นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    รักในม่านเมฆ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ระหว่างที่จอดรถข้างทาง ภาดาพยายามพูดให้ น้องทรายเชื่อว่าเธอเป“นคนในครอบครัว  เป“นภรรยาของเขา น้องทรายจึงเตือนว่า ครอบครัวของภาดาต้องรวมถึงลูกที่กำลังจะเกิดมาด้วย ภาดาเห็นสีหน้าจริงจังของน้องทราย จึงถามว่าอะไรทำให้เธอคิดอย่างนั้น

    น้องทรายน้ำตาคลอ "น้องทรายพยายามหนีแล้ว แต่ทุกครั้งก็ต้องกลับมา ในเมื่อหนีไม่ได้ก็จะหันหน้ามาสู้"

    "สู้หรือคะ!"

    "น้องทรายอยากพิสูจน์อะไรบางอย่าง"

    ภาดาข้องใจว่าน้องทรายจะพิสูจน์อะไร สีหน้าเธอดูมุ่งมั่นขึ้น เธอบอกให้เขารีบขับรถไปรับโฉมพิไล และสัญญาว่าจะพยายามปรับตัวอยู่ร่วมกันให้ได้...

    ถึงบ้านโฉมพิไล ภาดาอุ้มน้องทรายลงจากรถนั่งบน รถเข็น เฉลาวิ่งหน้าตื่นออกมา บอกว่าโฉมพิไลขังตัวเองอยู่ในห้องนานแล้วไม่ยอมออกมา ภาดากับน้องทรายตกใจรีบไปเคาะประตูห้องเรียก "โฉม...นี่ผมเองนะ เป”ดประตูหน่อยครับ"

    โฉมพิไลตะเบ็งเสียงไล่ทุกคนให้กลับไป เฉลาร้องถามว่ากำลังทำอะไร โฉมพิไลร้องไห้ตะโกนออกมาว่า "โฉมกำลังจะแก้ปัญหาทุกอย่างไงแม่ บอกคุณชายให้กลับไปซะ แล้วก็ไม่ต้องห่วงว่าโฉมจะไปรบกวนเขาอีก ฮือ..."

    "โฉม...คุณหมายความว่าไง" ภาดาตกใจ

    "โฉมจะทำเพื่อคุณชายเป“นครั้งสุดท้าย ฮือๆ ลาก่อน"

    เฉลากรีดร้องเป“นห่วงโฉมพิไล ภาดาตัดสินใจถีบประตูเต็มแรงจนประตูเป”ดออก เห็นโฉมพิไลนั่งอยู่บนเตียงกำลังจะกินยาสีแดงที่อยู่ในแก้ว เฉลาร้องลั่นว่าเป“นยาขับเลือด ภาดาถลาเข้าไปยื้อแก้วจะเขวี้ยงทิ้ง โฉมพิไลยื้อยุดร้องไห้จะดื่มให้ได้ "ในเมื่อคุณชายไม่ต้องการโฉมกับลูกแล้ว เราสองคนจะไปจากชีวิตคุณชายด้วยกัน ปล่อย"

    "ไม่นะ ผมไม่ยอม ไม่...ผมยอมให้คุณทำร้ายลูกไม่ได้" ภาดาแย่งแก้วมาขว้างทิ้ง โฉมพิไลร้องไห้โฮโผกอดเขาคร่ำครวญจะให้เธอทรมานไปถึงไหน

    ภาดาพยายามปลอบประโลมว่าไม่รักลูกหรือ เขายังดีใจที่จะได้เป“นพ่อคน น้องทรายมองภาพนั้นอย่างเจ็บปวด โฉมพิไลได้ทียิ่งพูดตอกย้ำ "เพราะโฉมสงสารลูกไงคะ โฉมถึงไม่อยากให้แกเกิดมาเป“นลูกไม่มีพ่อ ใครจะเหยียดหยามโฉมว่าโฉมถูกทิ้งยังไงก็ได้ แต่โฉมไม่อยากให้ลูกต้องรับกรรมไปด้วย"

    "ลูกจะต้องมีพ่อนะโฉม ยังไงผมก็ไม่มีวันทิ้งแก ผมจะดูแลแก แล้วผมก็จะดูแลคุณด้วย"

    โฉมพิไลฟูมฟายว่าไม่จริง ภาดารีบบอกว่าเขากับน้องทรายมารับเธอกลับไปอยู่วัชรเวศม์ด้วยกัน โฉมพิไลเหลือบมองน้องทรายที่ดูเหมือนหัวใจใกล้แตกสลาย...

    มาถึงวัชรเวศม์ อัมพรปรี่เข้าไปกอดหอมอย่างชื่นใจที่โฉมพิไลกลับมา และบอกว่าเธอจะดูแลโฉมพิไลกับหลานเอง โฉมพิไลขอบคุณอัมพรแล้วหันมาหาน้องทราย กอดเธอด้วยน้ำตาคลอพูดอย่างสะเทือนใจ "พี่รู้ว่าน้องทรายคงจะอึดอัด แต่ขอเวลาให้พี่อีกไม่กี่เดือนนะจ๊ะ เมื่อไหร่ที่พี่คลอด พี่จะไปตามทางของพี่ พี่สัญญา"

    น้องทรายนิ่งอึ้งไม่แน่ใจว่าโฉมพิไลจะมาไม้ไหน หรือคิดทำอะไรอยู่...กลับเข้าห้องแจ่มบ่นกระปอดกระแปดว่าน้องทรายไม่น่าเป”ดทางให้โฉมพิไลเข้ามาอยู่ในบ้าน น้องทรายถอนใจ  ในเมื่อโฉมพิไลอุ้มท้องทายาทอภิรักษ์ภูบาล ก็ควรมีสิทธิ์อยู่ที่นี่ แจ่มว่าน้องทรายก็มีลูกเองได้เพราะร่างกายปกติดี น้องทรายสบตาแจ่มด้วยแววตา
    เศร้าๆ

    "ไม่ใช่เพราะพิการหรอกค่ะ แต่เพราะคุณชายไม่มีวันแตะต้องน้องทรายแบบนั้นไงคะพี่แจ่ม" น้องทรายลุกเดินไปนั่งที่เตียงอย่างเศร้าเสียใจ

    ในเวลาเดียวกัน อัมพรกับโฉมพิไลเอกเขนกหัวเราะร่าอยู่ในห้อง อัมพรดีใจสุดๆ "สะใจนักที่หลอกนังเด็กโง่นั่นได้"

    "นั่นสิคะ ถ้ารู้ว่ามันโง่ขนาดนี้ โฉมใช้แผนนี้ซะตั้งนานแล้ว"

    "หนูโฉมก็ฉลาดจริงๆนะลูก ที่แกล้งขู่ว่าจะทำแท้ง"

    "โฉมกลัวคุณชายเปลี่ยนใจเพราะแคร์ความรู้สึกมันมากกว่าน่ะค่ะ โฉมรู้ว่าคุณชายไม่ปล่อยให้โฉมทำร้ายตัวเองแน่ ยังไงเขาก็ต้องห่วงลูก" โฉมพิไลภูมิใจกับแผนตัวเอง

    อัมพรมองท้องโฉมพิไลแล้วเริ่มหวั่นใจว่าจะทำอย่างไรต่อไป ไม่นานภาดาก็จะต้องรู้ว่าไม่ได้ท้องจริง โฉมพิไลบอกให้อัมพรสบายใจได้ เธอจะรอสักพักแล้วทำเป“นแท้ง แต่ตอนนี้ ต้องบีบและกดดันให้น้องทรายออกไปจากวัชรเวศม์ก่อน ทั้งสองหัวเราะสะใจ

    ooooooo

    เช้าวันรุ่งขึ้น ภาดารีบเข้ามาในห้องน้องทรายเพื่อจะอุ้มเธอลงไปใส่บาตร น้องทรายไม่ยอม บอกว่าเธอให้แจ่มไปเชิญอำนาจแล้ว ภาดาบอกว่ามันเป“นหน้าที่ของเขา

    "แต่ตอนนี้คุณชายมีคนที่ต้องดูแลเพิ่มขึ้นแล้วนะคะ อย่าต้องเหนื่อยกับน้องทรายเลยค่ะ พี่แจ่มไปเรียนน้านาจแล้ว"

    "น้องทราย พี่บอกแล้วไงคะว่าชีวิตของเราสองคนจะเหมือนเดิม จะไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเด็ดขาด พี่จะทำให้น้องทรายเห็นเอง" ภาดาเข้าไปอุ้มน้องทรายออกจากห้อง

    แจ่มยืนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ที่เห็นภาดาเข็นรถน้องทรายออกมา เธอเตรียมของใส่บาตรไว้ให้ที่หน้าบ้าน ทันใด โฉมพิไลยิ้มร่าตามออกมา "ดีจังเลย วันนี้โฉมตั้งใจจะใส่บาตรเหมือนกัน จะได้เป“นสิริมงคลกับลูก"

    ภาดาทำหน้าไม่ถูก โฉมพิไลบอกน้องทรายว่าไม่ต้องห่วง เธอให้ปลั่งเตรียมของใส่บาตรไว้ให้แล้ว และแกล้งใช้แจ่มให้ช่วยปลั่งยกมาตั้งโต๊ะ พอปลั่งจัดของเสร็จ โฉมพิไลก็แกล้งเซจะเป็นลม ปลั่งร้องบอกภาดาให้ช่วยประคอง ภาดาจะพาโฉมพิไลเข้าไปพักในบ้าน แต่โฉมพิไลร้องว่าพระมาแล้วเธออยากใส่บาตร ภาดาจำต้องประคองโฉมพิไลให้ใส่บาตร แทนที่จะได้ใส่บาตร ร่วมกับน้องทรายเหมือนทุกวัน

    เวลาทานอาหาร โฉมพิไลก็แสดงการเอาอกเอาใจตักอาหารให้ภาดา อำนาจเห็นแล้วสงสารน้องทรายจึงตักอาหารให้น้องทรายบ้าง อัมพรหมั่นไส้บอกภาดาให้พาโฉมพิไลออกไปซื้อของเด็กเตรียมไว้ อำนาจจึงให้พาน้องทรายไปด้วย อัมพรแหวทันที

    "โอ๊ย จะพาไปทำไมเกะกะ หนูโฉมเขาต้องไปหลายที่ เอาคนพิการกระเตงไปด้วย ก็มัวแต่อุ้มขึ้นอุ้มลงหมดเวลาพอดี"

    น้องทรายสะอึกทานอาหารแทบไม่ลง เธอมองภาดาแล้วบอกว่าเธอไม่ไปเชิญตามสบาย จากนั้น...น้องทรายขึ้นมาอยู่บนห้อง เดินไปเดินมาเล่นกับสีเงินเพลินๆ โชคดีที่อุ้มสีเงินมานั่งบนเตียง เพราะอัมพรกับปลั่งเปิดประตูผลัวะเข้ามา ทำเอาเธอตกใจ อัมพรไม่พูดพร่ำทำเพลง สั่งปลั่งเก็บของน้องทรายออกไปจากห้องให้หมด น้องทรายยิ่งตกใจถามจะให้เธอไปไหน

    "ก็ย้ายห้องน่ะสิ คุณจะอยู่ห้องนี้ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว" ปลั่งลอยหน้าลอยตาตอบ

    น้องทราย โกรธเสียงแข็งใส่ปลั่งว่าทำไม อัมพรแว้ดใส่ ทันที "เพราะฉันจะยกห้องนี้ให้หนูโฉมนอน คนกำลังท้องควรจะได้อยู่ห้องใหญ่ๆ ไม่ใช่ไปอุดอู้อยู่ในห้องด้านหลัง"

    น้องทรายหันรีหันขวางทำอะไรไม่ ถูกเพราะแจ่มไม่ได้ อยู่ในห้องด้วย ปลั่งรื้อข้าวของเธอออกมาเทบนเตียง น้องทราย ร้องห้ามแต่ปลั่งไม่ฟังรื้อของมาเทอย่างเมามัน แจ่มโผล่เข้ามาตกใจเข้าไปดึงปลั่งให้หยุด อัมพรตวาดว่าเธอสั่งให้ย้ายน้องทรายไปห้องอื่น...

    พอดีข้างล่าง อริณแวะมาเยี่ยมน้องทราย ได้ยินเสียงเอะอะข้างบนก็รีบวิ่งขึ้นไป แจ่มกำลังตบตีกับปลั่ง น้องทรายพยายามห้ามอัมพรไม่ให้รื้อข้าวของของเธอ อัมพรโวย

    "อย่าลองดีกับฉัน ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ เอ๊ะนังนี่ ออกไปให้พ้น" อัมพรผลักรถเข็นน้องทรายไถออกไปจนถึงประตู

    อริณโผล่มา รับไว้ทัน "คุณน้องทราย! เกิดอะไรขึ้นครับเนี่ย!"

    อัมพรชะงักอย่าง เซ็งๆที่คนอื่นเข้ามารู้เห็น...ไม่นาน ภาดากลับมาพร้อมโฉมพิไล   ทุกคนมารวมกันที่ห้องรับแขกภาดาหน้าเครียดถามขึ้นว่า

    "คุณแม่จะแย่ง ห้องน้องทรายทำไมครับ"

    "แย่งเหรอ พูดให้ดีๆนะ ฉันไปขอร้องให้มันไปอยู่อีกห้องต่างหาก"

    "แต่ที่ผมเห็นมันไม่ใช่การ ขอร้องนะครับ" อริณแย้ง

    "เธอจะไปรู้อะไร คนนอกก็อยู่ส่วนคนนอกสิ สาระแนนัก" อัมพรแหวใส่

    อริณหุบปาก อัมพรแก้ตัวกับภาดาว่าน้องทรายพูดไม่รู้เรื่อง เธอแค่อยากให้โฉมพิไลอยู่ห้องที่ใหญ่มันดีต่อสุขภาพ ให้อากาศถ่ายเท หลานเธอต้องสำคัญกว่าคนง่อย ภาดาปรามอัมพรที่พูดถึงน้องทรายไม่ดี อัมพรไม่พอใจจะยกห้องของเธอให้โฉมพิไลเอง เธอเรียกปลั่งไปช่วยขนของ ภาดากับโฉมพิไลต้องตามไปห้าม

    "คุณแม่ครับ อย่าประชดอย่างนี้เลยครับ ผมขอร้อง"

    "ใช่สิ แม่มันทำอะไรก็ไม่ดีซักอย่างในสายตาของคุณชาย แม่ห่วงหลานมากเกินไป ก็กลายเป็นใจร้ายกับเมียคุณชายอีกคน พอแม่จะเสียสละ คุณชายก็หาว่าแม่ประชด คุณชายจะเอายังไงกับแม่หา..."

    โฉมพิไลเข้ามา คุกเข่าตรงหน้าอัมพร ปลอบอย่าร้องไห้ อย่าทำให้ทุกคนต้องลำบากเพราะเธอเลย เธอขอแค่อยู่รับใช้ใกล้ๆก็พอ อัมพรโผกอดโฉมพิไลอย่างซาบซึ้ง...ภาดาเดินเซ็งออกมานอกห้อง เจอน้องทรายรออยู่ น้องทรายบอกภาดาว่าเธอยินดียกห้องให้โฉมพิไล

    "คุณ หญิงพูดถูก ยังไงชีวิตที่กำลังจะเกิดมาก็สำคัญกว่าคนพิการไร้ประโยชน์อย่างน้องทราย" น้องทรายเข็นรถตัวเองเข้าห้องไปเก็บของ

    ooooooo

    โฉมพิไล หัวเราะร่ากับอัมพรในห้องที่เอาชนะน้องทรายได้อีกครั้ง...ภาดากลัดกลุ้มมา คุยเครียดๆกับอริณในสวน อริณเปรยว่าโชคดีที่เขายังไม่มีเมีย เพราะที่เห็นนี่ตามตำราเลยว่าเมียสองต้องห้าม ภาดาหันมองเซ็งๆแล้วถามว่าเขาเป็นคนเลือกให้เป็นแบบนี้หรือ อริณตบไหล่ภาดาเบาๆทำนองเขาล้อเล่น

    "ยังไงก็ขอบใจด้วยนะที่เป็น พระเอกขี่ม้าขาวมาช่วยนางเอกได้ทัน ไม่งั้นผมก็ไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับน้องทรายบ้าง"

    "ผมไม่ใช่ พระเอกหรอก คงเป็นแค่เด็กรับใช้พระเอกที่บังเอิญผ่านมาเห็นเหตุการณ์มากกว่า...ว่าแต่ วิบากกรรมของน้องทรายจะจบยังไงนะ ในเมื่อปัญหาของคุณกับคุณโฉมคาราคาซังอยู่แบบนี้"

    ภาดาถอนใจ "ผมจะรอจนกว่าโฉมคลอดแล้วค่อยพูดกับเธอจริงๆจังๆ"

    "คุณแน่ใจแล้วใช่ ไหมว่าวันนั้นจะมาถึง" อริณพูดออกไป พอเห็นสายตาภาดาที่งงๆจึงแก้ว่า "ก็...หมายความว่าคุณโฉมแกท้องจริงๆใช่ไหม ไม่ได้ท้องลม"

    ภาดาอึ้ง เขาไม่เคยนึกถึงเรื่องนี้เลย...

    ในคืนนั้น ภาดาออกมาจากห้องน้ำต้องตกใจเมื่อพบห้องมืดสลัว มีเพลงคลอเบาๆและโฉมพิไลในชุดนอนบางเบา เข้ามากอด "เซอร์ไพรส์ไหมคะ..."

    ภาดา ตกใจแกะมือโฉมพิไลออก เธอพยายามจะจูบเขาและดันไปที่เตียง ภาดายั้งไว้ให้เธอหยุดก่อน โฉมพิไลไม่พอใจ "ทำไมคะคุณชาย! ทำไมทำแบบนี้กับโฉม"

    "คุณกำลังท้องอยู่นะโฉม คุณไม่ห่วงลูกบ้างหรือไง"

    โฉมพิไลชะงักนึกได้ ตะกุกตะกักแก้ตัวว่าเธอลืมไป เธอคิดถึงเขามากเกินไป ภาดาถือโอกาสชวนไปหาหมอวันพรุ่งนี้ โฉมพิไลสะดุ้งจะไปทำไม

    "ก็ไปฝาก ครรภ์ไงครับ จะได้ให้คุณหมอแนะนำว่าควรจะเตรียมตัวยังไงบ้าง ผมอยากคุยกับหมอด้วย"

    "ก็...ก็ได้ค่ะ งั้นโฉมไปนอนนะคะ จะได้ตื่นแต่เช้า" โฉมพิไลรีบออกจากห้องภาดา...

    วันรุ่งขึ้น ภาดาแต่งตัวเดินลงมา อัมพรทักว่าเขาจะไปไหน ภาดาบอกว่าจะพาโฉมพิไลไปฝากครรภ์ อัมพรจึงบอกว่า โฉมพิไลออกไปกับเฉลาและเฉลิมชัยแต่เช้าแล้ว คงไม่อยากรบกวนเขา ภาดาจึงรีบถามว่าไปโรงพยาบาลไหน อัมพรอึกอักกว่าจะบอกชื่อโรงพยาบาล

    ภาดา รีบขับรถออกไป แจ่มกับน้องทรายอยู่ในสวนเห็นแจ่มเปรยว่าภาดารีบไปไหนไม่ทักทายสักคำ    อัมพรเดินหัวเราะหึๆออกมา "เขามัวแต่ห่วงเมียกับลูกจนไม่ทันนึกถึงเธอมากกว่า"

    แล้วอัมพรก็พูด เยาะๆว่าภาดาพาโฉมพิไลไปฝากท้อง เขารักลูกมาก  และสภาพอย่างนี้คงมีลูกให้เขาไม่ได้  น้องทรายก้มหน้าตอบว่าเธอเข้าใจ ไม่วายอัมพรยังเหน็บ

    "ถ้าเข้าใจดีแล้วทำไมยังคิดไม่ได้อีกล่ะแม่คู้ น...จะทู่ซี้อยู่เป็นสามคนผัวเมียแบบนี้ให้มันได้อะไรขึ้นมา หรือกลัวว่าจะหาใหม่ไม่ได้ แต่ฉันก็เห็นมีคนต่อคิวเธอตั้งสองสามคนไม่ใช่เหรอ"

    น้องทรายเม้มปาก ไม่โต้เถียง พอดีเสียงวินบีบแตรรถลั่นร้องเรียกน้องทราย เธอดีใจที่พ่อมา อัมพรชะงักไม่พอใจ แจ่มแอบยิ้มรีบเข็นน้องทรายไปหาวินที่หน้าบ้าน...วินโดดลงจากรถสิบล้อซึ่ง บรรทุกผลไม้มาเต็ม อัมพรตามมาโวยไล่ให้เอารถออกไปไม่ให้มาเหยียบที่นี่อีก

    "ผม ก็บอกแล้วใช่ไหมว่าจะมาเหยียบที่นี่อีก เหยียบๆๆ ทำไมกลัวพื้นจะสึกหรือไงครับ"

    วินหันมาคุยกับน้องทราย บอกว่าคิดถึงและเอาผลไม้ มาฝากมากมาย อำนาจออกมาทักทาย วินสั่งคนงานให้ขนผลไม้ ลงมา วินแกล้งเฉาะมะพร้าวยื่นให้อำนาจและให้อัมพร

    "ลอง หน่อยมั้ยครับคุณหญิง หรือจะเอาไว้ล้างหน้าก็ได้นะครับ"

    "อ๊าย...ล้าง หน้าแกสิไอ้บ้า!" อัมพรปัดทิ้งแล้วไล่ให้วินขนผลไม้ออกไป

    "เฮ้อ...นึก แล้วว่าคุณหญิงต้องไม่เอา งั้นผมจะขายทิ้งให้หมด"

    อัมพรไม่สนใจ วินจึงสั่งคนงานขนลงมากองที่สนามหน้าบ้าน  มีตาชั่งและถุงเสร็จสรรพ  ตะโกนเรียกคนมาซื้อ

    ผลไม้ถูกๆกิโลละบาท ชาวบ้านได้ยินรีบเข้ามากันใหญ่ เหยียบสนามและต้นไม้เละเทะไปหมด   อัมพรร้องกรี๊ดๆสั่งปลั่งกับแผ้วไล่ทุกคนออกไป แต่ไม่มีใครสนใจแย่งกันซื้อผลไม้ราคาถูก อัมพรโกรธจนเนื้อเต้น ดิ้นพราดๆที่ทำอะไรไม่ได้

    ooooooo

    ถึงโรงพยาบาล ภาดารีบร้อนเข้าไป แต่โฉมพิไลเดินยิ้มร่าออกมาพร้อมเฉลาและเฉลิมชัย เพราะอัมพรโทร.บอกไว้ก่อน โฉมพิไลเข้าไปถามว่ามารับเธอหรือ ภาดาย้อนถามว่าหาหมอเรียบร้อยแล้วหรือ หมอว่าอย่างไรบ้าง  เฉลิมชัยรีบบอกว่า  คำแนะนำสำหรับคุณพ่อ  เขารับฟังไว้หมดแล้วไม่ต้องห่วง  แต่ ภาดายังอยากพบหมอ โฉมพิไลรีบบอกว่าหมอไม่อยู่ แล้วไปทำคลอดคนไข้ เอาไว้มาวันหลังก็ได้ ภาดาจำต้องกลับไปพร้อมโฉมพิไล

    พอมีโอกาสได้คุย กันลำพัง วินก็บอกน้องทรายว่าเขามาเพราะเพิ่งรู้เรื่องจากแจ่ม ทำไมต้องปิดบัง น้องทรายยิ้มให้วินว่าเธอมีความสุขดี และเห็นว่าไม่ใช่เรื่องสำคัญ แค่นี้เธอจัดการได้

    "คนเข้มแข็งต้อง ช่วยตัวเองให้เต็มที่ก่อนที่จะร้องหาคนอื่นไม่ใช่เหรอคะ"

    "พ่อภูมิใจ ในตัวลูกนะ" วินลูบหัวน้องทราย

    "น้องทรายแค่คิดว่า ในเมื่อน้องทรายไม่มีโอกาสได้เป็นแม่เต็มตัว การยอมให้เด็กคนหนึ่งได้มีครอบครัวที่สมบูรณ์ก็ถือเป็นการให้ชีวิตที่ดีกับ เขาเหมือนกัน น้องทรายทำถูกใช่ไหมคะ"

    "ไม่มีใครตอบได้หรอกลูกว่าทางเลือกของเรามันถูกหรือผิด แต่ถึงคำตอบมันจะเป็นอย่างหลัง ถ้าหนูเข้มแข็งพอ สุดท้ายหนูก็จะหลุดพ้นจากความเจ็บปวดทุกอย่างไปได้"

    น้องทรายฝืนยิ้มให้วินและสัญญาว่าเธอจะพยายาม โดยไม่รู้จะทนได้แค่ไหน...

    ภาดาแยกตัวกลับไป โฉมพิไลกลับมาบ้านพุดตาลทองกับเฉลาและเฉลิมชัย โฉมพิไลกำลังแจกเงินค่าจ้างให้เฉลิมชัยกับเฉลา บุญเทิดโผล่เข้ามาท่าทางแปลกๆ แล้วบุญเทิดก็เอาสัญญากู้ยืมเงินออกมาให้ดู เฉลาอ่านแล้วตาค้าง "อะ...อะไรนะ เราเป็นหนี้พ่อบุญเทิด 10 ล้าน!"

    "ก็รวมจากการกู้ยืมหลายๆครั้งน่ะครับคุณแม่"

    "กู้ยืม? กู้ยืมไปทำอะไร" โฉมพิไลตกใจดึงมาอ่านเอง

    ภีมกับเฉลิมชัยก้มหน้าหลบวูบ โฉมพิไลอ่านแล้วแทบร้องกรี๊ดเข้าไปเขย่าตัวเฉลิมชัยตะคอกถาม "เข้าบ่อน! นี่พี่เหลิมกับพ่อกลับไปเล่นอีกแล้วเหรอ!"

    ภีมงึมงำตอบว่าเล่นแค่นิดเดียว เฉลาร้องไห้โฮทุบตีภีมยกใหญ่ นิดเดียวอะไรตั้งสิบล้าน

    "ก็ฉันนึกว่าน้องบุญเทิดจะใจดีผ่อนผันให้ซักระยะนึง" เฉลิมชัยเสียงอ่อย

    "ผมก็ต้องใช้เงินเหมือนกันนะพี่เหลิม และในสัญญาก็ระบุแล้ว ผมมีสิทธิ์เรียกร้องเงินต้นเมื่อไหร่ก็ได้ พี่เหลิมกับคุณพ่อไม่ได้อ่านหรือ"
    สองคนส่ายหน้า โฉมพิไลเจ็บใจรู้ว่าบุญเทิดจงใจเอาเปรียบ บุญเทิดบอกว่าเขาต้องการใช้เงินวันนี้ ทุกคนตกใจไม่รู้จะไปหาที่ไหน บุญเทิดแนะให้ไปขอภาดา เฉลาหันมาขอร้อง

    โฉมพิไลโวยทันที "จะไปเอามาได้ยังไงล่ะแม่เงินตั้งขนาดนั้น  คุณชายเขาก็ต้องถามอยู่แล้ว  จะให้ฉันบอกว่าพ่อกับพี่ชายติดพนันจนหมดตัวหรือไง ฉันยอมตายดีกว่า"

    "งั้นผมก็ต้องยึดบ้านหลังนี้เพื่อเอาเงินมาใช้หนี้ ขอเชิญทุกคนเก็บของออกไปตั้งแต่วันนี้เลยนะ" บุญเทิดได้ทีบีบให้จนมุม

    เฉลาถลาเข้าไปขอร้องใจเย็นๆ  บุญเทิดกลับบอกว่าเขารอไม่ได้ เวลาเป็นเงินเป็นทอง เฉลายอมทรุดลงกอดขาบุญเทิด  เฉลิมชัยกับภีมทรุดตามก้มกราบขอร้องปลกๆ  บุญเทิดยิ้มสะใจมองโฉมพิไลเย้ยๆและบอกว่าเขาให้เวลาแค่หกโมงเย็นวันนี้ บุญเทิดสลัดสามคนกระเด็น

    โฉมพิไลตามบุญเทิดออกมาหน้าบ้านถาม "ทุกอย่างเป็นแผนของคุณใช่ไหม คุณจงใจแกล้งพวกฉัน"

    "ไม่เอาน่าโฉม คุณเห็นไม่ใช่เหรอว่าก่อนหน้านี้ผมใจกว้างกับครอบครัวคุณแค่ไหน  กว้างขนาดสามีคุณก็ไม่มีปัญญาให้พวกเขา แล้วคุณยังจะหาว่าผมแกล้งอีกเหรอ"

    "คุณจงใจเอาเงินมาล่อให้พวกเขาไปติดกับ"

    "แล้วมันเป็นความผิดของผมเหรอที่ดันมีเงินให้พวกเขาใช้"

    "คุณนี่มันชั่วช้ากว่าที่ฉันคิดไว้ซะอีก" โฉมพิไลมองบุญเทิดอย่างรังเกียจ

    "ผมบอกแล้วไง คนชั่วมันก็ต้องเจอกับคนชั่ว"

    โฉมพิไลเงื้อมือจะตบ บุญเทิดจับแขนไว้แล้วเตือนว่าเอาเวลาไปหาเงินจะดีกว่า บุญเทิดยิ้มกวนๆแล้วเดินไปขึ้นรถขับออกไป โฉมพิไลแค้นจัดแทบอยากฆ่าเขา...เดินเข้ามาในบ้าน  เฉลาปรี่มาสะอึกสะอื้นขอให้ช่วย  เฉลิมชัยขอไปอยู่ด้วยที่วัชรเวศม์

    "จะบ้าเหรอ แล้วฉันจะบอกคุณชายกับแม่เขาว่ายังไง"

    ภีมจึงบอกให้หาเงินมา โฉมพิไลยิ่งโกรธระเบิดอารมณ์ ออกมา "พ่อ...พ่อพูดง่ายนะ คิดว่าฉันเสกแบงก์ได้เองหรือ ตอนที่สร้างปัญหาทำไมไม่คิดกันบ้างล่ะ ก่อเรื่องทีไรก็เดือดร้อนอีโฉมทุกที คิดกันบ้างมั้ยว่าฉันจะเอาปัญญาที่ไหนมาตามแก้"

    โฉมพิไลร้องไห้โฮ ภีมกับเฉลิมชัยจึงขอโทษอย่างสำนึกผิด  เฉลายังร้องไห้  "งั้นก็ช่างมัน  ออกไปอยู่ข้างถนนซะบ้าง  จะได้สำนึก  ฮือๆๆ"

    โฉมพิไลมองทุกคนอย่างแค้นๆจนปัญญาไม่รู้จะทำอย่างไร ในที่สุดก็ลุกคว้ากระเป๋าถือออกจากบ้าน ไม่พูดไม่จา ว่าจะไปไหน...

    บุญเทิดนั่งเอกเขนกอ่านดัชนีหุ้นในคอมฯอยู่ในห้องทำงาน เลขาฯเข้ามาเรียนว่าโฉมพิไลมาขอพบ บุญเทิดยิ้มบอกให้เข้ามาได้ โฉมพิไลหน้าเย็นชาเดินเข้ามา บุญเทิดรีบเข้าไปประคองให้นั่ง แต่เธอกลับปัดออกแล้วโน้มคอบุญเทิดมาจูบ พอผละออกมองหน้าเขาน้ำตาคลอ "นี่ใช่มั้ยที่คุณต้องการจากฉัน บอกสิว่าฉันต้องทำอะไรอีกเพื่อให้ครอบครัวฉันไม่ต้องออกจากบ้าน..."

    บุญเทิดอึ้งมองโฉมพิไลซึ่งน้ำตาไหลพรากเหมือนจะสงสาร แต่แล้วกดอินเตอร์คอมสั่งเลขาฯแจ้งเปิดห้องสูทให้เขาด้วย สายตาเขาเปลี่ยนเป็นสะใจ...

    ooooooo

    หลังจากวินกลับไป น้องทรายนั่งเหงาอยู่ในสวน จึงเอาฟรุตเป่าเป็นเพลงเศร้าๆ  ภาดากลับเข้ามายืนฟัง ข้างหลังจนจบเพลงแล้วปรบมือ  น้องทรายสะดุ้งหันมาจึงถามเขาว่าไปรับโฉมพิไลที่โรงพยาบาลแล้วหรือ ภาดาตอบว่าโฉมพิไลขอไปบ้านแล้วจะกลับเอง  เขาหันมาชมเพลงที่เธอเป่าแล้วถามว่าเพลงของใคร

    "เพลงของพี่สมิตค่ะ" น้องทรายก้มหน้าตอบ

    "เพลงนี้หรือเปล่าที่คุณสมิตแต่งให้น้องทราย"

    น้องทรายตอบอ้อมแอ้มว่าใช่   ภาดาประชดว่า...เลยจำแม่นสินะ... น้องทรายเมินหน้าหนีไม่ตอบจะเข็นรถไปทางอื่น ภาดาดึงไว้ "จะไปไหนล่ะคะน้องทราย อยู่คุยกับพี่ก่อนสิ

    เดี๋ยวนี้เราไม่ค่อยได้อยู่ด้วยกันเลยนะคะ"

    น้องทรายชะงักมองหน้าภาดา เขาจึงโน้มตัวมากระซิบใกล้ๆอย่างขี้เล่น "คํ่านี้เราแอบออกไปหาอะไรกินนอกบ้านดีไหมคะ น้องทรายอยากทานอะไรพิเศษมั้ยพี่จะพาไป"

    "คุณชายนึกยังไงคะ" น้องทรายงงว่าภาดาคิดอย่างไร

    ภาดาจึงบอกว่าพรุ่งนี้เขาต้องกลับไปทำงาน จึงอยาก ใช้เวลาอยู่กับเธอบ้าง เขาจะพาเธอไปทานอาหารทะเลใกล้ๆ น้องทรายลังเลแต่พอเห็นสายตาอ้อนวอนของเขาก็ใจอ่อน... แจ่มดีใจรีบแต่งตัวให้น้องทรายอย่างสวยหวานจนภาดายังตะลึง

    "คุณชาย...เป็นอะไรคะ น้องทรายแต่งตัวไม่ดีเหรอคะ"

    "เปล่าค่ะเปล่า... น้องทรายสวยมาก สวยยิ่งกว่าวันไหนๆที่พี่เคยเห็น ไปกันเถอะค่ะเจ้าหญิงของพี่" ภาดาอุ้มน้องทรายออกไป แจ่มยิ้มปลาบปลื้มอวยพรให้เที่ยวให้สนุก...อัมพรกับปลั่งยืนมองอยู่ในบ้านอย่างหมั่นไส้   เจ็บใจที่ติดต่อโฉมพิไลไม่ได้...

    ในห้องสูท โฉมพิไลนอนร้องไห้สมเพชตัวเอง บุญเทิดพลิกตัวมากอด เธอผลักเขาออกอย่างรังเกียจ "คุณได้สิ่งที่ต้องการแล้ว ก็ขอให้ไปจากชีวิตฉันซะ อย่ามาเกี่ยวข้องกันอีก"

    "ใจร้ายจัง เราเคยรักกันไม่ใช่เหรอ ผมเป็นผู้ชายคนแรกของคุณ จำไม่ได้หรือว่าเราเคยมีลูกด้วยกัน" บุญเทิดคิดถึงอดีตอันเจ็บปวดของเขาในวันนั้น

    ครั้งนั้นบุญเทิดยังซอมซ่อเป็นเพียงคนงานในรีสอร์ต เขาลงมากรุงเทพฯเพื่อมาหาโฉมพิไลที่บ้าน แต่กลับโดนภีม เฉลา และเฉลิมชัยดูถูกเหยียดหยาม ทำร้ายและถ่มนํ้าลายใส่ แต่เขาก็พยายามบุกขึ้นไปหาโฉมพิไลบนห้อง เห็นเธอนอนหน้าซีดอยู่บนเตียงจึงปรี่เข้าไปจับมือ

    "โฉมๆ คุณท้องลูกของผม ลูกของเรา เรากำลังจะมีลูก ใช่ไหม ผมดีใจมากรีบลงมาจากเชียงใหม่ทันทีเลยเนี่ย"

    เฉลาเข้ามาดึงบุญเทิดออกห่าง "อี๊ ไอ้สกปรก ออกไปนะ ลูกโฉมน่ะเขาไปทำแท้งรีดลูกของแกออกไปแล้วย่ะ"

    "หา! อะไรนะ ทำไมล่ะ โฉม เรารักกันไม่ใช่หรือ"

    โฉมพิไลสะบัดมือออกมองบุญเทิดด้วยความแค้น "ฉันต้องได้ผัวที่ดีกว่าคนงานอย่างแก คนอย่างโฉมพิไลต้องได้ดีกว่านั้น   ฉันจะไม่ยอมให้มารหัวขนคนนี้มันมาทำลายอนาคตของฉันเด็ดขาด"

    "คุณรักผมเพราะคิดว่าผมเป็นเจ้าของรีสอร์ต แต่พอรู้ว่าผมเป็นแค่คนงาน คุณก็เฉดหัวผมทิ้ง  ขนาดเด็กในท้องยังฆ่าลง นังแม่มด" บุญเทิดนํ้าตาไหลเสียใจสุดๆ

    บุญเทิดไม่เคยลืมว่าโฉมพิไลไล่เขาออกไปเหมือนหมูเหมือนหมา จนเขาต้องอาฆาตว่าเขาจะกลับมาอีกในวันที่เขารวย เพื่อหลอกหลอนเธออย่าได้มีความสุขอีกเลย...จากวันนั้นจนวันนี้เขาก็ทำได้ "คิดๆแล้วก็น่าสงสารนายภาดานั่น มันไม่รู้ ด้วยซํ้าว่าคุณเคยมีทั้งผัว มีทั้งลูก แถมยังเป็นไฮโซจอมปลอม ที่เคยรีดเลือดในอกของตัวเอง"

    "ไอ้ชั่ว แกไม่ได้ดีไปกว่าฉันหรอก แกมันก็ไอ้แมงดา ยอมกระเดือกเมียแก่ๆ ใช้เสน่ห์มารยาไต่เต้าขึ้นมาจนมีเงินก็เท่านั้นเอง"

    "ผมเรียนมาจากคุณไงล่ะที่รัก"

    โฉมพิไลโกรธลุกขึ้นผลักไสเขาให้ออกไป บุญเทิดลุกขึ้นแต่งตัวแล้วควักเงินยื่นให้  โฉมพิไลมองอย่างแค้นจัด  บุญเทิด ทำเป็นนึกได้  "ขอโทษ  คนมันเคยชินน่ะ  ผมเสียเงินที่ห้องนี้ทุกที แต่คุณจะเอาไปไหมล่ะ ถือว่าเป็นค่านํ้ามันรถ"

    โฉมพิไลปัดมือบุญเทิดอย่างเจ็บใจ บุญเทิดหัวเราะลั่น "ในที่สุดผมก็มีวันนี้ วันที่เงินชนะทุกอย่าง ชนะแม้แต่กับผู้หญิงที่บอกว่ารักผัวตัวเอง ฮึ...สุดท้ายคุณก็รักหน้าของคุณมากกว่า  ยอมมานอนกับผมเพียงเพราะไม่อยากบอกผัวว่าคุณมันรวยแต่เปลือก เชอะ..."

    โฉมพิไลฟุบหน้าร้องไห้อย่างหนักเมื่อบุญเทิดเดินหัวเราะเยาะออกไปจากห้อง...

    ในบ้าน เฉลา ภีม และเฉลิมชัยเดินกระวนกระวายรอว่าโฉมพิไลออกไปไหน พอโฉมพิไลกลับมาตาแดงกํ่าเพราะผ่านการร้องไห้อย่างหนักมา ทั้งสามรี่เข้าไปถามว่าหาเงินได้ไหม โฉมพิไลมองทุกคนนํ้าตาไหลพรากด้วยความเจ็บปวด ก่อนจะพูดออกไปว่า

    "จำไว้นะว่า นี่คือสิ่งสุดท้ายที่ฉันจะให้ ฉันเสียสละทุกอย่างไปหมดแล้ว ไม่มีอะไรเหลืออีกแล้วแม้แต่ศักดิ์ศรีของฉัน"

    เฉลิมชัยกับภีมดีอกดีใจที่ไม่ต้องย้ายออก โฉมพิไลวิ่งขึ้นห้อง เฉลารู้สึกเป็นห่วงลูกจึงตามไปเคาะประตูเรียก "โฉม... ยายโฉม แกเป็นอะไรไป เกิดอะไรขึ้น นี่แม่เอง เปิดหน่อยสิ"

    โฉมพิไลตะโกนไล่อย่ามายุ่งกับเธอแล้วร้องไห้โฮเสียงดัง เฉลายิ่งใจเสียว่าไปทำอะไรมา

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"
    23 ต.ค. 2564

    05:50 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2564 เวลา 08:48 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์