ข่าว

วิดีโอ



รักในม่านเมฆ

อ่านเรื่องย่อ

แนว:

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย:

กำกับการแสดงโดย:

ผลิตโดย:

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์ช่องอื่นๆ

นักแสดงนำ:

เช้าวันใหม่ แจ่มกำลังซ่อนหนังสือพิมพ์ แต่น้องทรายเห็นเสียก่อน จึงเอามาอ่าน เป็นข่าววิวาห์รอบสามกับภรรยาคนที่หนึ่งของภาดา น้องทรายเจ็บจี๊ดในใจแต่ทำเข้มแข็งฝืนยิ้มกับทุกคน

ข่าวการแต่งงาน ทำให้บุญเทิดมาที่บ้านพุดตาลทอง เอาสมุนมาไล่เฉลา ภีม และเฉลิมชัยออกไป "โฉมพิไลกำลังจะแต่งงาน ทั้งๆที่มันท้องลูกของฉัน มันกล้าท้าทายฉัน ฉันจะยึดบ้านนี้"

"เฮ้ย แกโมโหโฉมก็ไปจัดการโฉมสิวะ มายุ่งกับเราทำไม" เฉลิมชัยโวย

บุญ เทิดพูดอย่างสะใจว่าโฉนดบ้านเป็นชื่อของเขา และยังมีสัญญาเงินกู้ เขาต้องการเอาบ้านมาทุบทิ้งทำที่ทิ้งขยะ ทั้งสามตกใจ บุญเทิดให้เวลาเก็บของสิบนาที...

ไม่พ้นโฉมพิไลต้องหาบ้านเช่าเล็กๆ ให้ ทั้งสามคนโวยว่าหลังเล็กอย่างกับรูหนู โฉมพิไลจึงย้อนว่าเธอก็ไม่ได้อยู่บ้านดีกว่านี้เท่าไหร่ อยากมีบ้านดีๆก็ให้รู้จักทำงาน เฉลิมชัยโมโห

"หนอย แกก็ไม่ได้ทำงานเหมือนกัน เอาแต่เกาะผู้ชายรวย แล้วดูสิแทนที่จะไปเกาะไอ้บุญเทิด ดันไปกัดก้อนเกลือกินกับไอ้ภาดาตกอับ แกบ้าไปหรือเปล่า"

"ฉันไม่มีวันยอมแพ้นังน้องทรายเด็ดขาด ฉันจะเอาผัวฉันคืน"

เฉลา ร้องไห้เพราะไม่เคยอยู่แบบนี้มาก่อน แต่โฉมพิไลกลับบอกว่า เธอไม่ใช่ต้นเหตุเพราะพ่อแม่และพี่ไปเล่นการพนันจนเป็นหนี้สิน เธอจะไม่รับผิดชอบอีกต่อไปแล้ว...

วันรุ่งขึ้นจะเป็นวันแต่งงานของ ภาดากับโฉมพิไล อริณ มาถามน้องทรายว่าไม่ไปแสดงความยินดีด้วยหรือ น้องทรายส่ายหน้าตอบว่าเขาไม่ได้เชิญ แต่ถึงเชิญเธอก็ไม่อยากไป ถึงเวลาที่เธอต้องก้าวต่อไป...น้องทรายเดินชมวิวในไร่ไปเรื่อยๆ อริณ ตัดสินใจเดินตามมา

"ผมดีใจนะครับที่ได้ยินว่าคุณน้องทรายพร้อมจะก้าวต่อไป  แต่ไม่รู้ว่าผมพอจะเป็นสิ่งดีๆในชีวิตของคุณน้องทรายหรือเปล่า"

น้อง ทรายหยุดเดินหันมามอง อริณรวบมือน้องทรายมากุมและขอแต่งงานอย่างกลัวๆกล้าๆ "แต่งงานกับผมได้ไหมครับคุณน้องทราย แล้วผมจะดูแลคุณอย่างดีที่สุดตลอดชีวิตผม"

เห็นน้องทรายนิ่งอึ้ง อริณเข้าใจว่าเธอคงไม่พร้อมเพราะยังรักภาดาอยู่ "ที่จริง คุณเพิ่งปฏิเสธคุณสมิตมา ผมไม่น่าถาม ลืมๆไปเถอะครับ"

น้องทรายมองอริณอย่างซาบซึ้งในสิ่งที่เขาทำให้เธอมาตลอด ตัดสินใจรับปากแต่งงานกับเขา อริณตกใจแทบไม่เชื่อหู

ตัวเอง เขายิ้มกว้างหัวเราะออกมาแล้วโผกอดน้องทราย ที่ริมไร่ สมิตยืนมองภาพอริณกอดน้องทรายน้ำตาคลอ สุเมธตบไหล่

ปลอบใจและถามว่าเป็นคนแนะนำอริณใช่ไหม สมิตพยักหน้าแต่ย้อนถามพ่อว่าเขาจะทำอย่างไรไม่ให้เจ็บปวด

"ลองมองพวกเขาด้วยสายตาของพี่ชายที่ปรารถนาดีต่อน้องสาวสิ ลูกจะรับรู้ว่าความสุขของน้องก็คือความสุขของลูกเหมือนกัน"

สมิต น้ำตาร่วง พยายามจะคิดอย่างที่สุเมธแนะนำ...แจ่มรีบมาบอกวินเรื่องน้องทรายรับปากจะ แต่งงานกับอริณ วินตกใจรู้ว่าน้องทรายทำเพื่อประชดภาดา แจ่มขอให้วินไปห้ามแต่วินกลับบอกกว่า น้องทรายต้องเรียนรู้ด้วยตนเอง ไม่แน่ ความดีของอริณอาจสร้างชีวิตครอบครัวได้

ภาดาก็กลัดกลุ้มไม่ได้มี ความสุขกับงานแต่งในวันพรุ่งนี้เลย อำนาจปลอบใจ เมื่อรับปากแล้วก็ควรทำมันให้ดีที่สุด อย่านึกถึงสิ่งที่เรียกร้องกลับคืนมาไม่ได้ ภาดาพยักหน้าเศร้าๆ

ooooooo

หน้า ห้องจัดเลี้ยงวันงาน อัมพรกับอำนาจยืนทักทายต้อนรับแขก แต่เฉลากับเฉลิมชัยและภีมยืนดักก่อนหน้านี้เพื่อดึงซองจากแขกมาเก็บใส่ กระเป๋า ไม่ใส่กล่อง อัมพรหงุดหงิดเจ็บใจ อำนาจคอยเตือนให้ ทำใจเพราะต้องเกี่ยวดองกันไปอีกนาน

"นังโฉมพิไลก็อีกคน พักหลังมันทำกับพี่เหมือนเป็นคนใช้มัน วันก่อนมันผลักพี่ด้วยนะ ถ้าไม่ติดว่ามันท้องพี่กับมันตัดกันไปแล้วจริงๆด้วย"

"คุณพี่เคยอยากได้โฉมเพราะนึกว่าเขามีชาติตระกูลดี มีฐานะ แต่รังเกียจน้องทรายเพียงเพราะเขาพิการ อย่าลืมนะน้องทรายไม่เคยใช้กำลังกับคุณพี่"

"ได้ทีซ้ำเติมกันเลยนะ"

"ผมแค่อยากให้คุณพี่เข้าใจ คนเราน่ะสำคัญที่สุดไม่ใช่ นามสกุล เงินทอง หรือรูปลักษณ์ภายนอก ที่สำคัญคือเป็นคนดีรึเปล่า คนเราน่ะอยู่กันด้วยความดีไม่ใช่ของพวกนั้นสักหน่อย"

อัมพรเริ่มอ่อนลง...ผิดกับโฉมพิไลที่ยังเคียดแค้นจะเอาชนะน้องทรายให้ได้ ทั้งที่คำพูดสุดท้ายของน้องทรายที่ว่าเธอไม่ต่างกับอัมพรที่ทำทุกอย่างเพื่อ ทรัพย์สิน ความสุขสบาย โดยไม่สนใจว่าเหยียบหัวใครขึ้นไป ไม่แคร์ว่าจะรักเขาจริงหรือไม่ คำพูดนี้แทงใจโฉมพิไลมากจนเธอกระชากสร้อยอุบะเพชรมาปาใส่กระจก เฉลาเข้ามาช่วยแต่งตัวหยิบอุบะเพชรมาสวมให้โดยไม่ทันสังเกตสีหน้าลูก

ในห้องคอนโทรลหลังเวที มีคนแฝงตัวเข้ามาเป็นเจ้าหน้าที่ เอาแผ่นซีดีมายื่นให้ช่างเทคนิค "น้อง เปิดแผ่นนี้ตอนที่เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวขึ้นเวทีนะ"...จากนั้นก็โทรศัพท์แจ้ง ว่าเรียบร้อย

เมื่องานเลี้ยงเริ่มขึ้น ถึงเวลาที่พิธีกรเรียกคู่บ่าวสาวขึ้นเวที ภาดากล่าวขอบคุณแขกที่มาร่วมงานด้วยสีหน้าเรียบเฉย โฉมพิไลรับไมค์มาพูดต่อ "ก่อนที่ทุกคนจะร่วมดื่มแสดงความยินดี พวกเรามีสไลด์สั้นๆที่จะเล่าความเป็นมาของความรักระหว่างเราสองคน เพื่อให้พวกท่านร่วมมีความสุขกับพวกเราค่ะ"

ไฟในงานหรี่ลง ภาพในจอเริ่มฉายขึ้นอย่างตื่นตาตื่นใจแขกในงานเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นภาพโฉมพิไลเริงร่าบนเตียงกับบุญเทิด ทุกคนส่งเสียงฮือฮา เฉลา ภีม และเฉลิมชัยเห็นภาพตกใจร้องบอกให้ปิด อัมพรลมแทบจับตวาดเสียงดังลั่น

"นี่มันอะไรกัน ไอ้คลิปบ้าๆนั่นมันคืออะไร อธิบายมาเดี๋ยวนี้นะ"

บุญเทิดเดินเข้ามา "ใจเย็นๆสิครับคุณหญิง เดี๋ยวเป็นลมเป็นแล้งไปจะไม่ได้ดูของดีๆอีก"
โฉมพิไลตกใจ ภาดางงถาม "คุณเป็นใคร?"

