นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    รักในม่านเมฆ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    แจ่มกระวนกระวายอยู่หน้าบ้าน พอแผ้วกลับมาจึงขอให้พาเธอออกไปตามหาน้องทราย แต่อัมพรออกมาสั่งห้าม แจ่มจึงออกไปเรียกแท็กซี่เอง อัมพรโกรธมากตะโกนไล่แจ่มไม่ต้องกลับมาอีก...พออริณรู้ว่าเฉลิมชัยจองโรมแรมที่ไหนก็รีบตามไปโดยไม่รอภาดาแล้ว

    เมื่อท่าทางน้องทรายเริ่มไม่ไว้ใจและพยายามจะกลับ เฉลิมชัยก็เผยธาตุแท้ออกมา เขาอุ้มเธอโยนลงบนเตียง เข้าปลุกปล้ำเธอ น้องทรายต่อสู้ถีบเฉลิมชัยอย่างแรงจนจุกแล้วคว้าโทรศัพท์หัวเตียงฟาดหัวจนมึนแล้ววิ่งหนีกระเซอะกระเซิงออกไป อริณเปิดประตูเข้ามาเห็นเฉลิมชัยมึนงงอยู่ ก็กระชากเฉลิมชัยอัดจนน่วมถามหาน้องทราย

    "ฉัน...ฉันไม่รู้ เขาหนีไปแล้ว"

    "ไอ้โกหก!  รถเข็นอยู่ที่นี่  แล้วน้องทรายจะหนีไปได้ ยังไง" อริณจะอัดเฉลิมชัยอีก

    รปภ.เข้ามาแยกและจับเฉลิมชัยส่งตำรวจ...น้องทรายวิ่งหนีออกมาหน้าโรงแรม ร้องไห้ไม่รู้จะหนีทางไหน พอดีแจ่มลงแท็กซี่มาเจอ ทั้งสองโผกอดกันร้องไห้ แจ่มโทร.หาอริณ...

    พอภาดาพาโฉมพิไลมาถึงบ้าน ภีมกับเฉลาก็รีบบอกเรื่องเฉลิมชัยโดนจับ โฉมพิไลถลึงตาอย่าให้ภาดารู้เรื่อง... อริณออกมารับแจ่มกับน้องทรายด้วยความแปลกใจว่าออกมาได้อย่างไร

    "แจ่มค่ะ แจ่มจำเบอร์ห้องที่คุณอริณบอก เลยรีบวิ่งขึ้นไปช่วยทัน"

    อริณจึงขอให้แจ่มไปให้ปากคำตำรวจกับเขา แจ่มอึกอักอ้างว่าทิ้งน้องทรายไม่ได้  ขอให้อริณจัดการแทน  อริณ จึงไปส่งทั้งสองที่วัชรเวศม์...พออัมพรเห็นแจ่มกลับมากับน้องทรายก็โวยว่าออกไปแล้วไม่ให้กลับเข้ามา อำนาจช่วยปรามว่าน้องทรายเพิ่งเจอเรื่องร้ายๆมา

    "เห็นใจเหรอ ทีมันทำไม่เห็นแก่หน้าฉันบ้าง รู้มั้ยตอนนี้ครอบครัวหนูโฉมต้องวิ่งไปโรงพัก เพราะว่าตำรวจเขาจะเอาเฉลิมชัยเข้าคุก"

    "ก็สมควรแล้วนี่ครับคุณพี่ นายเฉลิมชัยมันคิดชั่วๆกับน้องทราย"

    "แล้วมันสึกหรออะไรที่ไหน ถ้าเสียทีเค้าฉันจะไม่ว่าเลย นี่ตัวเองก็รอดออกมาได้ทำไมไม่ปล่อยให้เรื่องมันจบๆไป ไอ้ที่ทำไว้คราวที่แล้วมันก็ฉาวโฉ่พออยู่แล้ว"

    แจ่มเหลืออด  "คุณผู้หญิงพูดอย่างนี้ได้ยังไงคะ  คุณน้องทรายเกือบจะถูกไอ้บ้ากามนั่นข่มขืน ต่อให้มันวิเศษวิโสมาจากไหนแจ่มก็จะเอาเรื่องมันให้ถึงที่สุด"

    อัมพรโกรธมากตรงเข้าตบหน้าแจ่ม ด่าว่าเป็นขี้ข้ามาตีฝีปาก  อัมพรสั่งปลั่งไปหอบเสื้อผ้าน้องทรายมากองตรงนี้ แล้วล็อกบ้านห้ามเข้าไป อำนาจปรามแต่อัมพรพานไล่อำนาจไปด้วย...

    เฉลิมชัยเกาะลูกกรงร้องโยเยเมื่อเห็นภาดาพาโฉมพิไล และพ่อแม่มา อริณเห็นภาดาก็เคืองบอกให้รู้ว่าเฉลิมชัยทำอะไร กับน้องทราย เฉลิมชัยโวยวายว่าไม่จริง ภาดารู้สึกเป็นห่วง น้องทรายมาก อริณบอกให้ภาดาจัดการเรื่องนี้ให้เด็ดขาด ไม่อย่างนั้นเขาจะจัดการเอง

    พอมีโอกาสอยู่กันเอง เฉลิมชัยก็โวยโฉมพิไลให้ช่วยเขาให้ได้ เฉลาถามว่าทำอีท่าไหนถึงได้ถูกจับ เฉลิมชัยรีบบอก "ฉันไม่รู้เหมือนกันว่ามันสู้ฉันได้ยังไง มันแรงเยอะเหมือน... เหมือนคนอาการครบสามสิบสองอย่างเราๆนี่แหละ ไม่เห็นจะเหมือนคนง่อยตรงไหน"

