ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    นางสาวทองสร้อย

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: นางสาวทองสร้อย...คุณแจ๋วหมายเลข 1

    พฤกษ์กลับถึงบ้าน เจอคุณแหววดักรออยู่ ถามว่าไปงานไหนมาหรือ ดูจากชุดที่ใส่ ท่าทางจะเป็นงานเลี้ยงที่ดูหรูหราพอสมควร พฤกษ์ไม่ตอบแต่ขอตัวบอกว่าตนเหนื่อย

    คุณแหววเข้าปัญหาทันที ถามว่าถ้าตนออกไปจากชีวิตเขาแล้ว เรายังเป็นเพื่อนกันอยู่หรือเปล่า พฤกษ์บอกว่าตนไม่ทราบ

    “แปลว่า แม้แต่ความเป็นเพื่อนที่จะให้แหวว คุณกลางก็ยังลังเล มันทำให้แหววเองลังเลขึ้นมาเหมือนกัน” พฤกษ์ถามว่าลังเลเรื่องอะไร “มันคงน่าอึดอัดใจถ้าเรา สองคนมองหน้ากันไม่ติด ทั้งที่แหววยังจะต้องเข้าออกบริษัทในฐานะหุ้นส่วนของเวียงคีรี” เห็นพฤกษ์อึ้ง คุณแหววทิ้งไพ่ตาย “แหววจะถอนหุ้นทั้งหมดค่ะ”

    แม้พฤกษ์จะตกใจ แต่เขาก็พูดอย่างหนักแน่นมั่นคงมากว่า ตนจะไปแจ้งพี่ใหญ่แล้วจะรีบดำเนินการให้เร็วที่สุด

    “หวังว่าคุณใหญ่คงจะไม่ขัดนะคะ” คุณแหววพึมพำอย่างมั่นใจว่าคุณใหญ่จะต้องขัดขวางและยื้อเวลาไว้ คุณแหววโทร.หากุลธิดาทันที รอสายพลางบ่นอย่างหงุดหงิด “มัวไปตายอยู่ไหน ทำไมยังมาไม่ถึงอีก ดาด้า!”

    กุลธิดากำลังวุ่นอยู่กับกุลชาติและสาทร พอรับสายคุณแหววก็ขอร้องว่าอย่าเพิ่งวีนใส่ เพราะพ่อกำลังโกรธกุลชาติมาก คุณแหววไม่สนใจบอกว่านั่นเรื่องของเธอ แต่ตัวเธอจะต้องมาให้เร็วที่สุด ไม่อย่างนั้นไม่ต้องมาเป็นเพื่อนกัน

    กุลธิดาต้องชั่งใจอย่างหนัก ในที่สุดเธอเลือกที่จะอยู่กับพ่อและน้องชาย แล้วปิดมือถือวิ่งตามพวกเขาเข้าบ้านไป

    กุลชาติคุกเข่าขอร้องสาทรว่าอย่าให้ตนแต่งงานกับทองสร้อยเลย ถูกกุลธิดาตวาดให้ลุกขึ้น ทำแบบนี้ดูหมดท่ามาก ด่าน้องชาย “บ้าที่สุด!”

    “แต่งงานกับผู้หญิงเพื่อเงิน มันน่าอายมากกว่านะพี่ด้า”

    “แล้วระหว่างการรักษาหน้าของแก กับชีวิตฉัน แกจะเลือกอะไร” สาทรถาม เห็นกุลชาติอึ้งเพราะไม่เข้าใจ สาทรตวาดย้ำ “ฉันถามว่าแกจะเลือกอะไร!!!” กุลชาติถามว่าชีวิตของพ่อมาเกี่ยวอะไรด้วย “เพราะฉันจะต้องถูกไอ้เจ้าหนี้บ่อนมันสั่งเก็บถ้าไม่มีเงินไปใช้หนี้มัน!” เห็นลูกทั้งสองตกใจอึ้ง สาทรตะคอกถาม “แกจะเลือกอะไร!!”

    ooooooo

    เพราะอยู่ในบ้านทองก้อน พวกทองสร้อยถูกบอดี้การ์ดของทองก้อนล้อมเข้ามาจะจับทองสร้อยตามคำสั่งของทองก้อน พวกทองสร้อยต่อสู้กันสุดฤทธิ์ ทองก้อนนั่งที่เก้าอี้อาร์มแชร์ตัวใหญ่ดูการต่อสู้อย่างมีความสุข

    ทองสร้อยหาช่องโหว่วิ่งฝ่าวงล้อมของพวกบอดี้การ์ดออกไป พวกทองโปรย เนรัญญา เฉวียง และบีหนึ่ง บีสอง ตกอยู่ในวงล้อมบอดี้การ์ดของทองก้อน พวกเขาถูกรุมร่วงไปทีละคน...ทีละคน เนรัญญาเห็นท่าไม่รอดเลยแกล้งเป็นลม

    สุดท้ายทุกคนถูกบอดี้การ์ดจับได้ทั้งหมด ส่วนทองสร้อยวิ่งหนีไป ทองก้อนสั่งให้จับตัวไว้ให้ได้ ทองสร้อยวิ่งผ่านสาทร กุลธิดาและกุลชาติที่เดินชักแถวกันเข้ามา เห็นพวกทองก้อนวิ่งไล่ตามทองสร้อยเลยวิ่งตามไปด้วย

    ทองสร้อยวิ่งขึ้นไปที่ห้องหนึ่งเห็นประตูเปิดอยู่ เธอเข้าไปในห้องปิดประตูล็อกทันที ทองก้อนทุบประตูสั่งให้เปิด ถ้าไม่เปิดจะพังประตูเข้าไป เนรัญญาถามทองโปรยว่าทองสร้อยจะหนีรอดไหม

    “สร้อยคงไม่ได้หนี ถึงตอนนี้สร้อยหนีไม่ได้แล้ว สร้อยกำลังคิดจะทำอะไรบางอย่างเพื่อให้พ่อเปลี่ยนใจ” ทองโปรยอ่านใจน้องออก และเชื่อมั่นอย่างนั้น

    ทองสร้อยเปิดตู้มุดเข้าไปลึกที่สุดค้นหาอะไร บางอย่างในนั้น ท่ามกลางเสียงทองก้อนที่ทั้งทุบประตูและตะโกนอย่างโกรธจัดให้เปิดประตูเดี๋ยวนี้!!

