ตอนที่ 4
ณิชาภัทรเข้ามาปรึกษานวลแขที่นั่งรอบุรธัชอยู่ในสวน เรื่องจะจ้างนักสืบช่วยตามหาณัชชากับลูก เพราะให้เพื่อนที่ลอนดอนช่วยตามแล้ว แต่ไม่พบ
นวลแขรีบปรามว่า ไม่อยากให้คนอื่นมารู้เรื่องภายในครอบครัว เป็นจังหวะเดียวกับที่บุรธัชเดินเข้ามาพอดี ชายหนุ่มยกมือไหว้นวลแข ณิชาภัทรได้ช่องขอร้องให้บุรธัชช่วย
“ธัชมาพอดีเลย ธัชมาช่วยพูดกับคุณย่าหน่อยซิ
คุณย่าไม่ยอมให้ณิชาจ้างนักสืบน่ะค่ะ แล้วอย่างนี้เราจะได้ตามน้องณิชมนเจอเมื่อไหร่ล่ะคะ”
“ถ้าหาไม่เจอก็ถือซะว่าชะตาฟ้าลิขิตก็แล้วกัน
บางครั้งชีวิตของคนเราก็ถูกกำหนดไว้แล้ว ถ้าหากดวงไม่ได้เจอกัน หากันให้ตายก็ไม่เจอ เราอย่าวุ่นวายให้มันมากไปนัก ยังไม่ทันไรก็เรียกเป็นน้องเป็นนุ่ง ทางโน้นเขาจะยังนับญาติกับเราหรือเปล่าก็ไม่รู้ แล้วการที่ย่าให้คนไปตามหาณัชชา ไม่ใช่เพราะย่ายกโทษให้หรอกนะ แต่เพราะรู้ข่าวว่าณัชชามีลูกสาวต่างหากล่ะ ย่ากลัวว่า ถ้าหากย่าตายไปเมื่อไหร่ผีพนันอย่างตาชยทัตได้ส่งลูกสาวมาฟ้องร้องแบ่งมรดกจากเราแน่ ทีนี้ก็ได้เป็นข่าวอื้อฉาวกันอีกล่ะ ย่าถึงต้องตามสองแม่ลูกนั่นให้มารับทราบข้อตกลงกันก่อน จะได้ไม่เป็นเรื่อง
เป็นราวกันภายหลัง” นวลแขร่ายยาว เพราะไม่รู้ว่าณิชมนยืนแอบฟังอยู่
ณิชมนน้ำตาคลอเสียใจที่ยายไม่รัก เธอหันหลังเดินออกไป จึงไม่ทันได้ยินบุรธัชกับณิชาภัทรพูดถึงเรื่องพินัยกรรมที่นวลแขทำไว้ เพราะมันแสดงให้รู้ว่า นวลแขยังรักและเป็นห่วงณัชชากับลูกอยู่ แต่ไม่ยอมรับความจริง
ขณะที่ณิชมนก็ให้สัญญากับตัวเอง “ไม่ต้องห่วง
นะคะคุณยาย ณิชจะไม่มาทวงสิทธิ์ของณิชแน่ ณิชจะไม่กลับมาที่นี่อีก” ณิชมนตัดใจเดินออกไปจากบ้านสุธาสิน
ครู่ต่อมา บุรธัชกับณิชาภัทรก็เดินคุยกันออกมา บุรธัชปรามณิชาภัทรไม่ให้เซ้าซี้นวลแขเรื่องณัชชากับลูกมากนัก เพราะกลัวนวลแขจะเกิดทิฐิสั่งห้ามไม่ให้ตามหาทั้งคู่ ณิชาภัทร รับคำแล้วเปลี่ยนเรื่องถามบุรธัชว่าจะฝากใครมาทำงานกับนวลแข บุรธัชไม่ตอบแต่เรียกสาวใช้ที่ถือแก้วน้ำเดินเข้ามาถามว่า ผู้หญิงที่มากับเขาหายไปไหน
“เมื่อกี้นี้ยังรออยู่ตรงนี้นี่คะ น้องเขาบ่นว่าหิวน้ำ แดงก็เลยไปเอาน้ำมาให้ แดงไปแค่แป๊บเดียว แป๊บเดียวจริงๆ
นะคะ” สาวใช้รายงาน
“ธัชพาใครมาฝากงานคะ นี่อย่าบอกนะว่า...
เป็นแม่บ้านประนอม”ณิชาภัทรเดาได้ทันที
เมื่อไม่พบณิชมน บุรธัชก็หัวเสีย เขารีบกลับเข้าไปขอโทษนวลแข ณิชาภัทรข้องใจ ที่บุรธัชให้ความสนใจกับแม่บ้านคนใหม่มากเป็นพิเศษ จึงตามไปคาดคั้น
ด้านณิชมน เธอเดินใจลอยออกมาตามถนนอย่างเหนื่อยอ่อน สักพักก็หยุดปาดเหงื่อแล้วประสานมือหลับตาสวดอ้อนวอนขอให้มีคนใจดีขับรถผ่านมา และเมื่อลืมตาขึ้นรถของรวิภาสก็แล่นมาจอดตรงหน้า
“จะไปไหนเหรอครับ ให้ผมไปส่งไหม” รวิภาสเอ่ยถาม
ณิชมนมองรวิภาสอย่างไม่วางใจ แต่ไม่มีทางเลือกจึงต้องนั่งรถออกมาด้วย
ส่วนบุรธัชหลังจากขอโทษนวลแขเรื่องแม่บ้านที่จะพามาฝากทำงานแล้ว ก็ถูกณิชาภัทรต่อว่าชุดใหญ่ เพราะไม่เห็นด้วยที่เขาบังคับให้แม่บ้านของสรณาลัยมาทำงานกับนวลแขเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ
“แม่ประนอมอะไรนี่เป็นคนของบ้านสรณาลัยหรอกเหรอ คุณชายทำอย่างนี้ไม่ถูกนะ ถ้าหากแม่ประนอมอยากมา ทำงานที่นี่ก็ให้เขามาเอง คุณชายอย่าได้ไปยุยงส่งเสริม ไม่งั้นเดี๋ยวก็ได้ผิดใจกับทางคุณพรรณอรอีกหรอก” นวลแขเตือน
“ผมกับทางบ้านนั้นก็ไม่มีวันญาติดีกันอยู่แล้ว เขาจะคิดยังไงกับผม ผมไม่สนใจหรอกครับ คุณหญิงย่า”
“ธัชไม่สนใจว่าคนบ้านสรณาลัยจะคิดยังไง แต่สนใจแม่บ้านของเขาเหลือเกินนะคะ นอกจากอยากรู้ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใคร ธัชยังต้องการอะไรมากกว่านั้นอีกหรือเปล่าคะ” ณิชาภัทรยิงคำถามแทงใจ
บุรธัชนิ่งอึ้งไปไม่รู้ตัวเหมือนกันว่า ทำไมถึงได้ยุ่งกับประนอมนัก
ooooooo
รถของรวิภาสแล่นมาจอดหน้าร้านกาแฟในโครงการฯ ณิชมนไม่วางใจ เอ่ยถามรวิภาสว่าพาเธอมาที่นี่ทำไม รวิภาสอ้างว่า ตนยังไม่ได้ทานข้าวเช้า จึงแวะมาหาอะไรทานรองท้องก่อน
“คุณภาสคะ ฉันไม่รบกวนคุณแล้วดีกว่านะคะ แถวนี้น่าจะพอหารถได้ยังไงก็ขอบคุณนะคะที่ให้ฉันติดรถมาด้วย” ณิชมนรีบลงจากรถ
“ก็ได้ครับ คุณคงต้องรีบกลับไปทำงานต่อ แม่บ้านที่ส่งตรงจากอังกฤษอย่างคุณ เงินเดือนคงแพงน่าดูนายจ้างก็ต้องใช้งานให้คุ้มกับเงินเดือน” รวิภาสเปรย
ณิชมนชะงักกึกรีบออกตัว “คุณภาส...คุณ...คุณได้ข้อมูลมาผิดแล้วล่ะค่ะ ฉันมาจากขอนแก่นไม่ได้มาจากอังกฤษ”
“เราเคยเจอกันที่สนามบิน ผมจำคนไม่ผิดหรอก ผมเป็นคนความจำดีมาตั้งแต่เด็กๆ แล้วล่ะครับหนังสือหนาเป็นร้อยๆหน้า ผมอ่านหนเดียวก็จำได้แล้ว มีคนเคยบอกว่าผมใช้วิธีจำด้วยภาพ อย่างที่เขาเรียกว่า โฟโต...โฟโต...”
