ข่าว

วิดีโอ



นางสาวทองสร้อย

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-คอมเมดี

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: ต้นรัก

กำกับการแสดงโดย: อดุยล์ บุญบุตร

ผลิตโดย: บริษัท มาสเตอร์ วัน วีดีโอ โปรดักชั่น จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: ทฤษฎี สหวงษ์ ,จิตตาภา แจ่มปฐม

อัลบั้ม: นางสาวทองสร้อย...คุณแจ๋วหมายเลข 1

ทองโปรยกับศักดิ์สิทธิ์ยังซุ่มอยู่ในบ้านด้วยความเป็นห่วงทองก้อน พลันทั้งสองก็สะดุ้งโหยงเมื่อเสียงมือถือของทองโปรยดังขึ้น

ศักดิ์สิทธิ์บ่นเบาๆ ว่าทำไมไม่ปิดเสียง ทองโปรยขอโทษบอกว่าตนลืม แล้วรีบกดรับพูดเสียงเบามากๆ

“ฮัลโหล...ยอดชาย!! มาถึงแล้วเหรอ!!!”

ทองโปรยเร้นตัวออกไปรับยอดชายเดินหลบมาตามหลืบราวกับกำลังทำจารกรรม ยอดชายถามว่ากำลังหลบใครหรือ

ทองโปรยรีบทำเสียงห้าม บอกให้พูดเบาๆ จะให้พ่อรู้ไม่ได้ว่าตนอยู่ที่นี่ เพราะตนกำลังเฝ้าท่านอยู่

“โอย...ครอบครัวนี้ซับซ้อนจังครับ” ยอดชายหรี่เสียงไม่ทัน แล้วทั้งสองก็สะดุ้งรีบหลบเข้ามุมเมื่อเสียง

ทองก้อนตวาดถาม

“เฮ้ย!! ใครอยู่ตรงนั้น?” เดินเซื่องมาหยุดที่ใกล้ๆ เงี่ยหูฟัง แล้วบ่น “ได้ยินเสียงเหมือนใครคุยกันนี่หว่า ...เฮ้ย!! แม่บ้าน ฉันนอนไม่หลับ!! ขอยาหน่อย” แล้วทองก้อนก็เดินหลุดไปจากตรงนั้น

ทองโปรยกับยอดชายมองหน้ากัน ถอนใจเบาๆ อย่างโล่งอก

ooooooo

เมื่อทองสร้อยพูดขึงขังว่าตนไม่ให้อภัยคุณใหญ่ ก็ทำเอาทุกคนสะอึกอึ้ง คุณใหญ่กับคุณเล็กหน้าเจื่อนเสียใจ ส่วนคุณแหววที่แอบฟังอยู่ลุ้นให้พวกนั้นปรับความเข้าใจกันไม่ได้ แล้วก็ยิ้มสมใจเมื่อได้ยินคุณใหญ่ พูดว่า

“ใช่สินะ ฉันทำผิดกับเธอไว้มาก มันก็สมควรแล้ว ถ้าเธอจะไม่ให้อภัยฉัน”

พฤกษ์ถามทองสร้อยอย่างเข้าใจไม่ได้ว่าพี่ใหญ่สำนึกผิดและขอโทษแล้วทำไมไม่ให้โอกาส ทองสร้อย ขัดขึ้นทันทีว่า

“เมื่อคุณใหญ่จะยอมให้อภัยตัวเองให้ได้เสียก่อนค่ะ” ทุกคนอึ้งรวมทั้งคุณแหววที่แอบฟังอยู่ “สร้อยให้อภัยคุณใหญ่ได้เสมอ ถ้าคุณใหญ่กล้าหาญที่จะให้อภัยตัวเองด้วย ไม่อย่างนั้นการให้อภัยของทุกคนก็จะไม่มีความหมายอะไรเลย”

คุณแหววแววตากร้าวอย่างผิดหวัง เจ็บใจ ทองสร้อยยังคงพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า

“การกล่าวโทษตัวเอง ยิ่งตอกย้ำบาดแผลในอดีต มันทำให้คุณใหญ่ไม่สามารถเริ่มต้นใหม่ได้...ทำได้ไหมคะ”

“ทำได้สิ...ฉันทำได้ ขอบใจนะทองสร้อย...ขอบใจ” คุณใหญ่กระตือรือร้นจับมือทองสร้อยมองอย่างตื้นตันใจ

พฤกษ์เข้าไปกอดคุณใหญ่ คุณใหญ่ดึงคุณเล็กเข้าไปกอดอีกคน ทองสร้อยมองภาพสามพี่น้องกอดกันอย่างปลื้มปีติ

ที่มุมลับ คุณแหววมองภาพนั้นอย่างเจ็บใจ ครอบครัวยิ่งสุขสันต์ตัวเองก็ยิ่งแปลกแยก โดดเดี่ยว เธอค่อยๆเร้นตัวไปอย่างรู้สึกเป็นส่วนเกินที่ไร้ค่าของครอบครัวนี้...

ooooooo

วันนี้คุณใหญ่สั่งจัดโต๊ะอาหารเป็นพิเศษ เจียรนัยบรรจงจัดดอกไม้อย่างสวยงามเป็นพิเศษ คุณแหววมองอย่างแปลกใจ พอดีพุฒิเข้ามาทักว่า

“แหม้!! จัดโต๊ะต้อนรับทองสร้อยซะหรูเลยนะ”

เจียรนัยคุยอย่างดีใจออกนอกหน้าว่า พอคุณใหญ่รู้ว่าทองสร้อยจะมากินข้าวด้วยก็สั่งให้เตรียมกับข้าวเลี้ยง แต่จะยิ่งดีกว่านี้ถ้าทองสร้อยจะมาอยู่กับเราอีก พุฒิถามว่าในฐานะอะไร คนใช้ก็ไม่ได้แล้ว จะมาเป็นสะใภ้หรือคุณกลางก็มีเมียแล้ว

“นั่นสิ...น่าเสียดาย จะว่าไปคุณกลางกับพี่สร้อยเหมาะกันมากกว่าคุณแหววอีก”

พุฒิเสริมอย่างอารมณ์ดีว่า โดยเฉพาะตอนที่สองคนคุยกัน เถียงกัน ช่วยกันแก้ปัญหา มันช่างเหมือนกิ่งทองกับใบหยกจริงๆ พูดแล้วพุฒิเอามือปิดปากถามเบาๆ ว่าเราจะบาปไหมที่เม้าท์เจ้านาย

คุณแหววอารมณ์พุ่งปรี๊ดจนคุมตัวเองไม่ได้ คว้าแจกันใกล้มือขว้างแตกดังเพล้ง! พุฒิกับเจียรนัยตกใจหันมองเห็นคุณแหววกำลังคว้าแจกันอีกใบปาลงบนพื้นอีก ทั้งสองหน้าเจื่อน คุณแหววหันมองตาขวาง คว้าของใกล้มือปาแล้วปาอีก เสียงของแตกเสียงของหล่นดังตึงตังโครมคราม

ทองสร้อย พฤกษ์ คุณใหญ่และคุณเล็กได้ยินเสียงต่างมองหน้าถามกันด้วยสายตาว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วพากันไปยังต้นเสียง พอเห็นเศษแจกันแตกเกลื่อน ทุกคนตกใจ

“เกิดอะไรขึ้น??!!” พฤกษ์ถามพุฒิกับเจียรนัยที่ยืนจ๋อยอยู่ ทั้งคู่ไม่กล้าตอบ พฤกษ์รีบเข้าไปห้ามคุณแหววว่าอย่าทำแบบนี้ บอกให้หยุด คุณแหววแหวใส่ว่าไม่หยุด!

“คุณแหวว ใจเย็นๆ ค่อยๆพูดจากัน” คุณใหญ่หว่านล้อม ถูกคุณแหววตวาดลั่นว่า

“คุณใหญ่ไม่ต้องมาพูดกับแหวว คนทรยศ!! คุณใหญ่ เคยบอกว่าไม่ว่ายังไงก็จะอยู่ข้างแหวว คุณใหญ่ผิดคำพูด!” พอคุณใหญ่ถามว่าตนไม่ได้อยู่ข้างคุณแหววตรงไหน เธอแว้ดสวนทันควันว่า “ไปดีกับมันทำไม!”

คุณเล็กถามว่ามันไม่ดีตรงไหนที่พี่น้องเข้าใจกันทำดีต่อกัน คุณแหววยังพูดอย่างเจ็บแค้นว่า

“แล้วเฉดหัวพี่ทิ้งเพราะพี่มันหมดประโยชน์ ไม่มีค่า แค่ป่วยไปวันๆ เหมือนเป็นเนื้องอกของบ้านนี้ แล้วหันไปให้ค่าผู้หญิงคนนั้นแทน”

“คุณไม่มีค่า เพราะตัวเองไม่ให้ค่าตัวเองต่างหาก ไม่เคยมีใครคิดอย่างนั้นกับคุณเลย” พฤกษ์เตือนสติ

คุณแหววโทษว่าเพราะทองสร้อยมาแทรกในชีวิตแต่งงานของตนเลยทำให้ตนดูไร้ค่าในสายตาเขา คุณแหวว พุ่งเข้าไปจะทำร้ายทองสร้อย ทองสร้อยจับมือคุณแหววไว้บอกให้ตั้งสติหน่อย คุณใหญ่บอกให้พฤกษ์แยกคุณแหววออกมา พฤกษ์เข้าไปจับตัวคุณแหววบอกให้หยุด

“ไม่หยุด ได้ยินไหม ฉันรักคุณกลาง ฉันอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีคุณกลาง ออกไปให้พ้นจากชีวิตครอบครัวฉัน ออกไป!!”

