ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    นางสาวทองสร้อย

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: นางสาวทองสร้อย...คุณแจ๋วหมายเลข 1

    คุณใหญ่ไปหาพฤกษ์ที่ห้องทำงาน ไล่จีจี้ให้ออกจากห้องแล้วคุยกับพฤกษ์เรื่องคุณแหวว

    “ไหนเธอบอกว่าเธอบริสุทธิ์ใจเรื่องนังทองสร้อย” พฤกษ์ตอบงงๆ ว่ามันก็เป็นอย่างนั้น “แต่เธอขอหย่าทั้งที่เธอคุยกับพี่แล้วว่ามันจะไม่มีทางเกิดขึ้น”

    พฤกษ์ยืนยันว่าเรื่องหย่าของตนกับคุณแหววไม่เกี่ยวกับทองสร้อย แต่คุณใหญ่จะให้เกี่ยวให้ได้ หาว่าทองสร้อยเป็นต้นเหตุให้เขาพูดในสิ่งที่ไม่ควรพูด

    “ใช่ มันเป็นสิ่งที่ไม่ควรพูดในตอนนี้ แต่ผมควรจะพูดมาตั้งนานแล้ว ผมแต่งงานจดทะเบียนกับคุณแหวว เพราะพี่ใหญ่ขอร้อง ที่ผมยอมเพราะผมเองก็ต้องการช่วยให้คุณลุง พ่อของคุณแหววจากโลกนี้ไปอย่างสงบ หมดห่วง ที่มีคนมาช่วยดูแลลูกสาวเพียงคนเดียวของท่าน ไม่ได้แต่งเพราะความรัก พี่ใหญ่ลืมไปแล้วเหรอครับ”

    คุณใหญ่อึ้งพูดไม่ออก แต่ก็ไม่ยอมรับ พฤกษ์จึงทบทวนให้ฟังว่า

    “งั้นผมจะพูดอีกที ว่าเรามีข้อตกลงกันว่า หลังจากที่จัดการงานศพของคุณลุงเรียบร้อยแล้ว ผมกับคุณแหววจะหย่ากัน แต่นี่งานศพของคุณลุงก็ผ่านไปเป็นปีๆแล้ว...”

    คุณใหญ่ขัดขึ้นทันทีว่าคุณแหววรักเขามาก เธอ พยายามทำดีที่สุดเพื่อให้เขารักและเป็นสามีภรรยากันได้จริงๆ

    “มันไม่มีทาง ไม่รักก็คือไม่รักครับ!”

    “แล้วถ้าคุณแหววหย่ากับเธอ โกรธเธอ แล้วถอนหุ้นของคุณพ่อเธอที่มีอยู่ที่เวียงคีรีครึ่งหนึ่งมันจะทำให้เธอรักคนอื่นมากขึ้นหรือเปล่านอกจากรักตัวเองหา!!” พฤกษ์อึ้งอัดอั้นที่คุณใหญ่ยกเรื่องนี้ขึ้นมาค้ำคออีก “เธอห่วงแต่อิสรภาพของตัวเอง แต่ทำให้บริษัทต้องตกต่ำเพราะขาดสภาพคล่อง ขาดความน่าเชื่อถือ โปรเจกต์ที่กำลังขยายไปต่างประเทศจะทำยังไง พนักงานเป็นพันชีวิต จะทำยังไง เธอรับผิดชอบไหวเหรอคุณกลาง”

    “ผมหาทางออกได้!”

    “ยังไง!!?? ขายบ้านที่เราซุกหัวนอนอยู่ ขายรถ เครื่องเพชรของพี่ เอากระเป๋ารองเท้าพี่ไปด้วยเลยไหม ขายมันให้หมดแม้กระทั่งส่วนของนังลูกเมียน้อยเพื่อมารับผิดชอบความผิดพลาดของเธอ เอาไหม!!”

    “มันคือความผิดพลาดของผมเหรอครับ?”

    “ใช่! หน้าที่ของเธอคือดูแลทุกคน ทุกอย่างในเวียงคีรี ในฐานะผู้ชายของบ้าน การรักคุณแหววและรักษาชีวิตคู่เอาไว้ให้ได้ก็เป็นหน้าที่ที่เธอต้องทำ!” พฤกษ์อัดอั้นตันใจไม่รู้จะพูดอย่างไรให้คุณใหญ่เข้าใจ ในขณะที่คุณใหญ่ก็รุกฆาตว่า “ถ้าเธอไม่อยากได้ชื่อว่าเป็นลูกอกตัญญู!!”

    ooooooo

    คุณแหววพยายามปรับปรุงตัวเองเพื่อให้พฤกษ์รัก เธอขอให้ทองสร้อยช่วยสอนทำกับข้าวให้ บอกทองสร้อยว่า

    “แม่ฉันเคยบอกเอาไว้ว่า เสน่ห์ปลายจวักผัวรัก จนตาย...แต่ฉันทำกับข้าวไม่เป็นเลย แถมสุขภาพก็ไม่ดี ช่วยอะไรคุณกลางไม่ได้เลยสักอย่าง เพราะอย่างนี้คุณกลางถึงได้...ไม่รักฉันเลย”

    คุณแหววร้องไห้จนตัวโยน ทองสร้อยเข้าไปปลอบ คุณแหววบอกว่า ตอนนี้คุณกลางกำลังจะไปรักคนอื่น ฉันรู้ พูดแล้วมองทองสร้อยอย่างมีความหมาย ทองสร้อยบอกว่าคุณแหววกำลังคิดผิดเกี่ยวกับตน ทั้งยืนยันและสาบานว่า ตนไม่ได้ทำอย่างที่คุณแหววคิด ตนมาที่นี่ เพราะต้องการที่อยู่ ต้องการงานทำแลกเงินเท่านั้น ย้ำให้คุณแหววเห็นถึงความแตกต่างว่า

    “สร้อยเป็นแค่คนใช้ เป็นแจ๋ว เป็นลูกจ้าง ไม่ใช่คนที่คุณควรจะมาใส่ใจด้วย คนที่คุณควรคิดถึงให้มากคือคุณกลาง”

