สมาชิก

นางชฎา

ตอนที่ 11

อัลบั้ม: 'ใหม่&กันต์' จิ้นกระชากเรตติ้ง รักแค้นหลอน "นางชฎา"




ศพของเชิงชายตั้งสวดที่วัดไม่ใหญ่นัก ที่ข้างโลงศพมีรูปของเชิงชายวางอยู่ พ่อแม่เชิงชายร้องไห้โศกเศร้ามีแขกที่มาร่วมงานบางคนเข้าไปปลอบอย่างเห็นใจ

เพื่อนๆของเชิงชาย ทั้งเอกราช ประวิทย์ ตุลเทพ ปริมลดาและหงส์หยกมาช่วยกันรับแขก ปริมลดาคุยกับตุลเทพเบาๆว่า

“ดีนะที่เมกอัพกลบปิดรอยแผลได้ ไม่อย่างนั้น ถ้านักข่าวมาเห็นรอยช้ำเป็นเรื่องใหญ่แน่” ตุลเทพถามว่า แล้วยังคบมันอีกไหมล่ะ “ไม่เด็ดขาดแล้ว อย่าเจอกันอีกเลยชาตินี้” หงส์หยกถามหยั่งเชิงว่า แล้วเตชิน ล่ะ...เธอยัง? “แน่น้อนนน...ยังไงฉันก็ต้องจับเตชินให้ได้”

เตชินกับชมพูเดินเข้ามาด้วยกัน ปริมลดาปราดไปกอดแขนเตชินอย่างสนิทสนม ฉอเลาะว่าดีใจจังที่เขามา เตชินตกใจรีบแกะแขนเธอออกถอยห่างอย่างไว้ตัวจนปริมลดาหน้าเสีย ชมพูมองเหยียดๆ แล้วชวนเตชินเข้าไปในศาลา

“คิดว่าฉันจะยอมแพ้งั้นเหรอ!” ปริมลดาแค้นแทบจะกรี๊ดแต่จำต้องเก็บอาการรักษาภาพลักษณ์นางเอกไว้

ปริมลดาแทรกเข้าไปนั่งข้างเตชินจนได้ ระหว่างฟังพระสวดแทนที่จิตจะสงบ เธอกลับนั่งอิงใช้ปลายรองเท้าส้นสูงคู่เก๋ไล้ไปตามขาเตชินอย่างยั่วยวน เตชินหันมองอย่างไม่พอใจพลางขยับหนี แทนที่จะหยุดเธอกลับจะใช้มือลูบไล้ต้นขาเขา จนเตชินสุดจะทนลุกยืนทันที

“มีอะไรเหรอคะพี่เตชิน” ชมพูที่นั่งอยู่อีกข้างหนึ่งของเขาถามงงๆ

“พี่ออกไปรับโทรศัพท์ข้างนอกก่อนนะครับ” เตชินออกไปทันที ปริมลดาจะตาม หงส์หยกห้ามไว้บอกว่าอีกนิดเดียวพระก็สวดจบแล้ว ปริมลดาจึงจำต้องนั่งอย่างขัดใจ ชมพูหางตามองปริมลดาอย่างสมเพช

ooooooo

พระสวดจบก็ทยอยเดินออกจากห้อง ปริมลดารีบลุกจะออกไป หงส์หยกถามว่าจะรีบไปไหน

“ก็จะรีบตามเตชินออกไปน่ะสิ” แต่พอปริมลดาจะออกไป อีกาตัวหนึ่งก็บินพุ่งเข้ามาเกือบชนเธอแล้วเลยไปเกาะที่ฝาโลงร้อง กา...กา...กา...ดังลั่นศาลา หงส์หยกมองไปรอบๆรู้สึกวังเวงพิกล รีบชวนปริมลดา...

“ฉันว่าเรารีบกลับเถอะ ที่นี่มันแปลกๆยังไงก็ไม่รู้”

“งั้นไปลาศพก่อน” ประวิทย์เสนอ แล้วทั้งหมดก็พากันไปลาศพ แต่ไปไม่ทันถึงไฟทุกดวงก็ติดๆดับๆ

อีกาบนหลังคาศาลาที่สวดศพก็บินแตกฮืออย่างไม่มีสาเหตุ อีกาที่เกาะอยู่ที่โลงศพก็บินหนีไปด้วย หงส์หยกเริ่มขาสั่น ทุกคนเริ่มมองกันเลิ่กลั่ก มีแต่เอกราชที่บอกเพื่อนๆว่า ไม่ต้องกลัวหรอก ก็แค่ไฟตก

สิ้นเสียงเอกราชไฟในศาลาก็ดับพรึ่บ! แล้วเสียงเพลงไทยเดิมก็ดังไปทั่วศาลา พร้อมกับเสียงใครบางคนซอยเท้าดังไปรอบห้อง พวกเอกราชหันมองแต่ก็ไม่เห็นที่มาของเสียง เสียงซอยเท้าและกำไลเท้าดังใกล้เข้ามา

จนกลายเป็นดังล้อมรอบทั้งหกคน ทุกคนเริ่มกลัว เริ่มสั่น พริบตานั้นไฟสว่างพรึ่บขึ้นทุกคนหันมองข้างหลังตัวเองก็ไม่เห็นอะไร!

พลันชมพูก็เสียงสั่นมือสั่นชี้ไปที่หน้าโลงศพ “ดะ...ดะ...ดูนั่น!!” ทุกคนมองไปเห็นริลณีในชุดนางรำสวมชฎาเต็มยศกำลังซอยเท้าร่ายรำอย่างอ่อนช้อยงดงามอยู่หน้าโลง! ตุลเทพมองอึ้ง พึมพำ “เป็นไปไม่ได้!!”

ริลณีหยุดรำจ้องมายังทั้งหกด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความอาฆาตแค้น ทั้งหกตกใจจะวิ่งหนีแต่ประตูศาลาปิดปัง! ขณะทั้งหกตะเกียกตะกายจะออกไปนั้น ริลณีปรากฏกายตรงหน้า ดวงตากลายเป็นสีศพ ค่อยๆ ยกมือชี้ไปที่ชมพู เอกราช ปริมลดา ตุลเทพ ประวิทย์ และหงส์หยกที่ช็อกอยู่ พูดออกมาด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความเจ็บแค้น

“หนี ยัง ไง ก็ ไม่ พ้น หรอก!!! กู จะ ตามเอาคืน พวก มึง ทุก คน!!!!”

“กรี๊ดดดดดด!!!” ชมพู ปริมลดาและหงส์หยกกรีดร้องพร้อมกัน เตชินที่เดินอยู่ด้านนอกได้ยินเสียง วิ่งเข้ามาในศาลาสวดศพทันที

ooooooo

เตชินวิ่งเข้ามามองหาไม่เห็นชมพูเขาตกใจถามว่าชมพูล่ะ! ทุกคนมองหาจึงเห็นชมพูเป็นลมหมดสติที่พื้น เตชินถลาไปประคองชมพูขึ้นพาดตัก เขาถามทั้งห้าที่ยืนตื่นตะลึงอยู่ว่า

“ทำไมอยู่ๆชมพูถึงได้เป็นลมแบบนี้”

ทั้งห้ามองหน้ากันเลิ่กลั่ก ดูหลุกหลิกมีพิรุธ แล้วปริมลดาก็ตอบแทนทุกคนว่าพวกตนก็ไม่รู้เหมือนกัน เตชินยืนยันว่าเมื่อกี๊ตนได้ยินเสียงกรี๊ดจากในศาลานี้

ตุลเทพบอกว่าไม่มี พวกตนอยู่ในนี้ไม่เห็นได้ยินอะไรเลย หันถามอย่างหาพวกว่า “ใช่ไหมพวกเรา?” พรรคพวกพากันพยักหน้าหงึก เตชินยิ่งสงสัย แปลกใจ ก็ถูกเอกราชตัดบทขึ้นว่า

“ตอนนี้ผมว่าอย่าเพิ่งถามอะไรเลย รีบพาชมพูออกไปจากที่นี่ก่อนดีกว่า”

ทุกคนเห็นด้วย ประวิทย์อ้างว่าอากาศในนี้อึดอัด มีกลิ่นธูป บางทีชมพูอาจจะเวียนหัวก็ได้ พอเตชินพยักหน้า พวกเอกราชก็แย่งกันออกจากศาลาแทบจะเบียดกันทะลัก เตชินรีบอุ้มชมพูออกจากศาลาไปที่รถ พอชมพูรู้สึกตัวก็กอดเตชินแน่น เขาถามว่าเป็นอะไร เกิดอะไรขึ้น เธอพูดอย่างไม่หายหวาดกลัวว่าเมื่อกี๊มีผีมาหลอกพวกตนที่ศาลา น่ากลัวมาก ถามพวกปริมลดาที่ตามมาว่า ทุกคนเห็นใช่ไหม พวกนั้นพากันส่ายหน้าดิก ทำเป็นงง

“ผีอะไร?? ไม่เห็นมีเลย พวกเราฟังพระสวดเสร็จกำลังจะกลับ แต่อยู่ๆ ชมพูก็เป็นลมไป” หงส์หยกย้ำให้น่าเชื่อ ชมพูทำหน้างงถามว่าตนเนี่ยนะเป็นลม เตชินยืนยันว่าใช่ เธอเป็นลมตนถึงได้พามาที่รถนี่ไง ทำให้ชมพูเริ่มสงสัยตัวเอง

