สมาชิก

มาลีเริงระบำ

ตอนที่ 10

อัลบั้ม: สน ยุกต์ ประกบ แพทริเซีย กู๊ด ละครสนุกใน "มาลีเริงระบำ"


เมื่อการะเกดไม่ยอมรับว่าอธิเป็นแฟน เขาเสียใจแต่ยังเป็นห่วงมาดูแลแม่ของเธอสม่ำเสมอ อธิทำตัวใหม่บอกโต้งน้องชายเธอว่าให้เชื่อพี่สาว ตนกับการะเกดไม่ใช่แฟนกัน ตนเป็นตำรวจ ส่วนพี่สาวเขาเป็นสาวเสิร์ฟ การะเกดแปลกใจที่อธิทำตัวเป็นเพื่อนเนียนๆ

โรสพยายามคุยกับพ่อ ย่าหงส์ปลอบว่าพ่อความจำเสื่อมไม่นานก็ลืม อีกสิ่งที่โรสกลัดกลุ้มคือความรู้สึกหนูมาลี ต่อไปนี้คงกลายเป็นครอบครัวตลกให้ถูกล้อตลอดชีวิต บอยสะเทือนใจ “เพราะแบบนี้หรือพี่ถึงไม่เคยแนะนำใครๆว่าผมเป็นแฟน พี่ไม่เคยพูดเรื่องผมกับใครเลย มีแต่ผมที่บอกเรื่องพี่กับคนอื่น คนที่พัทยาบ้านผมเขารับได้ ไม่ใช่ทุกที่ทุกคนที่เป็นแบบเพื่อนพี่”

โรสเพิ่งรู้ว่าบอยโกรธ ดึงบอยมากอด “เธอยังอายุน้อยนะ ในอนาคตเธออาจจะกลับไปใช้ชีวิตกับผู้หญิงได้อีก ไม่อยากแต่งงานมีลูก ไม่อยากมีชีวิตแบบคนปกติหรือ”

“พูดแบบนี้อีกแล้ว ทำไมต้องพูดเหมือนเราจะเลิกกัน อยากเลิกมากนักหรือ จะทิ้งกันใช่ไหม” บอยผลักโรสออกเคืองๆเดินปึ่งออกไป โรสเซ็งที่ตกงาน เพื่อนล้อ พ่อเมิน แฟนโกรธอีก

ด้านทองทาเฝ้าดูหนูมาลีอย่างห่วงใย คอยถามให้ระบายความอัดอั้น เธอส่ายหน้า เขาจึงปลอบ “เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้แล้ว เข้าใจเลยว่าทำไมหนูมาลีอยากให้พี่โรสเป็นแค่พี่”

หนูมาลีโพล่งออกมาว่าไม่อยากพูดเรื่องนี้อีก ท่าทางเธอเครียดเดินหนี ทองทาจะตาม พอดีมือถือดังขึ้นจึงหยุดรับสาย...

ในวันเดียวกัน โยทะกาเป็นห่วงเมืองแมนที่ไม่กลับบ้านแล้วโทร.ติดต่อไม่ได้ เกรงจะเป็นอะไรที่ไหน จึงขับรถมาดูที่คอนโดกลางดึก เมืองแมนเปิดประตูออกมาในชุดเสื้อคลุม สีหน้าไม่พอใจ โยทะกาต่อว่าทำไมไม่รับสายตนเป็นห่วง ที่มาเพื่อบอกข่าวว่าติดต่อทองทาได้แล้ว เขารับปากพรุ่งนี้จะมาเข้าประชุมตามนัด เมือง–แมนพยักหน้ามีท่าทีอยากให้เธอกลับเสียที

“ในห้องนั่นมีคนอยู่ใช่ไหม” โยทะกาเอะใจ เมืองแมนบอกไม่มีอะไร เธอจึงย้ำ “พยายามรับสายฉันหน่อย ส่งข้อความกลับมาก็ยังดี หายไปสามสี่วันแบบนี้ ฉันก็ไม่รู้คุณเป็นตายร้ายดี เกิดอุบัติเหตุอะไรหรือเปล่า” โยทะกาจะกลับ เดินสะดุดรองเท้าผู้หญิงที่กองอยู่ รู้สึกคุ้นตา “เอ๊ะ! อย่าบอกนะว่า...” หญิงสาวหันกลับเข้าไปในห้อง บุกไปที่ห้องนอน

เมืองแมนร้องลั่นอย่ายุ่งเรื่องของตน ทันทีที่เปิดประตูเข้าไป โยทะกาตกใจผิดหวังสุดๆ เมื่อเห็นเลขาจ๋าในชุดเสื้อคลุมเช่นเดียวกับสามีตน หันกลับมาโวย “คุณนอนกับเลขาฉันเนี่ยนะ”

“ก็...ก็ไม่เห็นจะเป็นไรนี่”

“ฉันเคยบอกคุณแล้วไง คนงานที่บ้าน คนงานที่บริษัท ฉันขอ ไม่งั้นฉันจะอยู่ยังไง มันเป็นสังคมของฉันนะ ทำไมไม่ฟังกันบ้าง”

เมืองแมนไม่สำนึกกลับชี้หน้าจ๋าบอกว่าพรุ่งนี้ไม่ต้องไปทำงานอีก โยทะกาพูดไม่ออก หมดความอดทนกลับออกไป ขึ้นมานั่งบนรถได้ก็ปล่อยโฮ เสียใจกับชะตาชีวิต

ooooooo

วันนี้มีการแถลงข่าวซิงเกิลใหม่ของซีโร่ ซีโร่เตรียมตัวเต็มที่ที่จะตอบข่าวตนไปช่วยงานบ้านหนูมาลี แต่พอเขาถือไมค์เดินออกมาไม่ทันทักทาย นักข่าวจำนวนมากชิงถาม

“ขอโทษนะคะ เรื่องซีโร่ขัดแย้งกับศิลปินใหม่ คุณทองทานี่จริงไหมคะ” ซีโร่งงตั้งรับไม่ทัน นักข่าวถามอีก “มีข่าวเล็ดลอดออกมาว่าคุณขัดแย้งกับคุณทองทาถึงกับจะฉีกสัญญา”

ซีโร่เลิ่กลั่กก่อนจะบอกว่า มาคุยเรื่องเพลงใหม่หรือเรื่องหนูมาลีดีกว่า แต่นักข่าวไม่สนใจยังถามแต่ข่าวกับทองทา ซีโร่โกรธเสียงเข้มว่าตนร้องเพลงอย่างเดียวไม่ใช้ความรุนแรงแบบอันธพาล อยากให้ทุกคนสนับสนุนผลงานตน พลันเจ้าหน้าที่พาหนูมาลีออกมายืนข้างซีโร่ โยทะกาแอบมายืนฟังอยู่มุมหนึ่ง นักข่าวหันมาถามหนูมาลีทันทีว่า นางโชว์คนนั้นเป็นพ่อเธอจริงหรือ หนูมาลียอมรับ นักข่าวถามว่าเป็นพ่อบุญธรรมหรือ เธอเน้นว่าเป็นพ่อแท้ๆ โยทะกาน้ำตาปริ่ม ที่หนูมาลีเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขแท้ๆของตน

ด้านเบล นั่งอยู่ในรถกับเพื่อนๆ ฟังข่าวหนูมาลีด้วยความสะใจ มีสมอลทอล์กคอยสั่งนักข่าวให้จี้ถามหนูมาลี ทำไมเรียกพ่อว่าพี่ หนูมาลีหน้าเสียรู้ได้อย่างไรไม่อยากตอบเรื่องนี้จึงจะเดินหนี นักข่าวรุมล้อมให้ตอบ...เบลได้ยินได้ฟังทุกอย่างรู้สึกสะใจ สั่งเขียนตีข่าวให้หนัก

ซีโร่หงุดหงิดไม่พอใจ ออกมาบ่นกับพิสมัย “แทนที่จะถามเรื่องข่าว เรื่องเพลง ไม่มีใครสนใจเลย ดูมันถามผม มันหาว่าผมร้องสู้ไอ้ทองทาไม่ได้ พวกมันจะเล่นข่าวนี้เพราะทองทา...เพราะไอ้สถานีบ้านั่นมันจะเขี่ยผม”

“ใจเย็นหน่อยได้ไหม โวยวายไปก็ไม่มีประโยชน์หรอก” พิสมัยปราม

ระหว่างนั้นหนูมาลีเดินมาได้ยินซีโร่บอกพิสมัยว่า ต้องสร้างข่าวเรื่องเขากับหนูมาลีขึ้นมาใหม่ ก็ฉุกคิดถึงที่ทองทาเตือนว่าซีโร่ใช้ตนเป็นเครื่องมือ จึงเข้าไปถามซีโร่ที่ทำทั้งหมดเป็นการสร้างข่าวใช่ไหม ซีโร่กับพิสมัยตกใจ ซีโร่รีบกลบเกลื่อนเข้าจับไหล่หนูมาลี

“ไม่เอาน่า พี่ก็คิดกับเราเหมือนเดิมนั่นแหละ แต่เรื่องพวกนี้มันช่วยให้เราชิงพื้นที่ข่าวสำเร็จนะ แฟนคลับพี่ก็ไปโหวตให้เธอ จนยัยน้อยหน่าติดอันดับบ๊วยอยู่นี่ไง”

หนูมาลีไม่อยากเชื่อ...ในวันเดียวกัน นักข่าวสองสามคนพร้อมกล้องทีวีกรูไปหาโรสถึงบ้านหลังเขา เพื่อสัมภาษณ์เรื่องที่เขาเป็นพ่อหนูมาลี รู้สึกอย่างไรที่ลูกไม่ยอมรับ ถึงเรียกว่าพี่

“แล้วไง เรียกพี่ เรียกป้า เรียกเจ๊ เรียกอีโรสไอ้โรส แล้วผมจะรวยขึ้นหรือจนลงหรือยังไง”

“ที่ประชาชนเขาสงสัยคือ คุณมีลูกได้ไงคะ เป็นพ่อจริงๆเลยหรือคะ”

“ถามว่าเป็นพ่อยังไง จะเอาละเอียดแค่ไหน เอาความถี่หรือท่าทาง เอาพิกัดสถานที่หรือพิกัดขนาด ต้องทำให้ดูไหม อืม...แต่กับชะนีวัยดึกอย่างคุณ ผมไม่มีอารมณ์”

นักข่าวหน้าเสียติงว่าตนถามดีๆ โรสโวยชูค้อนขู่ “ถามดีแค่ไหน คนมันไม่อยากจะตอบแล้วจะยืนหาพระแสงของ้าวอะไรแถวนี้ ออกไปได้แล้ว จะออกหรือไม่ออก ไม่งั้นค้อนกระเด็นโดนซิลิโคนจมูกเคลื่อน กูไม่รู้นะโว้ย”

บอยปรามให้ใจเย็น โรสไล่พวกนักข่าวกลับไป ทั้งโรสและบอยเริ่มเป็นห่วงหนูมาลี โรสกำชับไม่ให้บอกเรื่องนี้กับหนูมาลี

ooooooo

โยทะกาเสิร์ชหาเรื่องราวของโรสตั้งแต่เป็นนางโชว์อยู่ที่อลิซคาบาเร่ต์ เห็นโรสถ่ายภาพกับแขกในชุดอลังการเต็มที่ เมืองแมนกลับมาประจบเอาใจ โยทะการีบปิด มึนตึงทำให้เขาโกรธ

“ถ้าคุณไม่ยอมรับตัวตนผม คุณก็นั่งร้องไห้แก่เหี่ยวอยู่ตรงนี้ไปจนตายนั่นแหละ”

“แล้วถ้าฉันมีชู้บ้าง คุณจะรับตัวตนฉันได้ไหมล่ะคะ”

“โฮ้ย ผู้หญิงนี่น่าเบื่อ ทำไมถึงชอบทำเรื่องง่ายๆให้มันยาก นางบำเรอกับเมียมันคนละเรื่อง เมื่อไหร่จะเข้าใจสักที”

“นางบำเรอกับเมียเข้าใจแล้ว แล้วความรักกับความซื่อสัตย์ล่ะ คุณเข้าใจไหม”

เมืองแมนก้าวเข้ามาตบมือชิดหน้าโยทะกา ให้เธอตื่นจากเทพนิยายเจ้าหญิงเจ้าชายเสียที ตนเป็นผู้ชายมีอารมณ์อยาก มีอารมณ์เบื่อและตอนนี้ก็เบื่อที่สุด โวยเสร็จเขาก็เดินออกไป โยทะกาน้ำตาไหลพรากที่เมืองแมนมักจะคุยคนละประเด็นกันอยู่เรื่อย...

รุ่งขึ้น เบลสะใจเมื่ออ่านข่าวหนูมาลีเป็นคนอกตัญญู ไม่ยอมรับพ่อที่เป็นเกย์ ทั้งที่พ่อส่งเสียเลี้ยงดู อกตัญญูแบบนี้คนไทยเกลียดที่สุด เบลดีใจที่ข่าวนี้จะทำให้คะแนนหนูมาลีตกแน่

โยทะกาบึ่งรถมาหาโรสถึงบ้านหลังเขา มองตัวบ้านคิดถึงอดีตที่เคยสนิทสนมกับโรส ช่วงนั้นตนมีความสุข มาก...พอดีย่าหงส์เดินออกมาถามมาหาใคร โยทะกาอึกอักที่ย่าหงส์จำตนไม่ได้ ตอบอ้อมแอ้มว่ามาหาเรืองยศ โรสเดินตามออกมา “ฉันอยู่นี่...”

โรสพาโยทะกามานั่งใต้ต้นไม้ เด็ดดอกไม้ส่งให้เหมือนที่เคยทำสมัยก่อน หญิงสาวรับมาแต่ไม่ทัดหูเหมือนเคย สีหน้าเธอรันทดถามโรสเป็นนางโชว์จริงหรือ

โรสชี้ไปที่บอยว่านั่นคือแฟนตน โยทะกาอึ้งแน่ใจแล้วว่าโรสเป็นเกย์ โรสกล่าวอีก เมื่อก่อนเธอก็ไม่ใช่ผู้บริหารแบบนี้ โยทะกาพยักหน้าเห็นจริง แต่ติงว่าทำไมเจอกันคราวก่อนต้องโกหกเรื่องลูก โรสชี้แจง

“ตอนหนูมาลีเข้าประกวด ฉันค้านหัวชนฝาเพราะกลัวว่าเขาจะเจอเธอ พอหนูมาลีเข้ารอบ ฉันก็รอดูว่าเขาจะพูดถึงเธอไหม นักร้องบ้านนอกกับผู้บริหารคงไม่ได้เจอกันบ่อยๆ พอเห็นว่าเขาไม่พูดถึง ฉันก็สบายใจ”

“ฉันพยายามทำตามที่เธอบอก ให้ลืมเรื่องที่เราเจอกัน แต่พอรู้ว่าลูกคือหนูมาลี ฉันตกใจและดีใจจนบอกไม่ถูก เขาน่ารักมาก เธอเลี้ยงเขาดีเหลือเกิน แล้วเธอบอกเขาว่ายังไงเรื่องแม่”

โรสนึกถึงอดีต ในงานโรงเรียนวันแม่ ตนจะเป็นคนมานั่งให้ลูกกราบทุกปี ตนเคยถามลูกอยากมีแม่เหมือนคนอื่นไหม หนูมาลีตอบว่าย่าบอกแม่ทิ้งหนู

ให้สถานสงเคราะห์ พ่อเป็นคนวิ่งตามรถเอาตัวหนูกลับมาเลี้ยงเอง หนูกับพ่ออยู่ที่เดิมแต่แม่ไม่เคยติดต่อมา แสดงว่าแม่ใจร้ายไม่สนใจหนู หนูไม่อยากเจอแม่ โรสเสียงอ่อย “หลังจากนั้น เขาไม่พูดเรื่องแม่อีกเลย ฉันถึงบอกว่าให้เธอลืมทุกอย่างซะ เพราะฉันไม่รู้ว่าเขาจะคิดยังไง เฮ้อ เขาเพิ่งรู้ว่าฉันเป็นเกย์เมื่อไม่นานมานี้เอง กว่าเขาจะยอมรับเล่นเอาเหนื่อย”

โยทะกาน้ำตาตก โรสเสียใจน่าจะบอกลูกว่าแม่ตายไปแล้ว โยทะกาสะอื้น “ลูกพูดถูก ฉันจะตามหาเขาเมื่อไหร่ก็ได้แต่ฉันก็ไม่ทำ เขาคงรู้สึกแย่ รู้สึกไร้ค่า ว่าทำไมแม่ไม่รักเขา ในที่สุดเลยปฏิเสธแม่ตัวเอง ฉันสมควรโดนแล้ว”

“หนูมาลีไม่เหมือนเด็กคนอื่น ลูกของเราเหมือนนางฟ้า เขาจะเชื่อในสิ่งถูกต้อง และจะเชื่ออย่างนั้นไม่มีวันเปลี่ยนง่ายๆ ตั้งแต่เด็กถ้าเราบอกว่าสิ่งนี้ไม่ดีแค่พูดครั้งเดียวเขาจะจำจนตาย”

โยทะกาเห็นด้วย คนที่สถานีก็ชอบหนูมาลีมาก รวมถึงตน แล้วตนควรทำอย่างไรต่อไปดี โรสยืนยันคำเดิมให้ทำทุกอย่างเหมือนเดิม ให้ลูกนับถือเธออย่างเดิม ครอบครัวใหม่เธอจะได้ไม่วุ่นวายด้วย โยทะกา อึ้งเมื่อนึกถึงเมืองแมน แต่น้ำตาแห่งความเจ็บปวดไหลรินไม่หยุด

หนูมาลีกลับมาบ้าน เห็นย่าหงส์ทำงานบ้านก็ถามหาโรส บอกว่าพ่อของนิดชวนไปทานข้าวที่บ้าน ย่าหงส์ตอบว่าโรสมีแขกจากกรุงเทพฯมาหา หนูมาลีจึงเดินไปดู จู่ๆย่าหงส์ก็นึกขึ้นได้

“ไอ้แก่ๆ ไม่ใช่เพื่อนจากกรุงเทพฯ กูนึกออกแล้วว่าใคร!” ย่าหงส์เครียดขึ้นทันที

หนูมาลีเดินมาหาโรสถามว่าใครมาจากกรุงเทพฯ โรสบอกว่ากลับไปแล้ว เซลส์มาขายยาบำรุง เห็นย่าหงส์ตามมาจึงหาเสียงสนับสนุน ใช่ไหมแม่...ย่าหงส์สะดุ้ง สบตาลูกชายรู้แกว

“เออใช่ๆ ยาที่แกกินประจำ เอ้อ ไปก่อนนะ มาเอากระบุง” ย่าหงส์คว้ากระบุงเดินไปดื้อๆ

หนูมาลีไม่สงสัยอะไร โรสถอนใจเฮือกกลับไปซ่อมบ้านกับบอยต่อ...ย่าหงส์เดินกลับมาที่ปู่เชื้อ เขาถามทันทีว่าใครมา ย่าหงส์ปัดอย่าไปสนใจเลย แสดงว่าย่าหงส์ช่วยโรสปิดบังต่อไป

ooooooo

คืนนั้น โรสปรึกษาบอยจะกลับกรุงเทพฯ ไม่อยากให้ครอบครัวเป็นขี้ปากมากกว่านี้ แคที่หิ้วกระเป๋าเข้ามา พอรู้ว่าโรสจะกลับกรุงเทพฯก็เสียดาย เพราะเพิ่งทำความรู้จักกับครูพละไม่นาน บอยแนะนำให้ไปพักบ้านแคที่จนกว่าจะหาคนมาเช่าร้านได้เพื่อหลบเจ้าหนี้ก่อน แคที่เห็นด้วย

บอยนั่งดูข่าววิจารณ์บันเทิง เครียดแทนหนูมาลีกับโรส พอดีหนูมาลีมาตามไปตลาด เขารีบปิดทีวี พอบอยเดินไป หนูมาลีสงสัยจึงเปิดทีวีดู เห็นกำลังวิจารณ์เรื่องตนมีพ่อเป็นเกย์แล้วไม่ยอมรับเป็นพ่อ เรียกพ่อว่าพี่ คนแบบนี้ไม่สมควรเป็นศิลปิน เป็นต้นแบบให้เด็กๆ

โรสเดินเข้ามาส่งเสียง “เอ้านั่นตลกกันใหญ่ ตลกตายละ กูไม่ใช่ตัวตลกโว้ย”

หนูมาลีสะดุ้ง โรสตัดบทให้หนูมาลีไปซ้อมร้องเพลงที่จะขึ้นประกวดครั้งต่อไป หนูมาลีน้ำตาคลอสบตา “เขาหาว่าหนูไม่ยอมรับพี่ หนูยอมรับพี่นะ”

โรสดึงลูกมากอดปลอบ “การประกวดเป้าหมายต่างๆในชีวิตของเราสำคัญทั้งหมด ระหว่างทางเดินไปสู่จุดหมาย ยิ่งใกล้หมามันยิ่งเห่า และมันจะยิ่งเพิ่มจำนวนมากขึ้น ตามขนาดเป้าหมายของแก” หนูมาลีถามว่าข่าวพวกนี้คือหมาที่เห่าหรือ โรสพยักหน้า “เป้าหมายยิ่งใหญ่ หมามันยิ่งมีเยอะ แล้วถ้าแกมัวแต่หยุดทุกครั้งที่หมาเห่า แกจะเสียเวลาแค่ไหน...ขอแค่เราสองคนเข้าใจกัน คนอื่นจะพูดยังไงอย่าไปสนใจ ตกลงไหม”

หนูมาลีพยักหน้ากอดโรสอย่างซาบซึ้งรู้สึกสบายใจขึ้น...ในวันเดียวกัน ทองทาเข้าห้องอัดเสียง ระหว่างรอเห็นข่าวหนูมาลีก็ชักเป็นห่วง สั่งจองตั๋วเครื่องบิน แต่เจ้าหน้าที่บอกว่าเมืองแมนไม่ให้เขาไปไหน ตอนนี้ตารางงานออกมาแน่นเอี๊ยด พรุ่งนี้เขาก็ต้องเข้าห้องอัดอีก ทองทาคุกรุ่น เดินดุ่มๆมาที่ห้องทำงานเมืองแมน เปิดประตูผางเข้าไปโวย

“พ่อไม่เคยยุ่งกับงานในรายละเอียดแบบนี้ ผมถึงยอมเป็นนักร้องในสังกัดของพ่อ ถ้ารู้ว่าพ่อเข้ามายุ่งผมคงไม่ทำ”

เมืองแมนบอกว่าต้องตีเหล็กตอนร้อน ทองทาไม่สนใจประกาศลาออก เมืองแมนโพล่งออกมา “ฉันเป็นหนี้!กำลังจะโดนฟ้องล้มละลาย...สถานีโทรทัศน์นี้ เลี้ยงดูแก เลี้ยงดูแม่แก พนักงานอีกหลายร้อย จะต้องถูกไล่ออก ถ้าเราสร้างศิลปินคนใหม่มาหาเงินเข้าสถานีไม่ได้”

ทองทาชะงักไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน เมืองแมนบอกว่าไม่มีใครรู้แม้กระทั่งโยทะกา เมืองแมนอ่อนใจถ้าทองทาจะไม่เชื่อ “ฉันยอมรับนะ ฉันเป็นพ่อใครไม่เป็น ฉันกับแกหรือแม้แต่เบล ฉันก็ไม่ได้เลี้ยง แต่ฉันก็รักแกเหมือนกับพ่อคนอื่น”

“พ่อเป็นนักธุรกิจ เป็นคนเจ้าชู้ พ่อใช้คำพูดเพื่อหลอกทุกคน คำว่าซื่อสัตย์เป็นสิ่งที่คนเจ้าชู้ไม่รู้จัก” ทองทาไม่อยากเชื่อ

เมืองแมนเครียด รู้ว่าบังคับลูกไม่ได้ ได้แต่รอดูว่าทองทาจะตัดสินใจอย่างไรก็ตามใจ...ทองทาหวั่นไหว มาหาแม่ช้องนางที่โรงพยาบาล เห็นแม่นั่งถักไหมพรมปะปนกับคนไข้อื่นๆ จึงเข้าไปนั่งข้างแม่ ช้องนางหันมาเห็นทัก “เมืองแมน กลับมาแล้วหรือคะ”

ทองทากุมมือแม่ “ผมไม่คิดจะกลับไปเป็นศิลปินอีก ทำไงดีครับแม่ ผมควรทำต่อเพื่อเขาหรือเปล่า”

“เมืองแมน คุณไปไหนมา คุณทิ้งฉันอีกแล้ว” ช้องนางรำพันไปเรื่อย

“พ่อบอกรักผมด้วย ผมตัวชาไปหมดเลย เขาไม่เคยบอกรักผม”

ช้องนางตีความเป็นเรื่องราวของตัวเอง “คุณรักฉันกับลูกบ้างไหม ทองทาเป็นลูกคนแรกของคุณ ฉันจำได้ คุณไม่เคยทิ้งงานเพื่อฉัน แต่คุณทิ้งงานได้เพื่อทองทา คุณมาเฝ้าฉันตอนคลอด คุณจำได้ไหม ทันทีที่เห็นหน้าลูก คุณร้องไห้...คนอย่างคุณร้องไห้” ช้องนางอุ้มตุ๊กตาเห่กล่อม

ทองทาตะลึงเมื่อรู้ว่าพ่อร้องไห้ตอนตนเกิด ช้องนางบอกให้เมืองแมนจดจำความรักเอาไว้บ้าง จะได้ไม่กลายเป็นคนใจร้าย อย่าลืมความรู้สึกนั้น ทองทาอึ้งไม่อาจตัดใจจากพ่อเสียแล้ว

ooooooo

ด้านเบลสะใจเรื่องข่าวของหนูมาลี จากนั้นก็หันมาเล่นงานน้อยหน่าเป็นคนต่อไป เมื่อผู้ปกครองน้อยหน่าที่เธอบอกว่าเป็นอา เอาขนมมาให้ที่สตูดิโอ เบลก็สั่งนีน่ากับยาหยีตามไปถ่ายคลิปเก็บไว้ เพราะสืบรู้อะไรบางอย่างมา

เช้าวันใหม่ โรส หนูมาลีและบอยมาอยู่บ้านแคที่ แคที่หน้าเศร้าคิดถึงครูพละ หนูมาลีเองก็เศร้า บอยเปรย “ทองทาโทร.คุยกับพี่ประจำ เพราะเธอไม่รับสาย ตอนนี้เขายุ่งทำอัลบั้ม เขาคงยังไม่รู้ว่าเธอมากรุงเทพฯแล้ว”

โรสหยิบเสื้อผ้าทอมือออกมายื่นให้หนูมาลี “นี่ของฝากจากบ้านเรา ฝากหนูมาลีเอาไปบ้านทองทาหน่อย ตอนเขามา เขาชมว่าสวย บอกเขานะว่าพี่ฝากมา”
หนูมาลีครุ่นคิดจะไปหาทองทาดีหรือไม่...บ่ายวันนั้น โยทะกาเข้าประชุมงาน จ๋าเดินเชิด บอกว่ามาประชุมแทนเมืองแมน พนักงานคนอื่นแปลกใจ โยทะกาอายลูกน้องถามจ๋าลาออกไปแล้วไม่ใช่หรือ เธอตอบว่าใช่ ลาออกจากการเป็นเลขาโยทะกามาเป็นเลขาเมืองแมน โยทะกาทนไม่ไหว มาต่อว่าเมืองแมนที่ห้องทำงาน เมืองแมนบอกว่าจ๋าไม่ยอมออก โยทะกาโกรธมาก

“คนในนี้เริ่มซุบซิบกันแล้ว คนที่แล้วดารา คนก่อนหน้านี้นางแบบ มาคนนี้เลขาของฉันเอง ฉันต้องทนไปอีกนานเท่าไหร่...ฉันขอหย่า”

เมืองแมนหัวเราะเยาะ หาว่าเธอบ้าไปแล้ว ทีเมื่อก่อนยอมได้ ยิ่งแก่ยิ่งบ้า โยทะกาโวยวาย ตนทนไม่ไหวต้องการหย่า เมืองแมนเสียงกร้าวจะยึดตำแหน่ง ยึดอำนาจ ยึดทรัพย์ทั้งหมดเพราะทุกอย่างแม้แต่ตัวเธอเป็นของเขา “คุณอยู่ไม่ได้หรอกถ้าไม่มีผม อายุแค่ 20 ประกวดเสร็จคุณก็มาอยู่กับผมแล้ว คุณมีทุกวันนี้เพราะผม คุณจะเป็นยังไงถ้าไม่มีผม คิดสิ”

โยทะกาน้ำตาตกมาปรับทุกข์กับทองทาที่บ้าน เขาปลอบว่าทุกอย่างเป็นความเคยชินที่เธออยู่กับเมืองแมน มานาน ความสามารถอย่างเธอออกมาเริ่มต้นใหม่ได้สบาย หญิงสาวส่ายหน้า

“ไม่ว่าพี่จะไปที่ไหน ไปทำงานอะไร เขาตามทำลายพี่แน่ เขารู้สึกว่าพี่เป็นสมบัติของเขา ถ้าพี่ออก งานเขาจะเสียหาย เขาจะยิ่งแค้นยิ่งอาละวาดเรื่องของเอ้อ...”โยทะกาเกือบหลุดเรื่องลูก

ทองทาทำหน้าสงสัย โยทะกาน้ำตาไหลพรากบ่นว่าตนนอนไม่หลับมาหลายคืนแล้ว ทองทาเข้ากอดบอกร้องระบายออกมาให้หมด หนูมาลีเดินมาเห็นภาพบาดตาพอดี ผิดหวังเสียใจวางถุงเสื้อไว้หน้าประตูแล้วกลับไป...

ทองทาปลอบโยทะกาจนคลายความโศกลง

ด้านการะเกด พอได้อยู่กับแม่กับน้องในบรรยากาศชนบทก็ลืมความเศร้าลงบ้างหัวเราะสนุกสนานกับน้องชาย อธิมองอย่างดีใจ ไม่เห็นเธอยิ้มได้มานาน แต่พอโต้งเอากีตาร์มาให้อธิเล่นเพื่อให้พี่สาวร้องเพลง การะเกดก็หน้าเจื่อนลง นึกถึงคำพูดของวานิชก่อนจะข่มขืนตนว่า

“ฉันหลงรักพวกเธอตั้งแต่เห็นพวกเธอร้องเพลง ขึ้นเวทีคราวหน้าคิดถึงฉัน คิดถึงความทรงจำระหว่างเราด้วยนะหนู ฮ่าๆๆๆ”...การะเกดลุกหนีให้โต้งร้องเล่น
ไปกับอธิ

พอดีมือถืออธิดังขึ้น หนูมาลีโทร.เข้ามาถามทุกข์สุขการะเกด และเลียบเคียงถามอธิว่าทองทามีปัญหากับพ่อและผู้หญิงของพ่อไหม อธิตอบว่าทองทาไม่ใช่คนขี้อิจฉา เขารักเบลเหมือนน้องสาวแท้ๆ ส่วนโยทะกาเขาคลั่งไคล้เธอมานานแล้ว แต่ไม่คิดแย่งเมียพ่อ

“อ๋อค่ะ หนูเคยสนิทกับพี่เขามาก แต่เอาเข้าจริงก็แทบไม่รู้จักเขาเลย”

อธิร้องเฮ้ย...ไม่คิดจะพูดให้เข้าใจผิด แต่หนูมาลีวางสายไปเสียก่อน ไม่ฟังเขาพูดให้จบ

พอทองทาเดินไปส่งโยทะกาที่รถ กลับเข้าบ้าน เห็นถุงเสื้อที่หนูมาลีวางไว้จึงโทร.ไปหาโรส ทั้งสองเข้าใจว่าหนูมาลีไม่ยอมเจอะเจอ ทองทาบ่นสงสัยต้องกลายเป็นเกย์ เธอถึงจะพอใจ แต่พอหนูมาลีกลับมาก็เอาแต่เศร้าซึม

โรสทำเป็นเอ็ด ถ้าไม่ซ้อมร้องเพลงก็ไปอ่านหนังสือเรียน

หนูมาลีเสียงอ่อย “จะขึ้นคอนเสิร์ตแล้ว พี่โรสต้องเป็นคนสอนหนูร้องเพลงแล้วล่ะ”

โรสจะอธิบายเรื่องทองทา หนูมาลีปัดไม่อยากฟัง เปิดเพลงสองเพลงให้โรสช่วยเลือกว่าตนจะใช้เพลงไหน พอโรสเลือกเพลงแรก หนูมาลีหาว่าอีกเพลงโรสแก่เกินไปจึงฟังไม่ออก โรสแหว “อีนี่มาดูถูกกัน ฉันไม่มีความรู้ ฉันไม่ทำคณะคาบาเร่ต์มาเป็นสิบๆปีหรอก”

สองพ่อลูกแหย่กันหัวร่อต่อกระซิก เผอิญโยทะกามาแอบมอง เธอโหยหาความสุขเช่นนั้นบ้าง โรสเหลือบมาเห็นจึงรีบหลบ...หลังจากนั้นโรสก็ออกไปพบโยทะกาโดยที่หนูมาลีไม่รู้

“รู้ได้ยังไงว่าเราอยู่ที่นี่”

“ผู้เข้ารอบต้องรายงานตัวตลอดเวลาว่าอยู่ที่ไหน” โยทะกาบอก โรสพยักหน้าแต่พอเห็นสีหน้าเธอเหมือนจะร้องไห้ จึงถามเป็นอะไร หญิงสาวน้ำตาปริ่ม “เบื่อน่ะ เบื่อไปหมด ก็เลยแวะมาดูว่าหนูมาลีทำอะไรอยู่...มีความสุขมากใช่ไหมเวลาอยู่กับลูก เขาคือรักแท้ใช่ไหม ความรักอย่างอื่นคงสู้ไม่ได้ เขาเป็นของเราจริงๆใช่ไหม”

“เป็นของเราคงไม่ใช่ แต่รักแท้น่ะใช่ เพราะรักแท้หมายถึงให้โดยไม่หวังอะไรตอบแทน”

“เธอมีโอกาสนั้นแต่ฉันไม่มี...ไม่มีสิทธิ์” โรสสงสารโยทะกา ถามอยากให้บอกลูกไหม เธอส่ายหน้า “เขาไม่อยากเจอฉันเพราะโกรธ ส่วนฉันไม่อยากเจอเขาเพราะทนความเกลียดในสายตาเขาไม่ได้ ตอนนี้ฉันเป็นคนที่เขานับถือ แล้วถ้าเขารู้ความจริงล่ะ...” น้ำตาโยทะกาไหลริน

ooooooo

เบลยังไม่วางมือที่จะเล่นข่าวหนูมาลีให้ย่อยยับ ถึงขนาดขอให้บุณฑริกช่วยให้กรรมการสมาคมกตเวทิตา ออกโรงประณามหนูมาลีให้หลุดจากรายการซุปเปอร์สตาร์ไปเลย ว่าเป็นคนอกตัญญูต่อพ่อบังเกิดเกล้า เกรงจะเป็นตัวอย่างไม่ดีแก่เยาวชน

แคที่กับบอยดูข่าวแล้วเครียดรีบปิดทีวี เกรงหนูมาลีมาเห็น แต่สายไปเสียแล้ว เธอยืนมองอยู่หน้าประตู...

หนูมาลีท้อใจไม่อยากซ้อมร้องเพลงต่อ แต่โรสเอ็ดจะทำอะไรก็ต้องทำให้ถึงที่สุด จะสำเร็จหรือไม่ก็ยังดีกว่าไม่ทำ

คืนนั้นหนูมาลีครุ่นคิดถึงคำพูดของโรส ที่สอนให้เลือกคนที่รัก คือคนแรกที่เราคิดถึงเวลาเศร้า อยากได้คำปลอบใจจากเขา...หนูมาลีพึมพำออกมา “พี่ทองทา หนูควรทำยังไงดีคะ”

เช้าวันใหม่ ขณะที่ทองทาอยู่ในห้องอัดเสียง เขาคอยดูมือถือเช็กกราฟคะแนนหนูมาลีตลอด เพราะวันนี้เป็นวันที่เธอขึ้นคอนเสิร์ต...ในวันนี้บอยกับแคที่เป็นคนไปดูแลหนูมาลี ไม่ให้โรสไป เพื่อป้องกันนักข่าวสัมภาษณ์ทำให้หนูมาลีเสียสมาธิ โรสจึงกำชับหนูมาลี

“เพลงของแกพูดเรื่องความคิดถึง ร้องมันออกมาจากความรู้สึกนะ แกคิดถึงใครก็ร้องถึงคนคนนั้น ถ้าแกร้องได้ตามความรู้สึกนี้ แกก็จะได้คะแนน อาจจะไม่ตกรอบ”

แม้หนูมาลียังไม่ยอมรับว่าคิดถึงใคร แต่สายตาเธอมีความมุ่งมั่นขึ้น...ด้านทองทา ตั้งใจจะแอบไปดูหนูมาลีขึ้นคอนเสิร์ต แต่ติดอยู่ในห้องอัดเพราะบรมขอให้อัดใหม่อีกรอบ พอบรมรู้ว่าทองทาอยากไปเชียร์ อาสาจะไปบอกคนนั้นให้ แต่เขาปฏิเสธ

“ผมหวังว่าเขาจะรู้ ถึงตัวจะไปไม่ได้ แต่ใจของผมจะส่งถึงเขาเสมอ” ทองทาเศร้าลง...

ในห้องแต่งตัว น้อยหน่าเดินพล่านเป็นกังวลว่าตัวเองจะเป็นคนโดนออกในครั้งนี้ พอหนูมาลีเดินทางมาถึงก็โดนนักข่าวรุมสัมภาษณ์เรื่องพ่อ แคที่กับบอยช่วยขวาง แคที่ออกโรงเอง

“วันนี้พ่อไม่มา ใช้แม่แทนได้ไหมคะ หนูมาลีนี่ฉันตกไข่ลงมาเองเลยนะคะ ปฏิสนธิทางปีกมดลูกข้างขวาทางนี้เลยค่ะ”

บอยดันหนูมาลีให้เดินอย่าหยุด ปล่อยแคที่จัดการไป...ในห้องแต่งตัว เบลนั่งแต่งหน้าทำผมอยู่ เห็นหนูมาลีเข้ามาก็มองอย่างจะกินเลือดกินเนื้อ หนูมาลีลงนั่งคนละมุมกับเบล สตาฟฟ์ถือช่อดอกกุหลาบแดงมาให้หนูมาลี

บอกว่ามีคนส่งมาให้ หนูมาลีคาดหวังว่าเป็นของทองทา ไม่ทันไร ซีโร่ยิ้มร่าเข้ามาบอกว่าเป็นของตนเอง หนูมาลีสลดลง เบลแขวะทันที

“หน้าเหี่ยวเชียว รอดอกไม้ใครหรือ...สร้างภาพยังไงก็ช่วยเรื่องเด็กอกตัญญูไม่ได้หรอก”

ซีโร่แตะไหล่หนูมาลีให้กำลังใจสู้ๆ...แต่สายตาหันมาส่งซิกให้เบลตามออกไปคุยกันข้างนอก...เบลเดินตามออกมา พ้นห้องก็โวยซีโร่ทันทีว่าชอบหนูมาลีจริงหรือ ซีโร่แก้ตัว

“เมื่อกี้ผมถ่ายรูปที่ไหนกัน ช่วงนี้เขาหาว่าผมไม่จริงใจก็ต้องเอาใจเขาหน่อย เกิดเขาไม่พอใจแฉนักข่าวขึ้นมา ผมก็ซวย”

เบลถามไม่อยากเป็นข่าวกับหนูมาลีแล้วหรือ ซีโร่ว่าโดนสังคมประณามขนาดนั้นคงไม่ไหวแล้ว “ผมว่าจะคุยกับคุณเรื่องข่าวของเราสองคน ที่เพิ่งเปิดประเด็นไปยังไม่ต่อเนื่อง ผมว่า...”

เบลถอยหนีเพราะเห็นซีโร่ยกมือถือขึ้นมาจะ ถ่ายภาพ “นี่ ไม่ต้องมาใกล้เลย ทำข่าวคู่กันแต่ฉันต้องทำว่าชอบคุณก่อนอีกแล้วใช่ไหม”

ซีโร่ยิ้มประจบ จะใครก่อนใครหลังก็ได้พื้นที่ข่าวด้วยกัน เบลถามว่าเขาจะไม่ทำข่าวกับหนูมาลีอีกแน่หรือ ซีโร่ย้ำคงต้องใส่เกียร์ถอยหลัง ถอยห่างแน่นอน เบลยิ้มแต่ยอมถ่ายรูปแนบชิดกับซีโร่ หวังสร้างข่าวให้กับพวกตน

ooooooo

คอนเสิร์ตดำเนินไปอย่างตื่นเต้นเหมือนทุกครั้ง ภูมิคะแนนนำมาเป็นอันดับหนึ่งเช่นเดิม ตามด้วยทิมมี่และโกมินทร์...ในห้องแต่งตัว เบลยังกดดันหนูมาลีไม่เลิก

“เป็นศิลปินมีแรงร้องเพลงเพราะเสียงปรบมือ วันนี้เธอจะร้องเพลงได้ยังไง ท่ามกลางการประณามจาก สังคม ฮึ ฉันจะร้องเพลงจนสุดพลังในวันนี้ เพราะเธอจะร้องเพลงห่วยสุดๆ”

หนูมาลีเครียดลุกเดินหนีออกไป เบลจะตามเยาะ แคที่เข้าขวาง “อุ๊ย! อะไรเหม็นๆ อ๋อ...อยู่นี่เอง คนหน้าสวยใจเน่า เหม็นเชียว...” แคที่สะบัดหน้าเดินตามหนูมาลีออกไป

เบลนึกได้ว่าโดนด่า โวยวายไล่หลัง ระวังจะไม่แก่ตาย...แคที่ตามมาปลอบหนูมาลีอย่าไปฟัง เบลตั้งใจจะตัดกำลังเรา หนูมาลีชักท้อ คะแนนล้าหลัง ร้องอย่างไรก็คงต้องหลุดออกไป แคที่ให้คติ พระท่านว่าชีวิตนี้น้อยนัก จะแพ้หรือชนะก็เป็นกำไร...หนูมาลีพยายามรวบรวมสติ

“ใช่ แพ้หรือชนะ ทุกอย่างก็เป็นความทรงจำที่ดี หนูจะร้องเพลงรอบสุดท้ายนี้ให้ดีที่สุด”

เบลร้องเพลงในวันนี้ได้ดีมาก คะแนนพุ่งขึ้นนำน้อยหน่า พิธีกรประกาศถึงคิวน้อยหน่า เธอตั้งสติจะต้องไม่ตกรอบ มั่นใจว่าครั้งนี้จะต้องเป็นหนูมาลีตกรอบ...เบลส่งซิกกับนีน่าและยาหยี ขณะที่น้อยหน่ากำลังร้องเพลงบนเวที มีหญิงสาวเดินหน้าถมึงทึงเข้ามายืนหน้าเวที พอน้อยหน่ามองมาก็ตกใจหน้าซีด หยุดร้องเพลงไปดื้อๆ

โยทะกา แซนดี้และบรมดูการออกอากาศอยู่ตกใจ เอาอีกแล้ว ลืมเนื้อหรือเกิดอะไรขึ้น หญิงสาวชี้หน้าน้อยหน่า “อีเมียน้อย ยังมีหน้าจะเป็นซุปตาร์อีกหรือ...ใครส่งมาให้ฉัน แกหรือ”

หญิงสาวคนนี้เป็นเมียหลวง ชูมือถือที่มีคลิปน้อยหน่านัวเนียสามีเธอในรถ แล้วโวย “มึงแย่งผัวกู หลอกเงินผัวกูไปเท่าไหร่แล้ว ยังหวังจะเป็นซุปตาร์สวยเก๋หรือมึง อย่าหวังเลย กูจะเอาเรื่องมึงให้ถึงที่สุด”

น้อยหน่ายืนร้องไห้โฮ โยทะกาสั่งตัดเข้าโฆษณา พิธีกรพยายามแก้สถานการณ์...แคที่ปรี่มาบอกข่าวหนูมาลี ไม่ต้องกลัวตกรอบแล้ว เพราะคนที่จะตกรอบคือน้อยหน่า ...ด้านทองทา รู้สึกคิดถึงหนูมาลีอย่างมาก ขอทีมงานเปลี่ยนเพลงที่จะอัดเสียงเป็นอีกเพลงก่อน เป็นเพลงที่ตนอยากร้องมากตอนนี้ ทีมงานจัดการให้

พอเข้ารายการ หนูมาลีสแตนด์บายข้างเวทีนึกถึงคำพูดของโรสที่ให้คิดถึงคนที่เราร้องเพลงนี้ให้ เผอิญทองทามีความรู้สึกเดียวกับหนูมาลี ทั้งสองร้องเพลงเดียวกัน คือเพลง มีฟ้ามีดาวมีเธอ เป็นเพลงที่บอกให้อีกฝ่ายรู้ว่า ตลอดเวลาฉันคิดถึงแต่เธอเสมอ...มีแต่คิดถึง มีแต่คิดถึง อยู่ทุกครั้งที่มองดาว มีแต่คิดถึง มีแต่คิดถึงเรื่องวันวานและฝันของเรา มีแต่คิดถึง มีแต่คิดถึง และบ่อยครั้งก็ทำให้เหงา คิดถึงเธอ...คิดถึงเธอ หวังว่าเธอคงสุขดี...

ต่างฝ่ายต่างเต็มเปี่ยมไปด้วยความคิดถึงกัน คืนนี้หนูมาลีร้องเพลงได้ดี...พิธีกรประกาศผู้ที่ต้องออกจากรายการคืนนี้คือน้อยหน่า หนูมาลียืนอึ้งไม่อยากเชื่อหูตัวเอง เบลเข้ามาขู่

“ฉันไม่หยุดแค่นี้หรอก ฉันต้องเป็นที่หนึ่งให้ได้”

“คุณเกิดมาสวย รวย ที่หนึ่งมาตั้งแต่เกิด ยังไม่พออีกหรือคะ” หนูมาลีเหนื่อยใจ

“เพราะเกิดมาที่หนึ่งไง ฉันถึงทนเป็นที่สองของคนอย่างเธอไม่ได้ ชิ...พวกข้างถนน”

แคที่เห็นเบลเดินเชิดไป ทนไม่ไหวตะโกนด่าไล่หลัง “โฮ้ย ระวังนะไอ้พวกคะแนนดีๆ ระวังอารมณ์จะค้าง ถึงรอบสุดท้ายพลิกล็อกขึ้นมา หงายหลังตึงซิลิ
โคน กระจาย...พวกบัวเต่าถุยมโนเองว่าเริ่ดกว่าชาวบ้าน...อย่าไปฟัง กลับบ้านกันเถอะ”

หนูมาลีพยักหน้าก่อนจะขอให้แวะที่หนึ่ง แคที่งงว่าที่ไหน...ทองทาอัดเพลงจบ กดมือถือหาพวกหนูมาลีอยากถามข่าวคราว แต่ไม่มีใครรับสาย จึงบอกทีมงานขอเวลาตนสักครู่แล้วตนจะรีบกลับมา ทองทาขับรถไปสถานี สวนกับรถบอยแต่ไม่เห็นกัน

หนูมาลีขอให้พามาที่ตึก ที่ทองทาใช้สอนพวกเธอบนดาดฟ้า เธอดึงดอกกุหลาบแดงจากช่อที่ซีโร่ให้หนึ่งดอก ถือขึ้นไปด้วย แคที่กับบอยรอข้างล่างด้วยความแปลกใจ พลันมีสายเข้ามาบอยสะดุ้งเพราะเครื่องสั่น เขาปิดเสียงไว้ พอเห็นหน้าจอว่าใครโทร.มาก็ดีใจ

หนูมาลีขึ้นมายืนบนดาดฟ้า คิดถึงคำพูดของทองทา “เลิกสนใจได้ไหมว่าพี่เป็นผู้หญิง เป็นเกย์หรือเป็นผู้ชาย แค่ถามตัวเองว่า เราสำคัญต่อกันมากขนาดไหน และถามตัวเองว่ารู้สึกยังไงกับพี่”...หนูมาลีเอาดอกกุหลาบปักไว้ราวระเบียง เผื่อว่าทองทาขึ้นมาจะได้เห็นว่าตนมา จากนั้นหนูมาลีก็หลับตา ยื่นมือออกไปข้างหน้า รำพึง

“วันนี้หนูอยากเจอพี่มาก เศร้า เครียดและดีใจ ทุกความรู้สึก พี่เป็นคนเดียวที่หนูคิดถึง”

ทันใด! ทองทาเข้ามาจับมือหนูมาลีไว้ เธอสะดุ้งลืมตาดึงมือออก แต่ทองทาจับไว้แน่น

“พี่อยู่นี่แล้ว หนูคิดถึงพี่ตอนที่เศร้า เครียดและดีใจ แต่พี่คิดถึงหนูทุกนาที”

หนูมาลีปลื้มปีติคิดว่าเขามีใจให้โยทะกาไปแล้ว ทองทาย้ำ ต่อไปนี้เราจะเริ่มต้นกันใหม่ ตนเป็นผู้ชาย เธอเป็นผู้หญิง ตนจะระมัดระวังให้เกียรติเธอ เพราะความรักหมายถึงการให้เกียรติซึ่งกันและกัน...หนูมาลีบีบมือทองทาแน่นด้วยความดีใจ ทองทามองมือนั้น ยิ้มโล่งใจหายเกร็ง

ด้านล่าง บอยชวนแคที่กลับบ้าน ปล่อยให้ทองทาเป็นคนไปส่งหนูมาลี...สองหนุ่มสาว ทองทากับหนูมาลีปรับความเข้าใจซึ่งกันและกัน หนูมาลีถามเขาว่า ตกลงจะออกอัลบั้มเพื่อช่วยพ่อและสถานี เขาพยักหน้ารับและบอกว่า ช่วงนี้ตนคงไม่ค่อยมีเวลา แล้วถามที่หนูมาลีร้องเพลงคิดถึงให้ตนจริงหรือ หนูมาลีเขินอายตีแขนเขาหน้าแดง ทองทาหัวเราะ เธอโวยหัวเราะอะไร

“ก็หนูไม่เคยอาย ไม่เคยเขินพี่นี่ เออดีแฮะรู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้ชายจริงๆ ก็ตอนนี้แหละ มัวไปเป็นเกย์อยู่ หนูไม่เคยเขินให้เราเห็นเลย”

“ตอนแรกหนูก็สับสนนะ หนูนึกไปว่าสิ่งที่หนูรู้สึกกับพี่ซีโร่คือความรัก แต่พี่โรสเพิ่งสอนความรักจริงๆ ไม่ใช่ชื่นชมของสวยงาม ความรักจริงๆ คือ...ดีต่อกัน เข้าใจกัน สุขทุกข์ไปด้วยกัน”

ทองทายิ้มกว้าง จับมือหนูมาลีมาประทับที่อกให้สัมผัสหัวใจที่เต้นแรงของตน “เรากลับมาเหมือนเดิม เป็นอีกครึ่งหนึ่งของชีวิตได้หรือยัง”

“หนูจะพยายามคิดว่าพี่เป็นพี่ชาย แบบพี่บอยดีไหม เฮ้อ มีพ่อเป็นเกย์ก็ไม่อยากยอมรับ มีคนสนิทไม่ได้เป็นเกย์ก็อยากให้เขาเป็น แหะๆ” หนูมาลีส่ายหน้าสับสน

ทองทายีหัวอย่างเอ็นดู บอกทำให้มันเป็นเรื่องสนุกเสีย ว่าแล้วก็ดึงมือเธอไปที่กระจกประตู ทองทาเป่าลมร้อนให้เกิดไอแล้วเขียนรูปหัวใจ หนูมาลีเป่าบ้าง เขียนหัวใจทับซ้อน ทั้งสองเริ่มสนุก ทองทาเป่าลมแล้วเอาปากจุ๊บเป็นรูปริมฝีปาก หนูมาลีทำบ้าง แต่ออกมาไม่ชัดเจน ทองทาจึงบอกให้ทำรูปใหญ่ๆ หนูมาลีเอาใหม่ เป่าลมร้อนออกมาแล้วหลับตาประทับปากลงบนกระจก แต่พอลืมตาขึ้นมาเห็นใบหน้าทองทาประกบปากอยู่อีกฝั่ง มีกระจกคั่นกลาง ถึงกับอึ้งสบตาสักพัก ถอยออกมายืนนิ่งใจเต้นรัว ทองทาเดินมากุมมือ ยิ้มให้ สบตาเธอด้วยหัวใจเปี่ยมรัก

กลับถึงบ้าน โรสหงุดหงิดโวยบอยกับแคที่ ที่ทิ้งหนูมาลีไว้กับทองทาค่ำๆมืดๆ เกรงป่านนี้จะฟีเจอริ่งกันไปถึงไหนๆแล้ว บอยโอดโอย

“ผมบอกแล้ว อีกหนึ่งชั่วโมงต้องมาส่ง ผมสั่งเลยนะ สั่งจริงๆ”

โรสยังห่วงจะเอาเรื่องทองทา แคที่โวยกลับ ทีตอนแรกอยากช่วยให้เขาคืนดีกัน มาตอนนี้ทำบ่นผีเข้าผีออกเหลือเกิน ไม่ทันไร เสียงรถทองทาแล่นเข้ามา ทั้งสามเกาะกันแอบดู

ooooooo

มาลีเริงระบำ

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด