ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

แฝดนะยะ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

เมื่อที่ไหนก็ไม่รับเข้าทำงาน แป้งตัดสินใจเดิน ขายดอกกุหลาบตามชายหาด ขายดอกละห้าบาท

ห้าดอกยี่สิบ ร้องขายจนเสียงแห้งก็ไม่มีใครซื้อ ไปขายให้หนุ่มสาวที่พลอดรักกันอยู่ก็ถูกไล่เพราะไปขัดจังหวะรักของเขา

หิ้วกุหลาบเต็มตะกร้าเดินละเหี่ยมาตามชายหาด มองไกลๆเห็นกระบี่ทำลับๆล่อๆอยู่ พอเห็นแป้งกระบี่ก็หลบแว้บแป้งยิ่งสงสัย เดินหาจนเจอเห็นกระบี่เดินกอดกระเป๋ามองซ้ายมองขวาอย่างระแวดระวัง แป้งถามว่ามาทำอะไรแถวนี้ กระบี่ยิ่งตกใจโกหกตะกุกตะกักว่า "ฉัน...ฉันนัดเพื่อนไว้"
แป้งคาดคั้นถามว่าเพื่อนคนไหน กระบี่เฉไฉว่าแป้งไม่รู้จัก

"ฉันรู้จักเพื่อนแกทุกคน ฉันรู้จักแกยิ่งกว่าตัวแกเสียอีก วันนี้ฉันโทร.หาแกทั้งวัน ทำไมไม่รับสายมันต้องมีอะไรผิดปกติแน่ๆ แล้วนั่นกระเป๋าอะไร"

"แกอย่ายุ่งน่า" กระบี่เบี่ยงตัวบังกระเป๋าไว้ ทำให้แป้งยิ่งสงสัยตรงไปกระชากกระเป๋ามาเปิดดูเห็นถุงยาบ้าอยู่ข้างใน แป้งโกรธจัดหยิบถุงยาบ้าออกมาทิ่มใส่หน้ากระบี่ตะคอกถาม

"นี่อะไร นี่แกบ้าหรือโง่ถึงได้ทำเรื่องชั่วๆอย่างนี้ ทำไมแกทำอย่างนี้ไอ้บี่ ทำไม"

กระบี่ยอมรับว่าตนทำเพื่อช่วยหาเงินมาประกันตัวน้าพัน ถ้าหาได้ครบสองหมื่นก็จะเลิกทันที แป้งโกรธจัดบอกว่าถ้าจะช่วยตนด้วยวิธีนี้ก็ไม่ต้องช่วย ตนไม่ต้องการเงินสกปรกนี้

"เราหมดหนทางแล้วนะไอ้แป้ง คนจนๆอย่างเราจะทำอะไรได้มากไปกว่านี้ล่ะ ถ้าฉันไม่ขายยาแกจะต้องไปขายตัวเข้าสักวัน"

"ไอ้คนสิ้นคิด" แป้งกระโดดชกหน้ากระบี่ ประกาศว่าคนอย่างตนไม่มีวันยอมขายตัว ยอมตายดีกว่ายอมขายศักดิ์ศรี ชี้หน้ากระบี่ด่าว่า "คนไม่มีศักดิ์ศรีอย่างแกไม่มีวันเข้าใจ ไอ้ยาพวกนี้เป็นยานรกมันจะทำลายชีวิตแก แกจะไม่เหลือความเป็นคนถ้าแกไปยุ่งกับมัน" ว่าแล้วแป้งขว้างกระเป๋าของกระบี่ลงทะเล

"ไอ้แป้ง" กระบี่ตะโกนสุดเสียง วิ่งลุยลงทะเล แล้วหันกลับมาหาแป้งหัวฟัดหัวเหวี่ยงถามว่าทำบ้าอะไร ยาพวกนี้ เงินทั้งนั้น พูดอย่างเจ็บปวดว่า "ฉันพยายามช่วยแกอยู่ พ่อแกก็ติดคุก ที่ซุกหัวนอนก็จะไม่มีอยู่แล้ว อย่าคิดว่าฉันไม่รู้ว่าแกอดข้าวมากี่มื้อแล้ว แกจะตายเพราะศักดิ์ศรีบ้าๆของแกนี่แหละ"

กระบี่โมโหจนผลักแป้งล้มลงกุหลาบในตะกร้าตกกระจาย ทำแล้วรู้สึกตัวว่ารุนแรงไป อุทาน "แป้ง" แต่แป้งโกรธมากคว้าตะกร้าลุกขึ้นพูดใส่หน้าก่อนเดินไปว่า

"อย่ามาเรียกชื่อฉัน ฉันไม่มีเพื่อนอย่างแก!"

ooooooo

ในผับที่นักรบมาส่งโชติรส เขานั่งจิบไวน์อยู่มุมหนึ่งมองไปรอบๆอย่างเบื่อๆ ส่วนโชติรสกำลังเม้าท์ อยู่กับเพื่อนอย่างมันปาก คอยหันมองและส่งสัญญาณขอเวลากับเขาเป็นระยะ

โชติรสหันไปคุยกับเพื่อนอีกครู่เดียว หันมาอีกทีนักรบหายไปแล้ว เขาลุกไปเดินที่ชายหาดโทรศัพท์บอกต๊อดให้ขับรถมารับโชติรสที่พัทยาแทนตนที

พูดโทรศัพท์ยังไม่ทันเสร็จ นักรบก็ถูกนักเลงแถวชายหาดโผล่เข้าชาร์จจากข้างหลัง มันมากัน 3 คน คนหนึ่งล็อกตัวนักรบไว้ อีกคนกระชากมือถือไป และอีกคนคว้ากระเป๋า กระชากสร้อยคอ นาฬิกาข้อมือเขาพัลวัน พอนักรบสู้มันก็รุมกันเล่นงาน

"เฮ้ย! หยุดเดี๋ยวนี้นะ ไอ้พวกหมาหมู่" แป้งตะโกนแล้ววิ่งเข้าไปกระชากนักเลงคนหนึ่งออกมา พอนักรบตั้งหลักได้ ทั้งสองก็ช่วยกันเล่นงานนักเลงกระดูกอ่อนพวกนั้นจนหนีกันกระเจิง

แต่พอหันมาเห็นหน้ากันจังๆต่างก็ตกใจ แปลกใจนักรบขอบใจแป้งที่ช่วยตน ถามว่าเธอเป็นอะไรหรือเปล่าเพราะโดนไปหลายหมัดเหมือนกัน เขาเผลอดึงตัวแป้งเข้าไปดูใกล้ๆ

"ไม่ต้องมายุ่ง ฉันไม่เป็นไร คุณนั่นแหละไปทำแผลซะไป" นักรบชมว่าเธอบู๊เก่งเหมือนกัน ถามว่าไปเรียนมาจากไหน แป้งหางตาใส่อย่างหมั่นไส้ "คนทำมาหากินอย่างฉัน ก็ต้องมีวิชาไว้ป้องกันตัว คนอย่างคุณไม่รู้จักหรอกว่าชีวิตที่ต้องสู้เพื่อความอยู่รอดน่ะเป็นยังไง ฉันไม่น่าจะมาเสียเวลากับคุณเลยวันนี้ขายหมดไหมเนี่ย" แป้งมองกุหลาบในตะกร้าบ่นๆ แล้วเดินไป

แป้งเดินเร่ขายดอกกุหลาบต่อไป ไม่มีใครซื้อเลย บางคนยังด่าว่าเอากุหลาบเหี่ยวๆมาขาย นักรบเดินตามมา เลยขอเหมาหมดถามว่าเท่าไร แป้งก้มลงนับกุหลาบอย่างเร็ว

"ทั้งหมดสามร้อยบาท ดึกแล้วฉันลดให้คุณสองร้อยห้าสิบแล้วกัน" นักรบแซวว่าคราวนี้ยอมรับเงินตนแล้วหรือ แป้งมองขวับตาขวาง "ฉันไม่ได้รับเงินคุณเปล่าๆ ตกลงจะซื้อหรือไม่ซื้อ ฉันไม่ง้อหรอกนะ ฉันไปขายหน้าบาร์เบียร์ เดี๋ยวก็หมด"

นักรบรีบบอกว่าซื้อ ขอเหมาทั้งตะกร้าด้วย ว่าแล้วยัดเงินหนึ่งพันบาทให้แป้ง ดึงกุหลาบไปทั้งตะกร้า แป้งรีบบอกว่ารอเงินทอนก่อนเพราะทั้งกุหลาบ ทั้งตะกร้ารวมกันยังไม่ถึงห้าร้อยบาทเลย

"เก็บเงินทอนไว้ก่อนแล้วกัน แล้ววันหลังฉันจะมาทวงคืน" นักรบพูดให้แป้งรู้สึกว่าตัวเองมีศักดิ์ศรีแล้วหิ้วตะกร้ากุหลาบไป ได้ยินเสียงแป้งร้องตามหลังก่อนเงียบไปว่า

"เดี๋ยวซิคุณ แล้วฉันจะเอาเงินทอนคืนคุณได้ที่ไหน เมื่อไหร่ล่ะ"

ooooooo

นักรบกลับไปที่ผับอีกที เพื่อนๆของโชติรสบอกว่าเธอน็อกไปแล้ว โชติรสรีบบอกว่าอย่าไปฟังตนไม่ได้เมาแค่มึนๆนิดหน่อยเท่านั้น แล้วชวนกลับกันเถอะเบื่อเพื่อนพวกนี้เต็มทีแล้ว

นักรบท้วงว่าเธอยังไม่ได้บอกเลยว่าบ้านอยู่ไหน โชติรสไม่กลับบ้านอ้างว่าพรุ่งนี้มีนัดคุยกับลูกค้าที่นี่ ตนมีคอนโดฯอยู่ที่พัทยาเหนือให้ไปส่งที่นั่น นักรบบ่นอย่างหงุดหงิดว่าน่าจะบอกตนก่อน

"ถ้าบอกก่อนพี่รบก็หนีกลับกรุงเทพฯน่ะซิคะ นี่พี่รบหนีไปเที่ยวไหนมาคะ บอกโรสมาซะดีๆ ไม่งั้นโรสฟ้อง

คุณป้านะคะ" พูดแล้วจ้องหน้าอย่างจับพิรุธ เลยเห็นรอยถูกชกที่หน้าถามว่าไปโดนอะไรมา

พอนักรบพาไปส่งที่คอนโดฯ โชติรสก็อ้อนว่าอย่าเพิ่งไปไหนตนปวดหัวมาก นักรบบอกว่าคงดื่มมากเกินไปกินยาแก้ปวดเดี๋ยวก็หาย เธอทำเป็นห่วงเขาว่าดึกแล้วขับรถกลับอันตราย นอนที่คอนโดฯนี้ก็ได้มีอยู่หลายห้องหรือจะนอนห้องเดียวกับตนก็ได้

นักรบบอกว่าตนก็คิดจะค้างอยู่เหมือนกัน แต่จะไปนอนโรงแรมดีกว่า ตนไม่ชอบอะไรเสี่ยงๆเหมือนเธอ ถ้าเสี่ยงไปแล้วไม่คุ้มกับที่ต้องเสียก็ไม่เสี่ยงดีกว่า ว่าแล้วเดินกลับออกไป

"ยากๆอย่างนี้ท้าทายดี!" โชติรสมองตามอย่างจะเอาชนะให้ได้

ooooooo

ความเป็นเพื่อนที่ร่วมเป็นร่วมตายกันมานาน ทำให้แป้งกับกระบี่โกรธกันไม่นาน กระบี่ยอมรับผิดและขอโทษแป้ง สัญญาสาบานว่าจะไม่ทำเรื่องโง่ๆ แบบนี้อีกคร่ำครวญว่า

"แกอย่าตัดขาดฉันเลยนะ ชีวิตฉันไม่มีใครนอกจากแก แกเป็นครอบครัวของฉัน ถ้าชีวิตฉันไม่มีแก..."

"พอแล้ว แกก็เป็นครอบครัวของฉันเหมือนกัน" แป้งตัดบท กระบี่ดีใจที่เพื่อนยกโทษให้ แป้งบอกว่าครั้งนี้ยกโทษให้ ทีหลังห้ามทำอย่างนี้อีกแล้วก็ห้ามถอดใจง่ายๆ เราต้องไม่หมดหนทางเรายังสู้ได้ต้องสู้ต่อไป ทำให้กระบี่ทั้งดีใจซึ้งใจที่แป้งเข้มแข็งมาก

แป้งขอบใจที่กระบี่ทำเพื่อพ่อ ถามอย่างเป็นห่วงว่าแล้วยาที่ตนโยนลงทะเลไป กระบี่จะถูกเอเย่นต์ค้ายาเอาเรื่องไหม กระบี่บอกว่าไม่เป็นไร ไม่กี่เม็ดเอง ตนจะบอกว่าเจอตำรวจก็เลยโยนทิ้ง

เมื่อต่างเข้าใจและให้อภัยกันแล้ว สองเพื่อนซี้ก็พากันกลับ กระบี่ยืนมองจนแป้งเข้าบ้านแล้วจึงเดินออกไป

ooooooo

ที่ห้องพักโรงแรมสำหรับพวกที่มาประกวดมิสเรนโบว์ควีน เจ๊ตุ่ม นุช และเอื้อมกำลังช่วยกันจับปรางค์แต่งตัวสุดฤทธิ์ ทั้งต้องซ้อมพันส่าหรี ต้องหาซื้อเฮนน่ามาเพ้นต์มือเพ้นต์แขนปรางค์ แล้วยังต้องหัดเต้นระบำแขกด้วย

เจ๊ตุ่มดีใจมากที่เอื้อมใช้ความสามารถพิเศษรู้จักกับคนที่ทำประสานงานกองถ่ายหนังอินเดียที่กำลังมาถ่ายทำในไทยแอบยืมชุดอินเดียมา เจ๊ตุ่มชมว่าเลิศหรูได้สมใจจริงๆ

อุปกรณ์ทุกอย่างที่จะใช้แต่งตัวปรางค์หมดหรือไม่มีไปเสียเกือบทุกอย่าง เจ๊ตุ่มกับนุชเลยต้องไปเดินหาซื้อที่แหล่งช็อปปิ้งที่พัทยา เจ๊บ่นอุบว่าของแพงจับอะไรไม่ลงเลยจริงๆ

ระหว่างเดินหาซื้อของ คู่ซี้ก็ขัดใจกันเล็กน้อยเมื่อนุชบอกว่าถ้าปรางค์ได้รางวัล ตนต้องได้ส่วนแบ่งเพราะปรางค์เป็นหลานตน ถ้าตนไม่ช่วยพูดปรางค์ก็ไม่ยอมมาประกวด อีกทั้งการทำหน้าทำตัวให้ปรางค์ตนก็ต้องจ่ายไปเป็นหมื่นเหมือนกัน ต่อรองกันไปมาลงตัวกันที่เจ๊ตุ่มจะแบ่งให้นุช 30 เปอร์เซ็นต์

ขณะเดินหาซื้อของอยู่นั่นเอง แป้งทำพวงกุญแจตกก้มเก็บเลยถูกเจ๊ตุ่มเบรกไม่ทันชนโครม เจ๊เห็นแป้งก็โวยวายว่า "นังปรางค์มาทำอะไรแถวนี้" นุชก็บ่นว่าออกมาตากแดดตากลมแบบนี้ผิวเสียหมด

เจ๊ตุ่มเห็นรอยฟกช้ำที่หน้าแป้ง เอะอะถามว่าไปทำอะไรมาถึงได้ฟกช้ำดำเขียวไปหมดทั้งหน้าแบบนี้ แป้งฟังทั้งสองพูดยิ่งฟังก็ยิ่งงง บอกว่าคงจำคนผิดแล้วล่ะ แล้วเดินหนี เจ๊ตุ่มกับนุชมองหน้ากันเหวอ สุดท้ายเจ๊ตัดบทว่าสงสัยเราเมาแดดไปหน่อยเลยจำคนผิด

ooooooo

แป้งไปเยี่ยมประพันธ์ที่โรงพักเธอตกใจที่พ่อหายไป ถามตำรวจจึงรู้ว่าปล่อยตัวไปแล้วเพราะประพันธ์คร่ำครวญทั้งวันทั้งคืนจนผู้ต้องหาอื่นไม่ได้หลับไม่ได้นอน และที่สำคัญคือถูกขังมาหลายวันแล้วคงจะหลาบจำบ้างเลยให้เซ็นแล้วปล่อยตัวไป แต่ถ้าทำผิดอีกก็ต้องถูกส่งฟ้องศาลติดคุกแน่ กำชับแป้งให้ดูแลพ่อให้ดี

พอแป้งกลับถึงบ้านเจอประพันธ์กำลังดูหนังสือพิมพ์ หน้ากีฬาอย่างสนใจ

"คืนนี้มีมวยคู่เด็ดด้วยโว้ย สามต่อหนึ่งเชียวเหรอวะเนี่ย"

แป้งดีใจมากโผเข้ากอดพ่อ ถามว่าไม่โกรธใช่ไหมที่ตนหาเงินไปประกันพ่อไม่ได้ ประพันธ์บอกว่าไม่โกรธตอนนั้นแค่หงุดหงิดนิดหน่อย ที่จริงพ่อผิดเองทำตัวเองสมควรแล้วที่ถูกจับขังคุก

ประพันธ์ให้สัญญาว่าจะไม่เข้าบ่อนอีก เข็ดแล้ว

"พ่อเป็นคนสอนให้หนูเป็นคนซื่อสัตย์เป็นคนรักษาสัญญา พูดอะไรแล้วต้องทำให้ได้ พ่อก็ต้องเป็นอย่างนั้นด้วยนะ"

"เออ...รู้แล้วน่า" ประพันธ์ตอบทำเสียงรำคาญ แป้งจึงไปเก็บเสื้อผ้าของพ่อไปซัก คุยอย่างมีความสุขที่จะทำอาหารให้พ่อกินเป็นมื้อแรก ขอร้องพ่ออย่าทำให้ตนเป็นห่วงอีก พูดแล้วเห็นพ่อเงียบหันไปดูอีก พ่อหลับกรนคร่อกไปแล้ว

ooooooo

แล้วก็เกิดความสับสนขึ้นอีก เมื่อนักรบเดินถ่ายรูปวิถีชีวิตของชาวบ้านแถวชายหาดหน้าโรงแรมแล้วเห็นปรางค์ในชุดสวยใส่หมวกปีกเดินกรีดกรายอยู่ แม้จะมีแว่นดำอันโตปิดบังใบหน้าอยู่ แต่นักรบก็เชื่อสายตาตัวเองว่านั่นต้องเป็นแป้งแน่นอน เขารีบเดินเข้าไปทัก

พอปรางค์หันมองเธอถึงกับอึ้ง จำได้แม่นว่าตาคนนี้แหละที่เข้าไปหาว่าตนเป็นหัวขโมยถึงหลังเวทีประกวดนางงามมะปรางหวาน นักรบถามประชดว่า

"วันนี้มาทำงานอะไรล่ะ มาเดินเป็นตัวประกอบเหมือนงานที่กรุงเทพฯงั้นเหรอ เธอนี่เก่งรอบด้านจริงๆนะ โชว์ศิลปะการป้องกันตัวก็ได้ แล้วยังโชว์แบบอื่นได้ด้วยเหรอ เออ...จริงซิ ฉันยังไม่ได้ขอโทษเธอเลยที่กล่าวหาว่าเธอเป็นขโมย ขอโทษจริงๆนะ"

ปรางค์ตอบอย่างเสียไม่ได้ว่าไม่เป็นไร นักรบถามอีกว่าเธอชื่ออะไร พอปรางค์บอกชื่อ เขาก็แนะนำตัวเองบ้างว่า

"ฉันชื่อนักรบ ถึงเธอจะคิดว่าเราจะแตกต่างกันมาก แต่ฉันไม่เคยคิดอย่างนั้น ฉันเชื่อว่าคนทุกคนเกิดมามีสิทธิ์เท่าเทียมกัน ฐานะ การศึกษาไม่ได้ทำให้ใครต่ำใครสูงแต่ความดีความชั่วต่างหาก ฉันกำลังพยายามบอกเธอว่า เราน่าจะเป็นเพื่อนกันได้" นักรบพูดตรงๆหลังจากเห็นปรางค์ทำหน้าอึ้งๆงงๆ พอนักรบเดินเข้าไปใกล้ ปรางค์ก็ถอยกรูดตกใจแล้วขอตัวบอกว่าต้องไปซ้อมเดินแล้ว นักรบมองตามเป็นฝ่ายงงเสียเอง บ่นพึมพำ

"ทำไมวันนี้ดูแปลกๆ..."

ooooooo

ปรางค์กลับไปเล่าให้เอื้อมฟังบ่นว่านักรบต้องเป็นพวกโรคจิตแน่ๆถึงได้ตามมาถึงนี่ เอื้อมมองใน แง่ดีว่า เขาอาจจะหลงรักปรางค์เข้าแล้วก็ได้ ถามอย่างเอะใจว่า "เขารู้รึเปล่าว่าแกเป็นสาวเทียม"

ปรางค์คาดว่าคงไม่รู้ แต่รู้ตนก็ไม่สนใจเพราะยังไม่อยากมีแฟน เอื้อมถามว่าหล่อไหม ถ้าหล่อส่งต่อมาให้ตนก็ได้ ถูกปรางค์เอ็ดว่าตอนนี้ตนไม่สนใจอะไรหรอกเพราะมีภารกิจที่ต้องทำ เอื้อมเลยหันมาช่วยกันต่อท่าเต้นระบำแขกกัน

และแล้ววันซ้อมใหญ่ก็มาถึง พวกเข้าประกวดพากันไปอออยู่หลังเวทีคุยกันเจี๊ยวจ๊าวราวกับนกกระจอกแตกรังจนกระทั่งเจ้าหน้าที่หลังเวทีเดินเข้ามาเร่งว่า

"ทุกคนเชิญไปที่เวทีด้วยค่ะ คราวนี้เราจะซ้อมรันทรูเหมือนจริง แต่ยังไม่ต้องเปลี่ยนชุดนะคะ เชิญค่ะ แล้วขอให้พี่เลี้ยงสปอนเซอร์ทุกคนไปประชุมที่ห้องประชุมใหญ่ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ เชิญค่ะ"

เจ้าหน้าที่ต้อนพวกเข้าประกวดไปที่หน้าเวที เจ๊ตุ่มกับนุชแยกย้ายไปอีกทางพร้อมพี่เลี้ยงและสปอนเซอร์ ที่หลังเวทีจึงไม่มีใครอยู่

เจ๊จูน...ก้าวออกมาจากหลังราวที่แขวนเสื้อผ้า มือถือกรรไกรค่อยๆชูขึ้นตาเป็นประกายชั่วร้าย!

ooooooo

ที่เวทีประกวด พวกเข้าประกวดกำลังซ้อมเดินกันอยู่ เจ๊ตุ่มกับนุชไปยืนเกาะขอบเวทีดูปรางค์ เจ๊บ่นว่าท่าทางปรางค์ไม่ค่อยมั่นใจ นุชบอกว่ายังพอมีเวลาที่จะติวเข้มกับปรางค์อีกรอบ ขณะนั้นเองเจ๊จูนก็เข้ามาลอยหน้าชมว่าเด็กของเจ๊ตุ่มดูๆไปก็เริ่ดไม่แพ้ข้าวฟ่างเลย ทำให้ทั้งเจ๊ตุ่มและนุชรู้สึกแปลกๆกับท่าทีของเจ๊จูน บอกกันว่าต้องจับตาดูให้ดีอย่าได้ไว้ใจเด็ดขาด!

ที่ล็อบบี้โรงแรม นักรบเดินไปหาต๊อดที่ยืนรออยู่พูดอย่างดีใจว่ามาช่วยชีวิตตนได้ทันเวลาพอดี แต่พูดไปพูดมา กลายเป็นว่าต๊อดมางานประกวดนางงามที่นี่ไม่เกี่ยวกับโชติรสเรื่องนั้นตนช่วยไม่ได้

นักรบหาทางแก้ปัญหาด้วยการเรียกรถลีมูซีนของโรงแรมให้มารับโชติรสพาไปส่งกรุงเทพฯแทน อ้างว่าตนมีงานด่วนต้องอยู่อีกหลายวัน

ระหว่างนั้นเองพวกประกวดพากันเดินเจี๊ยวจ๊าวผ่านไปเป็นฝูง นักรบต้องหลบหลีกทางให้ เจ๊ตุ่มกับนุชมองหาปรางค์ เพื่อจะพาไปซ้อมเดินอีกสักรอบ มองหาอยู่นานจึงเห็นหลบอยู่หลังกระถางต้นไม้ใหญ่

เจ๊ตุ่มกับนุชเข้าไปตาม ปรางค์ทำเสียงเบาๆไม่ให้เอะอะ นุชถามว่าหลบหน้าใครอยู่หรือ พอปรางค์ชี้ให้ดูนักรบ เจ๊ตุ่มจำได้ทำท่านักเลงบอกว่าเดี๋ยวเจ๊ไปจัดการเอง

เจ๊ตรงไปด่านักรบว่าเป็นพวกโรคจิต เด็กของตนไม่เล่นด้วยแล้วยังตามมาตื๊ออีก นักรบจำเจ๊ตุ่มได้รีบขอโทษเพราะคราวที่แล้วตนเข้าใจผิดไปเอง เจ๊กลับหาว่าเขาเล่นเล่ห์ ขู่ว่าให้ห่างๆปรางค์ไว้ เพราะตอนนี้ปรางค์กำลังมีงานสำคัญถ้าขืนวอแวไม่เลิกจะจับเจี๋ยนให้ดู

เจ๊ตุ่มมาด่าๆๆขู่ๆๆแล้วสะบัดหน้าไป นักรบเลยยืนงงอยู่ตรงนั้น

ooooooo

กระบี่ถูกพวกเอเย่นต์ค้ายาเล่นงานจริงๆ มันตามมาทวงค่ายาพอกระบี่บอกว่าตอนนี้ยังไม่มีก็ถูกมันรุมอัดจนล้ม กระบี่เลยตะโกน "ตำรวจมา!" มันตกใจเลยหนีไป

พอกลับบ้านแป้งคาดคั้นจนกระบี่ยอมบอกความจริง แป้งบอกว่าไม่เป็นไรตนสะสมเงินที่จะเอาไปประกันพ่อได้เกือบหมื่นตอนนี้ยังอยู่ที่บ้าน เดี๋ยวจะไปเอามาให้

แต่พอแป้งไปหาเงิน ปรากฏว่าเงินหายไปหมดแล้ว แป้งเชื่อว่าต้องเป็นฝีมือพ่อแน่ๆ โทร.ไปถาม ประพันธ์ยอมรับ หัวเราะร่าบอกว่าเอาเงินนี้มาเซ้งร้านป้าจุกที่จะไปอยู่กับลูกชายที่สัตหีบ คุยอย่างอารมณ์ดีว่า นอกจากเซ้งร้านได้แล้วยังจ่ายค่าข้าวที่ค้างป้าจุกไปหมดแล้วด้วย

แม้แป้งจะรู้สึกดีที่พ่อคิดทำมาหากินเริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่ปัญหาหนักหน่วงตอนนี้คือจะหาเงินที่ไหนไปใช้หนี้ พวกเอเย่นต์ยา ไม่อย่างนั้นชีวิตของกระบี่ไม่ปลอดภัยแน่

ที่เวทีประกวดมิสเรนโบว์ควีนยังดำเนินต่อไปอย่างคึกคัก เจ๊จูนก็ยังคอยราวีกระแนะกระแหนเจ๊ตุ่มไม่เลิก สุดท้ายเจ๊ตุ่มบอกนุชว่าไม่ต้องสนใจ มันคงปั่นหัวเราให้วุ่นเท่านั้น ให้กำลังใจปรางค์ว่า

"วันนี้แกต้องผ่านเข้ารอบแน่ๆ ขอให้แกมั่นใจในตัวเองก็พอ"

"หนูจะทำให้ดีที่สุดค่ะพี่ตุ่ม น้านุช" ปรางค์รับปากทั้งที่ใจไม่ดี

การประกวดในชุดนานาชาติเริ่มขึ้นแล้ว พิธีกรขึ้นประกาศบนเวที เริ่มจากมิสเจแปน ต่อมาเป็นมิสอเมริกา ตามด้วยมิสเวเนซุเอลาที่โชว์โดยข้าวฟ่าง

"มันต้องออกมาหลังนังปรางค์ไม่ใช่เหรอ" เจ๊ตุ่มเอะใจ ก็พอดีพิธีกรประกาศมิสอินเดีย เจ๊เลยโล่งใจ

คนดูวิพากษ์วิจารณ์กันว่าปรางค์เป็นตัวเก็ง เจ๊ตุ่มกับนุชได้ยินหันยิ้มให้กันหน้าบาน

ขณะนั้นเอง ข้าวฟ่างที่เดินไปหลังเวทีแล้วย้อนกลับมาอีกครั้ง เป็นเวลาที่ปรางค์ยืนไหว้แบบอินเดียอยู่กลางเวที พริบตานั้นข้าวฟ่างมาเหยียบชายส่าหรีที่ยาวลากพื้น พอปรางค์ขยับตัวส่าหรีก็ขาดแควกปรางค์ตกใจดึงชายผ้าไว้ ข้าวฟ่างทำทีเข้าไปช่วยแต่ที่แท้กลับดึงผ้าให้ขาดออกจนเกือบไม่เหลือติดตัว!

"ได้ช็อตเด็ดอีกแล้ว" ต๊อดดีใจเก็บภาพไม่ยั้ง

ปรางค์ยืนหน้าซีดอยู่กลางเวที เจ๊ตุ่มกับนุชวิ่งไปที่หน้าเวที เอื้อมวิ่งไปที่แผงคอนโทรลเครื่องเสียง เจ๊ตุ่มตะโกน "นังปรางค์..." เพื่อเรียกสติปรางค์

ทันใดนั้นเสียงเพลงระบำแขกดังขึ้น นุชตะโกนแข่งกับเสียงเพลง "นังปรางค์ เต้นเลย!"

เจ๊ตุ่มเต้นให้ดู เอื้อมวิ่งมาสมทบแล้วทั้งสามคนก็ช่วยกันเต้นสุดฤทธิ์ เอื้อมตะโกนบอกว่า "เต้นอย่างที่ฉันสอนไง" ปรางค์ ได้สติรีบถอดรองเท้าโยนทิ้งแล้วเต้นระบำแขกพลางก็ค่อยๆหยิบเศษผ้าส่าหรีขึ้น พันตัวใหม่ กลายเป็นชุดเก๋ไก๋ไปทันที

คนปรบมือกันเกรียวกราวบ้างเป่าปากเปี๊ยวป๊าวให้ กำลังใจปรางค์

ในที่สุด ทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดี เจ๊ตุ่ม นุช และเอื้อม ต่างโล่งใจที่ปรางค์แก้สถานการณ์ได้สวย ส่วนเจ๊จูนหัวเสียอย่างหนักคาดไม่ถึงว่าปรางค์จะแก้ปัญหาเนียนขนาดนี้

ooooooo

หลังเวทีประกวด เจ๊ตุ่ม นุช และเอื้อมดาหน้าเข้าไปหาเจ๊จูนอย่างเอาเรื่อง เจ๊จูนรีบขอตัวอ้างว่าต้องพาข้าวฟ่างไปให้สัมภาษณ์ เจ๊จูนถูกดักไว้ เจ๊ตุ่มกับพวกรุมกันด่าว่าสาวไส้เจ๊จูนที่เล่นแผนสกปรก เอาหลักฐานบนเวทีมายันว่าทุกคนเห็นว่าข้าวฟ่างตั้งใจเหยียบชายผ้าส่าหรีของ ปรางค์

เจ๊จูนอ้างว่าเป็นอุบัติเหตุ ถูกนุชแฉว่าเจ๊จูนตัดผ้าส่าหรีของปรางค์แล้วเอาด้ายเนาไว้หลวมๆพอถูกข้าว ฟ่างเหยียบเลยขาดแควกๆๆจนหมด ข้าวฟ่างฟังแล้วพูดแทรกขึ้นมาว่า

"อ๋อ...อย่างนี้นี่เอง มิน่าพี่จูนถึงสั่งให้ข้าวฟ่างเดินไปเหยียบส่าหรีของนังปรางค์"

เจ๊จูนโมโหจนลมออกหูที่ข้าวฟ่างมาพูดความจริง เลยรับอย่างท้าทายว่าถ้าตนทำแล้วจะทำไม ในเมื่อรอบคัดเลือกผ่านไปแล้วยังไงปรางค์ก็ตกรอบไปแล้วแก้ไขอะไรไม่ได้อีก พูดแล้วจูงข้าวฟ่างออกไปไม่วายดึงเศษส่าหรีจากนุชส่งให้เจ๊ตุ่มพูดเย้ยว่า

"เอาไว้ซับน้ำตาตอนนั่งรถกลับกรุงเทพฯนะคะพี่ตุ่ม"

ooooooo

ร้านข้าวต้มโต้รุ่งของประพันธ์ที่ได้ฤกษ์เปิดร้านคืนนี้ บรรยากาศคึกคักมาก ประพันธ์เป็นพ่อครัวใหญ่ แป้งไปยืนตะโกนเรียกแขกอยู่หน้าร้าน มีผักบุ้งลอยฟ้าเป็นอาหารจานแนะนำ

ขณะที่แป้งยืนเรียกแขกอยู่หน้าร้านนั่นเอง นักรบเดินผ่านมาแวะเข้าไปนั่งหันหลังให้แป้ง พอแป้งเข้าไปรับออเดอร์เขาถามว่าร้านนี้มีอะไรแนะนำบ้าง แป้งคุยฟุ้งว่าร้านนี้อร่อยทุกอย่าง แต่พอเห็นหน้ากันจังๆแป้งก็ชะงัก นักรบถามยิ้มๆแซวๆว่า

"เธอนี่สารพัดอาชีพจริงๆนะ  ตกลงจะเอาดีทางไหนกันแน่ ตอนเช้าเป็นตัวประกอบงานอีเวนต์  ตกดึกก็ขายข้าวต้ม มีอาชีพไหนที่เธอไม่เคยทำบ้างเนี่ย"

แป้งถามว่าแล้วเขามีงานทำหรือเปล่าถึงได้มีเวลาตะลอนๆอยู่อย่างนี้ นักรบถามว่าเธอสนใจจะทำงานกับตนไหมล่ะชีวิตของเธอน่าสนใจดีเหมาะเป็นธีม สำหรับงานใหม่ของตน แป้งไม่เล่นด้วยเร่งจะสั่งอะไรก็ว่ามา บอกว่ามื้อนี้ตนเลี้ยงเองจ่ายแทนเงินทอนค่าดอกกุหลาบ เราจะได้หายกันเสียที

นักรบวางแผนแกล้งแป้ง ทีแรกก็สั่งอาหารแค่สามอย่าง แล้วทยอยสั่งตามมาเรื่อยๆจนครบทุกอย่างในเมนู ประพันธ์ โวยวายว่าเปิดร้านวันแรกก็เจอแบบนี้แล้วหรือ มันเป็นขาใหญ่ มาจากไหนโวยวายว่า "นี่มันสั่งทุกอย่างในเมนูเลยนี่หว่า"

แป้งคิดแก้เผ็ดเอาคืน บอกว่าที่ร้านนี้มีกฎอยู่ข้อหนึ่งใครกินฟรีต้องเข้าร่วมสนุกกับทางร้านด้วย นักรบรับคำท้า ปรากฏว่าแป้งให้เขารับผักบุ้งลอยฟ้า พอประพันธ์โยนผักบุ้งมานักรบถือจานถลาไปรับ แป้งตะโกนว่า "ระวังเหยียบหมา!" ทำให้นักรบสะดุดผักบุ้งเลยโปะเข้าเต็มหน้า!

ooooooo

ที่เวทีประกวด เจ๊ตุ่ม นุช และเอื้อมลุ้นกันแทบไม่ได้หายใจ หวังให้ปรางค์ได้รับรางวัล เมื่อถึงรอบตัดสิน พิธีกรเรียกออกมาทีละคน ผ่านไปสองคนแล้วเจ๊ตุ่มลุ้นแทบขาดใจ จนกระทั่งพิธีกรประกาศคนที่สาม คือปรางค์ธิดา วิลาสไพศาล เจ๊ตุ่ม นุช และเอื้อมกระโดดกันตัวลอย

เจ๊จูนดีใจที่ข้าวฟ่างถูกเรียกเป็นคนแรก แต่พอรู้ว่าปรางค์ก็ได้ เจ๊ก็หน้าบูดทันที พอเจอกันที่หลังเวที เจ๊ตุ่มพูดกับปรางค์อย่างมั่นใจว่า

"ฉันเชื่อว่ายังไงแกก็ต้องชนะการประกวดในครั้งนี้แน่" แล้วเร่งเสียงดังขึ้นจงใจให้เข้าหูเจ๊จูนว่า "เพราะฉันเชื่อว่ายังไงธรรมะก็ต้องชนะอธรรม คนทำดีต้องได้ดี คนทำชั่วมันต้องได้ชั่ว ได้ชั่วๆๆๆ!"

เจ๊จูนลากข้าวฟ่างมาเผชิญหน้าเจ๊ตุ่ม พูดใส่หน้าว่า

"แต่คนทำชั่วได้ดีมีถมไปนะคะพี่ตุ่มขา ยังไงน้องข้าวฟ่างก็ต้องเป็นผู้ที่ครองมงกุฎมิสเรนโบว์ควีนแน่ๆ"

สุดท้ายทั้งเจ๊ตุ่มและเจ๊จูนที่เข่นเขี้ยวกันมาแต่ต้นก็ท้ากันว่าคอยดูแล้วกัน

ขณะที่เจ๊ตุ่มกำลังมีความหวังเต็มเปี่ยมนั่นเอง เมื่อพากันไปกินข้าวที่ร้านอาหารโต้รุ่ง ปรางค์ก็ได้รับโทรศัพท์จากป้าศรีข้างบ้านว่าแม่เป็นลมหมดสติคาจักรเย็บผ้าจน ต้องพาไปส่งโรงพยาบาล ปรางค์บอกเจ๊ตุ่มว่าตนต้องไปดูแม่ ทำเอาทุกคนตกใจหัวใจแทบหยุดเต้นยังไงก็ไม่ยอมให้ปรางค์กลับ สุดท้ายนุชที่เป็นน้าก็อาสาจะไปดูพี่สาวแทน ถ้าปรียาอาการดีขึ้นก็จะรีบกลับมา

"แต่ถ้ามีอะไร น้านุชต้องรีบโทร.มาบอกหนูนะ" ปรางค์ยังไม่สบายใจอยู่ดี

ooooooo

ดึกมากแล้วประพันธ์เตรียมปิดร้านยกหม้อ กระทะและอุปกรณ์ต่างๆใส่รถเข็น แป้งบอกให้พ่อกลับไปพักผ่อนเสียที่เหลือตนจัดการเอง โดยมีกระบี่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงคอยช่วย

กระบี่เช็ดโต๊ะไปจนถึงโต๊ะที่นักรบนั่ง พูดกระแทกใส่ว่ากินฟรีแล้วยังนั่งแช่ทั้งคืนอีก รู้ไหมว่าทำให้ร้านขาดรายได้ ไปเท่าไหร่ นักรบถามว่าเท่าไหร่ตนจะใช้คืนให้ ทั้งสองทำท่าจะปะทะคารมกัน แป้งเข้ามาไกล่เกลี่ยว่า

"คุณกลับไปได้แล้ว แล้วหวังว่าคงไม่ต้องเจอกันอีกนะ" นักรบลุกเดินออกไป แป้งมองถุงอาหารที่นักรบสั่งถามว่าแล้วไม่เอาไปหรือ กระบี่บอกอย่างเจ็บใจว่า "เขายกเลิกออเดอร์ไปน่ะ สั่งแค่ข้าวผัดจานนึงกับแกงจืด สมน้ำหน้าเลยถูกผักบุ้งโปะหน้าฟรีๆ"

เก็บร้านเสร็จขณะกำลังจะกลับนั่นเอง มาเฟียค้ายาก็เข้ามาหากระบี่ กระบี่ร้องบอกให้แป้งรีบหนีไป ส่วนตัวเองพุ่งเข้าสู้กับมัน

แป้งไม่ยอมหนีเข้าไปช่วยกระบี่ ปรากฏว่าพวกมันแห่กันมาอีก 3 คน กระบี่เลยตะโกนบอกแป้งให้แยกกันหนีแล้วก็วิ่งแยกกันไป

แป้งวิ่งมาที่ลานจอดรถถูกพวกมันไล่ตามจับได้ พวกมันทั้งหมดเลยมารุมแป้งคนเดียว นักรบกำลังเดินไปที่รถหันมาเห็น เขาวิ่งกลับมากระชากนักเลงออกแล้วชกมันจนหมอบกระแต แป้งจัดการอีกสองคนที่เหลือ นักรบหันมาช่วยอีกคน พวกมัน เลยพากันถอยร่นไป นักรบรีบดึงแป้งวิ่งหนีออกไปอีกทาง

ปรากฏว่านักเลงวิ่งไล่ตามมาอีก นักรบต้องดึงตัวแป้งหลบเข้าไปในหลืบจนมันหาไม่เจอพากันกลับไป นักรบเชื่อว่าแป้งต้องมีปัญหากับพวกนั้นแน่ถึงได้โดนตามเล่นงาน แป้งไม่ยอมรับไล่ให้เขากลับไปเสีย เขาไม่ยอมกลับเพราะดึกแล้ว พอดีกระบี่โทร.มาบอกแป้งว่าเราคงต้องแยกกันหนีกบดานก่อนเพราะพวกมันคงตามล่า เราแน่ๆ และมันก็เห็นหน้าแป้งแล้ว ทางที่ดีคืนนี้ไม่ต้องกลับบ้าน ให้หาที่หลบสักคืนหนึ่งก่อน

นักรบจะไปส่งแป้ง เธอไม่ยอมให้ไปส่งบอกให้ส่งที่ถนนหน้าตลาดนี่ก็พอมีห้องเช่ารายวันอยู่ สุดท้ายนักรบไม่ยอม เขาพาแป้งไปพักโรงแรมที่เขาอยู่

มันเป็นโรงแรมเดียวกับที่เจ๊ตุ่มกับปรางค์พักอยู่ บังเอิญเข้าลิฟต์ตัวเดียวกันอีก ปรางค์เห็นแป้งก็ตะลึงที่หน้าเหมือนตนราวกับแกะ แป้งมัวแต่ตื่นเต้นกับโรงแรมใหญ่เลยไม่ได้มองปรางค์

ooooooo

พอเข้าห้องพัก แป้งบอกนักรบว่าส่งตนแล้วก็กลับไปเสีย หรือไม่ก็หาห้องอื่นนอน ตนไม่ยอมนอนห้องเดียวกับเขาเด็ดขาด นักรบบอกว่าห้องเต็มหมด เพราะคนมางานประกวดมิสอะไรสักอย่างนี่แหละ

เมื่อไม่มีทางเลือก แป้งจะนอนที่พื้นให้เขานอนเตียง นักรบไม่ยอมเพราะแป้งเป็นผู้หญิงจะให้นอนพื้นได้ยังไง แล้วไล่แป้งให้ไปอาบน้ำก่อนจะได้นอนพัก

แป้งไม่อาบขอนอนมันทั้งเหม็นๆอย่างนี้แหละ นักรบตามใจบอกให้นอนเสียแล้วเขาก็ไปเข้าห้องน้ำ

แต่พอนักรบออกจากห้องน้ำ เห็นแป้งนั่งกอดหมอนพิงฝาหลับอยู่ เขาบ่นขำๆว่าดื้อจริงๆ แล้วเข้าไปอุ้มจะพาไปนอนบนเตียง แป้งสะดุ้งตื่นโวยวายลั่น

"นี่คุณจะทำอะไรฉัน ปล่อยฉันนะ ปล่อย!" ด่าเขาว่าผู้ชายเฮงซวยไม่น่าไว้ใจเลยคิดแต่จะรังแกผู้หญิง นักรบปล่อยให้แป้งด่าจนพอแล้วจึงชี้แจงว่า

"ฉันแค่อุ้มเธอมานอนบนเตียงเท่านั้น ไม่ได้คิดจะทำอะไรเธอเลย ดูสภาพตัวเองเสียก่อน ไม่มีใครทำอะไรเธอลงหรอก ต่อให้หน้ามืดแค่ไหนก็ตาม"

"ก็ทำไมไม่ปลุกฉันดีๆล่ะ"

"ถ้าไม่อุ้มเธอจะยอมนอนบนเตียงไหมล่ะ  เธออย่าทำเก่งไปหน่อยเลย ตอนนี้มีเวลาก็รีบพักเอาแรงไว้ไม่งั้นคราวหน้าเธอหนีไอ้พวกนักเลงนั่นไม่พ้นแน่ๆ" ว่าแล้วเขาเอานามบัตรให้บอกว่า "ถ้าเธอต้องการความช่วยเหลือโทร.หาฉันได้ทุกเมื่อ"

"นักรบ ยุทธการโยธิน ช่างภาพอิสระ" แป้งอ่านนามบัตรพูดเย้ยๆว่า "ชื่อคุณกับอาชีพนี่ไม่เข้ากันเลยนะ"

นักรบเลยถามว่าเธอชื่ออะไรแน่ วันก่อนบอกว่าชื่อปรางค์ วันนี้เห็นพ่อเธอเรียกว่าแป้ง ตกลงชื่ออะไร แป้งบอกว่าตนชื่อแป้ง ส่วนปรางค์อะไรนั่นตนไม่รู้จัก ว่าแล้วก็ชักผ้าห่มคลุมโปงทันที

นักรบบอกรอเดี๋ยวยังพูดกันไม่รู้เรื่องเลย แล้วชื่อปรางค์มาจากไหน แป้งไม่ยอมคุยด้วยเขาก็เลยยอมบอกว่าพรุ่งนี้ค่อยคุยกันต่อก็ได้ แล้วเดินไปนอนที่พื้น

แต่พื้นแข็งเขาไม่มีทั้งผ้าห่มและหมอน ครู่หนึ่งทั้งผ้าคลุมเตียงและหมอนก็ถูกโยนโครมใส่หัวเขาพอดี แล้วแป้งก็ชะโงกจากเตียงมาบอกเขาว่า

"ขอบคุณนะที่ช่วยฉันในวันนี้"

นักรบแอบยิ้มที่แป้งญาติดีด้วยแล้ว

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"คิมเบอร์ลี่" วางแผนกำจัด "กอล์ฟ” ปะทะ "น้ำหนึ่ง" บนตึกร้าง ใน "สองเสน่หา"

"คิมเบอร์ลี่" วางแผนกำจัด "กอล์ฟ” ปะทะ "น้ำหนึ่ง" บนตึกร้าง ใน "สองเสน่หา"
12 พ.ค. 2564

08:17 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 12 พฤษภาคม 2564 เวลา 08:24 น.