นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    รักในม่านเมฆ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ขบวนกลองยาว แตรวงบรรเลงเข้ามาในงาน วินกับแจ่มทักทายเพื่อนๆกันใหญ่ วินกระซิบบางอย่างกับหัวหน้าวง อัมพรจูงโฉมพิไลเข้ามาโวย เพลงบรรเลงไม่เลิก วินดึงอำนาจกับอริณเข้าไปรำเฉิบๆ อัมพรกรี๊ดๆไล่ให้ออกไป ขบวนแห่แบ่งเป็นสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งล้อมโฉมพิไลแล้วดันออกไปจากบ้าน โฉมพิไลตะโกนแทรกเสียงกลองเสียงฉาบจะให้อัมพรช่วยเธอด้วย

    เพื่อนบ้าน ออกมาดูถามอัมพร "ที่บ้านคุณหญิงมีงานหรือครับ ไม่เห็นบอกกันบ้างเลย"

    "โอ๊ะ เพื่อนบ้านไฮโซ เพื่อนบ้านคุณหญิงใช่มั้ย คุณหญิงเค้าแต่งงานลูกชายไงจ๊ะ มาสิมากินข้าวด้วยกัน แกงเขียวหวานปลากรายกับขนมจีนอร่อยอย่างงี้" วินจะลากเพื่อนบ้านเข้ามา

    "อ๊าย...ไอ้วิน แกจงใจฉีกหน้าฉัน แกแกล้งฉัน" อัมพรพุ่งเข้าผลักวินแล้วด่ากราด ก่อนจะเข้ามาหยิบเค้กมุ่งไปหาน้องทราย

    อำนาจเข้าไปขวางเกรงอัมพร ทำร้ายน้องทราย ภาดายืนประชิดพร้อมปกป้องน้องทราย อัมพรยิ่งแค้น "ผู้หญิงทุกคน ฝันถึงวันแต่งงานของตัวเอง วันนั้นเธอต้องสวย งานพิธีสมบูรณ์ พร้อม ทุกคนต้องมีความสุข เธอคงไม่ต่างไปจากคนอื่นสินะ"

    "คุณหญิง อัมพร สิ่งที่ผมทำไม่เกี่ยวกับน้องทรายนะครับ" วินวิ่งมาขวาง

    ภาดา ขอร้องอัมพรอย่าทำอะไร อัมพรบอกให้น้องทรายมองไปรอบๆ "นี่หรืองานแต่งงานของเธอ พ่อเพี้ยนๆคิดแต่จะเอาชนะ แม่สามีที่เกลียดเธอเข้ากระดูกดำ และนี่สามีของเธอ ที่มีแต่สีหน้าไม่แน่ใจ เธอมองดูสิ มองให้รอบๆจะได้จำภาพพวกนี้ไว้จนตลอดชีวิต นี่แหละงานแต่งงานของเธอ"

    น้องทรายทั้งอายทั้งเสียใจ อัมพรทิ้งเค้กลงกับพื้นแล้วใช้เท้าขยี้ตุ๊กตาบ่าวสาวบนเค้กเหมือนดวงใจน้อง ทรายแตกสลายไปด้วย เธอร้องไห้โฮ อัมพรสะใจเดินหัวเราะเข้าบ้าน วินเข้ามากอดลูกสาว ภาดายืนอึ้งทำอะไรไม่ถูก...วินปลอบน้องทรายอยู่นาน
    พยายามพูดให้รู้ว่า

    "ชีวิตก็เหมือนละคร มีตัวดี มีตัวร้าย หลายๆคนไม่ชอบดูเวลาตัวร้ายออกมา แต่ตัวร้ายพวกนี้แหละที่มีเอาไว้พิสูจน์คุณค่าของคนดี"

    "เขาทำขนาด นี้แล้ว พ่อยังอยากให้น้องทรายอยู่ที่นี่ต่อหรือคะ"

    "น้องทรายลูกพ่อ บ้านไร่และพ่อจะอยู่ที่เดิมรอหนูอยู่เสมอ แต่โอกาสในการเรียนรู้ชีวิตอยู่ตรงนี้แล้ว หนูมีหน้าที่เอาชนะมัน หนูต้องอยู่เพื่อจะชนะนะลูก"

    น้องทรายร้องไห้ต่อว่าพ่อใจร้าย ทิ้งเธอ ไม่เหมือนพ่อตอนเด็กที่คอยเฝ้าเธอที่โรงเรียน วินฝืนใจแข็งพยายามปลอบให้น้องทรายอยู่สู้ต่อไป...

    ภาดามาดูโฉมพิไล ที่บ้าน เห็นกำลังดื่มเหล้าจนเมาพรั่งพรูความเจ็บช้ำ "คุณรู้มั้ย วันนี้พวกยัยนั่นมันทำโฉมอับอายแค่ไหน มันรุมกันลากโฉมออกจากบ้านคุณยังกับหมูกับหมา"

    ภาดาพยายามปลอบโฉม พิไลแล้วพาไปนอน หาผ้ามาเช็ดหน้าตาให้ โฉมพิไลละเมอกอดแขนภาดาอย่าทิ้งเธอไป ภาดายิ่งเครียดเฝ้าดูแลเพราะรู้สึกผิด...ขณะเดียวกัน น้องทรายยังคงนั่งอยู่บนรถเข็นกลางงานแต่งงาน ที่คนงานกำลังทยอยเก็บข้าวของ อำนาจเข้ามาถามว่าอยากขึ้นห้องไหมเขาจะอุ้มไปให้ อัมพรเข้ามาแขวะ "หยุดจุ้นไปเลยนะ คุณชายเค้าไม่มีวันลืมเมียเค้าหรอก ถ้าเธออยากจะออกแรงล่ะก็โน่น...ไปช่วยคนงานเก็บขยะยังจะมีประโยชน์ซะกว่า"

    อำนาจ อ้าปากค้างพูดแทรกไม่ทัน เกาหัวแกรกๆเดินไปคุมคนงานต่อ ทิ้งน้องทรายนั่งซึม สักพักน้องทรายเข็นรถไปหาแจ่มจะช่วยทำงาน แต่กลับถูกปลั่งพูดเสียดสีว่าเป็นเจ้าสาวไม่มีหอจะเข้าเพราะเจ้าบ่าวหายไป แจ่มปลอบน้องทรายอย่าไปฟังเสียงหมาเห่า อริณสงสารน้องทรายเขาบอกเธอว่าภาดามีงานด่วนต้องไปเคลียร์ ให้เขามาอยู่เป็นเพื่อน น้องทรายค่อยยิ้มออก

    "น้องทรายไม่ทราบว่าคุณชายงานยุ่ง ไม่งั้นน้องทรายจะบอกคุณพ่อให้เลื่อนงานแต่งงานออกไปก่อน"

    "อย่า คิดมากสิครับ คุณชายน่ะพร้อมจะแต่งงานกับคุณน้องทรายอยู่แล้ว แค่ไปทำธุระแป๊บเดียวเดี๋ยวก็กลับมา" อริณรู้สึกแย่ที่ต้องโกหก...

    ใน ขณะที่วินในชุดคนไข้เตรียมเข้ารับการตรวจเช็กร่างกาย สุเมธเข้าเวรคืนนี้เช่นกันเดินมาคุยแขวะที่วินทำงานแต่งล้างหนี้ของลูกสาว พัง

    "เฮ้ย...อย่าพูดคำว่าล้างหนี้ ฉันบอกนายแล้วไงว่าฉันไม่มีเจตนาอย่างนั้น แค่จะสั่งสอนยัยคุณหญิงจอมงกใจดำ"

    "แค่นั้นก็แย่แล้ว แล้วถ้าน้องทรายรู้ว่า เจ้าบ่าวไม่ได้สนใจแม้กระทั่งคำสัญญา ที่แต่งก็เพื่อรักษาบ้านของตัวเองไว้ น้องทรายจะเป็นยังไง โทร.สั่งคนงานล้างแลนด์โรเวอร์ไว้รอฉันได้แล้ว นายแพ้พนันฉันแน่" สุเมธยื่นมือถือให้วิน

    วินรับมากด "ไอ้เดช นี่ข้าเอง ช่วยทำคอกม้าเพิ่มให้ที หมอสุเมธเพื่อนรักของข้ามันไม่มีน้ำยา แพ้พนันข้า มันจะยกเจ้าแอนโทนี่ให้ข้าเว้ย"

    สุเมธหัวเราะส่ายหน้าแบบเอือมระอา เขาย้ำว่าอาทิตย์หน้า น้องทรายจะต้องหนีออกจากบ้านนั้น แล้ววินต้องแพ้พนันเขา แต่วินมั่นใจว่าน้องทรายต้องเข้มแข็งและเอาชนะใจทุกคนได้

    เวลาใกล้ สามทุ่ม แจ่มเป็นห่วงอยากพาน้องทรายขึ้นห้อง แต่ไม่รู้ว่าคืนนี้เป็นคืนแต่งงาน น้องทรายจะเข้าห้องไหนดีจึงไม่กล้าพาไปส่ง อริณยังคงนั่งคุยเป็นเพื่อนจนเห็นว่าเธออ่อนเพลีย จึงอาสาอุ้มขึ้นไปแทน ไม่ทันไร...ภาดายื่นแขนเข้ามาอุ้มน้องทรายเสียก่อน

    "ขอบใจนะอริณ ผมจัดการเองดีกว่า" ภาดาอุ้มน้องทรายแล้วกระซิบข้างหูว่า เขามาทันสามทุ่มยังไม่ผิดสัญญา และคืนนี้เป็นคืนมงคลขอสงบศึกก่อน

    น้อง ทรายค้อนเคืองๆ ภาดาขอบใจอริณที่ทำหน้าที่เพื่อนให้เขาอย่างดี แล้วขอตัวไปพักผ่อน อริณมองตามเศร้าๆเดินคอตกกลับไป...แจ่มรีบยกเก้าอี้ตามภาดาไป ลุ้นว่าเขาจะพาน้องทรายเข้าห้องไหน และแล้ว...ภาดาก็พาน้องทรายกลับมานอนห้องเดิม

    ooooooo

    เปลี่ยน เสื้อผ้าเรียบร้อย ภาดาอุ้มน้องทรายมานั่งบนเตียง แจ่มไม่กล้าเข้ามา นั่งรออยู่หน้าห้อง...ภาดาขอโทษน้องทรายที่เขาออกไปธุระข้างนอก น้องทรายเข้าใจดีเพราะอริณบอกเธอแล้ว และงานแต่งงานนี้ก็ไม่ได้มีความสำคัญอะไร ภาดายิ่งละอายใจ น้องทรายสบตาภาดา

    "น้อง ทรายรู้ตัวเองค่ะ แล้วก็ไม่โทษใคร ที่เขาไม่เห็นด้วยกับการแต่งงานวันนี้ เพราะน้องทรายก็คงไม่สามารถเป็นภรรยาที่ดีของคุณชายได้จริงๆ"

    "ภรรยา ที่ดีในสายตาของน้องทรายต้องเป็นยังไงคะ"

    "ก็...ต้องทำหน้าที่ดูแล สามี ทำอาหารให้รับประทาน จัดการเรื่องเสื้อผ้า ช่วยการงานไม่ให้ขาดตกบกพร่อง แต่

    น้องทรายอยู่ในสภาพแบบนี้ คงทำอะไรไม่ได้ซักอย่าง"

    ภาดาเชยคางน้องทรายขึ้นยิ้มให้ "งั้นก็แสดงว่าน้องทรายเข้าใจผิด เพราะภรรยาที่ดีสำหรับพี่ ควรจะมีหน้าที่เดียวคือยอมให้พี่ดูแลเขาอย่างดีที่สุด"

    "แต่ภรรยาคน นี้ไม่ใช่ผู้หญิงที่จะเชิดหน้าชูตาคุณชายได้เลยนะคะ"

    "เรื่องนั้นมัน ไม่สำคัญนี่คะน้องทราย" ภาดาพูดพลางยิ้ม แล้วหยิบตุ๊กตาที่หัวเตียงของน้องทรายมาเล่าเป็นนิทานให้ฟัง... มีงานแต่งงานที่จัดขึ้นในปราสาทแห่งหนึ่ง แต่มีมังกรมาคอยจับแขกที่มางานกิน ทำให้ไม่มีใครกล้ามางานนี้ เจ้าสาวเสียใจมากคิดว่าไม่มีใครรักถึงไม่มีใครมางาน เจ้าบ่าวจึงปลอบว่า ยังมีเพื่อนร่วมงานที่มาแสดงความยินดี ว่าแล้วภาดาก็ปิดไฟในห้องแล้วกดปุ่มบอลลูนดิสโก้ที่หัวเตียง แสงวิบวับส่องไปรอบห้อง

    "ดวงดาวพวกนี้จะอยู่เป็นเพื่อนกับเราตลอด ทั้งคืนเลย" ภาดายิ้มอย่างอบอุ่น

    น้องทรายสบตาภาดารู้สึกสบายใจขึ้น เธอมองแสงระยิบระยับอย่างมีความสุข ภาดาบอกเธอว่าเขาดีใจที่เห็นเธอยิ้มดูดีกว่าตอนเศร้าเยอะ น้องทรายจึงสัญญาว่าจะมีความสุขให้มากกว่านี้ ภาดาดึงเธอเข้ามากอดแล้วรู้สึกถึงกลิ่นหอมจางๆ บวกกับใบหน้าที่ไร้เครื่องสำอาง ทำให้เขาเคลิ้มรัญจวนใจ พลันเสียงมือถือดังขึ้นขัดจังหวะ เขาหยิบมาดูหน้าจอแล้วกดตัดสาย

    "ดึก แล้ว น้องทรายพักผ่อนดีกว่านะคะ" ภาดาประคองน้องทรายให้นอนแล้วห่มผ้าให้ ปิดไฟดิสโก้แล้วเดินออกจากห้อง

    น้องทรายลืมตาโพลงในความมืดด้วยความ รู้สึกไม่เข้าใจว่าทำไมภาดาถึงผละจากเธอไปเฉยๆ...ภาดาออกมาจากห้อง แจ่มสะดุ้งตื่น ภาดาจึงบอกว่าน้องทรายนอนแล้ว เขาก็จะไปนอนเหมือนกัน แจ่มหน้าเหวอทำไมพลิกเป็นอย่างนี้ไปได้...

    โฉมพิไลโมโหหงุดหงิดที่ ภาดาตัดสาย พอดีภาดาโทร.กลับมาถามเธอว่าตื่นขึ้นมาทำไม

    "จะนอนลงไป ได้ยังไงล่ะคะ ในเมื่อปลั่งมันโทร.มาบอกว่าคุณชายกลับถึงบ้านแล้วก็รีบเข้าไปเอาใจนังเมีย ตีทะเบียนนั่น" โฉมพิไลพูดรุนแรงเพราะยังเมา

    ภาดาโกรธเมื่อรู้ว่า ปลั่งเป็นคนรายงาน โฉมพิไลยิ่งพูดรุนแรงมากขึ้น แล้วร้องไห้ตีโพยตีพาย เขาจึงตัดบทบอกว่าพรุ่งนี้จะไปหาแต่เช้าให้เธอนอนเสีย ภาดาเหนื่อยใจอย่างบอกไม่ถูก...

    พอเช้าขึ้น ภาดาอุ้มน้องทรายลงมาที่โต๊ะอาหาร ทำขนมปังและเทน้ำชาให้อย่างเอาใจ แต่แล้วมือถือดังขึ้น เขาสะดุ้งทำน้ำชาหกรดมือน้องทราย เขาตกใจร้องเรียกให้คนเอาผ้าเอายามาให้

    "คุณชาย หยุดค่ะ หยุดก่อน น้องทรายไม่เป็นไร คุณชายรับโทรศัพท์ก่อนดีกว่า"

    ภาดาชะงักมองน้อง ทรายอย่างรู้สึกผิดและเครียดมาก จึงขอตัวไปทำงานเลย น้องทรายเศร้าเริ่มมั่นใจแล้วว่า ผู้หญิงที่มาวันงานและคนที่โทร.มาบ่อยๆคือโฉมพิไล...อัมพรเดินเข้ามาพูดจา เสียดสีน้องทรายว่า คงรู้แล้วสินะว่าใครโทร.มา น้องทรายพูดให้กำลังใจตัวเอง

    "คุณชาย เป็นคนเก่ง มีงานมาก ก็คงเรื่องงาน"

    "เรื่องงานหรือ ฮะฮะฮ่า ฟังนะ ภาดา อภิรักษ์ภูบาล มีร่างกายครบสามสิบสอง รูปงามนามสกุลสูงส่ง การศึกษาเพียบพร้อม คนอย่างเขาจะให้มาจมปลักกับภรรยาทุพพลภาพให้ความสุขไม่ได้ เธอคิดว่ามันยุติธรรมไหม" อัมพรเข้ามาพูดใกล้ๆ

    น้องทรายพยายามรวบรวม ความกล้าเถียงออกไปว่าเธอจะทำหน้าที่ภรรยาให้ดีที่สุด อัมพรยิ่งหัวเราะ และว่าคนไม่สมประกอบเอาตัวเองยังไม่รอดจะให้ความสุขภาดาได้อย่างไร และว่าควรให้ความยุติธรรมกับภาดายอมรับที่เขาต้องมีผู้หญิงอื่น

    "ให้ ความยุติธรรม ด้วยการยอมให้คุณชายมีผู้หญิงอื่นหรือคะ"

    "ใช่ ให้ความยุติธรรม ยอมให้คุณชายมีผู้หญิงอื่น"

    ทั้งสองประจันหน้ากัน ด้วยความรู้สึกต่างกัน น้องทรายเจ็บปวดใจ อัมพรยิ้มสะใจ อำนาจเดินเข้ามาทักทายโดยไม่รู้อะไร อัมพรสะบัดหน้าเดินหัวเราะออกไป น้องทรายกำมือแน่นกลั้นน้ำตาอย่างหนักไสรถตัวเองออกไปร้องไห้เพียงลำพัง

    ooooooo

    หลัง จากภาดาแวะมาทานอาหารเช้าด้วยก่อนไปทำงาน โฉมพิไลก็แต่งตัวจะออกจากบ้าน เฉลายื่นบิลค่าน้ำค่าไฟให้ไปจ่ายด้วย เธอตกใจที่มันมากมายขนาดนี้จึงไม่ยอมจ่ายให้ เฉลาลำเลิกบุญคุณทันที ไม่ทันไร ส้มลิ้มมาตะโกนด่าทวงหนี้อีกจนภีมกับเฉลิม-ชัยออกไปทะเลาะตบตีกันจนอับอาย ชาวบ้าน โฉมพิไลทนไม่ไหวขับรถออกจากบ้านไปด้วยความเสียใจ

    เมื่อรู้ เรื่องน้องทรายเข้ากรุงเทพฯ สมิตมาคาดคั้นถามเรื่องราวจากสุเมธ รู้ว่าน้องทรายไปแต่งงานก็ช็อก ไม่เชื่อว่าเธอแต่งงานด้วยความเต็มใจ จึงตามมาหาที่บ้านวัชรเวศม์ เอียดเห็นสมิตรู้ว่าเป็นนักร้องดังก็ตื่นเต้นดีใจรีบเปิดประตูต้อนรับให้ เข้าไปพบน้องทราย พออำนาจรู้จากเอียดว่าสมิตเป็นใครก็รีบไปหากระดาษปากกามาขอลายเซ็น...น้อง ทรายแปลกใจระคนดีใจที่สมิตมา

    "พี่รู้เรื่องทั้งหมดจากพ่อแล้วนะน้อง ทราย พี่ขอโทษที่ไม่ได้มาตั้งแต่เมื่อวานนี้ ไม่งั้นน้องทรายคงไม่ต้องเข้าพิธี แต่งงานกับผู้ชายคนนั้น"

    น้องทราย บอกสมิตว่าเธอทำให้พ่อต้องเสียคำพูดไม่ได้ สมิตย้อนถามว่าเธอคิดว่าฝ่ายนั้นแต่งงานเพราะรักษาคำพูดหรือ น้องทรายงงถามสมิตรู้อะไรมา สมิตอยากพูดแต่รับปากพ่อไว้

    "หึ จำได้ไหมตอนเด็กๆ น้องทรายเป็นคนบอกให้ พี่เลือกทางเดินของชีวิตตัวเอง แล้วพอถึงทีน้องทราย ทำไมน้องทรายถึงไม่ทำแบบนั้น"

    น้องทรายเสียง อ่อย "ชีวิตของเราไม่เหมือนกัน พี่สมิตเป็นคนเก่งรอบด้าน พี่สามารถทำอะไรได้หลายอย่าง แต่น้องทรายไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นแบบพี่"

    สมิต ลูบแก้มน้องทรายปลอบโยน ปลั่งแอบมองทั้งสองอย่างสนใจที่จะมีเรื่องไปรายงานอีก พอสมิตจะกลับเขาเข็นรถน้องทรายมาที่หน้าบ้าน และเม็มเบอร์โทร.ใส่มือถือเธอไว้ อัมพรเดินเข้ามาพูดจาประชดว่า "จะรับกันออกไปเดี๋ยวนี้เลยก็ได้นะ ฉันไม่ขัดข้องหรอก"

    สมิตหันขวับ มามอง น้องทรายกำลังจะแนะนำ อัมพรพูดแทรกขึ้นอย่างวางอำนาจว่าเธอเป็นเจ้าของวัชรเวศม์ สมิตกำลังจะโต้คารม ภาดากลับมาเสียก่อน เขาแปลกใจเมื่อเห็นสมิต เอียดรีบบอกว่าสมิตเป็นนักร้องดังแถมเป็นเพื่อนน้องทราย อัมพรไล่ให้กลับ สมิตรู้ตัวเดินออกไป

    สมิตนั่งชั่งใจในรถสักพัก เห็นกีตาร์ในรถ เกิดความคิด บางอย่าง...อัมพรกำลังด่าว่าน้องทรายทำตัวน่ารังเกียจทอดสะพาน ให้ผู้ชาย ภาดาพยายามห้ามแต่กลับโดนดุไปด้วย น้องทรายเจ็บใจจึงเถียงออกไปบ้าง "เมื่อเช้าคุณหญิงบอกว่าต้องให้ความยุติธรรม ด้วยการยอมให้คุณชายมีผู้หญิงอื่น จำได้ไหมคะ"

    "อะไรนะ คุณแม่พูดอย่างนั้นหรือครับ"

    "ใช่ ฉันพูดอย่างนั้นแล้วจะทำไม"

    "หมายความว่า คุณชายมีผู้หญิงคนอื่นได้ แต่น้องทรายไม่มีสิทธิ์ใช่ไหมคะ"

    ทั้งภาดาและอัมพรช็อกกับคำพูดของน้องทราย ภาดาจะแก้ตัว แต่อัมพรแหวขึ้นมาหาว่าน้องทรายยอมรับว่าสมิตเป็น แฟน กำลังจะด่าต่อ พอดีมีเสียงเพลงดังขึ้น ทุกคนตกใจ ปลั่งรีบรายงานว่าสมิตยังไม่กลับ ทุกคนออกมาดูหน้าบ้าน เอียดเข็นรถน้องทรายออกมา สมิตร้องเพลงที่เขาแต่งให้น้องทราย แจ่มกลับมาจากซื้อของเห็นสมิตก็ตกใจ

    "ตายแล้วคุณสมิต มาได้ยังไงคะ แจ่มไปซื้อของหน่อยเดียว โฮ้ย...มาทำไมไม่บอกแจ่ม"

    สมิตร้องจนจบ เขาบอกทุกคนว่าเพลงนี้เขาแต่งให้น้องทราย ภาดาหันมามองหน้า น้องทรายหลบสายตารู้สึกผิด สมิตเดินเข้ามาหาภาดา อัมพรหาว่าจะมาทำร้ายรีบมาขวาง

    สมิตพูดกับภาดา "คุณคงคิดสินะว่าคุณเป็นคนเดียวที่มีความหลังอันสวยงามกับน้องทราย คุณคงคิดสินะ ว่าคุณคนเดียวเป็นพี่ชายของน้องทราย...คุณคิดผิดแล้วล่ะ เพราะผมก็มีความหลังและผูกพันกับน้องทรายไม่แพ้คุณ"

    "อี้...ลูกชายฉันไม่เคยผูกพันอะไรกับนังง...เด็กของแก" อัมพรจะเรียกนังง่อย

    สมิตพูดกับภาดาต่ออีกว่าการแต่งงานบ้าบอนี่หยุดความผูกพันของเขากับน้องทรายไม่ได้ เขาขอให้การแต่งงานนี้จบสิ้นลงโดยเร็ว แจ่มร้องลั่นว่าสมิตกำลังแช่ง สมิตยอมรับ แล้วหันมาชี้หน้าอัมพร "คุณเองก็เหมือนกัน พวกแก่กะโหลกกะลา หน้าเหี่ยวใจหยาบ ลองแตะต้องน้องทรายสิ ผมเอาเรื่องแน่"

    อัมพรถอยกรูดแต่ยังโวยวาย สมิตคุกเข่าลงกุมมือน้องทรายบอกว่าวันไหนถ้าภาดาไม่ดูแลเธอแล้วให้โทร.หาเขา เขาจะมารับเธอกลับบ้านไร่ทันที อำนาจถือกล้องกับกระดาษวิ่งมาต้องแปลกใจกับท่าทีของทุกคน สมิตกลับไป อัมพรหมั่นไส้ อำนาจเอานิ้วจิ้มหน้าอย่างแรง อำนาจยิ่งงงถามภาดาว่ามีอะไร ภาดาส่ายหน้าแล้วขอตัวไปพักผ่อน น้องทรายเศร้ารู้สึกผิด

    ตกดึกจนเลยสามทุ่ม ภาดาก็ไม่ลงมาอุ้มน้องทรายขึ้นห้องเหมือนเคย อำนาจจึงเป็นคนอุ้มเธอไปส่งห้องแทน ภาดาแอบมองอยู่หน้าห้องด้วยความห่วง...ปลั่งรีบโทร.รายงานแถมใส่ไข่ให้ โฉมพิไลฟัง เธอร้องกรี๊ดๆจนปลั่งตกใจต้องวางสาย

    ooooooo

    เช้าวันรุ่งขึ้น ภาดาอุ้มน้องทรายลงมาที่โต๊ะอาหาร ไม่พูดไม่จา ก้มหน้าทานกาแฟแล้วออกไปทำงานเลย แจ่มอึดอัดใจแทน เพราะน้องทรายก็ทำมึนตึงเล่นกับแมวไม่สนใจ...ภาดามาบ้านโฉมพิไลในตอนเย็น เขานั่งเครียดจนโฉมพิไลไม่พอใจ เฉลาจึงแกล้งเปรยว่าวันก่อนไปเล่นไพ่เจอกับอัมพรกำลังสาธยายพฤติกรรมลูกสะใภ้จอมปลอม ว่าแต่งงานแค่วันเดียวก็พาชายอื่นเข้าบ้านแล้วเฉลิมชัยตบเข่าฉาดอยากรู้จักน้องทรายบ้าง ภาดาอึดอัดใจมาก


    พอโฉมพิไลออกมาส่งภาดาหน้าบ้าน เธอลองถาม "คุณชายได้ยินแบบนี้คงรู้แล้วนะว่าเด็กคนนั้นฟอนเฟะแค่ไหน ผู้หญิงแบบนี้มารยาเยอะ คุณชายสัญญานะว่าจะไม่หลงกับดักมัน"

    ภาดาเบื่อหน่ายที่จะโต้เถียงหันมาถามเรื่องตรวจท้องโฉมพิไล เธอชะงักงงๆ "อ๋อ...โฉมไปมาแล้วค่ะ หมอบอกว่าท้องหลอกค่ะ"

    ภาดารู้สึกโล่งใจ เขาขับรถกลับไป เฉลารี่มาถามโฉมพิไลว่าภาดาเชื่อเรื่องน้องทรายหรือเปล่า โฉมพิไลยิ้มหยันถึงตอนนี้ยังไม่เชื่อ แต่อีกไม่นานก็ไม่แน่ ว่าแล้วนึกได้ถามเฉลาว่าไปเจออัมพรได้อย่างไร เฉลายิ้มแหะๆเธอโกหก โฉมพิไลเดือดขึ้นมาที่แม่ไปบ่อนมาอีก...

    ไม่วายให้มีเรื่องขึ้นมาอีก เมื่อปลั่งเข้ามาในครัวเจอปลาทูทอดก็เปรี้ยวปากอยากกินไปตักข้าวหันมาเจอสีเงิน แมวของน้องทรายกำลังแทะกิน ปลั่งโกรธมากไล่ฟาดสีเงิน แจ่มได้ยินเข้ามาห้าม ทะเลาะกันใหญ่โต อำนาจต้องมาไกล่เกลี่ยจนได้ ความว่าปลาทูนั่นแจ่มซื้อมาเองและทอดให้สีเงิน ปลั่งไม่พอใจไปฟ้องอัมพรโดยใส่สีตีไข่ว่าน้องทรายพูดไม่ดีถึงอัมพร ทำให้ อัมพรโกรธวางแผนกับปลั่งกำจัดสีเงินเพื่อทำร้ายจิตใจน้องทราย

    พอดีวันนี้ อริณแวะมาเยี่ยมเยียนน้องทรายและกำลังให้เธอสอนเป่าฟรุต เสียงปลั่งโวยวายร้องไห้โฮว่าสีเงินเข้ามา ทำลายข้าวของในห้องเธอ แจ่มวิ่งมาเห็นสีเงินโดดออกมาจากห้องปลั่งก็หน้าเจื่อน อัมพรเรียกน้องทรายไปต่อว่าและให้เอาสีเงินไปปล่อย น้องทรายน้ำตาร่วง อริณอยากจะออกความเห็น แต่โดนอัมพรเบรกว่าเป็นคนนอกจนหน้าหงาย


    "แล้วคุณน้องทรายจะทำยังไงคะ จะปล่อยสีเงินไปจริงๆเหรอ พี่ไม่ยอมนะคะ เราเลี้ยงของเรามาตั้งแต่มันเกิด สีเงินต้องตายแน่ๆ มันเคยหากินเองที่ไหน" แจ่มจะร้องไห้

    "น้องทรายไม่ปล่อยมันไปตามยถากรรมหรอก น้องทรายจะส่งมันกลับเมืองจันท์"

    อริณสงสารน้องทรายจึงบอกว่าเขาควรจะวาดรูปสีเงินไว้ให้เธอดูต่างหน้า แจ่มพาอริณไปหาของใช้ในห้องทำงานของภาดา ปลั่งปรี่เข้ามามองเหมือนกลัวจะขโมยของ อริณเห็นขนแมวที่เสื้อผ้าปลั่งและรอยข่วนที่แขน "นี่ขนแมวไม่ใช่เหรอปลั่ง นี่เธออุ้มแมวมาเหรอ"

    ปลั่งหน้าเจื่อน แจ่มตามอัมพรมาฟังปลั่งสารภาพว่าเป็นคนอุ้มสีเงินเข้าไปในห้องเอง

    "พูดอะไรของแก แกจะทำอย่างนั้นทำไม หรือว่าพวกนี้บังคับให้มาพูดกับฉันหาปลั่ง"

    "สีเงินไม่ยอมให้ใครอุ้มหรอกค่ะ นอกจากแจ่มกับคุณน้องทราย ถ้าคนแปลกหน้าไปแตะตัวมัน มันจะกัดหรือไม่ก็

    ข่วนเอาแบบนี้" แจ่มชี้ให้ดูรอยข่วนที่แขนปลั่ง

    อัมพรหน้าตึง "แล้วพวกเธอมาบอกฉันทำไม"

    น้องทรายบอกว่าเธอแค่จะขอให้สีเงินอยู่ที่นี่ต่อไปเพราะมันไม่ได้ทำอะไรผิด...อัมพรแค้นใจมาเล่นงานปลั่งที่ปล่อยให้ถูกจับได้ น้องทรายขอบคุณอริณในความช่างสังเกตของเขา

    "คุณน้องทรายยังอยากวาดรูปสีเงินอยู่หรือเปล่าครับ"

    "อยากสิคะ แต่...น้องทรายวาดรูปไม่เก่งเลย"

    "งั้นเดี๋ยวผมสอนให้ ถือว่าเป็นค่าเรียนฟรุตเมื่อตอนบ่าย"

    น้องทรายหัดวาดภาพสีเงินโดยมีแจ่มอุ้มไว้ให้อย่างเพลิดเพลิน...น้องทรายนึกได้ถามอริณ "คุณอริณหายมาทั้งวัน แสดงว่างานไม่มาก แล้วทำไมคุณชายงานมากนักล่ะคะ"

    อริณสะอึกหาเรื่องกลบเกลื่อน "วันนี้วันพักของผมน่ะครับ วันพักของเราไม่ตรงกัน แหมคุณชายเป็นเอ็มดี งานต้องเยอะกว่าลูกน้องอย่างผมสิ"

    "วันก่อนคุณหญิงบอกว่าคุณชายมีผู้หญิงอื่น" น้องทรายถามโพล่งออกมา

    อริณสำลักน้ำที่กำลังดื่ม รีบแก้ตัวให้ว่าภาดาเป็นคนดีไม่ทำแบบนั้น แต่น้องทรายกลับบอกว่า ถึงทำเธอก็เข้าใจ อริณ ปลอบใจว่าน้องทรายเป็นคนจิตใจดี อ่อนหวานน่ารัก ใครอยู่ ใกล้แล้วมีความสุข เมื่อภาดางานน้อยลงก็ต้องอยากมาอยู่กับเธอ น้องทรายอยากจะเชื่อเพราะอริณเป็นเพื่อนสนิทภาดา แต่แล้วเธอก็ถามตรงประเด็น

    "โฉมพิไลคือใครคะ?"

    "จ๊าก!! ไปเอาที่ไหนม้า..."

    "จากคุณชายค่ะ ใช่ผู้หญิงที่สวยมากๆในงานแต่งงานน้องทรายหรือเปล่าคะ"

    "อาจใช่ครับ ปกติคนเราก็ต้องรู้จักคนทั้งสองเพศอยู่แร้ว...เอ้า...สามเพศเอ้า"

    น้องทรายหัวเราะออกมา อริณดีใจที่เธอขำเพราะภาดาอารมณ์ขันบกพร่องอย่างแรง "ผมเป็นเพื่อนที่หวังดีกับคุณน้องทรายและภาดาเสมอนะครับ จงเลือกเชื่อเพื่อนที่หวังดี เชื่อเขาให้  สนิทใจ คนอื่นๆเรื่องอื่นๆอย่าเก็บมาให้รกสมองเข้าใจมั้ยครับ"

    น้องทรายพยักหน้ารับ อริณแอบหันหลังยกมือไหว้พระขอลุแก่โทษที่โกหก

    ooooooo

    ตกดึก น้องทรายนั่งรอภาดากลับมาอุ้มเธอขึ้นห้อง เธอกอดสีเงินและคุยกับมันว่าเธอจะพยายามมองภาดาในแง่ดี จะเชื่อใจเขา พลันเสียงรถภาดาบีบแตรที่หน้าบ้าน น้องทรายหันมองไม่มีใครไปเปิดประตูบ้านให้ จึงเข็นรถตัวเองเข้าไปในบ้านเพื่อจะหยิบรีโมต แต่มันกลับแขวนอยู่บนผนังสูง เธอต้องเอื้อมสุดตัว เห็นว่าไม่มีใครจึงยืดตัวขึ้น เผอิญรถเคลื่อนตัวออกเธอจึงล้มลงกับพื้น แจ่มวิ่งลงมาเห็นตกใจ

    ภาดาโกรธมากที่ทุกคนปล่อยให้น้องทรายเจ็บตัว จะตัดเงินเดือนทุกคนที่ไม่รู้หน้าที่ แจ่มรีบบอกว่าเธอผิดเองที่มัวทำความสะอาดบนห้อง เอียดก้มหน้าสารภาพว่า อัมพรกับอำนาจไม่อยู่ไปงานเลี้ยง พวกเธอจึงดูละครจนเพลิน ปลั่งโวยวาย

    "ฮ้าย...ได้ยังไงคะ ก็คุณน้องทรายน่ะรู้ทั้งรู้ว่าตัวพิการ หาเรื่องใส่ตัวเองแท้ๆ"

    "ปลั่ง! อย่าคิดนะว่าฉันไล่เธอออกไม่ได้" ภาดาเอ็ดเสียงดัง

    ปลั่งจ๋อยรีบขอโทษน้องทราย น้องทรายออกรับแทนทุกคนว่าเธอผิดเองขอภาดาอย่าทำแบบนั้นจะไม่เป็นผลดีกับ

    ตัวเธอเอง ภาดาจึงภาคทัณฑ์ทุกคนไว้ก่อน...เขาอุ้มน้องทรายมาบนห้องและทำแผลถลอกที่หัวเข่าให้ และถามเธอว่านั่งรอเขาที่เฉลียงมีอะไรหรือเปล่า

    "น้องทรายเห็นคุณชายทำงานหนัก กลับบ้านดึกทุกวัน คงเหนื่อยน่ะค่ะ อยากให้คุณชายได้รีบพักผ่อน"

    ภาดาสะท้อนใจที่เขาไม่เคยทำดีกับน้องทรายเลย แถมมีผู้หญิงอื่นอีก "ก็เลยตั้งใจจะไปรอพี่กลับบ้านที่เฉลียงทุกคืนงั้นหรือคะ"

    "สำหรับวันนี้พิเศษ เพราะเราโกรธกันอยู่"

    "พี่ไม่ได้โกรธน้องทราย พี่โกรธตัวเองต่างหาก"

    "โกรธตัวเอง!"

    "อย่างที่เพื่อนน้องทรายพูด เขาชื่อสมิตใช่มั้ย พี่ไม่น่าแต่งงานกับน้องทราย"

    "พี่สมิตเค้าเป็นคนตรงไปตรงมาแล้วก็ใจร้อน"

    "เขาพูดถูก น้องทรายไม่ควรต้องมาอยู่ที่นี่ ทั้งหมดเพราะพี่ พี่ไม่ใช่พี่ชายแสนดีของน้องทราย นับตั้งแต่วันที่พี่ แต่งงาน และเอาชีวิตของน้องทรายมาทิ้งไว้ที่บ้านหลังนี้"

    ท่าทางภาดาเครียดดูเจ็บปวดจนน้องทรายคาดไม่ถึง ภาดาดีใจที่ได้ระบายความอัดอั้นออกมาบ้าง น้องทรายเห็นแล้วสงสารจับใจจึงชวนให้ดูดาวด้วยการเปิดไฟบอลลูนดิสโก้ แล้วหยิบฟรุตออกมาเป่า "เวลาที่มังกรวนอยู่รอบปราสาท เจ้าบ่าวเจ้าสาวเจ็บปวดหัวใจไม่เหลือใคร พวกเขายังมีดาวกับเสียงเพลง เป็นเพื่อนไงคะ"

    ภาดายิ้มออกมาเกิดความคิดบางอย่าง เขาอุ้มน้องทรายลงมาขึ้นรถ สั่งแจ่มให้จัดการปิดปากปลั่งให้ที แล้วเขาจะกลับมาก่อนที่อัมพรจะกลับ แจ่มยิ้มปลื้ม "โฮ้ย...คุณชายมีมุมโรแมนติกเหมือนกันนะเนี่ย ใจหายใจคว่ำนึกว่าจะโกรธกันนาน"

    แจ่มคิดวิธีจะทำอย่างไรไม่ให้ปลั่งรู้ว่าภาดาพาน้องทราย ออกไปข้างนอก คิดไปคิดมาจึงเอายานอนหลับใส่น้ำหวานเย็นๆยกไปให้เอียดกับแผ้วที่นั่งดูละครอยู่กับปลั่ง พอทั้งสองคนดื่มทำท่าชื่นใจ ปลั่งไม่รอช้าคว้ามาดื่มบ้าง  ไม่ทันไร ทั้งสามคนก็หลับคอพับคออ่อนลงไป...

    ภาดาพาน้องทรายนั่งรถออกมานอกเมือง เธอเปิดหน้าต่าง ยื่นหน้ารับลมอย่างสนุกสนาน   ภาดาเห็นความสดชื่นของ

    น้องทรายก็อดไม่ได้ที่จะจับหัวเธอให้มาเอนซบไหล่เขา  น้องทราย รู้สึกอบอุ่นใจอย่างยิ่ง...รถภาดามุ่งหน้ามาที่ชายหาด ท้องฟ้ามีแสงจันทร์สาดส่อง เขาอุ้มน้องทรายไปนั่งที่เก้าอี้ผ้าใบ แล้วกลับไปเอาผ้าห่มที่รถ กลับมาเห็นน้องทรายเป่าฟรุตเพลงรักไพเราะ ลมพัดผมปลิวไสว เขาเหมือนต้องมนตร์อยู่ตรงนั้น...

    ดวงดาวบนท้องฟ้าระยิบระยับ ภาดามานั่งข้างน้องทราย "ดาวสวยจริงๆ พี่ไม่ได้มาดูดาวริมทะเลอย่างนี้มานานแล้ว"

    "น้องทรายก็ไม่ได้มานานแล้วเหมือนกันค่ะ ไม่อยากสร้างความลำบากใจให้ใครต้องอุ้มขึ้นอุ้มลง"

    "น้องทรายตัวเบาออก ไม่เห็นลำบากเลย"

    "งั้นวันหนึ่งที่น้องทรายเดินได้ น้องทรายจะอุ้มคุณชายบ้าง"

    "ทำไมต้องรอ แน่จริงก็อุ้มเลยสิ อุ้ม เอ้าอุ้มเลย" ภาดายกมือยื่นให้เหมือนเด็ก

    น้องทรายหมั่นไส้ที่ล้อเธอจึงเอาผ้าห่มคลุมหน้าภาดา เขาจึงแกล้งจี๋เอวเธอ ทั้งสองใกล้ชิดกันจนหน้าแทบชนกัน ภาดา นิ่งมองใบหน้าสวยใสของน้องทราย เขาบอกเธอว่าเขาจะจำคืนนี้ไว้ไม่ลืม น้องทรายก็รับว่าเธอจะจำไม่ลืมเช่นกัน...

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    พฤษภา-ธันวา รักแท้แค่เกิดก่อน ตอนจบ รวมพลังทำภารกิจช่วย "ตั้ม" คว้าชัยอีกครั้ง

    พฤษภา-ธันวา รักแท้แค่เกิดก่อน ตอนจบ รวมพลังทำภารกิจช่วย "ตั้ม" คว้าชัยอีกครั้ง
    27 ต.ค. 2564

    06:45 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 27 ตุลาคม 2564 เวลา 11:09 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์