ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    นางสาวทองสร้อย

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: นางสาวทองสร้อย...คุณแจ๋วหมายเลข 1

    ทองโปรยทั้งขู่ทั้งหว่านล้อมให้เนรัญญาบอกทองสร้อยว่าตนอยากคุยด้วย เนรัญญาไม่เชื่อ ทองโปรยยืนยันว่า

    “พี่อยากคุยกับทองสร้อย เราสองคนพี่น้องจะหาทางออกเรื่องนี้ด้วยกัน คุณพ่อจะต้องเลิกบังคับให้เราสองคนแต่งงานกับคนที่เราไม่ได้รัก ฝากบอกเขาด้วยนะ ว่าคุณพ่อไม่รู้ว่าทองสร้อยอยู่ที่นั่น พี่ไม่ได้บอก และจะไม่มีทางบอก ยกเว้น...ทองสร้อยจะไม่ยอมมาคุยกับพี่” เนรัญญายังต่อสู้ความคิดอย่างหนักแต่ยังนอนหันหลังให้ ทองโปรยจึงกลับไป

    พอทองโปรยกลับไป เนรัญญาไม่รู้จะเชื่อดีไม่เชื่อดี หันไปหยิบมือถือ จึงรู้ว่าไม่ได้ชาร์จแบต พอดีพยาบาลเอายาหลังอาหารมาให้ จึงเอยปากขอยืมที่ชาร์จแบตอีกที

    ทองสร้อยคิดแต่จะหนีไปจากที่นี่ แต่เงินมีแค่พันเดียว อีกทั้งคิดว่าถ้าตนหนีเนรัญญาจะต้องเดือดร้อนแน่ ขณะกำลังว้าวุ่นใจนั้น เจียรนัยเคาะประตูเข้ามาบอกว่า

    “พี่สร้อย...โทรศัพท์จากคุณเน เลขาคุณกลางญาติพี่”

    ทองสร้อยดีใจมากขอบใจเจียรนัยแล้วรีบคุยกับเนรัญญาทันที

    “ไอ้เน...ฉันไม่ไหวแล้วนะแก ตอนนี้ฉันมีเงินอยู่พันนึง ฉันจะหนี ฉันต้องหนีไปก่อนที่จะฆ่าพี่สาวบอสแกตาย!”

    เนรัญญาบอกว่าไม่มีที่ไหนจะปลอดภัยสำหรับเธอมากกว่าที่นี่อีกแล้ว และเวลานี้ทองโปรยก็รู้แล้วด้วยว่าเธออยู่ที่นั่น ทองโปรยไม่ได้บอกเรื่องนี้กับทองก้อน แต่อยากคุยกับเธอเพื่อหาทางออกเรื่องนี้ด้วยกัน แต่ถ้าเธอไม่ยอมคุยด้วยก็ซวยแน่ เรื่องนี้ต้องถึงหูทองก้อนแน่ๆ ถามทองสร้อยว่าจะเอายังไงดี

    ทองสร้อยไม่ทันตอบ ชบาก็มาเรียกให้ไปเก็บโต๊ะล้างจาน ทองสร้อยเซ็งมากต้องรีบไปตามคำสั่งชบาที่มายืนเร่งอยู่

    ทองสร้อยเห็นความสัมพันธ์ที่ไม่ปกติของพฤกษ์กับคุณแหวว ถามเจียรนัยว่าสองคนนี้แต่งงานกันนานหรือยัง เจียรนัยทำเสียงชู่ว์ ห้ามพูดดัง แต่เล่าอย่างออกรสว่า

    “เขาเพิ่งแต่งงานกันเมื่อปีที่แล้ว จู่ๆก็แต่งด้วยนะ สายฟ้าแลบเลย ตอนแรกหนูก็คิดว่าท้อง ที่ไหนได้ ไม่ใช่”

    เจียรนัยเล่าไประวังไปว่า ทั้งสองคนแยกห้องนอนกันตั้งแต่คืนแรกจนถึงตอนนี้ยังไม่เคยเห็นคุณกลางเข้าไปนอนกับคุณแหววเลย ทองสร้อยเดาไปต่างๆนานา เจียรนัยบอกให้เลิกเดาได้แล้ว ถามว่ามันแปลกๆไหม

    เจียรนัยบอกว่านี่เป็นปริศนาดำมืดสำหรับพวกตน แต่เชื่อว่าพวกคุณๆรู้ เพียงแต่ไม่มีใครบอกความจริงกับเราทั้งหมด บอกเท่าที่เรารับรู้ว่าคุณแหววร่างกายไม่แข็งแรง คุณกลางเลยไม่อยากกวน

    เจียรนัยเม้าท์จนคอแห้งแล้วบอกว่าต้องรีบไปอ่านหนังสือ นึกได้บอกทองสร้อยว่า ชบาฝากมาบอกว่าพรุ่งนี้ต้องตื่นหกโมงเช้าทำกับข้าวให้คุณใหญ่ใส่บาตรแล้วแกจะพาไปจ่ายตลาด พอเจียรนัยออกไป ทองสร้อยพึมพำกับตัวเอง

    “น่าแปลก...เหมือนไม่ได้รักกัน มองเมียตัวเอง เหมือนอากาศ หรือว่าเบื่อ! โอ๊ย...เอาเรื่องตัวเองให้รอดก่อนเถอะสร้อย พี่ทองโปรยพูดจริงหรือพูดเล่นเนี่ย” ทองสร้อยคิดหนัก

    ooooooo

    ทองโปรยรู้จากยอดชายเรื่องมีคนมาสมัครงานแต่รอไม่ไหวกลับไปแล้ว ซักถามพอรู้ว่าคือคนที่ตนเดินสวนกันก็ถามจนรู้ว่า เธอชื่อนารี เวียงคีรี ก็เฝ้าคิดเพ้อถึง จนสงสัยตัวเองว่าคิดถึงขนาดนี้เลยหรือ

    ทองโปรยให้ยอดชายนัดนารีมาสัมภาษณ์ใหม่ แต่ยอดชายนัดไม่ได้สักทีเพราะเธอไม่รับสาย บอกว่าพรุ่งนี้จะโทร.ไปใหม่

    ทองก้อนถูกสาทรรุกหนัก คืนนี้ก็พากุลธิดามาฝากทำงานกับทองโปรย ทองโปรยถามว่าจะทำงานในตำแหน่งไหน เธอโพล่งไปว่า

