นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    แฝดนะยะ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ประพันธ์เห็นสภาพของปรางค์แล้วก็สงสารลูก เมื่อปรางค์กับกระบี่เดินไปหาเพื่อจะซ้อมต่อ ประพันธ์ก็ลุกขึ้นขอโทษลูกเสียงเครือ ปรางค์บอกว่าตนต่างหากที่ต้องขอโทษพ่อเพราะน่าจะอดทนมากกว่านี้

    "พ่อผิดเองที่โหดกับแกมากเกินไป  ถ้าไม่ไหวก็ไม่ต้องทำ ไปๆกลับบ้านกัน"

    ปรางค์ไม่ยอมกลับขอซ้อมต่อ บอกพ่อว่าวันนี้ขอซ้อมเบาๆก่อนเพราะเพิ่งออกจากโรงพยาบาลยังไม่ค่อยมีแรง ประพันธ์เป็นห่วงแต่ก็ดีใจบอกว่าถ้าไม่ไหวก็บอกแล้วกัน ปรางค์หันไปทางกระบี่บอกว่า

    "กระบี่ สอนฉันทุกอย่างตั้งแต่ต้นเลยได้ไหม" กระบี่ทำหน้างงถามว่าจะให้สอนอะไร "ก็สอนชกมวยนี่ไง แกต้องสอนฉันเหมือนกับว่าฉันไม่เคยชกมวยเลยนะ วิธีนี้จะต้องช่วยทำให้ฉันชกมวยดีขึ้นแน่ๆ เราเริ่มกันวันนี้เลย ฉันจะต้องชนะครั้งนี้ให้ได้ ฉันจะทำความฝันของฉันให้เป็นจริง"

    กระบี่ฟังแล้วยิ่งงง รู้สึกว่าเพื่อนตัวเองแปลกๆขึ้นทุกที

    ooooooo

    ที่เวทีประกวด ครูฝึกสั่งผู้เข้าประกวดทุกคนเริ่มวอร์มกันได้เลย ข้าวฟ่างกับกะเทยคนอื่นๆพากันยกแขนยกขาบิดตัวซ้อมกันแบบหนีบๆกระตุ้งกระติ้ง แต่แป้งกลับกระโดดเต้นฟุตเวิร์กชกลมแย็บหมัดฮุกบน ฮุกล่างอย่างทะมัดทะแมง  จนกะเทยคนอื่นๆพากันแตกกระเจิง  ต่างมองแป้งอย่างหวาดๆ

    เจ๊ตุ่มกับนุชยืนมองลุ้นใจไม่ดี เจ๊พึมพำว่า "วันนี้มันจะรอดไหมนี่" ส่วนนุชบ่นว่าขนาดติวเข้มแล้วยังเป็นแบบนี้ ต่างพยายามโบกไม้โบกมือให้แป้งรู้ตัว พอแป้งเห็นก็ลดความแข็งแรงคึกคักลงเล็กน้อย  แต่ท่าวอร์มก็ยังเป็นเต้นฟุตเวิร์กอยู่ดี

    ข้าวฟ่างมองเขม่นแล้วแกล้งเดินเข้าใกล้ทำเป็นชนไม่ตั้งใจ เลยโดนแป้งชนอย่างตั้งใจแค่เบาๆข้าวฟ่างก็กระเด็นไปหลายวา โดนเข้าทีเดียวข้าวฟ่างก็มองแหยงๆแบบอยู่ห่างๆไว้ดีกว่า

    ooooooo

    ซ้อมเสร็จ  กุ๊กไก่ที่ถูกเจ๊จูนมาฟ้องเรื่องแป้งออกไปหลังเวลากำหนดทั้งยังไปคนเดียว ด้วยก็เรียกประชุมเตรียมเอาเรื่องแป้ง   ซึ่งแป้งก็ยอมรับอย่างกล้าหาญว่าตนไปจริงแต่ไปเพราะไม่รู้กฎระเบียบจริงๆ

    ด้วยการรุกแบบจะเอาให้กระเด็นกันไปให้ได้ของเจ๊จูน ในที่สุดกุ๊กไก่ก็ต้องประกาศให้ปรางค์ออกจากกองประกวดเพื่อรักษากฎระเบียบ ไว้ให้เคร่งครัด

    เจ๊ตุ่มกับนุชแทบช็อก แป้งรีบเข้าไปขอโทษถามว่าจะให้ทำอย่างไรถึงจะชดเชยความผิดครั้งนี้ได้ อ้อนวอนว่า

    "หนูจำเป็นต้องเข้าประกวดครั้งนี้นะคะ หนูเป็นความหวังของครอบครัว พี่คะเห็นใจหนูด้วย"

    กุ๊กไก่ยึดมั่นในหลักการ กฎต้องเป็นกฎทำผิดกฎก็ต้องออกจากกองประกวดไม่มีข้อยกเว้น ว่าแล้วก็ลุกเดินออกไปพร้อมเจ้าหน้าที่กองประกวด เจ๊ตุ่มกับนุชพยายามที่จะช่วยชี้แจงรีบตามออกไป แต่ถูกแป้งวิ่งแซงไปก่อนอย่างร้อนใจ แป้งไปอ้อนวอนขอโอกาสตนอีกสักครั้ง เจ๊ตุ่มกับนุชตามไปสมทบยอมรับผิดเสียเองว่าไม่ได้บอกกฎเหล่านี้กับปรางค์ขอ ให้ยกโทษให้ด้วย อย่าตัดโอกาสดับอนาคตเด็กเลย

    ขณะที่ทุกคนกำลังสิ้นหวังนั่นเอง เสียงนักรบก็แทรกเข้ามาถามว่าถ้าตนเป็นพยานให้ว่าปรางค์ไม่ได้ทำผิดกฎจะได้ ไหม แล้วเดินเข้ามาแสดงตัวยืนยันรับรองพร้อมกับมีเทป จากกล้องวงจรปิดมาให้ดูด้วยว่า

    "เพราะว่าคุณปรางค์ไม่ได้ออกไปคนเดียว แต่มีผมตามไปด้วย" พอเจ๊จูนแย้งว่าไม่เห็นเขาอยู่ในกล้องวงจรปิด นักรบชี้แจงว่า "ก็ผมรอคุณปรางค์ที่หน้าโรงแรมนี่ครับ ถ้าไม่เชื่อก็ไปดูเทปกล้องวงจรปิดตอนเที่ยงคืนครึ่งจะเห็นว่าผมกลับมาพร้อม กับคุณปรางค์"

    เจ๊จูนจับเท็จถามว่าเขาไปทำอะไรกับปรางค์ตอนดึกๆนักรบอึ้งไปชั่วขณะ เจ๊ตุ่มรีบชิงตัดบทว่า

    "สรุปว่าน้องปรางค์ไม่ได้ทำผิดกฎนะคะ พี่กุ๊กไก่ขา คุณนักรบก็เป็นพยานให้แถมยังมีเทปวงจรปิดเป็นหลักฐานอีก เป็นอันปิดคดี"

    เจ๊จูนหน้าจ๋อย นุชรีบสรุปว่าเป็นอันว่าปรางค์กลับเข้าประกวดได้ตามเดิม  ขอบคุณทุกคนที่ให้ความยุติธรรมกับ พวกตนแล้วรีบชวนปรางค์ไปซ้อมเต้นต่อ ขณะเดินผ่านนักรบ แป้งยังหันมองเขาอย่างขอบคุณ

    ทั้งหมดนี้อยู่ในสายตาของโชติรสที่ติดตามเรื่องราวอย่างใกล้ชิดและสนใจ เธอมองแป้งกับนักรบอย่างเคลือบแคลงใจ

    ooooooo

    เมื่อนักรบช่วยให้แป้งได้เข้าประกวดได้ตามเดิมแล้ว แป้งพยายามที่จะสบตาเขาขณะซ้อมเต้นแต่นักรบไม่ยอมสบตา สั่งต๊อดให้เก็บภาพทุกภาพไว้อย่างละเอียด ตามเก็บตั้งแต่บนเวทีไปจนถึงหลังเวทีไม่ต้องใช้ไมค์ ย้ำกับต๊อดว่าอย่าลืมบอกกุ๊กไก่ก่อนเข้าไป ทำอะไรให้เกียรติหน่อยยังไงก็ต้องคิดว่าพวกเขาเป็นผู้หญิง

    ต๊อดทำหน้าล้อๆว่าเขาช่างเข้าใจกะเทยดีจริงๆ ถูกนักรบทำหน้าขึงขังปรามว่าอยากพูดอะไรก็พูดมา

    "เปล่า ผมไม่ได้อยากจะพูดอะไร แค่คิดว่าพี่รบทุ่มเทกับงานจริงๆ ตอนนี้ถึงกับลงทุนศึกษาความเป็นกะเทยอย่างใกล้ชิดเลยนะครับ แล้วเมื่อคืนศึกษากันถึงไหนครับ"

    นักรบเสียงเข้มใส่ว่าตนไม่ได้มีอะไรกับปรางค์อย่างที่ต๊อดคิด ต๊อดก็ยังอุตส่าห์แหย่อีกว่า

    "ผมก็อยากจะเชื่อนะครับ แต่ทำไมพี่ต้องบังเอิญเจอกับน้องกะเทยคนนี้จัง ถ้าไม่บังเอิญเจอก็หาเรื่องเจอกันจนได้ แล้วอย่างนี้จะไม่ให้ผมคิดเหรอครับ มีอะไรก็กล้าๆพูดออกมาเถอะครับ"

    "ไอ้ต๊อด! แกหยุดปากมากได้แล้ว ไม่งั้นฉันจะหาช่างกล้องคนใหม่" นักรบหงุดหงิดรำคาญมาก

    แป้งยังมองนักรบจากบนเวทีอย่างอยากจะสบตาด้วย จนกระทั่งเมื่อนักรบเดินมาที่ลิฟต์ แป้งรีบจ้ำตามมาเรียกเขาไว้แล้วขอบคุณเขาที่ช่วยให้ตนไม่ต้องโดนไล่ออกจาก การประกวด

    นักรบประชดว่าตนไม่แน่ใจว่าทำถูกหรือเปล่า  เพราะเธอประกาศชัดๆแล้วว่าไม่ต้องการให้ตนไปยุ่งเกี่ยวอะไรด้วยเดี๋ยวจะหา ว่าพูดภาษาคนไม่รู้เรื่อง

    ถูกพูดประชดเช่นนั้น แป้งขอโทษที่เมื่อคืนตนพูดอะไรแรงไปหน่อย ปากนักรบบอกว่าไม่เป็นไรแต่ก็ยังพูดกระแนะกระแหนว่าเธออาจเป็นโรคแบบที่มี หลายบุคลิกในคนเดียวกัน เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย เดี๋ยวคิดว่าตัวเองเป็นคนนั้นคนนี้ มีหลายชื่อด้วย แป้งชักสีหน้าถามว่า หาว่าตนเป็นโรคจิตหรือ!?

    "ไม่ใช่ก็คล้ายๆล่ะมั้ง   คนเป็นโรคนี้ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นหรอก ก็เหมือนคนบ้าทุกคนที่คิดว่าตัวเองไม่บ้านั่นแหละ" นักรบหัวเราะขำๆ

    พอดีโชติรสเห็นเขาหัวเราะกับแป้งอย่างที่ไม่เคยหัวเราะกับตนเลยก็ยิ่งเกลียด แป้ง เข้าไปพูดประชดว่านึกว่าสัมภาษณ์จบกันไปแล้วเสียอีก แป้งชี้แจงว่าไม่ได้สัมภาษณ์แต่ตนมาขอบคุณนักรบ

    "ที่จริงเธอน่าจะขอโทษพี่รบมากกว่าที่ทำให้พี่รบต้อง เสียชื่อไปกับเธอด้วย ฉันก็ไม่เข้าใจว่าเธอออดอ้อนอะไรพี่รบ เขาถึงได้สงสารจนยอมลดตัวช่วยพูดให้จนเธอได้กลับเข้าประกวดอีก"

    "ผมเสนอตัวเป็นพยานให้คุณปรางค์เอง..."

