ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

เงารักลวงใจ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

เตชิตพยายามผายปอดให้ข้าวหอมด้วยความเป็นห่วงและรู้สึกผิด พอข้าวหอมลืมตาฟื้นขึ้นมาเห็น เธอตกใจผลักเขาออกทันที แล้วดึงดันจะไปตักน้ำต่อ แต่เดินได้แค่สองสามก้าวก็วูบเป็นลมสลบไปอีก เตชิตจึงต้องอุ้มเธอกลับไปที่รถแล้วพากลับบ้านพักของเขา จากนั้นให้ยิ้มโทร.ตามหมอมาดูอาการ

ขณะเดียวกัน บัวกับไม้ และเด็กในบ้านทอฟ้า ทุกคนกำลังช่วยกันตามหาข้าวหอมจ้าละหวั่น นาวินทำอะไรไม่ได้ได้แต่นั่งกระวนกระวายรอคอย...เมื่อทุกคนหาข้าวหอมไม่พบ นาวินเอะใจนึกถึงเตชิต จึงบอกกับบัวว่าข้าวหอมอาจจะไปที่นั่นก็ได้

เติมนำพาบัว รตีและมังกรไปที่บ้านพักของเตชิต แต่ถูกยิ้มกางกั้นไม่ให้เข้าบ้าน ปฏิเสธว่าข้าวหอมไม่ได้อยู่ที่นี่ รตียังพยายามจะเข้าไปให้ได้ ตะโกนเรียกข้าวหอมเอ็ดอึงไปหมด ขณะที่มังกรก็วางท่านักเลงจะทำร้ายยิ้ม จนบัวต้องปรามทั้งคู่และพากลับไปในที่สุด

เมื่อบัวกลับมาบอกว่าไม่เจอข้าวหอม นาวายิ่งเป็นห่วงเธอมากเพราะตอนนี้ค่ำแล้ว ไม้จึงเสนอให้ครูบัวไปแจ้งตำรวจไว้ก่อน ส่วนรตีที่มั่นใจว่าข้าวหอมอยู่กับเตชิตก็ออกอาการไม่พอใจอย่างแรง โวยวายจนมังกรแปลกใจ ถามดักคอว่าทำไมรตีต้องอารมณ์เสียขนาดนี้ด้วย

"ก็รตีเป็นห่วงข้าวหอมนี่"

"อย่างเธอเนี่ยนะเป็นห่วงข้าวหอม ปกติพี่เห็นเธอเกลียดข้าวหอมอย่างกับอะไรดี บอกพี่มานะว่ามีอะไร"

"จะไปมีอะไรล่ะ พี่มังกรนี่ถามอะไรก็ไม่รู้ รตีขี้เกียจคุยด้วยแล้ว ไปอาบน้ำนอนดีกว่า" รตีเฉไฉจะเดินหนี มังกรรีบดักหน้า สำทับเสียงแข็ง

"พี่เตือนไว้ก่อนนะ อย่าให้รู้ว่าไปสนใจไอ้หน้าจืดนั่น ไม่งั้นพี่ไม่ยอมแน่"

รตีหน้าเจื่อนพูดไม่ออก สะบัดออกไปเลย...

ข้าวหอมยังหลับเพราะร่างกายเธออ่อนเพลียมาก หมอมาตรวจอาการและให้ยาไว้ก่อนจะกลับออกไป...ตกกลางคืนเธอหนาวสั่น ร้องเรียกหาแม่ เตชิตอดสงสารไม่ได้ และรู้สึกผิดที่ทำให้ข้าวหอมต้องเป็นแบบนี้ เมื่อเห็นข้าวหอมครวญครางหาแม่เนื้อตัวหนาวสั่น ผ้าห่มก็เอาไม่อยู่ เขาจึงลงนอนกอดเธอไว้ให้ไออุ่น

จนเช้าข้าวหอมตื่นมาพบว่าตัวเองนอนกอดเตชิตอยู่ เธอตกใจลุกพรวดแล้วตบหน้าเขาฉาดใหญ่ก่อนจะวิ่งออกจากบ้าน เตชิตทั้งงงทั้งโมโหวิ่งตามมาดึงข้าวหอมไว้

"เดี๋ยว...เธอจะไปไหน"

"ไม่ต้องมายุ่ง!"

"ฉันจะไปส่งเธอเอง"

"คุณไม่ต้องมาทำดีกับฉัน เพราะถึงยังไงมันก็ไม่มีทางลบล้างสิ่งที่คุณทำเมื่อคืนนี้ได้หรอก"

"เมื่อคืนนี้? พูดให้มันดีๆนะ ฉันทำอะไร"

"ฉันเคยคิดว่าคุณเป็นคนร้ายกาจ แต่ฉันนึกไม่ถึงว่าคุณจะรังแกได้แม้แต่เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆอย่างฉัน"

เตชิตชะงัก คิดตามผูกเรื่องก่อนจะยิ้มออกมา

"อ๋อ นี่เธอคิดว่าฉันหลอกพาเธอมาปล้ำเหรอ ฉันจะบอกให้นะ ต่อให้ฉันบ้าหรือเมา ก็ไม่มีทางลดตัวไปแตะต้องผู้หญิงอย่างเธอ ที่ฉันพาเธอมานอนที่บ้านก็เพราะเธอเป็นลม แล้วที่ฉันกอดเธอก็เพราะเมื่อคืนเธอมีไข้ตัวร้อนมาก ฉันเลยต้องกอดให้เธอหายหนาว แต่ก็เพิ่งรู้นะว่าฉันทำบุญกับเธอไม่ขึ้นจริงๆ"

ข้าวหอมนิ่งคิดปะติดปะต่อเรื่อง นึกถึงตอนตัวเองตกน้ำ ตอนเตชิตอุ้ม แล้วก็วูบสลบไป...ข้าวหอมหน้าเจื่อนรู้สึกเสียหน้ามากๆ

"งั้นก็ถือว่าหายกันกับที่คุณแกล้งฉันเมื่อวาน ต่อไปนี้ เราไม่มีอะไรติดค้างกันแล้ว" พูดจบก็เดินออกจากประตูรั้วบ้าน

"เดี๋ยวก่อน ห้ามไปไหนทั้งนั้น"

ข้าวหอมไม่สนใจเสียงเรียกของเตชิตแม้แต่นิดเดียว เตชิตมองตามด้วยความหงุดหงิด หันกลับไปขึ้นรถขับตามข้าวหอมที่เดินจ้ำอ้าว แล้วขู่บังคับจับเธอยัดใส่รถจนได้

ส่วนที่บ้านทอฟ้า นาวานั่งรอข้าวหอมทั้งคืนจนหลับคาโซฟา ขณะที่คนอื่นๆก็ร้อนใจ โดยเฉพาะบัวกับไม้ที่ห่วงข้าวหอมมาก เพราะข้าวหอมไม่เคยหายไปเฉยๆแบบนี้มาก่อน

ขณะนั่งรถมากับเตชิต ข้าวหอมพูดไม่ดีกับเขาตลอดเวลา ฝ่ายเตชิตก็ตอบโต้ด้วยอารมณ์เช่นกัน จนเมื่อเขาจอดรถใกล้บ้านทอฟ้า ข้าวหอมรีบลงรถวิ่งพรวดเข้าบ้าน เจอนาวาเป็นคนแรก และตอบคำถามของเขาว่าเธอหลงป่า นาวาไม่ค่อยเชื่อนักแต่ก็ไม่ซักไซ้ โอบกอดเธอไว้ด้วยความเป็นห่วง จังหวะนี้เองเตชิตถือซองยาจะตามเข้ามา เขาชะงักอึ้งไปเลย ส่วนรตีที่เดินเข้ามาอีกทางก็
ชะงักไปเหมือนกัน แล้วเดินยิ้มกริ่มเข้ามาส่งเสียงกระแอมทักทั้งคู่

"แหม สวีตกันจังเลยนะคะคุณนาวา...เธอก็เหมือนกันนะข้าวหอม เห็นเรียบร้อยๆ ใครจะคิดว่าจะมีความรักกับเขาด้วยเหมือนกัน"

ข้าวหอมรีบผละออกจากนาวา อึกอักพยายามอธิบายด้วยความอาย

"ไม่ใช่อย่างนั้นนะรตี"

"เอาเถอะน่า ฉันสัญญาว่าฉันจะไม่บอกใคร เชิญสวีตกันต่อไปเถอะนะ ฉันไม่รบกวนเวลาความสุขแล้ว" รตีเดินยิ้มเจ้าเล่ห์ออกไป ขณะที่เตชิตทนฟังไม่ไหวเดินออกไปด้วยความโมโห

รตีซึ่งเห็นเตชิตแต่แรกแล้ว เธอรีบเดินตามไปทักเตชิต หวังจะผูกมิตรกับเขาเอาไว้

"สวัสดีค่ะคุณเตชิต มีธุระกับแม่บัวเหรอคะ ไม่เข้าไปข้างในล่ะคะ"

"ไม่ล่ะ ฉันจะกลับแล้ว"

"ขอโทษนะคะ รตีขอถามอะไรหน่อยได้ไหมคะ เมื่อวานข้าวหอมหายตัวไป คุณพอจะรู้ไหมคะว่าเขาหายไปไหน"

"ฉันพาเขาไปข้างนอกเอง"

"อย่าบอกนะคะว่าคุณปิ๊งยัยข้าวหอม ถึงได้พาตัวข้าวหอมไปข้ามวันข้ามคืนอย่างนั้น"

เตชิตหน้าเจื่อนรู้สึกจุกกับคำถาม แต่พยายามทำเหมือนไม่มีอะไร

"ฉันไม่จำเป็นต้องตอบเธอ"

"ที่รตีถามก็ไม่ใช่อะไรหรอกค่ะ รตีเป็นห่วงไม่อยากให้คุณเตชิตเสียใจ เพราะว่ายัยข้าวหอมเขามีแฟนแล้ว คือคุณนาวา สองคนนี้เขารักกันมากนะคะ รตีเห็นวันๆมีแต่ขลุกอยู่ ในบ้านคุณนาวากันสองคน ไม่รู้ว่าป่านนี้คบกันไปถึงไหนแล้ว"

เตชิตสะอึก รู้สึกเจ็บปวดอย่างบอกไม่ถูก "เธอไม่ต้องหวังดีกับฉันหรอก เพราะคนอย่างฉันไม่มีทางลดตัวไปสนใจเด็กกำพร้าอย่างพวกเธอแน่ๆ"

รตีหน้าแตกรู้สึกเหมือนโดนด่าไปด้วย เตชิตตัดบทถามเธอว่า หมดธุระแล้วใช่ไหม เขาจะได้กลับซะที รตีพยักหน้าจ๋อยๆ

"อ้อ...ถ้ารู้อะไรก็หัดเก็บๆไว้ซะบ้างก็ได้นะ" เตชิตสำทับหน้าตึง

"อุ๊ย ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ปกติรตีไม่ค่อยชอบยุ่งเรื่องคนอื่นอยู่แล้ว ลำพังเรื่องสอบเข้ามหาวิทยาลัยก็ยุ่งจะแย่อยู่แล้ว"

"งั้นก็ดี...ฝากยาให้เพื่อนเธอด้วย เขากำลังไม่สบาย"

รตีรับถุงยามาจากมือเตชิต แต่พอเขาขึ้นรถขับออกไป เธอกลับปาถุงยาทิ้งด้วยความโมโหที่เตชิตไม่มีท่าทีสนใจเธอเลยแม้แต่น้อย...

บัวกับไม้โล่งใจหายห่วงที่เห็นข้าวหอมกลับมาอย่างปลอดภัย รวมทั้งน้องๆทุกคนก็พากันดีใจ

"ข้าวหอมขอโทษนะคะที่ทำให้แม่กับทุกคนเป็นห่วง... ข้าวหอมขอโทษลุงไม้ด้วยนะคะ"

"ช่างเถอะลูก กลับมาได้ก็ดีแล้ว เอ่อ ว่าแต่ใครเป็นคนช่วยข้าวหอมออกมาเหรอ"

"เอ่อ...คุณเตชิตค่ะ"

"เตชิตน่ะเหรอ เป็นคนช่วยเธอ" นาวากังขา

"ค่ะ คุณเตชิตเขารับรถผ่านมาพอดีเลยรับข้าวหอมมาส่ง"

"แล้วนี่เขาอยู่ไหนล่ะ แม่จะได้ไปขอบคุณเขา"

"ช่างเถอะค่ะแม่...คือว่าข้าวหอมขอบคุณเขาไปแล้ว ไม่มีอะไรแล้วข้าวหอมขอตัวก่อนนะคะ"

"เดี๋ยวก่อนข้าวหอม ฉันมีเรื่องสำคัญจะคุยกับเธอ"

ข้าวหอมตามนาวากับเติมออกไปที่รถ เติมเข้านั่งประจำที่คนขับ ปล่อยให้นาวาได้ร่ำลาข้าวหอมตามลำพัง

"ถึงกรุงเทพฯแล้ว ยังไงอย่าลืมส่งข่าวมาด้วยนะคะ"

"ได้ ไปถึงแล้วฉันจะโทร.มาหานะ เธอเองก็ดูแลตัวเองดีๆละกัน อย่าให้เป็นเหมือนเมื่อวานอีกล่ะ"

"ค่ะ"

นาวามองหน้าข้าวหอม  รู้สึกถึงความตื้นตันอะไรบางอย่าง

"ข้าวหอม ฉันต้องขอบใจเธอจริงๆนะ ที่ทำให้ฉันมีวันนี้ เพราะกำลังใจของเธอ ทำให้ฉันอยากต่อสู้กับชีวิตอีกครั้ง"

"ฉันดีใจนะคะที่คุณคิดอย่างนั้น ฉันจะคอยดูความสำเร็จของคุณนะคะคุณนาวา ถ้าเราไม่ขาดการติดต่อกันไปซะก่อน ฉันคงจะแสดงความยินดีกับคุณด้วยตัวเอง"

"พูดอะไรอย่างนั้น ฉันไม่ยอมให้เธอขาดการติดต่อฉันหรอก เอาอย่างนี้ละกัน ฉันจะโทร.มาหาเธอทุกวัน อยากรู้นักว่าเธอจะหนีฉันพ้นได้ยังไง"

ข้าวหอมยิ้มรับเจื่อนๆ เพราะรู้อยู่เต็มอกว่าเราอาจจะไม่ได้เจอกันอีกก็ได้

ooooooo

รัญญายังคงหมกมุ่นเรื่องตามหา ลูกสาวที่หายไปจนยุวรินทร์ต้องคิดหาช่องทางช่วยเหลือ โดยแนะนำให้ รัญญาเปลี่ยนตัวเอง  เลิกเป็นไฮโซเก็บตัวสักที  แล้วเปิดตัว ให้คนทั้งประเทศรู้ว่าเธอเป็นใคร และกำลังต้องการอะไร

หลังจาก นัดแนะกับทีวีรายการหนึ่งไว้เรียบร้อยแล้ว ยุวรินทร์ก็เตรียมตัวพารัญญาออกจากบ้าน แต่พอจะไปออกรายการจริงๆ รัญญากลับมีอาการลังเลขึ้นมา

"ฝน...เธอก็รู้ว่าเรื่องของฉันมันสร้าง ความเสื่อมเสียให้กับวงศ์ตระกูลฉันแค่ไหน"

"โธ่ รัญ นี่มัน พ.ศ. ไหนแล้ว จะมาแคร์ทำไมกับเรื่องแค่นี้ ถ้าเธอคลอดลูกแล้วเอาไปทิ้งขยะก็ว่าไปอย่าง  แต่นี่เธอก็รู้ว่ามันเป็นอุบัติเหตุ"

"แต่ฉันก็ทำให้คุณพ่อต้อง อับอาย ที่ฉันท้องกับคนใช้ในบ้าน แล้วเรื่องนี้ก็ถูกปิดมาถึง 19 ปีแล้วนะฝน"

"ท้องกับคนใช้แล้วไง คนใช้ก็คนนะรัญ แล้วจะคนใช้หรือคนรวยก็มีหัวใจด้วยกันทั้งนั้น การที่เธอรักคนที่ต่ำต้อยกว่า มันไม่ได้หมายความว่าเธอเป็นคนเลวนะ เชื่อฉันสิ เลิกแคร์กับเรื่องไม่เป็นเรื่องซักที หรือว่าเธอไม่อยากได้ยัยหนูคืนมา"

"อยากสิ"

"งั้นก็ทำตามที่ ฉันแนะนำ แล้วก็ห้ามเถียงฉันอีก ถ้าขืนเธอเรื่องมากกลัวโน่นกลัวนี่ ฉันหนีเธอไปมีสามีฝรั่งด้วยเอ้า"

"ก็ได้..."

"ดีมาก ไปได้แล้ว" ยุวรินทร์ไม่รอช้าดึงมือรัญญาออกไปขึ้นรถ

ooooooo

หลัง จากข้าวหอมปลอดภัยกลับมา และทุกคนอยู่พร้อมหน้าพร้อมตา จึงถึงเวลาที่บัวต้องบอกทุกคนให้ไปเตรียมเก็บข้าวของให้เรียบร้อยเพราะพวก เราต้องย้ายไปจากที่นี่แล้ว  มังกรได้ฟังก็ออกอาการก่อนใคร วิ่งออกมาหน้าบ้านด้วยความโมโห  รตีตกใจรีบตามมาดึงมังกรไว้ ถามว่าจะไปไหน?

"พี่ จะไปเอาเรื่องไอ้หน้าจืดนั่นน่ะสิ เรื่องอะไร พวกเราอยู่กันดีๆ อยู่ๆจะมาไล่พวกเราไปจากที่นี่ ยังไงพี่ก็ไม่ยอมหรอก"

"แต่คุณเตชิต เขาจำเป็นต้องทำตามคำสั่งพ่อเขานี่ จะไปโทษเขาได้ยังไง"

"ทำไมจะโทษ ไม่ได้ ในเมื่อมันจงใจบีบให้พวกเราจนตรอก ไม่งั้นมันคงไม่ให้พวกเราย้ายไปกะทันหันแบบนี้"

"รตีว่า...คุณเตชิต เขาไม่ใช่คนใจร้ายอย่างนั้นหรอก พี่มังกรใจเย็นๆก่อนดีกว่า"

"ทำไมรตีต้องเข้าข้างมันด้วย ทั้งที่มันกำลังทำให้เราเดือดร้อน" มังกรมองอย่างจับผิด รตีอึกอักไม่รู้จะตอบยังไง "นี่เธอสนมันใช่มั้ย บอกพี่มานะ"

"เปล่านะ รตีจะไปสนเขาได้ไง ในเมื่อรตีมีพี่มังกรอยู่แล้ว"

"ถ้างั้นรตีก็ต้องปล่อยให้พี่ไปเล่น งานมัน" มังกรขยับ แต่รตียังไม่ปล่อยมือ มังกรเลยขึงขังเอาเรื่อง หาว่ารตียอมรับแล้วว่าชอบไอ้หน้าจืดนั่น รตีหาทางเอาตัวรอด และไม่ต้องการให้เตชิตเจ็บตัวด้วย เลยตีหน้าเศร้าเว้าวอน

"เปล่า รตีไม่ได้ชอบเขานะ...รตีเป็นห่วงพี่มังกรต่างหาก ถ้ารตีปล่อยให้พี่มังกรไปทำร้ายเขา พี่มังกรก็ต้องโดนตำรวจจับ ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ รตีจะอยู่ยังไง"

"นี่รตีห่วงพี่จริงๆเหรอ" มังกรเสียงอ่อนลง

"รตีไม่ใช่แค่ห่วงนะคะ แต่รตีรักพี่มังกรมากด้วย ถ้าวันนึงพี่มังกรต้องติดคุก รตีต้องอยู่ไม่ได้แน่ๆ เชื่อรตีนะคะ อย่าไปเอาเรื่องคุณเตชิตเลย ปล่อยให้เป็นเรื่องของแม่บัวกับคุณเตชิตเขาคุยกันเองดีกว่า"

รตีโผ กอดมังกร เท่านั้นเองไอ้หนุ่มมังกรก็แปลงร่างจากเสือร้ายกลายเป็นแมวเชื่องๆ

"พี่ ไม่ไปก็ได้จ้ะ รตีไม่ต้องกลัวนะ ไม่ว่ายังไงพี่จะไม่ทิ้งรตีไปไหนเด็ดขาด"

รตีถึงกับแอบเป่าปากโล่งอก...ส่วนไม้หลังได้รับมอบหมายหน้าที่จากบัวให้ดูแล เรื่องเก็บรวบรวมข้าวของ ปรากฏว่าเชือกไม่พอมัดของ ไม้จึงออกไปหาซื้อที่ร้านค้าในตลาด ขณะเดินผ่านร้านหนึ่ง ไม้เหลือบเข้าไปเห็นรัญญากำลังให้สัมภาษณ์ออกรายการโทรทัศน์ ไม้หยุดกึก ยืนตะลึงจังงัง

"คนรักของดิฉันเป็นคนรับใช้ในบ้าน เขาจากฉันไปโดยที่ไม่รู้เลยว่าฉันกำลังตั้งท้องลูกสาวของเขา แต่ที่แย่ไปยิ่งกว่านั้นคือฉันยังทำให้ลูกสาวต้องหายไปถึง 18 ปี จนป่านนี้ฉันยังไม่รู้เลยว่าแกจะเป็นตายร้ายดียังไง"

ได้ยินสิ่งที่ รัญญาพูดชัดเจน ไม้ถึงกับช็อกไปเลย

ooooooo

ด้านเตชิต หลังกลั่นแกล้งทำให้ข้าวหอมเจ็บไข้ เขาไม่ได้สบายใจอย่างที่น่าจะเป็น กลับรู้สึกผิด แถมยังว้าวุ่นใจที่ไปเห็นนาวาแสดงความห่วงใยกอดข้าวหอมอย่างสนิทสนม  อีกทั้งรตียังตอกย้ำให้รู้ว่าสองคนรักกันเป็นแฟนกัน เตชิตยิ่งหงุดหงิดอิจฉานาวา ไม่ว่าอดีตหรือปัจจุบัน นาวาดูจะชนะเขาไปซะทุกอย่าง

แต่ครั้งนี้เตชิตบอกกับตัวเองอย่างมุ่ง มั่นว่า "ฉันจะไม่ยอมให้แกได้เด็กคนนั้นไปเด็ดขาด"

ตัดสินใจเช่นนี้ แล้ว เตชิตย้อนกลับไปที่บ้านทอฟ้าอีกครั้ง เป็นเวลาที่ทุกคนกำลังเตรียมเก็บข้าวของ ข้าวหอมทั้งเกลียดทั้งเหม็นหน้าไม่อยากจะมองเขา เธอทำท่าจะเดินหนีไปยังกลุ่มน้องๆ

"เดี๋ยว   เธอยังไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น"   เตชิตสั่งเฉียบ... ข้าวหอมหันขวับมาจ้องหน้าเขาด้วยความไม่พอใจ

"ต่อไปนี้ ฉันไม่ใช่เด็กกำพร้าในอุปการะของใครอีกแล้ว เพราะฉะนั้นคุณไม่มีสิทธิ์มาสั่งฉัน"

"ผมตัดสินใจจะยกเลิกโปรเจกต์ บ้านทอฟ้ารีสอร์ต แต่มีข้อแม้ว่าข้าวหอมต้องหมั้นกับผม"

ข้าวหอม กำลังจะก้าวขาออกไปมีอันต้องชะงักงัน เช่นเดียวคนอื่นๆก็ตะลึงไปตามกัน คิดไม่ถึงว่าเตชิตจะยื่นข้อเสนอแบบนี้

"คุณเตชิต...ว่าอะไรนะคะ" บัวถามย้ำ

"ผมบอกว่า ทุกคนจะไม่ต้องย้ายออกไปจากที่นี่ ถ้าหากข้าวหอมมาเป็นคู่หมั้นของผม"

"คู่หมั้น? นี่ข้าวหอมตกลงกับคุณเตชิตไว้เหรอ" บัวหันมาทางข้าวหอม

ข้าวหอมงง เป็นไก่ตาแตก ปฏิเสธทันควัน "เปล่านะคะ ข้าวหอมไม่รู้เรื่อง คุณพูดเรื่องอะไรของคุณ"

"เธอเคยบอกไม่ใช่เหรอว่าจะยอมทำทุกอย่าง เพื่อให้ฉันให้เวลาพวกเธอมากกว่านี้ แต่นี่ฉันให้มากกว่าที่เธอขอซะอีก ทุกคนจะไม่ต้องย้ายออกไปเลย ถ้าหากว่าเธอยอมรับข้อเสนอของฉัน"

"แต่ ว่า...ฉัน ฉัน..." ข้าวหอมอึกอัก พูดไม่ถูก

"ฉันว่ามันต้องมีการ เข้าใจผิดอะไรกันแน่ค่ะคุณเตชิต ข้าวหอมน่ะยัง..." บัวยังพูดไม่ทันจบ รตีที่เก็บความอิจฉาไม่มิดก็แหวขึ้นมา

"ใช่ค่ะ ต้องเข้าใจผิดกันแน่ๆ ข้าวหอม เธอไปหลอกอะไรคุณเตชิต เขาถึงได้มาขอหมั้นเธอแบบนี้...ไม่ต้องมาตีหน้าซื่อเลยนะ หรือว่าเธอมีอะไรกับเขาแล้วใช่มั้ย ใช่มั้ย เขาถึงได้มาขอหมั้นเธอ"

"รตี พูดอะไรน่ะ" บัวปรามเสียงเขียว แต่รตีไม่หยุด ทั้งด่าทั้งเขย่าตัวข้าวหอมอย่างขาดสติ ขนาดเตชิตตวาดห้ามก็ไม่ฟัง กลับยิ่งเดือดดาลโกรธข้าวหอม หาว่าเป็นต้นเหตุให้เตชิตเกลียดตน สุดท้ายบัวเลยต้องเลือกที่จะตบหน้ารตีไปทีเพื่อเรียกสติ รตีถึงกับอึ้ง หน้าชา

"มีสติรึยัง...ทีนี้ก็ออกไปได้แล้ว นี่ไม่ใช่เรื่องของเด็ก"

"แม่..." รตีน้ำตาร่วง

"ฉันบอกให้ออกไป"

รตี ร้องไห้โฮวิ่งพรวดออกไป บัวหันมาทางข้าวหอม สั่งให้ไปรอแม่ที่ห้อง แม่มีเรื่องจะต้องพูดกับคุณเตชิต...

เมื่ออยู่กันตามลำพังในห้อง ทำงาน เตชิตย้ำกับบัวอีกครั้งว่า

"ที่ผมพูดไป ถ้าคุณบัวไม่เชื่อ จะให้มีสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรก็ยังได้"

"ทีแรกฉันก็ประหลาดใจ แต่ตอนนี้ฉันเข้าใจแล้วล่ะ ไม่ว่าใครก็ต้องการแสงสว่างในชีวิตทั้งนั้น ข้าวหอมเขามีในสิ่งที่คุณไม่มี คุณก็เลยต้องการตัวเขา"

"คุณคงจะ เลี้ยงเด็กกำพร้ามากไปแล้ว ชีวิตจริงมันไม่เลี่ยนแบบในหนังในละครหรอก ผมก็แค่สนใจข้าวหอมเป็นพิเศษ ถ้าหากเขายอมตกลง ผมรับรองได้ว่านอกจากทุกคนที่นี่จะได้ประโยชน์ไม่ต้องย้ายออกไปให้ลำบาก ข้าวหอมเองก็จะได้หลายสิ่งหลายอย่าง ได้มากกว่าที่เป็นอยู่ในตอนนี้"

"แต่ ข้าวหอมก็จะไม่มีความสุข"

"ถ้าอำนาจกับเงินทำให้คนมีความสุขไม่ได้ คุณจะบอกผมว่าไอ้คำเลี่ยนๆอย่างเช่นความรักล่ะสิที่จะทำให้ข้าวหอมมีความ สุข"

"ถึงปากคุณจะดูถูก แต่ใจคุณเองก็โหยหา ไม่อย่างนั้นคุณจะไม่สนใจข้าวหอมหรอก เพราะข้าวหอมเขาเป็นเด็กที่เติบโตมาด้วยความรัก รอบๆตัวเขาจะเต็มไปด้วยความรักเสมอ คุณต้องการความรัก คุณถึงได้ต้องการข้าวหอม แต่วิธีการที่คุณทำ จะทำให้คุณไม่มีวันได้มันเลย"

เตชิตอึ้งตัวชาที่โดนบัวย้อนอย่างถึงไส้

"คุณเตชิต ในฐานะที่ฉันเป็นผู้ปกครองของข้าวหอม ฉันมีอำนาจตัดสินใจ ฉันขอปฏิเสธข้อเสนอของคุณ และขอเชิญให้คุณกลับไปได้"

"ถึงคุณจะเป็น ผู้ปกครองของข้าวหอม แต่คุณก็ไม่ใช่ ข้าวหอม ข้อเสนอของผมน่าพิจารณารึเปล่า เรามารอดูกันดีกว่า" เตชิตยิ้มทระนงก่อนเดินไหล่ตึงออกไปอย่างไม่ยอมแพ้

บัว หนักใจ...จากนั้นตามไปปลอบข้าวหอมที่ห้องนอน

"แม่ปฏิเสธเขาไปแล้ว ข้าวหอมก็ไม่ต้องเก็บเรื่องนั้นมาคิดอีกนะ รู้มั้ย"

"แม่บัวคะ แต่ข้าวหอมไม่เคยตกลงเรื่องหมั้นกับคุณเตชิตมาก่อนเลยจริงๆนะคะ"

"แม่รู้จ้ะ แม่รู้ว่าข้าวหอมของแม่เป็นคนยังไง...เชื่อแม่นะข้าวหอม อย่าเก็บเรื่องนี้ไว้ให้รกใจเราอีก ไม่มีใครที่นี่จะยอมส่งข้าวหอมไปอยู่กับคนที่เขาดูถูกหนูแบบนั้น หนูต้องไม่คิดมากอีกนะลูก"

บัวปลอบข้าวหอมให้หายทุกข์ใจ สองคนกอดกันอย่างอบอุ่น   แต่ทว่าแววตาข้าวหอมยังกังวล...หลังจากแม่บัวออกไปแล้ว ข้าวหอมนั่งนิ่งอยู่อีกพัก ก่อนจะลุกออกจากห้อง แล้วต้องเผชิญหน้ากับรตีที่จู่โจมมาอย่างไม่เป็นมิตร

"คิดสินสอดทอง หมั้นไว้รึยังล่ะ เธอคงดีใจมากสินะ ไม่ต้องทนเป็นเด็กกำพร้าจนๆอีกต่อไปแล้ว"

"ฉันยังเป็นเด็กกำพร้าจนๆ อยู่ แต่ฉันก็ภูมิใจที่ไม่ได้ ขายศักดิ์ศรีของตัวเองอย่างที่คนบางคนเข้าใจ"

"ไม่ต้องมาพูดดี เข้าไปคุยกับแม่บัวตั้งนาน นี่ตกลงกันไปถึงไหนแล้วล่ะ วันหมั้น วันแต่ง"

"พูดอะไรของเธอน่ะรตี ฉันไม่มีวันหมั้นกับคนแบบนั้น อย่าว่าแต่จะแต่งงานกันเลย"

"โกหก คุณเตชิตเขามีพร้อมทุกอย่าง เรื่องอะไรเธอถึงจะปฏิเสธเขา ไปหลอกคนอื่นเถอะ"

"เพราะถ้าเป็นเธอจะ ไม่ปฏิเสธใช่ไหมล่ะ...ที่มาหาเรื่องฉัน ก็เพราะเธอสนใจเขาใช่ไหม ไม่นึกเลย เราเป็นเพื่อนกันมาตั้งนาน แต่เธอพูดเหมือนไม่รู้จักฉัน ฉันขอบอกเธอไว้ตรงนี้เลยนะรตี ฉันไม่เคยสนใจคนอย่างนายเตชิต ผู้ชายใจร้ายคนนั้นคือคนที่ฉันเกลียด และถ้าเธอไม่มองเขาที่ภายนอก เธอก็จะรู้ว่าฉันไม่ได้โกหกเธอ" พูดจบข้าวหอมเดินจากไปทันที ทิ้งรตียืนฮึดฮัด คำรามอย่างไม่เชื่อ

"ให้มันจริงเถอะ ฉันจะรอดู"

ooooooo

เย็น นั้น  นาวาถึงโรงพยาบาลที่พ่อภูผารักษาตัว...สองพ่อลูกกอดกันด้วยความดีใจ แต่แล้วนาวากลับต่อว่าพ่อที่ไม่ยอมบอกเรื่องป่วย คงไม่อยากให้ตนมาเยี่ยม

"แกก็รู้ว่าพ่อไม่อยากบอกแกเพราะอะไร พ่อเห็นว่าแกมีเรื่องทุกข์ใจมากพออยู่แล้ว อย่าโกรธพ่อเลยนะที่ต้องปิดบังเรื่องป่วยเอาไว้"

"ผมไม่ยกโทษให้ นอกจากพ่อจะรับปากมาก่อนว่าต่อไปนี้จะไม่ปิดบังเรื่องสำคัญๆอย่างนี้อีก"

"ได้...พ่อ รับปาก"

นาวายิ้มออก กราบลงที่ไหล่พ่อ "ผมก็ต้องขอโทษพ่อเหมือนกัน ที่ผ่านมาเพราะผมทำตัวอ่อนแอ เลยทำให้พ่อต้องเป็นห่วง ตอนที่รู้ว่าพ่อไม่สบาย ผมห่วงพ่อมาก ถึงได้ เข้าใจ ว่าพ่อจะห่วงผมมากแค่ไหน ผมขอโทษนะครับพ่อ"

"ไม่เป็นไรลูก ไม่เป็นไร"