พวกปริมลดาช่วยกันยืนยันว่าไม่มีอะไรที่ศาลา ในโลกนี้ไม่มีผี หาว่าชมพูคิดเรื่องเชิงชายมากไปเลยเก็บไปฝัน เอกราชแนะว่า ช่วงนี้เธอเป็นลมบ่อยลองไป

หาหมอตรวจหน่อยดีไหม เตชินจะพาไปเอกราชจะแย่งพาไป ถูกประวิทย์ขยิบตาใส่เลยนิ่ง ประวิทย์บอกให้เตชินพาชมพูไปหาหมอ แล้วชวนเพื่อนๆรีบกลับกัน

เตชินปิดประตูรถฝั่งชมพูนั่งแล้วรีบอ้อมไปขึ้นรถขับออกไปอย่างเร็ว

ทันใดนั้น...หมาในวัดก็พร้อมใจกันหอนโหยหวน บรรยากาศวังเวงครอบงำไปทั้งวัดที่อยู่ในความมืด...

ooooooo

เตชินขับรถอย่างเร็วรีบไปโรงพยาบาล เหลือบมองชมพูเป็นระยะด้วยความเป็นห่วง

ชมพูสับสนตัวเอง ปฏิเสธว่าเป็นไปไม่ได้ที่ตนจะเห็นริลณีเป็นผี คิดว่าสมองตนคงมีปัญหามากเลยเห็นอะไรเพี้ยนๆขนาดนั้น

ความห่วงใยของเตชินทำให้ชมพูรู้สึกผิด เธอขอโทษที่ทำให้เขาต้องมาลำบาก แทนที่จะได้รีบกลับไปหาริลณี

“ก็พี่เคยสัญญาแล้วไงครับว่าจะดูแลชมพูอย่างดีที่สุด ตราบเท่าที่ยังไม่มีใครมาทำหน้าที่นี้แทนพี่” เตชินกุมมือชมพูอย่างอบอุ่น ชมพูขอบคุณ บีบมือเขาเบาๆ ความรู้สึกดีๆกลับคืนมาจนรู้สึกหวั่นไหว แต่ก็พยายามหักห้ามใจตัวเอง ส่วนเตชินมองชมพู ลูบหัวเบาๆอย่างเอ็นดู ทำให้ชมพูยิ่งหวั่นไหว

ส่วนพวกปริมลดาพากันขับรถลนลานออกจากวัด ตุลเทพพาพรรคพวกไปที่บ้านซึ่งมีเครื่องรางของขลังเต็มไปหมด ตุลเทพเข้าไปเป็นคนสุดท้ายเขารีบปิดประตู ทำพิธีไหว้ ท่องคาถาสั้นๆเร็วๆ แล้วคว้าเชือกลงอาคมคล้องกั้นประตูไว้

“มีเชือกอาคมกั้นไว้รอบห้อง นังผีเน่าเข้ามาในนี้ไม่ได้แน่” ตุลเทพบอกเพื่อนๆที่ยังตื่นกลัว เอกราชโวยวายว่าทำไมผีริลณีถึงได้กลับมาเล่นงานพวกเราอีก ที่จริงแล้วเราไม่ควรกลัวมันเลย เพราะมันทำอะไรเราไม่ได้ แต่ประวิทย์สังหรณ์ใจว่า ผีริลณีจะเป็นคนฆ่าเชิงชายกับหมอผีเจ๋ง ทำเอาเพื่อนๆช็อกไปอีกครั้ง หงส์หยกถามว่า หมายความว่ามันฆ่าเราได้ด้วยใช่ไหม โวยวายว่าตนยังไม่อยากตาย จนเอกราชโมโห ปรามว่า

“หยุดโวยวายเสียที ถ้าไม่อยากตายก็ต้องหาทางกำจัดนางผีร้ายก่อนที่มันจะเล่นงานพวกเรา”

“หมายถึงเราต้องฆ่านังผีนั่นอีกครั้งงั้นเหรอ”

ตุลเทพถาม พลันเสียงริลณีก็กึกก้องขึ้นว่า

“พวกแกอย่าคิดว่าจะทำอะไรฉันง่ายๆ!!”

ทุกคนหันมองที่มาของเสียง พริบตานั้นจอทีวีก็เปิดฟึ่บ หน้าจอกะพริบๆ มีเสียงซ่า...แล้วร่างริลณีก็ปรากฏบนจอ เธอจ้องทั้งห้าพูดจากจอทีวี “ฉันไม่ใช่ ริลณีคนเดิมที่พวกแกคิดจะทำอะไรก็ได้!!” พูดแล้วก็เดินมาชิดหน้าจอทำท่าจะออกจากจอ ปริมลดาถามปากคอสั่นว่าไหนว่าผีนั่นเข้ามาในห้องนี้ไม่ได้ไง!

ตุลเทพบอกว่าต้องมีอะไรผิดพลาด ไม่มีผีตัวไหนผ่านเชือกอาคมเข้ามาได้แน่ๆ เอกราชตวาดว่าผิดพลาดตรงไหนก็รีบหาเร็วๆ เดี๋ยวได้ตายกันหมดหรอก ประวิทย์กับตุลเทพรีบวิ่งไปดูที่เชือก มองไล่หาความผิดพลาด ประวิทย์พบว่าเชือกถูกดึงจนขาด ตะโกนบอกทุกคนว่า “ตรงนี้มันขาด!!”

ระหว่างนั้นริลณีที่อยู่ในจอทีวีก้าวออกจากจอ มาครึ่งตัวแล้ว ทำให้ทุกคนยิ่งตื่นตระหนก เร่งประวิทย์กับตุลเทพให้รีบต่อเชือก แต่ทั้งสองดึงอย่างไรก็ต่อกันไม่ถึง จนริลณีออกจากจอทีวีมาทั้งตัว มองปริมลดา หงส์หยกที่กอดเอกราชแน่นถามเสียงสยอง

“อยากจะฆ่าฉันอีกครั้งงั้นเหรอ...”

ริลณีจ้องทั้งสามเขม็ง ทั้งสามยกมือจับคอตัวเองเพราะหายใจไม่ออกเหมือนโดนบีบคอ

ประวิทย์เห็นเชือกถูกเก้าอี้ทับอยู่ รีบไปยกเก้าอี้ขึ้น ตุลเทพดึงเชือกสองชายผูกกันจนสำเร็จ ผีริลณีก็หายวับไปจากห้องทันที พวกเอกราชที่เหมือนถูกบีบคอจนหายใจไม่ออกต่างฮุบอากาศหายใจรอดตายหวุดหวิด ประวิทย์กับตุลเทพรีบมาดูเห็นที่คอทั้งสามมีรอยแดงๆ ตุลเทพกำชับทุกคนว่า “พวกเราทุกคนต้องอยู่ในนี้เพื่อความปลอดภัย”

“พวกแกอยากหลบในนั้นก็หลบไป...ก็อยากรู้เหมือนกันว่าพวกแกกับฉันใครจะมีความอดทนกว่ากัน ฮ่าๆๆ”

เสียงริลณีก้องมาจากข้างนอกอย่างน่าสยดสยอง จนพวกเอกราชมองหน้ากันอย่างไม่รู้จะทำอย่างไรดี

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น ชมพูหยิบรูปที่ถ่ายคู่กับเตชินมาดู ดูแล้วใจก็ยิ่งหวั่นไหวถึงผู้ชายที่อบอุ่นและแสนดีคนนี้

พิสมัยเปิดประตูเข้ามาถามอย่างเป็นห่วงว่าเป็นอย่างไรบ้าง ชมพูบอกว่าตนไม่เป็นอะไรมาก ถามแม่ว่า

“การที่คิดไม่ดีกับคนอื่นจะทำให้เราเก็บไปฝันร้ายหรือเห็นภาพที่น่ากลัวของเขาได้ไหมคะ” พิสมัยบอกว่าเป็นไปได้ ถามว่าที่ว่าคิดไม่ดีนั้น คิดไม่ดีแค่ไหน? ชมพูบอกว่าอิจฉาที่เขาได้สิ่งที่รักไป แต่พอพิสมัยถามว่าอิจฉาใครหรือ ชมพูก็สะดุ้งรีบกลบเกลื่อนว่า “ชมพูไม่ได้หมายถึงตัวเองนะคะ หมายถึงคนอื่น”

“นั่นสินะ จะเป็นชมพูได้ยังไง ชมพูมีคนที่รักเยอะแยะ...แม่ถามหน่อย ลูกคิดยังไงกับเอกราช”

“เขาเป็นเพื่อนที่ดีคนนึงค่ะ” ชมพูตอบไม่ลังเล พิสมัยถามว่าไม่ชอบเขาเลยหรือ “ชมพูยังไม่พร้อมค่ะ”

“แล้วเมื่อไหร่ลูกจะพร้อมล่ะจ๊ะ”

“ไม่รู้สิคะ สงสัยชมพูอยากให้คุณพ่อคุณแม่ดูแลแบบนี้ไปอีกนานๆมังคะ” ชมพูอ้อนเลี่ยงที่จะพูดเรื่องนี้อีก เพราะเพิ่งรู้ใจตัวเองว่า ที่รักใครไม่ได้เพราะลืมเตชินไม่ได้นั่นเอง...

ooooooo

เช้านี้เตชินมานั่งที่โต๊ะอาหารคนเดียว หมูหวานกับสมหมายยกอาหารเข้ามา สมหมายชะงักเมื่อเห็นเงาดำทาบร่างเตชินอยู่ หมูหวานที่เดินตามมาบ่นพ่อว่าหยุดทำไมไม่เห็นหรือว่าคุณเตชินหิวนั่งรออยู่

พอสองพ่อลูกเข้ามา เตชินถามว่าริลณีหายไปไหน ตื่นมาตนยังไม่เห็นเลย ทั้งหมูหวานและสมหมายต่างก็ไม่เห็น สมหมายมองหน้าเตชินถามว่า ไม่สบายหรือเปล่าหน้าตาดูหมองๆ เตชินคาดว่าคงเพราะทำงานหนักพักผ่อนไม่พอ

ออกจากห้องอาหารแล้ว สมหมายถามหมูหวานว่าเมื่อกี๊ในห้องอาหารเห็นอะไรแปลกๆไหม หมูหวานไม่รู้เรื่อง สมหมายเหลียวมองรอบๆ ก่อนพูดอย่างระมัดระวังว่า

“ตัวคุณเตชินมีเงาดำทะมึนทาบตัวอยู่อาการแบบนี้ถ้าไม่โดนผีสะกดก็ถูกวิญญาณชั่วร้ายครอบงำ” บอกหมูหวานว่าเราต้องช่วย ไม่อย่างนั้นเตชินจะแย่ เพราะ “เขาว่าผีมันจะค่อยๆดูดกลืนพลังชีวิตจนในที่สุดก็จะตาย!”

วิธีช่วยของสมหมายคือเอาน้ำมนต์ให้เตชินดื่ม บอกหมูหวานว่าเคยเห็นคนเฒ่าคนแก่แก้กันวิธีนี้ ถ้าได้ผลจริง ก็แสดงว่าผีร้ายที่ครอบงำหรือสะกดเตชินอยู่ก็จะหายไป และจะไม่กล้าเข้าใกล้เตชินอีกตราบที่น้ำมนต์ยังวนเวียนอยู่ในตัว

สองพ่อลูกมองน้ำมนต์ในแก้วอย่างฝากความหวังไว้เต็มที่

ooooooo

พวกเอกราชถูกขังอยู่ในบ้าน ประวิทย์กับตุลเทพแหวกม่านหน้าต่างแอบดูเห็นริลณียังเฝ้าอยู่ หันบอกพรรคพวกว่า

“นังผีบ้านั่นมันเฝ้าพวกเราอยู่หน้าห้องไม่ยอมไปไหน” ปริมลดากับหงส์หยกตีโพยตีพายขึ้นมาอีกว่าอยู่ในนี้มีหวังอดตาย ตุลเทพสวนทันทีว่า “แต่ถ้าเราออกไปเราก็โดนนังผีนั่นเล่นงานเหมือนกัน”

ทุกคนเครียดไม่รู้จะแก้ปัญหาอย่างไรดี ออกไปก็ถูกผีฆ่าตายอยู่ในนี้ก็มีหวังอดตาย

ที่บ้านเรือนไทย เตชินยังตามหาริลณีไม่เจอ จนเกิดอาการพะอืดพะอมอาเจียนออกมาเป็นน้ำสีดำ สมหมายกับหมูหวานมองหน้ากันอย่างเป็นห่วง สมหมายบอกเตชินว่าเขาไม่สบายจริงๆ เล่าประสบการณ์ของตัวเองว่า

“แถวบ้านผมคนที่มีอาการแบบนี้ เขาจะไปไหว้พระ ทำบุญสวดมนต์ กินน้ำมนต์ ล้างสิ่งแปลกปลอม อัปมงคลที่มีอยู่ในร่างกายให้ออกไป” เตชินตัดบทว่าไปหาหมอน่าจะง่ายกว่า สมหมายได้ทีร้องบอกให้หมูหวานเอาน้ำมาให้เตชินดื่มล้างคอ

พอหมูหวานเอาน้ำมนต์มาให้ เตชินขอเป็นน้ำอัดลมดีกว่า อยากกินอะไรซ่าๆ จะได้ล้างคอให้สดชื่น หมูหวานบอกว่าหมด ไม่ว่าเตชินจะเปลี่ยนเป็นน้ำอะไรก็หมดทุกอย่าง จนเตชินขอเป็นน้ำอุ่น ดักคอว่าอย่าบอกว่าหมดอีกนะ

สมหมายพยายามหาทางที่จะให้เตชินกินน้ำมนต์นี้ก่อน จนเตชินรับแก้วไปบอกว่าดื่มแก้วนี้ก่อนก็ได้

ทันทีที่เตชินจับแก้วน้ำมนต์ เกิดมีแสงประกายสีทองส่องผ่านแก้วออกมา ภายในแสงสีทองนั้นเห็นภาพเรือนไทยที่ถูกริลณีสะกดให้สวยงามกลายเป็นเรือนไทยน่ากลัว รกรุงรัง มีเงาทะมึนสีดำทาบที่ตัวเตชิน

ริลณีที่เฝ้าอยู่หน้าห้องตุลเทพ รับรู้เหตุการณ์ที่บ้านเรือนไทย เธอโกรธจนตาวาวโรจน์ พึมพำ...

“ไม่ได้!! เตชินจะกินน้ำมนต์นั่นไม่ได้ ถ้าเขากินเราจะไม่สามารถเข้าใกล้ตัวเขาได้อีก” แล้วริลณีก็หายไปทันที

ตุลเทพแอบดูที่หน้าต่างเห็นริลณีหายไปแล้ว ก็ร้องบอกพรรคพวก ปริมลดาชวนรีบหนีไป ตุลเทพบอกว่า ไม่ว่าจะหนีไปไหนริลณีก็ตามไปเล่นงานพวกเราได้ทุกที่ เอกราชจึงเสนอให้หนีไปที่สำนักอาจารย์ดำ ประวิทย์เชื่อว่าอาจารย์ดำต้องช่วยเราได้ เลยถูกตุลเทพถามว่าถ้ารู้ว่าช่วยได้ทำไมไม่โทร.ไปบอกให้มาช่วยเราที่นี่ล่ะ

“คิดว่าฉันไม่โทร.เหรอ แต่นังผีนั่นมันทำให้โทรศัพท์พวกเราโทร.ออกไม่ได้ ไม่รู้รึไง” เอกราชหงุดหงิด เมื่อตุลเทพเอาไปโทร.ก็โทร.ไม่ได้จริงๆ เอกราชเสนอว่า “งั้นเราก็ต้องเสี่ยง จะมีใครยอมเสี่ยงไหมล่ะ?”

ทุกคนมองไปข้างนอกสองจิตสองใจจะเสี่ยงหรือไม่เสี่ยงดี??

ooooooo

ขณะเตชินยกแก้วน้ำมนต์จะดื่มนั่นเอง เสียงริลณีก็ร้องห้ามอย่างตึงเครียด

“อย่านะ!!!”

เตชินชะงัก ทั้งเตชิน สมหมายและหมูหวานหันมองไปตามเสียง เห็นริลณียืนจ้องหน้าสมหมายกับหมูหวานถมึงทึงทั้งสองเสียวสันหลังวาบ แต่เตชินดีใจและแปลกใจวางแก้วน้ำมนต์ลงถามว่าเธอหายไปไหนมาตนตามหาทั้งบ้านก็ไม่เจอ

“รินไปไหนมันไม่สำคัญหรอกค่ะ แต่คุณอย่าดื่มน้ำนั่นนะคะ”

สมหมายชี้แจงว่าเตชินอาเจียนเลยต้องดื่มน้ำล้างคอ เตชินพูดเชิงตัดพ้อว่าตนไม่สบายไม่มีใครดูแลมีแต่สมหมายกับหมูหวานที่เอาน้ำมาให้ ถามว่าทำไมถึงดื่มน้ำนั่นไม่ได้ มันก็แค่น้ำเปล่าธรรมดาๆ

“รินขอร้อง รินขอโทษนะคะที่หายไป ไม่ได้ดูแลคุณ เดี๋ยวรินจะดูแลคุณเอง อย่าดื่มน้ำนั่นเลยนะคะถ้าคุณรักริน”

เตชินบอกว่าเมื่อเธอขอร้องขนาดนี้ตนไม่ดื่มก็ได้ แล้ววางแก้วน้ำลง

ริลณียิ้มดีใจ รีบเข้าไปหาเตชินจับเนื้อจับตัวเขาด้วยความเป็นห่วง

“คุณไม่สบายตรงไหน ไปนอนพักในห้องนะคะ ตรงนี้ดูจะอยู่ไม่สบาย เดี๋ยวรินดูแลคุณเอง” ริลณีจิกตามองสองพ่อลูก แล้วประคองเตชินจะพาเข้าห้อง แต่ก็ยังหันมองสองพ่อลูกด้วยแววตาโกรธจัดสั่ง “เอาน้ำนี้ไปเททิ้งนอกบ้าน แล้วอย่าให้ฉันเห็นน้ำอะไรแบบนี้อยู่ในบ้านอีก!!!”