    "พี่รบช่วยเพราะสมเพชเวทนาใช่ไหมคะ กว่าจะฝ่าฟันถึงจุดนี้ได้คงต้องผ่านอะไรต่อมิอะไรมาเยอะ คนพวกนี้เลยยอมทุ่มเททุกอย่างเพื่อให้ได้ตำแหน่งมา แล้วบางทีไม่ได้ทุ่มเพื่อตำแหน่งอย่างเดียวนะคะ บางครั้งก็ยอมลงทุนทุกอย่างเพื่อที่จะจับผู้ชายด้วย ยิ่งผู้ชายฐานะดีๆ ก็ยิ่งตามตื๊อตามจับสลัดเท่าไหร่ก็ไม่หลุด"

    โชติรสว่าเอาอย่างสาดเสียเทเสีย พอแป้งโต้ว่าเธอไม่เคยคิดจะจับผู้ชายของเธอ ไม่เคยคิดจะยุ่งเกี่ยวด้วย โชติรสจึงไล่ส่งว่าถ้าไม่คิดก็ไปเสียจะมายืนอยู่ทำไม พูดใส่หน้าย้ำว่า

    "ต่อไปคงไม่เห็นเธอมาตอแยพี่รบของฉันอีก ไม่งั้น เธอได้กระเด็นออกไปจากการประกวดแน่ๆ" พูดว่าเอาอย่างสะใจ แล้วจ้องจิก จนกระทั่งแป้งเดินไปอย่างโมโห นักรบรีบตามไป

    ooooooo

    นักรบตามแป้งไปจนถึงหลังเวที บอกเธอว่าอย่าไปสนใจฟังโชติรสเพราะเธออยากแสดงอำนาจเท่านั้น แป้งฉุนขาดบอกเขาว่า "แฟนคุณเขาหึงคุณต่างหากล่ะ"

    นักรบสะดุ้งรีบปฏิเสธว่าโชติรสไม่ใช่แฟนตน แป้งฟัง ไม่ขึ้นบอกว่าต่อไปนี้ให้เขาห่างๆตนไว้จะได้ไม่มีเรื่อง นักรบสวนไปอย่างไว้ฟอร์มว่าถ้าไม่ใช่เรื่องงานตนก็ไม่อยากอยู่ใกล้ เธอนักหรอก

    "แล้วตามฉันมาทำไมล่ะ จะบอกให้นะ การประกวดครั้งนี้สำคัญมาก ฉันจะไม่ให้ผู้ชายห่วยๆอย่างคุณมาทำลายอนาคตของฉันหรอก...นับตั้งแต่นาทีนี้ เป็นต้นไปห้ามมายุ่งเกี่ยวกับฉันอีก อย่ามาให้ฉันเห็นหน้าเลยยิ่งดี"

    นักรบท้าว่าถ้าไม่อยากเห็นหน้าตนก็ให้ลาออกจากการประกวดไป แป้งย้อนเอาว่าตนถอนตัวไม่ได้ ให้เขาลาออกจากงานไปเลย

    "ฉันก็ลาออกไม่ได้ งั้นเราก็ทนเห็นหน้ากันไปอย่างนี้ แหละ ฉันขอร้องแล้วกัน อย่าชนะการประกวด อย่าได้เป็นมิสเรนโบว์ควีนเด็ดขาด ไม่งั้นชีวิตฉันคงวุ่นวายไม่รู้จักจบสิ้นแน่ๆ"

    นักรบเดินหุนหันไปแล้ว แต่แป้งยังงงๆว่าทำไมนักรบแช่งไม่ให้ตนเป็นมิสเรนโบว์ควีน  เพราะเธอไม่รู้ว่าถ้าใครชนะ ก็ต้องถ่ายทำรายการเรียลลิตี้ เป็นข้อสงสัยที่คาใจแป้ง ทำไม... ทำไมเขาแช่งไม่ให้ตนได้เป็นมิสเรนโบว์ควีน  ทั้งๆที่นั่นคือ สุดยอดปรารถนาของตน

    ooooooo

    แป้งกลับไปทิ้งตัวนอนบนเตียงที่ห้องอย่างเหนื่อยใจ ปรียาถามว่าทำไมกลับมาคนเดียว แป้งบ่นว่าเหนื่อยเลยกลับมานอนพัก บอกแม่ว่าวันนี้ซ้อมเต้นตั้งสามสี่ชั่วโมงเหนื่อยกว่าซ้อมมวยอีก

    ปรียาสะดุดหูกึกถามว่าซ้อมมวยอะไร แป้งรู้ตัวเลยแก้ ไปอย่างไร้พิรุธว่าตนแค่เปรียบเทียบเท่านั้น แล้วเล่าการซ้อมเสียยืดยาวให้ปรียาฟังเพลินๆจะได้ไม่ติดใจเรื่องซ้อมมวยอีก

    ปรียาถามเรื่องที่เอื้อมบอกว่าแป้งเกือบถูกตัดสิทธิ์ว่ามันเรื่องอะไรกัน แป้งบอกว่าแค่เรื่องเข้าใจผิดนิดหน่อย ปรียาถามต่ออีกว่าผู้ชายที่ทำรายการทีวีมาช่วยพูด  รู้จักกันตั้งแต่เมื่อไหร่ เตือนอย่างห่วงใยว่า

    "ไอ้ป้าง แกต้องรู้จักระวังตัวนะ ผู้ชายสมัยนี้มันไว้ใจไม่ได้ มันไม่สนใจหรอกว่าจะเป็นผู้หญิงแท้หรือผู้หญิงเทียม ถ้าได้โอกาสเมื่อไหร่มันก็ฉวยโอกาสเมื่อนั้น"

    แป้งรับรองว่าไม่ต้องห่วงตนไม่ยอมให้ใครมาทำอะไรหรอก ขืนมาทำหื่นจะชกหน้าให้คว่ำเลย พูดแล้วขอบคุณแม่ที่ห่วง ปรียาไม่ถามต่อแต่รู้สึกสงสัยว่าลูกตัวเองแปลกไปจากเดิมมาก

    ส่วนนักรบก็ถูกโชติรสคุมเข้มจนเขาบอกเธอว่าอย่ามาล้ำเส้นเรื่องส่วนตัวของตน อย่าใช้อำนาจความเป็นเจ้านายมายุ่งกับเรื่องส่วนตัวของตน อย่ามาเที่ยวแสดงความเป็นเจ้าของตน เพราะเราไม่ได้เป็นอะไรกันนอกจากเป็นเจ้านายกับลูกน้อง