    “ถ้าอย่างนั้น เธอช่วยฉันได้ไหมทองสร้อย ช่วยทำให้คุณกลางรักฉันที” ทองสร้อยถามว่าช่วยอีหยัง? “ช่วยสอนฉันทำกับข้าวหน่อยได้ไหม ฉันอาจเป็นภรรยาที่ยืนเคียงบ่าเคียงไหล่คุณกลางไม่ได้ ฉันก็ขอเป็นภรรยาที่อยู่ข้างหลัง ดูแลและสนับสนุนให้เขาสบายใจที่สุดนะทองสร้อย”

    ทองสร้อยคิดหนักสงสารคุณแหวว แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรดี

    ฝ่ายพฤกษ์ คุณกลางของคุณแหววและคุณใหญ่ ก็คิดหนัก ยิ่งคิดถึงที่คุณใหญ่พูดถึงอดีตที่ธุรกิจของเวียงคีรีกำลังเจอปัญหาฟองสบู่แตกทำท่าจะล้มละลายแต่พ่อของคุณแหววเข้ามาช่วยกู้วิกฤติในฐานะเพื่อนสนิทของพ่อแล้วย้ำกับเขาว่า

    “ถ้าเธอยังมีสำนึกอยู่บ้างก็ควรจะดูแลคุณแหววต่อไป”

    “พี่ใหญ่...มันคนละประเด็น มันไม่...”

    “แต่ถ้าเธอยังยืนกรานที่จะคิดถึงแต่ความสุขของตัวเองก็ทำไป แล้วอย่ามาเรียกฉันว่าพี่อีก... เราขาดกัน! ฉันไม่อยากนับญาติกับผู้ชายเห็นแก่ตัวเหมือนพ่อ!”

    คิดแล้วพฤกษ์เครียดหนัก กลับถึงบ้านเย็นนี้ เขาถามชบาทันทีว่าพี่ใหญ่อยู่ไหน?

    ooooooo

    ทองสร้อยตัดสินใจไปหาคุณแหววที่ห้อง คุณใหญ่เห็นจึงตามไปแอบฟังด้วยความสงสัยว่าทองสร้อยไปหาคุณแหววทำไม คุณใหญ่เอาหูแนบประตูแอบฟังแต่ไม่ได้ยิน พอหันกลับก็สะดุ้งเฮือกเมื่อเจอพฤกษ์ยืนชิดอยู่ข้างหลัง!

    คุณใหญ่มโนว่าพฤกษ์คงคิดเรื่องคุณแหววได้แล้ว ขอบใจที่ไม่เป็นคนเห็นแก่ตัว เร่งให้รีบไปคุยกับคุณแหวว พฤกษ์บอกพรุ่งนี้ได้เลยยิ่งดี คุณใหญ่ดีใจมากคาดหวังว่าอีกไม่นานตนจะได้อุ้มหลาน บอกพฤกษ์ว่าขอหลานคนแรกเป็นผู้ชาย

    “พรุ่งนี้เช้าผมจะพาคุณแหววไปที่สำนักงานเขตเพื่อเซ็นใบหย่าครับ” พฤกษ์พูดชัดๆ คุณใหญ่ถึงกับอ้าปากค้าง “เรื่องขอหย่า กับการไม่ทำหน้าที่ดูแลบ้านและธุรกิจของเวียงคีรีมันเป็นคนละเรื่องกัน ผมขอยืนยันว่าผมจะทำหน้าที่ผู้ชายของบ้านอย่างเต็มที่และจะเรียกพี่ใหญ่ว่าพี่เหมือนเดิม ความเป็นพี่น้องของเราไม่มีทางตัดขาดจากกันได้ไม่ว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นก็ตาม ตามนี้นะครับ”

    พูดจบพฤกษ์เดินไปเลย คุณใหญ่ยังช็อก ชบากับพุฒิรออยู่ที่มุมหนึ่งพร้อมยาลมยาหม่อง พอคุณใหญ่ทำท่าจะล้มก็พุ่งเข้ามาประคองเอายาให้ดมอย่างรู้ สถานการณ์

    ฝ่ายทองสร้อยเข้าไปคุยกับคุณแหวว รับปากจะสอนทำกับข้าวให้ คุณแหววให้เงินเป็นพิเศษนอกเหนือจากงานหน้าที่ ทองสร้อยไม่เอา คุณแหววสั่ง “เธอไม่เอา แต่ฉันจะให้ อย่าขัดใจฉัน” ทองสร้อยสัมผัสได้ถึงความเอาแต่ใจของคุณแหววเลยรับไว้

    “เธอว่าคุณกลางจะยอมใจอ่อนไหม” คุณแหววถามอย่างมีความหวังขึ้นมา

    “เอาตรงๆนะคะ คุณกลางสร้อยไม่รู้ แต่ที่สร้อยรู้ พ่อของสร้อยติดแม่มากจนไม่ยอมกินข้าวนอกบ้าน ไม่ยอมไปไหน แม้แต่ตอนแม่จะตาย แกยังไม่ยอมให้แม่ตายเลยค่ะ”

    คุณแหววขำจนหัวเราะออกมา แล้วรีบขอโทษว่าตนไม่น่าหัวเราะเรื่องแม่ทองสร้อย ทองสร้อยบอกว่าไม่เป็นไรเพราะตนนึกถึงเรื่องนี้ทีไรก็ยังอดขำเองไม่ได้เลย คุณแหววกังวลอีกว่ากลัวคุณกลางจะไม่ให้อภัยตนจะไม่ยอมกินอาหารที่ตนทำ พอทองสร้อยบอกว่าอย่าเพิ่ง คิดมาก คุณแหววก็รำพึงรำพันว่า

    “ทุกวันนี้ฉันอยู่ด้วยความกลัวนะ กลัวว่าฉันจะอยู่ได้ยังไงถ้าคุณกลางหมดรักฉันขึ้นมาแล้วจริงๆ ฉันจะทนใช้ชีวิตไปคนเดียวได้ยังไงโดยไม่มีคนที่ฉันรัก แล้วมันก็เป็นความจริง แต่มันคงจะสายเกินไป ฉันต้องบ้าแล้วแน่ๆ มันจะมีประโยชน์อะไรที่จะทำให้คนที่หมดใจกลับมารักเราเหมือนเดิม”

    “คุณแหววใจเย็นก่อนค่ะ คุณแหววไม่ต้องกลัว คุณแหววมีความรักที่ยิ่งใหญ่เป็นแรงผลักดัน มันจะทำให้คุณแหววทำอะไรก็ได้ในโลกนี้ เชื่อสร้อยนะคะไม่ต้องกลัว”