    ทองสร้อยหยิบกล่องในตู้ออกมาเป็นกล่องเก็บจดหมายและของจุกจิก ครู่หนึ่งเธอยิ้มดีใจเมื่อเจอสิ่งที่ต้องการ

    ooooooo

    ที่หน้าห้องทองสร้อย ทุกคนออกันอยู่อย่างใจจดจ่อ รวมทั้งสาทร กุลธิดาและกุลชาติด้วย

    “ทองก้อน...มีเรื่องอะไรกัน” สาทรถาม

    “ไอ้สร้อยมันคิดจะหนีไปอีกแล้ว”

    “เพิ่งจะยอมกลับมา แล้วทำไมจะหนีอีกล่ะ นายไปทำอะไรลูก ทำไมไม่คุยกันดีๆ แบบมีเหตุผล”

    “เคยคุยดีๆ แบบมีเหตุผลกับลูกตัวเองได้สำเร็จด้วยเหรอครับพี่”

    “ไม่เคย”

    “งั้นเงียบ!” ทองก้อนเสียงแข็ง สาทรอึ้ง เงียบ ทองก้อนหันไปสั่งบอดี้การ์ด “พังประตู!!”

    พริบตานั้น ทองสร้อยเปิดประตูออกมา ยื่นซองจดหมายเก่าจนกระดาษเหลืองไปตรงหน้าพ่อ

    “จดหมายของแม่!! จดหมายที่แม่เขียนบอกสร้อยเรื่องพ่อ พ่อไม่เคยรู้ แต่วันนี้สร้อยจะอ่านให้พ่อฟัง!”

    ทองก้อนดูจดหมายในมือทองสร้อย ที่หน้าซองเป็นลายมือพิดสะหมัยเขียนจ่าหน้าซอง “ถึงทองสร้อย ลูกรักของแม่” ทองก้อนอึ้งไปอย่างสะเทือนใจ สาทรถามว่านี่มันเรื่องอะไรกัน ทองก้อนบอกว่าทุกอย่างกำลังจะเข้าที่ด้วยวิธีของตน

    “วิธีที่พ่อเคยบอกกับแม่ว่า...เป็นวิธีที่พ่อจะไม่มีทางทำกับลูกๆเด็ดขาดแต่พ่อก็ลืม”

    ทองก้อนหาว่าทองสร้อยมั่ว ทองสร้อยจึงเปิดซองจดหมาย เอารูปถ่ายคู่ของพ่อกับแม่เมื่อครั้งอยู่ที่เวียงจันทน์มาให้ดู เป็นรูปที่ทองก้อนเอาหูแนบท้องแม่ที่กำลังหัวเราะอย่างมีความสุข ทองก้อนสะอึกเมื่อเห็นภาพนั้น

    “รูปนี้...” ทองสร้อยพูดต่อ “แม่กอดเอาไว้แนบอกในวันที่แม่ตาย วันที่พ่อมาไม่ทันดูใจแม่ เพราะพ่อเลือกที่จะอยู่กับอาณาจักรอันยิ่งใหญ่ของพ่อ สร้อยแกะรูปนี้ออกจากมือแม่แทบไม่ออก...พ่อไม่รู้...”

    ทุกคนอึ้ง...ทองก้อนพูดอะไรไม่ออก

    “สร้อยจะอ่านให้ฟัง...ว่าพ่อเขียนอะไรไว้ข้างหลังรูปนี้” ทองสร้อยพลิกรูปอ่านข้อความที่สลักหลังไว้ ด้วยลายมือทองก้อนเอง “ผมสัญญาว่าผมจะเลี้ยงลูกทุกคนให้เป็นคนดี ให้เขามีทุกอย่าง ที่สำคัญผมจะให้โอกาส เขา...ได้เจอและได้รักคนที่ดีที่สุดสำหรับเขา เหมือนที่ผมได้รับโอกาสจากคุณ...รักนะ แม่หญิงคนงาม ของผม”

    ทุกคนอึ้ง ตีบตันกับข้อความที่กินใจนั้น ทองสร้อยถามพ่อว่า

    “พ่อจำได้ไหม...พ่อเคยบอกกับแม่ว่าพ่อจะให้ โอกาสลูกๆทุกคน”

    ทุกคนมองไปที่ทองก้อน เขายืนนิ่งเหมือนรูปปั้น พูดไม่ออก แต่ในความรู้สึกเหมือนโลกกำลังหมุนกลับ...

    ooooooo

    พฤกษ์เดินหาทองสร้อยไปทั่วบ้านแต่ไม่เจอ ถามชบาว่าทองสร้อยยังไม่กลับอีกหรือ

    “ยังค่ะ คุณเลขาโทร.มาบอกว่าจะกลับค่ำๆค่ะ” เขาถามทำไมต้องค่ำ ชบาบอกว่าไม่ทราบเพราะคุณเลขาไม่ได้บอก

    “เหลวไหล ผู้หญิงนี่เวลาเจอกันไม่ได้เลยนะ โทร.ตามที เอ่อ...ไม่ต้องฉันโทร.เอง...หรือชบาโทร.ดี ฉันโทร.เองดีกว่า”

    พฤกษ์ลังเล เดินออกไป ทำท่าจะโทร.ถึงเนรัญญา แต่แล้วก็เปลี่ยนใจหาเบอร์ทองสร้อย แต่แล้วก็เปลี่ยนใจอีก สุดท้ายบอกตัวเองว่า

    “รอให้ค่ำๆก่อนค่อยโทร.” แล้วเดินไปชงเครื่องดื่มเก้ๆกังๆ เพราะไม่เคยทำ

    ooooooo

    คุณแหววอารมณ์เสียที่ติดต่อกุลธิดาไม่ได้ ตวาดนิรมลที่จะมาจัดยาก่อนอาหารให้จนต้องออกไป

    ขณะคุณแหววกำลังง่วนกับการโทร.หากุลธิดานั้น คุณใหญ่เข้ามาเรียก “คุณแหวว...” คุณแหววลืมตัวแว้ดใส่

    “บอกว่าไม่ต้องมายุ่ง!” พอหันไปเห็นเป็นคุณใหญ่ก็รีบแก้ตัวบ่นว่าตนกำลังโมโหดาวไม่รู้ว่าเอายาก่อนอาหารไปไว้ที่ไหน คุณใหญ่ถามคุณแหววว่า ตนมอบหน้าที่ให้ดูแลคนใช้หนักไปหรือเปล่า “ไม่ค่ะ แหววทำได้ คุณใหญ่ไปไหนมาคะ ดูหน้าซีดๆนะคะ”

    “ไปจองรถมา” คุณใหญ่พลั้งปากแล้วรีบแก้ตัวว่า “เอ่อ...เมารถจ้ะ แถวบ้านแฟนพี่รถติ๊ดติด พี่ขอตัวไปอาบน้ำอาบท่าก่อนนะ” พอคุณใหญ่เดินออกไป ก็ปาดเหงื่อเมื่อนึกถึงเรื่องจองรถให้บรรทัด

    ฝ่ายคุณแหววก็หงุดหงิดต่อเมื่อโทร.หากุลธิดาไม่ได้แยกจากคุณใหญ่แล้ว บรรทัดไปหาจีจี้ตามที่นัดไว้ จีจี้บ่นว่าทำไมไม่นัดพบที่ห้อง ตนต้องมารอร้อนแทบตาย

    “พี่สังหรณ์ใจว่ากำลังถูกจับตามองและถูกสะกดรอยตาม จะให้ตามไปถึงที่อยู่ไม่ได้ ผิดพลาดอะไรขึ้นมามันจะตามตัวพี่ถูก” จีจี้ถามว่าใครตาม พอรู้ว่าเลขาของนายเก่าที่ฟิตเนส ก็ถามว่าทำไมต้องตาม เขาโกงหรือขโมยอะไรมาหรือเปล่า

    เมื่อบรรทัดปฏิเสธ จีจี้ทวงเงินที่ยืมไป บรรทัดควักมาให้แล้วยังเหลือแบงก์พันหลายใบในกระเป๋า จีจี้ดักคอว่าอย่าบอกนะว่าได้มาจากคุณใหญ่

    “เบิกค่าจ้างล่วงหน้ามาได้สองเดือน แบบสบายๆ แถมด้วย...รถอีกคัน จองไปแล้ว” จีจี้อุทานทึ่ง บรรทัดโอ่ว่า “พี่ซะอย่าง ว่าแต่ว่า ติดธุระอะไรที่ไหนต่อหรือเปล่าจ๊ะ คืนนี้...พี่เหงา”

    “เสียใจ...คนอย่างหนู เจ็บแล้วจำ ระหว่างเรา มีแค่เรื่องธุรกิจเท่านั้นเรื่องอื่นอย่าหวัง!” จีจี้สะบัดไปอย่างไม่แยแสบรรทัดมองตามเซ็งๆ แต่ไม่ติดใจเพราะมีเรื่องอื่นตื่นเต้นกว่า คือต้องรีบไปทำใบขับขี่เตรียมขับรถใหม่ป้ายแดง

    ooooooo

    ที่บ้านทองก้อน ทุกคนมองหน้าทองก้อนรอการตัดสินใจของเขา ทองสร้อยขอร้องพ่อฟังตนหน่อยได้ไหม

    “ในจดหมาย...แม่แกเขียนไว้ว่ายังไง” ทองก้อนตัดบท

    “แม่เขียนตอนที่แม่ยังมีแรงเขียน...แม่เขียนว่า... เวลาที่แม่ไม่อยู่แล้ว สร้อยกับพี่ๆต้องช่วยกันดูแลซึ่งกันและกัน ที่สำคัญช่วยดูแลพ่อแทนแม่ด้วย อย่าโกรธพ่อ ให้เข้าใจพ่อเยอะๆ พ่อทำทุกอย่างก็เพื่อพวกเราทุกคน โดยเฉพาะสร้อย...แม่เป็นห่วงหนูมากที่สุด เพราะหนูเหมือนพ่อมาก ยิ่งหนูเหมือนพ่อมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีโอกาส ทะเลาะกับพ่อได้มากกว่าคนอื่น”

    ทุกคนฟังทองสร้อยอ่านจดหมายของแม่ด้วยความสะเทือนใจ ทองสร้อยนิ่งไปเหมือนทำใจ แล้วจึงอ่านต่อ

    “แต่ให้จำไว้ว่า ไม่ว่าจะทะเลาะกันเรื่องอะไรก็ตาม มันเกิดจากความรักและความปรารถนาดีที่มีต่อกัน ไม่มีใครจริงใจกับเราเท่ากับคนในครอบครัวอีกแล้วจำคำแม่ไว้นะลูก จงเข้าใจ ให้อภัย ให้โอกาส และอย่าปล่อยมือจากกัน”

    ความเงียบปกคลุมไปทั่ว ทองสร้อยค่อยๆลดจดหมายลง มองหน้าพ่อ เอ่ยอย่างผิดหวังว่า...

    “สร้อยเก็บจดหมายไว้ที่นี่ หวังอยู่ลึกๆว่าพ่อจะเข้ามาค้นแล้วเจอมัน แต่พ่อก็ไม่ได้ทำอย่างนั้น”

    “แกกำลังหาว่าฉันไม่เคยใส่ใจ สนใจแกเลยใช่ไหม ทำไมแกไม่คิดว่าฉันไม่อยากจะเข้าไปยุ่งกับเรื่องส่วนตัวของแก ฉันให้อิสระ”

    “สร้อยจะหนีพ่อไปให้ไกลสุดหล้าฟ้าเขียวกว่านี้สร้อยก็ทำได้ แต่สร้อยก็ไม่ทำ เพราะหวังอยู่ลึกๆว่าพ่อจะคิดได้ว่า คำว่าให้อิสระจริงๆแล้วหมายความว่าอะไร”

    ทองก้อนโมโหขัดขึ้นว่าไม่ต้องมาสั่งสอน ตนคิดได้เองว่าอะไรหมายความว่าอะไร ทองสร้อยย้อนถามว่าแล้วครอบครัวในความหมายของพ่อคืออะไร

    “พ่อแม่ลูกอยู่ด้วยกัน ไม่ใช่แตกแยกกระสานซ่านเซ็นไปคนละทิศละทาง” ทองก้อนเผลอหลุดออกมา

    “แต่ไม่ใช่ด้วยวิธีจับสร้อยแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รัก คนที่แต่งกับสร้อยเพื่อเงิน!”

    สาทรโวยขึ้นว่าอย่ามองเจตนาตนผิดแบบนั้น กุลชาติกลับบอกว่าทองสร้อยมองถูกแล้ว ส่วนทองโปรยขอร้องทองก้อนว่าให้โอกาสทองสร้อยเถอะ อย่าผูกยึด สร้อยให้อยู่กับพ่อด้วยวิธีแบบนี้เลย

    “ฉันบอกแล้วไง ว่าไม่ต้องมาสั่งสอนฉัน ฉันพูดไว้ตรงนี้ คืนนี้เลย ถ้ามันไม่แต่งมันกับฉันขาดกัน!!”

    “ได้ สร้อยจะแต่งงาน!” ทองสร้อยโพล่งออกไป ยังความตะลึงอึ้งแก่ทุกคน

    ท่ามกลางเสียงหัวเราะลั่นอย่างผู้ชนะของทองก้อนนั้น ทองโปรยมองทองสร้อยอย่างคาดไม่ถึง เนรัญญาถามว่าทำไมเธอยอมง่ายๆแบบนี้

    ทันใดนั้นกุลชาติโพล่งขึ้น “แต่ผมไม่...” พูดได้แค่นั้นก็ถูกสาทรขัดทันทีว่า “แกไม่แต่ง แกกับฉันก็ไม่ต้องมาเป็นพ่อลูกกัน” กุลชาติจะโต้ ถูกทองสร้อยจับมือไว้ให้หยุด บอกเขาว่า

    “ถ้ามันจะทำให้พ่อของเราสบายใจ ถ้ามันจะไม่ทำให้เราเป็นลูกอกตัญญู เรายอมแต่งงานกันเถอะ”

    สาทรกล่อมกุลชาติว่า “ตาชาร์ลส์ ถ้าแกห่วงศักดิ์ศรี กลัวใครจะหาว่าแกมาเกาะผู้หญิงกิน แกสบายใจได้แล้วนะ ทองสร้อยยอมแต่งงานกับแกด้วยความเต็มใจ เพราะอยากทำให้พ่อแม่มีความสุข แกไม่ได้ทำผิดอะไรกับใคร แกทำสิ่งที่ถูกต้องแล้ว”

    พอกุลชาติรับปากกับสาทรว่า ตนจะแต่งงานกับทองสร้อย ทั้งสาทรและทองก้อนก็ระเบิดหัวเราะออกมาราวกับจอมยุทธ์ผู้พิชิต สาทรเสนอว่าเราต้องหาฤกษ์กันใหม่ ทองก้อนบอกว่าพรุ่งนี้ไปปรึกษาพระอาจารย์เลย

    ทองสร้อยปล่อยให้พ่อกับสาทรหัวเราะกันจนพอ แล้วจึงเอ่ยขอกับทองก้อนว่า ตนยอมแต่งงาน แต่ยังแต่งตอนนี้ไม่ได้ ขอเวลาอีกหนึ่งเดือนเพื่อทำภารกิจบางอย่างให้สำเร็จก่อนแล้วจะกลับมาแต่งงานตามสัญญา

    ทองก้อนอึ้ง สาทรร้อนใจ ส่วนทองโปรยเชื่อว่าทองสร้อยต้องมีแผนอะไรแน่ๆ

    ooooooo

    คุณใหญ่โกรธและตกใจมากเมื่อพฤกษ์บอกว่าจะหย่ากับคุณแหวว คุณแหววจะถอนหุ้นทั้งหมดจากเวียงคีรี และตนก็ตัดสินใจแล้ว จะรีบดำเนินการให้เรียบร้อยโดยเร็วที่สุด

    “พี่ไม่ยอม!!!” คุณใหญ่โกรธจนตัวสั่น พฤกษ์บอกว่าพี่ใหญ่ต้องฟังตน มันเป็นความจริงที่ต้องยอมรับ “พี่ไม่ฟัง! พี่ไม่ยอมรับความจริงที่เห็นแก่ตัวของคุณกลาง!”

    “ผมมีสิทธิ์เห็นแก่ตัว หลังจากที่พยายามทำเพื่อคนอื่น จนตัวเองไม่ได้รับความยุติธรรม!”

    คุณใหญ่พรวดออกไปปิดประตูปังใส่หน้าพฤกษ์ เขาได้แต่ถอนใจ คุณแหววแอบดูจากประตูที่แง้มๆ อยู่ยิ้มกริ่มอย่างสมใจกับแผนที่ทำให้พฤกษ์ไม่อาจไปจากชีวิตตนได้

    สาทรพยายามหว่านล้อมทองก้อนไม่ให้ยอมตามที่ทองสร้อยเสนอ ทองก้อนอ่านใจเขาออกว่าต้องการเงินถามว่าต้องการเท่าไร จะจ่ายมัดจำก้อนหนึ่งให้ก่อน

    เพื่อเอาไปใช้หนี้ หลังจากแต่งงานแล้วจะจ่ายส่วนที่เหลือของหนี้ทั้งหมด พร้อมกับทำสัญญาว่า “กุลชาติ จะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินก่อนสมรสของไอ้สร้อยแม้แต่บาทเดียว”

    สาทรไม่พอใจ หาว่าทองก้อนใช้ลูกชายตนเป็นเครื่องมือดึงทองสร้อยให้กลับมาอยู่กับตัวเอง ทองก้อนบอกว่าตนทำได้แค่นี้แหละ สาทรใช้ไม้ตายว่าถ้าอย่างนั้นตนจะไม่ให้กุลชาติแต่งงานกับทองสร้อย ทองก้อนชะงักถามว่า

