สมาชิก

มาลีเริงระบำ

ตอนที่ 2

อัลบั้ม: สน ยุกต์ ประกบ แพทริเซีย กู๊ด ละครสนุกใน "มาลีเริงระบำ"


ในขณะที่ทุกคนนั่งคุยกัน เบลล่าซึ่งแต่งตัวแบบวัยรุ่นเกาหลีชอบทำตัวเป็นเด็กแอ๊บแบ๊วทำเสียงเล็กเสียงน้อย กำลังเล่นตุ๊กตากับเพื่อน นีน่าและยาหยี

บุณฑริกเปิดประเด็นที่มา คือเบลล่าอยากเข้าประกวดโครงการสี่แยกนักฝัน โยทะกาแย้งว่าลูกสาวเจ้าของสถานีลงแข่งด้วยคนจะครหา เบลล่าชะงักมือจิกตุ๊กตาแววตาฉายความไม่พอใจ ยาหยีสะกิดนีน่าอย่างหวาดหวั่น บุณฑริกโต้

“เราก็ประกาศออกไปสิ ว่าจะแข่งกันอย่างโปร่งใส เบลล่าจะมีฐานะเท่าผู้แข่งคนอื่นๆ ไม่เห็นจะยากอะไร”

โยทะกาอ่อนใจหันมาเตือนเบลล่าเราเป็นถึงลูกเจ้าของรายการ มีแต่คนนับหน้าถือตาอย่าเอาทองไปลู่กระเบื้องเลย เบลล่าหันมากรี๊ดใส่โยทะกาทันที

“เบลล่าต้องการแสดงความสามารถ เบลล่าอยากเป็น ดารา เป็นนักร้อง นังเมียน้อยอย่าทำตัวมีปัญหาได้ไหม” ทองทาเอ็ดเบลล่าให้หยุด แต่เธอยักไหล่ “เขาไม่โกรธหรอก ตอนพ่อหลงเสน่ห์เขา แม่ของเบลล่ารู้ว่าสามีนอกใจก็เลยประชดกินยาตาย นางงามระดับชาติคนนี้รู้สึกผิดกับ เบลล่า ติดหนี้เบลล่าตลอดชีวิต เขาก็เลยต้องยอมเบลล่าทุกอย่าง”

โยทะกาหลบตาเพราะมันเป็นเรื่องจริง ทองทาสุดทนตอกกลับแทน “แม่ของพี่ก็จับได้เหมือนกัน ว่าพ่อไปติดคุณบัวบุษบาแม่ของเบลล่า แม่ของพี่ก็เลยคุ้มดี คุ้มร้าย หย่าพ่อหนีไปเมืองนอก แถมยังพาพี่ไปด้วย

พี่ยังไม่โกรธเบลล่าเลย”

“พี่ทองทา!”

บุณฑริกโกรธชี้หน้า “แม่ของเธอแค่นักเต้นนักร้อง ส่วนเธอแค่นางงาม เทียบกับบัวบุษบาลูกสาวฉันไม่ได้ ตระกูลฉันมีเกียรติยิ่งกว่าพวกเธอ มีเกียรติยิ่งกว่า

ไอ้เมืองแมนนั่นอีก”

“จะมีเกียรติแค่ไหนก็ไม่ได้ช่วยให้ฉลาดขึ้น ถึงเวลาถูกผู้ชายหลอก ก็โง่เท่ากันหมด”

“นายทองทา!” บุณฑริกปรี๊ดแตก

ทองทาลุกขึ้นไหว้โยทะกาขอตัวกลับ กล่าวลาเบลล่าแต่ไม่สนใจบุณฑริก เธอโกรธตัวสั่นถามโยทะกาว่าทองทามาทำไม มาประจบพ่อหรือ โยทะกาประชดเขามาคุยธุระ เขาไม่เคยญาติดีกับเมืองแมนเลย ไม่ต้องห่วง สมบัติเมืองแมนยังอยู่ครบ บุณฑริกค้อนขวับ สั่งไปจัดการเรื่องเบลล่าจะลงสมัคร โยทะกายังแย้ง เมืองแมนตั้งใจกับโครงการนี้มาก คงต้องรายงานเขาก่อน

ผลออกมาว่า เมืองแมนโวยวายไม่อนุญาตให้เบลล่าลงสมัคร บุณฑริกโกรธ กดโทรศัพท์ไปหาเซลส์ขายรถ จองรถเบนซ์รุ่นใหม่ล่าสุดให้ส่งไปที่บ้านและเก็บเงินที่เมืองแมน...แต่พอเซลส์รายงานไปยังเมืองแมน กลับโดนโวยวายมาว่า

“รถอะไรใครสั่ง จะบ้าหรือ คุณหญิงบุณฑริกเป็นแม่พวกเธอหรือถึงต้องไปเชื่อมัน คราวที่แล้วมันเอาเพชรจากฉันไปกี่แสนรู้ไหม คราวนี้ใครสั่งใครจ่ายโว้ย...”

ระหว่างนั้นเบลล่ายังเล่นตุ๊กตาแอ๊บแบ๊วกับเพื่อนๆ บุณฑริกได้รับรายงานจากเซลล์ ก็คิดหาทางกดดันเมืองแมนอีก ด้วยการจะตามนักข่าวไปที่ศูนย์รถให้เป็นข่าวฉาวโฉ่กันไปเลย ถ้าไม่ส่งรถมาให้ เบลล่าหยุดเล่นลุกพรวดขึ้นสบถ...ชักช้าไม่ได้เรื่อง โยทะกาตกใจถามจะไปไหน เบลล่าไม่ตอบเดินเทิ่งๆออกไปพร้อมตุ๊กตาในมือ

เบลล่าเข้ามาหาเมืองแมนในห้องทำงาน ยืนกรานจะลงสมัครประกวดรายการนี้ เมืองแมนรักลูกสาวมาก พยายามต่อรอง ถ้าลูกอยากเป็นนักร้อง ตนจะทำอัลบั้มให้ เบลล่าโวยคนก็ไม่เห็นความสามารถของตน เมืองแมนเห็นว่ารายการนี้ทำกำไรให้มากในปีที่แล้วจนเป็นหน้า เป็นตา ถ้าลูกแข่งแพ้ก็จะเสียชื่อ ถ้าแข่งชนะก็จะถูกหาว่าใช้เส้น มีแต่เสียกับเสีย

“หนูเป็นเจ้าของสถานีเอ็มเอ็มแชนแนลถูกไหมคะ”

“ถูกสิจ๊ะ ก็หนูเป็นลูกพ่อ พ่อมีลูกแค่สองคน”

“คนทั้งสถานีมีกี่ร้อยกี่พันคนต้องรับใช้หนู แล้วทำไมแค่นี้จะแก้ปัญหาให้ไม่ได้ล่ะคะ”

“เบลล่า! ฟังนะ พ่อจะไม่พูดกับหนูอีกแล้ว ไม่ก็คือไม่”

เบลล่าเงียบอึดใจหนึ่ง รวบรวมพลังเปล่งเสียงกรี๊ดออกมาดังและยาวจนเมืองแมนและพนักงานบริษัทต้องอุดหู...เสียงดังไปถึงห้องที่โยทะกาอยู่ บุณฑริกยิ้มสะใจ เยาะโยทะกา

