นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    รักในม่านเมฆ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    หลังจากเซ็นเอกสารที่โต๊ะตำรวจ โฉมพิไลยังนั่งร้องไห้จนบุญเทิดเข้ามาถามว่าจะร้องทำไม ไม่เห็นพ่อแม่และพี่เธอจะสะดุ้งสะเทือนอะไรเลย โฉมพิไลย้อนถามว่ามาช่วยครอบครัวเธอทำไมในเมื่อพวกเธอไม่เคยดีกับเขาเลย

    "นอกจากไม่ดีแล้ว   ยังเคยดูถูกผมเป็นไส้เดือนกิ้งกือ

    อีกด้วย ยิ่งคุณ ยิ่งไม่เคยเห็นผมอยู่ในสายตาด้วยซ้ำ"

    "ฉันถึงอยากถามคุณไงล่ะ คุณต้องการอะไร"

    "ตอนคุณทิ้งผม ผมนอนร้องไห้เป็นเดือนนะโฉม เวลานั้นผมรักคุณจริงๆ วันที่พ่อแม่พี่ชายคุณถ่มน้ำลายใส่ผม มองผมเหมือนเป็นเศษขยะที่มาติดรองเท้าลูกสาวเขา ผมจำไม่เคยลืม"

    "ฉันถามว่า...คุณต้องการอะไร!"

    "วันนั้นผมสาบานกับตัวเองว่า   ผมจะต้องได้ดีและร่ำรวยกว่าพวกคุณ และวันนี้ผมก็ทำได้แล้ว ในขณะที่พวกคุณตกต่ำติดคุก   พวกคุณต้องมากราบกรานให้ผมประกันตัวให้ พวกคุณมองเห็นไอ้บุญเทิด คนงานต่ำต้อยคนนั้นหรือเปล่า" แววตาบุญเทิดมีทั้งความแค้นและสะใจ

    โฉมพิไลสังหรณ์ใจว่าบุญเทิดกลับมาแก้แค้นพวกเธอ บุญเทิดแสยะยิ้มจนเธอหนาว...ส้มลิ้มซึ่งมีแผลเต็มหน้าเดินถือโฉนดที่ดินบ้านพุฒตาลทองมายื่นให้บุญเทิดต่อหน้าตำรวจ และรับเช็คห้าล้านไป ไม่วายพูดเยาะเย้ยโฉมพิไล

    "ต่อไปนี้คุณคือเจ้าของบ้านคนใหม่สินะ ถูกผัวเก่าเฉดทิ้งไม่เท่าไหร่ได้ผัวใหม่แล้วหรือ"

    "อีส้มลิ้ม..." โฉมพิไลโกรธลุกขึ้นจะตบ ตำรวจเคาะโต๊ะปราม ทำให้โฉมพิไลชะงัก ส้มลิ้มได้ทีพูดกระทบแรงขึ้นอีกก่อนจะเดินเชิดออกไป โฉมพิไลโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงจนเฉลาต้องปลอบ บุญเทิดแอบยิ้มสะใจ พอส่งทุกคนที่บ้านแล้ว บุญเทิดถือโอกาสขอเฉลาพาโฉมพิไลออกไปทานข้าว ทั้งบ้านรีบดันโฉมพิไลให้ไปทันที

    ขณะนั่งมาในรถ โฉมพิไลหน้าตาบอกบุญไม่รับจน

    บุญเทิดแซวว่าเขาไม่ได้พาไปฆ่าเสียหน่อย ทั้งสองประคารมกันเล็กน้อย บุญเทิดฉวยโอกาสเลี้ยวรถเข้าม่านรูด โฉมพิไลร้องลั่น

    "นี่คุณจะทำอะไร!"

    "เอ๊า ก็คุณบอกเองว่าจะชดใช้ผม แหมค่าตัวคุณนี่แพงกว่าสาวไซด์ไลน์หลายเท่าเลยนะ"

    บุญเทิดลากโฉมพิไลเข้าห้องผลักลงบนเตียงโถมเข้ากอดปล้ำ โฉมพิไลดิ้นรนร้องให้ปล่อย บุญเทิดบอกว่านี่คือการตอบแทนบุญคุณของเขา โฉมพิไลตีเข่าใส่แล้วลุกขึ้นโวย "ฉันไม่นึกเลยว่าคุณจะเป็นคนที่เลวทรามต่ำช้าได้ขนาดนี้ ไม่มีความละอายสักนิดเลยใช่ไหม"

    "อย่าทำเป็นสะดีดสะดิ้งไปหน่อยเลยโฉม   คุณเคยเป็นเมียผมมาแล้วนะ...โอย..."

    "การที่ฉันเป็นผู้หญิงที่มีมลทิน ไม่ได้แปลว่าฉันต้องง่ายกับคุณเหมือนเมื่อก่อน เข้าใจไว้ด้วยนะบุญเทิด"

    "โถ ไม่อยากง่าย ไม่อยากเสียศักดิ์ศรี เรียกร้องจะเพิ่มค่าตัวน่ะสิไม่ว่า ขอโทษนะ เงินห้าล้านที่ผมไถ่บ้านให้น่ะ มันเกินค่าตัวที่แท้จริงของคุณไปมากแล้วรู้ไว้ด้วย"

    โฉมพิไลอยากร้องกรี๊ดรู้แล้วว่าบุญเทิดยอมเสียเงินเพื่อแก้แค้นครอบครัวเธอและจะเอาเธอเป็นเมียน้อย บุญเทิดหัวเราะ "แค้นอะไรกัน ผมเห็นพ่อแม่ พี่ชายคุณออกจะมีความสุข พวกเขาก้มหัวให้กับเงินของผม คุณเองก็เถอะ กับผัวคุณน่ะ คุณก้มหัวให้ กับเงินและเกียรติยศของเขาเหมือนกัน คุณไม่ได้รักเขาสักหน่อย"

    ooooooo
    โฉมพิไลโวยว่าไม่จริง เธอรักภาดาและต้องการเป็นเมียของเขาคนเดียว แต่บุญเทิดกลับบอกว่าเสียใจเพราะเขาต้องการเก็บดอกเป็นตัวเธอรายสัปดาห์ โฉมพิไลกรีดร้องไม่ยอม เธอจะหาเงินมาคืนให้หมดแล้ววิ่งหนีออกไป บุญเทิดมองตามอย่างเจ็บใจ...

    ขณะนั่งแท็กซี่กลับ โฉมพิไลโทร.หาภาดา ร้องไห้ สะอึกสะอื้นจนเขาตกใจรีบถามว่าเป็นอะไร โฉมพิไลบอกเขาให้ไปรับน้องทรายกลับมาอยู่บ้าน เธอยอมแล้ว โฉมพิไลตัดสายทิ้งแล้วร้องไห้โฮ ปล่อยให้ภาดางงว่าเกิดอะไรขึ้น...ภาดากลับมาบ้านเล่าให้อำนาจฟัง อำนาจแปลกใจเพราะเมื่อวาน

    โฉมพิไลยังค้านหัวชนฝาอยู่เลย ภาดาบอกอำนาจว่าเขาไม่อยากไปรับน้องทรายกลับมาเพราะเขารู้ว่าเธออยู่ที่ไร่ มีความสุขดี ไม่อยากให้กลับมาตกนรกอีก

    "แต่คุณชายต้องทำ นี่ถือเป็นคำสั่ง!" อัมพรเดินเข้ามาสั่งเสียงดัง

    ทั้งภาดาและอำนาจ สะดุ้ง อัมพรให้ภาดาไปรับน้องทรายกลับมา ในเมื่อโฉมพิไลยินยอมแล้ว แต่ภาดาไม่อยากไป อัมพรจึงตีอกชกหัวฟูมฟายจนเป็นลมล้มพับ...พอฟื้นขึ้นมาในโรงพยาบาล อำนาจบอกอัมพรว่า หมอบอกว่าแค่เครียดเกินไปให้พักผ่อนมากๆ อัมพรนึกได้ถามหาภาดาไปเมืองจันท์หรือยัง พอเห็นภาดาเดินเข้ามาหาก็ร้องไห้ฟูมฟายอีกว่าเธอต้องการได้อุบะเพชรคืนมา ภาดาหนักใจสบตาอำนาจอย่างกลัดกลุ้ม

    ooooooo

    เช้าวันรุ่งขึ้น อริณมาที่บ้านวัชรเวศม์เห็นปลั่งขนกระเป๋าและโฉมพิไลเดินนำมา จึงถามว่าจะไปฮันนีมูนกับภาดาหรือ โฉมพิไลค้อนขวับและว่าเธอจะกลับบ้าน อริณงง ปลั่งจึงเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง อริณตกใจเมื่อรู้ว่าภาดาจะไปรับน้องทรายกลับมา จึงเดินไปหาภาดาที่ยืนเหม่ออยู่ในสวน เขาปรี่เข้าไปชกหน้าภาดาจนล้ม โทษฐานที่ทำลายชีวิตผู้หญิงสองคน

    "คุณไล่คุณโฉมออกไปเพื่อไปรับน้อง ทรายกลับมาอยู่ที่บ้านอีก คุณต้องการอะไร ไหนบอกว่าน้องทรายกลับไปอยู่ที่ไร่ก็ดีแล้วไง ไอ้คนสับปลับเอ๊ย..."

    ภาดา โมโหตะคอกถาม "แล้วคุณคิดว่าผมควรจะทำยังไง คุณมีทางออกที่ดีกว่านี้มั้ยล่ะ"

    อริณเงื้อหมัดค้าง ภาดาเช็ดเลือดมุมปากยอมรับว่าชีวิตเขายุ่งเหยิงเพราะมีเมียสองคน เขาไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว... อริณเห็นภาดาเหมือนคนสติแตกจึงเดินเลี่ยงไป มาเจอแผ้วกำลังยกกระเป๋าเสื้อผ้าขึ้นรถภาดาก็ยิ่งหงุดหงิด ถามประชดว่ากระเป๋าใบใหญ่อย่างนั้นจะอยู่กี่วัน

    "คงซักอาทิตย์นึง ครับ" แผ้วตอบอย่างไม่รู้อะไร

    "ต้องใช้เวลาง้อกันขนาดนั้นเลยเหรอ ไม่มั้ง" อริณ เริ่มพาล

    "ง้อ! คุณอริณพูดถึงอะไรครับ นี่คุณชายเธอจะไปถือศีลที่ต่างจังหวัดนะครับ"

    อริณทำหน้างง แผ้วมองซ้ายมองขวาแล้วกระซิบบอกว่าภาดาไม่ให้บอกใครว่าจะไปถือศีลที่วัดป่า แถวอีสาน อริณ ไม่เข้าใจ แผ้วจึงแง้มว่าภาดาสงสารน้องทรายไม่อยากให้กลับมา แต่อัมพรฟูมฟายจนป่วยเข้าโรงพยาบาล "คุณชายเธอจะหนีไปเข้าวัดจริงๆนะครับคุณอริณ ไม่เชื่อดูได้เลยครับ ในกระเป๋านี้ มีแต่ชุดถือศีลทั้งนั้น"...แผ้วเปิดกระเป๋าให้ดูชุดขาวทั้งกระเป๋า

    อริ ณรู้สึกผิดรีบกลับมาขอโทษภาดา แต่ภาดากลับหันมาถามว่า "อยากรู้จริง ถ้าคุณเป็นผม เป็นนายภาดา อภิรักษ์ภูบาล ที่อยู่ๆต้องมารับผิดชอบกับปัญหาที่ตัวเองไม่ได้เป็นคนก่อแบบนี้ คุณจะหาทางออกยังไง...ผมไม่ได้ประชดคุณนะ ที่ถามเพราะผมจนปัญญาจริงๆ"

    "ผม ก็ไม่รู้จริงๆเพื่อน บางทีสิ่งที่คุณคิดจะทำอาจเป็นทางออกที่ดีที่สุดในตอนนี้แล้วก็ได้"

    ทั้ง สองกลุ้มใจกันจริงๆ...ด้านอัมพรยังกังวลกลัวว่าจะไม่ได้อุบะเพชรคืนถ้าน้อง ทรายไม่ยอมกลับมา จึงให้อำนาจช่วยพูดกับน้องทรายอีกแรง อำนาจจำต้องโทร.ไปคุยกับน้องทราย

    "เป็นไงบ้างลูก ได้กลับบ้านแล้วสบายใจขึ้นไหมจ๊ะ"

    น้องทรายอึ้งแต่ก็ยอมรับว่าดี อำนาจจึงพูดขึ้นว่า "ดีแล้ว ได้ยินอย่างนั้นน้าก็สบายใจ เอ่อ ก็ไม่มีอะไรหรอกนะ น้าจะโทร.มาบอกว่าให้น้องทรายเตรียมตัวไว้นะลูก เพราะว่าวันนี้พี่ชายเขาจะแวะไปหา เห็นบอกว่าจะไปรับน้องทรายกลับวัชรเวศม์"

    น้อง ทรายงง อำนาจรีบบอกว่าโฉมพิไลสำนึกผิดกลับไปแล้ว และสัญญาว่าจะไม่มาวุ่นวายกับน้องทรายอีก อำนาจขอให้น้องทรายกลับบ้าน เขาคิดถึง พูดจบอำนาจรีบวางสาย

    น้องทรายเล่าให้แจ่มฟังด้วยความลังเล ใจ ถามแจ่มว่าพ่อไปขู่ให้พวกนั้นใช้หนี้หรือเรื่องอุบะเพชร จนอัมพรต้องยอมให้เธอกลับไปหรือเปล่า แจ่มยังโกรธแทนน้องทรายจึงชวนให้หนีไปหลบในไร่จะได้ไม่เจอกับภาดา พลันเสียงรถแล่นเข้ามา ทั้งสองสะดุ้ง พอหันมามองเห็นว่าเป็นสมิตก็โล่งใจ

    สมิต เอาของขวัญวันเกิดมาให้เป็นตั๋วเครื่องบินไปเกาหลีสองใบ "พรุ่งนี้พี่ต้องบินไปร่วมคอนเสิร์ตที่นั่น พี่เห็นน้องทรายไม่เคยไปเกาหลีก็เลยอยากให้ไปเที่ยวด้วยกันไงคะ เธอด้วยนะแจ่ม"

    แจ่มดีใจยกใหญ่ น้องทรายท่าทางกังวลใจ แจ่มจึงบอกสมิตเรื่องภาดาจะมารับ สมิตโกรธ "เขามาง้อน้องทรายแบบนี้ ก็คงเพราะอยากได้เพชรบ้าๆนั่นอีกแหละ แล้วน้องทรายจะใจอ่อนเหรอทั้งๆที่รู้ว่าเขาไม่ได้ต้องการเราจริงๆ แต่ต้องการแค่สิ่งของที่เรามีเท่านั้นเอง"

    น้องทรายน้ำตาคลอ สมิตปลอบใจอย่าโกรธเขาเลย เพราะเขารู้ว่าคนที่ไร่นี้แคร์น้องทรายทุกคน อย่าไปเสียเวลากับคนพวกนั้นเลย น้องทรายครุ่นคิดอย่างหนัก...

    ooooooo

    แต่ พอวินได้เห็นตั๋วเครื่องบินก็ไม่อนุญาตให้ น้องทรายไปเกาหลี เขาเตือนน้องทรายอย่าหนีปัญหา น้องทรายสวนทันควันว่า "แต่คุณพ่อกำลังสอนให้น้องทรายเป็นคนขี้โกหก แล้วที่ผ่านมาน้องทรายก็บ้าพอที่จะเชื่อคุณพ่อมาตลอด"

    พูดจบ น้องทรายลุกจากเก้าอี้เดินฉับๆไปยืนที่หน้าต่าง วินตกใจไม่เคยเห็นน้องทรายดื้อกับเขามาก่อน...น้องทรายนึกถึงที่ผ่านมา ตอนที่วินขอให้เธอทำเป็นยังพิการทั้งที่เธอเดินได้ สี่ห้าปีแล้ว และให้ไปอยู่บ้านวัชรเวศม์เพื่อเรียนรู้จิตใจคนบ้านนั้น...น้องทรายคิดแล้ว เจ็บปวดกับสิ่งที่เธอได้รับ เธอบอกกับวินว่า

