กีฬา
100 year

นิยายไทยรัฐ

เงารักลวงใจ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

รัญญายังคงพยายามสืบหาเบาะแสเกี่ยวกับลูกสาวที่หายไป วันนี้เองรัญญาได้เห็นรูปพยาบาลคนหนึ่งในนิตยสารจากยุวรินทร์ เธอให้สัมภาษณ์ เรื่องงานและชีวิตครอบครัว รัญญาเห็นหน้าและอ่านข้อมูลบางช่วงก็จำได้ว่าเธอคนนี้คือพยาบาลที่ดูแลลูกตอนที่รัญญาเอาไปฝากที่เนิร์สเซอรี่

ด้วยความดีใจ รัญญารีบชวนยุวรินทร์มุ่งหน้าไปยังบ้านของพยาบาลคนนี้ และได้พูดคุยรื้อฟื้นความหลังกัน พร้อมกันนี้รัญญาก็นำรูปถ่ายวัยเด็กของลูกสาวติดมาด้วย...

เมื่อสิบแปดปีก่อน...วันที่รัญญาเดินทางกลับจากเมืองนอกพร้อมลูกน้อยที่ลืมตาดูโลกโดยที่นายเถลิงพ่อของรัญญาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าลูกสาวตั้งท้อง ทันทีที่กลับมาเหยียบเมืองไทย รัญญาไม่กล้าพาลูกไปพบหน้าพ่อ จึงนำลูกน้อยไปฝากไว้ที่เนิร์สเซอรี่ ส่วนตัวเธอเข้าไปพบพ่อเพียงลำพัง เธอสารภาพผิด และหวังว่าพ่อจะให้อภัย แต่กลายเป็นว่าเถลิงโมโหกราดเกรี้ยว ต่อว่าและสาปส่งรัญญาอย่างรุนแรง รัญญาเสียใจมากเมื่อพบว่าหมดหนทางที่จะให้พ่อยอมรับหลาน เธอตัดสินใจกลับไปรับลูกที่เนิร์สเซอรี่เพื่อจะหนีไปใช้ชีวิตกับลูกตามลำพัง แต่แล้วสิ่งที่คิดกลับเป็นไปไม่ได้ เพราะเถลิงได้แอบสะกดรอยตามเธอไป

เมื่อรัญญาไปถึงเนิร์สเซอรี่ก็ต้องช็อกสุดขีด เพราะตึกแถวละแวกนั้นเกิดเหตุเพลิงไหม้ เปลวไฟรุนแรงลุกลามไปจนถึงเนิร์สเซอรี่ที่เธอฝากลูกไว้ รัญญาร้องไห้แทบขาดใจเมื่อรู้ว่าเด็กๆที่นี่ตายในกองเพลิง แต่ก็มีชาวบ้านบอกว่ามีเด็กหลายคนรอดตาย ให้ลองไปติดต่อสอบถามกับทางเจ้าหน้าที่ดู รัญญาจึงรีบไปที่สถานีตำรวจ

"จากรายงานการชันสูตรพลิกศพของผู้ตายในเหตุเพลิงไหม้ ไม่มีรายงานว่ามีศพที่ดีเอ็นเอตรงกับคุณเลยครับ"

"อย่างงั้นก็หมายความว่า..."

"ลูกสาวของคุณน่าจะยังมีชีวิตอยู่ครับ"

"จริงเหรอคะคุณตำรวจ"

"ครับ แต่เท่าที่ผมทราบมามีเด็กที่รอดชีวิตหลายคนที่ญาติไม่มารับตัว จะถูกส่งตัวไปตามสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าต่างๆ ถ้าคุณอยากตามหาลูกสาวก็ลองติดต่อไปดูสิครับ บางทีลูกสาวของคุณอาจจะอยู่บ้านเด็กกำพร้าที่ไหนซักแห่งก็ได้"

"ได้ค่ะ ฉันจะรีบไปเดี๋ยวนี้ ขอบคุณคุณตำรวจมากนะคะ" รัญญายิ้มกว้างด้วยความรู้สึกที่เปี่ยมไปด้วยความหวัง...

แต่นับจากวันนั้นจนถึงวันนี้ รัญญาก็ยังตามหาลูกสาวไม่พบ

"ในตอนนั้นฉันมั่นใจว่า ไม่ว่ายังไงฉันต้องหาลูกสาวเจอแน่นอน แต่ผ่านไป 18 ปีแล้ว ฉันก็ยังหาแกไม่พบ หลายครั้งที่ฉันรู้สึกหมดหวังจนต้องตัดใจว่าชาตินี้ฉันอาจจะไม่ได้พบแกอีกแล้วก็ได้"

ยุวรินทร์บีบมือรัญญาให้กำลังใจ ก่อนจะหันไปถามพยาบาล

"ในเมื่อคุณรู้ว่าเด็กปลอดภัยดี แล้วทำไมคุณไม่ติดต่อให้เพื่อนฉันมารับตัวลูกสาวล่ะคะ"

"ใครบอกว่าฉันไม่ติดต่อไปล่ะคะ ฉันพยายามแล้ว แต่ว่า...มีคนทำให้ฉันเข้าใจว่าคุณเสียชีวิตแล้วค่ะ"

"อะไรนะคะ มีคนบอกอย่างนั้นเหรอ ใครเป็นคนพูดเหรอคะ"

พยาบาลนิ่งทบทวนก่อนจะเล่าให้ทั้งคู่ฟังว่า หลังเกิดเพลิงไหม้ไม่กี่วัน เธอโทร.ไปที่บ้านนายเถลิงเพื่อบอกให้รัญญามารับลูกสาวที่รอดปลอดภัย แต่นายเถลิงรับสายบอกว่ารัญญาตายไปแล้ว พอจะให้เขามารับแทน เขากลับปฏิเสธด้วยน้ำเสียงดุดัน

"คงไม่ได้หรอก เพราะฉันไม่ได้ข้องเกี่ยวอะไรกับผู้หญิงคนนั้น คุณจะส่งมันไปขึ้นสวรรค์ลงนรกก็ตามใจ แต่ไม่ต้องโทร.มาที่นี่อีก แค่นี้นะ"

พยาบาลจำต้องวางสาย รู้สึกหนักใจและสงสารเด็กน้อยคนนี้เหลือเกิน

ooooooo

ที่บ้านทอฟ้า นาวาสังเกตเห็นข้าวหอมเงียบขรึมซึมไป หลังจากเตชิตมาที่นี่สองครั้ง พอนาวาสอบถามข้าวหอมมีเรื่องไม่สบายใจหรือเปล่า ข้าวหอมนึกถึงคำพูดแม่บัว จึงไม่อยากเล่าอะไร บอกแต่ว่าเธอแค่ไม่ชอบขี้หน้าญาติของเขาเท่านั้น

"โธ่ นึกว่ามีอะไรซะอีก ฉันว่าเธออย่าถือสานายเตชิตเลยนะ เพราะจริงๆแล้วเขาเป็นคนน่าสงสารมากเลยรู้มั้ย"

"ไม่จริงหรอก ฉันว่าคนอย่างนั้นไม่เห็นจะน่าสงสารตรงไหนเลย"

"นั่นเพราะเธอยังไม่รู้จักเขาดีพอน่ะสิ  ฉันโตมากับเตชิต ฉันรู้ดีว่าชีวิตเขาต้องเจออะไรมาบ้าง  คนที่ไม่เคยได้รับความรัก  แล้วเขาจะเอาความรักจากไหนมาให้คนอื่นล่ะ  เพราะอย่างนี้เขาถึงเป็นคนก้าวร้าวเย็นชายังไงล่ะ"

"แต่นั่นก็ไม่ใช่เหตุผลที่เขาจะเอาปมในใจของตัวเองมาลงกับคนอื่นนะคะ"

"เตชิตตอนนี้ก็เหมือนกับฉันที่เธอเจอครั้งแรกนั่นแหละข้าวหอม ต่างกันที่ว่าฉันเป็นคนที่ได้รับความรักแต่กลับมองข้ามมัน ในขณะที่เตชิตมองหาความรัก แต่ กลับหามันไม่เจอ เพราะฉะนั้นถ้าสิ่งที่เขาทำมันไม่แย่เกินไป ฉันก็อยากให้เธออภัยให้กับเขานะ"

ข้าวหอมมองหน้านาวา เห็นถึงความจริงใจในคำพูดนั้นก็ยิ้มออกมา

"ฉันไม่แปลกใจเลยนะคะว่าคุณเป็นลูกชายของคุณท่าน เพราะคุณมีจิตใจที่ดีไม่ต่างกับคุณท่านเลยจริงๆ"