    โฉมพิไลไม่เชื่อ หาว่าเฉลิมชัยเมามากกว่า เฉลากับภีมเห็นด้วย...โฉมพิไลต้องมายกมือไหว้ขอร้องภาดา และพยายามพูดให้ภาดาเข้าใจว่าน้องทรายกับเฉลิมชัยมีใจให้กัน เฉลิมชัยถึงได้กล้าทำ ภาดาไม่อยากเชื่อ "ตอนไหน ทำไมผมไม่รู้เรื่อง"

    "แล้วคุณเคยรู้เรื่องสมิต เรื่องนายอริณด้วยหรือคะว่าเขาไปรักกันตอนไหน คุณหาว่าโฉมร้าย แต่โฉมไม่เคยมีคนอื่น แต่เด็กนั่นเที่ยวหว่านเสน่ห์ใส่ผู้ชายที่อยู่รอบตัว คุณไม่สังเกตหรือไม่ยอมรับความจริงกันแน่"

    "แต่สมิตกับอริณไม่เคยอ้างชื่อผมไปหลอกเขาออกมาจากบ้านนะคุณ"

    โฉมพยายามพูดว่าน้องทรายให้เฉลิมชัยอ้างชื่อภาดา กับอัมพรเพื่อจะได้ยอมให้พาออกจากบ้าน ภาดาเริ่มสับสน โฉมพิไลว่าคนที่น้องทรายหลอกง่ายที่สุดคือภาดา "เขาหว่านเสน่ห์ใส่พี่เหลิม พอถึงเวลาก็ใส่ความว่าพี่เหลิมจะข่มขืน คุณชาย จะได้สงสารแล้วมานั่งทะเลาะกับโฉมเหมือนตอนนี้ไงคะ"

    ภาดาโดนปั่นหัวจนงง โฉมพิไลจึงทำเป็นน้อยใจว่าถ้าไม่เชื่อเธอจะบากหน้าไปหาน้องทรายเอง โฉมพิไลลุกเดินไปทันที ภาดารีบตาม...มาถึงบ้านวัชรเวศม์ แจ่มกำลังพาน้องทรายจะออกไปอยู่ที่อื่น แต่น้องทรายอยากรอภาดากลับมาก่อน พลันภาดากลับมากับโฉมพิไล อัมพรถลาเข้าไปปลอบโยน โฉมพิไลชิงบทน่าสงสารทันที    ลงคุกเข่าต่อหน้าน้องทราย ทุกคนตกใจ


    "พี่มีเรื่องอยากขอร้องน้องทราย  พี่เหลิมเค้าสำนึกผิดแล้ว ทั้งหมดนั่นแค่อารมณ์ชั่ววูบ เขาสัญญาว่าจะไม่ทำผิดอีก ถ้าน้องทรายจะมีเมตตา พี่อยากให้น้องทรายถอนแจ้งความเสีย"

    แจ่มอึ้งกับท่าทีโฉมพิไลรีบสะกิดไม่ให้น้องทรายใจอ่อน โฉมพิไลแสดงบทน่าสงสารต่อ "พี่รู้ดี เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเพราะพี่โฉมผิดเอง  ในเมื่อน้องทรายโกรธแค้นพี่โฉม   พี่โฉมก็ยินดีแก้ไข   เอาคุณชายไปเถอะนะคะ   พี่โฉมยอมแพ้แล้ว"

    อัมพรไม่ยอม โฉมพิไลหันมาไหว้ขอบคุณที่อัมพรเมตตา แล้วหันไปกราบน้องทรายขอร้องอีกครั้ง ทุกคนตกตะลึง น้องทรายมองหน้าภาดาถาม "พี่ชาย...พี่ชายอยากให้น้องทราย ถอนแจ้งความผู้ชายชั่วคนนั้นไหมคะ"

    อำนาจสงสารภาดาที่ต้องหนักใจอีกแล้ว...ภาดาครุ่นคิดแล้วพูดออกมาเขาเชื่อน้องทราย    โฉมพิไลกับอัมพรช็อก

    น้องทรายกับแจ่มยิ้มดีใจ แต่แล้วกลับต้องมาช็อกแทนเมื่อ ภาดาพูดว่า

    "แต่ปล่อยเฉลิมชัยเค้าเถอะน้องทราย คนเราทำผิดกันได้เพราะเหล้าและอารมณ์ชั่ววูบ น้องทรายให้โอกาสเค้าเถอะ แล้วพี่รับปากว่าน้องทรายจะไม่ได้เห็นเฉลิมชัยอีก"

    เหมือนฟ้าผ่ากลางใจน้องทราย "เข้าใจแล้วค่ะ พี่ชายยังรักและแคร์คุณโฉมอยู่มากจริงๆ เข้าใจแล้ว เข้าใจทั้งหมดแล้วค่ะ"

    แจ่มกอดน้องทรายให้หยุดร้องไห้ น้องทรายบอกทุกคนว่าพรุ่งนี้เธอจะโทร.บอกอริณให้ถอนแจ้งความ "ไม่ต้องห่วง ผู้ชายคนนั้นทำผิดแล้วไม่ต้องรับผิดอะไรทั้งนั้น ไม่ต้องห่วง เขาจะปลอดภัยดีค่ะ"