    "ต้องไปอยู่ที่นั่นใน ฐานะคนพิการ ทำให้ความทรงจำเก่าๆเวลาน้องทรายถูกคนดูถูกกลับมาอีก เพราะถึงร่างกายของน้องทรายจะเป็นปกติ แต่รอยแผลในใจของน้องทรายมันไม่เคยหายไป น้ำตาทุกหยดที่น้องทรายเสียไปที่นั่น มันคือน้ำตาของความเจ็บปวดจริงๆ ในฐานะของคนพิการ" แม้เธอจะได้เรียนรู้ คนสองแบบที่ชอบเหยียบย่ำคนพิการกับคนจิตใจดีคอยช่วยเหลือ

    "พ่อบอก แล้วว่าละครฉากนี้มันคุ้มค่าที่จะเล่น ถึงไม่อยากให้น้องทรายรีบปิดฉากมันเร็วเกินไป"

    "แต่น้องทรายไม่อยาก ไปเป็นตัวประกอบในชีวิตของใคร โดยเฉพาะในชีวิตคู่"

    "น้องทรายจะเดิน หนีออกมาจากชีวิตผู้ชายคนนี้ได้จริงเหรอ ในเมื่อหนูรักเขา"

    "คุณ พ่อ..." น้องทรายสะดุ้ง

    "อย่าปฏิเสธเลย พ่อรู้จักลูกของพ่อดี หนูกับคุณชายผูกพันกันมานาน ถึงจะมีสมิตเข้ามาในตอนหลัง แต่พ่อรู้ว่าหนูเลือกที่จะรักคุณชายคนเดียวเท่านั้น"

    ทำให้น้องทราย คิดถึงตอนเด็กๆที่สมิตเข้ามาเล่นด้วย เขาชอบเล่นกีตาร์ให้เธอฟัง แล้วครั้งหนึ่งเขาทำแหวนมาสวมนิ้วเธอและบอกว่าเขาหมั้นเธอไว้ โตขึ้นจะแต่งงานกัน เธอมาถามวินว่าคนเราหมั้นสองครั้งได้ไหม   วินขำคำพูดเด็กๆและบอกว่าไม่ได้ ต้องเลือกใครคนใดคนหนึ่งเพราะนิ้วนางซ้ายมีเพียงนิ้วเดียว เธอจึงเลือกภาดาทั้งที่ไม่รู้ว่าเขาจะกลับจากเมืองนอกเมื่อไหร่ น้องทรายฝากแหวนของสมิตให้วินเอาไปคืนให้ เพราะเธอกลัวจะเห็นน้ำตาลูกผู้ชาย วินหัวเราะลูบหัวเธออย่างเอ็นดู...

    นึกแล้วน้องทรายน้ำตาคลอ สบตาวิน "มันเป็นความโง่ ดักดานของน้องทรายเองที่ไปฝังใจกับคำสัญญาสมัยเด็ก คิดว่าเขาจะจริงจังกับมันเหมือนเรา จนแม้ตอนนี้รู้แล้วว่าความจริงเป็นยังไง ก็ยังอดไม่ได้ที่จะแอบหวังว่าทุกอย่างจะดีขึ้น"

    วินลูบหัวน้องทราย "แม่ของลูกเคยบอกพ่อว่า ไม่มีผู้หญิงคนไหนลืมรักครั้งแรกของตัวเองได้ พ่อกับแม่ถึงได้แต่งงานกัน"

    "แต่น้องทรายจะลืมให้ได้ค่ะ น้องทรายเสียเวลามามากพอแล้วกับคนที่ไร้หัวใจอย่างคุณชาย คนที่ดีกับน้องทรายอย่างพี่สมิตต่างหากที่ไม่เคยทิ้งน้องทรายไปไหนเลย น้องทรายจะไม่โง่แบบนั้นอีกแล้ว"

    "แสดงว่าหนูจะไปกับสมิต"

    "ค่ะ น้องทรายจะไปเกาหลี ถึงเวลาแล้วล่ะค่ะที่น้องทรายต้องทิ้งความหลังพวกนั้น แล้วก้าวเดินไปข้างหน้าเสียที" สีหน้าน้องทรายมุ่งมั่นจนวินไม่อยากขัดใจ

    "ก็ตาม ใจ ดีเหมือนกัน ลองไปดูให้มันรู้สิว่า ถ้าตัวกับหัวใจอยู่คนละทางน้องทรายจะทนได้ไหม" วินพูดทิ้งท้ายไว้ก่อนจะเดินไป ปล่อยให้น้องทรายครุ่นคิดตาม

    ooooooo

    เช้า วันใหม่ ภาดาเดินตามพระรูปหนึ่งซึ่งกำลังบิณฑบาต พลันมือถือเขาดังขึ้น เขาหยิบดูเห็นว่าเป็นโฉมพิไลจึงตัดสายทิ้ง หลวงพี่หันมาถามว่ามีอะไรหรือเปล่า เขาส่ายหน้าฝืนยิ้ม หลวงพี่จึงพูดเป็นนัยว่า "โยมหลบมาอยู่ที่นี่เพื่อให้จิตใจสงบขึ้นไม่ใช่หรือ แล้วทำไมปล่อยให้ความวุ่นวายตามตัวเราเจออีกล่ะ ปิดซะเถอะ"...ภาดาเข้าใจจึงปิดเครื่อง

    โฉมพิไลโกรธมากร้องโวยวายอยู่ในห้องนอนที่ภาดาปิดเครื่องจนเฉลาตกใจเคาะ ประตูห้องเรียกให้ออกมา พอดีบุญเทิดมาทานอาหารเช้าที่บ้าน เขาซื้อของกินมาฝากมากมาย เฉลาคะยั้นคะยอให้เธอกิน โฉมพิไลหมดความอดทนปัดของทิ้ง "หนูไม่กิน คุณมันโรคจิต คุณไม่เคยรักฉัน ยังไงฉันก็ไม่ยอมเป็นเมียน้อยคุณหรอก"

    เฉลาเอ็ดโฉมพิไล เธอยิ่งปรี๊ดแตก "แม่ก็เหมือนกัน ทุกคนด้วย อดอยากปากแห้งกันนักหรือไงถึงยอมให้นายคนนี้ซื้อได้ด้วยเศษอาหาร ไหนเมื่อก่อนเกลียดเขานักหนาไม่ใช่เหรอ"

    ทุกคนพยายามพูดว่าตอนนั้นเป็นการเข้าใจผิด แต่ตอนนี้รู้แล้วว่าบุญเทิดเป็นคนดีมีน้ำใจมากกว่าภาดาเสียอีก โฉมพิไลยิ่งโกรธมองบุญเทิดอย่างเหยียดหยาม "พ่อ! อย่าเอาสามีของโฉมไปเปรียบกับผู้ชายคนนี้นะ มันคนละชั้น"

    เฉลาตกใจสั่งโฉมพิไลให้ขอโทษบุญเทิด แต่เธอไม่ยอมเดินปึงปังออกไป บุญเทิดมองตามยิ้มประมาณว่าจะหาทางเอาชนะเธอให้ได้

    ooooooo

    ระหว่างที่น้องทรายจัดเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเตรียมตัวไปเกาหลี ในใจเธอยังสับสนกับความต้องการของใจตัวเอง แจ่มท่าทางร่าเริงอยากไปเกาหลีมากขนาดเตรียมชุดฮันบกไปด้วย พลันมีเสียงรถแล่นเข้ามา แจ่มรีบวิ่งไปดู พอเห็นว่าเป็นอริณก็รีบมาบอกน้องทรายให้กลับไปนั่งรถเข็นอย่างเดิม

    อริณเอาของฝากจากเชียงใหม่มาฝากมากมาย น้องทรายจึงแปลกใจเมื่อรู้ว่าเขาเพิ่งกลับจากเชียงใหม่และไม่รู้ว่าเมื่อวาน เป็นวันเกิดของเธอ  แล้วใครเป็นคนจัดการทุกอย่างในวันนั้นพออริณกลับไป แจ่มครุ่นคิด "จะเป็นไปได้ยังไง ก็การ์ดใบนั้นลงชื่อคุณอริณนี่นา แล้วถ้าไม่ใช่คุณอริณ แล้วจะใครกันล่ะคะ"

    น้องทรายหยิบการ์ดมาดูอีกครั้งแล้วคิดไม่ออกว่าใครเพราะไม่คุ้นลายมือนี้เลย แจ่มจึงพูดว่าต้องสืบให้รู้ด้วยการไปสอบถามคนในไร่ว่าวันนั้นใครมาทำอะไร และแล้วก็มีคนงานสองคนยอมสารภาพว่าภาดามาจัดการทุกอย่างด้วยตัวเองและห้าม พวกเขาบอกใคร น้องทรายอึ้ง

    "เขาทำอย่างนี้เพื่ออะไรคะพี่แจ่ม"

    "ก็คงเป็นละครฉากหนึ่ง เพื่อจะให้คุณน้องทรายใจอ่อน ยอมกลับไปที่วัชรเวศม์มั้งคะ"

    "ถ้างั้นทำไมคุณชายถึงต้องอ้างชื่อคุณอริณบังหน้าด้วยล่ะคะ ทำไมไม่บอกว่าเป็นตัวเอง"

    แจ่มคิดสักนิด "หรือว่าคุณชายวางแผนจะทำให้คุณน้องทรายหลงรักคุณอริณ ต๊าย! ร้ายกาจจริงๆ ตัวเองไม่ต้องการแล้วก็เลยจะยกให้คนอื่น เห็นคุณน้องทรายเป็นสิ่งของหรือไง"

    น้องทรายหน้าเสีย แจ่มจึงรีบบอกว่าเธอพูดไปอย่างนั้นเอง   อย่าไปคิดเลย   เตรียมตัวไปเกาหลีดีกว่า   แล้วดันน้องทรายไปอาบน้ำแต่งตัว...

    พอดีสุเมธขับรถมาส่งวินหน้าบ้าน เห็นคนขนกระเป๋าขึ้นรถจึงถามวินว่าน้องทรายจะกลับไปอยู่บ้านวัชรเวศม์แล้ว หรือ วินแค่นหัวเราะ "ใช่ก็ดีสิ ฉันรอมาทั้งคืนแล้ว ไม่เห็นนายภาดาจะโผล่มาเลย คนไม่รักษาคำพูด ฉันล่ะผิดหวังจริงๆ"

    "อ้าว...แล้วลูกแกจะไปไหน"

    "ลูกชายตัวดีของแกมันยังไม่ได้บอกหรือไง" วินเหล่มองสุเมธอย่างพาลๆ สุเมธงงเพราะยังไม่รู้เรื่องอะไรเลย...

    ขณะเดียวกัน สมิตกำลังถ่ายรายการอยู่ในสตูฯ เป็นเทปพิเศษวันพ่อแห่งชาติ เขาบอกพิธีกรว่าเขากับพ่อรักกันมาก เพราะตั้งแต่แม่เสียไปพ่อก็ดูแลเขาเป็นอย่างดี เขาอยากเตือนน้องๆ

    "ผู้ให้กำเนิดเปรียบเสมือนพระในชีวิตของพวกเราทุกคน สำหรับคนที่ยังมีคุณพ่ออยู่ก็ขอให้รักท่านให้มากๆ แล้วก็ทำตัวว่านอนสอนง่าย อย่าเถียงท่านเวลาท่านอบรม เพราะยังไงพ่อแม่ก็คือผู้ที่อาบน้ำร้อนมาก่อน  ท่านมีประสบการณ์ มากกว่าเรานะครับ"

    "เป็นการทิ้งท้ายที่ดีมากเลยครับ งั้นเดี๋ยวช่วงหน้าเรากลับมาคุยกันต่อ"

    ทีมงานสั่งคัต สมิตลุกขึ้นเข้าห้องแต่งตัว พลันสุเมธโทร.เข้ามาพอดี สมิตลืมปิดไวร์เลสทีมงานจึงได้ยินเสียงสมิตเถียงกับพ่อ พอโดนสุเมธต่อว่าเรื่องจะพาน้องทรายไปเกาหลี สุเมธว่า

    "ไอ้สมิต...ไอ้ลูกบ้า...ไอ้ตัวก่อเรื่อง..."

    "เฮ้ย พ่อ! อยู่ดีๆมาว่าผมงี้ได้ไง อึไม่ออกเหรอ...เออ ดีเนาะ เป็นพ่อภาษาอะไร เห็นลูกเป็นยาสวนทวาร ต้องด่าวันละครั้งระบบขับถ่ายจะได้สมดุล" สมิตพูดอย่างเมามันในอารมณ์

    สุเมธต่อว่าที่สมิตทำแบบนี้จะทำให้วินโกรธและเขาจะเสียเพื่อน สมิตเถียงว่า "ผมไม่รู้ไม่สน เรื่องของคนวัยพ่อ

    ก็ตกลงกันเองสิครับ ผมกับน้องทรายเราลงตัวแล้ว แค่นี้นะ อ้อ แล้วช่วงผมไม่อยู่เนี่ย หายาถ่ายกินซะจะได้ไม่ท้องผูก..."

    สมิตกดวางสาย พอหันมาต้องสะดุ้งเพราะเจอสายตาทีมงานมองอยู่ จึงรู้ว่าตัวเองลืมปิดไวร์เลส เขายิ้มเจื่อนๆ ทีมงานล้อเลียนคำพูดของสมิตและบ่นว่า หนอยทำตัวว่านอนสอนง่าย อย่าเถียง เฮ้อ...เด็กสมัยนี้ ทีมงานส่ายหน้า...

    ขณะแต่งตัวเตรียมเดินทาง น้องทรายยังครุ่นคิดถึงภาดาทุกเรื่องที่ผ่านมา แต่แล้วเกิดลูกฮึดคว้ากระเป๋าสะพายออกไป... น้องทรายกับแจ่มมาถึงสนามบิน มองหาสมิต ทันใด...ได้ยินเสียงคนกรี๊ดกร๊าดเรียกสมิต  หันไปดูเห็นวัยรุ่นห้อมล้อมสมิต  พอ สมิตเห็นน้องทรายก็รีบแหวกกลุ่มแฟนคลับออกมาหาทันที

    "น้องทราย เดี๋ยวผู้จัดการพี่จะเอากระเป๋าไปเช็กให้เอง เราไปกันเถอะ" สมิตจูงมือน้องทราย แฟนคลับดันเข้ามาร้องตะโกนอวยพรให้สมิตเดินทางโดยปลอดภัย

    มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งอุ้มตุ๊กตาร้องไห้บอกสมิตอย่าไปนาน  รีบกลับมานะ  สมิตเข้าไปอุ้มเด็กคนนั้นสัญญาว่าจะรีบกลับ   ทำให้น้องทรายหวนคิดถึงวันที่เธอไปส่งภาดา

    ไปเมืองนอก   ภาดาสัญญากับเธอแบบนี้เช่นกัน และแล้วน้องทรายก็นึกถึงคำพูดของวินที่พูดว่า

    "ลองไปดูให้มันรู้ ซิว่า  ถ้าตัวกับหัวใจอยู่คนละทาง  น้องทรายจะทนได้ไหม"

    นักข่าวกรูเข้ามาสัมภาษณ์  "สาวคนนี้ใช่ไหมคะที่น้องสมิตเคยให้สัมภาษณ์ว่าเป็นตัวจริง"

    "นี่เป็นการไปซ้อมฮันนีมูนหรือเปล่าครับ"

    น้องทรายตกใจกับคำถามและแสงแฟลช สมิตรีบเอามือป้องหน้าเธอไว้ไม่ให้นักข่าวถ่าย ความคิดของเธอล่องลอยไปถึงคำพูดของภาดาที่ว่า...ไม่ว่าเราจะอยู่ในฐานะอะไร ไม่ว่าเราจะเป็นอย่างไรในอนาคต ตอนนี้ดีเหลือเกินแล้วที่เราได้กลับมาอยู่ด้วยกัน กลับมาเป็นพี่น้องกันใหม่...

    น้องทรายชะงักงันหยุดเดิน สมิตแปลกใจ น้องทรายตัดสินใจขอโทษสมิตที่เธอไม่อาจไปด้วยได้ แล้วเธอก็ถอยออกห่าง สมิตโดนนักข่าวและแฟนคลับรุมล้อมจนตามเธอไม่ได้ แจ่มงง

    "คุณน้องทรายหยุดทำไมคะ ทำไมไม่ไปต่อล่ะ"

    "น้องทรายไปกับพี่สมิตไม่ได้ น้องทรายขอโทษค่ะ"

    สมิตเข้าใจแล้วว่าน้องทรายรักภาดา ไม่อาจทิ้งเขาไปได้ น้องทรายเดินกลับไปปล่อยให้สมิตมองตามอยู่ในวงล้อมของแฟนคลับ...แจ่มยังงงว่าเกิดอะไรขึ้น น้องทรายเริ่มร้องไห้ขอให้ แจ่มพาเธอกลับบ้าน แจ่มตกใจรีบโทร.เรียกรถมารับ

    ooooooo

    วินยืนรออยู่หน้าบ้านด้วยความแปลกใจเมื่อสมิตโทร.มาบอก พอน้องทรายลงจากรถก็โผกอดเขาร้องไห้ "คุณพ่อ...คุณพ่อขา น้องทรายทำไม่ได้ ทำไม่ได้จริงๆ"

    วินอุ่นนมมาให้น้องทรายดื่มและให้เข้านอน น้องทรายรำพันว่า  "น้องทรายเป็นผู้หญิงที่โง่ที่สุดแล้วก็บ้าที่สุด...ไม่มีคนปกติที่ไหนเลือกทิ้งคนที่รักเราที่สุด  เพื่อหวังจะได้กลับไปอยู่กับคนที่ไม่มีความรักให้เราเลยแม้แต่นิดเดียว"

    วินเข้ามาลูบหัวน้องทรายปลอบ "หนูรู้ไหมว่าสิ่งที่หนูพูด มันเป็นสิ่งที่ใครๆในโลกก็ผ่านมาทั้งนั้น...หัวใจมนุษย์เป็นของแปลก เพราะมันมักจะทำงานท้าทายอำนาจของสมองเสมอ แล้วบ่อยครั้งมันก็เป็นฝ่ายชนะ  การตัดสินใจของหนูมันก็เป็นชัยชนะอีกครั้งของหัวใจ ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องผิด"

    "แต่การคิดด้วยหัวใจมักทำให้เราเดินทางผิดพลาดเสมอ" น้องทรายรู้ทั้งรู้

    "แม้จะรู้ว่าเป็นอย่างนั้น คนส่วนใหญ่ก็ยังยอมทำตามหัวใจตัวเองอยู่ดี เพราะถ้าไม่ยอมทำ มันก็จะตั้งคำถามค้างอยู่ตลอดไปว่าทำไมไม่เชื่อมัน" วินให้เหตุผล

    แต่น้องทรายรู้ว่าภาดารักผู้หญิงอีกคนมาก วินบอกว่าผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่คนดี "พ่อสืบมาหมดแล้ว ผู้หญิงคนนั้นมีปัญหาเรื่องการเงิน เขายอมหย่าเพราะจะเอาเพชรไปขาย ถ้าเขารักคุณชายจริง เขาไม่มีทางหย่าง่ายๆ"

    วินชี้ให้น้องทรายเห็นถึงความโลภของคน แต่น้องทรายก็เชื่อว่าภาดายังรักโฉมพิไลมาก วินพูดสวนขึ้นว่าและภาดาก็รักน้องทรายด้วย ไม่อย่างนั้นคงไม่จัดงานวันเกิดให้ แต่น้องทรายน้อยใจภาดาที่ผลักไสเธอให้อริณ วินถามว่าภาดาจะทำอย่างนั้นเพื่ออะไร

    "แต่คุณพ่อก็เห็น จนป่านนี้เขายังไม่มารับน้องทรายเลย"

    "พ่อกลับดีใจนะที่เขาไม่มา เขาไม่ได้รังเกียจน้องทรายหรอก เพราะรักมากเขาถึงไม่มา"

    "พ่อคิดอย่างนั้นจริงหรือคะ"

    "รักเทียม ยึดไว้ครอบครองเพื่อตนเองเหมือนโฉมพิไล... รักแท้ ปล่อยเขาไป คิดถึงความสุขของเขาก่อนอย่างอื่น นั่นคือภาดา...ลองกลับไปสู้ดูอีกครั้งนะลูก ถ้าทนไม่ไหวค่อยกลับมาบ้านเรา"

    น้องทรายนิ่งคิดสักพัก  ก่อนจะตอบว่าเธอจะสู้อีกครั้ง ถ้าเลิกรักเขาไม่ได้  เธอจะทนอยู่จนกว่าจะเกลียดเขา  จะได้จบๆกันไปเสียที น้องทรายท่าทางมุ่งมั่นเต็มที่ วินยิ้มอย่างพอใจ

    ooooooo

    ในคืนนั้น โฉมพิไลทนไม่ไหวมาโวยวายอัมพรถึงที่โรงพยาบาลเพราะติดต่อภาดาไม่ได้ อำนาจแขวะใส่อัมพรว่าลูกสะใภ้มาขู่แม่ผัวแบบนี้หรือที่อัมพรอยากได้ อัมพรค้อนขวับยังดีกว่าสะใภ้ง่อย แล้วคว้ามือถือมาโทร.หาวินทันทีที่โฉมพิไลกลับไป...แต่พอรู้ว่าภาดาไม่ได้ไปที่ไร่ก็ไม่เชื่อ  วินจึงบอกให้อัมพรมาดูด้วยตัวเอง  และรับน้องทรายกลับไปถ้ายังต้องการเห็นอุบะเพชรอยู่

    "อะไรนะ  นี่แกจะให้หัวหงอกอย่างฉันไปรับหัวดำอย่างลูกแกหรือ  มากไปแล้วนะไอ้วิน"

    "เอ๊าทำไมล่ะ  อุบะเพชรรออยู่นะคุณหญิง  อุบะเพชรประจำตระกูลเชียวนะ ไม่มาก็ตามใจ ชีวิตนี้คุณหญิงจะไม่ได้เห็นอุบะเพชรอีกเลย บ๊ายบาย..." วินวางสาย

    อัมพรโหวกเหวกโวยวายลั่นห้องในโรงพยาบาล วินหันมาบอกน้องทรายให้เก็บกระเป๋ารอได้เลย เพราะรู้ว่าอัมพรต้องแล่นมาแน่นอน...

    จริงอย่างที่พูด วันรุ่งขึ้น อัมพรนั่งรถฝุ่นตลบมากับอำนาจโดยมีแผ้วขับรถ อำนาจอึ้งที่พี่สาวห่วงสมบัติมากกว่าสุขภาพตัวเอง ทันใดเสียงดังปังขึ้นข้างรถ รถส่ายไปมา อัมพรกับอำนาจตกใจนึกว่าถูกยิง รถส่ายไปมาจนตกข้างทาง แผ้วกับอำนาจรีบลงมาดูจึงรู้ว่ายางแตกเพราะโดนเรือใบ อำนาจหยิบขึ้นมาดูแล้วถอนใจ "สงสัยจะเป็นการรับน้อง เฮ้อ..."

    วินส่องกล้องทางไกลจากระเบียงบ้าน  เห็นอัมพรยืนกระฟัดกระเฟียดอยู่ข้างรถก็ขำสะใจ อำนาจให้แผ้วไปหายางอะไหล่ ส่วนเขาชวนอัมพรเดินไปบ้านวิน ตอนแรกอัมพรไม่ยอม แต่พอต้องอยู่คนเดียวก็กลัววิ่งตามอำนาจไป...พอเข้าเขตบ้านวิน อัมพรยังบ่นไม่เลิก พลันเห็นไก่ตัวหนึ่งจิกกินอาหารอยู่ตามพื้น ที่คอมีสร้อยเพชรระยิบระยับสวมอยู่

    "อ๊าย! อุบะเพชรของฉัน" อัมพรร้องลั่นแล้วทิ้งกระเป๋าวิ่งจับไก่ตัวนั้น

    อำนาจร้องเรียกให้กลับมา อัมพรวิ่งไล่ไก่จนมันหนีเข้าไปในเล้า เธอก็ตามเข้าไปจนไก่ในนั้นกระเจิง อำนาจตามเข้าไปดึงให้อัมพรออกมา แต่กลับล้มลุกไปชนรางไข่ล้มระเนระนาด ไก่กระโจนหนีไปในเล้าหมู อัมพรยังตามเข้าไป ไก่สะบัดเพชรหล่นไปในโคลนเล้าหมู อัมพรถลาลงไปควาน อำนาจร้อง "อี๊ พี่ฉัน บ้าเพชรบ้าสมบัติ ขนาดควานหาใต้ขี้หมู ยังยอม เฮ้อคนเรา"
    พลันเห็นสร้อยเกี่ยวอยู่กับหูหมูตัวหนึ่ง อัมพรกระโจนจะไปจับ หมูตกใจวิ่งหนี  อัมพรร้องลั่นอย่าเอาของเธอไป  เธอล้มลุกคลุกคลานอยู่ในโคลนและขี้หมู  อำนาจเข้าไปช่วยดึงกลับโดนผลักไปเลอะเทอะอีกคน  หมูวิ่งหนีออกจากเล้าโดยยังมีสร้อยติดหูไป

    อัมพรวิ่งตามอย่างไม่สนว่าตัวเองเหม็นขนาดไหน อำนาจวิ่งตามด้วยความเป็นห่วง...วินยังส่องกล้องหัวเราะร่า

    น้องทรายออกมาเห็นถาม "คุณพ่อ...นี่คุณพ่อทำอะไรคะเนี่ย"

    "พ่อไม่ได้ทำอะไร พวกคนโลภต่างหากที่หาเรื่องใส่ตัว ฮะฮะฮ่า ดูสิคนเรามันบ้าสมบัติ หน้ามืดตามัวได้ขนาดนั้น ดูสิลูก ดูความบ้าของคน"

    วินส่องกล้องดูต่ออย่างสะใจ น้องทรายรู้สึกเป็นห่วงอัมพรกับอำนาจอย่างมาก...

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"
    23 ต.ค. 2564

    05:50 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2564 เวลา 06:54 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์