สองพ่อลูกหน้าเหลือสองนิ้วรีบออกไป แต่พอออกไปแล้ว หมูหวานบอกสมหมายว่าคนที่ห้ามผัวไม่ให้กินน้ำมนต์ก็มีแต่ “ผี!” เท่านั้น พูดแล้วก็กระโดดกอดกันกลม สมหมายมองเข้าไปในบ้านด้วยสีหน้ากังวล

ooooooo

พอเข้าห้อง เตชินตัดพ้อต่อว่าริลณีว่าชอบหายไปไม่บอกรู้ไหมว่าตนเป็นห่วง ริลณีอ้างว่าตนเข้าครัวทำอาหารให้เขา ถูกเตชินติงว่าหมูหวานบอกว่าไม่เห็นเธอที่นั่น

ริลณีตั้งหลักไม่ทัน ปดว่าตนแอบไปตลาดหาซื้อของกินอร่อยๆให้เขา เตชินบ่นว่าแค่นี้ก็ต้องโกหกด้วย

“ก็รินอายที่ทำกับข้าวไม่เก่งนี่คะ ต้องแอบไปซื้อที่ตลาดแล้วมาหลอกว่ารินเป็นคนทำเองบ่อยๆ”

เจอลูกอ้อนเข้าเตชินก็ยิ้มออก พูดอย่างอ่อนหวานว่าขอแต่ให้เธอรักตนเป็นห่วงตนจะทำอาหารเป็นหรือไม่ไม่สำคัญ ดึงริลณีไปกอดบอกว่า “วันหลังมีอะไรก็พูดกับผมตรงๆนะครับ เรื่องของรินไม่ว่าจะเป็นยังไง ผมรับได้ทุกเรื่อง”

“รับได้ทุกเรื่องจริงๆนะคะ”

“ครับ ผมรับได้ทุกเรื่องจริงๆ”

ริลณียิ้มอย่างมีความสุขมาก พลันสายตาก็เหลือบเห็นเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกรางๆ ริลณีช็อก! เมื่อภาพตัวเองที่เห็นนั้นน่าเกลียดน่ากลัวมาก หน้าตาดูสยดสยอง ไม่ใช่ริลณีที่สวยหวานคนเดิม เธอรีบดันตัวเองออกจากกอดของเตชิน แล้ววิ่งออกจากห้อง เตชินมองตามงุนงงแล้ววิ่งตามไป

ริลณีวิ่งเข้าห้องน้ำปิดประตูลงกลอน เตชินตามมาเคาะประตูเรียก ริลณีไม่สนใจมองเงาตัวเองในกระจกเห็นความน่าเกลียดน่ากลัวเต็มตา แต่พอก้มมองตัวเองกลับเห็นเรือนร่างตัวเองที่สวยงามเป็นปกติ ถามตัวเองงงๆ

“ทำไมถึงเป็นแบบนี้...มันเกิดอะไรขึ้นกับตัวเราเนี่ย!

ooooooo

ริลณีไปปรากฏกายเบื้องหน้าอาจารย์คงที่กำลังกวาดลานวัด ท่านพูดอย่างเมตตาว่า

“ภาพที่โยมเห็น คือสิ่งสะท้อนข้างในที่โยมเป็นอยู่ ถึงแม้โยมจะใช้มนต์ตราสร้างรูปกายภายนอกให้สวยงามยังไง แต่ถ้าจิตใจโยมยังเต็มไปด้วยความโกรธ แค้น โยมก็ไม่ต่างจากผีร้ายที่โยมเห็นในเงาสะท้อนหรอก”

“แล้วฉันต้องทำยังไง ฉันไม่อยากให้เตชินเห็นเงาสะท้อนที่น่าเกลียดนั่น”

อาจารย์หยุดกวาดลานวัด คุยกับริลณีอย่างจริงจัง...

“สิ่งที่โยมเห็นเป็นนิมิตเพื่อเตือนให้โยมเห็นว่า อนิจจังไม่เที่ยง สังขาร ร่างกายที่สวยงามของโยมก็ไม่เที่ยง ความรักก็ไม่เที่ยง ความโกรธ ความแค้นก็ไม่เที่ยง...โยมต้องปล่อยวาง อย่ายึดติดกับสิ่งนั้น”

“ทำไมต้องเป็นฉันที่ให้อภัยพวกมัน ในเมื่อฉันไม่ได้เป็นคนผิด พวกมันฆ่าฉัน และพวกมันกำลังพยายามให้ฉันกับคนที่ฉันรักพรากจากกันอีก คนชั่วแบบพวกมันเกินจะให้อภัยแล้ว” ริลณีพูดอย่างโกรธแค้น

“ยิ่งยึดติดมากก็ยิ่งเจ็บมาก ถ้าโยมปล่อยมันได้เมื่อไหร่ โยมก็จะไม่มีทุกข์”

“หลวงพ่อก็พูดได้สิ เพราะหลวงพ่อไม่เคยถูกคนที่ไว้ใจฆ่า หลวงพ่อไม่รู้หรอกว่า เวลาที่โดนคนที่ไว้ใจที่สุดหักหลังมันเจ็บมากแค่ไหน”

“แต่การที่โยมไปฆ่าพวกเขาก็ไม่ได้ต่างอะไรกับที่พวกเขาทำกับโยมเหมือนกัน”

“นี่หลวงพ่อกำลังจะว่าฉันเหมือนคนเลวพวกนั้นเหรอ” ริลณีโกรธมากขึ้นทุกที

“หยุดเถอะโยมริลณี หยุดทุกอย่างที่โยมคิดจะทำ”

“ไม่!! ฉันจะไม่หยุดให้ใครมาทำร้ายฉันอีกต่อไปแล้ว ใครที่คิดจะทำร้ายและแย่งเตชินไปจากฉัน ฉันจะฆ่ามัน!!!”

ริลณีมองหลวงพ่อด้วยดวงตาที่โกรธเกรี้ยวก่อนจะหายไป

พระอาจารย์คงได้แต่ยืนหลับตา ไม่รู้จะห้ามริลณีอย่างไรดี...

ooooooo

เอกราชขับรถพาพรรคพวกไปราวกับเหาะ แต่ยังมีรถอีกคันพยายามขับตามและบีบแตรไล่หลังมาตลอดทาง เอกราชมองรถคันหลังผ่านกระจกพึมพำโมโห

“ไอ้รถนั่นมันจะบีบแตรไล่ทำไมวะ”

ตุลเทพบอกว่าสงสัยอยากมีเรื่อง ปริมลดายุว่ามนุษย์ป้าทั้งคันอย่าไปสนใจเลย รีบไปให้ถึงบ้านอาจารย์ดำให้เร็วที่สุดดีกว่า แต่แล้วก็หันมองเพื่อนๆ บอกว่า รู้สึกแถวนี้บรรยากาศวังเวงยังไงก็ไม่รู้

รถคันหลังยังขับไล่ตามและบีบแตรไม่หยุด ประวิทย์สงสัยว่าเขามีอะไรจะบอกเราหรือเปล่าให้เอกราชลองชะลอรถดูไหม หงส์หยกเห็นด้วย คิดว่าบีบแตรแบบนี้น่าจะมีอะไรแปลกๆ

เอกราชชะลอรถ ขณะรถคันนั้นกำลังขับผ่านไป คนขับและคนที่นั่งมาด้วยทำหน้าเหมือนกลัวอะไรบางอย่าง พลางชี้ไปบนหลังคารถของเอกราชแล้วตะบึงผ่านไปอย่างเร็ว พวกเอกราชมองกันงงๆ หงส์หยกถามว่าหรือบนนั้นมีอะไร พลันทุกคนก็หนาวเยือกขึ้นมา พากันเงยหน้ามองบนหลังคารถว่ามีอะไรอยู่บนนั้น?!

เตชินยังเคาะประตูห้องน้ำร้องเรียกริลณีอย่างเป็นห่วงบอกให้เปิดประตู หายเงียบไปแบบนี้ตนเป็นห่วง

สมหมายกับหมูหวานขึ้นมาถามว่ามีอะไรหรือได้ยินเสียงเคาะประตูดังไปถึงข้างล่าง

“รินน่ะสิ อยู่ดีๆก็วิ่งเข้าห้องน้ำไป ไม่รู้เป็นอะไร เรียกก็ไม่ยอมเปิด” เตชินบอก หมูหวานพูดขึ้นลอยๆว่าริลณีอาจไม่ได้อยู่ในห้องน้ำก็ได้ พูดแล้วก็รีบเอามือปิดปากแน่น สมหมายกลบเกลื่อนว่าริลณีอาจไม่ได้ยินก็ได้ เตชินติงว่า “ขนาดพี่สมหมายกับหมูหวานอยู่ข้างล่างยังได้ยิน รินคงไม่ได้เป็นลมไปหรอกนะ”

ด้วยความเป็นห่วง เตชินบอกให้สมหมายไปเอากุญแจสำรองมาตนจะไขเข้าไปดู พอสมหมายวิ่งไป เตชินก็เคาะประตูเรียกริลณีไม่หยุด

ooooooo

เอกราชชะลอรถเข้าจอดข้างทาง เพื่อนๆพากันมองขึ้นไปบนหลังคาอย่างหวาดหวั่น เอกราชเปิด sunroof เพื่อจะดูให้รู้กันไปเลย แต่พอเปิดแล้วไม่มีอะไรบนนั้นเลย!?

“ก็ไม่มีอะไรนี่ สงสัยยายป้าพวกนั้นคงจะเพี้ยน” ปริมลดาบ่น แต่อยู่ดีๆ เอกราชก็กระตุกขึ้นมาแล้วหันคอแข็งมองทุกคนในรถด้วยสายตาน่ากลัว พูดเสียงเป็นริลณีว่า

“เขาเห็นกูนั่งอยู่บนหลังคารถตามพวกมึงมา เขาพยายามจะบอกมึงไงไอ้พวกโง่!!” พูดแล้วจ้องทุกคนเรียงตัว

ปริมลดาร้องกรี๊ดด้วยความกลัว คนอื่นพยายามจะเปิดประตูรถหนี แต่ล็อกที่ทั้งสามคนเปิดออกกลับกดปิดลงมาเอง! เอกราชที่ถูกริลณีสิงพูดอย่างอาฆาตว่า “พวกมึงคิดว่าจะหนีกูพ้นงั้นเหรอ กูบอกแล้วไง ว่ากูจะไม่มีวันปล่อยพวกมึงไปอีก!”

พูดแล้วเอกราชที่ถูกริลณีสิงก็เข้าเกียร์เหยียบคันเร่งกระชากรถออกไปอย่างเร็วและแรงจนทุกคนร้องโวยวาย ตุลเทพบอกใครก็ได้ทำอะไรสักอย่างสิ ขับแบบนี้เดี๋ยวได้ตายกันหมด หงส์หยกบอกว่านั่นมันไม่ใช่เอกราชแต่เป็นผีริลณี!

“เดี๋ยวกูจะส่งพวกมึงทุกคนตามไปอยู่กับไอ้เชิงชายในนรก” เอกราชพูดเสียงริลณีแล้วหักรถพุ่งไปถนนอีกฝั่งที่รถบรรทุกสิบล้อแล่นสวนมาอย่างเร็ว ทั้งปริมลดาและประวิทย์ร้องลั่น ส่วนหงส์หยกเอาแต่ร้องไห้โฮๆ พร่ำบอกว่าตนไม่อยากตาย... จนตุลเทพโมโหตวาดลั่น
“จะพูดหาอะไรกันวะ? ไอ้เอกราชมันไม่รู้เรื่องหรอก จะทำอะไรก็รีบทำเร็วๆเถอะ”

ขณะรถกำลังจะพุ่งประสานงากับรถบรรทุกนั่นเองประวิทย์ตัดสินใจคว้าพวงมาลัยหักออกไป รถพุ่งผ่านไปได้อย่างฉิวเฉียด ทุกคนโล่งอกที่รอดตาย

“พวกมึงคิดว่าจะรอดไปได้ง่ายๆ เหรอ” เสียงริลณีคำราม แล้วหักรถพุ่งไปจะชนต้นไม้แทน ประวิทย์ยื้อพวงมาลัยไว้สุดฤทธิ์ ถูกเอกราชบีบคอประวิทย์จนหายใจไม่ออก ทุกคนหลับตาคิดว่าไม่รอดแน่แล้ว

ขณะนั้นเองที่ภายนอกรถ มีใครบางคนเปิดประตูรถลงมาแล้วเดินไปหยุดที่กลางถนนพร้อมกับเสียงบริกรรมคาถากระหึ่มขรึมขลัง

“คิดว่าจะทำอะไรฉันได้หรือ” ริลณีที่สิงเอกราชอยู่คำราม แล้วเอกราชก็เหยียบคันเร่งจนมิด หักพวงมาลัยพุ่งไปหมายชนชายที่ยืนขวางถนนเต็มที่

ชายที่ยืนขวางถนนอย่างมั่นคงคือ “อาจารย์ดำ” นั่นเอง เขาหลับตายืนนิ่งบริกรรมคาถาอย่างมีสมาธิและสุขุม รถของเอกราชที่พุ่งเข้ามาอย่างเร็ว ไม่อาจทำให้อาจารย์ดำเสียสมาธิได้ ยังคงยืนนิ่งบริกรรมคาถาอย่างหนักแน่น แน่วแน่ และกล้าแกร่ง

พวกที่นั่งในรถบ้างก้มหน้างุด บ้างมุดหัวเตรียมหลบการปะทะ ในขณะที่เสียงบริกรรมคาถาของอาจารย์ดำแว่วเข้ามาในรถ ดังขึ้น...ดังขึ้น จนเอกราชได้สติ มองไปข้างหน้าเห็นอาจารย์ดำยืนตระหง่านอยู่ เขาเหยียบเบรกเอี๊ยดดดดด!!!

อาจารย์ดำที่ยังบริกรรมคาถาจ้องริลณีอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ จนริลณีกรีดร้องอย่างเจ็บปวดแล้วหายตัวไป

อาจารย์ดำยิ้ม มองเข้าไปในรถเห็นเอกราช ประวิทย์ ตุลเทพ ปริมลดา และหงส์หยกมองมาด้วยสายตาทึ่งสุดๆ!

ooooooo

สมหมายเอากุญแจสำรองมาให้เตชิน เขารีบไขเข้าไป พอเปิดประตู เขามองอึ้ง เมื่อเห็นริลณียืนหน้านิ่ง มองทุกคนอยู่ เตชินโผเข้าหาถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมเคาะประตูเรียกตั้งนานไม่ตอบกลับ รู้ไหมว่าตนเป็นห่วงมาก

ริลณีตอบเรียบๆว่าตนอาบน้ำ เตชินไม่เชื่อเพราะตนเรียกออกลั่นบ้าน ถามว่าเธอทำอะไรกันแน่ ริลณียืนยันว่าตนอาบน้ำ หมูหวานมองสำรวจกระซิบกับสมหมายว่าอาบน้ำอะไรทำไมไม่เปลี่ยนเสื้อผ้า เมื่อเช้าก็ใส่ชุดนี้ พูดแล้วรีบเอามือปิดปากทันที แต่เตชินได้ยินแล้วเขามองชุดของริลณีหน้าเครียด หมูหวานกับสมหมายรู้ว่ามีเรื่องแน่เลยสะกิดกันรีบออกไป

“ทำไมรินต้องโกหกผมด้วย!!” เตชินถามแล้วเดินหน้าตึงไป ริลณีตกใจรีบตามไปขอให้ฟังตนก่อน เขาหันพูดด้วยสีหน้าโกรธๆว่า “ผมบอกรินแล้วใช่ไหมว่าเรื่องอะไรผมก็รับได้ทุกเรื่อง แล้วทำไมรินถึงไม่บอกความจริง รินมีอะไร ทำไมถึงต้องปิดบังผมตลอดเวลา รินไม่เคยไว้ใจ ไม่เคยเห็นผมพึ่งพาได้เลยใช่ไหม”

“ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะเตชิน คุณคือคนเดียวที่รินไว้ใจ”

เตชินจับไหล่ทั้งสองข้างของเธอ มองลึกเข้าไปในดวงตา “งั้นบอกผมว่าเมื่อกี๊เกิดอะไรขึ้น รินเข้าไปอยู่เงียบๆในห้องน้ำทำไมตั้งนาน” ริลณีอึกอักพูดไม่ออก เตชินมองหน้าเธออย่างผิดหวังปล่อยเธอไป พูดอย่างเจ็บปวด “ผมเข้าใจแล้ว รินไม่ไว้ใจผมจริงๆ” แล้วเขาก็เดินลงบันไดไป

“เตชิน...ฟังรินก่อนค่ะ คุณจะไปไหนคะ...เตชิน...”

ooooooo

อาจารย์ดำพาพวกเอกราชทั้งหมดไปที่สำนัก ทำพิธีอย่างขรึมขลัง... ของขลังห้าชิ้นวางเป็นห้าแฉก วางบนเปลวไฟตรงหน้าอาจารย์ดำที่ใส่ชุดขาวกำลังท่องคาถาทำพิธีปลุกเสก มีพวกเอกราชนั่งมองลุ้น

อาจารย์ดำหยิบของสี่อย่างโยนลงไปในเปลวไฟเพื่อทำพิธี ไฟลุกพรึ่บอย่างน่ากลัว

“ของขลัง 5 แฉก 5 ชิ้น ถูกปลุกด้วยของมวลสาร 5 สิ่ง 1.ชอล์กจากการเขียนอักขระเลขยันต์ 2.น้ำมันว่าน 3.ไม้มะยมตายพราย 4.สายสิญจน์อาคมเจ็ดวัด และ 5.เลือดเจ้าของเครื่องรางห้าคนที่รวมเป็นหนึ่งเดียว”

หงส์หยกกับปริมลดาโวยวายกลัวเจ็บ ถูกตุลเทพเอ็ด “อย่าเรื่องมากได้ไหม จะยอมเจ็บนิดเดียวหรือว่าโดนนังผีนั่นฆ่าก็เลือกเอาแล้วกัน” แล้วหันบอกอาจารย์ดำ “อาจารย์ครับ ผมพร้อม”

ผู้ชายทั้งสามเอามีดกรีดนิ้วแล้วหยดเลือดลงในแก้วที่อาจารย์ดำเอามาวางไว้ ปริมลดากับหงส์หยกมองสยอง แต่สุดท้ายหงส์หยกก็ต้องยอม แต่กว่าจะกรีดเลือดปริมลดาได้ก็ต้องปล้ำจับล็อกไว้ให้หงส์หยกกรีด ปริมลดาทั้งดิ้นทั้งด่า จนตุลเทพตะคอกว่า “จะเอายังไง จะเจ็บหรือจะตาย!”

พอทุกคนหยดเลือดใส่แก้วแล้ว อาจารย์ดำเอาเทลงในเปลวไฟ ไฟลุกฟู่ทันที อาจารย์ดำหลับตาบริกรรมคาถาอย่างมีสมาธิแน่วแน่แล้วกระตุก ตัวสั่นจนฟุบพับลงไปบนพื้นพร้อมกับไฟที่เผาเครื่องรางของขลังดับวูบลง พวกประวิทย์ตกใจพากันชะโงกดูว่าอาจารย์เป็นอะไรหรือเปล่า

อาจารย์ดำเงยหน้าฟึ่บ! ทำเอาพวกที่ชะโงกดูตกใจแทบหงายหลัง

“ตราบใดที่เครื่องรางยังครบ 5 แฉก ก็ไม่มีทางที่ผีร้ายตัวไหนจะทำอะไรทุกคนได้” แล้วอาจารย์ก็เอาเครื่องราง 5 แฉกแจกคนละแฉกครบทุกคน “จำไว้ เก็บเอาไว้ติดตัว ห้ามถอดเป็นอันขาด” ทุกคนรับไปถือไว้ อาจารย์ดำมองยิ้มอย่างมั่นใจ

พอออกมาปริมลดากระซิบบอกหงส์หยกว่าตนรู้สึกแปลกๆ หงส์หยกติงว่าถ้าแปลกจริงเอกราชคงไม่จ้างไว้เป็นที่ปรึกษาบริษัทเขาหรอก ถามว่า “จำไม่ได้เหรอ ตอนที่ไปเปิดโรงแรมเอกราช เขาก็ทักว่าชมพูผีเข้า”

“เออ...ใช่ คิดไปถึงวันนั้น ฉันมีเรื่องคาใจอยู่อย่าง” หงส์หยกถามว่าอะไร “ก็ที่ผีนังริลณีมันบอกแกว่าอย่ายุ่งกับผัวมัน ใครคือผัวมัน แล้วแกไปยุ่งกับใคร”

“แค่ตรรกะว่าฉันไปยุ่งกับผัวของผีมันก็เพี้ยนแล้ว

ผีที่ไหนจะมีผัว ใช่ไหม” หงส์หยกโกหกไม่เนียนนัก แต่ปริมลดาก็เชื่อ ไม่วายดูถูกตามเคยว่า “หนังหน้าอย่างเธอถ้าไปแซะผู้ชายก่อน ผู้ชายเขาคงสยองยิ่งกว่านังผีนั่นหลายเท่า” แล้วบ่นตัวเอง “คิดถึงวันนั้นแล้วเจ็บใจเรื่องเตชิน ไม่น่าพลาด”

พอดีมาถึงบ้าน หงส์หยกบอกก่อนลงไปว่า “ไว้เธอค่อยหาแผนใหม่แล้วกันนะ ฉันเข้าบ้านก่อนนะง่วง” พอลงจากรถเข้าบ้าน หงส์หยกก็ยิ้มร้ายพูดอย่างเจ็บใจ “ชิ! ตะกี้ไม่น่าเชือดแค่นิ้วเลย น่าจะเชือดคอแกให้ขาดไปเลยนะนังปริม–ลดา...เอาน่ะ...จะช้าหรือเร็วแกก็ต้องเสร็จฉันอยู่ดีล่ะอีโง่!!”

ooooooo

พอหงส์หยกเข้าบ้านก็ต้องอารมณ์เสียอีก เมื่อเจอป๊าเดินแบมือเข้ามาขอสักพันสองพันไปทำทุน

“เมื่อไหร่จะเลิกเข้าบ่อนเสียทีเนี่ย หนูไม่มีเงินจะตามไปจ่ายหนี้ให้ป๊าแล้วนะ”

“ก็คราวที่แล้วมันพลาด แต่คราวนี้รวยแน่ ชัวร์” ป๊ากระดิกนิ้ว “เร็วสิ ป๊าจะรีบไป”

หงส์หยกบอกว่าตนไม่มีจริงๆ ก็ถูกป๊ามองแต่หัวจดเท้าหาว่าเอาเงินไปแต่งตัวเสียเว่อร์ เป็นการลงทุนที่เสียเปล่ามาก หงส์หยกยิ่งอารมณ์เสียหนัก ถามป๊าว่าพูดอย่างนี้หมายความว่ายังไง ป๊าพูดเซ็งๆว่า

“ก็ลื้อเอาเงินไปแต่งตัวขนาดนี้ยังไม่มีผู้ชายสนใจเลย สู้เอาเงินมาให้อั๊วไปต่อทุนยังจะคุ้มค่ากว่า...เฮ้อ!”

หงส์หยกถูกสะกิดแผลก็โกรธจนตัวสั่น ยิ่งเมื่อเข้าห้องนึกถึงที่ถูกปริมลดาดูถูกด้วยแล้วก็ยิ่งแค้น คำรามในคอ

“ดูถูกกันนักใช่ไหม คอยดูเถอะ หน้าอย่างฉันนี่แหละจะหาผู้ชายดีๆมาให้ดูเอง!!!” ว่าแล้วก็หยิบโทรศัพท์มือถือที่ถ่ายรูปไว้แบล็กเมล์เตชินเปิดดู ยิ้มร้าย

ooooooo

สร้อยช่วยทำกายภาพให้คุณหญิงที่เตียง แต่คุณหญิงไม่ได้ใส่ใจการทำกายภาพ นอนมองเพดาน ตาลอยครุ่นคิด

สร้อยพูดกับเตชินที่นั่งอยู่ข้างเตียงเล่าว่าคุณหมอบอกว่าคุณหญิงฟื้นตัวเร็วมาก พยายามพูดขยันทำกายภาพไม่บ่นเลย
“สร้อยว่าที่คุณหญิงอยากหาย เพราะมีเรื่องอยากบอกคุณเตชินแน่นอนเลยค่ะ คุณเตชินคะ...คุณเตชิน...”

เตชินสะดุ้งถามสร้อยว่ามีอะไรหรือ สร้อยบ่นออดว่าพูดเสียตั้งยาวไม่ได้ฟังเลยสักนิด ในขณะที่คุณหญิงพยามขยับมือจะจับเตชินและพยายามจะพูด แต่เสียงคุณหญิงอ้อแอ้อู้อี้ฟังไม่ออก เตชินถามสร้อยว่าคุณแม่พูดอะไร สร้อยบอกว่าตนฟังไม่ออกแต่ท่านพูดแบบนี้ทั้งวัน ทุกวัน

“คุณแม่อยากจะพูดอะไรกับผมใช่ไหมครับ”

เตชินถามจับมือคุณหญิงไว้ คุณหญิงกุมมือเตชินแน่นขึ้นพยักหน้าช้าๆ “คุณแม่อยากจะพูดอะไรครับ ลองพูดช้าๆ นะครับ ผมจะลองฟัง”

พอคุณหญิงพยายามพูด เตชินก็ยังฟังไม่ออก แต่สร้อยที่คุ้นชินกับการพูดของคุณหญิงบ้างฟังได้ว่า “ริลณี” เลยทวนคำถามว่าคุณหญิงจะพูดว่า ริลณีใช่ไหม คุณหญิงพยักหน้าช้าๆ เตชินถามทันทีว่า “ริลณี...รินทำไมเหรอครับคุณแม่”

คุณหญิงพยายามพูดคำว่า “เป็นผี” เตชินหันถามสร้อยว่าคุณแม่พูดว่าอะไร สร้อยตั้งใจฟังอย่างมาก แต่ก็ฟังไม่ออก

พอดีโทรศัพท์ของเตชินดังขึ้น หน้าจอโชว์ว่า “หงส์หยก” เขาขอตัวกับคุณหญิงออกไปรับสาย คุณหญิงมองตามไปอย่างเป็นห่วงมาก

ooooooo

หงส์หยกบอกเตชินว่ามีเรื่องสำคัญต้องคุยกับเขา ถามว่าพรุ่งนี้ว่างไหมพอเตชินถามว่าจะคุยเรื่องอะไร ก็อ้างว่า

“เรื่องนี้คุยทางโทรศัพท์ไม่ได้หรอกค่ะ เพราะมันเป็นเรื่องสำคัญของเราสองคน” เตชินขอให้บอกได้ไหมว่าเกี่ยวกับเรื่องอะไร “คือ...งานเปิดตัวโรงแรมของเอกราชค่ะ”

เตชินนึกถึงเสื้อผ้าผู้หญิงที่ถอดกองอยู่ข้างเตียงในห้องพักเขาที่โรงแรม เลยให้เธอนัดมาว่าจะพบกันที่ไหน เมื่อไร

พอวางสายจากเตชิน หงส์หยกก็มองรูปตัวเองกับเตชินในจอคอมฯที่เธอแต่งเสร็จพอดี พึมพำอย่างสมใจมากว่า

“รูปนี้แหละ ที่จะเปลี่ยนชีวิตของฉัน”

แต่พอปิดคอมฯก็ตกใจเมื่อเห็นเงาสะท้อนในจอปรากฏร่างริลณีมายืนอยู่ข้างหลังตัวเอง!

“กู บอก แล้ว ใช่ ไหม ว่า อย่า ยุ่ง กับ ผัว กู!!!” พูดจบริลณีก็ยกมือจะแทงเข้าไปในอกซ้ายของหงส์หยกหมายควักหัวใจออกมา แต่เธอกลับถูกแสงจากเครื่องรางที่หงส์หยกใส่อยู่ แสบร้อนจนต้องชักมือกลับร้องอย่างเจ็บปวด แล้วหายวับไปจากตรงนั้น

หงส์หยกตะลึงอึ้งกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก้มมองเครื่องราง 5 แฉกที่อาจารย์ดำให้แทบไม่อยากเชื่อ

ooooooo

ริลณีกลับถึงบ้านเรือนไทยในสภาพสะบักสะบอม น่าสยดสยองเพราะบาดเจ็บจากการสัมผัสเครื่องราง

สมหมายเดินตรวจความเรียบร้อยมาเห็นภาพนั้นก่อนที่ผีริลณีจะค่อยๆกลายเป็นริลณีที่สวยงามตามเดิม แล้วเดินเข้าบ้านเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น สมหมายตกใจสุดขีดอยากจะตะโกนแต่ตะโกนไม่ออก วิ่งเตลิดไปจากตรงนั้น กลับไปที่ห้องพักบอกให้หมูหวานรีบเก็บของ แล้วออกไปจาก บ้านนี้ให้เร็วที่สุด หมูหวานเดาได้ทันทีว่าพ่อเจออะไรมาแน่ๆ

ส่วนริลณีกลับเข้าไปในห้องนอนแล้วหยิบจับ ข้าวของของเตชินมองอย่างเจ็บปวด มองภาพสะท้อนตัวเองในกระจกที่น่าเกลียดน่ากลัวพึมพำ

“ถ้าคุณรู้ว่าริน...ไม่ใช่อย่างที่คุณคิด คุณจะยังรักริน แล้วอยากอยู่กับรินรึเปล่าคะ...เตชิน...” ริลณีร้องไห้ออกมาอย่างทุกข์ทรมานใจกับความรักความปรารถนาของตัวเองกับความจริงของร่างกายที่ความเป็นคนนับวันถอยหลังไปทุกที...

ooooooo

เตชินเฝ้าคุณหญิงจนหลับอยู่ข้างเตียงถึงเช้า เขาสะดุ้งตื่นจากฝันร้าย เห็นสร้อยกำลังดูแลคุณหญิงอยู่ พอคุณหญิงเห็นเตชินตื่นก็พยายามจะถามว่าเป็นอะไร แม้จะฟังยากแต่สร้อยที่ฟังบ่อยๆ แกะออก บอกเตชินว่าคุณหญิงถามว่าเขาเป็นอะไร

“ฝันร้ายถึงรินนิดหน่อยครับ” เตชินบอก พอดีณรงค์เดินเข้ามาถามว่าทะเลาะกันหรือถึงได้เครียดจนนอนฝันแบบนี้ เตชินหลบตาตอบอย่างมีพิรุธว่า “ก็ไม่ได้ทะเลาะอะไรกันมากหรอกครับ”

ณรงค์ดักคอว่าถ้าไม่มากจริงเขาคงไม่มานอนเฝ้าแม่ทั้งคืนหรอก แนะว่าถ้ามีปัญหาอะไรกันก็อย่าปล่อยไว้จนกลายเป็นเรื่องบาดหมาง ควรเคลียร์กันให้จบไม่ใช่หลบมาอยู่ที่นี่ เร่งให้รีบกลับไปเสียอย่าปล่อยให้เธอคิดมากอยู่คนเดียว

“ผมใจร้อนไปหน่อย น่าจะคุยกันให้รู้เรื่อง ไม่น่าทิ้งเขาไว้คนเดียวอย่างนั้นจริงๆ งั้นผมรีบกลับไปหารินนะครับ ป่านนี้เสียใจแย่”

พอเตชินลุกจะไป คุณหญิงก็พยายามจะบอกว่าอย่าไป ริลณีเป็นผี แต่พูดไม่รู้เรื่อง แม้แต่สร้อยก็แกะไม่ออก ณรงค์บอกคุณหญิงว่า “ปล่อยลูกไปเถอะคุณ ลูกเลือกแล้ว ยังไงก็คงเปลี่ยนแปลงไม่ได้” คุณหญิงก็ยังพยายามพูดอีก ณรงค์ตัดบทให้เตชินกลับไปเสีย ทางนี้เดี๋ยวตนดูแลเอง

คุณหญิงยังพูดประโยคเดิมซ้ำๆ จนสร้อยสงสัยว่าทำไมพูดประโยคนี้ตั้งแต่เมื่อคืน เอะใจว่าหรือคุณหญิงจะบอกเตชินเกี่ยวกับริลณี คิดแล้วก็ได้แต่โมโหตัวเองที่ฟังไม่ออกสักที

ooooooo

กลับไปถึงเรือนไทย เตชินพบกับความเงียบเหงาจนวังเวง เขาเดินหาริลณีไปทุกห้องก็ไม่เจอ เขาเริ่มกลัวว่าเธอจะโกรธจนหนีไป แว่วเสียงร้องไห้ เขาเอะใจเดินไปตามเสียง เจอริลณีนั่งร้องไห้อยู่บนหลุมศพตัวเอง เขารู้สึกผิดจนตัวชา

เตชินเข้าไปถามว่าทำไมมานั่งร้องไห้อยู่ตรงนี้ อย่าบอกนะว่านั่งร้องไห้อยู่ตรงนี้ทั้งคืน เธอหันมองเขาด้วยแววตาปวดร้าว พูดอย่างเจ็บปวดว่า ไม่ว่าตนจะอยู่ตรงนี้ทั้งคืนหรือรอเขาอยู่ตรงนี้นานแค่ไหนก็ไม่มีความหมายสำหรับเขาไม่ใช่หรือ

เตชินขอโทษที่ทิ้งเธอไปแบบนี้ ส่วนริลณีบอกว่าตนผิดเองที่กลับมาหาเขา มาอยู่กับเขา บอกเขาว่า

“ขอให้คุณรู้นะคะเตชิน ว่าเหตุผลเดียวที่รินยังมีชีวิตอยู่ก็เพราะคุณคนเดียวเท่านั้น และเหตุผลเดียวที่รินจะไปก็คือคุณไม่รักและไม่ต้องการรินแล้ว” เตชินพร่ำบอกว่าตนไม่มีวันเลิกรักเธอ จะไม่มีอะไรพรากเราสองคนไปได้แม้แต่ความตาย “ใช่ค่ะ...ไม่มีอะไรพรากเราได้ แม้แต่ความตายจริงๆ”

ทั้งสองต่างมองกันด้วยความรัก โผกอดกันแน่นอย่างไม่มีวันยอมพรากจากกัน เป็นเวลาที่ริลณีมีความสุขและอิ่มใจมาก ในขณะที่ลึกๆแล้ว เธอกลัวเหลือเกิน...กลัวว่า...ความเป็นคนของตัวเองเหลือน้อยลงทุกทีแล้ว...

เมื่อมาดูที่ห้องพักสมหมายกับหมูหวาน เตชินแปลกใจที่เห็นข้าวของถูกทิ้งกระจัดกระจาย ถามริลณีว่า ทำไมอยู่ๆสองคนนี้ถึงหายไปไม่บอกตน ริลณีบอกว่าหนีไปกันตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว คาดว่าคงเจออะไรที่ไม่อยากเจอกระมัง ตัดบทว่า

“ก็ดีแล้วล่ะค่ะ คนที่ชอบยุ่งสาระแนเรื่องคนอื่นแบบนั้นออกไปเสียได้ก็ดี ไม่อย่างนั้นต้องเจอดีเข้าสักวัน” แววตาเธอดุร้ายขึ้นแว่บหนึ่ง เตชินเห็นพอดี เขาตกใจ เธอถามว่ามีอะไรหรือเปล่า เขาบอกว่าไม่มีอะไร ตนคงตาฝาดไปเอง ถามว่าจะหาคนใหม่ให้เอาไหม ริลณีบอกไม่ต้อง “อยู่คนเยอะก็เรื่องแยะ อยู่กันเงียบๆ สองคนน่ะดีแล้วค่ะ”

แม้เตชินจะเงียบไป แต่เขายังติดใจสงสัยแววตาดุร้ายของริลณีที่เห็นเมื่อครู่นี้...

ooooooo

เมื่อเฟื่องฟ้ารู้จากชมพูที่มาช่วยจัดขนมให้เด็กๆ ที่บ้านเด็กกำพร้าว่าสมหมายกับหมูหวานหนีจากบ้านเรือนไทยกลับไปอยู่กับคุณหญิงแล้ว ก็ยิ่งเชื่อว่าสองพ่อลูกนั้นต้องเจอดีอะไรแน่ๆ

แม้เฟื่องฟ้าจะเชื่อเรื่องริลณีเป็นผีมากขึ้นทุกทีแต่ก็ยังไม่กล้าพูด ถามชมพูว่าตนจะไปคุยกับสองพ่อลูกได้ไหม ตนอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่บ้านเรือนไทย

“ก็เอาสิ แต่พวกเขาจะบอกหรือเปล่าไม่รู้นะ เพราะฉันถามเขาก็ไม่ยอมบอกอะไร” ชมพูตอบหน้าเครียดๆ จนเอทีเอ็มสงสัยว่าเธอมีเรื่องอะไรมากกว่านี้ ชมพูจึงยอมรับว่าตนยังลืมเตชินไม่ได้จริงๆ เอทีเอ็มถามว่าแต่เธอก็ไม่ได้ฝันเห็นริลณีเป็นผีใช่ไหม “ไม่ได้ฝัน แล้วทุกครั้งที่ฉันคิดถึงเรื่องริน ฉันจะเจ็บแผลที่มือมากๆ บางทีแผลนั้นก็มีเลือดไหลออกมาแบบไม่มีสาเหตุ แบบนี้ไง...”

ชมพูแบมือให้เอทีเอ็มดูมือที่รอบรอยแผลเป็นมีเลือดซึมออกมา เอทีเอ็มรีบเอาทิชชูซับเลือดให้ด้วยความเป็นห่วง ชมพูถามว่าตนควรจะทำอย่างไรดี ทั้งเรื่องที่ไม่อาจลืมเตชินได้และเรื่องที่คิดอะไรเกี่ยวกับริลณีทีไรแผลเป็นที่ฝ่ามือก็มีเลือดออกมาทุกที

“เธอเคยสังเกตไหมว่า ทุกเรื่องมันเกี่ยวกับริน! ถามจริงๆเถอะ เธอเคยมีปัญหาอะไรกับรินหรือเปล่า” ชมพูจำไม่ได้ แต่เอทีเอ็มจำได้ว่า “ก่อนปิดเทอมสุดท้าย ช่วงที่พวกเธอสองคนซ้อมรำเพื่อเตรียมตัวประกวด ฉันว่าช่วงนั้นเธอสองคนดูแปลกๆ บางทีถ้าเธอจำเหตุการณ์ตอนนั้นได้ เธออาจจะได้คำตอบของสิ่งที่เธอถามก็ได้”

เป็นข้อสังเกตที่ทำให้ชมพูนิ่งคิด

ฝ่ายหงส์หยกไปเล่าให้ปริมลดาฟังที่กองถ่ายว่าถูกผีริลณีหลอกแต่เครื่องรางห้าแฉกที่อาจารย์ดำให้ป้องกันตนไว้ได้ ปริมลดาทึ่งเรื่องเครื่องรางแต่ก็ดักคอหงส์หยกอย่างรู้ทันว่าที่มาหาถึงกองถ่ายคงไม่ใช่เรื่องนี้เรื่องเดียว

หงส์หยกยอมรับว่าจะมายืมกระเป๋าถือเธอด้วย ปริมลดายังติดใจสงสัยว่าทำไมผีริลณีจึงตามเล่นงานหงส์หยกไม่เลิก ซ้ำยังขู่ว่าอย่ามายุ่งกับผัวตน เลยเชื่อว่าหงส์หยกลุกขึ้นมาแต่งตัวจัดจ้านและยืมกระเป๋าถือตนแบบนี้ต้องมีนัดกับผู้ชายแน่ๆ พอถูกจับได้ หงส์หยกก็เร่งให้เอากระเป๋ามาให้เร็วตนรีบ

ปริมลดาบอกว่ากระเป๋าอยู่ในรถ โยนกุญแจที่พื้นให้หงส์หยกไปหยิบเอาเอง ขากลับให้เอาเสื้อผ้าในรถมาให้หมดด้วยตนจะให้พวกคอสตูมเลือกว่าจะเอาชุดไหนใส่ในละคร หงส์หยกยิ้มหวานวางกระเป๋าตัวเองไว้เพื่อจะได้หอบเสื้อผ้าของปริมลดามา แต่พอลับหลับปริมลดา หงส์หยกก็เบ้หน้าพึมพำอย่างเจ็บใจ

“คอยดูเถอะนังปริมลดา!! เตชินเป็นของฉันเมื่อไหร่ นางเอกสมองกลวงอย่างเธอมีเงิบแน่!!”

ระหว่างกลับ หงส์หยกเห็นผู้หญิงผมยาวเดินผ่านตนไปแว้บๆ นึกระแวงว่าจะเป็นผีริลณี รีบจับเครื่องรางขึ้นมาปลอบใจตัวเองว่า “มันทำอะไรเราไม่ได้”

“อย่ามั่นใจให้มากนักหงส์หยก คนที่ฉลาดในโลกนี้ ไม่ได้มีแค่เธอคนเดียวหรอก” ริลณียิ้มร้ายอย่างมีแผน

ooooooo

ที่กองถ่าย... ผีริลณีเข้าใกล้ปริมลดาทำให้เธอรู้สึกหนาว ดึงผ้าพันคอที่กระเป๋าของหงส์หยกทับอยู่ทำให้กระเป๋าตกของในกระเป๋าเกลื่อนกระจายรวมทั้งโทรศัพท์มือถือของหงส์หยกด้วย แต่ปริมลดาไม่ได้สนใจหยิบๆใส่กระเป๋าไป

ผีริลณีกระซิบบอกปริมลดาให้อ่านข้อความในโทรศัพท์แล้วจะรู้อะไรดีๆ พอเธออ่านจึงรู้ว่าหงส์หยกนัดพบกับเตชิน

ไม่เพียงเท่านั้นยังเห็นภาพที่หงส์หยกนอนกกอยู่กับเตชิน ปริมลดาถึงกับช็อก ผีริลณีดูอยู่ เธอยิ้มอย่างสมใจก่อนหายตัวไป

ฝ่ายหงส์หยกถือกระเป๋าราคาแพงที่ยืมจากปริมลดา แต่งตัวโฉบเฉี่ยวแต่งหน้าจัดจ้านจะไปพบเตชิน แต่เห็นยังมีเวลาเหลือจึงแว่บเข้าห้องน้ำเติมปากเติมแป้งหมายจับเตชินให้อยู่หมัดในคราวนี้ ระหว่างนั้นรู้สึกเหมือนมีใครยืนอยู่ข้างหลังแต่พอหันมองก็ไม่เห็น รู้สึกมีมือเล็บแดงน่ากลัวยื่นจากประตูห้องน้ำเข้ามา ทันใดนั้นประตูเข้าห้องน้ำเปิดออก มีหญิงสาว 2-3 คนเดินเข้ามา หงส์หยกรู้สึกหลอนๆ เริ่มกลัว จึงรีบออกจากห้องน้ำไป

ผู้หญิงสองสามคนที่เข้ามาผงะตกใจ เมื่อเห็นที่กระจกมีอักษรเขียนด้วยเลือดความว่า “มึงยุ่งกับผัวกู มึงต้องตาย!”

หงส์หยกไปถึงร้านอาหารที่นัดกับเตชินไว้ แทนที่จะได้พบเตชินกลับเจอปริมลดานั่งรออยู่ หงส์หยกตกใจถามว่าเธอมาได้ยังไง

ปริมลดาเยาะเย้ยเหยียดหยามหงส์หยกด้วยความแค้นว่า บังเอิญตนเห็นข้อความที่เตชินส่งมาเลื่อนนัดเธอ และบังเอิญเจอรูปไร้รสนิยมของเธอกับเตชิน จึงรู้ว่าทำไมแผนการของตนจึงไม่สำเร็จเพราะมีเพื่อนทรยศอย่างเธอนี่เอง! ทั้งสองด่าทอกันอย่างเผ็ดร้อนถึงพริกถึงขิง ต่างสาวไส้ของอีกฝ่ายออกมาแฉ จนหงส์หยกถูกปริมลดาตบ แต่คราวนี้หงส์หยกไม่ยอม เธอทั้งตบทั้งด่าอย่างไม่ยอมเป็นลูกไล่ให้ปริมลดากดหัวอีก ทั้งสองตบตีจิกทึ้งกันอย่างไม่มีใครยอมใคร

เรื่องถึงโรงพัก ประวิทย์บอกเอกราชให้ไปประกันตัวและปิดข่าว เพราะปริมลดากลัวจะมีปัญหากับละครที่กำลังจะปิดกล้อง เอกราชบ่นอย่างหงุดหงิดว่า “รู้ว่ามีปัญหาแล้วทำทำไม สุดท้ายก็มาเดือดร้อนฉันทุกที!!”

ขึ้นโรงพักแล้วแทนที่จะสงบศึก ทั้งปริมลดาและหงส์หยกยังด่าทอตบตีกันไม่หยุด หงส์หยกถูกปริมลดาแอบฉกเครื่องรางห้าแฉกไปไม่รู้ตัว ตบตีกันจนตุลเทพที่นั่งดูอยู่พูดอย่างสมเพชว่ากะอีแค่ผู้ชายคนเดียวทำไมต้องมีเรื่องกันขนาดนี้

เมื่อเอกราชมาหย่าศึก เขากับตุลเทพพาหงส์หยกออกจากห้องไป บอกปริมลดาให้รออยู่ในห้องนี้ ปริมลดามองเครื่องรางห้าแฉกที่ฉกมาปาลงพื้นเหยียบขยี้จนแตกละเอียดแล้วหัวเราะอย่างสะใจ

ตกเย็น ทีวีก็ออกข่าวน่าสมเพชว่า “เมื่อวานเกิดเหตุสลดใจ สองเพื่อนรักที่คบกันมานานกว่าสิบปี ทะเลาะกันเพราะแย่งผู้ชายคนเดียวกันก่อนที่ทั้งคู่จะมีปากเสียงกันรุนแรงและฆ่ากันตายในที่สุด”

เตชินฟังข่าวแล้วรำพึงอย่างสลดใจที่เพื่อนรักมาทะเลาะกันเพราะเรื่องผู้ชาย ริลณีได้ทีบอกเขาว่าเรื่องเลวร้ายที่เขาคิดไม่ถึงยังมีอีกแยะ เล่าอย่างแค้นฝังใจว่า

“มนุษย์เรา ยังทำร้ายกันได้อีกเยอะค่ะ ทำกันได้อย่างเลือดเย็นจนคุณคาดไม่ถึงจริงๆ ตอนนี้รินเลยไม่เชื่อใจใครหน้าไหน โดยเฉพาะคนที่เรียกตัวเองว่าเพื่อน เพราะคนพวกนี้เวลาที่ทำให้เราเจ็บมันจึงเจ็บยากที่จะลืมจริงๆ” เตชินอยากรู้ว่าเพื่อนคนไหนทำให้เธอเจ็บฝังใจถึงเพียงนี้ “เพื่อนที่เรารักมากไงคะยิ่งรักมาก ยิ่งเจ็บมาก ก็ยิ่งต้องจัดคืนให้อย่างสาสมมากเท่านั้น!”

สิ้นเสียงริลณีฟ้าก็ผ่าเปรี้ยงลงมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย จากแสงฟ้าทำให้เตชินเห็นแววตาที่ดุร้ายน่ากลัวของริลณีอีกครั้ง!

ooooooo

นางชฎา

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด