นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    รักในม่านเมฆ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    พอฟื้น น้องทรายก็มองหาภาดาไปรอบห้อง อริณ เข้าใจว่ามองหาแจ่ม "อ๋อ แจ่มเหรอครับ เห็นบอกว่าจะกลับไปเตรียมเสื้อผ้าสำหรับมาค้างที่นี่น่ะครับ ผมก็เลยอาสาอยู่เป็นเพื่อน"

    น้องทรายตัดใจไม่ถามต่อ อริณเห็นเธอเงียบไปจึงไปเอาผลไม้ที่เขาปอกมาให้ทาน น้องทรายเห็นสภาพผลไม้ที่เยินๆก็ยิ้มๆ แล้วต้องชะงักเมื่อเห็นแผลเลือดออกที่นิ้วอริณ เธอรีบดึงมือเขามาดู อริณซ่อนไม่ทันจำต้องบอกว่าโดนมีดบาด

    "โธ่คุณอริณ นี่โดนมีดบาดเพราะปอกผลไม้ให้น้องทรายเหรอคะ"

    "ไม่เป็นไรหรอกครับนิด หน่อย" อริณยิ้มปลื้มที่น้องทรายจับมือ

    "โธ่ เจ็บแย่เลย ทีหลังไม่ต้องนะคะ เดี๋ยวน้องทรายทำเอง"

    "ใช่! ทีหลังไม่ต้อง!" เสียงสมิตดังขึ้น

    อริณสะดุ้งตื่นจากภวังค์ สมิตเดินเข้ามาพร้อมของกินในมือมากมาย เขาพูดกับอริณว่าไม่ต้องมาห่วงเรื่องของกินเพราะทางโรงพยาบาลจัดการเอง "ขอบคุณนะครับที่มาเยี่ยมน้องทราย ได้เวลาที่คุณต้องกลับแล้วล่ะ"

    อริ ณไม่พอใจถามสมิตทำไมต้องไล่เขา สมิตพูดแทงใจว่าน้องทรายมีคนดูแลมากพอแล้ว ทั้งตัวเขาและสามีน้องทราย อริณเป็นคนนอก อริณจ๋อยไปชั่วขณะแต่ไม่ยอมแพ้ ทั้งสองเถียงกันไปมาแรงขึ้น แจ่มกลับมาตกใจรีบแยกทั้งสองออกจากกัน แล้วขอร้องให้ทั้งสองคนกลับไป...แจ่มเดินออกมาส่งทั้งสองคน   พอหันกลับจะเดินเข้าห้องก็ชนเข้ากับภาดาพอดี แจ่มดีใจรีบพาภาดาไปที่ห้องน้องทราย...

    ภาดาป้อนข้าวต้มให้น้องทราย อย่างเอาใจและเปรยว่าทีหลังจะไปไหนให้บอกเขาจะพาไปเองจะได้ไม่เกิดเหตุการณ์ แบบนี้อีก น้องทรายแย้งว่าเขาต้องทำงาน ภาดาว่างานส่วนงาน เขาหยุดงานมารับเธอได้ น้องทรายสะท้อนใจพูดด้วยความน้อยใจ

    "แต่น้อง ทรายไม่อยากได้ชื่อว่าแย่งเวลาส่วนตัวของคุณชายไปหมด"

    "เวลาส่วนตัว ของพี่ก็คือเวลาที่ได้อยู่กับภรรยาของตัวเองไงล่ะคะ" ภาดายิ้มอย่างมีเลศนัย

    น้อง ทรายแอบน้ำตาคลออยากถามว่าภรรยาคนไหน ภาดาพูดอีกว่าถ้าไม่ติดว่าดึกเกินไป เขาจะย้อนไปเอาเสื้อผ้ามานอนเฝ้าแทนแจ่ม แจ่มรีบเสนอว่าเธอกลับไปเอามาให้ได้ น้องทรายปรามเรียกแจ่มไว้ ภาดาถามยิ้มๆ "ทำไมล่ะคะ น้องทรายไม่อยากให้พี่นอนเฝ้าเหรอ"

    ใจหนึ่งน้องทรายอยาก ให้เขาอยู่ แต่อีกใจก็เขินที่จะต้องอยู่กันตามลำพัง ภาดาบอกให้แจ่มโทร.สั่งแผ้วเอาเสื้อผ้ามาให้ที่โรงพยาบาลแล้วจะได้กลับไปกับ แผ้ว แจ่มรีบฝากภาดาดูแลน้องทรายแล้วรีบออกไปอย่างร่าเริง ไปยืนยิ้มอยู่หน้าห้อง... พอได้อยู่กันตามลำพัง ภาดาชวนคุย