คุณแหววควบคุมสติไม่อยู่คลั่งจนหมดสติไป พฤกษ์บอกคุณเล็กให้รีบเรียกพุฒิเอารถออกเดี๋ยวนี้ พลางอุ้มคุณแหววออกไปท่ามกลางความเป็นห่วงของทุกคน

ทองสร้อยเสียใจที่ตัวเองเป็นต้นเหตุให้คุณแหววเสียใจจนหมดสติ ยิ่งเห็นรูปที่พฤกษ์กับคุณแหววแต่งงานวางอยู่ก็มองอย่างเศร้าสร้อยเสียใจ

ooooooo

นับวันทองก้อนก็ทำร้ายตัวเองด้วยการไม่ยอมกินยาไม่ยอมกินข้าวจนทองโปรยเป็นห่วง ตัดสินใจโทร.หาทองสร้อยบอกศักดิ์สิทธิ์อย่างหนักใจว่า

“ผมจะโทร.หาสร้อย สร้อยจะซื้อเวลาต่อไปอย่างนี้ เรื่อยๆไม่ได้ ไม่ว่าผลจะเป็นยังไง มันก็ต้องจบ”

ทองสร้อยตัดสินใจจะไปจากที่นี่และไม่กลับมาอีก บอกพวกชบาว่าตนอยู่ผิดที่ผิดเวลา คุณแหววเองก็ระแวงตนมาแต่ต้นแล้ว เจียรนัยเสนอให้ตั้งกลุ่มไลน์ระหว่างพวกเราเพื่อติดต่อกัน ทองสร้อยเสนอว่าใช้ชื่อนี้ไหม “คุณแจ๋วหมายเลขหนึ่ง”

ทองสร้อยยังให้สูตรมอคค่าโนคน ที่ตนทดลองทำให้พฤกษ์ดื่มและเจียรนัยเป็นคนตั้งชื่อให้ บอกว่าพฤกษ์ชอบมาก

“นังเจีย...แกก็มีดีเหมือนกันนะเนี่ย” ชบาชม

“เจียมีดีอยู่ในตัวอีกเพียบ ยังมีเวลาให้ค้นหาตัวเองนะเจีย หาให้เจอแล้วลงมือทำ จำไว้ว่า เราจะทำอะไรก็ได้ในโลกนี้ ถ้าต้ังใจจริง อย่าเอาฐานะของเรามาเป็นตัวจำกัด ถ้าไม่เข้าใจหรือสงสัยภาษาอังกฤษตรงไหน ยังไงไลน์ถามพี่ได้”

ทองสร้อยบอกว่าจะคิดถึงทุกคน ถ้าไม่ตายเสียก่อนและมีโอกาสดีๆ จะมาหาทุกคนอีก ชบาอวยพรให้โชคดีขอให้จัดการปัญหาทุกอย่างได้เรียบร้อย

ทองสร้อยโบกมืออำลาทุกคนอย่างอาลัย แต่พอหันเดินไปข้างหน้า ทองสร้อยก็มุ่งมั่นเตรียมลุยเต็มที่

ooooooo

ไปถึงบ้าน เจอปัญหาใหญ่ที่ทองก้อนไม่ยอมกินยาไม่ยอมกินข้าว ทองสร้อยบอกทองโปรยว่าเดี๋ยวตนจัดการเอง!

ทองก้อนนอนเพลียอยู่บนเตียง พอเสียงเคาะประตูดังขึ้นก็ตวาดทั้งที่อ่อนแรงเต็มที

“ฉันไม่กิน! ไม่เอา!! ไปให้พ้น อยากอยู่คนเดียวเงียบๆ” แต่เสียงเคาะประตูยังไม่หยุด โมโหเลยลุกเดินโผเผไปเปิดประตูตะคอก “อยากถูกไล่ออกรึไง!”

พอเห็นเป็นทองสร้อยถือถาดอาหารและถ้วยยายืนอยู่ตรงประตู ทองก้อนชะงักกึก ทองสร้อยบอกพ่อว่า

“กินก่อนแล้วค่อยไล่นะพ่อ”

“ไอ้สร้อย...” ทองก้อนครางออกมา

ศักดิ์สิทธิ์กับทองโปรยแอบติดตามสถานการณ์อยู่ ต่างเงี่ยหูฟัง แต่ไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย ถามกันอย่างแปลกใจว่าทำไม เพราะปกติท่านเสียงดังมาก

“ทำอะไรกัน” เสียงสาทรถามจากข้างหลัง ทั้งสอง สะดุ้งรีบเอามือปิดปากตัวเองไม่ให้ร้องเสียงดัง สาทรยังมองหน้าทั้งสองรอคำตอบ ทองโปรยกับศักดิ์สิทธิ์มองหน้ากันอึดใจก็รุมเข้าหิ้วปีกลากสาทรออกไป

ลากไปจนไกลพอจะพูดกันได้แล้ว ทองโปรยบอกสาทรว่า

“พ่อกับทองสร้อยกำลังคุยเรื่องสำคัญกันอยู่ ไม่อยากให้ใครขัดจังหวะครับ”

“เรื่องของลุงก็สำคัญ และต้องคุยเดี๋ยวนี้”

สาทรจะไปหาทองก้อนให้ได้ ศักดิ์สิทธิ์กับทองโปรยช่วยกันยื้อไม่อยู่ก็ล็อกไว้ แต่ก็ยังถูกสาทรที่ฮึดเต็มที่ลาก

ทั้งสองห้อยเป็นพวงจะไปที่ห้องทองก้อนให้ได้

ooooooo

ในห้อง...ทองก้อนจ้องหน้าทองสร้อยอยู่นาน จนทองสร้อยถามว่าจะจ้องหน้ากันอย่างนี้อีกนานไหม ทองก้อนบอกว่าสักพัก ทองสร้อยถามว่าเพื่ออะไร

“ฉันจะมองหน้าแกให้แน่ใจว่า ที่แกกลับมาหาฉันวันนี้ จะไม่มีการตุกติก” ทองสร้อยบอกไม่มี ก็ไม่เชื่อ ทองสร้อยเลยบอกว่ามี “นั่นไง! คนอย่างแกมันต้องมีอะไรซ่อนอยู่ ฉันเดาถูก”

“เพราะตัวเองเป็นแบบนี้ไง เลยคิดว่าคนอื่นจะต้องเหมือนตัวเองไปด้วย”

“ไอ้สร้อย!!” ทองก้อนของขึ้น ทองสร้อยที่แม่พิดสะหมัยบอกว่านิสัยเหมือนพ่อก็ของขึ้นเช่นกัน แต่ยังบอกพ่อว่า

“สร้อยจะพยายามใจเย็น เราจะคุยกันด้วยเหตุผล แต่สร้อยจะแต่งงานกับผู้ชายที่สร้อยเลือกเองโดยอยู่บนพื้นฐานของความรัก”

“ซึ่งไม่มี! หรือถ้าจะมีฉันก็อาจจะตายก่อนได้เห็นวันนั้น”

“ใช่” ทองสร้อยตอบหนักแน่น ทองโปรยหาว่าทองสร้อยผิดสัญญา “สร้อยบอกว่าสร้อยจะกลับมาหาพ่อ สร้อยก็กลับมาแล้วไง แต่ไม่ได้บอกว่าจะกลับมาแต่งงานกับผู้ชายที่พ่อจะยัดเยียดให้ แปลว่าสร้อยไม่ได้ผิดสัญญา”

“แกเล่นตุกติก”

“สร้อยเหมือนพ่อไม่ใช่เหรอ” ทองก้อนเครียดจนทรุดนั่ง “โอเค สร้อยจะพยายามใจเย็น...สร้อยจะอยู่กับพ่อ ไม่กลับไปฝรั่งเศส ขอแค่พ่อยอม ยอมไม่ได้แปลว่าแพ้ แต่แปลว่ารักและเข้าใจ”

ทองก้อนอึ้ง ทองสร้อยมองลุ้นว่าพ่อจะตัดสินใจอย่างไร

ทันใดนั้น เสียงสาทรก็มาตะเบ็งอยู่หน้าห้อง

“ทองก้อนนนน!!!!”

ทองก้อนขยับจะไปเปิดประตู ทองสร้อยไม่ยอมให้ไป บอกให้ตอบตนก่อน

“ฉันไม่ยอม!!” ทองก้อนตอบแล้วเดินออกไปทันที ทองสร้อยมองตามพ่อไปอย่างผิดหวัง...

ooooooo

ทองสร้อยตัดสินใจวิ่งผ่ากลางทุกคนออกไป สาทรบอกทองก้อนให้บอดี้การ์ดไปเอาตัวมาเพราะทองสร้อยกำลังจะหนี

“ไม่ต้องหรอกครับพี่ ปล่อยให้มันไปทำใจสักพัก เมื่อได้เวลาแล้ว ผมจะส่งคนไปตามมันกลับมาเอง มันหนีไปไหนไม่พ้นหรอก เราไปว่าเรื่องของเรากันดีกว่า”

“ดี” สาทรตอบรับทันที เมื่อไปนั่งคุยกัน สาทร บอกว่า “ฉันมาคิดใหม่แล้วนะ ฉันอาจจะบีบคั้นแกเกินไปเรื่องเงื่อนไขเงินสินสอด ความจริง เท่าที่แกยื่นข้อเสนอให้ มันก็ดีอยู่แล้ว”

“พี่กำลังจะบอกว่ากำขี้ดีกว่ากำตดใช่ไหม”

“ทำนองนั้น...เอ๊ย! ไม่ใช่ ฉันหมายความว่า มันก็เหมาะสมดีแล้ว เราหาฤกษ์หายามกันเลยดีกว่านะ”

“ผมจะไม่แต่งงานกับทองสร้อย!” เสียงกุลชาติแทรกเข้ามาพร้อมกับจูงเนรัญญาในชุดโทรมๆที่ออกมาซื้ออาหารแล้วถูกกุลชาติพามา เนรัญญาหลบๆอยู่หลังกุลชาติอายๆ ที่มาในชุดโทรมๆเยินๆ

สาทรโกรธแทบกระอักเลือด ลากกุลชาติแยกไปกัดฟันถาม

“ไอ้ชาร์ลส์! ทำแบบนี้ ตั้งใจจะฉีกหน้า ขัดคำสั่ง ฉันใช่ไหม!”

