สมาชิก

มาลีเริงระบำ

ตอนที่ 4

อัลบั้ม: สน ยุกต์ ประกบ แพทริเซีย กู๊ด ละครสนุกใน "มาลีเริงระบำ"


ระหว่างที่ทองทาสอนชงโคร้องเสียงต่ำให้แข็งแรงขึ้น การะเกดได้ทำอาหารพื้นบ้านพวกส้มตำรสเด็ดมาวางให้ อธิชิมแล้วสุดปลื้ม “โฮ้ย กินแล้วน้ำตาจะไหล คิดถึงบ้าน คิดถึงแม่”

การะเกดจึงถามอธิได้กลับบ้านบ่อยไหม เขาตอบว่ากลับบ่อยเพราะพ่อกับแม่ยังทำนากันอยู่ แม้นาจะล่มประจำ แต่พวกท่านก็ไม่ยอมเลิก แล้วย้อนถามการะเกดกลับบ้านบ้างไหม

“แม่เกดติดยาบ้า รับจ้างรายวัน มีน้องต้องเรียนหนังสือสามคน เกดเก็บเงินให้น้องเรียน”

ทองทาได้ยินหันมองด้วยความสงสาร อธิชมว่าการะเกด เป็นลูกกตัญญู เธอเล่าว่าแม่ไม่กินยาก็ทำงานไม่ได้ แต่แม่ก็รับปากจะพยายามเลิก แล้วเธอก็นึกได้ว่าอธิเป็นตำรวจ รีบบอกอย่าจับแม่ตน อธิยิ้มๆ ถ้าจับกันจริงคงได้ครึ่งประเทศ คนชั่วจริงๆคือคนขาย การะเกดมีความหวัง

“ถ้าได้เงินล้าน เกดจะกลับบ้านนอกไปเปิดร้านขายอาหารตามสั่ง จะเลี้ยงน้องด้วยตัวเอง เกดต้องทำให้ได้ ช่วยเกดนะคะพี่ทองทา”

ความหนักใจมาตกที่ทองทา เขามองชงโคที่กำลังร้องเพลงได้ห่วยแตก จะชนะอย่างไร...

คืนเดียวกัน โรสตื่นมาเข้าห้องน้ำ ต้องตกใจเมื่อเห็นหนูมาลีโผล่หน้าทางหน้าต่าง

“โฮ้ย!ตาเถรหกเจ็ดแปด เดี๋ยวปั๊ดจระเข้ฟาดหางให้ตาหลุดเลย โผล่มาแบบนี้ได้ไงหา”

หนูมาลีขอให้เปิดประตูรับ โรสเปิดให้เข้ามาถามมีอะไร หนูมาลีถามถึงแก้ว พอรู้ว่านอนหลับอยู่ เห็นกระเป๋าสตางค์แก้ววางบนโต๊ะก็ยุให้โรสค้นดูว่ามีสลิปเงินที่

แก้วถอนออกไปให้ผู้หญิงหรือเปล่า โรสไม่อยากละลาบ ละล้วง อีกอย่างกลัวผิดหวังจึงนิ่งเฉย หนูมาลีไม่ยอมคว้ากระเป๋าวิ่งออกไปจากบ้าน โรสตกใจวิ่งตามออกไป...หนูมาลีค้นเจอสลิปถอนเงินส่งให้โรสเช็กว่าใช่เลขบัญชีของร้านหรือเปล่า ปรากฏว่าใช่ โรสหน้าซีด

“เห็นไหม เขาขโมยเงินจากบัญชีที่ร้านจริงๆด้วย ขโมยเอาไปให้ผู้หญิงอีกต่างหาก” หนูมาลีตบมือฉาดมั่นใจมาก แต่โรสยืนอึ้งมองเอกสาร

เช้าวันใหม่ หนูมาลีกับการะเกดมาฝึกร้องเพลงที่บ้านทองทา อธิกำลังช่วยทองทาเช็กคู่แข่งคนอื่นๆว่ามีความสามารถแค่ไหน มีที่น่ากลัวหลายคน เช่น โด่งที่มีความสามารถทำวงดนตรีกับเพื่อนๆลงยูทูบบ่อยๆ และมีโกมินทร์ที่ร้องเพลงลูกทุ่งได้ดีมาก กวาดรางวัลมามากมาย ทองทาหนักใจมองไปยังการะเกดกับหนูมาลีที่ซ้อมร้องเพลงอยู่ แต่หนูมาลีเหม่อลอยคิดถึงพ่อ การะเกดสะกิดเตือนให้ซ้อม

บ่ายวันนั้น พอหนูมาลีกับเพื่อนกลับมาทำงานที่ร้านต่อ ลูกค้าเริ่มเข้าประปราย หนูมาลีชำเลืองมองแก้วที่คอยเอาใจโรสตามปกติก็หงุดหงิดใจ เผลอบ่นออกมา

“ทำเฉยอยู่ได้ รู้เขาหลอกยังเต็มใจให้หลอก โฮ้ย...กลุ้มๆๆ”

สมศรีได้ยินถามบ่นอะไร พลันเห็นนิดหน่อยพาลูกน้องนักเลงเข้ามาในร้านก็ตกใจ หนูมาลีมองตามงงๆ ไม่ทันไรเสียงโรสดังลั่น “เฮ้ยเจ๊ บอกแล้วไงขอสิ้นเดือน”

เสียงนิดหน่อยโต้ว่าถ้ามาสิ้นเดือนก็คงเลื่อนไปเดือนหน้า วันนี้มีเท่าไหร่จะเอาไปก่อน โรสขอติดเก๊ะไว้ทำทุนค้าขาย นิดหน่อยไม่สนสั่งลูกน้องไปเอาเงินในเก๊ะมา โรสไม่ยอมต่อสู้กัน นิดหน่อยเอาขวดฟาดหัวโรสแตก หนูมาลีวิ่งมาถึงร้องลั่นเข้าไปขวางไม่ให้ใครทำพ่อซ้ำ...สมศรีกับบุญมาถือปังตอวิ่งออกมาจากครัว บอก
ชงโคโทร.แจ้งตำรวจมีการทำร้ายร่างกาย นิดหน่อยชะงักโวยวายหาว่าหมาหมู่ คราวหน้าจะยกพวกมาพังร้านแล้วรีบถอยไป

หนูมาลีกับการะเกดช่วยกันพาโรสเข้าไปทำแผลในบ้าน แก้วไปตลาดกลับมาพอรู้เรื่องตกใจจะเข้ามาดูโรส หนูมาลีกระโจนเข้าตบหน้าแก้วฉาด ทุกคนตะลึง โรสเอ็ดทำบ้าอะไร

“ต่อหน้าทำเป็นรัก ทำเป็นเอาใจ ลับหลังโกงเงินพี่โรส คนอกตัญญู” หนูมาลีโวย

ทุกคนชะงักงันงง...หนูมาลียืนยันเห็นกับตาว่าแก้วนัดพบแฟนสาว เขานอกใจโรส ขโมยเงิน คนแบบนี้จะเลี้ยงไว้อีกทำไม แล้วต่อว่าโรสหลงผู้ชายจนหน้ามืดตามัว สมศรีแก้ตัวแทนว่าแก้วไม่มีนิสัยแบบนั้น หนูมาลีชี้ไปที่รูปโรสถ่ายกับตัวเองตอนเด็กเป็นรูปเดียวกับที่หนูมาลีพก

“หนูเคยฝันไว้ผู้ชายในรูปนี้เขาคงมีแต่หนู ทุกลมหายใจเขาทำเพื่อหนู เขาไม่ตอบจดหมายหนู หนูก็ไม่โกรธ เพราะคิดว่าเขาคงยุ่ง แต่พอหนูมาพบเขาจริงๆ หนูไม่เคยเข้าถึงตัวเขาเลยเพราะเขามีผู้ชายคนนี้คั่นกลางระหว่างเราตลอดเวลา” หนูมาลีระบายความอัดอั้นทั้งน้ำตา

โรสสะเทือนใจมาก สมศรีเปรย ตกลงเรื่องเงินหรือเรื่องแย่งความรักกันแน่ แก้วจะอธิบาย แต่หนูมาลียังระเบิดความน้อยใจต่อ “หนูบอกความจริงพี่โรสไปตั้งหลายวันแล้ว แทนที่พี่จะจัดการ พี่ก็ยังไม่ทำอะไร เขา จะปล่อยให้ถูกโกง ปล่อยให้พวกเจ้าหนี้ทำร้ายอย่างนี้ไปอีกนานเท่าไหร่หา...” สมศรีเถียงแทนว่าแก้วไม่เกี่ยว หนูมาลีสวน “เกี่ยว...ถ้าพี่แก้วไม่ขโมยเงิน ป่านนี้ก็มีจ่ายเขาแล้ว สำหรับพี่มีแต่ผู้ชายคนนี้คนเดียวนั่นล่ะที่มีค่า คนอื่นไม่มีค่าอะไรทั้งนั้นอยากเจ็บ อยากตายเพราะเขายังไงก็ตามใจ หนูมาลีไม่สนแล้ว” หนูมาลีจะเดินไป

“แก้ว ไปเก็บของย้ายออกไปซะ” โรสโพล่งขึ้น แก้วตกตะลึง

“ไม่ได้นะ แก้วไม่อยู่ใครจะช่วยทำร้าน ใครจะพาอีแก่สองคนนี้ไปตลาด” สมศรีแย้งบุญมาเตือนว่าเรื่องคุมเด็กคุมเงิน โรสทำคนเดียวไม่ไหวแน่ โรสไม่สนใจย้ำกับแก้วให้ไปเก็บของ แล้วบอกหนูมาลีให้ย้ายเข้ามาอยู่บ้านนี้แทน หนูมาลีตาโพลงไม่คาดคิด...โรสตามแก้วเข้ามาในห้อง แก้วย้ำว่าตนไม่เคยขโมยเงิน ดูในสมุดบัญชีได้ โรสบอกว่าตนดูแล้วมีถอนเงินออกไปสามหมื่น วันต่อมาก็โอนกลับเข้ามา แก้วรีบอธิบาย

“เรื่องผู้หญิงคนนั้น เขาชื่อน้ำเป็นเพื่อนเก่า ที่เขาจับมือผม มันมีเหตุผล” แก้วอึดอัดใจที่ต้องเล่าว่าตอนป้าป่วย ตนขอยืมเงินน้ำมาเป็นค่ารักษา พอได้ทำงานก็ส่งเงินไปให้ป้าเก็บเข้าบัญชีไว้ วันนั้นได้ข่าวน้ำกลับจากต่างประเทศจึงโทร.ให้ป้าส่งเงินมาคืน “พอดีว่าป้าเขาโอนมาไม่ทัน ผมเลยเอาเงินบัญชีร้านจ่ายก่อน วันต่อมา พอป้าโอน ผมก็คืนให้เลย”

สมศรีตบขาเพียะ “เห็นไหม แก้วไม่ได้ทำอะไรผิด”

“ถึงยังไง เธอก็ต้องย้ายออกไป” โรสตัดบทน้ำตาปริ่มแก้วตะลึง โรสขอให้แก้วกลับไปทำงานที่สตูดิโอของย้งยี้ หาหอพักแถวนั้น บุญมางงทำไมแก้วยังต้องไป โรสยืนนิ่งไม่รู้จะอธิบายอย่างไร...ในขณะที่หนูมาลีออกมาบ่นกับการะเกดและชงโคว่าแก้วเป็นคนชั่วคนเลวทำกับโรสได้ ย้ายออกไปก็ดีแล้ว การะเกดกับชงโคไม่อยากเชื่อ ระหว่างนั้น โรสส่งแก้วขึ้นรถแท็กซี่ สมศรีกับบุญมาเดินมาบอกหนูมาลีว่า

“มันไม่ใช่อย่างที่แกคิดหรอก นังเด็กโง่”

“นี่ป้าด่าหนูทำไมเนี่ย ไม่มีเขา ร้านเราอยู่นะป้า...”

“ไม่มีแกต่างหากนังตัวป่วน มาอยู่แค่เดือนกว่า มีแต่เรื่อง”

บุญมาเสริม “ไม่มีแก้ว พรุ่งนี้ร้านเละแน่ เฮ้อ...ไม่อยากจะคิด”

หนูมาลีบ่น ลุงกับป้านี่แปลก โดนแก้วใส่ยาเสน่ห์หรืออย่างไร คนแบบนั้นแค่ทำงานบังหน้า งานในร้านก็ช่วยๆกันทำได้ ชงโคสวน “งานเยอะขึ้นอีกหรือวะเนี่ย ตายๆ หน้ากูจะเป็นหลินปิงอยู่แล้วนะนี่ ฮือๆๆ”

ooooooo

วันต่อมา การะเกดมาบ้านทองทาคนเดียว

เธอบอกว่าต่อไปนี้ต้องมาวันละคนเพราะแก้วลาออกไป งานในร้านมากขึ้น ทองทาตบหน้าผากประชด “โฮ้ย...ชนะแน่ ชนะใสกริ๊ก...”

ในขณะที่หนูมาลีต้องทำหน้าที่ซ้อนมอเตอร์ไซค์ไปจัดการเรื่องธนาคาร ชงโคไปช่วยสมศรีกับบุญมาจ่ายตลาดหน้าหงิกหน้างอ...กลับมาหนูมาลีทำความสะอาดจัดบ้าน โรสเดินมาเห็น สั่งไม่ต้องทำ ตนทำเอง หนูมาลีไม่สนใจจัดโน่นนี่ไปเรื่อย...สายๆหนูมาลีจะเก็บเสื้อผ้าโรสไปซักเครื่อง โรสแย่งคืนมาบอกว่าตนซักเองได้ จากนั้นหนูมาลีเอาใจต้มโจ๊กมาให้ โรสกำลังนั่งมองรูปแก้วเศร้าๆ บอกให้เอากลับไป ทีหลังไม่ต้องทำ หนูมาลีชักน้อยใจ ถามโรสออกมาตรงๆ

“ความรักมันแทนกันไม่ได้เลยหรือ ทำไมไม่ให้โอกาสหนูมาลีบ้าง”

โรสถอนใจ อธิบายทีละเรื่อง เสื้อผ้าของตน แก้วจะซักด้วยมือให้เพราะซักเครื่องไม่ได้ หนูมาลีบ่นแล้วจะมีเครื่องซักผ้าทำไมถ้าต้องมาขยี้ด้วยมือ โรสสุดทน

“แกวางของผิดหมด ฉันหาอะไรก็ไม่เจอ”

“เขาเรียกความเป็นระเบียบ” หนูมาลีเถียงคำไม่ตกฟาก

“อาหารที่ฉันเกลียดที่สุดคือโจ๊ก”

“จริงหรือ ทำไมหนูไม่รู้ล่ะ”

โรสร่ายไปถึงยาที่หนูมาลีจัดให้ ว่ายานั่นตนกินอย่างไรยังไม่รู้เลย ทุกครั้งแก้วเป็นคนจัดให้ มีทั้งยาบำรุง ยาโรคประจำตัว หนูมาลียังแถว่าจะโทร.ไปถามแก้วให้ โรสตวาด ไม่ต้องไปถาม เลิกยุ่งกับชีวิตตนก็พอ...หนูมาลีตะลึงน้ำตาคลอเบ้า โรสเดินหนีไปไม่สนใจ

หนูมาลีมานั่งร้องไห้รำพัน บุญมาบอกว่าไม่ต้องเสียใจไปหรอก ตนเห็นโรสไม่หลับไม่นอนเดินพล่านทั้งคืน คงทำให้หงุดหงิด...เสียงสมศรีโวยวายหาเครื่องคิดเลขไม่เจอ ปกติแก้วจะเป็นคนคิดบัญชี หนูมาลีอาสาช่วย สมศรีเอ็ด

“เมื่อวานส่งอาหารไม่ทันไปสามโต๊ะ คนลุกกลับบ้านเพราะระบบมันมั่ว เปิดร้านมาห้าหกปี เคยมีเรื่องแบบนี้ที่ไหนกัน”

บุญมาหยิบเครื่องคิดเลขส่งให้ สมศรีรับมาแล้วเดินไปอย่างหงุดหงิด บุญมาบอกหนูมาลี

“เมื่อก่อนลุงก็ไม่ชอบนะ พวกตุ๊ดแต๋ว เห็นแล้วมันหงุดหงิด แต่พออยู่ไปนานๆ มันก็ไม่ใช่ตุ๊ดแต๋วมันก็คือ คุณอลิซ นังย้งยี้ นังโรส คนธรรมดาอย่างเราๆนี่ล่ะ”

“ไม่ใช่ คนละประเด็นแล้ว เขาเป็นพวกชอบหลอกเกย์ ลืมเขาเสียเถอะ” หนูมาลีเถียง

บุญมาอ่อนใจเดินบ่นดังๆ...ผู้ชาย ผู้หญิง เกย์ มัน ก็เป็นของมันอย่างนั้น เป็นธรรมชาติตามปกติ กรอบของสังคม กรอบของคนแต่ละคนต่างหากที่เป็นปัญหา...หนูมาลีฟังแล้วยังเข้าใจว่าบุญมาพูดคนละเรื่องกับตน

คืนวันนี้ทองทามาที่ร้าน บอกหนูมาลี การะเกด และชงโค ว่าอยากให้ทั้งสามขึ้นร้องเพลงบนเวทีเพื่อสร้างความเคยชิน การะเกดบอกว่าต้องขออนุญาตโรสก่อน พอการะเกดเดินไปขอโรส เขาชะงักเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้าดูไม่ใส่ใจ หนูมาลีเคือง

“ทำตัวเหมือนร่างไร้วิญญาณ น่าหมั่นไส้”

ทองทาตัดบทให้ทั้งสามสาวไปเตรียมตัวขึ้นร้องเพลง...สามสาวแต่งชุดสวยงามขึ้นร้องเพลงประสานเสียงอย่างไพเราะ ทำให้แขกในร้านหยุดฟัง แม้แต่บุญมากับสมศรีก็เดินออกจากครัวมายืนฟังอย่างทึ่ง โรสที่ทำไม่สนใจต้องเงยหน้ามอง น้ำตาไหลออกมาอย่างคาดไม่ถึง ทองทาอมยิ้มปลื้ม พอใกล้ถึงท่อนแยก บุญมาพึมพำออกมาว่าจะเจ๋งไม่เจ๋งก็ตรงนี้ ไม่ทันไรก็มีเสียงเพี้ยนออกมาคนหนึ่ง อีกสองคนเริ่มรวนแล้วเพี้ยนตามกันไม่เป็นท่า คนในร้านโห่

“นึกแล้วเชียว” บุญมาส่ายหน้าแล้วกลับเข้าครัว

สามสาวอายมากวิ่งลงจากเวที ทองทากุมขมับเกรซกับมี่หัวเราะสมน้ำหน้า ชงโคโวยว่าพวกตนยังไม่แพ้ นี่แค่ซ้อม เกรซเยาะว่าไม่รู้จักเจียมตัว หนูมาลีไม่พอใจตอกกลับ

“ให้เจียมตัวอย่างไหน อย่างแกหรือ...เจียมซะจนต้องมาขายตัว”

มี่โมโหเข้าผลักอกหนูมาลี เกรซกับมี่จะรุมตบ ทองทา การะเกดช่วยกันห้าม เกรซกับมี่ฟ้องซูซี่ว่าหนูมาลีดูถูกพวกเรา ซูซี่ไม่พอใจเข่นเขี้ยว อีกไม่นานหนูมาลีก็ต้องแพ้ พออดอยากก็ต้องมาขอตนทำงาน ให้คอยดู...

หลังร้านปิด ทองทามานั่งเล่นอิเล็กโทน หนูมาลีเดินหน้างอมาหา เขาชม “คนเก่งคือคนที่ทำได้ แต่คนเก่งจริงๆคือคนที่ลุกได้ในเวลาที่ผิดพลาด เธอเก่งจริงๆ...ที่ตอบผู้หญิงพวกนั้นไง”

หนูมาลีจับมือทองทาแล้วบอกว่า ตนไม่ได้เก่งกลัว จนมือเย็นแต่ต้องสู้ ทองทามองมือ...หนูมาลีนึกได้ดึงมือออกยิ้มแหะๆ ลืมไปว่ากฎของเขาห้ามแตะต้องตัว ทองทาคิดในใจ

“ถ้าไม่เอาออกทันที จะเอาออกไม่ได้เลยต่างหาก...” ทองทายิ้มปลอบ “อย่ากังวล วันนี้พวกเธอตื่นเวทีน่ะ ปกติทำได้ดีกว่านี้ไม่ใช่หรือ”

“พี่คิดอย่างนั้นหรือคะ”

“เธอเข้มแข็งมาก เพราะเธอเป็นอย่างนี้ เธอทำให้พี่แพ้ไม่ได้ เราจะแพ้ไม่ได้ เราต้องชนะ ต้องชนะเท่านั้น”

หนูมาลีพยักหน้าขอบคุณที่ยังเชื่อมั่น ทองทาสบตาเธอด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปจากเดิม

ooooooo

ในห้องซ้อม เบลฝึกซ้อมร้องเพลงท่าทางเหนื่อย- หน่าย ครูฝึกเคี่ยวเข็ญจนเธอหงุดหงิด โยทะกานั่งดูอยู่เข้ามาปรามให้ใจเย็น ครูฝึกทนไม่ไหวโยนโน้ตทิ้งขอบาย โยทะกาอ่อนใจตามครูออกไป นีน่ากับยาหยีรีบยุเบลให้ไปคลายเครียดที่เกาหลี กลับมาทันการประกวดแน่

ด้านชงโคกำลังเอาหนังยางมัดโทรศัพท์มือถือที่พัง ซูซี่เดินมากับเกรซและมี่ พูดอย่างสังเวชใจว่าให้ซื้อ เครื่องใหม่ ชงโคสวนให้เอาเงินมา ซูซี่จึงบอกว่าคืนนี้จะให้แล้วบอกว่าเสี่ยชัยชอบเธอ แค่ไปกับเขาก็ได้มือถือแล้ว ชงโคโวย “ให้ฉันขายตัวแบบนั้นใช่ป่าว”

“เอ๊ะ ก็บอกแล้วว่าไม่ใช่ขายตัว นังนี่มันวอน” มี่โวยกลับ

ซูซี่ปรามแล้วหยั่งเชิง “ถามจริง ทุกวันนี้ไม่เหนื่อยหรือไง ไปบ้าตามนังหนูมาลี ทำนั่นทำนี่ ผอมโซตาโหลขนาดยืนยังหลับ”

ชงโคครุ่นคิดแต่ส่ายหน้า ปฏิเสธเพราะเสี่ยชัยหน้าเหมือนหมู ว่าแล้วก็เดินไป...วันนี้ สามสาวมาซ้อมร้องเพลงพร้อมกันที่บ้านทองทาเพราะใกล้วันประกวด ทองทาให้ทั้งสามแก้ข้อเสียเมื่อคืน จนทั้งสามทำได้ดี สามสาวมีกำลังใจขึ้น

บ่ายวันนั้น ทองทาเอากล้าไม้ให้สามสาวปลูกลงกระถาง เป็นการเอาฤกษ์เอาชัย ถือเป็นต้นไม้ประจำตัวแต่ละคน อธิกระซิบถาม “ที่ให้ปลูกต้นไม้เพราะมั่นใจแล้วว่าจะชนะใช่ไหม”

ทองทาตอบว่าไม่ อธิตกใจ ทองทาบอกว่าเท่าที่ดูคู่แข่งแล้วเราคงสู้ไม่ได้ เราร้องดีแต่ไม่โดดเด่น คงไม่ได้เข้ารอบ 5 คนสุดท้าย แต่ทองทายังครุ่นคิดหาวิธี

วันต่อมา หนูมาลีทำข้าวต้มกุ้งมาให้โรส เขาปฏิเสธไม่กินตามเคย หนูมาลีทำหน้าเศร้าขอร้องให้เขาช่วยกินเพื่อให้ตนสบายใจ พรุ่งนี้ต้องเข้าประกวดแล้ว โรสย้อน

“แกหนีเรียนมาประกวด หนีงานไปสมัคร ประกาศตลอดเวลา มั่นอกมั่นใจเหลือเกิ๊น ถึงเวลามาเรียกหากำลังใจจากฉันเนี่ยนะ”

“หนูเป็นแค่ส่วนเกิน เป็นภาระใช่ไหม พี่มีความสำคัญกับหนู แต่หนูคงไม่มีความสำคัญอะไรกับพี่เลย” หนูมาลีต่อมน้ำตาแตกเดินออกไป

สมศรีกำลังบ่นๆกับบุญมา เห็นหนูมาลีร้องไห้ออกมาก็รู้ว่าคงทะเลาะกับโรสมาอีก แล้วจะไปตลาดไหวไหม บุญมาจึงบอกสมศรีไปกันสองคนเดี๋ยวให้เด็กที่ตลาดช่วยถือของกลับมา

“ไม่ ฉันไม่ไปไหนทั้งนั้น ฉันทนนังหนูป่วนนี่ไม่ไหวแล้ว พ่อเขารักขนาดนี้ ยังจะแง่งอนใส่เขาไม่รู้จักจบจักสิ้น นี่ฉันจะบอกอะไรให้นะ เรื่องไอ้แก้วน่ะ...” สมศรีทนไม่ไหว

“เฮ้ย! อย่าไปยุ่งเรื่องในครอบครัวเขา ให้เขาไปคุยกันเอง” บุญมาปราม

“ไม่...ฉันจะเล่าความจริงให้มันฟัง ต้องมีใครสักคนพูดเรื่องนี้...ไอ้แก้วมันไม่ได้ขโมยเงิน ไม่ได้นอกใจ ที่มันต้องออกไปเพราะโรสมันตามใจแก” สมศรีเล่าเรื่องทั้งหมดว่าตอนที่แก้วเข้าไปเก็บของ โรสตามเข้าไปบอกแก้ว “พี่ขอโทษนะ พี่อยากชดเชยให้หนูมาลี พี่ไม่เคยคิดเลยว่ามันสำคัญสำหรับเขาขนาดนี้” แก้วย้อนถามว่าเราจะเลิกกันหรือ “พี่ไม่รู้ พี่รู้แต่ว่า เราห่างกันสักพักเถอะนะ พี่อยากให้หนูมาลีรู้สึกมั่นคงก่อนสักระยะหนึ่ง เขาคงรู้สึกโดดเดี่ยวมานาน พี่ทิ้งเขามานานเกินไป เขาถึงกลายเป็นแบบนี้ ไม่ว่าเขาจะผิดหวังหรือสมหวัง พี่อยากให้เขารู้ พ่อจะอยู่ข้างเขาเสมอ” แก้วสวมกอดบอกตนให้เขาได้ทุกอย่าง โรสน้ำตาไหลริน

หนูมาลีฟังแล้วอึ้ง สมศรีย้ำที่แก้วโดนไล่ไปเพราะโรสเอาใจเธอ บุญมาดึงสมศรีออกไปตลาด...ไม่ทันไร มือถือหนูมาลีดังขึ้น เธอกดรับสาย เสียงโรสดังออกมา

“แกไม่ได้เป็นส่วนเกิน อย่าไปคิดอะไรแบบนั้น ฉันมันคนขี้โมโหปากเสีย แล้วแกมันก็คนปากไว ฉันน่ะเกลียดที่สุดเลยคนชอบเถียง ก็ดันต้องมาอยู่กับแกเอาเถอะ อีกหน่อยมันคงดีขึ้น พรุ่งนี้ขอให้โชคดีแล้วกันนะ” พูดจบโรสวางสาย

หนูมาลีลุกมองเข้าไปในบ้าน จดๆจ้องๆ จะเดินไปหาพ่อ แต่แล้วก็วิ่งร้องไห้ออกจากร้าน ทองทากำลังสอนการะเกดกับชงโคร้องเพลง จู่ๆหนูมาลีก็ร้องไห้เข้ามา ทุกคนตกใจ หนูมาลีรำพันว่าตนเป็นตัวป่วน ตนใส่ร้ายแก้ว ชงโคเตือนเอาแต่ร้องไห้เดี๋ยวพรุ่งนี้ไม่มีเสียง อธิแนะนำให้ปรับความเข้าใจกัน แต่หนูมาลีไม่กล้าสู้หน้าโรสเพราะบางทีเขาก็ทำเหมือนรัก บางทีก็ทำเหมือนตนเป็นภาระ ทองทาปลอบใจอย่างผู้มีประสบการณ์

“ความรักไม่ใช่การพูดดีกันอย่างเดียวหรอก เพราะทะเลาะกันนี่แหละ ถึงเรียกว่ารัก”

“ถ้าเรายังทะเลาะกัน แสดงว่าเรายังแคร์กัน แต่เมื่อไหร่เราเมินเฉยต่อกันนี่ต่างหากน่ากลัว” อธิเสริม

ทองทาจึงบอกเรื่องที่โรสตามมาวันที่หนูมาลีหิ้วกระเป๋ามาบ้านตน แล้วโรสก็เป็นคนขอร้องให้ตนสอนร้องเพลงให้หนูมาลี ทองทานึกถึงคำของโรส...เราทุกคนโตขึ้นเพราะได้โอกาสจากใครคนหนึ่งเสมอ อย่าปฏิเสธที่จะให้โอกาส เพราะมันอาจจะเป็นแค่โอกาสครั้งเดียว ในชีวิตเขา...หนูมาลีตะลึง ไม่คาดคิด เพราะพ่อไม่ได้อยากให้ตนประกวดด้วยซ้ำ ทองทาย้ำ

“ถึงจะคิดไม่เหมือนกัน แต่ครอบครัวอยู่ข้างเดียวกันเสมอ...พี่ตัดสินใจแล้ว คิดมาหลายวันแล้วด้วย พี่จะเปลี่ยนเพลง”

ทุกคนตกใจ รวมทั้งอธิ เพราะพรุ่งนี้จะเป็นวันประกวด แต่ทองทาให้แง่คิด...ไอน์สไตน์กล่าวว่า ถ้าทำอะไรแล้วมันผิด อย่าฝืนทำต่อ มันต้องเปลี่ยนตั้งแต่กระบวนการความคิด...ทองทาจะให้สามสาวร้องเพลงตามแนวของตัวเอง ไม่ต้องประสานเสียงกันอีก สามสาวมองหน้ากันงง

เย็นนั้นทั้งสามสาวต้องซ้อมหนักไม่กลับมาช่วยที่ร้าน โรสจึงให้เปิดร้านแค่ครึ่งเดียว...ทองทาพาสามสาวขึ้นมาบนดาดฟ้าตึก ให้ทำเหมือนอย่างที่เคยให้หนูมาลีทำ คือยืนหลับตา ยื่นมือออกไป เลือกเพลงที่จะร้องกันใหม่ โดยให้นึกถึงเพลงที่บอกความเป็นตัวเอง ทองทาถาม

“สัมผัสได้ไหม ในโลกนี้มีพลังงานแฝงบางอย่าง พลังที่จะสร้างปาฏิหาริย์”

“โห...ถ้าฉันสัมผัสได้ ฉันคงเป็นชงโคจิตสัมผัส ไม่มาเป็นเด็กเสิร์ฟหรอก” ชงโคบ่น

ทองทาเอ็ดให้หลับตา “ทำสมาธิต่อไป พี่จะสอนให้ วิธีเรียกพลังแฝงในตัวเธอออกมา พลังแบบนี้จะทำให้เธอชนะ ทั้งที่เป็นเด็กเสิร์ฟ ทั้งที่ไม่ได้ซ้อม” สีหน้าทองทามีแผนการใหญ่

ooooooo

สถานีเอ็มเอ็มแชนแนลในวันแข่งขัน บรมกับแซนดี้นั่งเก้าอี้คอมเมนเตเตอร์ เสียงเพลงกระหึ่มกำลังจะมีการถ่ายทอดสด พิธีกรสองคนเตรียมตัว ข้างๆมีจอทีวีไว้แสดงผลโหวตจากทางบ้านเป็นลักษณะกราฟแท่ง มีสื่อมวลชนและผู้คนเข้าชมจำนวนไม่น้อย

พอเริ่มรายการ พิธีกรกล่าวทักทาย และชี้แจงรายละเอียด ว่ามีผู้เข้ารอบ 30 คน จะร้องเพลงประกวด โดยผู้ชมทางบ้านเป็นผู้ตัดสิน รักใครชอบใครก็โหวตเข้ามาจนถึงเวลาสี่โมงเย็น

หนูมาลี การะเกดและชงโค แต่งหน้าแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย ทองทาย้ำเตือน “ตอนนี้ความรู้เรื่องการร้องเพลง พวกเธอเรียนมามากพอแล้ว ตอนนี้ขอให้ลืมไปให้หมด ต่อไปนี้ ใช้หัวใจร้องเพลง อย่าใช้สมองร้องเพลง”

การะเกดตื่นเต้นจนคลื่นไส้ อธิหาน้ำมาให้ดื่ม ทองทาให้ทุกคนลืมว่าวันนี้เป็นการประกวด ลืมว่าเป็นการแข่งขัน “จำไว้แค่ว่าการร้องเพลงคือการสื่อสาร ร้องออกมา กลั่นมันออกมา ราวกับว่านี่เป็นเสียงสุดท้ายของชีวิตเรา”

อธิรู้สึกว่าเป็นความคิดที่บ้า จู่ๆมาเปลี่ยนเพลง ทองทาย้ำอย่าลืม พลังงานแอบแฝงที่จะสร้างปาฏิหาริย์ อธิยังไม่เข้าใจ ทองทาบอกอธิไม่ต้องรู้เพราะไม่ได้แข่ง อธิเอาสายสิญจน์จากหลวงพ่อดังวัดบ้านโคกมาผูกข้อมือให้ทั้งสามสาว...พอดีสตาฟฟ์มาเชิญผู้ปกครองและครู

ทั้งหมดออกไปรอที่ห้องโถง ทองทาเดินปะปนออกมากับอธิเจอโยทะกาเข้าพอดี ทองทาโกหกว่าอธิชวนมาหาเธอ โยทะกาสีหน้าไม่ดี บ่นว่า

“วันนี้วันประกวด พี่ยุ่งมาก ยายเบลก่อเรื่องแล้ว หนีไปเที่ยวเกาหลีตั้งแต่วันก่อน”

“เอ้า...ไหนว่าตั้งใจนักหนา”

โยทะกาอ่อนใจยอมรับเป็นความผิดตัวเองที่ประมาท ไม่หาคนไปเฝ้า ตกดึกเบลจึงหนีไปเมื่อสามวันก่อน “ตามกำหนด คุณเบลจะบินกลับมาเมื่อเช้า ทันขึ้นร้องเพลง แต่เกิดพายุเข้า สนามบินที่นั่นปิด เขาบินไม่ได้ จนตอนนี้ยังออกจากสนามบินไม่ได้เลย จะเข้าประกวดยังไง”

อธิเผลอดีใจเสียงดังที่หมดคู่แข่งไปหนึ่ง โยทะกามองงงๆ...ด้านเบลกับเพื่อนๆนั่งจ๋อยอยู่ในโรงแรมใกล้สนามบิน เบลบ่นอุบไม่น่าเชื่อเพื่อนมาเกาหลี ทั้งนีน่าและยาหยีหน้าเสีย พลันบุณฑริกโทร.เข้ามา เบลไม่ยอมรับสาย ยาหยีจึงเอามารับสายแทน แล้วบอกว่าสนามบินแจ้งถ้าฟ้าเปิดเมื่อไหร่จะให้เราบินกลับเที่ยวแรกทันที เสียงบุณฑริกโวย

“เธอสองคนนะ พาหลานสาวฉันหนี กลับมาฉันจะยึดกระเป๋า ยึดนาฬิกา จะเก็บเงินค่าเครื่องบินจากพ่อแม่เธอ คอยดู”

โยทะกาเข้ามารายงานเมืองแมนกับบุณฑริกว่าตรวจสอบแล้วกว่าจะขึ้นบินได้อีกชั่วโมงหนึ่ง เดินทางอีกหลายชั่วโมงกว่าจะถึงกรุงเทพฯ อย่างไรก็เข้าแข่งไม่ทัน บุณฑริกเสียดายที่ซ้อมมาเป็นเดือน หมดเงินค่าจ้างครูไปมากมาย เมืองแมนโพล่งขึ้น

“ฉันไม่ยอมแพ้หรอก เบลต้องเข้ารอบ”...โยทะกาได้ยินตกใจ เมืองแมนตั้งใจทำอะไรสักอย่าง กดโทรศัพท์หามิสเตอร์ปาร์ค เพื่อนที่เกาหลี

โยทะกาฟังแล้วรู้สึกไม่พอใจเพราะเป็นการโกง เมืองแมนให้เพื่อนที่นั่นจัดการทุกอย่างที่เขาต้องการให้ บุณฑริกเห็นดีด้วย โยทะกาแย้งว่า แค่เบลเป็นลูกเจ้าของสถานีลงแข่งขันเองก็เป็นที่ครหา ตนอยากให้รักษากติกา ถ้าไม่มีความรับผิดชอบก็เป็นศิลปินไม่ได้

“คุณเมืองแมน คุณเป็นคนกลาง เป็นคนรักษากฎ คุณต้องยุติธรรมนะคะ”

“กฎมีเอาไว้แหก ไม่มีความยุติธรรมในโลกนี้หรอก” เมืองแมนยิ้มอย่างมีแผน

ooooooo

ทองทากับอธินั่งอยู่ในห้องโถงร่วมกับบรรดานักข่าว บรมกับแซนดี้ซึ่งเป็นคอมเมนเตเตอร์นั่งฟังนักร้องคนแรกคือภูมิ ทุกคนรู้ว่าร้องได้ดีมาก...ด้านโรสกับบุญมา ฟังก็รู้ว่าภูมิร้องดี

ประชาชนทั่วไปทั้งพ่อค้าแม่ค้า วินมอเตอร์ไซค์ คนในร้านอาหาร ต่างดูรายการนี้ เมื่อร้องจบพิธีกรบอกให้ฟังคอมเมนต์จากบรมและแซนดี้ แล้วดูคะแนนโหวตที่ทางบ้านเริ่มโหวตเข้ามาได้เลย คะแนนออกมาสูงไม่น้อย

เกิดปัญหาเล็กน้อยกับกลุ่มของหนูมาลี เพราะพวกเธอสมัครมาเป็นทีมแต่ขอเปลี่ยนเพลงกะทันหัน เป็นร้องคนละเพลง สตาฟฟ์บ่นอุบ พอดีโยทะกาเดินผ่านมา หนูมาลีรีบขอร้อง

“คุณเป็นผู้อำนวยการโครงการนี้ใช่ไหมคะ ช่วยพวกเราด้วยค่ะเรามีเรื่องขอความช่วยเหลือ” หนูมาลีอธิบายเหตุผลที่ขอเปลี่ยนจากร้องเพลงประสานเสียง

มาร้องตามสไตล์แต่ละคน

ระหว่างนั้น น้อยหน่าซึ่งเป็นนางงามภูไทขึ้น ร้องเพลง หนูมาลีถามโยทะกาว่าเธอเป็นคนต่างจังหวัดหรือเปล่า โยทะกาชะงัก ไม่มีใครเคยรู้เบื้องหลังเธอสตาฟฟ์

รีบบอกว่า โยทะกาเป็นอดีตนางงาม เกิดและโตที่กรุงเทพฯ ใครๆก็รู้ทั้งประเทศ โยทะกาหลบตาเพราะเป็นเรื่องโกหกที่สร้างขึ้นสมัยประกวด หนูมาลีจึงเรียบเรียงคำพูดใหม่

“คุณมาจากครอบครัวที่ดีมีโอกาสเยอะแยะ

ใช่ไหมคะ ลองนึกถึงคนที่ไม่มีโอกาสดูสิคะ เราสามคนเป็นแบบนั้น ช่วยเราด้วยนะคะ”

สตาฟฟ์อธิบายโยทะกาว่าเอกสารและเว็บไซต์ ทุกอย่างระบุไว้หมดแล้ว โยทะกามองหน้าหนูมาลีรู้สึกถูกชะตา หวนนึกถึงคำพูดของเมืองแมนก็รู้สึกแค้นใจ “ในเมื่อกฎมีไว้แหก ความยุติธรรมไม่มีจริง...ถ้าอย่างนั้น ฉันจะให้โอกาสเธอ ไปเตรียมตัวร้องเพลงได้ แต่เพื่อความยุติธรรมกับคนอื่น เธอสามคนยังเป็นทีมเดียวกันอยู่ คะแนนโหวตจะเข้ามาที่เธอทั้งสามคนในลักษณะเฉลี่ยคะแนนกัน ชนะ ชนะด้วยกัน แพ้แพ้ด้วยกัน ตกลงไหม”

ทั้งสามสาวตอบตกลงพร้อมกัน ยื่นแบ็กกิ้งแทรคให้ โยทะกาส่งสตาฟฟ์ไปจัดการ หนูมาลีรู้สึกซาบซึ้งใจมาก...

ด้านผู้เข้าประกวด ร้องไป 15 คนแล้ว ทองทารู้สึกว่า

ที่น่ากลัวมี ภูมิ น้อยหน่า ทิมมี่ จนมาถึงโกมินทร์ที่กำลังร้องเพลงลูกทุ่งได้กินใจมาก คะแนนของทุกคนพุ่งขึ้น พิธีกรประกาศว่า คะแนนสูงสุดตอนนี้เป็นของภูมิตามมาด้วยทิมมี่ โกมินทร์และน้อยหน่า จนกระทั่งผ่านไป28คน ต่อไปเป็นทีมหนูมาลีและปิดท้ายด้วยเบล น้อยหน่ารู้สึกหวั่นใจ ถ้าทั้งสองคะแนนสูงตนต้องหลุดหนึ่งในห้าแน่

พอถึงคิวของกลุ่มหนูมาลี บุญมากับโรสเฝ้าดูทีวี แอบกดโหวตให้กันยกใหญ่ พิธีกรอธิบายว่าสามสาวเป็นสาวเสิร์ฟร้านคาราโอเกะ มาจากต่างจังหวัด แต่มีความฝันจะเอาเงินรางวัลไปช่วยเหลือครอบครัว ขอให้ช่วยโหวตให้สามสาวสมหวังด้วย...ชงโคเริ่มร้องเป็นคนแรก ทองทาจ้องมอง ภาวนาให้ไม่มีความผิดพลาด

คืนที่ทองทาให้ชงโคขึ้นไปบนดาดฟ้า เขาให้เธอหลับตายื่นมือออกไปแล้วคิด “ชงโค เธอคือความร่าเริงสดใส จำไว้นะ คนที่รักตัวเองคือคนที่สวยที่สุด ส่งความรู้สึกนี้ออกมาให้ได้”

“ฉันไม่สวย ฉันไม่รวย แต่ผู้ชายทุกคนต้องหันมามองฉัน คอยดู” ชงโคมุ่งมั่น

เพลงที่ชงโคร้องเต้น โดดเด่นเป็นที่สนใจของคนดู คะแนนโหวตพุ่งเข้ามา ทองทายิ้มปลื้มที่เปิดตัวได้สวยงาม สีหน้าบรมกับแซนดี้พึงพอใจ พอถึงคิวการะเกด เธอรู้สึกประหม่า หลับตานึกถึงคำพูดของทองทา ให้ตนคิดถึงบ้านเหมือนคนอีกล้านล้านคนข้างล่าง เวลาร้องเพลงให้ใช้ ความรู้สึกนี้ ร้องเพลงออกมาด้วยความคิดถึงสุดหัวใจ... เสียงร้องของการะเกด กินใจคนฟังไม่น้อย พ่อค้าแม่ค้าพากันโหวตให้ ทองทาฟังแล้วพอใจมาก หนูมาลียืนอยู่ข้างเวทีรอคิวต่อไป

หนูมาลีคิดถึงคำของทองทาเช่นกัน “คู่รักทุกคู่ ทุกชาติทุกภาษา จะต้องเคยทำอย่างหนึ่ง อัดเทป อัดเพลง ส่งเพลงบอกรัก บอกบางสิ่งบางอย่างกับคนบางคน ที่พูดไม่ได้ พูดไม่เป็น ก็ร้องเพลงให้เขาฟัง...คนข้างล่างเป็นล้านล้านคน ทุกวันวิ่งไปด้วยพลังงานแฝงที่เขาไม่รู้ตัว อยากรู้ไหมพลังงานแฝงที่ทำให้เราสร้างปาฏิหาริย์ได้คืออะไร... พลังความรัก รักตัวเอง รักคนอื่น”

จบเพลงของการะเกด พิธีกรประกาศชื่อหนูมาลีเริงร่า อากาศดี เธอเดินถือดอกกุหลาบขาวออกมาพร้อมเสียงเพลง ความหมายสื่อถึงคำขอให้ยกโทษ...ไม่มีสิทธิ์ ทำอะไรให้เธอคืนมา รู้ว่าเธอนั้นฝังใจ เมื่อฉันได้ทำผิดเคยทำลายใจเธอลงไป ก็รู้ว่าคงไม่มีทางได้เธอคืนมา วันแต่ละวัน ทรมาน เพียงแค่คิดว่าเคยทำลายรักที่เคยมี มันผ่านไปนานผ่านเป็นปี ความผิดนี้ก็ยังคอยย้ำซ้ำเติมทุกวันไม่อาจจะบอกให้เธอลืม แค่เพียงให้เธอยกโทษให้กันจากบาปที่ฉันก่อไว้ ปลดปล่อยให้ฉันได้ไหม ก็ขอเท่านี้เอง...

ภาพอดีตที่โรสอุ้มชู ป้อนข้าว ภาพโรสเต้นคาบาเร่ต์ ภาพหนูมาลีผิดหวังเถียงกับโรส ผุดขึ้นในความนึกคิด น้ำตาหนูมาลีไหลริน...โรสมองจอทีวี รับรู้อารมณ์ที่ลูกส่งมา น้ำตาโรสไหลแต่ปลาบปลื้มใจ สมศรีอึ้งหันไปเปรยกับบุญมาและปลาถึงเพลงที่หนูมาลีร้องว่าร้องให้โรส

ประชาชนดูรายการน้ำตาปริ่มซาบซึ้งกับเพลงที่หนูมาลีร้อง ต่างช่วยกันโหวตให้เธอ บุญมาฟังแล้วรู้ว่าเยี่ยมมาก ทองทาเองก็ทึ่งบอกอธิที่นั่งข้างๆว่า “พลังงานแฝง นี่แหละที่ฉันพูดถึง”

อธิเพิ่งเข้าใจความหมาย จบเพลง พิธีกรออกมากล่าว เมื่อครู่ทุกคนในห้องนี้แทบหยุดหายใจ เซอร์ไพรส์กับเสียงร้องของสาวเสิร์ฟผู้มาจากต่างจังหวัดผู้นี้จริงๆ...ทองทาดีใจสุดๆ

“ปาฏิหาริย์จริงๆ แกทำได้ไงวะ สุดยอด” อธิดีใจไปกับทองทาพิธีกรแจ้งผลโหวตว่า การะเกด ชงโค และหนูมาลีว่าคะแนนโหวตเฉลี่ยแล้วมาเป็นอันดับที่ 5...คนสุดท้ายคือเบล น้อยหน่าโล่งอกที่ตัวเองยังอยู่อันดับ 4 แต่ภูมิ ทิมมี่ และโกมินทร์คุยกันว่ายังไว้ใจไม่ได้ เพราะเบลเป็นเด็กเส้นที่น่ากลัว...อธิเองก็บอกทองทาว่า เบลมาเข้าประกวดไม่ทัน กลุ่มหนูมาลีก็มีหวัง แต่แล้วพิธีกรประกาศถึงผู้เข้าประกวดคนสุดท้าย

“คุณบุษบาบัณหรือเบล เข้ารอบมาด้วยคะแนนอันดับที่ 30 พอดี ท่ามกลางกระแสต่อต้าน แต่ทุกวันเราจะเห็นภาพเธอผ่านทางโซเชียลมีเดีย ซ้อมร้องเพลง ซ้อมเต้นอย่างหนัก ทำให้ฐานคะแนนของเธอเพิ่มสูงขึ้นในช่วงเวลาที่ผ่านมา” พลัน สัญญาณทีวีดับวูบลง พร้อมกับเสียงร้องของเบลดังขึ้น ทุกคนงุนงงรวมทั้งพิธีกร ที่บอกว่าทางห้องคอนโทรลขึ้นคำขอโทษ

ทองทารู้สึกผิดปกติ จึงเดินออกจากห้องโถงมาที่หน้าห้องสตูดิโอออกอากาศ เห็นมียามเฝ้า จึงหาทาง หลบหลีก จนเข้ามาในห้องได้ ภาพที่เห็นในจอทั้งหมด ไม่มีคนร้องเพลงบนเวที“ทุเรศที่สุด! ตัวเบลอยู่เกาหลี แค่ส่งสัญญาณมา”

ทางเกาหลี ในห้องจัดเลี้ยงของโรงแรม ถูกเซ็ตเป็นห้องให้เบลร้องเพลง แล้วส่งสัญญาณเสียงมายังรายการ เบลขับร้องได้ดี แต่แซนดี้ซึ่งรักความถูกต้องไม่พอใจอย่างมาก

“เกิดมาฉันไม่เคยโกหกใครขนาดนี้เลย” แซนดี้กำมือแน่นที่ไม่สามารถทำอะไรได้เพราะเมืองแมนและบุณฑริกมาขอร้องเธอกับบรมให้ร่วมมือ ให้คิดว่าเบลร้องเพลงอยู่บนเวที แซนดี้แย้ง แบบนี้ไม่ถูกต้อง คนที่ไม่เข้าแข่งต้องถูกตัดสิทธิ์

บุณฑริกโวย ถ้าขอแค่นี้ไม่ได้ก็ไม่ต้องอยู่ในรายการ แซนดี้มองหน้าเมืองแมน เขากลับเห็นด้วย ถ้าไม่ช่วยไม่ต้องอยู่ แซนดี้สะเทือนใจมาก บรมยิ้มอย่างสะใจที่แซนดี้โดนตอกหน้า

เสียงพิธีกร คนดูถามกันเซ็งแซ่ว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมสัญญาณภาพไม่ปรากฏ ทองทากลับเข้ามาในห้องโถงที่จัดไว้ให้ทุกคนดูจอใหญ่ อธิกระซิบถาม

“เป็นไง ตกลงคุณเบลกลับมาทันหรือวะ เฮ้อร้องดีเสียด้วย แบบนี้ถ้าคะแนนนำ จะเบียดให้ทีมเราหลุดได้เลยนะ”

“คนที่มันเกิดมามีทุกอย่าง แล้วยังคิดจะเอาเปรียบคนอื่น นี่มัน...” ทองทาเจ็บใจ

อธิไม่เข้าใจเกิดอะไรขึ้น เสียงตากล้องสั่งทางเฮดโฟนบอกพิธีกรว่าสัญญาณมาแล้วสแตนด์บายหลังโฆษณา คะแนนโหวตเข้ามาทำให้กราฟของเบลกับกลุ่มหนูมาลีเบียดกัน...ผู้ชมทางบ้านกดโหวตคนที่ชอบเข้ามาถล่มทลาย บุณฑริก นีน่าและยาหยีช่วยกันกดโหวตให้เบล

หนูมาลี การะเกดและชงโค ลุ้นสุดชีวิต ว่าจะมีใครโหวตให้พวกตน แต่เสียงพิธีกรประกาศว่า คะแนนทีมพวกเธอสูงไม่น้อย ภูมิท่าทางหยิ่งไว้ตัว เปรยออกมาว่า สาวเสิร์ฟกับลูกสาวเจ้าของสถานี ศึกครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก ทิมมี่ชอบผู้หญิงทุกคนที่สวย แอบเชียร์กลุ่มหนูมาลี ส่วนโกมินทร์ดูจะมีจิตใจดีกว่าเพื่อน ให้กำลังใจ

“ลูกทุ่งคือกัน ขอให้ชนะนะ”

น้อยหน่าหน้าบึ้งเพราะคะแนนตัวเองลดลง แต่จำต้องทำเป็นดีใจด้วยกับหนูมาลี ชงโคกระซิบการะเกด “พูดตามมารยาท ไม่ต้องพูดก็ได้มั้ง”

พิธีกรประกาศ “เหลือเวลาอีกนาทีเดียวจะปิดโหวต สรุปคะแนน ภูมิ ทิมมี่ โกมินทร์และน้อยหน่า สี่คนนี้เข้ารอบค่อนข้างแน่นอนที่เป็นปัญหาคู่คี่สูสีมาด้วยกันคือคู่ทีมสาวเสิร์ฟและเบล บุษบาบัณ นะคะ...เอ๊ะ คะแนนหยุดแล้ว ตอนนี้คุณเบลน้อยกว่าในหลักร้อยเท่านั้น ยังเหลือเวลาอีกนิด นับถอยหลัง 9 8 7...”

เบลกับเพื่อนนั่งดูรายการอยู่ที่โรงแรมในเกาหลี เบลยอมไม่ได้ที่จะแพ้ทีมสาวเสิร์ฟ สั่งนีน่ากับยาหยีกดโหวตไม่หยุด...พิธีกรนับถอยหลังจนปิดโหวต กล้องซูมไปที่กราฟผลปรากฏว่าคะแนนเบลและพวกหนูมาลีเสมอกัน ทุกสายตาตกตะลึง เมืองแมนกับบุณฑริกงงไม่อยากเชื่อ “นี่แทบจะเป็นเรื่องหนึ่งในล้านเลยนะคะนี่ คะแนนโหวตเป็นหมื่นเท่ากันเนี่ย...แบบนี้เท่ากับว่า เข้ารอบทั้งทีมสาวเสิร์ฟและคุณเบลค่ะ” พิธีกรประกาศสรุปผล

ทองทากับอธิดีใจ ในห้องแต่งตัว หนูมาลี การะเกดและชงโคกระโดดตัวลอยด้วยความดีใจ สามสาวออกจากห้องแต่งตัวมาเจอทองทากับอธิเข้าพอดี หนูมาลีขอบคุณทองทาอย่างจริงใจ สตาฟฟ์ตามสาวๆให้ไปที่ห้องโถงเพราะจะมีการสัมภาษณ์ ทองทาให้อธิไปกับสามสาวก่อน ตนมีธุระต้องจัดการ ทองทาเดินแยกตัวไป

ทองทามาที่ห้องเมืองแมน เลขาขวางไม่ให้เขาเข้าไป เขาไม่สนใจยื้อจะเข้าให้ได้ เผอิญโยทะกาเดินมาจึงบอกเลขาว่าทองทาเป็นลูกชายเมืองแมน เลขายิ้มแหยๆ

ถอยออก...ทองทาเข้ามาในห้องโวยเมืองแมนกับบุณฑริกทันที “เบลยังอยู่เกาหลี เขาไม่ได้อยู่บนเวทีจริงๆ”

โยทะกาอึ้งถามรู้ได้อย่างไร ทองทาบอกว่าตนเห็นกับตา เมืองแมนไม่ยี่หระ ถามจะเอาอย่างไร ทองทาต้องการความยุติธรรม เมืองแมนโต้ “เบลเป็นน้องสาวแก เขาใช้ความพยายามมาสามเดือนเหมือนคนอื่น วันนี้ถ้าไม่มีพายุ ไม่มีฝนตก เขาก็กลับมาร้องทัน”

“ถ้าเขาเห็นว่ามันสำคัญจริงๆ เขาต้องไม่ไปตั้งแต่แรก แต่นี่เขายังห่วงความสนุกสนาน” เมืองแมนตบโต๊ะปัง ชี้หน้า “ได้ ถ้าแกอยากทำลายฉัน ทำลายน้อง ทำลายที่นี่ แกก็ออกไปบอกนักข่าวเลย ฉันจะได้รู้ว่าแกมันอกตัญญู”

โยทะกาช่วยไกล่เกลี่ย บอกทองทาว่า เบลเข้ารอบมาเป็นลำดับสุดท้าย คะแนนเหล่านั้นเป็นคะแนนดิบจากทางบ้านจริงๆ คราวหน้าถ้าเธอทำไม่ดีมีสิทธิ์หลุด ทองทาไม่พอใจเพราะคนทั่วไปแสวงหาโอกาสแทบตาย แต่คนที่มีโอกาสอยู่แล้วกลับไม่เห็นค่า ทำเล่นกับชีวิตอยู่ได้...ทองทากลับออกไป บุณฑริกถามเมืองแมนว่าทองทาจะบอกนักข่าวไหม เมืองแมนหวั่นใจให้โยทะกาตามประกบทองทาไว้

ooooooo

มาลีเริงระบำ

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด