ตอนที่ 8
อัลบั้ม: 'ใหม่&กันต์' จิ้นกระชากเรตติ้ง รักแค้นหลอน "นางชฎา"
ริลณีกลับถึงบ้านทรงไทยอย่างไม่สบายใจยืนที่ระเบียงมองเตชินที่กลับมาแต่ไม่ลงมาทักทายกลับเดินหายเข้าไปในบ้าน เตชินมองอย่างแปลกใจ เมื่อขึ้นไปที่ห้องนอนถามว่าไม่สบายหรือเปล่า
เตชินจะเข้าไปจับตัว ริลณีเขยิบหนีมองมือตัวเอง ที่โปรงแสงจับอะไรไม่ได้อย่างกังวล รีบบอกว่าตนไม่เป็นอะไรแค่รู้สึกหนาวๆนิดหน่อยเท่านั้น เตชินบอกว่าถ้ามีอะไรไม่สบายใจให้บอก ตนยินดีรับฟังเสมอ นึกขึ้นได้บอกว่าวันนี้มีเซอร์ไพรส์จะชวนเธอไปทานอาหารเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง เห็นริลณีลังเลเขาอ้อน...
“ห้ามปฏิเสธนะ ผมมั่นใจรินต้องชอบร้านนี้มากแน่ๆ”
ระหว่างนั่งในร้านมีโชว์รำ เตชินเห็นริลณีเศร้าๆ ถามว่าคิดอะไรอยู่ ริลณีเฉไฉว่าคิดถึงตอนที่ตนเป็นนางรำ ชีวิตช่วงนั้นมีความสุขมาก เตชินบอกว่าคิดถึงก็กลับไปรำหรือไม่ก็ไปสอนที่มหาวิทยาลัย ริลณีบอกว่าตอนนี้ตนทำแบบนั้นไม่ได้แล้ว แต่พอเตชินถามว่าทำไม เธอก็เปลี่ยนเรื่องว่า
“ถ้ารินไปสอนเด็กๆ แล้วใครจะอยู่ดูแลคุณล่ะคะ ถึงแม้ตอนรำรินจะมีความสุข แต่การที่ได้อยู่กับคุณมันทำให้รินมีความสุขมากกว่า”
เป็นคำตอบที่ทำให้เตชินยิ้มอย่างมีความสุข ส่วนริลณีมีแต่ความกังวล เมื่อเอื้อมมือไปหยิบแก้วน้ำแล้วทะลุผ่านแก้วไปก็ยิ่งกังวล โชคดีที่เตชินไม่เห็นเพราะมัวหันไปมองบนเวที อาการร่างโปร่งแสงรุนแรงขึ้นจนริลณีทนไม่ได้ลุกพรวดไป เตชินแปลกใจร้องเรียกก็ไม่หยุด เลยลุกตามไป แต่ตามไปไม่ทันไรริลณีก็หายไปจากสายตาทั้งที่เธอยืนอยู่แถวนั้นเอง
เมื่อริลณีเข้าห้องน้ำเห็นสภาพตัวเองในกระจกแล้วยิ่งเครียด!
ooooooo
น้าไหวกับกล้าเอาแหวนไปเสนอขายให้วิจิตรในราคาห้าหมื่น ถูกวิจิตรกดราคาเหลือห้าพันอ้างว่าตนซื้อก็เสี่ยงเพราะไม่รู้ว่าน้าไหวไปเอาแหวนแพงๆ แบบนี้มาจากไหน
น้าไหวเห็นว่าถูกกดราคาเกินไปขอเป็นหมื่นห้าวิจิตรก็ไม่เอา เลยเอาไปเสนอขายให้เสี่ยวิชัยคู่แข่งที่จีบสาวคนเดียวกับวิจิตร
ระหว่างทั้งสองเดินไปนั้น ผ่านริลณีที่เดินโซเซออกมาอ่อนแรงจนทรุดนั่ง เห็นน้าไหวกับกล้าถือแหวนเพชรมีสายสิญจน์เล็กๆผูกอยู่ ริลณีรู้สึกถึงพลังงานบางอย่างจนหันไปมอง
“แหวนของฉัน!!!” ริลณีจำได้ มีพลังขึ้นอย่างประหลาด ลุกเดินตาม หันมองเตชิน พลันก็ตัดสินใจบางอย่าง
น้าไหวกับกล้าเอาแหวนไปเสนอขายเสี่ยวิเชียร แต่วิจิตรคะเนด้วยสายตาว่าแหวนวงนี้ต้องไม่ต่ำกว่าแสนเลยวิ่งตามไปซื้อ ขณะน้าไหวกับกล้าเดินนับเงินผ่านริลณีนั้น เธอจ้องแหวนเพชรยิ้มอย่างมีแผนการ
ริลณีเข้าไปในห้องวิจิตรขณะเขากำลังถ่ายรูปแหวนส่งไปให้เมียน้อยดู วิจิตรเห็นริลณีก็ตกใจถามว่าเป็นใคร? เข้ามาได้ยังไง ริลณีทวงแหวนคืน วิจิตรอ้างว่า ตนเพิ่งซื้อมาหยกๆ มีหลักฐานอะไรมาอ้างว่าเป็นของเธอ
“เอา แหวน ของ ฉัน คืน มา”
วิจิตรอ้าปากค้างตาเหลือก ตะโกนออกมาได้คำเดียว “ผะ..ผะ..ผี!!” แล้ววิ่งหนีออกไป ถูกริลณีสร้างภาพหลอนวิ่งหาประตูไม่เจอ ชนผนังปึงปังๆ วิจิตรอ้อนวอนว่ากลัวแล้วอยากได้อะไรก็เอาไปเลย ริลณีเอื้อมไปจะหยิบแหวน แต่ถูกสายสิญจน์ที่ผูกติดกับแหวนร้อนจนต้องดึงมือกลับ
พอดีอาจารย์นาฎมาเคาะประตูเพื่อจะบอกวิจิตรว่าพานางรำมาให้ดูตัว ริลณีจึงปรากฏตัวให้เห็นสะกดจิตอาจารย์แล้วขอร้องอาจารย์ให้ช่วยเอาแหวนกลับไปให้ตนด้วย อาจารย์นาฎถือแหวนเดินทื่อไปบ้านทรงไทยอย่างไร้วิญญาณ
ทันใดนั้นเสียงดนตรีไทยแว่วมาอย่างไพเราะ อาจารย์นาฎเริ่มร่ายรำอย่างมีความสุข แสงฟ้าแลบสว่างวาบทำให้เห็นริลณีรำอยู่กับอาจารย์นาฎสอดรับประสานกันอย่างสวยงาม
เมื่อรำจบอาจารย์นาฎนั่งลงเอาแหวนมาถอดสายสิญจน์ออก วางแหวนไว้บนหลุมฝังศพริลณี มีมือค่อยๆโผล่จากหลุมศพมาหยิบแหวนกระชากลงหลุมไปทันที เสียงหมาหอนโหยหวนไปทั่ว เสียงริลณีหัวเราะกึกก้องชวนขนหัวลุก
ooooooo
เตชินกลับมาเจอริลณีนอนอยู่ที่เตียงแล้ว เขาตำหนิตัวเองที่เธอไม่สบายยังพาออกไป ริลณีขอโทษที่ตนไม่สบายเลยกลับมาก่อน เตชินคลี่ผ้าห่มคลุมให้ พลันเตชินก็เห็นแหวนเพชรที่นิ้วมือริลณี เขาจำได้ ถามว่าแหวนที่ตนให้ใช่ไหม ไม่เห็นใส่เลยนึกว่าไม่ชอบ
“รินรักแหวนวงนี้มากค่ะ รินสัญญาว่าต่อไปรินจะไม่ถอดแหวนวงนี้อีกแล้ว”
เตชินประคองมือที่ใส่แหวนของริลณีขึ้นจุมพิต ริลณียิ้มอย่างมีความสุข แต่แววตาแฝงความน่ากลัวที่เตชินมองไม่เห็น
ขณะนอนหลับอยู่นั้นมีเสียงผู้หญิงกรีดร้องขอความช่วยเหลือแว่วเข้ามา ริลณีลืมตาโพลงลุกหายไปจาก เตียงทันที!!