“ไม่ได้ฉีกหน้าคุณพ่อ แต่ขัดคำสั่งน่ะ ใช่ครับ เราควรจะพูดกันอย่างเปิดเผยให้คุณอาและทุกคนได้ยินกันนะครับ หมดเวลาจะมาปิดบังกันแล้ว ไปครับ” กุลชาติจูงมือพ่อกลับไปเข้ากลุ่มตามเดิม

“ปิดบังอะไร กุลชาติ” ทองก้อนจ้องหน้าถาม

“ผมไม่ได้อยากแต่งงานกับทองสร้อยเพื่อเอาเงินมาช่วยกู้ฐานะของครอบครัว” ทองก้อนถามว่าทำไม กุลชาติจูงมือเนรัญญาออกมาตอบอย่างผ่าเผยว่า “เพราะคนนี้ครับ”

“ฉันไม่เชื่อ! ทองก้อนแกไม่ต้องไปเชื่อมัน ไร้สาระ เป็นไปไม่ได้ ฉันไม่ยอมรับ”

“พ่อไม่ยอมรับไม่เป็นไรครับ เพราะนี่คือชีวิตของผม ที่ผมต้องเลือกเอง”

สาทรทำท่าจะด่ากุลชาติ ถูกทองก้อนยกมือห้าม บอกว่า “ให้ลูกพี่เขาพูดเถอะครับ”

“เขาทำให้ผมสำนึกว่าศักดิ์ศรีของลูกชาย ควรจะช่วยกู้ฐานะของครอบครัวด้วยการใช้แรงงานแรงสมองไม่ใช่ความเป็นผู้ชายหรือใช้ประโยชน์จากคำสัญญาที่คุณอากับพ่อให้กันไว้”

“พูดจบแล้วใช่ไหม” ทองก้อนถาม พอกุลชาติตอบครับ ทุกคนก็หันมองทองก้อนว่าจะพูดอะไร

ทองก้อนกวาดตามองไล่ไปทีละคน ทั้งพวกที่เป็นฝ่ายกุลชาติ และฝ่ายสาทร จนมาหยุดที่สาทร ถอนใจเฮือกอย่างหนักหน่วง ก่อนพูดออกมาอย่างชัดถ้อยชัดคำว่า

“ทองสร้อยและกุลชาติ ต้องได้แต่งงาน! ไม่อย่างนั้น ฉันไม่ยอม!!!”

ทองโปรย ศักดิ์สิทธิ์ กุลชาติ และเนรัญญาตกใจ ในขณะที่สาทรยิ้มกริ่มอย่างผู้ชนะ

ooooooo

ทองสร้อยออกเดินเรื่อยเปื่อยไปตามทาง ทั้งเสียใจและผิดหวัง จนมาเห็นคัตเอาต์โฆษณาการท่องเที่ยวเชิญชวนไป สปป.ลาว ทองสร้อยหยุดมองอย่างสนใจ

เวลาเดียวกัน คุณใหญ่ที่ชวนพฤกษ์คุยกันเรื่องคุณแหววนั้น ทั้งสองนั่งดื่มเครื่องดื่มอย่างผ่อนคลายคุยกันอย่างเปิดใจยอมรับความจริง คุณใหญ่ถามพฤกษ์ว่าเรื่องคุณแหววจะเอาอย่างไร เขาตอบแทบไม่ต้องคิดว่า “เหมือนเดิมครับ”

“พี่ก็ทำดีที่สุดแล้ว ต่อไปนี้ พี่จะไม่ยุ่งเรื่องนี้อีกน่าสงสารคุณแหวว”

“ผมเองก็สงสาร แต่มันคนละเรื่องกับที่ต้องฝืนใจอยู่ด้วยกัน ทั้งๆที่ไม่ได้รัก” คุณใหญ่บอกว่าตนผิดเองตั้งแต่ต้น พฤกษ์บอกว่า “ผมก็ผิด ที่ยอมพี่ใหญ่ตั้งแต่ต้น เราทุกคนต้องเจ็บปวดกับการไม่กล้าเผชิญความจริงใช้ชีวิตอยู่ด้วยการหลอกลวง หลอกลวงพ่อคุณแหวว

คุณแหววก็หลอกตัวเองว่าจะทำให้ผมรักเธอได้”

“นั่นสินะ ถ้ายอมรับความจริงกันตั้งแต่แรก เราก็จะได้แก้ปัญหากันให้จบเสียตั้งแต่ตอนนั้น ไม่ใช่เลี้ยงไข้ปล่อยเรื้อรังจนแก้ไขยากมาถึงตอนนี้”

พฤกษ์บอกว่ารอให้คุณแหววหายตนจะคุยกับเธอให้เด็ดขาด คุณใหญ่ถามว่า เขาชอบทองสร้อยใช่ไหม

“ผมยอมรับว่าผมประทับใจทองสร้อย แต่ผมไม่กล้าคิดถึงอนาคต ทองสร้อยคงตัดสินใจที่จะไปจากพวกเรา เพราะไม่อยากเป็นต้นเหตุทำให้คุณแหววเจ็บปวดแน่นอน ถึงได้ปิดมือถือ ติดต่อไม่ได้เลยแบบนี้”

“แปลว่า...ถ้าทองสร้อยจะจากไปแบบนี้เธอก็จะปล่อยไป” พฤกษ์ตอบเบาๆว่าครับ คุณใหญ่อึ้ง พึมพำ “ก็น่าเสียดาย ถ้ามันเป็นอย่างนั้น พี่เอาใจช่วยคุณกลางให้จบเรื่องที่เป็นความผิดพลาดในอดีตให้ได้เร็วๆ จะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ที่เป็นชีวิตของตัวเองอย่างมีความสุขนะ”

“ขอบคุณครับพี่ใหญ่”

พฤกษ์ยกเครื่องดื่มดื่มเงียบๆ ใจคิดถึงทองสร้อย มองกระดาษจดสูตรมอคค่าโนคนที่ทองสร้อยจดให้เจียรนัย ฉุกคิดอะไรบางอย่างได้ เขาลุกขึ้นทันทีจนคุณใหญ่แปลกใจ

พฤกษ์เข้าไปในห้องสตูดิโอคลิกเข้าบล็อกของมาดามฟองดู เห็นข้อความและรูปต่างๆมากมาย เห็น ข้อความที่มาดามฟองดูเขียนด้วยลายมือตัวเอง เขายกกระดาษจดสูตรมอคค่าโนคนขึ้นมาเทียบ เป็นลายมือเดียวกัน!

“ทองสร้อย คือ มาดามฟองดู!!!” พฤกษ์อุทานตื่นเต้นจนขนลุก!

ooooooo

ที่บ้านทองก้อน...ทองโปรย ศักดิ์สิทธิ์ เนรัญญา และกุลชาติ นั่งคุยกันเหวอๆ ทองโปรยถามว่าจะเอายังไงต่อดี เนรัญญาถามว่าจำเป็นต้องทำตามที่พ่อ

เขาสั่งด้วยหรือ? กุลชาติเสนอว่ายอมเถอะ เนรัญญาจะทักท้วง แต่ศักดิ์สิทธิ์ขัดขึ้นว่า

“ถ้าเราไม่ทำตามคำสั่งของท่าน...เรื่องก็จะไม่จบ เรามาถึงทางตันกันแล้วนะครับ”

“นี่เป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน พี่ขอร้องนะ ทำตามที่พ่อพี่บอกเถอะน้องเน ชาร์ลส์” ทองโปรยสรุป

เนรัญญาสบตากับกุลชาติอย่างยุ่งยากใจ ก็พอดีมือถือเธอดังขึ้น เป็นสายจากพฤกษ์

เมื่อเนรัญญาไปที่บ้านเวียงคีรี พฤกษ์คาดคั้นถามเรื่องทองสร้อย เนรัญญาปดว่าตนไม่รู้อะไรเลยทองสร้อยก็ไม่เคยเล่าอะไรให้ฟัง

“คุณเน ทองสร้อยคือมาดามฟองดูใช่ไหม” พฤกษ์ ถาม เนรัญญาส่ายหน้า เขาเสียงเข้มว่า “อย่าโกหก”

เนรัญญาตกใจพยักหน้าแล้วส่ายหน้า พฤกษ์ถามว่าแปลว่าอะไร

“แปลว่า จริงๆแล้วน่ะใช่ แต่หนูไม่อยากบอกว่าใช่ โอย...สร้อย ฉันขอโทษจริงๆ ฉันก็ไม่ได้อยากบอกหรอกนะ แต่บอสก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกล เป็นพี่ชายคนนั้นที่แกรอจะเจอ เขาก็ตามหาแก อุ๊บ...”

เนรัญญาพล่ามยาว พอรู้ตัวก็รีบหยุดยิ้มแห้งๆ พฤกษ์ยิ้มดีใจที่รู้เรื่องทองสร้อยจากอาการตกใจของเนรัญญา ถามว่าตอนนี้ทองสร้อยอยู่ที่ไหน

“ไม่ทราบจริงๆค่ะ ไม่มีใครรู้เลยว่าทองสร้อยไปไหน เนกลับบ้านไปเมื่อกี๊ ของของสร้อยทุกอย่างก็ไม่อยู่แล้ว โทร.ไปก็ปิดเครื่อง ไม่ส่งข่าว ไม่บอกอะไรเลย ไม่...”

