ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

แฝดนะยะ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

กลับมาถึงห้องพักที่โรงแรมแล้ว ปรางค์ยังคิดเรื่องเห็นผู้หญิงที่หน้าตาเหมือนตนที่หน้าลิฟต์จนนอนไม่หลับลุกขึ้นนั่ง เอื้อมลุกนั่งบ้างถามว่าตื่นเต้นที่เข้ารอบจนนอนไม่หลับเลยหรือ หรือว่าเป็นห่วงแม่

ปรางค์บอกว่าไม่ใช่ เรื่องแม่ก็เป็นห่วงอยู่ แต่น้านุชไปดูแล้วก็เบาใจ สุดท้ายทนให้เอื้อมเดาไม่ไหวเลยบอกว่ากำลังคิดถึงคนคนหนึ่งที่หน้าตาเหมือนตนราวกับแกะ

แต่ทั้งสองคุยกันยังไม่ทันรู้เรื่อง เจ๊ตุ่มก็เข้ามาบ่นว่าทำไมยังไม่นอนอีกดึกแล้ว ปรางค์นอนดึกเดี๋ยวหน้าโทรม เอื้อมอ้าปากจะบอกว่าคุยเรื่องอะไรกัน เจ๊ตุ่มตัดบทว่า

"จะคุยเรื่องอะไรก็หยุดได้แล้ว พรุ่งนี้จะมีงานแถลงข่าวมิสเรนโบว์ควีน ปรางค์แกต้องเตรียมตัวให้ดีนะ พรุ่งนี้ต้องสวยเด่นเด้งให้พวกนักข่าวตาค้างเป็นแถวๆเลย เอ้านอนได้แล้ว"

เจ๊ตุ่มพูดๆๆสั่งให้นอนแล้วปิดไฟหัวเตียง ปรางค์กับเอื้อมเลยต้องกลับไปนอน แต่ปรางค์ก็ยังนอนไม่หลับอยู่ดี ในสมองคิดแต่เรื่องผู้หญิงที่หน้าเหมือนตนคนนั้นว่าเป็นใคร เป็นไปได้ยังไง

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น แป้งตื่นขึ้นมาพบตัวเองนอนอยู่บนเตียงในโรงแรมหรูนอนดิ้นจนทั้งหมอนทั้งผ้าห่มไปกันคนละทิศละทาง แป้งมองที่พื้นเห็นนักรบยังหลับอยู่ เลยค่อยๆย่องออกไป

แป้งออกไปจ๊ะเอ๋ต๊อดที่กำลังจะมาหานักรบพอดี ต๊อดมองแป้งเหมือนจะเคยเห็นหน้าถามว่าเราเคยรู้จักกันมาก่อนหรือเปล่า แป้งรีบปฏิเสธว่าไม่เคย แล้วบอกว่านักรบอยู่ในห้อง พูดแล้วจ้ำอ้าวไปเลย

ต๊อดมองตามแป้งไปอย่างสงสัย อึดใจเดียวก็ยิ้มหน้าทะเล้นแบบรู้กันอย่างผู้ชาย พอเข้าไปในห้องเห็นนักรบนอนที่พื้นหลับสนิทอยู่ ต๊อดยิ่งเชื่อในสิ่งที่ตัวเองคิด พึมพำขำๆว่าสนุกกันหมดแรงจนลงมากองอยู่กับพื้นเลย ใช่ย่อยนะ...ใช่ย่อย

นักรบงัวเงียตื่นขึ้นมาถามว่าพูดอะไร ต๊อดอำว่าที่เขาทิ้งโชติรสก็เพราะแอบมามีทีเด็ดนี่เอง ถามหน้าทะเล้นว่า "ไปหิ้วมาจากไหน"

"แกพูดบ้าอะไรของแก พูดให้มันรู้เรื่องหน่อยซิวะ" นักรบยังงัวเงียถามงงๆ

ต๊อดบอกว่าตนเจอเด็กของเขาที่หน้าห้องเมื่อกี้นี้เอง

หน้าตาสวยดีแต่มอมแมมไปหน่อยถามว่าสเปกเขาเป็นอย่างนี้หรือ

นักรบโวยวายว่าไม่ใช่อย่างที่ต๊อดเข้าใจแต่เขาก็ไม่เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง ต๊อดเลยยังปักใจเชื่ออย่างที่ตัวเองคิด ถามว่าขอเบอร์เด็กไว้หรือเปล่าเผื่อวันหลังตนอยากใช้บริการบ้าง

"เฮ้ย เขาไม่ได้เป็นอย่างที่แกคิด แกหยุดพูดเรื่องทุเรศแบบนี้ได้แล้ว แล้วไม่ต้องพูดกับฉันเรื่องนี้อีก ไม่งั้นฉันเตะแกแน่ไอ้ต๊อด" พูดแล้วเข้าห้องน้ำปิดประตูโครม

ooooooo

สายแล้ว กระบี่เพิ่งจะเดินโต๋เต๋กลับมาที่บ้านแป้ง เจอประพันธ์ออกจากห้องมาพอดี ชี้หน้าด่ากระบี่ว่าเอาลูกสาวตนไปไว้ที่ไหน กระบี่ตกใจถอยให้พ้นรัศมีมือเท้าประพันธ์ปลอดภัยไว้ก่อน แต่ไม่พ้น ถูกประพันธ์ตามมากระชากคอเสื้อจนหน้าหงายถามว่า เอาแป้งไปค้างที่ไหนมาทั้งคืนแล้วตอนนี้แป้งอยู่ไหน

กระบี่บอกว่าตนไม่รู้ ประพันธ์ไม่เชื่อเพราะตอนตนกลับสองคนยังอยู่ด้วยกัน โมโหเงื้อหมัดจะชก กระบี่หลับตาปี๋รอรับหมัด ก็พอดีแป้งกลับมาถึงคว้าหมัดพ่อไว้ทันถามว่าพ่อจะทำอะไรไอ้บี่

ประพันธ์ยังไม่หายข้องใจหาว่ากระบี่พาแป้งไปค้างด้วยกัน จนแป้งต้องโกหกว่า เมื่อคืนตนไปนอนกับไอ้จอยเพื่อนเก่าเพิ่งเจอกัน เลยไปนอนคุยกัน คุยเพลินจนลืมโทร.มาบอกพ่อ แป้งถามขำๆว่า

"หนูหายไปแค่คืนเดียวพ่อฟุ้งซ่านได้ขนาดนี้เลยเหรอ หนูกับไอ้บี่นี่นะจะเป็นไปได้ยังไง"

แป้งแกล้งขำจนกระบี่มองหน้า ประพันธ์ทั้งบ่นทั้งอบรมแป้ง สุดท้ายครวญว่าถ้าแป้งเป็นอะไรไปตนจะอยู่ได้ยังไง ทำให้แป้งโผเข้ากอดพ่อทั้งซึ้งใจและปะเหลาะให้หายเคือง

"หนูขอโทษ หนูจะไม่ทำให้พ่อเป็นห่วงอย่างนี้อีก พ่อยังไม่ได้กินข้าวเช้าใช่ไหม ไปพ่อเดี๋ยวหนูจะทำให้กิน ไปไอ้บี่ ไปกินข้าวกัน"

หลังกินข้าวกันเสร็จแล้ว แป้งกับกระบี่ช่วยกันไปล้างจานชามกระบี่ถามว่าเมื่อคืนไปหลบที่ไหน แป้งตอบแบบขอไปทีว่าก็แถวตลาดนั่นแหละอย่าสนใจเลย ตัวเองเอาตัวให้รอดก่อนเถอะ เพราะดูท่าพวกมันไม่ปล่อยเราเอาไว้แน่ ไม่รู้จะต้องหลบพวกมันไปอีกนานแค่ไหน

กระบี่บอกว่าถ้าเรามีเงินคืนให้มันก็คงจะเลิกราวี แต่ตอนนี้ตนไม่มีเงินเลยจนปัญญาจริงๆ แป้งถามว่าต้องคืนมันเท่าไร กระบี่เองก็ไม่รู้ รู้แต่ว่ายาที่แป้งโยนลงทะเลไปนั้นถ้าขายก็ได้เป็นหมื่น

แป้งจะช่วยกระบี่เพราะตนเป็นคนทำให้กระบี่เดือดร้อน กระบี่ไม่ยอมเพราะทุกอย่างเป็นความผิดของตนจะขอแก้ปัญหาด้วยตัวเอง บอกแป้งว่า

"ฉันจะไม่ยอมให้แกต้องมาเสี่ยงชีวิตกับฉันอีก ต่อไปฉันจะอยู่ห่างๆแกไว้"

"เฮ้ย! ไม่ได้ ยังไงฉันก็ทิ้งแกไม่ได้ เราเป็นเพื่อนกัน เราต้องช่วยเหลือกัน ไม่ต้องกลัวเราจะต้องหาเงินไปใช้พวกมันได้แน่ๆ เชื่อฉัน เราต้องทำได้!" แป้งให้กำลังใจกระบี่และปลุกใจตัวเองทั้งที่ยังมองไม่เห็นทางหาเงินได้เหมือนกัน

แต่น้ำใจของแป้ง ทำให้กระบี่ยิ่งรู้สึกซาบซึ้งและผูกพันกับเพื่อนคนนี้มาก

ooooooo

เพราะปรียาอาการดีขึ้นแล้วหมออนุญาตให้กลับมาพักที่บ้าน ปรียาบอกนุชให้กลับไปทำงานเสียไม่ต้องห่วงเพราะตนไม่เป็นอะไรมากแล้วอยู่คนเดียวได้

นุชขอโทษพี่สาวเพราะงานที่พัทยาสำคัญจริงๆ ไม่อย่างนั้นก็จะอยู่ดูแลพี่ ขอร้องพี่สาวอย่าหักโหมงานหนักเกินไปเดี๋ยวจะเป็นลมไปอีก บ่นว่านี่ไม่รู้ว่าปรางค์จะเป็นห่วงแม่จนไม่มีกะจิตกะใจทำงานรึเปล่าก็ไม่รู้

นุชพูดไม่ทันขาดคำปรางค์ก็โทร.เข้ามา ถามทันทีที่ปลายสายรับ ถามเป็นพืดยาวเหยียดจนนุชไม่มีช่องจะตอบ พอปรางค์หยุดถามนุชจึงบอกว่าปรียาดีแล้วตนพากลับมาอยู่บ้านแล้ว พลางส่งต่อให้ปรียาคุยกับปรางค์เอง

แม่ลูกคุยกันต่างเป็นห่วงกันและกัน ปรียาบอกปรางค์ไม่ต้องห่วงรีบทำงานเสร็จแล้วกลับมา เตือนว่าให้ทำงานดีๆอย่าทำตัวเหลวไหล ใครชวนให้ไปทำอะไรนอกลู่นอกทางก็อย่าไป ต้องรู้ว่าตัวเองมีหน้าที่ต้องทำอะไร

ปรางค์รับคำเสียงอ่อยอย่างรู้สึกผิดที่โกหกแม่ ย้ำ ให้แม่ดูแลตัวเองให้ดีทำงานเสร็จจะรีบกลับแล้วจุ๊บๆแม่ก่อนวางสาย

นุชดูแลปรียาอย่างดี เข้าไปเอาเสื้อผ้าจะให้พี่สาวเปลี่ยน ไปเจอรูปเก่าๆเมื่อยี่สิบปีก่อนเข้า เอามาถามพี่สาวว่า ยังเก็บรูปนี้ไว้อีกหรือ นึกว่าเผาทิ้งไปหมดแล้ว

รูปนั้นเป็นรูปครอบครัว มีประพันธ์กับปรียาอุ้มลูกคนละคนคือแป้งกับป้างในวัยสองขวบนั่นเอง นุชถามว่ายังคิดถึงพ่อปรางค์อยู่ใช่ไหม

"คนพรรค์นั้นฉันจะคิดถึงทำไม ที่ฉันทิ้งรูปนี้ไม่ลงเพราะยังไงฉันก็ตัดขาดจากลูกสาวของฉันไม่ได้ ป่านนี้ไม่รู้ยัยแป้งจะเป็นยังไงบ้าง อยู่กับคนไม่รู้จักรับผิดชอบชั่วดีอย่างนั้น คงต้องลำบากแน่ๆ ฉันไม่น่ายอมให้ยัยแป้งไปอยู่กับไอ้พันเลย" ปรียาหน้าเศร้าด้วยความคิดถึงและเป็นห่วงแป้งคู่แฝดของป้าง แป้งเป็นเด็กหญิงส่วนป้างนั้นเป็นเด็กชาย ทั้งสองเป็นแฝดคนละฝา

หลังจากแยกทางแบ่งลูกกันคนละคนแล้ว ปรียาบอกป้างว่าให้คิดว่าพ่อตายไปแล้วดีกว่าให้รู้ว่ามีพ่อเป็นผีพนันทำให้ครอบครัวล่มจมฉิบหาย   นุชท้วงติงพี่สาวว่าไม่ให้ป้าง รู้จักพ่อก็พอเข้าใจได้ แต่จะไม่ให้รู้จักน้องสาวแท้ๆเลยหรือ เพราะยังไงเสียทั้งสองคนก็เป็นพี่น้องกัน

ปรียานิ่งไป เพราะเรื่องผ่านมายี่สิบกว่าปีแล้วและตอนนี้ก็ไม่อยากคิดอะไรทั้งนั้นแล้ว

ooooooo

ที่ห้องแถลงข่าวการประกวดมิสเรนโบว์ควีนที่พัทยา มีกลุ่มนักข่าวไปนั่งรอทำข่าวและถ่ายรูปกันมากมาย ต๊อดลากนักรบไปด้วย นักรบไปนั่งเซ็งๆเพราะ ไม่สนใจเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว ดังนั้น จึงไม่รู้ว่างานนี้เป็น การประกวดนางงามกะเทย

พิธีกรเรียกชื่อผู้เข้าประกวดที่เข้ารอบสุดท้ายออกมาจับหมายเลขประจำตัวกัน ปรางค์ออกมาจับหมายเลข แต่เพราะต๊อดกับนักรบมัวคุยกันอยู่เลยไม่ทันได้เห็น

ต๊อดปล่อยให้นักรบเรียนรู้เองว่าการประกวดครั้งนี้เป็นการประกวดพิเศษ อย่างไร เขาทิ้งนักรบไว้ที่ห้องแถลงข่าวแล้วลุกตามไปถ่ายรูปพวกที่เข้าประกวด

ปรากฏว่า บรรดาผู้เข้าประกวดทั้งหมด ปรางค์เด่นกว่าเพื่อน ได้รับความสนใจจากนักข่าวที่พากันมารุมสัมภาษณ์ รุมกันถามจนปรางค์งงไปหมดต้องขอร้องพี่ๆให้ถามกันทีละคนทีละข้อ

นุชกระหืดกระหอบมาถึงแล้ววิ่งเข้าไปหาเจ๊ตุ่มถามว่าแถลงข่าวเสร็จแล้วหรือ ตนซิ่งมาแทบตายน่าเสียดายมาไม่ทันจนได้

"จบแล้วย่ะ นี่ทางกองประกวดให้พวกนักข่าวสัมภาษณ์ นอกรอบกัน แกดูซิ ใครๆก็สนใจแต่น้องปรางค์ของเรา เขาลือกันให้แซดเลยนะว่า ยังไงน้องปรางค์ของเราต้องติดสามคนสุดท้ายแน่ๆ" เจ๊ตุ่มคุยฟุ้งอย่างปลื้มอกปลื้มใจ

"จากนังปรางค์เลื่อนขั้นเป็นน้องปรางค์แล้ว ตอนนี้นังปรางค์มันขึ้นหิ้งไปแล้วล่ะน้านุช"  เอื้อมเล่าให้นุชฟัง  เจ๊ตุ่ม ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ปลื้มปีติที่ปรางค์ถูกนักข่าวห้อมล้อมสัมภาษณ์ จนน้ำตาไหล

เจ๊จูนเห็นปรางค์เด่นอยู่ในหมู่นักข่าว ส่วนข้าวฟ่างยืนเหงาอยู่คนเดียว ทนไม่ได้ลากข้าวฟ่างเข้าไปชนต๊อดที่กำลังถ่ายรูปเอาจริงเอาจัง ต๊อดจ้องอย่างจำได้ว่าปรางค์เป็นคนที่สวนกันตอนออกจากห้องนักรบถูกเจ๊จูนลาก ข้าวฟ่างมาชนจนกระเด็น  ดันข้าวฟ่างไปยืนประกบปรางค์  แต่กลับตำหนิปรางค์ว่าเบียดข้าวฟ่าง  บอกปรางค์ให้ถอยไปแล้วดันข้าวฟ่างมายืนอยู่หน้ากล้องแทน

เจ๊ตุ่มทนไม่ได้พุ่งเข้าไปจัดการทันที ดันปรางค์ให้ออกมายืนตรงหน้านักข่าว กลายเป็นสองเจ๊ขึ้นไปบรรเลงกันเบียดจนทั้งปรางค์และข้าวฟ่างหายไปจากกล้อง สองเจ๊มายืนโพสท่าแข่งกันแทน

ooooooo

นักรบรอต๊อดอยู่ที่ห้องแถลงข่าวจนเบื่อเลยลุกเดินออกมา    ถูกกะเทยที่เข้าประกวดคนหนึ่งชนเอาเกือบล้ม เขาไม่ได้สนใจนักแต่พอได้ยินเสียงขอโทษที่ห้าวแต่บีบจนเล็กก็เอะใจหันไปมอง พอดีกะเทยคนนั้นหันไปทักปรางค์ที่กำลังจะเดินออกจากห้องถามว่า เขาเรียกให้ไปที่ห้องแต่งตัวแล้วใช่ไหม

