ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    มาลีเริงระบำ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: สน ยุกต์ ประกบ แพทริเซีย กู๊ด ละครสนุกใน "มาลีเริงระบำ"


    บนเวทีคอนเสิร์ตแสงสีอลังการ พิธีกรกล่าวเชิญพบกับซุปเปอร์สตาร์สาวคนใหม่ของเมืองไทย “คุณมาลีเริงร่า อากาศดี” คนดูซึ่งเต็มไปด้วยเด็กวัยรุ่นร้องกรี๊ดกร๊าดดีใจกันใหญ่ หนูมาลีเดินออกมาพร้อมจังหวะเพลงที่ทำให้คนดูกระโดดตามเสียงเพลง และร่วมร้องไปด้วย

    คนดูขอสัมผัสมือซุปเปอร์สตาร์ของพวกเขา หนูมาลีร้องเพลงไปก็เดินสัมผัสมือกับคนดู พลันมีเสียงดังมาจากบนฟ้า “หนูมาลี” ทุกคนชะงักเงยหน้ามอง สักครู่หนูมาลีไม่สนใจร้องเพลงต่อ เสียงเรียกดังขึ้นกว่าเก่า หนูมาลียักไหล่ร้องเพลงต่อ ทันใดก็มีน้ำราดลงมาบนหัวพร้อมเสียง

    “ตื่น! ไปโรงเรียนได้แล้วโว้ย...จะไปไหมโรงเรียนน่ะ หา...เอาแต่นอนฝันหวานนะมึง”

    หนูมาลีทะลึ่งพรวดขึ้นมาโวยวาย “โหย...ย่าอ่ะ ที่นอนเปียกหมด ต้องมาซักมาตากอีก”

    ไม่นาน หนูมาลีก็อาบน้ำแต่งตัวเสร็จวิ่งออกจากบ้านที่อยู่บนเขาไกลความเจริญ เพื่อไปขึ้นรถสองแถวที่มารับไปโรงเรียน...หนูมาลีอยู่ชั้นม.6 เป็นเด็กเรียนเก่ง จึงรับหน้าที่หัวหน้าห้องและสนิทกับครูสวยมาก ทุกครั้งที่เธอยกกองสมุดไปส่งให้ครูสวยที่ห้อง เธอจะเดินฮัมเพลงไปตลอด จนครูสวยแซว “แค่ได้ยินเสียงฮัมเพลงก็รู้แล้วว่า น.ส.มาลีเริงร่ากำลังมา”

    “ครูสวยไม่ต้องเรียกชื่อหนูเต็มก็ได้ค่ะ พ่อตั้งเข้าไปได้ไงก็ไม่รู้ ยาวจัด”

    “ตกลงพ่อกลับมาจากกรุงเทพฯหรือยัง บอกพ่อมาหาครูด้วยนะ”

    หนูมาลีบอกครูว่าได้เขียนจดหมายไปบอกแล้วแต่พ่อไม่ตอบ ครูสวยเห็นใจถามพ่อเคยกลับมาไหม หนูมาลีเอารูปพ่อที่พกติดตัวตลอดออกมา เป็นรูปพ่อเรืองยศในชุดทหารเกณฑ์

    “ภาพสุดท้ายที่หนูถ่ายกับพ่อสิบปีก่อน”

    “เป็นทหารหรือ ทำไมครูได้ยินว่าเขาเปิดร้านอาหาร”

    “อาจจะเป็นทหารที่เปิดร้านหรือเปล่าคะครู”

    “นี่ไม่ได้คุยกับพ่อเลยหรือ”

    “พ่อส่งเงินมาทุกเดือน ส่งของมาก็บ่อย พัดลม ทีวี คอมพิวเตอร์ หนังสือ แต่พ่อคงไม่ชอบเขียนจดหมายค่ะ เขียนแต่สวัสดีปีใหม่ กับอวยพรวันเกิดปีละครั้ง สองครั้ง...

    หนูเขียนหาพ่อทุกเดือน ปู่กับย่าบอกว่าพ่อรักหนูมาก ตอนเด็กๆแม่ทิ้งหนู พ่อวิ่งตามรถของสังคมสงเคราะห์เอาหนูกลับมาให้ปู่กับย่าเลี้ยง”

    ครูสวยมองรูปพ่อของหนูมาลีแล้วกลุ้มใจแทน ก่อนจะหยิบจดหมายในลิ้นชักส่งให้ “นี่เป็นจดหมายจากมหาวิทยาลัยในเมือง หนูได้โควตาคณะครุศาสตร์ หนูขยันเรียนสอบได้ที่ 1 ทุกปีเห็นไหม โอกาสดีๆก็มาหาเอง”

    “พ่อคงดีใจ พ่ออยากให้หนูเป็นครู แต่หนูอยากเป็น...”

    “อย่านะ ที่คิดอยู่น่ะครูไม่เห็นด้วย พาปู่ย่าไปรายงานตัวซะ อย่าเพ้อฝันลมๆแล้งๆ” ครูเอ็ดหนูมาลียิ้มแห้งๆ จำต้องเก็บความใฝ่ฝันของตัวเองไว้...วันรุ่งขึ้นเป็นวันหยุด หนูมาลีนั่งเขียนจดหมายถึงพ่อ ปู่เชื้อวุ่นวายอยู่กับการเย็บแห ปู่เป็นอัลไซเมอร์แต่จำหลานกับเมียได้ และจำได้ว่าตัวเองมีลูกชาย ปู่มักจะบอกหนูมาลีว่าจะเขียนจดหมายทำไม พรุ่งนี้ก็เป็นวันสงกรานต์แล้วให้ไปรอเรืองยศที่ขนส่ง ทั้งหนูมาลีและย่าหงส์ต้องคอยบอกว่าสงกรานต์ผ่านไปหลายเดือนแล้ว ย่าหงส์หูจะตึงหน่อยแต่ก็เป็นคนแข็งแรง ทำงานได้สารพัด...จู่ๆปู่เชื้อก็ลุกขึ้นจะไปตกปลามาเผาไว้ให้ลูกชายกิน หนูมาลีรีบห้ามเพราะปู่ออกจากบ้านทีไร หลงทางกลับไม่ถูกทุกที

    “โฮ้ย...ไอ้แก่สมองเสื่อม ไป ไปปลูกผักกับข้า จะได้ลืมๆ” ย่าหงส์ลากปู่ไปด้วยกัน

    หนูมาลีบอกย่าว่า ผ้าไม่ต้องเก็บ เดี๋ยวตนเก็บเอง ย่าหงส์หันมาถามว่าเป็นบ้าหรือ หนูมาลีจึงตะโกนเสียงดังลั่นย้ำคำเดิมอย่างขำๆ คราวนี้ย่าได้ยินชัดโวยจะตะโกนทำไม บ้าดูทีวีทั้งวันก็ปวดหัวจะแย่ ยังจะตะโกนอีก...หนูมาลีหัวเราะแล้วหันมาเขียนจดหมายต่อ

    “พ่อเรืองจ๋า หนูมาลีไม่อยากเป็นครู หนูมาลีขออนุญาตพ่อทำตามความฝันบางอย่างนะ ถ้าพ่อจะโกรธ ก็อยากให้รู้ หนูขอเวลาแค่ปีเดียว ถ้าหนูทำไม่สำเร็จภายในหนึ่งปี หนูจะกลับมาสอบครูให้พ่อเรืองจ้ะ...”

    วันสอบวันสุดท้ายเสร็จ หนูมาลีกับเพื่อนต่างเซ็นเฟรนด์ชิปแลกกัน กอดกันถ่ายรูปเป็นที่ระลึก หนูมาลีเอาดอกไม้มากราบลาครูสวย...กลับบ้าน หนูมาลีเอาโบรชัวร์การประกวดรายการสี่แยกนักฝัน มาขออนุญาตย่าหงส์ ให้เหตุผลว่า เขาคัดเลือกเดือนหน้าที่กรุงเทพฯ ถ้าชนะได้เป็นนักร้อง เงินรางวัลตั้งหนึ่งล้าน ปู่ถามขึ้นว่า พ่อเขาอนุญาตแล้วหรือ สีหน้าหนูมาลีมุ่งมั่น

    “พ่อยังไม่รู้ ฉันจะไปหาพ่อที่กรุงเทพฯ...ทุกทีพ่อให้ส่งจดหมายไปตู้ปณ.14 ไปรษณีย์รัชดา คงเพราะพ่อเปลี่ยนที่ทำงานบ่อย แต่พ่อรักฉัน พ่อต้องมาไขตู้เอาจดหมาย ฉันจะรอพ่อที่ไปรษณีย์”

    ย่าหงส์ถามถ้าตนไม่ให้ไปก็คงจะหนีใช่ไหม หนูมาลียิ้มแหยๆ ย่าจึงเอาทองที่มีอยู่สองบาทยื่นให้ หนูมาลีอึ้งแต่ก็ปฏิเสธไม่รับ ตั้งใจจะไปเบิกเงินของพ่อ แต่ย่าคะยั้นคะยอให้รับและกำชับให้ระวังตัวมากๆ หนูมาลีเศร้าลงบอกย่าว่า มือถือที่พ่อซื้อไว้ให้ ตนจะเอาไปฝากอาผู้ใหญ่ข้างบ้าน เจอพ่อแล้วตนจะโทร.ส่งข่าวที่อาผู้ใหญ่ ย่าหงส์พยักหน้าน้ำตาปริ่ม หนูมาลีโผกอดย่า

    ปู่เชื้อมองอย่างไม่เข้าใจ “นังหงส์ เอ็งนี่เพี้ยน นี่มันสงกรานต์ หนูมาลีมันจะไปรับพ่อมันแค่อำเภอ ไปแค่ท่ารถจะให้ทองมันทำไม เพี้ยนไปใหญ่แล้วนะเอ็ง”...หนูมาลีกับย่าหงส์หัวเราะ

    หลังจากนั้น หนูมาลีก็เก็บเสื้อผ้าลงกระเป๋า มองโบรชัวร์การประกวดอย่างมุ่งมั่นแล้วมองภาพนักร้องในดวงใจซึ่งเป็นแรงบันดาลใจคือ ซีโร่...พึมพำขอให้เขาเป็นกำลังใจให้

    ooooooo

    เช้าวันใหม่ รถทัวร์ที่หนูมาลีนั่งมาแล่นเข้าจอดท่ารถ หนูมาลีลงจากรถเดินมาที่ร้านค้าอย่างเหนื่อยอ่อน ขอน้ำกิน เจ้าของร้านเสียงเข้มที่มาขอกันดื้อๆ เธอรีบบอกว่าขอซื้อ ตนมีเงิน ว่าแล้วก็ลนลานหยิบกระเป๋าเงิน ทำให้กระเป๋าหล่น ทองที่ย่าให้ไหลออกมาพร้อมเงินทั้งปึก

    “เงินเยอะนี่” คนขายตาวาว หนูมาลีนึกถึงรายการผู้หญิงถึงผู้หญิงที่ตนชอบดู มักเตือนภัยให้เด็กต่างจังหวัดที่มากรุงเทพฯระวัง...สถานที่อันตรายที่สุดคือสถานีขนส่ง หนูมาลีจินตนาการความน่ากลัวไปยกใหญ่ ไม่ไว้ใจใครเลย รวบเงินและทองใส่กระเป๋ากอดกระเป๋าแต้วิ่งหนี มีคนขับรถแท็กซี่เข้ามาชวนให้ไปขึ้นรถ หนูมาลีก็นึกถึงคำเตือนในรายการว่าอย่าไปไหนกับคนแปลกหน้าเด็ดขาด

    ขณะเดียวกัน ร้อยตำรวจตรีอธิ ตำรวจนอกเครื่องแบบขับรถมากับเพื่อนชื่อทองทา เข้ามาจอดที่ขนส่งเพราะสายส่งข่าวมาว่ามีการส่งยาเสพติด ทองทาลงจากรถก็อดส่องกระจกด้วยความเคยชินไม่ได้ เขาเป็นคนสะอาดสะอ้าน ใส่ใจดูแลตัวเองดีจนคล้ายเป็นเกย์ อธิอดแซวเพื่อนไม่ได้

    “หล่อแล้ว...หล่อแล้ว วันๆส่องแต่กระจก ไอ้นกหงส์หยก”

    “เอ๊า ก็คนมันดูแลตัวเอง ทำไมคนมันเยอะอย่างนี้ รู้งี้นอนที่บ้านดีกว่า” ทองทามองรอบๆ

    “ตั้งแต่กลับมาจากเมืองนอก วันๆเอาแต่อยู่บ้านฟังเพลง ออกมาเปิดหูเปิดตาบ้างเหอะ”

    ทองทากอดอกพิงรถ มองผู้คนขวักไขว่ บ่นจะดิ้นรนอะไรกันนักหนา น่าสงสารเกิดเป็นคนเนี่ย อธิแขวะเพื่อน “ติสต์อีกละ เขาเดินทางเขาก็ต้องเหนื่อย หดหู่แบบนี้ระวังโรคซึมเศร้าถามหานะโว้ย ไป...ไปเดินเล่น ไปไหนก็ได้ รอฉันแป๊บนึง เสร็จงานจะโทร.ไปบอก”

    อธิเดินไปยังผู้คนที่มีตำรวจขอตรวจสิ่งของที่พวกเขาขนมา หนูมาลีเดินกอดกระเป๋าแน่น ระแวงเกินเหตุไม่ไว้ใจใครทั้งนั้น พอเจออธิขอตรวจกระเป๋า ก็เข้าใจว่าเป็นพวกมิจฉาชีพ จึงใช้กระเป๋าฟาดหน้าเขาแล้ววิ่งหนี อธิจึงออกวิ่งตาม เห็นทองทาเดินอยู่จึงร้องบอกให้ช่วยจับ ทองทาเข้าล็อกตัวหนูมาลีล้มกลิ้งไปด้วยกัน ทองทาถูกหนูมาลีใช้สนับมือชกเข้าที่หน้าอกเลือดซึม ตำรวจกรูเข้ารวบตัวเธอ อธิสั่งค้นกระเป๋าแล้วถาม จะหนีทำไมแค่ขอค้น

    “พวกหลอกลวง ตำรวจต้องใส่ชุดสีกากี” หนูมาลีสวน

    “แล้วนี่กากีพอไหมเนี่ย กากี๊กากีแล้วนะ” จ่าชี้ตัวเอง พอค้นเสร็จก็รายงานอธิว่าไม่มีอะไร

    หนูมาลีแย่งกระเป๋าคืนมากอด อธิบอกเธอว่าตนเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบ แล้วถามเพิ่งเข้ากรุงมาใช่ไหม เจ็บตรงไหนบ้าง ทองทาเดินเข้ามาบอกว่าตนต่างหากที่เจ็บ แล้วฟ้องว่าเธอพกอาวุธสนับมืออันเบ้อเร่อ หนูมาลีรีบซ่อน
    “นั่นไงหลักฐานเต็มๆเลย ทำร้ายร่างกาย จับได้ไหมครับหมวด”

    หนูมาลีหน้าเสียมองอธิอย่างอ้อนวอน...อธิพาทองทามาทำแผลที่โรงพยาบาล หนูมาลีถามว่าทองทาเป็นตำรวจด้วยหรือ อธิตอบว่าเปล่าเขาเป็นเพื่อนสนิทตน หนูมาลีขอรับผิดชอบด้วยการจ่ายค่ายาแต่อย่าจับตน ทองทาเดินออกมาบ่น

    “ท่าทางจะเยอะนะเราน่ะแค่ขอค้นวิ่งซะหูตั้งวุ่นไปหมด...เป็นรอยแผลเป็นนะ โชว์แผงอกไม่ได้นะฉันเอาเธอตายแน่” ทองทาชี้ที่แผล

    “ก็ฉันกลัวนี่ ในกระเป๋ามีทองของย่าด้วยให้ใครรู้ไม่ได้หรอก อันตรายแย่” หนูมาลีนึกได้ปิดปากตัวเองมองอธิกับทองทาหวาดๆ

    “โก๊ะจริงๆ คนกรุงเทพฯที่ดีๆก็มีถมไป เดินทางคนเดียวเหรอ มาจากจังหวัดไหนล่ะ”

    หนูมาลีรีบบอกทองทาว่าตนเป็นคนกรุงเทพฯไปเยี่ยมญาติต่างจังหวัดเพิ่งกลับมา แต่พอมองไปเห็นรถไฟฟ้า ก็ตื่นเต้นวิ่งไปที่หน้าต่างชี้โวยวายถามใช่รถไฟฟ้าไหม รถไฟฟ้าตัวเป็นๆ ทองทากับอธิส่ายหัวขำๆความเด๋อด๋า ของหนูมาลี

    ออกจากโรงพยาบาล อธิกับทองทาพาหนูมาลีมาทานข้าว ทองทาค่อยทานทีละคำ ต่างจากหนูมาลีที่มีชามวางตรงหน้าสองชามเข้าไปแล้ว ปากก็พร่ำว่าอร่อยๆไม่เคยทานมาก่อน แล้วถามทองทาทำไมทานน้อย ทองทาตอบว่าตนเป็นแดนเซอร์กินมากไม่ได้เดี๋ยวลงพุง อธิเอื้อมหยิบทิชชู ทองทารีบยื่นทิชชูเปียกของตัวเองให้ บอกเพื่อนว่าสะอาดกว่า อธิถอนใจ

    “ไม่เอา ไม่อยากแต๋วเหมือนแก”

    “พี่เป็นแต๋วหรือเอ้อ...ขอโทษ แต่งตัวดีขนาดมีเสื้อสำรองในรถมาเปลี่ยนไม่น่าถามเนอะ”

    ทองทาเช็ดปากตัวเองท่าทางเบื่อคำถามแบบนี้ แต่ไม่สนใจจะตอบ หนูมาลีจึงปักใจว่าเขาเป็นแต๋วเพราะดูจากผิวที่ขาวผ่องหน้าตาเกลี้ยงเกลาของเขา...


    หนูมาลีเอาโบรชัวร์การประกวดออกมาให้ทองทาดูถามว่า รู้จักไหม ตนจะสมัครโครงการนี้ อธิร้องเอ๊ะ...นี่มัน...ทองทาห้ามไว้“มากรุงเทพฯเพื่อมาสมัครอันนี้หรือ ไร้สาระเปล่าๆ อย่าสมัครเลย” สีหน้าทองทาหงุดหงิด

    หนูมาลีบอกว่าอยากลองและที่มาก็มาหาพ่อด้วย อธิจะไปส่งให้แต่เธออึกอักเพราะยังไม่รู้ที่อยู่พ่อ อธิคิดว่าเธอจะระแวง “พี่เป็นตำรวจยังจะหาว่าตำรวจปลอมอีกไหม สวยๆกะเปิ๊บกะป๊าบอย่างเราเนี่ย เดี๋ยวก็ไปประกาศว่ามีทองในกระเป๋ากับแท็กซี่อีก”

    หนูมาลียิ้มๆที่อธิชมว่าสวย ทองทาส่ายหน้าขำๆ อธิจับไหล่เพื่อนบอกไปส่งเธอด้วยกัน ทองทาท้วงว่ามีงาน อธิว่างานที่สยามน่ะตอนเย็น มีเวลาถม พลันมีเสียงวอเข้ามาเรียกทุกหน่วยพร้อมกันที่นัดหมาย อธิจึงบอกว่าต้องกลับไปสถานีขนส่ง สงสัยจับยาบ้าได้แล้วลอตนี้ลอตใหญ่แล้วขอให้ทองทาไปส่งหนูมาลีแทน

    ระหว่างเดินมาที่รถ หนูมาลีเอ่ยขึ้น “พี่ทองทาชื่อเหมาะกับพี่มากเลย พี่อ่ะอย่างกับทองทาไว้ทั้งตัว หล๊อหล่อ เอ้อ...ขอโทษค่ะ สวย...”

    ทองทาปรายตามองขี้เกียจแก้ตัว ฮัมเพลงหนูมาลีเบาๆ หนูมาลีบ่นไม่ชอบเพลงนี้เพราะโดนล้อมาตั้งแต่เด็ก แล้วถามเขาจะไปสยามทำไม เขาบอกว่าไปโรงเรียนสอนเต้น เธอหน้าตื่น

    “โรงเรียนหรือคะ พี่ไปลงเรียนไว้หรือคะ” ทองทาบอกว่าไปดูๆ หนูมาลีรบเร้า “ขอไปด้วยได้ไหมคะ อยากดูโรงเรียน อยากดูสยาม อยากดูรถไฟฟ้าใกล้ๆ พี่ไม่ต้องไปส่งหนูมาลีก็ได้ แค่ขอติดไปสยามก็พอนะๆๆ”

    ทองทามองนาฬิกาก่อนจะพยักหน้า หนูมาลีดีใจรีบขึ้นรถ เห็นดอกไม้จึงเอามาทัดหู ทองทามองแล้วนึกถึงใครคนหนึ่ง ยิ้มๆ ชักจะถูกชะตากับหนูมาลีขึ้นมา ...พอมาถึงสยาม ทองทาชี้ให้หนูมาลีดูรถไฟฟ้าแล้วถาม เจอแล้วจะทำอย่างไร เธอยกมือไหว้ทำหน้าปลาบปลื้มมาก ทองทาหัวเราะชอบความบ้าของเธอ แล้วพาเข้าไปในโรงเรียน หนูมาลีตื่นเต้น

    “โห พี่เรียนที่นี่เหรอ ค่าเรียนแพงมากไหมอ่ะ หนูมาลีอยากเรียนบ้าง”

    ทันใด มิกซ์กับแมกซ์เดินมา ต่างเข้ากอดหอมทองทาเรียกผัวขากันทั้งคู่ หนูมาลียิ่งมั่นใจว่าทองทาเป็นเกย์จริงๆ จึงยิ่งไว้ใจเขามากขึ้น...ทองทาเปลี่ยนเครื่องแต่งตัวเป็นชุดวอร์ม มิกซ์กับแมกซ์พาหนูมาลีมานั่งดู ทองทาเข้านำแดนเซอร์หญิงเต้นและจัดท่าทางให้กับทุกคน เวลาเต้น จริตของทองทาจะออกมาดูเหมือนกะเทยที่สวยทุกกระเบียดนิ้ว