    คุณแหววอึ้ง ทึ่งในคำปลอบโยนและให้กำลังใจของทองสร้อย

    “แล้วคุณกลางก็จะสัมผัสได้ถึงความรักที่คุณแหววพยายามจะถ่ายทอดผ่านอาหารที่คุณแหววทำ สร้อยจะช่วยคุณแหววเต็มที่ คุณกลางจะต้องมองเห็นความทุ่มเทของคุณแหววค่ะ คุณกลางจะต้องตาสว่างว่ารักแท้อยู่แค่เอื้อม... อยู่ในบ้านไม่ใช่นอกบ้าน”

    “ทองสร้อย...” คุณแหววเรียก ถามทึ่งว่า “ที่เธอพูดเมื่อกี๊ เธอพูดจากความรู้สึกของเธอเองหรือไปจำมาจากที่ไหน”

    ทองสร้อยหน้าเจื่อนเมื่อรู้ว่าตัวเองหลุดไปเยอะ คิดหาทางแก้ตัว พลันก็หัวเราะเสียงดังกลบเกลื่อน จนพฤกษ์ที่จะมาคุยกับคุณแหววได้ยินเสียงหัวเราะ เขาชะงักกึกเปลี่ยนใจหันหลังเดินกลับไป

    ทองสร้อยหัวเราะลั่นบอกว่าตนอ่านเจอในนิยาย ไม่ได้พูดเอง ถามคุณแหววว่ารู้สึกว่าตนดูดีและสวยขึ้นมากเลยใช่ไหม ทำให้คุณแหววหัวเราะขำออกมา ขอบใจทองสร้อยที่ให้กำลังใจ ทองสร้อยปลุกใจให้คุณแหววสู้ๆ

    แต่พอออกจากห้องคุณแหวว ทองสร้อยพึมพำ

    “ไก่ได้พลอยอีกคนหนึ่งแล้วสินะ พวกบ้างานจนลืมเมีย เกลียดอะไรทำไมต้องเจอ!!”

    ooooooo

    ทองโปรยไปหาเนรัญญาที่ห้องพักในโรงพยาบาล บอกว่าเธอน่าจะเห็นแล้วว่าตนอยู่ข้างเดียวกับทองสร้อย

    “พี่อยากคุยกับทองสร้อย บอกทองสร้อยว่าอย่าหนีเลย” ทองโปรยฝากความ

    เนรัญญาอึ้ง มองหน้าทองโปรยอย่างครุ่นคิด เมื่อเห็นสายตาที่จริงใจของเขา

    ทองก้อนไม่ยอมนอนโรงพยาบาล ศักดิ์สิทธิ์จึงพากลับมานอนที่บ้าน ขณะทองโปรยคุยกับศักดิ์สิทธิ์อยู่นั้น จู่ๆทองก้อนก็ลุกพรวดขึ้นมา ทั้งสองตกใจถามว่าทำไมไม่นอน

    “ฉันไม่นอน! จะนอนได้ยังไง ฉันหิว!!” ทองก้อนลุกขึ้นมาโวยวายหลังจากนอนพักจนมีแรงขึ้นมาแล้ว

    สาวใช้จัดข้าวกล้อง ปลาทะเลนึ่ง ผักลวกจิ้มน้ำพริกมาให้ ทองก้อนโวยวายว่าตนไม่ใช่ไก่ไม่กินข้าวกล้องถามว่าใครสั่งให้จัดอาหารพวกนี้มา!!

    ศักดิ์สิทธิ์กับทองโปรยต่างเกี่ยงกันที่จะเข้าไปรองรับอารมณ์ของทองก้อน ใช้เวลาตั้งสติรวบรวมความกล้าอยู่หลายนาทีจึงเดินตามกันเข้าไปโดยทองโปรยเดินตามหลัง อาศัยศักดิ์สิทธิ์เป็นเกราะกำบัง พอเข้าไปทองก้อนสั่ง ให้อธิบายมาว่าทำไมจัดอาหารแบบนี้มาให้ตน

    “ท่านจำเป็นต้องรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพเหล่านี้ จากการที่ท่านเป็นลมล้มในโรงพยาบาลเมื่อกลางวัน เกิดจากความดันโลหิตสูง จนเกือบทำให้เส้นเลือดในสมองแตก ไม่นับแนวโน้มของการเป็นโรคเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ไตรกลีเซอไรด์สูงและอีโก้สูง” ศักดิ์สิทธิ์แอบแถมอีโก้ให้อีกโรค

    ทองก้อนสวนทันควันว่าอีโก้ไม่ใช่โรค ตนไม่กินอาหารพวกนี้เพราะตนไม่ใช่ไก่ ไม่ใช่วัวควาย ตนเป็นสัตว์กินเนื้อ

    “ถ้าอย่างนั้นก็เตรียมตัวล้มป่วยนอนโรงพยาบาล ค่อยๆหมดลมหายใจลาจากโลกนี้ไป แล้วปล่อยคุณทองสร้อยบินกลับไปปารีส ไปใช้ชีวิตอย่างที่เธอปรารถนาได้อย่างโล่งใจ เพราะไม่มีพ่อคอยเป็นก้างขวางคอ” แล้วสั่งสาวใช้ “เอาไปเก็บแล้วยกหมูหันมา หนังไก่ทอดด้วย เปลี่ยนเป็นข้าวสวย ยาทุกอย่างที่หมอจัดเตรียมไว้ให้ทาน เอาไปทิ้งให้หมด”

    พอคนใช้จะออกไป ทองก้อนตวาด

    “ทุกคนหยุด! ฉันจะกิน ฉันจะไม่ยอมตาย ฉันจะอยู่ค้ำฟ้าเป็นก้างขวางคอแก ทองสร้อย!”

    ทองก้อนกินข้าวเอาจริงเอาจัง แม้ไม่ถูกปากแต่ความทิฐิจะเอาชนะทองสร้อยก็ต้องฝืนกิน

    ทองโปรยกับศักดิ์สิทธิ์แอบยิ้มให้กันโล่งใจที่ปราบพยศทองก้อนได้สำเร็จ

    ooooooo

    พอทองสร้อยออกจากห้องคุณแหววก็จ๊ะเอ๋กับพฤกษ์ที่ดักรออยู่ เขาถามว่าไปคุยอะไรกับคุณแหวว ทองสร้อยอึกอัก ถูกถามดุๆว่าเธอมีอะไรกับคุณแหวว?!

    ทองสร้อยตั้งหลักได้ย้อนถามว่าปกติไม่เคยเห็นสนใจคุณแหววแล้วจะมาถามทำไม พฤกษ์ปรามว่าเธอจะทำตัวสนิทสนมกับเจ้านายตนไม่ว่า แต่ตนถามต้องตอบและอย่าตีฝีปากเรื่องส่วนตัวของตน สั่งชงกาแฟไปให้ที่สตูดิโอด้วย

    พอพฤกษ์เดินไป ทองสร้อยก็แอบแลบลิ้นปลิ้นตาหลอก พฤกษ์หันมาพอดี ทองสร้อยเลยแกล้งทำเป็นเต้นแอโรบิกเต้นไปบ่นไป “โอ๊ยยยย...เมื่อยอีหลี!!” พอถูกพฤกษ์สั่ง “กาแฟ!” ทองสร้อยก็วิ่งแจ้นออกไป พฤกษ์มองแล้วอดขำไม่ได้

    ทองสร้อยกลับมาที่บ้านเจอชบากับพุฒิกำลังหายาหอมกันวุ่น ทองสร้อยถามว่ามีอะไรจะให้ช่วยไหม ชบาบอกว่าอย่าได้เสนอหน้าเข้าไปให้คุณใหญ่กระอักเลือดออกมา แล้วก็อย่าเพิ่งนอนเดี๋ยวมีเรื่องจะคุยด้วย

    ทองสร้อยเลยไปชงกาแฟให้พฤกษ์แต่ไม่รู้เขาดื่มสูตรไหน เลยมั่วชงกาแฟดำใส่โกโก้ให้ พอเอากาแฟสูตรมั่วไปให้ ทองสร้อยบอกพฤกษ์ว่าคุณใหญ่เป็นลม ถามว่าไม่ไปดูหน่อยหรือ พฤกษ์พูดอย่างไม่ทุกข์ร้อนว่าเดี๋ยวก็หาย ทองสร้อยเดินออกไปบ่นเซ็งๆกับความ สัมพันธ์ของคนครอบครัวนี้...

    “อืม...ดี...พี่น้องบ้านนี้ เป็นศัตรูกันหมด อยู่กันดีๆไม่ชอบ”

    ooooooo

    คุณเล็กกลับมาพอรู้ว่าคุณใหญ่เป็นลมก็รีบไปช่วยดูแล แม้จะถูกคุณใหญ่ตะบึงตะบอนใส่กระทั่งไล่ไม่ให้มายุ่งกับตน คุณเล็กก็ไม่สนใจ ช่วยชบากับพุฒิดูแลจนคุณใหญ่ดีขึ้นจึงขอตัวไป

    ทองสร้อยเจอเจียรนัยเพิ่งกลับมา ถามว่าทำไมกลับมืดจัง เจียรนัยเล่าอย่างท้อใจว่าเพื่อนติวภาษาอังกฤษให้ บ่นอย่างท้อใจว่าเพื่อนติวให้ทั้งวันไม่เข้าสมองสักอย่าง ถามทองสร้อยว่าทำไมเกิดมาจนแล้วต้องสมองน้อยด้วยหรือ

    “อย่าคิดอย่างนี้เด็ดขาด แล้วก็ห้ามร้องไห้เสียน้ำตาน้อยเนื้อต่ำใจตัวเอง ไม่มีอะไรที่เราทำ ไม่ได้ถ้าเราพยายาม ต่อให้คนไอคิวต่ำก็จำได้ถ้าฝึกฝน ไม่เกี่ยวกับเกิดมารวยหรือจน จำไว้ว่าคนรวยก็โง่ได้พอๆกับเรา ถ้าเขาไม่พยายาม”

    ทองสร้อยให้กำลังใจและถามอย่างห่วงใยว่ากินข้าวหรือยัง พอรู้ว่ายังก็บอกให้ไปตักข้าวกินเสีย

    พอเจียรนัยลุกไปตักข้าวกิน ทองสร้อยมองตามไปด้วยความสงสาร

    ชบาถูกคุณใหญ่ดุที่ยังไม่บอกงานของทองสร้อยที่คุณใหญ่จัดแบ่งให้ใหม่ เช้าวันรุ่งขึ้น พอชบาเจอทองสร้อยกำลังเตรียมทำอาหารใส่บาตรในครัวจึงบอกว่า

    “ต่อไปนี้ เรื่องกับข้าวกับปลาฉันจะทำเองนะ ส่วนแกก็...” ชบาลำบากใจที่จะพูด จนทองสร้อยถามแล้วถามอีกจึงบอกว่า “รายการงานบ้านที่แกต้องทำทั้งหมดตามคำสั่งคุณใหญ่ เพียงคนเดียว! ห้ามคนอื่นช่วยคือ ดูดฝุ่น เช็ดฝุ่น กวาดบ้าน ถูบ้านทั้งหลัง ซักผ้า รีดผ้า ทำห้องคุณๆ รวมทั้งห้องน้ำให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้อยู่เสมอ รดน้ำต้นไม้ กวาดใบไม้ ล้างรถ เช็ดรถคุณๆ ให้เงาวับราศีจับสมศักดิ์ศรี นี่คืองานประจำวัน ส่วนงาน ประจำสัปดาห์แกจะต้อง...”

    “บ้าไปแล้ว!!!” ทองสร้อยขัดขึ้นอย่างทนฟังต่อไปไม่ไหวแล้ว

    ooooooo

    เช้านี้คุณใหญ่แปลกใจที่เห็นคุณแหววตื่นแต่เช้า เธอบอกว่าเมื่อคืนนอนหลับสนิท เช้านี้ตั้งใจมาใส่บาตร กับคุณใหญ่

    คุณแหววยิ้มพรายอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน จนคุณใหญ่สงสัยถามว่าเมื่อคืนคุณกลางคุยอะไรด้วยหรือ

    แล้วคุณใหญ่ก็ยิ่งแปลกใจเมื่อคุณแหววบอกว่าเมื่อคืนไม่เจอคุณกลางเลย คุณกลางอยู่ในสตูดิโอทั้งคืน ถามว่าหรือเป็นเรื่องที่ทะเลาะกับคุณใหญ่เมื่อคืน เกี่ยวกับตนด้วยใช่ไหม?