    "ตอนพี่ ชายรู้ข่าวว่าน้องทรายได้รับอุบัติเหตุพี่ชายตกใจหมดเลย"  ภาดาเห็นน้องทรายนอนหันหลังให้นิ่งเหมือนหลับจึงขยับขึ้นนั่งบนเตียง "ดูจากสภาพรถเข็นที่พังยับเยิน นับว่าน้องทรายโชคดีมากๆ...นี่น้องทรายจะไม่พูดอะไรหน่อยหรือคะ หรือว่าง่วงแล้ว อืม...ยาแก้ปวดคงทำให้ง่วงสินะ...นี่หลับจริงๆหรือคะ"

    น้อง ทรายยังนอนนิ่งแต่ในใจสั่นระรัวที่ภาดาอยู่ใกล้ ภาดายิ่งแกล้งขยับเข้าใกล้อีกแล้วก้มลงกระซิบ "ไหนบอกไม่อยากอยู่กับพี่สองต่อสองไง แล้วทำไมกล้าหลับ ไม่กลัวพี่รังแกหรือไง"

    ว่าแล้วภาดาก็เอาไหล่กระแทก น้องทรายยังนิ่งหลับตาปี๋ "ว่าไงคนสวย   ไม่กลัวพี่แบบนี้จะแกล้งอะไรดีน้า...ไม่ตื่น ยังไงก็ไม่ตื่น งั้นดีล่ะ" ภาดาหอมแก้มน้องทรายหนึ่งฟอด

    น้องทรายลุกพรวดขึ้นทันที เอามือกุมแก้ม "นี่พี่ชายทำอะไร!"

    "ไหนว่าหลับ ไม่ได้หลับจริงๆสักหน่อย" ภาดายิ้มกรุ้มกริ่ม

    น้องทรายโกรธฟาดมือ เข้าที่อกภาดา "คนบ้า!"

    "เอ๊ะ มาตีพี่ทำไม เมื่อกี๊โดนข้างซ้ายแบบนี้ต้องโดนข้างขวา นี่แน่ะ" ภาดาหอมแก้มขวา

    "อี๊ ออกไปนะ นี่แน่ะ นี่นี่" น้องทรายผลักอกภาดาแล้วตีอีกหลายที

    ภาดา นึกสนุกแกล้งปล้ำหอมแก้มน้องทรายอีกหลายที... ขณะเดียวกันที่แจ่มเดินออกมารอแผ้วที่หน้าโรงพยาบาล

    เห็นรถโฉมพิไล แล่นเข้ามาก็ตกใจรีบวิ่งกลับเข้าไปด้วยความเป็นห่วง ภาดายังแกล้งหอมแก้มน้องทรายอยู่ โฉมพิไลเปิดประตูผลัวะเข้ามา

    "ทำ อะไรกันน่ะ!"

    ภาดาสะดุ้งลุกพรวดขึ้น น้องทรายนั่งนิ่งใจสั่น โฉมพิไลพยายามระงับอารมณ์ แจ่มวิ่งหน้าตื่นเข้ามา "คุณโฉมมา! ฮือ... ไม่ทันแล้ว"

    "คุณชายขา อยู่ที่นี่จริงๆด้วย โฉมโทร.หาเท่าไหร่ก็ไม่ติด" โฉมพิไลยิ้มเยือกเย็น พูดกับภาดาแล้วก็หันมาทักน้องทรายว่าเป็นอย่างไรบ้าง เธอเข้ามาบีบแขนน้องทราย ทำเป็นพลิกดูว่ามีบาดแผลตรงไหนบ้าง "ก็ไม่เป็นไรมากนี่ พรุ่งนี้คงออกได้แล้วสิ"

    น้องทรายหวั่นใจไม่รู้ จะมาไม้ไหน ภาดาถามโฉมพิไลจะมาทำไมไม่บอกเขา โฉมพิไลเข้าไปโอบภาดาอย่างประกาศตัวว่าเป็นเจ้าของ แล้วแกล้งพูดให้น้องทรายสะเทือนใจ "โฉมไม่รู้ว่าคุณมานี่คะ   เห็นเมื่อตอนเที่ยงที่เราไปทานข้าวกัน คุณก็ทำเฉยๆ"

    โฉมพิไลมองไป เห็นดอกไม้จึงทำเป็นนึกได้ว่ามีของมาเยี่ยมแต่ลืมเอาลงจากรถ จึงขอให้ภาดาไปเอาและให้แจ่มไปช่วยขน แจ่มไม่ค่อยอยากไปแต่ไม่รู้จะบ่ายเบี่ยงอย่างไร

    ooooooo

    ขณะ ที่ภาดากับแจ่มกำลังออกจากลิฟต์ แจ่มเห็นวินในชุดคนไข้อยู่ที่เคาน์เตอร์พยาบาล วินเหลือบเห็นรีบหลบใต้เคาน์เตอร์ แจ่มขยี้ตามองอีกทีไม่เจอแล้ว ภาดาถามมีอะไร แจ่มรีบบอกว่าเห็นวินแต่อยู่ในชุดคนไข้ ภาดาฉุกคิดอาจจะใช่เพราะวินรักษาตัวอยู่ แต่บอกแจ่มไม่ได้ แจ่มเข้าใจว่าตัวเองตาฝาด วินเห็นสองคนเดินไปก็โล่งอก ลุกขึ้นมาถามพยาบาลอีกครั้งว่าคนไข้ชื่อวาลิกาอยู่ห้องไหน พยาบาลตอบว่าไม่พบชื่อนี้

    "หมายความว่าไงไม่พบ ก็ลูกผมเข้ารักษาตัวอยู่ที่นี่" วินตกใจรีบถาม

    "ไม่พบก็เพราะฉัน สั่ง!" สุเมธยืนตีหน้ายักษ์...พยาบาลยิ้มเจื่อนๆ

    สุเมธดึงวินกลับมา ที่ห้องพักแล้วเอ็ดว่าอยากจะซุ่มดูเหมือนคนไข้โรคจิตหรือไง จะได้โดนจับตัวไปฉีดยา วินหน้าเศร้าเป็นห่วงลูกสาว สุเมธจึงสัญญาว่าพรุ่งนี้ตอนน้องทรายลงมาเช็กร่างกายเขาจะพาวินไปดู แต่ห้ามกระโตกกระตาก และคืนนี้ต้องนอนก่อน วินยอมเชื่อฟังโดยดี...

    พอ โฉมพิไลได้อยู่ตามลำพังกับน้องทราย เธอก็เข้าไปบีบแขนแรงๆ พูดว่าอยากมาดูให้แน่ใจว่าเป็นอะไรมากหรือเปล่า "แต่อย่าคิดว่าฉันจะเป็นห่วงนะ ฉันแค่ตั้งใจจะมาสมน้ำหน้า"

    "คุณไม่ จำเป็นต้องมาที่นี่ ฉันรู้อยู่แล้วว่าคุณคงรู้สึกอย่างนั้น" น้องทรายแข็งใจตอบโต้

    "ฉลาดดีนี่ แต่ฉันก็อยากมาอยู่ดี เพราะฉันอยากทำความรู้จักกับเธอ" โฉมพิไลเปลี่ยนจากบีบแขนมาโอบกอด "เคยได้ยินไหมที่เขาบอกว่าให้เรากอดศัตรูเอาไว้ใกล้ๆตัว เราจะได้รู้ความเคลื่อนไหวของมันชัดๆ"

    น้องทรายหวาดหวั่นขยับตัวออก ห่าง รวบรวมกำลังใจเตือนตัวเองว่าเป็นเพียงคำขู่ไม่ต้องกลัว โฉมพิไลเห็นท่าทีน้องทรายก็ยิ้มๆ พูดว่าจากนี้คงเจอกันบ่อยขึ้นเพราะใช้สามีร่วมกัน เวลาที่เธอต้องมาอยู่ใกล้ๆแบบนี้ เธอจะยิ้มให้จะกอดเพื่อให้ภาดาสบายใจ เธอยื่นหน้ามากระซิบ

    "แต่จำไว้นะ ภายใต้รอยยิ้ม ภายใต้ความอ่อนโยนของฉัน ความรู้สึกเกลียดที่ฉันมีต่อเธอมันไม่มีวันน้อยลงเลย"

    ทำใจกล้า น้องทรายสู้สายตาฝืนทำเสียงนิ่ง "ทั้งหมดที่ฉันทำ ฉันแค่เรียกร้องสิทธิ์ของฉัน สิทธิ์ในฐานะเจ้าหนี้ สิทธิ์ในฐานะภรรยา"

    "โอ้ โห กลับมาครั้งนี้กล้าอวดอ้างความเป็นเจ้าหนี้เสียด้วย โบ๊ะคอนกรีตใส่หน้ามาจนด้านหนาเตอะเชียวนะ ได้...งั้นฉันจะบอกให้ ไม่เกินสามเดือนเธอจะเซ็นใบหย่าให้ฉันแทบไม่ทัน เพราะเธอจะได้รู้ว่านรกน่ะมันเป็นยังไง"

    ก่อนกลับโฉมพิไลยั่วใส่น้อง ทรายจนหวาดหวั่น ยังขู่ อีกว่าระวังสายน้ำเกลือมีการฉีดยาพิษลงไปเหมือนในละคร "เธอเป็นคนพิการอยู่แล้ว คนพิการขี้โรค อายุสั้น ตายง่าย ก็ไม่เห็นแปลก"

    น้อง ทรายหน้าซีด โฉมพิไลยิ่งหัวเราะสั่นประสาท... ในระหว่างที่ภาดากับแจ่มมาไขรถโฉมพิไลหยิบของเยี่ยม แล้วต้องแปลกใจที่มีเพียงแจกันใบเล็กๆเพียงใบเดียว แจ่มเริ่มหวั่นใจเป็นห่วงน้องทรายรีบกลับไปที่ห้อง โฉมพิไลดักเจอภาดาแล้วดึงตัวให้กลับไปกับเธอ

    "เมื่อคืนผมเพิ่งไปค้าง บ้านโฉม"

    "มันไม่เหมือนกันนี่คะ เมื่อคืนคุณชายไม่ได้ตั้งใจมา แต่เผลอหลับไปเอง แต่คืนนี้โฉมอยากให้คุณชายอยู่กับโฉมด้วยความเต็มใจ...นะคะ...สงสารโฉมบ้าง ถ้าเด็กทรายออกจากโรงพยาบาลแล้ว เราคงไม่มีโอกาสอยู่ด้วยกันแบบนี้บ่อยๆอีก" โฉมพิไลออดอ้อนทำท่าน้อยใจ

    ภาดาจำต้องยอมทั้งที่ไม่ชอบเลยที่ตัวเอง ต้องทำตัวเป็นคนสองบ้าน...แจ่มรีบเข้ามาหาน้องทราย เธอเล่าให้ฟังเรื่องที่ถูกขู่ แจ่มเสียดายที่น้องทรายไม่น่าปล่อยภาดากลับไป น้องทรายบอกแจ่มว่า "หลังจากได้อุบะเพชรไปแล้ว สิ่งที่เขาต้องการคือใบหย่า ถ้าน้องทรายเป็นฝ่ายยอมหย่าให้เขา เขาก็ไม่ต้องจ่ายหนี้สินคืนให้พ่อ เขาต้องการให้น้องทรายยอมหย่าด้วยตนเอง"

    "งั้นเราต้องไม่หย่า การที่คุณชายมาถึงที่นี่ก็แสดงว่า คุณชายยังแคร์คุณน้องทรายอยู่ คุณน้องทรายน่าจะรักษาสิทธิ์ของภรรยาเอาไว้นะคะ"

    "สิทธิ์ของภรรยา อยู่ที่ผู้หญิงคนนั้นต่างหากค่ะพี่แจ่ม น้องทรายก็มีแค่สิทธิ์ตามกฎหมายเท่านั้น" น้องทรายล้มตัวลงนอนเศร้าๆ แจ่มมองด้วยความสงสาร...

    วันรุ่งขึ้น โฉมพิไลออกมาส่งภาดาที่รถ และยืนมองจนรถภาดาคล้อยหลัง รถบุญเทิดแล่นเข้ามา โฉมพิไลเห็นรีบวิ่งเข้าบ้าน แต่บุญเทิดไวกว่าถลาเข้ามาขวาง "จะรีบไปไหนล่ะจ๊ะโฉม ผมเห็นนะว่ามายืนรอรับผมอยู่"

    โฉมพิไลแหวใส่ ว่าเธอมาส่งภาดาต่างหาก บุญเทิดจึงถามว่าย้ายมาอยู่ที่นี่แล้วหรือ โฉมพิไลรีบบอกว่าใช่ และบ้านนี้ไม่มีที่ว่างสำหรับเขาอีกต่อไป  แต่บุญเทิดแย้งว่าเฉลากับภีมยังหอมเงินของเขาอยู่ โฉมพิไลโกรธสะบัดเสียงบอกว่าวันนี้ไม่มีใครอยู่ให้เขากลับไป บุญเทิดยิ้มได้โอกาสตามโฉมพิไลเข้าในบ้าน โฉมพิไลโวยวายไล่จะแจ้งตำรวจ

    "จะแจ้ง ข้อหาอะไร ถูกสามีเก่าบุกรุก หรือว่าถูกสามีเก่าปลุกปล้ำ"

