาบอกว่าถ้าไม่ให้ความร่วมมือตนจะฟ้องคุณกลาง คุณใหญ่จึงพาทั้งสามคนไปคุยกันที่ห้องของตน พอฟังข้อเสนอก็โมโหขึ้นมาอีกหาว่าทองสร้อยใช้ให้พวกนี้มาต่อรองกับตน เสียงแข็งใส่ว่าไม่มีทาง! เพราะถ้าทองสร้อย ทำไม่ไหวก็จะลาออกเอง พุฒิบอกว่าทองสร้อยไม่มีทางพูดอย่างนั้นแน่เพราะไม่อยากตกงาน
“ก็ทนไป”
“งั้นพวกเราลาออก” เจียรนัยโพล่งออกไป
“ไปเลย!”
ทุกคนอึ้ง ชบาคิดในใจว่าจะเอาอย่างไรดี กลับก็ไม่ได้ ไปต่อก็ไม่ถึง ตัดสินใจฮึดสู้ ขอให้คุณใหญ่พิจารณาอีกครั้ง แล้วทั้งสามก็ช่วยกันจาระไนความดีของทองสร้อยว่า
หนึ่ง...ทองสร้อยมีน้ำใจไม่นิ่งดูดาย ช่วยทำงานทุกอย่างโดยไม่ปริปากบ่น ถึงจะไม่ใช่หน้าที่ สอง...มันซื่อสัตย์ทั้งต่อหน้าและลับหลัง คุณใหญ่ไม่ให้พวกตนช่วย ทองสร้อยเองก็ไม่ยอมให้พวกตนช่วย ใจของทองสร้อย สุดยอดจริงๆ! และสาม...ทองสร้อยทำตามคำสั่งของคุณใหญ่ทุกประการไม่ขาดเลยสักข้อและไม่เคยเอาเรื่องนี้ไปฟ้องคุณกลาง
“เพราะฉะนั้น พวกชบาเลยคิดว่าคุณใหญ่น่าจะเมตตามันบ้าง เหมือนที่เมตตาพวกชบา อย่าอคติรังเกียจมันเลยค่ะ มีคนดี ทำงานดีมาอยู่ด้วยแล้ว ควรรักษาเอาไว้นานๆนะคะ”
คุณใหญ่ยังนิ่งอึ้ง เจียรนัยบอกว่า “งั้นเจียจะไปฟ้องคุณกลางว่าคุณใหญ่ใจร้ายยังไง ทีนี้คุณใหญ่จะได้รู้สึกเวลาที่ต้องทำทุกอย่างด้วยตัวเอง ไม่มีคนดีทำงานดีอย่างป้าอย่างพี่สร้อยอยู่ที่นี่อีกแล้ว”
“แกจะไปฟ้องคุณกลางไม่ได้!” คุณใหญ่ปราดเข้าคว้ามือเจียรนัย ยื้อยุดกันชุลมุน ชบากับพุฒิมองกันว่าจะเอาไงดี? “นังเจีย! อย่าออกไปนะ ชบา ไอ้พุฒิ มาห้ามมันที ฉันจะไม่ไหวแล้ว” คุณใหญ่ยื้อยุดจนเยิน
เจียรนัยถามว่าคุณใหญ่จะมาห้ามตนทำไม ให้คุณกลางรู้ไปเลยเรื่องจะได้จบ คุณใหญ่อ้างว่าคุณกลางกำลังดีๆกับตนจะมาทำให้เสียเรื่องทำไม เมื่อไม่มีใคร เห็นด้วยกับตน คุณใหญ่ยอมตามเงื่อนไขของทั้งสาม แต่ยังพูดไว้เชิงว่า
“ตอบแทนความดีเล็กๆน้อยๆที่พวกแกซื่อสัตย์กับฉันมาตลอดเวลา ส่วนความดีของนังทองสร้อย ฉันยังไม่เห็นนอกจากความอวดเก่งว่ามันจะงัดกับฉัน ได้ บอกไว้เลยนะว่ากระดูกคนละเบอร์!”
พอดีทองสร้อยมาหาคุณใหญ่ตามคำสั่งที่จะเพิ่มงานให้ทำ แต่ทองสร้อยต้องแปลกใจ เมื่อคุณใหญ่กลับบอกว่า
“ยกเลิกคำสั่งฉันที่ให้เธอทำงานทุกอย่างในบ้าน ส่วนจะให้ทำอะไรบ้าง ให้ชบาเป็นคนจัดการ ต่อไปนี้ฉันจะไม่ยุ่ง! ยกเว้น...ถ้าหางเธอโผล่เมื่อไหร่ เมื่อนั้น ฉันจะเชือดเธออย่างไม่ปรานี!”
ทองสร้อยอึ้ง แปลกใจ มองหน้าชบา พุฒิ และเจียรนัยเชิงถาม ทั้งสามต่างยิ้มให้กำลังใจ ทองสร้อยก็ได้แต่มองงงๆ
ทองสร้อยสงสัยว่าเป็นไปได้อย่างไรที่คุณใหญ่เปลี่ยนแปลงคำสั่ง ถามว่าคุณใหญ่ล้มหัวฟาดพื้นรึไง
ชบาบอกว่าคุณใหญ่แกคิดของแกเอง พุฒิบอกว่าก็รู้อยู่ว่าคุณใหญ่แกผีเข้าผีออก ชบาตัดบทว่าไม่ต้องถามมาก งานของทองสร้อย ก็ให้ทำกับข้าว งานบ้านอื่นก็ทำอย่างที่ตนเคยสั่งไว้คือทำความสะอาดก็พอ เรื่องซักรีดพวกตนทำเอง
“ขอบคุณทุกคนนะ ที่ช่วยพูดกับคุณใหญ่ให้” ทั้งสามตกใจถามว่ารู้ได้ไง! “รู้แล้วกันน่า งั้น...สร้อยไปเตรียมอาหารเช้านะ เสร็จแล้วจะได้ไปจ่ายตลาด” พูดแล้วทองสร้อยเข้าไปกอดทีละคน...ทีละคน พวกนั้นยังอึ้งว่าทองสร้อยรู้ได้ยังไง?
ooooooo
กุลชาตินั่งแท็กซี่มาหาทองก้อนที่บ้าน ทองก้อน ชวนไปคุยกันส่วนตัว พูดเหน็บทองโปรยกับศักดิ์สิทธิ์ที่ยืนอยู่แถวนั้นว่าแถวนี้หมูหมากาไก่มันเยอะรำคาญ
ศักดิ์สิทธิ์คุยโวกับทองโปรยว่าไม่ต้องห่วง ตนสั่งติดกล้องวงจรปิดในห้องทำงานและห้องนอนของท่านไว้โดยที่ท่านไม่ทราบ แต่พอทั้งสองแอบดูทองก้อนคุยกับกุลชาติ ปรากฏว่าไม่มีเสียง เห็นแต่ทั้งสองขยับปากคุยกันงุบงิบเงิบงาบ ศักดิ์สิทธิ์บอกว่าไม่เป็นไร
ตนจะอ่านปากให้เอง เพ่งมองจอแล้วอ่านปากให้ฟังว่า “วันจันทร์สีเหลือง...”
ทองโปรยฟังแล้วเซ็งเดินหงุดหงิดออกไป ปล่อยให้ศักดิ์สิทธิ์อ่านปากบ้าบอไปคนเดียว
ทองก้อนถามกุลชาติว่ารักลูกสาวตนจริงหรือเปล่า ดักคอว่าอยากแต่งงานกับทองสร้อยเพราะเงิน? กุลชาติอุทานถาม
“คุณอา...รู้ได้ยังไงครับ”
“อารู้ทุกอย่าง แต่อาไม่สน ไม่จำเป็นต้องมีความรัก ขอแค่มีงานแต่งงานเท่านั้น ถ้าเธอตามทองสร้อยกลับมาให้อาได้ เท่ากับเธอได้ตอบแทนบุญคุณพ่อ ช่วยกอบกู้ ธุรกิจ ซึ่งอายินดีสนับสนุน อาจะไม่มีทางให้ความช่วยเหลือ ทางด้านการเงินกับคนนอกที่ไม่ได้เป็นคนในครอบครัวเดียวกัน”
“ครับ”
“และถือว่าเธอเป็นคนช่วยให้อาไม่ต้องเป็นคนผิดคำสัญญาที่ให้ไว้กับพ่อเธอ และถือว่าเธอได้ธำรงไว้ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์ของคำพูดอา”
“รู้สึก...ยิ่งใหญ่มากเลยครับ”
“ใช่! มันคือภารกิจที่ยิ่งใหญ่ ที่ต้องทำให้สำเร็จ! มันคือเรื่องคอขาดบาดตายที่ถ้าตามทองสร้อยกลับมาแต่งงานไม่ได้ อาไม่มีทางนอนตายตาหลับ เข้าใจไหม!”
กุลชาติรับคำแข็งขันทันทีว่าเข้าใจและจะทำให้สำเร็จ ทองก้อนย้ำว่าอย่าให้ใครรู้ความเคลื่อนไหวของเขาเด็ดขาดโดยเฉพาะคนสนิทของตนเพราะ “ทุกคนมันกลายเป็นปฏิปักษ์กับอาไปหมดแล้ว!” แล้วแนะกุลชาติว่า “ไปตามที่เนรัญญา เพื่อนสนิทของทองสร้อย จำไว้นะ เธอคือความหวังเดียวของอาในตอนนี้!”
กุลชาติเริ่มงานทันที นั่งแท็กซี่ไปซุ่มที่หน้าบ้านเนรัญญา ซุ่มคอยอยู่นานจนกุลชาติถอนใจเบื่อหน่าย แต่ก็ปลุกใจตัวเองว่าภารกิจที่ยิ่งใหญ่ มาจากความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ แล้วตั้งหน้าตั้งตาซุ่มต่อ นานเข้าก็บ่น
“ยังไม่ออกไปทำงานอีก ชักล้าชิบเป๋งยัยป้าเอ๊ย”
ที่แท้เนรัญญากำลังคุยโทรศัพท์กับทองสร้อย เนรัญญาส่งข่าวว่าทองก้อนเรียกกุลชาติไปที่บ้าน ทองสร้อย เชื่อว่าต้องสั่งให้ตามหาตนแน่ แต่ไม่ต้องห่วง ขอเวลาอีกแค่เดือนเดียวทุกอย่างจะต้องคลี่คลาย ฝากให้บอกทองโปรยซื้อมือถือให้ด้วยจะเอามาทำงาน
คุยกับทองสร้อยเสร็จ เนรัญญาโผล่หน้าต่างดูเห็นรถแท็กซี่จอดอยู่ พึมพำสงสัย
“มาจอดตั้งแต่ยังไม่เก้าโมง...ตอนนี้เก้าโมงครึ่ง มารอใคร...ผิดสังเกต”
เนรัญญาตื่นตัวระมัดระวังเต็มที่ เธอรีบออกจากบ้าน ไปทันที
ooooooo
เนรัญญาลงไปดึงหูกุลชาติลากลงจากรถบอกว่า ตนไม่มีวันทำพลาดให้เขาได้เจอทองสร้อยเด็ดขาด ด่าว่ามุ่งจะจับผู้หญิงรวย เกาะผู้หญิงกิน ผู้ชายแบบนี้ตายไปแล้วเสียงก่นด่ายังจะตามไปถึงนรก
กุลชาติบ่นว่าด่าเจ็บ เนรัญญาบอกว่าจะเจ็บกว่านี้ถ้าเขายังคิดจะแต่งงานกับทองสร้อยอีก ด่าแล้วสะบัดไปเลย กุลชาติเจ็บจนจุกมองตามเนรัญญาไปด้วยความสะเทือนใจ
พฤกษ์เอาคลับแซนด์วิชไปกินที่ทำงาน ชมว่าอร่อยมาก พอพุฒิมาเก็บจานและถ้วยกาแฟไปแล้ว เขาเปิดคอมพิวเตอร์ดูเห็น ig มาดามฟองดูยังเป็นรูปเดิม ก็บ่น “ทำไมไม่อัพรูปเลย”
ทองสร้อยไปซื้อผักสดในตลาดเลือกที่สวย สด จริงๆ หิ้วตะกร้ามาที่ร้านอินเตอร์เน็ต จัดผักใส่ตะกร้าให้ดูสวยงามแล้วขอยืมมือถือบอยถ่ายรูป...
ต่อมาพฤกษ์เปิดคอมพิวเตอร์ดู เห็นรูปของมาดามฟองดูเปลี่ยนไปแล้ว เป็นรูปตะกร้าผักของทองสร้อยนั่นเอง ที่ทำให้พฤกษ์ทึ่งมากคือข้อความที่ว่า
“เสน่ห์ตะวันออก เมื่อฉันกลับบ้าน ที่แรกที่ฉันคิดถึง คือตลาดสด” พฤกษ์อึ้งเมื่อรู้ว่ามาดามฟองดูเป็นคนไทย
ooooooo
คุณเล็กโทร.บอกพฤกษ์ว่าคุณแหววเป็นลมขณะกำลังให้ทองสร้อยสอนทำกับข้าวอยู่ ถามว่าเขาจะกลับมาดูหน่อยไหมเพราะดูท่าทางคุณแหววอยากให้เป็นอย่างนั้น แต่คุณกลางติดประชุมสำคัญ
พฤกษ์ถามคุณเล็กว่าที่มีเรื่องจะปรึกษานั้น ให้มาคุยกันที่ออฟฟิศดีไหม คุณเล็กรับปากจะไป พอดีคุณแหววเดินมาถามว่าคุณกลางว่าอย่างไรบ้าง คุณเล็กนิ่งไปอึดใจจึงบอกคุณแหววว่าคุณกลางติดประชุมสำคัญ ปลีกตัวมาไม่ได้
คุณแหววผิดหวังมากถามว่าแล้วคุณกลางบอกหรือเปล่าว่าจะกลับมาเร็วไหม คุณเล็กบอกว่าคุณกลางไม่ได้บอกแต่ตนกำลังจะไปหาคุณกลางที่ออฟฟิศ
“พี่ไปด้วย” คุณแหววโพล่งออกไป คุณเล็กติงว่าคุณแหววยังไม่หายดี พักผ่อนดีกว่า “ไม่พัก!” คุณแหววตวาด จนคุณเล็กแปลกใจเพราะไม่เคยเจออารมณ์แบบนี้ของคุณแหววมาก่อนและรู้สึกไม่ดีนักกับท่าทีของคุณแหวว
เมื่อทองสร้อยมาร่วมวงเม้าท์เจ้านายกับชบาและเจียรนัยแถวที่นั่งพักริมครัว ชบาถามทองสร้อยว่าเจออะไรมา
“ก็ตามที่คุณแหววบอกทุกคนแหละ คงตั้งใจฟังสร้อยสอนทำกับข้าวมากไปหน่อยเลยเครียด ขอตัวนะหมดเรื่องเม้าท์แล้ว” ทองสร้อยรีบปลีกตัวไป ถอนใจเฮือกใหญ่ เมื่อนึกถึงสิ่งที่ตนได้เจอมาที่ห้องครัว
นั่นคือคุณแหววมาบอกทองสร้อยว่ามีเรื่องจะให้ช่วย คือ...
“อย่าบอกคุณกลางนะว่าคลับแซนด์วิชเป็นฝีมือเธอ ให้บอกว่าฉันทำเอง เธอแค่บอกวิธีทำ ฉันเคยบอกเธอแล้วใช่ไหม ว่าฉันอยากทำให้คุณกลางประทับใจและรักฉันมากๆ ตอนนี้เราสองคนกำลังพยายามปรับตัว ที่จะรักษาชีวิตการแต่งงานเอาไว้ ไม่ว่าวิธีไหน ฉันก็จะทำ ช่วยฉันได้ไหม”
ทองสร้อยไม่ทันตอบ คุณแหววก็เครียดจนเป็นลม ทองสร้อยตกใจร้องเรียกเจียรนัยให้รีบมาช่วยดูแล
ooooooo
คุณเล็กกำลังจะออกจากบ้าน เห็นทองสร้อยถือไม้กวาดและอุปกรณ์ทำความสะอาดบ้านมา ถามว่าหายดีแล้วหรือ คุณเล็กเตือนให้ดูแลตัวเองด้วยอย่าลืมกินข้าวให้ตรงเวลา ยังไงทองสร้อยก็ยังมีสามีที่รักคอยเป็นห่วงอยู่
ความมีน้ำใจอ่อนโยนของคุณเล็ก ทำให้ทองสร้อยพึมพำออกมาว่า
“มิน่า พี่ทองโปรยถึงได้หวั่นไหวกับคุณเล็ก... นางฟ้าชัดๆ”
พูดไม่ทันขาดคำ กริ่งหน้าบ้านก็ดังขึ้น คุณเล็กไปถึงประตูพอดี พอประตูเปิดออก คุณเล็กชะงักกึกเมื่อเห็นทองโปรยยืนยิ้มเผล่อยู่ ทองสร้อยมองออกมาเห็นทองโปรยก็ตกใจ
พอทองโปรยเห็นคุณเล็กก็ลืมทองสร้อยเสียสนิท ทักทายคุณเล็กกะลิ้มกะเหลี่ย คุณเล็กถามตามอัธยาศัยว่ามาหาทองสร้อยหรือ แล้วเชิญเข้าบ้าน
ทองสร้อยบ่นว่ามาทำไมเดี๋ยวเจ้านายเห็นเข้าเป็นเรื่องแน่ คุณเล็กบอกว่าถ้ามีธุระสำคัญจริงๆ ไม่มีใครว่าอะไรหรอก
“ผมจะซื้อมือถือให้ทองสร้อย แต่เลือกไม่เป็นครับ ไม่รู้ว่าผู้หญิงจะชอบแบบไหน ถ้าเป็นผมแค่โทร.เข้าโทร.ออก ส่งข้อความได้ก็พอ เลยจะมาถามทองสร้อยก่อนครับ”
“ขอสมาร์ทโฟนแบบพื้นๆ ไม่ต้องดีมาก แบบว่ามีกล้องแชตได้ โซเชียลได้” ทองสร้อยพูดคล่องปรื๋อจนคุณเล็กมองทึ่ง ทองสร้อยรีบแก้ตัวกลบเกลื่อนว่า “เอาไว้แชตกับผัวค่ะ เหมือนที่น้าชบาชอบแชตไลน์กับน้าพุฒิน่ะค่ะ กลัวน้อยหน้า”
ทองโปรยออดอ้อนให้คุณเล็กช่วยไปเลือกให้ จนคุณเล็กใจอ่อนยอมไปช่วยเลือกให้แต่ขอโทร.บอกคุณกลางก่อน
คุณเล็กพาทองโปรยไปซื้อมือถือให้ทองสร้อยเสร็จ ทองโปรยขออนุญาตเลี้ยงไอศกรีมเพื่อถ่วงเวลาอยู่กับคุณเล็ก แต่ระหว่างทานไอศกรีม ทองโปรยเขินจนทำไอศกรีมจิ้มเข้าที่อกเสื้อคุณเล็ก ทองโปรยตกใจ ควักผ้าเช็ดหน้าเช็ดหมับเข้าที่หน้าอกคุณเล็กเต็มมือ คุณเล็กทั้งอายทั้งโกรธต่อยเปรี้ยงเข้าเบ้าตาทองโปรยเต็มๆ แล้วเดินหนี
ทองโปรยตามไปขอโทษ คุณเล็กบอกว่าตนรู้ว่าเขาไม่ตั้งใจแต่ตอนอายเลยต่อยไปไม่ตั้งใจ ขณะเดินมาด้วยกัน เด็กคนหนึ่งวิ่งเล่นมาชนคุณเล็กจนเสียหลักเซเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของทองโปรย ต่างกอดกันอึ้งอยู่อึดใจ พอรู้ตัวก็ผละออก คุณเล็กเขินและอายเลยต่อยซ้ำเข้าที่ตาข้างเดิมของทองโปรยอีกที!
พอแยกกันกลับ ต่างก็ไปนั่งใจเต้นระทึกตื่นเต้นกับสัมผัสที่ได้รับอย่างบอกไม่ถูก
ooooooo
คุณใหญ่ไปหาพฤกษ์ที่บริษัท รอจนเขาประชุมเสร็จออกมา พฤกษ์ถามว่าอะไรทำให้พี่ใหญ่ไม่โกรธตนและใจเย็นกับตนเรื่องคุณแหววได้
“คุณแหววมาบอกพี่ว่า เธอกับคุณแหววตกลงใจที่จะเริ่มต้นกันใหม่อีกครั้งโดยไม่มีการหย่า นี่พี่ไม่ได้บังคับหรือฝืนใจคุณกลางเลยนะ พี่ดีใจมากรู้ไหม นอกจากที่คุณกลางจะมีความสุขเองแล้ว ยังทำให้คนรอบข้างมีความสุขไปด้วย เป็นบุญนะคุณกลาง”
พฤกษ์ฟังแล้วเก็บความแปลกใจไว้ เมื่อกลับถึงบ้านก็เรียกทองสร้อยไปหาที่สตูดิโอทันที จ้องหน้าถามว่า
“ใครเป็นคนทำแซนด์วิชเมื่อเช้า!”
“คุณแหววทำค่ะ” สร้อยตอบหนักแน่นมั่นใจ พฤกษ์ถามว่าจะให้ตนเชื่อคำพูดของเธอหรือ ย้ำว่าตนไม่ชอบคนโกหก
“ที่สร้อยพูดไม่ได้ทำร้ายใคร และผลของการโกหกนั้น ถ้ามันทำให้ทุกคนสบายใจ เราควรเลือกที่จะเชื่อคำพูดที่เราคิดว่าโกหกหรือเปล่า”
พฤกษ์มองทึ่งในคำพูดและความคิดของทองสร้อย เธอถามว่า “เชื่อคำพูดของสร้อยหรือเปล่าคะ”
“ฉันจะเชื่อเธอ แต่จะให้ดีทีหลังไม่ต้องโกหกเพื่อใครอีก เพราะเมื่อมีการโกหกครั้งแรก มันก็จะมีครั้งต่อๆไป สุดท้ายเราก็จะลืมว่าความจริงคืออะไรกันแน่” พูดพลางพฤกษ์ลงสีรูป ทองสร้อยถามว่ารูปนี้คือรูปอะไรหรือ “รูปในความทรงจำของฉัน” ทองสร้อยถามอีกว่าแล้วเด็กในรูป...ใครคะ “ฉันเอง กับ...มาดามฟองดู”
ทองสร้อยตะลึงอึ้งตาค้างกับคำตอบนั้น!
ooooooo
พฤกษ์มองรูปที่วาดบนขาตั้ง ทองสร้อยยืนเกร็งไม่นึกว่าเขาจะจำได้ แต่เขาก็เล่าเรื่องราวในอดีตได้อย่างละเอียดว่า
“ฉันเคยรู้จักเด็กคนนี้เมื่อตอนที่ยังเด็ก เด็กมาก...จนฉันลืมเธอไปแล้ว จู่ๆความทรงจำมันก็หวนกลับมาอีกครั้ง ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน จนจำได้ทุกอย่าง” ทองสร้อยถามทึ่งว่าทุกอย่างเลยหรือ “ใช่ และทุกคำพูด ทำให้จำได้ว่า ฉันติดค้างคำสัญญากับเด็กผู้หญิงคนนั้น”
ทองสร้อยอึ้งแล้วอึ้งอีกเมื่อเขาลำดับเรื่องราวและความจำฝังใจที่แม้จะผ่านเลยมาเกือบยี่สิบปีเขายังจำได้ นั่นคือ ครั้งหนึ่งเขาถ่ายรูปทองสร้อยและสัญญาว่าจะเอามาให้เธอ
แต่จู่ๆคุณพ่อเขาก็พากลับกะทันหัน รูปที่เขาตั้งใจเอามาให้ทองสร้อยจึงยังถืออยู่ในมือขณะถูกพ่อเรียกให้ขึ้นรถกลับ
ก่อนที่จะรู้จักกันนั้น เด็กชายพฤกษ์ตามพ่อที่ไปทำธุรกิจที่เวียงจันทน์ และทองสร้อยก็เป็นลูกสาวของซัพพลายเออร์ชาวเวียงจันทน์ เด็กหญิงทองสร้อยเล่นหม้อข้าวหม้อแกงและถูกเพื่อนรุ่นเดียวกันรังแกกระทั่งรวมหัวกันไม่เล่นกับเธอ เวลานั้นนอกจากพฤกษ์จะปกป้องเธอแล้วยังเล่นเป็นเพื่อนเธอด้วย
แต่การจากกันเกือบยี่สิบปีก็ไม่ได้ลบเลือนความรู้สึกดีๆที่เด็กทั้งสองมีต่อกัน ทุกอย่างยังแจ่มชัดในความทรงจำ จนกระทั่งวันนี้...พฤกษ์สารภาพกับทองสร้อยว่า
“ฉันสัญญากับเด็กคนนั้นว่า ฉันจะล้างรูปนี้แล้วเอาไปให้เขาก่อนที่ฉันจะกลับกรุงเทพฯ” เขาไปหยิบรูปยื่นให้เธอ
“แต่คุณกลางก็ไม่ไป” ทองสร้อยจำได้แม่นยำเช่นกัน
พอเล่าเรื่องในอดีตที่ฝังใจแล้ว พฤกษ์บอกว่าตนจะไปหาคุณแหวว บอกทองสร้อยว่า เรื่องที่ตนถามเธอนั้นไม่ต้องบอกคุณแหวว ขอรูปที่ให้ทองสร้อยดูคืน จากนั้นพูดหน้านิ่งตามแบบของคุณกลางคนเดิมว่า
“ออกไปได้แล้ว หมดธุระแล้ว”
ทองสร้อยรีบไปบอกชบาว่าคุณกลางไปหาคุณแหวว กลัวว่าทั้งสองจะทะเลาะกันอีก
ทั้งสองไม่ทะเลาะกัน แต่สร้างความเกลียดชังทองสร้อยให้คุณแหววอย่างลึกซึ้ง เมื่อพฤกษ์พูดดักคออย่างรู้ทันว่าคลับแซนด์วิชนั้นเธอไม่ได้ทำเองแต่เป็นฝีมือทองสร้อย เขาไม่ได้ตำหนิคุณแหววแต่เห็นถึงความตั้งใจที่เธออยากทำให้ตนสบายใจ
ฝ่ายคุณใหญ่โทร.แจ้งมาว่าเย็นนี้จะไม่กลับมาทานข้าวที่บ้าน ที่โต๊ะอาหารจึงมีแต่คุณกลาง คุณแหววและคุณเล็ก แม้ระหว่างทานข้าวคุณแหววจะอ่อนหวานยิ้มแย้ม แต่ในใจลึกๆนั้นเต็มไปด้วยความโกรธทองสร้อย!
ooooooo
คุณใหญ่ถูกใครบางคนเดินชนจนเซถลาไปอยู่ในอ้อมแขนของบรรทัด เทรนเนอร์ล่ำบึ้กหน้าออฟฟิศเวียงคีรี ต่างตกอยู่ในภวังค์ของอ้อมกอดและสายตาที่สบประสานกันอย่างใกล้ชิด
พฤกษ์ทำแผลถลอกให้คุณใหญ่ แม้จะทำอย่างเบามือคุณใหญ่ก็โวยวายราวกับเจ็บเจียนตาย บรรทัดแสดงทั้งความเป็นสุภาพบุรุษ ดิบ เถื่อน โหดนิดๆ จนคุณใหญ่ไม่กล้าโวยวาย และเริ่มอึ้งกับลีลาของบรรทัดแต่ก็ยังไว้ฟอร์มของคุณใหญ่ผู้ไว้ตัว
คุณแหววดักถามทองสร้อยขณะยกซุปร้อนๆไปเสิร์ฟว่าบอกอะไรคุณกลาง ทองสร้อยบอกว่าตนยังไม่เจอคุณกลางเลย ถูกคุณแหววปัดชามซุป ทองสร้อยถูกน้ำซุปลวกเล็กน้อย ทองสร้อยถามอย่างไม่พอใจว่าทำไมต้องทำแบบนี้ด้วย!
คุณแหววหาว่าทองสร้อยทรยศตน พอทองสร้อยจะชี้แจงก็ถูกสั่ง “ไม่ต้องพูด ฟังไว้ฉันจะไม่เชื่อคำพูดของจิ้งจกเปลี่ยนสีอย่างเธออีกแล้ว เธอทำให้ฉันขายหน้าคุณกลาง เตรียมตัวไว้เลยว่าเธอจะอยู่อย่างไม่เป็นสุขแน่”
“เมื่อไหร่มันจะจบเสียที” ทองสร้อยพึมพำอย่างเหนื่อยใจ
ooooooo