    “พี่ต้องการเท่าไหร่”

    “เท่ากับศักดิ์ศรีความเป็นลูกเขยของพงศ์เดชา” พูดแล้วเรียกกุลธิดากับกุลชาติกลับกุลธิดาเห็นรูปถ่ายทองก้อน ทองโปรยและทองสร้อยวางอยู่แอบจิ๊กติดมือไปในขณะเดินผ่านทองก้อนโกรธและไม่พอใจมากที่เกมพลิก กลายเป็นตนตกเป็นเบี้ยล่างของสาทร

    ooooooo

    พฤกษ์เป็นห่วงทองสร้อยจนพุฒิคุยกับชบาอย่างสงสัย นิรมลแอบได้ยิน คาบข่าวไปบอกคุณแหววทันที คุณแหววอารมณ์ปั่นป่วนมาก สั่งพุฒิขับรถออกไปทันที

    ฝ่ายกุลชาติถูกสาทรคาดคั้นถามว่าอยากแต่งงานกับทองสร้อยจริงไหม กุลชาติบอกว่าอยากแต่ง แต่พอลับหลังพ่อก็โทร.ถามทองสร้อยว่ามีแผนอย่างไรถึงได้รับปากจะแต่งงานกับตน บอกหน่อยได้ไหมเพราะตนไม่อยากแต่ง

    “แล้วฉันจะติดต่อไปไม่ต้องห่วง เราสองคนจะต้องเจอทางออก” แล้วบอกว่า คุยแค่นี้ก่อนเพราะแบตหมด

    เนรัญญาขับรถไปส่งทองสร้อยที่บ้าน ระหว่างทางทองสร้อยบอกเธอว่ากุลชาติเปลี่ยนแปลงแล้วและเขาไม่ได้อยากแต่งงานกับตน ทำให้เนรัญญาใจชื้นขึ้น

    พอทองสร้อยกลับเข้าบ้านเจอพฤกษ์รออยู่ เขาซักถามหน้าเครียดว่าไปไหนมาทำไมเพิ่งกลับ ระหว่างนั้นคุณใหญ่เข้ามาตำหนิคุณกลางว่ามัวแต่ห่วงทองสร้อย

    รู้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้นกับเมียตัวเอง พลางกระชากทองสร้อยออกไปจากพฤกษ์ด่าทองสร้อยว่าอ่อยพฤกษ์หวังใช้เต้าไต่ขึ้นมาเป็นคุณนาย และพยายามจะจิกตีทองสร้อย พฤกษ์เข้าขวางและคุณเล็กก็มาพาทองสร้อยออกไป

    คุณใหญ่สั่งพฤกษ์ให้ไล่ทองสร้อยออกจากบ้านไป ไม่อย่างนั้นตนจะไล่ออกให้หมดทั้งทองสร้อยและคุณเล็ก พฤกษ์ยืนยันว่าตนไม่มีอะไรกับทองสร้อย ก็พอดีชบาเดินอ้าวมาบอกว่าคุณแหววให้พุฒิขับรถออกไปข้างนอกไม่รู้ไปไหน ชบาโทร.ถามพุฒิว่า คุณแหววให้พาไปไหน พุฒิบอกตนก็ไม่รู้เพราะคุณแหววสั่งแค่ตรงไป...เลี้ยวซ้าย...เลี้ยวขวาเท่านั้น

    ooooooo

    คุณเล็กพาทองสร้อยไปนั่งที่มุมสงบ ทองสร้อยยืนยันว่าตนไม่มีอะไรกับพฤกษ์ บอกคุณเล็กว่าตนรู้สึกผิดที่เป็นต้นเหตุให้คุณกลางกับคุณแหววทะเลาะถึงกับจะหย่ากัน

    “ไม่ใช่หรอก ยังไงสองคนนี้ก็ต้องหย่ากันอยู่แล้ว” ทองสร้อยตกใจ คุณเล็กจึงเล่าให้ฟังว่า “คุณกลางกับคุณแหววไม่ได้แต่งงานกันเพราะความรัก แต่แต่งเพราะบุญคุณ มีการทำสัญญากันว่า เมื่อแต่งงานกันแล้ว และจัดการเรื่องงานศพของคุณพ่อคุณแหววเรียบร้อยครบหนึ่งปีเมื่อไหร่ คุณแหววจะหย่าให้คุณกลาง” ทองสร้อยอึ้ง คิดไม่ถึง

    “แต่คุณแหววรักคุณกลางอยู่ข้างเดียวและยื้อเวลาเอาไว้ไม่ยอมหย่าเล็กก็ไม่รู้เหมือนกันว่าคุณกลางอดทนอยู่ได้ยังไง และจะอดทนไปจนถึงเมื่อไหร่”

    “คุณเล็ก!” พฤกษ์เรียกเสียงเข้ม ทั้งสองชะงักตกใจ พฤกษ์ตำหนิคุณเล็กว่าไม่ควรเล่าเรื่องเหล่านี้ให้ทองสร้อยหรือคนอื่นฟัง เพราะจะทำให้คนอื่นมองคุณแหววไม่ดี แล้วบอกให้ทองสร้อยไปพักผ่อนเสีย

    ooooooo

    ตกกลางคืน คุณแหววกลับมาพร้อมกับกุลธิดา พามายืนยันกับทุกคนในบ้านว่าทองสร้อย นาไกล ที่แท้คือทองสร้อย พงศ์เดชา นั่นเอง

    ทีแรกทองสร้อยไม่ยอมรับ แต่เมื่อกุลธิดาเอารูปมายืนยัน เธอจึงยอมรับ คุณกลางถามว่าทำไมเธอต้องโกหก ทองสร้อยขอโทษ บอกว่าตนไม่ได้ตั้งใจโกหกแต่จำเป็น

    “เพราะสร้อยกำลังหนีพ่อที่บังคับให้สร้อยแต่งงาน เหตุการณ์ทุกอย่างทำให้สร้อยต้องตกกระไดพลอยโจนจนต้องมาเป็นคนใช้ที่นี่ สร้อยแค่ต้องการหลุมหลบภัย ไม่ได้ตั้งใจทำร้ายใคร สร้อยขอโทษทุกคนจริงๆค่ะ”

    ทองสร้อยไหว้ขอโทษทุกคนแต่ไม่มีใครรับไหว้เลย แม้จะโล่งใจไปเรื่องหนึ่งแต่ทองสร้อยก็ยังอัดอั้นค้างคาใจเรื่องบรรทัด ตัดสินใจบอกว่า คุณใหญ่กำลังถูกบรรทัดหลอกลวงต้มตุ๋น

    ไม่เพียงไม่รับฟัง หากทองสร้อยยังถูกคุณใหญ่ด่าลามปามไปถึงพ่อว่า พ่อลูกหน้าด้านเหมือนกันไม่มีผิด ไล่ทองสร้อยให้ออกจากบ้านไปเดี๋ยวนี้เลย พฤกษ์ไม่อยากให้ทองสร้อยเจ็บกว่านี้ จึงบอกเธอให้กลับบ้านไปเสีย ทองสร้อยครางอย่างผิดหวังว่า คุณกลางก็ไม่เชื่อตนหรือ เขาไม่ตอบ แต่เร่งให้เธอกลับบ้านไปเสีย

    เนรัญญาขับรถมารับทองสร้อยที่หน้าบ้าน ปลอบใจเพื่อนว่าไม่ต้องคิดมากเพราะยังไงเรื่องนี้ก็ต้องเกิดขึ้น เร่งให้ขึ้นรถแล้วค่อยไปคุยกันต่อที่บ้านว่าจะเอาอย่างไรต่อไป

    เรื่องของทองสร้อย ทำให้คุณเล็กฉุกคิดถึงทองโปรย ระแวงว่าเรื่องจะเป็นอีหรอบเดียวกันหรือเปล่า?

    ทองโปรยเองก็ร้อนใจ เมื่อรู้ว่าทองสร้อยถูกบ้านนั้นจับได้แล้ว ก็กลัวตัวเองจะถูกคุณเล็กโกรธไปด้วย

    “เรื่องใครจะโกรธจะเกลียดสร้อยตอนนี้ ไม่ใช่เรื่องใหญ่หรอก แต่เรื่องที่คุณใหญ่กำลังถูกนายบรรทัดหลอกนี่สิ เรื่องใหญ่ เราต้องหาหลักฐานมาแฉมันให้เร็วที่สุด”

    “เรา?!” ทองโปรยกับเนรัญญางงมาก

    “ใช่ เรา! พี่ทองโปรยไม่อยากช่วยพี่สาวคุณเล็กเหรอ ส่วนแกไอ้เน...ไม่อยากแก้ตัวด้วยการช่วยพี่สาวเจ้านายแกเหรอ ทุกคนมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ นี่คือการไถ่บาปของเราต่อบ้านเวียงคีรี” ทองสร้อยพูดเสียจนทั้งสองเห็นด้วย แต่ก็หนักใจกับภารกิจที่หนักอึ้งนี้

    ooooooo

    คืนนี้ขณะบรรทัดกำลังดื่มเหล้าเคล้ากิ๊กคนใหม่อยู่ในผับ พอได้รับข่าวจากนิรมลว่าทองสร้อยถูกไล่ออกจากบ้านไปแล้วก็ดีใจมากที่กำจัดขวากหนามที่เป็นอุปสรรคบนเส้นทางเศรษฐีของตนโดยที่ตนไม่ต้องลงแรงอะไรเลย

    นิรมลขอกลับไปอยู่บ้าน บรรทัดบอกให้อยู่ที่นั่นก่อนเพื่อจับตาดูการเคลื่อนไหวของน้องๆคุณใหญ่ เผื่อพวกเขาระแวงหรือว่าสงสัยตน พูดแล้ววางสายหันไปกอดกิ๊กใหม่ถามคืนนี้จะไปต่อที่ไหนดี ระหว่างนั้นพี่อ้วนพี่ชายของนิรมลมาเจอ บรรทัดเลยถูกเล่นงานฐานมีเงินเที่ยวแต่ไม่ใช้หนี้และนอกใจน้องสาวตน

    คืนนี้บรรทัดถูกรุมเสียคางเหลืองไปตามระเบียบ

    ooooooo

    หลังจากไล่ทองสร้อยออกไปสำเร็จแล้ว คุณแหววพยายามที่จะดูแลพฤกษ์แทนทองสร้อย หมายให้พฤกษ์เห็นความดีและอภัยให้ตน แต่ถูกพฤกษ์ปฏิเสธ แม้แต่กาแฟที่คุณแหววชงมาให้ก็ไม่รับไปดื่ม

    คุณแหววพูดอย่างน้อยใจว่าเขาไม่เคยเปิดใจให้ตน ถามอย่างระแวงว่า หรือคุณกลางยังสับสนจะเปิดใจให้คนโกหกอยู่ เขาบอกว่าตนไม่ได้สับสนแต่เธอทำให้ตนชัดเจนมากขึ้นต่างหาก

    “คุณกลางหมายความว่ายังไง”

    “ผมตัดสินคนที่การกระทำและเจตนา ไม่ว่าเขา คนนั้นจะเป็นใคร แค่นี้คุณคงเข้าใจ” พูดแล้วลุกเดินไปเลย

    คุณแหววอึ้ง ผิดหวัง และกลัวว่าพฤกษ์จะให้อภัยทองสร้อย

    ooooooo

    รุ่งขึ้นจากวันจัดงาน ทองสร้อยในรูปลักษณ์เฉี่ยวเฟี้ยว เดินฉับๆมาตามทางในออฟฟิศฟิตเนสจนผู้คนมองกันเกรียว เธอตรงไปที่โต๊ะทำงานของยอดชาย ดีดนิ้วเป๊าะตรงหน้าจนยอดชายสะดุ้ง รีบลุกทักทาย

    “สวัสดีครับ ต้องการพบกับผู้จัดการเหรอครับ ผู้จัดการไม่อยู่ครับ เอ๊ะ...แล้วข้างนอกปล่อยผ่านเข้ามาได้ยังไง”

    “ก็ไม่รู้สิ แค่บอกเขาว่าทองสร้อย น้องสาวผู้จัดการ เขาก็ให้เข้ามา”

    พอยอดชายจำได้ก็กรี๊ดแตก “คุณทองสร้อย!!! คือดีงามมากเลยครับลุคนี้ โอว...เวรี่ๆ ปารีเซียง!!!”

    “เราต้องคุยกันเดี๋ยวนี้” ทองสร้อยตึงเครียดจนยอดชายอึ้ง

    ทองสร้อยบอกว่าเราต้องหาที่อยู่จริงของบรรทัดให้ได้ ตนจะให้เนรัญญาช่วยเขาอีกแรง และจะลองคุยกับคนในบ้านเวียงคีรีดูเผื่อดึงตัวมาเป็นสปายให้เราได้อีกทาง ย้ำกับยอดชายก่อนผละไปว่า

    “แล้วจะติดต่อมาเรื่อยๆ จำไว้ คุยกับคนโกหก เราต้องโกหกมากกว่า จะเล่นงานพวกสิบแปดมงกุฎ เราต้องมียี่สิบมงกุฎ”

    ยอดชายมองทองสร้อยที่ผละไป พึมพำอย่างทึ่ง ศรัทธา “ยูอาร์มายไอดอล!”

    ooooooo

    คุณเล็กกับพฤกษ์คุยกันถึงเรื่องทองสร้อยขณะรอลิฟต์ที่ออฟฟิศ คุณเล็กบอกว่าทองสร้อยทำไปเพราะความจำเป็นจริง พฤกษ์ถามว่ามั่นใจมาจากไหน

    “เพื่อนคุณแหววยืนยันกับเล็กค่ะว่าเป็นเรื่องจริง” พฤกษ์มองหน้าเชิงถาม คุณเล็กจึงเล่าเหตุการณ์เมื่อวานให้ฟังว่า

    หลังจากคุณแหววรับกุลธิดามาเป็นพยานยืนยันว่าทองสร้อย นาไกล กับ ทองสร้อย พงศ์เดชา เป็นคนเดียวกันแล้วก็เดินไปส่งกุลธิดาที่หน้าบ้านให้กลับเอง กุลธิดาไม่พอใจที่เวลาจะใช้งานตนคุณแหววถ่อไปรับมาเอง แต่พอใช้งานเสร็จก็ให้กลับเองอย่างไม่แยแส ไล่ให้รีบกลับไปเสียตนเพลีย

    “หลอกใช้กันนี่ ใครกันแน่โกหกปลิ้นปล้อนหลอกลวงอย่างไม่น่าให้อภัย!! ไม่ใช่ทองสร้อยหรอกแต่เป็นเธอ” กุลธิดาด่าอย่างผิดหวัง คุณเล็กที่ตามไปสังเกตการณ์ รีบเข้าไปทักกุลธิดา พอหันมาเห็นคุณเล็กเธอด่าต่อ “นี่ก็ผู้หญิงที่พี่ชายอยากจะแต่งงานด้วยอีก! โอย...หนีไปทางไหนก็เจ็บ”

    “เล็กไปส่งที่บ้านให้ค่ะ” กุลธิดามองหน้าถามจริงหรือ “เล็กถามคำเดียว ทองสร้อยพูดจริงหรือเปล่าคะ เรื่องที่หนีออกจากบ้านเพราะไม่อยากถูกพ่อจับแต่งงาน”

    “จริง! ครอบครัวพี่สนิทกับครอบครัวทองสร้อยมาก พ่อเราสองคนเป็นเพื่อนร่วมน้ำสาบานกันเลย จะว่าไปก็เห็นใจนางนะ บอกพี่ๆเธอนะ อย่าโกรธทองสร้อยเลย มันจำเป็น โกรธพี่สะใภ้เธอดีกว่า หลอกใช้พี่ แต่พี่ก็โกรธเธอนะ แย่งหัวใจพี่ชายไปจากพี่ โอ๊ย...กลับเอง ไม่ต้อง!”

    แล้วกุลธิดาก็วิ่งร้องไห้ออกไปอย่างอารมณ์สับสนมาก

    คุณเล็กยืนยันกับพฤกษ์ที่ฟังแล้วอึ้งอยู่ว่า “ทองสร้อยถูกพ่อจับคลุมถุงชนจริงๆ ครอบครัวเพื่อนคุณแหววสนิทกับครอบครัวทองสร้อยมาก ข้อมูลทุกอย่างคือเรื่องจริง”

    พอลิฟต์มาพฤกษ์เข้าลิฟต์แต่คุณเล็กยังยืนเหม่ออยู่ พอพฤกษ์เรียกเธอกลับเดินผละไปบอกว่า “ค่อยตามไปนะคะ”

    คุณเล็กเดินไปพลางคิดไตร่ตรองเรื่องทองโปรย เจอเขาพอดี พอเจอก็ต่อยเปรี้ยง ก่อนพากันไปนั่งคุยกันที่มุมสวน คุณเล็กบอกว่าที่ตนต่อยเขาไม่ใช่เพราะโกรธแต่เป็นการขอโทษ

    ทองโปรยมึน ไม่ว่าเธอจะโกรธ จะเขินและแม้แต่ขอโทษ วิธีเดียวของเธอคือต่อย! แต่ทองโปรยก็ยินดีเต็มใจอยากให้ต่อยเพราะนั่นแสดงว่าเธอยังมีไมตรีต่อตน คุณเล็กบอกว่า

    “ฉันเข้าใจนะว่านายจำเป็นต้องช่วยน้องสาว ฉันเลยตัดสินใจจะให้โอกาสนายอีกครั้ง” ทองโปรย ดีใจคว้ามือไปกุมขอบคุณ “ปล่อยมือ! แต่ก่อนที่นายจะได้รับโอกาสจากฉัน ช่วยแนะนำตัวนายที่เป็นตัวนายจริงๆอีกครั้ง และไม่มีการโกหกอีก” ทองโปรยยิ้มหวานรับรองว่าจะไม่มีการโกหกอีกแล้ว

    หลังการแนะนำตัวเองอย่างไม่โกหก คุณเล็ก เดินอ้าวออกไป ทองโปรยตามแจ คุณเล็กเลยให้ถือ กระเป๋าให้ ทองโปรยรับกระเป๋าไปถือแทบจะกอดไว้ แนบอกยิ้มแก้มแทบปริ คุณเล็กหันมาเห็นก็สั่งให้เดินห่างๆอีก ทองโปรยทำตามอย่างหมอบราบคาบแก้ว คุณเล็กเดินเชิดไป ทองโปรยเดินตามต้อยๆ เหมือนแมวเชื่องแต่แอบพึมพำ

    “นางฟ้าของผม...ไว้จะเอาคืนทีหลังนะครับ”

    ooooooo

    ฝ่ายคุณใหญ่แสดงความยินดีกับคุณแหววที่เรื่องจบลงได้ แต่คุณแหววยังระแวงว่าลึกๆแล้วพฤกษ์ชอบทองสร้อย และเขาเป็นคนให้ความยุติธรรมกับทุกคน ถามอ้อนคุณใหญ่ว่ายังอยู่ข้างตนหรือเปล่า

    พอคุณใหญ่บอกว่าตนไม่มีวันที่จะเห็นใครดีกว่าคุณแหววแน่นอน คุณแหววขอบคุณที่ยังรักตน อ้อนว่าตนไม่มีใครแล้วนอกจากบ้านเวียงคีรี โผกอดคุณใหญ่อย่างหวังเป็นที่พึ่ง

    เนรัญญารู้สึกตัวเองทำผิดต่อพฤกษ์เข้าไปแสดงความรับผิดชอบด้วยการขอลาออก พฤกษ์สั่งให้เล่าความจริงทั้งหมดตั้งแต่ต้นให้ฟังอย่างละเอียด พอเนรัญญาเล่าจบ พฤกษ์ถามว่าแล้วทำไมทองสร้อยถึงทำอาหารเก่ง

    เนรัญญาอึกอักเพราะทองสร้อยกำชับไว้ว่าเล่าเรื่องทุกอย่างของตนให้คุณกลางฟังได้เว้นแต่เรื่องมาดามฟองดู เพราะถ้าคุณกลางรู้ว่าตนคือเด็กผู้หญิงคนนั้น มันจะยิ่งเพิ่มปัญหาระหว่างเขากับคุณแหวว เนรัญญาเลยปดว่า เพราะทองสร้อยทำงานที่โรงแรม ที่ทำกับข้าวเก่งเพราะแม่สอนมาตั้งแต่เด็ก โตขึ้นก็ไปเรียนเพิ่มเติมทำให้คนโน้นคนนี้ชิมเป็นงานอดิเรก

    พฤกษ์ไม่เชื่อแต่ไม่ว่าอะไร ฟังแล้วบอกเนรัญญาให้ออกไปได้แล้ว ส่วนเรื่องลาออกตนจะพิจารณาภายหลัง

    “อย่าไล่ออกเลยนะคะ” ทองสร้อยก้าวเข้ามา เนรัญญาถามว่ามาได้ไง ทองสร้อยบอกว่าเดินมา ทำเอาพฤกษ์ที่กำลังเครียดหลุดขำออกมา แต่ก็รีบปรับเก๊กหน้าขรึมคิดอยากแกล้งทองสร้อยที่พูดจากวนๆขึ้นมา

    ทองสร้อยบอกพฤกษ์ว่าอยากให้เข้าใจเจตนาของเนรัญญาและการกระทำของพวกตน ยืนยันว่าพวกตนไม่มีเจตนาร้าย พฤกษ์บอกว่าตนยังไม่อยากคุยเรื่องนี้ บอกเนรัญญาให้พาเพื่อนเธอออกไป แต่ก็ถามทองสร้อยว่ายังใช้โทรศัพท์เบอร์เดิมอยู่หรือเปล่า พอทองสร้อยบอกว่าใช้เบอร์เดิม ก็ทำเป็นพูดว่ายังไม่รู้ว่าจะโทร.หรือเปล่าเพราะบอกแล้วว่าขอคิดดูก่อน

    พอออกจากห้องทำงานพฤกษ์ ทองสร้อยบอกเนรัญญาว่าถ้าเขาไล่ออกบอกด้วยตนจะคุยกับพี่ทองโปรย

    ให้ บอกเนรัญญาว่าเอาไว้แฉเรื่องนายบรรทัดก่อนแล้วจะหนีไปสักพัก เนรัญญาขอให้ให้เวลาพฤกษ์สักพักคิดว่าคงไม่นานหรอกเพราะเมื่อกี๊เขายังขอเบอร์โทรศัพท์ไว้เลย

    ขณะนั้นเอง จีจี้เดินเชิดสวนเข้าไปในห้องพฤกษ์ ทองสร้อยถามว่าใครหรือ ดูหน้าตาก็รู้เลยว่าร้าย

    “นังจีจี้ ผู้หญิงที่เกิดมาเพื่อทำให้ศักดิ์ศรีลูกผู้หญิงเสื่อมเสีย เออ...ใช่! บอสเคยเล่าให้ฉันฟังว่านางเคยเป็นน้องสาวของนายบรรทัด”

    ทองสร้อยอึ้ง สังหรณ์ใจบางอย่าง เธอวิ่งย้อนกลับไปทันที

    “ไอ้สร้อย...จะไปไหน” เนรัญญาร้องถาม เห็นทองสร้อยวิ่งเข้าไปในห้องทำงานพฤกษ์เลยรีบตามเข้าไป

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "ภูมิ” ยั้งมือเกือบไม่ทัน "มิ้นท์" แค้นกรี๊ดใส่หน้าน้อง "อิงฟ้า" ร้องโฮ ใน "ภูตรัตติกาล"

    "ภูมิ” ยั้งมือเกือบไม่ทัน "มิ้นท์" แค้นกรี๊ดใส่หน้าน้อง "อิงฟ้า" ร้องโฮ ใน "ภูตรัตติกาล"
    27 ก.ย. 2563

    03:10 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน 2563 เวลา 10:09 น.