ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    มาลีเริงระบำ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: สน ยุกต์ ประกบ แพทริเซีย กู๊ด ละครสนุกใน "มาลีเริงระบำ"


    กลับมาห้องโถง เห็นหนูมาลี การะเกดและชงโคโดนนักข่าวรุมถ่ายรูปสัมภาษณ์กันอยู่ อธิเห็นทองทาหน้าเครียดจึงถามมีอะไร โยทะกาตามมายืนประกบทองทา สบตาเขาเชิงขอร้องอย่าพูดอะไร ทองทาแค้นใจที่ข้างหนึ่งก็พ่ออีกข้างคือความถูกต้อง

    ด้านโรสนั่งยิ้มไม่หุบ จัดอาหารรอฉลอง ทองทา อธิ การะเกดและชงโคกลับมา โรสชื่นชมทองทา “ฝีมือคุณแท้ๆคนที่เก่งคือคุณ วันนี้ทั้งสามคนร้องเพลงเหมือนกับเป็นคนละคน”

    บุญมาถามหาหนูมาลี ทองทาตอบว่าเธอขอตัวไปทำธุระ โรสเป็นห่วงดึกดื่นยังจะไปไหนอีก...ไม่มีใครรู้ว่าหนูมาลีมาที่สตูดิโอย้งยี้ มาหาแก้วเพื่อขอให้กลับไปอยู่กับโรสตามเดิม เธอกล่าวขอโทษที่เข้าใจผิด แก้วดีใจและแปลกใจ ถามโรสเป็นอย่างไรบ้าง

    “เขาบอกว่า เขาไม่ชอบคนเถียง แล้วหนูก็อดปากไม่ได้ กับข้าวที่หนูทำก็ไม่อร่อย บ้านที่หนูจัดเขาก็ไม่ชอบ ไอ้ยาประจำตัวอะไรก็ไม่รู้ หนูจัดไปเขาก็ไม่กิน”

    “ขนาดนั้นเลยหรือ”

    “หนูไม่ได้อยู่กับเขามาเป็นสิบๆปี บางทีก็ต้องยอมรับ พี่แก้วทำได้ดีกว่า แต่ไม่ได้แปลว่าหนูไม่รักเขานะ หนูไม่รู้ นี่เรียกว่าครอบครัวไหม”

    “เรียกสิ ครอบครัวที่สวยงามแบบที่เธอคิด นั่นมันในนิทานในละคร ครอบครัวในชีวิตจริงมันก็ไม่สมบูรณ์แบบอย่างนี้แหละ”

    “งั้นพี่ก็เป็นคนในครอบครัวหนูไปเลยแล้วกัน หนูยอม” ย้งยี้ร้องไห้โฮด้วยความตื้นตัน “เฮ้ย! พี่จะร้องทำไมเนี่ย” แก้วเองยังน้ำตาปริ่ม หนูมาลียิ้มให้ทั้งสองคน...

    ระหว่างที่โรสกับทุกคนเลี้ยงฉลองกันอยู่ในร้าน หนูมาลีเดินนำแก้วเข้ามา โรสชะงัก หนูมาลีกล่าว “ป้าสมศรีบอก ด่าพ่อแม่ตายไปจะกลายเป็นเปรต แล้วถ้าหนูอยู่บ้านนั้น หนูคงทะเลาะกับพี่ทุกวัน...หนูไปตามพี่แก้วเขากลับมา”

    โรสไม่อยากเชื่อ แก้วเอ่ยปาก อย่าไล่ตนไปไหนอีก ตนอยากอยู่กับโรส ย้งยี้ตามมาร้องไห้กระซิกๆ สมศรีหันมาถามจะร้องทำไม ย้งยี้บอกว่าตนร้องมาตลอดทาง

    “ความรักของพ่อลูก ใครๆก็ซาบซึ้ง” ชงโคเข้าใจแบบนั้น

    ย้งยี้ส่ายหน้า “ไม่ใช่อย่างนั้น ถ้ามีเวลาอีกหน่อย ไอ้แก้วเสร็จฉันแน่”

    “โฮ้ย...” ทุกคนร้องพร้อมกัน ทองทากับอธิหัวเราะ

    ย้งยี้กระแซะถามสองหนุ่ม “หัวเราะอะไรฉัน ไปอยู่กับฉันไหมล่ะ ขำทั้งคืนเลยนะ”

    สองหนุ่มยกมือดันไม่เอา...หนูมาลีเอาดอกกุหลาบขาวยื่นให้โรส บอกตนชนะเพราะเขา โรสปลาบปลื้ม ชมหนูมาลีต่อหน้าเป็นครั้งแรก “วันนี้แกร้องเพลงดีนะ”

    อธิลุ้นให้สองพ่อลูกกอดกัน แต่โรสกลับพูดต่อว่า “เสียดายแต่ชุด จืดสนิท ไม่ได้เรื่อง”

    หนูมาลีต่อปากทันที “หนูไม่ใช่นางโชว์ พวกหนูผู้หญิงแท้จะโบ๊ะบึ้มไปทำไมไม่จำเป็น”

    โรสว่าไม่มีรสนิยมมากกว่า หนูมาลีสวน ทำไมจะไม่มี ที่ไม่มีคือไม่มีเงิน จะให้ไหม โรสโวยไม่ให้แล้วยังจะหักที่ขาดงานด้วยซ้ำ หนูมาลีท้าให้หักไปเลยไม่กลัว โรสปรี๊ดไล่ให้กลับบ้านนอกไป เธอยิ้มยั่วไม่กลับ

    ไล่อย่างไรก็ไม่ไป...ทองทาขำ นี่ต่างหาก โรสกับหนูมาลีของแท้ การะเกดดึงแก้วกับย้งยี้ไปนั่งโต๊ะทานอาหาร ปล่อยพ่อลูกเถียงกันไป

    ตกดึก หนูมาลีเก็บข้าวของจะไปอยู่เรือนแถวอย่างเดิม แก้วขอเป็นคนไปเอง หนูมาลีว่าไม่เอา ตนทนอยู่ไม่ไหวพ่อกรนเสียงดังน่าเบื่อ โรสแหว แก้วกรนดังกว่าอีก หนูมาลีทำท่ากวนๆ โรสไล่ตี หนูมาลีวิ่งหนี บรรยากาศสนุกสนาน

    “คิดจะจับชะนี ยากหน่อยนะ เก้งกวางน่ะยังไงก็วิ่งสู้ชะนีไม่ได้” หนูมาลีร้องผัวๆ

    “นี่ ว่าใครเป็นเก้งกวาง ชักเอาใหญ่นะ ไม่อยากนอนก็ออกไปเลย นังชะนีจอมป่วน เก้งกวางเขาจะสวีตกัน ออกไป” โรสเอาหมอนไล่ตี หนูมาลีแกล้งคว้าแจกันมาโยนให้แก้วรับ

    โรสร้องลั่นกลัวแตก หนูมาลีวิ่งหนีออกไป แก้วหันมาบอกยิ้มๆกับโรสว่า หนูมาลีแปลกอยู่ๆก็เหมือนยอมรับพวกเราได้ขึ้นมา ชอบทำเรื่องคาดไม่ถึงอยู่เรื่อย โรสหวั่นใจหนทางข้างหน้าอีกมาก ลูกจะประสบความสำเร็จหรือไม่ก็ไม่รู้ แต่ตอนนี้ตนขอบใจที่แก้วอดทนมากขนาดนี้

    ooooooo

    วันต่อมา แซนดี้เซ็งที่ต้องมาถ่ายรายการซ้ำ รูปแบบและการแต่งตัวเหมือนเดิมกับบรม เพื่อจะบันทึกการร้องเพลงของเบลบนเวที เพราะนักข่าวต้องการดูเทปที่ว่าขัดข้องออกอากาศภาพไม่ได้ มีเพียงเสียงร้องของเบลเท่านั้น แซนดี้บ่นเมื่อโกหกหนึ่งครั้ง ก็ต้องมีครั้งต่อไป

    โยทะกาจำต้องควบคุมการถ่ายทำไม่ให้มีอะไรผิดพลาด เพื่อชื่อเสียงรายการและสถานี เมืองแมนเตือนลูกสาว ทำปากลิปซิงก์ให้ตรง แล้วถามโยทะกามีคนรู้เรื่องนี้มากแค่ไหน เธอตอบไม่เกิน 20 คน โยทะกานึกได้ย้อนถามจะมีคนเห็นเบลที่สนามบินวันกลับบ้างไหม เมืองแมนบอกว่า เบลออกทางประตูวีไอพี ถ้ามีคนเห็นก็น้อยมาก แซนดี้ทำหน้าเบ้ พึมพำ

    “ใช้มายากลทางโทรทัศน์หลอกคนทั้งประเทศ ฮึ...วาสนาคนมันไม่เท่ากัน มีเงิน มีอำนาจทำได้ทุกอย่าง”

    หลังจากวันนั้น เบลกับบุณฑริกนั่งแถลงข่าว นักข่าวรุมถาม ทำไมต้องเจาะจงมีปัญหาตอนที่เธอประกวดพอดี จะเชื่อได้อย่างไรว่าภาพและเสียงเป็นเรื่องจริง เบลโบ้ยว่าคอมเมนเตเตอร์แซนดี้กับบรมรับรองได้ เมื่อถูกถามมากขึ้น เบลเล่นบทน้ำตาแตก เสียใจที่เพียงแค่ตนเป็นลูกเจ้าของสถานีก็ถูกเพ่งเล็ง ทั้งที่ตนก็พยายามต่อสู้เหมือนคนอื่นๆ บุณฑริกกอดปลอบหลาน

    ทองทานั่งดูรายการที่บ้าน รู้สึกผิดอยากเอาเรื่องเบลแต่ก็เกรงใจพ่อบังเกิดเกล้า...ในขณะที่หนูมาลีกับพวก ได้รับคำชมจากลูกค้าในร้าน และขอถ่ายรูปอย่างคึกคัก มีลูกค้าเข้ามามากขึ้นเพราะอยากมาดูหน้าพวกเธอ เกรซกับมี่หมั่นไส้ เข้ามาแขวะ จนเกิดการทะเลาะตบตี ลูกค้าหนีกระเจิง โรสไม่พอใจเอาน้ำสาดให้แยกกัน หนูมาลีตกใจที่โรสไม่ช่วยตน

    “ฝันอยากเป็นดาว อยากอยู่ที่สูง แล้วดูสิตอนนี้มึงสูงกันจริงไหม ทั้งข้าวทั้งแกงเต็มหัวหูหมดแล้ว”

    โรสเอ็ดทุกคนสมศรีเข้ามาสมทบ “เพิ่งชมแหม็บๆนึกว่าจะได้เงินคืน ลูกค้าตกใจหนีหมดแล้ว เงินก็ไม่ได้จ่าย อีหนูป่วนเอ๊ย”

    ซูซี่ดึงเด็กของตัวกลับไปอย่างแค้นๆ เข่นเขี้ยวว่าสักวันหนูมาลีกับเพื่อนๆจะต้องมาสยบของานตน เพราะโลกใบนี้มีเพียงสองอย่างคือเงินและตัณหา

    ooooooo

    เช้าวันใหม่ ทองทายังนอนหลับอยู่บนเตียง หนูมาลียกถาดอาหารเข้ามาอรุณสวัสดิ์ ทองทาตกใจตื่น หนูมาลีบอกว่าตนไม่รู้จะตอบแทนเขาอย่างไร จึงมาจัดบ้านทำสวนให้ และนี่คือเบรกฟาสต์ ตนทำเองเสิร์ฟให้ถึงเตียง ทองทามองไปรอบห้องที่ดูสะอาดสะอ้าน

    “นี่เข้าห้องผู้ชายตอนเช้าๆเนี่ย ผู้หญิงดีๆเขาไม่ทำกันนะแม่คุณ ติดนิสัยชงโคมาหรือไง”

    “ก็พี่ไม่ใช่ผู้ชายนี่...ไปแปรงฟันเร็วเข้า เดี๋ยวเย็นหมด หนูจะเก็บเตียงให้”

    ทองทาอมยิ้มรู้สึกมีความสุข เปรยออกมาว่า คนเราแต่งงานกันเพราะแบบนี้นี่เอง หนูมาลีทำหน้างงไม่เข้าใจ ทองทายื่นหน้ามาสบตาใกล้ๆ หนูมาลีนิ่งเฉยไม่คิดอะไร ทองทาทำตาหวานฉ่ำกล่าว “ขอบใจจ้ะ คนสวย” แล้วลุกออกไป

    หนูมาลีทำหน้าแปลกใจกับสายตาทองทาแต่ไม่คิดเป็นอื่นเพราะเข้าใจว่าเขาเป็นเกย์...ทองทาอาบน้ำเสร็จสวมเสื้อคลุมเดินออกมา หนูมาลีจัดชุดวางให้เลือก

    สองชุด เขาเลือกชุดขวาหนูมาลีคุยไปเก็บเสื้อเข้าตู้ไป บอกเขาว่า วันนี้การะเกดกับชงโคทำงานที่ร้าน ตนจะ มาคุยเรื่องรอบต่อไป ทองทาเห็นว่าอีกนาน แต่หนูมาลีรู้ว่าตัวเองไม่ค่อยมีเวลามากจึงอยากซ้อมไว้ก่อน ทองทาจึงบอกว่าวันนี้ตนมีธุระ หนูมาลีคิดว่าเขาจะไปซื้อของจึงขอไปช่วยถือของให้

    วันนี้ทองทาจึงพาหนูมาลีมาเยี่ยมแม่ที่โรงพยาบาลโรคจิต ทองทาบอกหนูมาลีให้อยู่ห่างๆตนเพราะเกรงแม่อาละวาดจะโดนเธอเข้า หนูมาลีถอยห่างงงๆ พอทองทาเรียกแม่ช้องนาง เธอหันมา สักพักก็โวยวาย

    “เมืองแมนแกมาทำไม คนทรยศออกไปนะ ออกไป แกจะพาผู้หญิงคนนั้นมาเยาะฉันรึ”

    หนูมาลีสะดุ้งทำทีเป็นคนสวนดูต้นไม้ พยาบาลเข้ามาบอกให้ทองทาถอยห่างก่อน ช้องนางฟูมฟายจะพาลูกไปอยู่เมืองนอก หนูมาลีขยับเข้ากระซิบถามทองทาเป็นอะไรหรือเปล่า เขาส่ายหน้า เธอขอลองเข้าหาช้องนาง ทองทาห้ามไม่ทัน หนูมาลีเข้าไปนั่งข้างช้องนาง ฮัมเพลงหนูมาลีไปด้วย ช้องนางหันมาพูดชื่อเพลงหนูมาลี เธอพยักหน้ายิ้มๆ เปิดเพลงในมือถือแล้วดึงช้องนางขึ้นมาเต้นรำ เพราะรู้ว่าเธอเป็นนักบัลเล่ต์มาก่อน ท่าทางช้องนางอารมณ์ดีขึ้น เต้นรำไปตามจังหวะเพลง หนูมาลีเต้นเข้ามาใกล้ทองทาแล้วหมุนตัวช้องนางให้เขา ทองทาสวมกอดแม่เต้นรำพลิ้วไหว เขาตื้นตันมีความสุขมาก ช้องนางจำลูกชายได้

    “แม่คิดถึงลูก เราไม่ได้เต้นรำด้วยกันนานเท่าไหร่แล้วนะ”

    “ผมคิดถึงแม่ยิ่งกว่า ผมรักแม่นะครับ” ทองทากอดช้องนาง

    “แม่ก็รักลูก รักลูกที่สุด”

    จากนั้นช้องนางก็อารมณ์ดีสอนพยาบาลเต้นรำ ทองทาขอบคุณหนูมาลีที่หาวิธีทำให้แม่จำตนได้ “ดนตรีเป็นภาษาสากล เป็นความสุข พี่รู้แล้ว ต่อไปนี้พี่จะใช้แต่เสียงเพลงคุยกับท่าน”

    “ในเมื่อเวลาที่ดีที่สุดที่พี่มีกับแม่คือตอนเต้นรำ แต่กับคุณพ่อ แหะๆขอโทษนะคะ หนูเดาว่าคงไม่ใช่ เพราะฉะนั้นแม่พี่จะจำพี่ได้เสมอเมื่อพี่ร้องเพลงและเต้นรำ ดนตรีบำบัดไงพี่”

    ทองทาทึ่งไม่เคยคิดถึงวิธีนี้มาก่อน หนูมาลีปลอบว่าเขาคงมัวแต่เสียใจที่แม่จำตัวเองไม่ได้ แต่แล้วเธอก็นึกได้ว่าชื่อพ่อเขาคุ้นหู ทองทามองหนูมาลีด้วยสายตาหวานเยิ้ม ดึงเธอมากอด หนูมาลีไม่คิดอะไรได้แต่ร้องว่าหายใจไม่ออก ทองทาพร่ำ

    “เธอต้องเป็นครึ่งหนึ่งที่หายไปของพี่แน่ๆ”

    “ใช่ค่ะ พี่น่ะครึ่งหนึ่งของหนูมาลีอยู่แล้ว โดยเฉพาะนับจากนี้ต่อไป ทุกความสำเร็จของหนูมาลีจะมีพี่อยู่ครึ่งหนึ่ง” หนูมาลีบอกอย่างจริงใจ ทองทารู้สึกว่าตัวเองรักเด็กคนนี้เข้าเสียแล้ว

    ooooooo

    วันเดียวกัน อธิมานั่งทานข้าวที่ร้าน โดยการะเกดทำอาหารให้ทาน อธิมีท่าทีจีบการะเกด แต่เธอไม่คิดอะไร ชงโคหมั่นไส้หาว่าเพื่อนทำแอ๊บแบ๊ว การะเกดปฏิเสธ

    “ไม่ได้แอ๊บ ก็พี่ทองทากับพี่อธิเป็นแฟนกันไม่ใช่หรือ”

    อธิสำลักอาหารในปาก ชงโคคว้าหนังสือพิมพ์มาอ่านข่าวบันเทิง เห็นข่าวเบลแล้วถามอธิเชื่อว่าเธอโกงไหม อธิพูดไม่ออก ได้แต่ว่าถ้ามีหลักฐานเธอก็คงโดนออก ชงโคเซ็ง

    “แล้วถ้าหาความจริงไม่ได้ เขาก็จะโกงต่อไป คนที่เหลืออยู่ตอนนี้ก็สู้ไปทั้งที่ไม่ชนะ คนชนะสุดท้ายก็คือยัยเบล”

    การะเกดปลง “โอกาสของคนด้อยโอกาสถูกทำลายโดยคนที่เกิดมาพร้อมกับโอกาส”

    “ธรรมชาติจะมอบความเข้มแข็งให้คนด้อยโอกาส และเมื่อคนด้อยโอกาสลุกขึ้นสู้ด้วยความเข้มแข็งนั้น เขาจะชนะ นี่แหละคือความยุติธรรมของธรรมชาติ” อธิปลอบสองสาว

    การะเกดเข้าใจว่าอธิให้สู้ แต่ชงโคบ่นฟังดูต้องเหนื่อยตลอดชีวิต ชนะหรือไม่ก็ไม่รู้...คืนนั้นมีลูกค้าของซูซี่ชื่อวานิช ตั้งใจมาที่ร้านคาราโอเกะของโรสเพราะต้องการเห็นหน้าหนูมาลีกับเพื่อนๆ ซูซี่รี่มาต้อนรับเปิดประตูรถเบนซ์ให้ โรสข้องใจใครกัน แก้วเห็นจำได้ว่าคือ วานิช ขาเที่ยวอาบอบนวดแถวนี้ เงินหนาไม่รู้รวยจากไหน

    วานิชมองเกรซกับมี่หัวจดเท้า ติเสียงดัง “หน้าอกน่าจะไปทำอีกนิด สะโพกด้วย มันต้องตึงๆแน่นๆ มิน่าแขกไม่ค่อยมี”

    หนูมาลีอยู่แถวนั้นได้ยินรู้สึกไม่ชอบที่วานิชพูด ไม่ทันไร วานิชบอกซูซี่ไปตามเด็กสามคนที่เข้าประกวด “อยู่ที่นี่ไม่ใช่หรือ ฉันกดโหวตมันไปตั้งหลายพัน”

    “เอ้อ พวกนั้นเขาแค่เด็กเสิร์ฟ คนละชั้นกับเรานะคะ”

    วานิชโวย ถ้าเด็กทั้งสามไม่ได้อยู่ที่นี่จะกลับ ซูซี่รีบรับคำจะตามมาให้ หนูมาลีได้ยินหวั่นใจ วานิชมองไปรอบๆร้านบ่นว่าร้านก็เล็ก อยู่หลังซอยไม่โดดเด่น ซูซี่รีบบอกว่ามีห้องพิเศษที่ตนดูแลอยู่ ว่าแล้วก็เชิญ

    วานิชเดินไป แต่เขากลับไม่สนใจเดินเข้าร้านอาหาร ซูซี่วิ่งตาม...วานิชมานั่งโต๊ะกลางร้าน ซูซี่ตามหนูมาลี การะเกดและชงโคมาแนะนำ “นี่คุณวานิช รวยมาก”

    “รวยจากอะไรคะ” หนูมาลีสวน

    “เอ๊ะอีนี่ คนสมัยนี้เขาไม่สนหรอกว่ารวยจากอะไร ขอให้รวยจริงก็พอ”

    วานิชยิ้มกริ่มบอกสามสาวให้หมุนตัว หนูมาลีสวน “ไม่ต้องมองหนูแบบนั้นหรอกค่ะ หนูไม่ศัลยกรรมอะไรทั้งนั้น หน้าอก สะโพก หนูพอแล้ว”

    ซูซี่เอ็ดให้หยุดพูด วานิชหัวเราะชอบใจ “นึกแล้วว่าต้องเป็นเด็กแบบนี้ มันต้องบ้าๆหน่อย ไม่งั้นจะตะกายดาวไปถึงตรงนั้นได้ยังไง”

    วานิชรู้จักชื่อทั้งสามสาวโดยที่ซูซี่ไม่ต้องแนะนำ เพราะเขาสนใจพวกเธอมาก ชวนไปถ่ายแบบอ้างตนทำโมเดลลิ่ง หนูมาลีร้องอ๋อ ถึงว่าต้องผ่ายัดโน่นเสริมนี่ วานิชพยักหน้าให้สมุนยื่นนามบัตรแก่สามสาว แล้วทิ้งช้อนลงบนจาน

    “ดนตรีธรรมดา อาหารก็งั้นๆ เอางี้วันศุกร์หน้าไปถ่ายรูปตามที่อยู่ที่ให้ไป เก็บประวัติ ถ่ายรูปเอาไว้ก่อน ส่วนใหญ่เราเริ่มจากการลงหนังสือนะ ถ้าฟีดแบ็กดีก็ทำอัลบั้มเล่นละคร”

    ชงโคตาโพลงตื่นเต้น รีบเมมเบอร์วานิชลงมือถือ วานิชเห็นโทรศัพท์เธอพันสกอตซ์เทปก็ขำๆ โยนมือถือ ตัวเองให้ “นั่นเรียกมือถือเหรอ เอาของฉันไป นี่เพิ่งซื้อมาสองวันนะ เฮ้ย เปลี่ยนซิมให้น้องเขาหน่อย”

    สมุนจัดการเปลี่ยนซิม วานิชถามหนูมาลีกับการะเกด ถ้าอยากได้บ้างก็เซ็นสัญญากับตน จะได้มากกว่านี้...ว่าแล้ววานิชก็เดินไปทางเคาน์เตอร์ที่โรสนั่งอยู่ ทักว่าเป็นเจ้าของร้านหรือ โรสรับว่าใช่ มีอะไรแนะนำได้

    “คุณมาเกือบจะถูกทางแล้วนะ แต่ถ้าจะให้ดี ควรขยายห้องของเจ๊คนนี้ให้มันเยอะกว่านี้ ทุกห้องเลยยิ่งดี... ขอโทษนะ ผมทำธุรกิจมามาก ถ้าปล่อยไว้อย่างนี้ ไม่เกินสามปีคุณแย่แน่”

    ซูซี่เสริมว่าจริง โรสอึ้งมองวานิชเดินออกไป ทองทากับอธินั่งทานอาหารกันอยู่ในร้าน การะเกดถือนามบัตรมาให้ทองทาดูว่ามีคนติดต่อ หนูมาลีไม่ค่อยเชื่อใจ เพราะไม่เคยได้ยินชื่อโมเดลลิ่งนี้ อธิเห็นโลโก้ที่นามบัตรรู้สึกคุ้นตาแต่นึกไม่ออก ทองทาเตือนชงโค

    “ชงโค เวลาที่คนเอาเงินมากๆมาให้เรา ไม่ได้แปลว่าเขาเป็นคนดีนะ มันแปลว่าเขาต้องการบางอย่างจากเรา แล้วส่วนใหญ่น่ะ เอาคืนมากกว่าที่ให้ทั้งนั้น”

    “ไม่รู้ล่ะ ต้องเอาไว้ก่อน” ชงโคไม่สนใจ

    “อืม หนูมาลีไม่ชอบสายตาแบบนั้นเลย สายตาคุณวานิชมองผู้หญิงที เหมือนมองหมามองแมว สวยไหม ขายได้ไหม ยังไงไม่รู้”

    “เขาคงเที่ยวอาบอบนวดจนเคยตัว ถนนทั้งเส้นนี้ มันเส้นอาบอบนวด แล้วร้านเราก็คาราโอเกะเหมือนไอ้ร้านข้างนอก คนมันก็มองอย่างนี้กันทุกคน” อธิสาธยาย

    หนูมาลีเบ้หน้าไม่ชอบ ทองทาขำถามหนูมาลียังเห็นกรุงเทพฯเป็นเมืองเทวดาอยู่หรือเปล่า เธอหน้างอ

    ooooooo

    วันต่อมา หนูมาลีกับการะเกดยังมาขายข้าวกล่อง ที่ตลาด พ่อค้าแม่ค้าและคนเดินตลาดจำได้ ขอถ่ายรูปกันใหญ่ สักพักซีโร่เดินเข้ามาขอซื้อข้าว หนูมาลีไม่ทันมอง พอเงยหน้ามาเห็น ยื่นหน้าไปมองใกล้ๆ ถามมีคนเคยบอกไหมว่าเขาหน้าเหมือนซีโร่

    ซีโร่ตอบว่ามี และเสียงก็เหมือนด้วย ว่าแล้วก็ร้องเพลงดังของตัวเอง หนูมาลีพาซื่อบอกว่าเหมือนจริงๆ การะเกดมองไปเห็นกล้องจึงบอกหนูมาลีว่าเขาถ่ายพวกเราอยู่ หนูมาลีตะลึงแสดงว่าซีโร่ตัวเป็นๆ จึงช็อกเป็นลมเพราะคลั่งซีโร่เป็นทุนเดิม

    พอฟื้นขึ้นมา หนูมาลีนั่งเขินอายหลบหลังการะเกด การะเกดบอกว่าวันที่ไปสมัคร หนูมาลีก็เป็นลมเพราะเห็นซีโร่ร้องเพลง “ถ้าพี่อยากรู้ว่าเขาบ้าพี่แค่ไหน พี่ไปดูในห้องเขาได้เลย”

    ซีโร่หันไปบอกกล้องว่าไปกันเลย หนูมาลีร้องลั่นเอาจริงหรือ...ซีโร่กับทีมงานมาที่บ้านพัก เข้าไปถ่ายในห้องหนูมาลี เห็นซีดีทุกชุดของเขา รูปโปสเตอร์ติดเต็มห้อง มีเทียนไขวางอยู่หน้ารูปก็แปลกใจ มีไว้ทำไม ชงโคโผล่เข้ามาประกาศเสียงดัง

    “เขาเอาไว้จุดเทียน แล้วท่องชื่อพี่ซีโร่หน้ากระจกพันครั้ง แล้วพี่จะได้เป็นแฟนเขา”

    “นังปากสว่าง ฉันจะฆ่าแก” หนูมาลีเข่นเขี้ยว ไล่ตีชงโค ซีโร่หัวเราะร่า

    กล้องบันทึกความสนุกสนานของสามสาวเสิร์ฟไว้ หนูมาลีเอาผ้าพันคอที่ถักกับมือมามอบให้ซีโร่ บอกว่าตนใช้เวลาถักสามเดือน ตั้งเป้าจะให้เขาถ้าตนได้เข้ารอบ ซีโร่ซาบซึ้งใจ รู้สึกถูกชะตากับหนูมาลี เพราะช่วงนี้ตัวเขาก็มีปัญหาเริ่มจะตกอับ...ซีโร่หันมาพูดกับกล้อง

    “วันนี้ผมแวะมาเยี่ยมน้องๆทั้งสามคน ผมทึ่งมาก พวกเขายังทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟ แล้วผมก็พบว่า ผมคือแรงบันดาลใจของพวกเขา ผมประทับใจมาก และผมขอให้เธอชนะ”....

    วันถัดมา ทองทานั่งดูรายการทางทีวีอยู่กับบ้าน เพิ่งรู้ว่าหนูมาลีคลั่งซีโร่ขนาดนี้ หนูมาลีกับการะเกดถืออาหารที่ทำมาให้วางลงบนโต๊ะ ทองทาถามหนูมาลีเป็นถึงขนาดนี้เลยหรือ

    “แหม คนเรามันต้องมีแรงบันดาลใจใช่ป่ะล่ะ”

    สองสาวเดินกลับเข้าครัว อธิกระซิบถามทองทายังไม่ได้บอกเรื่องที่ตัวเองไม่ใช่ตุ๊ดหรือ ทองทาปัดว่าไม่จำเป็นต้องบอก อธิบ่นทำไมชอบให้คนเข้าใจผิด

    ทองทาย้อนถาม

    “เอางี้ลืมฉันไปก่อนคิดถึงผู้ชายคนอื่นที่แกไปเจอในผับ ถ้าเขาบอกแกว่าเขาเรียนบัลเล่ต์”

    “เป็นตุ๊ด...” อธิโพล่งขึ้น

    “แล้วถ้าเขาบอกแกว่าเขาไม่ได้เป็น” อธิสวนไม่เชื่อ “เห็นไหม แม้แต่พ่อฉันเขายังไม่เชื่อ ฉันเลิกพูดเรื่องนี้ เลิกตอบใครๆมานานแล้ว”

    “แต่มันเดือดร้อนถึงฉันนะ การะเกดเข้าใจผิดใหญ่แล้ว”

    ทองทาท้วงห้ามมีเรื่องชู้สาว อธิโต้ตนมองออกว่าเขามีใจให้หนูมาลี ทองทาเถียงไม่ออก อธิตัดบทให้ทองทาสารภาพกับหนูมาลี แล้วเธอจะไปบอกการะเกดเอง ทองทานิ่งคิด

    บ่ายวันนั้น ทองทาพาหนูมาลีมาเยี่ยมแม่ของเขาอีก ครั้งนี้เขาเตรียมเพลงมาเปิดเต้นรำกับแม่ หนูมาลีพูดคุยกับช้องนางถูกคอ บอกเธอเป็นแรงบันดาลใจให้ช่วยสอนเต้นรำ ช้องนางปลาบปลื้มสอนโดยให้หนูมาลีจับคู่กับทองทา สองคนเต้นกันอย่างเข้าขาพลิ้วไหว

    “เต้นรำก็เหมือนคู่รัก ร่าเริงไปด้วยกันสนุกไปด้วยกัน นั่น...เต้นได้ดีขึ้นแล้วเห็นไหม ต้องรู้สึกสนุกไปด้วยกัน อย่างนั้น” ช้องนางเปลี่ยนจังหวะไปเรื่อย จนมาถึงจังหวะวอลซ์ “อันนี้ต้องรู้สึกแบบเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ไม่ยอมให้สิ่งใดแยกเราออกจากกัน ใช่ แบบนั้นล่ะเยี่ยมมาก”

    ทองทากับหนูมาลีเต้นจบเพลง แต่เขายังไม่ปล่อยมือ เธอ ยังสบตาเธออย่างซาบซึ้งเต็มไปด้วยความรัก ช้องนางเปรย “ดีใจด้วยนะ พวกเธอเจอคู่แท้แล้ว”

    ทั้งสองสะดุ้งแยกจากกัน ทองทาถามคู่แท้อะไร ช้องนางบอกว่า “คู่เต้นไง คนที่เต้นรำกับเราไปได้ตลอดชีวิต ดีจะตาย ไม่ได้เจอง่ายๆ อย่าปล่อยให้หลุดมือเชียว” ทองทายิ้มเขินๆ พลันมือถือเขาดังขึ้น ทองทารับสาย กระซิบถามอธิ บอกเรื่องอะไร

    “ก็บอกว่าแกกับฉันไม่ได้เป็นแฟนกัน แกชอบผู้หญิง ฉันก็ชอบผู้หญิง”

    ระหว่างนั้น การะเกดเดินมายืนข้างหลังอธิ...ทองทาบอกอธิว่าถ้าเขาเดือดร้อนก็บอกการะเกดเอง อธิไม่ยอม ให้ทองทาเป็นคนบอกแล้วให้หนูมาลีบอกการะเกดด้วย ไม่อย่างนั้นจะโทร.จี้ทุกชั่วโมง เสียงการะเกดตอบว่าตนเข้าใจแล้ว อธิเพิ่งรู้สึกตัวหันมองหน้าเหวอ รีบถามมาตั้งแต่เมื่อไหร่ การะเกดตอบว่ามาตั้งแต่เขาเริ่มพูด ได้ยินทั้งหมด ต่างคนต่างเขิน

    ทองทากลับมาดูแม่เต้นรำกับพยาบาล เขาบอกหนูมาลีว่า ดนตรีบำบัดได้ผลจริงๆ หมอบอกว่าแม่ดูมีความสุข สอนคนไข้อื่นๆเต้นรำ ถ้าอาการแม่แบบนี้มีสิทธิ์หาย หนูมาลียินดีด้วย

    “หนูมาลี...เอ้อ ไอ้อธิน่ะ คือ...พี่มีอะไรจะบอก” ทองทาเกริ่น ทันใด มือถือหนูมาลีมีข้อความส่งเข้ามา เธอมองแล้วร้องกรี๊ดขึ้น ทองทาสะดุ้งถามใครเหยียบหาง

    หนูมาลีบอกอย่างตื่นเต้น “มีข้อความมาบอกว่า นี่คือเบอร์มือถือส่วนตัวของพี่ซีโร่เอง...พี่ทองทาว่ามันจะจริงไหมอ่ะ ใครล้อหนูเล่นหรือเปล่า”

    ทองทาเคืองบอกให้โทร.กลับไปดู หนูมาลียกมือไหว้เพี้ยง...ก่อนจะกด ซีโร่กำลังเตรียมตัวถ่ายเอ็มวี กดรับสาย เสียงหนูมาลีถามว่าเขาคือใคร ซีโร่ย้อนถามว่าเธอจะโทร.หาใคร

    “พี่ซีโร่ พี่ซีโร่จริงๆด้วย” หนูมาลีกระโดดดีใจ ซีโร่กำชับ

    “อย่าบอกเบอร์นี้กับใครนะ...นี่ วันนี้พี่จะใช้ผ้าพันคอของหนูมาลีถ่ายเอ็มวีด้วย คอยดูนะ”

    หนูมาลีดีใจ แววตาซีโร่สลดลงเพราะรู้ตัวดีว่ากำลังตกอับ จึงอยากได้กำลังใจจากหนูมาลี เธอถามว่าเธอโทร.หาเขาได้อีกหรือ เขาตอบว่าได้ แล้วย้อนถามเขาโทร.หาเธอได้ตลอดไหม

    “หา! พี่จะโทร.หาหนู เอ้อ ได้ค่ะได้” หนูมาลีออกอาการดีใจ จนทองทาต้องถามชอบเขามากขนาดนี้เลยหรือ หนูมาลีพล่าม “เขาให้เบอร์มือถือ เขาใช้ผ้าพันคอหนูด้วยอ่ะพี่ เขาคิดอะไรกับหนูป่ะ แต่หนูอ่ะคิด...พี่ทองทา พี่ทองทา เขาจะทำแบบนี้กับหนูแล้วทิ้งๆขว้างๆหนูไม่ได้นะ เพราะหนูคิด หนูคิดจริงๆ”...ทองทารู้สึกเจ็บปวดใจ

    ด้านซีโร่นั่งมองมือถือและผ้าพันคอ พิสมัยผู้จัดการส่วนตัวถาม ชอบเด็กคนนี้จริงหรือ เขาตอบไม่ถูก มองตัวเองในกระจกรู้สึกว่าเธอน่ารักและเป็นกำลังใจให้ตนได้

    ทองทาเก็บของเตรียมจะกลับ หนูมาลีเข้ามาช่วย ปากยังพร่ำบอก “หนูไม่ได้บ้าดารา หนูน่ะตามเชียร์พี่ซีโร่มาตั้งแต่ต้น เขาเป็นคนเชียงใหม่ไม่ได้เรียนเต้นเรียนร้องอะไรแบบหนูแหละ แต่พี่เขาพยายามสุดๆ จนครูๆทั้งหลาย ยังทึ่งที่เขามีพัฒนาการสูงมาก คนแบบนี้ไม่รักได้ไง”

    “หน้าแดงเป็นลูกตำลึงแล้ว” ทองทาแขวะ

    “อิอิ...เออ เมื่อกี้พี่พูดอะไรกับหนูนะ พี่อธิอะไรนะ”

    ทองทาปัดไม่มีอะไรสำคัญให้เธอฝันหวานเรื่องซีโร่ต่อไป...หนูมาลีเหม่อลอยยิ้มปลื้ม

    หลังบันทึกเอ็มวีเสร็จ ซีโร่ก็ได้รับข่าวที่ทำให้ผิดหวัง คือชวดงานพรีเซ็นเตอร์สามเจ้าติดกัน ช่างแต่งหน้าได้ยินเปรยว่า ดาราเกิดใหม่เป็นดอกเห็ด เขาอยู่มาปีกว่า เล่นหนังละครทำอัลบั้มมาหมดแล้ว คนดูคงอยากดูของใหม่ๆบ้าง ซีโร่ชักสีหน้าโกรธ พอรู้สึกตัวก็คลายลง

    ช่างแต่งหน้าเคือง ค้อนขวับเดินไป พิสมัยบ่น “เพลงชุดใหม่ก็ไม่เปรี้ยง งานเดือนนี้ก็ไม่เต็มเดือนเมื่อก่อนแทบไม่มีเวลานอน ผ่านไปแค่ปีกว่า เฮ้อ...เกิดเป็นดารา สมัยนี้อยู่ยากจริง อายุงานสั้นลงทุกวัน เอาไงดีน้า”...ยิ่งทำให้ซีโร่เครียดหนักกว่าเดิม

    ooooooo

    เช้าวันใหม่ ชงโคตื่นเต้น เข้ามาปลุกหนูมาลีให้ตื่นเพราะมีนัดถ่ายรูปที่โมเดลลิ่งของวานิช ตนนัดร้านเสริมสวยไว้ให้แล้ว ท่าทางชงโคกระตือรือร้นอย่างมาก

    พอสามสาวมาถึงบ้านหลังใหญ่ที่เป็นบริษัทของวานิช มียามเฝ้าหน้าประตู ทั้งสามแต่งตัวสุดฤทธิ์จนยามตกใจ สามสาวกลับเข้าใจว่าเพราะพวกตนสวยขนาดแท็กซี่ยังอมยิ้มมาตลอดทาง...ชงโคบอกยามว่าพวกตนมีนัดถ่ายรูปที่นี่ ยามรับทราบเปิดทางให้เข้าไป หนูมาลีรู้สึกสังหรณ์ใจดูมันลึกลับชอบกล ยามถือซองพลาสติกใสแล้วบอกให้ทิ้งมือถือไว้ ข้างในห้ามถ่ายรูป

    เจ้าหน้าที่มารับช่วงพาสามสาวเข้าไปในห้องถ่ายรูป ช่างภาพเตรียมกล้อง มองสามสาวหัวจดเท้า ยอมรับว่าสวยทุกคน แต่แต่งตัวเยอะไป เจ้าหน้าที่ให้พวกมาช่วยปลดออก หนูมาลีไม่ชอบใจ การะเกดแปลกใจที่แม้แต่เครื่องประดับต้องถอดด้วย

    พอดีทองทามาแวะซื้อหนังสือพิมพ์ เห็นแมกกาซีน เลดี้ชาร์ลอต เป็นหนังสือประเภทเพลย์บอย สาวที่ขึ้นปกแต่งตัววับแวม เห็นโลโก้หนังสือก็นึกได้ว่าเหมือนใน นามบัตรของวานิช จึงรีบโทร.ไปให้อธิตรวจสอบ พอรู้ว่าเป็นหนังสือโป๊ก็เป็นห่วงหนูมาลี แต่ติดต่อเธอไม่ได้

    ทองทามาที่ร้านของโรส ถามหาหนูมาลี โรสบอกว่าออกไปชั่วโมงกว่าแล้ว ทองทารีบบอกโรสเรื่องของวานิช โรสตกใจเป็นห่วงลูก เอานามบัตรให้ทองทา ทั้งสองไปตามที่อยู่ในนั้น

    เจ้าหน้าที่เอาเสื้อเชิ้ตเพียงตัวเดียวให้พวกหนูมาลีใส่ โชว์เรียวขา หนูมาลีไม่ค่อยชอบใจ ยิ่งพอให้ปลดกระดุมเผยเนินอก ก็ไม่ยอมจะเลิกถ่ายเดินออก แต่กลับโดนจับตัวไว้ เจ้าหน้าที่อ้างว่า ต้องรอให้วานิชมาถึงก่อนถึงจะกลับได้ หนูมาลีโวยอย่ามาจับตน เจ้าหน้าที่หาว่าเรื่องมาก หนูมาลีเห็นท่าไม่ดีร้องบอกเพื่อนๆให้หนี ทั้งการะเกดและชงโคโดนรวบตัวเช่นกัน

    หนูมาลีสะบัดตัววิ่งหนีออกมาจากห้องได้ ระหว่างนั้น ทองทากับโรสกำลังสอบถามยามหน้าบ้าน ยามให้รออีก 3 ชั่วโมงถึงจะเข้าไปได้ ทองทาขอเข้าไปคุยกับสามสาว ยามไม่ให้เข้า

    “มันแปลกๆนะ เอาไงดี” โรสกระซิบทองทา

    “ผมจะอ้อมไปดูประตูหลัง พี่อยู่ตรงนี้ไปก่อน” ทองทาบอกโรสก่อนจะย่องหลบไปประตูหลังล็อก ทองทาปีนข้ามรั้วเข้ามา พอดีได้ยินเสียงร้องของหนูมาลี ก็ตกใจรีบวิ่งมา เห็นชายล่ำจับตัวหนูมาลีอยู่ ทองทาไม่รอช้าปรี่เข้าชกหน้าชายล่ำล้มคว่ำแล้วสะบัดมือเร่าๆด้วยความเจ็บ...ด้านโรสเห็นรถของวานิชแล่นมา ยามเปิดประตูให้ จึงรีบวิ่งตามเข้าไป ทองทาพาหนูมาลีวิ่งออกมาพอดี เกือบถูกรถของวานิชชน โรสร้องลั่นให้ระวัง...วานิชลงจากรถมาโวยวาย

    เจ้าหน้าที่เข้ารายงาน “นังเด็กนี่ไม่ยอมถ่ายรูป อาละวาดจะหนีจนวุ่นวายไปหมด”

    การะเกดกับชงโคถูกพาตัวออกมา ทองทาชี้หน้า วานิชทำหนังสือโป๊ โรสเขวี้ยงหนังสือลงตรงหน้าโวย “ทำไมคุณไม่บอกเราตรงๆ จงใจปิดบังแบบนี้ จะหลอกกันใช่ไหม”

    ทองทาจะพาสาวๆกลับ วานิชเสียงกร้าว “เข้ามาแล้วกลับไม่ได้”

    “นี่มันอะไรกัน บ้านเมืองมีขื่อมีแปนะโว้ย พวกแกเป็นใครกันแน่” โรสสวนหนูมาลี การะเกดและชงโคเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อย ทุกคนเข้ามานั่งในห้องประชุม วานิชพยายามหว่านล้อมโรสให้เข้าใจการทำงานของตน ทำทีขอโทษที่ทำให้เด็กๆ ตกใจกลัว แล้วถามไปอยู่ไหนกันมาถึงไม่รู้จักหนังสือ เลดี้ชาร์ลอตของตน วานิชยกตัวอย่างสาวๆในสังกัดว่าทุกคนได้ขึ้นปกหนังสือ มีผู้จัดการดูแลให้ไปร้องเพลงเล่นละคร ทองทาสวน

    “ถ่ายรูปวับๆแวมๆ ร้องเพลงสองแง่สองง่าม ถ่ายหนังเกรดบีที่เน้นฉากอย่างว่า”

    “แต่ทุกอย่างถูกกฎหมาย คุณไม่รู้อะไร ผู้หญิง พวกนี้ออกงานโชว์ตัวทุกวัน มีรายได้ดีกว่าดาราหลายคน เลยนะ” วานิชแย้ง

    การะเกดเห็นว่าเป็นการขายเรือนร่างไม่ได้ขายความสามารถ หนูมาลีเห็นด้วย “แหกแข้งแหกขาไม่มียางอาย ขายศักดิ์ศรีแบบนี้ หนูมาลีทำไม่ได้”

    วานิชพยายามข่มความโกรธ “ไม่เป็นไร จะไปกัดก้อนเกลือกินกับไอ้ทีวีช่องเล็กๆนั่นก็ตามใจ แต่บอกก่อนนะ เครือข่ายของฉันมีเงินหมุนเวียนมากกว่าเอ็ม–เอ็มแชนแนลสามเท่า ฉันจะให้โอกาสพวกเธอไปคิดดู” วานิชพยักหน้าให้ลูกน้องเอาสัญญามาสามฉบับ

    “ฮึ ธุรกิจใต้ดินกับบนดิน กำไรมันต้องมากกว่าอยู่แล้ว” โรสเปรย วานิชวางสัญญาลงตรงหน้า บอกแค่เซ็นกริ๊กเดียว ไม่ต้องประกวด ไม่ต้องร้องเพลง พวกเธอจะได้ขึ้นปกฉบับหน้า ได้เงินทันทีหนึ่งแสนบาท...ชงโคตาโพลง วานิชย้ำต้องยกเลิกการประกวด ตนให้เวลาคิดเจ็ดวันเลยจากนั้นไม่ต้องมาคุยอีก

    ooooooo

    ทุกคนกลับมาที่ร้าน อธิรออยู่รีบบอกการะเกดอย่าเซ็นสัญญา กิจการของวานิชเป็นการค้าผู้หญิง ทุกคนตกใจ ทองทาอธิบายว่าไม่ต่างจากเด็กของซูซี่ แตกต่างที่หีบห่อ โรสแค้นใจ

    “ออหรี่ ตลาดนัดออหรี่ บนห้างหรู แต่มันก็ออหรี่เหมือนกัน”

    หนูมาลีทำท่าขยะแขยง อธิว่าห้องเก้าของโรสก็ไม่ต่างกัน แต่ทุกคนสมัครใจจึงไม่ผิดกฎหมาย หนูมาลีว่าโรสทำธุรกิจไม่ต่างกัน โรสโกรธ “นี่พูดดีๆนะ จะหาเรื่อง อะไรฉันอีก”

    หนูมาลีไม่ชอบที่โรสเปิดห้องให้ซูซี่ทำธุรกิจนี้ สมศรีแก้ตัวแทนว่า “แกก็รู้ว่าโรสเป็นหนี้ขนาดไหน โรสมันก็แค่ให้นังซูซี่เช่าพาเด็กๆมารับลูกค้าผู้ชายที่มันหลุดเข้ามา มันก็แค่ห้องเดียว ห้องอื่นก็ร้องเพลงคาราโอเกะตามปกติ โฮ้ย...ดีได้วันสองวัน ป่วนพ่อมันอีกละ”

    “ฮึ แกเกลียดที่นี่ ทั้งที่มันหารายได้ส่งแกเรียน ใช่สิ ฉันทำอะไรก็ไม่ถูกใจแกไปหมด แกนั่นแหละที่เริ่มไปประกวดบ้าบอนั่น แกก็ขายความสวย ขายความสาวของแกเหมือนกัน” หนูมาลีเถียงเหมือนตรงไหน โรสสาธยาย “ผู้ชายใช้เหงื่อทุกเม็ดแลกเงิน แต่ผู้หญิงทาแก้มทาปาก ใช้ความสวยเพื่อแลกบางอย่างเสมอ แล้วพอถึงเวลาก็มาด่าว่าโดนดูถูก โดนเอาเปรียบ ก็ใครล่ะวะมันวางเบ็ดล่อ พอปลากินเหยื่อก็มาโทษปลา โถ อีพวกชะนี”

    “เราแต่งตัวเพราะเรารักสวยรักงาม เพราะเรารักตัวเอง ที่หนูโกรธพี่ มันมีเหตุผล ตอนเด็กๆพี่สอนอะไรหนูล่ะ” หนูมาลีโวยกลับ โรสครุ่นคิดถึงอดีต

    ตอนหนูมาลีเด็กๆ โรสอาบน้ำให้ลูกแล้วสอนเสมอ “พ่อทุกคนเวลาอาบน้ำให้ลูกสาว เขาทำด้วยความรัก สิ่งที่เขาคิดคือ ขอให้ผู้ชายคนต่อไปที่จะแตะต้องตัวหนู กระทำกับหนูด้วยความรัก แค่ครึ่งหนึ่งของพ่อ พ่อก็ดีใจแล้ว เพราะฉะนั้นโตขึ้น ต้องรักร่างกายหนูให้มากๆนะ”

    บุญมาฟังแล้วเปรยว่าสอนลูกได้ดีมาก หนูมาลีย้ำ ตนจำคำสอนนี้ ถึงได้เกลียดสิ่งที่พ่อทำ มันเหมือนพ่อทรยศ คำสอนตัวเอง โรสอึ้ง สมศรีหาว่าหนูมาลีคิดสมกับเป็นเด็กหลังเขา ความจริงคือเดี๋ยวจะมีคนมาทวงหนี้ หนูมาลีหาว่านั่นคือเหตุผลหลอกตัวเอง เราทำในสิ่งถูกต้องได้

    “ครั้งนี้มันเชื่อในสิ่งที่ถูกโว้ย ถ้าฉันเป็นพ่อแม่มันฉันดีใจตาย หาไม่ได้แล้วนะผู้หญิงแบบนี้” บุญมาเห็นด้วยกับความคิดหนูมาลี

    ทองทาปลื้มเสริมต่อ “ผู้หญิงที่รักตัวเอง ผู้หญิง อย่างนี้คือของมีค่า มีคุณค่าที่จะเป็นเมีย เป็นแม่ เอ้อ... หมายถึงทั่วๆไปน่ะครับ”

    อธิกระซิบว่าหนูมาลียังเวอร์จิ้น ทองทาถลึงตาใส่ อธิเน้น “เวอร์จิ้นอีกนาน เหมาะกับแกนะ เวอร์จิ้นทั้งคู่ คู่สุดท้ายของมนุษยชาติ น่ายกย่อง”...ทองทาตบหัวอธิขำๆ

    โรสคิดหนักเพราะลูกพูดถูก มีเพียงชงโคที่ยังสับสน...เมื่อร้านปิด หนูมาลีนั่งเล่นอิเล็กโทนคลายเครียด ทองทาเข้ามาปลอบ คนที่เชื่อมั่นในความถูกต้องต้องไม่เศร้าเพราะจะทำให้ดูไม่น่าเชื่อถือ หนูมาลีหันมาสนใจมือทองทาที่ชกชายล่ำ ทองทายิ้มขำๆบ่น ต่อยคนไม่เห็นสนุก นี่เป็นครั้งแรก หนูมาลีเห็นด้วย “นั่นสิ เกย์ เอ้อ...ศิลปินอย่างพี่ ดูไม่ใช่เลย ทำได้ยังไงน่ะ”

    ทองทาส่ายหน้าไม่รู้ตัวเหมือนกัน หนูมาลีเอาหัวพิงไหล่เขาบอกว่าเขาเป็นเทวดาของตน ทองทายิ้มปลื้ม มีความสุขที่ได้ใกล้ชิดหนูมาลี...ขณะเดียวกัน ซูซี่พยายามเกลี้ยกล่อมชงโคให้เซ็นสัญญากับวานิช ว่าเป็นโอกาสดีที่จะมีทุกอย่างเป็นของตัวเอง ไม่ต้องแข่งขันแย่งชิง จากนั้น ซูซี่ก็รายงานวานิชว่า ชงโคดูท่าจะกล่อมง่ายที่สุด วานิชพึงพอใจ

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"
    19 ก.ย. 2563

    14:05 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2563 เวลา 20:00 น.