    หนูมาลีตกใจเมื่อรู้จากแมกซ์ว่าทองทาเป็นครูไม่ใช่นักเรียน เขาเรียกว่า คอริโอกราเฟอร์ นักออกแบบท่าเต้น แดนเซอร์ที่จะออกงานจะต้องมาให้เขาออกแบบท่าเต้น หน้าหนูมาลีเหวอ

    “เล่นละครบรอดเวย์ก็เคย ทำงานเวทีระดับโลกมาเยอะแยะ” แมกซ์สาธยาย

    “โห...เข็มขัดสั้นเลย”

    มิกซ์งงถามหนูมาลีใส่เข็มขัดมาด้วยหรือ หนูมาลีขยายความว่า คาดไม่ถึง...แล้วถามว่า ทองทาอายุเท่าไหร่ ทำไมหน้าดูเด็ก ไม่ทันจะตอบ ทองทาร้องเรียกมิกซ์กับแมกซ์มาช่วยปรับท่า ทองทาเต้นนำด้วยท่าบัลเล่ต์ให้นักเต้นหญิงดู หนูมาลีตาค้างมองความพลิ้วไหวของเขา

    “แต๋วแตกสุดๆ เฮ้อ...เสียดายอ่ะ...” หนูมาลีแอบเต้นตามอย่างอดใจไม่ไหว

    เวลาผ่านไปจนดึก ทองทาเดินมาหาหนูมาลีแล้วบอกว่าพ่อคงเป็นห่วงเธอแย่ หนูมาลีนึกได้...ให้ทองทามาส่งที่ไปรษณีย์ เธอบอกเขาว่าพ่อให้ตนส่งจดหมายมาที่ตู้ ปณ.14 นี้ ตนเชื่อว่าพ่อต้องมาไขเอาจดหมายตอนเช้า ตนจะรอพบพ่อ ทองทาถามแล้วคืนนี้จะนอนไหน หนูมาลีมองไปเห็นร้านเซเว่นในปั๊มจึงชี้ว่าตนจะไปนอนรอที่ปั๊มนั่น เธอยกมือไหว้ขอบคุณแล้ววิ่งไป

    ooooooo

    ระหว่างที่หนูมาลีนั่งหน้าร้านเซเว่น มีชายคนหนึ่ง เข้ามาพูดคุยด้วย ชวนขึ้นรถ หนูมาลีนึกถึงคำเตือน ของรายการผู้หญิงถึงผู้หญิง ห้ามเชื่อคนแปลกหน้าห้ามดื่มห้ามกินอะไรที่เขาเอามาให้ จึงปฏิเสธเดินหนี แต่กลับถูกฉุดกระชากหาว่าดึกดื่นมานั่งแบบนี้ต้องเป็นผู้หญิงอย่างว่า

    หนูมาลีล้วงสนับมือออกมาป้องกันตัวสู้สุดฤทธิ์ ไม่ทันไร ทองทาวิ่งเข้ามาโวย ถ้าอยากมากก็ไปซื้อบริการเอาจะดีกว่า ชายคนนั้นชี้หน้าฝากไว้ก่อนแล้วกลับไป ทองทาถอนใจเฮือก

    “เฮ้อ วิชาแอ็กติ้งใช้ได้ผล ถ้ามันต่อยพี่ พี่ตายแน่ ตามมาป่าววะ เหงื่อแตกเลย”

    “เอ๊า...นี่พี่กลัวมันเหรอ โห ทำเข้มเนียนมาก”

    “กลัวสิ เคยต่อยกับใครที่ไหน รีบๆไปกันเถอะ” ทองทาดึงหนูมาลีไปขึ้นรถพาไปบ้าน

    บ้านของทองทามีลักษณะเหมือนสตูดิโอ เก๋ไก๋ดูเป็นอาร์ติสต์ตกแต่งสวยงาม มีแม่บ้านอยู่กับครอบครัวที่เรือนข้างหลัง ทองทาบอกหนูมาลีว่าบ้านตนมีห้องนอนห้องเดียว ตนยกให้เธอ เข้านอนแล้วล็อกประตูด้วย หนูมาลีเตือนว่าตอนเช้าตนต้องไปรอพ่อ เขาจึงบอกว่าเขาต้องออกไปวิ่งทุกเช้าจะไปส่งให้...หนูมาลีเห็นทองทาถอดรองเท้าวางเรียบร้อยก็รีบจับของตัววางบ้าง เข้ามาในบ้านเห็นความเป็นระเบียบก็ตาโพลง

    “บ้านพี่สวยมากเลยนะ พี่รวยใช่ไหมนี่ เรียนจบสูง เก่ง รวย นิสัยดี โห...โชคดีจริงที่ตามย่าหงส์ไปใส่บาตรทุกวัน มาเจอคนอย่างพี่เนี่ย...สาธุ” หนูมาลียกมือไหว้

    ทองทายิ้มขำๆไล่ให้เข้าห้องนอน...หนูมาลีอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ เห็นโต๊ะเครื่องแป้งเขามีกระเป๋าเครื่องสำอางยิ่งทำให้หมดความกลัวในตัวเขามากขึ้น เพราะคิดว่าเขาเป็นแต๋วแน่ เธอถือหมอนออกจากห้องมาเห็นทองทามีมาส์กบำรุงแปะหน้า ก็เปรยว่า

    “บ้านสะอาดหอม ไม่มีมุมไหนรกเลย พี่นี่เป็นแม่บ้านแม่เรือนจนผู้หญิงอย่างฉันอาย”

    ทองทาลงนอนห่างจากหนูมาลีแล้วถามความเป็นมาของเธอกับพ่อ เธอเล่าว่าพ่อทำงานหนักส่งเงินมาให้ตนกับปู่ย่าเดือนตั้งหลายหมื่น ไม่เคยขาดสักเดือน ตนเจอกับพ่อครั้งสุดท้ายสิบปีก่อน ตอนนั้น 8 ขวบ พ่อเป็นทหาร ว่าแล้วก็เอารูปถ่ายพ่อออกมาให้ดู และเล่าอดีตที่จำได้ พ่อมาหานั่งทานข้าวด้วยกัน แกะปลาให้ตนและปู่ย่า พ่อเป็นพ่อที่ดีกตัญญูและรักตนมาก พ่อชอบ ฮัมเพลงตลอดเวลา ตนมีนิสัยเหมือนพ่อ ที่ร้องเพลงประจำคือในห้องน้ำ

    “เราเขียนจดหมายหาพ่อบ่อยๆ แล้วพ่อล่ะ”

    “ปีละสองครั้ง วันเกิดกับวันปีใหม่ พ่อคงเขียนไม่เก่ง ผู้ชายส่วนใหญ่พูดไม่เก่งใช่ไหม”

    “ถ้ารับผิดชอบครอบครัวขนาดนี้ ทำไมไม่มาหาลูกบ้าง อืม...คงกลายเป็นคนกรุงเทพฯเต็มตัวไปแล้ว

    ทำงานหนักเช้าจดค่ำ ไม่มีเวลาสำหรับอะไรทั้งนั้นนอกจากหาเงิน” ทองทาวิเคราะห์

    หนูมาลีมองทองทาแล้วเปรยว่าเป็นเทวดาของตน เธอขอนอนข้างนอกตรงนี้เพราะเตียงมันสวยสะอาดเกินจะกล้านอน ทองทามองหน้าเธอรู้สึกเอ็นดู ใจเต้นผิดปกติ สลัดหัวไล่ความรู้สึกแล้วรีบหนีเข้าห้องปิดประตูล็อก ไม่เข้าใจตัวเองทำไมต้องใจเต้นรัวแบบนี้