"ผมก็เป็นพระเอกในคลิปนี่ไง คุณชาย ดูให้ดีๆสิ" บุญเทิดลอยหน้าตอบกวนๆ

โฉมพิไลตวาดให้บุญเทิดหยุดพูด บุญเทิดไม่สนใจกลับสาธยายอีกว่า "ใช่ครับ ผมกับเมียคุณเป็นคู่รักกัน แล้วก็ไม่ได้เพิ่งมาเป็นด้วย เป็นมานานแล้วตั้งแต่โฉมพิไลยังเรียนไม่จบ เราเคยแต่งงานกัน คุณได้บอกผัวคุณหรือเปล่าล่ะโฉม"

อัมพรจ้องโฉมพิไลตาถลน บุญเทิดรีบพูดต่อ "โอ๊ย ก็แค่ช่วงสั้นๆเท่านั้นแหละ เพราะตอนนั้นผมเป็นแค่ไอ้กระจอก เขาก็เลยทิ้งผมไปชุบตัวอยู่เมืองนอก จนเจอลูกชายคุณหญิงไงล่ะ"

โฉมพิไลโวยวายไล่บุญเทิดออกไป บุญเทิดจึงแฉ "คุณบอกความจริงใครต่อใครสิ ว่าจับคุณภาดาเพราะหลงคิดว่าเขารวย แต่พอคุณกลับมาเจอว่าผมก็รวย คุณก็วิ่งแร่มานอนกับผมอีก"

"กรี๊ด...หยุดนะไอ้คนโกหก ฉันไม่เคยทำแบบนั้น" โฉมพิไลร้องลั่น

"ไม่งั้นคลิปพวกนี้มันจะออกมาได้ยังไง" บุญเทิดย้อนถาม

"แกทำกับฉันอย่างนี้ทำไม แกทำทำไม" โฉมพิไลร้องไห้โฮ

"เพราะผมต้องการลูกของผมที่อยู่ในท้องคุณไง! คุณทำแท้งลูกคนแรกของเราเพราะผมจน ผมพอรับได้ แต่วันนี้ผมมีปัญญาที่จะเลี้ยงดูแก คุณจะพรากแกไปจากผมอีกไม่ได้"

"อะไรนะ! คุณเคยทำแท้งเหรอโฉม" ภาดาตกใจไม่คาดคิด หันไปถามโฉมพิไล

"ใช่ แล้วลูกคนใหม่ที่ติดท้องโฉมอยู่ก็คือลูกผม ไม่ใช่ ลูกคุณ" บุญเทิดตอบแทน

อัมพรชี้หน้าด่าว่าโฉมพิไลหาว่าย้อมแมวขาย อำนาจดึงอัมพรไว้แล้วบอกให้ภาดาพาโฉมพิไลลงจากเวที ภาดาดึงเธอลงมาแล้วถามว่าตกลงเคยรักเขาบ้างไหม โฉมพิไลพูดไม่ออกทรุดลงร้องไห้ฟูมฟาย บุญเทิดตามมาดึงให้เธอยืนขึ้น แล้วบอกว่างานแต่งงานล่มแล้ว เธอต้องไปกับเขา ไปเป็นนางบำเรอจนกว่าจะคลอดลูกให้เขา โฉมพิไลมองทุกคนด้วยความเจ็บปวด อัมพรตามมาด่าว่าต่อ แขกในงานซุบซิบกันเสียงขรม เมื่อโดนกดดันมากๆ โฉมพิไลก็ร้องกรี๊ดออกมาสะบัดตัวออกจากบุญเทิดวิ่งหนีแหวกวงล้อมออกไป ภาดาและคนอื่นๆวิ่งตามร้องเรียก

โฉมพิไลวิ่งออกมาหน้าโรงแรมอย่างไม่ทันระวัง ถูกรถเก๋งคันหนึ่งชนเข้าอย่างแรงสลบคาที่ ภาดาตกใจเข้าไปอุ้มส่งโรงพยาบาลด้วยความเป็นห่วง

ooooooo

หลายวันผ่านไป โฉมพิไลฟื้นขึ้นมา มีภาดาและครอบครัวเธออยู่รายล้อม แต่โฉมพิไลกลับจำใครไม่ได้เลย แพทย์บอกว่าอาการทางร่างกายปลอดภัย เรื่องแท้งลูกก็ไม่น่าห่วง ยังมีใหม่ได้ แต่ที่น่าห่วงคืออาการทางจิต "เวลาที่คนเราแบกความทุกข์ไว้มากๆเมื่อรับไม่ไหว เขาจะปิดการรับรู้แล้วต่อต้านทุกคน บางครั้งเกรี้ยวกราด บางครั้งนิ่งเฉย"