เป็นเสียงของเจี๊ยบสาวออฟฟิศที่ถูกคนร้ายฉุดเธอร้องขอความช่วยเหลือจนกระทั่งเสียงดนตรีไทยดังขึ้น ริลณีปรากฏตัวทันที คนร้ายตกใจถามว่า “ใคร...นั่นใคร!!” มันผละจากเจี๊ยบเดินออกมาดู แล้วมันก็ต้องช็อกเมื่อเห็นผีริลณียืนอยู่
“แกทำร้ายเขาทำไม แกเห็นผู้หญิงเป็นอะไร!” ริลณีถามเสียงน่ากลัว คนร้ายจะวิ่งหนีแต่ก้าวขาไม่ออก พอริลณีเข้าใกล้มันจึงก้าวขาออก ถูกริลณีสะบัดมือทีเดียวร่างมันก็ปลิวไปเสียบกิ่งไม้หักตายสยอง
เจี๊ยบเห็นผีริลณีจัดการกับโจรก็ตกใจจนหมดสติ ส่วนริลณีมองโจรที่ตายตกใจมากทรุดร้องไห้พร่ำบอกว่า
“ฉันไม่ได้ตั้งใจให้แกตาย...ฉันไม่ได้ตั้งใจ...”
รุ่งขึ้น คนกวาดถนนมาเจอร่างเจี๊ยบนอนอยู่รีบเข้าไปช่วย เจี๊ยบรู้สึกตัวร้องบอกอย่างขวัญเสียว่ามีคนถูกฆ่าตาย เมื่อเจ้าหน้าที่พาเจี๊ยบขึ้นรถพยาบาล เธอก็ยังโวยวายไม่หยุด...
“ผู้ชายคนนั้นจะข่มขืนฉัน มีผู้หญิงผมยาวฆ่าเขา... ฉันไม่ได้ฆ่า...ผีฆ่าเขา...”
ริลณีกลับมาเข้าห้องน้ำ นานจนเตชินเป็นห่วงมาเคาะประตูถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า เปิดประตูให้หน่อย
ที่หน้ากระจกริลณีกำลังดูแผลในร่มผ้าความกว้างประมาณฝ่ามือ เป็นแผลเน่าเฟะแบบซากศพ ริลณีหลับตาพยายามทำให้แผลหาย แต่ไม่สำเร็จ แผลยังเน่าเฟะอยู่อย่างนั้น ริลณีหน้าเสีย เมื่อเตชินยังเคาะประตูร้องเรียก เธอส่งเสียงออกไปว่าตนไม่เป็นไร ไม่ต้องห่วง เตชินยังเป็นห่วง แต่เสียงโทรศัพท์ดังทำให้เขาต้องไปรับสาย
“มีอะไรสร้อย”
“มีตำรวจมาขอพบคุณเตชินค่ะ!” เสียงสร้อยตื่นตระหนก
เตชินวางโทรศัพท์หันมองที่ห้องน้ำอย่างเป็นห่วงอีกครั้งก่อนตัดสินใจเดินออกไป
ริลณีมองแผลอย่างกังวล กลัวมาก พึมพำ “ทำไมถึงได้เป็นแบบนี้...หรือว่า?...”
“ถ้าโยมทำบาป ก่อเวรสร้างกรรมขึ้นมาอีก เวลาที่โยมจะได้อยู่กับคนที่โยมรักก็น้อยลง” เสียงหลวงพ่อแว่วทำให้ริลณียิ่งกังวล...
ooooooo
เมื่อตำรวจมาขอสอบปากคำ พอเตชินลงมาถามว่าเกิดอะไรขึ้น หมูหวานที่ไปดูเหตุการณ์เมื่อคืนนี้ด้วยก็สาระแนเล่าฉอดๆว่า
“เมื่อคืนมีผู้หญิงจะถูกข่มขืนแถวบ้านเราค่ะ แต่ไปไงมาไงก็ไม่รู้ ไอ้คนที่จะข่มขืนกลับถูกฆ่าตายเสียเอง ศพเงี้ย...สยองผิดมนุษย์มนา ผู้หญิงคนนั้นก็เอาแต่ร้องว่า ผีฆ่า...ผีฆ่า ชาวบ้านเขาเม้าท์กันให้แซ่ดว่าถูกผีฆ่าค่ะ”
เล่าจบหมูหวานก็ต้องหลบไปอยู่หลังพ่อหนีสายตาทุกคู่ที่มองมาอย่างตำหนิ
ตำรวจบอกว่า อยากจะสอบปากคำคนในบ้านนี้ว่าเมื่อคืนเห็นอะไรที่ผิดปกติบ้างไหม สร้อยลอยหน้าเล่าก่อนเพื่อนว่า
“ก็ได้ยินเสียงหมาเห่าตอนสามสี่ทุ่ม พวกเราก็เลยออกมาดู แล้ว...แล้ว...โอย เกิดอะไรขึ้นล่ะ อยู่ดีๆทำไมฉันจำอะไรไม่ได้เลย”
ไม่เพียงสร้อยคนเดียวที่จำอะไรไม่ได้ แต่ทั้งสมหมายและหมูหวานก็จำได้แค่...นอนหลับเป็นตายทั้งคืนเลย ตำรวจถามเตชินบ้าง เขาบอกว่าตนไม่ได้ยินเสียงอะไร ตำรวจถามว่าบ้านนี้อยู่กันแค่นี้หรือ
“แฟนผมอยู่ข้างบน แต่พอดีเขาไม่ค่อยสบายน่ะครับ อาจจะไม่สะดวก”
ตำรวจบอกไม่เป็นไรไว้วันหลังก็ได้ เตชินจึงเดินไปส่งตำรวจที่ประตู พอกลับมาเห็นทั้งสมหมาย หมูหวานและสร้อยทำหน้าเหวอกัน พอถามว่าเป็นอะไร สร้อยตอบติดอ่างว่า “ปละ...ปละ...เปล่าค่ะ” แต่พอเตชินเดินผ่านไป หมูหวานกระซิบถามสร้อยว่า เมื่อกี๊ได้ยินไหมว่า เตชินบอกตำรวจว่าอยู่กับแฟน
“เต็มสองรูหูเลย...โชคเข้าข้างสร้อยจริงจริ๊งงงงง” สร้อยทำขนลุกขนพอง แล้วแจ้นไปโทรศัพท์รายงานคุณหญิงว่า “สร้อยได้ยินมาเต็มๆไม่ผิดแน่ๆ คุณเตชินอยู่กับผู้หญิงชื่อ ‘ริน’ ชัวร์” แต่พอคุณหญิงถามว่าเคยเห็นหน้าไหม “เอาจริงๆนะคะคุณหญิง จนถึงตอนนี้ยังไม่เคยมีใครเห็นแม้แต่เงาเลยค่ะ”
“ไม่เป็นไรสร้อย งานของแกจบแล้วสร้อย ขอบใจมาก!! เดี๋ยวที่เหลือฉันจัดการเอง” คุณหญิงยิ้มพอใจอย่างมีแผน
หมูหวานบอกสมหมายอย่างหมั่นไส้ว่าสร้อยรีบโทร.ไปรายงานเจ้านายแล้ว สมหมายบอกว่าสร้อยทำตามหน้าที่ ก็ถูกหมูหวานหาว่าเข้าข้างสร้อย สมหมายบอกว่าถ้าอยากได้หน้าก็โทร.ไปบอกคุณหญิงบ้างสิ หมูหวานจัดแจงโทร.ทันที แต่ปรากฏว่าโทรศัพท์ไม่มีสัญญาณ
“โทรศัพท์บ้านก็ใช้ไม่ได้ หรือว่า...มีคนไม่อยากให้เราโทร.” หมูหวานมองไปที่รูปนางในวรรณคดีที่ติดอยู่ข้างฝาเห็นรูปยิ้มให้น่าสยอง แต่พอขยี้ตาดูอีกทีรูปก็ เหมือนเดิม สองพ่อลูกเลยเผ่นแน่บ พอทั้งสองไปแล้ว ริลณีมองตามพึมพำ
“ยังไม่ถึงเวลาที่เธอจะรู้เรื่องของฉัน ชมพู!!”
ooooooo
เช้านี้ทีวีที่บ้านเชิงชายกำลังรายงานข่าวเมื่อคืน...
