นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    แฝดนะยะ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ที่ห้องตัดต่อ เย็นนี้ นักรบตัดต่อเทปที่ถ่ายแป้งกับปรียาที่บ้านเมื่อเช้านี้ โชติรสเข้ามาทักว่าลงมือตัดต่อเองเลยหรือ แล้วเสนอให้ตัดภาพที่แป้งกับปรียาแย่งกันเก็บถ้วยชามเอาไปล้าง แสดงถึงความเอื้ออาทรต่อกันของแม่ลูกทิ้งเสีย นักรบท้วงติงว่าเราไม่ค่อยได้เสนอภาพปรางค์กับแม่เลย

    "โรสบอกแล้วไงคะว่ามันน่าเบื่อ ไม่มีใครอยากดูหรอกค่ะ ถ้าปรางค์ไม่มีอะไรน่าสนใจจริงๆก็ใส่ภาพของข้าวฟ่างเข้าไปแทนก็ได้ ข้าวฟ่างกับแฟนคลับไงคะ กลุ่มที่ตามข้าวฟ่างไปทุกที่ มีเรื่องบ้าๆบอๆเยอะแยะ"

    เมื่อนักรบแย้งว่าตนอยากเสนอทุกแง่มุมของปรางค์ ก็ถูกโชติรสโต้ว่าเราไม่ได้ทำรายการสารคดี รายการเรียลลิตี้มันต้องมีดราม่า มีเรื่องราวที่เข้มข้นไม่แพ้ละครหลังข่าวคนถึงจะติดตามดู

    "รายการเรียลลิตี้เป็นรายการที่เสนอทุกแง่มุมของมนุษย์ต่างหากล่ะครับ คุณอย่ากำหนดกะเกณฑ์ให้คนดูนักเลย ให้เกียรติคนดูตัดสินเองดีกว่า อย่ายัดเยียดฉากน้ำเน่าให้มากนัก เลิกชี้นำคนดูเสียที"

    "พี่รบกำลังพยายามทำอะไรหรือคะ จะช่วยสร้างภาพให้ปรางค์ดูเป็นลูกกตัญญูหรือไงคะ อย่าลืมนะคะว่าพี่รบสัญญากับโรสไว้ว่ายังไง พี่รบจะต้องไม่สนใจปรางค์อีก"

    "ผมสนใจเรื่องรายการต่างหาก คุณมีสื่ออยู่ในมือแล้ว ทำไมไม่ทำรายการที่มันให้อะไรกับคนดู นอกจากความสนุกสะใจอย่างเดียว" เสียงนักรบเริ่มแข็งกร้าวขึ้น

    "รอไว้พี่รบมีรายการของตัวเองก่อน แล้วค่อยทำอะไรตามใจชอบดีไหมคะ ตอนนั้นอยากให้รายการมีสาระแค่ไหนก็ทำไปเลย แต่ตอนนี้ พี่รบทำงานให้โรสอยู่ ก็ต้องทำตามวิธีของโรสค่ะ" โชติรสสั่งการอย่างวางอำนาจแล้วเดินออกไป นักรบได้แต่มองตามอย่างไม่พอใจ

    ooooooo

    เช้าวันต่อมา อันเป็นวันที่จะต้องขายของเอาเงินเข้าการกุศลและวัดเรตติ้งด้วย ปรากฏว่าแฟนคลับของข้าวฟ่างมากันมากมายส่งเสียงเชียร์กันคึกคัก ส่วนแฟนคลับของแป้งที่ใส่เสื้อสีเขียวมากันไม่กี่คน ขณะที่บรรยากาศฝ่ายแป้งกำลังหงอยๆนั่นเอง มีป้าคนหนึ่งนุ่งผ้าถุงเดินเข้ามาหาแป้ง พูดเสียงดังประสาชาวบ้าน

    "น้องปรางค์...ป้าเป็นแฟนคลับของน้องปรางค์ค่ะ..." แป้งยกมือไหว้ขอบคุณ ป้าคุยโขมงว่า "นี่ป้านั่งรถมาจากยโสธรเพื่อมาเจอหนูโดยเฉพาะเลย ไม่นึกไม่ฝันว่าจะได้เจอหนูจริงๆ นี่ป้าเอาปลาส้มมาฝาก นี่ของดีของยโสธรเลยนะ ซื้อที่นี่โลละเกือบสองร้อยเลยนะ"

    เจ๊จูนกับข้าวฟ่างแถเข้ามาเยาะเย้ยว่าปรางค์ตำส้มตำเลยได้กลุ่มแฟนคลับบ้าน นอกอย่างนี้ ส่วนพวกตนกวาดแฟนคลับไฮโซมาหมดแล้ว มาพูดก่อกวนเยาะเย้ยแล้วก็จะพากันไป แต่เจ๊ตุ่มไม่ยอมให้ไปเรียกไว้แล้วรุมกันด่า จนป้าคนนั้นตกใจถามว่าตนมาผิดเวลาหรือเปล่า

    "ไม่หรอกค่ะ ปรางค์ขอบคุณนะคะที่มาให้กำลังใจปรางค์ ขอบคุณมากๆค่ะ ปลาส้มนี่ของชอบเลย ขอบคุณนะคะคุณป้า" แป้งเข้าไปจับมือป้าด้วยความปลื้มใจกับแฟนคลับตัวจริงที่จริงใจ

    ooooooo

    เมื่อได้เวลาขายของเพื่อเอาเงินเข้าการกุศลและเป็นการวัดเรตติ้งด้วย เจ๊ตุ่มกับนุชและเอื้อมร้อนใจ ที่แฟนคลับของแป้งมีน้อยมาก สุดท้ายก็ได้ป้าที่เป็นแฟนคลับจากยโสธรช่วยไว้เพราะลูกชายป้ามีโรงงานอยู่ แถวปทุมธานี นอกจากเอาคนงานมาแล้วป้ายังแจกเงินให้คนงานซื้อของจากแป้งมากมาย

    แต่เกิดเรื่องจนได้เมื่อแฟนคลับเขม่นกันเองและตะลุมบอนกัน แฟนคลับของข้าวฟ่างคนหนึ่งไม่พอใจที่แฟนคลับของแป้งเรียกข้าวฟ่างว่า ข้าวหลามเลยขว้างโทรศัพท์มือถือ ใส่ แป้งเห็นรีบเอาตัวเข้าไปบังไว้ตัวเองเลยถูกขว้างหัวแตก

    แป้งตกใจยืนงง ทันใดนั้นนักรบแหวกคนเข้าไปพาแป้งออกมาส่งไปทำแผลที่คลินิก ระหว่างที่นักรบพาแป้งออกมานั้น โชติรสเห็นไวๆเลยโทร.เข้ามือถือเขาถามว่าจะพาปรางค์ไปไหน

    "ปรางค์หัวแตก ผมต้องรีบพาไปหาหมอ"

    "พี่รบไม่ต้องพาไปเองหรอกค่ะ เดี๋ยวโรสจะให้คนอื่นพาไป พี่รบอย่าลืมซิว่า พี่รบสัญญาอะไรไว้กับโรส พี่รบจะต้องไม่พาตัวเองพัวพันกับปรางค์อีก คิดถึงชื่อเสียงของตัวเองบ้าง" โชติรสแข็งกร้าว

    "ผมไม่มีเวลาจะมาคุยเรื่องไร้สาระกับคุณ แล้วก็ไม่ต้องเอาเรื่องคลิปวีดิโอมาขู่ผมนะ ผมกำลังทำในสิ่งที่ถูกต้อง คนที่ไม่มีมนุษยธรรมอย่างคุณ คงไม่เข้าใจหรอก" พูดแล้วตัดสายเลย ทำให้โชติรสโกรธมาก

    ตลอดเวลาที่นักรบคุยโทรศัพท์ แป้งได้ยินการตอบโต้ ทุกถ้อยคำ เธอมองเขาอย่างสงสัย

    ส่วนที่ล็อบบี้บริษัทของโชติรส พวกแฟนคลับที่ตีกันนัวเนียนั้น สุดท้ายก็หยุดเพราะทั้งเจ๊ตุ่มกับเจ๊จูนต่างมาช่วยกันห้าม พอเหตุการณ์สงบเจ๊ตุ่มจึงนึกถึงแป้งขึ้นมา ถามกันว่า แป้งหายไปไหน

    ooooooo

    หลังจากทำแผลที่หัวแล้วนักรบพาแป้งออกจากคลินิก เขาถามอย่างเป็นห่วงว่าเจ็บแผลมากไหม แป้งพูดสบายๆว่านิดหน่อยนี่แค่เย็บไม่กี่เข็มตนเคยโดนหนักกว่านี้ แค่นี้เรื่องเล็ก นักรบบ่นว่าเธอไม่ฉลาดเลยที่เอาตัวไปรับแทนอย่างนี้

    "เวลาแบบนั้นไม่มีใครมาคิดว่ามันโง่หรือฉลาดหรอก ถ้าเป็นคุณ คุณก็ตัดสินใจทำแบบฉันเหมือนกัน อย่างที่คุณพาฉันมาหาหมอโดยไม่คิดว่าคุณโรสจะว่ายังไง"

    "มันไม่เหมือนกัน"

    "มันก็เหมือนกันนั่นแหละ เวลาเราเห็นคนเดือดร้อนเราก็ต้องช่วย ถึงจะช่วยเพราะมันเป็นเรื่องงานหรือเพราะเป็นหน้าที่ก็ตาม คุณรบ..."

    นักรบเดาได้ว่าแป้งจะขอบคุณ เขารีบตัดบทว่าไม่ต้องขอบคุณเพราะตนฟังจนเบื่อแล้ว แป้งบอกว่าถ้าเบื่อก็ไม่ต้องมายุ่งกับตนอีก พูดดักคอว่า

    "แต่คุณเลิกยุ่งไม่ได้ใช่ไหมล่ะ เพราะยังไงเราก็ยังเป็นเพื่อนกันอยู่ คุณบอกความจริงมาดีกว่าว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมคุณต้องคอยหลบเลี่ยงไม่เจอหน้าฉัน คลิปวีดิโอที่คุณพูดถึงมันเกี่ยวกับฉันใช่ไหม"

    นักรบนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนตัดสินใจเล่าความจริงทั้งหมดให้แป้งฟังว่า

    "คุณโรสเขามีคลิปวีดิโอของเราสองคน จำกล้องวงจรปิด บนดาดฟ้าได้หรือเปล่าล่ะ มันมีภาพมากกว่าที่เราคิดไว้ แล้วบางภาพมันก็ชวนให้คิดว่าเราสองคน...เออะ...ดูใกล้ชิดกันเกินไป"

    แป้งถามว่าโชติรสขู่ว่าจะเอาคลิปนั้นออกอากาศหรือ นักรบบอกว่าเธอให้ตนอยู่ห่างๆแป้งไว้ไม่อย่างนั้นจะเอาคลิปวีดิโอใส่ใน รายการ ตัวเขาเองไม่เป็นไรเพราะโชติรสคงยังเห็นแก่หน้าพ่อแม่ตนอยู่ แต่แป้งเองจะมีแต่เสียกับเสีย

    "ก็ปล่อยให้หลุดไป ฉันไม่สนหรอก ฉันเป็นคนธรรมดา ไม่ได้เป็นไฮโซอย่างคุณที่จะต้องรักษาชื่อเสียง แล้วตอนนี้ฉันก็ไม่มีอะไรจะเสียแล้วถ้าถูกรุมประณามหยามเหยียดจนต้องปิด รายการยิ่งดี ฉันจะได้เป็นอิสระเสียที"

    "ฉันปล่อยให้เป็นอย่างนั้นไม่ได้หรอก"

    "ฉันก็ปล่อยให้คุณยอมถูกคุณโรสข่มขู่ไม่ได้หรอก ฉันจะไม่ยอมให้คุณต้องลดศักดิ์ศรีเพื่อมาปกป้องฉันหรอก คุณช่วยฉันมามากแล้ว ถึงเวลาที่ฉันจะได้ช่วยคุณบ้างล่ะ"

    แม้จะเป็นเพียงคำพูด แต่ก็เป็นคำพูดดีๆที่ทำให้นักรบมองแป้งและยิ้มให้อย่างอ่อนโยน เขารู้สึกโล่งใจ ดีใจ ที่แป้ง ได้รู้ความจริงแล้ว

    ooooooo

    เมื่อพวกเจ๊ตุ่มหาแป้งไม่เจอก็กลับไปที่บ้านเล่าและปลอบใจปรียาที่เป็นห่วงแป้งมาก นุชคาดว่าแป้งคงถูกแฟนคลับพาไป

    ทันใดนั้นเองนักรบก็พาแป้งกลับมาถึงบ้าน เจ๊ตุ่มพูดอย่างดีใจ โล่งใจว่า "แฟนคลับคนนี้นี่เอง" ปรียาโผเข้าไปกอดแป้งไว้พลิกหน้าลูกดูว่าโดนตรงไหนเจ็บตรงไหน ทุกคนห้อมล้อมแป้ง จนนักรบยืนเก้ออยู่ตรงนั้น ดีอกดีใจกันพอแล้วจึงหันมาสนใจเขา

    นักรบขอโทษที่ไม่ได้โทร.มาบอกทางบ้านเลยทำให้

    ทุกคนเป็นห่วง เอื้อมพูดแซวๆว่า

    "พออยู่กันสองต่อสอง อะไรๆก็ลืมไปหมดหรือคะ"

    ปรียาพยายามตัดบทว่าแป้งกลับมาปลอดภัยก็ดีแล้วไม่ต้องถามอะไรกันอีก แล้วหันไปขอบคุณนักรบที่ช่วยปรางค์ไว้

    "ไม่เป็นไรหรอกครับคุณน้า ถ้าพรุ่งนี้ปรางค์เจ็บแผลทำงานไม่ไหวก็ให้พักอยู่บ้านเลยนะครับ ยกเลิกคิวได้เลย ผมรับผิดชอบเอง ผมขอตัวกลับก่อนนะครับ" นักรบยกมือไหว้ ลาปรียาแล้วเดินออกไป

    พอนักรบไปแล้วเท่านั้น ทุกคนก็หันขวับมองหน้าแป้งอย่างค้นหา แต่ละคนก็ซักถามพูดแซวๆจนแป้งถามว่าพูดเรื่องอะไรกัน พอเจ๊ตุ่มบอกว่าพูดเรื่องเธอกับนักรบว่าไปถึงไหนกันแล้ว ปรียาก็ขัดขึ้นว่า

    "จะบ้าไปกันใหญ่แล้ว ไอ้ป้างมันเป็นกะเทย คุณนักรบไม่คิดอะไรกับมันหรอก ที่เขาคอยช่วยเหลือไอ้ป้างก็เพราะเขาเป็นคนดี มันก็เท่านั้น แกอย่าคิดฟุ้งซ่านไปกับพวกนี้ล่ะไอ้ป้าง"

    แป้งฝืนยิ้มรับคำแม่ไม่เต็มเสียง

    แต่พอแป้งเดินเข้าห้องนอน เอื้อมก็ตามมาถามตรงๆ ว่าชอบนักรบแล้วใช่ไหม แป้งตกใจที่ถูกถามแทงใจดำปฏิเสธว่าตนไม่ได้ชอบ แค่รู้สึกดีกับเขาเท่านั้นเอง เอื้อมฟันธงว่านั่นแหละกำลังตกหลุมรักเขาเข้าแล้ว

    "ฉันกับเขาเป็นได้แค่เพื่อนกันเท่านั้น" แป้งยืนยัน เอื้อมถามว่าแล้วแป้งรู้สึกกับนักรบเหมือนที่รู้สึกกับกระบี่ไหม แป้งอึกอัก เอื้อมสรุปเองว่าไม่เหมือนใช่ไหม นั่นแหละเพราะเธอคิดกับเขาไม่ใช่แค่เพื่อน

    "บ้าน่า จะมีอะไรมากกว่านั้นได้ยังไง ฉันเป็นกะเทยนะ ถึงฉันจะชอบเขาเขาก็ไม่มีวันชอบฉันได้หรอก เท่าที่เขายอมคบฉันเป็นเพื่อนก็ขอบคุณเขามากแล้ว"

    เอื้อมยังฝากความหวังว่าเสร็จงานมิสเรนโบว์ควีนเมื่อไรให้บอกความจริงกับนักรบเลย เชื่อว่าเขาต้องชอบแป้งแน่ๆ แต่แป้งยังไม่เชื่อว่าจะเป็นไปได้ เพราะเราแตกต่างกันมากเหมือนอยู่กันคนละโลกคงไม่มีทางเป็นไปได้

    ฟังแล้วเอื้อมก็ได้แต่มองแป้งด้วยความเห็นใจ

    ooooooo

    การเสียสละตัวเองปกป้องแฟนคลับอย่างกล้าหาญของแป้ง ทำให้คะแนนนิยมในตัวแป้งสูงขึ้นมาก จนบรรดานักข่าวพากันถามถึงอนาคตของแป้งถึงเรื่องงานในวงการบันเทิงต่อไป

    ส่วนข้าวฟ่างแม้จะมีแฟนคลับกลุ่มสีม่วงเชียร์กันอยู่อย่างเหนียวแน่น แต่เมื่อเห็นคะแนนนิยมในตัวแป้งนำลิ่วไปเช่นนั้นก็ได้แต่จ้องจิกอย่างอิจฉาตาร้อน

    วันนี้แป้งต้องไปถ่ายทำรายการที่ชายหาดพัทยา ระหว่างรอทีมงานเซตฉาก แป้งนั่งอ่านหนังสือรอเบื่อๆเลยโทร.ไปหาปรางค์   ถามว่ากระบี่ยอมเลิกคิดบ้าๆกับตนแล้วหรือยัง

    "ตอนนี้มันหายหน้าไปเลย แต่คิดว่าคงไม่มีปัญหาอะไรแล้วล่ะ พ่อก็ไม่เคี่ยวเข็ญให้พี่เป็นแฟนกระบี่แล้ว แต่บังคับให้พี่ซ้อมมวยแทน"

    แป้งตกใจเพราะปรางค์ไม่เคยชกมวยแล้วจะขึ้นชกได้อย่างไร ปรางค์ทำเสียงเข้มแข็งบอกน้องเพื่อให้หายกังวลว่า  ตนเป็นผู้ชายยังไงก็พอเป็นอยู่บ้าง  ถ้าฟิตซ้อมร่างกายและฝึกหนักๆ สักสองสามอาทิตย์ก็น่าจะพอขึ้นชกไหว แล้วทำเป็นพูดขำๆว่า

    "คราวนี้พี่จะไม่ยอมแพ้ผู้หญิงให้ขายหน้าหรอก" เมื่อแป้งถามว่าไหวจริงเหรอ ปรางค์รับรองว่า "จริงซิ พี่ต้องทำได้ คราวนี้พี่จะต้องกอบกู้ชื่อของเธอให้กลับคืนมา พี่จะต้องชนะ พี่จะช่วยปูทางให้เธอไปสู่เวทีที่ใหญ่ขึ้น แล้วก็ไปถึงเวทีโลกให้ได้ เธอทำเพื่อพี่มามากแล้วให้พี่ทำให้เธอบ้าง วันนี้พี่อยากได้ยินเสียงเธอ เพื่อจะทำให้พี่มีกำลังใจสู้ต่อไป"

    "พี่ปรางค์ ถ้าพี่ไม่ไหวก็บอกพ่อไปตรงๆ"

    ความห่วงใยของแป้งทำให้ปรางค์เกือบกลั้นน้ำตาไว้ ไม่อยู่ แต่แข็งใจตอบน้องไปว่า

    "ไม่...พี่จะไม่ยอมแพ้ง่ายๆ พี่จะสู้ เธอเป็นผู้หญิงเธอยังทำได้เลย แล้วทำไมพี่จะทำไม่ได้ล่ะ พี่จะไม่ให้พ่อต้องผิดหวังในตัวพี่มากไปกว่านี้ รอฟังข้าวดีนะแป้ง"

    พูดเสร็จปรางค์กดโทรศัพท์ตัดสายทันทีก่อนที่จะร้องไห้ออกมา แต่แป้งก็ฟังน้ำเสียงปรางค์ออกรับรู้ถึงความรู้สึกของปรางค์ว่ากำลังทุกข์ใจเรื่องที่ต้องขึ้นชกมวย คิดแล้วเครียดด้วยความสงสารพี่ตัวเอง

    ooooooo

    เพราะเป็นห่วงปรางค์ ดังนั้น เมื่อกลับมาที่บ้าน เจ๊ตุ่มให้แป้งเลือกชุดที่จะไปประกวดที่อเมริกา แป้งขอให้ปรางค์เป็นคนมาเลือกเองดีกว่าเพราะตนอยากกลับพัทยาแล้ว ทำเอาพวกเจ๊หน้าเสียไปตามกัน

    เจ๊ตุ่มหว่านล้อมแป้งว่าเธอยังกลับตอนนี้ไม่ได้เพราะความเป็นกะเทยห้าวทำให้ชื่อของปรางค์ธิดาดังขึ้นมา ถ้าปรางค์มาสวมบทบาทต่อตอนนี้จะทำได้อย่างเธอหรือ นุชก็คาดว่าปรางค์ทนความกดดันเป็นมิสเรนโบว์ควีนไม่ไหวแน่ๆ เอื้อมต่อรองให้อดทนอีกแค่สองอาทิตย์ก็หมดสัญญากับรายการแล้ว ถึงตอนนั้นค่อยเปลี่ยนตัวกับปรางค์ก็ได้

    ไม่ว่าใครจะกล่อมอย่างไร แป้งยืนกรานอย่างเดียวว่าตนต้องกลับเพื่อไปฟิตซ้อมร่างกายเตรียมขึ้นชกมวย ย้ำอย่างมุ่งมั่นกับพวกเจ๊ตุ่มว่า

    "นี่เป็นความฝันของหนูนะคะ น้าตุ่ม น้านุช หนูจะต้องกลับไปสานฝันของหนู พี่ปรางค์ก็ควรจะกลับมาทำฝันของตัวเองให้เป็นจริง และที่สำคัญหนูเป็นห่วงพี่ปรางค์ค่ะ ถ้าพี่ปรางค์ต้องขึ้นชกอีกครั้ง คราวนี้พี่ปรางค์อาจจะเอาชีวิตไม่รอดก็ได้นะคะ"

    เหตุผลที่ถึงชีวิตของแป้งทำเอาทุกคนอึ้ง ส่วนแป้งก็ยังคงมีสีหน้าแน่วแน่ไม่เปลี่ยนใจ

    ooooooo

    ส่วนนักรบก็ถูกทั้งพ่อและแม่บีบคั้นอย่างหนัก แต่คนอย่างเขายอมให้บีบคั้นเรื่องการงานเท่านั้นแต่ จะบังคับในเรื่องส่วนตัว   เขาบอกกับพ่อและแม่ว่า ยอมไม่ได้

    ศักดิ์สิทธิ์และโสภากลัวนักรบจะติดพันกะเทย เรียกมาสั่งว่า เพื่อป้องกันไม่ให้เขาเสียชื่อเสียงมากไปกว่านี้พ่อกับแม่ตัดสินใจจะให้เขาหมั้นกับโชติรสเสีย

    "อะไรนะครับ?! ผมไม่หมั้นกับคุณโรสเด็ดขาด คุณพ่อ คุณแม่อย่ามาอ้างเรื่องผมกับปรางค์เลยครับ ผมรู้ว่าคุณพ่อ คุณแม่กำลังคิดทำอะไร ถ้าหากไม่มีเงินจ่ายค่าหุ้นจริงๆก็ถอนตัวออกมาอย่ามาใช้วิธีนี้ดีกว่าครับ"

    "แต่ก็มีวิธีนี้วิธีเดียวแหละที่แกจะช่วยกู้หน้าให้กับครอบครัวได้ ถ้าแกไม่อยากให้ฉันล้มละลายขายหน้าก็แต่งงานกับ

    หนูโรสซะ"

    "ผมไม่มีวันแต่งงานกับคนที่ผมไม่รักหรอกครับ" นักรบทิ้งทวนแล้วเดินออกไปเลย

    นึกว่าจะพ้นแล้ว ที่ไหนได้ออกมาเจอโชติรสกำลังเดินเข้ามาพอดีถามว่าจะไปไหนเพราะคุณลุงคุณป้าโทร.นัดมาทานข้าวเย็นด้วยกันนึกว่าเขาจะอยู่ทานด้วย นักรบเลยตัดสินใจพูดกับเธอตรงๆว่า

    "คุณโรส...ผมไม่รู้ว่าคุณพ่อคุณแม่พูดอะไรกับคุณไปนะครับ แต่ผมขอบอกไว้ก่อนว่าผมยอมได้เฉพาะเรื่องที่ต้องทำงานให้คุณเท่านั้น ถ้าเป็นเรื่องนอกเหนือจากนี้ ผมจะไม่ยอมให้ใครมาบังคับผมได้อีก"

    โชติรสถามว่าเขาพูดเรื่องอะไร นักรบบอกว่า เรื่องที่คุณพ่อคุณแม่อยากให้เราแต่งงานกัน เธอพูดให้เขาผ่อนคลายว่า คุณลุงคุณป้าก็แค่ชี้แนะทางเดินที่ถูกต้องให้เราเท่านั้น นักรบมองหน้าเธอนิ่งถามว่า

    "นี่แสดงว่าคุณเห็นด้วยกับคุณพ่อคุณแม่ผมงั้นหรือครับ"

    "โรสเห็นด้วยกับคุณลุงคุณป้า ก็เพราะโรสเห็นว่าพี่รบเหมาะสมและคู่ควรกับโรสที่สุดค่ะ"

    "เราไม่ได้รักกัน อย่าว่าแต่รักเลย แม้แต่เป็นเพื่อนกันเราก็ยังไปไม่ถึงจุดนั้นด้วยซ้ำ แล้วเราจะแต่งงานกันได้ยังไง นี่คุณเห็นผมไม่สนใจคุณเหมือนผู้ชายคนอื่นๆก็เลยต้องการเอาชนะผมงั้นหรือ"

    "ก็อาจจะใช่ก็ได้ค่ะพี่รบ  แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือโรส

    คิดว่า โรสวางใจที่จะให้พี่รบเป็นคู่ชีวิตของโรส ผู้ชายดีๆที่จะดูแลโรสแล้วก็ช่วยโรสบริหารงานได้ คงจะไม่มีใครดีไปกว่าพี่รบแล้วล่ะค่ะ แล้วเราค่อยคุยกันนะคะว่าเราควรจะแต่งงานกันเมื่อไหร่ดี"

    พูดอย่างมั่นใจ หยิ่งยโส แล้วเธอก็เดินคอแข็งเข้าบ้านไป นักรบมองตามอย่างไม่พอใจ

    ooooooo

    เช้าวันต่อมา เจ๊จูนกับข้าวฟ่างก็พากันไปหาโชติรสที่ห้องทำงาน พากันฟ้อง เป่าหู และอ้อนว่าเวลานี้ปรางค์ดังกลบข้าวฟ่างหมดแล้ว เวลาไปถ่ายแบบก็ถ่ายคู่กันสองคน แต่เวลาตีพิมพ์ก็เลือกเอาแต่ปรางค์ขึ้นปกคนเดียว รายการต่างๆที่จองไว้ก็ยกเลิกหมด เจ๊ถามว่าคุณโรสปล่อยให้เป็นอย่างนี้ได้ยังไง

    ท่าทีโชติรสเปลี่ยนไป เธอย้อนถามว่าแล้วจะให้ตนทำอย่างไร เพราะเวลานี้ปรางค์กำลังฮอตในสังคมก็ต้องขายดีเป็นธรรมดา

    เจ๊จูนเสนอว่าถ้าอย่างนั้นก็ต้องทำให้ข้าวฟ่างกลับมาฮอตเหมือนเดิมมีแอร์ไทม์ออกรายการเยอะๆ เยอะกว่าปรางค์ได้ก็ยิ่งดี
    "ตอนนี้คงไม่ได้หรอกค่ะ ตอนนี้เรตติ้งรายการกำลังดีเพราะว่าคนตามดูปรางค์กันอยู่ ถ้าเปลี่ยนโฟกัสไปที่ข้าวฟ่างอาจจะทำให้เรตติ้งตกก็ได้ ฉันคงจะไม่เสี่ยงหรอกนะ"

    ไม่ว่าเจ๊จูนจะเสนอและอ้อนอย่างไร โชติรสก็ยืนกรานที่จะต้องรักษาเรตติ้งของรายการตัวเอง พูดปลอบใจเจ๊ว่า คนที่อยู่ในวงการนี้มีขึ้นก็ต้องมีลง ให้ทำใจเสียเถอะ

    ระหว่างนั่งคุยกันนั้น เจ๊จูนมองซอกแซก เห็นซองเอกสารวางอยู่บนโต๊ะเขียนที่ซองว่า "ลับเฉพาะ" และมีโลโก้รายการติดตามชีวิตราชินีสีรุ้งด้วย แผนอุบาทว์เกิดขึ้นทันที ทำเป็นคิดตกชวนข้าวฟ่างกลับ ขณะลุกขึ้นไหว้ลาก็ดันข้าวฟ่างบังตนไว้แล้วแอบหยิบซองติดมือกลับไปหวังจะล้วงลึกข้อมูลไปใช้ประโยชน์ หมายดันข้าวฟ่างให้เด่นดังขึ้นมาอีกให้ได้

    ooooooo

    วันนี้ แป้งไปสตูดิโอเตรียมถ่ายทำรายการอย่างไม่มีสมาธิจนต๊อดดูออก พอนักรบมาเขารีบไปบอกว่า "เด็กพี่วันนี้ไม่มีสมาธิเลย สงสัยจะต้องมีปัญหาอะไรแน่ๆ" พูดแล้วเห็นนักรบเองก็หน้าเครียดเหมือนกันเลยอดแซวไม่ได้  "อ๊ะ  พี่รบก็หน้าเครียดๆนะ  สงสัยกำลังจะมีปัญหาเหมือนกัน แล้วจะมีปัญหาอะไรไปได้ นอกจากปัญหาหัวใจ"

    "ไอ้ต๊อด!"

    เสียงแบบนี้ต๊อดรู้แล้วว่าควรทำอย่างไร เลยรีบทำทีขอตัวไปดูข้างในก่อนว่าพร้อมถ่ายหรือยัง นักรบจึงเดินไปหาแป้งถามว่ามีปัญหาอะไรหรือเปล่า แป้งบอกว่าตอนนี้ตนมีคิวแน่นทุกวัน พอจะมีวันหยุดวันไหนได้ไหม

    นักรบมองอย่างสังเกตถามว่าเธอจะไปไหน พอแป้งบอกว่าไปทำธุระส่วนตัวเลยถูกตอบอย่างฉุนๆว่า "ถ้าเธอไม่บอกว่าเธอมีธุระอะไร ฉันคงจะยกเลิกคิวให้ไม่ได้หรอกนะ"

    คนหนึ่งอยากจะรู้แต่อีกคนไม่ยอมบอก สุดท้ายแป้งยื่นหมูยื่นแมวว่า ถ้าตนบอกปัญหาของตนแล้วเขาจะบอกปัญหาของเขาไหม

    "ถึงเธอรู้ไปเธอก็แก้ปัญหาให้ฉันไม่ได้หรอก" นักรบตัดบท

    "คุณเองถ้ารู้ปัญหาของฉัน คุณก็ช่วยอะไรฉันไม่ได้

    เหมือนกัน" แป้งสวนไปอย่างถือดีแล้วเดินออกไปเซ็งๆ นักรบเดินตามไปอีกแบบจะต้องคุยกันให้รู้เรื่องให้ได้

    นักรบตามไปถามว่าที่ผ่านมาตนไม่ได้ช่วยอะไรเธอเลยหรือ แป้งยอมรับว่าเขาช่วยและช่วยอย่างดี ถ้าไม่ได้เขาตนก็คงมาไม่ถึงจุดนี้ ปัญหาของตนตอนนี้มีแต่ตนคนเดียวเท่านั้นที่จะแก้ได้ แต่เวลานี้ยังบอกไม่ได้ เอาไว้ถึงเวลาที่เหมาะสมเมื่อไรจะบอกเขาเป็นคนแรก หวังว่าคงเข้าใจ

    "เธอมีอะไรปิดบังฉันอยู่ไหมปรางค์"

    "คุณมองฉันดีๆซิคะ แล้วคุณจะรู้ว่า ฉันไม่ได้เป็นคนที่คุณคิดว่าฉันเป็น"

    "แล้วเธอเป็นใคร" นักรบเดินเข้ามาจับตัวแป้งไว้มองอย่างสำรวจ

    "ฉัน...ฉันเป็นผู้หญิงที่คุณพบในครั้งแรกไงคะ" แป้งบอกยืนให้เขามองหน้าให้เต็มตา

    ทันใดนั้นเองโชติรสเรียกนักรบเสียงเข้ม จนทั้งสองถอยห่างจากกัน จากนั้นโชติรสก็ต่อว่าตำหนินักรบว่า ตนบอกแล้วว่าให้อยู่ห่างๆกะเทยคนนี้ มีอะไรจะแก้ตัวอีกไหม

    "ผมไม่จำเป็นต้องแก้ตัวเพราะผมไม่ได้ทำอะไรผิด ขอโทษนะผมมีเรื่องสำคัญต้องคุยกับปรางค์" นักรบเดินไปดึงแป้งจะพาไปคุยที่อื่น แต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อเสียงโชติรสพูดตามมาว่า

    "พี่รบรู้ใช่ไหมคะ ถ้าพี่รบไม่ทำตามที่โรสสั่งจะเกิดอะไรขึ้น" แป้งเลยท้าว่าถ้าจะเอาเรื่องคลิปวีดิโอตนกับนักรบมาขู่ละก็ตนไม่กลัว แต่อย่ามาขู่กรรโชกกันแบบนี้ โชติรสหันขวับจ้องจิกแป้ง บอกว่า "ฉันไม่ได้ขู่กรรโชก ฉันแค่ขอร้องพี่รบให้

    คิดดีๆ ก่อนที่จะตัดสินใจทำอะไรลงไป" แล้วหันไปพูดกับนักรบ "พี่รบไม่ควรยุ่งกับปรางค์อีก นี่ไม่ใช่คำสั่งจากเจ้านายแต่เป็นคำขอร้องจากคู่หมั้นของพี่รบนะคะ"

    แป้งชะงักกึก นักรบโต้ว่าตนยังไม่ได้ตกลงอะไรด้วยแต่โชติรสอ้างว่า เขาไม่ได้ตกลงแต่คุณพ่อคุณแม่เขาตกลงกับ

    คุณแม่ตนเรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าจะอย่างไรเราก็ต้องแต่งงานกัน

    "งั้นคุณก็อยู่เคลียร์กับคู่หมั้นของคุณเถอะค่ะ ฉันจะต้องไปถ่ายรายการแล้ว"

    แป้งเดินสะบัดไปแล้ว นักรบยืนอึ้ง ในขณะที่โชติรสมองทั้งคู่ยิ้มอย่างสะใจ...อย่างผู้ชนะ!

    ooooooo

    หลังบอกเจ๊ตุ่มว่าจะกลับพัทยาเพื่อไปเตรียมฟิตร่างกายเพื่อขึ้นชกมวยแล้ว แป้งก็เตรียมเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋า ชุดที่เป็นของผู้หญิงก็กะจะไม่เอาไปเผื่อให้ปรางค์ไว้ใช้ ปรียามาเจอเข้าถามว่าเก็บเสื้อผ้าจะไปไหน ทำเอาแป้งตั้งหลักไม่ทันตอบอึกๆอักๆว่าจะต้องไปถ่ายรายการที่ต่างจังหวัด

    ปรียาถามว่าไปไหน ไปกี่วัน ทำไมนุชไม่เห็นบอกแป้งปดเอาตัวรอดไปตามเรื่องว่า

    "เออ...รายการเขาเพิ่งติดต่อมาน่ะ เป็นรายการพาไปชิมอาหารตามร้านดังๆน่ะแม่" บอกแล้วเข้าไปกอดอ้อนแม่ว่า "หนูคงคิดถึงแม่น่าดูเลย"

    ปรียาสะดุดใจว่าพูดเหมือนจะไปหลายวัน แป้งบอกว่าไม่กี่วัน ถามอีกว่าแล้วแม่อยู่คนเดียวเหงาหรือเปล่า ทำให้

    ปรียายิ่งเอะใจมองหน้าอย่างค้นหาบอกว่าวันนี้มาแปลกทำเป็นอ้อนเหมือนลูกแหง่

    แป้งถามปรียาตรงๆว่าแม่เคยคิดถึงพ่อบ้างไหม ปรียาหน้าตึงทันทีถามว่าจะคิดถึงทำไมเราต่างคนต่างไปแล้ว

    "แม่ยังโกรธพ่อไม่หายเหรอ แล้วถ้าพ่อกลับตัวกลับใจไม่เล่นการพนันแล้ว แม่จะยกโทษให้พ่อ ยอมให้พ่อกลับมาอยู่ด้วยหรือเปล่า"

    "เราอยู่กันสองคนอย่างนี้ก็ดีแล้ว ไม่จำเป็นต้องมีพ่อแก ฉันก็เลี้ยงแกมาได้ หรือว่าแกอยู่กับฉันไม่มีความสุข"

    "หนูมีความสุขจ้ะแม่ แต่ถ้าเราได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาเป็นครอบครัวเดียวกัน มันก็น่าจะดีกว่าไม่ใช่เหรอจ๊ะแม่"

    "แกเลิกคิดฟุ้งซ่านได้แล้ว มันไม่มีทางเป็นไปได้หรอก ครอบครัวของเราจะมีแต่ฉันกับแกเท่านั้น"

    แป้งเห็นถึงความเด็ดเดี่ยวของแม่แล้วตัวเองก็ใจห่อเหี่ยวผิดหวัง

    ooooooo

    บ้านแป้งที่พัทยา ประพันธ์เข้าบ้านมาบอกข่าวดี แก่ปรางค์ที่กำลังเก็บกวาดบ้านอยู่ว่า

    "ไอ้แป้ง...ไอ้แป้งโว้ย แกได้ขึ้นชกแล้วโว้ย เราโชคดีจริงๆเลย ยิ่งกว่าถูกหวยเสียอีกนะเนี่ย คู่ชกของน้ำเพชร ก้องเกียรติยิม เกิดมอเตอร์ไซค์คว่ำขาหักขึ้นชกไม่ได้ พี่พงษ์เลยให้แกขึ้นเสียบชกแทน ดีใจไหมวะไอ้แป้ง"

    ปรางค์ฟังแล้วสยอง ถามพ่อว่าฝีมือระดับแชมป์อย่างนั้นตนจะสู้ไหวหรือ ประพันธ์รับรองว่าไหว  มีเทรนเนอร์มือหนึ่งอย่างตนอยู่ทั้งคนทำไมจะไม่ไหว เร่งปรางค์ให้ไปเปลี่ยนชุดจะได้ซ้อมมวยกันเพราะมีเวลาเหลืออีกไม่เท่าไหร่แล้ว ปรางค์ ยิ่งซีดถามว่าต้องขึ้นชกเมื่อไรหรือ

    "ศุกร์นี้แหละ"

    ปรางค์แทบช็อกถามว่ามะรืนนี้แล้วตนจะฟิตร่างกายทันได้ยังไง ตนจะเอาอะไรไปสู้เขา

    "ของแบบนี้มันอยู่ที่ใจโว้ย ถ้าใจแกสู้ซะอย่าง ไม่ว่าคู่ชกของแกจะเก่งแค่ไหน แกก็ชนะได้ เชื่อพ่อไอ้แป้ง"

    ปรางค์ซีดสนิทนึกสยองจนขนหัวลุก

    ooooooo

    ประพันธ์คุมปรางค์ซ้อมทันทีใส่นวมให้พลางปลุกเร้า เล่าถึงแผนการเผด็จศึกเชื่อว่าคราวนี้ทุกคนจะต้องตะลึงในฝีมือการชกของปรางค์แน่ๆ ตะโกนอย่างฮึกห้าวเหิมหาญ "ไอ้แป้งรีเทิร์น...ไอ้แป้งเนเวอร์ดายโว้ย!"

    "แต่คราวนี้หนูอาจจะตายคาเวทีก็ได้นะจ๊ะพ่อ" ปรางค์ ยิ่งคิดก็ยิ่งกลัว อดถามพ่อไม่ได้ว่า "พ่ออยากให้หนูเป็นนักมวย แล้วพ่ออยากให้พี่ป้างเขาเป็นอะไรจ๊ะ"

    ประพันธ์พูดถึงป้างว่าเป็นอะไรก็ได้ขอให้หาเงินเลี้ยงแม่ได้ก็พอ แล้วพูดถึงป้างอย่างคาดหวังว่า "ไอ้ป้างมันคงต้องมีใจเป็นนักสู้เหมือนแกล่ะมั้ง โตขึ้นมันต้องเป็นนักกีฬาแน่ๆ พี่น้องไม่น่าจะต่างกันนักหรอก"

    ปรางค์แกล้งถามว่าแล้วถ้าป้างไม่มีอะไรเหมือนตนอย่างที่พ่อคิดล่ะ ประพันธ์ตอบอย่างมั่นใจว่าไม่มีทาง ยังไงป้างก็ต้องมีเลือดพ่ออยู่บ้าง แล้วก็คุยฟุ้งว่าป้างต้องเหมือนตนตอนหนุ่มๆ หล่อล่ำบึ้กมีสาวติดตรึม ขออย่างเดียวอย่ามีเมียตั้งแต่เรียนไม่จบเหมือนพ่อก็แล้วกัน พูดแล้วหัวเราะขำๆทิ้งท้ายว่า

    "ไอ้ป้าง พ่ออยากเจอมันจริงๆ ไม่รู้มันจะเป็นยังไงบ้าง"

    แต่ปรางค์ฟังแล้วขำไม่ออก นึกกลัวว่าถ้าพ่อรู้ความจริงแล้วจะผิดหวัง

    ปรางค์ไม่เพียงแต่ทุกข์ใจเรื่องชกมวยเท่านั้น ยังถูก กระบี่ตามวอแวอีก กระบี่ถามว่าแน่ใจหรือว่าจะชนะน้ำเพชร ก้องเกียรติยิม เพราะฝีมือคนละชั้น บ่นว่า "คราวนี้แกตายคาเวทีแน่ๆ"

    ปรางค์บอกว่าตนไม่มีทางเลือก กระบี่ย้อนให้คิดอีกว่าถ้าเลือกที่จะคบกับตนก็ไม่ต้องขึ้นชก พูดอย่างมีความหวังว่า "ไอ้แป้ง แกเปลี่ยนใจตอนนี้ก็ยังทันนะ"

    ปรางค์เหนื่อยใจเหลือเกิน บอกตรงๆว่าตนเป็นแฟนกระบี่ไม่ได้ พูดชัดๆว่า "ไอ้แป้งที่ยืนต่อหน้าแกคนนี้ไม่ใช่ ไอ้แป้งที่แกรักหรอกกระบี่"

    ต่อให้พูดจนเหนียงยานกระบี่ก็ไม่เชื่อ ทั้งยังจับปรางค์ เขย่าบอกว่าตนไม่มีแป้งที่ไหนอีกแล้ว นอกจากแป้งที่ยืนอยู่ ตรงหน้าตนคนนี้คนเดียวเท่านั้น เลยถูกปรางค์ชกเปรี้ยงเข้าให้ พูดใส่หน้าเรียกสติว่า

    "ถ้าแกรักแป้งจริงๆ แกก็น่าจะรู้ว่าคนที่แกรักเปลี่ยนไป ไม่ได้เป็นคนเดิม แต่นี่แกไม่รู้ แสดงว่าแกไม่ได้รู้จักคนที่แกรักจริงๆ เลิกคิดอะไรกับแป้งได้แล้วกระบี่!" พูดเสร็จก็วิ่งออกไปอย่างไม่อยากฟังอะไรอีกแล้ว กระบี่ได้แต่มองตามปรางค์ไปอย่างไม่เข้าใจ

    ooooooo

    เจ๊จูนเอาซองที่ขโมยมาจากโต๊ะโชติรสเอาแผ่นซีดีในซองมาใส่คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กดูกันที่ร้านอาหาร ระหว่างรอภาพก็คาดเดากันไปต่างๆนานา จนกระทั่งปรากฏภาพบนจอจึงรู้ว่าเป็นภาพจากกล้องวงจรป”ด เห็นชัดๆเต็มสองตาว่าคือนักรบกับแป้งที่ติดอยู่บนดาดฟ้า มีแบ่งทอฟฟ•่กันกิน มีนอนเคียงข้างกันและกุ๊กกิ๊กกันสองคน

    เจ๊จูนอ่านใจโชติรสออกทันทีว่าที่เก็บคลิปนี้ไว้เพราะนักรบนี่เอง ข้าวฟ่างเสนอว่าเอาไปคืนดีไหม เพราะถ้าโชติรสรู้เข้าต้องโกรธแน่ๆ เจ๊จูนยิ้มร้าย พูดอย่างมีแผนว่า

    "คุณโรสไม่โกรธหรอก เพราะเราจะช่วยเพิ่มเรตติ้งให้กับรายการ งานนี้นังปรางค์จะได้ดังและดับในคราวเดียวกันเลย!"

    จากนั้นเจ๊จูนไปบอกเจ้าหน้าที่ตัดต่อว่าโชติรสให้เอาคลิปนี่ลงในรายการช่วงไฮไลต์ตอนเย็นด้วย เจ้าหน้าที่บอกว่านักรบไม่ได้สั่ง เจ๊จูนอ้างว่านักรบไม่ได้สั่งแต่โชติรสเจ้าของบริษัทเป“นคนสั่งถามว่า

    "คุณโรสเธอทำงานข้ามหน้าข้ามตาคุณรบออกจะบ่อยไปยังไม่ชินอีกเหรอคะ"

    ครั้นเจ้าหน้าที่ถามหาใบสั่งงาน เจ๊จูนก็อ้างว่าโชติรสเพิ่งตัดสินใจเมื่อกี้นี้เองก็เลยมีแต่สคริปต์  ย้ำว่าต้องใส่สคริปต์นี่ตามที่โชติรสเขียนมา และต้องออกอากาศให้ทันเย็นนี้ไม่อย่างนั้นเป“นเรื่องแน่

    ทั้งหลอกทั้งขู่จนเจ้าหน้าที่เชื่อแล้วเจ๊จูนก็รีบพาข้าวฟ่างออกไปก่อนที่แผนจะแตก

    ตกเย็น ศักดิ์สิทธิ์ โสภา และนักรบนั่งดูทีวีอยู่ที่บ้าน ศักดิ์สิทธิ์กดดูรายการเรียลลิตี้เพื่อติดตามผลงาน รายการเริ่มพอดี ผู้บรรยายกำลังบรรยายอย่างออกรส...

    "คุณผู้ชมคะ เรามีข่าวล่าข่าวร้อนมาฝากค่ะ เหตุการณ์ ครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อไหร่ไม่แน่ชัด เกิดขึ้นอย่างไรไม่รู้ แต่ที่รู้แน่ๆก็คือความลับไม่มีในโลกค่ะ ใช่แล้วค่ะ นี่คือน้องปรางค์ของเรากับชายหนุ่มปริศนา เห็นภาพแล้วก็ไม่ต้องสืบนะคะว่า ชายหนุ่มปริศนานี่เป“นอะไรกับน้องปรางค์ มีแฟนก็ไม่บอกนะคะน้องปรางค์ขา แล้วที่ต้องแอบไปจู๋จี๋กันหลบๆซ่อนๆนี่เพราะผู้ชายมีเจ้าของแล้วหรือเปล่า ซ้อสงสัยจริงๆ"

    แม้ภาพชายในคลิปจะทำเบลอๆดูไม่ชัด แต่คนดูก็เดาได้จากรูปร่างและบุคลิกว่าเป“นนักรบ ส่วนแป้งนั้นเห็นหน้าเต็มๆ

    ศักดิ์สิทธิ์หันไปเอาเรื่องนักรบทันทีว่าไปทำอะไรกับปรางค์บนดาดฟ้า ส่วนโสภาก็ตีโพยตีพายว่าแบบนี้แม่จะเอาหน้าไปไว้ไหนลูกมีข่าวฉาวกับกะเทย ถามว่าแล้วจะจัดการยังไง

    "เดี๋ยวผมจัดการเอง" นักรบบอกหน้าตาเคร่งเครียดแล้วลุกออกไปทันที

    ooooooo

    ที่ล็อบบี้บริษัทของโชติรส เจ้าตัวไปยืนอยู่ข้างหลังของพวกพนักงานที่กำลังดูรายการและพากันวิพากษ์วิจารณ์อย่างเมามัน เธอเดินเลี่ยงออกมา อึดใจเดียวก็ได้รับโทรศัพท์จากนักรบเขาโทร.จากห้องทำงานในบ้าน ถามอย่างไม่พอใจมากว่า

    "คุณทำอย่างนี้ได้ยังไงคุณโรส คุณรู้หรือเปล่า คุณกำลังทำลายชีวิตคนดีๆคนนึงอยู่" โชติรสปฏิเสธว่าตนไม่ได้ทำไม่รู้ เหมือนกันว่าคลิปนั่นไปอยู่ในรายการได้ยังไง นักรบไม่เชื่อ

    "เชื่อหรือไม่เชื่อก็ตามใจค่ะ โรสกำลังจะแต่งงานกับพี่รบอยู่แล้ว เรื่องอะไรโรสจะทำลายชื่อเสียงของพี่รบล่ะคะ แล้วเรื่องนี้โรสจะตรวจสอบเองว่าเป“นฝ•มือใคร ตอนนี้พี่รบอยู่เงียบๆไปก่อนนะคะ อย่าทำอะไรเด็ดขาดถ้าไม่อยากให้ใครรู้ว่าผู้ชายในคลิปเป“นพี่รบ" พูดแล้วกดตัดสาย หน้าเครียดคิดแก้เกม

    ส่วนนักรบหลังจากตัดสายกับโชติรสแล้ว เขาก็ยังไม่เชื่ออยู่ดีว่าเธอไม่ได้ทำ

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    “เดียร์น่า” เล่นใหญ่ไม่ห่วงสวย ปรับลุคเป็นสาวโก๊ะ ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”

    “เดียร์น่า” เล่นใหญ่ไม่ห่วงสวย ปรับลุคเป็นสาวโก๊ะ ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”
    20 ต.ค. 2564

    09:40 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 20 ตุลาคม 2564 เวลา 20:29 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์