"ใครให้สัมภาษณ์เสร็จก็ให้รีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้า เดี๋ยวจะต้องซ้อมเต้นอีกน่ะ" ปรางค์บอก

กะเทยคนนั้นรีบไปกับปรางค์ นักรบเห็นปรางค์ถึงกับยืนอึ้งขยับจะตามไปก็ไม่ทันเสียแล้วเพราะทั้งสองเดิน หายเข้าไปด้านหลังห้องแล้ว เขาเลยยืนมึนคิดอย่างคาใจว่าปรางค์มาในแนวใหม่อีกแล้ว

พวกที่เข้าประกวดแต่งตัวเสร็จก็เดินออกไป เหลือแต่ปรางค์นั่งเช็ดเครื่องสำอางอยู่คนเดียว นักรบเดินดุ่มๆเข้าไปถามปรางค์ว่า

"ทำไมเธอต้องมีเรื่องให้ฉันต้องได้แปลกใจทุกครั้งที่ได้เจอกันนะ"

ปรางค์สะดุ้งพอเห็นนักรบก็ตกใจถามว่าเข้ามาได้ยังไงที่นี่เขาห้ามคนนอกเข้า นักรบไม่สนใจบอกว่า ตนอยากให้แน่ใจว่าเป็นเธอจริงๆ ถามว่าแล้วเธอจะไหวหรือกลางคืนขายข้าวต้มกลางวันมาประกวดนางงาม งานไม่ตีกันยุ่งเหรอ แล้วมาประกวดอย่างนี้ระวังพวกที่ตามล่าเธอจะมาเจอตัวเข้า

"คุณพูดอะไรคะ ฉันไม่เห็นเข้าใจเลย"

"แล้วเมื่อเช้าทำไมต้องแอบหนีไปเงียบๆ ถ้าเห็นฉันหลับอยู่ไม่กล้าปลุก ทิ้งโน้ตไว้สักนิดก็ยังดี อะไร...หนีไปเฉยเลย ไม่คิดจะเจอกันอีกรึไง"

เจ๊ตุ่มกับนุชและเอื้อมเดินเข้ามาพอดี นุชได้ยินประโยคสุดท้ายโวยวายกับปรางค์ว่าเมื่อคืนหนีไปค้างกับผู้ชายมาหรือ เอื้อมรับรองว่าไม่จริงเพราะปรางค์นอนกับตนทั้งคืน เจ๊ตุ่มหันไปเอาเรื่องกับนักรบหาว่าเขามาพูดเพื่อให้ ปรางค์เสียหายใช่ไหม คิดใช้วิธีนี้มารวบหัวรวบหางเด็กของตนรึไง

ทั้งนุชและเจ๊ตุ่มรุมกันด่าว่านักรบว่าหวังเกาะกระแสปรางค์ดัง ด่าจนนักรบงงถามว่าพวกเธอพูดเรื่องอะไร ตนก็แค่เข้ามาทักทายตามประสาคนรู้จักกันเท่านั้น

พอดีต๊อดวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาจะบอกนักรบว่าผู้หญิงที่อยู่กับเขาเมื่อคืน เป็นกะเทย แต่พูดไม่ทันจบเห็นปรางค์ยืนอยู่ตรงหน้าเลยสะดุด มองเลยไปอีกเจอสายตาพิฆาตของเจ๊ตุ่มกับนุชทั้งยังมีกะเทยถึกที่เป็นพี่ เลี้ยงเดินเก้งก้างเข้ามาถามว่าเกิดอะไรขึ้น

"พี่มาทำอะไรแถวนี้ครับ วันนี้จะรอดออกไปไหมเนี่ย" ต๊อดแอบกระซิบถามนักรบ พลางกวาดตามองไปรอบๆ เห็นชุดเครื่องแต่งตัวสีจัดจ้าน วิกผมสีต่างๆ รูปถ่ายกะเทยติดที่หน้ากระจก นักรบเริ่มรู้แล้วว่าตัวเองตกอยู่ในกลุ่มกะเทย พอรู้ตัวก็ขนหัวลุก ยิ่งเมื่อรู้ว่าที่ว่ามีการประกวดนั้นคือการประกวดกะเทยก็แทบจะหมดแรงอยู่ ตรงนั้น

นักรบค่อยๆถอยออกไปมึนจนเหมือนถูกทุบหัว ปรางค์ มองตามไปด้วยความรู้สึกไม่สบายใจ

ooooooo

นักรบจิตใจเตลิดเปิดเปิงเดินอ้าวออกไป ต๊อดรีบตามไปติดๆ พูดให้กระเทือนใจอีกว่าไม่อยากเชื่อเลยว่าอยู่ด้วยกันทั้งคืนยังจับไม่ได้ ว่าเป็นกะเทย เตือนตัวเองว่าต่อไปต้องระวังแล้วไม่งั้นได้พลาดท่ามีเมียเป็นไม้ป่าเดียว กันแน่ๆ

นักรบหงุดหงิดตวาดให้หยุดพูดเสียที ต๊อดก็ยังพล่ามไม่หยุดว่า

"พี่ไม่ได้มีอะไรกับผู้ฉิงคนนั้นแต่พี่ก็แอบสนใจเขาอยู่ใช่ไหมล่ะ ไม่งั้นพี่คงไม่ยอมให้เขาไปค้างที่ห้องหรอก"

"ฉันไม่ได้สนใจอะไรเขาโว้ย เขามีเรื่องเดือดร้อนฉันก็ช่วย มันก็เท่านั้น ถ้ารู้อย่างนี้ฉันคงไม่เอาตัวเองเข้าไปพัวพันด้วยหรอก ฉันนี่โง่จริงๆ หวังว่าต่อไปคงไม่ต้องได้เจอกันอีก แค่นี้ก็ทำให้ชีวิตฉันปั่นป่วนมากพอแล้ว" นักรบพูดอย่างเสียความรู้สึกมาก

