ตอนที่ 7
อัลบั้ม: สน ยุกต์ ประกบ แพทริเซีย กู๊ด ละครสนุกใน "มาลีเริงระบำ"
หนูมาลีเริ่มไปเรียน กลับมาบ่นกับทองทาว่าจดเลกเชอร์จนปวดหัว แต่ตนก็จะไม่ท้อ ทองทา บอกว่าพับดาวกระดาษให้ครบแล้ว หนูมาลีดีใจมาก โผกอดทองทา เขาอึ้งอยากกอดตอบแต่ไม่กล้า ได้แต่ชวนคุยว่าจะร้องเพลงอะไรต่อไปดี หนูมาลีหน้าสลดลง
“ร้องอะไรก็ได้ ตอนนี้ข่าวออกไปแล้ว เขารู้กันหมดแล้วว่ารอบนี้ชงโคต้องเป็นคนออกไปเพราะทำผิดกฎ ไปเซ็นสัญญากับค่ายอื่น”
แต่ทองทาก็เตือนว่าต้องร้องให้ดีเข้าไว้ เพราะมีคะแนนโหวตสะสม หนูมาลีจึงขอร้องเพลงให้ชงโคเป็นการบอกความรู้สึกที่ตนมีต่อชงโค...ในขณะที่ชงโคร้องเพลงอยู่ในผับแนวเซ็กซี่แต่งตัววับๆแวมๆ ลูกค้าตะโกนให้ถอดอีกๆ เธอเริ่มจะชินและเผยความยั่วยวนมากขึ้น พอเลิกงานก็รู้สึกปวดหัว ซูซี่ยุต้องถอนสักกรึ๊บสองกรึ๊บ ชงโคหลงเชื่อ ซูซี่หว่านล้อมทำงานมากก็มีเงินเข้ามามาก ชงโคถามเมื่อไหร่จะเลิกทำงานแบบนี้ ตนอยากร้องเพลงออกอัลบั้ม ให้ช่วยคุยกับวานิชให้ เข้าทางซูซี่ บอกว่าเคยคุยแล้วต้องมีของแลกเปลี่ยน ชงโคแปลกใจ...
เช้าวันใหม่ ในห้องซ้อม ครูสอนเบลร้องเพลงมาหลายชั่วโมงจึงให้เธอพัก แต่เบลกลับโวย “แหกตาดู คะแนนของฉันสู้นังหนูมาลีไม่ได้ จะเป็นที่โหล่อยู่แล้ว”
นีน่ากับยาหยีช่วยกันบอกว่า รอบนี้ชงโคต้องเป็นคนออก แต่เบลยังเหวี่ยงตนไม่ต้องการเป็นที่โหล่ แล้วว่าครู ถ้าทำให้ตนร้องเพลงดีไม่ได้ ตนจะไปหาครูใหม่ ว่าแล้วก็เดินออกไป
ขณะที่หนูมาลีเอาเสื้อผ้าจากร้านซักรีดมาให้ทองทา เขาเอ็ดไม่จำเป็นต้องทำ อยากให้มีสมาธิขึ้นคอนเสิร์ตวันพรุ่งนี้ หนูมาลีแย้งว่า ทางร้านไม่มีคนมาส่ง ตนเห็นเขาจะไม่มีเสื้อใส่อยู่แล้ว เธอถือเสื้อเข้าไปเก็บในห้องนอน ทันใดเบลเดินเข้ามา ทองทาตกใจเกรงเบลจะเห็นหนูมาลี...เบลต่อว่าทองทาสอนหนูมาลีอย่างไรถึงร้องเพลงได้ดี พรุ่งนี้ตนต้องการชนะ ตนจะต้องได้ดีที่สุด ทองทามองไปทางห้องนอนแล้วรีบดึงเบลออกไป ยอมสอนให้แต่ไม่ใช่ที่นี่
ไม่นานหนูมาลีเดินออกมาจะถามทองทาถึงเพลงที่จะร้องวันพรุ่งนี้ แต่เขาหายไปแล้ว...ทองทาพาเบลขึ้นมาบนดาดฟ้าที่เคยพาหนูมาลีกับเพื่อนขึ้นมา เบลโวยไม่เชื่อว่าเขาสอนพวกหนูมาลีที่นี่ ทองทาจึงย้อน ถ้าไม่เชื่อก็กลับบ้าน เบลอ่อนลง ขอร้องให้เขาสอนตนให้เก่งกว่า
“ครูเป็นได้แค่แม่พิมพ์ ของชิ้นนั้นจะดีหรือไม่ดี ขึ้นอยู่กับสิ่งที่หล่อลงไปในพิมพ์ เอาน้ำปูนเทก็หล่อเป็นคอนกรีต เอาน้ำหวานเทก็หล่อเป็นได้แค่วุ้นกินเล่น”
เบลครุ่นคิดก่อนจะบอก “เบลพร้อมแล้ว เริ่มเลย วันนั้น วันที่เขาร้องเพลง พี่สอนอะไรพวกเขาสอนเบลให้หมดทุกอย่าง”
ทองทาให้หลับตา ยื่นมือออกไป “อย่าใช้ความรู้ร้องเพลง จงใช้ความรู้สึกร้อง สัมผัสได้ไหม ในโลกนี้มีพลังแฝงบางอย่าง พลังที่จะสร้างปาฏิหาริย์...พลังความรัก”
เบลทำตามแล้วพูดทั้งที่หลับตาว่า ไม่เห็นพลังความรักแต่เห็นอย่างอื่น ทองทาสงสัยว่าเธอเห็นอะไร
ooooooo
วันคอนเสิร์ตต้นเดือน ผู้เข้ารอบทุกคนต้องมาร้องเพลงเพื่อดูคะแนนโหวตใครน้อยสุดต้องคัดออก ทุกคนร้องได้ดีมาก อธิฟังการะเกดร้องทางทีวีรู้สึกปลื้มสุดๆ และพอถึงเบล เธอทำสมาธิตามที่ทองทาสอน แต่คิดต่างกัน เธอใช้พลังความเกลียดหนูมาลีมาเป็นแรงบันดาลใจ
“เฮ้ย!ทำไมวันนี้ร้องเพราะขนาดนี้ แบบนี้คะแนนโหวตพุ่งแน่” อธิสะกิดทองทาให้ฟัง
ทองทาเองก็แปลกใจ กรรมการแซนดี้และบรมมองตากันอึ้งๆที่เบลโชว์พลังเสียงได้เฉียบขาด คะแนนโหวตของเบลพุ่งปรี๊ดขึ้นทันที พอร้องเพลงจบ เบลกดมือถือไปหาทองทา
“ขอบคุณนะคะที่สอนเรื่องพลังแฝงให้เบล เบลไม่รู้จักหรอกนะคะพลังแฝงที่ชื่อความรักน่ะ เบลรู้จักแต่พลังแฝงที่ชื่อความเกลียด จู่ๆมันก็ผุดขึ้นมาเองเวลานึกถึงหน้ายัยนั่น” เบลนึกถึงวันที่ปะทะกับหนูมาลี และโดนหนูมาลีพูดใส่หน้า...เด็กที่ไม่มีอะไรอย่างฉันจะสู้กับคุณ ต่อไปนี้เวลาคุณพูด คุณต้องมองหน้าฉันในฐานะคนๆหนึ่ง คนที่พร้อมชนะคุณด้วยมือเปล่า
เบลยังเคียดแค้นฝังใจ กล่าวกับทองทาว่า “คนเป็นล้านๆในโลกใบนี้ ไม่ได้ประสบความสำเร็จเพราะความรักทั้งหมดหรอก ความโกรธเกลียดก็เป็นพลังที่สำคัญเหมือนกัน”
ทองทาถึงกับอึ้งที่เบลมีความคิดร้ายขนาดนี้...ในขณะที่ผู้เข้าแข่งขันคนอื่นตะลึง คะแนนเบลตีคู่น้อยหน่าแซงหน้าการะเกดกับหนูมาลีไปแล้ว ทิมมี่ปลอบใจ หนูมาลีไม่หวั่นเพราะคืนนี้ตนไม่ได้ร้องเพื่อเอาชนะใคร ตนร้องให้เพื่อน การะเกดมองอย่างเข้าใจว่าหมายถึงชงโค
ขณะเดียวกัน ชงโคถูกซูซี่หว่านล้อมให้เอาตัวแลกกับการได้ออกอัลบั้ม “คุณวานิชแค่มีอายุ ไม่ได้แก่ไม่ได้อ้วน อย่าคิดมากน่า...พรุ่งนี้เช้ามารับนะ”
วานิชยิ้มหื่นเข้ามาคุยกับชงโคไม่กี่ประโยคก็โลมเลียตามร่างกายเธอ “สัญญาเป็นสัญญา เธอได้ออกอัลบั้มแน่นอน ว่าแต่ร้องเพลงเก่งอย่างนี้ ร้องดังด้วยป่าว ฉันชอบคนร้องดังๆ...”
เสียงเพลงที่หนูมาลีร้องดูเศร้า ความหมายอยากให้เพื่อนกลับมาทำความฝันต่อ อย่าหลงเดินทางผิด...แต่ชีวิตชงโคจมดิ่งลงไปเสียแล้ว ไม่อาจปีนป่ายกลับขึ้นมาได้อีก น้ำตาชงโคไหลริน
การร้องเพลงในวันนี้จบลง พิธีกรสรุปคะแนน ไม่มีการคัดออกเพราะชงโคทำผิดกฎเป็นผู้ออกไป แต่คะแนนคนที่รั้งท้ายคือหนูมาลีตามด้วยการะเกด หนูมาลีบีบไหล่ให้กำลังใจเพื่อน
ooooooo
เช้าวันใหม่ ชงโคลืมตาขึ้นมาพบเงินวางอยู่ข้างๆ ไร้ร่างของวานิช น้ำตาเธอร่วงเผาะนี่คือสัญลักษณ์ของการขายตัวที่เธอหนีมันสุดชีวิต ไม่ทันไรเกรซกับมี่โทร.มาเยาะเย้ย ยินดีต้อนรับเข้าก๊วน แถมบอกว่าคราวหน้าจะไปแจมด้วย เพราะวานิชใจปํ้าจ่ายไม่อั้น ชงโคสะอื้นฮัก
หนูมาลีมาที่สถานีเอ็มเอ็มแชนแนลเพื่อเอาโถดาวกระดาษที่พับให้ซีโร่ แต่พอซีโร่มาถึงก็ถูกแฟนคลับรุมล้อมจนเธอเข้าไม่ถึง แถมโดนชนจนโถกระเด็นหลุดมือ โชคดีที่โยทะกาเดินมารับไว้ได้ทัน หนูมาลีขอบคุณแล้วหมดหวังคงไม่มีโอกาสให้เขาในวันนี้ โยทะกากล่าว
“เดี๋ยวเขาต้องเข้าประชุมกับทีมงาน ไปรอที่ออฟฟิศฉันสิ เดี๋ยวก็ได้เจอ”
หนูมาลีตาโพลงเดินตามโยทะกาไปอย่างตื่นเต้นดีใจ แต่ก็เกรงใจขอนั่งรอหน้าห้อง โยทะกาให้เข้ามานั่งในห้องทำงานเพราะอยากคุยด้วย “ที่จริง ฉันเชียร์หนูอยู่นะ”
“แต่คุณเป็นแม่เลี้ยงคุณเบลนี่คะ”
“แล้วเชียร์หนูไม่ได้เหรอ” โยทะกาหัวเราะ
“งั้นหนูถามนะคะ ในฐานะที่คุณเป็นผู้อำนวยการโครงการนี้ คุณคิดว่าคนจน คนบ้านนอกอย่างหนูมาลีมีโอกาสชนะแค่ไหนคะ”
“ฉันก็เป็นคนจนคนบ้านนอกนะ”
“หนูเคยอ่านประวัติคุณ คุณเป็นคนกรุงเทพฯไม่ใช่หรือคะ”
“ตอนที่ฉันอายุเท่าหนู ฉันหนีออกจากบ้านเข้ากรุงเทพฯ วันนั้นฉันไม่มีเงินไม่มีคนรู้จัก ไม่มีอะไรเลย ฉันต้องทิ้งคนที่ฉันรักที่สุดในชีวิต เพื่อมาตามหาชีวิตที่ดีกว่า เธอรู้ไหมฉันคิดถึงเขาทุกวัน แทบจะฝันถึงเขาทุกคืน”
หนูมาลีถามหมายถึงพ่อแม่หรือ โยทะกายิ้มๆตอบคำถามแรก หนูมาลีได้โอกาสตั้งแต่วันที่เข้ารอบ สร้างโอกาสด้วยตัวเอง คนที่เอาแต่ร้องขอโอกาสพอไม่ได้รับก็โทษนั่นโทษนี่ คนพวกนี้ไม่มีวันชนะ คนที่รู้จักสร้างโอกาสให้ตัวเองต่างหากคือคนที่จะชนะ...หนูมาลีทึ่งที่โยทะกาพูดเหมือนโรส โยทะกาถามว่าพี่สาวหรือ หนูมาลีตอบว่าเป็นทั้งพี่สาวพี่ชาย ยากจะอธิบาย พอดีเลขาเข้ามารายงานว่าซีโร่รอที่ห้องประชุมแล้ว โยทะกากล่าวขอบใจแล้วหันมาบอกหนูมาลีว่าได้ขอเวลาพิเศษให้ 15 นาที เอาของไปให้เขาเสีย หนูมาลีดีใจ
“ขอบคุณมากนะคะ คุณทั้งสวยทั้งเก่งทั้งใจดี คราวหน้าหนูจะเอาเนื้อจิ้มแจ่วมาฝาก”
โยทะกายิ้มอย่างเอ็นดู...พอหนูมาลีเอาโถดาวกระดาษมามอบให้ซีโร่ เขาทำตาหวานขอบคุณ และบอกเธอว่า กำลังจะแต่งเพลงใหม่โดยมีเธอเป็นแรงบันดาลใจ หนูมาลีตาโพลงแทบลมจับ ซีโร่จะเข้าประคอง หนูมาลีขยับหนีบอกว่าตนไม่เป็นลมแล้ว ยิ้มเขินๆ
กลับมาบ้านทองทา หนูมาลีรีบอวดว่าซีโร่จะแต่งเพลงให้ตน ทองทาหน้าตึงยินดีด้วยส่งๆ อธิแย็บว่าทองทาก็แต่งเป็น ให้เขาแต่งให้บ้างก็ได้ หนูมาลีถามซื่อๆ
“แต่งให้หนูทำไม พี่ทองทาเขาคงอยากแต่งให้ แหะๆ” หนูมาลีมองหน้าอธิยิ้มๆ แล้วเหลือบไปเห็น กุหลาบแดงที่ตัวเองปลูกออกดอกก็ดีใจรีบตัดไปปักแจกัน
อธิทำหน้าเซ็งบอกทองทา วันนี้ต้องบอกรักหนูมาลี เธอจะได้ไปบอกต่อการะเกดว่าเราสองคนไม่ได้เป็นคู่เกย์กัน และที่สำคัญอาจจะโดนซีโร่งาบหนูมาลีไปเสียก่อน ทองทาชักเครียด
ooooooo
กำลังจะไปได้สวย ที่บ้านการะเกดก็เกิดเรื่องขึ้น น้องชายโทร.มาบอกว่าแม่ถูกคานหล่นทับ จะต้องผ่าตัดด่วน ใช้เงินถึงสามแสน การะเกดเครียดร้องไห้สะอึกสะอื้นกับโรส ซูซี่แอบได้ยินยิ้มกริ่ม เป็นโอกาสดีที่จะชักจูงการะเกดมาเป็นพวก
ด้านเบล พอมีคะแนนสูงกว่าหนูมาลีและการะเกด ยาหยีกับนีน่าก็ชวนไปเที่ยวญี่ปุ่น ค่อยกลับมาซ้อมใหม่ คราวนี้เบลคิดได้ ไม่ไปไหน ต้องการเอาชนะการร้องเพลงให้ได้
“ฉันต้องขึ้นเป็นที่หนึ่งให้ได้ ตั้งแต่นี้หาข้อมูลของทุกคนมาให้ฉัน ถ้าเรารู้จุดอ่อนของแต่ละคน เราก็จัดการมันที่จุดอ่อนนั่นล่ะ ขึ้นคอนเสิร์ตคราวหน้ามันต้องร้องเพลงพลาด คะแนนโหวตฉันต้องขึ้นที่หนึ่งให้ได้” เบลคิดแผนร้ายสั่งเพื่อนทั้งสองไปจัดการ
ช่วงร้านเริ่มเปิด คนกำลังน้อย ซูซี่เข้ามาเลียบเคียงการะเกด คุยโวว่าชงโคเข้าห้องอัดเสียงแล้ว งานเพียบ เงินทองไหลมาเทมา ถ้าอยากได้เงินไปรักษาแม่ ตนจะช่วยพูดกับวานิชให้เพิ่มเงินค่าเซ็นสัญญาให้เป็นสองแสนมากกว่าชงโค การะเกดพยายามเดินหนี โรสได้ยินแกล้งปาขวดน้ำผ่านหน้าซูซี่ “เอ้า นึกว่าถังขยะ โทษที โทษๆ เห็นมันเหม็นๆออกมา”
ซูซี่กะลุย โรสรีบเสนอห้องแปดให้อีกห้อง มีข้อแม้ว่าต้องเลิกยุ่งกับการะเกดและหนูมาลี ซูซี่ตาโพลง แต่ติงว่าคนทำงานร้านเดียวกันจะไม่พูดกันเลยได้อย่างไร โรสเสียงกร้าวขึ้น
“คนเราน่ะอยู่ใกล้ถังขยะ เราไม่เหม็น สักวันหนึ่งมันก็ต้องเหม็น แต่ถ้าอยู่ใกล้คนดี เราไม่ดี สักวันมันก็ต้องได้ดี ฉันจะไม่ยอมให้เด็กคนไหนมีชีวิตเหมือนชงโคอีก”
“เอาอีกแล้วนะดูถูกฉันอีกแล้ว ได้...ถ้าอยากให้เลิกยุ่ง ห้องแปดห้องเดียวไม่พอ ฉันต้องการทุกห้อง ฉันจะทำที่นี่ให้เป็นคาราโอเกะมีระดับ แกกับคนของแกแค่ดูแลแขกของฉันก็พอ”
โรสโมโหโวยลั่นที่กล้าขอทั้งหมด ซูซี่สาธยายที่เป็นหนี้ก็เพราะร้านไม่มีผู้หญิงแบบว่า จะมีกำไรได้อย่างไร โรสโวยไม่ต้องมาสอน ซูซี่ขึ้นเสียงก็ดื้อไม่ยอมรับความจริง ทู่ซี้ทำอยู่ได้ ถึงโดนทวงหนี้ เขาจะมายึดวันสองวันนี้แล้ว โรสอึ้งเถียงไม่ออก การะเกดมองอย่างเห็นใจ
โรสตัดสินใจเรียกทุกคนมาบอกให้รู้ว่า ตนยอมให้ซูซี่ทำร้านนี้ทั้งหมด สมศรีอุทาน ซ่องถูกกฎหมาย บุญมาบ่นต้องมารับใช้พวกหื่นกาม...ย้งยี้ซึ่งยกระดับตัวเองขึ้นมาก่อน เปลี่ยนชื่อเป็นแคที่ ให้ดูหรูทันสมัย เสนอเงินช่วยเหลือ จะให้เงินการะเกดไปรักษาแม่ก่อน โรสแย้ง
“ใครๆก็รู้ว่าเจ๊หนี้ท่วมหัวยิ่งกว่าฉันอีก จะโดนฟ้องล้มละลายอยู่แล้ว กิจการใหญ่โตก็กู้ธนาคารมา จ่ายดอกเดือนชนเดือน ยังทำหน้าใหญ่ใจโต”
“เอ๊ะอีนี่ ไม่ต้องเสียงดังประจานกูได้ไหม โหย... รมณ์เสีย”
โรสจาระไนให้ทุกคนฟังว่า ตนได้บวกลบคูณหารดูแล้ว ถ้ายกห้องทั้งหมดให้ซูซี่ จะได้กำไรเพิ่มสามเท่า ให้การะเกดเอาเงินแคที่ไปก่อน แล้วตนจะผ่อนชำระให้ไม่เกินหนึ่งปี ส่วนการะเกดค่อยๆทำงานใช้หนี้ไป ไม่เกินปีหนึ่งตนจะเอาห้องคืนจากซูซี่ บอยถามย้ำเอาจริงหรือ
โรสถอนใจ “นังซูซี่มันพูดถูก ฉันทู่ซี้ทำที่นี่ทั้งที่ไม่มีกำไร ขืนเป็นแบบนี้ก็ต้องปิดตัวลงในไม่กี่ปีนี้แหละ ฉันขอความร่วมมือจากทุกคนนะ ถ้าโอเคเราก็เริ่มกันเลย”
การะเกดเศร้า “หนูมาลีเกลียดผู้ชายหื่นพวกนั้นอย่างกับไส้เดือนกิ้งกือ เฮ้อ เกดสร้างความวุ่นวายให้
ทุกคนจริงๆ”
โรสบอกว่าถ้าหนูมาลีไม่ยอมคงโวยไปแล้ว ปล่อยให้ทำใจสักพักคงดีขึ้น...ในคืนนั้น ชงโคจำต้องนอนกับวานิชร่วมกับเกรซและมี่ เธอน้ำตาไหลรินที่มีชีวิตบัดซบแบบทั้งสองจนได้
ooooooo
หน้าร้านมีการเปลี่ยนป้ายใหม่เป็นป้ายไฟนีออน มีรูปส่วนเว้าส่วนโค้งหญิงนุ่งน้อยห่มน้อยรวมทั้งรูปชงโค เกรซและมี่...สาวเซ็กซี่ออกมานั่งหน้าร้านเป็นแถว บ่งบอกชัดเจนว่าเป็นกิจการอย่างว่า ซูซี่ต้อนรับบรรดาเสี่ยเข้าร้านคึกคัก
โรสยืนมองอยู่กับแคที่และบอย แคที่ทึ่ง “รู้อย่างนี้เปิดบาร์เกย์ไปนานแระ เจ๊รับแขกเอง จะจัดให้เหล่าปวงประชาอิ่มกันถึงคอหอยเลยทีเดียว เทพไม่หึงเจ๊ใช่ไหมคะ” แคที่โลมเลียเทพ
โรสถอนใจต้องอดทนอีกปีเดียว...หนูมาลีหลับหูหลับตาทำงานไม่มองหน้าแขก บนเวทีก็กลายเป็นสาวเซ็กซี่เต้นสไตล์โคโยตี้แทนลูกค้าที่ขึ้นมาร้องเพลงคาราโอเกะ
ระหว่างที่หนูมาลีก้มหน้าก้มตาเสิร์ฟน้ำ ถูกแขกลวนลาม เธอโวยวาย บอยต้องมาไกล่เกลี่ยขอโทษขอโพย โรสเอ็ดหนูมาลีไม่ชอบก็ไม่ต้องทำ ให้ไปทำข้าวกล่องขายเพียงอย่างเดียว หนูมาลีถามแล้วจะหาเด็กเสิร์ฟที่ไหนมาแทน ตนจะอดทนให้มากกว่านี้
“แล้วแกจะไหวเหรอ” โรสย้อนถาม
“พี่โรส พี่บอกว่าถ้าเราอยู่ใกล้ถังขยะมากๆเข้า วันหนึ่งเราก็กลายเป็นขยะ...แล้วพวกเราจะกลายเป็นขยะไหม จุดจบของหนูจะกลายเป็นแบบเจ๊ซูซี่ไหม”
โรสนิ่งไม่รู้จะตอบอย่างไร หนูมาลีถอนใจเดินกลับไปทำงาน...ซูซี่ประกาศบนเวที เชิญเลดี้ชาร์ล็อตเบอร์ 22 ชื่อเชอร์เบตซึ่งก็คือชงโคขึ้นร้องเพลงบนเวที ชงโคร้องเต้นยั่วยวนจนหนูมาลีต้องเมินหน้าหนี...พอร้องจบ ชงโคเดินไปนั่งพักหลบแขกที่เกาะแกะลวนลาม
หนูมาลีเข้ามาติงเพลงที่ร้องไม่ได้เรียกว่าเพลง “ดนตรีและศิลปะต้องฟังแล้วเกิดความรู้สึกดี มีความสุข ได้คิดมากขึ้น แต่เพลงเมื่อกี้ท่าทางที่เต้น มันทำให้คนอยากไปทำอะไรอย่างว่า”
ชงโคโมโหกระแทกแก้วลงโต๊ะ โวยจะเอาอะไรกับตน ตนไม่มีพ่อแม่ ไม่ใช่เด็กสอบได้ที่หนึ่ง อย่ามาพูดอะไรที่สูงส่งกับตนอีก หนูมาลีชะงัก “เธอเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ เธอคือเชอร์เบ็ตไม่ใช่ชงโคอีกแล้ว ขอให้โชคดีแล้วกัน” พูดจบหนูมาลีเดินจากไป ชงโคน้ำตาซึม
ชงโคคว้ากระเป๋าจะกลับ การะเกดเข้ามาทักว่าจะอุดหนุนซีดีของเธอ ดีใจด้วยที่ได้เป็นนักร้องเต็มตัว ชงโคย้อนถามถึงเรื่องแม่ การะเกดบอกว่าได้เงินจากแคที่แล้วโรสจะช่วยใช้คืนให้ แต่ก็อดกระซิบถามชงโคไม่ได้ว่า ถ้าเซ็นสัญญากับวานิช จะแค่ถ่ายแบบร้องเพลงแน่หรือ ตนยอมตายดีกว่าถ้าต้องขายตัว ชงโคหน้าชาแต่ก็ไม่กล้าบอกความจริง
“ไม่นี่ ถ้าเธอถามฉัน ฉันว่าเซ็นไปเถอะ คนอย่างเราๆไม่มีโอกาสเลือกมากนักหรอก”
การะเกดนิ่งคิด ชงโคเดินไปขึ้นรถเสียใจที่ต้องเป็นศัตรูกับหนูมาลีจริงๆ...ด้านเบลให้เพื่อนค้นข้อมูลคู่แข่งทุกคนจากเฟซบุ๊กและอินสตาแกรมเพื่อหาจุดอ่อน เจอของโกมินทร์ ภูมิ ทิมมี่และน้อยหน่า แต่ไม่มีหนูมาลีกับการะเกด เบลคิดว่ารู้จุดอ่อนทั้งสองคนโดยเฉพาะหนูมาลี
ในขณะเดียวกัน หนูมาลีกำลังวิ่งออกกำลังกายกับทองทา ท่าทางเธอดูซึมๆทองทาปลอบจะเหนื่อยแบบนี้ไปอีกไม่นาน พอดีเห็นเด็กน่ารัก นั่งเล่นกับแม่ หนูมาลีเปรย ตอนเป็นเด็กดูโลกสดใส พอโตขึ้นก็คงไม่ได้หัวเราะแบบนี้อีก ทองทาถอนใจ
“ไม่ใช่ชงโคที่เปลี่ยนไปคนเดียว เธอก็เริ่มเปลี่ยนไปนะ จำได้ไหมเมื่อก่อนเราสองคนมีอะไรที่ไม่เหมือนกัน” ทองทานึกถึงตอนที่เห็นเด็กให้เงินขอทาน ตนมองขอทานน่าสงสาร แต่หนูมาลีกลับมองเด็กว่าน่ารัก เขากับเธอมองต่างมุมกัน
แต่หนูมาลีเห็นว่าชีวิตเขาดูสดใสขึ้น ทองทาจิ้มที่หน้าผากหนูมาลีบอกเป็นเพราะเธอ หนูมาลีสลด เพราะรู้สึกว่าตัวเองแย่ลง เธอนั่งเอนหัวซบไหล่ทองทา เขาตัดสินใจจะบอกความในใจ
“เย็นนี้พี่จะทำกับข้าว มากินข้าวกับพี่นะ พี่มี เอ้อ... เรื่อง...อืม...จะบอก” ทองทาเขินๆ
“อื้อ วันหยุดพอดีเดี๋ยวชวนเกด...”
“เอ้อไม่ๆ! หนูมาลีคนเดียว ชวนหนูคนเดียว”
หนูมาลีงงที่เขาปฏิเสธเสียงหลง “อ๋อ...ไม่แน่ใจว่าทำอาหารแล้วกินได้หรือเปล่าใช่ไหม จะเอาเรามาเป็นหนูทดลองอ่ะสิ”...ทองทายิ้มๆ จับแก้มหนูมาลีอย่างเอ็นดู
ooooooo
ในวันเดียวกัน เบลให้ยาหยีส่งภาพภาพหนึ่งเข้ามือถือหนูมาลี โดยบอกว่าภาพนี้จะทำให้หนูมาลีแพ้การแข่งขัน ยาหยีกับนีน่ายังไม่เข้าใจความหมาย เบลลุกขึ้นแต่งตัวออกไปข้างนอก
ทองทาทำอาหาร ให้หนูมาลีทำของหวาน หนูมาลีหั่นสตรอเบอรี่ใส่ถ้วยแต่งงจะบีบวิปครีมอย่างไร ทองทามองขำๆแกล้งบีบวิปครีมใส่มือแล้วป้ายแก้มเธอ เธอร้องลั่น ทองทาเข้ากอดด้านหลังหัวเราะ หนูมาลีโวยให้เช็ดออก เขาจึงประทับริมฝีปากลงตรงแก้มที่เลอะวิปครีมอย่างอ่อนโยน หนูมาลีชะงัก ยืนนิ่งตัวชา รู้สึกวูบวาบในใจขยับตัวออกห่าง หันมองหน้าเขา ทำนองเพื่อนสาวทำกันแบบนี้หรือ ทองทาพยายามแสดงออกว่าเขารักเธอ
“นี่...ถ้าพี่เป็นผู้ชายแท้ๆ หนูมาลีหนาวเลยนะ”
“หนาวยังไง ที่จริงพี่อุ่นนะ...อบอุ่น...” ทองทาจะสารภาพความจริง
ทันใด มือถือหนูมาลีสั่น เธอสะดุ้งหยิบมากดดู ทองทาทำหน้าเซ็ง แต่แล้วพอหนูมาลีเห็นภาพที่ส่งเข้ามา เป็นภาพทองทาสอนเบลร้องเพลงบนดาดฟ้า ใกล้ชิดสนิทกันมาก หนูมาลีงงว่าไปสนิทกันตอนไหน จึงหันมามองถาม “พี่ทองทากับคุณเบล...”
เบลเดินเข้ามา “ฉันกับพี่ทองทาเราเป็นพี่น้องกัน คนละแม่น่ะ เขาสอนฉันในสิ่งเดียวกับที่สอนเธอ ฉันเลยร้องเพลงชนะเธอเมื่อคราวที่แล้ว พี่ทองทาเป็นครูของเธอ เขาเป็นครูของเธอแค่ไม่กี่เดือน แต่เขาเป็นพี่ชายฉัน เป็นลูกของพ่อ เจ้าของสถานีเอ็มเอ็มแชนแนล เป็นมาตั้งแต่เกิด”
หนูมาลีช็อก ทองทาตกใจทำจานอาหารหล่นจากมือ หนูมาลีหันมาถามเป็นความจริงหรือ ทองทาอึ้งพูดไม่ออก เบลย้ำ “พี่ทองทาเป็นเรือลำเดียวที่พาคนไม่มีอะไรอย่างเธอไปถึงฝั่ง เรือลำนี้เวลานี้มันอาจจะพาเธอไป แต่ในเมื่อเรือมันเป็นของฉัน สักวันหนึ่งเธอคิดว่าเขาจะกลับมารับใคร แล้วจะทิ้งใครอยู่กลางทะเล”
ทองทาให้เบลหยุดแต่เธอกลับเผยความจริงที่ทำให้หนูมาลีผิดหวังมากขึ้นว่าวันประกวดตนอยู่ที่เกาหลี เรื่องนี้ทองทารู้ดีและเขาก็ไม่ได้บอกเธอ พนันได้ว่าเขาไม่มีวันบอก...หนูมาลีนึกถึงวันที่เบลแถลงข่าว กลายเป็นเรื่องที่สร้างขึ้นมาว่ามีคนหน้าเหมือน ทองทาเสียงเข้มให้หยุดพูด เบลบอกว่าตนพูดหมดแล้ว เธอมองอาหารที่หกบนพื้นแล้วเปรยว่า ตนคอนเฟิร์มว่าอาหารที่เขาทำอร่อยมาก เพราะเขาทำให้ตนกินตั้งแต่เด็ก ว่าแล้วเบลก็เดินออกไป
หนูมาลียังยืนช็อก ถอยห่างจากทองทา น้ำตาไหลรินพูดไม่ออก ทองทาเข้าจับมือบอกให้ฟังตนอธิบายก่อน เธอโพล่งขึ้น “ทำไมถึงไม่บอกว่าพี่เป็นใคร”
“เพราะพี่ไม่เคยอยากยุ่งกับพ่อ ไม่อยากยุ่งกับโครงการนี้ แล้วทำไมต้องบอกล่ะ”
หนูมาลีต่อว่าที่เขาสอนเบลไปพร้อมกับตน ทองทา บอกเบลเพิ่งมาขอให้สอน “เรายื่นมีดให้คน คนนั้นใช้มันเป็นรึเปล่า จะใช้มันฆ่าใครขึ้นกับคนคนนั้น พี่ก็เป็นได้แค่คนสอน คนที่จะทำให้ชนะก็คือเจ้าตัวคนร้องเองต่างหาก พี่สอนเบลพี่ก็สอนหนูมาลีได้ ทุกอย่างจะเป็นเหมือนเดิม”
“ถึงที่สุด เลือดย่อมข้นกว่าน้ำ พี่ต้องช่วยเขาไม่ใช่หนู”
“หนูมาลี อย่าเพิ่งหมดกำลังใจสิ”
หนูมาลีตวาดลั่น “แต่พี่ช่วยเขาโกงการแข่งขัน ช่วยเขาโกงหนู แค่นี้ก็รู้แล้วว่าพี่เข้าข้างเขา” ทองทาปฏิเสธไม่จริง หนูมาลีสวน “ผู้หญิงคนนั้นกำลังทำทุกอย่างเพื่อเหยียบหนูให้จมดิน หนูคิดในใจว่าไม่เป็นไรหรอก หนูมีเทวดาของหนู เขาจะแก้ปัญหาให้หนูได้ทุกอย่าง
แล้ววันหนึ่งหนูก็พบว่าเทวดาคนนั้นไม่มีอยู่จริง โลกทั้งใบของหนูเหมือนเหลือหนูอยู่แค่ตัวคนเดียว”
“มองหน้าพี่ พี่คือพี่คนเดิม อย่าเอาเรื่องอื่น คนอื่นมาเกี่ยวกับเรื่องเราได้ไหม”
หนูมาลีร้องไห้โฮออกมา รำพันว่าตนโง่คิดไปเองว่าเขาเป็นความหวังเดียวที่จะพาตนไปสู่ความสำเร็จ แต่ความจริงแล้ว มันไม่เคยมีอะไรมาตั้งแต่แรกและคงไม่มีต่อไป หนูมาลีร้องไห้วิ่งออกไป ทองทาร้องเรียก ห่อเหี่ยวใจหมดสิ้นแล้วทุกอย่าง
ooooooo
หนูมาลีร้องไห้โฮกลับมาโผกอดโรส ทุกคนที่ร้านรวมทั้งแคที่ตกตะลึงที่เห็นพ่อลูกกอดกันเป็นครั้งแรก โรสถามทะเลาะกับทองทามาหรือ หนูมาลีกลับบอกว่าอยากทำแบบนี้มานานแล้ว ถ้าวันนี้ไม่ทำตนคงอยู่ต่อไปไม่ได้แน่ ตอนนี้ตนมีเขาคนเดียวจริงๆ
แคที่ สมศรีและบุญมาน้ำตาซึม สมศรีเปรย คนเราไม่มีตอนไหนที่จะคิดถึงพ่อแม่เท่าตอนอกหัก การะเกดยืนมองอึ้งๆ พลัน วานิชโทร.เข้ามือถือ เสนอเงินให้สามแสนบาทถ้ามาเซ็นสัญญากับตน เอาเงินไปใช้ผ่าตัดแม่ เขาให้เวลาภายในอาทิตย์นี้อ้างหนังสือจะปิดเล่ม... วานิชวางสายหันมายิ้มกับซูซี่อย่างสะใจ แม้จะเสียดายเงินแต่ก็คิดว่าคงเรียกคืนได้มากกว่า
คืนวันนั้น หนูมาลีนอนซม โรสจัดอาหารและยามาให้ หนูมาลีอยากออกไปช่วยงานร้านโรสกลับบอกว่า “ช่างมันเหอะ อกหักครั้งแรก เจ็บให้มันสะใจไปเลยโว้ย กินข้าวหน่อยนะ...เพื่อพี่” โรสตักข้าวป้อน
หนูมาลีซาบซึ้งใจ น้ำตาปริ่ม ทันใดเสียงเพลงไพเราะระคนเศร้าดังแว่วเข้ามา ทั้งโรสและหนูมาลีตาโพลงเดินออกมาดู เห็นสมศรีร้องเพลงโดยมีบุญมาเป่าขลุ่ย...หนูมาลีมองโรสเชิงถาม โรสจึงบอกว่าทั้งสองคงรำคาญเพลงติ๊ดชึ่งที่พวกโคโยตี้เต้น
วันต่อมา อธิมาบ้านทองทาแปลกใจที่เห็นเพื่อนปล่อยบ้านรก ปล่อยตัวทรุดโทรม นอนพังพาบอยู่บนโซฟา เข้าใจว่าเพื่อนไม่สบาย...ในขณะที่โรสเฝ้าปลอบหนูมาลีว่า อกหักเรื่องเล็ก อกเล็กสิเรื่องใหญ่ ไม่ทันไร พิสมัยเข้ามาในร้านบอกบอยว่าต้องการห้องวีไอพี ซีโร่อยากทานอาหารร้านนี้ โรสได้ยินบอกว่าร้านยังไม่เปิดแต่หนูมาลีกลับเริงร่าขึ้นรีบวิ่งไปต้อนรับ โรสแปลกใจที่ลูกเหมือนนกติดปีกขึ้นมา จึงมองซีโร่อย่างประเมินท่าทีว่าเป็นผู้ชายแบบไหน
หนูมาลีเชื้อเชิญซีโร่ให้เข้ามาในห้องวีไอพีเพราะเขากลัวแฟนคลับเห็น พิสมัยกันโรสให้ออกจากห้องแต่ท่าทางโรสจะไม่ยอม พิสมัยสั่งอาหารอะไร โรสก็ปัดว่าไม่มีแถมทำเสียงดังสั่งลูกน้องให้ทำโน่นนี่ หนูมาลีรู้ว่าพ่อกวน จึงขอเวลาสักครู่ ดึงโรสออกไปเจรจา ซีโร่ถามพิสมัยว่าโรสเป็นเจ้าของร้านหรือ พิสมัยพยักหน้าและว่าท่าจะเพี้ยนๆ
หนูมาลีถามโรสโมโหอะไร โรสย้อนถามว่าซีโร่ มาจีบหรือ หนูมาลีอึกอัก โรสสอน “สิ่งที่แกรู้สึกกับเขา
แค่ภาพมายา หลงใหลดารานักแสดง ก็แค่จินตนาการมันก็เหมือนขนมสวยๆในตู้ เห็นจากข้างนอกก็สีสดใสแต่พอเห็นใกล้ๆอาจจะเป็นเนื้อหยาบ กินเข้าไปก็ไม่อร่อย”
“ก็ให้มันออกจากตู้มาให้หนูสัมผัสสักครั้ง ให้หนูได้เห็นมันด้วยตาตัวเองก่อนได้ไหมล่ะ” หนูมาลีต่อรอง โรสกลับว่าระริกระรี้แบบนี้ผู้ชายจะหาว่าง่าย หนูมาลีโกรธ “หนูโตแล้ว ให้ชีวิตหนูแล้ว ต้องให้โอกาสหนูสัมผัสสิ่งต่างๆบ้าง หนูขอโอกาสที่จะใช้ชีวิตบ้างนะคะ”
โรสไม่พอใจ บอยเข้ามารั้ง แต่โรสไม่ยอมตามไปดึงประตูห้องวีไอพีไว้บอกห้ามปิด ตนจะนั่งเฝ้าเองไม่ให้แฟนคลับเข้าไปกวน พิสมัยกับซีโร่แปลกใจ โรสว่าถ้าบริสุทธิ์ใจก็เปิดไว้ ซีโร่ไม่พอใจขอให้ให้เกียรติตนบ้าง โรสโต้ “งั้นคุณก็ต้องให้เกียรติผู้หญิงด้วย เปิดประตูไว้แล้วเชิญตามสบาย จะหมากเก็บหมากฮอส หรือผีถ้วยแก้วก็เชิญตามสบาย ผมจะไม่ยุ่งอีกเลย”
หนูมาลียิ้มแห้งๆ ซีโร่บอกพิสมัยให้ตามใจโรส ตนให้เกียรติหนูมาลีอยู่แล้ว พิสมัยจึงเดินไปนั่งหน้าห้องห่างๆโรส...ระหว่างนั้นสมศรีอ่านข่าวซีโร่ในหน้าบันเทิงว่าเขางานหด เอ็มวีใหม่ก็ไม่เปรี้ยง บุญมาถามเพลงที่หนูมาลีเปิดทุกวันจนเราเบื่อหรือ ปลาแทรกถึงตกกระป๋องแต่ก็ยังหล่อและมาจีบหนูมาลีด้วย สมศรีกับบุญมาสบตากันอึ้งๆ
ซีโร่ถามไถ่หนูมาลีถึงเพลงที่จะร้องขึ้นคอนเสิร์ตครั้งต่อไป เธอส่ายหน้าไม่รู้เพราะไม่ได้ไปเรียนร้องเพลงแล้ว ซีโร่แปลกใจแต่ก็เสนอจะช่วยดูให้ โรสทำเสียงกระแอมขัดคอเป็นระยะๆ หนูมาลีถลึงตาใส่ ซีโร่บอกหนูมาลีว่าตนเป็นกำลังใจให้เธอเสมอ โรสหมั่นไส้ถืออีโต้มานั่งลับดื้อๆ พิสมัยถามทำไมต้องมาทำตรงนี้ ไม่ไปทำในครัว
“ตรงนี้ลมเย็น หลีกๆเดี๋ยวผีผลัก ถ้าไม่หลีกนะมีดหลุดกระเด็นไปทางซีโร่อย่ามาว่านะ”
บุญมามองขำๆเปรยกับสมศรี สงสัยโรสจะไม่ชอบมีลูกเขยเป็นซุปตาร์ บอยเข้ามาแทรกว่าโรสไม่ชอบใครทั้งนั้น ถ้าหนูมาลีขึ้นคานได้คงพอใจ...หนูมาลีเหลืออดบอกโรสถ้ายังอยู่แถวนี้ตนจะออกไปคุยกับซีโร่ข้างนอก โรสกระฟัดกระเฟียดเดินไปสมทบกับพวกบอยที่ยืนขำคิกๆ
พอดีอธิทนดูสภาพทองทาไม่ไหวจึงลากตัวมาที่ร้านโรส โรสเห็นทองทาก็ดีใจ
“ตัวช่วยมาแล้วโว้ย ทองทา แกไปจัดการลูกศิษย์แกให้ฉันเลย...พอผู้ชายมาหา ริกๆๆชวนมันเข้าห้องคุยสองต่อสอง พอฉันไปห้ามมันก็ขู่ฉัน คอยดูนะฉันจะจับมันโกนหัวบวชชี ดูสิจะมีใครสนมันไหม โฮ้ย...เด็กสมัยนี้ปวดหัว”
ทองทารีบถามผู้ชายที่ไหน พอโรสบอกว่าซีโร่ ท่าทางเป็นผู้ชายปากว่ามือถึง ไม่รู้หลอกแฟนคลับมากี่คนแล้ว บอยปรามอย่าพูดเกินไป โรสไม่สนใจดันทองทาให้ไปคุยกับหนูมาลี...ทองทาเดินเข้ามาในห้องวีไอพีเห็นซีโร่พูดคุยจับไม้จับมือหนูมาลีก็เคืองจะกลับ หนูมาลีหันมาเห็นตกใจเล็กน้อย ด้วยความที่ยังโกรธจึงไม่คุยด้วย ซีโร่รีบเสนอตัวจะมาสอนหนูมาลีร้องเพลงแทน พิสมัยตกใจไม่คิดว่าซีโร่จะทุ่มขนาดนี้ ซีโร่ย้ำหนูมาลีถ้ามีอะไรให้ช่วยโทร.หาได้ตลอด
โรสเห็นทองทานั่งเครียดอยู่มุมหนึ่งก็ทัก “หมดหล่อเลยนะ สำหรับเธอก็หนักใช่ไหม”
“ผมชอบเพาะต้นไม้ ถ้าต้นไม้มันมีชีวิตมันคงอยากขอบคุณผมที่ผมให้ชีวิตมัน แต่มันไม่รู้หรอก มันต่างหากที่ให้ชีวิตผม ถ้าไม่มีพวกมันชีวิตผมต่างหากที่ไม่มีความหมาย”
“นี่เธอร้องไห้หรือ” โรสเห็นทองทาน้ำตาซึม ไม่คิดว่าจะอกหักเช่นกัน บอยเข้ามาสมทบ
“ตอนนี้เสื้อผ้าผมอยู่ร้านซักรีดไหนผมก็ไม่รู้ แก้วกาแฟผมอยู่ลิ้นชักไหนผมก็หาไม่เจอ ช่วงที่ผ่านมาเขาเข้ามาในชีวิตผม จนจะกลายเป็นชีวิตเดียวกัน แล้วตอนนี้จู่ๆเขาก็ไป”
“นี่เธอกับหนูมาลี!” โรสช็อก
“ผมให้โอกาสหนูมาลี แต่หนูมาลีให้โลกทั้งโลกแก่ผม”
บอยพอเข้าใจเรื่องจึงเตือนว่า ซีโร่กับหนูมาลีเพิ่งแค่เริ่มต้น แต่ทองทาเห็นว่าเป็นเรื่องดีที่คนที่หนูมาลีรักมากหันมารักเขาเช่นกัน ตนควรยินดีด้วยถึงจะถูก...ทองทา ปาดน้ำตาเดินออกไป โรสรำพึง ตกลงทองทาไม่ใช่เกย์ บอยเสริมแล้วหนูมาลีรู้ไหม
ขณะเดียวกัน อธิเข้ามาถามไถ่การะเกดเรื่องแม่ เธอบอกว่า พอได้เช็คจากแคที่ก็จะกลับหนองคาย อธิอาสาไปส่งแต่เธอปฏิเสธ อธิน้อยใจแม้แต่ความเป็นพี่น้องก็จะไม่ให้กันเลยหรือ การะเกดรีบบอกว่า ตนทำทุกคนลำบากมากพอแล้ว ไม่อยากสร้างความเดือดร้อนกับใครอีก...
พอพิสมัยกับซีโร่กลับจากร้านของโรส พิสมัยก็ถามซีโร่ ชอบหนูมาลีจริงหรือ เป็นโสดมานาน เด็กนั่นมีดีอะไร ซีโร่ยิ้มมีเลศนัย “พรุ่งนี้จัดเวลาให้ผมได้ไปสอนหนูมาลี และปล่อยข่าวออกไปด้วยว่าผมแต่งเพลงให้หนูมาลี ผมต้องชิงพื้นที่สื่อมาให้ได้ ข่าวมีแฟนนี่ล่ะดีที่สุด สื่อก็สนใจแค่เรื่องนี้อยู่แล้ว พอผมมีพื้นที่สื่อ เดี๋ยวโฆษณา เอ็มวีก็ออกมาเยอะเอง”
“ที่แท้ก็ทำเพราะธุรกิจ งั้นถามหน่อยทำไมต้องเป็นหนูมาลี”
“เพราะเขาชอบผม เขาไม่มีวันโกรธถ้าผมบอกเลิก ถ้าจะใช้แผนนี้ต้องมั่นใจว่าผู้หญิงจะไม่เอาเรื่องไม่ตลบหลังไปให้ข่าวกับสื่อ อีกอย่างหนึ่งเด็กบ้านนอกซื่อๆโง่ๆแบบนี้แหละเหมาะ”
วันต่อมา เบลมาเรียนร้องเพลงที่บ้านทองทา โดยให้นีน่ากับยาหยีทำความสะอาดบ้านทองทาอย่างที่พวกหนูมาลีทำ ขณะเดียวกัน ซีโร่มาสอนหนูมาลีกับการะเกดที่ร้าน เขาเลือกเพลงไม่ถูก อธิบายให้ความเข้าใจไม่ได้เพราะไม่เก่งจริง สมศรีได้ยินรำคาญแกล้งส่งเสียงร้องเพลงออกมาดังๆ ซีโร่ถึงกับทึ่งเสียงใครช่างไพเราะขนาดนี้ บุญมาขำที่เห็นซีโร่อ้าปากหวอ บอยเปรยออกมาดังๆให้ซีโร่และหนูมาลีได้ยิน
“ลุงเขาเป็นนักดนตรี ป้าเขาก็ร้องเพลง ดาบคมน่ะ มันมักจะชักเมื่อจำเป็นเท่านั้น”
หนูมาลีกับการะเกดรีบวิ่งไปหาสมศรีขอให้สอนพวกตนร้องเพลง สมศรีจึงบอกให้บุญมาสอนหนูมาลี ตนจะสอนการะเกด ซีโร่ยืนจ๋อยที่ไม่ได้เป็นฮีโร่ของหนูมาลีเสียแล้ว
ooooooo