    รุ่งเช้าทองทาก็ขับรถมาส่งหนูมาลีที่ไปรษณีย์ เธอตื่นเต้นที่จะได้เจอพ่อ ทองทาย้ำให้เก็บเบอร์โทรศัพท์เขาไว้ มีอะไรให้โทร.หา เจอพ่อแล้วก็ให้โทร.บอก หนู มาลีไหว้แล้ววิ่งไป

    ooooooo

    บ้านหลังเล็กๆหลังสวนอาหาร โรสเดินฮัมเพลงออกมาจากห้องน้ำ หยิบเสื้อผ้าสะอาดสะอ้านมาใส่ ทาเจลลูบไล้บนผม ฉีดโคโลญสเปรย์ทั่วร่างกาย

    ทุกอย่างในบ้านดูเรียบร้อยมีระเบียบไปหมด มีคนขับรถตู้มาจอดที่หน้าร้านเอสเคปคาราโอเกะซึ่งเป็นร้านขนาดเล็กของโรส

    ด้านหนูมาลีคอยจ้องว่าใครจะมาไขตู้ไปรษณีย์เบอร์ 14 จนบ่ายก็ผล็อยหลับ ปรือตามาเห็นผู้หญิงไขตู้ เอาจดหมายออกไป จึงทะลึ่งพรวดเข้าถาม “มาเอาจดหมายไปให้พ่อเรืองหรือ”

    ชงโคทำหน้าเหวอๆ “พ่อเรืองอะไร...”

    “ก็ฉันเห็นคุณไขตู้นี้ ตู้ของเรืองยศ นี่จดหมายฉันเอง”

    “เรืองยศ ก็ใช่นั่นแหละ แต่ว่า...พ่อ โฮ้ย...เป็นไปไม่ได้หรอก”

    หนูมาลียืนยันว่าตนเป็นลูกให้พาตนไปหา ชงโคมองหัวจดเท้า ก่อนจะบอกว่าตนมีหน้าที่มาเอาจดหมาย เรื่องอื่นไม่ยุ่งดีกว่า ชงโคเดินหนีขี่มอเตอร์ไซค์ออกไป หนูมาลีวิ่งตามออกมาโบกมอเตอร์ไซค์รับจ้างให้ขี่ตามชงโคไป พอดีทองทาขับรถแวะมาดูด้วยความห่วงเห็น

    หนูมาลีนั่งมอเตอร์ไซค์ออกไปจึงขับรถตาม...จนมาถึงหน้าร้านคาราโอเกะ หนูมาลีวิ่งลงมานั่งอาเจียนหมดไส้ หมดพุง มอเตอร์ไซค์วินส่ายหน้าว่าเธอบ้านนอกแท้ๆ หนูมาลีจ่ายค่าโดยสารหันมองร้านคาราโอเกะงงๆ เพราะมันไม่ใช่ค่ายทหารอย่างที่ตนคิดว่าพ่อจะอยู่ในร้าน...แก้ว กัปตันร้านหนุ่มหล่อ คู่รักของโรส มีนิสัยใจเย็น เรียบร้อย ขยัน ฉลาด พูดน้อย รักโรสอย่างจริงใจ แก้วกำลังขนของที่จะเอาไปใช้จัดงานปาร์ตี้ที่สตูดิโอของย้งยี้ขึ้นท้ายรถ ชงโคมาถึงขึ้นรถไปกับแก้ว...หนูมาลียืนลังเลหน้าร้านที่มีป้ายปิด...ห้ามเข้าก่อนได้รับอนุญาต ทองทาขับรถมาถึง ไขกระจกถามหนูมาลีมาทำอะไรที่นี่

    “พี่ทองทา ผู้หญิงคนนั้นเอาจดหมายไปให้พ่อ เขาเข้าไปในนี้” หนูมาลีละล่ำละลักบอก ทองทางงไหนว่าพ่ออยู่ค่ายทหาร หนูมาลีก็งง ทันใดเห็นชงโคนั่งในรถแก้วแล่นออกไป หนูมาลีจำได้รีบขึ้นรถทองทาแล้วให้ขับตาม...ทองทาขับตามมาถึงหน้าสตูดิโอของย้งยี้ แต่ยามไม่ยอมให้เข้า ขอแลกบัตรก่อน หนูมาลียังไม่เข้าใจเพราะที่นี่ก็ไม่ใช่ค่ายทหารอยู่ดี กว่าจะเข้ามาได้ หนูมาลีเห็นรถของแก้วจอดอยู่ก็จำได้ จึงรีบลงจากรถ แต่ทองทาต้องไปหาที่จอดรถ

    หนูมาลีไม่เห็นใครในรถจึงเดินเข้าไปในสตูดิโอ เธอตะลึงเหมือนจากโลกหนึ่งไปอีกโลกหนึ่ง บรรยากาศเป็นงานปาร์ตี้เกย์ ทุกคนแต่งตัวเต็มที่ ดื่มกินกันอย่างสนุกสนาน หนูมาลีเดินมองงงงวยจนมาเจอชงโคกำลังส่งเสียงวู้ๆกับหนุ่มๆบนเวที พอหันมาเจอหนูมาลีก็ตกใจ

    “พ่อเรือง พ่อเรืองอยู่ที่นี่หรือเปล่าจ๊ะ ฉันมาจากบ้านนอก ฉันเป็นเจ้าของจดหมายพวกนั้นจริงๆ ฉันมาตามหาพ่อเรืองของฉัน”

    ชงโคหงุดหงิด “ได้ อยากเจอจริงใช่ไหม งั้นรอมองบนเวทีโน่นเดี๋ยวพ่อของเธอก็มา”

    หนูมาลีแปลกใจทำไมพ่อไปอยู่บนเวที พอจบการเต้นของหนุ่มๆ ย้งยี้ก็ประกาศ “การแสดงชุดต่อไป ขอเชิญพบกับแม่กุหลาบสาวพราวเสน่ห์ นางโรสสส...”

    ดนตรีกระหึ่มขึ้น โรสในชุดคาบาเร่ต์เต้นออกมาอย่างพลิ้วไหว หนูมาลีตาค้างพอจะจำหน้าพ่อได้

    ถึงกับเซจะเป็นลม ทองทาเข้ามาประคองถามนั่นพ่อเธอหรือ โรสยังเต้นอยู่บนเวทีไม่เห็นว่าลูกสาวน้ำตาไหลรินวิ่งออกไป ทองทาวิ่งตาม

    “บนเวที พ่อเธอเหรอ...โห...เจอแบบนี้โหดแฮะ”

    หนูมาลียิ่งร้องไห้โฮ...พอโรสแสดงจบเพลง ชงโคเข้ามาสวัสดีย้งยี้แล้วเปรยว่า “พี่โรสน่าจะเอาดีทางคาบาเร่ต์เนอะ ร้องดี เต้นเริ่ด”

    “เอ๊า มันเคยเป็นเจ้าของคาบาเร่ต์นะแก...พอคนขาดมันก็ต้องแสดงเอง เท่านั้นแหละ ชื่อนังโรสดังลั่นทั้งพัทยา เพราะความเริ่ดของโชว์มัน แต่ก็นะ เสียดายธุรกิจไปไม่รอด”

    ชงโคตื่นเต้นชมว่าย้งยี้ใจปํ้าจัดปาร์ตี้ทุกเดือน ย้งยี้ว่าสตูดิโอของตนก็ต้องมีวันว่างอยู่แล้ว ขอมีความสุข บ้าง แล้วนึกได้โวยชงโคว่าให้มาเสิร์ฟ ไม่ใช่มากินฟรี ชงโคยิ้มแหะๆ...ย้งยี้ตะโกนชมโรสเริ่ดมาก โรสเดินเข้าหลังเวทีแตะมือกับแก้ว แก้วชมว่าเซ็กซี่เยี่ยม ชงโคเข้ามากระซิบ โรสโวยไม่ได้ยินให้พูดดังๆ ชงโคจึงตะโกนว่า

    “ลูกสาว เขาบอกเขาเป็นเจ้าของจดหมาย เป็นลูกสาว”

    โรสช็อกทำแก้วน้ำในมือตกเพล้ง...รีบวิ่งออกไปข้างนอก ทองทากำลังปลอบหนูมาลีถามเสียใจที่พ่อเป็นแบบนี้หรือ หนูมาลีส่ายหน้ายังสับสน อยากไปจากที่นี่ ไปให้พ้นๆ ทองทาจูงมือเธอลุกขึ้น โรสมาถึงเรียกลูก “หนูมาลี! มาได้ยังไง มาคนเดียวหรือ จะมาทำไมไม่บอก”

    หนูมาลีชะงักหันมองหน้าโรสชัดๆ ไม่มีคำพูดใดๆ ออกมา ทองทาถอยห่างออกให้พ่อลูกได้เคลียร์กัน พักใหญ่หนูมาลีจ้องมองชุดที่พ่อใส่จนโรสรู้สึกอายๆ

    “วันนี้เขามีปาร์ตี้ แต่งเล่นสนุกๆ...ตกลงว่ายังไง มาทำไม” หนูมาลียื่นโบรชัวร์ให้ดู “มาประกวดร้องเพลง ทั้งที่ได้โควตามหาวิทยาลัยแล้วเนี่ยนะ ตกลงจะไม่เรียนต่อแล้วหรือ” โรสเสียงเข้มไม่พอใจ หนูมาลีมองพ่อด้วยสายตาไม่ชิน ไม่เหมือนพ่อคนเดิมก่อนจะกล่าว

    “ก็แค่ปีเดียว แล้วจะกลับไปเรียนต่อ เอ้อ เดี๋ยวก่อนค่ะ ถามจริงๆเถอะ เป็น...เอ้อ...เป็น...”

    โรสไม่รู้จะตอบลูกอย่างไร พอดีย้งยี้วิ่งกระดี๊กระด๊า เข้ามา “นังโรส...แกสวยมาก แกเริ่ดที่สุดอีพวกเฉาะแล้วมันยังอายแก แกมันตัวแม่ ตัวย่า ตัวยาย ฉันนับถือแกจริงให้ช้างลากเลยเอ้า”

    เป็นคำตอบที่ชัดเจน โรสหน้าเสียบอกกับย้งยี้ว่าขอคุยกับลูกสาวก่อน ย้งยี้ชะงักทำเสียงแมนเฉไฉโวยชงโค พอเดินพ้นมาได้ก็สบถ “อ๊าย...อกอียี้แล่นลึกเข้าตึกแขก ลูก...อีโรสมีลูกสาว”

    หนูมาลีเอารูปพ่อออกมาถาม “ผู้ชายคนนี้ ในรูปนี้หายไปไหน มันเป็นแบบนี้ไปได้ยังไง”

    “กลับบ้านไปซะ ไปเรียนครูให้จบมหาวิทยาลัยก่อน เรื่องประกวดอะไรนี่ รอให้เรียนจบก่อน” หนูมาลีสวนว่าตนเขียนจดหมายมาขอเวลาปีหนึ่งแล้ว โรสตวาด “ไม่ได้ ไม่อนุญาต รออยู่นี่นะ จะไปเปลี่ยนเสื้อผ้า เดี๋ยวจะไปส่งที่รถทัวร์ กลับบ้านไปซะ”

    หนูมาลีโวยไม่กลับ แล้วเดินจากไปด้วยความโมโหที่พ่อเป็นกะเทยให้ผิดหวังแล้วยังมาขัดใจอีก โรสเดินตามเรียก พอเห็นลูกมาจูงมือทองทาก็เสียงเขียวถามว่าผู้ชายคนนี้เป็นแฟนหรือ

    ทองทาสะดุ้งแกล้งออกแต๋ว “หนูไม่มีปัญญาทำใครหรอกจ้ะ”

    “เขาเป็นเพื่อนรุ่นพี่ หนูมาลีไม่กลับบ้านนอก ถ้าไม่ให้อยู่ หนูจะไปหาที่พัก หางานทำเอง พี่ทองทาช่วยหนูมาลีได้ใช่ไหมคะ”

    ชงโคเดินตามแก้วเข้ามาถามว่าหนูมาลีเป็นลูกสาวจริงหรือ แก้วยิ่งงง ชงโครีบบอกว่ายังไม่ได้บอกอะไรแก้วให้คุยกันเองตามประสาผัวเมีย หนูมาลีหันขวับมองแก้ว อึดอัดใจอย่างเหลือกำลัง “นี่ไม่อายคนเขาหรือไง คุณเป็น...เป็น...คุณไม่ใช่พ่อเรือง ไม่ใช่พ่อหนูมาลีอีกต่อไปแล้ว”

    เหมือนฟ้าผ่าลงกลางใจโรส น้ำตาปริ่มขอบตา ทองทาตำหนิหนูมาลีพูดออกไปแบบนั้นได้อย่างไร เธอโวยตีความแบบเด็กๆ “แล้วฉันเสียใจไม่เป็นเหรอ เขาหลอกฉันหลอกมาเป็นสิบๆปี ที่เขาไม่กลับบ้านเพราะเขาอายคน ที่เขาทิ้งฉันเพราะเขามีผู้ชายคนนี้ เขาเห็นแก่ตัว เขารักชีวิตของเขา เขารักนายคนนี้มากกว่าฉัน”

    โรสอยากปลอบแต่ปกปิดความรู้สึกไว้ โวยกลับเสียงดังลั่น “เออ หลอกก็หลอก ฉันมันคนเห็นแก่ตัว ฉันกับเธอไม่ได้เป็นอะไรกัน พอใจไหม พอใจรึยัง”

    หนูมาลีร้องไห้โฮบอกทองทาให้พาตนออกไปจากที่นี่ โรสเสียงเฉียบ “ถ้าอยากจะหางานหาบ้าน ฉันมีบ้านมีร้านอาหาร แกก็มาทำงานที่ร้านฉัน จะหาเงินไปประกวดบ้าบอนั่นก็ตามใจ อ้อ เรียกฉัน พี่โรส เหมือนอีชงโค ไม่ต้องเรียกเป็นอย่างอื่น ในเมื่อไม่อยากเรียกก็ไม่ต้องเรียก”

    “เอ้อ หนูมาลี ตอนนี้เพิ่งเจอกัน ต่างคนต่างตกใจ ใจเย็นกันก่อนนะ ไปบ้านพ่อก่อน แล้วค่อยคุยกับพ่อนะ” ทองทาเตือน

    โรสโวย “เอ๊ะ หูหนวกหรือไง ก็บอกว่าฉันไม่ได้อยากเป็นพ่อมัน มันหาว่าฉันเห็นแก่ตัว ก็ถูกแล้วนี่ มันรู้จักอาย แล้วคิดว่าฉันไม่อายหรือ”

    “หนูไม่ได้อาย หนูแค่...”

    “ค่าแรงวันละสามร้อย ทำงานวันละแปดชั่วโมง น้ำไฟค่าอาหารฟรี เด็กมอหกอย่างแก หาราคานี้ไม่ได้หรอก ไปคิดดู ถ้าตกลงก็ไปช่วยนังชงโคล้างแก้วข้างหลังร้าน แล้วตามมันกลับไปบ้านได้เลย” พูดจบโรสเป็นฝ่ายเดินหนี แก้วเดินตามงงๆ

    มาถึงหลังสตูดิโอ โรสนั่งสงบสติอารมณ์ แก้วเข้ามานั่งข้างๆ โรสเอ่ยปากเล่าโดยไม่ต้องถาม ว่าแม่หนูมาลีเป็นเพื่อนสนิทชื่อรำเพย...โรสเล่าเรื่องในอดีต ว่ารำเพยเรียนเก่งเป็นหัวหน้าห้อง ต้องรับผิดชอบงานจึงกลับบ้านเย็นพร้อมกัน บางวันรำเพยไม่มีข้าวกลางวันมากิน เขาก็แบ่งให้เธอเพราะสงสารที่รำเพยมีพ่อเลี้ยงใจร้าย ชอบแย่งเงินแม่ไป ความสงสารของเขาทำให้กลายเป็นความผูกพันห่วงใยกันและกัน จนกระทั่งคืนวันลอยกระทง ด้วยความคึกคะนองอยากลองว่าตัวเองเป็นอะไรกันแน่ และความเหงาเปล่าเปลี่ยวของรำเพยทำให้เกิดเรื่องขึ้น

    “ก็แค่ครั้งเดียว แต่รำเพยเกิดท้อง คลอดลูกตอนเรียนจบพอดี แล้วรำเพยก็หนีเข้ากรุงเทพฯ ทิ้งลูกไว้ให้แม่เขา...แม่รำเพยถูกพ่อเลี้ยงทุบตีที่หาภาระมาให้ จนต้องให้เด็กแก่สถานสังคมสงเคราะห์” โรสจำเหตุการณ์วันนั้นได้เป็นอย่างดี วันที่ตัวเขาวิ่งตามรถสถานสงเคราะห์เพื่อขอลูกคืน ยืนยันว่าตนเป็นพ่อเด็ก ภาพตนชงนมเลี้ยงลูกด้วยตัวเอง ทำงานสารพัดเพื่อหาเงิน โรสยิ้มออกมาอย่างภูมิใจ รำพึงออกมา “หนูมาลีโตแล้วสวยด้วยนะ”

    “เขาคือเจ้าของจดหมายปึกนั้นใช่ไหม ในห้องพี่ จดหมายที่พี่ไปรับทุกอาทิตย์” แก้วถาม

    “เขาเรียนเก่งมากนะหนูมาลีน่ะ ที่หนึ่งมาตลอด เป็นหัวหน้าห้องเหมือนแม่เขาเลย”

    “ไปดุเขาซะใหญ่โต ที่แท้ก็รักเขามาก ดูหน้าสิ” แก้วเห็นโรสยิ้มเมื่อพูดถึงลูก

    “เมื่อกี้เขาเอารูปตอนพี่เป็นทหารเกณฑ์มาให้พี่ดูด้วย เหมือนพกไว้ตลอด”

    “ไม่น่ามาเจอกันในสภาพแบบนี้เลย ไม่เหมือนในละครเลยเนอะ พ่อลูกต้องโผเข้ากอดกันไม่ใช่หรือ”

    โรสหุบยิ้ม “คงอาย สภาพอย่างเรา คำว่าพ่อมันสูงเกินไป ต่อให้ลูกมันอนุญาต คนทั้งโลกก็คงไม่อนุญาต พี่ทำใจได้” โรสร้องไห้โฮออกมาด้วยความอัดอั้นน้อยใจ

    แก้วดึงโรสมากอด บอกให้ร้องออกมาให้หมด ไม่ต้องทำเข้มแข็งตลอดเวลาก็ได้...อีกมุมหนึ่ง หนูมาลีนั่งร้องไห้จะทำอย่างไรดี ทองทาบอกว่าถ้าถามตน ตนว่าไม่มีใครดีกับเราเท่าพ่อแม่เรา หนูมาลีตัดสินใจลุกขึ้น ทองทางงจะไปไหน หนูมาลีเดินมาหาชงโคในครัว

    “ฉันชื่อหนูมาลี ฉันตกลงกับเอ้อ...พี่โรสแล้ว ฉันจะทำงานกับเขา ฉันช่วยจ้ะ”

    ชงโคมองหนูมาลีที่ดึงแก้วไปล้าง จึงบอกล้างไปให้หมด ตนจะออกไปเต้น ทองทายืนยิ้มกับการตัดสินใจของหนูมาลีที่เลือกอยู่กับพ่อ...เสร็จจากงาน ชงโคพาหนูมาลีซ้อนมอเตอร์ไซค์กลับมาร้านคาราโอเกะ หนูมาลีถามนี่หรือร้านพี่โรส ชงโคพยักหน้า “เออ เห็นข้างนอกก็สวยดี แต่ข้างใน เฮ้อ...มีเรื่องอึ้งทึ่งเสียวอีกเยอะ อยู่ไปก็รู้เอง ทางโน้นบ้านพักเด็กเสิร์ฟ ตามฉันมา”

    โรสยืนมองอยู่ในบ้าน แอบดีใจที่หนูมาลีเลือกอยู่กับตน กลับมากับชงโค...

    ooooooo

    เช้าวันใหม่ ทองทานั่งอ่านหนังสือ ป้าแตงทำความสะอาดบ้าน มีรถแล่นมาจอด ป้าแตงเห็นสาวสวยเหมือนนางงาม นึกได้ว่าชื่อ โยทะกา...ทองทาได้ยินยิ้มแต้ ป้าแตงแซวตาเยิ้มเชียว

    “รักแรกของผม” ทองทาพึมพำ แล้วนึกถึงอดีตตอน 8 ขวบ ชอบการเต้นมาแต่เด็ก หันไปเห็นในทีวี โยทะกาสวมสายสะพายนางงาม เดินชมสวนเพื่อให้กล้องบันทึกภาพ เธอหยิบดอกไม้มาทัดหู ทองทาเห็นแล้วเคลิ้มหลงใหล

    โยทะกาเดินยิ้มเข้ามา ทองทาถาม หาตนเจอได้อย่างไร เธอบอกว่าถามจากเพื่อนเป็นสิบคน ทองทาบ่นซ่อนตัวไม่ได้อีก โยทะกาเดินดูรูปที่ติดบนผนัง จำได้หมดชี้ “นี่บัลเล่ต์ที่นิวยอร์ก นี่ละครบรอดเวย์ นี่คอนเทมโพรารี่แดนซ์ที่ญี่ปุ่น แหม...อายุเท่านี้ประสบความสำเร็จขนาดนี้ พี่ภูมิใจแทนเธอจริงๆ”

    “ในโลกนี้ คงมีแต่พี่โยที่สนใจเรื่องของผม ผมไม่มีค่าอะไรในสายตาคนอื่น”

    โยทะการู้ว่าทองทาน้อยใจจึงเปลี่ยนเรื่องคุย...

    ทั้งสองเดินชมสวน โยทะกาถามเรื่องงาน ทองทาเด็ดดอกไม้ส่งให้เธอทัดหู เธอส่ายหน้าบอกว่าไม่ได้ทำแบบนั้นนานแล้ว เธอชมบ้านสวย

    ทองทาถอนใจ “อยู่เมืองนอกมานาน กลับมาเมืองไทยตั้งใจจะมีบ้านที่มีสวนสวยๆ วันๆปลูกต้นไม้ ชักเบื่อๆกับแสงสีบนเวที”

    โยทะกาถามปลูกต้นไม้นี่หรือ ทองทาตอบว่าใช่ ต้นไหนเพาะได้เยอะ ป้าแตงกับลุงต๋อยก็จะเอาไปขาย ได้เงินมาแบ่งกันสามคน โยทะกาทึ่ง เกิดอะไรขึ้น เจอกันคราวก่อนเขายังไม่หมดอาลัยตายอยากอย่างนี้ ทองทาเองก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าเบื่อๆ โยทะกาชวนไปช่วยงานที่ออฟฟิศ

    ทองทาไม่อยากปฏิเสธโยทะกา ยอมตามเธอมาที่ตึกเอ็มเอ็มแชนแนล หน้าห้องประชุมมีแต่รูปซุปเปอร์สตาร์สี่แยกนักฝัน ขนาดเล็กและใหญ่ มีทีวีฉายโฆษณาการประกวดและรูปซีโร่เต็มไปหมด...ในห้องประชุม บรม แซนดี้และทีมงานกำลังประชุมอยู่

    โยทะกาเล่าให้ทองทาฟังว่า สถานีโทรทัศน์ของเราแจ้งเกิดเพราะโปรเจกต์การประกวดสี่แยกนักฝัน ซีโร่คือศิลปินคนแรกที่ชนะการประกวด ทำให้เรตติ้งปีที่แล้วสูงมาก จึงอยากทำปีที่สองและให้ทองทามาช่วยเป็นกรรมการ ทองทาตกใจ โยทะกาว่าจะมัวปลูกต้นไม้ขายทำไม เสียดายความสามารถ ทองทาบ่น

    “ไม่มีอะไรท้าทายสำหรับผมแล้ว ผมแค่อยากหยุดอยู่เฉยๆ ชีวิตนักเต้นเหนื่อยมากตั้งแต่เด็ก อยากพักบ้างอะไรบ้าง”

    “ทำไมดูเศร้าๆ อายุแค่นี้เอง ทำตัวอย่างกับคนแก่ เอาสิคะ” โยทะกาแตะแขน

    ทองทาจับมือเธอ “ไม่ได้เจอพี่โยมั้ง มีแต่พี่ทำให้ผมรู้สึกดี”

    เมืองแมนเดินเข้ามาเสียงเข้ม “จะสวีตกันไปถึงไหน แกคงลืมสินะว่าโยทะกาเป็นเมียพ่อ”

    “เขาเป็นรักแรกของผม พ่อมาแย่งไปต่างหาก พ่อแย่งทุกอย่างไปจากผม แย่งเฉพาะที่เป็นความสุขด้วย”

    “ฮึ ที่แกเรียนหนังสือยี่สิบกว่าปี ฉันหมดไปกี่สิบล้าน แล้วดูตอนนี้ไม่ทำงานทำการ ลอยชายไปวันๆ”

    “ชีวิตพ่อคงมีสาระมาก แฟนคนปัจจุบันอายุเท่าไหร่ ทำร้ายจิตใจผู้หญิงคนแล้วคนเล่า สนุกมากไหม”

    “ไอ้ทองทา! แกต้องมาช่วยงานฉัน ถ้าไม่มาก็ไม่ต้องเข้าบ้าน”

    “ถามสักคำไหมว่าอยากเข้าหรือเปล่า ผมเรียนจบทำงานตั้งหลายปี หาเงินเลี้ยงตัวเองได้แล้ว พ่อจะบังคับผมได้ยังไง ถามหน่อย”

    เมืองแมนโวยวายด่าไอ้ลูกอกตัญญู บรมกับแซนดี้ชะงักหันมอง โยทะกาปรามจะช่วยคุยกับทองทาให้ ดันเมืองแมนเข้าไปประชุม...โยทะกาพาทองทาเข้ามาคุยในห้องทำงาน ทองทาระเบิดความน้อยใจออกมาว่า

    “แม่ผมทนพ่อไม่ได้ ขอหย่าตอนผมแค่ 7 ขวบ ชีวิตผมเคยอยู่กับพ่อไม่ถึง 10 ปี แล้วสิ่งที่เขาทำกับแม่ พี่โยว่าผมจะทำงานกับเขา เจอเขาทุกวันได้จริงหรือฮะ”

    โยทะกาปลอบว่าเขากลับเมืองไทยเพื่อค้นหาตัวเองไม่ใช่หรือ ถ้าเบื่อเต้นก็ลองเปลี่ยนมาสร้างนักเต้นใหม่ๆ ทองทาทึ่งที่โยทะกาเป็นเมียคนเดียวที่ทนอยู่กับพ่อตนได้นาน ทั้งที่ต้องทำงานหนัก โยทะกาบอกว่า ตนกับเมืองแมนผ่านอะไรมาด้วยกันมาก เขาก็มีส่วนดี ให้เปิดใจมองพ่อของตัวเองดูอีกที ทองทาคิดว่าพ่อของเขา มีแต่เรื่องเงิน ผู้หญิงและผลประโยชน์

    “...สถานีโทรทัศน์เขา รายการของเขา มันก็เหมือนตัวเขานั่นแหละ ให้ผมตายยังดีเสียกว่ามาช่วยงานเขา” ...โยทะกาอ่อนใจ

    ทันใด คุณหญิงบุณฑริก เบลล่า นีน่าและยาหยีเดินเข้ามา เบลล่ากรี๊ดกร๊าดดีใจที่พบทองทา เบลล่า

    เป็นน้องสาวที่เกิดกับภรรยาอีกคนของพ่อ เป็นเด็ก เอาแต่ใจตัวเองมาก มียายที่คอยให้ท้าย นีน่ากับยาหยีเป็นเพื่อนที่คอยยกยอเพราะอาศัยใบบุญเบลล่า ทองทาทำเป็นไม่ทักทายบุณฑริก...โยทะกายกมือไหว้นอบน้อม และแนะนำทองทาว่าจำได้ไหม บุณฑริกมองเหยียดๆ

    “ทองทาลูกชายคนโตของเมียคนที่หนึ่ง ยัยเบลล่าหลานฉัน ลูกสาวของเมียคนที่สอง ส่วนหล่อนก็เมียคนที่สาม ไม่มีลูก โชคดีไป เพราะเมียคนที่สี่ที่ห้า ฉันตามตีแตกหมดแล้ว...เป็นไง การลำดับเมียของฉัน ยังแม่นใช้ได้ไหม” บุณฑริกยิ้มอย่างคนบ้าอำนาจ แผ่รังสีอำมหิตจนโยทะกาและทองทาเซ็ง

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    สมบัติมหาเฮง EP.8 เมธีและพวก ตามหาบันทึกจนเจอ แต่ถอดความไม่ได้

    สมบัติมหาเฮง EP.8 เมธีและพวก ตามหาบันทึกจนเจอ แต่ถอดความไม่ได้
    30 ก.ย. 2563

    03:15 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันพุธที่ 30 กันยายน 2563 เวลา 07:15 น.