“ซุปเปอร์สตาร์พอไหมจ๊ะ แก้วเสียงใช้ได้เลยเห็นไหม”

เบลล่าอาละวาดฉีกตุ๊กตาในมือเป็นชิ้น เขวี้ยงใส่พนักงานที่มามุง ตวาดเสียงลั่น “หน้าที่ของพ่อแม่ ปู่ย่าตายายคือให้ความสุขกับลูก ถ้าทำไม่ได้ก็ไม่ควรให้หนูเกิดมาตั้งแต่แรก ถ้าคุณพ่อไม่ยอมให้หนูสมัคร ที่บริษัทนี้มันก็ทำงานไม่ได้อยู่ดี”

บุณฑริกเข้ามาช่วยเบลล่าฉีกโปสเตอร์ที่ติดไว้ เบลล่าทุ่มทำลายข้าวของ เมืองแมนโกรธไม่รู้จะทำอย่างไร โยทะกาพยายามห้ามสบตาเมืองแมนเชิงขอร้อง เมืองแมนจำต้องตะโกนลั่น

“เออๆยอมก็ได้โว้ย...”

เท่านั้นเบลล่าก็หยุด บุณฑริกยิ้มในหน้าอย่างสมใจ

ooooooo

หนูมาลีได้ยินเสียงเพลงมาจากห้องน้ำ จึงหยุดฟังอย่างสนใจ จนกระทั่งการะเกดเดินออกมา หนูมาลีชื่นชมว่าร้องได้เพราะมาก การะเกดยิ้มเขินๆ เตือนอย่าเข้าห้องน้ำสองห้องโน้นเพราะมีช่องอากาศที่พวกคนงานก่อสร้างชอบมาแอบมอง ให้เข้าห้องที่ตนเพิ่งออกมาปลอดภัยกว่า

“สวยด้วย ใจดีด้วย” หนูมาลีชมจากใจจริงการะเกดเขินตามประสาคนเรียบร้อย เผอิญหนูมาลีเหลือบไปเห็นแก้วยืนมองมาจากบ้าน ไม่ทันไร โรสเดินออกมาหยิบของในรถ หนูมาลีจึงเห็นว่าทั้งสองอยู่บ้านเดียวกันก็ตกใจ

“พี่แก้วเป็นกัปตันที่ร้าน แล้วก็เป็นแฟนพี่โรสด้วย ทำไมอยู่ด้วยกันไม่ได้ล่ะจ๊ะ”

“มีความสุขมากสินะ มีร้าน มีลูกน้อง มีแฟนหล่อ แบบนี้นี่เองถึงไม่สนใจกลับบ้านนอก” หนูมาลีค้อนแก้ววงใหญ่ก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไป

โรสเดินกลับเข้าบ้าน แก้วบอกว่าโดนค้อนอันใหญ่มาก โรสมองไปยังบ้านพักคนงานแล้วถามจากหนูมาลีหรือ แก้วเสนอให้หนูมาลีมาอยู่ที่บ้าน ตนย้ายไปอยู่ที่อื่นเอง โรสครุ่นคิด

บ่ายวันนั้นหนูมาลีกำลังกวาดหน้าบ้านกับการะเกด โรสเดินมาเปรยลอยๆให้หนูมาลีได้ยิน แต่ทำทีดูต้นหมากรากไม้ “นอนได้ไหม มีห้องอยู่บนบ้าน”

“อยู่บ้านบนเขาก็นอนแบบนี้แหละ เชิญพี่โรสเสวยสุขกับแฟนไปเถอะ ไม่อยากรบกวน”

โรสโมโหทุ่มกระถางลงพื้น สาวแตกส่งเสียงตำหนิการะเกด “โฮ้ย แม่คุณแม่ทูนหัวของบ่าว จะสามโมงแล้วข้างในร้านยังไม่มีใครทำ...ทำงานล่ะชักช้าตอนเบิกเงินน่ะเร็วกันนักนะนั่นๆ ตามช่องตามหลืบกวาดออกมาสิยะทีช่องหลืบอย่างอื่นล่ะก็ ล้วงควักกันนัก ทีอย่างนี้ไม่รู้จักล้วง”

หนูมาลีตาโพลงที่เห็นอีกลุคของพ่อ โรสแกล้ง โวยวายว่าตนด่าแบบนี้ทุกวัน ท่าทางตนก็เป็นแบบนี้

ไม่เดือดร้อนใคร ตำรวจก็ไม่จับ แล้วพาลด่าลูกจ้างที่ชื่อปลาว่าเป็นหอยกะพง ทำงานอืดอาดไล่ไปเก็บโต๊ะในร้าน เคาะประตู ปลุกชงโค หนูมาลีน้ำตาคลออึ้งกับความปากจัดของพ่อตกดึกคาราโอะเกะของโรสมีแขกคึกคัก แก้วอยู่ในชุดกัปตันเชียร์แขก การะเกดกับชงโควิ่งวุ่นเสิร์ฟอาหาร สมศรีกับบุญมาช่วยกันทำอาหารวางเรียงบอกหนูมาลีไปเสิร์ฟตามหมายเลขห้อง 8, 9, 5 หนูมาลีพยักหน้าทวนเลขห้องไม่ให้สลับกับอาหาร โรสผ่านมาได้ยิน สั่งไม่ให้ไปห้อง 9 ให้ชงโคเป็นคนเอาไป ชงโครับคำแต่ยังวุ่นกับการรับออเดอร์ หนูมาลีงงถามบุญมา

“ห้อง 9 ที่อยู่ข้างหลังใช่ไหมคะ ทำไมไปไม่ได้ล่ะคะลุง”

“เอาเถอะ พี่เขาสั่งไงก็เอาตามนั้น”

หนูมาลีพยักหน้าเอาสองจานไปเสิร์ฟ กลับมายังเห็นจานของห้อง 9 วางอยู่ สมศรีง่วนอยู่ ปากก็บ่นชงโคอาหารเย็นชืดหมดแล้ว หนูมาลีจึงหยิบจานนั้นไปเสิร์ฟให้ ไม่มีใครเห็น

คาราโอเกะห้อง 9...ซูซี่ มาม่าซังสาวสวยเซ็กซี่เห็นแก่เงิน ปากหวานก้นเปรี้ยว ออกจากห้องมาเจอหนูมาลีก็ตาโพลงถามเป็นเด็กใหม่หรือ หน้าตาสะสวยรีบแนะนำตัวแล้วดึงหนูมาลีเข้าไปในห้อง หนูมาลีเห็นสองสาวเกรทกับมี่ นั่งตักเสี่ยท่าทางหื่นๆอยู่ก็ตกใจ พอเสี่ยหันมาเห็นหนูมาลีก็สนใจดึงมือเข้ามา เธอร้องลั่นสะบัดมือออกอย่างขยะแขยง เสี่ยทั้งสองหัวเราะชอบใจ

“อุ๊ยมีสะดิ้ง เขาเรียกสวยสะดิ้ง” เสี่ยคนหนึ่งจะเข้าไปดึงตัวอีก โรสเปิดประตูผางเข้ามาเสียงกร้าว “ปล่อยลูกสาวกู...ปล่อย”

เสี่ยยังเมาหัวเราะถามว่าจะเรียกพ่อหรือแม่ดี โรสกำหมัดชกเสี่ยคว่ำพร้อมกล่าว...พ่อต่อยแล้วหันไปตบเสี่ยอีกคน พร้อมกล่าว...แม่ตบ ทูอินวันโว้ย ซูซี่ร้องลั่นด้วยความตกใจ โรสดึงหนูมาลีมาหลบหลัง ชี้หน้าด่าซูซี่ “นี่ลูกสาวฉัน ถ้าหล่อนอยากอยู่ร้านนี้ อย่ามายุ่งกับลูกสาวฉัน”

ซูซี่ช็อก โรสย้ำ ร้านตนพึ่งเธอก็จริง แต่ถ้ายุ่งกับหนูมาลี นอกจากจะอยู่แถวนี้ไม่ได้แล้วหน้าเธอก็จะแหกหมอไม่รับเย็บอีกด้วย ซูซี่อุทาน “ลูกสาวพี่โรส! โฮ้ย โลกวิปริต!”

หลังเหตุการณ์นั้น คนในร้านก็เม้าท์กันด้วยความตกใจว่าหนูมาลีเป็นลูกสาวโรส สมศรีกับบุญมาทำครัวไป แปลกใจกันไปว่าคนอย่างโรสทำลูกเป็นด้วยหรือ ระหว่างนั้น โรสลากหนูมาลีมาด่าว่าในครัว ทุกคนรีบก้มหน้าทำงาน ทำเป็นไม่ได้ยิน

“ขึ้นชื่อว่าลูกมันต้องดื้อกับพ่อแม่ใช่ไหม ถ้าไม่ทำมันไม่เท่ ไม่ได้ลงกินเนสส์บุ๊กหรือไง ก็บอกแล้วว่าอย่าไปห้องนั้น ทำไมดื้อนักหนา”

“ก็ใครจะไปรู้ว่ามันมีคนเมา”

“มันไม่ใช่แค่เมาเฉยๆ ห้องนั้นมัน...”

“แล้วพี่ซูซี่นั่นเขาเป็นใครคะ เขาไม่ได้ดูแลแขกเหมือนกัปตันธรรมดาหรือคะ แล้วเด็กผู้หญิงที่มากับพี่ซูซี่สองคนนั้น ทำไมไปนั่งกับแขกล่ะคะ”

“ปากมีเอาไว้กินไม่ได้มีเอาไว้ถาม บอกแล้วให้กลับบ้านไปก็ไม่เชื่อ ตอนเด็กๆก็น่ารักดี โตขึ้นมาทำไมมันดื้ออย่างนี้นะ โซนข้างหลังอย่าไปอีกนะ” โรสอธิบายไม่ถูกเลยตัดบทเดินไป

สมศรีกับบุญมาได้คำตอบโดยปริยาย...ตกดึกหนูมาลีช่วยการะเกดเก็บจานชาม จึงถามถึงซูซี่เป็นใคร การะเกดบอกว่าเธอเป็นมาม่าซัง หนูมาลีทึ่งเพราะดูว่าซูซี่แก่กว่าตนไม่กี่ปีไม่น่าทำอาชีพนี้ การะเกดจึงชี้ให้ดู ซูซี่กำลังส่งแขกขึ้นรถ มีเกรทและมี่ประคองกอดแขก เล่าว่า
“พี่โรสตกลงกับพี่ซูซี่ไว้ว่าห้อง 9 ข้างหลัง จะรับเฉพาะแขกที่มาหาเพื่อนนั่งดริ๊งก์ แขกผู้ชายที่มาเป็นกลุ่มนั่นแหละ พอพวกนี้มา พี่แก้วจะเรียกพี่ซูซี่มารับไป ...คาราโอเกะแถวนี้เขาทำแบบนี้กัน ถ้าเราไม่ทำก็อยู่ไม่ได้ แต่ก็ห้องนั้นห้องเดียว ห้องอื่นก็แขกปกติ”

หนูมาลีน้ำตาคลอเมื่อรู้ว่าพ่อหาเงินเลี้ยงตนด้วยวิธีนี้ การะเกดย้ำอย่าไปห้องนั้นอีก ชงโคอาสาเป็นคนส่งอาหารให้ห้องนั้น คนพวกนั้นไม่สนใจรสชาติอาหาร หนูมาลีไม่ค่อยชอบใจ

ooooooo

เช้าวันใหม่ ทองทามาเยี่ยมแม่ช้องนางของเขาที่โรงพยาบาลโรคจิต แม่เห็นหน้าเขาก็อาละวาดคิดว่าเป็นเมืองแมน เธอขับไล่ขว้างปาข้าวของใส่ ทองทาเสียใจ เข้าปรึกษาหมอ หมออธิบายว่าความทรงจำของเธอหยุดนิ่งอยู่แต่เรื่องนี้ คงต้องเปลี่ยนยาลดการอาละวาด
“ทำไมแม่ไม่จำผม ไปจำเขาเอาไว้ทำไม”

“คราวที่แล้วเขาก็จำคุณได้นี่นา” หมอปลอบใจ

“ครั้งเดียวในรอบ 5 ปี ที่เหลือจำผมเป็นพ่อหมดเลย ทำไมแม่ต้องรักเขาขนาดนี้ แม่จำผมไม่ได้” ทองทาน้ำตาปริ่มเจ็บปวดใจ

คืนนั้น โยทะกามาปลอบใจทองทาที่บ้าน เธอเองก็เศร้าใจ “คุณช้องนางภรรยาคนแรกเป็นโรคจิต คุณบุษบาบัณแม่ของเบลล่ากินยาตาย ทั้งหมดเพราะความเจ้าชู้ของพ่อคุณ กับผู้หญิงโง่ๆเชื่อคนง่ายอย่างฉัน”

“ที่น่าแปลกก็คือ เจ้าตัวคนทำเหมือนไม่รู้สึกรู้สา ตายหนึ่ง เป็นบ้าหนึ่ง รู้สึกผิดหนึ่งคือพี่ กำลังสับสนอีกหนึ่งคือผม” โยทะการีบถามสับสนอะไร เขาถอนใจ “ผมบอกหมอว่าช่วงนี้ผมมีอาการแบบ ตั้งข้อสงสัยว่าคนเราเกิดมาเพื่ออะไร บางทีมันเหงาจนบอกไม่ถูก เหมือนชีวิตไม่มีใครเลย หมอรีบชวนผมบำบัด หมอเขาว่าโรคซึมเศร้าของแม่ถ่ายทอดให้คนในครอบครัวได้”

“โธ่คุณทองทา อายุยังน้อย ชีวิตคุณขาวสะอาดกว่าคนอื่นอีกมากมาย ถ้ารู้ชีวิตของฉัน คุณจะหนาว”

“แล้วเมื่อไหร่พี่โยจะเล่าให้ผมฟังล่ะ บางทีพี่ดูเศร้ากว่าผมอีก ไม่แชร์กับใครเลยทนได้ยังไง”

