ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

เกมร้าย เกมรัก

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

บนถนนที่รถไม่มากนัก ฟ้าลดาขับรถฉวัดเฉวียนแซงคันโน้นคันนี้มาอย่างสนุกสนาน มาเจอรถขับช้าก็เปิดไฟสูงไล่เพราะแซงไม่ได้ พอรถคันหน้าไม่สนใจก็บ่นอย่างหัวเสีย

“ขับช้าแล้วทำไมไม่ชิดซ้ายนะ บ้าเอ๊ย!!”

“รีบนักก็แซงไปสิ” สายชลในรถคันหน้าเหลือบมองกระจกหน้าไม่พอใจ

กลายเป็นรถสองคันขับไล่กันมา คันหลังจะแซงก็แซงไม่ได้ ไล่ก็ไม่หลีกทางให้ เลยขับทั้งกันทั้งแซงกันไปมาและยั่วโทสะอีกฝ่ายไปในที

จนกระทั่งถนนว่าง ฟ้าลดาขับขึ้นปาดหน้าแล้วจอดขวาง ทำเอาสายชลหยุดแทบไม่ทัน เธอลดกระจกลงเชิดหน้ายักคิ้วเย้ย สายชลเห็นหน้าเธอเต็มตา เขาตะลึงอุทาน

“นางฟ้า...”

ไม่ทันทำอะไร ฟ้าลดาก็ปิดกระจกแล้วขับไปอย่างเร็ว สายชลตั้งสติได้รีบขับตาม พลางมองสองข้างทาง เห็นรถของฟ้าลดาจอดอยู่ที่ลานจอดรถห้างสรรพสินค้า เขารีบเลี้ยวเข้าไปจอด

ooooooo

ฟ้าลดานัดเจมส์กับธงไทยที่ร้านกาแฟในห้าง เมื่อเจอกัน เจมส์จะเข้ามากอดแบบฝรั่ง ถูกฟ้าลดาสั่งหยุด บอกว่าที่นี่ประเทศไทย เจมส์เบรกกึกหน้าจ๋อย บ่นว่า ไม่ว่าที่ไหนเธอก็ไม่ยอมสักที ทั้งที่ตนตามจีบมาถึงสามปีแล้ว

“ก็สามปีแล้วเหมือนกันที่ฉันบอกแกว่าเราเป็นเพื่อนกัน” ฟ้าลดาสวนไป

ขณะฟ้าลดากำลังโต้เถียงกับเจมส์นั้น ธงไทยก็ถลาเข้ามาร้องทักหวานจ๋อย “ฟ้าของไทยจ๋า...”

ทั้งสามเป็นเพื่อนสนิทกัน แต่ทั้งเจมส์และธงไทยก็อดวอกแวกประสาหนุ่มกับสาวสวยไม่ได้ แต่ก็เป็นได้แค่ฮาๆมาถึงสามปีแล้ว

พูดหยอกเย้ากันพอหอมปากหอมคอแล้ว ฟ้าลดาบอกให้คุยธุระกันเสียที เจมส์บอกว่า

“พี่วี เจ้าของฟิล์มแฟลช โปรดักชั่นเฮาส์อยากเจอฟ้า เพราะดูพอร์ตของฟ้าแล้ว พี่วีสนใจมาก ก็เลยอยากนัดเจอฟ้าที่กองถ่ายโฆษณาวันพรุ่งนี้ ฟ้าว่างรึเปล่า”

“ว่างสิ ว่างทั้งวันเลย”

ธงไทยดีใจมากที่จะได้ทำงานร่วมกับฟ้าลดา เพ้อเจ้อว่าอีกหน่อยเราก็ได้แต่งงาน มีลูกด้วยกัน ถูกฟ้าลดาเขกหัวถึงได้หยุด มองหน้าฟ้าลดาบ่นว่าเจ็บนะ

“จะได้รู้ไงว่าไม่ได้ฝันอยู่” ฟ้าลดาพูดขำๆแล้วหัวเราะกับเจมส์เป็นที่สนุกสนาน

ooooooo

คุยงานกันเสร็จแล้ว สองหนุ่มแย่งกันจะไปรับฟ้าลดาพรุ่งนี้เช้า สุดท้ายธงไทยเป็นฝ่ายต้องถอยเพราะมีงานที่หัวหิน ฟ้าลดามองเพื่อนทั้งสองขำๆบอกให้รอตรงนี้เดี๋ยว ตนจะไปเข้าห้องน้ำก่อน

อีกด้านหนึ่งของทางเข้าห้องน้ำ สายชลเดินมองหานางฟ้ามาตลอดทาง เห็นข้างหลังหญิงสาวคนหนึ่งเหมือนนางฟ้ามาก เขาเดินไปทักปรากฏว่าไม่ใช่ เลยต้องขอโทษว่าจำคนผิด

หญิงสาวคนนั้นยิ้มให้แล้วเดินออกไป สวนกับฟ้าลดาที่กำลังเดินเข้าไป

“หรือว่าเราตาฝาด...” สายชลบ่นตัวเองเซ็งๆ

ooooooo

บ่ายนี้ ชมพูแพรรีบโทรศัพท์บอกหมอวัฒนาที่นัดทานข้าวกันตอนเย็นว่าตนไม่ว่างเพราะต้องพาคุณชาร์ลไปดูบ้านเช่า แม้ปากของหมอจะบอกว่าไม่เป็นไรเอาไว้วันหลังก็ได้ แต่ใจผิดหวังมาก เหลือบมองช่อดอกไม้ที่เตรียมไว้ แล้วหยิบออกไป

หมอเอาดอกไม้ไปจัดใส่แจกันให้คนป่วยในห้องคนไข้รวม วางไว้บนโต๊ะกลางเพื่อจะได้เห็นกันทุกคน ยังความสดชื่นแก่บรรดาคุณป้าคุณยายทั้งหลายมาก

ครู่ใหญ่ ฟ้าลดาก็มาที่โรงพยาบาล ถามเสียงใสว่าคุณหมอพอมีเวลาว่างไปทานข้าวกับสาวสวยไหม แล้วทำท่าเซ็กซี่ทะเล้นๆให้ดู หมอมองขำๆ บอกว่าชมพูแพรโทร.มายกเลิกนัดตนเลยรับเวรแทนเพื่อนไปแล้ว ฟ้าลดาบ่นเสียดายแกล้งทำเป็นงอน หมอบอกว่ายังมีเวลาเหลือ 20 นาทีถามว่าอยากทานอะไรบอกมาหมอเลี้ยงเต็มที่เลย

แค่เวลาไม่ถึง 20 นาที ฟ้าลดาก็อิ่มแปล้ออกมาขอบคุณหมอวัฒนาแล้วลากลับ

ooooooo

ชมพูแพรพาสายชลไปดูบ้านที่จะให้เช่า ที่แท้เป็นบ้านในบริเวณเดียวกับบ้านใหญ่ของเธอและบ้านหลังเล็กที่ฟ้าลดาอยู่  สายชลชอบบรรยากาศที่นี่มาก ตอบตกลงทันที

แหวนสาระแนตามเคย เห็นสายชลถึงกับเพ้อว่าหล่ออย่างกับไม่ใช่คน แล้วติดตามไปดูว่าพวกนั้นมาทำอะไรกัน

สายชลเห็นบ้านหลังเล็ก ถามว่าหลังนั้นเป็นของใคร ชมพูแพรบอกว่าน้องสาวตนอยู่ สายชลบอกว่าพรุ่งนี้ตนจะย้ายเข้ามาอยู่เลยก็แล้วกัน

ฝ่ายฟ้าลดากลับมาถึงบ้านก็บอกข่าวดีแก่ป้าเนียมว่าตนได้งานทำแล้ว แต่ขออุบไว้ก่อนให้ป้าอย่าเพิ่งบอกชมพู– แพร รอให้ชัวร์กว่านี้ก่อน ตนไม่อยากหน้าแตก

ขณะนั้นเอง แหวนวิ่งกระดี้กระด้าเข้ามาบอกป้าเนียมว่าไม่รู้ชมพูแพรพาใครมาหล่อโคตรๆ เลยไม่รู้ว่าเป็นคนหรือเทวดา ฟ้าลดามองอย่างไม่เชื่อ บอกว่าถ้าหล่อขนาดนี้ต้องไปดูกันหน่อยแล้ว ว่าแล้วก็วิ่งตามแหวนไป ป้าเนียมส่ายหน้ากับความสาระแนของแหวนและความซนของฟ้าลดา

ooooooo

ชมพูแพรพาสายชลและสหัสเดินออกมาถึงหน้าบ้าน เธอเอากุญแจบ้านให้บอกว่าให้เขาเก็บไว้เลย

“ครับ ขอบคุณนะครับคุณแพร ผมรู้สึกตัวเองโชคดีมากที่ได้คุณเป็นเพื่อนร่วมงาน แล้วก็ยังได้คุณเป็นเพื่อนบ้านอีกด้วย”

“ไม่เท่านั้นนะคะ คุณยังจะได้แพรเป็นเพื่อนอีกด้วย” ชมพูแพรยิ้มหวาน ซึ่งสายชลก็ตอบรับด้วยความยินดีทันที เธอบอกเขาอีกว่า “คุณมีอะไรให้แพรช่วยไม่ต้องเกรงใจนะคะ”

“ผมไม่เกรงใจแน่ครับ เพราะคุณหลวมตัวเป็นเพื่อนผมแล้ว” สายชลพูดติดตลก ชมพูแพรหัวเราะอารมณ์ดี เมื่อสายชลเอ่ยขอตัว ชมพูแพรเรียกไว้ ชวนพรุ่งนี้เย็นเชิญทานข้าวที่บ้านตน ถือเป็นงานเลี้ยงเล็กๆต้อนรับเขาก็แล้วกัน สายชลตอบรับทันทีเช่นกัน

ขณะรถของสายชลขับออกไป ชมพูแพรมองตามรถไปยิ้มๆแต่พอหันกลับ เจอฟ้าลดากับแหวนเข้าพอดี  ฟ้าลดาถามว่าเทวดากลับไปแล้วหรือ น่าเสียดายจัง เธอทำหน้างงถามว่าเทวดาอะไร ฟ้าลดาโบ้ยว่าเทวดาของแหวน ชมพูแพรเลยหันถามแหวนว่ามาแอบดูหรือ

“ไม่ได้แอบนะคะ แหวนบังเอิ๊ญบังเอิญผ่านมาเห็นพอดี๊พอดีค่ะ” แหวนยิ้มแหยๆแก้ตัวไปตามประสา

เมื่อพากันมานั่งที่ห้องรับแขกบ้านใหญ่ ฟ้าลดาซักถามพี่สาวว่านายเทวดานี่เป็นใครหรือ

“ลูกของมิสเตอร์ไมเคิล และเป็นประธานคนใหม่ของเซเว่นซีจ้ะ” ชมพูแพรบอกเผลอยิ้มปลื้มออกมา เลยถูกฟ้าลดาจับพิรุธถามว่าเวลาพูดถึงเขาทำไมต้องยิ้มด้วย อำว่าชักน่าสงสัยเสียแล้ว ทำเอาชมพูแพรตีหน้าไม่ถูก ฟ้าลดาได้ทีเลยยิ่งแซวว่า

“สงสัยว่าพี่แพรกำลังคิดนอกใจพี่หมอใช่ไหมคะ เพราะพี่แพรถึงกับเลิกนัดทานข้าวกับพี่หมอ แล้วก็พาเขามาดูบ้านเช่า”

ชมพูแพรถูกน้องแซวก็ยิ่งเก้อเขิน รีบแก้ตัวพัลวันว่าตนไม่ได้คิดกับเขาแบบนั้น นี่เป็นเรื่องงานล้วนๆแล้วชี้แจงยาวเหยียดอย่างมีความสุขที่จะเล่าว่า

“ตอนแรกที่ยังไม่เจอเขา พี่กลัวแทบตายว่าเขาจะเข้ากับคนยาก แต่ที่ไหนได้เขาเฟรนลี่มาก และที่สำคัญเขาเป็นคนไทย แถมยังเก่ง คล่องตัว แต่ถ่อมตน ถึงเขาจะเป็นลูกคนรวย แต่เขาก็ดูเป็นคนง่ายๆสบายๆแล้วก็ไม่พูดมากขี้อวดอีกด้วย”

ชมพูแพรยิ่งพูด ฟ้าลดาก็ยิ่งสงสัย ยิ่งอยากเห็นว่าเขาจะเพอร์เฟกต์ขนาดไหนถึงทำให้พี่สาวตนปลื้มเขาได้มากขนาดนี้

“พรุ่งนี้พี่ชวนเขามาทานข้าวเย็นที่บ้าน ฟ้าก็อยู่ด้วยสิจะได้ชวนคุย เพราะฟ้าคุยเก่งกว่าพี่”

“โอเคค่ะ” ฟ้าลดายิ้มอย่างหมายมาดว่าจะดูหน้าคนหล่อเสียให้เต็มตา

ปรากฏว่าคืนนี้ฟ้าลดาฝันร้ายว่ามีเงาของผู้ชายเดินเข้ามาหา เธอพยายามเพ่งมองแต่ไม่เห็นหน้า พอสะดุ้งตื่นเธอกลัวจนเหงื่อแตกเต็มหน้า ใจเต้นแรง น้ำตาพานไหลออกมาไม่รู้ตัว

ooooooo

แล้วก็มีเหตุให้ต้องแก้ปัญหาจนได้ เมื่อเช้านี้เธอไปที่กองถ่ายโฆษณา เจอวีรเดชกำลังเกรี้ยวกราดลูกน้องที่ถ่ายภาพออกมาไม่ดี มีเงาที่หน้านางแบบราวกับใส่หน้ากากอินทรีแดง

ฟ้าลดามองแหยงๆเจมส์บอกพี่เขาเป็นคนปากร้ายใจดี แต่พอวีรเดชหันมาเจอฟ้าลดาที่แต่งตัวสบายๆมาก็ยิ่งหงุดหงิด พูดออกมาทันทีว่าชื่อไม่สมกับตัวเลย ฟ้าลดาไม่พอใจเกิดการโต้เถียงกันเล็กน้อย วีรเดชตัดบทอย่างรำคาญว่า

“เข้าเรื่องเลยก็แล้วกัน ฉันจะรับเธอเข้าทำงานในตำแหน่งพนักงานชั่วคราว เงินเดือนครึ่งนึง ไม่มีโอที ไม่มีสวัสดิการ” ถามว่าโอเคไหม ฟ้าลดาอึ้งไปนิดหนึ่งแล้วกระซิบกับเจมส์ว่าโคตรเคี่ยวเลย ถูกวีรเดชถามเสียงดังว่าเม้าท์อะไร

ฟ้าลดาบอกว่ามันไม่ยุติธรรมเลย ในพอร์ตตน เขาก็เห็นแล้วว่ามีประสบการณ์การทำงานมาบ้างหรือว่าไม่ได้อ่าน วีรเดชยังโต้แย้งอย่างจะเอาชนะ แต่สุดท้ายตัดบทว่าไม่อยากเลยเสียเวลาคุยกับเด็กอย่างเธอ

พอดีมีเด็กมาบอกว่าเอกช่างภาพในกองถ่ายตกบันไดกล้องหล่น วีรเดชตกใจเป็นห่วงกล้อง พอไปดูไม่เป็นไรก็โล่งใจซ้ำยังขู่เอกว่า “ถ้ากล้องเป็นอะไรไปแกตาย!”

เจมส์ทนไม่ได้บอกว่ารีบพาเอกไปหาหมอก่อนดีกว่า วีรเดชถึงนึกได้สั่งให้รีบพาไปโรงพยาบาลแล้วสบถอย่างหัว เสียว่าจะหาช่างภาพที่ไหนวะ ฟ้าลดาเลยเสนอตัว วีรเดชมองอย่างไม่เชื่อถือ เจมส์รับรองว่าฟ้าลดาได้เอวิชาโฟโต้ตอนเรียนด้วย

กระนั้นวีรเดชก็ยังไม่เชื่อถือ ฟ้าลดาเลยขอให้ทดลองดู สุดท้ายเขาสั่งให้พรุ่งนี้เริ่มงานได้เลย ให้เอารูปมาด้วยเพื่อติดบัตรมอบงานให้สองตำแหน่ง คือ ครีเอทีