นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    แฝดนะยะ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    วันนี้ เจ๊ตุ่ม นุช และเอื้อมต่างแปลกใจ เมื่อช่วยกันประกบพาแป้งเข้ามาในห้างเพื่อไปเป็นพรีเซนต์เตอร์กาแฟลดความอ้วนยี่ห้อหนึ่ง แต่ปรากฏว่าเมื่อเดินผ่านบรรดาผู้คนในห้าง ไม่มีใครแสดงความสนใจแป้งเหมือนทุกครั้ง

    แต่พอเจ๊จูนพาข้าวฟ่างเข้ามา ก็มีเสียงกรี๊ดกร๊าดต้อนรับกันเกรียวกราว ทั้งยังมีเสียงพูดแทรกเข้ามาว่าเมื่อคืนสงสารข้าวฟ่างมาก ให้กำลังใจว่า "น้องข้าวฟ่างต้องสู้ๆนะคะ อย่าไปกลัวมัน"

    บรรดาแฟนคลับพากันเฮโลตามข้าวฟ่าง ขณะนั้นมีหญิงคนหนึ่งเข้ามาทักเจ๊จูนว่า

    "พี่จูนพาน้องข้าวฟ่างมาแล้วเหรอคะ เชิญน้องข้าวฟ่างหลังเวทีเลยค่ะ งานจะเริ่มแล้ว"

    เจ๊ตุ่มเอะใจถามว่าแล้วปรางค์ล่ะ หญิงคนนั้นตอบอย่างเสียไม่ได้ว่าให้ปรางค์รอแป๊บนึงอ้างว่า "มีการเปลี่ยนแปลงสคริปต์นิดหน่อย น้องปรางค์ไม่ต้องร้องเพลงโชว์แล้ว ทางลูกค้าอยากให้น้องข้าวฟ่างร้องเพลงแทน แล้วก็เป็นคนถือสินค้าเดินโชว์บนเวทีแทนน้องปรางค์ไปเลย น้องข้าวฟ่างตามพี่มาค่ะ"

    ปรากฏว่าข้าวฟ่างได้รับความสนใจและจัดงานให้ ราวกับเป็นมิสเรนโบว์ควีนเสียเอง ทั้งปรางค์ยังถูกเจ๊จูนคอยกระแนะกระแหนเยาะเย้ยตลอดเวลา จนเจ๊ตุ่มอาฆาตว่ามันก็ได้แค่งานนี้งานเดียวแหละ

    "อีกไม่นานคนก็จะรู้เองแหละว่าใครเป็นนางเอก ใครเป็นนางร้ายตัวจริง แกอย่าส่งข้าวฟ่างมาหาเรื่องอะไรปรางค์อีกก็แล้วกัน" นุชพูดใส่หน้า ส่วนเอื้อมชี้หน้าปรามว่าไม่งั้นถูกพวกเราตื้บแน่

    เจ๊จูนทำวี้ดว้ายว่าเป็นนักเลงกันทั้งแก๊งเลย ด่าว่าไม่มีความเป็นผู้ดี ด่าปรางค์ว่า

    "น้องปรางค์ ถ้าไม่เข้าใจก็คืนมงกุฎให้กับข้าวฟ่างเถอะค่ะ อย่าหน้าด้านกอดตำแหน่งไว้ให้เสื่อมเสียชื่อเสียงวงการกะเทยไทยเลยนะคะ" ลอยหน้าพูดเยาะเย้ยแล้วเจ๊จูนก็เดินเนื้อกระเพื่อมไป

    "เธอไม่ต้องไปฟังมันนะแป้ง ยังไงตอนนี้เธอก็ยังเป็นมิสเรนโบว์ควีนอยู่ ไม่มีใครแย่งตำแหน่งเธอไปง่ายๆหรอก" เจ๊ตุ่มให้กำลังใจแป้ง แต่ถูกนุชแทรกขัดคอขึ้นว่า

    "แต่มันก็ไม่แน่หรอกนะ นังตุ่ม นังจูนมันยังไม่ยอมแพ้เรา มันต้องหาทางชิงตำแหน่งไปแน่ๆ เธอไม่น่าไปมีเรื่อง

    กับนังข้าวฟ่างเลยแป้ง เห็นไหมว่ามันมีแต่เสียกับเสีย"

    "หนูขอโทษ เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นความผิดของหนูเอง หนูจะไม่ทำผิดพลาดอย่างนี้อีก" แป้งยอมรับผิดหน้าเจื่อน รู้สึกแย่มากๆกับการถูกรุมประจาน

    ooooooo

    ปรากฏว่าเมื่อถึงเวลาต้องโชว์บนเวที แป้งกลายเป็นถูกจัดให้ยืนอยู่หลังข้าวฟ่าง บรรดานักข่าวก็กลุ้มรุมถ่ายแต่รูปข้าวฟ่างจนแป้งกลายเป็นตัวประกอบไป ทำให้แป้งยิ่งรู้สึกผิดที่ตัวเองก่อปัญหาขึ้น ผลจึงกลายมาเป็นแบบนี้

    เจ๊ตุ่มเดือดร้อนมาก นุชบอกว่าเราต้องกอบกู้ชื่อเสียงของแป้งกลับคืนมา เราต้องทำให้แป้งเป็นนางเอกให้ได้ หันไปทางเอื้อมปรากฏว่ากำลังกดดูคลิปอยู่กับโทรศัพท์มือถือ นุชถามฉุนๆว่าดูอะไรอยู่

    "อ๋อ ดูคลิปที่แป้งต่อยข้าวฟ่างมันน่ะ ท่ามันสวยจริงๆนะน้านุช สมกับที่เป็นนักมวยอาชีพเลย" เลยถูกเจ๊ตุ่มกับนุชเอ็ด เอื้อมอ้างว่า "ก็เพื่อนมันส่งมาให้ ตอนนี้คงส่งต่อกันดูทั้งประเทศแล้วล่ะ ฮิตพอๆกับคลิปหลุดของพวกดาราเลย"

    การสนทนาเครียดๆนั้นจำต้องหยุดลงเมื่อมีเสียง

    วี้ดบูมจากแฟนคลับของข้าวฟ่างดังอยู่หน้าเวที โดยมีเจ๊จูนกำลังตะโกนปลุกอารมณ์แฟนคลับอยู่สุดฤทธิ์

    เห็นกระแสแรงขนาดนี้แล้ว เจ๊ตุ่มบอกนุชว่าเราปล่อยไว้ไม่ได้แล้ว แต่นุชเห็นว่าตอนนี้เราทำอะไรไม่ได้ต้องถอยไปตั้งหลักก่อน บอกว่าให้รีบพาแป้งกลับเลย อย่าให้นักข่าวสัมภาษณ์เป็นอันขาด

    แต่พอเจ๊ตุ่มกับนุชหันมองไปบนเวทีอีกครั้งปรากฏว่าแป้งกับข้าวฟ่างถูกพาลงเวทีไปแล้ว พวกนักข่าวกรูกันตามไปสัมภาษณ์  เจ๊ตุ่มกับนุชหูตาเหลือกวิ่งตามไป  เอื้อมมะงุมมะงาหรา วิ่งห้อยไปอีกคน

    ooooooo

    บรรดานักข่าวพากันรุมซักถามแป้งว่าต่อยข้าวฟ่างจริงไหม หรือเพื่อเป็นแค่การแสดงละครเพื่อเรียกเรตติ้งเท่านั้น ข้าวฟ่างตอบฉอดๆว่าจริงตนถูกต่อยจริงๆ พอนักข่าวถามอีกว่าแล้วมันเกิดอะไรขึ้นถึงต้องต่อยกัน ข้าวฟ่างทำหน้าซื่อตาใสบอกว่าตนไม่ทราบจริงๆ คงต้องถามปรางค์ว่าโกรธอะไรตน

    ไมค์ทุกตัวจ่อไปที่ปากแป้งทันที แป้งยืนอึดอัดใจครู่หนึ่งจึงตอบว่าตนได้พูดทุกอย่างในรายการแล้ว ถ้าทุกคนยังไม่เชื่อก็คงช่วยอะไรไม่ได้ แต่ตนเชื่ออยู่อย่างหนึ่งว่าความจริงก็ต้องเป็นความจริงวันยังค่ำ ใครพูดโกหกเดี๋ยวก็รู้เอง

    "นี่ปรางค์หาว่าข้าวฟ่างพูดโกหกเหรอคะ ข้าวฟ่างไม่รู้จริงๆนะว่าข้าวฟ่างทำอะไรให้ปรางค์โกรธ ถ้าข้าวฟ่างทำผิดอะไรไปก็ยกโทษให้ข้าวฟ่างด้วยนะคะ" ข้าวฟ่างบีบน้ำตาน่าสงสาร

    "น้องปรางค์จะพูดอะไรกับข้าวฟ่างไหมคะ" นักข่าวอีกคนถาม

    "ไม่มีค่ะ ปรางค์ขอโทษท่านผู้ชมทุกท่านนะคะ" แป้งยกมือไหว้ "ปรางค์ทราบค่ะว่าปรางค์ทำผิด ปรางค์อยากขอโอกาสให้ปรางค์..."

    ปรางค์พูดไม่ทันจบ เจ๊จูนก็เอียงหน้าเข้าไปบอกบทข้าวฟ่าง พริบตาเดียวข้าวฟ่างก็พูดแทรกขึ้นว่า "ปรางค์ไม่ยอมพูดกับข้าวฟ่าง นี่ปรางค์ไม่ยอมยกโทษให้ข้าวฟ่างจริงๆเหรอคะ แม้แต่เป็นเพื่อนร่วมงานก็ไม่ได้ใช่ไหม ข้าวฟ่างมันชั่วมันเลวจนปรางค์ไม่อยากคบเลยเหรอ ข้าวฟ่างเสียใจจริงๆ"

    พูดแล้วข้าวฟ่างร้องไห้โฮวิ่งท่านางเอกออกไป เจ๊จูนทำเป็นโวยวายตามข้าวฟ่างไปไม่ลืมหันมาเรียกพวกนักข่าวให้ตามไปด้วย พวกนักข่าวก็แสนจะว่าง่ายวิ่งตามเจ๊จูนไปเป็นพรวน

    สุดท้ายแป้งถูกทิ้งให้ยืนเหวออยู่คนเดียวตรงนั้น ระหว่างนั้นเห็นนักรบเดินมือเปล่าผ่านไปแป้งยิ่งรู้สึกผิดกับการกระทำของตัวเองที่เห็นผลทันตา

    เจ๊ตุ่มกับนุช และเอื้อมเพิ่งวิ่งมาถึง เห็นสภาพของแป้งก็รู้แล้วว่ามาสายไปแล้ว...

    ooooooo

    เจ๊ตุ่มพาพวกกลับไปปรึกษากันที่บ้านว่าจะทำอย่างไรจึงจะรักษาตำแหน่งมิสเรนโบว์ควีนของแป้งไว้ได้อย่างสมศักดิ์ศรี แป้งเห็นเรื่องวุ่นวายและความตึงเครียดของพวกเจ๊แล้วพูดอย่างถอดใจว่า

    "ถ้าพวกเขาอยากได้ตำแหน่งมิสเรนโบว์ควีนนี่นัก หนูยกให้เลยแล้วกัน หนูจะได้กลับบ้านเสียที"

    เจ๊ตุ่มโวยขึ้นทันทีว่าเขาไม่ได้ยึดแค่ตำแหน่งเขาจะเอาเงินรางวัลคืนด้วย นุชก็เอาเรื่องที่แป้งตั้งใจหาเงินมาช่วยพ่อแม่และพี่ว่าขืนถอดใจทุกอย่างที่ทำมาก็สูญเปล่าหมด ส่วนเอื้อมวาดฝันให้แป้งไปถึงมิสเรนโบว์เวิลด์ ลุ้นเจ๊ตุ่มอย่าเพิ่งถอดใจตอนนี้

    "ฉันรู้แล้วว่าเธอจะต้องทำยังไง ต่อไปนี้เธอต้องพูดเหมือนปรางค์ คิดเหมือนปรางค์ เป็นปรางค์ทุกรูขุมขน เหมือนถูก ปรางค์สิงร่างยังไงยังงั้น แล้วมันก็จะไม่มีปัญหาอะไรอีก เชื่อฉัน"

    แป้งฟังพวกเจ๊กับน้าแล้วทำหน้าเหนื่อยใจเต็มที

    ooooooo

    ส่วนปรางค์ที่มาแทนแป้ง แม้ใจจะฮึดสู้แต่เมื่อต้องสมบุกสมบันและชกต่อยเจ็บตัว ร่างกายที่รีดจนอ้อนแอ้นก็ทนไม่ได้ แค่กระบี่พาไปดูมวยชกกันดุเดือดหน่อยเท่านั้น ปรางค์ก็เครียดจนอ้วกแตกอ้วกแตน สุดท้ายบอกกระบี่ว่าตนไม่ไหวแล้ว กระบี่มองปรางค์อย่างพินิจพิเคราะห์พึมพำ "แกไม่เหมือนไอ้แป้งเลยว่ะ"

    ส่วนประพันธ์พอรู้ว่าปรางค์จะไม่ยอมขึ้นชกมวยอีกแล้ว ก็โวยวายว่า

    "ไม่ได้โว้ย พ่อไม่ยอมให้แกยอมแพ้ง่ายๆ พ่อกำลังเจรจากับทางค่ายมวยของแกอยู่ เราต้องมีนัดล้างตา ไม่งั้นเสียชื่อปรางค์ธิดา ศิษย์พงศ์ศักดิ์ ลูกพ่อประพันธ์หมด"

    ปรางค์อ้อนวอนว่าตนทำไม่ได้ ขอเวลาสักเดือนได้ไหมแล้วค่อยกลับไปชกใหม่ ถ้าชกเวลานี้ตนต้องตายคาเวทีแน่ๆ ประพันธ์ยืนยันว่าเป็นนักมวยทิ้งเวทีนานไม่ได้ ปลอบใจว่าจะจัดให้ต่อยกับคู่ชกที่มีฝีมือสูสีกันไปก่อนแล้วค่อยกลับไปชกล้างตากับน้ำเพชร ก้องเกียรติยิม

    "หนูบอกแล้ว หนูทำไม่ได้ ไม่ได้ๆๆ ทำไมพ่อไม่เข้าใจหนู" ปรางค์น้อยใจร้องไห้วิ่งหนีไป กระบี่บอกประพันธ์ว่าเดี๋ยวตนตามไปเอง ว่าแล้ววิ่งตามปรางค์ไป ประพันธ์มึนงงกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของลูก

    กระบี่ตามไปปลอบปรางค์ว่าอย่าร้องไห้ถ้าไม่ชกตนก็จะพูดกับน้าพันให้เอง ปรางค์พูดอย่างเสียใจว่าตนทำให้พ่อต้องผิดหวังเพราะพ่อหวังจะให้ตนเป็นแชมป์มวยหญิงโลก กระบี่แย้งว่า

    "แกต่างหากที่อยากเป็นแชมป์ น้าพันต้องการสนับสนุนให้ความฝันของแกเป็นจริงเท่านั้น ถ้าแกเปลี่ยนใจก็อธิบายให้น้าพันเขาฟัง แกจะอธิบายให้พ่อแกเข้าใจได้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้นกับแก"

    ปรางค์ไม่อาจอธิบายได้รู้แต่ว่าตอนนี้ขออยู่ห่างๆมวยสักพักก่อน ขอร้องกระบี่ให้ช่วยพูดให้พ่อเข้าใจด้วย จะอ้างอะไรก็ได้ให้ตนหยุดชกมวยไว้ก่อนก็พอ

    "ได้ซิ" กระบี่จับมือปรางค์ไว้ "แกจะให้ฉันทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น  ฉันทำทุกอย่างเพื่อแกได้ไอ้แป้ง  แกรู้ไหมว่าฉัน..."

    ปรางค์ตกใจรีบดึงมือออกชวนกลับกันดีกว่าป่านนี้พ่อคงกลับไปรอเราที่บ้านแล้ว ขอบใจกระบี่ที่เข้าใจตนแล้วผละไปเลย กระบี่ได้แต่มองตามด้วยความเสียดายโอกาสที่ไม่ทันได้บอกรักปรางค์...

    ooooooo

    ที่บ้านนักรบ

    ราศี โชติรส โสภา และศักดิ์สิทธิ์ กำลังดื่มแชมเปญฉลองรายการใหม่ที่เรตติ้งพุ่งกระฉูด โชติรสคุยอย่างภูมิอกภูมิใจว่า

    "โรสกำลังกลุ้มใจอยู่นี่แหละค่ะ ตอนนี้ทาร์เก็ตกรุ๊ป ของเรากว้างมากเลยค่ะ  ตั้งแต่คนระดับล่างถึงคนระดับสูงอย่างเราดูรายการโรสทั้งนั้น โรสเลยขายโฆษณาไม่ถูกเลยค่ะ" พูดแล้วหัวเราะร่วนอย่างลำพองใจ

    ทั้งราศีและโสภาต่างพากันยกยอปอปั้นโชติรส บอกว่าไม่ต้องไปเสนอโฆษณาที่ไหนแล้วเพราะต่างพากันวิ่งเข้าชนจนจัดคิวนัดไม่ทัน โสภาปรารภว่าคนดูไม่สนใจกะเทยที่ชนะแต่ชอบกะเทยที่เป็นรองมากกว่า ส่วนศักดิ์สิทธิ์เห็นว่าคนดูสนใจทั้งคู่

    "ข้าวฟ่างสวยกว่ากะเทยปรางค์ตั้งเยอะนะ ดูเป็นกะเทยผู้ดีหน่อย ชีวิตก็น่าสนใจกว่าด้วย ป้าว่าเอาข้าวฟ่างเข้ามาแทนที่กะเทยปรางค์จะดีกว่านะหนูโรส" โสภาเสนอ

    "ก็อาจจะเป็นไปได้นะคะ" โชติรสพูดอย่างมีแผนการอยู่แล้ว "แต่คงไม่ใช่ตอนนี้ เรายังไม่ได้ใช้ปรางค์ให้คุ้มกับเงินที่ลงทุนไปเลยค่ะ ปรางค์เขายังมีประเด็นที่ให้เล่นได้อีกเยอะค่ะ ทั้งเรื่องพ่อที่เขาไม่อยากเอ่ยถึง แม่ที่มีประวัติคลุมเครือ แล้วยังนิสัยส่วนตัวแปลกๆอีก เราต้องรีดออกมาใส่ในรายการให้หมด  ตอนนี้ถือว่าเขาเป็นตัวทำเงินให้เราอยู่  ไว้หมดประโยชน์ เมื่อไหร่แล้วค่อยเขี่ยทิ้งไปค่ะคุณป้า"

    นักรบที่นั่งฟังอยู่ด้วยตลอดเวลา เขามองโชติรสอย่าง อนาถใจ แอบคิดหาทางช่วยแป้งไม่ให้ถูกทำร้าย ทำลายมากไปกว่านี้

    ooooooo

    ปรียากลับไปเย็บผ้าที่บ้านตามเดิม เพิ่งเห็นกระดาษที่จดเบอร์โทรศัพท์ของแป้งกับประพันธ์ที่เก็บไว้ในกล่องเก็บกรรไกร หยิบขึ้นมาดูอย่างชั่งใจ

    เป็นเวลาที่พวกเจ๊ตุ่มกำลังวางแผนจะทำให้แป้งกลับมาเด่นดังใหม่ เปิดดูทีวีช่องไหนก็มีแต่ข่าวข้าวฟ่างถูกปรางค์ชก เจ๊บอกให้ปิดเสีย บ่นอย่างหัวเสียว่า

    "เปิดช่องไหนก็มีแต่ข่าวนังข้าวฟ่าง แล้วทุกข่าวก็เข้าข้างแต่มันทั้งนั้น แค่กระทืบมันไม่กี่ครั้งเนี่ยทำยังกะแป้งฆ่าคนตาย"

    "เออน่า เดี๋ยวแป้งก็มีโอกาสแก้ตัวเองน่า พาแป้งไปเลี้ยงอาหารกลางวันที่บ้านเด็กกำพร้าแล้วก็บริจาคช่วยหมาพิการ นางงามต้องรักเด็กและเมตตาสัตว์ หรือไม่แกก็ลองฆ่าตัวตายอีกครั้งแล้วให้แป้งมาช่วยได้ทัน ทีนี้ล่ะแกเอ๊ย แป้งได้กลายเป็นวีรสตรีแน่ๆเลย" นุชวางแผน

    เจ๊ตุ่มค้อนตาแทบกลับเสนอให้นุชเองนั่นแหละมาฆ่าตัวตายแทนตนจะมีเหตุผลกว่าเพราะเป็นชะนีขึ้นคานเหี่ยวเฉามานานแล้ว

    ระหว่างนั้นมีโทรศัพท์เข้ามือถือของแป้งแต่ไม่ ปรากฏชื่อปลายสายโชว์แต่เบอร์ เอื้อมดูแล้วบอกว่าเป็นเบอร์บ้านปรางค์ เจ๊ตุ่มเชื่อว่าปรียาโทร.มาตามปรางค์กลับบ้านเลยตึงเครียดกัน กำชับแป้งต้องจำให้ขึ้นใจว่าตอนนี้ตัวเองเป็นปรางค์อยู่ อย่าเผลอพลั้งปากให้ปรียาจับได้เป็นอันขาด

    เกิดสับสนกันเองขึ้น เมื่อนุชแย้งว่าปรียาโทร.เข้ามือถือแป้งก็ต้องคุยกับแป้ง นุชย้ำแล้วย้ำอีกว่า "แป้ง...ตอนนี้เธอเป็นแป้งนะ ไม่ใช่ปรางค์ อย่าหลุดอะไรออกไปให้พี่ปรีจับได้เชียวเข้าใจไหม"

    กว่าแป้งจะเข้าใจลงตัวได้ว่าต้องแสดงตัวเป็นแป้งก็ทำเอาสับสนไปพักใหญ่ แต่เมื่อตั้งหลักได้แล้ว แป้งกดรับสาย ปรียาถามว่านี่เบอร์ของแป้งใช่ไหม แป้งแกล้งถามว่านั่นใครพูด

    "นี่แม่นะ" ปรียาพูดน้ำเสียงตื่นเต้นแกมอึดอัด แป้งก็แกล้งทำเป็นนิ่งอึ้งไปให้เนียน ปรียาบอกมาอีกว่า "พ่อเขาคงเล่าเรื่องแม่ให้ฟังแล้วใช่ไหม แม่...แม่ขอโทษนะที่บังคับให้พ่อเขาโกหกแกว่าแม่ตายไปแล้ว" แป้งถามว่าแม่เกลียดตนกับพ่อมากใช่ไหม "แม่ไม่ได้เกลียดแก แม่แค่ไม่อยากเห็นหน้าพ่อแกอีก ไม่มีวันไหนที่แม่ไม่คิดถึงแก แม่จำได้เสมอว่า  แม่มี ลูกสาวอีกคนที่ชื่อแป้ง เราจะเจอกันได้ไหม...แป้ง"

    แป้งเอามือปิดโทรศัพท์เบนหน้าไปกระซิบบอกพวกเจ๊กับน้าว่า "แม่อยากเจอหนู" ทั้งเจ๊ทั้งน้ากระซิบบอกว่าไม่ได้ยังเจอไม่ได้ แป้งจึงพูดต่อกับปรียาด้วยน้ำเสียงแสนเสียดายว่า

    "เออ...ตอนนี้หนูยุ่งๆอยู่นะจ้ะ กำลังจะเตรียมตัวขึ้นชกนัดสำคัญ ไว้รอให้หนูชกเสร็จก่อนนะจ้ะ แล้วเราค่อยเจอกัน" ปรียาถามว่าเมื่อไหร่ "แล้วหนูจะโทร.ไปหาแม่เองดีไหม หนูอยากเจอแม่นะจ้ะ แต่หนูไปตอนนี้ไม่ได้จริงๆ ชีวิตหนูตอนนี้วุ่นวายมาก ไว้หนูจัดการกับชีวิตตัวเองได้เมื่อไหร่ หนูจะไปหาแม่ทันที หนูสัญญา"

    "ก็ได้ แล้วโทร.มานะลูก" ปรียาวางโทรศัพท์ลงอย่างโล่งใจ ดีใจ ที่ได้โทร.หาแป้งเป็นครั้งแรก ส่วนแป้งก็ยิ้มดีใจ

    ที่แม่ยังไม่ลืมตัวเอง

    ooooooo

    ต่อมาเมื่อแป้งไปหาปรียาที่บ้านแป้งกอดแม่ ไว้อย่างโหยหา ปรียาถามหยอกว่ากอดประจบแบบนี้คงไม่ได้ไปชกใครมาอีกใช่ไหม

    "หนูเข็ดแล้วล่ะแม่ ไม่กล้าก่อเรื่องอะไรอีก หนูจะกลั้นใจทำตัวดีๆจนกว่าจะไปประกวดที่เมืองนอก คราวนี้หนูจะเอาเงินรางวัลมาให้แม่อีก ลืมถามน้าตุ่มว่าถ้าชนะคราวนี้จะได้เงินกี่ล้าน"

    "อย่าโลภมากนักเลยได้มาแล้วตั้งล้านนึงจะเอาอะไรอีกไอ้ป้าง"

    ปรียาถามว่าอยากเจอพ่อไหม ตนเพิ่งได้เบอร์พ่อมา เอาเบอร์ของประพันธ์ให้แล้วย้ำกับแป้งว่าพ่อเป็นผู้ชายคงยอมรับสภาพของป้าง ตอนนี้ไม่ได้ คิดดูให้ดีๆแต่ถ้าไม่แน่ใจก็ลองโทร.ไปคุยกับน้องก่อน แป้งถามว่าแม่คุยกับแป้งแล้วหรือ ปรียาพยักหน้า แป้งอยากบอกแม่เหลือเกินว่า ที่แม่กอดอยู่นี่ที่จริงคือแป้งลูกสาวของแม่เอง แต่ก็พูดไม่ได้ เพราะเวลานี้

    สวมบทบาทเป็นไอ้ป้าง หรือปรางค์ธิดาอยู่

    ooooooo

    ส่วนปรางค์อยู่ที่บ้านแป้งกับประพันธ์ วันนี้เธอโพกหัวหมักผมและเอาแตงกวามาแปะที่หน้า ประพันธ์ เห็นเข้าถามว่าทำอะไรแล้วทำไมต้องมาแอบทำตอนกลางคืน ปรางค์บอกว่าตนกำลังเสริมสวย ประพันธ์เลยคิดว่า ลูกสาวตัวเองเป็นสาวช้า เพิ่งจะมารักสวยรักงามเอาตอนนี้ คิดเลยเถิดไปว่าปรางค์อาจจะกำลังมีความรักกับกระบี่ก็ได้เลยสนใจเรื่องสวย เรื่องงามเลิกสนใจเรื่องชกมวย

    พอได้ยินพ่อพูดถึงความรักกับกระบี่ ปรางค์ก็กลุ้มขึ้นมาอีกเป็นปัญหาหนักอกยิ่งกว่าเรื่องถูกบังคับให้ชกมวยเสียอีก

    ผิดกับแป้งพอมาถูกจับให้ประกวดมิสเรนโบว์ควีนก็ห่างเหินการออกกำลังกายไปนาน วันนี้เลยตื่นแต่เช้าออกวิ่ง เจอนักรบมาดักอยู่พอดี เธอถามว่าจะมาถ่ายตนแต่เช้าเลยหรือ

    "ก็เผื่อจะได้อะไรดีๆไปออกรายการไง อย่าเข้าใจผิดนะที่ว่าอะไรดีๆ ฉันหมายถึงเรื่องดีๆของเธอ"

    แป้งเลยแกล้งล่อให้นักรบวิ่งตามตนไปเพื่อจะได้ภาพดีๆ นักรบวิ่งตามไปพักเดียวก็เหนื่อยหอบ แป้งขู่ว่าถ้าวิ่งไม่ทันก็อดถ่าย นักรบเลยต้องคว้ากล้องกัดฟันวิ่งตามไป

    จนถึงสวนสาธารณะแป้งหยุดหันไปมองเห็นเขาเหนื่อยหอบฮักก็หัวเราะขำ แป้งจะวิ่งต่อเขาบอกว่าอย่าเพิ่งไปโดยเอาคำสัญญาที่ว่าจะเชื่อฟังตนมาขู่ แป้งเลยต้องหยุดนักรบเริ่มเก็บภาพ ถ่ายนิดเดียวก็เลิกบอกว่าทำแค่ให้รู้ว่าเธอเชื่อฟังเขาหรือเปล่าเท่านั้น

    ทั้งสองคุยข่มกันไปมาคนหนึ่งว่าตนเป็นนักมวยอีกคนก็คุยว่าตนเป็นนักฟุตบอล คุยกันไปมาแป้งก็พูดถึงโชติรสอีกว่าเป็นแฟนเขาทำให้ตนไม่ไว้ใจเขานัก แต่ตอนนี้เชื่อแล้วว่าเขาเป็นคนดีจริงๆ ทำให้นักรบต้องเคลียร์อีกครั้งว่าโชติรสไม่ใช่เป็นแฟนตน ตนทำแค่เห็นว่าเป็นสิ่งที่ควรจะทำเท่านั้น

    "รวมทั้งรายการทีวีที่เห็นคนเป็นสินค้านี่ด้วยเหรอ"

    "นี่เป็นสิ่งที่ฉันต้องทำ ฉันตื่นขึ้นมาด้วยความเซ็งทุกวัน เพราะฉันต้องทำงานที่ไม่อยากทำ แต่ที่ฉันไม่ลาออกก็เพราะฉันมีเหตุผลของฉัน เหตุผลข้อหนึ่งก็คือ ถ้าฉันยังคุมรายการนี้ต่อไปมันอาจจะไม่เลวร้ายไปมากกว่านี้"

    "ขอบคุณนะคะคุณนักรบ"

    "เราเป็นเพื่อนกันได้นะปรางค์" พอแป้งตอบค่ะ เขาเท้าความว่า "เธอเคยพูดว่าถ้าเราเป็นเพื่อนกันก็คงดี เราสองคนเป็นเพื่อนกันได้นะปรางค์"

    "เราแตกต่างกันมากเกินไป อยู่คนละฐานะ อยู่คนละสังคม ไม่ต้องถึงกับคบเป็นเพื่อนหรอก แค่คุณเดินกับฉัน คุณก็เสียชื่อเสียงแล้ว"

    "ฉันไม่สนใจหรอกว่าใครจะมองยังไง ไม่ว่าใครจะเกิดมาเป็นอะไร จะรวยจะจน ก็มีความเป็นคนเท่าๆกัน ว่าไง เราเป็นเพื่อนกันดีไหม" นักรบยื่นมือออกไปรอให้แป้งยื่นมาจับ

    แป้งตัดสินใจอยู่ครู่หนึ่งจึงยื่นมือออกมาจับมือนักรบ แรงที่มือแป้งกระชับมือนักรบนั้นหนักแน่นแข็งแรงราวกับผู้ชายจับมือกับผู้ชาย

    ต๊อดเก็บภาพนักรบกับแป้ง สงสัยตงิดๆว่านักรบคิดยังไงกับแป้ง จนนักรบเดินมาส่งแป้งเข้าบ้าน แป้งหันกลับมองเขาอีกที รู้สึกมีกำลังใจที่จะเผชิญกับเรื่องมากมายที่จะเจอในวันนี้ต่อไป

    ส่วนนักรบ มองตามแป้งไปด้วยความรู้สึกสนิทใจว่า ชีวิตนี้มีแป้งเป็นเพื่อนเพิ่มขึ้นอีกคนแล้ว...

    ooooooo

    นักรบเดินกลับมาที่รถเอากล้องใส่ท้ายรถ พลันก็ชะงักเมื่อต๊อดโผล่หน้ามายิ้มเผล่   เขาถามว่ามาตั้งแต่ เมื่อไร ต๊อดบอกว่ามานานแล้วย้อนถามว่าเขามาทำอะไรที่นี่แต่เช้า นักรบตอบห้วนๆแบบตัดบทว่า "มาทำงานน่ะซิวะ"

    "แต่เราแบ่งตารางงานกันแล้วนี่นา ถ้าไม่มีอะไรสำคัญพี่ก็จะปล่อยให้ผมลุยคนเดียว หรือพี่รบจะคิดถึงน้องปรางค์จนนอนไม่หลับ นี่อย่าบอกนะว่ามานอนรอที่หน้าบ้านตั้งแต่เมื่อคืน" ต๊อดยิ้มทะเล้น

    นักรบทั้งฉุนทั้งเคืองด่าว่าจะบ้าไปใหญ่แล้ว เลยถูกต๊อดแซวว่าเมื่อกี้เห็นเขาจับมือกับปรางค์ด้วย ถามว่าจะดูหลักฐานไหม ตนถ่ายไว้หมดเลย แหย่ว่าหรือว่าแอบกิ๊กกับปรางค์เข้าให้แล้ว

    "เฮ้ย ลบทิ้งไปให้หมดเลยนะไอ้ต๊อด" นักรบคว้าคอเสื้อ ต๊อดแบบเอาจริง "อย่าให้ภาพเมื่อกี้หลุดรอดไปได้นะไอ้ต๊อด ไม่งั้นแกตายแน่ อย่าให้ไอ้รายการบ้าๆนี่ทำลายชีวิตปรางค์มากไปกว่านี้"

    เห็นท่าทางเอาจริงของนักรบเข้า ต๊อดก็ฝ่อขอให้ใจเย็นๆ ตนแค่แซวเล่น ขืนปล่อยไปตัวนักรบเองก็เสียด้วยตนจะทำไปทำไม พอนักรบปล่อยมือจากคอเสื้อ ต๊อดก็กึ่งแซวกึ่งเตือนว่า

    "แต่วันหลังพี่ก็ระวังตัวหน่อยนะ อย่ามาเดินจู๋จี๋กันกลางถนนอย่างนี้ แต่ว่าไม่ได้เนอะ คนกำลังอินเลิฟคงจะหัก

    ห้ามใจไม่ค่อยได้"

    "ไอ้ต๊อด!" นักรบจะคว้าคอเสื้ออีก แต่ไม่ทันเพราะต๊อดฉากหลบไปเสียก่อน

    จากนั้น ทั้งสองก็ไปที่บ้านปรางค์เพื่อถ่ายเก็บภาพชีวิตประจำวัน แป้งขอกินข้าวก่อน นักรบเลยชวนต๊อดออกไปรอข้างนอก ปรียาออกมาชวนกินข้าวด้วยกัน พอนักรบปฏิเสธ ต๊อดก็ปากโป้งตามเคยว่า

    "ไม่ต้องเกรงใจหรอกพี่รบ ตอนนี้เราก็เหมือนเป็นคนในครอบครัวเดียวกันแล้ว นั่งๆพี่ ขอบคุณนะครับคุณแม่ ผมกำลังหิวพอดีเลย" ว่าพลางต๊อดดึงนักรบเข้าไปนั่งกินข้าวด้วย ต๊อดถามปรียาว่า "วันนี้คุณแม่จะไปกับน้องปรางค์ด้วยหรือเปล่าครับ"

    ปรียาบอกว่าเจ๊ตุ่มกับนุชคอยดูแลอยู่แล้วตนไปก็เกะกะเปล่าๆ ต๊อดอดไม่ได้บอกปรียาว่าไม่เป็นไรเพราะตอนนี้ปรางค์มีนักรบคอยดูแลอยู่ ทำเอาทุกคนมองขวับว่าต๊อดพูดอะไร เจ้าตัวเลยแก้ว่า

    "มีพี่รบอยู่คอยช่วยเหลือในฐานะโปรดิวเซอร์ของรายการไงครับ ผมรับรองได้เลยว่า ถ้ามีพี่รบอยู่ไม่ว่าจะเกิดปัญหาอะไรกับน้องปรางค์ พี่รบจะช่วยได้แน่ อย่างที่เคยช่วยน้องปรางค์ ตอนประกวดที่พัทยาไงครับ"

    แป้งเลยบอกปรียาว่านักรบเป็นคนช่วยพูดให้ตนไม่ถูกตัดสิทธิ์จากกองประกวด ปรียาขอบคุณนักรบ เขาบอกว่าไม่เป็นไรไม่ใช่เรื่องใหญ่ ปรียาก็ยังย้ำว่า

    แต่ฉันถือว่าเป็นเรื่องใหญ่นะคะ คุณก็ไม่ได้รู้จักอะไรกับปรางค์ แต่ยังมีน้ำใจช่วยเหลือมันอย่างนี้ฉันค่อยสบายใจหน่อยที่ลูกได้ทำงานร่วมกับ คนดีๆอย่างคุณ"

    แป้งมองหน้านักรบขำๆ เมื่อเห็นเขาทำหน้าเขินดูแล้วตลกดี

    ooooooo

    ที่หน้าตึกรายการวิทยุที่เชิญมิสเรนโบว์ควีนและรองไปสัมภาษณ์ เจ๊จูนกับข้าวฟ่างมาถึงก่อนหมายได้เปรียบแต่มาเร็วไปหน่อยเลยยังไม่เจอใคร เจ๊บ่นว่า

    "เรามาเร็วไปหน่อยนะข้าวฟ่าง  ดูซิพวกแฟนคลับ

    ยังไม่มากันเลย อย่างนี้ทำให้ภาพเปิดตัวของเราไม่สวย" หันไป

    เห็นช่างกล้องก็รีบบอกว่าอย่าเพิ่งถ่ายตอนนี้ พอดีข้าวฟ่างหันไปเห็นวัยรุ่นสองคนใส่เสื้อสีเขียวมีป้ายอยู่ในมือ  รีบบอกเจ๊จูนว่าแฟนคลับของตนมาแล้ว เจ๊แถไปหาทันที

    "น้องแฟนคลับใช่ไหมคะ แหมอุตส่าห์มารอพี่ข้าวฟ่างแต่เช้าเลยนะคะ ขอบคุณมากนะคะ จะถ่ายรูปกับพี่ข้าวฟ่างหรืออยากขอลายเซ็นคะ"

    แล้วเจ๊ก็ต้องหน้าแตกเมื่อวัยรุ่นทั้งสองส่ายหน้าบอกว่าตนมารอพี่ปรางค์ต่าง หาก เท่านั้นเองเจ๊จูนก็เปลี่ยนสีหน้าราวกับเปลี่ยนหน้ากาก ทำเชิดใส่วัยรุ่นทั้งสอง ซ้ำยังพูดดูถูกว่า ท่าทางบ้านๆอย่างนี้นึกแล้วว่าต้องเป็นแฟนคลับของปรางค์กะเทย

    ขาโหด ช่างไม่มีรสนิยมเอาเสียเลย ว่าแล้วจูงข้าวฟ่างเดินเชิดไป

    ooooooo

    บ้านแป้งที่พัทยา...เช้านี้ประพันธ์ไปซื้อปาท่องโก๋ กับน้ำเต้าหู้พร้อมทั้งหนังสือพิมพ์สองสามฉบับ มาถึง ก็โยนหนังสือพิมพ์ไว้บนโต๊ะแล้วเอาแก้วมาใส่น้ำเต้าหู้

    ปรางค์ถามว่าซื้อปาท่องโก๋มาอีกแล้วหรือ โจ๊กไม่ขายหรือ ประพันธ์บอกว่าโจ๊กหมดเลยซื้อปาท่องโก๋มาแทน ถามว่าจะกลัวอ้วนไปถึงไหนเดี๋ยวนี้ของทอดก็ไม่กิน แกงกะทิก็ไม่ชอบ กินยากขึ้นทุกวัน  แต่ประพันธ์ยังมองในแง่ดีว่าลูกรักสวยรักงามเพราะกำลังมีความรักและกระบี่ก็ คงทนได้

    ปรางค์หงุดหงิดตะขิดตะขวงใจทุกครั้งที่พ่อพยายามจับคู่ให้ตนกับกระบี่เลยหา ทางเลี่ยงหยิบหนังสือพิมพ์ขึ้นมาดูมีพาดหัวข่าว "ศึกกะเทยเดือดตบกันนัว" ปรางค์ตกใจนั่งเหวอ ประพันธ์นึกว่าลูกเขินเลยดึงหนังสือพิมพ์ออกถามว่าเป็นอะไร อ่านข่าวอะไรอยู่

    ปรางค์ยิ่งตกใจกลัวพ่อเห็นรูปแป้งที่กำลังตบกับข้าวฟ่างในหนังสือพิมพ์รีบ ดึงกลับแต่ดึงแรงไปหน่อย  หนังสือพิมพ์เลยขาดแควก ปรางค์รีบขอโทษ ประพันธ์บอกว่าอยากอ่านฉบับนี้ก็เอาไป เพราะทุกฉบับก็คงลงไม่ต่างกันแล้วหันไปหยิบอีกฉบับไปกางอ่านบนโต๊ะ

    แค่มองแว่บเดียวปรางค์ก็เห็นรูปแป้งตอนประกวดที่หน้าหนังสือพิมพ์ ตกใจไม่รู้จะทำอย่างไรดีเลยแกล้งปัดน้ำเต้าหู้หกรดจนเลอะเทอะแล้วขอโทษพ่อ คว้าหนังสือพิมพ์ทั้งหมดจะเอาไปทิ้ง

    "เฮ้ยเดี๋ยว  อย่าเพิ่งทิ้ง  ไอ้แป้ง  เอาไว้ชั่งกิโลขาย"

    ประพันธ์ตะโกนตามหลัง แต่ปรางค์ไม่ฟังเสียงคว้าหนังสือพิมพ์ทั้งหมดเดินอ้าวออกไป พอพ้นสายตาพ่อเธอก็ปาดเหงื่ออย่างโล่งใจ

    ดูเหมือนโชคจะเข้าข้างปรางค์กับแป้ง  เพราะวันนี้ทั้งวัน  ประพันธ์ไปที่ไหนก็คลาดแคล้วจากข่าวของแป้ง หนังสือพิมพ์ ที่ร้านป้าจุกก็ไม่รู้ถูกใครหยิบติดมือกลับไปอ่านที่บ้าน โทรทัศน์ แพร่ภาพข่าวสัมภาษณ์ปรางค์กับข้าวฟ่าง ป้าจุกเรียกให้ดู พอเงยหน้าขึ้นดูทีไรก็เห็นแต่ข้าวฟ่างเลยบ่นป้าจุกที่บอกให้ดูว่าตาฝาดที่ บอกว่ามิสเรนโบว์ควีนเหมือนแป้งตนดูยังไงก็ไม่ใช่แป้ง บ่นงึมงำแล้วเดินออกจากร้านป้าจุกไป

    ooooooo

    ก่อนเข้าห้องจัดรายการวิทยุ กลุ่มเจ๊ตุ่มกับเจ๊จูนก็ปะทะกันต่อหน้าแฟนคลับของทั้งสองฝ่าย เมื่อเข้าห้องจัดรายการ แป้งเผชิญหน้ากับข้าวฟ่าง ก็ถูกข้าวฟ่างตีหน้าซื่อตาใสทำเป็นผู้น่าสงสารที่ถูกแป้งรังแก พอแป้งตอบโต้ขอร้องให้ข้าวฟ่างพูดความจริงบ้าง ก็ถูกนักรบที่มาดูอยู่นอกห้องจัดรายการส่งข้อความในกระดาษ แผ่นเล็กมาให้ว่า "อย่าใช้อารมณ์ ใช้เหตุผล"

    ดังนั้น เมื่อข้าวฟ่างพยายามโทษว่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดปัญหาอยู่ที่ตัวปรางค์คน เดียว ดีเจจึงถามว่าสองคนไม่กินเส้นกันขนาดนี้ยังจะร่วมรายการกันต่อไปได้หรือ เปล่า

    แป้งบอกว่าตนไม่มีปัญหาอะไร ส่วนข้าวฟ่างก็ยังไม่วายโทษว่าปรางค์โกรธเกลียดตนไม่เลิกทั้งที่ตนไม่มีปัญหาอะไร

    "นี่แสดงว่าหลังจากที่มีเรื่องตบตีกันแล้วก็ยังเคลียร์กันไม่ได้หรือครับ" ดีเจถาม

    "เรื่องมันจบไปแล้วล่ะค่ะ แต่ข้าวฟ่างเขาไม่ยอมจบเสียที ให้สัมภาษณ์เรื่องนี้ได้ทุกวัน แต่ปรางค์ก็เข้าใจนะคะ ข้าวฟ่างคงอยากจะช่วยโปรโมตรายการของเรา งั้นปรางค์ขออนุญาตเคลียร์เรื่องนี้ตรงนี้เลยแล้วกัน"

    พูดแล้วแป้งเงยหน้ามองไปข้างนอก เห็นนักรบที่มองลุ้นคอยฟังอยู่ แป้งจึงพูดต่อ

    "ปรางค์ขอโทษข้าวฟ่างค่ะ ปรางค์อารมณ์ร้อนไปหน่อยก็เลยทำให้ข้าวฟ่างต้องเจ็บตัว ที่ข้าวฟ่างพูดจาดูถูกแม่ของปรางค์ข้าวฟ่างคงไม่ได้ตั้งใจ ข้าวฟ่างไม่ได้อยู่กับคุณพ่อคุณแม่ คงจะไม่เข้าใจความรักที่ปรางค์มีต่อแม่ ปรางค์ก็เลยไม่โกรธข้าวฟ่างค่ะ ปรางค์เข้าใจ"

    ถูกปรางค์เชือดเฉือนเอานิ่มๆ ข้าวฟ่างก็อ้าปากค้าง ส่วนที่นอกห้องจัดรายการ นักรบฟังอยู่ เขามองแป้งอย่างพอใจในการตอบคำถามของเธอ

    ooooooo

    ประพันธ์พยายามลุ้นให้กระบี่บอกรักปรางค์ แต่จนแล้วจนรอดกระบี่ก็พูดไม่ออก พออ้าปากจะพูดทีไรก็ปากคอสั่น ประพันธ์จึงเสนอให้เขียนเอา ดังนั้น วันนี้หลังจากขายข้าวเปล่าหมด และวางแผนจะทำข้าวกล่องขายค่อยๆยกระดับไปทีละขั้น เมื่อกระบี่กับแป้งจะกลับบ้าน กระบี่พาเดินอ้อมไปทางชายหาดบอกว่ามีอะไรจะให้ดู

    ที่แท้  กระบี่แอบไปเขียนข้อความ  "ไอเลิฟยู"  บนพื้นทรายเป็นการบอกรักแทนคำพูด แต่พอไปใกล้ถึง มีนักมวยที่มาวิ่งออกกำลังกายกันกลุ่มใหญ่วิ่งผ่านมา กระบี่พยายามจะไม่ให้วิ่งไปทางที่ตนเขียนหนังสือไว้ แต่ไม่ทัน พวกนักมวยวิ่งย่ำตัวหนังสือเสียจนเละไปหมด สุดท้ายแผนบอกรักของกระบี่ก็ล้มเหลวตามเคย ได้แต่แอบถอนใจอย่างแสนเสียดาย ส่วนปรางค์ก็แอบถอนใจอย่างโล่งอกที่ไม่ต้องมารับรู้เรื่องหัวใจของกระบี่

    สุดท้ายกระบี่ก็ทนไม่ได้ เมื่อประพันธ์ขู่ว่าขืนช้าเดี๋ยวคนอื่นมาตัดหน้าไปก่อน แต่พอกระบี่จะพูดก็ถูกปรางค์เบรกว่าอย่าเพิ่งพูดอะไรเลย ตนมีเรื่องสำคัญกว่าจะบอก ตัดสินใจบอกกระบี่ว่า

    "ฉันไม่ใช่คนที่แกรัก แกบอกรักผิดคนแล้ว ฉันไม่ใช่...ไม่ใช่..." ปรางค์จะบอกว่าตนไม่ใช่แป้ง แต่พูดไม่ออกสักที

    ประพันธ์ลอบฟังอยู่ลุ้นจนตัวโก่ง เสียหลักล้มกลิ้งไปหยุดที่หน้าปรางค์พอดี ต่างมองกันเหวอ ปรางค์รู้สึกอึดอัดยุ่งยากใจมาก ที่เรื่องดูจะอีนุงตุงนังขึ้นทุกที...

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    พฤษภา-ธันวา รักแท้แค่เกิดก่อน ตอนจบ รวมพลังทำภารกิจช่วย "ตั้ม" คว้าชัยอีกครั้ง

    พฤษภา-ธันวา รักแท้แค่เกิดก่อน ตอนจบ รวมพลังทำภารกิจช่วย "ตั้ม" คว้าชัยอีกครั้ง
    27 ต.ค. 2564

    06:45 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 27 ตุลาคม 2564 เวลา 10:33 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์