ระหว่างนั้นเอง ที่บ้านเขาในกรุงเทพฯ ทั้งศักดิ์สิทธิ์ผู้เป็นพ่อและโสภาผู้เป็นแม่ กำลังวิตกกับข่าวที่โชติมาหันไปควงลูกชายนายธนาคารไปงานวันเกิดท่านรัฐมนตรี โสภาวิตกว่าโชติมากำลังเนื้อหอมกลัวลูกชายตัวเองจะชวด บอกศักดิ์สิทธิ์ว่า

"ถ้าตารบไม่รีบทำอะไร หนูโรสต้องหลุดมือไปแน่ๆ แล้วเราจะหาลูกสะใภ้ที่เหมาะสมกับลูกเราได้ที่ไหนอีก"

ศักดิ์สิทธิ์เร่งให้โสภารีบโทร.ตามนักรบกลับมา เธอบอกว่าโทร.ไปแล้วลูกปิดเครื่อง บ่นอุบอิบ

"ตารบนี่นะ ทำอะไรไม่ได้ดั่งใจเลยจริงๆ หนูโรสก็มีทีท่าว่าชอบๆ ตารบอยู่แล้ว ถ้าสานต่ออีกสักหน่อยรับรองได้ตกล่อง ปล่องชิ้นกันแน่ๆ"

"เราคงต้องทำอะไรแล้วล่ะคุณ ไม่งั้นธุรกิจที่เราจะร่วมลงทุนกับทางคุณราศีนี่ไม่มีทางเป็นไปได้แน่ๆ"

"นั่นสิคะ งั้นฉันไปโทร.ตามลูกอีกครั้งดีกว่า นี่ถ้าวันนี้ลูกไม่กลับบ้านคุณให้ลูกน้องไปตามล่าตัวลูกกลับมาเลยนะคะ" โสภากระวีกระวาดไปโทรศัพท์ ส่วนศักดิ์สิทธิ์อ่านข่าวโชติมาในหนังสือพิมพ์อย่างหนักใจ

ooooooo

เพื่อช่วยหาเงินให้กระบี่เอาไปใช้หนี้พวกค้ายา แป้งบากหน้าไปหาเฮียพงษ์เจ้าของค่ายมวยอีกครั้งขอร้องให้ตนได้ขึ้นชก  จะเป็นมวยไทย  มวยสากล  หรือ รุ่นไหนก็ไม่เกี่ยง ตนทำได้ทั้งนั้น ขอแต่ให้ได้ขึ้นชกเร็วๆนี้ได้ยิ่งดี

เฮียพงษ์บอกว่าวันสองวันนี้ไม่มี จะมีก็อาทิตย์หน้าเสี่ยสองจัดแข่งขันชกมวยหญิงที่เวทีบ้านบึงจะส่งแป้งไปชก รุ่นฟลายเวทก็แล้วกันแต่ต้องมาซ้อมทุกวันจะหายหัวไปอีกไม่ได้

แป้งรอถึงอาทิตย์หน้าไม่ไหว ขณะกำลังเซ็งๆเอามือล้วงกระเป๋าเจอนามบัตรของนักรบเข้านึกได้ว่าเขาชวนไป ทำงานด้วย แป้งรีบไปที่โรงแรมนั้นทันที แล้วก็แทบหมดแรงเมื่อพนักงานบอกว่านักรบเพิ่งเช็กเอาต์ออกไปเมื่อกี้นี้เอง

แป้งวิ่งตามไปเจอนักรบที่ลานจอดรถขณะที่ต๊อดกำลังตามตื๊อให้เขาอยู่ดูงาน ประกวดนี้ให้เสร็จก่อนค่อยกลับ แป้งดีใจมากรีบตะโกนเรียก "คุณ...เดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่งไป" พลางวิ่งอ้าวเข้าไปยืนหอบพูดอย่างดีใจ "นึกว่าจะไม่ทันเสียแล้ว"

นักรบมองแป้งอย่างกระอักกระอ่วนใจเพราะเชื่อว่าแป้งเป็นกะเทยที่เดี๋ยวผลุบ ที่นี่โผล่ที่โน่น ถามเสียงเข้มหน้าตึงว่าตามมาทำไม แป้งขอบคุณที่เขาช่วยตนไว้เมื่อคืน นักรบบอกว่าเมื่อคืนเธอขอบคุณไปแล้ว แป้งยิ้มแหยๆเผยเจตนาว่า

"เออ...คุณเคยชวนฉันไปทำงานด้วยจำได้ไหมที่คุณบอกว่าชีวิตฉันน่าสนใจดี เหมาะสำหรับงานของคุณ งานอะไรน่ะ ได้เงินเยอะไหม"

นักรบตอบอย่างลำบากใจว่าตนยังไม่คิดจะเริ่มงานใหม่ แต่งานที่เธอทำอยู่ก็ดี  ถ้าชนะก็ได้เงินรางวัลก้อนใหญ่ไม่ใช่หรือ แป้งเข้าใจว่าเป็นงานชกมวยบอกเขาว่ากว่าจะได้เงินก็อาทิตย์หน้ามันไม่ทัน การณ์แต่ก็พูดเปิดทางไว้ว่า เขาไม่ต้องการตอนนี้ก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าต้องการเมื่อไรให้โทร.หาตนได้เลย

แป้งเอื้อมมือไปดึงปากกาจากกระเป๋าต๊อดแล้วคว้ามือนักรบไปจดเบอร์โทรศัพท์ ของตัวเองใส่ฝ่ามือให้ ย้ำว่านี่เป็นเบอร์โทรศัพท์ของตนติดต่อได้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงเลย

"ฉันต้องรีบไป ฉัน...ฉันไปนะ" นักรบรู้สึกแปลกๆที่ถูกแป้งจู่โจมจับมือถือแขนหน้าตาเฉย แล้วเขาก็ขึ้นรถขับออกไปเลย ต๊อดยืนมองแป้งนึกในใจว่าแป้งจะตามตื๊อนักรบอีก พูดดักทางว่า