"นี่แหละคือสิ่งที่ฉันต่างกับเตชิต ถ้าเตชิตเขาได้รับความรักอย่างที่ฉันได้ จิตใจเขาก็คงไม่หยาบกระด้างอย่างนี้หรอก คราวนี้เธอเข้าใจรึยังล่ะ"

"ตกลงค่ะ ฉันพยายามทำสิ่งที่ยากที่สุดในชีวิตคือ มองข้ามนิสัยแย่ๆของญาติคุณ แล้วเข้าใจเขาให้มากที่สุดอย่างที่คุณพูดดีไหมคะ"

"ดีมาก...ยัยข้าวเหม็น"

"ข้าวหอม...ข้าวหอมๆๆ" หญิงสาวตอบโต้เสียงดัง แล้วสองคนก็หัวเราะออกมาพร้อมกัน...

ooooooo

ผิดหวังและเสียใจกลับจากบ้านพยาบาล... รัญญาเข้ามาที่บ้านของตน ยืนน้ำตาคลอมองรูปถ่ายของนายเถลิงผู้พ่อที่แขวนบนฝาผนัง ยุวรินทร์ ตามเข้ามาเห็น อดเศร้าสะเทือนใจไปด้วยไม่ได้

"อภัยให้ท่านเถอะนะรัญ ถึงยังไงเรื่องมันก็ผ่านมาตั้งนานแล้ว"

"ฉันนึกไม่ถึงเลยนะฝน ว่าคุณพ่อท่านก็ยังใจร้ายกับเราสองแม่ลูกได้ขนาดนี้"

"เอาเถอะ ยังไงท่านก็จากไปแล้ว ถือซะว่าเรื่องทั้งหมดเป็นเพราะโชคชะตาลิขิตให้เป็นแบบนี้ แต่อย่างน้อยๆเธอก็ยังมีลมหายใจอยู่ ใช้เวลาที่เหลือแก้ไขสิ่งผิดพลาดทุกอย่างด้วยการตามหายัยหนูให้เจอ ฉันจะอยู่ข้างเธอเองนะรัญ"

"ขอบใจเธอมากนะฝน ที่ทำให้ฉันไม่ต้องเผชิญเรื่องเลวร้ายนี้คนเดียว" รัญญากอดยุวรินทร์ด้วยความตื้นตัน ขณะที่ยุวรินทร์ก็ลูบหลังรัญญาเบาๆแทนคำปลอบใจ

ส่วนที่บ้านทอฟ้า รตีที่หลงใหลได้ปลื้มเตชิตตั้งแต่แรกเห็น พอรู้ว่าเขาพักอยู่ไม่ไกลจากที่นี่ รตีอุตส่าห์ปั่นจักรยานไปหาเขาถึงบ้านพัก แล้วทำทีเป็นโซ่จักรยานหลุดจะให้เขาช่วยใส่ให้ แต่เตชิตกลับเรียกนายยิ้มมาทำแทน ส่วนตัวเองขับรถไปยังบ้านทอฟ้า และไปเจอข้าวหอมกำลังสอนน้องๆวาดรูป

ข้าวหอมเหลือบเห็นเตชิต เกิดระแวงว่าเขาจะมาขู่บังคับแม่บัวของเธออีก เธอถามเขาดีๆว่า มาหาแม่บัวเหรอ  แต่คำตอบที่ได้กลับทำให้ข้าวหอมหงุดหงิดในอารมณ์

"ฉันจะมาหาใครก็ไม่เกี่ยวกับเธอ"

"นี่คุณ ฉันถามคุณดีๆนะ"

"แล้วฉันตอบเธอไม่ดีตรงไหน ในเมื่อเธอเป็นแค่เด็กในอุปการะของบ้านทอฟ้า ส่วนฉัน..."