    “ใจจริงอยากฝึกตำแหน่งภรรยาค่ะ แต่ว่ากลัวจะไม่งาม เดี๋ยวจะคิดว่าอยากแต่งงานจนตัวสั่นเกินไป เลยขอซ้อมแบบเบาๆ ด้วยตำแหน่งเลขาหน้าห้องของพี่ชายไปก่อน”

    ทองโปรยบอกว่าตนมีเลขาอยู่แล้ว ทองก้อนขัดขึ้นทันทีว่างานเยอะแยะมีเลขาช่วยอีกคนก็ดี พอทองโปรยจะแย้งก็ตัดบท “ตามนั้น พรุ่งนี้มาเริ่มงานเลยลูก”

    กุลธิดาดีใจมากกราบขอบพระคุณทองก้อน และฝากเนื้อฝากตัวฝากหัวใจกับทองโปรย

    ทองก้อนถามว่าแล้วกุลชาติไปไหนถึงไม่มาด้วย สาทรบอกว่าไปตรวจไซต์งานต่างจังหวัด ช่วงนี้ขยันเตรียมตัวเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ดี ทองก้อนหัวเราะร่า ชอบใจว่าที่ลูกเขย

    เวลาเดียวกันนั้น กุลชาติกำลังแวะเติมน้ำมันที่ปั๊ม ทีแรกบอกว่าเติมห้าร้อยพอนึกได้ก็ขอเปลี่ยนเป็นสามร้อย เอากระเป๋าสตางค์มาเทให้หมด แต่ยังไม่ทันออกจากปั๊มก็ถูกพนักงานบริษัทไฟแนนซ์มายึดรถเพราะไม่ได้ส่งค่างวดมาสามงวดแล้ว ในที่สุดเขาก็ต้องส่งกุญแจรถให้พนักงานคนนั้น โมโหเลยเตะตู้เติมน้ำมันจนตัวเองเจ็บขาเดินกะเผลกๆออกไป

    เพราะโมโหจนหน้ามืดตามัวเดินไม่ดูทาง ถูกรถคันหนึ่งเลี้ยวปราดเข้ามา กุลชาติหันไปเห็นตกใจเบิกตาโพลง!

    ooooooo

    พฤกษ์ยังจับผิดทองสร้อยตลอดเวลา วันนี้ก็ให้เธอตอบคำถามตนว่าเธอพูดภาษาฝรั่งเศสได้ด้วยหรือ!?

    ทองสร้อยแกล้งถามถ่วงเวลาคิดว่ารู้ได้ยังไงว่าเป็นภาษาฝรั่งเศส พฤกษ์บอกว่าตนมีลูกค้าเป็นชาวฝรั่งเศสเคยได้ยินเขาพูดกัน คาดคั้นว่าเธอกับเนรัญญามีอะไรปกปิดตนอยู่ เธอพูดภาษาฝรั่งเศสได้ยังไง!

    “แม่ข้อยสอน แม่เคยเป็นแม่บ้านนายที่เป็นคนฝรั่งเศสอยู่ที่เวียงจันทน์”

    พฤกษ์จ้องหน้าถามว่าพูดได้แค่ไหน ทองสร้อยสู้ตาบอกว่าพูดได้แค่งูๆปลาๆ

    จากการจ้องกันเต็มๆตาทำให้ต่างรู้สึกคุ้นตากัน ว่าเคยเห็นกันที่ไหน จะใช่คนที่เคยเจอหรือเปล่า

    คุณแหววเดินมาหาพฤกษ์ที่สตูดิโอแต่ไม่เห็นเขา นึกสงสัยว่าเขาหายไปไหน ในขณะที่พฤกษ์ยังติดพันอยู่กับทองสร้อย ถามว่า “ฉันคุ้นหน้าเธอเหมือนเคยเห็นเธอ...ที่ไหนสักที่”

    ทองสร้อยสะดุ้งโหยงแบบวัวสันหลังหวะปฏิเสธ วุ่นวายว่าไม่มีทาง ตนเพิ่งเคยมากรุงเทพฯ ยกเว้นเขาจะเคยไปที่บ้านตน คุณกลางคร้านที่จะซักไซ้บอกว่าช่างเถอะ ทองสร้อยก็บ่นว่าง่วงแล้วขอไปนอนก่อนแล้วรีบออกไป

    คุณแหววมาแอบดูอยู่รีบหลบ ได้ยินพฤกษ์เรียกทองสร้อยไว้บอกว่ามีเรื่องจะเตือน ทองสร้อยขอไว้เป็นพรุ่งนี้ได้ไหม

    “ไม่ได้” แล้วพฤกษ์ก็เตือนเรื่องที่เธอทะเลาะกับคุณใหญ่ว่า “พี่ใหญ่ผิดที่เอาแต่ใจและไม่มีเหตุผล แต่ถ้าเธอจะโต้เถียงพี่ใหญ่ ฉันก็ขอให้เธอพูดด้วยเหตุผล ด้วยความเคารพและให้เกียรติพี่ใหญ่ในฐานะนายจ้าง ไม่ใช่อย่างที่เธอทำเมื่อตะกี๊ ถ้าคิดจะอยู่ด้วยกันต่อไปและไม่อยากให้มีปัญหา”

    “ข้อยอาจจะอยู่อีกไม่นาน”

    “ฉันเข้าใจ พูดตรงๆว่าน่าเสียดายนะ แต่ก็นั่นแหละ ถ้าฉันเป็นเธอ ฉันก็คงไม่ทน เพราะคนอย่างพี่ใหญ่คงไม่เปลี่ยนทัศนคติที่เคยมีได้ในเวลาสั้นๆ ถ้าเธอจะลาออกก็ไม่เป็นไร”

    พฤกษ์ยิ้มให้ทองสร้อยอย่างเข้าใจเธอ ทองสร้อยมองเขาอย่างประทับใจที่เขาเข้าใจตน คุณแหววที่แอบดูอยู่รู้สึกไม่ไว้ใจทองสร้อยขึ้นมาทันที ยิ่งเห็นทองสร้อยมองตามพฤกษ์ไปอย่างชื่นชมก็ยิ่งไม่สบายใจ

    เมื่อไปเล่าให้คุณใหญ่ฟัง คุณใหญ่รุ่มร้อนขึ้นมาทันที คิดว่าที่ตนด่าทองสร้อยไปนั้นยังไม่แสบพอต้องเอาให้หนักกว่านี้ เพื่อทองสร้อยจะได้ออกไปให้พ้นหูพ้นตา ถามคุณแหววอย่างระแวงว่า เกิดทองสร้อยกับพฤกษ์เป็น...พูดแค่นั้นก็หยุด ทำให้คุณแหววยิ่งไม่สบายใจ รบเร้าถาม

    “พี่ใหญ่คะ...พี่ใหญ่คิดว่าคุณกลางกับทองสร้อยเป็นอะไรคะ” แต่คุณใหญ่ก็ยังนิ่ง

    ooooooo

    วันนี้ทองสร้อยตื่นมาทำอาหารให้คุณใหญ่ใส่บาตร ทองสร้อยทำเป็นชุดอย่างสวยงามจนชบาถาม ทึ่งว่าอะไรบ้างเนี่ย

    “ของคาว ไข่ยัดไส้ ของหวานก็ผลไม้กระป๋องที่มีอยู่ ดอกไม้ก็ไปตัดมาจากต้นที่ปลูกอยู่ในบ้าน น้ำขวด ธูปเทียนก็มีอยู่แล้ว” สาธยายแล้วถามว่า ดีบ่ ชบาบอกว่าไม่ดี! ทองสร้อยถามว่าขาดอะไรหรือ

    “เกินต่างหาก” เพราะคุณใหญ่ใส่บาตรพระรูปเดียวแต่ทองสร้อยทำของใส่บาตรถึงเก้าชุด “จำไว้เลยนะว่าคุณใหญ่นิมนต์ท่านเจ้าอาวาสมาแค่รูปเดียวเท่านั้น นี่ถ้าคุณใหญ่รู้ว่าแกทำมาตั้งเก้าชุดโดนเชือดแน่!”

    ใส่บาตรและตั้งจิตอธิษฐานอยู่นานแล้ว คุณใหญ่สั่งชบาว่าเมื่อคืนไม่ได้กินข้าวเช้านี้ให้ตั้งโต๊ะเร็วหน่อยตนหิว ชบาถามทองสร้อยว่าได้ยินไหม

    “ถ้าเป็นฝีมือคนอื่นฉันไม่กิน!” คุณใหญ่สวนทันควัน มองทองสร้อยตาคมกริบแล้วสะบัดไป ชบาถอนใจเฮือกบอกทองสร้อยให้ไปช่วยทำอาหารเช้าเสร็จแล้วจะพาไปจ่ายตลาด ต่อไปจะได้ไปเองได้ถูก

    “เดี๋ยวก่อนจ้ะน้า ของใส่บาตรอีก 8 ชุด ข้อยขอเอาไปถวายพระท่านที่วัดได้บ่ ไหนๆข้อยก็ตั้งใจทำมาแล้ว” เห็นชบาอึ้ง ทองสร้อยหว่านล้อม “เจ้าของบ้านได้บุญนะน้า น้าก็ได้ในฐานะที่ช่วยส่งเสริม”

    “ค่อยแวะไปที่วัดใกล้ๆตลาด” ชบาทำเป็นไม่สนใจอะไรมาก ทองสร้อยยิ้มแป้นดีใจรีบตามชบาไป

    ooooooo

    เพราะคุณใหญ่บอกคุณแหววว่าต้องตัดไฟแต่ต้นลมยังไงตนก็ต้องหาทางเฉดหัวทองสร้อยออกไป ส่วนคุณแหววก็ต้องลุกขึ้นมารุกบ้างก่อนที่ทุกอย่างจะ สายไป

    คุณใหญ่ย้ำว่าอย่าเปิดช่องให้คุณกลางอยู่กับทองสร้อยตามลำพัง และต้องทำหน้าที่ภรรยาของตัวเองให้สมบูรณ์

    เช้านี้คุณแหววจึงแต่งตัวสวยเป็นพิเศษ เข้าไปหาพฤกษ์ในห้องนอน ควงแขนบอกว่าจะพาไปรับประทานอาหารเช้าด้วยกัน พฤกษ์มองแขนตัวเองบอกว่า “ผมเดินไปเองได้” คุณแหววอึ้งน้อยใจ พฤกษ์ถามว่า “มีอะไรอีกหรือครับ”

    “ถ้าไม่มีอะไรแหววจะอยู่ใกล้คุณ หรือว่าคุยอะไรกับคุณไม่ได้เลยเหรอคะ...คุณเบื่อแหววใช่ไหมคะ”

    พฤกษ์ยิ่งอึดอัด เห็นคุณแหววน้ำตาคลอ เขาถามว่าเป็นอะไรดูเธอไม่เป็นตัวของตัวเองเลย

    “รู้ด้วยเหรอคะว่าตัวตนของแหววเป็นยังไง ทั้งๆที่คุณไม่เคยมองแหววเต็มตาเลยสักครั้งนับแต่แต่งงานกัน”

    “เราเคยคุยกันแล้ว ผมจะไม่คุยเรื่องเดิมๆอีก” พฤกษ์เดินหนี คุณแหววตามไปถามอีกว่า

    “แหววยังทำดีกับคุณไม่พออีกเหรอคะ ถ้ายังไม่พอ แหววต้องทำอะไร ยังไง มากแค่ไหน คุณบอกแหววสิคะ แหววจะทำ” พฤกษ์ขอให้พอเถอะถ้าอยากคุยให้ไปคุยกันสองคนก่อนที่คนอื่นจะมาได้ยิน “แหววทน

    ไม่ไหวแล้วนะคะคุณกลาง แหววทนไม่ไหวแล้ว” คุณแหววยืนร้องไห้อยู่ตรงนั้น ทำให้พฤกษ์ยิ่งอึดอัดใจกลัวใครจะมาเห็น

    เจียรนัยในชุดนักศึกษาเดินออกมาเห็นพอดี เธอตกใจรีบหลบออกไปหาชบาบอกว่า “บึ้มแล้ว!”

    ooooooo

    พฤกษ์ตามไปคุยกับคุณแหววที่หน้าห้องตน บอกให้คุณแหววใจเย็นๆ มีอะไรค่อยๆพูดกัน แต่พอพูดถึงความสัมพันธ์พฤกษ์ยังคงพูดคำเดิมว่าตนบอกแล้วคำตอบก็ยังเหมือนเดิม

    คุณแหววถามว่าทำไมเขาถึงรักตนไม่ได้เพราะทองสร้อยหรือเปล่า

    ทุกคนในบ้านทั้งคุณใหญ่และบรรดาคนใช้ต่างพากันมาแอบดูแอบฟังตามจุดต่างๆ พากันสะดุ้งเฮือก โดยเฉพาะทองสร้อยถึงกับหูตาเหลือก