    "ไอ้คนเลว ฉันบอกแล้วไงว่าอย่าพูดเรื่องนี้อีก ต้องการอะไร" โฉมพิไลปาโทรศัพท์ทิ้ง

    บุญ เทิดเปลี่ยนเป็นสายตากร้าวตรงเข้าปลุกปล้ำโฉมพิไล เธอสู้สุดตัว...ภาดาขับรถไปนึกได้ว่าลืมเอกสารไว้ที่บ้านโฉมพิไลจึงโทร.หา โฉมพิไลแต่ไม่ติด โฉมพิไลกำลังพยายามเอาตัวรอดด้วยการคว้ามีดมาแทงโดนแขนบุญเทิดจนต้องวิ่งหนี กลับด้วยความอาฆาตแค้น ภาดาขับรถมาถึงเห็นรถบุญเทิดขับพุ่งออกจากบ้านอย่างรวดเร็วก็ตกใจวิ่งเข้าไป ดูในบ้าน เห็นเธอนั่งร้องไห้

    อยู่ที่พื้น "โฉม! เกิดอะไรขึ้นครับ บอกผมสิครับว่าคุณเป็นอะไร แล้วเมื่อกี้ใครมาหาคุณ"

    โฉมพิไลเอาแต่ ร้องไห้โผกอดภาดาสะอึกสะอื้น ภาดาพยายามปลอบ เขาโทร.บอกอริณให้จัดการประชุมไปได้เลย เขาต้องอยู่ช่วยโฉมพิไล ภาดาหันมาซักถามถึงคนที่เพิ่งออกไปอีก โฉมพิไลตัดบทว่าเธอสบายใจขึ้นแล้ว อย่าถามอะไรเธออีกเลย...

    ooooooo

    วินจำต้องหาเหตุผลมา โทร.แก้ตัวกับน้องทรายว่ามีงานต้องทำแล้วจะไปเยี่ยมที่วัชรเวศม์ เมื่อพูดจบก็ร้องไห้อย่างร้าวรานใจ สุเมธต้องประคองอย่างเห็นใจ...

    สมิต เปิดแถลงข่าวในห้องประชุมของโรงพยาบาล มีนักข่าวและแฟนคลับมากมายจนน้องทรายต้องหลบข้างแจ่มที่มีคนมองเธอ บ้างก็ยิ้มๆ บ้างก็ซุบซิบกัน นักข่าวเปิดฉากถามสมิตว่าตกลงทางเกาหลีเรียกร้องค่าเสียหายเท่าไหร่ สมิตตอบว่าเขาส่งจดหมายไปขอโทษแล้วบอกไปว่าช่วงนั้นเขามีปัญหาทางจิตใจ นักข่าวอีกคนชี้ไปที่น้องทรายและถามว่าเพราะคนนี้ใช่ไหม

    น้องทรายตัวลีบก้มหน้าอายๆ สมิตยิ้มยอมรับ "ครับ

    เราสองคนรักกัน ช่วงนั้นมีปัญหานิดหน่อย...ผมจะชดเชยให้ ทางเกาหลี ด้วยการขึ้นคอนเสิร์ตให้โดยไม่คิดค่าตัว ซึ่งทางนั้นก็ยินดี"

    "ทางเกาหลีรู้เรื่องอุบัติเหตุด้วย แฟนคลับทางนั้นเห็นใจสมิตมาก คะแนนนิยมของสมิตพุ่งขึ้นอีกสี่สิบเปอร์เซ็นต์ จากข่าวนี้ เช่นเดียวกับแฟนคลับชาวไทย" ผู้จัดการช่วยอธิบาย

    นักข่าวยังถามอีกว่าสมิตจะไม่เลิกร้องเพลงใช่ไหม สมิตยิ้มมองมาที่น้องทราย "ผมเริ่มอาชีพนี้เพราะผู้หญิงที่นั่งอยู่ตรงนั้น เขาคือคนที่ชี้เป็นชี้ตายชีวิตของผม"

    เสียงแฟนคลับฮือฮาปลื้มแทนที่สมิตบอกรักกลางสื่อ สมิตย้ำอีกว่าน้องทรายเจ็บตัวครั้งนี้เพราะมาหาเขาที่บ้าน มา

    ขอให้เขากลับไปร้องเพลง ฉะนั้นเมื่อเธอเป็นห่วงเขามากขนาดนี้เขาก็ต้องกลับไปร้องเพลงและขอร้องแฟนคลับทุกคนอย่าทำให้น้องทรายเจ็บอีก นักข่าวแซวว่าท่าจะรักกันมาก อีกไม่นานคงมีข่าวดี