เฉลา ภีม และเฉลิมชัยยอมรับแล้วว่าเป็นเพราะพวกเขาที่กดดันให้โฉมพิไลเป็นแบบนี้ ต่างเศร้าเสียใจ....พออัมพรรู้เรื่องก็บ่นว่าเวรกรรมอะไรถึงทำให้มีแต่ เรื่องขายหน้าไม่รู้จบ

อำนาจให้หยุดคิดแล้วเตือนสติว่า "ที่คุณพี่ไม่มีความสุขอยู่ทุกวันนี้ เพราะคุณพี่มัวแต่ห่วงหน้าตาของตัวเอง เหมือนกับคนที่สวมมงกุฎไว้บนหัว จะนั่งจะนอนก็ต้องคอยระวังว่าเพชรที่ติดไว้จะหล่น แต่ดูอย่างผม ผมมีแต่ตัวเปล่าๆ ผมจะไปไหนทำอะไรก็สบายใจไม่เคยต้องระวัง"

"ก็เธอไม่รักเกียรติของตัวเองนี่"

"ผมยังยึดมั่นเกียรติยศของตระกูลเราเสมอนะคุณพี่ แต่ผมรู้ว่าเวลาไหนที่เราควรวางมันทิ้งไว้ เวลาไหนที่เราควรยกมันมาเชิดชู ผมไม่จำเป็นต้องกอดมันไว้ตลอดเวลา ผมก็มีความสุขได้ คุณพี่น่าจะลองดู" อำนาจสบตาอัมพรอย่างจริงจัง จนอัมพรเริ่มคิดอยากลองเปลี่ยนตัวเอง...

เมื่อรู้ว่างานแต่งงานของภาดาล่ม น้องทรายเป็นห่วงภาดาจนอริณหวั่นใจ...อริณมาเยี่ยมโฉมพิไลพร้อมกับภาดา โฉมพิไลอาละวาดเห็นทุกคนเป็นคนเลวไปหมด อริณสงสาร ภาดาบอกว่าโฉมพิไลเหมือนนกตัวเล็กๆที่ต้องรับภาระหนัก ทั้งที่เกิดจากครอบครัว และยังบุญเทิดอีก

"เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์อย่างดีเลยนะ ยึดแต่หน้าตาในสังคม พอมันพังทลายก็ยังยอมรับไม่ได้ สุดท้ายใจเราเองนั่นแหละที่รับไม่ไหว" อริณเปรย

ภาดาเห็นด้วยเพราะแม้แต่อัมพรตอนนี้เริ่มรู้สึกตัว หันหน้าตามอำนาจเข้าวัดไปแล้ว อริณจึงบอกว่าวินก็เข้าไปนั่งสมาธิในวัดเช่นกัน ว่าแล้วก็นึกได้ อริณเอาการ์ดเชิญงานหมั้นของเขากับน้องทรายให้ภาดา ภาดาอึ้งไปพักใหญ่ก่อนจะแสดงความยินดีด้วย...

ไม่นานบุญเทิดก็ได้รับกรรม แม่เลี้ยงดาราบุกมายิงตายถึงห้องทำงานเพราะแค้นที่ตัวเองนอนรักษาตัวแต่บุญ เทิดกลับอาเงินมาถลุงเล่น ไม่เคยดูแลเธอเลย...ข่าวบุญเทิดตายสร้างความดีใจให้เฉลากับครอบครัว เพราะไม่ต้องกลัวใครจะมาทำร้ายโฉมพิไลได้อีก ภีมกับเฉลิมชัยกลับตัวเป็นคนดี หางานทำและเอาเงินให้เฉลาทั้งหมด...เฉลาเข็นรถพาโฉมพิไลออกมานั่งเล่นในสวน ของโรงพยาบาล แล้วกลับไปเอาอาหารจะมาป้อนให้ น้องทรายแอบยืนมองโฉมพิไลด้วยความสงสาร ภาดาเดินมาเห็นดีใจมากที่ได้พบน้องทรายอีกครั้ง

"น้องทรายดูเป็นผู้ใหญ่ เท่ดีนะคะในชุดแบบนี้" ภาดาเห็นน้องทรายแต่งชุดสูททำงาน

"วันนี้มีประชุมที่บริษัทในกรุงเทพฯค่ะ เลยแวะมาเยี่ยม เสียใจด้วยนะคะ ตอนได้ยินข่าวตกใจมากเลย"

"หมอบอกว่า โรคนี้ยังมีสิทธิ์หาย ครอบครัวเขากับพี่ก็พยายามช่วยกันอยู่...เรื่องแต่งงานใกล้เวลาแล้วใช่ไหมคะ พี่จำได้ว่าพรุ่งนี้จะมีงานหมั้น"

"เรียกว่าทานข้าวในครอบครัวดีกว่าค่ะ ไม่ยุ่งเท่าไหร่ คุณอริณกับคุณพ่อจัดการหมด"

ทั้งสองสบตากันด้วยความขมขื่น ภาดาบอกว่าเขาเสียดายที่ไม่มีโอกาสเห็นน้องทรายในวันพรุ่งนี้คงสวยมาก น้องทรายใจหายถามทำไม

"พี่ต้องบินไปสัมภาษณ์งานที่บริษัทแม่ ถ้าทุกอย่างผ่านไปด้วยดี พี่จะย้ายกลับไปทำงานที่อเมริกาและคงไม่กลับเมืองไทยอีก" ภาดาเห็นน้องทรายนิ่งอึ้งจึงบอกอีกว่า "น้องทรายมาก็ดีแล้ว พี่อยากบอกลาน้องรักของพี่เป็นครั้งสุดท้าย"

ระหว่างนั้น โฉมพิไลมองมาเห็นภาดาคุยกับน้องทราย ความทรงจำกลับมาชั่ววูบ   เธอลุกขึ้นคว้ากรรไกรตัดหญ้าของคนสวนเดินตรงไปหาทั้งสอง น้องทรายกำลังถามภาดาอย่างน้อยใจ

"ทำไมคุณชายถึงจะย้ายไปคะ"

"เพราะพี่ไม่มีอะไรที่เมืองไทยให้ห่วงอีก หลังเกิดเรื่องคุณแม่เองก็ปล่อยวางมากขึ้น ตามน้านาจไปถือศีลที่วัด พี่อยากหลบไปตั้งต้นชีวิตใหม่เพื่อลืมเรื่องเก่าๆให้หมด"

น้องทรายใจหายที่ภาดาจะลืมเธอด้วย แต่ภาดากลับบอกว่าเขาจะไม่ลืมเรื่องเดียว คือเรื่องในวัยเด็ก และเด็กหญิงเล็กๆที่วิ่งเล่นกับเขา น้องทรายน้ำตารื้น "เด็กคนนั้นไม่อยู่แล้วล่ะค่ะ"

"ใครบอก เขายืนอยู่ตรงหน้าพี่นี่ไง หญิงสาวท่าทางเข้มแข็งคนนี้ก็คือคนเดียวกับเด็กคนนั้น ไม่ว่าท่าทางหรือหน้าตาจะเปลี่ยนไปแค่ไหน พี่ก็จำน้องรักของพี่ได้เสมอ"

"พี่ชาย..." น้องทรายหลุดปากออกมาแล้วโผกอดภาดาร้องไห้

โฉมพิไลเดินมาถึง ภาพในอดีตผ่านเข้ามาในความนึกคิด "นังวาลิกา แกทำลายชีวิตฉัน!"

ภาดากับน้องทรายตกใจหันมามอง เห็นโฉมพิไลถือกรรไกรตัดหญ้าพุ่งเข้ามา ภาดาเบี่ยงตัวบังน้องทรายจึงโดนปลายกรรไกรเสียบเข้ากลางท้อง เลือดไหลกระฉูดทรุดลง โฉมพิไลเห็นเลือดร้องกรี๊ดๆ เฉลาวิ่งเข้ามาเห็นตกใจ น้องทรายร้องเรียกพยาบาลให้ช่วยภาดา

"พี่ชาย พี่ชายขา อย่าเป็นอะไรนะคะ ฮือๆ" น้องทรายเกาะเตียงวิ่งตามไปห้องฉุกเฉิน

พอดีอัมพรกับอำนาจมาเยี่ยมโฉมพิไล จึงรู้เรื่องภาดาถูกแทงก็ตกใจ อัมพรถึงกับเป็นลม โฉมพิไลถูกตำรวจจับเข้าคุก เฉลาพร่ำร้องไห้บอกโฉมพิไลให้พูดออกมาว่าไม่ได้ทำ แต่

โฉมพิไลนั่งนิ่งปล่อยน้ำตาไหลริน สักพักก็คลุ้มคลั่งร้องกรี๊ดออกมา เฉลามองลูกด้วยความสงสาร

ooooooo

วันนี้เป็นวันหมั้น แต่น้องทรายยังร้องไห้กับแจ่มเป็นห่วงภาดา อริณเห็นแล้วหนักใจรู้ว่าน้องทรายผูกพันกับภาดาแค่ไหน พิธียังดำเนินไป น้องทรายหน้าเศร้าจนอริณละล้าละลังไม่กล้าสวมแหวน พลันมือถือดังขึ้น น้องทรายชะงักดึงมือจากอริณมารับสาย อำนาจโทร.มาบอกว่าภาดาปลอดภัยแล้วไม่ต้องห่วง น้องทรายดีใจร้องบอกวินเสียงดัง ท่าทางสบายใจกว่าเมื่อครู่

"เอาล่ะ เรามาสนใจงานตรงหน้าก่อน เร็วเถอะลูกเดี๋ยวจะเสียฤกษ์" สุเมธเตือน ทำให้น้องทรายรู้สึกตัวสีหน้าขอโทษอริณแล้วยื่นมือให้เขาสวมแหวน

สมิตสะเทือนใจหลบไปทำใจสักพักก่อนจะมามอบของขวัญให้น้องทรายล่วงหน้า เพราะวันแต่งงานเขาคงไม่ได้อยู่เมืองไทยแล้ว...

ขณะที่อัมพรกับอำนาจเฝ้าดูภาดาที่นอนนิ่งไม่รู้สึกตัวมาหลายวัน หมอให้คำอธิบายว่า "ปกติคนไข้รายอื่นๆจะรู้สึกตัวเร็ว ไม่ใช้เวลานาน บางทีอาจจะเกี่ยวกับสภาพจิตใจก็ได้ครับ"

"หมายความว่ายังไงครับ" อำนาจไม่เข้าใจ

"คนไข้บางรายที่ไม่มีสติ เพราะจิตใต้สำนึกบางส่วนกดไว้ว่าเขาไม่ต้องการตื่นขึ้นมา ไม่ทราบว่าคุณภาดามีภาวะเครียด หรือปัญหาส่วนตัวอะไรที่กระทบกระเทือนสุขภาพจิตหรือเปล่า"

อัมพรกับอำนาจมองหน้ากันอย่างไม่แน่ใจ เสียงวินดังขึ้น "ผมว่ามี..."

ทั้งสองสะดุ้งหันไปมอง วินเข้ามาคุยกับอัมพรด้วยท่าทีที่อ่อนน้อมลง อัมพรเองก็เยือกเย็นลง รับฟังสิ่งที่วินพูด "น้องทรายเล่าให้ฟังว่า คุณชายขอไปทำงานที่ต่างประเทศ คุณหญิงรู้เรื่องนี้หรือเปล่า"

อัมพรส่ายหน้า วินจึงเล่าว่าภาดาหมดห่วงเรื่องทางบ้านแล้วเพราะอัมพรมีความสุขกับการเข้าวัด ภาดาจึงอยากเริ่มชีวิตใหม่ อัมพรยังไม่เข้าใจว่าเกี่ยวอะไรกับที่ภาดาไม่ฟื้น

"เคยไหม เราตื่นตอนเช้าแล้วไม่รู้ว่าตื่นมาทำอะไรเพื่อใคร เวลาที่เรารู้สึกอย่างนี้ บางทีก็ไม่อยากตื่น" วินเปรียบเปรยให้เข้าใจ

"โธ่ คุณชาย..." อัมพรเสียใจ

"แต่ถ้าเขารู้ว่ายังมีคนที่รักเขารอเขาอยู่ คุณชายอาจจะยอมลืมตาขึ้นมาอีกก็ได้"

อัมพรสบตาวินเต็มตาเป็นครั้งแรก รู้สึกเข้าใจคำพูดของวิน เธอจึงถามวินว่าเอาเรื่องนี้มาบอกเพื่อต้องการอะไร วินตอบว่า ภาดาเป็นเหมือนลูกชายของเขาอีกคนเพราะเป็นลูกเพื่อนรัก

"แต่ลูกชายคนนี้ทำให้ลูกสาวเธอต้องกลายเป็นม่าย แถมแม่ของเขาก็ยังเคยร้ายกับพวกเธอไว้ตั้งมากมาย" อัมพรละอายใจ

วินยกมือไหว้ขอโทษอัมพร ทำให้เธอตกใจ วินยอมรับว่าเขาทิฐิมากเกินไป อยากเอาชนะเพื่อให้ยอมรับเขาพ่อลูก ทั้งที่บางทีมุทะลุเกินไป อัมพรสลดลงอย่างเห็นได้ชัด เพราะเงินทองเกียรติยศซึ่งเป็นภาพลวงตา ช่วยอะไรภาดาและโฉมพิไลไม่ได้เลย เธอใช้ชีวิตผิดมานานเหลือเกิน ทั้งสองต่างสำนึกผิด วินมองอัมพรซึ่งเริ่มร้องไห้อย่างเห็นใจ

ooooooo

วันต่อมา อำนาจพาอัมพรกลับมาที่วัชรเวศม์ เธอแปลกใจในเมื่อมันเป็นของวินไปแล้ว แต่อำนาจเอาโฉนดให้ดู อัมพรตกใจเพราะมันยังเป็นชื่อเธออยู่ อำนาจบอกว่าเมื่อเช้าเขาตื่นมาเจอซองจดหมายเสียบอยู่หน้าบ้าน เป็นโฉนดบ้านและจดหมายจากน้องทราย

อัมพรเปิดอ่าน "กราบเรียนคุณหญิงและคุณน้า น้องทรายขอโทษที่สร้างเรื่องฟ้องร้องขึ้นมา เวลานั้นน้องทรายโมโหและคิดแต่จะแก้แค้นเอาคืน แต่ท้ายที่สุด น้องทรายก็ไม่ได้ทำ เวลานี้คุณชายไม่สบาย ไม่รู้จะตื่นขึ้นมาเมื่อไหร่ คุณหญิงกับคุณน้าไม่มีใครดูแล น้องทรายจึงอยากให้ทั้งสองกลับเข้ามาพักที่วัชรเวศม์...พ่อบอกเสมอให้น้องทรายเรียนรู้บางอย่างจากวัชรเวศม์ วันนี้น้องทรายได้เรียนรู้บทเรียนของการให้อภัย ตอนเอาคืนพวกคุณๆน้องทรายสะใจ แต่ไม่มีความสุข ไม่เหมือนตอนนี้ น้องทรายรู้สึกโล่งและมีความสุขอย่างยิ่งที่ได้คืนบ้านให้ พวกคุณ ขอให้พระคุ้มครองพี่ชายและพวกคุณทั้งสองนะคะ"...อัมพรอึ้งเห็นด้วยกับบทเรียนการให้อภัย

หลายวันผ่านไป อัมพรยังคงเฝ้าดูภาดาที่ยังนอนนิ่ง อริณแวะมาเยี่ยมภาดา เขาพูดกับภาดาต่อหน้าอัมพรกับอำนาจ ว่ายังมีคนสำคัญรอการตื่นขึ้นมาของเขาด้วยความเป็นห่วง อัมพรขมวดคิ้วสงสัยว่าใคร...พอคิดได้ อัมพรก็รีบมาที่ไร่ด้วยท่าทีที่อ่อนลงพยายามกลั้นน้ำตาพูด

"ตลอดเวลาที่ผ่านมา ฉันปฏิเสธความจริงมาตลอด ฉันบังคับให้คุณชายทำอย่างที่ฉันต้องการ จนชีวิตเขาต้องยุ่งเหยิงหาทางออกไม่ได้ สิ่งที่เกิดขึ้นกับคุณชาย มีฉันเป็นต้นเหตุทั้งนั้น   ตอนนี้ฉันรู้แล้ว ไม่มีอะไรสำคัญมากไปกว่าความสุขของลูก

ฉันยอมแลกทุกอย่าง ถ้ามันจะทำให้คุณชายกลับมา" อัมพรจับมือน้องทรายมากุมอย่างวิงวอน แทบจะก้มกราบขอให้ยกโทษ

น้องทรายตกใจ "ไม่ค่ะคุณหญิง ไม่ต้องค่ะ น้องทรายเข้าใจแล้ว ไม่ติดใจอะไรแล้ว..."

น้องทรายตามอัมพรมาที่โรงพยาบาล เห็นสภาพภาดาที่ยังนอนนิ่ง มีสายน้ำเกลือระโยงระยางก็กลั้นน้ำตาไม่อยู่ ทรุดนั่งข้างเตียงร้องไห้รำพัน "พี่ชาย...พี่ชายบอกให้น้องทรายกลับมาเป็นน้องคนเดิมของพี่ไม่ใช่เหรอคะ นี่ไงน้องทรายกลับมาแล้ว พี่ชายฟื้นสิคะ พี่ชายได้ยินมั้ย"

น้องทรายฟุบหน้าร้องไห้คร่ำครวญว่าพรุ่งนี้เป็นวันแต่งงานของเธอ   เขาจะไม่ตื่นมาอวยพรเธออีกสักครั้งหรือ อริณรันทดใจ พลันเห็นนิ้วภาดากระดิกก็ดีใจรีบกดปุ่มเรียกหมอ พยาบาล แต่พอหมอมาตรวจดูกลับบอกว่าภาดายังไม่ฟื้น เป็นเพียงปฏิกิริยาตามธรรมชาติเท่านั้น...อัมพรกอดอำนาจร้องไห้โฮ น้องทรายกอดแจ่มร้องไห้เช่นกัน อริณเศร้าใจอย่างยิ่ง

แจ่มพาน้องทรายกลับไร่ อัมพรกับอำนาจกลับไป อริณ ยังคงอยู่กับภาดา เขาพร่ำพูดกับภาดา "คุณรู้รึเปล่า วันนี้คุณทำให้ คนร้องไห้มากมายแค่ไหน โดยเฉพาะคนที่เป็นยอดดวงใจของผมอย่างน้องทราย...ทุกครั้งที่ผมได้เห็นน้ำตาเธอที่เกิดขึ้นเพราะคุณเป็นต้นเหตุ ผมรู้สึกเหมือนหัวใจตัวเองถูกบีบ ตอนนี้ผมเริ่มชินแล้วล่ะ ผมคงต้องยอมรับว่ายังไงผมก็แพ้คุณอยู่ดี  ไม่ว่าคุณจะอยู่ตรงนี้หรือไม่ก็ตาม ไม่ใช่ความผิดของน้องทรายหรอกที่รักคุณมากกว่าผม แต่เป็นความผิดของผมเองที่ไม่ยอมรับความจริงตั้งแต่ต้น มัวแต่รอคอยความหวังลมๆแล้งๆจนลืมไปว่ายิ่งซื้อเวลา ทั้งผมและน้องทรายก็ยิ่งไม่มีความสุข"

อริณมองภาดาด้วยแววตาเศร้า เขาบอกอีกว่าอยากยกเลิกงานแต่งงานในวันพรุ่งนี้ แต่ในเมื่อภาดาไม่ฟื้น น้องทรายไม่มีใครดูแล ต้องมีใครคนใดคนหนึ่งดูแลเธอ ถ้าภาดาอยากซับน้ำตาให้เธอก็ต้องรีบตื่นขึ้นมาทำหน้าที่ ไม่อย่างนั้นเขาจะทำหน้าที่นี้แทนตลอดไป...

ooooooo

พิธีแต่งงานจัดขึ้นแบบคริสต์ริมทะเลอย่างสวยงาม แขกในงานนั่งอย่างพร้อมเพรียง น้องทรายเดินคล้องแขนวินมาช้าๆ สายตาทุกคู่มองมาที่เธอ ดูเธอเศร้าผิดกับวินที่ยิ้มอย่างมีความสุข   น้องทรายมองไปเห็นอัมพรกับอำนาจยิ้มให้ก็แปลกใจ   และยิ่งไม่มีเจ้าบ่าวบนแท่นพิธีจึงถามวินว่า "คุณอริณล่ะคะคุณพ่อ?"

วินไม่ตอบแต่มองไปอีกทาง  ภาดาในชุดสูทขาวนั่งรถเข็นยังมีสายน้ำเกลือห้อยอยู่ พยาบาลเข็นเข้ามาใกล้ น้องทรายตกตะลึง "พี่ชาย! มาได้ยังไงคะ"

"พี่ชายรู้ว่าน้องทรายกำลังรออยู่พี่ก็ต้องมาสิคะ"

วินกระซิบกับภาดาให้บอกน้องทรายว่าปาฏิหาริย์ใดทำให้เขาฟื้นมาได้ ภาดาจึงเล่าถึงวันที่อริณพร่ำพูดต่อว่าเขา มันทำให้เขาตื่นขึ้นมาได้ ภาดายอมรับกับน้องทรายว่าเพราะความไม่หนักแน่นของเขาทำให้เกิดเรื่องมากมายขึ้น แต่มันไม่ได้ทำให้ความรักของเขาที่มีต่อเธอลดน้อยลงเลย "ถ้าพี่มีโอกาสแก้ตัว พี่สัญญาว่าจะดูแลปกป้องน้องทรายให้ดีกว่าเดิม โดยไม่มีเงื่อนไขข้อบังคับของใครมากำหนดชีวิตของเราอีกแล้ว น้องทรายจะให้โอกาสพี่อีกครั้งได้ไหมคะ"

สายตาภาดาวิงวอนจนน้องทรายกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ "พี่ชายรู้ไหมคะว่าน้องทรายดีใจมากที่เห็นพี่ชายที่นี่ ถ้าน้องทรายปล่อยมือจากพี่ชายไปอีก น้องทรายคงจะไม่มีวันให้อภัยตัวเองเลย"

"หมายความว่า..." ภาดาลุกขึ้นอย่างตื่นเต้น

"เราจะให้โอกาสกันและกันอีกครั้งนะคะ" น้องทรายโผกอดภาดาแน่น

ทุกคนในงานปรบมือแสดงความยินดี รวมทั้งอัมพร...อริณ ทิ้งจดหมายไว้ให้น้องทรายว่า เขายินดีที่ให้สิ่งล้ำค่าแก่น้องทราย ทดแทนความผิดที่เขาเห็นแก่ตัว เขาขอไปทำงานแทนภาดาที่บริษัทแม่ เขาไม่เคยบอกเธอว่าครอบครัวของเขาอยู่ที่นั่น เวลาที่เราเสียใจที่สุด ไม่มีที่ไหนดีกว่าบ้านจริงไหม...อริณ อวยพรให้รักของน้องทรายกับภาดายั่งยืนตลอดไป

น้องทรายกับภาดาดีใจที่มีอริณเป็นเพื่อนแท้...หลังจากนั้น น้องทรายก็มาเยี่ยมโฉมพิไลและเป่าฟรุตให้เธอฟังบ่อยๆ เธอขอเป็นเพื่อนกับโฉมพิไล เฉลาเห็นแล้วปลื้มทั้งน้ำตา

ภาดากับน้องทรายชอบมานอนดูดาวที่บ้านพักริมทะเล ภาดาถามน้องทรายว่าไม่โกรธโฉมพิไลบ้างหรือ น้องทรายกลับบอกว่า "น้องทรายเข้าใจคุณโฉม สิ่งที่เธอทำลงไปเพราะความรักที่มีต่อพี่ชาย ถึงเป็นรักที่มีวัตถุเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่เธอก็รักพี่ชายจริงๆ"

ภาดาถามน้องทราย ทำไมไม่เคยแสดงออกว่ารักเขาบ้างเลย น้องทรายว่าถ้าไม่รักเธอจะมาแต่งงานเข้าไปอยู่ในวัชรเวศม์หรือ ภาดาไม่เชื่อ ให้เธอบอกรักเขาสักครั้ง น้องทรายยอมพูดเบาๆว่าเธอรักเขา แต่ภาดาแกล้งไม่ได้ยิน เธอจึงพูดดังขึ้นอย่างประชด "น้องทรายรักพี่ชาย..."

น้องทรายสะดุ้งเอามือปิดปากตัวเองอายๆ ภาดากอดและหอมเธอฟอดใหญ่พร้อมกับบอกว่า เขาก็รักเธอมากที่สุดและตลอดไป...

"อวสาน"


ละครรักในม่านเมฆ ตอนที่ 19(ตอนจบ) อ่านรักในม่านเมฆ ติดตามรักในม่านเมฆ ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย 25 ก.ค. 2553 10:48 2010-07-27T01:56:59+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