“อ๋อ Photographic memory” ณิชมนหลุดปาก
“สำเนียงภาษาอังกฤษเป๊ะมาก อยู่ลอนดอนมากี่ปีแล้วเหรอครับ” รวิภาสมองณิชมนอย่างขำๆก่อนเดินนำเข้าไปในร้านกาแฟ
ณิชมนโมโหตัวเองแต่จำต้องเดินตามรวิภาสผู้กุมความลับเข้าไปข้างใน เพื่อสารภาพความจริงบางส่วน
“ฉันชื่อณิชมน ฉันเกิดที่เมืองไทย พออายุได้สิบสองปี พ่อแม่ก็พาฉันไปอยู่ที่อังกฤษ พอพ่อแม่ฉันเสีย ฉันก็เลยตัดสินใจย้ายกลับมาที่นี่ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของท่าน ที่ฉันเข้าไปทำงานที่บ้านสรณาลัยเป็นเรื่องบังเอิญจริงๆ พี่ดำเกิงเข้าใจผิดคิดว่าฉันเป็นประนอม บุญเสริม ตอนนั้นฉันไม่มีเงินไม่มีที่พัก ฉันไม่มีทางเลือกจริงๆ ก็เลยต้องเลยตามเลยฉันสาบานได้เลยว่า ฉันไม่ได้เป็นพวกนักต้มตุ๋นอย่างที่พี่ชายคุณกล่าวหา แล้วก็ไม่ได้คิดร้ายกับครอบครัวคุณนมล ฉันแค่อยากทำงานเก็บเงินพอค่าตั๋วเครื่องบิน แล้วฉันก็จะกลับอังกฤษ”
“ทำไมล่ะครับ”
“ฉันเหมือนคนหลงทางที่บังเอิญผ่านมาเท่านั้นแหละค่ะ ฉันควรกลับไปที่ที่ของฉันดีกว่า ทุกอย่างที่ฉันพูดเป็นความจริง คุณจะตัดสินใจทำยังไงต่อไปก็แล้วแต่คุณ ฉันทำเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ฉันก็ต้องยอมรับผลที่ตามมา” ณิชมนพูดจากใจ
รวิภาสมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างพิจารณาแล้วชวนเธอกลับไปที่รถเพื่อพาไปส่งบ้านสรณาลัย แต่ณิชมนยังรีรอ รวิภาส จึงหันมายืนยัน “คุณเป็นประนอม บุญเสริมต่อไปเถอะครับ ผมเชื่อว่าคุณไม่คิดร้ายกับใคร แค่นี้ผมก็โอเคแล้ว ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมจะไม่บอกเรื่องนี้กับใครแน่ โดยเฉพาะกับพี่ธัช”
ขณะที่รวิภาสพาณิชมนไปส่ง บุรธัชก็เดินหนีณิชาภัทรมาที่รถ เพื่อจะได้ไม่ต้องตอบคำถามเรื่องแม่บ้านคนใหม่ของสรณาลัยอีก แต่ณิชาภัทรยังตื๊อไม่เลิก
“ปกติธัชไม่เคยสนใจเรื่องคนอื่น อย่าว่าแต่คนอื่นเลย แม้แต่แฟนตัวเอง ธัชยังไม่ค่อยใส่ใจเลย ณิชาก็ต้องสงสัยบ้างซิ ที่ธัชอยากให้ประนอมมาทำงานที่นี่อาจจะมีเหตุผลอื่น เช่นถ้าประนอมทำงานที่นี่ ธัชก็จะได้เจอประนอมได้ง่ายขึ้นไงคะ ไม่ต้องคิดหาเรื่องไปเจอประนอมที่โน่นที่นี่ ถ้าคิดจะจีบประนอมจริงๆล่ะก็ ธัชก็เลิกตั้งตัวเป็นศัตรูกับบ้านสรณาลัยซะ จะได้เข้าออกบ้านนั้นได้อย่างสบายๆไม่ต้องทำอะไรหลบๆซ่อนๆอย่างนี้” ณิชาภัทรล้อ
“คุณบ้าไปใหญ่แล้ว ณิชา ผมไม่บ้าไปไล่จีบผู้หญิงที่ไม่รู้จักหรอก แล้วยิ่งผู้หญิงที่โกหกปลิ้นปล้อนอย่างนี้ ยิ่งไม่มีทาง ยิ่งนับวันผู้หญิงคนนี้ก็ยิ่งทำตัวน่าสงสัย แล้ววันนี้ก็หนีไปดื้อๆ แสดงว่าต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่”
“โอเคๆค่ะ ณิชาจะพยายามเชื่อว่า ธัชแค่อยากรู้ความจริงเท่านั้น ไม่ได้คิดเป็นอย่างอื่น ถ้ารู้ความจริงเมื่อไหร่ ธัชก็ต้องรีบถอยห่างจากประนอมทันทีนะคะ ณิชาไม่ชอบให้ธัชอยู่ใกล้ ผู้หญิงสวยๆณิชาหึงค่ะ” ณิชาภัทรทิ้งท้ายก่อนเดินเข้าบ้าน
ooooooo
กันยากับสายใจเข้ามาฟ้องพรพรรณที่นั่งคุยอยู่กับนมลและชัยวัฒน์ เรื่องคุณแม่บ้านคนใหม่ละทิ้งหน้าที่นั่งรถออกไปกับผู้ชายพร้อมตอกไข่ใส่สีหวังให้พรพรรณไล่คุณแม่บ้านออก ชัยวัฒน์ได้ทีรีบสนับสนุนเพราะอยากเอาคืนที่โดนณิชมนหักหน้าเรื่องพันสร
“แค่ออกไปทำธุระข้างนอก ไม่ได้เรียกว่าทำผิดร้ายแรงหรอกค่ะ น้าพรคะอย่าเพิ่งตัดสินอะไรนะคะ ควรจะให้โอกาสพี่นอมได้อธิบายก่อน” นมลขอโอกาส
“ได้ น้าก็อยากรู้เหมือนกันว่า ประนอมไปไหนไปกับใครไปทำไม ถ้าไม่มีข้อแก้ตัวดีๆล่ะก็ ก็เตรียมตัวตกงานได้เลย” พรพรรณยอมรับปาก
นมลมองหน้าพรพรรณอย่างไม่สบายใจ แล้วชิ่งออกมาขอความช่วยเหลือจากพรรณอร พันสรที่แอบฟังอยู่ตามมาช่วยพี่สาวด้วย ทั้งสองเข้าไปปลุกพรรณอรที่หลับสนิทด้วยฤทธิ์ยาแก้แพ้ ให้ลุกขึ้นมา
ส่วนที่หน้าบ้าน กันยากับสายใจก็ออกมาสอดแนมว่า ณิชมนกลับมาหรือยัง สักพักรถของรวิภาสก็แล่นมาจอด ณิชมนรีบลงจากรถ รวิภาสตามมาดักหน้าถามหาประนอมตัวจริงว่า อยู่ที่ไหน
“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ ไม่เห็นประนอมจะติดต่อมาที่บ้านสรณาลัยเลยค่ะ นี่คุณคงไม่คิดว่า ฉันจะทำอะไรประนอมตัวจริง แล้วสวมรอยมาทำงานแทนหรอกนะคะ” ณิชมนร้อนตัว
“นั่นมันนิยายของอาพรรณอรแล้วล่ะครับ เห็นผมเป็นคนมองโลกในแง่ร้ายไปได้”
“ถ้าเป็นคุณชายธัชล่ะก็ เขาต้องคิดอย่างนั้นแน่ๆ แล้วนี่คุณจะไม่บอกพี่ชายคุณจริงๆ ใช่ไหมคะ อย่าได้เผลอบอกอะไรไปแม้แต่นิดเดียวเลยนะคะ ไม่งั้นเขาจับฉันส่งตำรวจแน่ๆ”
“ไม่ต้องห่วงหรอกครับ ถึงผมบอกความจริงไป พี่ธัชก็ไม่เชื่ออยู่ดี ในสายตาของพี่ธัช ผมไม่มีความน่าเชื่อถืออยู่แล้ว คุณไม่ต้องกังวลเรื่องพี่ธัช ห่วงตัวคุณเองดีกว่า ประนอมตัวจริงอาจเปลี่ยนใจกลับมาทำงานที่นี่เมื่อไหร่ก็ได้ เตรียมตัวไว้ให้ดีเถอะครับ โชคดีนะครับ” รวิภาสขึ้นรถแล้วขับออกไป
ณิชมนมองตามรถรวิภาสแล่นออกไป ไม่ทันเห็นกันยากับสายใจที่โผล่หน้ามาเม้าท์กันว่า สงสัยคุณแม่บ้านคนใหม่จะเหวี่ยงแหหว่านเสน่ห์ไปทั่ว แล้วทั้งสองก็เข้าประกบณิชมนซ้ายขวา ชัยวัฒน์เข้ามาตะคอกใส่หน้า
“แอบลักลอบออกไปพบผู้ชาย รีบพาตัวไปให้คุณพรพรรณลงโทษได้แล้ว ดวงคนเราก็อย่างนี้แหละ คุณแม่บ้าน ขึ้นเร็วก็ตกเร็ว”
ณิชมนถูกพาตัวมาพบพรพรรณที่ตีหน้ายักษ์รออยู่ พรพรรณตัดสินไล่ณิชมนออก ในโทษฐานทิ้งงานออกไปข้างนอก แต่พรรณอรเดินสะลึมสะลือเดินเข้ามาค้านไม่ยอมให้ไล่ณิชมนออก
“ประนอมทำผิด ทำไมพรจะไล่ประนอมออกไม่ได้ล่ะคะ” พรพรรณหันมา
“เพราะว่า...เพราะว่าอะไรนะ นมล” พรรณอรหันมาทางลูกสาว
“เพราะว่าคุณแม่เชื่อว่าพี่นอมมีเหตุผลที่ต้องทิ้งงานไปข้างนอก พี่นอมพูดความจริงเถอะค่ะ เราทุกคนพร้อมที่จะเข้าใจพี่นอม” นมลตอบแทน
“นอมบอกความจริงก็ได้ค่ะ นอมออกไปกับคุณชายบุรธัชค่ะ” ณิชมนสารภาพ
ooooooo
บุรธัชเข้ามาในร้านกาแฟ เห็นรวิภาสขนถุงเมล็ดกาแฟเข้ามาจากหลังร้านเตรียมจะบดก็เอ่ยถามว่า งานที่แปลงเกษตรทดลองเสร็จแล้วหรือถึงได้มาทำงานที่นี้
รวิภาสตอบกวนๆว่า อยากทำงานที่ร้านกาแฟมากกว่า เพราะมีแอร์เย็นสบาย แถมได้บริการลูกค้าสาวๆอย่างแม่บ้านประนอมที่แวะมาเมื่อตอนเช้า
“ประนอมมาที่นี่เหรอ แล้วเขาพูดอะไรกับแกหรือเปล่า” บุรธัชรีบซัก
“แล้วพี่ธัชคิดว่าเขาจะพูดอะไรกับผมหรือครับ ผมรู้นะว่า พี่ธัชให้ลุงอาจตามสืบเรื่องประนอมอยู่ ให้ผมช่วยสืบให้ไหมล่ะ รับรองผมต้องได้ข้อมูลที่แม่นยำถูกต้องกว่าลุงอาจแน่” รวิภาสอาสา
“ไม่ต้อง แกเอาเรื่องเรียนให้รอดก่อนเถอะ ก่อนที่จะมายุ่งเรื่องของคนอื่น แล้วแกก็อยู่ห่างๆประนอมไว้ด้วย ผู้หญิงคนนี้ไว้ใจไม่ได้” บุรธัชเสียงเข้ม
รวิภาสอมยิ้มรู้อยู่แล้วว่า บุรธัชไม่เคยเชื่อใจตน
เวลาเดียวกัน บรรดาคนงานในบ้านสรณาลัยก็กำลังรอลุ้นจะให้พรพรรณไล่ณิชมนออก แต่ต้องผิดหวังเพราะณิชมนอ้างกับพรพรรณ ว่าถูกบุรธัชบังคับให้ไปทำงานที่บ้านนวลแข เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าเธอไม่ได้เป็นสายลับของบ้านสรณาลัยที่คิดไปบ่อนทำลายไร่บุริศราวัณของเขา
พรพรรณยอมรับฟังแต่ยังไม่ปักใจเชื่อ เธออ้างว่า ณิชมนยังมีความผิดฐานออกไปข้างนอกโดยไม่ขออนุญาต ดังนั้น จึงต้องทำงานชดใช้เพื่อจะไม่โดนไล่ออก
“คุณพรพรรณจะให้นอมทำอะไร สั่งมาได้เลยค่ะ นอม จะทำงานอย่างเต็มที่สุดความสามารถเลยค่ะ”
“ทางจังหวัดขอความร่วมมือมาให้เข้าร่วมโครงการร่วมใจพัฒนาปีนี้เป็นโครงการสร้างฝายชะลอน้ำ ฉันจะให้เธอเป็นคนประสานงานโครงการนี้” พรพรรณยิ้มอย่างมีเลศนัยแอบแฝง
ณิชมนยิ้มรับสายตาว่างเปล่า เพราะไม่เข้าใจว่าต้องไปทำ อะไรและฝายคืออะไร
ค่ำวันนั้น ณิชมนแอบหาข้อมูลเรื่องฝายชะลอน้ำจากคอมพิวเตอร์ของนมล และพลิกดูเอกสารแฟ้มเอกสารของโครงการประกอบไปด้วย สักพักนมลก็เดินเข้ามา ณิชมนสะดุ้งตกใจจะปิดคอมพิวเตอร์แต่ไม่ทัน เธอรีบขอโทษนมลที่ไม่ได้ขออนุญาตก่อน นมลไม่ว่าอะไรแล้วเธอหยิบแฟ้มเอกสารขึ้นมาเปิดอ่านดูแล้วร้องลั่น เพราะการสร้างฝายชะลอน้ำครั้งนี้ต้องไปสร้างบนที่ดินของคุณชายบุรธัชและโครงการก็เคยถูกยกเลิกไปแล้วครั้งหนึ่ง
“แล้วทำไมหรือคะ” ณิชมนไม่เข้าใจ
“ถามได้ ถ้าหากทางเราเป็นฝ่ายประสานของโครงการนี้ ไม่มีทางซะล่ะที่คุณชายธัชจะให้ความร่วมมือ นี่น้าพรตั้งใจหาทางไล่พี่นอมออกทางอ้อมหรือเปล่าคะเนี่ย” นมลเปรย
ณิชมนเริ่มเป็นกังวล เช่นเดียวกับพรรณอรที่กำลังบ่นกับน้องสาว เพราะรู้ดีว่าบุรธัชไม่มีวันยอมให้พวกสรณาลัยเข้าไปสร้างฝายบนที่ดินของเขาแน่
“ก็พี่อรเคยบอกเองว่า ประนอมเป็นคนมีความสามารถเกินตัว พรก็เลยอยากทดสอบประนอมซักหน่อยว่า จะเก่งซักแค่ไหน ถ้าประนอมเกลี้ยกล่อมคุณชายธัชเข้าร่วมโครงการได้ พรจะเปลี่ยนกฎระเบียบในบ้านเสียใหม่ จะยอมให้ประนอมไปไหนมาไหนได้อย่างอิสระ แต่ถ้าไม่สำเร็จเราก็คงต้องหาแม่บ้านคนใหม่ และที่พรทำอย่างนี้ก็เพราะหวังดีกับครอบครัวเรานะคะ ตอนนี้ประนอมเป็นจุดอ่อนของบ้านเราที่คุณชายธัชจ้องโจมตีอยู่ ถ้าหากประนอมไปจากที่นี่ซะ คุณชายธัชก็หาเรื่องอะไรเราไม่ได้อีก จะได้หมดปัญหาเรื่องประนอมซักที” พรพรรณให้เหตุผลยืดยาว
พรรณอรมองน้องสาวอย่างคัดค้านสุดๆ แต่ทำอะไรไม่ได้
ooooooo
เมื่อพรรณอรช่วยอะไรณิชมนไม่ได้ นมลจึงต้องออกโรงเอง เธอมาพบรวิภาสที่ร้านกาแฟในโครงการฯขอร้องให้ช่วยเจรจากับพี่ชายเรื่องโครงการฝายชะลอน้ำ เพราะไม่อยากให้ณิชมนโดนไล่ออก
“คนอย่างพี่ธัชไม่เชื่อใคร นอกจากเชื่อตัวเอง” รวิภาสออกความเห็น
“ไม่มีทางที่จะช่วยพี่นอมเลยหรือคะ” นมลอ้อนวอน
“ตอนนี้คิดอะไรไม่ออก วันนี้ฉันทำงานหัวหมุนตั้งแต่เช้า ไม่ได้พักเลยรอให้สมองโล่งๆ แล้วจะช่วยคิดหาทางให้ก็แล้วกัน” รวิภาสอ้าง
“งั้นนมลทำงานแทนพี่ภาสเอง พี่ภาสไปนั่งพักเลยค่ะ นั่งพักไปก็คิดไปนะคะ ว่าจะช่วยพี่นอมยังไง” นมลดันตัวรวิภาส ไปนั่งแล้วช่วยจัดการงานในร้านกาแฟแทน
เป็นเวลาเดียวกับที่ณิชมนบุกมาที่ไร่บุริศราวัณเพื่อเจรจาเรื่องโครงการสร้างฝายชะลอน้ำกับบุรธัช เธอยกสารพัดเหตุผลมาอ้าง แต่บุรธัชตอบคำเดียวสั้นๆว่าไม่ แล้วเดินหนี
“เดี๋ยวซิ คุณ...คุณชาย อย่าเพิ่งไป ฉันยังพูดไม่จบเลย ประโยชน์ของโครงการครั้งนี้ยังมีอีกเยอะ มีเป็นสิบๆ หน้าเลย ฟังกันก่อนซิ” ณิชมนตามตื๊อไม่เลิก
เธอพยายามอธิบายถึงผลประโยชน์ที่จะได้รับจากการสร้างฝายครั้งนี้ แต่ชายหนุ่มไม่สน เขาอ้างว่ายังไม่เชื่อมั่นในตัวเธอ เพราะไม่เข้าใจว่าทำไมถึงไม่อยู่รอพบนวลแข ณิชมนอึกอักอ้างว่า ดาวเรืองเป็นคนฝากเธอเข้าทำงานที่สรณาลัย ถ้าจะไปทำงานที่อื่นก็ควรเรียนให้ดาวเรืองทราบก่อน
บุรธัชหยิบมือถือขึ้นมาจะโทร.หาดาวเรือง ณิชมนโผเข้าจับมือไว้ห้ามไม่ให้โทร.แล้วโพล่งออกไป
“ฉันบอกความจริงก็ได้ พูดไปคุณก็คงไม่เชื่อ แต่ฉันทนโกหกต่อไปไม่ไหวแล้ว ฉันชอบคุณ ฉันไม่ได้อยากรู้เรื่องคุณโชติหรือคุณหญิงนวลแขเลย ฉันอยากรู้เรื่องคุณต่างหาก ฉันอยากรู้ทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับตัวคุณ ฉันเป็นคนบ้าน
สรณาลัยก็เลยไปสืบที่บ้านคุณไม่ได้ ฉันก็เลยต้องไปสืบเรื่องคุณที่บ้านชุติมันต์ แต่พอไปบ้านสุธาสิน ฉันกลัวคุณณิชาจับได้ ฉันก็เลยหนีออกมาก่อน เข้าใจแล้วใช่มั้ย นี่ค่ะเอกสารของโครงการ ช่วยรับไว้พิจารณาด้วยนะคะ แล้วพรุ่งนี้ฉันจะมาฟังคำตอบ” ณิชมนฉวยโอกาสที่บุรธัชยังงงยัดแฟ้มเอกสารใส่มือแล้วรีบวิ่งออกไปที่รถ
บุรธัชตั้งสติได้รีบวิ่งตามเอาแฟ้มมาคืน แล้วขอพิสูจน์ว่าเธอชอบเขาจริงๆ ณิชมนถอยกรูดด้วยความกลัวพลางปฏิเสธลั่นว่ามันเป็นแค่อารมณ์ชั่ววูบเท่านั้น เพราะตอนนี้เธอไม่ได้คิดอะไรกับเขาแล้ว
“ฉันว่าเธอไม่ได้รู้สึกสับสนหรอก เธอชอบฉันจริงๆ” บุรธัชดึงณิชมนเข้ามาใกล้ทำเหมือนจะจูบ
ณิชมนยืนนิ่งตัวแข็งทำอะไรไม่ถูก แต่บุรธัชกลับผละออกมาพร้อมดูแคลน “แต่คิดอีกที เธอไม่มีค่าพอที่จะต้องพิสูจน์อะไร นอกจากเป็นคนโกหกปลิ้นปล้อนแล้ว เธอก็ยังไม่มีศักดิ์ศรี ยอมเอาตัวเข้าแลกเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ แต่ถ้ายังมีฉันอยู่ ไม่ว่าเธอมุ่งหวังอะไร เธอไม่มีวันทำสำเร็จ” บุรธัชเดินออกไป
ณิชมนนิ่งอึ้งด้วยความโกรธ
ooooooo
รวิภาสเห็นนมลช่วยทำงานในร้านกาแฟอย่างตั้งใจ เพราะอยากช่วยณิชมน ก็นึกสนุกแกล้งให้หญิงสาวไปช่วยงานที่ร้ายขายผลิตผลของโครงการฯ ต่อเพื่อเป็นการพิสูจน์ว่า เธอเต็มใจที่จะช่วยณิชมนจริงๆ
นมลยอมทำทุกอย่างตามที่รวิภาสสั่ง และเมื่องานชิ้นสุดท้ายเสร็จเธอก็หันมาถามรวิภาสว่า ยอมตกลงช่วยคุณแม่บ้านของเธอแล้วใช่ไหม แต่รวิภาสว่า ขอคิดดูก่อน
“ทำอย่างนี้ได้ไง นมลก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า นมลต้องการช่วยพี่นอมจริงๆ นมลทำงานเหนื่อยแทบตาย พี่ภาสให้คำตอบได้แค่นี้เหรอ นมลไม่ยอมหรอกนะ ยังไงพี่ภาสก็ต้องช่วยพูดกับคุณชายธัชให้พี่นอม พี่ภาสต้อง...”นมลพูดไม่ทันจบรวิภาสก็รีบตัดบท
“ขอบใจที่มาช่วยงานนะ” รวิภาสเดินออกไปอย่างไม่สนใจ ทิ้งให้นมลยืนโกรธอยู่ในร้าน
เมื่อแผนหนึ่งไม่สำเร็จสองสาวก็เดินหงอยกลับมาบ้านสรณาลัย พรพรรณเข้ามาถามความคืบหน้าว่า บุรธัชให้คำตอบมาว่าอย่างไร
“ไม่ต้องถามเลยครับคุณพรพรรณ หน้าซีดกลับมาอย่างนี้ แสดงว่าถูกคุณชายธัชปฏิเสธมาแน่ๆใช่ไหมล่ะครับ คุณแม่บ้าน” ชัยวัฒน์เสนอหน้าเข้ามา
“คุณชายธัชยังไม่ยอมตอบรับเข้าร่วมโครงการกับเรา แต่นอมยังไม่ยอมแพ้ง่ายๆหรอกนะคะ รับรองได้เลยค่ะนอมจะทำให้คุณชายธัชตอบตกลงให้ได้ ขอเวลานอมอีกซักนิดนะคะ”
“ก็ได้ ฉันจะให้เวลาเธอพรุ่งนี้อีกวัน ถ้าหากเธอทำให้คุณชายธัชตอบตกลงไม่ได้ เธอก็ต้องพิจารณาตัวเองได้แล้ว” พรพรรณตอบนิ่งๆแล้วเดินออกไป
“คงเข้าใจนะว่าคุณพรพรรณหมายความว่ายังไง พิจารณาตัวเองก็คือให้คุณแม่บ้านลาออกไปซะ” ชัยวัฒน์ตอกย้ำ
ณิชมนกับนมลมองหน้ากันอย่างหนักใจแต่ยังสู้ต่อ ทั้งสองกลับเข้าห้องช่วยกันค้นหาข้อมูลโครงการร่วมใจพัฒนาหวังได้ข้อมูลใหม่ๆไปเกลี้ยกล่อมให้บุรธัชยอมเปลี่ยนใจ แล้วนมลก็นึกขึ้นได้แนะนำให้ณิชมนไปขอความช่วยเหลือจากดาวเรืองให้ช่วยพูดกับบุรธัช ณิชมนอ้างว่าไม่อยากรบกวน
“งั้นเราก็ไปหาคุณหญิงย่ากัน คุณหญิงนวลแขไงล่ะคะ คุณชายธัชยอมฟังคุณหญิงย่าอยู่คนเดียว” นมลเสนอใหม่ แต่ณิชมนก็ปฏิเสธอีก
“งั้นก็เหลืออยู่คนเดียวที่คุณชายธัชอาจจะยอมฟังเธอบ้าง” นมลนึกถึงณิชาภัทรความหวังสุดท้าย
เวลาเดียวกันนั้น รวิภาสก็เข้ามาเปรยกับพี่ชายถึงเรื่องโครงการร่วมใจพัฒนาสร้างฝายชะลอน้ำที่มีณิชมนเป็นคนประสานงาน เพราะเห็นบุรธัชสั่งให้ลุงอาจนำแฟ้มโครงการออกมาให้ดู
“นี่คงอยากทบทวนใหม่ใช่ไหมล่ะครับ คนประสานงานคนใหม่นี่เก่งไม่เบา ทำให้คนที่หนักแน่นอย่างพี่ธัชสั่นคลอนได้ ไม่รู้ประนอมมาเจรจาอีท่าไหนนะครับ พี่ธัชถึงได้ใจอ่อนได้” รวิภาสส่งยิ้มแปลก
“ฉันไม่ได้ใจอ่อน ฉันอยากจะอ่านโครงการนี้ให้ละเอียดอีกครั้ง เพื่อที่จะหาทางไม่ให้ทางบ้านสรณาลัยมาวุ่นวายกับชีวิตฉันอีก” บุรธัชออกตัว
“พี่ธัชอย่าเล่นตัวเลยน่า ตอบตกลงไปเถอะครับ พี่ธัชยังสงสัยประนอมอยู่ไม่ใช่เหรอ ถ้าได้ร่วมงานกับประนอมครั้งนี้ รับรองพี่ธัชจะต้องได้รู้จักตัวตนจริงๆของประนอมแน่” รวิภาสทิ้งท้ายก่อนเดินหนี
“เคยได้ยินไหมครับคุณชาย เก็บมิตรไว้ใกล้ตัว แต่จงเก็บศัตรูไว้ให้ใกล้กว่า” ลุงอาจช่วยเสริม
บุรธัชนิ่งคิดทบทวน
ooooooo
เช้าวันใหม่ ณิชมนโทร.นัดให้ณิชาภัทรมาพบที่ร้านกาแฟ เพื่อขอให้ช่วยเจรจากับบุรธัชเรื่องสร้างฝายชะลอน้ำเพราะถ้าไม่สำเร็จเธอโดนพรพรรณไล่ออกแน่ ณิชาภัทรเห็นใจรับปากว่า จะช่วยพูดให้แต่ถ้าไม่สำเร็จก็จะให้นวลแขช่วยบังคับอีกคน
“แล้วคุณหญิงจะยอมช่วยหรือคะ” ณิชมนอดห่วงไม่ได้
“ณิชาอ้อนนิดเดียว คุณย่าก็ใจอ่อนยอมช่วยแล้วล่ะค่ะ”
“คุณหญิงคงรักคุณณิชามากเลยนะคะ” ณิชมนมอง
ณิชาภัทรอดสะท้อนใจไม่ได้ พลันสายตาเหลือบไปเห็นบุรธัชพานวลแขเปิดประตูเข้ามาในร้าน
ณิชาภัทรเห็นณิชมนนั่งอึ้งก็หันไปมองด้านหลัง “คุณย่ามาได้ยังไง” ณิชาภัทรลุกออกไปรับนวลแข
ณิชมนได้โอกาสมุดหลบลงใต้โต๊ะแล้วแอบหนีออกไป เพราะยังไม่พร้อมจะพบยายในตอนนี้
“ธัชมากับคุณย่าด้วย ดีเลยค่ะ คุณนอมจะได้คุยกันให้รู้เรื่องวันนี้เลย” ณิชาภัทรพานวลแขมาที่โต๊ะแต่ณิชมนไม่อยู่แล้ว
บุรธัชได้โอกาสรีบฟ้องนวลแขว่า แม่บ้านคนใหม่ของสรณาลัยทำตัวลับๆล่อๆน่าสงสัย
“คุณนอมดูดีกว่าที่ณิชาคิดไว้ แล้วก็ดูเป็นคนตรงไปตรงมาดี ไม่ได้ดูเป็นคนโกหกปลิ้นปล้อนอย่างที่ธัชกล่าวหาเลย” ณิชาภัทรออกรับแทน
“คุณยังไม่รู้จักผู้หญิงคนนี้ดี แค่คุยกันไม่กี่คำคุณก็ยกย่องเรียกเค้าเป็นคุณนอมไปซะแล้ว เห็นไหมล่ะครับคุณหญิงย่า แม่บ้านประนอมคนนี้เก่งแค่ไหน ขนาดผู้หญิงฉลาดๆ อย่างณิชายังหลงเชื่อได้”
“ธัชอคติเกินไปแล้วล่ะ ธัชระดับไหนแล้ว ไม่ควรจะเอาเรื่องส่วนตัวมาปะปนกับเรื่องงาน ธัชรู้ไหมว่า ถ้าหากธัชไม่ยอมตกลงเข้าร่วมโครงการสร้างฝาย คุณพรพรรณจะไล่คุณนอมออกนะคะ ไม่เห็นใจเขาบ้างหรือยังไงคะ”
“นั่นมันปัญหาของเขา ไม่ใช่ปัญหาของผม”
“ไม่เป็นไรหรอก ณิชา อย่างมากแม่ประนอมก็ไปหางานใหม่ ก็หวังว่าถ้าใครมารู้เข้าคงไม่เข้าใจผิดคิดว่าคุณชายรังแกคนทำงานตัวเล็กๆ แต่ไม่เป็นไรล่ะมั้ง คุณชายไม่เคยสนใจภาพลักษณ์ตัวเองอยู่แล้ว” นวลแขสั่งสอนแบบอ้อมๆ ทำเอาบุรธัชอึ้ง
เวลาเดียวกันนั้น รวิภาสนัดสมาชิกชมรมฯ มาประชุมที่ไร่เพื่อขอความร่วมมือให้ช่วยระดมคนมาช่วยสร้างฝายชะลอน้ำของโครงการร่วมใจพัฒนา...สร้างความแปลกใจให้กับทุกคน
“ทางจังหวัดพับโครงการนี้ไปแล้วไม่ใช่เหรอ เพราะติดปัญหาที่พี่ชายแก...” กันต์ชะงักไม่กล้าพูดต่อ
“อีกไม่นานพี่ชายฉันจะไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป โครงการนี้ได้เกิดขึ้นแน่” รวิภาสมั่นใจ
นมลมองรวิภาสอย่างไม่อยากเชื่อ เธอรีบตามมาขอบคุณรวิภาสหลังประชุมเสร็จ
“ตอนนี้พี่ธัชยังไม่ยอมตกลงด้วย แต่ถ้าถูกบีบจากหลายๆฝ่าย อีกไม่นานก็คงจะต้องยอม เธอไปบอกให้ประนอมทำเรื่องขออาสาสมัครจากหลายๆองค์กร ถ้าทุกฝ่ายพร้อมจะให้ความร่วมมือ พี่ธัชไม่ยอมอยู่คนเดียวก็ให้มันรู้ไป ถ้าขอดีๆไม่ให้ก็ต้องหักคออย่างนี้แหละ” รวิภาสบอกแผนการ
“พี่ภาสเก่งจังเลย ขอบคุณนะคะที่ช่วยนมล...”
“ฉันไม่ได้ช่วยเธอ ฉันช่วยประนอมต่างหากล่ะ” รวิภาส เดินออกไป
นมลมองตามส่งยังยิ้มมีความสุข มีนเดินเข้ามายืนมองนมลอย่างวิเคราะห์พลางเอ่ย “เป็นอย่างที่ฉันคิดไว้จริงๆ นี่แกชอบพี่ภาสตั้งแต่เมื่อไหร่ ตั้งแต่เรียนอนุบาลเลยหรือเปล่า หรือว่าเพิ่งมาชอบตอนที่พี่ภาสทำตัวเป็นพระเอกแบดบอย อย่าบอกนะว่า เป็นพี่น้องกัน ฉันอ้วกใส่หน้าแกจริงๆด้วย”
“ฉัน...ฉันไม่รู้ว่า ฉันชอบพี่ภาสตั้งแต่เมื่อไหร่...รู้แต่ว่า ฉันชอบเขา”
“แล้วพี่ภาสล่ะ ชอบแกหรือเปล่า”
“แค่เขาไม่เกลียดฉัน ก็พอแล้วล่ะ...” นมลยอมรับสภาพ
ooooooo
ณิชมนมาดักรอบุรธัชที่ไร่ เธออ้อนวอนให้เขาช่วยพิจารณาโครงการร่วมใจพัฒนาอีกครั้ง
บุรรัชส่งยิ้มหยันถามว่า มีข้อเสนออะไรที่ดีกว่าเมื่อวาน ณิชมนฉุกกึก แต่ต้องอดกลั้นไว้
“เมื่อวานเป็นเรื่องเข้าใจผิด ถึงโครงการนี้จะมีความสำคัญต่อฉัน ฉันก็ไม่มีวันเอาตัวเข้าแลก ฉันเป็นแค่ลูกจ้างกระจอกๆก็จริง แต่ฉันก็มีศักดิ์ศรีเท่าๆกับคุณนั่นแหละ แต่ตอนนี้ฉันไม่มีเวลามาพูดเรื่องไร้สาระพวกนี้หรอกนะคะ เข้าเรื่องงานเลยดีกว่า ฉันสามารถไขข้อข้องใจของคุณได้ทุกเรื่อง ทั้งเรื่องการดูแลฝายหลังจบโครงการ และประโยชน์ที่ทางไร่ของคุณจะได้รับ...” ณิชมนพูดไม่ทันจบ บุรธัชก็สวนทันทีว่า ไม่ตกลง และไม่ว่าเธอจะยกเหตุผลใดมาอ้างเขาก็ยืนยันอยู่คำตอบเดียวคือ ไม่ตกลง
“แต่ยังไงวันนี้ฉันก็จะทำให้คุณตอบตกลงให้ได้ ฉันจะตามตื๊อคุณจนถึงที่สุด ฉันจะไม่มีวันยอมแพ้คุณ คุณชายบุรธัช” ว่าแล้วสาวเจ้าก็เดินตามบุรธัชไปทุกที่ในไร่บุริศราวัณ และเลยไปจนถึงสนามกอล์ฟในโครงการฯ
ณิชมนเหนื่อยแทบขาดใจ และเมื่อเห็นชายหนุ่มขยับจะไปต่อจึงตัดสินใจวิ่งเข้าไปขวาง พร้อมกับยื่นข้อเสนอ
“คุณชายธัช ฉันมีข้อเสนอใหม่ ถ้าคุยยอมตกลงเข้าร่วมกับโครงการนี้ ฉันจะยอมตอบคำถามคุณทุกข้อ”
“ฉันไม่ต้องการฟังคำโกหกของเธอ”
“คุณอยากฟังความจริงใช่ไหม ได้ ฉันจะบอกความจริงให้คุณฟัง ฉันไม่ได้ชอบคุณ ฉันเกลียดคุณด้วยซ้ำ ฉันเกลียดขี้หน้าคุณที่สุด ยิ่งเจอหน้าคุณ ฉันก็เกลียดคุณมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ต้องทนฝืนตามตื๊อคุณอยู่นี่เพราะฉันกลัวตกงาน ฉันจะไม่ยุ่งกับคุณแล้ว ขอให้คุณมีความสุขบนความทุกข์ของคนอื่นต่อไป” ณิชมนจะเดินออก แต่บุรธัชเรียกไว้เธอหันมาใส่อีกชุด “คุณไม่ต้องมาซ้ำเติมฉันหรอก ฉันรู้ว่า ฉันน่าสมเพชแค่ไหน ฉันเกลียดตัวเองที่ต้องตกอยู่ในสภาพนี้ คุณไม่มีวันเข้าใจหรอก คุณเกิดมาก็มีทุกอย่างแล้ว ไม่รู้หรอกว่า คนที่เกิดมาไม่มีเงินไม่มีบ้าน ทำงานเลี้ยงตัวไปวันๆมันลำบากขนาดไหน...”
“พูดพอหรือยัง ถ้าพอก็ฟังฉัน ฉันจะพูดแค่ครั้งเดียว ถ้าเธออยากจะให้ฉันตอบตกลงเข้าร่วมโครงการของเธอ เย็นนี้ไปพบฉันที่บ้าน และต้องไปคนเดียว”
“อะไรนะคะ”
“ฉันบอกแล้วว่า ฉันจะพูดครั้งเดียว” บุรธัชเดินหนีไปที่รถแล้วขับออกไป
ณิชมนมองตามอึ้งๆรีบกลับไปปรึกษานมลที่บ้านสรณาลัย เพราะไม่รู้ว่าบุรธัชจะมาไม้ไหนอีก นมลเป็นห่วงกลัวณิชมนจะมีอันตรายจึงตัดสินใจแทนว่าไม่ต้องไป
“ยังไงนอมก็ต้องไปค่ะ นอมจะต้องทำงานครั้งนี้ให้สำเร็จ ไม่ว่าคุณชายธัชจะมาไม้ไหน นอมเชื่อว่า นอมรับมือได้ค่ะ” ณิชมนมั่นใจ
“งั้นพี่นอมก็ต้องเตรียมตัวให้ดีเลยนะคะ นี่ค่ะ โทรศัพท์มือถือ” นมลสวมหูฟังบลูทูธที่หูณิชมนให้พร้อมยัดโทรศัพท์มือถือใส่มือ “ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นโทร.หานมลทันทีเลยนะคะ นมลตั้งเป็นเบอร์โทรด่วนไว้ให้แล้ว แล้วนี่ค่ะ เอาไว้ป้องกันตัวนะคะ” นมลหยิบสเปรย์พริกไทย เครื่องช็อตไฟฟ้า นกหวีดและมีดพกวางเรียงให้ดู
พันสรโผล่เข้ามาวางปืนลมสมทบไปอีกชิ้น “เอานี่ไปด้วย ถ้ารอดกลับมาก็เอามาคืนด้วยล่ะ” พันสรวิ่งกลับออกไป ณิชมนมองตามไม่รู้พันสรตั้งใจดีหรือข่มขวัญให้กลัวขึ้นไปอีก เธอมองอุปกรณ์ป้องกันตัวอย่างหวาดหวั่น
ooooooo
ถึงเวลานัด รถของนมลแล่นมาจอดหน้าบ้านบ้านบุริศราวัณ สองสาวมองหน้ากันใจเต้นตูมตามไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
“พร้อมนะคะ พี่นอม ลุยกันเลยค่ะ” นมลแปะมือให้กำลังใจกับณิชมน แล้วออกจากรถพร้อมๆกัน
ณิชมนเข้าไปในบ้านพร้อมกระเป๋าใส่อุปกรณ์ป้องกันตัว ลุงอาจเดินออกมาต้อนรับและเชิญไปรอบุรธัชที่ห้องข้างบน
“ข้างบน” ณิชมนคิดไปไกล
“ครับ คุณชายให้คุณไปพบที่ห้องข้างบน กระเป๋าวางไว้ที่นี่ก่อนก็ได้ครับ” ลุงอาจแนะนำ
“เออ...คือว่า...ในกระเป๋ามีเอกสารที่จะต้องให้คุณชายอ่าน” ณิชมนกอดกระเป๋าแน่น
“คุณชายมีธุระส่วนตัวคุยกับคุณก่อนน่ะครับ เชิญครับ อย่าให้คุณชายต้องรอนาน ผมเอากระเป๋าไปเก็บไว้ให้ก่อนนะครับ เชิญครับ ห้องทางขวามือ ห้องแรก” ลุงอาจดึงกระเป๋าจากมือณิชมนแล้วเดินจากไป
ณิชมนยืนมองขึ้นไปชั้นบนอย่างไม่แน่ใจนักรีบโทร.หานมลที่กำลังแอบเข้ามาในบ้าน นมลปลอบใจว่า บางทีบุรธัชอาจกลัวเสียหน้าก็เลยอยากตกลงกันเงียบๆสองต่อสอง
“เงียบๆสองต่อสอง” ณิชมนยิ่งระแวงหนัก
“คุณชายธัชอาจจะไม่ได้อยู่คนเดียวก็ได้นะคะ จะต้องมีลุงอาจอยู่ด้วย คุณชายธัชอยู่ไหนลุงอาจต้องอยู่ด้วยเสมอ
ใช่ค่ะ ผู้ชายมีอายุๆหน่อย หน้าตาใจดีๆ อ้าว หายไปแล้วเหรอคะ เออ พี่ภาสไงคะ พี่ภาสจะต้องอยู่ในห้องด้วยแน่ๆ” นมลมัวแต่พูดจนเดินชนเข้ากับรวิภาสที่ตั้งใจยืนขวางอยู่
เธอยืนตะลึงอ้าปากค้างรีบบอกณิชมนให้เก็บนกหวีดไว้ให้ดี ก่อนจะถูกรวิภาสดึงหูฟังออกไป แล้วกดวางสาย นมลพูดไม่ออกได้แต่ยิ้มแหยๆ
ส่วนณิชมนที่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นก็พยายามโทร.หานมลใหม่ แต่ไม่มีคนยอมรับสาย เธอวิตกจริตจนเบลอ ตัดสินใจเดินขึ้นไปชั้นบนและบอกกับตัวเองว่า ห้องทางขวามือ...ห้องแรก...แต่ขากลับพาเดินไปที่ห้องทางซ้ายมือ
“เป็นไงเป็นกัน คนอย่างณิชมนไม่เคยกลัวอะไร” ณิชมนตัดสินใจเคาะประตู
เสียงบุรธัชสั่งให้เข้ามาได้ เธอเปิดประตูเข้าไปแล้วยืนตะลึงเพราะบุรธัชกำลังใส่เสื้อเชิ้ตอยู่ และเขาเองก็ตกใจไม่แพ้กันร้องถามณิชมนว่า เข้ามาทำไม
“คุณนั่นแหละกำลังจะทำอะไร คุณคิดจะทำอะไรฉัน ถึงได้เรียกฉันเข้ามาคุยในห้องนอนของคุณ”
“ฉันไม่ได้ให้เธอเข้ามาเจอในห้องนี้” บุรธัชรีบกลัดกระดุมเสื้ออย่างรวดเร็ว พลางสั่งให้ณิชมนทบทวนดูว่าอาจบอกเธอว่าอย่างไร
“ลุงอาจของคุณบอกว่า...ให้ขึ้นมาพบคุณที่ห้องขวามือ...ห้องแรก นี่คุณจะทำอะไร อย่านะ คุณอย่ามาใช้วิธีสกปรกกับฉันนะ ฉันไม่ยอมคุณง่ายๆหรอกนะ” ณิชมนควักนกหวีดขึ้นมาจะเป่า
บุรธัชเอื้อมมือไปเปิดประตูพลางชี้นิ้วสั่ง “ห้องแรกทางขวามือ ขวามือ”
ณิชมนอึ้งยกมือซ้ายมือขวาแล้วนึกขึ้นได้ว่าเลี้ยวผิดทาง เธอส่งยิ้มเจื่อนๆพร้อมคำขอโทษ บุรธัชตีหน้ายักษ์สั่งให้เดินตามมา ณิชมนต่อรองขอลงไปคุยกันข้างล่าง แต่บุรธัชไม่สน
นมลที่หลบอยู่ข้างล่างได้ยินเสียงณิชมนก็นึกห่วงจะออกไปดู แต่รวิภาสดึงไว้ทั้งสองมีปากเสียงกันเล็กน้อย รวิภาสขู่ว่าที่บ้านของเขา เขาจะทำอะไรกับเธอก็ได้แล้วแกล้งทำหน้าเหี้ยมเดินเข้าหา นมลรีบกระเถิบตัวหนี
ส่วนบุรธัชก็พาณิชมนเข้าในห้องที่เตรียมไว้ ณิชมนโวยวายคิดว่าชายหนุ่มคิดจะลวนลามจึงหยิบนกหวีดมาเป่าแต่ได้ยินแค่เสียงฟู่ๆ ณิชาภัทรที่รออยู่ข้างในเห็นเรื่องชักไปกันใหญ่เดินออกมาเจรจา
“นี่ธัชยังไม่ได้บอกคุณนอมเหรอคะ ธัชตอบตกลงเข้าร่วมโครงการสร้างฝายแล้วนะคะ แล้วเราก็ได้เชิญทุกฝ่ายมาประชุมกันที่นี่เย็นนี้”
“เราจะประชุมกันวันนี้เลยหรือคะ” ณิชมนตกใจ
“ณิชาคาดการณ์ไว้แล้วว่า เธอจะต้องมาในสารรูปนี้ ก็เลยเตรียมเสื้อผ้ามาให้เปลี่ยน ฉันถึงให้เธอมาพบณิชาบนนี้ไงล่ะ” บุรธัชมองณิชมนตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาดูแคลน
ณิชมนรีบสวนว่า ทำไมถึงไม่พูดให้เคลียร์ สนุกมากใช่ไหมที่ได้แกล้งเธอ
“ก็สนุกดี เตรียมตัวให้พร้อมล่ะ เราจะประชุมกันในอีกครึ่งชั่วโมง” บุรธัชเดินหนี
ณิชมนมองตามด้วยความโมโหแล้วรีบโทร.หานมล แต่คนที่รับสายกลับเป็นรวิภาสเพราะเขายึดมือถือไว้
ด้านนมลก็ร้อนใจไม่แพ้กัน เธอรีบถามรวิภาสหลังกดวางสายว่า พี่นอมเป็นอย่างไรบ้าง รวิภาสว่า ทุกอย่างเรียบร้อยดี ขอให้นมลอยู่เฉยๆอย่าสร้างปัญหา เดี๋ยวจะเสียเรื่อง
นมลไม่ชอบใจนักรีบทวงมือถือคืน
“หวงอะไรนักกับมือถือเครื่องนี้” รวิภาสกดดูมือถือของนมลอีกครั้ง และเพิ่งเห็นว่า หน้าจอมือถือเป็นรูปที่นมลถ่ายคู่กับตัวเอง
นมลอายโผเข้าไปตะครุบมือถือคืน แต่เสียหลักเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของรวิภาส
“คุณภาส คุณนมล มาตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วคุณชายธัชทราบหรือเปล่าครับ” ลุงอาจเสียงเข้ม แต่ยังไม่ทันได้คำตอบบุรธัชก็ตามเข้ามา รวิภาสกับลุงอาจรีบยืนบังตัวนมลไว้ทันที
ลุงอาจรีบเบี่ยงเบนความสนใจ ถามบุรธัชว่าจะให้ตั้งโต๊ะอาหารกี่โมง
“วันนี้ไม่น่าจะประชุมเกินสองชั่วโมง เสร็จงานจากตรงนี้แล้ว ไปพบฉันที่ห้องทำงานด้วยนะ” บุรธัชเดินออกไป
ลุงอาจถอนใจเฮือกหันมากำชับรวิภาสให้รีบพานมล ไปส่งบ้านเพราะวันนี้แขกมากันเยอะ ไม่อยากให้มีเรื่องกัน
“ได้ยินลุงอาจพูดแล้วใช่ไหม ปล่อยนมลกลับบ้านได้แล้ว” นมลรีบสั่ง
“ฉันจะปล่อยเธอไปง่ายๆได้ยังไง ต้องมีอะไรแลกเปลี่ยนกันหน่อย” รวิภาสนึกสนุก แต่นมลมองด้วยความเหนื่อยใจ
ส่วนณิชมน เธอถูกณิชาภัทรจับแปลงโฉมให้ดูน่าเชื่อถือมากขึ้น เพราะวันนี้มีผู้ใหญ่มาร่วมประชุมด้วย
“นอมคงดู...ดูกะโปโลมากเลยใช่มั้ย แม่ชอบว่านอมอย่างนั้นบ่อยๆ” ณิชมนมองเงาตัวเองในกระจก
“คุณนอมดูเด็กกว่าอายุต่างหากล่ะคะ ธัชเคยบอกว่า คุณนอมอายุพอๆกับณิชา แต่ณิชาว่า คุณนอมดูเหมือนเด็กมหาวิทยาลัยปีหนึ่งปีสองเอง” ณิชาภัทรเข้ามายืนเทียบกับณิชมน “เห็นไหมคะ เราเหมือนพี่สาวน้องสาวกันมากกว่า คุณนอมมีพี่น้องกี่คนคะ”
“นอมเป็นลูกคนเดียวค่ะ นอกจากพ่อแม่แล้ว นอมก็ไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนอีกเลย คือครอบครัวของนอมย้ายที่อยู่บ่อยค่ะ เลยขาดการติดต่อกับญาติๆ ไม่ตัดขาดก็เหมือนตัดขาดกันไปแล้ว นอมก็เลยชินกับการใช้ชีวิตอยู่ตัวคนเดียว” ณิชมนจำต้องโกหกอีกครั้ง
“แต่ตอนนี้คุณนอมรู้จักณิชาแล้วนะคะ ถ้าไม่รังเกียจคิดซะว่า ณิชาเป็นพี่สาวก็ได้ค่ะ แต่ต้องทนพี่สาวคนนี้หน่อยนะคะ เพราะพี่สาวคนนี้ออกจะจุ้นจ้านพูดมากอยู่ซักหน่อย” ณิชาภัทรส่งยิ้มจริงใจ
ณิชมนมองณิชาภัทรนิ่งพูดอะไรไม่ออก
ooooooo
นมลตีไข่ในชามอย่างหนักมือด้วยอารมณ์หงุดหงิด เพราะถูกรวิภาสบังคับให้ทำข้าวห่อไข่ให้ทาน เพื่อแลกกับการคืนมือถือให้ เธอหันไปเปิดตู้เย็นเห็นมีกล่องนมก็คิดแผนเอาคืนได้ จึงแอบเทนมใส่ลงในชามไข่ไป แล้วตีไข่ให้ผสมกันอย่างรวดเร็ว
ระหว่างที่รวิภาสรอทานข้าวห่อไข่ของนมลอยู่นั้น ณิชาภัทรก็พาณิชมนมาที่ห้องประชุม และแนะนำให้รู้จักกับคณะกรรมการร่วมโครงการอีกสี่ท่าน
“นี่คุณประนอมค่ะ เป็นตัวแทนของไร่สรณาลัย” ณิชาภัทรพูดจบบุรธัชก็แทรกทันที
“คุณพรพรรณคงติดธุระสำคัญ แล้วคงหาใครไม่ได้จริงๆ ก็เลยให้คุณแม่บ้านประนอมมาประชุมแทน”
กรรมการทุกคนหันมามองณิชมนอย่างแปลกใจ ณิชาภัทรรีบแก้ว่า นอกจากจะทำหน้าที่เป็นแม่บ้านที่สรณาลัยแล้ว ประนอมยังเป็นผู้ช่วยส่วนตัวของพรพรรณด้วย
“เรามาเริ่มกันเลยดีกว่านะครับ ที่เชิญให้มาประชุมวันนี้ เพราะอยากแจ้งให้ทราบว่า ผมยินดีที่จะร่วมมือกับโครงการนี้ โดยมีเงื่อนไขสองข้อ ขอให้การดำเนินการทุกอย่างต้องผ่านการเห็นชอบจากผมก่อน และคนที่จะติดต่อประสานงานกับผมขอให้เป็นคุณประนอมเพียงคนเดียว” บุรธัชเสนอเงื่อนไข
คณะกรรมการตอบรับทันที ณิชาภัทรมองบุรธัชอย่างระแวง แต่จำต้องรับปากเพื่อให้งานผ่านไปได้ด้วยดี
เวลาเดียวกัน นมลนำข้าวห่อไข่ที่เพิ่งทำเสร็จมาวางตรงหน้ารวิภาส เขาก้มหน้ากินข้าวอย่างเอร็ดอร่อย พลางเอ่ยชมว่าฝีมือนมลไม่เคยเปลี่ยน
“อร่อยกว่าเดิมด้วย เพราะนมลได้สูตรมาใหม่ เติมน้ำผึ้งไปนิดแล้วก็เติมนมไปอีกหน่อย แค่นี้ก็อร่อยอย่าบอกใครเชียว เพราะนมลรู้ว่าพี่ภาสแพ้นมวัว แตะแค่ปลายลิ้นก็ผื่นขึ้นเต็มตัวแล้ว นี่นมลยังปรานีนะใส่ลงไปแค่สองสามช้อนโต๊ะ อย่างมากก็คงแค่อาเจียนหมดท้องหรือไม่ก็ไข้ขึ้นไปสองสามวัน” นมลยิ้มเยาะ
รวิภาสรู้สึกคันตัวขึ้นมาทันที เขาเริ่มพะอืดพะอมวิ่งไปอาเจียนที่อ่างล้างจาน
นมลหยิบมือถือของตัวเองขึ้นมาพร้อมกับคำลา “นมล กลับก่อนนะ วันหลังอยากกินข้าวห่อไข่อีก ก็โทร.ไปบอกได้” นมลรีบเดินออกไป
รวิภาสจะตามแต่ต้องกลับไปอาเจียนต่อจนโงหัวไม่ขึ้น
หลังได้ข้อสรุปเรื่องโครงการสร้างฝายชะลอน้ำแล้ว บุรธัชเชิญทุกคนลงมาทานอาหาร ณิชมนขอตัวเข้าห้องน้ำ แล้วแอบเข้าไปในห้องทำงานบุรธัช เพราะอยากรู้ว่าเขาสืบเรื่องของประนอมไปถึงไหนแล้ว เธอไม่รู้ตัวเลยว่า บุรธัชแอบตามมาด้วย
“ไม่เห็นมีแฟ้มประวัติอะไรเลย” ณิชมนบ่นพลางสำรวจข้าวของบนโต๊ะทำงาน เธอหยิบรูปถ่ายของบุรธัชขึ้นมาดู “สมกับเป็นคุณชายแวมไพร์จริงๆ หน้าไร้ความรู้สึกสุดๆ”
“เธอเรียกฉันว่าอะไรนะ” บุรธัชเข้าประชิดตัว
ณิชมนสะดุ้งตกใจทำรูปถ่ายหลุดมือตกลงพื้นกระจกแตกกระจาย เธอส่งยิ้มจ๋อยๆพร้อมคำขอโทษและพยายามเปลี่ยนเรื่องคุย
“ไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่อง นี่ลับหลังฉัน เธอคงตั้งชื่อให้ฉันสารพัดเลยล่ะซิ” บุรธัชเสียงเข้ม
“เปล่าซะหน่อย นอกจากคุณชายแวมไพร์แล้ว ฉันไม่เคยเรียกคุณชื่ออื่นเลยนะ” ณิชมนรู้ว่าพลาดรีบปิดปาก
“ทำไมเหรอ ฉันดูเป็นยังไง”
“ก็...คุณดูเย็นชาไม่มีหัวใจ ฉันไม่เคยเห็นคุณยิ้มหรือหัวเราะเลย คุณทำตัวเหมือนไม่มีชีวิตจิตใจ แล้วก็ชอบทำเป็นอยู่หน้าเดียว โกรธก็หน้านี้ เซ็งก็หน้านี้ เบื่อก็หน้านี้ ทำหน้าแบบฉันเกิดมาทำไมในโลกนี้เนี่ย คนอย่างคุณนี่ไม่มีใครอยากเข้าใกล้” ณิชมนพรั่งพรูความรู้สึกออกไป แต่พอเห็นสายตาเอาเรื่องของชายหนุ่มก็รีบกลับลำ “เออ...แต่การที่ฉันเรียกคุณว่า คุณชายแวมไพร์ไม่ได้มองไปทางลบทั้งหมดหรอกนะ คุณคิดดูซิ แวมไพร์มีแต่หล่อๆแล้วก็มีเสน่ห์ทั้งนั้น นอกจากหล่อแล้วก็รวย มีอำนาจพิเศษต่างๆนานา แล้วก็ยังมีชีวิตเป็นอมตะอีก”
“อย่าแก้ตัวเลย ยิ่งพยายามแก้ตัว ก็ยิ่งดูปัญญาอ่อน เธอนี่ไร้สาระจริงๆ นี่มันห้องทำงานส่วนตัวของฉัน เชิญออกไปได้แล้ว” บุรธัชอดยิ้มไม่ได้
“ถึงฉันจะปัญญาอ่อน ไร้สาระ แต่เมื่อกี้ฉันก็ทำให้คุณยิ้มได้ล่ะน่า” ณิชมนล้อ
“ฉันไม่ได้...พูดอะไรเพ้อเจ้อ” บุรธัชเดินดุ่มๆออกไปทันที
ณิชมนมองตามยิ้มๆที่ได้เห็นอีกแง่มุมของบุรธัช
ooooooo
หลังส่งคณะกรรมการกลับไปหมดแล้ว ณิชมนก็หันมา ขอบคุณบุรธัชที่ยอมเข้าร่วมโครงการ ชายหนุ่ม สวนว่า ไม่ต้องการคำขอบคุณ แต่อยากให้เธอรักษาสัญญาเรื่องจะตอบคำถามของเขาทุกข้อ
ณิชมนอ้ำอึ้งรีบตัดบท “ค่ะ ฉันจะตอบคำถามคุณทุกข้อที่ฉันตอบได้ ฉันไปก่อนนะคะ ฉันต้องรีบกลับไปเรียนข่าวดีให้คุณพรพรรณทราบ ขอบคุณคุณณิชามากนะคะ ถ้าไม่ได้คุณณิชา นอมคงต้องตกงานแน่ๆ แล้วเจอกันนะคะ” ณิชมนชิ่งออกไป
บุรธัชจะตามแต่ณิชาภัทรดึงไว้ “ธัชรู้ว่าคุณนอมเป็นคนของบ้านสรณาลัย เป็นศัตรูของธัช ก็น่าจะพอแล้ว นอกจากว่าธัชไม่อยากจะเป็นศัตรูกับคุณนอมเท่านั้นแหละ ธัชถึงต้องการรู้เรื่องของเธอให้มากกว่านี้” ณิชาภัทรเดินหนีไปอีกคน ปล่อยให้บุรธัชยืนอึ้ง
เวลาเดียวกันนั้น พรพรรณก็กำลังรอฟังข่าวจากณิชมน
อยู่ในบ้าน ชัยวัฒน์เข้ามาใส่ไฟว่า ณิชมนคงทำไม่สำเร็จและยุให้ไล่ออก พรพรรณว่า เธอตัดสินใจเองได้ แล้วให้ชัยวัฒน์ไปดูแลพันสร เพราะไม่เห็นอยู่ในห้อง ชัยวัฒน์อึกอัก หาข้อแก้ตัว เขาเหลือบไปเห็นพรรณอรในชุดสีขาวกรุยกรายเหมือนนางฟ้า กำลังจะไปห้องทำงาน จึงรีบถามถึงนิยายเรื่องใหม่เพื่อเปลี่ยนประเด็น
พรพรรณเหนื่อยใจ ชวนพี่สาวอยู่รอคุณแม่บ้านด้วยกันเพื่อฟังข่าวก่อน พรรณอรว่า รอฟังพรุ่งนี้เช้าก็ได้
“อย่าเพิ่งแน่ใจไปเลยครับว่า เราจะได้รับข่าวดี อาจจะเป็นข่าวร้ายก็ได้” ชัยวัฒน์รีบเสนอหน้า
“ขอโทษนะคะที่ทำให้ครูผิดหวัง เรามีข่าวดีมาแจ้งให้ทุกคนทราบค่ะ” นมลเดินนำณิชมนเข้ามา
“นี่แสดงว่า คุณชายธัชตอบตกลงใช่ไหม เก่งจริงๆลูกแม่” พรรณอรโผเข้ากอดนมล
“พี่นอมต่างหากล่ะคะที่เก่ง พี่นอมเป็นคนทำให้คุณชายธัชเปลี่ยนใจ” นมลรีบรายงาน
“นี่เป็นนิมิตหมายที่ดี อย่างนี้บ้านเรากับบ้านบุริศราวัณอาจจะกลับมาเป็นมิตรกันเหมือนเดิม ประนอม ฉันคิดไม่ผิดจริงๆที่รับเธอเข้าทำงาน เธอทำงานได้ดีมาก ขอบใจเธอจริงๆเลยนะ” พรรณอรโผเข้ากอดณิชมนอย่างชื่นชม ไม่สนชัยวัฒน์ที่ยืนมองณิชมนอย่างหมั่นไส้
ooooooo