โยทะกามองไปนอกหน้าต่าง เปรยเมืองนี้เป็นเมืองใหญ่ มีแสงสีความเจริญ พออยู่ไปสักพักก็จะรู้ความเหงาความเศร้ามีอยู่ทุกตารางเมตรเลยก็ว่าได้ โยทะกาฮัมเพลงที่ตรงกับชีวิตตน...เจ็บเหลือเกิน ปวดเหลือเกิน กับเรื่องราวที่พลาดไป ทำให้เธอผิดหวังวุ่นวาย จากเธอและทำให้เธอเสียใจ ทั้งที่ใจก็ยังรักเธอ...ภาพในอดีต วันที่ตนคลอดลูกสาว หน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู พยาบาลช่วยถ่ายรูปไว้ให้ จากนั้นตนก็อุ้มลูกกลับมาให้แม่ ถูกพ่อเลี้ยงตบตีด่าว่าสารพัดจนทนไม่ไหวต้องหนีไป ทิ้งลูกไว้กับแม่ ตนมีเพียงภาพถ่ายกับลูกเพียงภาพเดียวที่ทำให้ระลึกถึงลูกเสมอ

ทองทาเอาผ้าเช็ดหน้าซับน้ำตาให้ โยทะกาจับผ้าไว้ กล่าวกับทองทา เราจะมัวเศร้าทำไม ชีวิตมีด้านสวยงามอีกเยอะ ทองทาเห็นด้วยแต่ถ้าแบกไม่ไหวก็เล่าให้ตนฟังได้ โยทะกาเปลี่ยนเรื่องมาถามทำไมเขาถึงไม่หาแฟนสักคน เคยนึกชอบใครไหม เขาสวน “พี่ไง...”
“หลงนางงามที่ดูทางทีวีน่ะ มันเรื่องฝันเฟื่องตอนวัยรุ่น”

“ทำเป็นเล่น เป็นครั้งแรกที่ผมรู้ตัวว่าผมไม่ใช่เกย์ เจอพี่กี่ทีก็เหมือนเดิม ใจมันเต้นๆ หน้าร้อนๆ”

“เธอเหมือนผู้ชายก็ตรงนี้ พูดโกหก เธอต้องชอบคนอื่นบ้างสิ ใจเต้นครั้งสุดท้ายน่ะมีไหม”

ทองทาฉุกคิดถึงหน้าหนูมาลี เปรยออกมาว่าเธอมีอะไรคล้ายๆพี่ แล้วก็นึกขึ้นได้ ทำไมไม่โทร.มาบ้าง โยทะกาติงเราเป็นผู้ชายต้องเป็นฝ่ายโทร.หา ทองทา ทำหน้าเซ็งๆเพราะไม่กล้าแต่ก็เป็นห่วงเธอ โยทะกา ส่ายหน้าขำๆ

ขณะนั้นหนูมาลีกำลังยืนมองเกรทและมี่ถูกแขกกอดหอมก็สบถ “ทุเรศ กิจการสกปรก”

เสียงโรสสวนขึ้นมา “สกปรกก็ไม่ต้องอยู่ ใครเขาเอาโซ่ล่ามไว้ล่ะ” ว่าแล้วโรสก็หยิบเงินปึกหนึ่งออกมาจากโต๊ะแคชเชียร์วางให้ บอกหนูมาลีว่าตนให้ทั้งหมดนี่ แค่เก็บกระเป๋ากลับบ้าน จะดักดานอยู่ที่นี่ทำไม ทั้งคนทั้งสถานที่ มันเป็นของมันแบบนี้ ไม่พอใจไม่ต้องอยู่

หนูมาลีมองอย่างชอกช้ำใจ อายที่พ่อด่าเสียงดัง จึงเอาคืนบ้างด้วยการชักชวนเพื่อนในร้านไปสมัครประกวดสี่แยกนักฝัน ชิงเงินรางวัลหนึ่งล้าน ไซโคให้ทั้งเกรท มี่ ปลา การะเกดและชงโคสนใจ แล้วเอารูปซีโร่ที่ชนะประกวดปีที่แล้วตอนนี้ดังเป็นพลุแตกให้ทุกคนดู...โรสได้ยินแขวะ “โอ๊ย...จริงย่ะ จริงที่สุด ดักดานเหี่ยวแห้ง ตายอยู่คาราโอเกะ มันทุเรศ พูดอีกก็ถูกอีก”

หนูมาลีบอกทุกคนว่าพรุ่งนี้ตนจะไปสมัคร ใครอยากไปด้วย ทุกคนสบตากันแต่ก็เกรงใจโรส แต่พอหนูมาลีคะยั้นคะยอก็ยกมือไปด้วยหมด โรสเคือง ประชด

“อิ่มจริงโว้ย ฝันนี่มันอร่อยเนอะ ไม่ต้องเคี้ยวไม่ต้องกลืน ฟินถึงสมอง พี่บุญมาพี่สมศรี พรุ่งนี้ข้าวไม่ต้องทำให้พวกมันกินนะ พวกมันกินฝันคืนนี้ อิ่มถึงชาติหน้า”

หนูมาลีจ้องตาโรสไม่ลดละ แสดงจุดยืนของตัวเองอย่างมุ่งมั่น

ooooooo

รุ่งเช้า หนูมาลีนำทีมคนในร้านอีกเจ็ดคนมาสมัครที่สถานีเอ็มเอ็มแชนแนล เด็กวัยรุ่นแต่งตัวเต็มที่มากันมากมาย จนพวกหนูมาลีดูบ้านนอกไปเลย ยิ่งพอรู้ว่ามีค่าสมัครคนละพัน ทุกคนก็จะถอย หนูมาลีไม่ยอมแพ้ ออกค่าสมัครให้ทุกคนเป็นเงินทั้งหมด 8 พันบาท

ชงโคถามเอาเงินมาจากไหนมากมาย หนูมาลีตอบอ้อมแอ้มว่า “เงิน เอ้อ ผู้มีพระคุณน่ะ ไม่ใกล้ไม่ไกลนี่แหละ ไว้พวกเธอใครดังก็เอามาจ่ายคืนดีไหม”...ทุกคนพยักหน้า

ระหว่างที่ทุกคนเขียนใบสมัคร เสียงประกาศว่าซุปเปอร์สตาร์ซีโร่มาให้กำลังใจน้องๆทุกคน หนูมาลีชะงัก หันไปกรี๊ดซีโร่ร่วมกับแฟนคลับ...ซีโร่ขึ้นร้องเพลงและกล่าวให้กำลังใจ

ผู้สมัครทุกคนมีหมายเลขติดที่หน้าอก เจ้าหน้าที่ประกาศให้ทุกกลุ่มมาถ่ายรูปหน้าแบ็กดร็อป ชงโค การะเกดตื่นเต้นจะได้ออกทีวี...ช่างกล้อง นักข่าวถ่ายภาพแต่ละคน พลันมีรถปิกอัพพานางงามจากสกลนคร

มาร่วมสมัคร นักข่าวเฮไปถ่ายรูป ทิ้งกลุ่มหนูมาลีไปหมด ทำให้พวกเธอชักหวั่นใจจะสู้คู่แข่งได้หรือ หนูมาลีไม่ย่อท้อบอกเพื่อนจะต้องทำให้เด่นให้คนสนใจ ต้องโพสท่าสวยๆ ว่าแล้วก็เริ่มทำท่าที่คิดว่าสวยและเซ็กซี่กัน