จากนั้นลูกให้พ่อนอนพักผ่อน ส่วนพ่อก็บอกให้ลูกกลับไปพักที่บ้าน ที่นี่ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง แต่นาวายังไม่ขยับ เอ่ยปากกับพ่ออีกว่า ตนมีอีกเรื่องที่อยากให้พ่อช่วย ตนอยากเข้ารับการผ่าตัดขา...ภูผาสีหน้าดีใจเหลือล้น

"ผมอยากหาย อย่างน้อยก็อยากทำอะไรได้มากกว่านี้ ไม่ใช่มัวแต่นั่งเสียใจกับอดีต"

"ต้องอย่างนี้สิ ถึงจะเป็นนาวาคนเดิม พ่อจะหาหมอที่เก่งที่สุดมาดูแลการผ่าตัด เราจะช่วยกันทำให้ลูกกลับมาเดินได้อีกครั้ง"

"ขอบคุณมากครับพ่อ"

"พ่อดีใจที่สุดเลยนาวา นี่คงต้องโทร.ไปขอบคุณคุณบัวแล้ว เขาคงดูแลแกอย่างดี ถึงเปลี่ยนใจแกได้"

"คุณบัวดูแลผมอย่างดี แต่คนที่เปลี่ยนใจผมเป็นเด็กผู้หญิงคนนึงน่ะครับ เอาไว้วันหลังผมจะเล่าให้พ่อฟังนะครับ พ่อเหนื่อยมามากแล้ว พักผ่อนก่อนดีกว่า"

ภูผามองลูกชายอย่างแปลกใจ แต่ก็ไม่ซักไซ้อะไรในตอนนี้

ooooooo

ข้าวหอมทุกข์ใจจนนอนไม่ หลับ...ลุงไม้ของข้าว-หอมก็เช่นกัน เขาคิดถึงแต่คำพูดของรัญญาที่ได้รู้เห็นโดยบังเอิญในโทรทัศน์เมื่อตอนกลาง วัน...เมื่อสองคนออกจากห้องเดินมาเจอกัน จึงลงนั่งพูดคุยประสาคนคุ้นเคย

"ลุงคะ ถ้าหากว่ามีคนบางคนเขากดดันเราให้ยอมทำอะไรบางอย่าง ที่เราไม่อยากทำมากๆ แต่ถ้าเรายอมเขา เราจะช่วยทุกๆคนได้ ถ้าเป็นลุง ลุงจะทำยังไง"

"ต้องทำสิ่งที่ฝืนใจเหรอ...เป็นคำถามที่ตอบยากนะ แต่ลุงคิดว่าข้าวหอมไม่ควรจะยอม ที่ลุงกล้าพูดแบบนี้เพราะรู้ว่า ถ้าสิ่งที่เขาให้ข้าวหอมทำมันเป็นสิ่งที่ดี คนอย่างข้าวหอมจะไม่ลังเลเลย...ข้าวหอม ลุงมั่นใจในตัวหนู ถ้าคนอย่างหนูไม่อยากทำ แปลว่าสิ่งนั้นมันต้องไม่ดีจริงๆ"

"แต่ถ้าข้าวหอมยอม มันก็จะช่วยทุกๆคนได้นะคะ"

"ทุกคนน่ะ คงไม่ดีใจหรอก ถ้าข้าวหอมต้องไปทำสิ่งที่ฝืนใจตัวเอง"

"ลุงพูดเหมือนแม่บัวเลย"

"ก็ลุงรักและหวังดีต่อข้าวหอมเหมือนแม่บัวไงล่ะ ลุงเชื่อว่าคนดีๆอย่างหนูพระจะคุ้มครอง ถ้าเราไม่ได้ทำอะไรผิด ก็ไม่ต้องกลัว ไม่ต้องหวั่นไหวกับอะไรทั้งนั้น"

"ได้คุยกับลุงทีไร ข้าวหอมก็มีกำลังใจขึ้นทุกที ขอบคุณนะคะลุงไม้"

"ถ้าสบายใจขึ้นแล้ว งั้นก็ไปเข้านอนซะนะ นอนดึกเดี๋ยวจะไม่สวย"

ลุงไม้เดินมาส่งข้าวหอม ถึงห้องพัก แล้วเกือบจะได้เห็นสร้อยของข้าวหอมที่เพิ่งได้จากบัวเมื่อวันเกิดที่ผ่านมา ถ้าลุงไม้ไม่เกรงใจข้าวหอมจนเกินไป...

พอข้าวหอมจะเข้านอน เห็นรตีเมามายกลับมา รตีกลุ้มใจเรื่องที่จะต้องย้ายออกจากบ้านทอฟ้านั่นเอง ยิ่งทำให้ ข้าวหอมสลดใจ เห็นใจรตีและทุกคนเหลือเกิน...

ooooooo

  • หน้าที่ 1
  • 1

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“เชียร์” ปลื้ม “เรือนไหมมัจจุราช” กระแสดีเกินคาด

“เชียร์” ปลื้ม “เรือนไหมมัจจุราช” กระแสดีเกินคาด
15 พ.ย. 2562
12:10 น.