"ยังไงเธอก็ไม่ได้งานจากพี่รบหรอกถึงชีวิตของเธอจะน่าสนใจ แต่มันน่าสนใจเกินไปสำหรับผู้ชายแท้ๆอย่างพี่เขา เธอตัดใจเสียเถอะนะ พี่รบเขารับผู้หญิงอย่างเธอไม่ได้หรอก"

พูดแล้วต๊อดเดินไป แป้งยืนมึนอยู่ครู่หนึ่งพอนึกได้ร้องถามว่าพูดอย่างนี้หมายความว่ายังไง ต๊อดทำหูทวนลม แป้งเลยวิ่งตามไปจนถึงล็อบบี้โรงแรม ถามอีกว่าที่พูดเมื่อกี้หมายความว่ายังไง!

"ก็หมายความอย่างที่พูดแหละ พี่รบเขาเป็นคนดี แต่เขาก็ไม่ใจกว้างพอจะรับผู้หญิงอย่างเธอได้หรอก เขาอาจจะพอคบเธอเป็นเพื่อนได้แต่ถ้าเธอหวังมากกว่านั้น ไม่มีทางเป็นไปได้แน่นอน"

พูดกันไปมาจนแป้งคิดว่าเป็นเพราะตนยากจนทำให้ นักรบรับไม่ได้ พูดอย่างเจ็บใจว่า

"ถึงฉันจะจน จะกระจอกงอกง่อยยังไง ก็ดีกว่าคนที่ชอบพูดดูถูกคนอย่างคุณ คนดีๆอย่างคุณนักรบไม่น่ามีเพื่อนอย่างคุณเลย" พูดแล้วสะบัดไปเลย ต๊อดมองตามพึมพำขำๆ

"ถูกกะเทยเหวี่ยงใส่ซะแล้วเรา"

แป้งเดินหัวฟัดหัวเหวี่ยงมาไม่ทันดูทาง ชนเข้าอย่างจังกับปรางค์ ต่างเงยหน้าขอโทษกันแล้วทั้งสองก็ตะลึงค้างทำหน้าเหมือนถูกผีหลอก ต่างพูดไม่ออก ยืนตัวแข็งทื่อ

จนกระทั่งแป้งยื่นมือไปจะจับหน้าปรางค์ดูว่าเป็นเนื้อหนังจริงๆหรือเปล่า ปรางค์ตกใจถอยกรูดแล้ววิ่งอ้าวไปอย่างตระหนก แป้งมองตามสับสนไปหมด เลยยืนนิ่งเหมือนหุ่นอยู่ตรงนั้น

ฝ่ายนักรบพอสลัดพ้นจากแป้งมาได้ก็ขึ้นรถตะบึงไปทั้งที่ความคิดยังคาใจเรื่อง แป้งอยู่ เขาสะบัดหัวอย่างอยากจะให้ทุกอย่างหลุดจากความคิดก็ยังไม่สำเร็จ เอามือทุบพวงมาลัยอย่างขัดใจ พอมองฝ่ามือเห็นลายมือแป้งเขียนเบอร์โทรศัพท์ของตัวเองไว้ก็หยิบผ้าเย็นมา ถูๆๆๆให้เบอร์หายไปเผื่อภาพแป้งจะได้หลุดไปจากความคิดด้วย...

ooooooo

ส่วนแป้ง เรื่องปรางค์ยังคาใจอยู่ กลับถึงบ้านคาดคั้นกับประพันธ์ว่าพ่อไปแอบมีลูกที่ไหนหรือเปล่า มีพี่สาวหน้าเหมือนตนหรือเปล่า ประพันธ์ส่ายหน้าดิกยืนยันนั่งยันว่าไม่มี! ซ้ำยังย้ำว่าถ้าตนมีลูกสาวอีกคนจะไม่รู้ได้ยังไง บ่นแป้งว่าคิดอะไรทำไมมาถามพ่อแบบนี้

"หนูไปเจอผู้หญิงคนนึงหน้าตาเหมือนหนูเปี๊ยบเลย เหมือนจริงๆนะพ่อ หนูเคยเจอเขาแล้วหนนึง แต่ตอนนั้นนึกว่าตาฝาด แต่วันนี้หนูเจอหน้าเขาอย่างจังเลย หน้าตาเขาอย่างกับเป็นฝาแฝดกับหนูงั้นแหละ นี่หนูสวยจนมีคนไปทำศัลยกรรมให้เหมือนเลยเหรอเนี่ย ไม่น่าเชื่อเลยนะพ่อ" แป้งทำเป็นพูดติดตลกแต่ก็ยังคาใจอยู่ ส่วนประพันธ์นิ่งคิดแปลกใจอยู่เงียบๆว่า แป้งมีพี่ชายฝาแฝดไม่ใช่พี่สาว แล้วจะเหมือนกันเปี๊ยบได้ไง?

เวลาเดียวกัน ปรางค์ก็คิดไม่ตก ถามนุชที่เป็นน้าสาวว่าตกลงตนมีพี่สาวหรือน้องสาวฝาแฝดใช่ไหม นุชโยนกลองให้ไปถามปรียาดีกว่า ปรางค์เชื่อว่าแม่ไม่ยอมบอกแน่เพราะถ้าปิดตนได้ถึงวันนี้ก็คงปากแข็งโกหกต่อ ไป คิดแล้วยื่นคำขาดกับนุชว่า

"ถ้าน้านุชไม่บอกหนู หนูจะไปสืบหาความจริงเอง หนูจะไม่ประกวดต่อแล้ว หนูต้องรู้ให้ได้ว่าผู้หญิงที่หน้าตาเหมือนหนูคือใคร" พูดแล้วลุกไปเลย นุชตกใจรีบคว้าไว้ยอมบอกความจริงว่า

"ฉันบอกความจริงก็ได้ ที่จริงฉันก็ลืมเรื่องนี้ไปนานแล้ว ตอนที่พี่ปรีมีแกกับน้องสาวน่ะฉันก็แค่แปดเก้าขวบเองไม่ค่อยรู้เรื่องอะไร" ปรางค์ถามว่าตนมีน้องสาวหรือ นุชเล่าเท่าที่รู้ว่า "แกมีน้องสาวฝาแฝด พ่อแกไม่ได้ตายอย่างที่แม่แกบอกหรอก แม่แกกับพ่อแกเขาเลิกกัน พ่อแกก็เอาน้องสาวแกไปเลี้ยง ส่วนแม่แกก็เอาแกมาเลี้ยงแล้วก็ตกลงกันว่าต่างคนต่างไปตามทางของตัวเอง ไม่ต้องมาเจอะเจอกันอีก"

ปรางค์ถามว่ามันเกิดอะไรขึ้นหรือ นุชบอกว่าตนไม่มีสิทธิ์พูดให้ปรางค์ไปถามปรียาเอาเอง ปรางค์เลยถามว่าแล้วน้องสาวตนชื่ออะไร นุชบอกเป็นคำสุดท้ายว่า "ชื่อแป้ง ป้างกับ แป้งไงล่ะนังปรางค์"

"ป้างกับแป้ง" ปรางค์คิดหนักเรื่องมีน้องสาวฝาแฝด

ooooooo

นักรบกลับถึงบ้านถูกทั้งพ่อและแม่ต่อว่าตำหนิอย่างรุนแรงที่ทิ้งให้โชติรส กลับจากพัทยามาคนเดียว ตอกย้ำว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ตัวเขาเสียคนเดียวแต่เสียมาถึงพ่อกับแม่ด้วย

นักรบอ้างว่าตนมีงานด่วนจริงๆ โสภาสวนไปทันทีว่างานด่วนอะไรก็ไม่น่าจะสำคัญเท่าหนูโรส นักรบย้อนถามว่าแล้วงานขับรถให้หนูโรสของคุณแม่มันสำคัญอะไรนักหนาหรือ

จึงรู้ว่าโชติรสร่วมทุนเปิดเคเบิลทีวีกับทางสิงคโปร์และชวนพ่อเขาลงทุนด้วย โดยตอนแรกทางเรายังไม่ต้องลงเงิน โสภาพูดกับนักรบอย่างมั่นใจว่า

"แล้วแม่ก็คิดว่าเราก็คงไม่ต้องเสียเงินแม้แต่บาทเดียว เพราะอีกไม่นานหนูโรสก็จะมาใช้นามสกุลเดียวกับเรา บริษัทของหนูโรสก็เท่ากับเป็นบริษัทของเราด้วยจริงไหมลูก"

นักรบรับไม่ได้ที่พ่อกับแม่จะใช้ตนเป็นเครื่องมือในการฮุบบริษัทของคนอื่น โสภาแย้งว่าโชติรสเต็มใจจะยกบริษัทให้เขาอยู่แล้ว จากนั้นถามว่า

"เห็นความสำคัญของหนูโรสแล้วใช่ไหม ต่อไปนี้ลูกต้องเอาใจหนูโรสให้มากๆนะ"

นี่เองทำให้นักรบต้องไปหาโชติรส อยากรู้รายละเอียดเรื่องธุรกิจเคเบิลทีวีที่คุณพ่อเขาจะร่วมลงทุนด้วย ฟังจากเธอแล้วจึงรู้ว่า เธอต้องการให้เขามาทำงานด้วยเชื่อว่าเขาทำได้ เล่ารายละเอียดว่า

"แต่ตอนนี้เรากำลังเตรียมทำรายการเรียลลิตี้โชว์อยู่ งานนี้สำคัญมากโรสเลยอยากให้พี่รบช่วยเป็นโปรดิวเซอร์ให้ แค่เป็นโปรเจกต์สั้นๆ ไม่กี่เดือนเอง ยังไงพี่รบก็ปฏิเสธโรสไม่ได้ หรอกค่ะ เพราะพี่รบต้องทำงานให้โรสจนกว่าคุณลุงจะโอนเงินค่าหุ้นมาให้โรสครบตาม สัญญา"

ฟังแล้วนักรบอยากจะบ้าตายให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย ถามอย่างหมดแรงว่า

"แล้วตกลงรายการเรียลลิตี้โชว์นี้ของคุณนี่มันเป็นรายการเกี่ยวกับอะไร แข่งร้องเพลง แข่งทำอาหาร หรือว่าแข่ง ลดความอ้วน"

"ผิดหมดเลยค่ะ รายการนี้จะเป็นการติดตามชีวิตคนที่น่าสนใจค่ะ รายการในตอนแรกจะชื่อว่า "ติดตามชีวิตราชินีสีรุ้ง" เราจะตามสัมภาษณ์ตามบันทึกชีวิตของมิสเรนโบว์ควีนคนล่าสุดค่ะ พี่รบคงเคยได้ยินใช่ไหมคะ มิสเรนโบว์ควีน นางงามกะเทยที่ดังที่สุดของประเทศไทยน่ะค่ะ รับรองต้องมีอะไรขำๆ ตลกๆ คนดูต้องชอบแน่ๆค่ะ" โชติรสเล่าอย่างรู้สึกสนุกตั้งแต่คิดแล้ว แต่นักรบอยากตายเป็นรอบที่สอง ที่ชีวิตตนหนีกะเทยไม่พ้นสักที!

ooooooo

ที่พัทยา บรรดาผู้เข้าประกวดกำลังฝึกซ้อมเต้นเปิดตัวการประกวดรอบตัดสินบนเวที ทีแรกข้าวฟ่างโดดเด่นอยู่ตรงกลาง แต่เต้นผิดๆ ถูกๆ ตัวแข็งทื่อ จนครูฝึกเปลี่ยนให้ปรางค์ที่เต้นได้สวยพลิ้วกว่ามายืนตรงกลางแทน

เจ๊จูนรับไม่ได้เข้าไปต่อว่าครูฝึก ขอเวลาให้ข้าวฟ่างอีกสักหน่อยเดี๋ยวก็เต้นได้

"ไม่มีเวลาแล้วล่ะค่ะ ช่วยลงไปจากเวทีด้วยค่ะ เริ่มใหม่ตั้งแต่ต้นนะ" ครูฝึกเชิญเจ๊จูนลงจากเวทีแล้วสั่งให้ฝึกเต้นกันต่อ

พอเจ๊จูนลงมาก็ถูกเจ๊ตุ่มกับนุชที่จับตาดูอยู่เข้าไปแขวะทันที ต่างคุยข่มกันว่าคนของตัวเองต้องได้เป็นมิสเรนโบว์ควีน

แต่พอเลิกซ้อมข้าวฟ่างลงมาก็กอดเจ๊จูนร้องไห้ถามว่าจะทำอย่างไรดีตอนนี้ใครๆ ก็บอกว่าปรางค์มาวินทั้งนั้น เจ๊บ่นว่าข้าวฟ่างไม่ได้เรื่องตนเลือกคนมาประกวดผิดจริงๆแต่ความริษยาจะ เอาชนะทำให้เจ๊บอกข้าวฟ่างว่าไม่ต้องห่วงตนไม่มีวันยอมแพ้เจ๊ตุ่ม ถ้าตนไม่ชนะก็จะไม่ให้ใครชนะ จะทำทุกวิถีทางกำจัดปรางค์ให้พ้นทางข้าวฟ่างให้ได้

ข้าวฟ่างถามว่าจะทำอย่างไรหรือ เจ๊พูดหน้าเหี้ยมเจ้าเล่ห์บอกว่า งานนี้ไม่ต้องใช้เงินใช้แต่สมองก็พอ ให้ข้าวฟ่างคอยดูความหายนะของอีกฝ่ายก็แล้วกัน

เจ๊จูนเล่นแผนสกปรกชั่วร้ายจริงๆ โดยปลอมตัวเป็นแม่บ้านทำความสะอาดเข้าไปในห้องพักในโรงแรมของเจ๊ตุ่มที่อยู่ กับปรางค์ เอาสารพิษไปเทใส่เครื่องสำอางทุกขวดทุกกระปุกของปรางค์แล้วออกไปคอยดูผลงาน ตัวเอง

เมื่อปรางค์กลับมาแล้วนุชเข้าไปช่วยนวดหน้าทาครีมให้ เจ๊ตุ่มเข้ามากำกับอย่างใกล้ชิดว่า ทาอีมูลชั่นครีมเสร็จก็ต่อด้วยเซรั่มแล้วจบด้วยไนต์ครีมตัวใหม่ นุชทำตามขั้นตอน แต่ครู่เดียวปรางค์ก็รู้สึกแสบร้อนไปทั้งหน้า นุชเองก็ปวดแสบ ปวดร้อนที่มือ

"ครีมแพงๆมันก็ออกฤทธิ์เร็วอย่างนี้แหละ เป็นไงเห็นผลทันตาเลยใช่ไหม ครีมนี่ฉันสั่งตรงมาจากสวิตเซอร์แลนด์ กระปุกละเกือบหมื่นเชียวนะ" เจ๊ตุ่มยืนกำกับคุยโว

อีกครู่เดียวปรางค์ก็ทนไม่ไหวเพราะหน้าเป็นผื่นแดงน่ากลัว นุชเองก็มือปวดแสบปวดร้อนยิ่งขึ้น เจ๊ตุ่มเอะใจว่าครีมหมดอายุรึเปล่า แต่ก็ไม่น่าใช่เพราะเพิ่งซื้อมาเมื่อเดือนที่แล้วนี่เอง

อาการของปรางค์รุนแรงขึ้นจนกระทั่งผิวหน้าลอกออกมาเป็นแผ่นๆ สุดท้ายเจ๊ตุ่มตัดสินใจพาปรางค์ไปโรงพยาบาลอย่างรีบด่วน

ooooooo

ร้านข้าวต้มของประพันธ์ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ลูกค้ามาสั่งอาหารจนทำแทบไม่ทัน พอดีมีสั่งผักบุ้งลอยฟ้ารวมๆกันถึง 6 จาน ประพันธ์ตัดสินใจผัดในกระทะเดียวกันเลย หลังจากสาดน้ำมันใส่กระทะใส่ เครื่องปรุงแล้วก็กอบผักบุ้งโยนลงไป สาดน้ำมันใส่อีกที ให้ไฟลุกท่วม

ปรากฏว่าไฟลุกฟู่ กอปรกับประพันธ์โยนผักบุ้งโชว์ ไฟเลยลามไปติดผ้าใบเต็นท์ข้างๆ พริบตานั้นไฟลุกท่วมอย่างเร็ว ประพันธ์ตกใจโยนกระทะลงเตาไฟเลยยิ่งลุกท่วมลามทั้งเตาทั้งตู้ทั้งเต็นท์

ลูกค้าพากันหนีตาย ประพันธ์พยายามดับไฟแต่ยิ่งสาดน้ำใส่ไฟก็ยิ่งลุก กระบี่วิ่งเอาผ้าไปช่วยดับไฟแต่ไฟลุกลามเร็วและแรงจนในที่สุดไฟก็ลุกท่วม ทั้งร้าน

แป้งตกตะลึงยืนช็อกทำอะไรไม่ถูก!

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

อุบัติร้ายอุบัติรัก EP.15 ธเรศ เข้าบริหารงานแทน ทิศผาติ ไม่ยอมเปิดศึกวางมวย

อุบัติร้ายอุบัติรัก EP.15 ธเรศ เข้าบริหารงานแทน ทิศผาติ ไม่ยอมเปิดศึกวางมวย
7 พ.ค. 2564

14:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันศุกร์ที่ 7 พฤษภาคม 2564 เวลา 22:46 น.