    ภาดาเห็นน้องทรายร้องไห้ก็หนักใจ โฉมพิไลยิ้มดีใจที่ไม่เสียแรงลงทุน...

    ooooooo

    ในคืนนั้น ภาดากลุ้มใจปรับทุกข์กับอำนาจว่าเขาทำผิดหรือเปล่า อำนาจเข้าใจว่าสถานการณ์อย่างนั้น เป็นใครก็ตัดสินใจลำบาก...อัมพรกับโฉมพิไลและปลั่งหัวเราะร่วนสะใจ...น้องทรายยังร้องไห้เสียใจกับแจ่ม เธอยอมรับแล้วว่าภาดารักโฉมพิไลมาก พอดีสมิตเตรียมตัวจะไปทำงานเป็นวิทยากรพิเศษให้เด็กพิการที่รีสอร์ตริมทะเล เขาบอกสุเมธไม่ต้องห่วงว่าเขาจะเหลวไหลอีก เขาไปทำงาน ทันใด...น้องทรายโทร.มา สมิตดีใจจนสุเมธอ่อนใจ

    เช้าตรู่ ภาดามาเคาะประตูเรียกน้องทรายไปใส่บาตร เห็นเงียบเสียงจึงเปิดเข้าไปดูในห้อง เห็นว่าข้าวของหายไปหมด ก็ตกใจ ก็รีบมาถามอำนาจ อำนาจพลอยตกใจไปด้วย แต่อัมพรกลับหัวเราะชอบใจที่น้องทรายหนีไป...อริณมาถอนแจ้งความที่โรงพักตามคำสั่งน้องทราย แล้วมาต่อว่าภาดาที่ทำงาน "ผมสงสัยอยู่แล้ว ทำไมคุณถึงโผล่ไปที่โรงพักพร้อมคนบ้านนั้น ที่แท้คุณก็ไปเป็นทนายออกหน้าแทนพี่เมียนอกกฎหมายนี่เอง"

    "ผมไม่ได้ออกหน้าแทนใครทั้งนั้น!"

    "งั้นคุณคงเป็นบ้าไปแล้ว เกิดมาผมเพิ่งเคยเห็นสามีเข้าข้างไอ้ทรชนที่มันคิดจะข่มขืนภรรยาตัวเอง" อริณโกรธกระชากคอเสื้อภาดา

    ภาดาจับมืออริณออกจากคอเสื้อ สีหน้าอัดอั้นสุดๆ

    เขาบอกอริณไม่มาเป็นเขาไม่รู้หรอกว่ามันลำบากแค่ไหน อริณ

    จึงบอกให้ปล่อยน้องทรายให้คนอื่นเสีย ภาดาเสียใจบอกว่า

    น้องทรายไปจากวัชรเวศม์แล้ว อริณตกใจ...

    ค่ายเยาวชนริมทะเล มีเต็นท์โลโก้สปอนเซอร์หลายเต็นท์ เด็กพิการหลายคนกำลังเล่นกันโดยมีพี่เลี้ยงวัยรุ่นดูแล สมิต

    เข็นรถน้องทรายเข้ามามีแจ่มเดินตาม เขาถามน้องทราย

    "พี่ดีใจนะที่น้องทรายมา แต่น้องทรายยังไม่บอกเลยว่ามีปัญหาอะไรกับคนบ้านนั้น จู่ๆทำไมถึงอยากมาต่างจังหวัด"

    "ไม่มีอะไรหรอกค่ะ น้องทรายได้ยินเรื่องแคมป์เยาวชนนี่แล้วรู้สึกสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมันเป็นแคมป์สำหรับเด็กพิการน้องทรายคิดว่าประสบการณ์ตัวเองน่าจะเป็นประโยชน์"

    "แสดงว่าน้องทรายจะอยู่ช่วยสอนเด็กๆด้วยเหรอจ๊ะ"

    สมิตดีใจ

    "น้องทรายอุตส่าห์ลงทุนนั่งรถเข็นทั้งที ก็เพื่อให้

    พวกเค้ารู้สึกว่าน้องทรายเคยเป็นมนุษย์ล้อมาก่อน"

    สมิตดีใจรีบไปบอกทีมงานว่าน้องทรายจะเป็นครูอีกคน แจ่มจึงถามน้องทรายทำไมไม่เล่าเรื่องที่เกิดขึ้น น้องทรายตอบว่าไม่อยากให้ถึงหูพ่อ...

    อริณตามมาหาน้องทรายที่ไร่ คนงานบอกว่าไม่อยู่ทั้งวินและน้องทราย อริณโทร.บอกภาดา เขาจึงนึกได้ว่าน้องทรายอาจไปหาวินที่โรงพยาบาล แต่พอไปพบวินเขาไม่กล้าพูดเรื่องน้องทราย ดูท่าทีวินจะไม่รู้เรื่องอะไร ภาดาจึงอยู่เป็นเพื่อนวินทั้งวันจนพยาบาลคิดว่าภาดาเป็นลูกชายวิน วินถือโอกาสถาม

    ภาดาว่าทำไมไม่ไปรับน้องทรายที่ไร่คราวก่อน

    "ผมไม่อยากพาน้องทรายกลับมาเจอเรื่องไม่สบายใจอีกน่ะครับ"

    "นึกแล้ว คนที่ห่วงน้องทรายมากรองจากอาก็เห็นจะเป็นคุณชายนี่แหละ อาไว้ใจคนไม่ผิดจริงๆ"

    ภาดาละอายใจ "คนอย่างผมมีแต่จะทำให้น้องทรายทุกข์ใจ ทำให้ร้องไห้ ผมไม่ได้ดูแลเธอดีพออย่างที่คุณอาคิด คุณสมิตกับอริณเสียอีกที่ทำหน้าที่นั้นได้ดีกว่าผม"

    ภาดาน้ำตาคลอ สัญญากับวินว่าเขาจะดูแลน้องทรายให้ดีที่สุดทั้งที่เขาไม่คู่ควรกับเธอ แต่วินไม่ถือเรื่องที่ผิดพลาดของภาดา เขาขอแค่อย่าปล่อยมือจากน้องทรายเท่านั้นก็พอ

    ooooooo

    เริงร่าดี๊ด๊ากันใหญ่ทั้งโฉมพิไลและอัมพร เมื่อไม่มีน้องทรายอยู่ในวัชรเวศม์ พอดีมีจดหมายมาส่งถึงภาดาและภรรยา อัมพรให้โฉมพิไลเปิดดูเพราะเธอคือภรรยา โฉมพิไลจึงเปิดออกดูเป็นการ์ดเชิญไปร่วมงาน เดินแฟชั่นโชว์การกุศล เพราะบริษัทภาดาเป็นสปอนเซอร์ ด้วย อัมพรดันให้โฉมพิไลไปและหาเครื่องประดับมาให้ใส่เพื่อไม่อายใคร

    "เอ๊ะ คุณแม่! ดูเหมือนคุณแม่ได้อุบะเพชรคืนมาแล้ว" โฉมพิไลนึกได้

    "เปล่า ลูก เปล่า" อัมพรปฏิเสธเสียงหลง

    "นังน้องทรายมันจงใจฮุบไว้แกล้งเรา เออ...โฉมจะบอกให้คุณชายขอจากมัน คุณชายพูดต้องสำเร็จแน่ๆ"

    อัมพรร้อนตัวรีบบอกโฉมพิไลว่าน้องทรายไม่อยู่ที่นี่ แล้วอย่าไปพูดกับภาดาเลย...

    ด้านบ้านพุฒตาลทอง บุญเทิดมารอโฉมพิไลทั้งวันเพราะเฉลากับภีมบอกว่าเดี๋ยวกลับ เฉลิมชัยเอาอกเอาใจบีบนวดให้ หวังเงินรางวัล บุญเทิดควักเงินเป็นฟ่อนมาให้เฉลาไปซื้อไวน์ มาให้ ภีมกับเฉลิมชัยบ่นเบื่อๆ บุญเทิดจึงพาไปเที่ยวบ่อน สอง พ่อลูกขยาดไม่มีเงิน บุญเทิดพูดกับเจ้าของบ่อน "วันนี้ผมพาคุณพ่อกับพี่ชายมาเปิดหูเปิดตา เสี่ยช่วยดูแลให้หน่อยได้ไหม เปิดบัญชีผมได้เลยวงเงินไม่อั้น"

    สองพ่อลูกตาวาว บุญเทิดแอบยิ้มสะใจ "ระเริงกันไปให้พอ ฉันจะเอาคืนพวกแกทั้งก๊กให้แสบที่สุด..."

    ตกกลางคืน อัมพรบอกภาดาเรื่องที่เธอกับโฉมพิไลจะไปร่วมงานการกุศลด้วย ภาดาหนักใจไม่รู้จะปฏิเสธอย่างไร อำนาจถูกบังคับให้ไปคอยถ่ายภาพให้ อำนาจกระซิบกับภาดา งานนี้สนุกพิลึกแน่...

    ooooooo

    ในระหว่างที่แจ่มนอนเล่นอยู่ในห้องพักกับสีเงิน สมิตพาน้องทรายไปเดินเล่นริมทะเล สุเมธโทร.มา ทีมงานเอาโทรศัพท์มาให้บอกว่ามีสายถึงสมิต แจ่มรับโดยไม่ทันมองว่าใครโทร.มา พอพูดออกไปสุเมธตกใจและจึงได้รู้ว่าน้องทรายอยู่กับสมิต...น้องทรายกำลังโดนสมิตลากลงไปเล่นน้ำทะเลเหมือนเมื่อตอนเด็ก ทั้งสองระลึกความหลังสนุกสนานจนใกล้ชิดกันมาก สมิตเผลอจะจูบน้องทราย แต่เธอมีสติพอรีบผละออก สมิตน้อยใจ น้องทรายขอโทษ

    "พี่ไม่ได้ต้องการคำขอโทษ แต่พี่ต้องการเหตุผลว่าทำไมน้องทรายถึงไม่คิดกับพี่เหมือนกับที่น้องทรายคิดกับนายภาดา"

    น้องทรายอึกอักไม่รู้จะตอบว่าอย่างไร พอดีแจ่มวิ่งมายื่นมือถือให้สมิต บอกว่าคุณหมอโทร.มา สมิตแยกตัวไปคุย บังเอิญทีมงานเอารายชื่อแขกในงานมาให้ สมิตเปิดดูเห็นชื่อภาดากับครอบครัวก็ตกใจ ยิ่งหงุดหงิด พอโดนสุเมธต่อว่าเรื่องน้องทรายก็พานโมโห "ถ้าผมบอก พ่อก็ต้องโวยวายว่าผมพาเมียชาวบ้านหนี ทั้งที่น้องทรายเป็นคนขอร้องให้ผมไปรับ"

    "งั้นก็แสดงว่าเค้ามีปัญหากันอยู่ แล้วแกเข้าไปยุ่งกับเค้าทำม้าย...ไอ้ตัวยุ่ง"

    สมิตอารมณ์เสียตัดบทสุเมธไปว่าเขาต้องไปทำงานแล้ว สุเมธมาเล่าให้วินฟังว่างานนี้ภาดากับครอบครัวไปด้วย วินจึงรีบลุกขึ้นแต่งตัวจะไปเล่นอะไรสนุกๆ สุเมธอ่อนใจตามไปด้วยความเป็นห่วงที่วินไม่เจียมสังขารเลย...

    งานเลี้ยงจัดขึ้นในโรงแรม อริณดูแลความเรียบร้อย ภาดามาพร้อมอัมพร อำนาจ และมีโฉมพิไลเกาะแขนมาด้วย สมิตรีบมาบอกน้องทรายว่างานนี้มีครอบครัวภาดามาด้วย เขาก็เพิ่งรู้ ท่าทางน้องทรายไม่อยากเข้าไปในงาน ทำให้สมิตชักรู้สึกว่าต้องมีปัญหากันแน่ สมิตจะไปเอาเรื่องภาดา น้องทรายรีบห้ามที่ไม่อยากเล่าเพราะเขาวู่วามแบบนี้

    คุณหญิง คุณนายเข้ามาทักอัมพรและพาไปร่วมวงสนทนา อริณกระซิบถามภาดา "คิดยังไงของคุณถึงได้พาครอบครัวมาด้วย...แม่คุณไม่เท่าไหร่ แต่คุณโฉมนี่สิ มิสซิสโจนส์นายเราเป็นพวกเรียกร้องสิทธิสตรี ถ้ารู้ว่าคุณพาผู้หญิงที่ไม่ใช่ภรรยามาร่วมงาน แกต้องโกรธคุณแน่"

    "แต่คนที่นี่ไม่มีใครรู้จักน้องทราย เขาคงไม่สงสัยผมกับคุณโฉมหรอก"

    โฉมพิไลนวยนาดเข้ามาเกาะแขนภาดา รบเร้าให้พาไปแนะนำเพื่อนๆ ภาดาจำต้องควงเธอไป สมิตแอบมองอย่างไม่พอใจ...อัมพรให้อำนาจถ่ายรูปโฉมพิไลพูดคุยกับเพื่อนๆภาดาเอาไว้  เผื่อจะอวดน้องทรายว่าภรรยาของภาดาต้องสวยเก่ง และคนยอมรับอย่างโฉมพิไล...

    ในห้องพัก น้องทรายแต่งตัวสีหน้าเครียด แจ่มกังวลแทนไม่อยากให้น้องทรายขึ้นเวที แต่วินกับสุเมธมาพอดี วินให้กำลังใจน้องทรายให้ทำดีที่สุด "อย่าไปกลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นตราบใด ที่เรามั่นใจว่าเรากำลังทำสิ่งที่ถูกต้องอยู่"

    ขณะที่อัมพรกำลังคุยกับแขกเหรื่อในงานถึงรสนิยมของตัวเองว่าชอบบัลเลต์ ชอบรำไทย และมหรสพชั้นสูง พิธีกรขึ้นประกาศ "สวัสดีครับ ต้องขออนุญาตขัดจังหวะเวลาอันรื่นรมย์ ของทุกท่าน เผอิญว่าตอนนี้ที่ริมสระน้ำของเรากำลังจะมีการแสดงมหรสพชั้นสูง ซึ่งเป็นอภินันทนาการจากคุณหญิงอัมพร อภิรักษ์ภูบาล เชิญท่านที่สนใจออกไปรับชมได้เลยครับ"

    เหล่าไฮโซพากันออกไป อัมพรงงว่าเธอไม่จัดอะไรมาพอออกมาถึงริมสระน้ำ มีคณะสิงโตกำลังโชว์ตุ้งแช่ดังลั่นไปหมด มีทั้งกายกรรมต่อตัวและแป๊ะยิ้มวิ่งไปมา...แป๊ะยิ้มเข้ามาถอดหัวตรงหน้าอัมพรและกล่าวคำอวยพรสำเนียงจีน อัมพรแทบร้องกรี๊ดเพราะคือวินพูดพลางตีฉิ่งฉาบเสียงดังสนั่น ทุกคนมองอัมพรเป็นตาเดียว ทีมงานรีบตามภาดากับอริณไปที่สระน้ำ สมิตทำเป็นเดินเข้ามาเจอตกใจ   "อ้าว!   คุณภาดา   คุณอริณ มาเหมือนกันเหรอครับ"

    สมิตบอกว่าค่ายเพลงเขาเป็นเจ้าภาพงานนี้ และเขากำลังจะออกไปดูแห่สิงโต ไม่รู้ใครจัดมางานไฮโซแบบนี้ สมิตทำหน้าขำๆ...พอมาถึงสระน้ำ อำนาจวิ่งมาถึงพอดี เห็นอัมพรโวยวิน

    "พอได้แล้ว ไอ้บ้า! ไอ้ไพร่! แกจะฉีกหน้าฉันไปถึงไหน"

    "อั๊วไม่ได้ฉีก อั๊วก็ทำตามที่อาคุงหญิงจ้างมาอยู่นี่ไง เอ้าพวกเรา" วินให้สัญญาณพวก

    อัมพรโวยวายว่าเธอไม่ได้จ้าง อำนาจเข้าดึงอัมพรไว้ อัมพรคว้าไม้กลองจากพวกสิงโตมาไล่หวดวิน อำนาจขวาง อัมพรจึงผลักอำนาจตกสระน้ำ ภาดาตกใจลงไปช่วย อัมพรยังไม่หยุด กระชากหัวแป๊ะยิ้มหลุดออกมาได้แต่ตัวเองหงายหลังตกสระไปอีกคน แขกในงานหัวเราะลั่น น้องทรายเห็นแล้วสลดใจ สมิตกับแจ่มบอกอย่าสงสารต้องสะใจถึงจะถูก

    แขกเหรื่อทยอยกลับเข้าไปใน งาน อริณมาช่วยภาดากับอำนาจ อัมพรยังโวยวาย วินยืนยิ้มเผล่ อัมพรชี้หน้า "สะใจแกแล้วใช่ไหมที่ทำให้ฉันเป็นตัวตลก จำไว้นะฉันจะเอาคืนแกแน่"

    "ถ้า จะเอาคืน ก็ขอให้มาลงที่ผมจริงๆก็แล้วกัน อย่าพาลไปลงที่ลูกสาวผมอีก"

    "ลูก สาวแกน่ะเหรอ เฮอะ ป่านนี้หนีไปกับผู้ชายที่ไหนแล้วก็ไม่รู้ มันคงไม่กล้ากลับไปเหยียบวัชรเวศม์อีกหรอก"

    "คุณหญิงไปจำขี้ปากใครมา ล่ะคร้าบ น้องทรายแค่ไปพักผ่อน อีกเดี๋ยวก็กลับไปแล้ว"

    ภาดากับอริณ ยิ้มดีใจรีบถามว่าน้องทรายอยู่ที่ไหน วิน บอกให้รอถามกันเอง รู้แค่ว่าน้องทรายยังไม่ยอมแพ้ก็พอ และเขายังต้องเจอกับอัมพรอีกเยอะ วินเดินจากไป อัมพรด่าไล่หลัง

    "ทำจนลูกสาวเขาหนีออกจากบ้านแบบนี้ ต่อให้เราข้ามไปดาวอังคาร นายวินก็คงตามไปราวีอยู่ดีล่ะคุณพี่" อำนาจเตือน

    อัมพร ปฏิเสธว่าไม่ได้ทำอะไร โฉมพิไลเข้ามาตามให้ เปลี่ยนเครื่องแต่งตัวแล้วไปดูเธอเดินแฟชั่นโชว์ แต่อัมพรไม่อยากไปร่วมงานอีกแล้วเพราะอาย

    ooooooo

    ภายในงาน ภาดาควงโฉมพิไลไปแนะนำให้เจ้านาย คือมิสซิสโจนส์รู้จัก   โฉมพิไลพูดภาษาอังกฤษอย่างคล่องแคล่วว่าเธอเป็นภรรยาของภาดา มิสซิสโจนส์พูดกลับมาเป็นภาษาไทยว่า ภาดาไม่เคยบอกว่าแต่งงานแล้ว โฉมพิไลรีบบอกว่าแต่งกันตั้งแต่เรียนโทที่สเตท...ห่างออกมาน้องทรายมองด้วย แววตาเศร้าๆ   วินเข้ามาปลอบใจอย่ายอมแพ้

    "ผู้หญิงคนนี้จงใจจะแย่ง ความสำคัญของหนู ถ้าน้องทราย ของพ่อถอยหนีเพราะความกลัว   อีกหน่อยเค้าจะยิ่งรุกล้ำตำแหน่ง ที่ของหนูมากขึ้น"

    "เธอต้องการ รักษาสิทธิ์ของตัวเองเท่านั้นแหละค่ะคุณพ่อ น้องทรายต่างหากที่แย่งชิงทุกอย่างมาจากเธอ"

    "แต่ปัจจุบันนี้หนูคือ ภรรยาตัวจริงของคุณชาย สิทธิ์ตรงนั้นเป็นของลูกพ่อไม่ใช่โฉมพิไล"

    วิน พยายามพูดให้น้องทรายสู้กลับไปวัชรเวศม์ อย่าหนี อย่างคนพ่ายแพ้ นอกเสียจากไม่อยากเล่นเกมนี้ต่อไป...น้องทราย ครุ่นคิด เข็นรถตัวเองมาปล่อยอารมณ์ในสวนหย่อม ภาดาเดินออกมาเห็น เขาดีใจรีบเข้าไปหา

    "น้อง ทราย! มาอยู่ที่นี่เองเหรอคะ รู้มั้ยว่าพี่เป็นห่วงแทบแย่"

    "คุณชาย คงเป็นห่วงน้องทรายมาก ถึงได้พาคุณโฉมพิไลมาตามหาถึงนี่" น้องทรายจะหนี

    ภาดา ตามไปดึงรถไว้ "น้องทรายจะรีบไปไหนเดี๋ยวรถล้มหรอก"

    "คุณชายไม่ต้อง ห่วงน้องทรายหรอกค่ะ กลับไปดูแลคุณโฉมเถอะ เดี๋ยวแขกในงานจะว่าเอาได้ว่าทิ้งภรรยา"

    "พี่ไม่ได้ตั้งใจให้เป็นแบบ นี้นะน้องทราย"

    "เป็นแบบนี้ก็ดีแล้วนี่คะ ใครๆก็ชื่นชมคุณชายที่มีภรรยา อย่างคุณโฉม น้องทรายยินดีด้วย"

    "ทุก อย่างมันเป็นความต้องการของโฉม ไม่ใช่ความต้องการ ของพี่เลย แต่พี่ก็ไม่อยากทำร้ายจิตใจเธอ เพราะที่ผ่านมาพี่ก็ ทำผิดต่อเธอมามากแล้ว"

    ยิ่ง ฟังน้องทรายยิ่งเจ็บปวดจะเลี่ยงหนี ภาดาตามไป ดักหน้า "น้องทรายรู้มั้ยทำไมพี่ถึงรู้สึกผิด"

    แต่น้องทรายไม่อยากรู้ เขาจึงคุกเข่าลงตรงหน้ากุมมือเธอไว้ "ตลอดเวลาที่เราใกล้ชิดกัน พี่เฝ้าแต่คิดถึงผู้หญิงคนหนึ่ง อยู่ตลอดเวลา แทนที่ผู้หญิงคนนั้นจะเป็นโฉม กลับเป็นภรรยาแค่ในนามของพี่คนนี้"

    ไม่อยากเชื่อหูตัวเอง ได้แต่มองสายตาที่จริงใจของภาดา ห่างออกมา อริณได้ยินคำสนทนาของทั้งสองคน รู้สึกปวดใจ เดินคอตกกลับเข้างาน เจอเข้ากับโฉมพิไลพอดี เธอถามหาภาดา อริณท่าทางอึกอักมองไปริมทะเล โฉมพิไลเข้าใจว่าภาดาอยู่ที่นั่นจะออกไปตามกลัวว่าภาดาจะมาดูเธอเดินแฟชั่น โชว์ไม่ทัน อริณรีบบอกว่าเขาเห็นภาดาเดินอยู่ในงาน ให้โฉมพิไลไปแต่งตัว เดี๋ยวเขาจะบอกภาดาให้ โฉมพิไลลังเลเล็กน้อยก่อนจะกลับไป ห้องแต่งตัว...

    แม้ความรู้สึกจะดีขึ้นบ้าง แต่ยังเคืองๆอยู่จึงบอกภาดาว่า "น้องทรายต้องไปแล้วค่ะ นัดกับพี่สมิตเอาไว้...คุณชายควรจะกลับไปหาคุณโฉมนะคะ ในเมื่อคุณชายบอกเองว่าไม่อยากทำร้ายเธอ ก็แปลว่าคุณชายยังเป็นห่วงเธอมาก"

    ภาดา รู้ว่าน้องทรายยังไม่หายงอน เขาเดินเศร้ากลับมา อริณเข้ามาพูดแขวะ ว่าน่าจะสบายใจขึ้นที่เจอน้องทราย ภาดามองอริณอย่างแปลกใจ พลันเสียงปรบมือในงานดังขึ้น...

    บนเวทีมีการแสดงของเด็กตาบอด ร้องเพลงประสาน เสียงโดยมีสมิตเป็นคนเล่นกีตาร์ น้องทรายอยู่หลังเวทีเตรียมออกเป็นชุดต่อไป วินบีบมือน้องทรายไม่ให้ตื่นเต้น เธอไม่ได้ ขึ้นเวทีแบบคนพิการมานานแล้วนับตั้งแต่เธอเดินได้ วินจึงให้นึกถึงความรู้สึกที่เคยเอาชนะความตื่นเต้นที่ต้องขึ้นเวทีครั้ง นั้นมาเป็นกำลังใจ น้องทรายจึงนึกย้อนไปตอนเด็กที่ภาดาเป็นกำลังใจให้เธอขึ้นแสดงเป่าฟลุต บนเวทีงานโรงเรียน...

    เมื่อการแสดงของเด็กๆจบลง ไฟในห้องจัดเลี้ยงก็ดับลง ดรายไอซ์เป่าฟุ้งไปทั่วบนเวที เสียงน้องทรายดังขึ้น "แขกผู้มีเกียรติทุกท่านคะ ก่อนที่การแสดงชุดนี้จะเริ่มต้นขึ้น ดิฉันอยากจะขอความกรุณาให้ทุกท่านหลับตาลง แล้วค่อยๆเปิดใจตัวเองเพื่อรับฟังเพลงนี้ไปด้วยกันนะคะ"

    เสียงฟรุต ดังขึ้นอย่างไพเราะพร้อมเสียงกีตาร์คลอของสมิต แขกในงานปรบมือโดยยังไม่ลืมตา โฉมพิไลอยู่ข้างเวทีแอบลืมตามองพอเห็นว่าเป็นน้องทรายก็ตกใจ อริณกระซิบบอกภาดาว่าน้องทรายอยู่บนเวที ภาดาบอกว่าเขารู้แล้ว...พอจบเสียงเป่าฟรุตทุกคนลืมตาขึ้น น้องทรายพูดถึงความรู้สึกของคนพิการ ที่อยากอยู่ในสังคมอย่างคนปกติไม่อยากให้ใครมองเป็นคนน่าสงสาร อยากได้ โอกาสแสดงความสามารถอย่างคนปกติทั่วไป คำพูดของน้องทรายเรียกเสียงปรบมือกึกก้อง สมิตกล่าวเชื้อเชิญผู้ที่จะบริจาคเพิ่มเติมแจ้งความจำนงมาที่เขาหรือเจ้า หน้าที่ได้เลย

    อริณยกมือขึ้นตะโกนว่า "มิสซิสโจนส์ขอสมทบทุน เพิ่มเติมอีกหนึ่งแสนบาทครับ"

    แขกคนอื่นยกมือบริจาคเพิ่มอีกหลายคน โฉมพิไลทนไม่ไหว เดินออกมาเกาะแขนภาดาเพื่อเย้ยน้องทรายที่อยู่บนเวที สมิตบอกยอดเงินบริจาคทั้งหมดคร่าวๆและขอบคุณทุกท่านพร้อมกล่าว "คนสำคัญที่สุดที่ต้องขอบคุณในวันนี้ก็คงจะเป็นคุณน้องทราย วาลิกา อภิรักษ์ภูบาล"

    ทุกคนชะงักเมื่อได้ยินนามสกุล สมิตจึงกล่าวต่อไปว่า "ไม่ต้องแปลกใจหรอกครับ ใช่แล้วครับ คุณวาลิกาเป็นภรรยาอย่างถูกต้องตามกฎหมายของคุณภาดา อภิรักษ์ภูบาลนั่นเอง"

    น้อง ทรายแทบช็อก กระตุกแขนสมิต สมิตไม่สนใจยังขอเสียงปรบมือให้กับภาดาและน้องทรายสองสามีภรรยาผู้ใจบุญ แขกในงานตกตะลึงหันไปมองภาดากับโฉมพิไล มิสซิส โจนส์นิ่วหน้าเดินไปหาภาดา "นี่หมายความว่ายังไง...ใครอธิบายฉันที...อริณ"

    "เอ่อ...คุณวาลิกา คือภรรยาของคุณภาดาจริงๆครับ ส่วนคุณโฉม..." อริณพูดไม่ออก มิสซิสโจนส์พูดเสียงดังขึ้นว่า...เป็นเมียน้อย?...

    ทุกคนหันมาจ้อง มองโฉมพิไล จนเธออับอายวิ่งหนีไปที่ห้องแต่งตัว เพื่อนนางแบบต่างรุมถามว่าเธอเป็นเมียน้อยหรือ "งั้นคุณโฉมก็คงออกไปเดินแบบกับพวกเราไม่ได้แล้ว ขอโทษนะคะ ขอชุดคืนด้วยค่ะ"

    โฉมพิไลทั้งอายทั้งโกรธไม่ยอมถอดชุดให้   กลับโวยวายจนเป็นเรื่องตบตีใหญ่โต...ภาดายังโดนมิสซิสโจนส์

    ตำหนิ พรุ่งนี้ให้ไปอธิบายที่ทำงาน   อริณตบไหล่ปลอบไม่รู้จะช่วยอย่างไร...

    น้อง ทรายต่อว่าสมิตที่พูดออกไป สมิตกลับบอกว่า "พี่อุตส่าห์ทวงสิทธิ์อันชอบธรรมให้กับน้องทราย ยังไม่ดีอีกเหรอ" สมิตทำหน้าน้อยใจ

    "น้องทรายเข้าใจว่าพี่สมิตเป็นห่วง แต่น้องทรายไม่ชอบการได้อะไรมาโดยที่ต้องทำร้ายผู้อื่น"

    "โลกมันก็ เป็นอย่างนี้แหละน้องทราย มีคนชนะ ก็ต้องมีฝ่ายแพ้ น้องทรายต้องหัดดื่มด่ำกับชัยชนะบ้างสิจ๊ะ อย่าปล่อยให้เค้ากระทำเราฝ่ายเดียว"

    "พี่สมิตกับคุณพ่อนี่คิดอะไร เหมือนกันอยู่เรื่อย" น้องทรายส่ายหน้าเอือมระอา

    สมิตขอไปหาน้ำมาให้ น้องทรายได้ยินเสียงคนร้องไห้ สักพักโฉมพิไลเดินกระเซิงมา น้องทรายรีบถามว่าเป็นอะไร พอเห็นน้องทราย โฉมพิไลก็ปรี่เข้าหา "ยังมีหน้ามาถาม ก็เพราะเธอไงที่ทำให้มันเป็นแบบนี้ ทุกคนเค้าด่าประณามฉันว่าเป็นเมียจอมปลอม ก็เพราะเธอคนเดียว"

    น้อง ทรายพยายามถอยหนี แต่โฉมพิไลยังตาม "เธอแย่งสามีของฉันไม่พอ ยังฉีกหน้าฉันจนไม่มีชิ้นดี สะใจแล้วใช่ไหมนังง่อย" โฉมพิไลเขย่าตัวน้องทราย เธอเกาะรถไว้แน่นโฉมพิไลจึงเงื้อมือจะตบ "อย่าคิดว่าเธอทำลายความสุขของฉันแล้วจะหนีรอดไปง่ายๆนะ คนที่ทำร้ายฉันมันต้องเจ็บกว่าฉัน"

    ภาดาปราดเข้ามาจับมือโฉมพิไลไว้ สมิตกลับเข้ามาพอดี โฉมพิไลอาละวาดกรีดร้องเหมือนคนบ้า สมิตบอกให้ภาดาพาโฉมพิไลออกไป ไม่อย่างนั้นเขาจะลากออกไปเอง ภาดาจึงประคองโฉมพิไลออกไปทั้งที่สายตายังมองน้องทรายอย่างห่วงใย...ภาดาออก มาเจออริณ จึงให้ช่วยตามอัมพรกับอำนาจบอกว่าเขาจะกลับกรุงเทพฯคืนนี้

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"
    23 ต.ค. 2564

    05:50 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2564 เวลา 07:54 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์