ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    มาลีเริงระบำ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: สน ยุกต์ ประกบ แพทริเซีย กู๊ด ละครสนุกใน "มาลีเริงระบำ"


    ทองทากับอธิยังนั่งทานอาหารในร้านเอสเคปของโรส หนูมาลีเอ่ยถามทองทา ถ้าอธิไม่ขอให้พามาเขาจะมาหาตนไหม ทองทาย้อนถามทำไมที่ผ่านมาถึงไม่โทร.หาตนบ้าง

    “ก็คิดจะโทร.อยู่ ยิ่งวันนี้ยิ่งคิดใหญ่ พี่สอนหนูร้องเพลง เต้นรำได้ไหม”

    ทองทาเอะใจย้อนถาม เพิ่งคิดวันนี้ใช่ไหม หนูมาลีพยักหน้า พอเห็นสีหน้าทองทาน้อยใจรีบแก้ตัวว่า วันก่อนก็คิดจะโทร.หา ทองทาตอบหนักแน่นว่าตนสอนไม่ได้ หนูมาลีจึงเสนอค่าสอนจะกี่หมื่นตนก็จ่าย หรือจะเอาเป็นส่วนแบ่ง 20 เปอร์เซ็นต์จากรายได้ตนก็ให้... ทองทาส่ายหน้า ชงโคทะลุกลางปล้อง “ฉันว่าพี่เขาไม่เก่งจริงหรอก”

    หนูมาลีเอ็ดเพื่อน ชงโคยังพล่าม “ฉันพูดจริง เธอน่ะไม่รู้หรอก คนกรุงเทพฯน่ะเก่งเรื่องสร้างภาพคุยโม้คุยโต หาเจ๋งจริงๆยากจะตาย”

    ทองทายิ้มแล้วลุกเดินไปขึ้นบนเวทีกระซิบกับนักร้อง สักพักเขาก็เปล่งเสียงเพลงออกมาโดยไม่มีดนตรี เนื้อหาทำนองชีวิตตัวเองช่างหดหู่ แต่แล้วเหมือนมีแสงสว่างจากเด็กสาวคนหนึ่งมาสร้างความสดใสให้กับตน อยากให้เธอรู้ว่าตนจะยืนเคียงข้างเธอไม่จากไปไหน...

    เสียงร้องของทองทาสะกดทุกคนในร้าน แม้แต่โรส บุญมาและสมศรียังชะงักค้างในสิ่งที่ทำอยู่ ย้งยี้ถึงกับเพ้อ

    “นังโรส...ใครอ่ะ หล่อแมนแฮนซั่มน่าขยี้ขยำให้หนำใจ นี่ฉันไม่ได้ทะลุไปแดนกิมจิเจอซุปตาร์เกาหลีใช่ไหม”

    ชงโคอ้าปากค้าง ทองทาเดินเข้ามาจูงมือหนูมาลีให้ลุกขึ้นร่วมร้องเพลงไปกับเขา ทั้งสองเต้นรำ ร้องเพลงคู่กันอย่างกลมกลืน ทำให้คนในร้านตะลึงพรึงเพริด...

    สมศรีถึงกับอุทาน

    “อย่างกับกิ่งทองใบหยก”...บุญมาเห็นด้วย

    จบเพลงทั้งทองทาและหนูมาลียังยืนสบตากันอย่างใกล้ชิด คนในร้านปรบมือเกรียวกราว โรสเขวี้ยงขวดน้ำไปกลางเวที ตะโกนว่าจะยืนชิดกันอีกนานไหม... ทั้งสองผละออกจากกันเขินๆ

    หลังจากนั้นทองทาเดินมาล้างมือหลังร้าน หนูมาลีตามมาถามว่าเสียงร้องตนเป็นอย่างไรบ้าง ทองทาตอบว่าก็ดี หนูมาลีให้ช่วยวิจารณ์จริงจัง เขาย้อนถามพร้อมจะฟังหรือ เธอพยักหน้า

    “ไม่มีแก้วเสียง ไม่มีทักษะ ไม่มีเทคนิค เธอไม่เคยเรียนร้องเพลง ไม่เคยเรียนเต้น เธอไม่รู้อะไรเกี่ยวกับการร้องเพลงและเต้นเลย”

    “แต่ฉันเคยชนะประกวดร้องเพลงทุกปีที่อำเภอ”

    “แต่นี่เวทีระดับประเทศ เธอจะชนะได้ยังไง พี่ไม่เห็นทาง”

    หนูมาลีหน้าเสีย อ้างคนเราถ้ามีความพยายามมันต้องชนะ ทองทาถามที่ร้านคาราโอเกะมีคนร้องเพลงดีเยอะไหม เธอบอกว่ามีทุกคืน ชี้ไปที่ชายคนหนึ่งบอกเป็นลูกค้าประจำร้องเพลงดี

    ทองทาถอนใจพยายามอธิบาย “อืม...มีใครไม่เคยฝันเป็นดารานักร้องบ้าง ใครๆก็ฝัน แล้วชีวิตจริงมันมีกี่คน หนึ่งเปอร์เซ็นต์ยังไม่ถึงเลย คนที่เหลือก็มาจบอยู่ที่คาราโอเกะนี่ไง”

    “ฉันนึกว่าพี่เป็นเทวดาที่จะมาช่วยฉันเสียอีก พี่สอนฉันได้ไม่ใช่หรือ”

    “สอนได้ แต่พี่เรียนตั้งแต่กี่ขวบรู้ไหม...7 ขวบ ส่วนคนอื่นๆที่เข้ารอบ อย่างนายภูมิ ดูก็รู้ว่าเรียนตั้งแต่เด็ก แล้วคนไม่มีพื้นฐานอย่างเธอ มีเวลาเท่าไหร่ แค่สามเดือน...”

    “พี่จะว่าฉันฝันเฟื่องอีกคนแล้ว”

    “เธอยังเด็ก เธอดูทีวีเห็นแต่ดารา เธอก็นึกว่าต้องเป็นดารา มันไม่จริงหรอกนะหนูมาลี ชีวิตมีอะไรตั้งเยอะแยะ กลับไปเรียนหนังสือเถอะหนูมาลี...เชื่อพี่” พูดจบทองทาเดินจากไป

    โรสแอบฟังหน้านิ่ง มองลูกสาวที่ยืนน้ำตาคลอ...

    ooooooo

    วันต่อมา โยทะกากับบรมแวะมาดูเบลหรือบุษบาบัณเรียนร้องเต้น เห็นว่าเธอตั้งใจจริงก็โล่งใจ เพราะมีทีมกล้องของรายการตามมาเก็บภาพด้วย โยทะกานึกได้ว่าทีมกล้องไปถ่ายกลุ่มหนูมาลีบ้างหรือเปล่า บรมบอกว่าส่งไปแล้วเห็นเอาแต่เสิร์ฟอาหาร ไม่มีอะไรน่าถ่าย

    ขณะที่โรสนั่งคิดบัญชีอยู่ หนูมาลีเข้ามาขอเบิกเงินล่วงหน้า เพื่อเอาไปเรียนร้องเต้นที่โรงเรียนของมิกซ์กับแมกซ์ เขาลดราคาให้ 20 เปอร์เซ็นต์ เหลือห้าหมื่นบาท โรสตะลึง แต่พอหนูมาลีพูดอีกว่า จะขอยืมแสนห้า เพื่อให้การะเกดกับชงโคได้เรียนด้วย โรสก็ปรี๊ดแตก

    “ฮู้ย...ไปขูดเอาที่ต้นไทรหน้าร้านเถอะ คงมีเทวดาตกลงมาพร้อมขวานเงินขวานทองให้แกไปขาย ฉันไม่มีเงินขนาดนั้นหรอก”

    พอดีแก้วยกข้าวกับน้ำมาให้โรส หนูมาลีจึงถามขึ้นว่าเงินเดือนเขาเท่าไหร่ โรสแหวใส่อย่ามาหาเรื่องแก้ว เขาไม่เกี่ยว หนูมาลีเหวี่ยง

    “ไม่ใช่พี่แก้ว งั้นก็ผู้ชายก่อนหน้านี้ เดือนๆหนึ่งร้านนี้ขายได้เป็นแสนๆ พี่จะไม่มีเงินได้ยังไง พี่ไม่อยากให้ฉันก็บอกมาเถอะ” หนูมาลีสะบัดหน้าจะเดินไป

    โรสเรียกไว้ “เดี๋ยว หยุดยืนเฉยๆก่อน ยืนตรงนี้แหละ...แกจะด่าว่าฉันซ่อนแกไว้ที่บ้านหลังเขา แล้วออกมาเสวยสุขกับผู้ชายอยู่ที่กรุงเทพฯใช่ไหม...ในเมื่อฉันซ่อนแกไว้จากความสุขสงบไม่ได้ ที่จริงแกก็โตแล้ว ถึงเวลาที่แกจะเรียนรู้ได้แล้ว” โรสดึงลิ้นชักจากโต๊ะออกมาแล้วขึ้นไปยืนบนโต๊ะ เทเอกสารในนั้นรดหัวหนูมาลี เธอตกใจมากถามอะไรกัน โรสตะเบ็งเสียง

    “หนี้ของฉัน...ในขณะที่ฉันทำงานหนัก ก่อสร้าง ทำไร่ ล้างจาน แกกำลังนั่งนอนดูทีวี ฝันเฟื่องเป็นดารา แกดูเอกสารพวกนี้ ดูซะให้เต็มตา รับรู้ให้เต็มสองหูฉันติดหนี้ธนาคารเป็นล้าน”

    “หนี้! พี่ติดหนี้หรือ!” หนูมาลีหยิบเอกสารมาดู เป็นสลิปจ่ายเงินเป็นงวดๆ

    “ยินดีต้อนรับสู่โลกแห่งความจริงนะนังชะนีหน้าสวย”

    หนูมาลีตะลึง แก้วมองอย่างเศร้าใจ...หนูมาลีวิ่งออกมานั่งร้องไห้เสียใจ การะเกดปลอบว่าเป็นเรื่องธรรมดา ใครๆก็มีหนี้กัน หนูมาลีบ่นว่าไม่มีเงินก็เท่ากับหมดหวัง ชงโคดึงมือถือตัวเองออกมาบ่นเซ็งๆ มือถือก็พัง ความหวังอยากมีบ้านมีรถก็หมดกัน ยิ่งทำให้หนูมาลีสะอื้น

    เช้าวันใหม่ การะเกดตกใจเมื่อเห็นว่าหนูมาลีเก็บเสื้อผ้าหายไปจากห้อง รีบมาบอกโรส โรสตกใจเพราะทะเลาะกันคราวก่อนรุนแรงกว่านี้ ยังไม่หนี คราวนี้ทำไมถึงไป แก้วช่วยโทร.หา หนูมาลีไม่รับสาย แต่จู่ๆก็มีข้อความส่งกลับมาว่า

    “ไม่ต้องห่วงหนู หนูแค่ออกมาอยู่กับเพื่อน” โรสเชื่อว่าหนูมาลีต้องไปอยู่บ้านทองทา ถามการะเกดรู้ที่อยู่ไหม เธอส่ายหน้า ชงโคบอกว่าตนมีเบอร์โทร.ของอธิ อ้างชอบสะสมเบอร์ผู้ชาย การะเกดสบถ กล้าชะมัด ชงโค สวน ยุคนี้ด้านได้อายอด...แต่แล้วมือถือกลับพังเปิดไม่ได้

    ด้านหนูมาลีหอบกระเป๋ามาบ้านทองทา เข้าช่วยป้าแตงลุงต๋อยทำงานในสวนและงานบ้าน พอทองทาตื่นมาเจอแปลกใจ หนูมาลีบอกว่า ตนเคยอ่านประวัติครูเพลงลูกทุ่ง เขาให้เด็กมาทำงานในบ้านแลกกับการสอนร้องเพลง ตนจะทำแบบนั้น ทองทาปฏิเสธลั่น...หนูมาลีเดินตามตื๊อ ยินดีทำงานทุกอย่างแลก ทองทาไม่ยอมอ้างชอบอยู่คนเดียว หนูมาลีขอไปอยู่กับป้าแตงก็ได้ ทองทาอ่อนใจอธิบาย เรียนไปก็ไม่ชนะ เพราะระยะเวลาเรียนไม่พอ หนูมาลีจึงเอาช้อนตักน้ำขึ้นมาเทลงให้เขาดู และหยิบฟองน้ำมาชุบน้ำบีบ

    “ช้อนตักน้ำได้แค่นี้ หนูมาลีเหมือนฟองน้ำ ไม่ต้องมีใครจับตัก ไม่ต้องใช้เวลานาน ก็สามารถเรียนรู้ได้เหมือนฟองน้ำนี่จริงๆนะ มันไม่ได้สำคัญที่เวลา มันสำคัญที่ความหิว...หิวความรู้ หิวโอกาส หนูมาลีหิว หิวในสิ่งที่มีเงินก็ซื้อไม่ได้ ทั้งจังหวัดน่านไม่มีโรงเรียนสอนเต้น ไม่มีโรงเรียนสอนร้องเพลง โอกาสมันไม่ได้มีทุกคนนะพี่”

    ทองทาลำบากใจ หนูมาลีรำพันตนมีแขนขาเหมือนคนเมือง แต่สิ่งที่พวกตนไม่มีคือโอกาสและสิ่งที่น่ากลัวกว่าขาดโอกาสคือการกีดกัน การดูถูกจากคนเมือง ทองทาแย้งไม่ใช่กีดกัน แต่มีเหตุผลที่ตนไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับโครงการนี้ที่บอกไม่ได้ หนูมาลียืนกรานจะทำงานบ้านงานสวนให้เขาจนกว่าเขาจะใจอ่อน ทองทาเซ็งกับความดื้อของเธอ

    หนูมาลีเดินไป ทิ้งกระเป๋าและมือถือไว้ ทองทาเกรงโรสจะเป็นห่วงจึงโทร.หา...โรสตั้งใจจะไปแจ้งความ ถ้ายังแจ้งไม่ได้ก็จะถามหาหมวดอธิ พอเห็นชื่อหนูมาลีโทร.มาก็รับสายโวยทันที “นังบ้า แกเป็นบ้าไปแล้วหรือ ฉันโทร.หาแกเป็นร้อยหน ทำไมไม่รับสาย...หา”

    “ผมเอง ทองทา จำผมได้ไหมครับคุณพ่อ”

    โรสแว้ดว่าตนไม่ได้เป็นพ่อเขา ทองทาสะดุ้ง “ครับพี่โรส เอ้อ หนูมาลีอยู่ที่นี่ฮะ ที่บ้านผม เขาทิ้งมือถือไว้ ผมเลยแอบโทร.หา”

    โรสอึ้ง...ไม่นานเขาแอบมาที่บ้านทองทา เห็นหนูมาลีกำลังขุดดินฟันหญ้า ก็บ่นจะทำบ้าอะไร ทองทากระซิบ ขุดขนาดนั้นคงปลูกผักกินได้ทั้งปี...จากนั้น

    ทองทากับโรสแอบนั่งคุยกัน ทองทาบอกเรื่องที่หนูมาลีมาขอร้อง แต่ตนปฏิเสธ เธอจึงลงไปทำสวนและจะอยู่เรือนแม่บ้าน

    “เห็นเขาแล้ว นึกถึงใครคนหนึ่ง” โรสเปรยขึ้น ทองทาถามว่าใคร “ตัวฉันเอง ตอนอายุเท่าเขา ออกจากทหารใหม่ๆ...”

    โรสเล่าถึงตัวเองตอนยังเป็นเรือยศ มาทำงานเป็นคนสวนที่อลิซคาบาเรต์ อลิซเห็นหน่วยก้าน...ทองทาแทรกขึ้นว่าโรสอยู่คณะคาบาเรต์นี่เองถึงได้เต้นสุดยอดมาก ตนเห็นวันก่อน

    “เทียบกับเธอไม่ได้หรอก” โรสชี้ไปที่รูปผลงานของทองทาที่แขวนบนผนัง

    “ถ้าไม่ถือว่าเป็นการละลาบละล้วง ผมอยากรู้เรื่องของคุณ เล่าให้ฟังได้ไหมครับ”

    “อยากรู้ไปทำไม”

    “ก็เอ้อ ขอโทษนะฮะ ผมแค่ อยากรู้ ผู้ชายทั้งแท่งเป็นกุหลาบอลังการแบบนั้นได้ไง”

    โรสมองทองทาหัวจดเท้าแล้วถาม “เธอเป็นพวกไหน รู้จักตัวเองหรือยัง”

    ทองทาตอบอ้อมแอ้มว่า พอรู้...โรสจึงเล่าเรื่องในอดีตเมื่อสิบปีก่อน ตั้งแต่ออกจากทหาร ตนก็มาอยู่ที่คาบาเร่ต์ ครั้งนั้นอลิซเรียกตนไปพบให้มานั่งทานข้าว

    ร่วมโต๊ะ ถามไถ่เรื่องทางบ้าน ตนบอกความจริงว่ามาหาเงินส่งไปเลี้ยงลูกกับพ่อแม่ เมื่ออลิซรู้ว่าตนไม่มีเมียก็ให้บัตรเอทีเอ็มไว้กดค่าเทอมและค่าใช้จ่ายส่งให้ลูก อลิซเป็นคนทำให้รู้จักความเป็นตัวตน

    “คืนนั้นฉันเมา ตื่นมาอีกที ที่ห้องพี่อลิซ”

    “ตอนเมา สูตรสำเร็จเลยสิท่า ผมโคตรกลัวเลย ผมกลัวจริงๆนะ ตอนเรียนที่โรงเรียนบัลเล่ต์ มีรุ่นพี่พยายามมอมเหล้าผมด้วย ดีนะ...ไม่เชื่อเขา” ทองทายิ้มๆทำนองรอดตายมาได้ แต่ก็อดถามโรสอีกไม่ได้ว่า “แล้วคุณชอบเลยหรือฮะ...เอ้อ...ขอโทษครับ”

    โรสไม่ตอบแต่บอกว่า อลิซให้ทั้งบ้านและรถ ให้ทุกอย่าง เขาเป็นทุกอย่างในชีวิตตน ถ้าไม่มีอลิซ ตนคงเข็นรถขายผลไม้อยู่ริมถนน...ทองทาแย็บถามไม่ได้กลับไปยุ่งกับผู้หญิงอีกหรือ...โรสนึกย้อนไปถึงพนักงานสาวขายตั๋วที่มาติดพันตน พยายามเย้ายวนเป่าหูว่าจะทนฝืนธรรมชาติอยู่ทำไม ตนได้บอกเธอว่า ตนมีพี่อลิซอยู่แล้ว มันไม่ใช่แค่บุญคุณ แต่มันทำให้ตนรู้จักตัวเอง รู้ว่าตนเป็นอย่างไร หญิงสาวผงะถอยทองทาตั้งใจฟัง แล้วถามตอนนี้อลิซอยู่ไหน คณะคาบาเร่ต์ยังอยู่หรือเปล่า โรสเศร้าลง

    “เกิดอุบัติเหตุรถคว่ำ พี่เขา...ตายที่โรงพยาบาล วันนั้นโลกมันมืดไปเลย พินัยกรรมพี่เขายกเงินให้ฉันก้อนหนึ่ง”

    “ยกเงินให้เลยหรือ พี่อลิซรักพี่โรสมากเลยนะนี่” ทองทาทึ่ง โรสให้ดูรูปอลิซในกระเป๋า

    “ฉันก็รักเขา เขาเป็นพี่ เป็นคนรัก เป็นทุกอย่าง ฉันทำคาบาเร่ต์ต่อ ต้องขึ้นแสดงแทน ใช้ชื่อโรสกุหลาบราตรี รู้จักกันทั้งพัทยา ฉันดังมากนะยุคนั้น” เห็นทองทา ฟังอย่างสนใจจึงเน้น “เธอเต้นเพราะชอบ แต่เราเต้นเพื่อให้มีกิน ให้มีที่ยืนในสังคม ทำได้สองปีเศรษฐกิจทรุดนักท่องเที่ยวหาย ต้องปิดตัว ก็เลยหนีเข้ากรุงเทพฯมาทำร้านอาหาร”

    “ดีขึ้นใช่ไหมฮะ”

    “หนี้เยอะกว่าเก่าอีก” จู่ๆโรสก็ลุกขึ้นลากลับทองทารีบถามไม่ไปหาหนูมาลีก่อนหรือ โรสเปรย “ฉันเจอหนูมาลีครั้งสุดท้ายตอนเขาเป็นเด็ก ฉันลืมว่าตอนนี้เขาโตแล้ว”

    ทองทาถามเขายอมให้หนูมาลีเข้าประกวดไม่ค้านแล้วหรือ โรสตัดสินใจ อยากดูลูกบ้าของลูกสาวสักตั้งว่าจะบ้าไปถึงไหน แล้วกำชับทองทาอย่าบอกว่าตนมาวันนี้...ทองทาจะบอกโรสว่าตนสอนหนูมาลีไม่ได้เพราะตนเกี่ยวข้องอย่างไรกับเจ้าของรายการ โรสตัดบท ที่เล่าเรื่องอลิซให้ฟังเพราะอยากขอร้อง ทองทาเข้าใจว่าจะเตือนไม่ให้เมาต่อหน้าเกย์ แต่โรสโพล่ง

    “เราทุกคนโตขึ้นเพราะได้โอกาสจากใครคนหนึ่งเสมอ อย่าปฏิเสธที่จะให้โอกาส เพราะมันอาจจะเป็นแค่โอกาสครั้งเดียวในชีวิตเขา...ฉันและครอบครัวฉัน มีวันนี้ได้เพราะพี่อลิซให้งานทำ ให้ความเมตตา เธอลองคิดดูอีกทีนะ” โรสเชื่อใจทองทาเพราะคิดว่าเป็นพันธุ์เดียวกับตน

    ทองทาอึ้งพูดไม่ออก...คืนนั้นหนูมาลีทำงานสวนจนปวดเมื่อยไปหมด ลุงต๋อยกับป้าแตงจัดข้าวกับน้ำมาให้กิน หนูมาลีชวนคุยเป็นคุ้งเป็นแควแต่ทั้งสองไม่ตอบเดินเข้าบ้านหน้าตาเฉย วางหมอนผ้าห่มไว้ให้เธอที่หน้าระเบียงบ้าน เพราะหวังอยากให้เธอกลับบ้านไป

    ooooooo

    เช้าตรู่วันใหม่ ทองทาในชุดวอร์มมาปลุกหนูมาลี เธออิดออดบ่นขอนอนอีกหน่อยเพราะเมื่อยมาก ยุงก็กัดนอนไม่ค่อยหลับ ทองทาชวนไปวิ่งด้วยกัน หนูมาลีต่อรองขออยู่ทำอาหารเช้าไว้รอเขากลับจากวิ่ง ขอนอนอีกสักชั่วโมง ทองทาเสียงกร้าวขึ้น

    “ไม่...ตื่นได้แล้ว เป็นนักร้องน่ะ ร่างกายต้องพร้อม ต้องวิ่งทุกวันให้ปอดมันขยาย ให้เส้นเสียงแข็งแรง ให้กล้ามเนื้อมีกำลัง” เห็นหนูมาลียังงัวเงีย “โอเค! ไม่วิ่งใช่ไหม ไม่วิ่งก็ไม่วิ่ง ไม่เรียนก็ไม่เรียน” ทองทาวิ่งออกไป

    สักครู่หนูมาลีสะดุ้งพรวดขึ้นเพิ่งนึกได้ “พี่ยอมสอนหนูแล้วหรือ ไชโย...หนูมีครูแล้ว พี่ทองทาสอนหนูแล้ว คอยด้วยพี่ ขอเปลี่ยนเสื้อก่อน พี่ๆ” หนูมาลีค้นเสื้อในกระเป๋ารีบไปเปลี่ยน

    ระหว่างวิ่ง ทองทาถามว่า คนจะประสบความสำเร็จอยู่ที่ไหน หนูมาลีตอบว่าอยู่ที่เงินตัวเดียว ทองทาเน้น เงิน เทคโนโลยี ความทุ่มเท หนูมาลีสำทับว่าใช่เลย แต่ทองทากลับบอกว่าผิดหมด อยู่ที่ร่างกาย เพราะถ้าป่วย อายุสั้น มีสามอย่างที่ว่าก็ไม่มีความหมาย หนูมาลีอึ้งเห็นจริง

    “กฎข้อที่หนึ่ง รักร่างกายตัวเอง ฝืนตื่นเช้า ฝืนออกกำลัง” หนูมาลีท่องกฎตาม...ทองทาเริ่มให้หนูมาลีวอร์มเสียง กำชับให้ทำแบบนี้ทุกวัน อยากขยายเส้นเสียงต้องฝึก หญิงสาวรับคำ

    “เรามีเวลาไม่มาก เมื่อเทียบกับคนอื่น สัญญาแล้วนะว่าจะเป็นฟองน้ำ”

    “ค่ะ...ถามหน่อย พี่เรียนร้องเรียนเต้นเพราะอะไรคะ”

    “แม่พี่เป็นบัลเล่ต์ กำลังจะไประดับโลกแต่พ่อขอให้เลิกมาแต่งงาน แม่ต้องทิ้งฝันเพราะมีพี่...พี่ก็เลยเรียนบัลเล่ต์ต่อให้แม่” หนูมาลีย้อนถามไม่ได้ชอบหรือ “ชอบสิ ตอนเด็กเต้นรำกับแม่ แม่พูดว่าการเต้นรำคือการบอกรักต่อชีวิตที่ดีที่สุด บอกรักต่อร่างกายตนเอง บอกรักคนอื่น” สายตาทองทาเจ็บปวดขึ้น “แม่ทิ้งชีวิตอันรุ่งโรจน์เพื่อผู้ชายคนนั้น แล้วผู้ชายคนนั้นก็ทรยศแม่ไปหาผู้หญิงคนอื่น ชีวิตมันก็เป็นแบบนี้”

    “บางทีพี่ดูเศร้าๆ เพราะมีปัญหากับพ่อนี่เองดนตรีและการเต้นช่วยพี่ได้ใช่ไหม เหมือนที่มันช่วยหนูให้หายเหงา ที่บ้านหลังเขาตอนที่ไม่มีพ่อไม่มีแม่”

    “อืม เราสองคนมีปัญหากับพ่อเหมือนๆกัน...ใช่ มันช่วยได้ ช่วยเราได้ทุกคน” ทั้งสองยิ้ม

    หลังจากวิ่ง ทองทาพาหนูมาลีมานั่งร้านโจ๊ก เธอทานเร็วมากขึ้นชามสอง ทองทาส่ายหน้าปราม จะเป็นนักร้องต้องระวังเรื่องกิน เธอกลับสวน “จะเป็นนักร้องต้องมีความสุข การกินนี่แหละความสุข ดูพี่สิ ยังไม่ถึงครึ่งชามเลย”

    ทองทาพูดพร้อมกับหนูมาลี เขาว่าโจ๊กร้านนี้ข้าวไม่หอม แต่หนูมาลีว่าไข่อร่อย ว่าแล้วเธอก็ดึงชามของเขามาจัดการเสียเอง ระหว่างนั้นทั้งสองมองออกไปนอกร้าน เห็นเด็กนักเรียนให้เงินขอทาน ทั้งสองก็พูดพร้อมกันอีก ทองทาว่าน่าสงสาร แต่หนูมาลีว่าน่ารักดี

    “พี่หมายถึงขอทาน”

    “หนูหมายถึงเด็กที่ให้เงินเมื่อกี้”

    “นอกจากเรื่องพ่อ เราสองคนนี่ไม่เหมือนกันเลย มองคนละมุมตลอด” ทองทาบ่นหนูมาลีอ้อน “พี่อยู่กับหนูมาลี พี่จะเห็นแต่ด้านความสุข อยู่ด้วยกันตลอดไปนะ”

    ทองทาชะงักเขินหน้าแดง หนูมาลีถามตกใจทำไม เขาไม่ได้ชอบผู้หญิงไม่ใช่หรือ ทองทานิ่วหน้า นี่ยังเข้าใจว่าตนเป็นเกย์อยู่อีก...ทองทาพาหนูมาลีเดินขึ้นตึกสูงเพื่อชมวิวเมือง เธอตื่นตาตื่นใจ ทองทาให้จินตนาการ

    “ดนตรีและศิลปะทุกอย่างคือการสื่อสาร สิ่งสำคัญคือจินตนาการ...หลับตาสิ ยื่นมือออกไป สัมผัสอะไรได้จากบทเพลง สัมผัสอะไรได้จากสิ่งรอบข้าง” เสียงลมพัดใบไม้ขยับ “ได้ยินไหม เสียงเบาๆสายลมที่พัดมา ความรู้สึกเบาๆที่เข้ามา ขยายมันออกมาพูดมันออกมา ความเศร้าอยู่รอบตัว เราเกิดมาเพื่อต่อสู้ เพื่อมีความฝัน” ทองทาหลับตายื่นมือออกไปเช่นกัน “แต่จะมีกี่คนที่ประสบความสำเร็จ...”

    หนูมาลีเอ่ยขึ้น “ความรักอยู่รอบตัว ความเมตตา กรุณาอยู่ข้างๆฉัน รู้จักกันแค่ไม่กี่วัน ยอมสอนฉัน เหนื่อยไปกับฉัน จะสำเร็จหรือไม่ก็ช่าง วันนี้ฉันมีความสุข”

    ทองทาลืมตามองว่าเธอพูดถึงใคร หนูมาลียังหลับตามือยังยื่นออกน้ำตาเธอไหลรินกล่าวขอบคุณเขาอย่างจริงใจ ทองทาซึ้งใจเอื้อมมือจะจับมือเธอ แต่แล้วชะงักไว้ มองหน้าเธอยิ้มปลื้ม

    กลับถึงบ้าน พบอธินั่งรออยู่ อธิแปลกใจเมื่อเห็นหนูมาลีแต่เช้า เธอบอกว่าเมื่อคืนนอนค้างที่นี่ อธิหน้าตื่น เธอเน้นนอนมาสองครั้งแล้ว อธิร้องเฮ้ย...ทองทาขัด

    “เฮ้ยเปล่า แกก็รู้จักฉัน ฉันเป็นคนแบบนั้นที่ไหน”

    “เออเนอะ มันไม่น่ารู้วิธีด้วยซ้ำ” อธิแขวะ หนูมาลียิ่งเข้าใจว่าทองทาเป็นเกย์ และพานเข้าใจไปว่าอธิเป็นคู่ขาเพราะเห็นชุดตำรวจแขวนอยู่ในห้องด้วย อธิไม่ทันคิดบอกว่าเวลาเบื่อนอนแฟลตก็มานอนที่นี่ หนูมาลีแซว

    “ไอ้อย่างนี้ค่อยถนัดใช่ไหม ข้าวเช้าหรือพี่ เดี๋ยวหนูเอาไปใส่จานให้นะ”

    อธิมองหนูมาลีหยิบถุงอาหารที่เขาซื้อแล้วหันมา ถามทองทา เธอหมายถึงถนัดอะไร ทองทาถอนใจ หนูมาลีนึกได้บอกทองทาว่าเดี๋ยวตนขอกลับร้านสองชั่วโมงแล้วจะมาใหม่พร้อมอาหารเที่ยง ทองทาพยักหน้า

    ooooooo

    หนูมาลีมาถึงหน้าบ้านโรส ก็เปล่งเสียงร้องเพลง ดังๆ ตั้งใจปลุกทุกคนในบ้าน โรสกับแก้วเปิดประตู ออกมา โรสโวยหนวกหูจะหาเรื่องหรือ หนูมาลีตอบหน้าตาเฉยว่าฝึกร้องเพลงตามกฎของครูให้ร้องเพลงทุกวัน วันละหนึ่งชั่วโมง การะเกดกับชงโควิ่งออกมาถาม

    “พี่ทองทาเขายอมสอนแล้วหรือ”

    หนูมาลีพยักหน้าและว่าเขาไม่คิดเงินสักบาท แถมแขวะโรส “คนรู้จักกันเขายังคอยสนับสนุน คนใกล้ชิดกันนี่ล่ะ หวังพึ่งไม่ได้”

    “ก็เอาสิ แกฝึกร้องเพลง ฉันจะนั่งแช่งแกให้ตกรอบ... ตกรอบ ฉันก็อยากจะรู้เหมือนกัน ว่าระหว่างเทวดาของแกกับซาตานอย่างฉัน ใครมันจะชนะ” ปรี๊ดจบโรสเดินเข้าบ้าน

    แก้วแสดงความยินดีด้วย หนูมาลีค้อนขวับหันมาคุยกับการะเกดและชงโค...แก้วตามเข้ามาถามโรสว่า หนูมาลีไม่รู้หรือว่าเขาตามไปหา โรสบอกว่าตนสั่งทองทาไม่ให้บอก กลัวจะหนีไปอีก แก้วแย็บ “ใจจริงก็เชียร์เขาอยู่ใช่ไหมล่ะ พ่อที่ไหนก็อยากให้ลูกสำเร็จทั้งนั้น”

    “หน้าที่ชื่นชมเป็นเรื่องของคนอื่น หน้าที่ด่าสงวนสิทธิ์ไว้ให้คนเป็นพ่อแม่”

    “จริง...เราพูดดีกับคนอื่น แต่มาทะเลาะกันเองในบ้าน อยู่กับคนอื่นมันโกหก แต่ที่ด่ากันเนี่ย ของจริงทั้งนั้น นี่ล่ะครอบครัว” แก้วมองโรสที่นั่งยิ้มดีใจไปกับลูกสาวด้วย

    เที่ยงวันนั้น หนูมาลีหิ้วอาหารกลับมาบ้านทองทาพร้อมการะเกดและชงโค อธิยังอยู่แอบส่งยิ้มดีใจที่ได้พบการะเกด ไม่ทันไรการะเกดกับชงโคก็ถือพานไหว้ครูมาไหว้ทองทา เขาสำลักอาหารพรวด ปฏิเสธลั่นไม่รับ สองสาวหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้ามาเหมือนหนูมาลี

    ด้านโรสร้องกรี๊ด เมื่อรู้ว่าหนูมาลีชวนการะเกดกับชงโคไป บุญมากระซิบสมศรี...คราวก่อนโกรธถีบพัดลมดูแมน คราวนี้ไหงสาวแตกแบบนี้ สมศรีว่าก็เป็นทั้งพ่อ และแม่ ทูอินวันไง

    ทองทายังคงปฏิเสธ หนูมาลีกอดขาอ้อนวอนขอร้องให้เขาช่วยเพื่อนตนอีกสองคน พวกตนจะช่วยกันทำสวนปลูกผักให้เขาเพิ่มขึ้น ทองทาโวยแค่เธอคนเดียวสวนตนก็พังหมดแล้ว หนูมาลีจึงขอให้ช่วยเอาบุญ ถ้าไม่ ตนจะเกาะเป็นปลิงแบบนี้ไปจนตาย อธิหัวเราะก๊าก...ทองทาจะเข้าห้องน้ำเพราะปวดเบาจริงๆ แต่หนูมาลีไม่ยอมปล่อยขา ให้เขาลากเธอไปด้วย อธิแกล้งดันการะเกดกับชงโคเข้าไปช่วยกันอ้อนวอนทองทา แล้วบอกเพื่อนว่า

    “รับเถอะน่าเพื่อน เดี๋ยวฉี่เหลืองนะ รับเถอะ”

    ทองทาปวดจนจะกลั้นไม่ไหว จำต้องเอามือแตะพานของสองสาว ทั้งสามเฮดีใจ ทองทาฉวยโอกาสสลัดขาออกวิ่งเข้าห้องน้ำไป

    บ่ายวันนั้น ทองทาให้สามสาวร้องเพลงในแบบที่พวกเธอชอบ แล้วติงว่าใครเป็นอย่างไร ควรแก้ไขอย่างไร อธินั่งฟังเพลินๆ ทองทาย้ำกฎเหล็กของตน

    “มีวินัย พวกเธอต้องมาถึงบ้านนี้ 7 โมงเช้า เพื่อออกกำลังและวอร์มเสียงทุกวัน จากนั้นเราจะเรียนร้องเพลงต่ออีกวันละสามชั่วโมง ถ้าน้อยไปกว่านี้ เตรียมปิดประตูแพ้ได้”

    ชงโคบ่นอุบ กว่าจะเสร็จงานที่ร้านก็ตีหนึ่งตีสอง อธิให้กำลังใจสู้ๆ สามสาวจับมือกันสัญญาพร้อมสู้ หลังจากนั้น สามสาวก็ช่วยกันทำงานบ้านให้ทองทา อธิแซวเพื่อน ดีจังมีอาหารอร่อยกิน ตนต้องมาค้างที่นี่บ่อยๆ ชงโคโพล่งขึ้น ตนยินดีไปช่วยทำความสะอาดบ้านอธิด้วย ทองทาแทรก กฎเหล็กอีกข้อ ห้ามเรื่องชู้สาว...อธิกำลังยิ้มให้การะเกด หุบยิ้มปฏิเสธไม่คิดอะไร ชงโคทำตาเยิ้มใส่ทองทากับอธิ ทองทาเอาไม้บรรทัดตีชงโค

    “อย่ามองฉันด้วยสายตาแบบนั้น เพราะฉันจะไม่มองพวกเธอ...เธอ...เธอ แบบนั้นด้วย”

    “เฮ้อ...สตรีข้ามเพศ” ชงโคบ่น

    “ที่สำคัญ เธอสามคนก็ห้ามมีแฟน ในช่วงเวลาที่เรียนกับฉัน” ทองทาเน้นย้ำ

    อธิโวยไม่ได้...ทองทาจ้องหน้า อธิอ้อมแอ้มมันผิดธรรมชาติ ทองทาอธิบาย วัยแบบพวกเธอ เสียคนไปครึ่งหนึ่งเพราะเรื่องมีแฟน เรื่องพวกนี้เสียเวลา เสียสมาธิ ยิ่งถ้าท้อง จบเลย ตนเรียนที่เมืองนอกสิบปี ไม่เคยละเมิดกฎถึงสอบได้เกียรตินิยม

    “ไม่เคยมีแฟนแบบนี้ พี่ก็เวอร์จิ้นเดะ” ชงโคสวนอธิแซวว่าเพื่อนหน้าแดง ทองทาเตะหน้าแข้งอธิกลบเกลื่อน “คนที่ประสบความสำเร็จ เขาไม่เสียเวลากับเรื่องพวกนี้หรอก ไม่ถึงเวลาก็ไม่เร่ง เจอแล้วก็รักษา ถ้าไม่ใช่ก็บอกเขาไปอย่าไปคบซ้อน เพราะชีวิตมันจะวุ่นวายไม่จบ”

    “พี่ทองทาเป็นคนรักเดียวใจเดียว น่ายกย่องจริงๆ หนูมาลีสบายมาก ตกลงค่ะ”

    การะเกดรับคำเช่นกัน ชงโครับปากเซ็งๆ...ไม่มีใครเห็นว่าโรสกับแก้วมาแอบฟังอยู่ แก้วทึ่ง กระซิบผู้ชายแบบนี้ ร้อยคนมีคนเดียว โรสเบ้ปาก “ไม่ทำหรือไม่มีอารมณ์กับชะนี น่าสงสัย”

    ทองทาย้ำกับสามสาวว่า ให้เอากระเป๋าเสื้อผ้ากลับไป พวกเธอทำตามฝันแต่ก็ต้องรู้จักหน้าที่กลับไปเป็นเด็กเสิร์ฟ โรสแอบยิ้มชอบใจ ชวนแก้วกลับได้หมดห่วง

    ooooooo

    ผู้เข้าแข่งขันต่างฟิตซ้อมตามครูผู้สอนของแต่ละคนอย่างขะมักเขม้น...หนูมาลีกลับมาร้าน แอบมองโรสนั่งคิดบัญชีอย่างห่วงๆ อยากเข้าไปหาแต่พอเห็นแก้วยกกาแฟมาให้และหอมแก้มพ่อก็ไม่พอใจ สะบัดหน้าเดินหนีไป

    หนูมาลีมาล้างหน้าล้างตา ย้งยี้เดินมากับเทพแฟนหนุ่มร่างบึก เห็นจึงถามทำอะไร เธอสวนทันควันไม่ทันมองว่าใคร “ล้างตา...พวกผิดธรรมชาติ น่ารังเกียจ”

    “พวกเราเป็นคนนะยะ ไม่ใช่กิ้งกือ” ย้งยี้ปรี๊ด หนูมาลีหันมองหน้าซีดยิ้มจ๋อยๆ ย้งยี้สะบัดเสียง “ตอนแรกว่าจะไปหาพ่อ ตอนนี้ชักอยากคุยกับลูก ไปสานเสวนากันหน่อยดีไหมหล่อน”

    ย้งยี้เปิดประเด็นถาม ทำไมต้องเกลียดเกย์ หนูมาลีรีบบอกว่าเปล่า อ้อมแอ้มว่าเมื่อก่อนเฉยๆแต่พอเป็น...

    ย้งยี้รำคาญเอ็ด “พ่อ...แค่นี้พูดไม่ได้ อายคนอื่นว่างั้น”

    “ก็...ก็...ไม่รู้สิคะ” หนูมาลีไม่รู้จะบอกเหตุผลอย่างไร

    สมศรีเข้ามาสมทบบอกว่าหนูมาลีเกลียดแก้ว คงจะอิจฉา หนูมาลีสวน เพราะพ่อเป็นแบบนี้ พ่อมีแฟน พ่อถึงไม่ไปเยี่ยมตนเลย ย้งยี้หมั่นไส้ “เยอะนะ...นังเด็กนี่”

    “แล้วในสายตาพี่ ป้า ลุง ว่าพี่แก้วเขาหลอกพี่โรสไหมล่ะ หนูยังสงสัยที่พี่โรสติดหนี้เยอะแยะน่ะเพราะใคร”

    “แกไปเอามาจากไหนว่าแก้วมันหลอกเอาเงินพี่โรส” ย้งยี้ถาม

    หนูมาลีตอบว่า พี่วีทีบอก...บุญมางงใครกันวีที หนูมาลีขยายความ “วิทวัสไง ไม่รู้จักวิทวัส สุนทรวิเนตร์ หรือ รายการเขาดีจะตาย ไม่ได้ดูกันหรือคะ” หนูมาลีเล่าถึงรายการที่วิทวัสสัมภาษณ์หมู่เกย์ ร้อยทั้งร้อยถูกหลอกจนหมดเนื้อหมดตัว ความรักทำให้พวกเขาทุ่มสุดตัว

    “ไม่จริง ฉันไม่ได้เป็นอย่างนั้นซะหน่อย เอาไปพันหนึ่ง ซื้อกาแฟสดร้านข้างๆนี่ ไม่ต้องทอนจ้ะที่รัก” ย้งยี้สั่งเทพ พอหันมาเห็นสายตาหนูมาลีก็นึกได้รีบบอกใหม่ เอาเงินทอนมาด้วย

    บุญมาถามหนูมาลี ดูทีวีวันละกี่ชั่วโมง เธอตอบตั้งแต่เปิดสถานียันปิดสถานี “ก็บ้านอยู่หลังเขา ปู่เป็นอัลไซเมอร์ ย่าก็หูตึง จะให้คุยกับจิ้งจกหรือไงล่ะ แต่ถึง ดูทีวี หนูมาลีก็สอบได้ที่หนึ่งนะ เรียนเก่งมาก ข่าวทุกข่าว รายการสอนหนังสือทุกอันดูหมด”

    ย้งยี้สรุปเพราะวีทีบอกเลยเชื่อว่าแก้วมาหลอกโรส หนูมาลีทำท่าเสี่ยตา ชี้นิ้วร้องถูกต้องแล้วครับ บุญมาประชดเชื่อเขาหมด หนูมาลีพยักหน้า สมศรีถามถ้าพวกตนบอกว่าแก้วเป็นคนดีจะเชื่อไหม หนูมาลีให้เล่าเรื่องของแก้วมาก่อน เพราะที่ตนรู้ แก้วหรือใครทำให้พ่อตนกลายเป็นแบบนี้ ตนจำได้เมื่อก่อนพ่อแมนทั้งแท่ง...ย้งยี้หยิบรูปถ่ายหมู่คณะคาบาเร่ต์ให้ดู

    “ไม่ใช่แก้วหรอก นี่พี่อลิซเจ้าของคณะคาบาเร่ต์ นี่ฉัน...เต้นที่นี่เป็นแดนเซอร์หนุ่มหล่อ”

    บุญมาชี้ตัวเองในรูป เป็นนักดนตรี ส่วนสมศรีเป็นแม่ครัว สมศรีเล่าต่อว่าโรสเป็นคนสวน ต่อมากลายเป็นสามีเจ้าของคณะ...หนูมาลีชี้นี่เองต้นเหตุ ย้งยี้สบถ

    “โฮ้ย...อีหนอนโทรทัศน์ ของพวกนี้มีใครทำใครได้เล่า มันเป็นมาตั้งแต่ดีเอ็นเอ โมเลกุล อะตอม นาโน ฮิปโปโปเตมัสแล้วย่ะ”

    ทุกคนย้ายมานั่งคุยเป็นเรื่องเป็นราว ย้งยี้ บุญมาและสมศรีช่วยกันเล่าให้หนูมาลีเข้าใจในตัวโรส ที่มีทุกอย่างได้เพราะได้โอกาสจากอลิซ หนูมาลียังถามแล้วหนี้เกิดจากใคร ย้งยี้อธิบายเพราะเศรษฐกิจซบเซา คาบาเร่ต์เจ๊ง แต่เพราะโรสอยากให้ลูกสาวได้เรียนสูงๆ จึงไม่เที่ยวเตร่ ด้วยที่ความรู้น้อยจึงลงทุนผิดๆถูกๆ ทำให้เกิดหนี้สิน... หนูมาลีพอจะเข้าใจแล้วแต่อยากรู้ว่ารู้จักแก้วตอนไหน ย้งยี้บอกว่าตอนที่อลิซตาย ตนเองยังเกาะโรสแจเพราะหวังอยากได้เป็นผัว หนูมาลีหน้าง้ำ ย้งยี้โวย ตนเป็นลูกเสี่ยโรงสีเชียวนะ หนีออกจากบ้านมาเป็นนางโชว์ เพราะใจรัก

    “ทั้งงามทั้งล่ำอย่างพ่อแก น่ากินจะตาย ฉันนึกไปไง เห็นพี่อลิซแบบนั้น เรืองยศก็ต้องชอบสาวๆสวยๆอย่างฉันเหมือนกันล่ะน่า”

    “สุดท้ายก็กินได้แค่ช่างทำฉากชื่อไอ้แอ๊ด เพราะโรสดันไปได้กับครูสอนฟิตเนสของตัวเอง” บุญมาเล่าแทน หนูมาลีจึงรู้แล้วว่าแก้วเป็นครูสอนฟิตเนส

    ย้งยี้ย้ำว่าโรสกับแก้วรักกันมาก เป็นเงาตามกัน แม้โรสจะเหวี่ยงจะวีน แก้วไม่เคยเถียงสักคำ คอยเอาใจใส่ดูแล คิดแล้วตนน่าจะโปะยาสลบเอามาเป็นของตัวเองเสียก่อน สมศรีว่าทั้งสองเป็นเนื้อคู่กัน บอกหนูมาลีอย่าไปอิจฉาเลย หนูมาลีเคือง ไม่ยุ่งก็ได้

    คืนนั้นขณะที่แขกเต็มร้าน โรสได้รับโทรศัพท์ ระเบิดอารมณ์ออกมา “เอ๊ะ ก็บอกแล้วว่าถ้ามีจะให้ทันที เงินนะไม่ใช่ต้นไม้ เก็บไว้ดอกมันก็ไปงอกที่กระเป๋าเจ๊ เรื่องอะไรจะเก็บไว้ล่ะ เข้าใจกันมั่งสิ เออ...ไม่คุยก็ไม่ต้องคุย ทำอย่างกับฉันอยากคุยกับเจ๊นักนี่”

    ทุกคนรวมทั้งหนูมาลีหน้าตื่น ซูซี่เสนอให้เปิดห้องคาราโอเกะให้ตนอีกห้อง จะหาลูกค้าเพิ่มให้ โรสโวยว่าไม่...หนูมาลีจึงบอกว่าพรุ่งนี้พวกตนสามคนจะทำข้าวกล่องไปขายที่ตลาดช่วยหาเงิน ชงโคบ่นอุบจะเอาเวลาที่ไหน หนูมาลีไม่สนใจขอให้ช่วยซื้อของสดเพิ่มให้ด้วย โรสแขวะ รู้จักคุณข้าวแดงแกงร้อนบ้างก็ดี ตกจากบันไดดาวจะได้มีอาชีพทำกิน หนูมาลีเซ็งที่ไม่ให้กำลังใจกันบ้าง

    ooooooo

    วันต่อมา หนูมาลี การะเกดและชงโคช่วยกันทำข้าวกล่องแต่เช้ามืด แล้วรีบมาที่บ้านทองทาให้ทันเจ็ดโมงเช้า เห็นทองทากับอธิทะเลาะแย่งเสื้อกัน ชงโคตาค้างบ่นเสียดาย กินกันเองซะแล้ว อธิร้องลั่น “เฮ้ย! ไม่ใช่ๆนะน้อง อย่าเข้าใจผิด”

    หนูมาลีรีบบอก คนกันเองไม่ต้องอาย ความจริงก็เหมาะสมกันดี ทองทายิ้มขำๆ...หนูมาลีบอกทองทาว่า ตั้งแต่วันนี้พวกตนจะผลัดกันมาเรียนวันละสองคน เพราะต้องแบ่งไปขายข้าวที่ตลาดหาเงินช่วยโรส ทองทาเป็นห่วงร่างกายจะไม่ไหวกัน แต่หนูมาลีรับรองว่าไหว

    ระหว่างที่การะเกดขายข้าวกล่องก็เปล่งเสียงร้องเพลงเป็นการฝึกตามที่ทองทาบอกให้ฝึกทุกเช้า คนที่เดินตลาดงงไปตามๆกัน

    หนูมาลีเสนอทองทาว่าพวกตนจะร้องเพลงประสานเสียงกันในการประกวด ทองทาท้วงว่ายาก อธิเห็นดีด้วย เพราะเป็นโอกาสที่สร้างความแปลกแตกต่างจากคนอื่น หนูมาลีย้ำ

    “ใช่จ้ะ เล่นท่ายากไปเลย แพ้ก็แพ้ แต่ถ้าทำได้ขึ้นมา เขาจะแปลกใจมากว่าทีมสาวเสิร์ฟบ้านๆ ร้องเพลงขนาดนี้ได้ยังไง คะแนนโหวตจะมาเพียบเลย พี่ว่างั้นไหม”

    ทองทาถอนใจเอาอย่างไรก็เอากัน แล้วให้แต่ละคนลองเสียง...ในขณะที่เบลเรียนร้องเต้นจนเบื่อ นีน่ากับยาหยีแอบยุให้หนีไปเที่ยวฮ่องกงตามแพลนเดิม สองวันเอง เป็นลูกสาวเจ้าของสถานียังไงก็ชนะ จะมัวเหนื่อยอยู่ทำไม เบลครุ่นคิด ครูฝึกเข้ามาให้ซ้อมต่อ โดยบอกว่าเวลาน้อย พักนานก็จะแพ้คนอื่นเขา เบลลุกขึ้นไปเรียนต่อโดยดี นีน่ากับยาหยีเซ็ง

    อธิช่วยหาคลิปคู่แข่งขันมาเปิดให้ทองทาดู เพื่อจะได้รู้ความสามารถของผู้สมัครคนอื่น ทองทาแปลกใจทำไมทางรายการไม่มาถ่ายหนูมาลีกับเพื่อนๆบ้าง อธิตอบแทน

    “เหตุผลง่ายมาก เขาไม่คิดว่าเราจะเข้ารอบไง แหม สาวเสิร์ฟอ่ะนะ”

    ทองทามองคลิปแต่ละคนแล้วชี้ไปที่เบล คนนี้น้องสาวคนละแม่ ตนรู้ความสามารถดี มาที่ภูมิ อธิจาระไนว่าภูมิชอบร้องเพลงโอเปร่า ชอบพ่นไฟโชว์พาว...เปลี่ยนมาที่น้อยหน่า อธิชม

    “คนนี้มีดีที่สวย ร้องเพลงได้ทุกแนว แฟนคลับคนอีสานเพียบ...ส่วนคนนี้ ทิมมี่”

    “ร้องดี เต้นดี หน้าตาดีครบเครื่อง...แต่ละคนน่ากลัวทั้งนั้น เฮ้อ” ทองทาถอนใจเป็นห่วงหนูมาลีไม่น้อย

    ooooooo

    วันต่อมา สาวใช้เข้ามาปลุกเบลบอกว่าครูโทร.ตามให้ไปเรียนร้องเพลง เบลโวยวายหงุดหงิดว่าเบื่อๆๆ พลันมือถือดังขึ้น เบลคว้ามากดกรอกเสียง ตนอยากนอนไม่ได้ยินกันหรืออย่างไร เสียงนีน่าดังมาว่า

    “เรากำลังจะออกจากบ้านไปสนามบิน ถ้าเธอมาสนามบินตอนนี้ เราก็จะบินไปช็อปปิ้งที่ฮ่องกงตามนัด ทันเวลาพอดี”

    เบลคิดหนัก ลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวลงมาขึ้นรถ คนขับรถถามไปสตูดิโอใช่ไหม เธอครุ่นคิดก่อนจะตัดใจตอบว่าใช่ สีหน้าเบลเซ็งไม่รู้ว่าจะอดทนซ้อมไปได้อีกนานแค่ไหน...

    ในขณะที่วันนี้เป็นหน้าที่หนูมาลีขายข้าวกล่อง เธอวอร์มเสียงร้องเพลงไปขายไป โชคดีมีคนเหมาให้ไปส่งที่บริษัทกลางเมือง หนูมาลีดีใจหอบข้าวกล่องเดินขึ้นบันไดไปชั้น 15 ด้วยเหตุผลที่ว่าเป็นการออกกำลังกายไปในตัว...ขากลับ หนูมาลีเดินนับเงินมาอย่างดีใจ สายตาเหลือบไปเห็นแก้วนั่งคุยกับสาวคนหนึ่งในร้าน ท่าทางสนิทสนมและมีการหยิบยื่นเงินให้ด้วย

    หนูมาลีมโน “พี่แก้วแอบคบผู้หญิง นึกแล้ว...ผู้ชายคนนี้หลอกพี่โรส เอาเงินไปให้ชะนี”

    ด้านทองทาสอนเรื่องการออกเสียงตามโน้ตแก่ชงโค การะเกดถูบ้านไปร้องเพลงลูกทุ่งไป อธิมองอย่างเพลิดเพลินหลงใหล ทองทาสะดุดหูเดินเข้ามาฟังใกล้ๆ เพราะเธอร้องได้ไพเราะมาก จึงแนะนำ “ทำไมไม่ประกวดด้วยเพลงลูกทุ่ง”

    การะเกดตอบว่าหนูมาลีกับชงโคไม่ถนัด ชงโครีบบอกว่าตนถนัดเต้น ว่าแล้วก็เต้นสไตล์เซ็กซี่ให้ดู ทองทาถึงกับโพล่งออกมา

    “คนหนึ่งถนัดเพลงลูกทุ่ง คนหนึ่งถนัดแดนซ์เซ็กซี่ มิน่าร้องเพลงประสานเสียงห่วยแตก”

    “อ้าว...แล้วแบบนี้จะชนะหรือวะ” อธิแทรกขึ้น ทองทาเองก็หนักใจ

    บ่ายวันนั้น หนูมาลีเอาเงินค่าข้าวมาให้โรส แล้วหยั่งเชิงถามว่าแก้วไปไหน โรสตอบว่าไปตลาด หนูมาลีเสริมแล้วไปธนาคาร โรสพยักหน้างงๆ

    “แค่นั้นหรือ เขาบอกพี่แค่นั้นหรือ”

    “หนูมาลี แกจะเอายังไงกับฉัน”

    “วันนี้หนูเห็นพี่แก้วจับมือกับผู้หญิง ที่สำคัญ พี่แก้วเอาเงินให้ผู้หญิงคนนั้น”

    โรสอึ้ง ไม่พูดอะไรออกมา...พอถึงเวลาแก้วกลับ หนูมาลีแอบมองว่าโรสจะจัดการอย่างไร ได้ยินโรสถามวันนี้ไปไหนบ้าง แก้วตอบว่าเปล่า โรสกลับบอกให้กินข้าวเสียจะได้รีบเปิดร้าน แก้วกอดโรสหอมแก้มฟอด โรสทำท่าเอียงอาย หนูมาลีอึดอัดใจอย่างมากที่ไม่เกิดอะไรขึ้น

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    สมบัติมหาเฮง EP.8 เมธีและพวก ตามหาบันทึกจนเจอ แต่ถอดความไม่ได้

    สมบัติมหาเฮง EP.8 เมธีและพวก ตามหาบันทึกจนเจอ แต่ถอดความไม่ได้
    30 ก.ย. 2563

    03:15 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันพุธที่ 30 กันยายน 2563 เวลา 07:40 น.