ทองทาเดินเข้ามา เห็นหนูมาลีโพสท่าก็ยิ้มๆ ดีใจที่เธอมาจริงๆ...บนห้องคอนโทรล โยทะกา บรม แซนดี้และเจ้าหน้าที่นั่งมองเพื่อดูคนที่หน่วยก้านดี เห็นหนูมาลีส่งเสียงเจื้อยแจ้ว เด็ดดอกไม้มาทัดหูก่อนจะถ่ายภาพ โยทะกาเห็นแล้วสะท้อนใจ นึกถึงตัวเองสมัยก่อนก็ชอบทำ
เสียงเจ้าหน้าที่บอกทุกคน “ถ่ายรูปเสร็จเข้าไปร้องเพลงในสตูดิโอนะคะ รอบต่อไปจะแสดงความสามารถด้านอื่นอีก เราจะบันทึกวีดิโอให้กรรมการดู เชิญข้างในเลยค่ะ”

มิกซ์กับแมกซ์ซึ่งมาดูแลเด็กนักเรียนที่มาลงสมัคร เห็นทองทาก็ทักพร้อมกัน “ผัวขา...มาทำอะไรเนี่ย ไหนบอกเกลียดรายการนี้ไง เฮ้ย! นั่นมันหนูมาลี...อ๋อ...”

“เฮ้ยอะไร...ไม่มีอะไร ฉันมาเชียร์ลูกศิษย์โรงเรียนแกไง”

มิกซ์บอกว่าเชื่อ...แต่แย็บถาม คุยกันอยู่กับหนูมาลีหรือ ทองทาปฏิเสธเสียงหลง ทั้งมิกซ์และแมกซ์พูดพร้อมกันว่าทองทา ป๊อด...ทำเอาทองทาหน้าม้าน

ด้านที่ร้านคาราโอเกะ ต่างนั่งหงอยเพราะเด็กในร้านหายไปหมด ซูซี่บ่นว่าหนูมาลีร้ายนักมาเอาเด็กตนไปด้วย สมศรีก็บ่นไม่มีคนช่วยทำอาหารแบบนี้จะเสร็จทันเปิดร้านได้อย่างไร โรสโกรธสั่งเอาป้ายปิดร้านหนึ่งวันไปติด

ในห้องคอนโทรล ทุกคนยังนั่งดูจออย่างต่อเนื่อง แซนดี้เอ่ยถามโยทะกาเห็นอะไรในตัวเด็กพวกนี้บ้าง โยทะกาพึมพำ “ลูกแม่...หนูอยู่ในนี้หรือเปล่า...” ก่อนจะหันมาตอบคำถามแซนดี้ว่า เห็นว่างานคงหนักมากทีเดียว แซนดี้ยิ้มอย่างเอ็นดูเด็กเหล่านั้น

“ฉันมองเห็นโชคชะตา เด็กทุกคนก็น่ารักเหมือนกัน เก่งเหมือนกัน มีฝันเหมือนกันหมด แต่โชคชะตาจะเข้าข้างใคร...”

ระหว่างนั้นกลุ่มหนูมาลี 8 คน กำลังแสดงทักษะ พวกเธอเลือกเล่นตลกให้ทีมงานบันทึกภาพเป็นการแนะนำตัวแต่ละคนไปในตัว คนดูหัวเราะงอหาย...แซนดี้วิจารณ์ว่าเหมือนตลกคาเฟ่ไม่มีคุณภาพด้านเสียงเพลง แต่บรมกลับเห็นว่า กลุ่มนี้จะเรียกเรตติ้งให้รายการ แฟนรายการต่างจังหวัดน่าจะชอบ พลันบรมรู้สึกคุ้นหน้า เกรทกับมี่ว่าเป็นเด็กนั่งดริ๊งก์ แซนดี้รีบจดชื่อเอาไว้

โยทะกาจำต้องนำทีมกล้องมารอรับเบลล่า ให้ช่างภาพทำข่าว กลุ่มหนูมาลีมองอึ้งๆ เสียงยาหยีบอกให้ทุกคนหลีกทางให้บุษบาบัณหรือเบลล่า หนูมาลีจำได้ว่าเธอคือลูกสาวเมืองแมนเจ้าของสถานี นักข่าวสัมภาษณ์เธอมาทำอะไร เบลล่าตอบว่ามาร่วมสมัคร เกิดเสียงฮือฮาของผู้เข้าสมัคร เบลล่ารีบบอกว่าตนจะทำตามกติกาทุกอย่าง ไม่มีการใช้เส้นสาย

“แล้วจะมั่นใจได้ยังไงครับว่ากรรมการจะไม่เกรงใจคุณเมืองแมน” นักข่าวถามย้ำ

เบลล่าไม่ตอบ ตัดบทขอตัวไปกรอกใบสมัครแล้วเบลล่าก็แกล้งโผกอดโยทะกาที่ยืนต้อนรับ ทำให้เกิดเสียงฮือขึ้นอีก ว่าเป็นครอบครัวเดียวกัน...แซนดี้บ่น กดดันกรรมการจริงๆ แต่บรมกลับมองเป็นกลยุทธ์เปิดตัวเรียกเรตติ้ง แซนดี้เซ็ง

“คนสมัยนี้ก็แปลก ทำตัวดีๆเก่งๆไม่เป็นข่าว ทำตัวเลวๆผิดที่ผิดทางเป็นข่าวดังชั่วข้ามคืน แล้วแบบนี้ใครมันจะอยากเป็นคนดี”...บรมยักไหล่ไม่สนใจคำพูดของแซนดี้

ด้านชงโคบ่นว่าชนะใสๆ นอนมาแน่ มีเงินเป็นร้อยล้านยังมาแย่งเงินล้านเดียวจากพวกตนอีก หนูมาลีปลอบว่า พวกเราต้องมีกำลังใจ ทุกอย่างต้องโปร่งใส แล้วชวนกันกลับบ้านไปรอดูข่าวทางทีวี ว่าแล้วทั้งแปดคนก็ไปเรียกรถขึ้นไป ทองทาวิ่งมาไม่ทันได้แต่มองอย่างเสียดาย

ooooooo

กลับมาถึงร้านคาราโอเกะเอสเคป เจอป้ายปิดร้านหนึ่งวันก็ตกใจ หนูมาลีหน้าเครียดที่ทำให้พ่อเดือดร้อนอีก พอเข้ามาในร้านเจอทุกคนนั่งหน้าตึง หนูมาลีรีบบอกว่าตนจัดการเอง

สมศรีสวน “จะจัดการยังไงไม่ทราบยะ ของสดที่ซื้อมาในตู้วันวันหนึ่งหลายบาทนะหนู”

ซูซี่เอ็ดเกรทกับมี่กระชากตัวไปทำงาน หนูมาลียกมือไหว้ขอโทษทุกคน โรสสะบัดหน้าเดินหนี หนูมาลีวิ่งตาม โรสมาที่ห้องลูกสาว หยิบกระเป๋ามาโยนลงสั่งให้เก็บเสื้อผ้ากลับบ้าน ตนจะไปส่งสถานีรถ หนูมาลีโต้

“คุณมีฝันคนเดียวรึไง คุณมากรุงเทพฯได้แล้วทำไมหนูถึงมาไม่ได้ล่ะคะ”

“ฉันมาทำงาน หาเงินให้แกเรียนหนังสืออย่างสุขสบาย ถ้าฉันฝันเฟื่องอย่างแก แกคงเป็นขอทานไปแล้ว”

“คนอื่นก็มาทำงานเหมือนกัน ทำไมเขากลับบ้านไปเยี่ยมลูกได้ล่ะ อย่าอ้างเลย หลงแสงสี หลงผู้ชาย...”

โรสปรี๊ดเงื้อมือขึ้น แก้วตกใจ หนูมาลีก็ตกใจรีบก้มหน้า โรสหันไปถีบพัดลมแทน ฝาพัดลมกระเด็น ทุกคนสะดุ้ง บุญมาอุทาน...เอาแล้วไง...สมศรีพรวดเข้ามาโวยหนูมาลี

“พูดจากับพ่อแม่แบบนี้ ตกนรกไปจะกลายเป็นเปรต ปากเท่ารูเข็ม”

หนูมาลียกมือไหว้ขอโทษแต่ยืนกรานไม่กลับต่างจังหวัด โรสจ้องหน้าโกรธและเสียใจสะบัดหน้าเดินไป บุญมารีบบอกให้แก้วตามโรสไป หนูมาลีรู้สึกผิด... โรสมาระบายอารมณ์ที่บ้านย้งยี้ ย้งยี้จ้างหนุ่มกล้ามใหญ่มานวดให้อยู่ แต่ก็รับฟังปัญหาของเพื่อนเสมอ ย้งยี้ให้แง่คิด

“คิดมากนะแก เด็กมันเรียนหนังสือจบมอหกแล้ว มันเรียนมหาวิทยาลัยช้าไปแค่สองปีจะเอาอะไรนักหนา...พ่อแม่ แบบพวกแก วันๆจะบังคับให้มันเอาใบปริญญา ความรู้นอกห้องเรียนมันก็สำคัญนะ เขาเรียกหาประสบการณ์ชีวิต” ย้งยี้หันไปก้อร่อก้อติกหมอนวด

“ชีวิตในเมืองหลวงไม่เหมาะกับเด็ก มีแต่ขโมย ยาบ้า แสงสี ฉันดิ้นรนซื้อให้มันทั้งมือถือ คอมพิวเตอร์ ก็เพื่อมันจะได้ไม่ต้องมาที่นี่ หน็อย...มาหาว่าฉันหลงผู้ชาย” โรสเข่นเขี้ยว

แก้วพยายามเอาใจชงเครื่องดื่มเย็นๆมาให้ ย้งยี้ทำตาหวานหยอด ถ้าไม่ติดว่าเป็นแฟนเพื่อน ตนจะดื่มกินทั้งตัว แก้วยิ้มๆถอยห่าง โรสแขวะ “หมู่นี้มีไซต์ก่อสร้างมาทำสตูดิโอใหม่ ยังหิวอีกหรือ ฝุ่นปูนติดนะที่ใบหูตรงนี้น่ะ”

“อีบ้า...ไหนอ่ะ ติดจริงหรือ” ย้งยี้รีบส่องกระจก โรสถอนใจ จู่ๆย้งยี้ก็นึกคำคมขึ้นมาได้ “อย่าเอากะลาที่ชื่อว่าความหวังดี ไปครอบเด็กๆ อย่ากักขังเขาจากความผิดพลาด เพราะเขาจะโตจากมัน” ทั้งโรสและแก้วร้องโห...ย้งยี้เสียงสูงโอ่ “อาร้าย...สวย มีสมอง”

คำคมของย้งยี้ทำให้โรสได้คิด

ooooooo

เช้าวันใหม่ โยทะกานั่งท่ามกลางหนังสือพิมพ์และไอแพด ชี้ข่าวให้เมืองแมนดูว่าสถานีโดนด่าเต็มไปหมดว่าไร้จรรยาบรรณ ปั้นลูกสาวตัวเอง บางเล่มด่าว่า หน้าไม่อาย บางฉบับว่า ผู้เข้าประกวดต่อต้าน หาว่าใช้พวกเขาเป็นเครื่องมือสานฝันให้ลูกสาว จะนัดชุมนุม

โยทะกาถามเมืองแมนจะเอายังไง แต่เมืองแมนกลับไม่ยี่หระ สนใจแต่อาหารเช้าบนโต๊ะ พอเธอเสียงเข้ม จึงเปรยว่า “คุณบรมพูดถูก ได้ลงหน้าหนึ่งทุกฉบับ มีเงินยี่สิบล้านยังซื้อสื่อโฆษณาระดับนี้ไม่ได้เลย พอข่าวออก ทุกคนเปิดช่องเอ็มเอ็มแชนแนลทันที จำได้ทันทีว่าช่องของเรากดเลขอะไร”

เสียงข้อความเข้ามือถือ โยทะกากดดู “เรตติ้งออนไลน์มาแล้ว เพิ่มสามเท่าจากปกติ”

“นั่นไง เยี่ยมจริงๆ คุณโย มันไม่ใช่ปัญหา มันคือโอกาส” เมืองแมนชอบใจ

ด้านบุณฑริก มือหนึ่งถือหนังสือพิมพ์ อีกมือถือโทรศัพท์ โวยวายที่มาด่าหลานสาวตน ว่าเด็กเส้นเด็กนรก หน้าด้านบ้างล่ะ...ส่วนยาหยีกับนีน่าช่วยกันเช็กคอมพ์และไอแพด ช่วยกันเข้าไปกดไลค์คอมเมนต์ดีๆ ไม่ทันไรมีโทรศัพท์มาเชิญเบลล่าไปออกรายการ บุณฑริกใส่ทันที

“สัมภาษณ์เหรอคะ รายการอะไร ข่าวช่วงเย็น ประเด็นอะไรคะถ้าจะหาเรื่องด่าหลานสาว ฉันไม่ไปหรอกนะ สื่อคุณน่ะตัวดีใช้ภาษาแย่มาก...ผิดจรรยาบรรณเนี่ยคืออะไรไหนอธิบายมาซิ”

เบลล่านั่งเล่นกับแมวไม่สนใจคำด่าของใคร เปิดแมกกาซีนหาชุดสวยๆเอาไว้ใส่ออกทีวี ดีใจที่ตัวเองดัง แค่นี้ก็พอใจ

ส่วนโรส เอาของสดในตู้เย็นออกมากอง สั่งการะเกดกับชงโครับผิดชอบ ทำอาหารเอาไปขายที่ตลาด ตนไม่ยอมเสียเงินฟรีๆ ชงโคโพล่งขึ้น ถามหนูมาลีว่าเงินแปดพันค่าสมัครเมื่อวานเป็นเงินของโรสหรือเปล่า หนูมาลีถลึงตาให้เงียบ โรสหูผึ่ง

“หา! แกเบิกเงินจากบัญชีฉันไปสมัครหรือ”

หนูมาลีเอ็ดชงโค “สองครั้งแล้วนะ ถ้าแกใช้ปากผิดที่อีก โดนแปรงขัดส้วมแน่”

“ฉันพูดอะไร ฉันพูดความจริงทั้งนั้นนะ”

การะเกดช่วยปรามให้ชงโคหยุดพูด แล้วหันไปรับปากโรส จะทำกับข้าวไปขายเอง และรับรองจะต้องขายหมด...ชงโคยังไม่หยุดถามโรสไม่ไล่หนูมาลีกลับบ้านนอกแล้วหรือ หนูมาลีเอามือปิดปากชงโคดึงลากออกไป เกรงโรสจะของขึ้นอีก

บ่ายวันนั้น หนูมาลี การะเกดและชงโคช่วยกันขายข้าวกล่องที่การะเกดลงมือทำหน้าตลาด มีโทรทัศน์แม่ค้าเปิดรายการสี่แยกนักฝันที่พวกตนไปสมัคร พิธีกรรายงานสดหน้ากล้อง ว่าคณะกรรมการกำลังขะมักเขม้นตรวจเทปผู้สมัครห้าพันคน โดยมีทีมลงคะแนนจากหลายอาชีพ คะแนนจะปรากฏบนจอคอมพิวเตอร์ หาผู้ได้คะแนนสูงสุด 30 คน ประกาศผลให้ผู้ชมทางบ้านทราบตอน 9 โมงเช้าวันจันทร์ ขอให้ผู้สมัครทุกคนตามลุ้น...ทั้งสามสาวตื่นเต้น

ทางด้านกรรมการ เมืองแมนและโยทะกา ฟังแซนดี้กับบรมถกเถียงกัน บรมอยากให้หนูมาลีเข้ารอบแต่แซนดี้ไม่เห็นด้วย บรมมองด้านการตลาดว่าคนดูต้องชอบ เรตติ้งจะสูง แต่แซนดี้เห็นว่ามันทำให้โอกาสคนสมัครที่เก่งกว่าหลุดไป เมืองแมนตัดสินว่า ให้กรรมการที่รับเชิญมาทั้งหมดลงคะแนนวัดกัน ทั้งสองจึงยอมสงบ โยทะกาเอาคำพูดของแซนดี้มาย้ำ

“มีคนบอกฉัน เห็นเด็กเหล่านี้ เราจะได้เห็นโชคชะตา สามพันคนเหลือสามสิบคน โชคชะตาจะเป็นคนตัดสิน”...ทุกคนมองการแสดงกลุ่มหนูมาลีที่ปรากฏบนจอ

ooooooo

วันต่อมา ทุกคนในร้านคาราโอเกะเอสเคป ช่วยกันจัดร้านเตรียมเปิดบริการ หนูมาลี การะเกดและชงโคเอามือถือของตัวมาวางบนโต๊ะหวังว่าทางรายการจะโทร.มาแจ้งผล โรสมองอย่างรำคาญ แต่พอแก้วบอกว่าทั้งสามรอประกาศผล ก็แอบลุ้นไปด้วย

บุญมาเปรย หนูมาลีก็ร้องเพลงเก่ง ร้องทั้งวันจนเบื่อจะฟัง หนูมาลียิ้มเขินๆตอบว่าตนติดนิสัยมาจากพ่อ ฟังมาแต่เล็ก แก้วแอบยิ้มมองหน้าโรส “ซาบซึ้งดีนะพ่อเป็นแรงบันดาลใจให้ลูก”

การะเกดช่วยสนับสนุนเห็นด้วย โรสปั้นหน้านิ่งคว้ากระเป๋าออกจากร้าน หนูมาลีรีบถามจะไปไหน เขาสะบัดเสียง...เดี๋ยวมา ทุกคนในร้านลุ้นว่าพ่อลูกจะกลับมาดีกันไหม พลันเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ทุกคนหันมาสนใจ แก้วคว้ามารับสาย กลายเป็นร้านค้าโทร.มาถามของหมดหรือยัง แก้วปัดอาทิตย์หน้าค่อยมาส่ง ทันใดอีกสายดังขึ้น บุญมารีบรับ กลายเป็นเพื่อนโทร.มาบอกเลขเด็ด สามสาวทำหน้าเซ็ง จน 11 โมงครึ่ง การะเกดบ่นว่าคงหมดหวัง ไม่ทันไร มือถือหนูมาลีดัง ทุกคนหันมามองอย่างมีความหวังต่างอวยพรให้หนูมาลี แต่พอรับสายกลับเป็นเสียงเพลง “จากเธอไป...ไม่ใช่เรื่องที่ฉันนั้นอยากจะทำ แต่เป็นเรื่องที่ฉันไม่ทำไม่ได้ สุดหักอาลัย ยามไกลไปจากเธอ...”หนูมาลีจำได้ร้องลั่น “พี่โรส!”

โรสเดินเข้ามาและยื่นตั๋วรถทัวร์กลับบ้านพร้อมเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเรียบร้อยไว้ให้ โรสกล่าวเมื่อถูกคัดออกก็ไม่มีเหตุผลจะอยู่ที่นี่ต่อไป หนูมาลีน้ำตาร่วง แทนที่จะให้กำลังใจ

“ไม่มี...ไม่เคย...ฉันแช่งแกทุกวันให้แกตกรอบ แกจะได้กลับไปเรียนหนังสือ” ว่าแล้วก็ร้องเพลงต่อผายมือให้หนูมาลีออกไป

การะเกดเห็นจะเที่ยง คงตกรอบแล้ว ชวนชงโคไปทำงาน ทันใด ปลาวิ่งหน้าตื่นเข้ามาบอกว่ามีรถสถานีโทรทัศน์มาจอดที่หน้าร้าน สามสาวตื่นเต้นดีใจวิ่งออกไป โรสยืนอึ้งใจคอไม่ดีออกมาเห็นพิธีกรยืนเตรียมตัว ช่างกล้องพร้อม พิธีกรกล่าว

“สวัสดีค่ะท่านผู้ชม ดิฉัน พิมพ์พร รายงานสดจากถนนรัชดาภิเษก ที่นี่คือร้านคาราโอเกะเอสเคป”

บุญมาร้องบอกโรสว่ารายการสดออกทีวี โรสกับแก้วรีบมาดู หนูมาลี การะเกดและชงโคยืนมองตะลึง พิธีกรกล่าวว่ามาพบผู้เข้ารอบ ชื่อการะเกด ย่ามใหญ่ และชงโค ใจหาญ ทั้งสองร้องเย้ๆกระโดดดีใจที่ได้รับเลือก หนูมาลีหน้าเสียแต่หันไปกอดดีใจกับเพื่อนทั้งสอง

“ยังไม่หมดสักหน่อย มีอีกคน คุณมาลีเริงร่า อากาศดี” พิธีกรประกาศ...โรสกระโดดร้องเย้เสียงดังลั่น ทั้งแก้ว บุญมาและสมศรีมองก่อนจะเฮดีใจด้วย พิธีกรกล่าวต่อ “ไม่น่าเชื่อนะคะ จากผู้เข้าแข่งขันนับพันคน เราคัดเลือกเหลือ 30 คนและในนั้นเป็นเพื่อนกัน ทำงานที่เดียวกัน และนี่คือสาเหตุที่ทำให้เรามาต้อนรับผู้เข้ารอบทั้งสามด้วยตัวเองค่ะ...ยินดีด้วยนะคะน้องๆ”

สมศรีเปรย ลูกสาวเข้ารอบก็ไม่ได้กลับบ้านนอกแล้ว โรสหุบยิ้ม บุญมาบ่นงานงอกแล้วเรืองยศ...ด้านทองทา เผอิญอธิมานั่งเล่นที่บ้าน เห็นรายการทีวีก็ร้องบอกทองทา ให้มาดูรายการกำลังสัมภาษณ์หนูมาลี เขารีบมาดูอึ้งๆ
ไม่อยากเชื่อว่าหนูมาลีทำได้

รายการตัดไปที่พิธีกรอีกคน กำลังมาประกาศผลผู้เข้ารอบที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ซึ่งบุณฑริกสร้างภาพว่าเบลล่าชอบมาทำบุญเลี้ยงอาหารเด็กกำพร้าที่นี่ แล้วทางรายการตามมาประกาศผล สองยายหลานทำท่าตื่นเต้นดีใจ ทองทาดูแล้วถอนใจรู้ว่าเฟกมาก

มีรายการบันเทิง สองพิธีกรเม้ากันเมาท์มันถึงกรณีที่ลูกสาวเจ้าของสถานีและรายการลงสมัครแข่งขันเอง แม้จะไม่ผิดกฎหมายแต่คนดูก็ต้องรู้ พิธีกรอีกคนแก้ต่างว่า ทุกอย่างขึ้นอยู่กับคณะกรรมการทรงคุณวุฒิ แม้พวกเขาจะเลือกด้วยความเกรงใจ แต่พอรอบลึกๆ ผู้ชมทางบ้านเป็นคนตัดสิน พิธีกรอีกคนโต้ว่าเขาก็ใช้เงินทุ่มโหวตเอง...ทองทาดูรายการแล้วยิ้มหยัน นี่แหละวิธีการของเมืองแมน เงินใหญ่กว่าความถูกต้อง

ooooooo

เช้าวันใหม่ โยทะกาจัดครูหลายคนมาให้เบลล่า มีทั้งครูสอนร้องเพลงทุกรูปแบบ ครูสอนดนตรี สอนเต้น และครูสอนบุคลิกภาพ พร้อมจัดตารางการเรียนทุกวัน นอนเพียง 5 ชั่วโมง

นีน่ากับยาหยีดูแล้วท้วงว่า ชนกับงานปาร์ตี้ ชนกับคอนเสิร์ตที่ฮ่องกงที่จองตั๋วมาเป็นปี โยทะกาตัดบทให้ยกเลิกทั้งหมด เลือกเอา อยากเป็นเด็กเส้นหรือจะเป็นศิลปิน ยาหยีให้เอาทั้งสองอย่าง เบลล่าตัดสินใจ ยอมยกเลิกทั้งหมด ฝากเนื้อฝากตัวกับครูทุกคน นีน่ากับยาหยีเซ็ง

ข่าวบันเทิงลงเรื่องที่เบลล่ามีครูฝึกสอนถึงหกคน การะเกดกับชงโคอ่านข่าวแล้วบ่น พวกตนจะเอาอะไรไปสู้ หนูมาลีบ่นโลกใบนี้เป็นของพวกเทวดานางฟ้าจริงๆ คนจนจะมีโอกาสอะไรบ้าง โรสตะโกนสวน “เป็นเด็กเสิร์ฟหรือม็อบรับจ้าง หา...ฉันไม่มีเงินมาจ้างพวกแกมายืนเฉยๆนะ จับกลุ่มทำอะไรกัน ขาน่ะเดินกันหน่อยโว้ย”

สามสาวแตกฮือ รีบเสิร์ฟอาหารลูกค้ากันใหญ่...จอทีวีมีรายการสี่แยกนักฝัน พิธีกรออกมาเยี่ยมผู้เข้ารอบอีกหนึ่งคน เป็นชายหน้าตาหล่อเหลา ชื่อภูมิ ภัสดา กำลังเรียนร้องเพลงกับครูชาวต่างชาติ ซึ่งเคยทำงานบรอดเวย์มาก่อน ยิ่งทำให้หนูมาลีกับเพื่อนหมดกำลังใจเข้าไปอีก เกรทกับมี่เข้ามาถากถางเยาะๆเพราะอิจฉาที่พวกตนไม่ได้รับเลือก ชงโคโวยไม่เห็นบุญคุณที่หนูมาลีช่วยออกค่าสมัครให้ สองสาวจึงโยนเงินคืนให้แล้วสะบัดหน้าไป

หนูมาลีกำลังอ่อนใจที่พวกตนไม่มีเงินจ้างใครมาสอนบ้าง ทันใด รถทองทาแล่นมาจอดหน้าร้าน หนูมาลีดีใจ มีความหวังขึ้นมาในทันที...ทองทากับอธิเข้ามานั่งในร้าน หนูมาลีเอาอาหารมาเสิร์ฟและบอกว่าวันนี้ตนเลี้ยงตอบแทน อธิเปรยว่าทองทาใจดำกว่าจะยอมบอกว่าเธออยู่ที่ร้านนี้ แล้วถามถึงพ่อ คนไหนทันใด เสียงโรสดังข่มขวัญ “อีหอยกะพง กูไม่น่าตั้งชื่อมึงชื่อนี้เลย มึงก็เลยไม่มีสมอง แค่นี้ก็จดมาผิด งานแค่นี้ทำไม่ได้ มึงจะไปทำอะไรกิน หา...”

อธิบอกว่ารู้แล้วคนไหนคือพ่อ ทองทากับหนูมาลียิ้มขำๆ อธิหยิบเนื้อจิ้มแจ่วเข้าปากแล้วชมว่าอร่อยมาก หนูมาลีชี้ไปที่การะเกดว่าเป็นสูตรของเธอ และเธอก็เข้ารอบด้วยเหมือนกัน อธิมองยิ้มๆชักถูกใจ ชงโคเข้ามาสะกิดหนูมาลีให้แนะนำหนุ่มๆรู้จักบ้าง หนูมาลีจึงแนะนำทั้งการะเกดและชงโค อธิแนะนำตัวว่าเป็นตำรวจ หนูมาลีแนะนำทองทา

“พี่เขาเป็นนักออกแบบท่าเต้น ร้องเพลงเล่นดนตรี เต้นรำ เก่งทุกอย่าง”

สองสาวยิ้มปลื้ม โรสมองมารู้สึกหมั่นไส้ ย้งยี้กลับสนใจเพราะหล่อทั้งคู่ โรสไม่พอใจที่หนูมาลียังเด็กมีหนุ่มมาติดพันแบบนี้ ย้งยี้ย้อน “ตอนแกประกอบร่างกับอีชะนีแม่หนูมาลีน่ะกี่ขวบ นมแตกพานหรือยังยะ”

แก้วหัวเราะคิก โรสเอ็ด แก้วหุบยิ้มหยอก “ตอนนั้นไม่แตกพาน ตอนนี้หัวนมดำแล้วพี่”

ย้งยี้หัวเราะก๊าก โรสไล่แก้วไปเก็บเงินลูกค้า แล้วหันมาจ้องโต๊ะหนูมาลีอีก...หนูมาลีคุยกับทองทา ส่วนอธิมีทีท่าสนใจการะเกดมาก พูดคุยกันถูกคอ

ooooooo

มาลีเริงระบำ

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด