นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    รักในม่านเมฆ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    พอนึกออกว่าสมิตเป็นนักร้องดัง    เฉลิมชัยยิ่งได้เปรียบท้าต่อยเหยงๆ เพื่อจะได้ไปฟ้องสื่อออกทีวีเรียกค่าเสียหาย   อริณยิ่งหมั่นไส้ความเลวของเฉลิมชัย   จึงยุส่งให้สมิตชกเลิกขวางแล้วเดินหนี เฉลิมชัยชักปอดแหก "เอ้า...ไปไหน ไม่ขวางแล้วหรือ ขวางหน่อยสิ"

    "ไม่ คนหนึ่งเป็นคนดังแต่ใจร้อน ไม่สนใจชื่อเสียงที่ตัวเองเหนื่อยยากสะสม อีกคนเป็นคนชอบฉวยผลประโยชน์ ศักดิ์ศรีความเป็นคนไม่มี ถ้าไอ้สองคนนี้มันอยากชกต่อยกัน ผมจะไปขวางทำไม แค่นี้ก็เจ็บตัวไม่รู้อีโหน่อีเหน่แล้ว" อริณ จับคางที่โดนสมิตชก

    สมิตได้สติ ยอมเลิกรา เฉลิมชัยเห็นสมิตอ่อนลงก็ทำหน้ายวนกวนประสาท...ภายในบ้าน อัมพร อำนาจ ปลั่ง เอียด และแผ้วแอบมองเหตุการณ์ทั้งหมด อำนาจหวั่นใจว่าเรื่องจะไปกันใหญ่ แต่อัมพรสะใจที่เห็นน้องทรายกลัวลาน อำนาจอยากออกไปช่วยน้องทรายแต่อัมพรสั่งห้ามและไล่ให้กลับขึ้นห้อง และสั่งเอียดกับแผ้วห้ามช่วยด้วย

    อริณหลบมาโทร.บอกภาดา ภาดาจะรีบกลับบ้านแต่อริณ ห้ามไว้กลัวสถานการณ์แย่ลงไปอีก ให้ไปจัดการเคลียร์กับโฉมพิไลจะดีกว่า ทางนี้เขาจะช่วยดูแลให้...สมิตตามมาเจอแจ่มในครัวก็โวย "พี่แจ่มไปไหนมา ทำไมทิ้งน้องทรายไว้คนเดียว"

    แจ่มรีบบอกว่าเธอไปตลาด เพราะบ้านนี้ไม่ให้น้องทรายทานอะไร ต้องซื้อมาทำเอง สมิตยิ่งโกรธ...น้องทรายนั่งประจันหน้ากับเฉลิมชัย เธอถามเขาว่าไม่กลัวหรือที่อริณกำลังโทร.ไปหาภาดา เฉลิมชัยทำกร่างจะกลัวอะไร

    "ไม่มีเพื่อนคนไหนเข้ามาลวนลามภรรยาเพื่อนถึงในบ้านหรอกค่ะ"

    "โอ๊ย ไม่กลัวหรอก ผมเป็นเพื่อนคนพิเศษขนาดคุณชายคนดียังต้องเกรงใจ พนันกันไหมนายภาดานั่น ไม่กล้าโผล่หน้ามาเจอผมหรอก...เขากลัว"

    "กลัวอะไรคะ เพื่อนอย่างคุณทำไมต้องเกรงใจ"

    "อีกหน่อยก็รู้ แต่รู้ตอนนี้เดี๋ยวไม่สนุก"

    น้องทรายมองเฉลิมชัยอย่างอยากรู้ว่าเขาเป็นใครกันแน่ สมิตเดินมาพร้อมกับแจ่ม เขาไล่เฉลิมชัยทันที "นี่ยังหน้าด้านอยู่อีกเหรอ หรือว่าจะรอให้ตำรวจมาลากคอ ฉันจะสงเคราะห์ให้"

    "ใจเย็นน่า เฮ้อ วันนี้พอแค่นี้ก่อนก็ได้ ไว้วันหลังค่อยมาใหม่" เฉลิมชัยทำท่ายียวน

    "นี่ยังมีหน้ามาอีกเหรอ"

    "อื้อ...คุณนี่ไม่รู้อะไรก็เฉยไว้ดีกว่า ผมเข้านอกออกในบ้านหลังนี้ได้สะดวกโยธินกว่าดาราดังอย่างคุณอีก ดูไปรอบๆสิคุณสมิต เรามีเรื่องกันเสียงดังขนาดนี้ มีใครในบ้านโผล่ออกมาจากในรูบ้าง นี่คุณยังไม่รู้อีกหรือว่า คนบ้านนี้เขาเกรงใจผมขนาดไหน"

    "คุณเป็นใคร เป็นใครกันแน่" สมิตชักสงสัย

    "เก็บความสงสัยไว้ตกใจวันหลังดีกว่า แล้วเจอกันนะน้องทราย จุ๊บๆรักนะเด็กโง่" เฉลิมชัยทำท่าส่งจูบให้น้องทราย อริณเดินสวนเข้ามาจึงบอกลาอริณ และฝากให้ดูแลน้องทรายแทนเขาด้วย ท่าทางเฉลิมชัยยั่วยวนกวนประสาท

    สมิตตะโกนขึ้นมาว่าเขาทนไม่ไหวแล้ว เขาเดินเข้าบ้านจนทุกคนแปลกใจ แจ่มกับอริณวิ่งตามสมิตไป สมิตขึ้นไปบนห้องน้องทราย เก็บข้าวของจำเป็นของเธอใส่กระเป๋า แจ่มพยายามห้ามเสียงเอะอะ ทำให้อัมพรออกจากห้องมามอง สมิตบอกแจ่มว่าเขายอมให้น้องทรายอยู่แบบนี้ต่อไปไม่ได้อีก เขาจะพาเธอไป สมิตลากกระเป๋าสองใบออกมา อัมพรเดินมาดูเห็นทั้งอริณและสมิตอยู่บนนี้ก็โวยวาย

    "นี่ ไอ้กุ๊ย แกขึ้นมาทำไมบนนี้ แล้วนั่นขนอะไรไปน่ะ"

    "ขนของน้องทราย ผมจะเอาตัวน้องทรายไปกับผม"

    "น้องทรายจะไปกับแกหรือ ไม่ได้นะ นี่ไอ้กุ๊ย ปล่อยกระเป๋านั่นนะ" อัมพรยื้อแย่ง

    สมิตโกรธที่ถูกเรียกว่ากุ๊ยจึงกระชากกระเป๋ามาแล้วถือเดินลงไป เจอน้องทรายเขารีบบอกว่าเก็บของให้เธอแล้ว เขาจะพาเธอไป น้องทรายตกใจถามสมิตว่าต้องขึ้นคอนเสิร์ตคืนนี้ไม่ใช่หรือ สมิตตอบว่าใช่แต่เขาจะพาเธอไปรอเขาหรือไม่ก็เช่าโรงแรมให้อยู่ก่อน

    "ใจเย็นเถอะครับคุณ อย่าลืมสิครับ คุณน้องทรายน่ะ แต่งงานแล้วนะครับ ถึงยังไงก็เกรงใจสามีเค้าบ้าง" อริณพยายามห้าม

    "เหรอ แล้วไอ้สามีที่ว่ามันอยู่ไหนล่ะ ตอนมีเรื่องกับไอ้มือปลาหมึกนั่นสามีเขาอยู่ที่ไหน"

    อำนาจเข้ามาขอร้องให้เห็นแก่วิน วินต้องการทำตามสัญญา อย่างน้อยจะทำอะไรก็ให้วินรู้บ้าง สมิตย้อนถามว่า คนบ้านนี้ไม่ชอบน้องทราย แล้วจะรั้งไว้ทำไม อัมพรเดินตามมา

    "เพราะน้องทรายของแกต้องคืนอุบะเพชรมาก่อน ตามสัญญาบอกว่าถ้าภาดายอมแต่งงานเราจะได้คืนอุบะเพชรประจำตระกูล แต่นี่ฉันยังไม่เคยเห็นแม้แต่เงาของเพชรนั่น ฉันจะรู้ได้ยังไงว่า พ่อของเด็กคนนี้ไม่ได้เอามันไปขาย"

    "พูดไปพูดมาก็คิดแต่เรื่องผลประโยชน์ของตัว" สมิตเบ้หน้า

    อริณจึงย้อนว่าสมิตก็เอาแต่ประโยชน์ตัวเองเหมือนกัน "จู่ๆคุณก็โผล่มาในบ้าน มาเที่ยวบงการชีวิตคนอื่น คุณเคยถามน้องทรายไหม มีใครเคยถามไหมว่าเธอคิดยังไง เขาพิการแต่มีหัวใจนะคุณ"

    "ขอบคุณค่ะ นึกว่าทุกคนลืมไปแล้วว่าน้องทรายอยู่ ตรงนี้"

    สมิตหน้าซีดเมื่อรู้ว่าน้องทรายไม่อยากไป ทั้งที่เธอมีบ้านมีที่ดินมากมาย ไม่มีความจำเป็นต้องทนอยู่ที่นี่ อัมพรยิ้มหยันและพูดเหยียดว่า

    "ฉันจะบอกให้นะ สิ่งที่เกิดขึ้นกับชีวิตของหล่อนทั้งหมด เกิดขึ้นเพราะพ่อแกไม่ยอมคืนอุบะเพชร แกจะไปไหนไม่ได้ถ้าฉันยังไม่ได้อุบะเพชร"

    "พี่สมิตขา เวลาไม่กี่วันในบ้านหลังนี้ น้องทรายได้ เรียนรู้ความโลภของคน ได้เรียนรู้ความเกลียด แต่สิ่งที่ทรมานน้องทรายที่สุด คือความหวาดระแวงในใจของน้องทรายเอง... น้องทรายเป็นทุกข์กับหลายสิ่งหลายอย่างที่ยังไม่รู้ น้องทรายเชื่อว่า น้องทรายกำลังจะได้รู้ค่ะ"

    "หมายความว่ายังไง น้องทรายจะอยู่หรือจะไปกับพี่ บอกมาสิ"

    "พ่อบอกว่า บ้านหลังนี้คือละครโรงใหญ่ น้องทรายจะต้องเรียนรู้มัน น้องทรายปล่อยให้เขาทำร้ายจิตใจจนเจ็บปวดทุกวันเพื่อการเรียนรู้เรื่องนี้ เพราะฉะนั้นน้องทรายต้องดูละครเรื่องนี้ให้จบค่ะ"

    สมิตถามว่าน้องทรายเป็นบ้าไปแล้วหรือ น้องทรายจึงบอกว่าเธอมีเบอร์โทร.ของเขา ถ้าเมื่อใดที่เธอทนไม่ไหว เธอจะโทร.หาเขาทันที สมิตมองลึกเข้าไปในดวงตาเธออย่างสังหรณ์ใจ

    "น้องทรายเปลี่ยนไป กับนายภาดา มีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นใช่ไหม"

    น้องทรายหลบตาส่ายหน้า สมิตไม่เชื่อ เขาให้เวลาเธอสามวัน หลังจากเขาเสร็จงานคอนเสิร์ต เขาจะมารอเธอที่หน้าบ้าน ไม่ว่าเธอจะไปกับเขาหรือไม่ สมิตเดินกลับไป แจ่มถอนใจกับความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในไม่กี่วันที่ผ่านมา

    ooooooo

    ภาดาเร่งรีบเดินเข้ามาในบ้านโฉมพิไล   เธอแปลกใจที่เขามาแต่หัววัน ภาดาถามทันทีเรื่องเฉลิมชัยไปที่บ้านเขา โฉมพิไล เฉลา และภีมทำเป็นแปลกใจเล็กน้อย แต่ไม่เห็นแปลกเพราะเฉลิมชัยมีสิทธิ์ในฐานะพี่ชายภรรยาที่จะแวะเวียนเข้าไป กราบอัมพร

    "คุณก็รู้ว่าเขาอยู่ในสถานะอะไร ทำไมต้องไปตอนนี้ด้วยเล่า"

    "จะตอนนี้หรือตอนไหนเราก็คือสามีภรรยากัน และเขาคือพี่ภรรยาของคุณ คุณกับโฉมแต่งงานกัน แปลว่าครอบครัวของเราทั้งสองเป็นครอบครัวเดียวกัน หรือว่าคุณไม่ได้คิด"

    "คิดสิ คุณก็รู้ว่าผมคิด ไม่งั้นผมจะมาที่นี่ทุกวันทำไม แต่สิ่งที่พี่ของคุณทำน่ะ..."

    พอเห็นภาดาเครียดจัด โฉมพิไลจึงอ่อนลงและรับปากว่าจะเตือนเฉลิมชัยไม่ให้ไปวุ่นวายอีก เฉลากับภีมช่วยเอาใจหาข้าวปลามาให้แต่ภาดาขอตัวกลับ ทำให้โฉมพิไลไม่พอใจ...

    ทุกคนแยกย้ายกันไปหมด เหลืออริณที่ยังอยู่เป็นเพื่อนน้องทราย พยายามชวนพูดคุยให้หัวเราะผ่อนคลาย แต่จู่ๆเธอก็ถามขึ้นว่า "ในวันนี้คนบ้านนี้ทำให้น้องทรายรู้สึกว่า นอกจากเรื่องอุบะเพชร ยังมีเรื่องของผู้หญิง"

    อริณสะดุ้ง  น้องทรายถามอีกว่  "ผู้หญิงอีกคนที่ น้องทรายไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร และมีความสำคัญอย่างไรกับการแต่งงานครั้งนี้"

    "เอ้อ...ผู้หญิงอีกคนหรือครับ อะไรทำให้คุณรู้สึกอย่างนั้น"

    "คุณอริณมีท่าทางแปลกไปนะคะ หรือเพราะคุณอริณก็รู้"

    อริณอึกอักพยายามพูดว่าไม่มีอะไร เป็นเรื่องเข้าใจผิด น้องทรายจึงขอให้เป็นการเข้าใจผิดจริงๆ...อริณเห็นว่ามืดแล้วจึงขอตัวกลับ แต่บอกน้องทรายว่าภาดาคงมีคำตอบให้เธอทุกเรื่อง แจ่มเดินออกไปส่งอริณที่รถ มือถือน้องทรายดังขึ้น เธอรับสายแล้วต้องแปลกใจ

    "กำลังสงสัยใช่ไหมว่าฉันเป็นใคร" ปลายสายเป็นเสียงโฉมพิไล "ฉันคือคนที่มีอิทธิพลต่อคุณชาย ฉันคือผู้หญิงคนเดียวที่ครอบครองทั้งตัวและหัวใจของเขา"

    "คุณ!!!"

    "เด็กพิการอย่างแก ก็ได้แต่ความสงสารไม่ใช่ความรัก ถึงยังไงเขาก็ไม่มีทางรักแกฉันชู้สาว รู้และจำเอาไว้ แค่ความสงสาร ไม่ใช่ความรัก"

    น้องทรายน้ำตาร่วงปล่อยมือถือหล่น ร้องไห้โฮ หัวใจสลาย แจ่มเดินกลับมาตกใจเห็นน้องทรายร้องไห้ตัวโยน รีบเข้ามาถามว่าเป็นอะไร แต่น้องทรายกลับร้องไห้หนักขึ้น...

    ตกดึก ภาดากลับมาไม่พบน้องทรายรอเขาที่เดิมก็ผิดหวัง เดินขึ้นมาบนห้อง แจ่มออกมาจากห้องน้องทรายพอดี ตกใจรีบบอกภาดาว่าน้องทรายไม่ค่อยสบายจึงให้อำนาจอุ้มขึ้นมา

    "ฉันขอดูเขาหน่อย มีอะไรก็ไปทำเถอะ" ภาดาเดินเข้าไป ในห้อง เห็นน้องทรายนอนหันหลัง จึงถามว่าหลับแล้วหรือ น้องทรายเงียบ เขาจึงถามอีก "เห็นแจ่มบอกว่าไม่สบาย มีไข้ หรือเปล่าคะ"

    น้องทรายนอนนิ่งไม่ไหวติง ภาดาจึงล้มตัวลงนอนข้างๆ "คงมีไข้ถึงหลับสนิทอย่างนี้ ก็ดีเหมือนกัน หลับลึกมากๆถ้าพี่นอนมันซะตรงนี้จะได้ไม่ต้องตื่นมาตกใจ"

    น้องทรายลืมตาใจสั่นวูบวาบแต่ฝืนนอนนิ่ง สงสัยว่าภาดาจะมาไม้ไหน ภาดาทำท่าสบายและชมว่าเตียงสบายแบบนี้ถึงได้หลับเร็ว  "วันนี้คงเป็นอีกวันที่น้องทรายต้องเหนื่อย ที่จริงพี่ชายก็เหนื่อยเหมือนกัน อยากจะนอนหลับ หลับให้สนิทแล้วไม่ต้องรับรู้เหมือนน้องทรายนั่นแหละ"

    ภาดานอนนิ่งอยู่นาน ในใจน้องทรายวาบหวิว เธอคิดในใจ...อย่าทำแบบนี้ อย่าทำดีกับฉันอีกเลย กลับไปซะ ได้โปรด กลับไปซะเถิด...จู่ๆภาดาก็ลืมตาแล้วลุกขึ้น เริ่มรู้สึกว่าเธอโกรธจริงๆ จึงพูดขึ้นว่า "ถ้าน้องป่วยเพราะพิษไข้จริงๆ ขอให้หายเร็วๆ แต่ถ้าป่วยเพราะคนเลวอย่างพี่ ไม่คู่ควรหรอก"

    พูดจบภาดาเดินออกไปจากห้อง น้องทรายร้องไห้โฮทันที ทั้งรักทั้งเกลียดผู้ชายคนนี้

    เช้าขึ้น ภาดาอุ้มน้องทรายลงมาที่โต๊ะอาหาร ทั้งสองนั่งเงียบจนแจ่มอึดอัดแทน ภาดาขับรถออกจากบ้าน น้องทรายแอบมองอยู่ในบ้าน...

    สุเมธตื่นนอนลงมาพบสมิตนั่งกินอาหารเช้าก็ดีใจที่วันนี้ได้เจอหน้าลูกชาย สมิตบอกสุเมธเรื่องที่เขาจะไปรับน้องทรายออกจากบ้านวัชรเวศม์หลังเล่น คอนเสิร์ตเสร็จ สุเมธตกใจ แต่ถ้าเป็นไปได้เขาก็จะชนะพนันได้รถของวินมา แต่ก็สังหรณ์ใจว่าถ้าน้องทรายไม่ยอม เขาก็จะเสียม้าตัวโปรดให้วิน สมิตมั่นใจว่าพ่อเขาจะชนะ

    ooooooo

    ในวันนี้ ที่บริษัท ภาดามีปัญหาเรื่องงาน เขาตรวจพบว่าบริษัทที่ส่งวัตถุดิบให้มีการปลอมแปลงตัวเลข จึงเรียกประชุมผู้ช่วยและฝ่ายบัญชีรวมทั้งอริณมาปรึกษา รวบรวมเอกสารเพื่อไปคุยกับเอ็มดีบริษัทผู้ส่ง ระหว่างนั้น โฉมพิไลโทร.เข้ามือถือ ภาดากำลังเครียดจึงปิดเสียง อริณเห็นหน้าจอเป็นชื่อโฉมพิไลก็หวั่นใจเกรงมีเรื่อง แต่ภาดาไม่สนใจ อยากจัดการเคลียร์ปัญหาเรื่องงานให้เสร็จก่อน

    กว่าจะเสร็จก็ดึกมาก โฉมพิไลโกรธมาก เข้าใจว่าภาดาจงใจไม่รับโทรศัพท์เธอเพราะมัวแต่อยู่กับน้องทรายจึงเท

    ข้าวเย็นทิ้ง ภาดามาถึงเห็นบ้านปิดล็อกประตู ลองกดแตรเรียก โฉมพิไลก็ทำเฉยไม่ลงมาเปิดประตู เขาโทร.เข้ามาหา เธอก็ ตวาดใส่

    "ดึกดื่นป่านนี้ คนเข้านอนทั้งบ้านแล้ว กลับบ้านคุณไปเถอะ"

    ภาดาน้อยใจกลับมาบ้าน ไม่พบน้องทรายที่ระเบียงจึงถามแผ้ว แผ้วบอกว่าน้องทรายให้อำนาจอุ้มขึ้นห้องนานแล้ว ภาดาเซ็งสมน้ำหน้าตัวเองที่อยากมีสองบ้าน แล้วไม่มีบ้านไหนต้อนรับตัวเองเลย...

    เช้าขึ้น โฉมพิไลแค้นใจมากปลุกเฉลิมชัยให้ลุกขึ้นเพื่อไปออกศึกบ้านวัชรเวศม์ เธอบรรจงแต่งหน้าแต่งตัวให้สวยสมกับเป็นภรรยาของภาดา...ขณะนั้น น้องทรายยังอยู่บนห้องแจ่มเปิดคอมพิวเตอร์ให้เธอติดต่อคุยกับเพื่อนแก้เซ็ง รอแจ่มไปทำอาหารเช้ามาให้ น้องทรายจึงเห็นว่ามีอีเมล์มา ก็กดดูแล้วต้องตกตะลึงเมื่อเห็นภาพสวีตหวานของภาดากับโฉมพิไลในต่างประเทศ ทำให้เธอหวนนึกถึงโทรศัพท์ที่โฉมพิไลเคยโทร. มาบอกว่าเป็นผู้หญิงที่ครอบครองทั้งตัวและหัวใจของภาดา

    น้องทรายปริ๊นต์ภาพพวกนั้นออกมานั่งดูกับแจ่มในสวน น้องทรายบอกแจ่มว่าผู้หญิงในรูปเคยมาที่บ้านนี้ มายืนจ้องมองเธอ เธอจำได้ แจ่มคิดว่าอาจเป็นญาติ อยากจะถามอำนาจ แต่อำนาจกับอัมพรออกไปข้างนอก ทันใด...เฉลิมชัยเดินเข้ามาอย่างถือวิสาสะพร้อมกรอบรูปในมือ

    "รูปนั้นอาจเป็นญาติ อืม...แล้วถ้ารูปนี้ล่ะ" เฉลิมชัยเอารูปในมือให้น้องทรายดู

    เป็นรูปแต่งงานของโฉมพิไลกับภาดา "ได้เวลาเปิดเผยความจริงทั้งหมดแล้ว รูปแบบนี้พี่น้องเพื่อนฝูงเขาไม่ถ่ายกันใช่มั้ยคะ ใครเอ่ยที่เขาถ่ายรูปแบบนี้ ติ๊กต่อก ติ๊กต่อก ออด... หมดเวลา คำตอบคือ...ผัวเมียจ้า...เอ๊ะ! คุณน้องทรายก็แต่งงานแล้ว มีรูปพวกนี้อยู่เหมือนกันใช่มั้ยคะ ไหนนะ ไหนๆเข้าไปดูรูปแต่งงานคุณน้องทรายกันดีกว่าเร้ว มามา"

    เฉลิมชัยเริงร่าถือรูปในมือเดินเข้าบ้าน แจ่มกับน้องทรายตามเข้าไป เฉลิมชัยเดินมองหา รูปแต่งงานของภาดากับน้องทราย ตั้งอยู่ จึงเอารูปในมือวางคู่  "นี่ไง  ต๊ายตายสวยน่าอิจฉาทั้งสองรูป แต่เรามาเล่นเกมจับผิดภาพกันนะครับท่านผู้ชม เปรียบเทียบสองภาพนี้ เฮ้ย...คุณพระช่วย อุแม่เจ้า โอมายก๊อด รูปแต่งงานสองรูปนี้ เจ้าบ่าวคนเดียวกันคร้าบท่านผู้ชม"

    "นี่คุณเล่นบ้าอะไรของคุณ" แจ่มโวยใส่

    ห่างออกมา เอียด ปลั่ง และแผ้วแอบมองอย่างตื่นเต้น เฉลิมชัยยังชี้ให้ดูวันที่ใต้ภาพแต่ละภาพ "คุณพระช่วย รูปของคุณน้องทรายมาทีหลัง คำตอบคือ แถ่นแทนแท้น คุณน้องทรายแต่งงานทีหลัง!"

    น้องทรายหน้าซีดน้ำตาคลอ แจ่มไล่ให้เฉลิมชัยออกไป "คุณเป็นใคร ออกไปนะ"

    "ผมเป็นใคร เป็นคำถามที่น่าสนใจ หน้าหล่ออย่างผมก็ต้องเป็นเทือกเถาเหล่ากอของคนสวยๆอย่างคนนี้ แถ่นแทนแท้น..." เฉลิมชัยผายมือออกไป

    น้องทรายกับแจ่มแทบช็อกเมื่อเห็นโฉมพิไลเดินเข้ามาอย่างนางพญางูที่คอยฉก เหยื่อ เฉลิมชัยแนะนำ "ผมเป็นพี่ชายของสาวสวยคนนี้ที่ชื่อโฉมพิไล จำชื่อไว้นะครับเธอชื่อโฉมพิไลภรรยาอีกคนของคุณภาดา อุ๊บ...ผมพูดอะไรออกไปเนี่ย"

    เอียดกับแผ้วที่แอบดูอยู่ตะลึง เกี่ยงกันให้ไปโทร.บอกอำนาจ ปลั่งสะใจที่โฉมพิไลบ้าได้สุดๆ...โฉมพิไลเข้ามาใกล้น้องทราย "สวัสดีค่ะ เราเคยเจอกันครั้งหนึ่ง จำได้ไหม!"

    แจ่มจะเข็นน้องทรายไปที่อื่น แต่โฉมพิไลยึดรถไว้ "หลายวันมานี้ ฉันเชื่อว่า ฉันคือคนที่เธออยากพบที่สุด ใช่แล้ว เราเคยคุยกันในโทรศัพท์ เธอคงคิดว่าฉันเป็นแค่เพื่อนคุณชายที่อยากล้อเล่น หรือไม่ก็เป็นหญิงขายบริการที่กำลังหาลูกค้า หรือบางที ฉันคือผู้หญิงอาภัพที่แอบชอบคุณชาย เฮอะ...เสียใจด้วยนะเพราะฉันคือภรรยาทั้งทางนิตินัยและพฤตินัยของคุณภาดา"

    น้องทรายตัวเย็นวาบ น้ำตาเอ่อล้น โฉมพิไลยังพูดเชือดเฉือนอีกว่าทุกห้องในบ้านนี้รวมถึงห้องนอนภาดาเป็นของเธอมาก่อน น้องทรายน้ำตาร่วงรับไม่ได้

    "ไม่จริง  ไม่จริง  พี่ชายไม่ทำแบบนี้  ไม่มีทางทำกับน้องทราย"

    "พี่ชายเธอลืมเรื่องของเธอหมดแล้ว เขาแต่งงานกับฉันเมื่อสองปีก่อน เรามีความสุขมากจนกระทั่งพ่อเธอโผล่มาพร้อมสัญญาและคำขู่จะยึดอุบะเพชร"

    แจ่มสงสารน้องทรายจึงร้องเรียกเอียดกับแผ้วมาช่วยพาสองคนนี้ออกไป เฉลิมชัยเดินไปดึงเอียด แผ้วและปลั่งเข้ามาและให้มายืนยันว่ารู้จักโฉมพิไลไหม ปลั่งรีบพูดเยาะว่าโฉมพิไลเป็นนายผู้หญิงของบ้านนี้ น้องทรายน้ำตาร่วงพรู

    "พี่แจ่ม พี่แจ่มช่วยน้องทรายที"

    "ไปค่ะ ไปกับพี่แจ่ม แจ่มจะพาออกไปจากบ้านนี้" แจ่มร้องไห้ไปกับน้องทรายด้วย

    เฉลิมชัยกระชากแจ่มมากดตัวไว้กับพื้นไม่ให้ไปไหนเพื่อให้น้องทรายฟังโฉมพิไลพูดต่อ

    "วันนั้นที่ห้องนี้ คุณหญิง ฉัน และคุณชายสมคบคิดกัน เราต้องการอุบะเพชรประจำตระกูลคืนมา ฉันตัดสินใจทำหน้าที่ของลูกสะใภ้ที่ดี   ยอมหย่าจากคุณชายชั่วคราว   เพื่อให้เธอได้แต่งงานสมใจ"

    น้องทรายร้องไห้โฮอย่างน่าเวทนาร้องเรียกแจ่มให้ช่วยเธอด้วย แจ่มพยายามดิ้นรน โฉมพิไลยังพูดให้น้องทราย

    เจ็บช้ำอีกว่า "ทุกคืน คุณชายจะไปหาฉัน เราใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันที่ห้องของเรา  ทุกวันเรายังพร่ำคำรัก  ยืนยันในคำสัญญา  

    การแต่งงานกำมะลอจะเป็นแค่การแต่งงานแต่ในนาม เมื่อไหร่ที่ได้อุบะเพชร  เธอจะต้องออกไปจากบ้านนี้  และเราจะกลับมาแต่งงานกันใหม่"

    เสียงฟ้าร้อง ฝนเทลงมาเหมือนฟ้าผ่าเปรี้ยงลงมาที่ใจน้องทราย  เธอปิดหูร้องไห้โฮร้องเรียกพ่อให้มารับเธอกลับที อัมพรกับอำนาจวิ่งเข้ามา   ตกใจเมื่อเห็นสถานการณ์ในบ้าน

    โฉมพิไลรีบบอกอัมพรว่า เธอมาเจรจาขออุบะเพชรจากน้องทราย จังหวะนั้น น้องทรายฉวยโอกาสเข็นรถตัวเองฝ่าสายฝนออกไป แจ่มสะบัดตัวออกวิ่งตาม ทุกคนยืนมองไม่กล้าตากฝนออกไป

    "ฝนตกหนักแล้ว หยุดค่ะ คุณน้องทราย อันตราย หยุดค่ะ อย่าไป"

    น้องทรายเข็นรถตัวเองออกมากลางถนน พลันมีรถแล่นมาเสียงบีบแตรลั่น น้องทรายตกใจเบนตัวหลบล้มทั้งรถเข็น รถจอดสนิทห่างเส้นยาแดงผ่าแปด แจ่มวิ่งมาประคองน้องทราย คนขับลงจากรถสีหน้าตกใจ "คุณน้องทราย ผมตกใจแทบแย่ ทำไมมาอยู่ตรงนี้ล่ะครับ"

    แจ่มรีบเล่าเรื่องในบ้านให้ฟัง น้องทรายยังร้องไห้ขอร้องให้อริณพาเธอไปจากที่นี่ อริณไม่รู้จะพาไปไหน แจ่มจึงบอกให้กลับบ้านไร่ อัมพรกับทุกคนยืนมองอริณอุ้มน้องทรายขึ้นรถด้วยความแปลกใจว่าจะไปไหนกัน...อัมพรต่อว่าโฉมพิไลที่ทำอะไรไม่ปรึกษากันก่อน แล้วน้องทรายไปแล้วจะได้อุบะเพชรคืนได้อย่างไร

    "โฉมเชื่อว่า ถ้าเราหันมาใช้ไม้แข็ง ยัยเด็กง่อยอาจจะเบื่อหน่ายคืนเพชรมา ไม่รู้ล่ะ โฉมยอมเสียคุณชายไปไม่ได้ เด็ดขาด...ไปค่ะ พี่เหลิม กลับบ้าน" โฉมพิไลเดินไปไม่แคร์อะไร

    อัมพรอยากเป็นลม คร่ำครวญกลัวเสียอุบะเพชรอย่างเดียว...

    ooooooo

    ขับรถไปคุยสมอลทอล์กกับภาดาไป อริณบอกว่าเขากำลังพาน้องทรายไปส่งที่บ้านไร่ ภาดากลุ้มใจขอคุยกับน้องทราย  แต่เธอไม่ยอมคุยด้วย  แจ่มถามอริณ ว่าจะบอกภาดาทำไม อยากให้เมียหลวงมาแหกอกน้องทรายหรือ อริณยิ้มแห้งๆชำเลืองมองน้องทรายที่ยังนั่งน้ำตาไหล

    วินซึ่งยังนอนให้น้ำเกลืออยู่โรงพยาบาล ได้รับโทรศัพท์จากคนงานที่ไร่ว่าน้องทรายกำลังกลับไปก็ตกใจ รีบปลดสายน้ำเกลือให้สุเมธขับรถไปส่งที่ไร่ เขาจะให้น้องทรายรู้ว่าเขาอยู่โรงพยาบาลไม่ได้

    ถึงบ้านไร่ อริณอุ้มน้องทรายเข้ามานั่งในบ้าน น้องทรายเริ่มซักถามเรื่องราวทั้งหมด อริณยอมเล่า "ผมรู้จักทั้งสองคนตั้งแต่อยู่เมืองนอก และวันที่คุณภาดาต้องตัดสินใจผมก็อยู่ด้วย คุณภาดาตัดสินใจไม่แต่งงาน จะยอมขายบ้านใช้หนี้ แต่คุณหญิงกับคุณโฉมนี่แหละที่ไม่ยอม"

    น้องทรายยิ่งงงไม่รู้เรื่องหนี้สินอะไรเลย อริณจึงเล่าว่า พ่อภาดาเป็นหนี้วินสามสิบล้าน ภาดาเอาโฉนดวัชรเวศม์มาให้เขาช่วยขายเพื่อใช้หนี้ที่เกิดจากการจมไม่ลงและการส่งภาดาเรียนเมืองนอก ภาดาจึงต้องรับผิดชอบ

    "ที่ผมพูดมาทั้งหมดนี้ เพื่อบอกว่าคุณชายอยู่ในสภาวะถูกบังคับ เขาไม่ได้ตั้งใจให้เป็นแบบนี้มาตั้งแต่ต้น"

    น้องทรายร้องไห้โฮ "คุณชายจำต้องแต่งงานเพื่อใช้หนี้ ให้ครอบครัว ฮือ...พี่แจ่มขา น้องทรายรู้สึกเกลียดตัวเองเหลือเกิน"

    "คุณน้องทรายจะไปเกลียดตัวเองเรื่องอะไรล่ะคะ"

    "เขาจำเป็น จำใจ...อยู่กับเรา...เรายังไม่รู้ตัวอีก อยู่บ้านนั้นมาตั้งนานไม่ได้เฉลียวใจเลยว่า เขาเกลียดเราแค่ไหน ฮือ..." น้องทรายสะอึกสะอื้นน่าสงสาร

    ขณะเดียวกัน สมิตมาที่บ้านวัชรเวศม์ บุกเข้าไปร้องเรียกน้องทรายว่าเขามารับแล้ว อัมพรออกมาโวยและไล่ให้สมิตออกไป บอกว่าน้องทรายหนีไปแล้ว สมิตไม่พอใจถามว่าทางนี้แกล้งอะไรน้องทรายถึงต้องหนีไป "ผมไม่เชื่อว่าคุณไม่ได้ทำ ผมจะคุยกับคุณชาย คุณชาย...คุณภาดา"

    สมิตตะโกนเรียกภาดาลั่นบ้านให้ลงมาคุยกับเขา อัมพรด่าว่าสมิตเป็นกุ๊ยไล่ให้ออกไปจากบ้าน  สมิตโมโหเลยทำตัวกุ๊ยให้ดูด้วยการโยนข้าวของในบ้านทิ้ง  อัมพรร้องกรี๊ดๆ  อำนาจวิ่งเข้ามา   พอเห็นสมิตกำลังโยนแจกันก็กระโจนเข้าไปรับไว้ ได้ทัน  และร้องบอกปลั่งให้รับของทุกชิ้นที่สมิตโยน...แผ้วกับเอียดมาช่วยกันลากสมิตออกไป  อำนาจตามมาเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง

    เย็นนั้น   ภาดามาต่อว่าโฉมพิไลที่บ้านพุฒตาลทองว่าทำแบบนั้นต้องการอะไร  โฉมพิไลโวยที่เขาผิดนัดทานข้าวกับเธอแถมไม่รับโทรศัพท์เพราะไปหลงเมียใหม่

    "บ้าสิ  สองสามวันนี้เกิดเรื่องทุจริตในบริษัท  ผมทำแต่งาน  เจอหน้าเขาที่ไหนกัน  ไม่เชื่อถามอริณดูได้"

    โฉมพิไลหน้าเจื่อน  ภาดาแทบหมดแรงเมื่อรู้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นใหญ่โตเพียงเพราะเขาไม่รับโทรศัพท์เธอ   โฉมพิไลเข้ามาออดอ้อนขอโทษที่เธอทนไม่ได้ เธออยากกลับไปใช้ชีวิตสามีภรรยากับเขาเหมือนเดิม ภาดายิ่งหนักใจ...โฉมพิไลลากภาดาออกไปฉลองการจะได้กลับมาอยู่ด้วยกัน ภาดารู้สึกผิดกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ไม่รู้จะทำอย่างไรดี...

    สุเมธขับรถมาส่งวินที่หน้าทางเข้าไร่ วินขอเข้าไปเองไม่อยากให้น้องทรายซักถาม น้องทรายกับแจ่มกำลังซักไซ้คนงานว่าวินไปไหน วินเข้ามาท่าทางกระหืดกระหอบตอบคำถามน้องทรายเอง "พ่อไปดูคนงานกั้นรั้วใหม่มาน่ะลูก เมื่อเย็นฝนตกหนัก รั้วมันก็เลยล้มหมด"

    วินโบกมือไล่คนงานไปแล้วหันมาคุยกับน้องทรายว่าเขาไม่รู้ว่าเธอจะมา น้องทรายจึงย้อนว่าจะให้ตากหน้าอยู่ได้ อย่างไร ทั้งที่รู้ความจริงหมดแล้ว วินตกใจจะอธิบายแต่โดนสวน

    "คุณพ่อรู้ไหมคะว่าคนที่ใจร้ายกับน้องทรายที่สุด ไม่ใช่ คนที่วัชรเวศม์ แต่เป็นคุณพ่อ!"

    วินทรุดลงตรงหน้า น้องทรายมองวินน้ำตาเอ่อ "เกิดมา เป็นคนพิการคนเขาดูถูก   แต่ก็ยังมีคนสงสาร   แต่คนที่แย่ง

    สามีชาวบ้านทำลายครอบครัวคนอื่น ไม่มีใครสงสารลงหรอกนะคะ"

    "หนูเป็นคนดี หนูมีความทุกข์เพราะรู้สึกผิด แต่ฟังพ่อสักนิด คนที่บ้านนั้นเขาเลือกที่จะเข้ามาอยู่ในวังวนนี้เพราะความโลภของเขาเอง"

    "ถึงเขาจะเป็นคนไม่ดี แต่เราไม่มีสิทธิ์บีบบังคับเขาเพียงเพราะเขาติดหนี้เรานะคะ"

    "หนี้สินนั่นพ่อไม่ได้โกงเขามา พวกเขาติดหนี้เราจริงๆ  หลายปีที่ผ่านมาพวกเขาแกล้งทำเป็นลืม   เขาจงใจไม่รับผิดชอบ  คนพวกนั้นไม่รักษาสัญญา  ไม่รักษาคำพูด สิ่งเดียวที่เขายืนยันจะรักษาคือความมีหน้ามีตาในสังคม คนพวกนี้ต้องได้รับการสั่งสอน"

    "ไม่ใช่ด้วยชีวิตของน้องทราย! พ่อสั่งสอนเขา เอาชนะเขาด้วยชีวิตของน้องทรายไม่ได้!"

    วินอึ้งเมื่อเห็นน้องทรายร้องไห้โฮ  รู้สึกผึดรำพึงในใจคนเดียวว่าไม่ใช่เอาชีวิตน้องทรายไปทิ้ง  แต่ชีวิตที่จะดับสูญคือชีวิตเขาเองต่างหาก...

    ภาดากลับมาที่วัชรเวศม์ เขานั่งเศร้าอยู่ในห้องน้องทรายคิดถึงที่ผ่านมาทั้งสุขและทุกข์ ก่อนจะหยิบมือถือมาโทร. หาอริณ ถามข่าวคราวและฝากให้อริณดูแลน้องทรายต่อไปให้ด้วย

    เช้าวันรุ่งขึ้น วินนั่งรถที่สุเมธขับออกมาหน้าไร่ สุเมธยิ้มปลื้มที่ได้รถแลนด์โรเวอร์คันงามของวิน สุเมธถามวินว่าจะส่งน้องทรายกลับไปจริงๆหรือ "นายไม่สงสารน้องทรายหรือไงกลับไปก็โดนเสือสิงห์กระทิงแรดรุมกัดอีก"

    "นั่นเป็นบทเรียนที่ลูกจะต้องเรียนรู้ให้ได้ก่อนที่ฉันจะไม่อยู่ปกป้องเขา"วินพูดจริงจัง

    อริณมาหาน้องทรายแต่เช้าตามคำขอของภาดา อริณ ถามเธอว่าอยากได้ของจากที่บ้านวัชรเวศม์บ้างไหม   เขาจะไปเอามาให้  พลันเสียงสมิตเดินเข้ามาท่าทางวางก้ามนิดๆ


    "คงไม่ต้องหรอกครับ เพราะน้องทรายมีทุกอย่างที่ต้องการอยู่ที่นี่หมดแล้ว...อะไรที่ลืมไว้ที่ บ้านหลังนั้น ก็ทิ้งมันไว้ที่นั่นแหละ เพราะมันไม่มีค่าอะไรเลย"

    "พี่ สมิตเอาสีเงินกับข้าวของจำเป็นบางส่วนมาให้

    ตั้งแต่เมื่อคืนค่ะ"

    สมิต นึกได้ฉุน "คุณนี่เองที่เจ้ากี้เจ้าการพาน้องทรายกลับมาโดยไม่รอผม ทำไม...หรือว่ารู้เห็นเป็นใจกันเขี่ยน้องทรายออกมาเร็วๆนายภาดานั่นจะได้นอน กกเมียสบายใจ"

    แจ่มสะกิดสมิตให้มองน้องทรายที่เศร้าลง สมิตจึงขอโทษน้องทรายบอกว่าอริณไม่เกี่ยว สมิตจึงฉวยโอกาสไล่ให้กลับไปแจ่มรีบเปลี่ยนเรื่องชวนทุกคนไปเที่ยวในไร่...

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"
    23 ต.ค. 2564

    05:50 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2564 เวลา 08:01 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์