    พฤกษ์ถามว่าทองสร้อยเกี่ยวอะไรด้วย เพราะพี่ใหญ่บอกเธอใช่ไหม คุณแหววบอกว่าตนคิดและเห็นเอง

    “ไร้สาระกันไปใหญ่แล้ว ฟังนะ ผมจะไม่ตอบเพราะมันไม่เคยเป็นเรื่องจริง และถ้าคุณยังไม่เลิกคิดอกุศลอย่าหาว่าผมไม่เกรงใจ”

    “คุณไม่เคยเกรงใจอะไรแหววที่เป็นเมียคุณอยู่แล้วนี่คะ อยากทำอะไรก็ทำเลยค่ะ แหววไม่กลัว อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด” คุณแหววท้า พฤกษ์มองหน้าเธออย่างเหลืออดก่อนโพล่งไปว่า

    “ผมต้องการหย่า!!! พร้อมเมื่อไหร่ก็บอกผม”

    คุณแหววตกใจสุดขีด บรรดาที่แอบดูแอบฟังตกใจไม่น้อยกว่ากัน ต่างหันมองหน้าทองสร้อย เธอส่ายหน้าดิกว่าไม่เกี่ยว พฤกษ์ผละจากคุณแหววเจอคุณใหญ่เข้าอย่างจัง คุณใหญ่มองเขาอย่างผิดหวัง พฤกษ์บอกว่า

    “ผมขอโทษด้วยครับพี่ใหญ่ ผมทำดีที่สุดแล้ว แต่ความอดทนของคนมีขีดจำกัด นี่คือฟางเส้นสุดท้ายของผม ทุกคนต้องยอมรับความจริงกันเสียที”

    พฤกษ์ผละไป บรรดาที่แอบดูแอบฟังอยู่พากันหลบกลัวพฤกษ์เห็น คุณแหววทรุดนั่งร้องไห้อย่างหมดแรง คุณเล็กมองอย่างสงสารเห็นใจ ในขณะคุณใหญ่เข้ากอดปลอบอย่างเห็นใจ

    “ไม่ต้องห่วงนะคุณแหวว มันจะต้องไม่จบแบบนี้ พี่สัญญา!!”

    ooooooo

    ชบาคาดคั้นทองสร้อยว่ามีอะไรกับพฤกษ์จริงหรือเปล่า ทองสร้อยปฏิเสธ เจียรนัยเชื่อทองสร้อยหาว่าคุณแหววมโนไปเอง

    “ปวดกะโหลกแท้น้อ...คนบ้านนี้มีเรื่องมีราวเยอะแท้น้อ ถามจริง วันๆมีความสุขกันบ้างไหมเนี่ย” ทองสร้อยบ่น

    “ฉันขอห้ามทุกคน ไม่ให้พูดเรื่องที่คุณกลางขอคุณแหววหย่าอีกเด็ดขาด เพราะมันจะไม่มีทางเกิดขึ้น” ชบาประกาศ เจียรนัยถามว่าใครจะกล้าพูด จะว่าไปก็สงสารคุณแหววนะ คุณกลางใจร้าย ทองสร้อยเซ็งจนอยากจะไปเสียให้พ้นๆ

    คุณเล็กถามพฤกษ์ว่าแล้วจะทำอย่างไรต่อไป พฤกษ์บอกว่าตนจะทำในสิ่งที่ต้องทำ จะไม่สนใจอะไรอีกแล้ว คุณเล็กขอให้สู้ๆ ตนเป็นกำลังใจให้ พฤกษ์ขอบใจ บอกคุณเล็กก็ต้องสู้ๆ เพื่อสิ่งที่ควรจะเป็น พอพฤกษ์ขึ้นรถไป คุณเล็กปลุกใจตัวเองว่า

    “ปัญหามีไว้ให้เผชิญหน้า ไม่ได้มีไว้ให้วิ่งหนี”

    แต่นาทีนี้ ทองสร้อยบอกตัวเองว่าอยู่ไม่ได้แล้วแม้แต่วินาทีเดียวแล้วเก็บข้าวของอย่างเร่งรีบ บอกกับตัวเองว่า

    “ฉันจะกลับไปเป็นมาดามฟองดูเหมือนเดิม!!”

    แต่พอไปเถียงกับตัวเองในกระจกแล้วก็เปลี่ยนใจเมื่อเงาในกระจกบอกว่า

    “การเผชิญหน้าคือการเปลี่ยนแปลงทัศนคติของพวกเขา การอยู่ต่อไป ไม่หนี ทำหน้าที่ตัวเองอย่างเต็มที่และสมบูรณ์เป็นการยืนยันว่าเรามาดี ไม่ได้มีเจตนาอกุศลอย่างที่พวกขาคิดกับเธอ แล้วจะเปลี่ยนความคิดได้ในที่สุด”

    คุณเล็กเข้าไปขออนุญาตพูดอะไรกับคุณแหวว คุณใหญ่ไม่ให้พูด คุณเล็กแย้งว่า

    “แต่ก็ขอบพูดเถอะค่ะ อาจจะเจ็บ แต่จบ” เธอบอกว่าสงสารคุณแหววและคุณกลาง คุณใหญ่ดูถูกว่าลูกเมียน้อยก้นครัวอย่ามาตีเสมอพวกตน คุณเล็กบอกว่าไม่ต้องห่วงตนหางานได้เมื่อไหร่ก็จะไปจากที่นี่ทันที คุณแหววตกใจว่าตนไม่รู้เลย

    “พี่แหววไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องของเล็กซึ่งเป็นคนอื่นหรอกค่ะ เลิกหลอกตัวเองเสียทีต่างหาก คือเรื่องที่พี่แหววควรจะได้รู้สักที”

    คุณแหววอึ้ง คุณใหญ่กลัวใครจะได้ยิน เห็นชบากับทองสร้อยยืนเจ๋ออยู่ยิ่งไม่พอใจ แว้ดทันทีตวาดลั่น

    “นังเล็ก! ออกไปให้หมดเลย” หันเห็นคุณแหววช็อกเป็นครั้งที่สองก็ปลอบ “คุณแหวว...อย่าไปฟังมัน!”