    คุณใหญ่บอกว่าคุณกลางอาจเปลี่ยนใจ ตนภาวนาขอให้การเป็นลมของตนไม่ได้สูญเปล่า คุณแหววไหว้คุณใหญ่ที่ต่อสู้เพื่อตนตลอดมา บอกคุณใหญ่ว่า...

    “แหววคิดว่า ถึงเวลาแล้วที่แหววจะลุกขึ้นมาทำให้คุณกลางเปลี่ยนใจด้วยวิธีของแหววเองบ้าง”

    “คุณแหววจะทำอะไร ยังไง”

    “อย่าไล่ทองสร้อยออกเลยนะคะ”

    คุณใหญ่อึ้ง ชักสีหน้าขึ้นมาทันที ต่อว่าคุณแหววว่าถูกทองสร้อยหลอกให้ตายใจและเลิกระแวงว่าจะถูกตีท้ายครัว คุณแหววบอกว่า “ไม่หรอกค่ะ” คุณใหญ่ถามอีกว่าไม่เชื่อตนแล้วใช่ไหม “ไม่ใช่ค่ะ”

    “งั้นก็อย่ามาขอร้องพี่ไม่ให้ไล่มันออกไปจากบ้านหลังนี้ ถ้าไม่อยากให้ชบาสอนทำอาหารก็ไปเปิดตำราดูหรือไม่ก็เปิดดูในยูทูบ จบนะ” เมื่อคุณแหววพยักหน้าจำยอม คุณใหญ่ชวนไปใส่บาตร กรวดน้ำ แผ่เมตตาอุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวร ทองสร้อยก็เป็นหนึ่งในเจ้ากรรมนายเวรของเรา จะได้ไปจากชีวิตเราเสียที

    คุณใหญ่ไปยืนรอชบาเห็นยังไม่ออกมาก็ตะโกนเรียกอย่างหงุดหงิดอบอกว่าสายแล้วอย่าให้ตนรอ

    คุณแหววได้แต่ยืนมองคุณใหญ่อยู่อย่างอึดอัด

    ooooooo

    วันนี้ทองสร้อยเริ่มทำงานตามที่คุณใหญ่กำหนด ชบาเห็นทองสร้อยขัดพื้นเอาเป็นเอาตายถามว่าทำได้หรือเปล่า บอกทองสร้อยว่าจะไม่ทำก็ได้แต่พวกตนทั้งครอก มีตน ตาพุฒิและนังเจียต้องลากกระเป๋าออกจากบ้านนี้ไป

    ทองสร้อยถามว่าแล้วถ้าตนลาออกล่ะ ชบาบอกว่าถ้าคุณใหญ่สืบได้ว่าทองสร้อยลาออกเพราะอะไรและถ้าคุณกลางรู้เรื่องนี้ พวกตนก็ต้องถูกไล่ออกยกครอกอยู่ดี

    “สร้อยเป็นตัวซวยของพวกน้าหรือเปล่า” ชบาบอกว่าไม่ใช่แต่ทองสร้อยดันเกิดมาสวยเลยทำให้คุณใหญ่ไม่ไว้ใจทั้งที่ไม่มีอะไรในกอไผ่ระหว่างทองสร้อยกับคุณกลาง ทองสร้อยถามว่าน้าชบาเชื่อตนหรือ “เชื่อ...ฉันเชื่อว่าแกเป็นคนดี”

    เป็นคำตอบที่ทำให้ทองสร้อยซาบซึ้งใจจนโผกอดชบา ชบาบอกว่าจริงๆแล้วตนไม่อยากให้ใครต้องถูกไล่ออกเลย ทองสร้อยบอกว่าคุณใหญ่เป็นคนมีปัญหาทางจิต ชบาบอกว่าไม่ได้เป็นโรคจิต แค่บ้า! พูดแล้วตกใจรีบปิดปาก

    “น้ารู้อะไรไหม โรคนี้แก้ง่ายนิดเดียว...มันเกิดจากความเอาแต่ใจตัวเอง อยากได้ต้องได้มาตลอด ไม่เคยมีใครขัดใจ เพราะฉะนั้น...” ทองสร้อยสีหน้าเจ้าเล่ห์ จนชบาถามว่าอะไร? ทำไง! ทองสร้อยไม่ตอบแต่เตรียมแผนแก้เผ็ดคุณใหญ่ในใจ

    ooooooo

    ทองสร้อยเตรียมอุปกรณ์การทำงานตามที่คุณใหญ่สั่ง ปลุกใจตัวเองออกท่าออกทางฮึดสู้ว่า

    “สร้อยจะถึกให้คุณใหญ่เห็นว่า อย่าประมาทแรงฮึดของคนที่กำลังถูกกดขี่ พลังมันเหมือนลาวาที่รอวันปะทุออกจากปล่องภูเขาไฟ ระเบิดเมื่อไหร่พลังทำลายล้างจะรุนแรงมหาศาล” ชบาฟังแล้วมองหน้าชมว่าเข้าใจเปรียบเทียบ ถามว่าจบแค่ ป.6 แน่นะ ทองสร้อยบอกว่าเรื่องนี้โรงเรียนไม่มีสอนแต่มันต้องเรียนจากมหาวิทยาลัยชีวิต เรียนจากชีวิตจริง

    ทองสร้อยพูดเสียจนชบาพลอยฮึดขึ้นมาด้วย ร้องปลุกใจ “สู้ๆ ทองสร้อย ไอดอลสู้ชีวิต สู้ไว้!”

