นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    แฝดนะยะ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    แป้งเห็นท่าทีเมินเฉยเหินห่างเย็นชาของนักรบก็แปลกใจไม่สบายใจ ตามไปถามว่ามีปัญหาอะไรกับตนหรือถ้ามีก็บอกกันตรงๆ นักรบตอบสั้นๆว่า "ไม่มีอะไรนี่"

    "คุณคงไม่เชื่อเพื่อนคุณหรอกใช่ไหม ที่ฉันมาหาคุณเมื่อวันก่อนเพราะฉันจำเป็นต้องหางานทำจริงๆ ฉันไม่เคยคิดจะตามตื๊อคุณหรือคิดอะไรกับคุณ คุณไม่ต้องกลัวไปหรอก ฉันรู้ดีว่าฉันเป็นใครแล้วคุณเป็นใคร"

    แป้งต้องการพูดให้เขารู้ว่าเราฐานะแตกต่างกัน แต่นักรบกลับคิดไปว่าเธอเป็นกะเทยและเขาเป็นชายแท้ บอกเธอว่าตนไม่ได้คิดรังเกียจหรือดูถูกอะไรเธอหรอก เพียงแต่ตอนนี้ยังตั้งตัวไม่ติด เรื่องแบบนี้เธอก็รู้ว่าต้องใช้เวลาปรับตัวหน่อย

    แป้งนึกน้อยใจบอกว่าถ้าลำบากนักก็ไม่ต้องเป็นเพื่อนกัน เจอเขาคราวหน้าก็จะไม่ทักไม่คุยด้วย เขาจะได้ไม่ต้องคอยหลบหน้า สบายใจกันทั้งสองฝ่าย พูดแล้วแป้งหันหลังเดินไป นักรบรีบดึงแขนไว้

    "เดี๋ยวซิ เธอต้องเข้าใจนะ ตอนแรกๆฉันคิดว่าเธอเป็นผู้หญิง แล้วอยู่ๆมารู้ว่าเธอเป็น...เป็นสาวประเภทสองอย่างนี้แล้วจะให้ฉันรับได้ ทันทีเลยเหรอ"

    แป้งเพิ่งเข้าใจเดี๋ยวนี้เองว่าที่แท้เขาคิดว่าตนเป็นปรางค์ แต่พอจะเอ่ยปากถาม โชติรสที่ตามมาคุมนักรบก็แทรกเข้ามา เธอหางตาใส่แป้งถามว่านี่ใคร

    นักรบแนะนำชื่อเต็มๆว่า "คุณปรางค์ธิดา" โชติรสถามอีกว่าแล้วเป็นใครเพราะเธอนึกหึงคิดว่านักรบคบกับผู้หญิง แต่พอนักรบบอกว่าปรางค์ร่วมประกวดมิสเรนโบว์ควีน เธอก็ยิ้มพูดดูถูกว่า

    "เป็นกะเทยที่เข้าประกวด ขอโทษนะคุณ ถึงคุณจะมาประจบประแจงโปรดิวเซอร์ของฉันแค่ไหน ก็ไม่ได้ทำให้คุณ ได้คะแนนเพิ่มหรอกนะ ไปแต่งหน้าแต่งตัวให้ดูมีคลาสกว่านี้ น่าจะช่วยได้มากกว่า" แล้วหันไปดึงแขนนักรบ "พี่รบคะทีมงานมากันแล้ว เชิญประชุมค่ะ"

    พอนักรบเดินไปกับโชติรสแล้ว แป้งบอกกับตัวเองว่า "ฉันเป็นกะเทยเต็มตัวไปแล้ว"

    ooooooo

    แล้วจู่ๆเอื้อมก็รู้ความลับสุดยอดของเจ๊จูนกับ ข้าวฟ่างที่เดินคุยกันมาแล้วเธอแอบฟัง

    เอื้อมตกใจเมื่อรู้ว่าเจ๊จูนเป็นคนเอาน้ำกรดใส่เข้าไปในเครื่องสำอางของ ปรางค์ ทำจนปรางค์หน้าเยินไปหมด เจ๊บอกว่าแม้จะเป็นน้ำกรดอ่อนๆ แต่ปรางค์ก็ต้องหน้าเยินไปเป็นเดือนแน่ๆ เพราะคืนนั้นตนเห็นพวกเจ๊ตุ่มรีบขับรถออกไปทั้งแก๊งกลางดึก

    พอพูดถึงตรงนี้ เจ๊จูนก็ฉุกคิดขึ้นได้ว่าปรางค์อาจจะอยู่ที่โรงพยาบาล ลากข้าวฟ่างรีบไปดูให้เห็นกับตา

    เอื้อมตกใจมากเพราะถ้าเจ๊จูนไปที่โรงพยาบาลต้องเจอปรางค์แน่ๆ พยายามโทร.หาเจ๊ตุ่ม เจ๊ก็มัวจ๊ะจ๋าอยู่กับนักข่าวสายไม่ว่าง

    โชคดีจริงๆที่กระบี่ขี่มอเตอร์ไซค์มาที่โรงแรมพอดี เอื้อมเคยเจอกับกระบี่เมื่อวานนี้แล้วเลยขอให้กระบี่พาไปที่โรงพยาบาล พอขึ้นรถได้ก็บอกกระบี่ให้ซิ่งเลย

    เจ๊ตุ่มคุยกับนักข่าวเสร็จก็มีสายจากปรียาเข้ามา ปรียาถามว่าเอาปรางค์ไปประกวดอะไร เจ๊หัวใจแทบหยุดเต้น โยนกลองให้นุชเป็นคนตอบ นุชไม่รับเพราะเจ๊เป็นคนส่งปรางค์เข้าประกวดเอง

    "พวกแกจะเกี่ยงกันอีกนานไหม  ไหนอธิบายมาซิว่าไอ้ป้างไปประกวดกะเทยได้ยังไง ใครเป็นคนอนุญาต"

    เจ๊ตุ่มรีบขอโทษอ้างว่าเป็นเรื่องกะทันหันตนเลยไม่มีโอกาสบอกก่อน นุชก็ขอร้องพี่สาวว่าอย่าห้ามปรางค์เลยเพราะ ตอนนี้ปรางค์ผ่านมาถึงรอบตัดสินแล้ว ถ้าชนะได้มงกุฎแล้วยังได้เงินอีกเป็นล้าน

    "มันจะชนะได้เงินกี่แสนกี่ล้าน ฉันไม่สน ฉันจะไม่ยอมให้มันประกวดเด็ดขาด รู้ไปถึงไหนก็อายเขาไปถึงนั่น มันจะเป็นกะเทยก็เป็นไป แล้วทำไมต้องไปประกวดประจานตัวเองด้วย ตอนนี้ลูกฉันอยู่ไหน"

    เจ๊ตุ่มหลุดปากถามไปว่าลูกคนไหน นุชรีบเอามือปิดปากเจ๊ตอบปรียาว่ากำลังซ้อมเดินอยู่บนเวที ปรียาโมโหมากบอกให้ปรางค์เลิกประกวดแล้วกลับบ้านเดี๋ยวนี้ไม่งั้นก็ไม่ต้อง กลับมาอีกเลย

    ปรียาวางหูไปแล้ว เจ๊ตุ่มกับนุชมองหน้ากันคอตก โลกนี้ใจร้ายจังสร้างปัญหาให้ไม่หยุดหย่อน

    ooooooo

    เจ๊จูนกับข้าวฟ่างรีบไปโรงพยาบาลโทร.เช็กจนรู้ว่าปรางค์อยู่ห้อง 303

    ส่วนเอื้อมเร่งกระบี่ให้ไปเร็วๆ พอถึงโรงพยาบาลก็แจ้งเจ้าหน้าที่ว่าจะมารับคนไข้ห้อง 303 กลับบ้าน เจ้าหน้าที่เห็นว่าหมออนุญาตแล้วบอกให้ไปจ่ายค่าโรงพยาบาลและรับยาก่อน

    เจอตรงนี้เข้าเอื้อมก็มึน ตัดสินใจไปรับปรางค์ออกจากโรงพยาบาลไปเลย กระบี่เห็นหน้าปรางค์เป็นผื่นก็ถามอย่างสงสัยว่าหน้าไปโดนอะไรมาเมื่อวานยัง ดีๆอยู่เลย

    ปรางค์ยังงงๆ  ถามเอื้อมว่าจะรับไปไหน  กลับบ้านที่กรุงเทพฯหรือ บอกเอื้อมว่ายังกลับไม่ได้กลัวแม่รู้ เอื้อมเห็นกระบี่ฟังอยู่เลยพูดกลบเกลื่อนเสียงดังว่า

    "แกกลัวพ่อเห็นหน้าแกแล้วตกใจเหรอ แกก็บอกพ่อไปซิว่าแกไม่ได้เป็นอะไรมาก อีกไม่กี่วันก็หาย" แล้วถามกระบี่ว่ารถยางแบนหรือสงสัยทับตะปู หลอกให้กระบี่ไปดูรถแล้วรีบบอกปรางค์อย่างเร็วว่า

    "นังจูนกำลังตามล่าหาตัวแกอยู่ ตอนนี้แกต้องไปซ่อนตัวที่บ้านพ่อแกสักระยะ แล้วฉันจะติดต่อแกทีหลัง เข้าใจไหม"

    ปรางค์ถามว่าแล้วตนจะไปยังไง ก็พอดีกระบี่เดินมาบอกว่ายางรถไม่ได้เป็นอะไรถามว่าตกลงจะกลับบ้านเลยใช่ไหม งั้นขึ้นรถเลย ปรางค์ค่อยๆขึ้นซ้อนนั่งไขว้ เอื้อมพยายามบอกให้นั่งคร่อมปรางค์จึงเปลี่ยนท่า กระบี่มองอย่างสงสัยแล้วออกรถไปอย่างรวดเร็ว ปรางค์กอดเอวกระบี่ไว้แน่นหลับตาปี๋อย่างหวาดเสียว

    ooooooo

    ปรากฏว่าเจ๊จูนกับข้าวฟ่างเข้าไปในห้องพบแต่ความว่างเปล่า ลงมาถามเจ้าหน้าที่ว่าคนไข้หายไปไหน พยายามอ้างว่าตนเป็นเพื่อนสนิทเป็นห่วง แต่เจ้าหน้าที่รักษากฎของโรงพยาบาลอย่างเคร่งครัดไม่ยอมบอก

    เจ๊จูนฉุนขาด ตะกายคร่อมเคาน์เตอร์ไปชะโงกดูและกดคอมพิวเตอร์เช็กข้อมูล เจ้าหน้าที่ตกใจถามว่าจะทำอะไร

    เจ๊ไม่ทันตั้งหลัก ก็ถูก รปภ.สองคนวิ่งเข้ามาลากออกไปทิ้งนอกโรงพยาบาล เจ๊ยังโวยวายว่าตนต้องรู้ความจริงให้ได้

    ส่วนปรางค์ กระบี่พาไปที่บ้านส่งให้ประพันธ์เรียบร้อยแล้ว กระบี่มองปรางค์อย่างสงสัยบอกให้เล่าความจริงมาเลยว่าไปทำงานอะไรที่โรงแรม แล้วผู้หญิงที่ชื่อเอื้อมเป็นใคร รู้จักสนิทสนมกันตั้งแต่เมื่อไหร่เล่ามาให้หมด ปรางค์ยังไม่ทันตอบกระบี่ก็ถามอีกว่า แล้วมีบ้านที่กรุงเทพฯด้วยหรือ

    "ไอ้แป้ง!" เสียงประพันธ์ร้องทักอย่างดีใจ พอเข้ามาดูใกล้ๆถามว่าหน้าไปโดนอะไรมา พอปรางค์บอกว่าแพ้เครื่องสำอาง ประพันธ์ร้อง "เฮ้ย! แกหัดแต่งหน้าตั้งแต่เมื่อไหร่วะ"

    ปรางค์ปดว่าตนทำงานพิเศษ...แล้วนึกไม่ออกหันไปขอความช่วยเหลือจากกระบี่ เจ้านั่นก็เป็นปี่เป็นขลุ่ยทันทีว่า

    "ไอ้แป้งมันไปเล่นเป็นตัวประกอบหนังโฆษณามาน่ะน้าพัน มันก็เลยต้องแต่งหน้า"

    ประพันธ์รำพึงรำพันอย่างเสียใจว่าเป็นเพราะพ่อแท้ๆลูกถึงต้องไปชกมวยแล้วยัง ต้องทำงานอื่นอีกเหนื่อยแย่ ชวนรีบเข้าบ้านเดี๋ยวจะหาอะไรให้กิน หรือจะนอนพักผ่อนก่อน มองสำรวจแล้วบ่น

    "ดูซิ หายไปวันเดียว ผอมไปเป็นกอง จับไปมีแต่กระดูก กล้ามแกหายไปไหนหมดวะ"

    ปรางค์ฟังแล้วแอบถามตัวเอง "ฉัน...ฉันชกมวยด้วยเหรอ..."

    ประพันธ์โอบไหล่พาปรางค์เข้าบ้าน กระบี่ยังมองตามไปอย่างสงสัย

    ooooooo

    เอื้อมกลับมาเล่าเรื่องที่ได้ยินเจ๊จูนคุยกับข้าวฟ่างให้เจ๊ตุ่มกับนุชฟัง เจ๊ฉุนขาดบอกว่าจะไปแจ้งตำรวจจับเข้าคุกเพราะทำให้ปรางค์เสียโฉม พูดอย่างแค้นจัดว่า

    "ฉันไม่เอามันไว้แน่ ไปแป้ง เธอเป็นแชมป์มวยหญิงใช่ไหมไป ไปรุมกระทืบมันกันแล้วค่อยส่งมันเข้าคุก" เจ๊ตุ่มฉุดแขนแป้งให้ไปด้วยกัน แต่ถูกนุชฉุดไว้เตือนสติว่า

    "แกไปแจ้งตำรวจไม่ได้นะ ถ้าเรื่องถึงตำรวจ ทุกคนก็ต้องรู้ว่านังปรางค์ถูกน้ำกรดเสียโฉมก็ต้องถอนตัวจากการประกวดน่ะซิ ตอนนี้เรื่องที่สำคัญที่สุดต้องระวังอย่าให้นังจูนสงสัยได้ว่าแป้งเป็น ปรางค์ตัวปลอม"

    เอื้อมบอกว่าไม่ต้องห่วง เพราะถ้าเจ๊จูนตามปรางค์ไม่เจอก็หาหลักฐานไม่ได้ แป้งถามว่าแล้วเอาปรางค์ไปซ่อนที่ไหน เอื้อมบอกว่า "ก็ไปซ่อนที่บ้านเธอไง"

    แป้งตกใจกลัวพ่อจับได้ เจ๊ตุ่มก็ตำหนิว่าทำไมไม่พาไปซ่อนที่อื่นเดี๋ยวความแตกก็เกิดเรื่องยุ่งยาก ขึ้นอีก เอื้อมบอกว่าตอนนั้นตนคิดไม่ออกเพราะถ้าไม่พาปรางค์ไปที่นั่นก็ต้องถูกจับ ได้ นุชเลยชมว่าคิดถูกทำดีแล้ว

    "ตอนนี้พ่อกับพี่ปรางค์เป็นไงบ้างก็ไม่รู้" แป้งกังวล นุชเชื่อว่าประพันธ์คงจับไม่ได้หรอก ใครจะไปคิดว่าลูกชายจะกลายมาเป็นลูกสาวไปได้ แป้งไม่สบายใจบอกว่าตนจะกลับบ้าน และให้พวกเจ๊ตุ่มไปรับปรางค์กลับกรุงเทพฯ เรื่องจะได้จบเสียที

    เจ๊ตุ่มไม่ยอมให้ไปอ้างว่าแป้งยังทำงานให้ไม่ครบยี่สิบสี่ชั่วโมง แป้งรับปากว่าจะหาเงินมาคืนให้แล้วไปเปิดประตูจะออกไป

    แป้งชะงัก  เห็นหญิงแปลกหน้าคนหนึ่งมายืนอยู่ตรงประตูและกำลังยกมือจะเคาะประตูพอดี ส่วนเจ๊ตุ่มกับนุช และเอื้อมที่มองตามแป้งมา ต่างพากันหน้าเหวอ อ้าปากจะพูดก็พูดไม่ออก

    "มาหาใครหรือคะคุณน้า" แป้งถาม

    ปรียานั่นเอง เธอมองแป้งอึ้งไปอึดใจ เจ๊ตุ่ม นุช และเอื้อมถลาเข้ามาประกบแป้งไว้ นุชพยายามจะชี้แจง ถูกปรียาขัดขึ้นว่า

    "ไม่ต้องมาทำตลกเลยไอ้ป้าง ท่าทางจะมีความสุขมากเลยนะ ไม่ได้รู้สึกสำนึกสักนิดว่าทำอะไรลงไป แกกล้าโกหกฉัน หนีมาประกวดกะเทยที่นี่ได้ยังไง แกยังเห็นฉันเป็นแม่อยู่รึเปล่า"

    "แม่..." แป้งอุทาน ไม่คิดไม่ฝันว่าชีวิตนี้จะได้เจอแม่...

    ooooooo

    เมื่อเข้าไปในห้องพัก ปรียาจ้องหน้าเจ๊ตุ่มกับนุชถามอย่างดุดันว่าตกลงไม่มีใครตอบใช่ไหมว่าใครเป็นต้นคิดส่งป้างเข้าประกวดกะเทย  เจ๊ตุ่มกับนุชโยนกลองให้กัน

    "พวกแกคิดอะไรของแก ไอ้ป้างมันเป็นตัวตลกให้คนหัวเราะเยาะไม่พอรึไงถึงได้ยุยงส่งเสริมให้มันมาประกวดกะเทยอะไรนี่อีก ยังไงฉันก็ไม่ให้มันประกวด"

    เจ๊ตุ่มกับนุชพยายามอ้อนวอนว่าปรางค์ก้าวมาไกลแล้วและถ้าได้เป็นนางงามกะเทยจริงๆปรียาก็ไม่ต้องมานั่งเย็บผ้าหลังขดหลังแข็ง ปรางค์เองก็จะได้มีเงินไปเปิดร้านเสื้อตามความฝัน นุชย้ำว่า

    "นังปรางค์มันเข้าประกวดไม่ใช่เพราะอยากเด่น

    อยากดัง แต่นี่มันเป็นทางเดียวที่จะทำให้ชีวิตทุกคนดีขึ้น มันทำเพื่อพี่นะ พี่ปรี..."

    "แต่ฉันไม่ต้องการ ฉันไม่ต้องการให้ลูกของฉันไปเดินโชว์ตัวอวดความเป็นกะเทยต่อหน้าคนทั่วประเทศ มันมีแต่ทำให้คนยิ่งดูถูกเหยียดหยาม" ปรียาหันจ้องหน้าแป้งชี้ให้เห็นว่า "แกก็เห็นแล้วนี่ ชีวิตของคนพวกนี้มันต้องลำบาก ขนาดไหน มันไม่ได้สวยหรูอย่างที่แกคิด ไอ้ป้าง แกจะต้องถอนตัวจากการประกวด"

    "คือ...คือเรื่องนี้คงต้องแล้วแต่น้าตุ่มกับน้านุช" แป้งอึกอัก

    "แกไม่ฟังฉันแล้วใช่ไหม ฉันผิดเองที่ไม่มีปัญญาส่งเสียให้แกเรียนสูงๆ แกไม่มีอนาคตก็เพราะฉัน ถ้าแกคิดว่าการประกวดกะเทยจะทำให้ชีวิตแกดีขึ้น แกจะไม่เชื่อฟังฉันก็ตามใจ  แต่ต่อไปไม่ต้องมาเรียกฉันว่าแม่ ฉันไม่มีลูกอย่างแก!"

    "แม่..." แป้งคราง มองตามปรียาที่หันหลังเดินออกไปแล้วลุกขึ้นรีบตามไปทันที

    ooooooo

    แป้งเดินตามไปง้อแม่ถามว่าเรื่องแค่นี้ถึงกับจะตัดแม่ตัดลูกกันเลยหรือ ปรียาหันมาแว้ดใส่ว่ารู้ไหมว่าตอนนี้คนรู้กันหมดแล้วว่าตนมีลูกเป็นกะเทย ทั้งเพื่อนทั้งญาติโยมโทร.ถามกันไม่ได้หยุด ย้ำว่า "นี่ถ้าพ่อแกรู้เข้าอีกคน ฉันจะทำยังไง มันต้องหัวเราะเยาะฉัน มันต้องหาว่าฉันเลี้ยงลูกไม่เป็น และที่สำคัญมันจะต้องรังเกียจแก ไม่รับแกเป็นลูก"

    สุดท้ายปรียาบอกว่าถ้าอยากได้เงินตนจะดิ้นรนหาให้ ขออย่างเดียวอย่าประกวดต่อเลย อย่าให้พ่อรู้เด็ดขาด

    "หนูต้องประกวดจ้ะแม่ แม่ไม่ต้องห่วงเรื่องพ่อหรอก พ่อเขาเป็นผู้ชายเขาไม่มาสนใจการประกวดกะเทยหรอก แล้วที่หนูตัดสินใจประกวดก็เพราะหนูรู้แล้วว่าเป้าหมายชีวิตของหนูคืออะไร"

    "ฉันไม่ยอมให้แกประกวด!" ปรียายื่นคำขาด

    "แม่...หนูขอร้องล่ะ หนูไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง หนูทำเพื่อครอบครัวของเรา นะแม่นะ" แป้งคุกเข่าลงกราบแทบเท้าปรียาน้ำตาไหล "หนูขอร้องล่ะจ้ะแม่ แม่ให้หนูประกวดต่อเถอะนะจ๊ะ"

    ปรียาเห็นลูกก้มกราบเท้าเป็นครั้งแรกก็นิ่งอึ้ง คิดหนัก

    ส่วนเจ๊ตุ่ม นุช และเอื้อมพากันสุมหัววิตกหนักว่าจะแก้ ปัญหาอย่างไรดี ถ้าถอนตัวตอนนี้ต้องโดนปรับเป็นแสนเลยทีเดียว

    ขณะที่ทุกคนกำลังมืดแปดด้านหน้าดำคร่ำเครียดกันนั้น แป้งกับปรียาก็เดินเข้ามาในห้อง ทุกคนดีใจเมื่อเห็นสีหน้าปรียาไม่เครียดเหมือนเดิม

    "ฉันตัดสินใจใหม่แล้ว ฉันจะยอมให้ไอ้ป้างประกวดต่อไป แต่ทุกคนต้องรับปากฉันนะว่าจะดูแลไอ้ป้างดีๆ อย่าให้มันทำอะไรนอกลู่นอกทางเป็นอันขาด"

    "หนูสัญญาแล้วไงแม่ หนูจะทำตัวดีๆไม่ทำอะไรให้แม่ ต้องอับอายขายหน้าอย่างแน่นอน"

    เมื่อตกลงดังนี้แล้ว แป้งเสนอเจ๊ตุ่มให้มาตกลงเรื่องรายละเอียดกันใหม่คือเรื่องเงินรางวัลจะแบ่งกันอย่างไร เจ๊ตุ่มยกเอาข้อตกลงเดิมมาบอกว่าสี่สิบหกสิบ คือพวกตนหกสิบและแป้งได้สี่สิบ

    แป้งไม่ยอมต้องแบ่งเป็นตนเจ็ดสิบอีกสามสิบให้เจ๊ตุ่มกับนุชไปแบ่งกันเอง นุชทำท่าจะไม่ยอม แป้งเลยแจงรายละเอียดว่า

    "ก็หนูจะต้องแบ่งให้พ่อกับแม่ด้วย แล้วอีกส่วนก็ต้องให้พี่ปรางค์เปิดร้านเสื้อ พวกน้าเป็นคนบอกแม่ไม่ใช่เหรอว่า การประกวดครั้งนี้จะทำให้ชีวิตทุกคนดีขึ้น ถ้ารับเงื่อนไขนี้ไม่ได้ น้าๆก็ไปหาคนอื่นประกวดแทนก็แล้วกัน" พูดแล้วแป้งเดินผละไปอย่างถือไพ่เหนือกว่า

    เจ๊ตุ่มบ่นว่าหลานนุชคนนี้เขี้ยวลากดินจริงๆ นุชถามว่าแล้วจะเอายังไง

    "กระโจนขึ้นหลังเสือแล้วจะลงมาได้ยังไงล่ะ" เจ๊ตุ่มตกกระไดพลอยโจนหน้างอหงิกแล้วรีบตามแป้งไป ตะโกนบอกว่าตกลงจ้ะ...ตกลง

    ooooooo

    ส่วนปรางค์อยู่ที่บ้านแป้ง ประพันธ์เซ้าซี้ให้กินข้าวเยอะๆเคยกินทีละสองจานสามจานทำไมวันนี้ตักแค่ จานเดียว พลางเลื่อนขาหมูมันย่องไปตรงหน้า บอกให้กินเยอะๆจะได้มีแรงซ้อม ทั้งยังจะไปช่วยซ้อมให้เองด้วย รับรองว่าถ้าตนเป็นเทรนเนอร์ให้แป้งต้องชนะแน่ๆ

    ปรางค์ฟังเรื่องการชกมวยแล้วก็สยอง แต่เมื่อทั้งพ่อและกระบี่ลุ้นกันเต็มที่ก็ผสมโรงไปฝืนๆ

    แต่กระบี่ยังติดใจสงสัย รู้สึกว่าแป้งหายไปและกลับมาคราวนี้ท่าทางแปลกๆ คาดคั้นว่าตกลงงานที่ไปทำเป็นงานอะไร ปรางค์หาทางเอาตัวรอด ทำเป็นพูดตัดพ้อต่อว่ากระบี่ว่า

    "ถ้าแกเป็นเพื่อนฉันจริงๆแกก็ไม่จำเป็นต้องถามอะไรฉัน แกต้องเข้าใจฉันสิ ชีวิตฉันเหมือนใครที่ไหน บางครั้งฉันก็ไม่อยากเป็นตัวเอง แต่ยังไงฉันก็ต้องกลับไปเป็นแป้งตามเดิมแน่ๆไม่ต้องห่วงหรอก" พูดแล้วปรางค์ลุกไปก่อนที่กระบี่จะถามเซ้าซี้อะไรมากกว่านี้

    "มันพูดอะไรของมัน...?" กระบี่ยิ่งฟังก็ยิ่งงง

    ooooooo

    ที่ห้องสัมภาษณ์ในโรงแรมที่พัทยา นักรบกับต๊อดเริ่มสัมภาษณ์พวกที่เข้าประกวดแล้ว คนแรกคือข้าวฟ่าง

    พอต๊อดเริ่มคำถามแรกเท่านั้น ข้าวฟ่างก็เริ่มเล่นละครทันที เล่าถึงประวัติตัวเองด้วยเสียงสะอื้นว่าพ่อไม่ยอมให้ตนเป็นผู้หญิงจนไล่ตนออกจากบ้าน จากนั้นตนก็ไปหาแม่ที่ฝรั่งเศส พอถูกต๊อดขัดคอว่าที่เขียนในประวัติคุณแม่อยู่อิตาลีไม่ใช่หรือ ข้าวฟ่างก็ลื่นไหลไปได้ไร้พิรุธว่าทีแรกแม่อยู่เมเปิ้ลต่อมาย้ายมาอยู่ฝรั่งเศส

    เธอเล่ายืดยาวมากว่าไปอยู่ฝรั่งเศสแล้วไปเป็นนักโบราณคดีที่อียิปต์  อีกกระทั่งลองเข้าไปนอนในโลงศพของฟาโรห์

    "ขอบคุณมากครับวันนี้พอแค่นี้ก่อน" นักรบเบรกเพราะขืนให้เล่าต่อคงไปถึงโลกพระจันทร์แน่ๆ

    คนต่อไปคือปรางค์...

    แป้งเดินห้าวๆเข้าไปนั่งแหมะตรงหน้าต๊อดกับนักรบ เอื้อมต้องเข้าไปจัดท่าให้นั่งหนีบๆ แป้งมองผ่านกล้องไปทางนักรบ นักรบสบตาแป้งแล้วทำเป็นอ่านสคริปต์ไม่รู้ไม่ชี้

    เจ๊จูนกับข้าวฟ่างเดินออกไปแล้วนึกได้หันกลับไปชวนเข้าไปจับผิดปรางค์ เพราะถ้าเป็นตัวปลอมจะต้องมีอะไรหลุดออกมาแน่ๆ

    นักรบเป็นคนสัมภาษณ์แป้งเอง ให้เธอแนะนำประวัติตัวเอง หลังจากบอกพื้นเพตัวเองผิดๆถูกๆแต่ก็กลบเกลื่อนปัญหาได้ ครั้นถูกถามถึงเหตุผลการเข้าประกวด แป้งตอบเสียงดังฟังชัดว่า

    "ก็อยากได้เงินรางวัลน่ะซิคะ เงินตั้งล้านนึงใครๆก็อยากได้ใช่ไหมล่ะ"

    "แล้วตำแหน่งมิสเรนโบว์ควีนล่ะ ไม่มีความสำคัญอะไรกับคุณเลยเหรอ ตำแหน่งนี้เป็นบันไดก้าวแรกที่จะทำให้คุณได้เข้าวงการบันเทิง" นักรบถามอย่างพอใจที่แป้งตอบตรงไปตรงมาดี

    "ไม่ล่ะค่ะ ถึงฉันจะชนะได้ตำแหน่งมิสเรนโบว์ควีน ฉันก็จะกลับไปใช้ชีวิตอย่างที่ฉันเคยเป็น..."

    "กลับไปช่วยคุณพ่อขายข้าวต้มหรือครับ" นักรบดักคอ

    แป้งนิ่งไม่ตอบเพราะตอบไม่ได้เดี๋ยวความลับแตก เอื้อมเห็นท่าไม่ดีเลยรีบแทรกเข้าไปต่อว่านักรบว่าถามอะไรตอบยากจังขอให้ถามอะไรง่ายๆหน่อยดีไหมอย่างเช่น เวลาว่างๆน้องปรางค์ชอบทำอะไร

    แป้งตอบไปเลยว่า "ปรางค์ไม่ค่อยมีเวลาว่างหรอกค่ะแต่ถ้าว่างก็ชอบไปซ้อมชกมวยค่ะ"

    เอื้อมตบหน้าผากตัวเองที่พยายามจะช่วยกู้สถานการณ์ แต่ช่วยอะไรไม่ได้เลย ส่วนนักรบนั่งมองแป้ง ยิ่งดูยิ่งไม่เหมือนคนที่จะมาประกวดนางงามเลยสักนิดเดียว

    ส่วนเจ๊จูนกับข้าวฟ่างที่ยืนดูอยู่ห่างๆ บอกกันว่าต้องไม่ใช่ปรางค์แน่ๆ ถึงหน้าจะเหมือนแต่รู้สึกว่าไม่ใช่

    พอดีโชติรสเข้ามา เจ๊จูนรีบเข้าไปแหลแล้วยุว่าเด็กนั่น ไม่รู้เส้นใหญ่มาจากไหนเห็นนักรบสัมภาษณ์อยู่เป็นชั่วโมงแล้ว ข้าวฟ่างแย้งว่าเพิ่งสัมภาษณ์ไปไม่กี่นาทีเอง ก็ถูกเจ๊เหยียบเท้าบี้ให้หุบปาก แล้วเป่าหูยุยงว่าสงสัยเด็กนั่นจะสนิทสนมกับโปรดิวเซอร์เป็นการส่วนตัวถึงได้รับสิทธิพิเศษมากกว่าคนอื่น

    เป็นเรื่องทันที โชติรสเข้าไปขัดจังหวะบอกว่าสัมภาษณ์ แค่นี้พอแล้ว ไล่แป้งว่าวันนี้จบแค่นี้ออกไปได้ นักรบโมโหที่โชติรสมาก้าวก่ายงานของตน บอกเธอว่าถ้าคราวหน้าทำอย่างนี้อีกก็ไปหาโปรดิวเซอร์ใหม่ได้แล้ว

    "ตอนนี้พี่รบไม่มีสิทธิ์จะเรียกร้องอะไรนะคะ นอกจากทำงานตามที่โรสขอร้องให้ทำ อย่าลืมนะคะ คุณพ่อพี่รบยังไม่ได้จ่ายค่าหุ้นกับทางบริษัท ฉะนั้น ตำแหน่งของพี่รบก็ยังเป็นลูกจ้างของซีซีแชนแนลอยู่" เห็นนักรบอึ้งไปอย่างโกรธจัดที่ต้องตกอยู่ในภาวะจำยอม โชติรสตอกย้ำอย่างเป็นต่อว่า "แล้วก็ยังเป็นลูกจ้างที่ลาออกไม่ได้เสียด้วยซิคะ"

    เข้ามาทำวงแตกแล้วก็เดินออกไป นักรบได้แต่นั่งหน้าเครียด ถึงจะโกรธอย่างไรก็ทำอะไรเธอไม่ได้

    ooooooo

    เมื่อตกลงกันได้แล้ว ปรียาต้องค้างที่พัทยาหนึ่งคืน เจ๊ตุ่มกับนุชพาปรียาไปหาซื้อเสื้อผ้าเปลี่ยน  ทั้งสองพยายามชวนปรียาให้อยู่ที่นี่จนกว่าการประกวดจะเสร็จเพื่อเป็นกำลังใจให้ปรางค์ ปรียาสะดุดใจติงว่าพูดเหมือนตนจะไม่ได้พบปรางค์อีกแล้วอย่างนั้นแหละ

    "เปล่าจ้ะเปล่า หนูหมายความว่า พี่กับปรางค์ไม่ได้เจอกันนาน ปรางค์มันก็คิดถึงอยากอยู่กับแม่นานๆ ก็มันมีแม่อยู่ คนเดียวนี่นา นี่ถ้ามันมีพ่ออยู่ด้วย..." นุชพูดแหย่หยั่งเชิง

    "อย่าพูดถึงพ่อมัน" ปรียาสวนไปทันที ทั้งยังประกาศว่า ชาตินี้ทั้งชาติจะไม่ให้ป้างเจอพ่อเด็ดขาด ใครพาไปหาเอาตายแน่

    เห็นท่าทีจริงจังของปรียาแล้ว เจ๊ตุ่มกับนุชเอียงหน้า กระซิบกันว่าถ้าบอกเรื่องแป้งอยู่กับเรา หรือบอกเรื่องปรางค์ไปอยู่กับพ่อ มีหวังเราตายคู่แน่ๆ ฉะนั้น ห้ามบอกเด็ดขาด!

    ooooooo

    คืนนี้แป้งนอนกับปรียา เธอนอนมองหน้าแม่ อย่างนึกไม่ถึงว่าจะมีแม่มานอนอยู่ด้วย  แล้วแป้งก็ลุกย่องไปข้างนอก เจ๊จูนกับข้าวฟ่างไปเที่ยวเพิ่งกลับมาเห็นเข้า สะใจนักที่จะได้หลักฐานนี้ไปฟ้องกองประกวดว่าปรางค์ทำผิดกฎออกข้างนอกหลังเวลาสี่ทุ่ม ซ้ำไปคนเดียวด้วย แต่เสียดายไม่ทันได้ถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน นึกได้ว่ายังมีกล้องวงจรปิดเอาผิดกับปรางค์ได้ก็ดีใจ

    แป้งย่องออกไป โดยไม่รู้ว่านอกจากเจ๊จูนกับข้างฟ่างเห็นแล้ว ยังมีนักรบเห็นด้วย เขานั่งอยู่ในรถพอเห็นแป้งออกมาก็สะกดรอยตาม

    แป้งไปที่แถวบาร์เบียร์ พวกเด็กขายพวงมาลัยพากันรุมถามว่าหายไปไหนมา...ทำไมสวยขึ้นเป็นกอง...เสาร์นี้ขึ้นชกขอให้ชนะ

    แป้งขอบใจทุกคนแล้วถามว่าเห็นผู้ชายคนนั้นไหม คนใจดีที่ตื๊อดีๆเขาก็เหมาพวงมาลัยหมด พลางชี้ไปที่นักรบที่ตามมา หมายล่อให้เขาถูกเด็กรุมแล้วตัวเองจะได้หลบไป

    ได้ผล เพราะพวกเด็กๆรุมกันไปตื๊อให้ซื้อพวงมาลัยจนแป้งสลัดหลุดจากการติดตามได้จริงๆ

    ooooooo

    แป้งย่องกลับไปที่บ้าน ตรงไปเข้าห้องนอนของตัวเองที่ปรางค์นอนอยู่ พอเจอกันปรางค์บอกว่าพ่อยังไม่สงสัยอะไร แต่กระบี่ท่าทางเหมือนยังคาใจตนอยู่ เพราะคอยถามโน่นถามนี่ตลอดเวลา

    แป้งเชื่อว่ายังไงกระบี่ก็จับไม่ได้ เพราะหน้าเราเหมือนกันมาก ปรางค์ถามว่าต้องเปลี่ยนตัวกันแบบนี้อีกนานไหม แป้งบอกว่าจนกว่าประกวดเสร็จตนจะกลับมาเปลี่ยนตัวทันที

    ปรางค์ทำหน้างงๆ แป้งจึงชี้แจงว่า

    "ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะเข้าประกวดแทนพี่ แล้วฉันก็จะชนะเอาเงินรางวัลมาให้ได้ พ่อกับแม่เราจะได้ไม่ลำบากอีกต่อไป แล้วที่สำคัญฉันจะช่วยให้ความฝันของพี่เป็นจริงพี่ปรางค์"

    "ขอบใจมากนะแป้ง พี่รู้ว่าเธอต้องลำบากเพื่อพี่มากแค่ไหน ขอบใจมาก" ปรางค์โผเข้ากอดแป้ง ถูกแป้งดันตัวออกอย่างแมนๆพูดจริงจังว่า

    "พี่ก็ต้องลำบากเหมือนกันแหละ เพราะพี่ต้องปลอมตัวเป็นฉันไปก่อนจนกว่าฉันจะเสร็จสิ้นภารกิจนี้"

    เสียงเคาะประตูดังขึ้น ทั้งสองตกใจ ปรางค์มุดเข้าใต้ ผ้าห่ม แป้งเอาผ้าคลุมตัวนอนนิ่งๆ ประพันธ์เข้ามาถามว่าคุยกับใคร แป้งบอกว่าเปล่าคงเป็นเสียงวิทยุข้างบ้านกระมัง

    "แล้วนี่หน้าแกหายแล้วเหรอวะ" ประพันธ์มองหน้าแป้งที่เกลี้ยงเกลาอย่างสงสัย แป้งตกใจโกหกพ่อว่าได้ยินเสียงอะไรดังข้างล่างขโมยหรือเปล่า ประพันธ์หันขวับมองไปข้างล่าง

    พริบตานั้นปรางค์โผล่ขึ้นมาและแป้งก็ผลุบเข้าใต้ผ้าห่ม ประพันธ์หันมาอีกทีหน้าแป้งเป็นผื่นแดงอีกแล้ว บ่นตัวเองว่าสงสัยจะเมาขี้ตา แล้วไปนอนเพราะพรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้าไปซ้อมมวยกับแป้ง

    พอพ่อออกไป ปรางค์บอกแป้งว่าตนชกมวยไม่เป็นทำยังไงดี แป้งบอกว่าไม่ยากหัดแป๊บเดียวก็เป็นแต่ปรางค์ก็ยังหนักใจ

    ooooooo

    ในที่สุดนักรบก็เจอแป้งขณะเดินกลับออกมา แป้งฉุนขาดถามว่าตามตนมาทำไม นักรบถามว่าเธอแอบมาหาใคร เธอมีความลับอะไรที่ปิดบังกองประกวดอยู่ แป้งเถียงว่าตนไม่มีความลับอะไร

    "แต่เธอต้องมีอะไรปิดบังอยู่แน่ๆ เธอเป็นใครแน่" นักรบถามอย่างคาดคั้น พอแป้งบอกชื่อตามที่กรอกในใบสมัคร นักรบก็แย้งว่าคราวก่อนเธอบอกว่าชื่อแป้ง แป้งเถียงหน้าตายว่าตนมีสองชื่อแปลกตรงไหน ครั้นนักรบจับผิดเรื่องที่เธอ

    ทำงานอยู่กับพ่อแต่ประวัติบอกว่าเธออยู่กับแม่ แป้งทำท่ารำคาญเถียงว่า

    "ก็พ่อแม่เลิกกัน บางครั้งก็อยู่กับพ่อบ้าง อยู่กับแม่บ้าง"

    "ในประวัติบอกว่าพ่อเธอตายไปแล้ว"

    "โอ๊ย...นี่คุณ...คุณเป็นตำรวจรึไง ซักอย่างกับว่าฉันเป็นผู้ต้องหา ฉันไม่ได้ทำอะไรผิด ฉันไม่จำเป็นต้องตอบคำถามของคุณ" แป้งพานโวยวายแล้วเดินหนีไปเลย นักรบไม่ยอมเดินตามไปติดๆ

    จนกระทั่งมาถึงหน้าโรงแรม แป้งจะเข้าโรงแรมนักรบไม่ยอมให้เข้าต้องตอบคำถามของตนก่อน แป้งเลยท้าว่าอยากรู้อะไรถามมา

    "เธอในตอนนี้เป็นคนเดียวกับที่ฉันเคยเจอที่ร้านข้าวต้มหรือเปล่า" แป้งตอบเต็มปากเต็มคำว่าใช่ นักรบถามอีกว่า แสดงว่าเรื่องพ่อตายเป็นเรื่องโกหก

    แป้งถูกจับได้ว่าโกหกคำโตก็เลยพาล ใช้ลูกไม้เดิมโวยวายว่า

    "คุณจะเอาอะไรนักหนากับการประกวดนางงามล่ะ ใครๆก็ต้องแต่งเติมเสริมแต่งให้ประวัติดูน่าสนใจทั้งนั้น น้าตุ่มคงอยากให้ฉันดูน่าสงสารมั้งเลยเขียนไปว่าฉันไม่มีพ่อ เห็นไหมว่าได้ผล คุณยังสนใจเลย"

    ครั้นนักรบจับผิดเรื่องเธอเปลี่ยนอาชีพบ่อยๆ แป้งเถียงว่าคนจนอย่างตนงานอะไรที่ได้เงินก็รับทำทั้งนั้น

    "แต่บุคลิกเธอก็เปลี่ยนไปด้วย ท่าทางการพูดเปลี่ยนไปหมด ฉันอยากรู้ว่าเธอแกล้งทำอย่างนี้ทำไม คิดจะเรียกร้องความสนใจจากฉันรึไง"

    "คุณต่างหากที่สนใจฉัน สะกดรอยตามฉันไปนี่ แสดงว่าสนใจฉันมากเลยล่ะซิ อย่าลืมซิว่าฉันเป็นกะเทย คุณรังเกียจกะเทยอย่างฉันไม่ใช่เหรอ ถ้าฟังภาษาคนรู้เรื่องก็อย่ามายุ่งกับฉันอีก ฉันรำคาญ!"

    แป้งว่าเอ๊า...ว่าเอา แล้วเดินหนีเลย นักรบตามไปงงๆ

    ooooooo

    คนที่ลำบาก กลืนไม่เข้าคายไม่ออกจริงๆคือปรางค์ เพราะรูปร่างอ้อนแอ้นท่าทางกรีดกรายอย่างเธอต้องมาสวมบทนักมวย ถูกเคี่ยวเข็ญให้วิ่ง ให้ซิตอัพ วิดพื้นอย่างละร้อยครั้ง แค่นั้นเธอก็แทบตายแล้ว สุดท้ายถอดใจ บอกกระบี่กับประพันธ์ว่าตนไม่ไหวแล้ว เหนื่อย ไม่อยากฝึกต่อไปอีกแล้ว

    ประพันธ์เคี่ยวเข็ญว่าต้องทำได้เพราะเคยทำมาแล้ว ปรางค์ทนไม่ไหวร้องไห้โฮวิ่งหนีไปทำเอาทั้งประพันธ์และกระบี่พากันงงว่าเกิดอะไรขึ้นกับแป้ง กระบี่ตามไปถามว่าเป็นอะไรไม่เคยเป็นอย่างนี้มาก่อน ซ้อมที่ค่ายหนักกว่านี้ยังทำได้เลย

    แป้งถอดใจจะไปขอถอนตัวไม่ขึ้นชก กระบี่ถามว่าแล้วจะหาเงินที่ไหนไปใช้หนี้ให้พ่อ และถ้าครั้งนี้ชกชนะครั้ง

    ต่อไปอาจได้ชกเวทีใหญ่กว่านี้และต่อไปอาจเป็นแชมป์โลก นี่เป็นโอกาสที่หาไม่ได้ง่ายนัก

    กระบี่พูดแต่ละเรื่อง ปรางค์ฟังแล้วงง ไม่ว่าเรื่องใช้หนี้ ให้พ่อ เรื่องความฝันจะเป็นแชมป์โลก ขณะกำลังมึนๆงงๆนั่นเอง กระบี่ย้ำว่า

    "ถ้าวันนั้นมาถึง คนที่จะมีความสุขที่สุดก็คือพ่อแกนะไอ้แป้ง"

    ฟังประโยคสุดท้ายของกระบี่แล้ว ปรางค์ฮึดขึ้นมาอีกครั้ง

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    พฤษภา-ธันวา รักแท้แค่เกิดก่อน ตอนจบ รวมพลังทำภารกิจช่วย "ตั้ม" คว้าชัยอีกครั้ง

    พฤษภา-ธันวา รักแท้แค่เกิดก่อน ตอนจบ รวมพลังทำภารกิจช่วย "ตั้ม" คว้าชัยอีกครั้ง
    27 ต.ค. 2564

    06:45 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 27 ตุลาคม 2564 เวลา 09:19 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์