    "แน่นอนครับ ตอนนี้ผมมีงานเยอะ น้องทรายเองก็...มีเรื่องต้องทำ  แต่ผมเชื่อครับ  อีกไม่นานเราสองคนจะมีโอกาสสร้างครอบครัวด้วยกันแน่นอน"

    ทุกคนปรบมือชื่นชมให้สมิต แจ่มพลอยยิ้มหน้าบานที่สมิตพูดตรง ผิดกับน้องทรายที่ทั้งเขินและอึดอัดใจ...ภาดากับอริณเห็นข่าวในทีวี ต่างอึ้งหงุดหงิดหัวใจกันไป...น้องทรายออกจากโรงพยาบาล สมิตจำใจมาส่งที่วัชรเวศม์

    "การที่พี่มาส่งน้องทรายที่นี่ไม่ได้แปลว่าพี่จะยอมแพ้

    นายภาดาหรือใครทั้งนั้นนะ"

    "น้องทรายรู้ค่ะว่าพี่สมิตทำเพราะไม่อยากขัดใจน้องทราย"

    สมิตขอสัญญาจากน้องทรายว่า ถ้ามีปัญหาอะไรเกิดขึ้นอีกจะโทร.บอกเขาเป็นคนแรก น้องทรายรับปากและขอสัญญากลับจากเขาว่าต้องเลิกดื่มเหล้าแล้วกลับไปทำงาน สมิตงอน

    "เราทุกคนมีหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัตินะคะ น้องทรายมีหน้าที่ของภรรยาที่ต้องรับผิดชอบ พี่สมิตเองมีหน้าที่ของศิลปิน ถ้าเรารู้จักแบ่งเวลาหน้าที่กับส่วนตัว เราก็จะไม่ห่างกัน"

    สมิตไม่ค่อยพอใจที่น้องทรายพูดว่าตัวเองเป็นภรรยาภาดา แต่จำต้องกลับไป แจ่มเข็นรถน้องทรายเข้าบ้าน เจออำนาจทักทายถามอาการ อัมพรโผล่มาพูดจาถากถาง แต่น้องทรายเตรียมใจรับไว้แล้วจึงตอบโต้กลับไปบ้าง อำนาจสงสารอุ้มน้องทรายไปส่งบนห้อง...

    น้องทรายหวั่นใจว่าภาดาจะโกรธเธอเหมือนอย่างที่อัมพรพูดไหม แจ่มปลอบแต่ก็กังวลเหมือนกัน พอแจ่มออกมาจากห้องน้องทรายก็เจอภาดาพอดี เขาเข้าไปดูน้องทรายเห็นหลับอยู่บนเตียง ภาดาลูบรอยแผลที่แขนเธอแล้วหวนนึกถึงตอนเด็กๆที่น้องทรายร้องไห้โฮ ตอนเขาจะทำแผลให้เขาต้องเป่าเพี้ยงหลายทีกว่าจะยอมหยุดร้องไห้...

    ภาดาเป่ารอยแผลที่แขนแล้วจุมพิตบนปลาสเตอร์ "หายเจ็บเร็วๆนะคะน้องสาวของพี่"

    น้องทรายใจหวิวแปลกใจที่ภาดาไม่โกรธเธอ แล้วมองภาดาเดินออกไปจากห้อง...อำนาจมาคุยกับภาดาว่าอัมพรสั่งให้มาบอกให้ลงโทษน้องทรายเรื่องมีอะไรกับสมิต แต่ภาดากลับถอนใจ "ผมไม่มีสิทธิ์ ผมยังมีโฉม น้องทรายจะมีสมิตก็เป็นสิทธิ์ของเขา"

    "สี่คนผัวเมีย..." อำนาจรำพึงออกมา

    ภาดาตกใจเป็นคำที่รุนแรงมาก อำนาจรีบขอโทษ เขารู้สึกชีวิตมันวุ่นวาย ภาดายอมรับว่าน้องทรายควรมีคนดูแลที่ดีกว่าเขา ไม่ว่าจะเป็นอริณหรือสมิตก็ได้ อำนาจจึงถามว่าภาดาไม่รักน้องทรายเลยหรือ ภาดาย้อนถามว่าความรักคืออะไร

    "อยากอยู่ด้วยกันทุกวัน อยากแต่งงานใช้ชีวิตร่วมกัน"

    อำนาจอธิบาย

    "งั้นผมคงรักน้องทรายจริงๆ เพราะผมอยากอยู่ใกล้เธอทุกชั่วโมง ทุกนาที"

    "คุณชาย!" อำนาจตกใจคาดไม่ถึง

    "น้องทรายเหมือนสายลมเย็นๆ เหมือนท้องฟ้ากว้าง

    มีเมฆเบาบาง อยู่กับเธอผมรู้สึกเย็นและสงบ"

    "จริงสินะ ผู้ชายคนหนึ่งจะต้องการอะไรมากไปกว่า คู่ชีวิตที่ให้ความสงบสุข"

    "แต่ผมไม่สามารถครอบครองเธอได้ ผมได้แค่ทำวันนี้ให้ดีที่สุด บอกเธอให้รู้ว่าผมรักเธอมากแค่ไหน บอกทุกๆวันผมทำได้แค่นั้น" ภาดาน้ำตารื้นก่อนจะลุกเดินไป

    อำนาจสงสารภาดาที่รักน้องทรายขนาดนั้น แล้วจะทำอย่างไรต่อไปดี...

    ooooooo

    เช้าวันรุ่งขึ้น ท่าทางแจ่มรีบเร่งพาน้องทรายมาใส่บาตร น้องทรายแปลกใจเมื่อเห็นภาดารอใส่บาตรด้วย พอพระมารับบาตรภาดาก็หยิบของร่วมกับน้องทรายทุกชิ้น เขากระซิบบอกเธอว่าอย่าปล่อย เดี๋ยวไม่ได้บุญร่วมกัน จากนั้นภาดาก็ขอพรจากพระ

    "ผมกับภรรยาอยากจะกราบขอพรจากพระคุณเจ้าครับ เพราะตั้งแต่แต่งงานเราไม่มีโอกาสได้ออกมาใส่บาตรด้วยกัน"

    หลวงพ่อย้อนถามว่าเป็นสามีภรรยากันหรือ ภาดารับว่าใช่ หลวงพ่อจึงอวยพรว่า "ความรักหากเริ่มต้นด้วยการผูกมัด ครอบครองคงไม่ใช่ความรัก ความรักที่แท้ควรเริ่มต้นด้วยความ เมตตา ปรารถนาให้อีกฝ่ายหนึ่งมีแต่ความสุข ขอให้โยมทั้งสอง ครองรักครองเรือนด้วยฆราวาสธรรม สัจจะ-ความจริงใจ ทมะ-ความข่มใจ ขันติ-ความอดทน จาคะ-ความเสียสละ ไปตลอดนะ"

    อวยพรเสร็จหลวงพ่อก็เดินไป ทั้งสองยกมือไหว้ น้องทรายตำหนิที่ภาดาโกหกว่าเป็นสามีภรรยา ภาดาว่าเราแต่งงานกัน

    ถึงไม่ได้เป็นโดยพฤตินัย แต่ก็มีชีวิตคู่ร่วมกัน เขาอยากให้อยู่กันอย่างราบรื่น เพราะเขาอยากเห็นน้องทรายมีความสุข ภาดาสบตาน้องทรายอย่างจริงใจ

    ภาดากรวดน้ำขอให้ได้อยู่ร่วมกันทุกชาติไป น้องทรายหาว่าเขาพูดเล่น ภาดาจ้องตา "พี่พูดจริง พี่อยากเกิดมาเจอกับน้องทรายทุกชาติ จะได้คอยดูแลปกป้องน้องทรายไปตลอด"

    "แล้วถ้าน้องทรายไม่ได้พิการแบบนี้อีกแล้ว คุณชายจะอยากดูแลน้องทรายอีกเหรอคะ"

    ภาดาตอบ ไม่ว่าเธอจะเป็นอย่างไรก็ยังเป็นน้องน้อยของเขาเสมอ...อัมพรยืนมองเข่นเขี้ยวอยู่ในบ้านรีบแล่นไปเจอกับโฉมพิไล และเล่าว่าภาดาโอ๋น้องทรายมากตั้งแต่ออกจากโรง–พยาบาล หวังจะให้โฉมพิไลไปจัดการ แต่พอโฉมพิไลทวงถาม ถึงอุบะเพชร    อัมพรก็สะอึกไม่กล้าบอกว่าเธอได้มาแล้ว

    แต่เก็บเงียบ หันมาวางแผนให้โฉมพิไลหาใครมาทำให้น้องทรายไม่บริสุทธิ์ผุดผ่องอีกต่อไป ภาดาจะได้รังเกียจ โฉมพิไลยังคาใจเรื่องอุบะเพชร...กลับมาบ้านตัดสินใจจ้างเฉลิมชัย

    ในวันนั้น เฉลิมชัยรีบมาที่บ้านวัชรเวศม์เพื่อหลอกว่าภาดาให้มารับ "ก็คุณชายเธอติดประชุมจนถึงเย็น ก็เลยวานให้ผมมารับคุณน้องทรายออกไปพบน่ะสิครับ"

    น้องทรายกับแจ่มงงว่าอะไรกัน เฉลิมชัยเข็นน้องทรายออกมาในสวน แจ่มตามมาติดๆ เฉลิมชัยบอกว่า "คุณชายเธอจองโต๊ะร้านอาหารหรูในโรงแรมห้าดาวเอาไว้ให้ รับประกันว่าคุณน้องทรายต้องชอบ แหม ผมพูดแล้วก็เปรี้ยวปาก นี่ถ้าไม่ติด ว่าจะไปเป็น กขค ล่ะก็ ผมจะขอร่วมโต๊ะด้วยเลยนะครับเนี่ย"

    "แล้วทำไมคุณชายถึงไม่โทร.บอกคุณน้องทรายเองล่ะคะ จะได้ให้พี่แผ้วพาไป" แจ่มสงสัย
    เฉลิมชัยอ้างว่าภาดารู้ว่าเขาจะแวะมาที่นี่จึงวานให้ช่วย น้องทรายขอไปเอง อัมพรเดินเข้ามามองอย่างหมั่นไส้ "ทำไมยะ รถของคุณเฉลิมชัยเขาไม่สมศักดิ์ศรีเธอหรือไง ถึงได้ไม่กล้าขึ้น"

    น้องทรายแปลกใจที่อัมพรรู้เรื่องนี้ "เปล่าค่ะ แต่... น้องทรายเกรงใจ"

    "ลวดลายมากนักก็ไม่ต้องไป แผ้วมันเอารถไปเข้าอู่ คุณนาจก็ไม่อยู่ ถ้าเธอจะรอให้ราชรถลูกชายฉันมาเกยล่ะก็ฝันไปเถอะ"

    แจ่มช่วยพูดว่าจะไปแท็กซี่ อัมพรหันมาจ้องแจ่มตาเขียว น้องทรายจำต้องไปกับเฉลิมชัย โดยอัมพรไม่ให้แจ่มตามไปเกะกะ แจ่มรู้สึกไม่ชอบมาพากลแอบโทร.ไปถามที่ทำงานภาดา แต่ภาดาเข้าประชุม อริณจึงรับสายแทน พอแจ่มบอกเรื่องภาดาให้เฉลิมชัยมารับน้องทรายออกไป อริณแปลกใจ สังหรณ์ใจ ไม่ดี จึงสั่งเลขาฯว่าภาดาประชุมเสร็จให้โทร.หาเขาทันที

    อริณโทร.เช็กทุกโรงแรมว่ามีชื่อภาดาหรือเฉลิมชัยจองโต๊ะ หรือจองห้องไว้บ้าง...ในขณะที่เฉลิมชัยพาน้องทรายมาที่โรงแรมหรูแห่งหนึ่ง แล้วพาขึ้นห้อง น้องทรายแปลกใจ

    "เอ๊ะ แต่ร้านอาหารไม่ได้อยู่ทางนั้นเหรอคะ" น้องทรายชี้ไปที่ป้ายบอกทาง

    "เด็กโง่ คุณชายเธอไม่พาคุณน้องทรายไปนั่งกินอาหารปะปนกับคนอื่นหรอกครับ เธอเปิดห้องสวีตที่มีระเบียงไว้ดินเนอร์ใต้แสงดาวต่างหาก"

    น้องทรายไม่ไว้ใจท่าทางขี้หลีของเฉลิมชัยเอาเลย แต่ไม่รู้จะหลบหลีกอย่างไรได้แต่คอยระวังตัว...พอภาดาประชุมเสร็จรู้เรื่องจากเลขาฯ ยังไม่ทันจะโทร.หาอริณ โฉมพิไลก็โผล่มาชวนไปทานข้าว ภาดาอึกอักบอกว่าเขามีนัด โฉมพิไลเสียใจแล้วแกล้งเป็นลม ภาดาตกใจรีบพาไปหาหมอ พอขับรถออกมาโฉมพิไลก็เปลี่ยนให้ไปส่งที่บ้านแทน ภาดาไม่สงสัยเพราะอยากรีบกลับ

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    “เดียร์น่า” เล่นใหญ่ไม่ห่วงสวย ปรับลุคเป็นสาวโก๊ะ ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”

    “เดียร์น่า” เล่นใหญ่ไม่ห่วงสวย ปรับลุคเป็นสาวโก๊ะ ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”
    20 ต.ค. 2564

    09:40 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 20 ตุลาคม 2564 เวลา 20:02 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์