ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    นางสาวทองสร้อย

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: นางสาวทองสร้อย...คุณแจ๋วหมายเลข 1

    ทองสร้อยเช็ดน้ำตาแล้วผละออกจากเนรัญญา เนรัญญาบอกว่าตนมีเรื่องต้องคุยกันยาว ชวนไปคุยที่อื่นน่าจะปลอดภัยกว่า ทองสร้อยให้เพื่อนช่วยออกอุบายพาไป

    เนรัญญาบอกชบาว่าทองสร้อยปวดท้องจะพาไปหาหมอ ชบาบอกให้รีบไปเลยเพราะเห็นทองสร้อยหน้าซีดตั้งแต่เมื่อสายๆแล้ว เดี๋ยวตนกับเจียรนัยจะช่วยกันทำงานเอง บอกว่าที่ตลาดมีคลินิกใกล้ที่สุดแล้ว

    พฤกษ์เห็นเนรัญญาพาทองสร้อยออกไป ถามชบาว่าจะไปไหนกัน ชบาบอกว่าไปหาหมอ เขามองอย่างสงสัย เมื่อสงสัยก็ต้องตามไปดู!

    เนรัญญาให้ทองสร้อยไปนั่งรอในรถ ประเดี๋ยวตนขอไปสวัสดีบอสก่อน แต่ที่แท้แอบไปโทร.บอกทองโปรย

    เวลาเดียวกัน ยอดชายกำลังคุยกับคุณเล็กดี๊ด๊าดีใจที่คุณนารีโทร.กลับมา กุลธิดาฟังหูผึ่งถามว่าใครคือนารี

    “ตกลงฉันจะไปสัมภาษณ์งานค่ะ และขอโทษที่พูดจาไม่ดีกับคุณ”

    ยอดชายพร่ำเพ้อไปตามประสาว่านี่คือบุพเพสันนิวาส คุณเล็กยิ่งสงสัย ตัดบทถามว่า แล้วจะนัดให้ตนไปตอนไหนดี

    “ตอนนี้เลย บอสกำลังเข้าออฟฟิศครับ อยู่ที่หน้าประตูทางเข้าแล้ว ผมจะรายงานบอสเลย บอสต้องแฮปปี้และดีใจมากที่สุดแน่ๆ สำหรับผลงานของผมในครั้งนี้ เดี๋ยวพบกันครับ สวัสดีครับ”

    ยอดชายวางสายลั้ลลามาก แต่แล้วก็หน้าเจื่อนเมื่อเจอกุลธิดายื่นหน้ามาถามว่า “นารีคือใคร!”

    “คือผู้หญิงที่บอสหลงรักและอยากใกล้ชิดด้วย ส่วนเธอคือไส้ติ่งที่บอสปรารถนาเหลือเกินที่จะตัดออกไป โอ๊ะ...ไม่ๆเธอมันคือเนื้อร้าย คือมะเร็งระยะลุกลาม... เคลียร์!”

    “ไม่เคลียร์! พี่ชาย!! ฉันอยากคุยกับพี่ชาย!!” กุลธิดาเต้นเร่าๆ พอดีทองโปรยโผล่มาเห็น เขาหดหัวกลับแทบไม่ทัน ยอดชายเห็นกุลธิดากำลังหันหน้าไปทางทองโปรย เลยจับหันกลับมาหันไปหันมากันอยู่ตรงนั้นจนทองโปรยหลบออกไปได้สำเร็จ

    ยอดชายนึกได้ว่าคุณนารีกำลังจะมา ร้อนใจไม่รู้จะบอกทองโปรยอย่างไรดี

    ฝ่ายทองโปรยหลบหน้ากุลธิดาออกไป ก็ได้รับโทรศัพท์จากเนรัญญา เขาดีใจมากบอกว่าจะไปเดี๋ยวนี้เลย ทองโปรยวิ่งอ้าวออกไปสวนกับคุณใหญ่ที่เพื่อนพามาเข้าฟิตเนส แต่คุณใหญ่ไม่มีรสนิยมแบบเพื่อนเลยเดินเชิดออกไป ปล่อยให้เพื่อนยืนอึ้งอยู่กับบรรทัดที่ยิ้มหล่อออกมารับ

    “งี้แหละ ถึงได้เป็นสาวแก่ขึ้นคานอยู่ พี่เข้าไปก่อนนะ” เพื่อนคุณใหญ่เดินเข้าไป

    “หืม...อย่าให้มีโอกาสนะ จะจัดให้หมดตัวเลย” บรรทัดเจ็บใจที่คุณใหญ่ไม่เล่นด้วย

    ooooooo

    สายของทองก้อนโทร.มารายงานอะไรบางอย่าง ทองก้อนลุกพรวดจะออกไปให้ได้ ศักดิ์สิทธิ์หลอกล่ออย่างไรก็ไม่เชื่อรั้งก็ไม่อยู่ ศักดิ์สิทธิ์เลยได้แต่ถอนใจมองตามไปอย่างไม่รู้จะทำอย่างไร

    ทองสร้อยเล่าให้เนรัญญาฟังว่า บอสของเธอคือพี่คนที่เคยเล่นหม้อข้าวหม้อแกงกันตอนเด็กๆที่เวียงจันทน์ ทองสร้อยเร่งให้รีบเดินตนอยากกินส้มตำร้านป้าหน่อยร้อยสากเต็มทีแล้ว เนรัญญาทำทีถามว่าร้านอยู่ตรงไหน

    “ซอยสามท้ายตลาด” ทองสร้อยบอกเนรัญญาทำทีเช็กไลน์ในมือถือ แต่ที่แท้แอบพิมพ์ข้อความบอกทองโปรยว่าซอยสามท้ายตลาด แล้วรีบเดินตามทองสร้อยไป แต่ข้างหลังสองสาว พฤกษ์กับพุฒิสะกดรอยตามมาอย่างกระชั้นชิด!

    พอมาถึงร้านป้าหน่อยร้อยสาก ทองสร้อยอวดเพื่อนว่าร้านนี้อร่อยแซ่บเว่อร์ จนอยากจะเอาไปลงในคอลัมน์ มาดามฟองดูฉบับใหม่ รับรองปารีสต้องสะเทือนแน่

    ทองสร้อยยังไม่ทันสั่งส้มตำ ทองโปรยกับเฉวียงก็พรวดเข้ามาลากเก้าอี้นั่งด้วย บอกให้สั่งเผื่อด้วยเอาตำไทยไม่พริก ทองสร้อยผงะแทบตกเก้าอี้ หันไปตวาดเรียก “ไอ้เน!!”

    “ฉันขอโทษ แต่มันจะเป็นผลดีกับตัวแกนะ”

    พฤกษ์กับพุฒิซุ่มดูอยู่ พฤกษ์ถามว่าผู้ชายคนนั้นใคร พุฒิไม่รู้จักแต่สงสัยจะเป็นผัวทองสร้อยหรือเปล่า น่าจะเป็นคนหล่อๆ เพราะหน้าคล้ายทองสร้อยมาก

    “คืองี้นะ สร้อย พี่อยากจะ...” ทองโปรยพูดได้แค่นั้นก็ชะงักกึก เมื่อทองสร้อยลุกพรวดวิ่งหนีไป แต่วิ่งได้ไม่กี่ก้าวก็เบรกแทบหงายหลังเมื่อเจอทองก้อนกับบอดี้การ์ดมายืนเป็นแผงดักอยู่ ทองโปรย เนรัญญา และเฉวียงลุกยืนทันทีเช่นกัน

    “หน้าคุ้นๆนะ” พฤกษ์กระซิบกับพุฒิ เห็นทองก้อนกับทองสร้อยสะอึกเข้าไปยืนประจันหน้ากันอย่างไม่มีใครยอมถอย ทองก้อนยิ้มอย่างเป็นต่อ แต่ทองสร้อยสีหน้ากังวล เครียดกับสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานนี้

    พฤกษ์อยากรู้มากว่าผู้ชายที่มาพบทองสร้อยเป็นใคร แต่พอดีจีจี้โทร.มา พอฟังปลายสายพฤกษ์ตกใจบอกจีจี้ให้ถ่วงเฮียไว้ก่อนตนจะไปเดี๋ยวนี้ ก่อนไปยังหันมองชายแปลกหน้าที่มาพบทองสร้อยอย่างติดใจสงสัย

    ooooooo

    ทองก้อนกับทองสร้อยจ้องหน้ากันอยู่อย่างนั้น ป้าหน่อยร้อยสากเห็นทองสร้อยถูกคุกคามเลยเข้าไปยืนกั้นกลาง ถามทองก้อนว่ามีอะไรกับทองสร้อยหรือ?!

    ทองก้อนเคยแต่ใหญ่ สั่งอะไรต้องได้อย่างนั้น พอถูกป้าหน่อยที่ไม่รู้จักมาทำกร่างก็ไม่พอใจ แต่ป้าหน่อยไม่สนใจถามว่าแต่งตัวก็ดูดีแต่ทำไมมารยาททราม พ่อแม่ไม่สั่งสอนบ้างรึไง

    ทองก้อนมัวแต่โต้เถียงกับป้าหน่อย ทองสร้อยฉวยโอกาสวิ่งหนีไป ทองก้อนสั่งบอดี้การ์ด

    “ไม่ต้องสนใจอีป้านี่ ตามไป!!”

    ป้าหน่อยไล่ทุบทองก้อนขัดขวางไม่ให้ตามทองสร้อยไป ส่วนทองโปรยก็วิ่งไล่ตามทองสร้อย ร้องเรียกให้หยุดคุยกันก่อน “ไอ้สร้อย เรามาดี!” เนรัญญาวิ่งพลางตะโกน ถูกทองสร้อยด่าสวนมาว่า “ไอ้เพื่อนทรยศ!” แล้ววิ่งอ้าวต่อไป

    เนรัญญาเห็นบอดี้การ์ดของทองก้อนวิ่งกวดทองสร้อยไป ถามทองโปรยว่าเอาไงดี แบบนี้ทองสร้อยแย่แน่เลย

    “ช่วยทองสร้อย อย่าให้ถูกบอดี้การ์ดพ่อจับได้ เฉวียงลุย!” แล้วทั้งทองโปรยและเฉวียงก็วิ่งตามทองสร้อยไป

    ทองก้อนถูกป้าหน่อยสกัดไว้ พอดีบอยจะมากินข้าวป้า หน่อยเลยตะโกน “ไอ้บอย ขออาวุธ” บอยไปหยิบสากเขวี้ยงไปให้ป้าหน่อย ทองก้อนเห็นสากบินมาก็ตกใจ ทำเป็นมองไปข้างหลังป้าหน่อยยกมือไหว้ทัก “สวัสดีครับหม่อม” ป้าหน่อยเสียรู้หันไปดู ทองก้อนฉวยโอกาสวิ่งตามทองสร้อยไปอีกคนจนได้

    เนรัญญาขัดขวางบอดี้การ์ดของทองก้อนเพื่อช่วยทองสร้อยสุดฤทธิ์ แต่พอถูกมันขู่ “แฮ่!!” ทีเดียวก็ตกใจจนเป็นลม ทองโปรยกับเฉวียงเลยต้องเข้าประคองไว้ ทองก้อนจิกตาด่าทองโปรยว่า

    “แกปิดบังฉันเรื่องทองสร้อย เพราะแกคิดจะหาทางช่วยมัน และขัดคำสั่งศักดิ์สิทธิ์ของฉัน ต่อไปนี้ ฉันจะทำทุกอย่างเองแกไม่ต้องยุ่ง และอย่าให้รู้ว่าแกแอบทำอะไรลับๆ เพื่อต่อต้านฉัน ถ้ารู้ฉัน...ฉันไม่เอาแกไว้แน่!”

    ทองก้อนด่าทองโปรยแล้วรีบตามทองสร้อยไป เนรัญญาหรี่ตามองถามทองโปรยว่า “ไปกันหมดแล้วใช่ไหมคะ”

    “โฮ่ย!!” พอทองโปรยรู้ว่าเนรัญญาแกล้งเป็นลมก็แทบจะจับทุ่มเสียให้หายโมโห

    ทองสร้อยหนีไปหันรีหันขวางเห็นร้านอินเตอร์เน็ตเลยมุดเข้าไป พอพวกทองก้อนวิ่งตามมาก็ไม่เห็นแล้ว

    ooooooo

    คุณเล็กมารอทองโปรยที่หน้าห้องทำงานเขาอยู่นาน ทนไม่ไหวลุกขึ้นไปต่อว่ายอดชาย

    “ให้ฉันมาเลยฉันก็มา ให้ฉันรอฉันรอได้ แต่ที่ฉันจะไม่ทนคือไม่รู้จะต้องรอจนถึงเมื่อไหร่!!”

    “เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นแหละครับ” ยอดชายพยายามทำเป็นพูดติดตลกให้คลายเครียด แต่คุณเล็กไม่ขำ

    ยอดชายชี้แจงว่า ตนพยายามติดต่อผู้จัดการอยู่แต่ไม่รับสายเลย คาดว่าคงมีเรื่องซีเรียส เลยจู่ๆเข้าออฟฟิศไม่ได้

    คุณเล็กเห็นกุลธิดาจ้องตนตาเขียวตาขวางอยู่นาน ถามยอดชายว่า เขาจะจ้องตนแบบนี้อีกนานไหม กุลธิดาถามคุณเล็กเสียงขุ่นว่า “รู้ไหม ฉันเป็นใคร” พอคุณเล็กบอกว่าไม่ทราบ กุลธิดาเชิดหน้าใส่ว่า “ฉันคือว่าที่คู่หมั้นของผู้จัดการที่นี่”

    “อ๋อ...ค่ะ” คุณเล็กเบือนหน้าหนีหน่ายๆกับท่าทางล้นๆของกุลธิดา แต่ฝ่ายนั้นก็ยังนั่งจ้องตาไม่กะพริบ

    เวลาเดียวกันนั้น ทองสร้อยที่หนีเข้าร้านอินเตอร์เน็ต ก็ต้องตกใจสุดขีดเมื่อทองก้อนกับบอดี้การ์ดผลักประตูเข้ามา ทองสร้อยมุดเข้าใต้โต๊ะทำตัวเล็กลีบที่สุด หายใจไม่ทั่วท้องเมื่อเห็นทองก้อนเดินใกล้เข้ามา...ใกล้เข้ามาทุกที!

    โชคดีที่บอยกลับมาพอดี บอยจำทองก้อนกับพวกบอดี้การ์ดได้ ชี้หน้าบอกว่าจะแจ้งตำรวจเอาตัวไปสอบสวน

    “เฮ้ย อย่าเปรี้ยวกับพี่! มองหน้าพี่ไว้ให้ดีแล้วมองที่ปากพี่” บอยทำท่าสยองตะโกนด่าไอ้เกย์เฒ่า “เดี๋ยวตบปากแตก ฟัง!! ฉันไม่ได้พิศวาสแก แต่กำลังจะเตือนว่าถ้าไม่อยากเดือดร้อนก็อยู่เฉยๆ ไปบอกป้าแกด้วย อยู่เฉยๆ ไม่งั้นมีเฮ ฉันเป็นเพื่อนเจ้าของตลาด พวกแกจะไม่มีที่ให้ทำมาหากิน!” ชี้หน้าขู่แล้วทองก้อนเดินออกไป

    ทองสร้อยมุดอยู่ใต้โต๊ะแทบไม่กล้าหายใจ พอทองก้อนออกไปก็โผล่ออกมาขอโทษบอยที่ทำให้เดือดร้อน บอยเตือนทองสร้อยให้ระวังตัวไว้มีอะไรจะให้ช่วยก็บอก คุยว่าพวกตนเพียบในร้านนี้เด็กตนทั้งนั้น แต่พอหันมอง เห็นพวกนั้นวิ่งเตลิดออกจากร้านไปหมดแล้ว!

    ooooooo

    พฤกษ์กลับไปพบเสี่ยรับเหมาที่ออฟฟิศเวียงคีรี ถูกผู้รับเหมามาต่อรองเรื่องงบประมาณที่ต้องแก้งานใหม่ เพราะพฤกษ์สั่งแก้แล้วแก้อีกก็ยังไม่พอใจ

    ผู้รับเหมาพูดอย่างไม่พอใจมากว่ามันไม่ไหว ตนพยายามขอคุยด้วยก็ไม่ได้เพราะจีจี้บอกว่าไม่ว่าง เฮียบอกพฤกษ์ว่าจะขนคนงานและเครื่องมือทุกอย่างกลับ

    “ใจเย็นๆก่อนนะเฮีย” พฤกษ์พยายามหว่านล้อม

    “เมื่อก่อนผมเย็นได้เพราะคุณยังไม่เยอะ แต่ตอนนี้คุณเยอะ เครียดอะไรก็อย่ามาลงกับพวกผม ขืนคุณไม่จบผมก็แย่คุณก็แย่ แย่กันทั้งหมด” ผู้รับเหมาพูดออกตัวก่อนจะสอนว่า “อย่าหาว่าสอนว่าสั่งเลยนะ แต่เพราะเห็นคุณเหมือนลูกหลาน คนจะทำการใหญ่มันต้องมีแขนขา ไม่ใช่ทำเองทุกอย่าง เราจะได้ไม่ต้องมาทะเลาะกันเพราะเรื่องไร้สาระนี่อีก”

    “ขอบคุณครับ” พฤกษ์เสียงอ่อย จีจี้เดินไปส่งผู้รับเหมา ในขณะที่พฤกษ์นั่งเครียด ไม่ทันไรคุณใหญ่ก็โผล่มาถามเรื่องที่เขาคุยกับคุณแหววเมื่อคืน พฤกษ์บอกว่าเรื่องนี้ขอให้เป็นเรื่องระหว่างตนกับคุณแหววคนอื่นไม่เกี่ยว

    คุณใหญ่โกรธที่พฤกษ์ถือว่าตนเป็นคนอื่น พอดีจีจี้มาเคาะประตูเรียก พฤกษ์บอกคุณใหญ่ว่าขอคุยงานก่อน

    “เมื่อฉันยุ่งกับชีวิตของพวกเธอไม่ได้ก็จงอย่ามายุ่งกับชีวิตของฉัน ต่างคนต่างอยู่” คุณใหญ่พูดอย่างเจ็บใจ

    “แล้วแต่พี่ใหญ่ครับ” พฤกษ์ตอบอย่างเหนื่อยหน่าย มองคุณใหญ่ที่เดินออกไปอย่างโล่งใจ

    จากกรณีผู้รับเหมามาโวยวายเรื่องการซ่อมแซมปรับเปลี่ยนงานหลายรอบ และสอนการทำงานแก่พฤกษ์ ทำให้เขาได้คิด บอกจีจี้ว่า

    “เกิดเรื่องแบบนี้น่ะดีแล้ว จะได้มีคนมา ช่วยเตือน สติผม สงสัยผมต้องหาคนมาเป็นมือขวามือซ้ายอย่างที่เฮียเขาแนะนำแล้วจริงๆ” พฤกษ์สั่งจีจี้ว่า พรุ่งนี้เนรัญญากลับมาทำงานให้ลงประกาศรับสมัครเลย

    ooooooo

    กุลธิดายังจ้องคุณเล็กไม่วางตา คุณเล็กทนไม่ไหวถามเธอว่าเราจะเอายังไงกันดี กุลธิดาย้ำว่า

    “จำเอาไว้นะว่าฉันคือตัวจริง”

    พอดียอดชายบอกว่าติดต่อบอสได้แล้ว กุลธิดาพุ่งเข้าแย่งโทรศัพท์ไป ยอดชายเลยฉุดมือคุณเล็ก คว้ากระเป๋าและของที่จำเป็นในการทำงานพาวิ่งออกไป กุลธิดาไม่เห็นเพราะมัวพูดโทรศัพท์ฉอเลาะออดอ้อนทองโปรยอยู่

    กุลธิดาพูดอยู่นานแต่ไม่ได้ยินเสียงปลายสายเลย เอะใจมองโทรศัพท์ปรากฏว่าไม่ได้ต่อสาย เธอกรี๊ด งอแงทันที

    “คุณพ่อขา...พี่ชายใจร้าย!!!”

    เนรัญญาพาทองโปรยไปจอดรถที่หน้าบ้านเวียงคีรีเพื่อดักรอทองสร้อยที่ยังกลับไม่ถึงบ้าน

    ทั้งสองนั่งรอจนหลับอยู่ในรถ ทองสร้อยมาเคาะกระจกเรียก แล้วพากันไปนั่งคุยที่ร้านกาแฟ เนรัญญาบอกทองสร้อยว่าทองโปรยหวังดีกับเธอกับพ่อเธอ เขาอยากเจอเธอเพราะอยากจะช่วยหาทางออกให้ ทองสร้อยขอเวลาคิด

    “เราไม่มีเวลาแล้วสร้อย ยิ่งปล่อยนานไปครอบครัวเราจะยิ่งแตกแยก วิญญาณแม่ที่เฝ้ามองเราอยู่จะเป็นสุขได้ยังไง”

    “แล้ว...ต้องทำอะไร ยังไง” ทองสร้อยท่าทีอ่อนลงเมื่อทองโปรยพูดถึงแม่

    “เราต้องร่วมมือกันทำให้พ่อเปลี่ยนใจหรืออย่างน้อยก็ยอมลดทิฐิ คิดทบทวนเรื่องนี้ และสร้อยเองก็ต้องให้โอกาสพ่อ กล้าไปเผชิญหน้ากับพ่อเพื่อคุยเรื่องนี้ให้เป็นเรื่องเป็นราว...ได้ไหม”

    ทองสร้อยขอเวลาและความเงียบ ทั้งทองโปรยและเนรัญญาต่างพยายามเงียบ แม้แต่ลมหายใจก็ยังผ่อนเบาๆ ลุ้นให้ทองสร้อยคิดได้และตัดสินใจอย่างที่คาดหวัง

    จู่ๆมือถือของทองโปรยก็ดังขึ้น ทุกคนร้องโอย... อย่างหมดแรง มองหน้ากันเซ็งๆ

    ด้วยการหว่านล้อมสุดฤทธิ์ของทองโปรย ทองสร้อยตกลงเอาไงเอากัน แต่ตนมีเวลาจำกัด ตนมีงานมีความรับผิดชอบที่โน่นที่จะต้องไปจัดการ ไม่เกินหนึ่งเดือน ตนให้ได้แค่นี้

    “พี่สัญญา พี่จะรีบหาทางทำให้พ่อใจอ่อนลง แต่ถ้าทำไม่ได้พี่จะเอาพาสปอร์ตและทุกอย่างของสร้อยมาคืน ให้สร้อยกลับไปใช้ชีวิตของสร้อยเหมือนเดิม ถึงแม้ว่าพ่อจะกำลังไม่สบายก็เถอะ”

    ทองสร้อยถามว่าพ่อเป็นอะไร ทองโปรยเล่าให้ฟังว่าพ่อต้องยอมรับแล้วว่าตัวเองสังขารร่วงโรย เนรัญญาเสริมว่าวันก่อนก็ไปเป็นลมที่โรงพยาบาลที่ตนแอดมิด ทั้งสองช่วยกันพูดอย่างรู้ใจทองสร้อยว่าเป็นห่วงพ่อ แล้วต่างก็ลุ้นให้เธอตัดสินใจ

    “สร้อยจะรอฟังข่าว อยากให้ทำอะไรก็สื่อสารมาแล้วกัน” ทองโปรยจะซื้อมือถือให้ใช้ “ไม่เอาเดี๋ยวจะส่อพิรุธ เกิดพลาดขึ้นมาเดี๋ยวจะยุ่ง ผ่านไอ้เนน่ะดีแล้ว”

    ขณะที่ทั้งสามกำลังยืนคุยกันอยู่นั่นเอง คุณเล็กมาเห็นพอดี เนรัญญากระซิบบอกทองโปรยว่าคุณเล็กเป็นเจ้านายทองสร้อยที่บ้านเวียงคีรี ทองโปรยตกใจ ทองสร้อยถามคุณเล็กว่ามาทำอะไรหรือ

    “เล็กมาสัมภาษณ์งานกับผู้จัดการ TB”

    ยอดชายจะแนะนำว่าคือทองโปรย ก็ถูกทองโปรยเอามือปิดปาก บอกว่ามีหอมติดอยู่ที่มุมปาก ยอดชายรับมุกกลบเกลื่อนไร้พิรุธ ในขณะที่คุณเล็กมองทองโปรยรู้สึกคุ้นหน้า บอกว่าเราเคยเจอกัน ถามทองสร้อยว่ารู้จักกันหรือ

    ทั้งทองสร้อยและทองโปรยตั้งตัวไม่ทันต่างอึกอัก อึ้งๆ คุณเล็กมองทุกคนงงๆ

    ooooooo

    บรรยากาศที่โต๊ะกาแฟ ทุกคนทั้งตื่นเต้นและอึมครึม คุณเล็กมองทองสร้อยและทองโปรยอย่างสงสัย

    ยอดชายนั่งอยู่ข้างทองโปรยก้มหน้าก้มตาอ่านข้อความในไลน์มือถือของตัวเอง เป็นไลน์จากทองโปรยสั่งว่า “ฉันคือคนขับรถ ไม่ใช่ผู้จัดการ” ยอดชายเลยต้องเรียกทองโปรยเป็นเฉวียง

    “โลกกลมจังเลยนะ พี่ชายของทองสร้อยทำงานอยู่กับผู้จัดการของ TB” คุณเล็กพาซื่อ ทองสร้อยรีบผสมโรงว่าใช่โลกกลมอย่างไม่น่าเชื่อ ซ้ำความบังเอิญก็บังเอิ๊ญ...บังเอิญจริงๆ ตนมาทำธุระแถวนี้กับเนรัญญาเลยได้เจอกัน

    คุณเล็กถามยอดชายว่าแล้วทองโปรยไปรอที่ไหนหรือ พลันเฉวียงก็โผล่มาในมาดของทองโปรย คุณเล็กไหว้ทัก

    “สวัสดีค่ะ ในที่สุดเราก็ได้เจอกันนะคะคุณทองโปรย”

    “ครับ ยินดีมากครับ เพื่อไม่ให้เสียเวลา เริ่มงานวันไหนได้ครับ”

    “ไม่ทำค่ะ” คุณเล็กตอบห้วน สั้น ชัดเจน จน ทุกคนเหวอ “ฉันเลือกที่จะไม่มีเจ้านายแบบนี้ค่ะ วันนี้ฉันมาเพื่อจะได้พูดกับคุณต่อหน้าอย่างจริงจัง และไม่อยากเป็นสาเหตุให้คุณยอดชายต้องถูกไล่ออก เพราะเจ้านายที่เอาแน่เอานอนไม่ได้อย่างคุณ ฉันยอมตกงานดีกว่า ไม่ต้องโทร.ตามฉันอีก!”

    ทุกคนอึ้ง เหวอ โดยเฉพาะทองโปรยเหวอแล้วเหวออีก คุณเล็กถามเนรัญญากับทองสร้อยว่าเสร็จธุระหรือยัง ทั้งสองตอบพร้อมกันอย่างไม่ตั้งใจว่า “เสร็จแล้วค่ะ”

    “งั้นกลับกับเล็กไปก่อนนะคะคุณเลขา ไปนะ เฉวียง” ว่าแล้วจูงมือทองสร้อยออกไป ทั้งยอดชาย เฉวียง เนรัญญามองทองโปรยเป็นตาเดียว ส่วนเจ้าตัวยังนั่งเหวอค้างอย่างคาดไม่ถึง

    ooooooo

    พฤกษ์กลับถึงบ้านก็เรียกชบามาถามหาทองสร้อย ชบาบอกว่ายังไม่กลับเลยบ่นว่าไปตลาดทีไรกลับช้าทุกที พฤกษ์สั่งให้โทร.ตาม ชบาบอกว่าโทร.แล้วแต่คุณเลขาไม่รับสาย

    “เดี๋ยวฉันโทร.เอง” พฤกษ์เดินออกไปอย่างหงุดหงิด พุฒิบ่นว่าเป็นอะไรของเขาสงสัยเครียดจนเพี้ยนไม่รู้จะลงที่ไหนเลยไปลงที่ทองสร้อยหาทางจับผิดเรื่องเมื่อกลางวันที่ตลาด ชบาถามว่ามีอะไรหรือ

    คุณแหววแอบฟังอยู่ด้วยความอยากรู้ ครู่หนึ่งคุณแหววยกกาแฟไปให้พฤกษ์เห็นเขาโทร.แล้วไม่มีคนรับสาย กดตัดแล้วโทร.ใหม่อย่างหงุดหงิด คุณแหววถามว่าโทร.หาใครหรือ เขาบอกว่าเนรัญญา

    “ตามตัวทองสร้อยเหรอคะ” คุณแหววถาม พอพฤกษ์บอกว่าใช่ เธอก็บ่นว่า “เห็นว่าไม่สบาย ก็น่าจะรีบกลับมาพักผ่อน ไม่รู้จะชวนกันไปเถลไถลที่ไหนนะคะ เหลวไหลจัง”

    พฤกษ์ผสมโรงว่าเหลวไหลมากด้วย บ่นเนรัญญาว่ารู้ว่าตนไม่ชอบที่ไม่รับสาย หรือถ้าติดธุระอะไรอยู่ก็สมควรที่จะโทร.กลับได้แล้ว บ่นแล้วลุกไป คุณแหววบอกว่ากาแฟยังไม่หมดเลย

    “ผมไม่ดื่มแล้ว ขม”

    “ขม? ปกติก็ดื่มแบบนี้” คุณแหววมองตามอย่างสังเกตหาพิรุธ

    ฝ่ายคุณใหญ่ยังตามจิกตามกัดทองสร้อยทุกฝีก้าว วันนี้ก็ถามชบาว่าทองสร้อยทำงานครบตามที่ตนกำหนดหรือเปล่า และคอยจับผิดว่าชบาช่วยทองสร้อยหรือเปล่า ชบาบอกว่าเปล่า

    “แล้วไป อย่าเชียวนะ! เอ๊ะ แล้วนังทองสร้อยอยู่ไหน ทำอะไรอยู่ตอนนี้” ชบาอึกอัก เจียรนัยแอบอยู่แถวนั้นส่งสัญญาณว่าทองสร้อยยังไม่กลับ ชบาเลยโมเมว่าเห็นทองสร้อยอยู่ที่สนามหน้าบ้าน คุณใหญ่ลุกไปทันที ชบาพยายามหาเรื่องคุยถ่วงเวลา แต่โชคดีที่คุณเล็กกับทองสร้อยกลับมาพอดี คุณใหญ่หาเรื่องจับผิดอีกว่าทำไมทองสร้อยมากับคุณเล็ก??

    “หลังจากที่ทองสร้อยไปหาหมอ ไม่ได้เป็นอะไรมาก คุณเลขาก็เลยพาไปซื้อของใช้ที่จำเป็นที่พลาซ่าใกล้บ้านเรา พอดีเล็กมีธุระที่นั่น ไปเจอพอดีเลยพากลับมาด้วยกัน” คุณเล็กชี้แจงตามจริง คุณใหญ่หาเรื่องอีกจนได้ว่าทองสร้อยเอาเวลาทำงานไปช็อปปิ้ง คิดหางานเพิ่มให้ทองสร้อยทำจนไม่มีเวลาขยับไปไหน ก็พอดีพฤกษ์มาเรียก คุณใหญ่เลยใส่ไปเป็นชุดว่า

    “บอกแล้วไงว่าอย่ามายุ่ง เราต่างคนต่างอยู่ พี่ทำหน้าที่ที่ควรทำในบ้านหลังนี้ คนใช้ไม่ควรว่างงานและไม่มีสิทธิ์เอาเวลางานไปทำเรื่องส่วนตัว คุณกลางอย่ามาก้าวก่าย เหลือพื้นที่ให้พี่ได้ยืนบ้างเถอะ!”

    “พี่ใหญ่พูดก็มีเหตุผลนะคะคุณกลาง วันนี้ทองสร้อยเหลวไหลจริงๆ จะไปไหนต่อก็ไม่บอกเอาไว้ ทำแบบนี้ ไม่ถูก” คุณแหววผสมโรงเล่นงานทองสร้อย พฤกษ์เลยต้องเงียบ

    คุณเล็กนึกเป็นห่วงทองสร้อย ในขณะที่คุณใหญ่ก็หน้านิ่วคิ้วขมวดหาทางที่จะเล่นงานทองสร้อยให้หนักกว่าเดิม

    ooooooo

    ทองสร้อยเองก็เล่าให้ชบาฟังอย่างที่คุณเล็กเล่า พุฒิฟังแล้วบอกว่าไม่เห็นจะมีพิรุธอะไรน่าสงสัย ทำไมคุณกลางถึงได้ตั้งหน้าตั้งตาจับผิดนักก็ไม่รู้ บอกทองสร้อยว่า

    “รู้ไหมว่าคุณกลางลากฉันสะกดรอยตามแกไปที่ตลาดด้วย” ทองสร้อยตกใจตาเหลือก “เห็นผู้ชายใครก็ไม่รู้อยู่กับแกที่ร้านส้มตำป้าหน่อย บอกว่าหน้าคุ้นๆ” ทองสร้อยตาเหลือกเป็นครั้งที่สอง เจียรนัยถามว่าสร้อยไปเจอใครหรือ ทองสร้อยบอกว่าคนรู้จัก

    ชบาบ่นว่าอะไรก็ไม่รู้จะให้ทองสร้อยอยู่เป็นสุขสักวันไม่ได้เลยรึไง เดี๋ยวทนไม่ไหวลาออกไปแล้วจะรู้สึกทั้งบ้าน

    ทันใดนั้นเอง พฤกษ์มาสั่งทองสร้อยให้ไปหาที่สตูดิโอและให้ชงมอคค่าอย่างที่เคยชงไปให้ด้วย

    “จะโดนอะไรอีกไหมเนี่ย” เจียรนัยวิตกแทน พุฒิบอกว่าเราไม่ได้ทำอะไรผิดอย่าไปยอม ชบาเห็นด้วย บอกทองสร้อยให้เชิดหน้าเข้าไว้เพราะเราไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ทองสร้อยสะดุ้งแล้วสะดุ้งอีกแบบวัวสันหลังหวะ แต่ไม่กล้าพูดออกไป ปลุกใจตัวเองว่า มีสติ ไม่ตื่นเต้น เอาไงเอากันวะ!

    พฤกษ์นั่งดูไอจีของมาดามฟองดูที่อัพโหลดเมื่อสัปดาห์ที่แล้วอย่างสนใจอยู่ในสตูดิโอ

    ทองสร้อยมาถึงหน้าสตูดิโอ ตื่นเต้นจนมือสั่น ยิ่งพยายามบังคับไม่ให้สั่นก็ยิ่งสั่น พอเข้าไปก็ยิ้มกลบเกลื่อนความตื่นเต้น ยื่นแก้วมอคค่าให้ พฤกษ์มองมือทองสร้อยเขม็ง แล้วสั่งให้ตามเข้าไปในห้อง ทองสร้อยพยายามบ่ายเบี่ยงแต่เมื่อเป็นคำสั่งที่รู้อยู่แล้วว่าขัดไม่ได้ก็ต้องเดินตามเข้าไป

    พอเข้าไปในห้อง พฤกษ์รุกทันทีว่า เนรัญญาเพิ่งส่งข้อความมาบอกตนว่าเธอไม่ได้ไปหาหมอ ทองสร้อยแก้ตัวว่าพอไปถึงก็หายปวดท้อง เมื่อจับผิดตรงนี้ไม่ได้ พฤกษ์ถามว่า

    “ผู้ชายสองคนซึ่งเป็นคนเดียวกับที่ฉันเจอที่โรงพยาบาล ซึ่งเป็นพ่อและพี่ชายของเพื่อนเนรัญญา มาหาเธอที่ร้านส้มตำทำไม” เห็นทองสร้อยอึ้ง เขาย้ำ “ห้ามโกหก!!”

    “ก็ได้ค่ะ สร้อยจะตอบ ก็เพราะยังตามหาลูกสาวเขาไม่เจอ ก็เลยตามมาถามกับไอ้เน กับสร้อย” พฤกษ์ถามว่าจริงหรือ ทองสร้อยดราม่าทันที รำพึงรำพันว่า “งานหนักสร้อยทนได้ แต่สร้อยจะไม่ทนถ้าถูกจับผิดอยู่ตลอดเวลา ทั้งๆที่สร้อยบริสุทธิ์ใจ”

    เจอบทนี้ของสร้อยเข้าพฤกษ์ก็อึ้ง

    “คับที่อยู่ได้ คับใจอยู่ยาก แต่ถึงจะอยู่ยากยังไง สร้อยก็จะอดทน ยิ่งคุณกลางกดดันสร้อยมากเท่าไหร่ สร้อยก็จะยิ่งไม่ไปไหน เพราะสร้อยไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ตอนนี้สร้อยต้องไป...เพราะสร้อยอยากร้องไห้ แต่ไม่อยากให้ใครเห็นน้ำตา”

    ทองสร้อยทำเป็นกลืนก้อนสะอื้นรีบลุกไป พฤกษ์พาซื่อรู้สึกแย่กับตัวเองถอนใจบ่นงึมงำ

    “เฮ้ออออ...หรือว่าเราจะเยอะไปจริงๆ”

    พอทองสร้อยออกจากห้องก็ยิ้มเผล่ทั้งที่น้ำตายังเกาะที่แก้ม พึมพำทึ่งตัวเองว่า “ทำได้ไงเนี่ย...นางเอกเว่อร์อ่ะ...”

    ooooooo

    ทองโปรยตัดสินใจเป็นไงเป็นกัน ยังไงก็ต้องคุยกับพ่อเรื่องทองสร้อยให้รู้เรื่อง พอเข้าไปที่โต๊ะอาหารที่ทองก้อนนั่งกินอยู่คนเดียว ทองก้อนถามทันทีว่า

    “ไอ้สร้อยมันอยู่ไหน” ทองโปรยบอกว่ายังบอกไม่ได้ “งั้นก็หมดเรื่องคุย ฉันต้องการรู้แค่ว่ามันอยู่ไหน”

    “น้องจะมาหาพ่อเอง ถ้าพ่อยอมเปลี่ยนใจเลิกบังคับให้แต่งงานกับกุลชาติ” ทองก้อนนิ่งเงียบไป ทองโปรยนึกว่าพ่อใจอ่อนแล้วถามกลัวๆกล้าๆว่า “ได้ไหมครับพ่อ พ่อยอมที่จะยกเลิกการแต่งงานแบบคลุมถุงชนงี่เง่านั่นแล้วใช่ไหมครับ”

    “แกว่าการตัดสินใจของฉันเป็นเรื่องงี่เง่าหรือไอ้ทองโปรย!! อย่ามาต่อรอง อย่ามาคิดล้มล้างการตัดสินใจของฉัน ถ้ามันจะเปลี่ยนแปลง มันต้องเกิดจากตัวฉัน ไม่ใช่การยื่นข้อเสนอของมัน” ทองก้อนโมโหสั่งทองโปรยต่อไปไม่ต้องมาร่วมโต๊ะกับตนจนกว่าจะสำนึกผิดและเลิกปกป้องทองสร้อย

    ทองโปรยขยับจะเถียง ถูกศักดิ์สิทธิ์เอามือแตะไหล่ห้ามไว้ เลยนิ่ง

    “แกไม่บอกฉันก็ไม่เป็นไรเพราะฉันไม่ง้อ ฉันมีวิธีที่จะลากตัวมันมาเข้าพิธีแต่งงานเองได้ ย้ำ! ฉันทำได้โดยไม่ต้องพึ่งแก อยู่ให้ห่างๆจากเรื่องนี้!”

    ooooooo

    ทองสร้อยรีดผ้าอย่างพิถีพิถัน รีดไปก็นึกถึงแม่ ที่ทั้งทำให้ดูและสอนว่า ลูกจะทุ่มเทกับงานนอกบ้าน ก็ได้แต่อย่าลืมคนในบ้าน

    รีดผ้าให้พฤกษ์แล้วอดคิดไม่ได้ว่า ทุกวันนี้ตนไม่ได้ดูแลพ่อแต่กลับต้องมาดูแลผู้ชายของบ้านคนอื่นแทน

    รีดเสร็จเอาทั้งเสื้อและกางเกงไปไว้ที่ห้องพฤกษ์ ปรากฏว่าไปหน้ามืดในห้องเขา พฤกษ์เข้ามาเจอพอดีเลยประคองไว้พาไปนอนที่เตียง ถอยออกมายืนมองทองสร้อยไม่รู้จะทำอย่างไรดี เลยเอามือถือมากดเบอร์โทร.ออก แต่ไม่มีคนรับสาย หันมองทองสร้อยที่นอนหมดสติอยู่ที่เตียงอย่างกังวล

    พฤกษ์เอาผ้าขนหนูผืนเล็กชุบน้ำมาเช็ดหน้าให้ทองสร้อย เอามืออังจมูกแล้วโล่งใจที่ยังไม่ตาย หันรีหันขวางจะหายาดมก็ไม่มี ตัดสินใจวิ่งออกจากห้องไป

    พฤกษ์ไปถึงมุมพักผ่อนของพวกคนใช้ ได้ยินพวกชบากำลังคุยกันถึงทองสร้อยที่ต้องทำงานหนัก ชบากำชับว่าอย่าแพร่งพรายเรื่องนี้ให้คุณกลางรู้เด็ดขาด พฤกษ์โผล่ไปถามว่าเรื่องอะไร บอกพวกชบาว่าทองสร้อยทำงานหนักจนเป็นลมอยู่ที่ห้องตน ชบาเรียกเจียรนัยให้ช่วยกันไปเอาทองสร้อยออกจากห้องคุณกลางเร็ว

    เวลาเดียวกันนี้ คุณแหววคุยกับคุณใหญ่อยู่อีกมุมหนึ่งของบ้าน คุณแหววเล่าว่า

    “วันนั้นคุณกลางมาขอโทษแหววที่พลั้งปากขอหย่ากับแหววเพราะอารมณ์ชั่ววูบ เราสองคนตกลงกันว่าจะให้โอกาสกันและกันต่อไปค่ะ” เห็นคุณใหญ่ดีใจ คุณแหววเอ่ยปาก “แต่แหววอยากจะขอร้องพี่ใหญ่เรื่องนึงได้ไหมคะ คือคุณกลางรู้สึกผิดมากที่ทำให้เราสองคนไม่สบายใจ แหววอยากจะขอร้องพี่ใหญ่อย่าพูดถึงเรื่องที่คุณกลางเคยขอหย่าแหววอีก คุณกลางคงสะเทือนใจถ้าได้ยิน”

    คุณใหญ่นอกจากจะให้ตามที่คุณแหววขอแล้วยังให้กำลังใจว่า เห็นไหมว่าคุณกลางเห็นความดีของคุณแหววจนใจอ่อนแล้ว

    “ค่ะ ขอบคุณนะคะที่พี่ใหญ่เมตตาแหวว แหววจะทำให้ดีที่สุดค่ะ เห็นพี่ใหญ่อารมณ์ดีแบบนี้ ดีจังค่ะ”

    ขณะนั้นเอง พฤกษ์ที่นำพวกชบาจะไปเอาทองสร้อยออกจากห้องตน เห็นคุณใหญ่คุยอยู่กับคุณแหวว เลยต้องพากันหลบ คลานสูงคลานต่ำกันกระดืบๆ ไม่ให้คุณใหญ่กับคุณแหววเห็น มีแต่พฤกษ์ที่ยืนหัวโด่อยู่ คุณแหววเลยเรียกไปคุยอารมณ์ดีจนพฤกษ์แปลกใจ

    พฤกษ์พะวักพะวนเป็นห่วงทองสร้อย คุยครู่เดียว ก็บอกว่าง่วงขอกลับไปนอน แล้วมาเร่งพวกชบาที่ยังคลานกระดืบๆอยู่ เร่งให้รีบไปไวๆ โดยให้มือถือพุฒิไว้ดูต้นทางถ้าคุณใหญ่กับคุณแหววขึ้นข้างบนให้โทร.บอกทันที

    ooooooo

    ทองสร้อยที่นอนเป็นลมอยู่...ฝันถึงวัยเด็กที่เล่นหม้อข้าวหม้อแกงกับพฤกษ์ คุยกันคิดถึงคนที่เขียนแนะนำอาหาร พฤกษ์บอกว่าคนเขียนต้องมีนามปากกา เพราะถ้าแนะนำว่าอร่อยแต่ไม่ถูกปากคนกิน โดนด่าจะได้ไม่เดือดร้อน

    พฤกษ์เสนอให้ทองสร้อยใช้นามปากกา มาดามฟองดู ทองสร้อยชอบใจมาก บอกว่าตนคือ “มาดามฟองดู”

    ทองสร้อยฝันถึงอดีตแล้วเพ้อออกมาเบาๆว่า “เค้าคือมาดามฟองดูนะ”

    คุณเล็กกำลังกลุ้มใจที่ยังหางานทำไม่ได้ จะมาคุยกับพฤกษ์ พอเธอเคาะประตู ทุกคนในห้องก็ตึงเครียดหนัก เพราะถ้าคุณเล็กเข้ามาตอนนี้ต้องเห็นทองสร้อยนอนอยู่บนเตียงคุณกลางแน่ๆ คุณเล็กเคาะประตูเรียกไม่หยุด ชบาจึงเอาผ้าห่มคลุมร่างทองสร้อยไว้มิดชิด คุณกลาง จึงไปเปิดประตูถามคุณเล็กว่ามีอะไร

    “เล็กจะปรึกษาเรื่องงาน...ขอเข้าไปคุยข้างในได้ไหมคะ...เล็กไม่อยากให้คุณใหญ่ได้ยิน” พฤกษ์ตัดสินใจรีบดึงคุณเล็กเข้าไปในห้อง ชบากับเจียรนัยทำเป็นขึ้นไปนั่งทับร่างทองสร้อยใต้ผ้าห่มไว้ พฤกษ์ตกใจบอกว่าเดี๋ยวทองสร้อยกระดูกหักกันพอดี คุณเล็กจึงรู้ว่าทองสร้อยนอนที่เตียงพฤกษ์!

    พฤกษ์สั่งให้เอาผ้าห่มออก ก็พอดีทองสร้อยรู้สึกตัว คุณเล็กตกใจถามว่าทองสร้อยเป็นอะไร? และมาอยู่ในห้องนี้ได้ยังไง?

    “เป็นลมอยู่ที่หน้าห้องพี่ พี่ไม่รู้จะทำไงเลยเอาเข้ามานอนพักในห้องก่อน พี่ให้ชบามาช่วยเอาตัวไป แต่ต้องไม่ให้คุณใหญ่คุณแหววเห็นว่าออกมาจากห้องพี่”

    ระหว่างนั้นทองสร้อยร้องหิวน้ำ พฤกษ์รีบไปรินน้ำ มาประคองทองสร้อยขึ้นกินน้ำเอง ทั้งคุณเล็กและพวกชบามองกันอึ้ง เพราะไม่เคยเห็นพฤกษ์ในมุมนี้มาก่อนเลย

    ooooooo

    พุฒิยืนดูต้นทางอยู่อย่างกระวนกระวายใจไม่เห็นพวกชบาลงมาสักที โชคร้ายคุณใหญ่กับคุณแหววมาเจอถามว่ามาทำอะไรตรงนี้ พุฒิแถไปว่า ชบาให้ตนมาเชิญคุณใหญ่กับคุณแหววไปที่ครัวหน่อย

    คุณใหญ่ไม่พอใจถามว่าทำไมชบาไม่มาเอง พุฒิ บอกว่าไม่รู้แต่ชบากำชับว่าต้องให้ไปให้ได้เพราะมีเรื่องสำคัญมาก คุณใหญ่ไม่พอใจชวนคุณแหววไปด่าชบากัน พอคุณใหญ่กับคุณแหววไป พุฒิก็ส่งสัญญาณให้พฤกษ์รีบลงมาเร็วๆ!

    พฤกษ์บอกชบาให้รีบพาทองสร้อยลงไป ชบาถาม ทองสร้อยว่าเดินไหวไหม ทองสร้อยกลับเป็นลมไปอีก

    “ต้องแบกลงไปแล้วล่ะค่ะ ถึงที่บันไดข้างล่างก็ปลอดภัยแล้วค่ะ ที่เหลือชบาจัดการเอง” พฤกษ์แบกทองสร้อยขึ้นหลังทันที ชบาสั่ง “นังเจีย เปิดประตูเร็ว!”

    ทองสร้อยอยู่บนหลังพฤกษ์ แอบยิ้มเมื่อนึกถึงวัยเด็กที่ตนเคยขี่หลังพฤกษ์เล่นกัน และนาทีนี้เธอก็กำลังขี่หลังพฤกษ์อยู่ ทองสร้อยยิ้มอย่างมีความสุข ในขณะที่พฤกษ์แบกเธอลงบันไดไปอย่างระมัดระวัง

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "ภูมิ” ยั้งมือเกือบไม่ทัน "มิ้นท์" แค้นกรี๊ดใส่หน้าน้อง "อิงฟ้า" ร้องโฮ ใน "ภูตรัตติกาล"

    "ภูมิ” ยั้งมือเกือบไม่ทัน "มิ้นท์" แค้นกรี๊ดใส่หน้าน้อง "อิงฟ้า" ร้องโฮ ใน "ภูตรัตติกาล"
    27 ก.ย. 2563

    03:10 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน 2563 เวลา 11:36 น.