“พอ!”

“เนเข้าใจนะคะ ถ้าบอสจะอยากเจอสร้อย แต่สร้อยไม่อยากถูกคุณแหววเกลียดมากไปกว่านี้ อย่าตามหาสร้อยเลยนะคะ ให้มันไปที่ชอบที่ชอบของมันเถอะ”

พฤกษ์เครียด อยากเจอทองสร้อยแต่ปัญหากับคุณแหววก็ยังคาราคาซังอยู่

ooooooo

เช้านี้ ทองสร้อยเดินรับแสงอาทิตย์อุทัยอยู่ที่เวียงจันทน์แล้ว เธอส่งอีเมลมาให้เนรัญญา เล่าและบรรยายความรู้สึกนึกคิดของตัวเองว่า

“สบายดีนะเน...ฉันสบายดี แค่ร่างกายนะ แต่หัวใจคงต้องเยียวยาสักพัก การอยู่คนเดียวในที่ที่ไม่มีใครรู้จัก น่าจะช่วยได้ แต่ฉันไม่บอกแกหรือใครหรอกนะ ว่าฉันอยู่ที่ไหน...”

ระหว่างนั้นพฤกษ์เข้ามา เนรัญญารีบสวัสดีก่อน เขาถามว่าทำอะไรอยู่ เธอปดว่าอ่านฟอร์เวิร์ดเมลจากแผนกต่างๆ

“ทองสร้อยติดต่อมาอีกไหม” เนรัญญาตอบเบาๆ ว่าไม่ค่ะ ฟังน้ำเสียงและท่าทางมีพิรุธของเนรัญญา พฤกษ์รู้ว่าเธอปด เลยพูดให้สบายใจว่า “ผมแค่เป็นห่วง อยากให้เขาสบายดีไม่ต้องกลัวว่าผมจะถามหรือไปยุ่งกับเขาอีก”

พอพฤกษ์เดินเข้าห้องทำงาน เนรัญญารีบอ่านข้อความในอีเมลต่อ

ทองสร้อยเดินไปจนถึงจุดที่เคยนัดพบกับพฤกษ์ในวัยเยาว์เพื่อจะเอารูปให้แต่พฤกษ์ไม่มา บรรยายในอีเมลว่า

“ฉันเที่ยวบอกใครต่อใครว่า ให้เผชิญกับความจริง อย่ายอมแพ้ให้กับความไม่ถูกต้อง...ฉันได้เห็นตัวอย่างของคนที่พยายามต่อสู้เพื่อครอบครัว ไม่ยอมถอดใจ

แล้ววันหนึ่ง ผลที่ออกมาก็ช่างหอมหวาน ด้วยความอดทนที่จะก้าวผ่านปัญหาทุกอย่าง เพราะความรัก ความเข้าใจ และการให้อภัยเป็นพื้นฐาน...”

ทองสร้อยนึกถึงภาพพฤกษ์ คุณใหญ่ และคุณเล็กสวมกอดกันด้วยความเข้าใจในวันนั้น... เธอเขียนต่อว่า...

“ฉันเรียนรู้จากพวกเขา และพยายามเอามาใช้กับเรื่องของตัวเอง...แต่ก็ทำไม่สำเร็จ ฉันยอมรับว่าฉันถอดใจ แต่ก็ไม่รู้จะทำยังไงต่อไป รู้อย่างเดียวว่า...ยังไงฉันก็ไม่ยอมถูกพ่อบังคับ...ความสัมพันธ์ของครอบครัว

ฉันจะเป็นยังไงต่อ เดี๋ยวค่อยว่ากัน แต่ตอนนี้ ฉันอยากพัก ฉันต้องการพลังผลักดันให้ฉันเข้มแข็งและไปต่อได้...

สุดท้าย...ฝากให้กำลังใจคุณกลางด้วยนะ แต่อย่าบอกว่าฉันบอก... สู้ๆ!! ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็สู้ๆ!! คุณกลางเป็นคนดี สมควรได้รับสิ่งดีๆตอบแทน สู้ๆ!!”

ขณะพฤกษ์นั่งเครียดคิดว่าจะเคลียร์กับคุณแหววอย่างไรดีอยู่นั้น จู่ๆเนรัญญาก็เปิดประตูผลัวะเข้ามา ชูสองนิ้วให้ร้องปลุกใจ “สู้ๆค่ะ ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็สู้ๆ บอสเป็นคนดี สมควรได้รับสิ่งดีๆตอบแทน สู้ๆ!”

เนรัญญาโผล่มาปลุกใจแล้วผลุบหายไป แม้จะไม่มีปี่มีขลุ่ย แต่ในยามนี้ก็ทำให้พฤกษ์เชื่อมั่นกับสิ่งที่กำลังจะทำ

ooooooo

ทองโปรยมาหาคุณเล็กที่บ้านเวียงคีรี คุยกันถึงคุณแหววด้วยความเป็นห่วง คุณเล็กเล่าอย่างเข้าใจคุณแหววว่าที่อาการแย่ลงแบบนี้เพราะทำตัวเองประชดคุณกลาง

คุณเล็กเล่าว่าคุณแหววเป็นลูกคนเดียวของครอบครัว เลี้ยงดูมาราวกับไข่ในหิน ไม่เคยถูกขัดใจ สมหวังทุกอย่างมาตลอดชีวิต เมื่อมาผิดหวังเรื่องคุณกลาง จึงทำทุกอย่างเพื่อเรียกร้องความสนใจหวังให้คุณกลางใจอ่อน คุณเล็กถอนใจรำพึงว่า

“มีหลายอย่างเกี่ยวกับตัวคุณแหววที่เราไม่เคยเห็นก็ได้เห็น”

“เวลาและสถานการณ์ทำให้เราเห็นในสิ่งที่คนพยายามปิดบังเอาไว้ ใครซ่อนอะไรไว้ยังไง...ก็จะเปิดเผยออกมาให้เราเห็น” ทองโปรยพูดอย่างมองทะลุ แล้วทำกรุ้มกริ่ม “เหมือนผมตอนนี้ ปิดยังไง ซ่อนยังไงก็ไม่ไหว... ว่ารักมาก...”

คุณแหววทำเสียงดุว่าวกเข้าเรื่องนี้อีกแล้ว ก็พอดีคุณใหญ่กลับจากข้างนอก ทองโปรยรีบสวัสดีและนั่งสงบเสงี่ยม คุณใหญ่ถามว่ามานานแล้วหรือ

“เพิ่งมาครับ ตอนแรกจะเข้าไปสวัสดีแต่คุณเล็กบอกว่าคุณใหญ่ไม่อยู่”

“ใช่...ฉันไปรับคุณแหววกลับบ้านกับคุณกลาง” คุณเล็กถามว่าพี่แหววเป็นอย่างไรบ้าง “คุณกลางกำลังคุยอยู่ ก็ภาวนาให้เขาจัดการให้เรียบร้อย”

ทองโปรยเห็นคุณใหญ่มาก็เกร็งรีบลากลับ พอทองโปรยไปแล้วคุณใหญ่บอกคุณเล็กว่า

“จะว่าไป นายทองก้อนนั่นก็มีบุญนะ ตัวเองประสาทจนเพี้ยนแท้ๆ แต่ลูกๆกลับดีเชียว”

“ค่ะ” คุณเล็กรับคำงงๆ กับท่าทีที่เปลี่ยนไปของคุณใหญ่

“ผู้ชายดีๆเดี๋ยวนี้หาไม่ค่อยได้ รักษาไว้ดีๆ”

“ค่ะ” คุณเล็กรับคำด้วยความปลื้มปีติที่คุณใหญ่ไฟเขียวให้ตนรักกับทองโปรยแล้ว

ooooooo

คุณแหววขึ้นไปนอนพักที่ห้องนอน เจียรนัยห่มผ้าให้ ก็พอดีพฤกษ์เข้ามา เจียรนัยจะออกไป คุณแหววดึงมือไว้บอกให้อยู่กับตน แต่พฤกษ์บอกให้ออกไป เจียรนัยจึงขออนุญาตคุณแหววออกไป คุณแหววเลยพลิกนอนหันหลังร้องไห้

“อยากร้องไห้ก็ร้องเถอะ ไม่ต้องฝืนอีกแล้ว อย่าปิดบังความรู้สึกหรือตัวตนที่แท้จริงของตัวเองอีกเลย”

คุณแหววอึ้ง หันมองพฤกษ์ เขายื่นมือถือตัวเองให้คุณแหววดูคลิปที่คุณแหววทำร้ายทองสร้อย บอกว่าเจียรนัยเป็นคนถ่าย ทองสร้อยสั่งแล้วว่าให้ลบแต่เจียรนัยคงลืม จนมาเจอว่ายังอยู่เจียรนัยจึงเอามาให้ตนดู

“คนทรยศ! ยังทำร้ายหัวใจกันไม่พอใช่ไหม รักทองสร้อยกันมากใช่ไหม ก็ไปสิ ไปเอาตัวมันมาอยู่ด้วยเลย”

“ทองสร้อยไปแล้ว และไม่คิดจะกลับมา เพราะไม่อยากทำร้ายความรู้สึกคุณ ตอนนี้ไม่มีใครที่จะสร้างปัญหาให้เรา นอกจากเราเอง เรามาคุยกันแค่เราเถอะคุณแหวว”

คุณแหววกรีดร้อง ปฏิเสธไม่คุย ไม่มีอะไร ตนไม่ยอมรับความจริงอะไรทั้งนั้น ไม่ยอม!! พฤกษ์ต้องกอดเธอไว้พยายามปลอบให้ใจเย็นๆ คุณแหววกอดพฤกษ์ไว้แน่นร้องไห้กับอกเขา พฤกษ์กอดเธอไว้อย่างสงสาร แต่ต้องทำใจแข็งไว้

พฤกษ์พาคุณแหววไปที่หน้ากระจก บอกให้เธอดูสภาพตัวเองที่ทรุดโทรม เธอบอกว่าน่าเกลียดจนไม่อยากดู

“ผมเห็นอะไรรู้ไหม ผมเห็นคนที่ไม่รักตัวเอง คนไม่เห็นคุณค่าในตัวเอง คนที่ทำร้ายตัวเองทุกๆวัน ด้วยการไม่กินยา ด้วยการคิดแต่จะเรียกร้อง ทั้งๆที่ไม่มีทางเป็นไปได้ คุณไม่ได้รักผมหรอกเพราะขนาดตัวเองคุณยังไม่รัก แล้วคุณจะรักใครเป็น”

เห็นคุณแหววอึ้ง พฤกษ์ยังยืนอยู่หน้ากระจกกับเธอ พูดเสียงอ่อนลงว่า

“ถ้าคุณรักตัวเอง ถึงไม่มีผม ไม่มีใคร คุณก็จะอยู่ได้... อยู่ได้เพราะศักดิ์ศรี เพราะคุณค่าของตัวเอง คุณอยู่ได้เพราะตัวเอง ไม่ใช่เพราะคนอื่น” พฤกษ์ค่อยๆ ปล่อยมือคุณแหวว บอกเธอว่า “ผมรักคุณได้นะ แต่ไม่ใช่อย่างที่คุณอยากให้เป็น ผมรักคุณในฐานะที่คุณเป็นเหมือนคนในครอบครัว เป็นน้องสาวที่ผมต้องดูแล ผมจะไม่ทอดทิ้งคุณ”

“ทำไมถึงเป็นทองสร้อย ทำไมถึงไม่เป็นแหววคะ...” พฤกษ์บอกว่าตัวเธอเองรู้ดี “ถ้าแหววยังอยากจะมีคุณในชีวิต ก็คือเป็นอย่างที่ทองสร้อยเป็นให้ได้ กับเป็นน้องสาวคุณให้ได้ แต่ต้องตัดใจและเลิกรักคุณ...แต่ตอนนี้แหววทำไม่ได้เลยสักข้อค่ะ” คุณแหววยิ้มให้พฤกษ์เศร้าๆ แต่...อย่างคนที่ตัดสินใจแล้ว

ในที่สุดคุณแหววก็เข้มแข็งพอที่จะออกไปจากชีวิตพฤกษ์ แม้จะเศร้าแต่วันนี้เธอเข้มแข็งพอที่จะยืนอยู่ด้วยตัวเองแล้ว

แม้ชบากับเจียรนัยจะสงสารคุณแหวว แต่ก็นึกถึงทองสร้อย ชบาบอกว่ารอพุฒิกลับมาแล้วจะถ่ายคลิปบอกทองสร้อยเรื่องคุณแหวว

ooooooo

เมื่อเคลียร์กับคุณแหววได้แล้ว พฤกษ์ไปหาทองก้อนอย่างไม่ให้เขารู้ตัวเพราะรู้ว่าถ้าทองก้อนรู้ตัวก่อนการเจรจาจะยุ่งยากซับซ้อนมาก

แม้จะจู่โจมเข้าหา พฤกษ์ก็ยังต้องเจอกับลีลามากมายของทองก้อนจนสุดท้ายเขาถามตรงๆว่า

“รู้หรือยังครับว่าทองสร้อยอยู่ที่ไหน” ทองก้อนบอกว่ายังไม่รู้ “คุณทำอะไรก็ได้ในโลกใบนี้ แต่ลูกสาวทั้งคนหายไป ผมไม่เชื่อว่าคุณไม่รู้”

ทองก้อนตอบกวนๆ ว่าที่ไม่รู้เพราะไม่อยากไปตามหา พฤกษ์ถามว่าจะรอถึงเมื่อไหร่? รออะไรอยู่?

“ก็มันเรื่องของผม ไม่ใช่เรื่องของคุณมายุ่งอะไรกับผมเนี่ย มาขอร้องเรื่องอยากรู้ว่าไอ้สร้อยอยู่ไหนแค่นี้ใช่ไหม งั้นก็...สวัสดี” ทองก้อนตัดบทเอาดื้อๆ

พฤกษ์ตัดสินใจรวบรวมความกล้าขอโอกาสให้ทองสร้อย อย่าให้ทองสร้อยแต่งงานกับคนที่เธอไม่ได้รักเลย

“ก็ถ้ามันมีคนที่มันรักและถ้าผมพิจารณาแล้วว่า ไม่ได้ขี้เหร่ ผมก็จะไม่ทำอย่างนี้ แต่นี่มันไม่มี ชาตินี้ทั้งชาติก็ไม่รู้จะมีหรือเปล่า”

พฤกษ์รวบรวมความกล้าอีกครั้ง ขอโอกาสให้ตนเป็นคนนั้น ก็ถูกทองก้อนถามว่าคนไหน จนทองโปรยที่แอบฟังอยู่ทนไม่ไหวโพล่งไปว่า

“พ่อก็...อย่าลีลามากนักสิครับ” ทองก้อนโวยวายว่ามาแอบฟังตนหรือ ศักดิ์สิทธิ์บอกว่าถ้าไม่แอบฟังก็ไม่มีใครเบรกท่านได้ เดี๋ยวก็วืดหรอก

“ไม่ได้ลีลา แค่อยากจะฟังให้ชัดๆ เป็นคนไหน? คนอะไร? ยังไง?” ทองก้อนตะแบง

“เป็นคนรักของทองสร้อยครับ” พฤกษ์บอกทองโปรยกับศักดิ์สิทธิ์ดีใจที่พฤกษ์พูดออกมา แต่ยิ้มไม่ทันไรก็ต้องหุบยิ้มทันทีเมื่อทองก้อนโพล่งออกไปว่า

“ไม่อนุญาต!” พูดแล้วเดินหนี พฤกษ์ไม่ยอมแพ้เดินตามไป โดยมีทองโปรยกับศักดิ์สิทธิ์เดินตามไปเป็นกองหนุนอย่างแข็งขัน

“ผมขอเหตุผล” พฤกษ์ตามไปตื๊อ ถูกทองก้อนบ่นว่าดื้อเหมือนทองสร้อยไม่มีผิด “ทองสร้อยไม่ได้ดื้อ ถ้ามีเหตุผลที่ดีให้เธอ ผมเองก็เหมือนกัน ถ้ามีเหตุผลดีพอ ผมก็จะถอย”

“ได้! ที่ผมไม่อนุญาต เพราะผมยังไม่รู้เลยว่า ไอ้สร้อยมันจะโอเคกับคุณหรือเปล่า ผมรู้นิสัยมันดี มันไม่มีทางเปิดโอกาสให้คุณ เพราะมันไม่อยากถูกเมียเก่าคุณตามมาตบ!”

“แล้วถ้าทองสร้อยโอเคล่ะครับ”

“ก็ขอให้ผมได้ยินจากปากของมัน พามันมาหาผม มาพูดกับผม มาแสดงจุดยืนว่ามันกับคุณโอเคกัน!” พอพฤกษ์รับปากว่าได้ ทองก้อนเพิ่มเงื่อนไขทันทีว่า “ภายในสามวัน ถ้าไม่ทัน เกมโอเว่อร์!!!”

“ผมไม่ยอมให้เกมโอเว่อร์แน่ๆ” พฤกษ์ยืนยันหนักแน่น ได้รับเสียงเชียร์จากทองโปรยให้สู้ๆ พฤกษ์หันไปขอบคุณ แล้วเดินออกไปอย่างมาดมั่น

ทองก้อนมองตามยิ้มพอใจที่ได้แกล้งพฤกษ์จนหนำใจ ทองโปรยกับศักดิ์สิทธิ์เหล่ทองก้อนถอนใจดังๆ พูดลอยๆ

“เยอะ!!!”

ทองก้อนสะดุ้ง แต่นาทีนี้สะใจมากกว่า เลยนั่งหัวเราะคนเดียวอย่างมีความสุข

ฝ่ายพฤกษ์กลับไปที่สตูดิโอ ยืนมองรูปมาดามฟองดู ครุ่นคิด...

“ฉันจะหาเธอเจอได้ยังไง...ทองสร้อย...”

ooooooo

ไปถึงเวียงจันทน์ สิ่งแรกที่ทองสร้อยทำ คือไปที่สถูปเก็บกระดูกของพิดสะหมัยผู้เป็นแม่ ยืนสงบนิ่ง วางพวงมาลัยมะลิสด บอกกล่าวและฟ้องแม่ว่า

“สร้อยมาเยี่ยมแม่นะคะ แล้วก็...หนีพ่อมาอีกแล้ว...ไม่มีแม่ ชาตินี้หนูคงคุยกับพ่อไม่รู้เรื่อง”

คืนนี้ ทองสร้อยพิมพ์แชตกับเนรัญญาในห้องพักที่โรงแรม เนรัญญาถามว่า

“สร้อย...สบายใจขึ้นบ้างหรือยัง ฉันไม่ได้บอกใครเลยนะ ว่าแกส่งอีเมลหาฉัน”

“ขอบใจนะไอ้เน...แกเป็นซุปเปอร์เบสต์ๆๆๆเฟรนด์ของฉันจริงๆ โชคดีที่สุดที่ฉันมีแก Thank Godddd!!!”

“แกรู้ไหม ว่าบอสหย่ากับคุณแหววแล้ว และคุณแหววก็ยอมถอดใจจากบอส ออกจากบ้านเวียงคีรีไปแล้ว...ยอมตัดใจจากบอสไปแบบสวยๆ เชิดๆ แกคิดจะไม่เจอบอสอีกจริงๆเหรอ ท่าทางบอสคิดถึงแกมากนะ”

“ไม่”

“แต่ฉันก็บอกบอสไปอย่างที่แกเคยบอกฉัน ว่าแกไม่อยากฉี่รดทับรอยใคร” ถูกทองสร้อยด่าว่าบ้า ตนไม่ใช่หมานะ

“แต่จะว่าไป มันก็ไม่เกี่ยวกันนะ บอสแต่งงานกับคุณแหววทั้งที่ไม่ได้รัก แต่งเพราะจำเป็น ก็ไม่ถือว่าบอสถูกฉี่รดแล้วนะเว้ย”

“แล้วไง ก็ฉันไม่ได้คิดอะไรกับเขา”

“แต่ฉันรู้นะ ว่าแกก็แอบติ๊ดๆกับบอส แต่แกพยายามไม่คิด แต่ตอนนี้คิดใหม่ได้นะสร้อย ฉันเสียดาย ถ้ามีโอกาสอีกครั้ง ให้โอกาสบอสเถอะนะแก”

“แต่ฉันยังไม่คิดอะไรทั้งนั้นหรอกเน...ไม่อยากคิด” ปากพูดอย่างนั้น แต่พอพูดแล้วก็นั่งเหม่อใจลอยอยู่หน้าจอ...

ooooooo

วันนี้ทั้งทองก้อนและทองโปรยแต่งตัวหล่อเป็นพิเศษอย่างมีเรื่องสำคัญบางอย่าง

ทองโปรยถามว่าทำไมต้องเยอะอย่างนี้ ทำอะไรง่ายๆไม่เป็นหรือ ทองก้อนโอ่ว่านี่คือทองก้อนสไตล์ ง่ายๆ ก็ไม่ใช่ทองก้อน แล้วทองก้อนก็พูดถึงเหตุที่ทำให้ตนต้อง “เยอะ” อย่างสะเทือนใจว่า

“ตั้งแต่ที่แม่แกไม่อยู่...มันเหมือนขาดแรงบันดาลใจ แต่ฉันก็ต้องใช้ชีวิตอยู่ต่อไป ถ้าไม่อยากตายทั้งเป็นตามแม่แกไป ฉันก็ต้องทำให้ตัวเองคึกคักด้วยวิธีนี้ อย่าว่าฉันเลย นี่ก็ถือว่าฉันยอมพวกแกสุดๆแล้ว”

“ทำไมพ่อถึงยอมครับ”

สีหน้าและน้ำเสียงของทองก้อนอ่อนลงอย่างที่ทองโปรยไม่เคยเห็นมาก่อน ตอบคำถามเขาว่า

“เพราะฉันรักพวกแกและตอนที่คุยกับไอ้สร้อย ก็เหมือนฉันเห็นหน้าแม่แกกำลังคุยกับฉันอยู่ ฉันไม่อยากให้แม่แกเสียใจ ฉันยอมผิดสัญญากับใครก็ได้ ยอมถูกด่าว่าไม่ใช่ลูกผู้ชาย แต่คนเดียวที่ฉันจะไม่ยอมผิดสัญญาด้วยเด็ดขาดคือ...แม่ของแก”

“พ่อ...” ทองโปรยอุทานอย่างซาบซึ้งใจ ทองก้อนเปลี่ยนอารมณ์เป็นเข้มขรึมตามเดิมเมื่อสั่งทองโปรยว่า

“อย่าลืมไปจัดการเรื่องลุงสาทรตามที่สั่งให้เรียบร้อยด้วย” ทองโปรยรับคำ คิดถึงการเคลียร์เรื่องสาทรที่เพิ่งผ่านไป

เวลานั้น สาทรมาหาทองก้อนที่บ้านโผเข้ากอดทองก้อนท่ามกลางความตะลึงของทุกคน เอ่ยอย่างปลื้มปีติว่า

“ขอบใจมากนะทองก้อนที่แกยืนหยัดในคำสัญญาของเรา แกคือไอดอลของฉัน”

“ครับพี่” ทองก้อนตอบสาทรแล้วเดินไปหา

กุลชาติที่ยืนหน้าเศร้าอยู่ “เอาให้รอดนะ อาจะได้ดูแลเรื่องงานแต่งของเธอให้” สาทรบอกว่ารอดอยู่แล้ว

ทองสร้อยไม่มีทางต้านเสน่ห์ของลูกชายตนได้ “ผมหมายถึง กุลชาติกับเนรัญญาครับ”

สาทรสะอึกหน้าเสีย ทุกคนอึ้งไปหมด อึดใจเดียว สาทรถามว่าทองก้อนเพี้ยนไปแล้วหรือเพราะเขาเพิ่งพูดเองว่ากุลชาติและทองสร้อยจะต้องได้แต่งงาน?

ทองก้อนตอบหน้าตาเฉยว่า

“แต่งงานกับคนที่ตัวเองรักครับ” สาทรโวยวายว่าทองก้อนผิดสัญญา “ใช่ครับ ผมยอมเป็นคนผิดสัญญา ดีกว่าต้องมาเห็นความทุกข์ของลูก” สาทรด่าว่าเขาไม่เป็นลูกผู้ชาย “ลูกผู้ชายในความหมายของผมตอนนี้ คือคนที่ต้องทำทุกอย่างให้ถูกต้อง ความถูกต้องของคนเป็นพ่ออย่างเราคือ ดูแลครอบครัวให้ทุกคนมีความสุขที่สุดนะครับพี่”

เห็นสาทรอึ้ง ทองก้อนพูดต่อว่า...

“ผมขอโทษ พี่อาจจะไม่ยกโทษให้ผม ผมก็เข้าใจ ผมไม่โกรธ เพราะผมเข้าใจว่าพี่ทำทุกอย่างเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับลูกๆ และการที่ลูกพี่แต่งงานกับลูกผม มันเป็นทางรอดเดียวของพี่”

สาทรฟังแล้วสะอึก ทองก้อนตัดสินใจคุกเข่าลงตรงหน้าสาทรท่ามกลางความตกใจของทุกคน สาทรอึ้งแล้วอึ้งอีก

“ขอให้ผมได้ขอขมาพี่ อนุญาตผมด้วย” สาทรถามว่าจะขอขมายังไงให้สมกับที่ทำให้ตนผิดหวัง “ผมจะจัดการเรื่องหนี้สินที่เป็นความทุกข์ของพี่ในตอนนี้ให้เรียบร้อยทั้งหมด ภายใต้เงื่อนไขเดียว ผมไม่ได้ให้ฟรี”

สาทรดีใจแต่พริบตาเดียวก็ร้องอ้าวเมื่อทองก้อนบอกว่าไม่ได้ให้ฟรี ทองก้อนลุกขึ้นพูดอย่างผ่าเผยว่า

“มันคือการซื้อธุรกิจทั้งหมดของพี่ และผมจะให้กุลชาติเข้ามาบริหารแทน ภายใต้การดูแลของทองโปรย จนกว่ากุลชาติจะแข็งแรง มีวิสัยทัศน์เหมาะสมกับตำแหน่งผู้บริหารสูงสุด วันนั้นทองโปรยและผมจะวางมือและโอนธุรกิจกลับไปเป็นของกุลชาติ ของครอบครัวพี่เหมือนเดิม”

ทั้งสาทรและกุลชาติต่างอึ้งแล้วอึ้งอีกกับการตัดสินใจของทองก้อน พูดจนทุกคนอึ้งแล้ว ทองก้อนถามอย่างอ่อนน้อม

“อนุญาตผมได้ไหมครับ พี่สาทร”

สาทรพูดไม่ออก รู้สึกตัวเองผิด แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือ เขาซาบซึ้งกับความช่วยเหลือของทองก้อนจนพูดไม่ออก

เมื่อทุกอย่างเป็นที่เข้าใจกันแล้ว บรรดาผู้เกี่ยวข้องก็จะแยกย้ายกัน ทองก้อนยังไม่ให้ไป สั่งเข้ม

“ฟัง! เรื่องนี้ไอ้สร้อยจะรู้ไม่ได้เด็ดขาด รวมถึงไอ้คุณพฤกษ์นั่นด้วย เพราะถ้าไอ้สร้อยรู้ว่าฉันยอม มันก็ติดปีกไปไหนต่อไหนอีก แต่ฉันยังอยากให้มันมีผัวมันจะได้อยู่กับฉัน ดูแลฉัน” เนรัญญาบอกว่าทองสร้อย

ไม่เอาแน่ “แต่ฉันจะเอาและฉันก็รู้ด้วยว่าสองคนนั่นมันมีใจให้กัน แต่ด้วยกำแพงบางอย่างที่ยังขวางอยู่ ไอ้สร้อยมันเลยไม่เอา แต่ผู้ชายมันพร้อมจะเอา”

“คุณท่าน...พูดให้เพราะครับ อย่าลืมนะครับ เด็กและเยาวชนอาจจะได้ยิน ไม่ดี” ศักดิ์สิทธิ์ติง

“ไม่พูดก็ได้ แต่เป็นอันเข้าใจตรงกันนะ ทำให้ผู้ชายไปตามหามัน ให้มันเห็นความพยายามของผู้ชาย ฉันเชื่อว่ามันต้องใจอ่อน และกลับมาหาฉัน ทำตามสัญญา... ไม่มีใครต้องผิดสัญญากับใคร ขอให้ฉันผิดคนเดียวก็พอ”

ทุกคนอึ้ง...

“โคตรยอมเลย...แต่ถ้าแผนนี้รั่วไหล! ทุกอย่างยกเลิก!!” ทองก้อนประกาศิต ทำให้ทุกคนอึ้งไปอีกครั้ง

ooooooo

แผน “โคตรยอม” ของทองก้อน ยังความซาบซึ้งใจแก่ทองโปรย ซึมซับความรักที่พ่อมีต่อลูกอย่างลึกซึ้ง

วันนี้ทองโปรยเห็นทองก้อนแต่งตัวจะออกนอกบ้าน ทองโปรยเรียกพ่อไว้ พอทองก้อนหันมา เขาเอ่ยประโยคที่ตกผลึกอยู่ในใจแต่ไม่เคยบอกพ่อตรงๆว่า

“พ่อครับ ผมรักพ่อครับ”

ทองก้อนเดินเข้ามากอดและตบไหล่ลูกชายแมนๆ พูดจากหัวใจที่ไม่เคยบอกลูกเช่นกันว่า

“ขอบใจนะไอ้ลูกชาย ฉันก็รักแก รักทุกคนในทองแฟมิลี่” ทองก้อนหัวเราะสบายๆเดินออกไป ทองโปรยมองตามพ่อไปด้วยความรักและศรัทธาล้นเปี่ยม...

ทองก้อนไปนั่งดื่มกับรูปของพิดสะหมัยที่มุมบ้านสงบสวยงาม ชูแก้วเอ่ยอย่างมีความสุขมาก...

“เอ้า...ชน สุขสันต์วันครบรอบแต่งงานของเรานะจ๊ะ พิดสะหมัย” วางแก้วแล้วบอกว่า “มีผู้ชายมาชอบไอ้สร้อยด้วยแหละ พูดตามตรง ผมเองก็ชอบผู้ชายคนนั้นนะที่กล้าล้วงคองูเห่า น่าจะเป็นคู่ต่อสู้ที่สมศักดิ์ศรี คิดแล้วตื่นเต้น ซาบซ่า...สรุป ผมต้องช่วยเขา”

พูดเสร็จทองก้อนหยิบมือถือขึ้นมากดทันที...

“ทองโปรยเหรอ... บอดี้การ์ดฉันเพิ่งรายงานว่าเจอไอ้สร้อยแล้ว...ฉันก็แค่อยากจะบอกแกไว้เฉยๆ อย่าให้รู้นะว่าแกแอบไปบอกไอ้ผู้ชายคนนั้น เดี๋ยวมันจะง่ายเกินไป”

ทองโปรยรักษาสัญญาที่ให้กับพ่อไว้อย่างเคร่งครัด ไม่บอกทองสร้อยแต่บอกคุณเล็ก คุณเล็กไปหาพฤกษ์ที่สตูดิโอ เห็นนั่งดูรูปมาดามฟองดูอยู่ คุณเล็กถามว่ากำลังคิดว่าจะตามทองสร้อยได้ที่ไหนใช่ไหม พฤกษ์ถามว่ารู้ได้ไง แฟนรายงานล่ะสิ

พฤกษ์บอกว่าตนไม่เชื่อว่าพวกเขาไม่รู้ว่าทองสร้อยอยู่ที่ไหน

“คุณทองโปรยรู้ค่ะ แต่บอกไม่ได้ เดี๋ยวจะง่ายเกินไป” พฤกษ์ถามว่าชีวิตยังยากไม่พออีกหรือไง “ถ้าคุณกลางจะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตทองสร้อยคุณกลางก็ต้องทำใจนะคะ ครอบครัวนี้ซับซ้อน” พฤกษ์ถามว่าทองโปรยรู้ว่าทองสร้อยอยู่ไหนใช่ไหม “ค่ะ เดี๋ยวจะผิดแผน ผิดคำพูดกับพ่อของเขา แต่ให้เล็กมาบอกแทนค่ะ ความรักของพ่อกับแม่ทองสร้อยเกิดขึ้นที่ไหน ทองสร้อยก็กลับไปที่นั่น ที่ที่ความรู้สึกดีๆระหว่างคุณกลางกับทองสร้อยเกิดขึ้นเหมือนกัน”

“เวียงจันทน์ใช่ไหม” พฤกษ์มองที่รูปมาดามฟองดูอย่างตื่นเต้นดีใจ

ไวเท่าความคิด เพียงวันรุ่งขึ้น พฤกษ์ก็ไปถึงเวียงจันทน์พร้อมรูปวาดมาดามฟองดูที่ติดตัวไปด้วยอย่างทะนุถนอม

ทองสร้อยเห็นหลังพฤกษ์ยืนคุยกับเจ้าหน้าที่โรงแรม เธอรีบหลบไปทันที แต่แล้วใจที่ตรงกันก็ไปพบกันโดยบังเอิญที่จุดนัดพบในวัยเยาว์ ทองสร้อยจะหนีอีกแต่พฤกษ์ทักเสียก่อน

“สะสบายดี ทองสร้อย”

ทองสร้อยชะงักตัวชาวาบ ตั้งใจหนีและหลบ หน้าเขา แต่พอเห็นหน้าจังๆก็หวั่นไหวจนต้องพยายาม ระงับตัวเอง

ooooooo

ทองก้อนไปที่สถูปเก็บกระดูกพิดสะหมัยพร้อมดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์ เขายืนมองรูปพิดสะหมัยด้วยความรักและคิดถึงอยู่นานจึงเอ่ย

“สบายดีพิดสะหมัย...เป็นครั้งแรกที่ผมกล้ามาหาคุณ หลังจากที่คุณตายแล้วพ่อแม่คุณขอเถ้ากระดูกคุณมาไว้ที่นี่ เพราะผมไม่อยากยอมรับว่าคุณตายไปแล้วจริงๆ แต่สุดท้ายผมก็ต้องยอมรับมัน เห็นน้ำตาลูกก็เหมือนเห็นคุณร้องไห้ ผมเจ็บนะ เหมือนคุณทวงสัญญากับผมว่าจะให้อิสระ จะทำทุกๆอย่างที่ทำให้พวกเขามีความสุข...ผมจะทำตามสัญญา...ผมขอโทษ และที่สำคัญ...
มีอีกคนที่ผมต้องไปขอโทษ...”

ขณะบอกกล่าวพิดสะหมัยนั้น ใจทองก้อนคิดถึงทองสร้อย อยากเจอ อยากขอโทษอย่างที่ใจคิด

ooooooo

เมื่อพฤกษ์เจอทองสร้อย แม้เธอจะหวั่นไหวแต่บังคับใจตัวเองไว้ ถามหน้าขรึมว่าเขามีอะไรก็พูดมาเลย พฤกษ์ยื่นรูปวาดที่เอามาให้ พอเปิดดูทองสร้อยอึ้ง ยิ่งเห็นเขาเขียนไว้ใต้ภาพว่า “มาดามฟองดู” ก็ใจเต้นแรง

พฤกษ์เองก็ทั้งตื่นเต้นเก้อเขินพูดแก้เกี้ยวว่ามาขอลายเซ็นของมาดามฟองดูในฐานะเป็นแฟนคลับมายี่สิบปีแล้ว

พฤกษ์ถามว่าทำไมเธอไม่บอกแต่แรกว่าตัวเองเป็นใคร ถามว่าคุณแหววเป็นเหตุผลด้วยใช่ไหม ทองสร้อยไม่ตอบเขาถามว่าเธอคงรู้เรื่องเขากับคุณแหววแล้วใช่ไหม ทองสร้อยแสดงความเสียใจด้วย พฤกษ์ยื่นปากกาให้ขอลายเซ็น เสร็จแล้วส่งคืน บอกว่า

“ฉันเอามาให้เธอ นี่คือของขวัญสำหรับเด็กน้อยคนนั้น คนที่ฉันไม่ได้มาหาเขาตามสัญญา ทั้งที่ฉันพยายามแล้ว แต่ก็มาไม่ได้ ฉันขอโทษ ยกโทษให้ฉันได้ไหม”

“สร้อยเข้าใจค่ะ แต่สร้อยไม่เคยโกรธ สร้อยรู้ว่าต้องมีความจำเป็นอะไรสักอย่างแน่ๆ”

“ทองสร้อยเข้าใจอะไรง่ายเสมอ ถ้ามีเหตุผลที่เพียงพอ”

ทองสร้อยขอบคุณสำหรับรูปวาด พฤกษ์บอกจากหัวใจว่า

“เธอเป็นคนทำให้ฉันวาดรูปนี้ได้สมบูรณ์ ทุกคนที่บ้านฝากความคิดถึงมาให้เธอนะ ไลน์กลุ่ม ‘แจ๋วหมายเลขหนึ่ง’พยายามส่งข้อความคุยกับเธอ แต่เธอก็ไม่ได้อ่าน” ทองสร้อยบอกว่าตนปิดเครื่อง “เธอควรเปิดอ่านนะ”

เมื่อทองสร้อยเปิดอ่าน เธอน้ำตาซึมซึ้งใจในความรักความผูกพันที่พวกชบาแสดงออกและเรียกร้องให้เธอกลับไปแต่เธอบอกพฤกษ์ว่าตนคงยังไม่กลับและไม่รู้จะกลับเมื่อไหร่ พฤกษ์ยกคำพูดของคุณใหญ่ที่ว่า

“ให้โอกาสฉันนะ...ก่อนฉันมา ฉันไปขออนุญาตจากพ่อของเธอให้ฉันได้เป็นคนรักของเธอ แต่ก็ไม่มีประโยชน์มันไม่สำคัญว่าฉันคิดยังไงกับเธอ สำคัญที่เธอคิดยังไงกับฉันมากกว่า เราจะกลับไปหาพ่อเธอ ท่านจะเลิกบังคับใจเธอทันที”

“แล้วถ้าไม่ล่ะ” ทองสร้อยถาม เห็นพฤกษ์หน้าเสีย เธอเอ่ย “ขอโทษด้วยนะคะคุณกลาง แต่สร้อยยังไม่พร้อม ลาก่อนค่ะ” ทองสร้อยเดินจากไป พฤกษ์มองตามใจเสีย ผิดหวัง นาทีนี้เขารู้สึกโดดเดี่ยว...อ้างว้าง...จับหัวใจ

แต่พอทองสร้อยเดินไป ก็ถูกทองก้อนมาดักพบ เธอตกใจ มองหาบอดี้การ์ดของทองก้อนเตรียมหนี ทองก้อนรีบบอกว่าตนมาคนเดียว พูดเสียงอ่อนโยน “คุยกันหน่อยนะ...”

ooooooo

ทองสร้อยอึ้งแล้วอึ้งอีก เมื่อได้ยินทองก้อนบอกว่าตนมาดี ตนขอโทษ ทั้งยังพูดอย่างที่ในชีวิตทองสร้อยไม่เคยได้ยิน

“ฉันยอมรับว่าฉันเหงา ฉันอยากให้ลูกๆทุกคนมาอยู่ใกล้ๆ แต่ฉันพูดไม่เป็น” ทองสร้อยใจอ่อนยวบ ทองก้อนยังพูดต่ออย่างชัดเจนทั้งที่เขินจนไม่กล้ามองหน้าทองสร้อย “แกโกรธฉันมาก ฉันรู้ ที่ฉันบอกว่าไม่ยอมรับแกในตอนนั้นหมายถึง...ฉันจะไม่ยอมทำร้ายความรู้สึกของแกอีก แต่พี่สาทรดันมาขัดจังหวะเสียก่อน จริงๆแล้ว...ฉันยอม...”

“พ่อ...” ทองสร้อยเรียกอย่างสะเทือนใจ คาดไม่ถึง แต่ก็ยังไม่อยากเชื่อเพราะเจ็บมาเยอะ จนทองก้อนเอ่ยอีกครั้ง...

“พ่อขอโทษ” ทองสร้อยใจอ่อนยวบโผกอดทองก้อนอย่างซึ้งใจบอกว่าตนก็ขอโทษที่หนีพ่อไป ตนควรจะเชื่อมั่นในตัวพ่อ ทองก้อนกอดทองสร้อยแน่นเอ่ยเสียงสะท้าน “ขอบใจนะลูก...” แล้วหันบอกรูปพิดสะหมัยว่า “ลูกมันยกโทษให้ผมแล้วนะ” ทองสร้อยก็บอกแม่ว่าตนขอโทษพ่อแล้วด้วย ตอนนี้ตนมีความสุขมาก

“จะมีความสุขมากกว่านี้อีก ถ้ามันยอมคนบางคนด้วยนะ” ทองก้อนบอกพิดสะหมัยแล้วบอกทองสร้อยว่า “ผู้ชายที่แกก็รู้ว่าใคร เขาตามแกมาไม่ใช่เหรอ” พอทองสร้อยบอกว่าตนปฏิเสธเขาไปแล้ว ทองก้อนก็อารมณ์ขึ้นทันที ฟ้องพิดสะหมัยว่า “ก็มันโง่นี่ ผู้ชายดีๆอย่างไอ้คุณกลางของ มัน ชาตินี้จะหาได้อีกหรือเปล่า ผิดแผนหมด ไม่ได้เรื่องเลย!!”

ทองก้อนถามว่าที่ปฏิเสธพฤกษ์เพราะไม่อยากฉี่ทับรอยใครใช่ไหม ไร้สาระ ทำไมต้องให้คนอื่นมาทำให้ปิดโอกาสตัวเอง ทองสร้อยบอกว่าคำว่าไร้สาระของพ่อมันคือศักดิ์ศรีของตน โง่ดีกว่าให้ชาวบ้านเม้าท์ลับหลัง บอกลาแม่ว่าแล้วจะมาใหม่แต่ไม่มากับพ่อแน่ แล้วเดินไปเลย

ooooooo

ทองสร้อยเดินไปไม่กี่ก้าวก็ได้รับคลิปจาก คุณแหวว ทองสร้อยเห็นคุณแหววที่หน้าจอหน้าตาสดใสกำลังพูดมือถือ

“ไม่ต้องรู้สึกผิดกับฉันหรอกนะ ฉันไม่ได้น่าสมเพชขนาดนั้น อยากดูเป็นคนดีในสายตาคุณกลางเหรอ...มุกตื้นๆ ฉันจะรอดูวันที่เธอถูกคุณกลางทิ้ง วันนั้นฉันจะหัวเราะสมน้ำหน้าเธอให้ดู เพราะผู้หญิงอย่างเธอมันไม่ได้มีค่า ไม่คู่ควรกับคุณกลาง! ฟังนะ ฉันยังไม่ถอดใจจากคุณกลาง ฉันจะรอวันที่คุณกลางกลับมาเป็นของฉัน!”

คลิปหยุด ทองสร้อยร้อนผ่าวไปทั้งตัว เปลี่ยนใจเป็นมุ่งมั่นทันที พูดอย่างเด็ดเดี่ยวว่า “งั้นก็รอไปเถอะ เพราะฉันไม่ให้!!” ว่าแล้วก็วิ่งกลับไปทางเดิมเร็วราวกับเหาะ พอเจอทองก้อนก็รีบบอกแทบไม่ได้หายใจ “พ่อ...สร้อยยอมแล้ว สร้อยจะยอมให้โอกาสเขาและตัวเอง อวยพรด้วย”

“แซ่บๆเลยลูก” ทองก้อนวัยรุ่นสุดๆ ทองสร้อยหันไปทางรูปแม่ “แม๊กซี่ โบกู! อวยพรสร้อยด้วยนะคะแม่” พูดแล้วไหว้เอามือลูบหัวเอาฤกษ์ชัยแล้ววิ่งอ้าวไป ทองก้อนมองตามอย่างตื่นเต้น พูดกับพิดสะหมัยว่า

“เลี้ยงลูกเนี่ย เหนื่อยเนอะ แต่ก็มีความสุขดี ผมเข้าใจคุณแล้วล่ะ ว่าทำไมคุณถึงได้อุทิศตัวเองเพื่อพวกเรา รักนะนางฟ้าของผม”

ทองสร้อยวิ่งแทบเป็นเหาะไปยังจุดนัดพบกับพฤกษ์ในวัยเด็ก พลันก็นึกถึงมือถือ หยิบขึ้นมาดูมีมิสคอลจากพฤกษ์เป็นสิบสาย เธอรีบโทร.ไปหาเขา ถามว่าตอนนี้อยู่ไหน พฤกษ์บอกว่า “อยู่ข้างหลังคุณ”

ทองสร้อยดีใจขนลุกไปทั้งตัวถามว่าหายไปไหนมา เขาบอกว่ากำลังจะกลับกรุงเทพฯ แต่เจอนี่... เขาชูกรอบรูปวาดมาดาฟองดูให้พูดด้วยสีหน้าผิดหวังสุดๆ

“มาดามฟองดู ถูกทิ้งไว้ที่ข้างทาง ฉันไปเจอ คิดว่าเธอคงลืมหรือไม่ก็อาจจะทิ้ง พยายามโทร.หาแต่ไม่รับสาย เลยเดินมาที่นี่ เผื่อเจอจะได้ถามว่าถ้าจะทิ้งฉันขอเอากลับไปได้ไหม”

“ไม่ได้!” พฤกษ์มองหน้าเธองงๆ ไม่รู้ว่าเธอจะมาไม้ไหน วินาทีเดียวทองสร้อยก็ยื่นคำขาดว่า “ถ้าจะเอากลับไป ต้องพาฉันไปด้วย” พฤกษ์ยิ่งงง “ฉันยอม ยอมให้คุณเข้ามาในชีวิต ยอมให้เราศึกษาดูใจกันมากกว่านี้”

พฤกษ์ยิ้มดีใจมาก ทองสร้อยไม่ยอมถามว่ายิ้มๆ แค่นี้หรือ ไม่จับมือ? แล้วมองตา แล้วก็บอกว่า... พฤกษ์จับมือมองตาแล้วบอก “ขอบคุณ” ทองสร้อยทำหน้าผิดหวังถามว่าแค่เนี้ย? พฤกษ์ยื่นมือไปจับมือทองสร้อยนิ้วกับนิ้วสอดประสานกันแน่น บอกเธอว่า “เดินไปกับฉันนะ เดินไปด้วยกัน กลับบ้าน...ยิ่งใหญ่ยัง?”

“ที่สุดค่ะ” ทองสร้อยยิ้มสดใสเต็มหน้า จูงมือกันเดินไปอย่างมั่นคง

ที่บ้านทองก้อนวันนี้...มีรูปสมาชิกในบ้านวางเรียงกันตามลำดับ นับแต่รูปทองก้อนถ่ายกับทองสร้อยและทองโปรย รูปทองโปรยถ่ายกับคุณเล็ก รูปทองรำไพถ่ายกับครอบครัวสามีฝรั่งกับลูกน้อยน่ารัก และสุดท้าย...เป็นรูปทองสร้อยถ่ายคู่กับพฤกษ์

รูปถ่ายที่สวยงามวางอยู่ในบ้านใหญ่โตที่บัดนี้อบอวลด้วยความอบอุ่น อยู่กันด้วยความรักและเข้าใจกัน...

ooooooo

–อวสาน–


ละครนางสาวทองสร้อย ตอนที่ 12(ตอนจบ) อ่านนางสาวทองสร้อย ติดตามนางสาวทองสร้อย ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย ทฤษฎี สหวงษ์ ,จิตตาภา แจ่มปฐม 15 ส.ค. 2558 08:32 2015-08-19T02:13:06+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