นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    รักในม่านเมฆ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    สุดท้าย หมูกระโดดลงไปในลำธาร อัมพรโดดตามลงไปจนได้สร้อยเพชรมาก็ดีใจ แต่พอส่องดูจึงรู้ว่าเป็นของปลอมก็ร้องกรี๊ด "ไอ้วิน ไอ้ชาติไพร่ ไอ้คนสามานย์ ฉันจะฆ่าแก๊..."

    อัมพรในสภาพมอมแมมดูไม่ได้เดินเข้ามาหน้าบ้านวิน ตะโกนเรียกวินให้ออกมา วินเดินอาดๆออกมาเอามือปิดจมูกด้วยความเหม็น "แหม นี่คุณหญิงจริงๆเหรอครับ ไม่บอกจำไม่ได้นะเนี่ย นึกว่าคนล้างเล้าหมูซะอีก แล้วนั่นก็คุณนาจสินะ

    อำนาจฝืนยิ้ม วินแกล้งถามว่าแวะเล่นในฟาร์มเขามาหรือ อัมพรด่าเปิงว่าวินแกล้งเธอเอาเพชรปลอมมาหลอก วินหัวเราะย้อนถามว่าเขาหลอกตรงไหน "ก่อนคุณหญิงจะมาถึง ผมยังไม่ได้พูดซักคำว่าเพชรของคุณหญิงอยู่ที่ไหน มีแต่คุณหญิงนั่นแหละที่เห็นเพชรที่คอไก่แล้วตาวาว เลยวิ่งไปคลุกดินคลุกทรายแย่งกับมัน"

    อำนาจกระซิบอัมพรว่าจริงของวิน อัมพรโกรธคว้าไม้กวาดทางมะพร้าวไล่ตีวิน วินตกใจวิ่งหนี "ตาย ชาตินี้แกต้องตายด้วยน้ำมือฉัน...ตาย"

    อำนาจตามฉุดอัมพรให้หยุด กลับโดนฟาดไปด้วย อำนาจวิ่งหนีไปเหยียบปลายจอบ ด้ามกระดกมาฟาดหน้าล้มตึงสลบไป อัมพรชะงักทิ้งไม้กวาดเข้ามาดูน้องชายด้วยความเป็นห่วง...

    อำนาจฟื้นขึ้นมาเห็นน้องทรายกำลังเอายาดมให้ดม น้องทรายดีใจที่อำนาจฟื้น อำนาจลุกขึ้นเห็นว่าตัวเองเปลี่ยนชุดแล้ว เขาจึงบอกน้องทรายว่าเขามารับเธอกลับ วินนั่งอยู่มุมหนึ่งลุกมาหาอำนาจถามว่าแน่ใจหรือว่าอัมพรยอมให้น้องทรายกลับไป อัมพรเดินลงมาเสื้อผ้าชุดใหม่

    "ถ้าฉันไม่ยอมแล้วฉันจะมาทำไม ที่มาเนี่ยก็จะมารับตัวลูกสะใภ้กลับอยู่แล้ว แต่ก่อนอื่นแกต้องทำตามข้อตกลงที่ให้ไว้กับฉันเสียก่อน"

    "ได้ ในเมื่อกล้ามาผมก็กล้าให้!" วินลุกขึ้นเผชิญหน้ากับอัมพรแล้วเดินนำออกไป

    วินพาอัมพรกับอำนาจเดินมาหยุดที่หน้ารูปถ่ายขนาดใหญ่ของเขากับภูบาล อัมพรโวยว่าให้เธอมาดูรูปทำไม วินพูดว่า...หลายสิบปีก่อนเขากับภูบาลช่วยเหลือเกื้อกูลกันมา อัมพรทำหน้าเอือมระอาไม่อยากฟัง วินจึงเปิดภาพออก ด้านหลังเป็นตู้เซฟ เขาเปิดตู้เซฟหยิบกล่องอุบะเพชรออกมาแล้วพูดกับอัมพรว่า

    "อุบะเพชรที่ผมเก็บไว้ สามีของคุณหญิงไม่ได้ให้ในฐานะที่เป็นของหมั้น ไม่ได้ให้ในฐานะที่เป็นทรัพย์สินติดจำนอง แต่ท่านให้ผมเก็บรักษาไว้เพื่อเป็นสัญญาใจว่าท่านอยากให้ พวกเราสองครอบครัวได้มีสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน" วินเปิดกล่องให้ อัมพรดูอุบะเพชร "แต่ผมไม่เคยคิดจะยึดมันไว้เป็นของตัวเอง ผมตั้งใจอยู่แล้วว่าวันใดที่ลูกชายของท่านเข้ามาอยู่ในครอบครัว ผมก็จะคืนอุบะเพชรนี้ให้"

    อัมพรตาวาวคว้ากล่องนั้นมากอดไว้ อำนาจซาบซึ้งในความรักความจริงใจที่วินมีให้ภูบาล เขาขอโทษวินแทนอัมพรและสัญญาจะดูแลน้องทรายอย่างดี อัมพรแหวขึ้นว่านั่นเป็นคำสัญญาของอำนาจคนเดียว เธอไม่รับรอง "เพราะแกกับฉันตกลงกันแค่ให้นังลูกสาวของแกได้กลับไปชูคอในบ้าน ฉันยอมให้ได้แค่นี้ แค่นี้เท่านั้นนะ"

    อำนาจมองอัมพรอย่างอ่อนใจ...สองพ่อลูกกอดอำลากันก่อนน้องทรายจะขึ้นรถ วินย้ำเตือนให้เข้มแข็งอย่ายอมแพ้ จนกว่าจะได้สิ่งที่ต้องการ อัมพรหมั่นไส้แขวะว่าจะลากันถึงพรุ่งนี้ไหม พอน้องทรายจะขึ้นรถก็กระซิบโดยวินไม่ได้ยิน "ก่อนจะกลับไปด้วยกัน ขอให้สำเหนียกเอาไว้อย่างนึง ฉันไม่ได้ กราบกรานให้เธอตามมาด้วย และฉันก็ไม่จำเป็นต้องพะเน้าพะนอ เธอ  เพราะตอนนี้อุบะเพชรอยู่กับฉันแล้ว...เพราะฉะนั้นเธออย่าคาดหวังเป็นอันขาดว่าฉันจะรักใคร่ใยดีกับเธอ เพราะฉันจะเลว...เลวให้มันมากกว่าที่ฉันเคยทำกับเธอไว้เสียอีก คอยดู"

    แจ่มอยู่ข้างๆได้ยิน บีบไหล่น้องทรายเชิงปลอบใจ... สุเมธมารับวินกลับโรงพยาบาลถามประชดว่าส่งเนื้อเข้าปากหมาแล้วหรือ วินไม่ตอบโตได้แต่หวังว่าน้องทรายจะไม่ย้อนกลับมาที่ไร่อีก สุเมธย้ำว่าถึงน้องทรายกลับมา เขาก็ไม่อนุญาตให้วินกลับมาอีกเพราะมันจะทำให้ร่างกายของวินแย่ลงไปอีก แต่วินพูดให้สุเมธอึ้งไปไม่น้อยว่า...ถ้าเขามัวห่วงตัวเองโดยไม่ นึกถึงลูก การต่อชีวิตของเขาให้ยืดยาวออกไปมันก็เสียเปล่าอยู่ดี...

    ooooooo

    ถึงวัชรเวศม์ ปลั่งเข้ามายกกระเป๋าของอัมพรกับอำนาจแต่ไม่ช่วยแจ่มยกอะไรเลย อำนาจถามหาภาดา ปลั่งรายงานว่ายังไม่กลับมา อัมพรแกล้งพูดกระทบน้องทรายว่าภาดาออกไปสำมะเลเทเมานอกบ้านตั้งแต่ โฉมพิไลกลับไปอยู่บ้าน บ้านไม่สงบสุขจะลุกเป็นไฟเพราะมีตัวมารเข้ามา  น้องทรายก้มหน้านิ่ง  อำนาจสงสารช่วยอุ้มขึ้นไปบนห้อง พอเข้ามาในห้องต้องตกใจเมื่อเห็นชุดนอนวางเกลื่อนและที่นอนไม่ได้เก็บ ปลั่งรีบพูดว่า

    "อ๋อ ของคุณโฉมน่ะค่ะ มีอยู่คืนนึงห้องนอนคุณชายแอร์เสีย คุณชายก็เลยพาคุณโฉมมานอนที่นี่ค่ะ แหะๆ พอดีปลั่งลืมเก็บห้อง"

    อำนาจเล็งว่าภาดาจะพาโฉมพิไลมานอนห้องคนอื่นได้อย่างไร ปลั่งรีบบอกว่าคงเปลี่ยนบรรยากาศ น้องทรายน่าเสีย แจ่มจึงบอกว่าเธอจะจัดการเปลี่ยนเครื่องนอน จะซื้อใหม่หมดรวยเสียอย่าง ปลั่งหมั่นไส้ไปฟ้องอัมพร อัมพรสะใจที่ปลั่งแกล้งน้องทราย แต่เจ็บใจที่แจ่มมาอวดรวยเหมือนเย้ยกัน...

    โฉมพิไลหงุดหงิดจากบุญเทิดขับรถกลับบ้าน พอเข้าซอยบ้านก็แปลกใจที่รถติดจนเธอต้องจอดรถในซอยแล้วเดินไปบ้าน จึงได้รู้ว่าที่บ้านจัดงานรื่นเริง เฉลิมชัยร้องเพลงบนเวที เฉลาประกาศฉลองปลดหนี้ โฉมพิไลสุดจะทนไหว

    "แม่...แม่รู้มั้ยว่าฟุ่มเฟือยแบบนี้ จากไอ้ที่ปลดหนี้ได้ มันจะเพิ่มกลับมาอีก"

    "ฮื้อ ถ้ามันเป็นอย่างนั้น แกก็ไปขูดรีดแม่ผัวเอ็งมาใหม่สิ เอาน่า คืนนี้ขอให้พวกฉันได้มีความสุขหน่อยเถอะวะ"

    "นี่แสดงว่าฉันต้องรับผิดชอบเรื่องพวกนี้ตลอดไปอย่างนั้นเหรอ"

    "ใช่ เพราะแกเป็นลูกฉัน"

    โฉมพิไลยืนอึ้ง มองบรรยากาศรอบตัวอย่างรับไม่ได้ อยากจะร้องกรี๊ดออกมา เผอิญมือถือดังขึ้นจึงคว้ามากดรับแล้วเผลอตวาด "ฮัลโหล!"

    อัมพรสะดุ้ง "เอ๊ะ หนูโฉม นี่หนูอยู่ไหนจ๊ะ ทำไมเสียงดังอย่างนี้"

    โฉมพิไลรีบกลบเกลื่อนว่ารถเธอติดแถวงานวัด อัมพรตั้งใจโทร.มาบอกรู้แล้วว่าภาดาอยู่ที่ไหน โฉมพิไลสีหน้าสดชื่นขึ้น

    วันต่อมา...ภาดาแปลกใจที่อำนาจมาหาที่วัด อำนาจจึงบอกว่า "กว่าน้าจะง้างปากไอ้แผ้วได้ โฮ้ย เล่นเอาเหนื่อย ไม่รู้จะปิดบังอะไรกันนักหนา เราคนกันเองมีอะไรบอกกันได้นี่นา"

    "ผมไม่อยากให้น้านาจเป็นห่วงน่ะครับ   พอหมดวันพักร้อนเดี๋ยวผมก็กลับเอง"

    อำนาจว่าหายมาแบบนี้มีแต่คนเป็นห่วง และบอกเรื่องน้องทรายกลับมา ภาดาสีหน้าดีใจอย่างเห็นได้ชัด...ขณะเดียวกัน อริณมาหาน้องทรายที่วัชรเวศม์ หลังจากไปหาที่ไร่แล้วรู้ว่าเธอมากรุงเทพฯจึงตามมา เขาแปลกใจที่เธอตัดสินใจกลับมา

    "น้องทรายรู้สึกว่าตัวเองวู่วามเกินไป ทั้งๆที่คุณพ่อเตือนสติเอาไว้แล้วว่าให้อดทน"

    "แต่มันเป็นชีวิตคู่ที่ไม่ได้เกิดขึ้นจากความรักนี่ครับ" อริณเผลอโพล่งออกไป พอรู้ว่าแทงใจน้องทรายก็รีบแก้คำพูดว่าเขารู้ว่าเธอไม่ได้รักภาดา

    ไม่ทันไร แจ่มวิ่งมาบอกน้องทรายว่าภาดากลับมาแล้ว สีหน้าน้องทรายดีใจจนอริณพูดไม่ออก...ท่าทางน้องทรายตื่นเต้นทำตัวไม่ถูกเช่นเดียวกัน ภาดาก็ตื่นเต้นที่จะเจอน้องทรายจนอำนาจแซว "ใจสั่นด้วยใช่ไหม...ถ้าไม่รู้จะเรียกความรู้สึกนี้ว่าอะไรก็เรียกว่าความรักไปก่อนสิ"

    ต่างคนต่างตื่นเต้น แจ่มเข็นรถน้องทรายมา น้องทรายว้าวุ่นใจบ่นออกมาว่า "กลับทำไมกัน น้องทรายนี่บ้าจริง เขามีเมียอยู่แล้วทั้งคน เขาอาจจะมองเราเป็นส่วนเกิน เป็นภาระเป็นตัววุ่นวาย หน้าด้านกลับมาทำไมกันนะ"

    อริณได้ยินยิ่งเจ็บปวดแต่ก็ปลอบเธอว่า "กล้าๆหน่อยสิครับ กลับมาครั้งนี้เอาหัวใจผมไปแลกเชียวนะครับ ลงทุนเหยียบย่ำหัวใจกันขนาดนี้แล้วก็ควรเดินหน้าต่อไปเอาให้มันคุ้มๆหน่อย"

    น้องทรายฟังแล้วสงสัยหมายความว่าอย่างไร อริณ ยิ้มแห้งๆไม่อธิบายต่อ แจ่มเข็นรถน้องทรายมาประจันหน้ากับภาดา อริณเดินตามหลังมา ภาดาตื่นเต้นแต่ทักอริณก่อนว่ามาด้วยหรือ อริณฝืนยิ้มตอบว่าแวะมาเยี่ยม เพิ่งรู้ว่าเธอมากรุงเทพฯ น้องทรายถามขัดขึ้นว่าภาดาเป็นอย่างไรบ้าง ภาดาเข้ามาคุกเข่าตรงหน้าน้องทราย ทุกคนตกใจคิดว่าภาดาจะสารภาพอะไร

    "พี่สบายดีค่ะ" พูดแล้วภาดาก็ก้มลงผูกเชือกรองเท้าให้น้องทราย

    น้องทรายเกรงใจก้มลงจะผูกเอง หน้าจึงชนกัน หัวใจพองโต ภาดากระซิบกับเธอว่า "พี่ไม่เคยนึกเลยว่าน้องทรายจะได้มานั่งตรงนี้อีก พี่ดีใจแค่ไหนรู้มั้ยที่น้องทรายกลับมา"

    "ดีใจ พี่ชายพูดว่าดีใจหรือคะ น้องทรายนึกว่า..." น้องทรายพูดไม่ออกสบตาภาดานิ่ง

    อริณเมินหน้าหนี อัมพรเดินเข้ามาพูดอย่างหมั่นไส้ "ถ้าโอ๋กันจนพอแล้วก็เข้ามาหาแม่หน่อยนะคุณชาย แม่มีเรื่องจะคุยด้วยเกี่ยวกับหนูโฉม"...อัมพรตั้งใจพูดแทงใจน้องทราย

    ooooooo

    บนเวทีคอนเสิร์ตในผับที่เกาหลี สมิตฟุบหลับอยู่ที่โต๊ะเพราะความเมา พอทีมงานมาปลุกให้ขึ้นเวทีเขาก็มึนๆขึ้นไปร้องเพลง แต่ยิ่งร้องก็ยิ่งเศร้าจนน้ำตาไหล คนดูเริ่มแปลกใจ จู่ๆสมิตก็หยุดเล่นกีตาร์แล้วร้องไห้ สะอึกสะอื้นขอโทษคนดูว่าเขาไม่สามารถร้องเพลงได้ แล้วเดินลงจากเวทีทันที คนดูโห่ร้องปาขวดขึ้นบนเวทียกใหญ่ สร้างความเสียหายให้ผู้จัดเป็นอย่างยิ่ง

    ในคืนนั้น ภาดาพาน้องทรายมานั่งดูดาวและคุยกัน เขาถามสารทุกข์ตอนอยู่บ้านไร่ น้องทรายตอบว่าดีได้เจอเพื่อนเก่าๆ ภาดายิ้มอย่างรู้ทัน

    "เพื่อนเก่าๆที่ว่าต้องไม่ใช่มนุษย์แน่เลย"

    "คุณชายว่าน้องทรายไม่ค่อยมีเพื่อนเหรอคะ" น้องทรายหน้างอ

    "เปล่าค่ะ แต่พี่จำได้ว่าไร่ของอาวินเลี้ยงสัตว์ไว้เยอะ แล้วน้องทรายก็บอกพี่เองว่าน้องทรายชอบสัตว์ พี่ก็เลยคิดว่าเพื่อนๆต้องเป็นเจ้าพวกนั้นแน่ๆ"

    น้องทรายยิ้มออก ภาดาเฉพูดว่าเขาไม่ได้ไปที่ไร่ของเธอมานานคงต้องหาโอกาสไปบ้าง น้องทรายย้อนถาม "แน่ใจเหรอคะว่าคุณชายไม่ได้ไปนานแล้ว"

    "ใช่สิคะ ตั้งแต่เด็กๆ" ภาดาตอบเสียงเบาลง

    "งั้นใครที่เอาเค้กวันเกิดไปวางไว้ในบ้านน้องทราย แล้วจ้างคนมาจุดพลุให้ล่ะคะ"

    ภาดาพูดไม่ออก น้องทรายงอนเข็นรถหนี ภาดาตามมาดักหน้าขอโทษ น้องทรายบอกว่าเธอไม่ได้โกรธแต่ไม่เข้าใจว่าทำแบบนั้นทำไม ภาดาสบตาน้องทรายก่อนจะตอบ

    "พี่กลัวน้องทรายยังโกรธพี่อยู่ แล้วไม่ยอมรับของขวัญวันเกิดที่พี่เตรียมไว้"

    "คุณชายจำวันเกิดน้องทรายได้เองเหรอคะ"

    "พี่ไม่เคยลืมเลย เพราะมันเป็นวันสุดท้ายที่เราได้อยู่ด้วยกัน พี่ยังจำได้เลยว่าพี่ทำชิงช้าให้น้องทรายด้วย"

    "ถ้างั้นคราวหน้าไม่ต้องหลบอีกนะคะ น้องทรายอยากฉลองวันเกิดกับคนที่จำวันสำคัญของน้องทรายได้ ไม่ได้อยากฉลองวันเกิดคนเดียว"

    ภาดายิ้มอย่างจริงใจเข็นรถน้องทรายกลับเข้าบ้านอย่างอิ่มเอม...อำนาจเห็นอัมพรยืนแอบมองโบกพัดในมือไปมาอย่างฉุนเฉียวจึงแซวว่าอากาศร้อนมากหรือ

    "ฮึ ฉันอยากจะรู้ว่าอยู่กันตามลำพัง นังง่อยมันมารยายังไง ทั้งลูกฉันทั้งผู้ชายคนอื่นถึงได้ติดมันนัก" อัมพรหันมาแหว

    "จะเอากลับไปใช้บ้างเหรอครับ คงไม่ทันแล้วมั้ง" อำนาจแหย่

    อัมพรเงื้อพัดจะฟาด อำนาจถอยหลบแล้วล้วงหยิบกระดาษเล็กๆยื่นให้ อัมพรงง อำนาจรีบบอกว่า "ที่อยู่วัดป่าที่คุณชายไปถือศีล ที่นั่นมีค่ายวิปัสสนาสำหรับสร้างคนให้เป็นมนุษย์ทุกสิ้นเดือน เผื่อคุณพี่จะสนใจ" พูดจบรีบเดินหนี

    อัมพรร้องอ๊าย...ที่อำนาจหาว่าเธอไม่ใช่มนุษย์ อัมพรฉีกกระดาษทิ้งเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย

    ooooooo

    ระหว่างที่ภาดากับอริณเดินออกจากห้องประชุมที่บริษัท ทั้งสองคุยกันเรื่องน้องทราย อริณเป็นห่วงจิตใจน้องทรายเพราะภาดามีสองบ้านที่ต้องดูแล ไม่ทันไรโฉมพิไลโผล่มาทำให้ภาดายิ้มแห้งทันที โฉมพิไลเข้ามาเกาะแขนต่อว่าเล็กๆว่าไปวัดไม่ชวนเธอบ้างเลย แล้วชวนเขาไปทานข้าว โฉมพิไลพยายามถามถึงน้องทรายว่ากลับมาวัชรเวศม์เขารู้สึกอย่างไรบ้าง

    "เอ้อ...แล้วโฉมรู้สึกยังไงล่ะ" ภาดาย้อนถาม

    "มันกลับมาท้าทายโฉมโดยเฉพาะ มันโกรธที่โฉมไปปรากฏตัว มันมาครั้งนี้เพื่อบอกว่ามันไม่กลัวโฉม มันจะสู้กับโฉมและคุณแม่"

    "สู้เซ่ออะไรกัน"

    "มันยอมคืนอุบะเพชรเพราะมันหมายปองสิ่งที่สำคัญกว่านั่นคือตัวคุณชาย โฉมยังนึกสงสัย มันโดนไปขนาดนั้นยังกล้ากลับมา" โฉมพิไลชูมีดหั่นสเต๊กขึ้นมาแล้วปักฉึกลงไปหว่างนิ้วของภาดา ถามเขาเชื่อว่าน้องทรายจะเอาชนะเธอได้หรือเปล่า

    ภาดากลืนน้ำลายเอื๊อกแล้วว่าโฉมพิไลคิดมากไปเอง โฉมพิไลยิ้มน่ากลัวแล้วชวนเขาไปดูหนังต่อ ภาดาไม่กล้าปฏิเสธ...

    ดึกมากแล้วภาดายังไม่กลับมา แจ่มจึงชวนน้องทรายขึ้นห้องเอง เธอจะดูต้นทางให้เพราะอำนาจก็ไม่อยู่ แต่น้องทรายจะรอภาดา อัมพรเดินเข้ามาพูดว่าจะรอทำไม แจ่มหน้าเจื่อนไม่รู้ว่าอัมพรได้ยินที่เธอคุยกันหรือเปล่า แต่ท่าทางจะไม่ได้ยินเพราะอัมพรมาพูดจาถากถางให้น้องทรายรู้ว่าภาดาอยู่กับโฉมพิไลและจะอยู่ด้วยกันทั้งคืน...อัมพรโทร.บอกโฉมพิไลว่าพูดตามที่สั่งแล้ว คราวนี้เป็นหน้าที่ของโฉมพิไลที่จะรั้งภาดาไว้ เฉลาช่วยโฉมพิไลด้วยการทำข้าวต้มมื้อดึกให้ภาดากิน โดยใส่ยานอนหลับ...

    เช้าวันรุ่งขึ้น ภาดากลับมาตอนเช้า รีบไปหาน้องทรายที่ห้อง เจอแจ่มออกมาจากห้องพอดี แจ่มบอกภาดาว่าน้องทรายลงไปข้างล่างแล้ว ภาดาแปลกใจไปได้อย่างไร

    "ก็เดินเอาสิคะ"

    ภาดาตกใจ แจ่มรีบแก้ว่า "พูดเล่นค่ะ คุณน้องทรายบอกว่าหลังจากนี้จะให้คุณนาจหรือไม่ก็พี่แผ้วมาอุ้มตั้งแต่หัวค่ำเพราะเธอจะเล่นคอมฯ ส่วนตอนเช้าก็จะลงไปแต่เช้ามืดเพราะเธออยากใส่บาตร"

    ภาดาหวั่นใจว่าน้องทรายคงโกรธ เขารีบอาบน้ำแต่งตัวลงไปหาน้องทรายในสวนเห็นกำลังวาดภาพอยู่ ภาดาเข้ามาชวนคุยแต่ท่าทางน้องทรายเงียบเฉยจึงแน่ว่าโกรธเขาแน่

    "น้องทรายพี่ขอโทษนะคะที่...ไม่ได้กลับมาเมื่อคืน คือที่เผลอหลับ..."

    "ไม่เป็นไรหรอกค่ะ อย่างน้อยน้องทรายก็รู้ว่าคุณชายปลอดภัยดี เพราะอยู่ที่บ้านของคุณโฉม"...ภาดาจะอธิบายแต่น้องทรายรีบตัดบทไม่อยากรู้ "คุณหญิงบอกว่าถึงเราจะแต่งงานกันแล้ว แต่คุณชายก็ควรมีชีวิตส่วนตัว น้องทรายเห็นด้วยค่ะ เพราะฉะนั้นต่อไปนี้คุณชายไม่ต้องถือว่าตัวเองมีภาระอะไรเกี่ยวกับน้องทรายหรอกนะคะ เดี๋ยวน้องทรายจะจัดการตัวเอง"

    "พี่รู้ว่าน้องทรายโกรธพี่   เพราะพี่เองก็โกรธตัวเองเหมือนกัน แต่อย่าเข้าใจพี่ผิดแบบนั้นสิคะ พี่ไม่เคยคิดว่าเรามีภาระต่อกันเลยนะคะ พี่คิดว่าสิ่งที่พี่ทำให้น้องทรายทุกวัน มันคือกิจวัตรที่พี่อยากทำ"

    น้องทรายหันกลับไปวาดภาพต่อ แล้วพูดลอยๆว่าถ้าภาดาเจออริณ ฝากบอกว่าเธออยากอวดภาพที่วาด เย็นนี้คงเสร็จพอดี ภาดาคอตกเดินถอยออกมา แจ่มสะใจที่น้องทรายรู้จักตอบโต้

    ooooooo

    บ้านสุเมธเต็มไปด้วยนักข่าวและแฟนคลับ สุเมธต้องโทร.ตามหาสมิตจนรู้ว่าแอบไปหลบที่รีสอร์ต สุเมธโวยวายที่สมิตทิ้งงานทิ้งการหนีกลับเมืองไทยจนเขาเดือดร้อนกันไปหมด สมิตยังไม่สร่างเมาจึงบอกสุเมธให้บอกทุกคนว่าเขาลาออกจากวงการ สุเมธตกใจ

    "เฮ้ย! ง่ายๆอย่างนี้เลยเหรอ ไหนบอกว่ารักนักรักหนาไงไอ้อาชีพเนี้ย"

    "ผมเลือกเส้นทางนี้เพราะน้องทราย ถ้าน้องทรายไม่คิดจะร่วมทางไปกับผม ผมก็ไม่รู้จะเดินต่อไปทำไม"

    สุเมธตกใจต่อว่าสมิตบ้าไม่มีเหตุผล สมิตจึงฝากบอกทุกคนอย่ามายุ่งกับคนบ้าอย่างเขา สุเมธระอาสั่งคนรถไปรับสมิตที่รีสอร์ตอย่าปล่อยให้ขับรถเอง แล้วเขาออกมารับหน้านักข่าวและแฟนคลับ สุเมธตอบคำถามอะไรไม่ได้ให้ถามเขาเรื่องไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ยังดีกว่า...

    ข่าวสมิตออกสื่อทีวี น้องทรายเห็นแล้วตกใจ โทษเป็นเพราะเธอ น้องทรายให้แผ้วขับรถพาเธอไปที่บ้านสมิต โดยให้แจ่มรอที่บ้านเผื่อสมิตแวะมาจะสวนทางกัน ปลั่งรีบไปฟ้องอัมพรว่าน้องทรายถือวิสาสะใช้รถในบ้าน อัมพรไม่พอใจโทร.สั่งแผ้วให้เอารถกลับมาเดี๋ยวนี้

    "ไปเถอะแผ้ว เดี๋ยวฉันให้คนบ้านนี้ขับรถไปส่งก็ได้ ไม่ต้องห่วง"

    แผ้วถอนใจเป็น ห่วงน้องทรายแต่ขัดอัมพรไม่ได้...

    น้องทรายเข็นรถมาหน้าประตูกดกริ่ง แต่ไม่มีเสียงตอบรับจึงเอื้อมจะกดใหม่ พลันมีมือมาจับมือเธอไว้ น้องทรายตกใจหันมามองเป็นสมิตจึงกุมมือถามว่าทิ้งงานทำไม ทำแบบนั้นทำไมเธอเป็นห่วง สมิตแกะมือน้องทรายออก

    "พี่ไม่อยากทำ ไม่รู้จะทำไปทำไมอีก ในเมื่อน้องทรายไม่ได้ซาบซึ้งกับมันอีกแล้ว"

    "พี่ สมิต ใครบอกว่าน้องทรายไม่ซาบซึ้ง"

    "ไม่ต้องมีใครบอกพี่ก็ดูออก ตอนนี้น้องทรายไม่ได้มีพี่อยู่ในสายตาแล้ว พี่จะทำหรือไม่ทำอะไรมันก็ไม่ต่างกันหรอก"

    น้องทรายส่ายหน้าไม่จริง สมิตพูดอย่างเจ็บปวด "ถ้างั้นทำไมน้องทรายถึงหนีพี่มา ทำไมถึงไม่ไปเกาหลีกับพี่ ทำไมน้องทรายถึงหนีไปอยู่กับไอ้...นายภาดาอีก"...น้องทรายอึ้ง สมิต

    ตะโกน ใส่เสียงดัง "น้องทรายเลือกมันเพราะว่าน้องทรายรักมัน แล้วจะมาแคร์พี่ทำไม ปล่อยให้ชีวิตพี่มันล้มเหลวแบบนี้แหละ"

    สมิตเดินหนี น้องทรายเข็นรถตามไปดึงมือไว้ขอร้องให้กลับไปทำงานเพื่อทุกคนและเพื่อพ่อ เรื่องอื่นไว้คุยกันทีหลัง พอดีบรรดาแฟนคลับโผล่มา   พอเห็นน้องทรายก็จำได้เพราะเห็นที่สนามบิน แต่แปลกใจทำไมวันนี้นั่งรถเข็น ต่างต่อว่าน้องทรายทำให้สมิตเสียผู้เสียคน ต่างดึงรถเข็นน้องทรายออกจากสมิต สมิตเดินหนีเข้าบ้าน แฟนคลับกระชากรถเข็นเหวี่ยงไปกลางถนน เผอิญมีรถแล่นมาด้วยความเร็วหักหลบแต่ไม่พ้น เฉี่ยวรถเข็นล้มคว่ำ น้องทรายล้มกลิ้งบนถนนสลบไป สมิตตกใจวิ่งออกมาประคองน้องทราย ร้องบอกให้ใครโทร.เรียกรถพยาบาล

    นักข่าวกรูมาถ่ายภาพทำข่าวกัน ใหญ่....น้องทรายถูกส่งเข้าห้องฉุกเฉิน สุเมธต้องให้พยาบาลช่วยกันจับวินฉีดยาให้หลับเพราะดิ้นรนจะไปหาน้องทราย แล้วออกมาพบสมิตเพื่อบอกว่าน้องทรายปลอดภัยแล้ว สมิตฟูมฟายว่าเป็นความผิดของเขา

    พอภาดารู้ข่าวน้องทรายก็จะรีบไปหา แต่อัมพรมาขวาง "มันไม่ตายหรอกสบายใจได้ นังแจ่มมันบอกว่าแค่ฟกช้ำดำเขียวเท่านั้นแหละ"

    "ผมจะไปเยี่ยมน้อง ทราย"

    "ได้ยังไง คุณชายลืมไปแล้วเหรอว่าเรามีนัดกินข้าวกลางวันกัน นี่แม่ก็โทร.นัดหนูโฉมแล้วด้วย คุณชายต้องไปกับแม่"

    ภาดายังห่วงน้อง ทรายแต่อัมพรดึงมาพบกับโฉมพิไล เธอแกล้งอ่านข่าวในหนังสือพิมพ์ให้เขาฟัง "ตำนานรักบทใหม่ของสาวพิการกับนักร้องหนุ่มชื่อดัง หึ นี่ดีนะคะที่นักข่าวเขายังสืบไม่รู้ว่าแม่น้องทรายแต่งงานแล้ว ไม่งั้นล่ะคงเล่นข่าวกันสนุกแน่"

    อัมพรช่วยใส่ไฟว่าเธอจะอกแตกตาย สังหรณ์ใจตั้งแต่ที่น้องทรายให้แผ้วขับรถพาไปหาผู้ชาย อุตส่าห์เรียกให้กลับมา น้องทรายยังบ้าผู้ชายไม่ยอมกลับ...สองคนช่วยกันตีไข่ ภาดาขบกรามนิ่งเครียดไปกับสิ่งที่ได้ยินได้ฟัง...

    ข่าวน้องทรายโดนรถ เฉี่ยวลงภาพในหนังสือพิมพ์ เป็นภาพสมิตประคองร่างไร้สติของเธอ อริณเห็นแล้วตกใจรีบไปเฝ้าน้องทรายที่โรงพยาบาล พอเธอฟื้นขึ้นมาเห็นคนนั่งอยู่ข้างเตียง เบลอๆคิดว่าเป็นภาดา กำลังจะเอ่ยปากเรียก สายตาก็มองชัดขึ้นว่าเป็นอริณ เขากำลังทำแผลที่นิ้วตัวเอง อริณเหลือบเห็นน้องทรายฟื้นก็ดีใจวางมือมาสนใจ

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    “เดียร์น่า” เล่นใหญ่ไม่ห่วงสวย ปรับลุคเป็นสาวโก๊ะ ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”

    “เดียร์น่า” เล่นใหญ่ไม่ห่วงสวย ปรับลุคเป็นสาวโก๊ะ ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”
    20 ต.ค. 2564

    09:40 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 20 ตุลาคม 2564 เวลา 19:15 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์