ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

แฝดนะยะ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ด้วยความเป็นห่วงเพื่อนรัก เช้าวันรุ่งขึ้นนุชก็ไปหาเจ๊ตุ่มที่บ้าน เห็นเงียบผิดปกติ เรียกก็ไม่มีเสียงตอบ เดินเข้าไปดูในห้องนอนเห็นเศษทิชชูเกลื่อนไปหมด บนเตียงเห็นหนังสือธรรมะชื่อ "ตายแล้วไปไหน" วางอยู่

นุชตกใจมาก กวาดตาหาพบขวดยาเปล่าวางเกลื่อนอยู่หลายขวด นุชพุ่งไปที่ห้องน้ำ แล้วก็แทบช็อกเมื่อเห็นเจ๊ตุ่มน้ำลายฟูมปากคาอยู่ที่โถส้วม ข้างตัวมีขวดน้ำยาล้างห้องน้ำเปล่ากลิ้งอยู่

นุชตกใจร้องกรี๊ด...กรี๊ด พอได้สติก็รีบพาเจ๊ไปโรงพยาบาล

ไม่ นานนัก ปรียากับปรางค์ก็ไปถึงโรงพยาบาล ไปหานุชที่หน้าห้องฉุกเฉิน ทั้งสองรุมกันถามอาการของเจ๊ตุ่มผลัดกันถามว่าหมอช่วยเจ๊ไว้ทันไหม เจ๊ตุ่มตายแล้วหรือ ถามจนนุชไม่มีช่องจะตอบ พอถามเสร็จก็พากันร้องไห้คร่ำครวญ

นุชร้องไห้โฮออกมาอย่างไม่หายกลัว บอกปรียาผู้เป็นพี่สาวกับปรางค์ว่า

"นัง ตุ่มยังไม่ตายจ้ะ ฉันกลัวแทบตายว่ามันจะตาย เห็นมันชักแหง็กๆน้ำลายฟูมปากเหมือนหมาบ้า หัวใจฉันแทบหยุดเต้น ทำอะไรไม่ถูก ฉันกลัวจริงๆเลยพี่ปรี ไม่เคยกลัวอะไรขนาดนี้มาก่อนเลย"

"ยัยบ้า" ปรียาตีแขนน้องสาว ค้อนแล้วบ่น "เล่นเอาตกใจไปหมด แล้วนี่ยัยตุ่มยังอยู่ในห้องฉุกเฉินเหรอ"

นุชพยักหน้าเช็ดน้ำตาป้อยๆ ปรางค์ฟังแล้วโล่งใจ

ooooooo

เมื่อ เจ๊ตุ่มพ้นขีดอันตรายและมาอยู่ห้องคนไข้แล้ว นุช ปรียา ปรางค์ก็เข้าไปเยี่ยม นุชถามว่าทำไมถึงได้ทำอะไรโง่ๆอย่างนี้ แค่ถูกแย่งเด็กในสังกัดไปก็คิดจะฆ่าตัวตายแล้ว สิ้นคิดจริงๆ

เจ๊คร่ำครวญเสียงยังแหบแห้งว่าตนไม่เหลืออะไรแล้ว ตอนนี้ไม่มีเงินผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ผ่อนกระเป๋าเบอร์กิ้น ซ้ำยังต้องอับอายที่ถูกโมเดลลิ่งรุ่นน้องมาแย่งตำแหน่งอันดับหนึ่งของตนไปอีก พูดแล้วร้องไห้กระซิก...กระซิก

ปรียาปลอบว่าเรื่องแค่นี้ไม่น่าคิดฆ่าตัวตาย การฆ่าตัวตายเป็นบาป ส่วนนุชก็บ่นว่าการฆ่าตัวตายมีตั้งหลายวิธี นี่ดั๊น...มากินน้ำยาล้างห้องน้ำฆ่าตัวตายเสียศักดิ์ศรีกะเทยไทยจริงๆทุเรศสิ้นดี

"พี่ตุ่มอย่าเพิ่งยอมแพ้นะคะ พี่ตุ่มเป็นคนเก่งอยู่แล้ว หนูเชื่อว่าอีกไม่นานพี่ตุ่มต้องกลับมาเป็นโมฯอันดับหนึ่งของเมืองไทยเหมือนเดิมแน่" ปรางค์ให้กำลังใจ

ขณะนั้นเองมีเสียงจ้อกแจ้กจอแจที่หน้าประตูห้อง

ทุกคนหันมองเห็นนักข่าวกลุ่มใหญ่มาออกันอยู่   เจ๊ตุ่มตกใจถามว่าใครปล่อยข่าวออกไปหรือ นุชอาสาจะไปไล่นักข่าวออกไปเอง

"ไม่ต้อง...ไม่ต้อง ขอฉันแค่นาทีเดียว" เจ๊ตุ่มห้ามแล้วคว้ากระเป๋าของนุชมาหยิบแป้งควักโปะหน้าอย่างเร็ว พูดอย่างมั่นใจ "ฉันจะพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส ข่าวการฆ่าตัวตายของฉันจะต้องเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ โมฯตุ่มจะต้องกลับมาดังใหม่อีกครั้งและดังยิ่งกว่าเดิม!"

ooooooo

เจ๊ตุ่มกระฉับกระเฉงออกไปรับหน้านักข่าว แต่พอรุ่งขึ้นขณะนอนให้นุชป้อนข้าวต้มให้อยู่ตาก็ดูหนังสือพิมพ์ไป เจ๊ดีใจมากที่ทุกฉบับมีแต่ข่าวของตน เจ๊หยิบฉบับนี้วางฉบับโน้น พูดอย่างพอใจว่า

"ฉบับนี้ถ่ายรูปดีนะแก แสงกำลังดีเลยฉันดูสวยยิ่งกว่าตัวจริงอีก ฉบับนี้เขียนด่านังจูนด้วยแหละ บอกว่ามันเป็น ต้นเหตุทำให้ฉันฆ่าตัวตาย สะใจจริงๆ นังจูน นังฆาตกร!"

นุชถือช้อนจะป้อนข้าวต้มค้างอยู่ เรียกจะป้อน เจ๊ก็ไม่สนใจอินอยู่กับรูปและเรื่องในหนังสือพิมพ์ ชมตัวเองและแช่งจูนว่าจะตามจองล้างจองผลาญไม่ให้ได้ผุดได้เกิดอีกเลย จนนุชเหลืออดเหลือทนเสียงดังว่า

"นังตุ่ม แกจะกินหรือไม่กิน ถ้าไม่กินฉันจะได้ไม่ป้อนให้เมื่อยตุ้ม" ว่าแล้ววางช้อนใส่ชาม หยิบรีโมตมากดเปลี่ยนช่องทีวีไปเรื่อย จนถึงช่องที่มีการแถลงข่าวประกวดมิสเรนโบว์ควีน เจ๊สนใจจี๋จับมือนุชไว้ไม่ให้เปลี่ยนช่อง จ้องจอทีวีตาไม่กะพริบ ฟังการแถลงข่าวของพิธีกร

"การประกวดมิสเรนโบว์ควีนปีนี้จะยิ่งใหญ่กว่าทุกๆปี ผู้ที่ได้รับตำแหน่งมิสเรนโบว์ควีน นอกจากจะได้รับมงกุฎเพชร มูลค่ากว่าห้าแสนบาทแล้วก็ยังจะได้รับเงินรางวัลหนึ่งล้านบาท...เราจะเริ่มรับสมัครสาวงามชาวสีรุ้งตั้งแต่วันที่หนึ่งเดือนพฤษภาคม..."

เจ๊ตุ่มจ้องทีวีจอแทบทะลุ นุชถามว่าสนใจงานประกวดกะเทยตั้งแต่เมื่อไหร่ เจ๊บอกว่าตอนนี้ไม่มีงานอะไรก็ต้องคว้าไว้ก่อน เงินรางวัลตั้งเป็นล้านจะไม่สนใจไง แล้วพึมพำถามตัวเองว่าจะไปหากะเทยที่ไหนไปประกวด?

ระหว่างที่คิดกับนุชหาแหล่งที่จะได้กะเทยไปประกวดนั่นเอง ปรางค์มาทำความสะอาดแถวนั้นเข้าไปเช็ดจอทีวี ถูกเจ๊ดุว่าตนกำลังดูข่าวอยู่อย่าบัง ให้เปิดช่องอื่นดูว่ามีข่าวประกวด มิสเรนโบว์หรือเปล่า

ปรางค์ถามว่ามิสเรนโบว์คืออะไร ถูกเจ๊ด่าว่าเป็นกะเทยประสาอะไรไม่รู้จักมิสเรนโบว์ควีน เสียทีที่เกิดมาเป็นกะเทยจริงๆ แล้วหันไปพยักพเยิดกับนุชอย่างเข้าขาถูกคอกัน

ทันใดนั้น ทั้งสองก็หันขวับมองปรางค์พร้อมกัน เจ๊ร้องอย่างดีใจจนเนื้อเต้นว่า

"ฉันรอดตายแล้ว ฉันหากะเทยได้แล้ว งานนี้ฉันต้องชนะแน่ๆ นังปรางค์ขอบใจนะ แกช่วยชีวิตฉันไว้" ว่าแล้วเจ๊ก็โผเข้ากอดปรางค์ไว้ราวกับปรางค์ได้ตำแหน่งมาแล้วก็ไม่ปาน

ปรางค์ทำตาปริบๆ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเจ๊...กับตน... เจ๊ถึงดีใจได้ขนาดนี้

ooooooo

พอปรางค์รู้ว่าเจ๊ตุ่มกับนุชจะจับตนเข้าประกวดมิสเรนโบว์ควีน ก็ปฏิเสธลนลานว่าตนไม่ประกวด

เจ๊ตุ่มหว่านล้อมว่าเจ๊ไม่รู้จะไปหาคนที่ไหนได้ทัน ปรางค์เองก็เหมาะอยู่แล้วเพราะโครงหน้าดี นุชช่วยเสริมว่าพาไปเข้าคอร์สทำหน้าที่คลินิกตนรับรองสวยปิ๊งจนจำตัวเองไม่ได้เลยแหละ

ไม่ว่าเจ๊กับนุชผู้เป็นน้าจะหว่านล้อมอย่างไร ปรางค์ยืนกระต่ายขาเดียวว่าตนไม่ประกวด เพราะแค่เจ๊ให้ไปเดินผ่านกล้องเป็นตัวประกอบแค่นั้นก็ขาสั่นแล้ว จะให้ไปเดินต่อหน้าคนเป็นพันเป็นหมื่นได้อย่างไร ให้เจ๊ไปหาคนใหม่เถอะ ว่าแล้วเดินหนีไปเลย เจ๊ตุ่มกับนุชมองหน้ากันเหวอจะทำยังไงดี?

ooooooo

วันนี้ พอแป้งกับกระบี่แบกถุงเสื้อผ้าเข้ามาในบ้านก็ได้กลิ่นกับข้าวหอมฟุ้ง มองไปเห็นประพันธ์มีผ้ากันเปื้อนกำลังตั้งหน้าตั้งตาทำกับข้าวอย่างทะมัด ทะแมง พอเห็นสองคนกลับมาก็เรียกให้มากินข้าวด้วยกัน กระบี่ถามว่าพ่อเอาเงินมาจากไหนมีแต่กับข้าวแพงๆทั้งนั้นเลย

แป้งดักคอว่าจะได้จากไหนถ้าไม่ใช่บ่อน ถามพ่อว่าได้จากบ่อนไหนหรือเล่นบอล

"ฉันจะได้เงินจากไหนก็ช่างเถอะน่า คราวนี้ฉันได้มาตั้งเกือบหมื่น ถ้าโชคดีอย่างนี้อีกสักสองสามครั้ง รับรองทีนี้เราตั้งตัวได้แน่ไอ้แป้งเอ๊ย ฉันจะเปิดร้านอาหาร กุ๊กฝีมือดีอย่างฉันจะไม่ทำงานเป็นลูกมือในครัวไปตลอดชีวิตหรอกโว้ย"

แป้งบอกพ่อให้เอาเงินไปใช้หนี้ให้หมดก่อนดีกว่า ประพันธ์คุยโวว่าใช้หมดแล้วยังเหลืออีกตั้งหลายพันแล้วเอาเงินให้แป้งหนึ่งพันไปซื้อเสื้อผ้าใหม่ๆใส่จะได้มีแฟนกับเขาเสียที

ขณะนั้นเองมีกลุ่มเพื่อนๆของประพันธ์นับสิบแห่กันมาในบ้าน ประพันธ์ต้อนรับอย่างกระตือรือร้นบอกว่าตั้งโต๊ะเสร็จพอดี เบียร์อยู่ในตู้เย็นให้ไปหยิบได้เลยไม่ต้องเกรงใจ วันนี้เต็มที่ คนอย่างไอ้พันรวยแล้วไม่เคยลืมเพื่อน

"เลี้ยงไม่อั้นอย่างนี้จะรวยไปได้กี่วันวะไอ้แป้ง" กระบี่แอบถาม แป้งเห็นพ่อมีความสุขก็ดีใจแต่ก็แอบถอนใจ

กระบี่บ่นกับแป้งที่หลังบ้านว่าเพื่อนน้าพันมีแต่เพื่อนกินทั้งนั้นตอนเจ้าหนี้ตามล่าทวงหนี้ไม่รู้หายหัวไปไหนหมดพอน้าพันมีเงินหน่อยก็แห่กันมาล้มทับทีเดียว

เห็นการใช้ชีวิตของประพันธ์แล้วกระบี่ก็ห่วงแป้งเสนอว่าน่าจะไปเข้าค่ายมวยใหญ่ๆดีกว่าเป็นมวยวัดอยู่อย่างนี้ไป อยู่ในค่ายใหญ่จะได้เริ่มต้นอาชีพชกมวยอย่างเป็นเรื่องเป็นราวเสียที

"ถ้าฉันไปอยู่ค่ายเฮียส่งก็ต้องถูกเก็บตัวฝึกซ้อมเป็นเดือนๆ แล้วใครจะคอยดูแลพ่อล่ะ แกห่วงอนาคตของฉันแล้วตัวแกเองล่ะ แกคิดจะทำอะไรให้ชีวิตแกดีกว่านี้บ้าง" แป้งย้อนถาม

กระบี่บอกว่าถ้าแป้งได้เป็นแชมป์โลกมวยหญิงตนก็เป็นผู้จัดการคอยหักเปอร์เซ็นต์กินหัวคิวก็พอแล้ว แป้งถามว่าคิดได้แค่นี้เองหรือ กระบี่ไม่ทันพูดอะไรก็ได้รับโทรศัพท์จากไอ้วอก บอกว่าขาดคนพรุ่งนี้ให้ไปช่วยงานหน่อย วางสายจากไอ้วอก กระบี่หันมาคุยโวกับแป้งว่า

"เห็นไหม ฉันตกลงยอมเป็นผู้จัดการแกไม่ทันไรเลย หางานให้แกได้แล้ว" แป้งถามว่างานอะไร กระบี่ไม่ตอบเพราะ มัวแต่ดีอกดีใจที่จะได้งานได้เงินแล้ว

ooooooo

งานเปิดซีซีเอเวนูมาถึงแล้ว โสภาเคี่ยวเข็ญให้ นักรบไปงาน เขาพยายามบ่ายเบี่ยง แต่พอโสภาบอกว่าให้ไปเสียเถอะถ้าไม่อยากมีเรื่องกับคุณพ่อ สุดท้ายนักรบก็ต้องยอมไปในชุดที่ใส่อยู่ ถูกศักดิ์สิทธิ์พูดอย่าง ขวางหูขวางตาว่าจะไปชุดนี้หรือ วินมอเตอร์ไซค์ยังแต่งดีกว่านี้เลย ทำอะไรให้เห็นแก่หน้าตนบ้าง

"ผมไปช่วยถ่ายรูปแล้วก็กลับ ไม่อยู่นานให้คุณพ่อขายหน้าหรอกครับ รับรองได้" พูดแล้วคว้ากระเป๋ากล้องออกไปเลยไม่อยู่รอให้โดนด่าซ้ำอีก

ไปถึงบริเวณงานแล้ว นักรบรีบถ่ายรูป ถ่ายๆๆแล้วก็เตรียมกลับ โชติรสมารั้งไว้ถามว่าจะไปไหนหรือ พอรู้ว่าเขาจะกลับ เธอก็หันไปฟ้องโสภากับราศีว่านักรบจะหนีกลับแล้วจะทำอย่างไรดี

โสภาบอกว่ายังกลับไม่ได้เพราะยังไม่ได้เดินดูทั่วงาน เลย ราศีทำหน้างอนๆ บอกว่าถ้ากลับไปตอนนี้ป้าโกรธนะจะบอกให้ ศักดิ์สิทธิ์ก็พูดแข็งๆว่าไปด้วยกันนี่แหละก็ว่างๆอยู่ จะรีบไปไหน

"งั้นโรสพาทัวร์เลยนะคะ เชิญทางนี้ค่ะ" ว่าแล้วเข้าไปดึงนักรบเดินไปด้วยกัน โสภาหันไปส่งสัญญาณให้ต๊อดรีบตามไปถ่ายรูป ต๊อดถ่ายเสียจนนักรบถามว่าจะถ่ายอะไรนักหนา ไล่ให้ไปถ่ายการแสดงบนเวทีต๊อดก็ไม่ไปเพราะโสภาสั่งให้ตามถ่ายรูปของโชติรสกับนักรบเอาไว้ลงข่าวโปรโมตซีซีเอเวนู

โชติรสพาทัวร์ไปจนถึงแกลเลอรี่ของนักรบ ทั้งโสภาและราศีต่างแสดงความยินดีที่เขามีแกลเลอรี่ของตัวเอง นักรบพูดเซ็งๆว่าตนไม่เคยคิดจะเปิดแกลเลอรี่เลย

ส่วนโชติรสก็รีบแสดงความยินดีมากที่ได้เขามาร่วมธุรกิจด้วย พลางก็ยื่นมือไปให้นักรบจับ นักรบจำใจยื่นมือไปจับ พริบตานั้นเองต๊อดก็ปรี่เข้ามาถ่ายรูปอย่างรู้งาน

นักรบเบื่อมากทำท่าจะกลับอีก แต่โสภาก็ไม่ยอมให้กลับ เขาเลยพูดดักคอแม่อย่างรู้ทันว่า

"ผมทราบนะครับว่าคุณแม่กำลังพยายามทำอะไรอยู่ ให้ผมมาช่วยถ่ายรูป ทั้งๆที่มีไอ้ต๊อดอยู่แล้ว เปิดแกลเลอรี่ให้ผม ทั้งหมดก็เพื่อให้ผมได้ใกล้ชิดกับน้องโรส ผมบอกคุณแม่ได้เลยนะครับว่า ทุกอย่างที่คุณแม่ทำมันไม่ได้ผลหรอกครับ"

พอดีเสียงเพลงดังลั่นขึ้น นักรบชะงักหันไปมองทางเวที เห็นระเบิดควันพวยพุ่ง ที่สำคัญบนเวทีนั้นแป้งกับกระบี่ กำลังจับคู่แสดงลีลาการต่อสู้กันอย่างดุเด็ดเผ็ดมัน นักรบจำแป้งได้รีบยกกล้องถ่ายรูปไว้ แป้งเห็นนักรบแต่ทำอะไรไม่ได้ เอาแต่จ้องหน้าหงิกอยู่บนเวที

นักรบส่งยิ้มให้แป้ง เขาเพิ่งรู้สึกสนุกกับงานวันนี้เมื่อเห็นแป้งนี่เอง

ooooooo

ความหวังที่จะได้เงินจากงานนี้ของแป้งกับกระบี่มลายหายสูญไปทันที เมื่อโชติรสเดินแฟชั่นโชว์ ในชุดฟินาเล่แล้วนักรบเอาแต่จ้องถ่ายรูปแป้ง เธอมัวแต่มองนักรบทำให้เดินผิดจังหวะถูกสตันต์ที่ก้าวตามหยุดไม่ทันเหยียบชายกระโปรงจนถลาจะตกเวที แป้งเห็นดังนั้นพุ่งเข้าไปช่วย โชติรสตกใจคว้าแป้งไว้เลยเสียหลักตกเวทีไปด้วยกัน

งานนี้ราศีเสียหน้ามาก ประกาศไม่ยอมจ่ายค่าจัดงานให้โจที่เป็นออร์กาไนเซอร์ ซ้ำแป้งยังถูกหาว่าเป็นตัวการทำให้ โชติรสตกเวทีด้วย

กระบี่ด่าทอทั้งราศีและโจที่เบี้ยวไม่จ่ายเงินทั้งที่ทำงาน แล้ว  แป้งขอร้องว่าช่างเถอะเขาคงไม่มีเงินจ่ายเราจริงๆแล้วชวนกลับ

นักรบขัดใจนักที่แป้งยอมคนง่ายๆ ทั้งที่เคยรู้สึกว่า เธอเป็นคนสู้คน แต่เขาก็เห็นใจบอกว่า รอให้เจ้าของงานเย็นลงก่อนตนจะไปเจรจาให้ แต่ตอนนี้เอาเงินเขาไปก่อนจะได้ ไม่ต้องเสียเวลาย้อนมาอีกที

แป้งไม่ยอมรับเงินเมื่อตนทำงานไม่เสร็จก็ไม่ขอรับค่าแรง กระบี่เสียดายเพราะเห็นเงินห้าพันมันจะทำให้เราอยู่ได้อีกตั้งเป็นเดือน

"ฉันไม่ต้องการให้นายคนนั้นดูถูกฉันมากไปกว่านี้" แป้งเด็ดเดี่ยวมาก พอกระบี่ถามว่ารู้จักนายคนนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมตนไม่รู้ แป้งตอบหน้าตาเฉยว่า "ไม่ได้รู้จัก แค่เคยเห็นหน้ากันเท่านั้นแหละ" แล้วชวนกระบี่กลับบ้าน ถอนใจโล่งอกที่พ่อใช้หนี้หมดแล้วไม่งั้นตนคงแย่แน่ๆ

ooooooo

ปรางค์กับเอื้อมไปปูผ้าที่ถนนหน้าซีซีเอเวนูเพื่อขายเครื่องประดับต่างๆ ระหว่างนั้นเอื้อมเอาต่างหูมาลองใส่ ปากก็บ่นปรางค์ว่าคิดผิดที่ไม่ไปสมัครประกวดเรนโบว์ควีน เพราะนี่จะเป็นโอกาสเดียวที่ปรางค์จะได้แจ้งเกิดในวงการ ถ้าชนะประกวดยังจะได้เงินรางวัลอีกเป็นล้าน

แต่ปรางค์ยังฝังใจอยากจะเป็นดีไซเนอร์ให้ได้ บอกเอื้อมว่าเมื่อตนตัดสินใจไม่ประกวดแล้วก็จะไม่เปลี่ยน

หลังจากนั้นปรางค์เอาแฟ้มงานของตัวเองเดินตัวลีบเข้าไปในร้านเสื้อซินดี้ร้านในดวงใจที่ตัวเองอยากมาทำงาน เขาไปสมัครแม้ไม่ได้เป็นงานออกแบบขอเป็นแค่คนทำงานอะไรก็ได้ในร้านนี้

แต่พอเจอซินดี้ตัวจริงเข้า ปรางค์ถูกดูถูกว่าขนาดเด็กจบแฟชั่นดีไซน์จากอังกฤษอเมริกาตนยังไม่รับเข้าทำงานเลย แล้วเด็กเสิร์ฟอย่างเธอจะมาทำงานหรือ พูดให้เจ็บปวดอีกว่า

"อย่างเธอน่ะไปเกิดใหม่ดีกว่าไหม แล้วจะเกิดเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายก็เลือกเอาสักอย่างนะ อย่าเกิดมาเป็นกะเทยครึ่งบกครึ่งน้ำอย่างนี้อีก"

วันนี้ปรางค์กอดแฟ้มแบบเสื้อของตัวเองกลับมาทั้งน้ำตา เจอเอื้อมรออยู่หน้าร้าน เอื้อมสงสารเพื่อนมากให้กำลังใจ แนะว่า

"แกต้องหาทางลัดรู้ไหม ถ้าแกมัวแต่มาเริ่มต้นจากศูนย์ละก็ อีกสิบชาติแกก็ไม่มีวันได้เป็นดีไซเนอร์หรอก" ปรางค์ถามว่าทางลัดยังไง เอื้อมบรรยายว่า "ยุคนี้มันต้องดังไว้ก่อน ทำตัวให้คนรู้จักทั้งประเทศยิ่งดี ไปไหนคนก็อ้าแขนรับ ฉันเห็นพวกดารานักร้องนางแบบ พอดังแล้วก็ออกแบบเสื้อออกแบบกระเป๋าขายรวยอื้อ อย่างแกจะเริ่มต้นที่ไหนดี หาแฟนเป็นดาราหรือว่าไปเฉาะแล้วให้คนเขาไปถ่ายทำเป็นรายการเรียลลิตี้โชว์ นางงามคลอดลูกยังทำได้เลยนี่นา"

ปรางค์นิ่งคิดตามคำแนะนำของเอื้อม แล้วเธอก็ตัดสินใจบางอย่างอย่างเด็ดเดี่ยว

เจ๊ตุ่มกับนุชช่วยกันตระเวนหากะเทยไปประกวด เจอกะเทยจริงก็ขี้ริ้วขี้เหร่ ครั้นเห็นคล้ายกะเทยเข้าไปทาบทามกลายเป็นผู้หญิงจริงๆ เลยถูกด่าเปิง

กลับมาอย่างห่อเหี่ยว เจ๊ตุ่มคิดหนักเพราะไม่มีเงินผ่อนค่าบ้านค่าน้ำค่าไฟ คร่ำครวญว่าชีวิตถึงทางตันแล้วจริงๆหรือ นุชเลยแกล้งเสนอว่าตนจะเข้าประกวดแทนปรางค์เอาไหม จะยอมเจ็บตัวแปลงเป็นผู้ชายเข้าประกวดก่อนแล้วค่อยแปลงกลับมาเป็นผู้หญิง ใหม่ตามเดิม

ขณะที่เจ๊ตุ่มกำลังมืดแปดด้านนั่นเอง ปรางค์ก็ไปเสนอตัวยอมเข้าประกวดมิสเรนโบว์ควีนให้ ทำเอาเจ๊ตะลึงอึ้ง เหมือนรอดตายไปในวินาทีนั้นเลย

เจ๊ตุ่มขอบอกขอบใจปรางค์ที่ช่วยชีวิตตนไว้ นุชถามว่าทำไมปรางค์ถึงได้เปลี่ยนใจ ปรางค์ตอบซื่อๆว่า

"หนูอยากสร้างอนาคตให้ตัวเองค่ะ หนูไม่ได้เปลี่ยนเป้าหมายแต่เปลี่ยนแค่วิธีการเท่านั้น หนูไม่ต้องไปเกิดใหม่ แต่จะใช้ความเป็นกะเทยของหนูนี่แหละปูทางเดินไปสู่ชีวิตที่ดีกว่า"

"ต๊าย...ตาย...เลิศมาก! จำประโยคเด็ดๆพวกนี้ไว้นะ เอาไว้ไปตอบคำถามกรรมการในรอบสุดท้ายโน่นเลย ตอนนี้เราจะเริ่มต้นยังไงดี"

ปรางค์ย้ำว่าตนยอมทุกอย่าง ขออย่างเดียวอย่าให้แม่ รู้เรื่องไปประกวดนี่เด็ดขาด

ดังนั้นเมื่อพากันไปที่บ้านปรางค์แล้ว เจ๊ตุ่มวางโครงการว่า เช้าปรางค์ต้องเข้าคอร์สทำหน้า บ่ายเข้าฟิตเนส เย็นเข้าคอร์สเสริมบุคลิกภาพกับตน นุชย้ำว่าต่อไปนี้ต้องควบคุมอาหารจะกินอะไรก็ต้องนับแคลอรี เจ๊ตุ่มนึกได้ย้ำว่าต้องรีบไปหาช่างมาถ่ายรูปเพื่อใช้สมัครเข้าประกวด

ปรียาเดินผ่านมาได้ยินถามว่าใครจะไปสมัครประกวดอะไร ทำเอาทั้งสามหน้าเจื่อน แต่เจ๊ตุ่มก็ขายผ้าเอาหน้ารอดได้ว่า ตนคุยเรื่องตอนเด็กเคยประกวดนางนพมาศที่โรงเรียนน่ะ

ปรียาไม่ติดใจแต่สั่งปรางค์ว่า พรุ่งนี้ไม่ต้องไปขายของ ให้อยู่บ้านช่วยเย็บเสื้อตนทำคนเดียวไม่ไหว ทั้งสามตกใจพูดพร้อมกันว่า  "ไม่ได้ค่ะ..."  แล้วก็เป็นหน้าที่ของเจ๊ตุ่มที่ต้อง แหลไปตามเรื่องว่า

"คือว่าตุ่มได้งานมาใหม่ค่ะ เป็นงานด่วนเพิ่งได้มาวันนี้ ตุ่มหาใครไม่ทันจริงๆต้องให้ปรางค์ไปช่วย แล้วต้องช่วยอีกหลายงานด้วยนะคะ แล้วก็อาจจะต้องไปต่างจังหวัดด้วย ตุ่มขออนุญาตพี่ปรีตรงนี้เลยนะคะ" พูดแล้วเจ๊รวบรัดรีบกราบงามๆที่ไหล่ปรียา ท่ามกลางความโล่งอกของปรางค์กับนุช

ooooooo

แป้งกับกระบี่กลับมาถึงบ้านเห็นข้าวของถูกโยนออกมานอกบ้าน เป็นฝีมือป้าเล็กเจ้าของบ้านนั่นเอง ป้าเล็กบอกว่าค้างค่าเช่ามาหลายเดือนต้องย้ายออกภายในวันนี้

แป้งตกใจเพราะฝากเงินประพันธ์ไปจ่ายค่าเช่าทุกเดือน เดาว่าพ่อคงงุบงิบไปเล่นพนันหมด กระบี่ต่อรองว่าให้ป้าช่วยผ่อนผันหน่อยเพราะแป้งไม่เคยคิดจะเบี้ยวค่าเช่า ป้าเล็กไม่เชื่อว่าแป้งจะมีเงินมาจ่ายเพราะประพันธ์ก็เข้าบ่อนทุกวัน

กระบี่ต่อรองขอเวลาหนึ่งเดือนรับรองแป้งแก้ปัญหาได้แน่ ป้าเล็กให้แค่สามวันเพราะเห็นว่าเป็นแป้ง ถ้าเป็นคนอื่นตนไล่ตะเพิดออกไปนานแล้ว

พอทั้งสองเข้าบ้านปรับทุกข์กันครู่หนึ่งก็มีโทรศัพท์เข้ามาที่เครื่องของ แป้ง เป็นสายจากประพันธ์บอกว่าตนอยู่โรงพัก แป้งรีบไปที่โรงพักเจอพ่อถูกใส่กุญแจมือถูกคุมตัวมาเซ็นชื่อในเอกสาร

ประพันธ์ยังเอะอะโวยวายท้าตีท้าต่อยกับไอ้นะที่เล่นเสียแล้วไปพาตำรวจมาทลายบ่อน แป้งเข้าไปขอประกันตัวพ่อ ถามว่าต้องทำอย่างไรบ้าง

"พ่อคุณถูกจับในข้อหาเล่นการพนัน ทำร้ายร่างกายผู้อื่น แล้วยังขัดขืนการจับกุมดูหมิ่นเจ้าพนักงานอีก คุณต้องเอาหลักทรัพย์มาประกันตัว" กระบี่ถามว่าข้อหาเยอะขนาดนี้ ต้องเท่าไหร่ "เงินประกันสองหมื่นบาทจะเป็นเงินสดหรือโฉนดที่ดินก็ได้ คุณติดต่อกับเจ้าหน้าที่ที่โต๊ะโน้นได้เลย"

แป้งมึนสนิท ได้ยินเสียงประพันธ์ตะโกนว่าต้องหาเงินมาประกันพ่อให้ได้พ่อไม่อยากติดคุก

"สองหมื่น...จะไปหาเงินสองหมื่นจากที่ไหนได้" แป้งมืดแปดด้าน กระบี่ได้แต่มองอย่างเห็นใจ

ooooooo

เจ๊ตุ่มกับนุชช่วยกันจับปรางค์แต่งชุดต่างๆ จับซ้อมเดินท่านางแบบ ปรางค์ทำได้ทุกอย่างตามที่เจ๊ตุ่มสอนจนทั้งเจ๊และนุชพอใจ

เช้าวันเดินทาง ปรียามาเตือนปรางค์ด้วยความเป็นห่วง กลัวเจ๊ตุ่มจะพาไปนอกลู่นอกทาง ปรางค์ปดแม่ว่าแค่พาไปถ่ายแบบโฆษณา แต่เป็นของเมืองนอกเลยต้องถ่ายนานหน่อย รับรองกับแม่ว่าจะไม่ยอมให้เจ๊ตุ่มทำเรื่องไม่ดีแน่ พูดเอาใจแม่ว่าถ้าได้เงินมาจะเปิดร้านให้แม่หาลูกจ้างมาเยอะๆ แม่จะได้ไม่ต้องเหนื่อย

"ไอ้ลูกคนนี้มันฝันเฟื่องจริงๆ แค่แกอยู่ช่วยแม่บ้าง ทำตัวเป็นลูกที่ดีเชื่อฟังแม่ แม่ก็พอใจแล้วไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว"

ฟังแม่แล้วปรางค์ได้แต่ฝืนยิ้ม

ooooooo

เดินทางไปถึงพัทยาอันเป็นสถานที่จัดประกวด มีพวกกะเทยกับพี่เลี้ยงนั่งกรอกใบสมัครกันอยู่มากมาย ปรางค์ในชุดสวยเดินเข้ามาพร้อมเจ๊ตุ่มและนุช ทุกคนมองปรางค์เป็นตาเดียว ทำให้เจ๊ยิ่งเชื่อมั่นว่าปรางค์จะต้องชนะแน่ๆ

แต่พริบตาเดียวเจ๊ตุ่มก็หน้าหงิก เมื่อเห็นเจ๊จูนพาเด็กของตนเข้ามา แนะนำว่าชื่อข้าวฟ่าง ซึ่งสวยมาก สวยจนปรางค์หวั่นใจ

เจ๊ตุ่มกับเจ๊จูนประคารมเชือดเฉือนกันตามเคย แต่เจ๊จูนท่าดีกว่าเพราะนอกจากมีกะเทยสวยแล้วยังมีบอดี้การ์ดร่างบึ้กตามมา คุ้มครองถึงสี่คน ถึงจะแค้นใจจะปากกล้าเพียงใด แต่เจอนักเลงคุมมาเยอะขนาดนี้ เจ๊ตุ่ม นุช และปรางค์ก็อดจิตตกไม่ได้

พอกลับเข้าห้องแต่งตัวในโรงแรม ทั้งเจ๊ตุ่ม และนุช รวมทั้งปรางค์ก็ต้องกดความวิตกไว้พูดปลุกใจกันเอง เจ๊ตุ่มประกาศว่า "เราต้องชนะมันอยู่แล้ว!!"

แต่เจ๊จูนที่แต่งตัวให้ข้าวฟ่างอีกห้องหนึ่งก็ประโคมเครื่องเข้าไปเต็มที่ พูดอย่างสู้ตายว่า "งานนี้เราแพ้นังตุ่มไม่ได้เด็ดขาด!"

ooooooo

เมื่อได้เวลาคัดตัว บรรดากะเทยที่มาประกวดถูกเรียกตัวไปทีละคน...ทีละคน ทุกคนออกไปไหว้อย่างอ่อนช้อยที่สุดเท่าที่ทำได้ เริ่มแรกเป็นกะเทยสวย ต่อมา เป็นกะเทยถึก เรื่อยมาจนถึงกะเทยเฒ่า

ทุกคนที่ถูกเรียกไปคัดดูแล้วหดหู่ใจ จนมาถึงข้าวฟ่าง เธอออกไปไหว้อ่อนช้อยดัดเสียงหวาน "สวัสดีค่ะ หนูชื่อหยาดนภา พรรณรายโสภา จูนโมเดลลิ่งส่งเข้าประกวดค่ะ"

ต่อมาจึงเป็นปรางค์ เธอนั่งตัวสั่นอยู่ต้องแข็งขืนตัวเองรวบรวมความกล้าเดินออกไป ก้มลงไหว้สวยงาม "สวัสดีค่ะ หนูชื่อปรางค์ธิดา วิลาสไพศาล แทม...แทมมี่โมเดลลิ่งส่งเข้าประกวดค่ะ"

เจ๊ตุ่มกับนุชลุ้นแทบขาดใจกลัวปรางค์จะเป็นลมเสียก่อน

จนถึงการคัดเลือกเข้ารอบ 50 คน ทั้งปรางค์และข้าวฟ่างต่างได้เข้ารอบแรก

ทั้งเจ๊ตุ่มและนุชประคองปรางค์ออกจากห้องคัดตัว ต่างดีใจที่ผ่านเข้ารอบแรก นุชแซวเจ๊ตุ่มว่า นึกว่าจะช็อกตายตอนเขาประกาศชื่อปรางค์เสียอีก เจ๊ก็ไม่เบาย้อนไปว่าฉันก็กลัวแกจะฉี่ราดเหมือนกัน

ระหว่างนั้นเจ๊จูนยังเข้ามาปรามาสว่ารับรองเด็กของเจ๊ไม่ผ่านการคัดเลือกรอบ ต่อไปเด็ดขาด เย้ยเจ๊ตุ่มว่าดูจากคนส่งก็รู้ รูปร่างหน้าตาน่าจะไปแบกกระสอบข้าวสารมากกว่า เจ๊ตุ่มสวนไปทันทีโดยไม่ต้องคิดหาคำด่าว่า "หน้าเหียกๆอย่างแกก็ควรกลับไปขายตัวเป็นผีขนุนอย่างเก่า!"

คราวนี้ไม่ด่ากันเฉยๆแต่ยังเข้าตบตีกันด้วย ปรางค์ ตกใจไม่รู้จะทำอย่างไร พอดีนักข่าวมาเลยตะโกนบอกว่านักข่าวมาแล้ว นักตบทั้งหมดจึงหยุดชะงัก พอนักข่าวถามต่างก็ปั้นหน้ายิ้มแย้มบอกว่า เป็นการทักทายกันประสาคนไม่เคยเจอกันมานานเท่านั้นเอง

ooooooo

เพราะต้องหาเงินมาประกันพ่อถึงสองหมื่นบาท แป้งไปตระเวนของานทำตามบาร์เบียร์ที่พัทยาจนทั่วก็ไม่ได้งาน สุดท้ายกัดฟันบากหน้าเข้าไปของานกับเฮียพงษ์ที่ถูกไล่ออกเพราะไปชกฝรั่งลามก เสียต้องหามส่งโรงพยาบาล แป้งอ้อนวอนของานเฮียอยู่นาน สุดท้ายเฮียตัดรำคาญบอกว่า เหลือแต่งานล้างจานเท่านั้น

แป้งดีใจมากถามว่าเริ่มงานวันนี้เลยใช่ไหม พอเฮียอนุญาตแป้งอึกอักอยู่ครู่หนึ่งจึงเอ่ยปากขอเบิกล่วงหน้าสักสองหมื่น ได้ไหมเพราะตนจำเป็นต้องใช้จริงๆ

"ไอ้แป้ง แกจะบ้ารึไง นี่แกกะจะเอาเงินไปตั้งตัวรึไง ถ้าอยากได้เงินเยอะขนาดนี้แกต้องไปเป็นสาวเชียร์เบียร์โน่น ได้แขกฝรั่งกระเป๋าหนักสักสามสี่คนก็ได้เป็นหมื่นแล้ว"

"คนอย่างหนูไม่มีวันขายตัวกิน"

"อย่างแกถ้าไม่ขายตัวแล้วจะหาเงินเป็นหมื่นจากไหน แกไปคิดดูก่อนแล้วกัน ถ้าอยากได้เงินจริงๆก็กลับมาหาฉันได้"

แป้งเดินออกจากเฮียพงษ์ไปอย่างห่อเหี่ยว คิดห่วงอยู่แต่ว่าจะหาเงินที่ไหนสองหมื่นบาทมาประกันพ่อ จะยอมให้พ่อติดคุกไม่ได้ สุดท้ายกระบี่เห็นใจปลอบใจว่าไม่ต้องห่วง ตนจะหาเงินมาประกันน้าพันธ์เอง

ooooooo

หลังจากบังคับเคี่ยวเข็ญให้นักรบไปงานเปิดซีซีเอเวนูของโชติรสจนเกิดเรื่อง งานล่มไปแล้ว ทั้งโสภาและราศียังไม่ละความพยายาม วันนี้เรียกนักรบมาให้ช่วยขับรถพาโชติรสไปพัทยาเพราะเธอยังข้อเท้าเคล็ดอยู่ ต่อรองเล่นแง่กันอยู่นาน สุดท้ายนักรบยอมขับรถให้แต่ต้องเป็นรถของเขาเอง เพราะตนไม่ชอบขับรถของคนอื่น แค่นั้นโชติรสก็พอใจแล้ว เธอยิ้มให้เขาอย่างท้าทาย

เวลาเดียวกัน แป้งกำลังซื้อข้าวผัดกุ้งพิเศษใส่ไข่สองฟองเพื่อเอาไปฝากพ่อที่อยู่โรงพัก ป้าจุกทำเสร็จบอกว่าสามสิบบาท แป้งขอติดไว้ก่อน ป้าจุกบ่นว่าติดอีกแล้ว ยุแป้งว่ามีแต่หาเงินไปใช้หนี้ให้พ่อจนไม่มีเงินติดตัว พ่อแบบนี้ให้ตัดหางปล่อยวัดไปเลย

"ตัดไม่ได้หรอก ยังไงเขาก็เป็นพ่อหนู" บอกป้าขอติดค่าข้าวไว้ก่อนแล้วรีบไปเลย

พอเอาข้าวไปให้ประพันธ์ที่โรงพัก เขาชมแป้งว่าถ้าชีวิตตนไม่มีแป้งจะเป็นยังไงก็ไม่รู้ แต่พอรู้ว่าแป้งยังหาเงินมาประกันตัวไม่ได้ ประพันธ์ก็โวยวายใส่ว่าเงินแค่นี้ก็หาไม่ได้ แป้งขอเวลาอีกสักอาทิตย์ตนจะหามาให้ได้

"ถึงตอนนั้นฉันก็ตายพอดี" ประพันธ์หงุดหงิดมาก แล้วยื่นคำขาดว่าแป้งต้องหาเงินมาประกันตนให้ได้ในวันพรุ่งนี้ ไม่อย่างนั้นไม่ต้องมาให้เห็นหน้ากันอีก!

ooooooo

แล้วการคัดตัวรอบต่อไปก็เริ่มขึ้น โดยจะให้ผู้เข้าประกวดแต่งชุดประจำชาติต่างๆ รอบนี้จะคัดเหลือเพียง 20 คนเท่านั้น ผู้เข้าประกวดทุกคนตื่นเต้นกันมาก

ข้าวฟ่างได้ชุดประจำชาติเวเนซุเอลา เจ๊จูนเลยพูดข่มเจ๊ตุ่มว่าแค่ได้ชุดประจำชาติของประเทศเวเนซุเอลาก็ชนะไปกว่าครึ่งแล้ว เพราะที่นั่นมีแต่นางงามระดับโลกทั้งนั้น ทั้งเยาะเย้ยเจ๊ตุ่มที่ปรางค์ได้ชุดประจำชาติอินเดีย

เจ๊ตุ่มของขึ้น ฉุนขาด บอกนุชว่าต้องให้เอื้อมมาช่วยด่วนที่สุด ว่าแล้วก็กดโทรศัพท์ถึงเอื้อมพูดเร็วจี๋ "นังเอื้อม แกไปพาหุรัดด่วนเลยนะ!"

ทั้งนุชและปรางค์ต่างมึนอึ้งเพราะนั่นแสดงว่าเจ๊ตุ่มไม่มีเงินลงทุนเลยจริงๆ

ooooooo

นักรบขับรถพาโชติรสมาถึงพัทยาแล้ว เธอพาเขาเข้าไปในผับหรูแห่งหนึ่ง ซึ่งมีเพื่อนๆมากันมากมายแล้ว นักรบท้วงติงว่าตนรับปากแค่ขับรถให้แต่ไม่ได้รับปากว่าจะมางานด้วย โชติรสอ้อนอย่างหวังดีว่าจะรออย่างไรตั้งสองสามชั่วโมง เข้าไปปาร์ตี้กันดีกว่า ว่าแล้วก็หันไปทักทายเพื่อนๆที่กรูกันมาต้อนรับ

เพื่อนๆกระเซ้าว่าไม่แนะนำแฟนให้รู้จักบ้างหรือ โชติรสบอกว่านักรบไม่ใช่แฟน แต่เป็นเพื่อนสนิทเท่านั้น เพื่อนๆแซวว่าพามาเปิดตัวใช่ไหม นักรบทนไม่ได้บอกว่า

"ผมไม่ใช่ทั้งแฟนทั้งเพื่อนสนิทครับ วันนี้ผมเป็นคนขับรถให้คุณโรสเท่านั้น"

เพื่อนๆหัวเราะกันกิ๊วก๊าวแหย่ว่าหล่อแล้วยังมีอารมณ์ ขันอีก เพื่อนอีกคนชวน

"ถ่ายรูปกันหน่อย" แล้วเพื่อนๆก็เบียดกันเข้ามาจนนักรบกับโชติรสยืนชิดกัน โชติรสยิ้มหวาน ในขณะที่นักรบทำหน้าอึดอัดอย่างเห็นได้ชัด

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

อุบัติร้ายอุบัติรัก EP.15 ธเรศ เข้าบริหารงานแทน ทิศผาติ ไม่ยอมเปิดศึกวางมวย

อุบัติร้ายอุบัติรัก EP.15 ธเรศ เข้าบริหารงานแทน ทิศผาติ ไม่ยอมเปิดศึกวางมวย
7 พ.ค. 2564

14:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันศุกร์ที่ 7 พฤษภาคม 2564 เวลา 21:56 น.