    โชติรสเจอไม้แข็งเข้าก็อ้อนว่าตนเป็นห่วงกลัวว่ากะเทยกำลังพยายามจับเขา พร่ำพูดเสียจนนักรบต้องขัดขึ้นกลางคันให้หยุดพูดจาดูถูกคนอื่น ชี้ให้เธอเห็นปมตัวเองว่า

    "คุณเองก็ใช้ทั้งเงินทั้งอำนาจบีบบังคับให้ผมต้องมาทำงานกับคุณ ตามติดผมทุกฝีก้าว ผมยังไม่เคยกล่าวหาคุณเลยว่าคุณกำลังพยายามจับผมอยู่"

    พูดเสร็จนักรบเดินหนีไปอย่างรำคาญใจ โชติรสไม่กล้าตามไปอีกได้แต่ยืนโมโหอยู่ตรงนั้น

    ooooooo

    พรุ่งนี้จะเป็นวันสำคัญของการประกวดแล้ว เป็นวันตัดสินว่าใครจะได้ครองมงกุฎมิสเรนโบว์ควีน กุ๊กไก่จึงเรียกประชุมย้ำเรื่องการโชว์แสดงความสามารถของผู้เข้าประกวด ให้เวลาคนละห้านาทีใครใช้เวลาเกินจะถูกหักคะแนน

    แป้งทำหน้าเหลอหลาไม่รู้เรื่อง เจ๊ตุ่มยิ่งตกใจกว่าที่ลืมเรื่องนี้เสียสนิทเพราะมัวแต่แก้ปัญหาวุ่นๆ นุชถามว่าจะทำยังไงดี จะทันไหม เจ๊จูนจับตาอยู่ ดูออกว่าพวกนั้นกำลังมีปัญหาแน่ๆ

    เมื่อออกจากห้องประชุมแล้วเจ๊ตุ่มบอกนุชให้รีบเอาซีดีเพลงแล้วตามไปที่ห้อง ซ้อมด่วน นุชปลอบใจเจ๊ตุ่มว่าไม่ต้องกลัว แต่ที่แท้ตัวเองลนลานจนทำอะไรไม่ถูกกระทั่งเสนอว่าหรือเราจะเปลี่ยนโชว์ที่ เคยให้ปรางค์ซ้อมไว้

    เจ๊จูนแถเข้ามาถามเย้ยว่าปรึกษาอะไรกันหน้าดำคร่ำเครียดคงเตรียมโชว์อลังการ ไว้ใช่ไหม ถามว่าปรางค์จะโชว์อะไรเอ่ยแย้มกันได้ไหม ถูกเจ๊ตุ่มตัดบทว่าพรุ่งนี้จะได้เห็นเอง

    ถูกตัดบทกระแทกใส่หน้าแต่เจ๊จูนไม่สนใจยังคงยืนยั่วสบประมาทต่างๆนานาก่อนเดินไป

    เจ๊ตุุ่มกับนุชมองตามไปอย่างแค้นใจ แต่ก็อดหวั่นไหวไม่ได้ที่ถูกเจ๊จูนจับจุดอ่อนได้จริงๆ

    ooooooo

    เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว เอื้อมก็เอาแป้งไปซ้อมโชว์ที่ห้องซ้อมของโรงแรม เป็นการฟ้อนลาวเสี่ยงเทียน แป้งรำทื่อมือที่ถือเทียนนั้นแข็งเหมือนท่อนไม้เก้ๆกังๆ จนเจ๊ตุ่มกับนุชที่ดูอยู่หนักใจมาก

    ในที่สุดนุชเสนอว่ารำสี่ภาคที่จะโชว์นั้นลดเหลือแค่ สองภาคจะดีไหม แป้งสวนไปอย่างหงุดหงิดว่าจะกี่ภาคตนก็รำไม่ได้ เสนอว่าตนเต้นระบำฮาวายได้แล้วเต้นให้ดู เป็นท่าเต้นแบบเด็กอนุบาล

    เจ๊ตุ่มกับนุชทนดูไม่ได้สั่งให้หยุด เจ๊ย้ำว่ายังไงแป้งก็ต้องรำให้ได้ ทั้งยังอ้างสัญญาที่แป้งรับปากกับปรางค์ว่าจะทำหน้าที่แทนก็ต้องทำให้สุด กำลัง จะยากเย็นแสนเข็ญแค่ไหนก็ต้องทำให้ได้

    "ปรางค์มันยังทำได้เลย ผู้หญิงแท้ๆอย่างเธอ ทำไมจะทำไม่ได้" นุชปลุกเร้า เอื้อมก็ยุให้สู้ๆ สุดท้ายแป้งฮึดขึ้นมา บอกกับทุกคนว่า

    "ได้! คนอย่างไอ้แป้งสู้ไม่ถอยอยู่แล้ว หนูทำได้แน่!" ว่าแล้วเดินออกไปตั้งหลักผ้านุ่งหลุดลุ่ยลากพื้นจนเอื้อมต้องตามไปนุ่งให้ ใหม่ และพอเพลงขึ้นแป้งก็รำแข็งทื่อเหมือนเดิม ทุกคนเลยได้แต่มองกันอย่างละเหี่ยใจ

    ooooooo

    ส่วนปรางค์อยู่ที่ห้องนอนของแป้งที่บ้าน วันนี้ตกใจแทบตายเมื่อส่องกระจกเห็นหนวดขึ้นเขียวครึ้มรีบถอนทิ้ง ขณะกำลังถอนหนวด กระบี่เปิดประตูเข้ามาถามว่าทำอะไร ปรางค์ตะครุบปากปิดหนวดแทบไม่ทันต่อว่ากระบี่ว่าทีหลังจะเข้ามาให้เคาะประตู ก่อนเกิดตนโป๊อยู่จะทำยังไง

    กระบี่ขอโทษแต่สงสัยมากว่าแต่ไหนแต่ไรแป้งไม่เคยมีปัญหาเรื่องนี้ เลยบอกว่าน้าพันให้มาตามไปกินข้าว ปรางค์บอกให้ลงไปก่อนเดี๋ยวจะตามลงไป กระบี่ยังโอ้เอ้อยู่ ปรางค์เลยรุนหลังออกไปแล้วรีบกลับมาถอนหนวด นึกปลอบใจตัวเองว่ากระบี่คงไม่สงสัยอะไร

    กระบี่ลงไปปรารภกับน้าพันว่าพักนี้แป้งดูแปลกๆไป ดูระวังตัวยังไงไม่รู้ พูดจาก็เปลี่ยนๆไป ปกติเวลาซ้อมอึดเหมือน ผู้ชายแต่ตอนนี้ไม่กี่ชั่วโมงก็บ่นไม่ไหวซ้ำยังร้องไห้อีกทั้งที่

    ไม่เคยเห็นแป้งร้องไห้มาก่อนเลย ประพันธ์พูดไปตามประสาว่าบางช่วงอาจจะเซ็งๆบ้าง คงไม่มีอะไรหรอก

    ครู่เดียวทั้งประพันธ์และกระบี่ก็มองตาค้าง เมื่อปรางค์ เดินลงมาในชุดกระโปรงหวานแหววบอกว่าค้นตู้เจอ เห็นสวยดีเลยเอามาใส่ ยังใส่ได้พอดีเลย

    ประพันธ์ถามว่าจำไม่ได้หรือว่าตนซื้อมาให้ตอนนั้นบังคับให้ใส่เท่าไรก็ไม่ ยอมใส่นึกยังไงวันนี้เอามาใส่ ปรางค์ อึกอักหาคำแก้ตัวไม่ได้เลยโมเมว่าแค่เสียดายเท่านั้น ไม่ใส่มันก็เสียของเปล่าๆ

    ขณะนั้นเองมีเสียงกริ่งประตูดังขึ้น ปรางค์รีบอาสาไปเปิดประตูเอง เจอเอื้อมถือถุงยืนรออยู่ ปรางค์ดีใจมากบอกว่ามาช่วยตนทันเวลาพอดี

    "พ่อแกสงสัยอะไรงั้นเหรอ แกต้องระวังตัวหน่อยซิวะ แกต้องทำให้เหมือนแป้งให้ได้" เอื้อมกำชับ ปรางค์ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้บอกว่าตนเจอแป้งสักกี่ครั้งเชียว รอดมาได้ถึงวันนี้ก็เก่งมากแล้ว

    ทันใดนั้นกระบี่เดินออกมาพอเห็นเอื้อมก็ทักว่า "คุณนั่นเอง" ถามอย่างไม่พอใจว่ามีธุระอะไรหรือจะมาตามแป้งไปทำงานอีก บอกเอื้อมว่าปกติตนกับแป้งทำงานด้วยกันถ้าจ้างแป้งก็ต้องจ้างตนด้วย

    ปรางค์กลัวความแตกขัดขึ้นว่า เอื้อมแค่มาปรึกษาอะไรนิดหน่อยเท่านั้นแล้วลากเอื้อมออกไปคุยข้างนอก เอื้อมเอาของในถุงให้ปรางค์ ในนั้นมีมือถือและของใช้ส่วนตัวเช่นฮอร์โมน ยาหน้าขาว ยาลดหนวด ขน บอกว่าถ้าต้องการอะไรอีกให้บอก

    ปรางค์ดีใจคาดหวังว่าหน้าตนเกือบหายแล้วถ้ารองพื้นหนาหน่อยก็เข้าประกวดได้ ตามเดิม เอื้อมบอกว่าไม่ง่ายแล้ว เพราะทางกองประกวดเข้มงวดมาก เรื่องเปลี่ยนตัวเป็นไปไม่ได้เลย

    ปรางค์กลัวว่าเจ๊จูนจะจับได้ เอื้อมบอกว่าไม่ต้องห่วงขนาดปรียายังจับไม่ได้เลย ปรางค์จึงรู้ว่าแม่มา ทีแรกปรียาจะมาลากตัวปรางค์กลับแต่ถูกแป้งกล่อมจนตอนนี้อยู่ลุ้นให้ชนะ ประกวดแล้ว

    ก่อนกลับปรางค์บอกเอื้อมว่าให้คอยส่งข่าวมาด้วย เอื้อมสัญญาว่าจะโทร.รายงานนาทีต่อนาทีเลย เพราะพรุ่งนี้จะเป็นวันตัดสินชะตาชีวิตของปรางค์แล้ว ยิ่งฟังปรางค์ก็ยิ่งตื่นเต้น

    ooooooo

    เมื่อใกล้เวลางาน เจ๊ตุ่มกับนุชยืนมองเห็นคณะอื่นๆ เข็นอุปกรณ์การแสดงโชว์มากันมากมาย แต่ของตัวเองมีปรียาขนเสื้อผ้ามาแค่ 4 ชุด แต่ก็ยังพูดให้กำลังใจตัวเองว่า ของเราเป็นชุดแบบไทยๆ อย่างน้อยกรรมการต้องเห็นความตั้งใจของเราที่ส่งเสริมคุณค่าวัฒนธรรมไทย น่าจะได้คะแนนความคิดดี

    ปรียาได้ยินเจ๊จูนมาพูดเยาะเย้ยพวกเจ๊ตุ่มกับนุชว่านี่เป็นงานประกวดมิส เรนโบว์ควีนไม่ใช่ประกวดไก่กาเอามาแค่ 4 ชุดจะไหวหรือ ถ้าจะถอนตัวตอนนี้ก็ยังทันดีกว่าไปอับอายขายหน้าคนทั้งประเทศ

    "มันเป็นใคร พูดอย่างนี้กับคนอื่นได้ยังไง" ปรียาไม่พอใจ

    ส่วนแป้งตั้งหน้าตั้งตาฝึกซ้อมแล้วก็ต้องหงุดหงิดเมื่อนักรบมาเก็บภาพตอน ซ้อม เขาอ้างว่าตอนนี้ช่างกล้องไม่พอตนเลยต้องมาช่วยเก็บภาพ บอกแป้งให้ซ้อมต่อ ให้ทำตัวเป็นธรรมชาติเหมือนไม่มีกล้องถ่ายอยู่ แป้งไม่ยอมซ้อมต่อ ดักคอว่าเขาคิดจะเก็บภาพตอนตนทำอะไรทุเรศๆไปใส่ในรายการใช่ไหม ตนไม่เสียรู้เป็นตัวตลกให้เขาหรอก

    "ถ้าไม่ให้ถ่ายฉันก็ไม่ถ่าย เธอเอาเวลาที่ทะเลาะกับฉันนี่ไปซ้อมรำดีกว่านะ ถึงแม้โชว์ของเธอจะเกินเยียวยาแล้ว แต่ชีวิตคนเรามันก็ต้องมีความหวังใช่ไหม พยายามต่อไปนะ"

    แป้งถามว่าตนรำแย่ขนาดนั้นเลยหรือ นักรบย้อนถามว่าไม่รู้ตัวเลยหรือ ตนไม่อยากพูดให้เสียกำลังใจแต่เชื่อว่าโชว์ชุดนี้ไม่รอดแน่ พูดเหมือนอบรมว่า

    "นี่คือโทษของคนที่มั่นใจตัวเองมากเกินไป คนเราไม่ได้เก่งไปเสียทุกอย่างหรอกนะ หัดประมาณตัวเองบ้าง อะไรที่เกินความสามารถก็อย่าฝืนไปทำเพราะคนที่จะเจ็บตัวก็คือตัวเธอเอง"

    พอดีมีเสียงโทรศัพท์เข้า เป็นสายจากโสภาคุณแม่เขาเอง พอรู้ว่าพ่อกับแม่มาถึงพัทยาแล้ว เขาบอกว่าเดี๋ยวจะไปหาแล้วเขาก็เดินออกไปเลย แป้งยืนฮึดฮัดรู้สึกเสียหน้าอย่างแรง

    ooooooo

    โสภากับศักดิ์สิทธิ์ดั้นด้นมาถึงพัทยาเพราะโชติรสฟ้องไปว่านักรบกำลังติดใจ กะเทย ทั้งสองมาเพื่อปรามและย้ำให้เขาต้องสนใจเอาใจโชติรสให้มาก นักรบรับไม่ได้บอกพ่อกับแม่ว่า

    "ผมมาทำรายการเกี่ยวกับกะเทย จะไม่ให้ผมติดต่อพูดคุยกับพวกเขาได้ยังไง ถ้าคุณพ่อคุณแม่กลัวผมจะหลงไปชอบกะเทยละก็ ยกเลิกการร่วมหุ้นกับบริษัทคุณโรสสิครับ รับรองหมดปัญหาแน่ๆ ผมขอตัวไปทำงานต่อล่ะครับ"

    นักรบลุกไปเลย ทำเอาทั้งพ่อและแม่นั่งอึ้งพูดไม่ออก

    ไปถึงเวทีประกวด นักรบคุยงานกับต๊อดอย่างเคร่งครัดให้เก็บภาพให้หมดทุกคน ต๊อดก็ยังอดแซวเขาเรื่องแป้งไม่ได้อยู่ดี พอเห็นนักรบฉุนก็พูดเอาใจว่า น้องกะเทยคนนั้นตนยิ่งดูก็ยิ่งรู้สึกว่าน่ารัก นานๆจะเห็นกะเทยเหมือนทอมห้าวๆ แปลกดี

    ต๊อดเหลือบเห็นโสภากับศักดิ์สิทธิ์เดินมาถามแซวๆ ว่าขนาดเรียกคุณพ่อคุณแม่มาดูตัวกันเลยหรือ

    ปรากฏว่าศักดิ์สิทธิ์เห็นกะเทยที่เข้าประกวดแล้วชมว่าสวยกว่าผู้หญิงจริงๆ เสียอีก เลยโต้คารมกันระหว่างโสภากับศักดิ์สิทธิ์ โสภาดูถูกว่าพวกนี้ถ้าอยู่ในอินเดียต้องถือว่าเป็นพวกจัณฑาลน่ารังเกียจ สะอิดสะเอียน

    "แต่ฉันว่าคนที่น่าสะอิดสะเอียนยิ่งกว่ากะเทยก็คือคุณนะคะ คุณนาย" แป้งแทรกเข้ามาหน้าตาขึงขัง โสภาหันขวับตะคอกถามว่ากล้าพูดกับตนอย่างนี้ได้ไงรู้ไหมว่าตนเป็นใคร "ฉันไม่สนหรอกว่าคุณจะเป็นใคร แต่รู้ว่าคุณน่ะสูงอายุแล้ว น่าจะรู้จักคิดก่อนพูดนะคะ คนเรามันเลือกเกิดไม่ได้ พวกคุณ ควรจะรู้จักเคารพในสิทธิ์ของคนอื่น เพราะยังไงเขาก็เป็นคนเหมือนพวกคุณ" แป้งอบรมยาว

    โสภามองแป้งแต่หัวจดเท้าพูดเย้ยว่า "อ๋อ พวกเดียวกันนี่เอง"

    แป้งกับโสภายังโต้เถียงกันอย่างเผ็ดร้อน โสภาท้าว่าตนพูดอย่างนี้แล้วจะทำไม แป้งบอกว่าไม่ทำไมหรอกแค่ระดมกะเทยร่วมร้อยคนมาช่วยแจมด้วยตอนนั้นขอให้ คุณนายพูดเหมือนอย่างที่พูดเมื่อกี้ ดูซิว่าจะเอาชีวิตรอดกลับไปได้ไหม

    "ไปกันเถอะค่ะคุณ" โสภารีบคว้าแขนศักดิ์สิทธิ์เดินออกไป แป้งยิ้มสะใจ หันไปเห็นนักรบซุ่มดูอยู่ก็แยกเขี้ยวใส่ก่อนเดินเชิดไป

    ooooooo

    การซ้อมครั้งสุดท้ายเสร็จสิ้นแล้ว กุ๊กไก่นัดว่า "พรุ่งนี้พบกันตอนแปดโมงเช้า เราจะเริ่มรันทรูตอนเที่ยง งานของเราเปิดประตูทุ่มนึง และเริ่มงานตอนสองทุ่มตรง วันนี้ขอบคุณทุกคนมากนะคะ"

    เจ๊ตุ่มรีบมาเรียกแป้งไปซ้อมรำต่อ กุ๊กไก่บอกว่าอย่าเพิ่งไปเพราะทางรายการทีวีเขาขอสัมภาษณ์ปรางค์เพิ่ม ให้ปรางค์ไปที่ห้องสัมภาษณ์เลย

    เจ๊บ่นอย่างหงุดหงิดว่าแค่นี้ก็ซ้อมไม่ทันอยู่แล้วยังต้องสัมภาษณ์อีก นุชบอกให้รีบไปเลยจะได้กลับมาซ้อมรำเร็วๆ แป้งเดินไปเซ็งๆ เพราะเบื่อการสัมภาษณ์เต็มทีแล้ว

    เข้าไปในห้องสัมภาษณ์เจอต๊อดรออยู่ พอเจอหน้าก็บ่นว่าไม่น่ามาเสียเวลากับตนเลยเพราะไม่ว่าจะสัมภาษณ์กี่ครั้ง ก็ได้เท่าเดิม ตนพูดไม่เก่งไม่รู้จะพูดอะไรแล้วจริงๆ

    "แต่เราจำเป็นต้องสัมภาษณ์คุณใหม่จริงๆนะครับ คุณเป็นตัวเก็งอันดับต้นๆของการประกวด เราก็ต้องสัมภาษณ์คุณ ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้" ต๊อดพยายามชี้แจง แป้งเร่งว่างั้นเริ่มเลยจะได้จบๆไป ต๊อดบอกว่า "คุณคงไม่คุ้นเคยกับการสัมภาษณ์ เอาอย่างนี้นะครับ ผมจะให้คุณอยู่คนเดียว เดี๋ยวคุณพูดกับกล้องไปเลยเหมือนกับกล้องเป็นเพื่อนคุณ อยากพูดอะไรพูดไปได้เลย"

    แป้งบ่นว่าจะให้พูดอะไร ต๊อดแนะว่าเล่าความรู้สึกของวันนี้ว่ารู้สักยังไง เริ่มเลยดีไหม ต๊อดกดปุ่มเดินเครื่องแล้วออกไป แป้งยังนั่งเหวอๆคิดไม่ออกว่าจะพูดอะไร

    ครู่หนึ่งฮึดขึ้นมาปลุกใจตัวเองว่า เราต้องทำได้ แล้วตั้งหลักพูดกับกล้องตาแป๋วๆ

    "ความรู้สึกของปรางค์ในวันนี้เหรอคะ เหนื่อยมากค่ะ วันนี้ซ้อมหนักมากกว่าทุกวัน ปรางค์เคยคิดว่าถ้าเราตั้งใจทำอะไรจริงๆ มันจะต้องประสบความสำเร็จ แต่ดูเหมือนมันจะไม่เป็นอย่างนั้นแล้ว การประกวดครั้งนี้มันยากมากกว่าที่คิดไว้ แต่ปรางค์ก็จะสู้ไม่ถอยค่ะ เพราะการประกวดครั้งนี้เป็นการแข่งขันครั้งยิ่งใหญ่ของชีวิต"

    ปลุกใจตัวเองจนอารมณ์ขึ้นเผลอกำหมัดชกฝ่ามือตัวเองท่านักมวยเท่ๆแล้วพูดต่อ

    "ปรางค์จะต้องชนะให้ได้ ปรางค์ต้องการเงินรางวัล ไม่ใช่เพื่อตัวเองแต่เพื่อทุกคนในครอบครัว แล้วบางทีถ้าปรางค์ชนะ ครอบครัวของปรางค์อาจจะกลับมาอยู่กันพร้อมหน้า มีพ่อมีแม่มีปรางค์มี...มีทุกคน...ทุกคนที่ปรางค์รัก"

    พูดแล้วแป้งน้ำตาคลอด้วยความสะเทือนใจ นักรบดูที่จอมอนิเตอร์อยู่รู้สึกเห็นใจเธอมากขึ้น

    ooooooo

    พูดเสร็จแป้งเดินออกจากห้องสัมภาษณ์จะรีบไปห้องซ้อม นักรบตามมาเรียก

    "ปรางค์...ปรางค์" แป้งลืมตัวว่าตอนนี้ชื่อปรางค์เดินดุ่ยๆไป นักรบร้องถาม "นี่เธอจะไม่ยอมเจอหน้าฉันจริงๆเหรอ" แป้งจึงนึกได้หันกลับมาถามว่ามีอะไรหรือ นักรบพูดเสียงอ่อนโยนว่าโชว์พรุ่งนี้มีอะไรให้ช่วยไหม

    แป้งยังระแวงถามว่าจะมาทับถมอะไรตนอีก นักรบพูดเป็นการเป็นงานว่า คิดว่ารำไทยไม่เหมาะกับเธอควรคิดโชว์ใหม่ๆ ถามว่ามีความสามารถพิเศษอะไรบ้างหรือเปล่า

    "รับผักบุ้งลอยฟ้าไง คุณคิดว่าเอาไปโชว์บนเวทีประกวดได้หรือเปล่าล่ะ จะให้ฉันมาเปลี่ยนโชว์ตอนนี้มันจะเปลี่ยนทันที่ไหน คุณอยากจะให้ฉันตกรอบรึไง"

    นักรบใจเย็น หว่านล้อมแล้วแนะว่าเธอควรจะทำอะไรที่เป็นตัวเองมากกว่า ก็ยังถูกแป้งตีรวนจนเขาบ่นว่า

    "ฉันอุตส่าห์หวังดี ก็ตามใจเชิญขึ้นรำโชว์ให้ขายขี้หน้าคนไป คนอย่างเธอกล้าทำทุกอย่างเพื่อเงินอยู่แล้วนี่ เขาเรียกว่าอะไรดีนะ ด้านได้อายอดใช่ไหม แต่หัดอายไว้บ้างก็ยังดี ถ้ายังอยากเป็นผู้หญิงจริงๆละก็"

    แป้งโกรธจนลืมตัวชกหน้านักรบทันทีแต่เขาหลบทัน แป้งยกเท้าฟาดหลังอีกจนเขาหลังแอ่นแป้งจะตามซ้ำ แต่ถูกเขาจับตัวไว้ เธอสะบัดหลุดผลักเขาล้มเลยหงายไปด้วยกัน แป้งเกือบจูบปากนักรบ

    พอสลัดหลุดลุกกันขึ้นมาได้ นักรบจับมือแป้งไว้ไม่ให้อาละวาดบอกเธอว่าฝีมือขนาดนี้น่าไปเป็นสตันต์ดี กว่า เพราะท่าเตะต่อยของเธอสวยกว่าท่ารำแก้บนเยอะแยะ

    เหมือนจุดประกายวาบขึ้นในสมอง แป้งอุทาน "โชว์สตันต์ เหรอ...ขอบคุณนะ" ว่าแล้ววิ่งไปเลย

    หลังจากปรึกษากันอย่างหนักแล้ว...

    มีการเปลี่ยนโชว์กะทันหัน ต้องหาทั้งเพลงทั้งชุดเต้นแอโรบิกทั้งแดนเซอร์วิ่งหากันจนวุ่น กระนั้นเจ๊ตุ่มก็ยังสงสัยว่าจะเวิร์กแน่หรือ ยังไงก็ขอให้เลิศต้องเจิดก็แล้วกัน

    "เวิร์กแน่ๆค่ะน้าตุ่ม โชว์นี้แสดงความเป็นหนูจะไม่เจิดไม่เลิศได้ยังไง" แป้งมั่นใจมาก

    ooooooo

    เช้านี้นักรบหลบไปกินอาหารเช้าที่ตลาด ต๊อดถามว่าหลบหน้าใคร นักรบบอกว่าตอนนี้ไม่อยากเจอใครทั้งนั้น ถูกต๊อดแซวเรื่องแป้งอีกจนได้ เขาตัดบทว่าจะเป็นใครตนก็ไม่เอาทั้งนั้น

    ทันใดนั้น ขณะรถติดไฟแดงนักรบชะงักกึกเมื่อเห็น คัตเอาต์โฆษณาการแข่งขันชกมวยของแป้งตั้งตระหง่านอยู่ นักรบถามต๊อดว่านักมวยหญิงนั่นใช่ปรางค์หรือเปล่า ต๊อดเหลือบมองแป๊บเดียวบอกว่าไม่ใช่หรอก

    "หน้าเหมือนกันมากเลยนะ ปิยธิดา ศิษย์พงศ์ศักดิ์...ปิยธิดา ต้องใช่ปรางค์แน่ๆ"

    "ไม่ใช่หรอก แค่หน้าคล้ายกันเท่านั้นแหละ น้องปรางค์ เป็นกะเทยจะไปชกมวยกับผู้หญิงได้ยังไง มันผิดกฎ แล้วเขาชกกันวันนี้ไม่ใช่เหรอ วันนี้น้องปรางค์ต้องขึ้นเวทีประกวดจะไปชกมวยได้ยังไง แค่นี้ก็คิดไม่ได้ รถเริ่มไหลแล้ว" ต๊อดบ่นแล้วเคลื่อนรถตามคันหน้าไป

    นักรบยังหันไปถ่ายรูปจากคัตเอาต์เก็บไว้ หันมองคัตเอาต์อย่างคาใจ

    ooooooo

    ก่อนขึ้นชก ปรางค์ฝึกซ้อมอย่างหนักทั้งที่ยังชกได้ไม่ดีนัก แต่ทั้งประพันธ์และกระบี่ก็เชียร์ให้ฮึกเหิม พอซ้อมเสร็จประพันธ์เข้าไปนวดไหล่นวดคอให้ ชมเปาะว่า

    "วันนี้เก่งมากไอ้แป้ง ถ้าพรุ่งนี้แกชกให้ได้อย่างวันนี้รับรองแกต้องคว่ำคู่ต่อสู้ได้แน่ๆ ถ้าแกชนะละก็ พ่อจะเป็นเทรนเนอร์ให้แกถาวรเลยแล้วจะเทรนให้แกเป็นแชมป์มวยหญิงโลกให้ได้ ไอ้แป้งเอ๊ย...พ่อภูมิใจในตัวแกจริงๆ"

    ปรางค์ถามหยั่งเชิงว่าถ้าแม่ยังอยู่พ่อคิดว่าแม่จะภูมิใจด้วยไหม ประพันธ์หน้าตึงทันทีถามว่าจะไปพูดถึงคนตายแล้วทำไมเขาไปสบายแล้วไม่ได้มา รับรู้อะไรกับเราด้วยหรอก ปรางค์แย้งว่าถ้าแม่ไม่ได้ไปสบายล่ะถ้าแม่อยู่อย่างลำบากเหมือนเรา พ่อคิดจะไปหาแม่บ้างไหม

    "ไอ้แป้ง!" ประพันธ์ปราม

    "หนูไปสืบมาจนรู้แล้วว่าแม่ยังไม่ตาย ทำไมพ่อถึงบอกหนูว่าแม่ตายไปแล้วล่ะ พ่อเกลียดแม่มากเลยเหรอจ๊ะ"

    "พ่อไม่ได้เกลียดแม่แก แต่แม่แกสิเกลียดพ่อซะยิ่งกว่าอะไร ไอ้ที่พ่อบอกแกว่าแม่ตายไปแล้ว แม่แกนั่นแหละเป็นคนบังคับพ่อให้บอกอย่างนี้ เขาให้พ่อสัญญาว่าจะไม่ตามหาเขา ชาตินี้ทั้งชาติไม่ต้องเจอกันอีก แล้วจะให้พ่อทำยังไงวะ เลิกพูดเรื่องนี้เถอะ พ่อตั้งใจไว้แล้วว่าพ่อจะไม่เจอแม่แกอีกตลอดชีวิตเหมือนกัน!"

    ปรางค์พูดไม่ออก ได้แต่มองหน้าพ่ออย่างเห็นใจ

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    พฤษภา-ธันวา รักแท้แค่เกิดก่อน ตอนจบ รวมพลังทำภารกิจช่วย "ตั้ม" คว้าชัยอีกครั้ง

    พฤษภา-ธันวา รักแท้แค่เกิดก่อน ตอนจบ รวมพลังทำภารกิจช่วย "ตั้ม" คว้าชัยอีกครั้ง
    27 ต.ค. 2564

    06:45 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 27 ตุลาคม 2564 เวลา 09:48 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์