    คุณเล็กกับพฤกษ์มายืนดูทองสร้อยที่ทำงานมือเป็นระวิง คุณเล็กตั้งข้อสังเกตกับพฤกษ์ว่า เมื่อคืนตนได้ยินทองสร้อยคุยและให้กำลังใจเจียรนัยเรื่องการเรียนภาษาอังกฤษ เห็นทองสร้อยดูหนังสือเรียนภาษาอังกฤษของเจียรนัยท่าทางเหมือนอ่านออก ตนเชื่อว่าทองสร้อยไม่ใช่พวกมิจฉาชีพ

    “เราอาจจะเคยชินกับการสร้างกำแพงกับคนอื่นๆ มากเกินไป จนทำให้สงสัยในตัวทองสร้อย” พฤกษ์มองในแง่ของตัวเอง บอกคุณเล็กว่า “เราควรให้โอกาสทองสร้อย ตราบใดที่ไม่ได้ทำอะไรให้เราเดือดเนื้อร้อนใจ”

    เมื่อถึงเวลาอาหารเช้า ชบากับเจียรนัยเอาข้าวต้มมาเสิร์ฟ พฤกษ์ถามว่าใครทำ ชบาบอกว่าตนทำ ถูกคุณใหญ่ ดักคอว่าเมื่อก่อนไม่เห็นมีปัญหาแต่พอกินฝีมือทองสร้อยไม่กี่มื้อถึงกับกินไม่ได้ขึ้นมาเลยหรือ เลยปะทะคารมกันประสาต่างก็ระแวงกัน จนคุณแหววถามพฤกษ์ว่า

    “แล้วถ้าแหววจะลงมือทำอาหารอย่างที่คุณกลางอยากรับประทานบ้าง คุณกลางจะโอเคไหมคะ”

    “อยากทำอะไรก็ทำเถอะครับ” พฤกษ์ตอบอย่างขอไปที ทำให้คุณแหววหน้าเสียแต่พยายามข่มไว้ คุณใหญ่ไม่พอใจแต่เก็บไว้ก่อน พฤกษ์กินข้าวต้มคำเดียวก็ลุกจากโต๊ะ บอกว่าจะรีบไปทำงาน ถามคุณเล็กว่าวันนี้จะไปสมัครงานอีกหรือเปล่า

    “ไม่ค่ะ เล็กตั้งใจจะอยู่บ้าน เผื่อคุณใหญ่เป็นอะไรขึ้นมาอีกจะได้มีคนคอยช่วยชบาดู”

    คุณใหญ่กระชากเสียงบอกว่าตนแข็งแรงดี ไม่ต้องมาสาระแน แต่พฤกษ์บอกคุณเล็กว่าทำถูกแล้ว เขาหันบอกคุณแหววว่าเย็นนี้ตนมีเรื่องจะคุยด้วย แล้วจะรีบกลับ คุณแหววนิ่งไปอย่างนึกกังวล ว้าวุ่นใจ กลัวสิ่งที่จะเกิดขึ้น

    ooooooo

    กุลธิดาไปทำงานได้ไม่กี่วันก็ไม่มา ทองโปรยถามยอดชายว่าทำยังไงเธอถึงได้ถอดใจ

    กุลธิดาโวยวายกับสาทรที่บ้านว่าตนถูกใช้งานอย่างกับวัวกับควาย เล่าอย่างเจ็บใจว่า หลังจากปล่อยให้ตนนั่งหายใจทิ้งจนเบื่อ ไอ้เลขาฝ่ายขวาหน้าห้องพี่ชายก็ใช้ให้ไปขัดห้องน้ำ ซื้อข้าวกลางวัน ยืนโบกรถเป็นเพื่อนยาม เช็ดทำความสะอาดดัมเบล กุลชาติฟันธงว่าถูกแกล้งแน่ๆ บ่นพี่สาวว่าโง่ไปยอมให้มันใช้ทำไม

    “ก็มันบอกว่าพี่ชายชอบผู้หญิงถึกๆ พี่เลยยอม” แล้วบ่นว่ากว่าจะได้ผู้ชายคนหนึ่งทำไมมันยากอย่างนี้ กุลชาติแนะว่าให้ไปศึกษามารยาหญิงจากเพื่อนพี่ที่แต่งงานแล้วสิ กุลธิดานึกได้รีบไปหาคุณแหววเพื่อขอบทเรียนมัดใจผู้ชาย

    คุณแหววแปลกใจที่ร้อยวันพันปีกุลธิดาไม่เคยมา จู่ๆก็โผล่มาไม่บอกกล่าว ถามว่ามีอะไรหรือเปล่า กุลธิดาถามไม่อ้อมค้อมว่า “ทำยังไงถึงจะมัดใจผู้ชายได้ในเวลาอันสั้น สั้นมาก ไม่เกินหนึ่งเดือน”

    ขณะคุณแหววอึกอัก พฤกษ์กลับมาพอดี กุลธิดาตื่นเต้นได้เจอสามีเพื่อนรีบสวัสดี พฤกษ์เห็นว่าคุณแหววมีแขกอยู่บอกว่าตนรอแล้วกัน กุลธิดาตาโตถามเป็นนัยว่าตนมาเป็นก้างขวางคอใช่ไหม ดี๊ด๊าดีใจว่ารู้แล้วว่าตนควรทำอย่างไรที่จะมัดใจผู้ชายได้สำเร็จ บอกคุณแหววว่า

    “นี่คือคำตอบ ต้องทำแบบเธอ ต้องทำแบบเธอ... ขอบใจมากเพื่อนรัก บาย!” กุลธิดาเหมือนจะรีบไปสู่ภาคปฏิบัติ ย้ำกับตัวเองให้จำขึ้นใจว่า “ผู้ชายจะตายรังกับผู้หญิงที่เรียบร้อย หวานแหววเสมอ โอเค! พร้อม!! ฉันจะเป็นคนเรียบร้อยเหมือนผ้าพับไว้” แล้วซ้อมไหว้ทองโปรยอย่างอ่อนช้อย พูดเสียงหวาน “สวัสดีค่ะพี่ชาย”

    คุณแหววตามไปเรียกอยากให้กุลธิดาอยู่คุยด้วยนานๆ เพราะใจยังไม่พร้อมที่จะคุยกับพฤกษ์

    ฝ่ายคุณใหญ่ยังมุ่งมั่นที่จะเขี่ยทองสร้อยออกไปให้ได้ นอกจากจัดงานอย่างหนักหนาสาหัสให้ทำแล้ว พอนึกได้ก็เพิ่มอีกว่าห้ามพูดภาษาอีสานในบ้านนี้ ถ้าจับได้ไล่ออกทันที!

    ooooooo

    ทองโปรยยังฝังใจกับสาวน้อยที่ชื่อ นารี เวียงคีรี สั่งยอดชายให้โทร.ตามมาสัมภาษณ์ ยอดชายโทร.จนท้อก็ไม่รับสาย เอาใบสมัครของคนอื่นอีกเป็นกระบะไปให้เลือก ทองโปรยไม่ถูกใจสักคนกำชับให้ลองตาม นารี เวียงคีรี อีกที

    “ทำไมซื้อลอตเตอรี่ไม่ถูกอย่างนี้บ้างนะ จีบเขาชัวร์” ยอดชายฟันธง แต่พอนึกขึ้นได้ว่าเลขาที่ดีต้องสนับสนุนเจ้านายทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว ก็กดเบอร์คุณเล็ก นั่งลุ้นรอสาย ตั้งสติเตรียมตัวเรียบเรียงคำพูดเพื่อโน้มน้าวจูงใจเต็มที่

    คุณเล็กดูมือถือตัวเอง เห็นมิสคอลประมาณสามสิบสายเป็นเบอร์ที่ออฟฟิศทองโปรยซ้ำๆ 15 ครั้ง เบอร์มือถือของยอดชายอีก 15 ครั้ง

    “เฮ้อ...ยังไงก็จะคุยให้ได้ใช่ไหม” คุณเล็กโทร.กลับอย่างตัดรำคาญ สายเรียกครึ่งตู๊ดเท่านั้นปลายสายก็รับเสียงยาน

    “ฮัลโหลลลลลลล...”

    “อุ๊ย...เอ่อ...” คุณเล็กตั้งหลักทำเสียงเข้ม “นารี เวียงคีรี ค่ะ”

    ฝ่ายทองโปรยก็เกาะติดเนรัญญาให้ติดต่อทองสร้อยมาคุย จนเนรัญญาบอกว่าจะรีบนัดทองสร้อยให้ ทองโปรยไม่ทันใจจะไปเอง

    “ไม่ได้เด็ดขาดค่ะ ตอนนี้คนในบ้านนั้นไม่มีใครรู้ตัวตนที่แท้จริงของสร้อย ถ้าพี่ไปความจริงถูกเปิดเผยหนูซวยก่อนคนแรกเลย พี่คะ...หนูตกงานไม่ได้นะคะ...” ทองโปรยเสนอให้ไปทำงานกับตนก็ได้ “แต่ยังไงหนูก็ไม่อยากทำให้ตัวเองประวัติเสีย” ทองโปรยบอกว่างั้นตนจะรอเมื่อไหร่ก็รีบบอกด้วย

    เนรัญญาจะไปที่รถของตัวเอง เดินชนรถเข็นของกุลชาติเข้าอย่างจัง พอเห็นหน้ากันจะจะ ต่างก็ของขึ้นทันที กุลชาติด่าว่ามนุษย์ป้ามีตั้งสี่ตายังชนเข้ามาได้ เนรัญญาถูกเรียกมนุษย์ป้าก็ฉุนขาด เอานิ้วจิ้มที่แผลกุลชาติจนร้องจ๊าก สาทรเดินมาพอดีถามว่ามีอะไรกัน กุลชาติฟ้องให้พ่อช่วยด้วย ยัยป้านี่ทำตน

    พอเนรัญญารู้ว่าสาทรเป็นพ่อของกุลชาติ เธอยกมือไหว้ลวกๆ ประกาศตัวว่า

    “ด้วยความเคารพ ไม่ได้จะลามปามนะคะ หนูเป็นเพื่อนรักของทองสร้อย ขอประกาศตัวตรงนี้เลยว่า ทองสร้อยไม่มีทางแต่งงานกับไอ้กากนี่แน่นอน อย่าเสียเวลาเลยค่ะ”

    เนรัญญาประกาศกร้าวว่าตนจะ ขัดขวางทุกอย่างที่เป็นไปได้ให้ผู้ชายกากๆคนนี้หลุดไปจากวงโคจรชีวิตของทองสร้อยให้ได้ แล้วไหว้ลาไปอย่างเร็ว ทิ้งให้สองพ่อลูกอึ้ง พอตั้งหลักได้ กุลชาติก็ทำปากกล้าท้าทาย

    “ก็ลองดู ขวางได้ก็ขวางให้ตลอดนะ ยัยมนุษย์ป้า!!”

    ooooooo

    วันนี้พฤกษ์กลับเร็วกว่าปกติ บอกคุณเล็กให้ช่วยหน่อย ตนอยากคุยกับคุณแหววตามลำพัง ไม่อยากถูกคุณใหญ่จับตามองเหมือนทำกับทองสร้อย

    ทองสร้อยทำงานตัวเป็นเกลียว เห็นประตูห้องสตูดิโอของพฤกษ์เปิดอยู่ก็ย่องเข้าไป เจอเฟรมรูปตั้งอยู่ก็ค่อยๆเปิดผ้าคลุม พอเห็นภาพเด็กหญิงกับเด็กชายเล่นหม้อข้าวหม้อแกงกันอยู่ทองสร้อยมองอึ้ง พลันความจำก็แว่บขึ้น นึกถึงตอนที่ตัวเองเล่นกับพฤกษ์ตอนเด็กๆ แต่ก็ถามตัวเองว่าใช่หรือ ไม่ใช่หรอก ไม่บังเอิญขนาดนี้

    เพื่อพิสูจน์ให้ชัด ทองสร้อยเชื่อว่าถ้าใช่ต้องมีรูปเก็บไว้แน่ จึงปีนขึ้นไปหยิบอัลบั้มรูปที่อยู่บนสุดของชั้นวางหนังสือ เขย่งมากไปเลยตกลงมาแต่มือยังถืออัลบั้มกอดไว้แน่น

    พฤกษ์เข้ามาพอดี! เห็นทองสร้อยนอนกอดอัลบั้มอยู่ ถามดุๆว่ามานอนทำอะไรตรงนี้!

    ฝ่ายคุณแหววที่ยังนั่งทำใจอยู่นั้น คุณเล็กเข้ามาบอกว่าคุณกลางรออยู่ที่ห้องทำงาน เธอจึงลุกไปกลัวๆกล้าๆ เดินไปเคาะประตูสตูดิโอ เรียกเบาๆ “คุณกลางคะ...”

    คุณแหววได้ยินเสียงทองสร้อยโต้เถียงกับพฤกษ์ที่คาดคั้นถามว่าเข้ามาในห้องตนทำไม ทองสร้อยอ้างว่ามาเช็ดฝุ่น พฤกษ์ไม่เชื่อหาเรื่องจับผิดให้ได้ จนได้ยินเสียงคุณแหววร้องเรียกที่หน้าห้องอีก ทองสร้อยตกใจผลักพฤกษ์อย่างแรง เขาตกใจคว้าทองสร้อยไว้ เลยล้มไปด้วยกันดังโครม!

    ทองสร้อยจะร้อง พฤกษ์เอามือปิดปากไว้ ส่วนคุณแหววได้ยินเสียงโครมข้างในก็ยิ่งระแวงนึกถึงเมื่อครู่นี้ที่ได้ยินเจียรนัยถามชบาว่า ทองสร้อยทำความสะอาดสตูดิโอคุณกลางเสร็จหรือยัง ก็ร้อนผ่าวไปทั้งตัว เชื่อว่าทั้งสองอยู่ในห้องด้วยกัน ตัดสินใจเคาะประตูอีกครั้ง

    “คุณกลางคะ แหววเข้าไปนะคะ”

    “ครับ”

    “อยู่คนเดียวเหรอคะ”

    “ใช่ผมอยู่คนเดียว หรือคุณคิดว่าผมอยู่กับใคร” พฤกษ์ทำหน้าตาย คุณแหววบอกว่าตนได้ยินเหมือนเสียงเขาคุยกับใครอยู่”

    คุณแหววบอกว่าตนรู้ว่าทองสร้อยมาทำความสะอาดในห้องนี้และยังทำไม่เสร็จ พฤกษ์บอกว่าก็ลองเข้าไปดู คุณแหววกลับไม่กล้ากลัวจะผิดใจกัน บอกว่าไม่ต้อง ตนเชื่อเขา พฤกษ์บอกงั้นเราคุยเรื่องของเรากัน แต่ชวนไปคุยที่อื่นอ้างว่าตนไม่ชอบให้ใครเข้าไปในห้อง

    พอทั้งสองออกไป ทองสร้อยที่หลบอยู่ถอนใจโล่งอกเหมือนรอดตาย!

    ทองสร้อยคิดทบทวน เชื่อว่าพฤกษ์คือเด็กผู้ชายในรูปที่เล่นหม้อข้าวหม้อแกงกับตน แต่บอกตัวเองอย่างเด็ดเดี่ยวว่าจะให้เขารู้ว่าเด็กผู้หญิงในรูปคือตนไม่ได้!

    “พี่สร้อย...คุณเลขามาหา!!” เสียงเจียรนัยมาร้องบอกอยู่หน้าห้อง ทองสร้อยดีใจจนยิ้มออกมา พอไปเจอกันทองสร้อยโดดกอดเพื่อนรักดีใจจนน้ำตาซึม เนรัญญาถามว่าเป็นอะไร เกิดอะไรขึ้น?

    ooooooo

    พฤกษ์กับคุณแหววไปยืนคุยกันที่มุมหนึ่งในบ้านเวียงคีรี ต่างยืนนิ่งกันอึดใจ พฤกษ์จึงเอยขึ้นก่อนว่า

    “หวังว่าคุณคงเข้าใจ มันถึงเวลาแล้วที่เราจะต้อง... หย่าขาดจากกัน”

    “ค่ะ แหววเข้าใจดีในเมื่อคุณชัดเจนขนาดนี้ แหววก็จะหย่าให้คุณไม่ให้คุณต้องพูดเรื่องนี้อีก แหววจะยอมรับมัน”

    พฤกษ์นิ่งไปอย่างคาดไม่ถึงว่าจะง่ายอย่างนี้ พอเขาเอ่ยเรื่องทรัพย์สิน คุณแหววพูดแทรกขึ้นทันทีว่าตนไม่มีทางถอนหุ้นจากเวียงคีรี ขอให้เขาสบายใจได้ ถ้าตนทำอย่างนั้นจะเอารายได้มาจากไหน เพราะสุขภาพไม่ดี ไปทำงานที่ไหนก็ไม่ได้ ต้องอยู่คนเดียวและไม่มีใครดูแลอีกแล้ว

    แต่เธอมีเรื่องอยากจะขอเป็นครั้งสุดท้าย คือขอเวลาจนกว่าตนจะหาบ้านใหม่ที่ถูกใจได้ค่อยย้ายออกไป และอย่าเพิ่งบอกเรื่องที่เราหย่ากันให้ใครรู้ จนกว่าจะถึงวันที่ตนย้ายออกเพราะไม่อยากเห็นสายตาสมเพชของใคร โดยเฉพาะ...คนใช้

    พฤกษ์บอกให้เธออยู่ที่นี่ได้เท่าที่เธอจะพอใจ และขอโทษที่ตนตอบรับความรู้สึกของเธอไม่ได้ คุณแหววพูดอย่างซึ้งใจว่าตนเป็นหนี้บุญคุณที่เขายอมเสียสละเพื่อตน ชมว่าเขาเป็นคนดีมาก เสียดายที่ตนไม่มีโอกาสได้เป็นคนที่เขารักได้จริงๆ แต่ตนก็จะไม่รั้งเขาไว้อีกแล้ว จะขอเป็นเพื่อนที่ดีคอยช่วยเหลือและดูแลเขาเท่าที่เพื่อนคนหนึ่งจะทำได้ จะได้ไหม

    “ได้สิ ผมจะดีใจมากถ้าเรายังเป็นเพื่อนกันได้ ผมดีใจที่คุณไม่ได้ตัดขาดผมไปจากชีวิต มันจะทำให้ผมรู้สึกผิดมาก”

    “แหววไม่มีทางตัดคุณไปจากชีวิตของแหววหรอกค่ะ มิตรภาพของเรามันต้องสวยงามตลอดไป”

    พฤกษ์กอดปลอบใจคุณแหวว โดยไม่รู้เลยว่า ทุกคำพูดของคุณแหววนั้นซ่อนไว้ถึงการไม่ยอมปล่อยเขาไป...

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "ภูมิ” ยั้งมือเกือบไม่ทัน "มิ้นท์" แค้นกรี๊ดใส่หน้าน้อง "อิงฟ้า" ร้องโฮ ใน "ภูตรัตติกาล"

    "ภูมิ” ยั้งมือเกือบไม่ทัน "มิ้นท์" แค้นกรี๊ดใส่หน้าน้อง "อิงฟ้า" ร้องโฮ ใน "ภูตรัตติกาล"
    27 ก.ย. 2563

    03:10 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน 2563 เวลา 11:02 น.