"เป็นถึงลูกชายมหาเศรษฐี ที่จ้องจะเฉดหัวไล่ทุกคนออกจากที่นี่"

"รู้ตัวก็ดีแล้ว จะได้ไม่ต้องพูดหลายครั้ง คนอย่างเธอแค่ฉันเสวนาด้วยก็ดีแค่ไหนแล้ว"

"คุณเตชิต ฉันถามจริงๆเถอะ จิตใจคุณทำด้วยอะไร ทำไมถึงได้ไร้ความเมตตาถึงขนาดจะไล่พวกเราไปจากที่นี่ ทั้งที่คุณก็น่าจะรู้ว่าพวกเราเป็นแค่เด็กกำพร้าเท่านั้นเอง"

"ก็เพราะอย่างนี้ไงล่ะ ฉันถึงต้องไล่พวกเธอไป โลกใบนี้มันมีที่ยืนให้เฉพาะคนที่มีเงิน มีอำนาจเท่านั้น ไม่ใช่สำหรับคนอย่างพวกเธอที่ไปอยู่ไหนก็สร้างแต่ภาระให้สังคม"

"ไม่จริง  คุณอย่าเหมาว่าโลกใบนี้เป็นของคุณคนเดียวสิคุณเตชิต สำหรับฉัน โลกนี้เป็นของคนที่มีความรัก เอื้ออาทร มีน้ำใจต่อกัน คนที่ไม่มีใครรักอย่างคุณต่างหากที่สมควรจะไป ไม่ใช่พวกฉัน"

เตชิตรู้สึกว่าคำพูดของข้าวหอมจี้ใจดำเขามากๆ เขาคว้าข้อมือข้าวหอมบีบจนแน่นด้วยความโมโห ข้าวหอมตกใจร้องลั่นว่าเจ็บ สั่งเขาปล่อยเดี๋ยวนี้ แต่เตชิตไม่ยอม กระแตเห็นท่าไม่ดีรีบวิ่งออกไปทันที

"คนไม่มีพ่อไม่มีแม่อย่างเธอ รู้จักความรักดีแค่ไหน ถึงได้กล้ามาว่าฉันอย่างนี้" เตชิตดุดันเอาเรื่อง

"ถึงฉันจะไม่มีพ่อไม่มีแม่ แต่ฉันก็ยังรู้จักรักคนอื่น ไม่เหมือนคนจิตใจหยาบกระด้างอย่างคุณ ที่เอาปมด้อยตัวเองมาทำร้ายคนอื่นเพื่อเรียกร้องความสนใจ"

"หยุดพูดเดี๋ยวนี้นะ" เตชิตใช้มืออีกข้างบีบปากข้าวหอม...ข้าวหอมเจ็บ พยายามผลักเตชิตออก แต่สู้แรงเขาไม่ไหว ทันใดนั้นเองเสียงนาวาดังขึ้น กระแตยืนหน้าเลิ่กลั่กเป็นคนเข็นรถนาวามา

"ปล่อยข้าวหอมเดี๋ยวนี้!"

เตชิตชะงัก ผละออกจากข้าวหอมทันที

"นายทำอะไรของนาย ข้าวหอมเขาเป็นผู้หญิง ทำไมนายถึงรังแกเขา"

"นายไม่รู้อะไร อย่าพูดเลยดีกว่า"

"ทำไมฉันจะไม่รู้ ในเมื่อฉันเห็นกับตาว่านายกำลังทำร้ายข้าวหอม"

"เลิกทำตัวเป็นสุภาพบุรุษซักทีเถอะนาวา ทำไม ชอบยัยนี่รึไง ถึงต้องออกหน้ารับแทนกันขนาดนี้"

นาวาสะอึกกับคำพูดจี้ใจดำของเตชิต รีบกลบเกลื่อนด้วยการสั่งเตชิตหุบปาก แล้วไปจากที่นี่ซะ

"นาวา นี่นายไล่ฉันเหรอ"

"ใช่ ฉันไม่รู้นะว่านายมาทำอะไร แต่ฉันบอกได้ว่า คนอย่างนายไม่เหมาะกับที่นี่ เพราะฉะนั้นถ้ายังเห็นแก่ความเป็นญาติกัน อย่ามาที่นี่อีก"

"ฉันว่าตอนนี้คนที่ไม่สมควรจะอยู่ที่นี่คือนายมากกว่านะนาวา ทีแรกฉันตั้งใจจะปิดเรื่องนี้เป็นความลับ แต่ตอนนี้ฉันเปลี่ยนใจแล้ว"

"ทำไม นายมีอะไรจะพูดกับฉัน"

"อยากรู้ไหมล่ะว่าเกิดอะไรขึ้นกับลุงภูผา"

นาวาชะงัก จ้องเตชิตเขม็ง...

หลังจากบอกข่าวร้ายของลุงภูผาให้นาวารับรู้แล้ว เตชิตก็เดินดุ่มออกมาที่รถ โดยมีข้าวหอมเดินกึ่งวิ่งตามมาต่อว่าเขา

"ทำไมคุณถึงเอาเรื่องคุณท่านมาบอกคุณนาวาด้วย ก็ไหนคุณพูดเองไม่ใช่เหรอว่าคุณท่านห้ามไม่ให้คุณนาวารู้เรื่องนี้"

"ก็เพราะเธอนั่นแหละยัยตัวแสบ เธอเป็นคนทำให้ฉันต้องกำจัดนาวาไปจากที่นี่ ฉันอยากรู้นักว่าถ้าไม่มีนาวาแล้ว น้ำหน้าอย่างเธอจะกล้าปากดีกับฉันอีกมั้ย"

"คุณเตชิต ถ้าคุณโกรธฉันเกลียดฉัน ก็ลงกับฉันคนเดียวสิ ทำไมต้องดึงคุณนาวากับคุณท่านมาเกี่ยวด้วย"

"คนอย่างฉันทำได้ทุกอย่าง ถ้าฉันพอใจจะทำ"

"ฉันว่าคนอย่างคุณไม่ใช่แค่ขาดความรักอย่างเดียว แต่คุณไม่มีหัวใจเลยด้วยซ้ำ"

"จะพูดอะไรก็พูดไปเถอะ ยังไงฉันก็ได้ในสิ่งที่ฉันต้องการแล้ว รู้ไหมว่ามันคืออะไร...ความสะใจยังไงล่ะ"

เตชิตยิ้มเยาะข้าวหอม แล้วเปิดประตูขึ้นรถ ข้าวหอมมองตามเตชิตด้วยความรู้สึกเจ็บแค้นมากๆ

"คุณจำไว้เลยนะคุณเตชิต ว่าคุณจะบังคับใครในโลกนี้ก็ตาม แต่จะมีฉันคนนึงที่ไม่ยอมก้มหัวทำตามใจคุณเด็ดขาด"

เตชิตโกรธจี๊ด ก้าวลงจากรถด้วยสีหน้าท่าทางเอาเรื่อง

"คิดดีแล้วเหรอที่พูดอย่างนั้น...ได้ งั้นฉันจะทำให้เธอดูเดี๋ยวนี้แหละว่าคนอย่างฉันจะบังคับเธอได้มั้ย"

เตชิตเดินกลับเข้าไปที่บ้านทอฟ้าทันที ข้าวหอมมองตามสีหน้าหนักใจ รตีแอบมองอยู่มุมหนึ่ง รู้สึกไม่ชอบใจอย่างมากที่ข้าวหอมดูสนิทใกล้ชิดชายหนุ่มที่เธอหมายปอง

บัวตกใจที่เห็นเตชิตร้อนรนเข้ามาในห้องทำงาน เตชิตบอกครูบัวว่าตนมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย บัวหน้าเครียด รู้ทันทีว่าความเดือดร้อนกำลังมาเยือน...

ooooooo

แล้วคืนนี้เอง ข้าวหอมก็รู้จากแม่บัวว่าเตชิตเร่งวันไล่ที่เข้ามาอีก เขาให้เวลาอีกแค่สามวันเท่านั้น

"แม่ว่ามันอาจจะถึงเวลาที่เราต้องยอมรับความจริงแล้วล่ะลูก ว่าอะไรที่มันเป็นของคนอื่น ซักวันเราก็ต้องคืนเขาไปอยู่ดี"

"แต่เวลาแค่ 3 วันจะไปทำอะไรทันล่ะคะแม่"

"พรุ่งนี้แม่จะติดต่อไปที่กรมประชาสงเคราะห์ แต่เช้า ให้เขามาที่นี่ จะได้รู้ว่ายังมีที่ไหนรับลูกไปอยู่ ได้บ้าง"

"แม่คะ ข้าวหอมขอโทษนะคะ ถ้าข้าวหอมไม่ไปมีเรื่องกับเขา พวกเราก็คงไม่ต้องลำบากกันอย่างนี้"

"ช่างมันเถอะลูก จะไปวันนี้หรือวันไหนมันก็ไม่ต่างกันหรอก พรุ่งนี้เช้าข้าวหอมบอกน้องๆให้เก็บข้าวของให้เรียบร้อยนะ ส่วนธุระอื่นๆเดี๋ยวแม่จัดการเอง"

ข้าวหอมกลั้นน้ำตาไม่อยู่โผเข้ากอดบัวด้วยความเสียใจ บัวกอดตอบน้ำตาซึมด้วยความร้าวรานไม่แพ้กัน... อีกครู่ต่อมา ข้าวหอมแยกกลับห้องนอนตัวเอง แต่จู่ๆรตี เดินออกมาดักหน้าจนข้าวหอมสะดุ้งตกใจ

"อุ๊ย...รตี เธอมายืนทำอะไรตรงนี้ฉันตกใจหมดเลย"

"แหม เดี๋ยวนี้ขวัญอ่อนจังเลยนะ หรือว่ามัวแต่ เหม่อคิดถึงใครอยู่"

"เธอพูดอะไรของเธอน่ะรตี ฉันไม่เข้าใจ"

"ฉันถามเธอจริงๆนะข้าวหอม เธอชอบคุณเตชิตใช่มั้ย"

"อะไรนะ..."

"ฉันเห็นเธอกับคุณเตชิตดูสนิทสนมกัน อย่าบอกนะว่าเธอไม่ได้ตั้งใจจะตีสนิทกับเขา"

"รตี เธอเข้าใจผิดแล้วล่ะ ฉันน่ะเหรอจะไปชอบคนอย่างเขา ที่ฉันไปคุยกับเขาก็เพราะว่าผู้ชายคนนั้นกำลังทำให้พวกเราลำบากต่างหากล่ะ ฉันรับรองว่าชาตินี้ ฉันไม่มีทางไปญาติดีกับคนแบบนี้แน่ๆ"

รตีฟังแล้วโล่งใจ สีหน้าเปลี่ยนเป็นเพื่อนที่แสนดีขึ้นมาทันที

"งั้นก็ดีแล้วล่ะ ที่เธอไม่ได้ชอบเขา เพราะฉันเป็นห่วงไม่อยากให้เธอเสียใจ ผู้ชายที่เพียบพร้อมอย่างคุณเตชิตเขาไม่เหมาะสมกับเด็กกำพร้าอย่างพวกเราหรอกข้าวหอม"

"ขอบใจเธอมากนะรตีที่เตือนฉัน แต่ไม่ต้องห่วงหรอกนะ ตอนนี้ฉันคงไม่มีกะจิตกะใจไปคิดเรื่องอื่นหรอก โดยเฉพาะเรื่องความรัก...ฉันง่วงแล้ว เราไปนอนกันเถอะ"

รตียิ้มแย้มกับข้าวหอมแล้วแยกย้ายไปนอนที่เตียงตัวเอง แต่พอล้มตัวนอนหันหลังให้ข้าวหอม สีหน้ารตีก็เปลี่ยนเป็นเจ้าเล่ห์ร้ายกาจทันที

ooooooo

เช้าแล้ว ข้าวหอมยังหน้าหมองวิตกกังวลและรู้สึกผิดที่ทำให้เตชิตโกรธจนร่นเวลาไล่ที่เข้ามาอีกภายในสามวัน นายไม้เดินผ่านมาเห็นข้าวหอมไม่สดชื่นเหมือนทุกวัน จึงทักถามด้วยความเป็นห่วง ตอนแรกข้าวหอมก็ปฏิเสธว่าไม่มีอะไร แต่พอถูกนายไม้ซักหนักเข้า ข้าวหอมจึงแย้มให้ฟังว่า

"ลุงไม้คะ สมมติว่าลุงไม้ไปมีเรื่องกับใครคนนึง แล้วใครคนนั้นทำให้ทุกคนที่ลุงไม้รักต้องเดือดร้อน ลุงไม้ จะทำยังไงคะ"

"อืม ถ้าคนที่เดือดร้อนเป็นคนที่ลุงรัก ลุงก็จะต้องทำทุกอย่างเพื่อปกป้องไม่ให้เขาต้องเดือดร้อนเพราะลุงน่ะสิ สำหรับลุงแล้วลุงยอมเสียสละทุกอย่างได้หมด ไม่ว่าจะเป็นศักดิ์ศรี หรืออะไรก็ตาม ขอแค่ทำแล้วคนที่ลุงรักมีความสุข ต่อให้ต้องเจ็บปวดหรือลำบากแค่ไหนลุงก็จะทำ"

ข้าวหอมคิดตาม แล้วยกมือไหว้ขอบคุณนายไม้ ก่อนจะวิ่งออกไปจากตรงนั้น...ข้าวหอมตัดสินใจไปพบเตชิตถึงบ้านพัก

"ไม่อยากเชื่อเลยนะว่า คนอวดดีอยากเธอจะยอมมาหาฉันถึงบ้านได้" เตชิตยิ้มเยาะ

"ฉันมาที่นี่เพื่อจะขอร้องคุณ"

"ถ้าเป็นเรื่องที่ฉันให้พวกเธอย้ายออกไปภายใน 3 วันล่ะก็ ฉันบอกได้เลยว่าเสียเวลาเปล่า เพราะฉันขอยืนยันคำพูดฉันตามเดิมและไม่มีวันเปลี่ยนใจเด็ดขาด"

"ฉันรู้ค่ะว่าฉันอาจจะพูดไม่ดี หรือทำไม่ดีกับคุณ แต่แม่บัวกับน้องๆไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วย คุณอย่าทำให้คนอื่นๆต้องเดือดร้อนเพราะฉันได้มั้ย"

"เสียใจด้วยนะ เธอกลับตัวช้าไปหน่อย สายเกินไปแล้วสำหรับคำขอร้อง เชิญเธอกลับไปเก็บเสื้อผ้าเตรียมตัวย้ายออกจากบ้านทอฟ้าได้แล้ว" เตชิตพูดจบก็หันหลังจะเดินเข้าบ้าน ข้าวหอมรีบคว้าแขนเขาไว้ แล้วคุกเข่าลงอย่างยอมจำนน

"ฉันขอร้องนะคะ อย่าเพิ่งไล่พวกเราไปเลย ขอให้ พวกเราได้เตรียมตัวมากกว่านี้เถอะนะ"

"ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้  คิดว่าแค่คุกเข่าจะทำให้ฉันใจอ่อนรึไง"

"ไม่งั้นคุณจะให้ฉันทำอะไรฉันยอมทุกอย่างนะคะคุณเตชิต"

เตชิตยิ้มพราย ได้โอกาสทองเอาคืนข้าวหอมแล้ว...เตชิตขับรถพาข้าวหอมไปยังสวนผลไม้แห่งหนึ่ง พาเธอมาสมัครเป็นคนงานเก็บผลไม้...ในขณะเดียวกัน นาวาที่รู้ข่าวจากเตชิตว่าพ่อของเขาถูกทำร้ายบาดเจ็บนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลก็กำลังเตรียมตัวกลับเข้ากรุงเทพฯ เสร็จแล้วนาวาตรงไปลาครูบัว และว่าถ้าพ่อหายดี เขาจะกลับมาที่นี่อีก บัวหน้าเจื่อนๆ เพราะรู้ว่ามันจะไม่มีวันนั้นอีกแล้ว

"ค่ะ ถ้าปาฏิหาริย์มีจริง เราก็คงได้เจอกัน"

"ทำไมพูดอย่างนั้นล่ะครับ  หรือว่ามีเรื่องอะไรรึเปล่า"

"ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ฉันก็พูดไปอย่างนั้นเอง เอ้อ แล้วนี่คุณนาวาลาข้าวหอมรึยังคะ"

"ยังเลยครับ นี่ตั้งแต่เช้าก็ยังไม่เจอเลย ครูบัวทราบไหมครับว่าข้าวหอมอยู่ไหน"

"ฉันเองก็ไม่เห็นเหมือนกันค่ะ"

นายไม้เดินผ่านมาพอดี บัวจึงเรียกนายไม้มาถาม ก็ได้คำตอบว่าเมื่อเช้าข้าวหอมคุยกับนายไม้ครู่หนึ่งก่อนจะรีบร้อนออกไป แต่ไม่รู้ว่าไปไหน...คราวนี้ทุกคนเลยตกใจช่วยตามหากันใหญ่ โดยเฉพาะนายไม้ กลัวข้าวหอมจะไปตกน้ำตกท่า เพราะว่ายน้ำไม่เป็นอยู่ด้วย

เวลานั้น ข้าวหอมกำลังตากแดดหน้าแดงเก็บผลไม้ในสวน เตชิตยืนมองด้วยความสะใจ อยากจะดูว่าข้าวหอมจะทนได้ซักกี่น้ำ ปรากฏว่าข้าวหอมทนทายาดกว่าที่คิด เธอทำงานโดยไม่ปริปากซักคำ หนำซ้ำทำกระปรี้กระเปร่าโชว์เตชิตเสียด้วย ทำให้เตชิตยิ่งหมั่นไส้

"เป็นไง เหนื่อยจนถอดใจรึยัง"

"ใครบอกว่าฉันเหนื่อย คุณลืมไปแล้วเหรอว่าฉันเป็นเด็กกำพร้า งานแค่นี้ธรรมดาจะตายไปสำหรับฉัน"

"ดี ที่เธอพูดอย่างนี้ เพราะว่าฉันก็ไม่คิดจะให้เธอพักอยู่แล้ว ตามฉันมานี่ ฉันมีงานให้เธอทำอีก" เตชิตเดินนำข้าวหอมไปทางบ้านพักคนงาน แล้วสั่งให้ข้าวหอมไปตักน้ำมาใส่ตุ่มหลายใบที่วางเรียงเป็นแถว

"ทั้งหมดนี่เลยเหรอ" ข้าวหอมถามเสียงแหลม

"ใช่ ทำไม หรือว่าเธอทำไม่ไหว จะถอนคำพูดก็ได้นะ"

"ใครบอกว่าไม่ไหว คอยดูก็แล้วกัน" ข้าวหอมคว้าถังกับไม้คาน แล้วตบเท้าเดินออกไป แต่พอไปถึงแม่น้ำไหลเชี่ยว ข้าวหอมหยุดกึก รู้สึกกลัวขึ้นมาทันที นึกถึงเหตุการณ์อกสั่นขวัญผวาเมื่อปีที่แล้ว

วันนั้นข้าวหอมจะลงไปเก็บลูกบอลให้น้องๆที่ท่าน้ำ แต่เกิดพลัดตกลงไปในน้ำ ข้าวหอมพยายามตะเกียกตะกายช่วยเหลือตัวเองแต่ก็ทำไม่ได้ น้องๆพากันตกใจ ตะโกนเรียกพี่ข้าวหอมลั่นไปหมด โชคดีที่นายไม้ กระโดดลงไปช่วยข้าวหอมขึ้นมาได้ แต่ถึงกระนั้นข้าวหอมก็สลบแน่นิ่ง เกือบเอาชีวิตไม่รอด

ครั้งนี้เห็นสายน้ำไหลเชี่ยว ข้าวหอมเลยเกิดอาการลังเล จนกระทั่งเตชิตตามมาเร่ง ข้าวหอมจึงตัดใจตักเป็นตัก แต่ไม่ทันจะก้าวขึ้นตลิ่ง ข้าวหอมหงายหลังตกน้ำดังตูม คนงานแถวนั้นพากันตกใจ ส่งเสียงเอะอะ ทำให้เตชิต ที่เดินแยกไปแล้วต้องวิ่งกลับมาอีก

เตชิตโดดลงน้ำไปช่วยข้าวหอมที่พยายามตะกายตัวเองขึ้นมา แต่กว่าจะช่วยขึ้นมาได้ก็ทุลักทุเลน่าดู ที่สำคัญข้าวหอมหมดสติไปแล้วด้วย เตชิตตัดสินใจผายปอดช่วยชีวิตข้าวหอม แต่ก็ไม่มีทีท่าว่าข้าวหอมจะฟื้น

"ข้าวหอมๆ ฟื้นขึ้นมาสิ ได้ยินฉันรึเปล่า..." เตชิตหน้าซีดหน้าเสีย ท่าทีร้อนรนสุดๆ

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“จั๊กจั่น” ใจหายตกใจกอด “กอล์ฟ” แน่น “อั๋น-ไอซ์” เห็นภาพบาดตา

“จั๊กจั่น” ใจหายตกใจกอด “กอล์ฟ” แน่น “อั๋น-ไอซ์” เห็นภาพบาดตา
10 ธ.ค. 2562
08:10 น.