“เกิดเหตุสลดใจ เมื่อคืนหญิงสาวถูกคนขับแท็กซี่ลวงไปข่มขืนย่านถนนเปลี่ยวหลังมหาวิทยาลัยชื่อดัง แต่กลับเกิดเหตุให้ขวัญผวายิ่งกว่า เมื่อคนขับแท็กซี่กลับถูกฆ่าอย่างโหดเหี้ยม โดยหญิงสาวผู้โชคร้ายอ้างว่าผีสาวผมยาวเป็นคนมาช่วย”
แต่เชิงชายไม่ได้สนใจดูทีวีเพราะกำลังร้อนใจที่เงินในกระเป๋าเหลือไม่กี่บาท เขาตัดสินใจโทรศัพท์ไปทวงค่าลิขสิทธิ์เพลงและค่าโหลดเพลงเดือนก่อนที่ยังไม่ได้ ไม่ทันได้เรื่องเสียงกดกริ่งหน้าบ้านก็กระหน่ำไม่หยุด เชิงชายเห็นคนทวงหนี้อยู่หน้าบ้านก็คว้ากระเป๋าสตางค์ที่มีเงินไม่กี่บาทวิ่งออกทางหลังบ้าน
คนทวงหนี้รู้แกวไปดักจับได้ เชิงชายขอร้องว่าฝากบอกเฮียว่าตนขอเวลาอีกสามวัน ตนยังไม่ได้ค่าลิขสิทธิ์เพลงเลย คนทวงหนี้ไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้น เข้าไปเอาคอม– พิวเตอร์และของที่พอมีค่าจะยึดไปใช้หนี้แทน เชิงชายอ้อนวอนว่าถ้าเอาเครื่องมือทำมาหากินของตนไป ตนยิ่งไม่มีทางหาเงิน
ไม่มีความเห็นใจจากคนทวงหนี้ มันขนของไปจนได้ เชิงชายขัดขวางก็ถูกมันเตะคว่ำแล้วเอาของไป เชิงชายได้แต่ตะเกียกตะกายอ้อนวอน “อย่าเอาของผมปาย...โอ๊ยยยยย” เชิงชายบิดร่างอย่างเจ็บปวดทรุดไปกองกับพื้น
ooooooo
วันนี้ เตชินถูกคุณหญิงและณรงค์โทร.เรียกให้ไปหาที่บ้าน เขาบอกริลณีถามว่าเธออยู่คนเดียวได้ใช่ไหม ริลณีตอบสบายๆว่า เขาก็รู้ว่าตนอยู่ได้
ริลณีที่ปลูกต้นไม้เหนือหลุมศพตัวเองเศร้าๆ เตือนใจตัวเองว่า
“จำไว้ริลณี ถ้าอยากอยู่กับเตชินนานๆต้องไม่ทำร้ายใครอีกเป็นอันขาด”
สายๆ ริลณีไปกราบหลวงพ่อที่กำลังกวาดลานวัดอยู่ หลวงพ่อบอกว่าคำตอบที่ริลณีมีอยู่ในใจนั้นถูกต้องแล้ว
ริลณีถามว่าถ้าตนฆ่าหรือทำร้ายคน ร่างกายของตนจะค่อยๆ กลับกลายเป็นร่างเดิมใช่ไหม หลวงพ่อบอกว่าใช่ เธอชี้แจงว่า
“แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืน ฉันไม่ได้ตั้งใจ ฉันแค่ต้องการอยากจะช่วยผู้หญิงคนนั้นไม่ให้เจอกับสิ่งที่ฉันเคยเจอเท่านั้น”
“อาตมารู้ว่าโยมไม่ได้มีจิตคิดทำลายชีวิตชายคนนั้น แต่สิ่งที่โยมเพิ่งได้กลับมาครอบครองมันทำให้โยมมีพลังมากจนเกินควบคุม” ริลณีถามว่าหลวงพ่อหมายถึงอะไร “พลังในแหวนจะทำให้โยมกลับไปสู่ความยึดติด ความเจ็บปวดและคั่งแค้น โยมจงควบคุมจิตใจให้ดี อย่าปล่อยให้อารมณ์ใดๆเข้าครอบงำ ไม่อย่างนั้นทุกอย่างก็จะกลับไปเป็นอย่างเดิม”
ริลณีรับปากกับหลวงพ่อว่าจะพยายาม ท่านให้กำลังใจว่าเธอจะทำได้
ooooooo
เมื่อเตชินไปพบคุณพ่อคุณแม่ที่บ้าน ถูกทั้งสองจ้องหน้าด้วยสายตาที่ทรงอำนาจ แล้วณรงค์ก็เป็นฝ่ายพูดขึ้นก่อนว่า
“พาผู้หญิงที่อยู่กับแกที่บ้านเรือนไทยหลังนั้นมาพบพวกเราที่นี่” เตชินอ้างว่าคุณแม่ไปที่นั่นแล้วก็ไม่มี... “หยุดโกหกเสียที ถึงเวลาแล้วที่พวกเราทุกคนที่นี่ต้องยอมรับความจริงที่เกิดขึ้น ไหนบอกพ่อมาตรงๆซิ ว่าแกมีผู้หญิงอยู่ด้วยที่บ้านหลังนั้นจริงรึเปล่า”
เตชินยอมรับว่าจริง ณรงค์ถามว่าการยกเลิกงานแต่งงานกับชมพูก็เพราะผู้หญิงคนนี้ใช่ไหม
“ไม่ใช่อย่างนั้นนะครับคุณพ่อ น้องชมพูยกเลิกงานแต่งก็เพราะรู้ว่าผมไม่ได้รักเขา” คุณหญิงสวนทันควันว่าเขาคงรักผู้หญิงคนนั้นมากใช่ไหม “ครับ...เขาคือผู้หญิงคนเดียวที่ผมรักและจะแต่งงานด้วย”
ณรงค์บอกให้พาผู้หญิงคนนั้นมาพบพ่อแม่ เตชินดีใจถามว่าคุณพ่อกับคุณแม่ยอมรับเธอแล้วใช่ไหม
“ถ้าไม่ยอมแล้วจะทำอะไรได้ ในเมื่อแกอยู่กับเขาไปแล้ว เรื่องมันเกิดขนาดนี้ เราก็ต้องจัดการทุกอย่างให้มันถูกต้อง ใครเขาจะได้ไม่ว่าพ่อกับแม่ได้เข้าใจไหม” ณรงค์มองหน้าเตชินอย่างรอคำตอบ
เตชินบอกว่าเข้าใจ ถามว่า คุณพ่อคุณแม่จะให้ตนพามาพบเมื่อไหร่ คุณหญิงพูดทันทีว่า “เร็วที่สุด!”
เมื่อเตชินกลับไปบอกริลณี เธอแทบไม่เชื่อหูตัวเอง เตชินบอกว่าคุณพ่อคุณแม่ท่านยอมรับเธอแล้ว ท่านยอมให้เราสองคนอยู่ด้วยกันแล้ว ต่อไปเราจะแต่งงานอยู่ด้วยกันตลอดไป ริลณีดีใจจนน้ำตาไหล บอกว่าไม่อยากเชื่อเลย ว่ามันจะเร็วขนาดนี้
“ผมก็ไม่อยากเชื่อ แต่ท่านสองคนบอกกับผมอย่างนั้นจริงๆ แล้วท่านก็อยากจะเจอรินให้เร็วที่สุดด้วย จะได้จัดการเรื่องของเราสองคนให้ถูกต้อง”
ทั้งสองโผกอดกันด้วยความดีใจอย่างที่สุด
ooooooo
เอทีเอ็มทุ่มเทคิดหาทางที่จะทำให้ชมพูเพลิดเพลินและหายเศร้า เขาพาเธอมางานวันเกิดของเฟื่องฟ้าที่จัดกันในบ้านเด็กกำพร้าโดยมีพวกเด็กๆ เฟื่องฟ้า เอทีเอ็ม ที่สำคัญมีชมพูในชุดมาสคอตการ์ตูนน่ารักถือขนมเค้กมาอวยพรด้วย
หลังจากเป่าเทียนวันเกิดและตัดเค้กแบ่งให้เด็กๆ กินแล้ว เฟื่องฟ้าพูดอย่างเกรงใจว่า
“ขอบใจมากนะชมพู อีตาเอทีเอ็มชวนเธอมาลำบากแท้ๆ”
“สนุกดีออก นี่ถ้ารู้ว่าเด็กๆชอบเค้กขนาดนี้จะซื้อให้ก้อนใหญ่กว่านี้อีก”
“แค่นี้แหละ พวกเขาต้องเรียนรู้ความสุขที่ ‘พอเพียง’ เด็กกำพร้าอย่างพวกเรายิ่งเรียกร้องยิ่งต้องการมากก็ยิ่งเจ็บมาก” เอทีเอ็มเอ่ยเศร้าๆ ถูกเฟื่องฟ้าบ่นว่าดึงเข้าโหมดเศร้าทำไมคนกำลังแฮปปี้แท้ๆ
ชมพูชมว่าเฟื่องฟ้ากับเอทีเอ็มเก่งมากที่ช่วยกันดูแลบ้านหลังนี้เอาไว้จนได้ ถ้าว่างๆตนจะมาช่วยพวกเธอ
“ขอบใจมากนะเอทีเอ็ม ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าควรจะเลิกคิดเรื่องไร้สาระสักที เอาเวลามาทำสิ่งดีๆดีกว่า” แล้วชมพูก็บ่นคิดถึงริลณี เอทีเอ็มบอกว่าถึงริลณีไม่ได้มาแต่เชื่อเถอะว่ารินไม่เคยลืม
ชมพูดูนาฬิกาบอกทั้งสองว่าตนต้องกลับก่อน แต่พอชมพูมองไปบนตึกก็ชะงักเห็นเหมือนมีใครยืนมองลงมาอยู่ เธอสะกิดบอกเพื่อน แต่เฟื่องฟ้ากับเอทีเอ็มไม่เห็น เฟื่องฟ้าบอกว่านั่นคือห้องนอนตน ปิดล็อกเอาไว้ไม่มีใครเข้าไปได้ เธอคงตาฝาดมากกว่า ส่งชมพูแล้ว
เอทีเอ็มกับเฟื่องฟ้าเดินกลับเข้าบ้าน ทั้งสองไม่เห็นว่าใครคนนั้นมายืนมองอยู่ที่เดิม
เมื่อเฟื่องฟ้ากลับไปที่ห้องนอน เห็นดอกกุหลาบวางอยู่ที่หัวเตียงก็เอะใจว่าใครแอบเข้ามาในห้องได้ยังไง พลันก็เห็นร่างริลณีเดินมาจากด้านหลังกระซิบข้างหูว่า
“สุขสันต์วันเกิดนะเฟื่องฟ้า”
เฟื่องฟ้าหนาววาบขึ้นที่ข้างหลังแต่หันมองก็ไม่เห็นใคร ซ้ำอยู่ๆก็รู้สึกห้องน่ากลัวขึ้นมา เธอทิ้งดอกกุหลาบรีบไปหยิบของแล้ววิ่งออกจากห้องไปทันที
ริลณีมองตามเฟื่องฟ้า เดินไปหยิบกุหลาบดอกนั้นมองด้วยแววตาเศร้าสุดๆ...
ooooooo
ที่ร้านอาหารอิตาเลียน บ้านของประวิทย์ ขณะประวิทย์กับลูกน้องกำลังช่วยกันหั่นเครื่องปรุงเตรียมไว้ขายอาหารอยู่นั้น ทีวีก็รายงานข่าวการสัมภาษณ์หญิงสาวที่ประสบเหตุร้ายเมื่อคืน เธออำพรางใบหน้าเล่าว่า
“ตอนนั้นคนร้ายกำลังจะเข้ามาข่มขืนหนู หนูกลัวมาก ตะโกนร้องขอให้คนมาช่วย แล้วจู่ๆคนร้ายก็นิ่งเหมือนเขาเห็นอะไรบางอย่าง หนูเลยมองไปด้วย หนูเห็นผู้หญิงผมยาวหน้าสวยเหมือนนางในวรรณคดี” แล้วเจี๊ยบหญิงสาว คนนั้นก็บรรยายการแต่งกายของหญิงผมยาวคนนั้น
ประวิทย์ฟังพลางนึกตาม มันเป็นชุดเหมือนกับที่ริลณีใส่ในวันที่ถูกฆ่า เขาตกใจจนมีดบาดนิ้วตัวเอง แม้จะเจ็บแต่ประวิทย์ไม่สนใจ เขาเดินไปหยุดที่หน้าทีวีดูและฟังอย่างตื่นกลัว เจี๊ยบยังเล่าอย่างน่ากลัวว่า
“ผู้หญิงคนนั้นผลักคนร้ายกระเด็นไปเสียบกิ่งไม้ ตาย หนูว่าผู้หญิงคนนั้นต้องเป็นผีแน่ๆ ผีผู้หญิงคนนั้นต้องมาช่วยหนูแน่ๆ”
ประวิทย์ช็อก ถอดเสื้อคลุม คว้าผ้าขนหนูสะอาดพันนิ้วที่ถูกมีดปาดแล้ววิ่งอ้าวออกไปทันทีจนลูกน้องมองเหวอ...
ประวิทย์ไปดักรอเอกราชที่หน้าคอนโดหรู เห็นเขากลับมาพร้อมหญิงสาว ประวิทย์ตรงไปต่อว่าว่าทำไมไม่รับโทรศัพท์ เอกราชตอบอย่างสำราญใจว่ากำลังสนุกกับสาวๆเลยไม่อยากให้มีใครมายุ่ง ประวิทย์ถามว่าเขาได้ยินข่าวโจรข่มขืนผู้หญิงที่ถูกฆ่าตายหรือเปล่า เอกราชทำหน้าเซ็งบอกว่าไม่เห็นเกี่ยวกับตน
“แต่เมื่อกี๊ ฉันได้ยินข่าวผู้หญิงคนนั้นบรรยายถึงผีที่ฆ่าคนร้าย ฉันว่าผีนั่นเหมือนริลณี!”
แต่เอกราชไม่สนใจขอสนุกกับหญิงสาวต่อก่อน ประวิทย์ย้ำว่าเรื่องนี้สำคัญมากนะ เอกราชหันตอบหน้าตึงว่า
“นี่ชีวิตของฉัน ฉันจะเป็นคนตัดสินใจเองว่าอะไรสำคัญหรือไม่สำคัญ!!” แล้วควงหญิงสาวขึ้นคอนโดไป
ประวิทย์มองตามเอกราชควงหญิงสาวไปอย่างเจ็บปวดเสียใจที่เพื่อนเห็นผู้หญิงดีกว่าตน
ค่ำนี้ประวิทย์ไปนั่งดื่มเอาเป็นเอาตายในผับ มีตุลเทพนั่งดูอย่างสงสัยว่าเพื่อนเป็นอะไร ไม่นานเชิงชายก็เข้ามาในสภาพหน้าตาฟกช้ำ ตุลเทพถามว่าหน้าไปโดนอะไรมา เชิงชายบอกว่าปัญหาเก่า ตุลเทพเดาได้ทันทีว่าเรื่องเงิน
ระหว่างนั้นตุลเทพบอกเชิงชายว่าตนจะไปหาหญิงคนนั้นหน่อย พลางบุ้ยใบ้ไปที่หญิงคนนั้นที่ท่าทางมีอายุแต่ยังสวย กำลังยิ้มให้เขา บอกเชิงชายว่าพี่สาวคนนี้ท่าทางรวย เหล่ตนมานานแล้วจะไปทำความรู้จักสักหน่อย เชิงชายติงว่าท่าทางเหมือนหนีผัวมาเที่ยว
“ก็ไม่มีปัญหานี่ถ้านายมีแม่ยกรวยแบบฉัน นายไม่มีปัญหาเรื่องเงินแน่” เชิงชายตาโตถามว่าจริงหรือ ตุลเทพ ถามว่าอยากให้แนะนำให้รู้จักไหมล่ะ เชิงชายพยักหน้าเดินตามตุลเทพไป ไม่มีใครสนใจประวิทย์ที่นั่งดื่มอั้กๆ อยู่เลย
ooooooo
เตชินพาริลณีไปที่บ้าน คุณหญิงและณรงค์เดินออกมาอย่างสง่า ภูมิฐาน พอทั้งสองยกมือไหว้ คุณหญิงยิ้มพูดเย็นๆว่า
“ในที่สุดเราก็ได้เจอกันสักทีนะ...ริลณี” ณรงค์บอกว่าคุ้นๆหน้า “ก็หนูคนนี้เขาเคยมารำอวยพรให้คุณตอนที่เราจัดงานเมื่อสองปีที่แล้วไงคะ”
ณรงค์ซักถามพูดคุยอะไรกันเล็กน้อย คุณหญิงก็ขอเวลาคุยกับริลณีเป็นการส่วนตัวประสาผู้หญิงด้วยกัน แล้วเดินนำริลณีออกไปที่ห้องรับแขกส่วนตัว
คุณหญิงเอาเครื่องเพชรชุดใหญ่ออกมาบอกว่านี่เป็นของเก่าคนที่คู่ควรจะมาเป็นสะใภ้ตนเท่านั้นจึงจะได้ นั่นคือชมพูแล้วชมประชดว่าริลณีเก่งที่จับเตชิน
ไว้ได้และพาเธอมาเหยียบย่ำหัวใจพ่อแม่ถึงในบ้านหลังนี้ พูดหน้าตึงว่า
“ฉันบอกไว้เลยนะริลณี ถึงเตชินจะบอกว่ารักเธอมาก แต่พวกเราจะไม่มีวันยอมรับผู้หญิงอย่างเธอมาเป็นสะใภ้ตระกูลเราเด็ดขาด!!” ริลณีปรับตัวไม่ทันถามว่าเกิดอะไรขึ้นหรือ คุณหญิงปฏิเสธที่จะรับเธอย้ำว่าคนเป็นแม่ต้องปกป้องลูกจากสิ่งที่เลวร้ายที่สุด เอาเครื่องเพชรชุดใหญ่ให้ดูย้ำว่า “เครื่องประดับพวกนี้ฉันจะยกให้เธอ เธอจะเอาชุดไหนก็ได้ ยกเว้นชุดเพชรนั้นที่เธอไม่มีสิทธิ์ แล้วฉันจะแถมเงินให้เธออีกก้อนใหญ่สำหรับไปตั้งตัว”
พอริลณีขยับจะพูด ก็ถูกขัดขึ้นว่า
“ฉันรู้ว่าคนอย่างเธอเงินซื้อไม่ได้ แต่ริลณี...เธอไม่มีวันได้สิ่งที่เธอต้องการหรอก ออกไปจากชีวิตลูกชายฉัน ขณะที่เธอยังมีศักดิ์ศรีเหลืออยู่บ้าง ถือว่าฉันขอร้อง”
ริลณีตั้งหลักได้แล้ว เธอมองเครื่องเพชรตรงหน้า พูดเนิบๆอย่างไม่ยินดียินร้ายว่า
“คุณรู้ใช่ไหมคะ ถ้าตายเราไม่สามารถเอาเงินทอง เกียรติยศหรือแม้แต่เครื่องเพชรพวกนี้ไปได้สักชิ้น มีอย่างเดียวที่เราเอาไปได้คือความรักที่จะตามติดใจเราตลอดไป”
คุณหญิงตัดบทว่าไม่ต้องพูดมากตัดสินใจมาเลย ริลณีสวนทันควันว่าตนตัดสินใจแล้ว คุณหญิงถามว่าเธอต้องการเครื่องเพชรและเงินเท่าไหร่ ริลณีตอบอย่างหนักแน่นว่า “ฉันเลือกเตชิน เขาคือสิ่งมีค่าเดียวสำหรับฉัน” คุณหญิงย้ำให้เลือกเสียก่อนที่จะไม่มีโอกาสเลือก
“ดิฉันมีคำตอบเดียวค่ะ ฉันมาที่นี่เพราะต้องการแค่โอกาสที่จะได้อยู่กับเตชินอย่างสงบเท่านั้น” ถูกคุณหญิงเดินเข้ามาอย่างคุกคามสั่งให้เลือกเพราะถ้าเธอออกจากห้องนี้เธอจะไม่เหลืออะไรแม้แต่ชีวิตของเธอเอง “เราเลิกก่อเวรสร้างกรรมต่อกันเถอะค่ะ เรื่องที่ผ่านมาทุกอย่างฉันจะอโหสิกรรมให้ทุกคน”
คุณหญิงโกรธปรี๊ดบอกว่าตนไม่ต้องการ ถ้าเธอไม่ยอมไปจากเตชินตนจะตามจองเวรจองกรรมจนถึงที่สุด พูดข่มขู่ว่า
“แกก็รู้นี่ว่าคนอย่างฉันทำอะไรได้บ้าง”
“แต่คุณไม่รู้ว่าฉันทำอะไรได้บ้าง” ริลณีสวนไป คุณหญิงตวาดว่าขู่ตนหรือ “ดิฉันแค่เตือนค่ะ”
“แล้วเราจะได้เห็นดีกันริลณี!!” คุณหญิงยิ้มร้ายมองหน้าริลณีอย่างอาฆาตมาดร้าย
ooooooo
เมื่อคุณหญิงพาริลณีออกมา เตชินกับริลณีก็ขอลากลับ ณรงค์ทำทีเสียดายว่าน่าจะทานข้าวกันก่อนแม่เขาสั่งคนจัดอาหารไว้เยอะเลย
เตชินบอกว่าตนต้องกลับไปศึกษางานที่ต้องไปทำพรุ่งนี้ คุณหญิงบอกสามีว่าให้ลูกไปทำงานเถอะ ไว้เราค่อยชวนริลณีมาทานกับเราวันหลังก็ได้ เตชินดีใจที่พ่อกับแม่จะได้รู้จักว่าที่ลูกสะใภ้มากขึ้น
ระหว่างที่คุยกันนั้น ริลณีเก็บอาการก้มหน้านิ่ง พอเตชินกับริลณีไปแล้ว ณรงค์ถามว่าตกลงเด็กนั่นยอมไหม
“มันฉลาดกว่าที่เราคิด แต่ไม่ต้องห่วงนะคะ ฉันมีวิธีจัดการกับปลิงพวกนั้น ยิ่งมันอยากดูดแรงเท่าไหร่ เราก็ยิ่งต้องจัดมันให้หนักค่ะ” คุณหญิงยิ้มร้ายอย่างมีแผน ส่วนณรงค์พยักหน้าแล้วเดินเข้าบ้านไป
ระหว่างเตชินขับรถพาริลณีกลับนั้น เขาบอกเธอว่าวันนี้ตนมีความสุขมากที่ทำให้ผู้หญิงที่ตนรักมากสองคน เข้าใจกันได้ ริลณีบอกว่าตนก็มีความสุข
“ถ้าผมรู้ว่าคุณแม่จะเข้าใจอะไรง่ายๆแบบนี้ ผมคงพาคุณไปพบท่านนานแล้ว ผมขอโทษนะครับที่ต้องปกปิดเรื่องของคุณไว้นานแบบนี้” เตชินพูดอย่างมีความสุข ริลณียิ้มเศร้าๆ พึมพำกับตัวเองเบาๆ...
“บางทีปิดไว้มันอาจจะดีเสียกว่านะคะ เตชิน”
ooooooo
ความอยากได้เงินจากสาวสวยมีอายุ เชิงชายหน้ามืดพาหญิงคนนั้นเข้าโรงแรมม่านรูด เสร็จแล้วเห็นเธอนอนหลับเป็นตาย ทันใดนั้นเชิงชายได้รับข้อความว่า “มึงเหลือเวลาอีก 6 วัน”
เชิงชายหน้ามืดขโมยนาฬิกาฝังเพชรของหญิงคนนั้นไป แต่พอเอาไปขายที่ร้านรับซื้อของเก่า เฮียตีราคาให้สามพัน พอเชิงชายโวยวาย ก็บอกว่าเป็นเพชรเก๊นาฬิกาก็ของปลอม ปลอมเกรดซีด้วย ให้สามพันยังมากไปด้วยซ้ำ
พอได้มาสามพัน เชิงชายก็คิดหนักว่าจะหาที่ไหนได้อีก พอดีหมอผีเจ๋งโทร.มาบอกให้ไปหา พอไปหาหมอผีเจ๋ง เชิงชายถามว่ามีอะไรให้รีบๆพูดตนไม่อยากอยู่ที่นี่นานๆ มันสยองพิกล
หมอผีเจ๋งบอกว่าจะคุยเรื่องที่เคยพูดกันว่ามันจะทำเงินให้เราสองคนมากจนนับไม่หวาดไม่ไหวถ้าเราได้วัตถุดิบสำคัญมา เชิงชายถามงงๆว่าแล้วมันเกี่ยวอะไรกับตน พอหมอผีเจ๋งบอกว่าต้องการผีที่เขาเจอตัวนั้น เชิงชายผวาเฮือกบอกว่าตนไม่เอาด้วย ไม่อยากยุ่งกับนังผีบ้านั่น
“นายจะกลัวทำไม ในเมื่อผีนั่นมันทำอะไรนายไม่ได้สักหน่อย” แล้วหมอผีเจ๋งก็เล่าเรื่องเครื่องรางผีว่า “คือเครื่องรางที่เราปลุกเสก แล้วจับผีตายโหงมาอยู่ในเครื่องรางนั้น คอยรับใช้ ให้ทำอะไรอย่างที่เราต้องการได้ ไม่ว่าจะเรียกทรัพย์ อำนาจ เสน่ห์ หรือแม้แต่ผู้หญิง ผีพวกนั้นจะทำให้นายสมปรารถนา โดยเฉพาะผีที่มีพลังอำนาจอย่างนังผีนั่น ถ้านายขอให้มันเอามาสิบ มันจะจัดให้นายเป็นร้อยเป็นพันยิ่งกว่าที่นายต้องการอีก”
ฟังหมอผีเจ๋งแล้วเชิงชายตาโตแต่สงสัยว่าถ้าดีขนาดนั้นทำไมต้องมาบอกตนด้วย หมอผีเจ๋งอ้างว่าตนตามจับผีนั่นไม่ได้ วัตถุเชื่อมโยงกับผีก็ไม่มีแล้ว ก็เลยอยากขอวัตถุเชื่อมโยงกับผีจากเขาอีก
เชิงชายบอกว่าตนไม่มีแล้ว หมอผีเจ๋งบ่นเสียดายว่างั้นก็ชวด หมด อดทุกอย่าง อดได้เงิน อดได้หญิง เชิงชายเสนอให้จับผีตัวอื่น หมอผีเจ๋งอ้างว่าผีตัวไหนก็ไม่เจ๋งเท่าผีนังคนนั้น ถ้าจับมาทำพิธีได้พวกเรารวยเละแน่ ตอนนี้ขอแต่ให้หาสิ่งเชื่อมโยงมาเท่านั้น ที่เหลือตนจัดการเอง ตัวเชิงชายเองก็นอนกระดิกหัวแม่โป้งรอรับทรัพย์ได้เลย
เชิงชายหลงคารมของหมอผีเจ๋ง ถามว่าแค่หาสิ่งเชื่อมโยงเท่านั้นหรือ หมอผีเจ๋งบอกว่าใช่ ต้องการแค่นั้นแหละ เชิงชายก็นิ่งเครียด ในขณะที่หมอผีเจ๋งมองหน้าเขาอย่างอ่านใจแกมลุ้น
ooooooo
สร้อยเป็นสายให้คุณหญิง วันนี้พอเตชินไปทำงาน ก็โทร.รายงานคุณหญิงทันที คุณหญิงให้สร้อยไปบอกริลณีว่าเดี๋ยวตนจะส่งคนรถไปรับมาที่นี่
พอสร้อยขึ้นมาบอก ริลณีขอบคุณ สร้อยมองริลณีที่ยิ้มให้นึกชมว่าก็น่ารักดีไม่เห็นจะน่ากลัวเลย
พอคนขับรถมารับไป ริลณีผิดสังเกตว่าไม่ใช่เส้นทางไปบ้านเตชิน คนขับรถบอกว่าท่านสั่งให้ไปอีกที่หนึ่งก่อน ริลณีถามว่าไปไหน คนขับรถบอกว่าเดียวก็รู้เอง
ที่แท้คือเซฟเฮาส์แห่งหนึ่ง พอไปถึงริลณีก็ถูกชายสองคนผลักเข้าไปในห้องที่ไม่มีหน้าต่างเลย ในห้องมีแค่โต๊ะเก่าๆ เก้าอี้เก่าๆ และกระโถนวางอยู่ คุณหญิงนั่งรออยู่แล้วลุกมาหาริลณีทันที บอกว่าจะให้โอกาสเธอเป็นครั้งสุดท้าย รับเงินแล้วหายไปจากชีวิตลูกชายตนเสีย เงินนี้มากพอที่เธอจะไปเริ่มชีวิตใหม่
“สำหรับฉันไม่มีชีวิตใหม่ มีแค่ชีวิตนี้”
คุณหญิงโมโหจี๊ดถามว่า หมายความว่าจะไม่ยอมไปจากชีวิตลูกชายตนใช่ไหม พอริลณีตอบว่าใช่ ก็บอกว่า
“เปลี่ยนใจรับเงินเมื่อไหร่ค่อยออกไปจากห้องนี้ แต่ขอเตือนไว้ก่อนว่าอย่าคิดช้านัก การถูกขังลืมอยู่ในห้องนี้ไม่ใช่เรื่องสนุกเลย” แล้วคุณหญิงก็ไปเคาะประตู พอชายสองคนนั้นเปิดประตูก็สั่ง “เฝ้ามันไว้อย่าให้มันออกไปไหน ถ้ามันเปลี่ยนใจเมื่อไหร่ รีบโทร.บอกฉันทันที”
คุณหญิงสั่งชายทั้งสองว่าจะทำอะไรก็ได้ให้นังนั่นไม่อยากอยู่ในห้องนั้น และไม่มีหน้ากลับไปหาลูกชายตนอีก
ระหว่างนั่งรถกลับคุณหญิงโทร.คุยกับณรงค์ว่าไม่มีใครรู้ว่านังนั่นออกมากับเรา ถ้าเตชินสงสัยก็บอกว่ามันหนีไปแล้ว ตนเชื่อว่ายังไงนังนั่นมันก็ต้องเลือกเงินอยู่แล้ว
คุณหญิงหารู้ไม่ว่าตัวเองกำลังสู้อยู่กับใคร! ที่แท้ริลณีนั่งอยู่ข้างคุณหญิงแล้ว กระซิบบอกว่า
“สิ่งที่คุณทำกับฉัน มันทำอะไรฉันไม่ได้หรอกค่ะ แต่ฉันจะเล่นเกมกับคุณ ฉันจะพิสูจน์ให้คุณเห็นว่า ฉันรักเตชินมากขนาดไหน”
คนขับรถได้ยินแว่วๆ มองทางกระจกส่องหลังแล้วผวาเบรกรถเอี๊ยดจนคุณหญิงหัวคะมำด่าว่าขับรถประสาอะไร คนขับรถพูดแทบไม่เป็นภาษาว่าเมื่อกี๊เห็นผู้หญิงผมยาวนั่งอยู่ข้างๆคุณหญิง
“ขับรถมากจนตาลายรึไง ฉันมาคนเดียวจะมีใครมานั่งด้วยได้ยังไง” คุณหญิงโมโห คนขับรถมองอีกทีไม่เห็นอะไรแล้วเลยถอนใจโล่งอกขับรถต่อไป
ชายสองคนที่เฝ้าริลณีอยู่ คนหนึ่งทำทีเอาน้ำไปให้ริลณีฉวยโอกาสแต๊ะอั๋งจับมือลูบแขน ริลณีมองมันดวงตากลายเป็นตาผีทันที อีกคนเข้ามาลากเพื่อนออกไปบอกว่าอย่าคิดทำอะไรเด็ดขาด คนแรกเถียงว่า
ก็คุณหญิงบอกว่าทำอย่างไรก็ได้ให้นังนั่นไม่อยากอยู่ในห้องนี้ แล้วมองริลณีที่นั่งนิ่งอยู่ที่เดียวท่าเดิมด้วยสายตาชั่วร้าย
ooooooo
ที่พัทยา หงส์หยกที่มาเตรียมการจัดงานแกรนด์โอเพนนิ่งที่โรงแรม ดีใจจนเนื้อเต้นเมื่อเห็นเตชินกำลังทำงานอยู่รี่เข้าไปทักถือเป็นโอกาสทองหมายอ่อยเตชินให้ติดกับ
ปริมลดาก็มีเป้าหมายจะมาอ่อยเตชินที่นี่ แต่โทร.เช็กกับหงส์หยกก่อน หงส์หยกโกหกว่าไม่เห็นเตชินอยู่ที่นี่ ปริมลดาพูดอย่างโล่งใจว่าดีที่โทรเช็กก่อนไม่อย่างนั้นมาเสียเที่ยวเปล่าๆ ส่วนหงส์หยกโกหกปริมลดาแล้วกระหยิ่มยิ้มย่องว่า
“ถึงโอกาสของฉันบ้างล่ะ”
แต่เตชินมองหงส์หยกที่มาอ่อยอย่างไม่แยแส คิดห่วง ริลณีโทร.กลับไปก็ไม่มีคนรับสาย ถูกหงส์หยกมาอ่อยอีก ทั้งยังเตือนเตชินให้ระวังปริมลดาไว้ด้วยเพราะคนนี้ถ้าอยากได้อะไรก็ต้องทำทุกอย่างให้ได้มา ซ้ำแฟนเขาก็ขี้หึงด้วย
เตชินดูนาฬิกาแล้วตัดบทว่าต้องไปทำงานแล้ว หงส์หยกก็ยังอ่อยว่าไว้คุยกันใหม่ มองตามเตชินไปอย่างมีแผน
ระหว่างเตชินกลับไปคุมงาน สร้อยที่คอเขาขาดไม่รู้ตัว คนงานหยิบคืนให้บอกว่าสร้อยขาดที่คอโบราณเขาถือว่าจะพบเรื่องร้าย เตือนให้ระวังตัวไว้หน่อยก็ดี เตชินมองสร้อยที่ขาดอย่างกังวลไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น? กับใคร?
หมูหวานเห็นสร้อยท่าทางกระวนกระวายเอะใจเลยขึ้นไปดูริลณี ถูกริลณีหลอกจนตกใจวิ่งลนลานลงมา
ริลณีกลับไปที่เซฟเฮาส์อีกที บอกชายทั้งสองที่เฝ้าว่าให้ออกไปจากห้องนี้เสียตนไม่อยากทำร้ายใคร แต่คนหนึ่งยังกร่างเลยถูกริลณีห้อยหัวจากเพดานจับมันหักคอดังกร๊อบตายไม่ได้ดิ้นนอนแผ่กับพื้น อีกคนตกใจรีบหนีไป โทร.รายงานคุณหญิงว่าริลณีไม่ใช่คน แต่มันพูดไม่ทันขาดคำก็ถูกบีบคอตายไปอีกคน
คุณหญิงได้ยินเสียงร้องอย่างเจ็บปวดแล้วโทรศัพท์ก็เงียบไปเลยรีบออกจากบ้าน บอกณรงค์ว่า
“ไอ้พวกบ้าสองคนมันปล่อยให้นังริลณีหนีไปได้ ฉันจะรีบไปดักเตชินที่บ้าน ก่อนที่นังนั่นจะไปเล่าเรื่องที่พวกเราทำกับมันวันนี้”
เตชินกระวนกระวายใจที่โทรศัพท์มาแล้วไม่มีคนรับสาย เขาขับรถกลับทันที ระหว่างทางโทร.ถามสมหมายว่าทำไมโทร.มาไม่มีคนรับสาย
“ผมก็ไม่ทราบครับ หมูหวานมันขึ้นไปดูแฟนคุณบนเรือนเมื่อตอนบ่าย กลับมาก็ลงมานอนนิ่งไม่ยอมพูดจากับใครเลยครับ” เตชินถามว่าตอนนี้ยังไม่มีอะไรใช่ไหม “ครับ ตอนนี้ยังไม่มี แต่ต่อจากนี้ผมไม่รู้ครับ” เตชินเครียดสังหรณ์ใจพิกล
ooooooo
คุณหญิงลิ่วมาถึงบ้านทรงไทย ถามสร้อยว่าริลณีกลับมาหรือยัง สร้อยบอกว่ายัง แต่คุณหญิง
มองไปบนบ้าน เห็นเหมือนเงาของริลณียืนจ้องอยู่ คุณหญิงพรวดขึ้นไปทันที
“แต่สร้อยไม่เห็นใครเลยนะคะ” สร้อยถูกคุณหญิงผลักพ้นทางแล้วพรวดขึ้นไป สร้อยบ่น “ก็บอกว่าไม่อยู่...ไม่อยู่...ทำไมคุณหญิงถึงไม่เชื่อ”
คุณหญิงขึ้นไปเจอริลณีนั่งอยู่จริงๆ ดักคอว่ารีบกลับมาฟ้องเตชินเรื่องที่ตนทำวันนี้ใช่ไหม ริลณีบอกว่าไม่ใช่แต่ที่นี่เป็นบ้านตนยังไงตนก็ต้องกลับมาที่นี่ ถูกคุณหญิงด่าว่าหน้าด้าน บ้านนี้เตรียมเป็นเรือนหอของเตชินกับชมพู ไม่ใช่เธอ!
คุณหญิงประกาศว่าจะไม่ยอมให้เธอกับเตชินอยู่ด้วยกันเด็ดขาด ไล่ให้ออกไปจากบ้านนี้เสีย ริลณียืนยันจะอยู่ที่นี่กับเตชิน ถูกคุณหญิงขู่ว่าอย่าให้ตนเหลืออดต้องทำอะไรมากกว่านี้ ริลณีถามว่าจะฆ่าตนหรือ
“ถ้ามันทำให้ลูกชายฉันหลุดพ้นผู้หญิงชั้นต่ำอย่างแกฉันก็จะทำ!” ริลณีถามว่าเพียงเพราะตนเป็นเด็กกำพร้าทำให้คุณหญิงเกลียดตนถึงขนาดนี้เลยหรือ อ้อนวอนว่าตนกับเตชินรักกันขอได้โปรดเห็นใจในความรักของตนด้วยเถิด เธอนั่งคุกเข่าพนมมือไหว้ขอร้อง
“ไม่! ต่อให้เป็นแค่เมียน้อย นางบำเรอ ฉันก็ไม่ยอม” ตะโกนใส่หน้าว่า “ออกไปจากชีวิตลูกชายของฉัน!”
ริลณียังขอร้องให้หยุดทำลายความรักของตนเสียที เพราะ “ต่อให้เราตายจากกัน ก็ไม่มีวันที่ความตายจะพรากเราสองคนไปได้” พลันคุณหญิงก็ผงะเมื่อเห็นหน้าริลณีกลายเป็นหน้าผีแว่บหนึ่ง แล้วกลับมาเป็นหน้าริลณีเหมือนเดิม
“ต่อให้แกตาย ฉันก็จะลงนรกไปจัดการกับแก” พลันคุณหญิงก็ผงะเมื่อได้รับโทรศัพท์จากณรงค์ว่าสองคนที่เฝ้าริลณีที่เซฟเฮาส์ถูกฆ่าตาย คุณหญิงตวาดถามริลณีว่า “นี่แกถึงกับต้องฆ่าไอ้สองคนนั่นเชียวเหรอ นังฆาตกร!”
“ฉันเตือนพวกเขาแล้ว เขาก็ยังไม่หยุดทำเลวกับฉันเหมือนที่คุณพยายามทำ” ริลณีเดินเข้าหาคุณหญิง
“กะ...แก...เป็นอะไรกันแน่” คุณหญิงผงะถอย
“ฉันก็เป็นอะไรที่คุณหญิงหรือใครจะไม่มีวันทำร้ายฉันได้อีกแล้ว” พูดจบริลณีก็กลายเป็นหน้าผีอีกครั้ง
คุณหญิงสติแตกตะโกน “กะ...กะ...แกเป็นผี!!” ถามว่าจะฆ่าตนเหมือนสองคนนั้นใช่ไหม ริลณีบอกว่าตนไม่ทำอะไรคุณหญิง แต่คุณหญิงก็สติแตกวิ่งกระเจิงตะโกนแทบไม่เป็นภาษา “ช่วยด้วย...ใครก็ได้...ช่วยด้วยยยยย!!!” แต่ก็ถูกริลณีแว่บมาขวางหน้า คุณหญิงวิ่งเตลิดไปอีกทาง ริลณีจึงหายตัวไป
ooooooo
เตชินกลับมาถึงบ้านเรือนไทยเห็นรถคุณหญิงจอดอยู่ สร้อยบอกว่าคุณหญิงมาได้พักหนึ่งแล้ว ส่วนริลณีออกไปตั้งแต่บ่ายยังไม่กลับมา เตชินสงสัยว่าคุณหญิงขึ้นไปชั้นบนทำอะไร สร้อยตอบตะกุกตะกักว่าอันนี้ตนก็ไม่ทราบไม่กล้าตามขึ้นไปดู
คุณหญิงกลัวจนสติแตกวิ่งเตลิดไป ริลณียังพร่ำบอกว่าตนไม่ทำอะไรคุณหญิง แต่คุณหญิงไม่ฟังวิ่งมาที่บันได พลาดตกบันไดลงไปหัวฟาดฟื้นหมดสติไปทันที เตชินกับสร้อยเข้ามาเจอพอดี เตชินรีบอุ้มคุณหญิงไปโรงพยาบาล ริลณียืนมองอยู่ด้วยความรู้สึกผิด
คุณหมอออกมาบอกณรงค์กับเตชินว่า “จากผลเอกซเรย์ พบมีเลือดออกในสมองจำนวนมาก หมอคิดว่าเราควรรีบทำการผ่าตัดโดยเร็วที่สุดครับ” เตชินกับณรงค์ตกใจมองหน้ากันเครียด
คุณหญิงนอนไม่ได้สติอยู่หลายวัน ฝันไปว่าตัวเองขยับร่างกายไม่ได้ ร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ ให้ช่วยพาตนออกไปจากตรงนี้ที ฝันเห็นริลณีนอนขนานกับตัวเองอยู่บนเพดาน แล้วเคลื่อนหน้ามาใกล้แค่ฝ่ามือกั้น คุณหญิงแผดเสียงกรี๊ด
ฝันร้ายทำให้หัวใจเต้นผิดปกติจนเตชินต้องรีบกดกริ่งเรียกหมอ
หมอตรวจร่างกายคุณหญิงรายงานเพิ่มเติมว่า “ตอนนี้สมองคงยังมีอาการบวมอยู่ อาจจะทำให้ขยับร่างกายไม่ได้ และอาจจะมีปัญหาทางด้านการสื่อสารด้วย”
เตชินตกใจถามว่าจะรักษาให้คุณแม่กลับมาเป็นปกติได้ไหม คุณหมอบอกว่าต้องใช้เวลาแต่หมอจะพยายามอย่างที่สุด
วันนี้ริลณีเอากระเป๋าใส่เสื้อผ้าค้างคืนมาให้เตชิน เธอถามอย่างเป็นห่วงว่าคุณแม่เป็นอย่างไรบ้าง พอรู้ว่ายังขยับตัวไม่ได้และยังพูดไม่ได้ เธออุทาน “ร้ายแรงขนาดนั้นเลยหรือคะ”
“ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมคุณแม่ถึงไปอยู่ที่บ้านเราสองคน แล้วอยู่ๆทำไมท่านถึงวิ่งลงจากบันไดแบบนั้นได้”
“รินขอโทษนะคะ” ริลณีจับมือเตชินอย่างรู้สึกผิด เตชินบอกว่าเธอไม่ได้ทำผิดจะขอโทษทำไม มันเป็น อุบัติเหตุ ไม่ใช่ความผิดของใคร ปลอบใจริลณีว่า
“เราสองคนจะอ่อนแอไม่ได้ พวกเราต้องเข้มแข็ง จะได้ดูแลคุณแม่ให้หายป่วยโดยเร็วที่สุด รินต้องช่วยผมนะครับ อยู่เคียงข้างผม ให้กำลังใจผม”
“ค่ะ...รินจะอยู่ข้างคุณ ให้กำลังใจคุณ จะช่วยดูแลคุณแม่ของคุณอย่างดีที่สุด”
แม้คุณหญิงจะยังไม่รู้สึกตัวดีแต่ณรงค์ก็บอกหมายจะให้เธอรับรู้ว่า ไม่ต้องห่วงเรื่องที่เกิดขึ้น ตนจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เตชินไม่มีวันรู้เรื่องที่เกิดขึ้นเพราะตนมั่นใจว่าเด็กคนนั้นไม่กล้าพูดอะไร
ริลณีเข้าไปยืนข้างเตียงขอโทษคุณหญิงบอกว่าตนไม่ได้อยากให้ทุกอย่างเป็นแบบนี้ไม่เคยคิดจะทำร้ายคุณหญิง แต่พอคุณหญิงเห็นหน้าริลณีก็เกิดอาการผวาจนหัวใจเต้นผิดปกติทำให้หมอและพยาบาลรีบมาดูกันจนวุ่นวายขึ้นอีกครั้ง
คุณหญิงจ้องหน้าริลณีที่ยืนอยู่ด้วยอาการช็อกกลัวสุดขีด พยายามจะบอกทุกคนว่าริลณีเป็นผี แต่ก็บอกไม่ได้
ooooooo