    คุณแหววลุกเดินไปด้วยความเสียใจ คุณใหญ่มองตาม ทั้งใจเสีย และสงสาร...

    ooooooo

    คุณเล็กเดินออกมา ทองสร้อยกับชบาตามออกมาติดๆ คุณเล็กบอกให้ไปหยิบกระเป๋าในห้องรับแขกให้ที ชบาอาสาไปหยิบให้ เร่งทองสร้อยให้รีบไปตลาดเสีย เจียรนัยรอแย่แล้ว

    ทองสร้อยติงว่าชบายังไม่ได้บอกเลยว่ามีใครกินอะไรได้หรือไม่ได้บ้าง คุณเล็กตอบแทนว่ากินได้ทุกอย่างไม่มีข้อห้ามอะไรเป็นพิเศษขอแค่ให้สดสะอาดเท่านั้นพอ และรสก็ไม่จัดมากแต่ไม่จืดเหมือนที่ชบาทำ ถามทองสร้อยว่าจะไปตลาดใช่ไหม เดี๋ยวแวะไปส่งจะได้เร็ว

    “ขอบคุณหลายเด้อค่ะ” ทองสร้อยยิ้มแป้น รู้สึกนิยมคุณเล็กที่มีน้ำใจและไม่ถือยศศักดิ์

    วันนี้เป็นวันแรกที่กุลธิดาหรือดาด้า มาทำงานที่สปอร์ตคลับ เธอแต่งตัวแซ่บเว่อร์ร้องเรียกทองโปรยมาแต่ไกล ถลาเข้าควงแขนฉอเลาะว่า

    “เลขาหน้าห้องคนใหม่และว่าที่ภรรยารายงานตัวค่ะ” แล้วทำเป็นอุทานตกใจรีบสวัสดีทองก้อน “สวัสดีค่ะคุณอา” ทองก้อนถามว่าพร้อมนะ เธอบอกว่าพร้อมตั้งแต่เกิดแล้ว พลางชม้ายไปทางทองโปรย

    “ไป เราเข้าไปดูที่ทำงานของหนูกัน” ทองก้อนชวน

    ทองโปรยถูกกุลธิดาควงแขนเดินเข้าไปโชว์ให้ทุกคนเห็นว่าตนเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ ทองโปรยถอนใจเฮือกเซ็งๆ

    ooooooo

    ที่ตลาด พฤกษ์สั่งข้าวเหนียวส้มตำจากรถเข็นของ “ป้าหน่อยร้อยสาก” นั่งกินอย่างเอร็ดอร่อย กินไปก็ขำป้าหน่อยที่ตำส้มตำไปก็ปาสากใส่หัวบอยหลานชายตัวแสบที่มาเซ้าซี้ขอยืมเงิน จนได้ชื่อว่า “ป้าหน่อยร้อยสาก”

    คุณเล็กส่งทองสร้อยกับเจียรนัยที่ตลาด บอกเจียรนัยว่าอย่าลืมกำชับทองสร้อยว่านั่งที่ไหนยังไงทองสร้อยชื่นชมคุณเล็กว่าใจดีจัง เจียรนัยบอกว่าน่าสงสาร ถามว่ารู้แล้วใช่ไหมว่าเพราะอะไร

    “รู้...แล้วก็...เก่งจัง เก็บอารมณ์ได้ ใจเย็น ถ้าเป็นพี่นะ” เจียรนัยถามว่าพังใช่ไหม ทองสร้อยยิ้มๆ แล้วสองสาวก็ชวนกันไปซื้อของ ระหว่างนั้นเจียรนัยก็ทบทวนร้านที่จะไปซื้อของ คิวรถสองแถวและวัด จนทองสร้อยจำได้หมด

    “โอเค มีอะไรฉุกเฉิน จำเบอร์โทรศัพท์บ้าน เบอร์หนูได้แล้วใช่ไหม” ทองสร้อยบอก บ่มีปัญหา “ดีใจจังที่พี่สร้อยยังอยู่ ไปนะ ตอนเย็นเจอกัน”

    พอแยกกัน ทองสร้อยเห็นร้านอินเตอร์เน็ต “Superhero internet café” เธอดีใจมากพุ่งไปจะเปิดประตู

    “ทองสร้อย” เสียงพฤกษ์เรียก ทองสร้อยเบรกหัวทิ่ม ยืนค้างตัวแข็งทื่อ ค่อยๆหันไป พฤกษ์ถามว่า “จะเข้าไปทำอะไรในร้านอินเตอร์เน็ต” ทองสร้อยอึกอัก พฤกษ์เห็นของในตะกร้าจ่ายกับข้าวถามว่า “แล้วนั่น จะเอาไปไหน? อะไร?”

    พอตั้งหลักได้ ทองสร้อยก็ตอบอย่างไร้พิรุธ “กับข้าวถวายพระ อ๋อ...คือข้อยจะไปวัด ถวายเพล แต่หลง เลยจะเข้าไปถามคนในร้านเด้อค่ะ ว่าวัดไปทางไหน”

    “ตามฉันมา...ฉันจะพาไปวัดเอง” พฤกษ์สั่ง ทองสร้อยเซ็งจนบอกไม่ถูก แอบมองไปที่ร้านอินเตอร์เน็ตตาละห้อย

    ooooooo

    ทองโปรยสั่งยอดชายให้ “ดูแล” กุลธิดา “เต็มที่” กุลธิดาเห็นท่าทางยอดชายจะมาเป็นก้างขวางคอตนก็บอกทองโปรยว่าไม่ชอบบรรยากาศแบบนี้เลย มันไม่ฟิน

    ยอดชายทำตามแผนที่ทองโปรยสั่ง เข้มกับกุลธิดาบอกเธอว่า “ผมยินดีสอนงาน แต่ขอเตือนไว้ก่อนนะครับ ถ้าไม่ขยัน ไม่ตั้งใจ ไม่เปิดใจเรียนรู้ สะกดคำว่า‘ตาย’ เป็นหรือเปล่าครับ”

    “ฉันฆ่าไม่เคยตาย...จำไว้!” กุลธิดาเชิดหน้าท้าทาย

    ยอดชายทำเสียงระฆัง แก๊ง! เริ่มงาน แล้วเดินไปนั่งที่โต๊ะ กุลธิดาเดินเชิดไปนั่งที่โต๊ะตัวเอง ต่างปะทะเชือดเฉือนกันด้วยสายตาไม่มีใครยอมใคร

    ส่งกุลธิดาถึงมือทองโปรยแล้ว ทองก้อนจะไปเยี่ยมกุลชาติที่ถูกรถชนนอนรักษาตัวอยู่โรงพยาบาล ทองโปรยขอตามไปด้วย ถามว่าอยู่โรงพยาบาลไหนพอรู้ว่าอยู่โรงพยาบาลเดียวกับเนรัญญา ทองโปรยก็ชะงัก

    “ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว บางทีทองสร้อยมันอาจจะย้อนกลับไปหาเพื่อนมัน ฉันรอให้แกตามหาอยู่คนเดียว ฉันคงต้องรอถึงชาติหน้า”

    ทองโปรยเดินตามทองก้อนไปเซ็งๆ

    ooooooo

    คุณแหววเก็บตัวอยู่ในห้อง คุณใหญ่สั่งชบาทำอาหารไว้ ตัวเองไปยืนหน้าห้องหว่านล้อมว่าตนเข้าใจความรู้สึกของคุณแหววดีแต่คุณแหววก็ต้องรักตัวเองก่อนเป็นอันดับแรก ต้องทานข้าวทานยา ตนสั่งชบาให้ทำอาหารไว้ให้แล้ว

    พอคุณใหญ่จะเดินไป คุณแหววก็เปิดประตูออกมาบอกว่าตนไม่อยากสู้ทั้งๆที่รู้ว่าไม่มีความหวัง คุณใหญ่ถามว่าใครว่าไม่มีความหวังเพียงแต่วันนี้ยังมองไม่เห็น คุณแหววถามว่าคุณใหญ่ไม่คิดว่าตนหลอกตัวเองอยู่หรือเพราะคุณกลางบอกแล้วว่าจะหย่า คุณใหญ่ยืนยันว่าจะไม่มีการหย่าถ้าตนยังอยู่ นอกเสียจากว่าคุณแหววจะไม่รักคุณกลาง ไม่อยากอยู่ที่นี่แล้วเท่านั้น

    “แหววรักคุณกลาง แหววไม่อยากไปจากที่นี่ แหววอยากอยู่ใกล้ๆคุณกลาง แค่ได้รู้ว่าคุณกลางอยู่ใกล้ๆแหวว ต่อให้คุณกลางเกลียดและไม่อยากเห็นหน้าแหวว แหววก็ไม่สนใจอะไรแล้ว” คุณแหววร้องไห้

    คุณใหญ่กอดคุณแหวว คิดหาทางที่จะทำให้พฤกษ์เปลี่ยนใจไม่หย่าให้ได้

    ooooooo

    ทองสร้อยไปวัดเตรียมประเคนอาหารคาวหวาน เขียนชื่อ “พิดสะหมัย นาไกล” วางลงบนถาดด้วย แต่พอจะยกอาหารประเคน ปรากฏว่าหนักยกไม่ขึ้น พฤกษ์ที่นั่งอยู่ข้างหลังจึงช่วยยก กลายเป็นประเคนอาหารถวายพระคู่กัน พุฒิที่นั่งมองอยู่ยิ้มอย่างรู้สึกดีกับภาพที่เห็น

    ทองสร้อยเล่าว่า แม่ชอบพาตนเข้าวัดทำบุญ แม่สอนว่า “เราทำบุญได้หลายวิธี ไม่ใช่แค่นำอาหารมาถวายพระ ทำอะไรก็ได้ เสียสละทรัพย์ แรงกาย เวลา เมื่อเราเสียสละมันคือการได้รับ รับความสุขใจขณะที่เราให้ นั่นคือบุญ”

    พฤกษ์ฟังแล้วชมว่าแม่เธอเป็นคนดีมาก คนแบบนี้แหละที่ใครๆก็อยากจะใช้ชีวิตอยู่ด้วย พ่อเธอคงรักแม่เธอมากสินะ

    “มาก...จนทำใจไม่ได้ตอนที่แม่ตาย แล้วต่อมาอีกไม่นาน พ่อก็ตายตามแม่ไป ตายไปจากลูกๆทุกคน”

    ทองสร้อยเจ็บปวดเมื่อพูดถึงพ่อตัวเองจนพฤกษ์รู้สึกได้จึงเดินกันมาเงียบๆ

    เดินมานอกวัดแล้วพฤกษ์ถามทองสร้อยว่าจากวัดกลับไปที่ตลาดเธอไปถูกใช่ไหม พฤกษ์ขอบใจที่เธอยัง ไม่ลาออก และหวังว่าเธอจะทนอยู่ต่อไปได้นานๆ ทองสร้อยมองหน้าเขารับคำ “ค่ะ” ต่างมองหน้ากันนิ่ง ความรู้สึกคุ้นชินแว่บขึ้นมาเหมือนเคยเห็นกันที่ไหนมาก่อน แล้วต่างก็สลัดความรู้สึกนั้นแยกกันไป โดยพฤกษ์จะกลับไปทำงานและทองสร้อยไปตลาด

    แต่พอแยกกัน พฤกษ์ก็แอบดูว่าทองสร้อยจะไปไหน เห็นเธอเดินร้องไห้ก็ย้อนกลับมา เอาผ้าเช็ดหน้าให้ซับน้ำตา ซับเสร็จก็เก็บใส่กระเป๋า พฤกษ์ถามว่าไม่คืนหรือ

    “กล้าใช้ผ้าเช็ดหน้าต่อจากสร้อยเหรอ ทั้งน้ำตาน้ำมูก” เขาเลยหยอกว่าอย่าลืมแช่น้ำยาฆ่าเชื้อให้ด้วย เร่งให้รีบไปเดี๋ยวตลาดวายจะไม่มีของ พอทองสร้อยจะไป พฤกษ์คว้ามือไว้บอกว่าจะไปส่งจะได้ถึงตลาดไวๆ แล้วลากทองสร้อยปลิวติดมือไป ทองสร้อยมองมือที่ถูกลากไปอย่างรู้สึกคุ้นมากๆ

    ooooooo

    ที่โรงพยาบาล...สาทรกำลังขย้ำคอกุลชาติ ที่ให้ไปตามหาทองสร้อยแต่กลับไปตามหาน้องแคนดี้ที่ห้วยขวาง อ้างว่าเพราะน้องเขายังทำใจไม่ได้ที่ต้องเลิกกับตน สำหรับทองสร้อยตนมั่นใจว่าถ้าได้มาอยู่ใกล้กันก็จะรักตนแถมรักมากด้วย

    “ทำอะไรกันอยู่เหรอครับ...นวดคลายเส้น?” ทองก้อนร้องทักเมื่อเห็นสาทรกำลังขย้ำคอกุลชาติอยู่

    มาเยี่ยมไม่นานทองก้อนจะกลับ บอกสาทรว่า

    ค่ารักษาพยาบาลไม่ต้องห่วง ตนดูแลเองเพราะกุลชาติได้รับบาดเจ็บเพราะไปตามหาทองสร้อยตนก็ต้องรับผิดชอบ สาทรทำทีจะท้วงติง ทองก้อนตัดบท “อย่าขัดใจผม”

    สาทรหยุดทันทีทำเป็นเกรงใจแต่ที่แท้แอบดีใจ กุลชาติพลิกตัวหลบกลัวซ่อนพิรุธไม่อยู่ ทองโปรยเห็นสองพ่อลูกแล้วสัมผัสถึงความไม่น่าไว้วางใจ เมื่อออกจากห้องกุลชาติ ทองโปรยถามพ่อว่า

    “พ่อครับ ขออนุญาตถามนะครับ มันจะเป็นไปได้ไหมว่า ถ้าผมพาทองสร้อยกลับมาได้ คุณพ่อจะยอมทบทวนเรื่องการแต่งงานระหว่างทองสร้อยกับกุลชาติอีกครั้ง”

    “ทำไมต้องทบทวน” ทองก้อนเสียงขุ่น พอทองโปรยบอกว่าตนไม่แน่ใจว่า...ก็ถูกตัดบททันทีว่า “ไปแน่ใจมาก่อนแล้วค่อยมาคุยกับฉัน” ทองโปรยถามว่าแปลว่าจะไม่ทบทวนหรือ “แปลว่าแกก็จะไม่ตามหาทองสร้อยแล้วเอาตัวมันกลับมา!” ทองก้อนมองหน้าทองโปรยอย่างดุดัน

    “เปล่าครับ” ทองโปรยพูดได้แค่นั้นก็ถูกทองก้อนตัดบท...

    “ห้องเนรัญญาอยู่ไหน?” ทองก้อนถามขึงขัง

    แล้วพากันเดินตรงไปที่ห้องเนรัญญา ปรากฏว่าเจ้าตัวไม่อยู่ แต่ป้ายชื่อหน้าห้องยังอยู่ ทองก้อนพึมพำอย่างหงุดหงิด “แล้วมันไปไหน!!”

    เนรัญญาลงไปคุยโทรศัพท์กับทองสร้อยที่โทร.จากตู้โทร.สาธารณะ บอกทองสร้อยว่าตนไม่มีไข้แล้วพรุ่งนี้จะขอหมอกลับบ้าน ทองสร้อยเร่งให้รีบออกแล้วมาหาตนเลย เพราะ “เราต้องสุมหัวกันด่วน!”

    พอวางสายกับทองสร้อย เนรัญญาเห็นทองก้อน ทองโปรย เฉวียง และบอดี้การ์ดกำลังเดินมองหาไปทั่วบริเวณ เนรัญญารีบหลบ พึมพำสยอง “พ่อแกเป็นคนที่น่ากลัวมากจริงๆทองสร้อย เกาะไม่ปล่อยเลย” แล้วรีบหลบไป

    ทองก้อนตามไล่ล่าเนรัญญาจนเหนื่อย ทองโปรยเห็นพ่อหน้าซีด ถามว่าไหวไหมจะหาหมอไหม ทองก้อนที่ไม่ยอมรับความจริงของตัวเอง ทีแรกก็ตอบ ไหว! ต่อมา ก็ตอบ ไหวววว...สุดท้ายตอบเสียงยาน หวายยยยย...

    เมื่อหาข้างล่างไม่เจอ ทองก้อนจะกลับไปหาที่ห้องพักคนป่วยอีกครั้ง เฉวียงถามทองโปรยว่าจะทำอย่างไรดี

    “แกไปตามหาเนรัญญา ถ้าเจอ พาตัวไปซ่อน ปล่อยให้พ่อฉันเดินหาไป” เฉวียงถามว่าทำแบบนี้ทำไม “ฉันอยากเห็นพ่อเป็นลม” แล้วไล่เฉวียงให้รีบไปทำตามคำสั่ง

    ooooooo

    เนรัญญาจะกลับห้องเดินสวนกับสาทร อึดใจเดียวก็เห็นทองก้อนกับบอดี้การ์ดเดินมา เธอตกใจหันรีหันขวางแล้วรีบหลบเข้าไปในห้องของกุลชาติที่ยังนอนหันหลังให้ประตูคุยมือถือกับเพื่อนอยู่

    กุลชาติได้ยินเสียงคนเข้ามานึกว่าเป็นพยาบาล บอกขอน้ำสักแก้ว เนรัญญาดัดเสียงรับคำ กุลชาติยังคุยกับเพื่อนต่อ

    “เออ...พ่อฉันกับคุณอาทองก้อนเคยสัญญากันไว้เมื่อตอนหนุ่มๆว่าจะให้ลูกสาวเขากับฉันแต่งงานกัน...”

    เนรัญญาชะงักกึกเมื่อได้ยินชื่อทองก้อน เธอเงี่ยหูฟัง

    “เฮ้ย ฉันไม่เคยแคร์ว่าต้องรักหรอกว่ะ เอาแค่ได้แต่งก็พอ เพราะพ่อฉันกำลังแย่ ต้องพึ่งบ้านเขา...รวยมากว่ะ เจ้าของสปอร์ตคลับอันดับหนึ่งของเมืองไทยเลยนะเว้ย...ทองสร้อยก็น่ารักดี ตอนนี้ไม่รัก อยู่ๆไปฉันก็คงรักเองแหละ และถ้าทองสร้อยได้รู้จักฉันจริงๆเมื่อไหร่ รับรอง...รักฉันหัวปักหัวปําแน่ ฮ่ะๆๆ ก็คนมันหล่อ!”

    เนรัญญาชะงักกึก ถามกุลชาติว่าชื่ออะไรนะ เขาบอกชื่อทองสร้อย เธอถามนามสกุล เขาบอกพงษ์เดชา เนรัญญาเลยรู้ว่า หมอนี่เองที่ทำให้ทองสร้อยต้องหนีเตลิดมา กุลชาติรู้สึกผิดสังเกตหันมาเห็นเนรัญญาถามว่าเธอเป็นใคร เข้ามาได้ยังไง

    “เพราะนายทำให้ชีวิตเพื่อนฉันพลิกจากหน้ามือเป็นหลังเท้า ไอ้มนุษย์เห็นแก่ตัว” กุลชาติถามว่าอยู่ๆ มาด่าตนได้ไงยัยมนุษย์ป้า “มนุษย์ป้าหรือ??? อ๊าย...” เนรัญญาฉุนขาดสาดน้ำใส่หน้ากุลชาติ วางแก้วแล้วปราม “จำไว้เลย บอกเลย นายจะไม่มีทางได้ในสิ่งที่ต้องการ และถ้ายังกล้าปากเสียใส่คนอื่น แต่ไม่ดูตัวเอง คราวหน้า น้ำร้อน!” เนรัญญาหุนหันออกไป

    “เฮ้ย!! อะไรเนี่ย?? เฮ้ย!! ยังไง...เฮ้ย!!!” กุลชาติงงเป็นไก่ตาแตก

    ooooooo

    คุณใหญ่หาทางแกล้งทองสร้อยหมายบีบให้ทนไม่ได้ลาออกไปเอง สั่งชบาไม่ต้องทำความสะอาดบ้าน ให้ไปทำอาหารอย่างเดียวและเจียรนัยก็ให้ดูแลคุณแหววอย่างเดียว ทุกอย่างในบ้านให้ทองสร้อยทำคนเดียว ถ้าไม่ไหวก็ลาออกไปเสีย

    “ทองสร้อยเอ๊ย...ถึงเวลาเจอด่านสิบแปดอรหันต์ของจริงแล้ว” ชบารำพึงด้วยความเป็นห่วงทองสร้อย ฉุกคิดได้ว่าทองสร้อยไปตลาดนานแล้วยังไม่เห็นกลับ ระแวงว่า “หรือว่า...มันจะหนี เวร!!”

    ทองสร้อยย้อนกลับไปที่ร้านอินเตอร์เน็ต เปิดหน้าอีเมล ของตนมีข้อความเข้ามาเพียบ! เธอคลิกอ่านอย่างเร็ว

    “ติดต่อทางมือถือไม่ได้ อยากคุยเรื่องงานอีเวนต์เปิดตัวแมกกาซีนเมืองไทย...โอยเอาไว้ก่อนเหอะอองตวน!” ทองสร้อยรีบตอบกลับเป็นภาษาฝรั่งเศสว่าจะกลับไปภายในไม่กี่วันแล้วจะติดต่อกลับอีกที แล้วพิมพ์ข้อความต่ออย่างคล่องแคล่วว่องไว “แต่ตอนนี้...ฉันต้องการความช่วยเหลือด่วน ฉันไม่เคยเอ่ยปากถ้าไม่จำเป็น เธอคงรู้จักฉันดี...ฉันต้องการเงิน!! ช่วยส่งเข้าบัญชีของเพื่อนฉัน...” แต่แล้วก็มึนเพราะไม่ได้ถามเลขบัญชีของเนรัญญามา เลยต้องพิมพ์ว่า “แล้วฉันจะเมลส่งมาอีกที ขอบคุณมาก รักเธอ มาดามฟองดู”

    ส่งอีเมลถึงเพื่อนได้ก็โล่งใจไปเปลาะหนึ่ง พอถามบอยที่เฝ้าร้านอยู่ว่าเท่าไหร่ บอยที่กำลังเล่นเกมเมามันถามว่ากี่ชั่วโมง พอรู้ว่าสิบห้านาทีบอยบอกสิบบาทวางไว้แล้วไสหัวไปเลย ทองสร้อยบอกว่าเจ๋งมากวางเงินแล้วออกไป โดยที่บอยไม่แม้แต่จะมองเธอสักแว่บ ยังคงจ้องจอเล่นเกมต่ออย่างเมามัน

    เนรัญญาเปิดประตูห้องก็ถูกเฉวียงฉุดไปบอกว่าทองโปรยให้พาเธอไปซ่อนไม่ให้ทองก้อนเจอเธอ แล้วก็โทร.บอกทองโปรย ทองโปรยเริ่มแผนหลอกทองก้อนทันที ให้วิ่งหาเนรัญญาที่ห้องไม่เจอ หลอกให้ไปหานอกห้องอีก

    “ขอโทษนะครับพ่อ ถ้าไม่ใช้วิธีนี้ ก็ไม่รู้จะใช้วิธีไหนที่จะทำให้พ่อได้เจอกับหมอ” ทองโปรยพูดแล้วรีบตามทองก้อนไป ทองก้อนหลงกลวิ่งตามหาเนรัญญาจนเป็นลม

    ทองสร้อยจัดการธุระของตนเสร็จก็รีบกลับ เจอรถเข็นขายส้มตำของป้าหน่อยกลิ่นปลาร้าฉุยยวนใจเลยแวะซื้อ เร่งป้าหน่อยให้รีบตำตนออกมานานแล้วต้องรีบกลับไปทำกับข้าวอีกเดี๋ยวเจ้านายจะด่าเอา ป้าหน่อยถามว่าทำงานที่ไหน พอทองสร้อยบอกว่าบ้านเวียงคีรี ป้าหน่อยถามว่าบ้านคุณกลางใช่ไหม กิ๊กป้าเองเพราะคุณกลางชอบมากินส้มตำที่ร้านเป็นประจำ
    ป้าหน่อยตำเสร็จใส่ถุงให้ ทองสร้อยจ่ายเงินแล้วเดินอ้าวไป ป้าหน่อยมองตามพึมพำ

    “เออ...รูปร่างหน้าตาไม่น่าจะมาเป็นคนใช้” แล้วก็ทำท่าจะเป็นลมเพราะรัวสากตำส้มตำครกนี้จนหมดแรง

    ทองสร้อยออกมาเรียกแท็กซี่กลับไปอย่างด่วนจี๋

    ฝ่ายทองโปรย พอพาทองก้อนไปห้องฉุกเฉินแล้วก็โทร.บอกเฉวียง

    “ฮัลโหล...เฉวียง พาเนรัญญากลับห้องได้แล้ว แล้วรีบมาที่ห้องฉุกเฉิน ฉันจะไปคุยกับเนรัญญา” วางสายแล้วหันมองทองก้อนอย่างรู้สึกผิดกับพ่อ

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "ภูมิ” ยั้งมือเกือบไม่ทัน "มิ้นท์" แค้นกรี๊ดใส่หน้าน้อง "อิงฟ้า" ร้องโฮ ใน "ภูตรัตติกาล"

    "ภูมิ” ยั้งมือเกือบไม่ทัน "มิ้นท์" แค้นกรี๊ดใส่หน้าน้อง "อิงฟ้า" ร้องโฮ ใน "ภูตรัตติกาล"
    27 ก.ย. 2563

    03:10 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน 2563 เวลา 09:47 น.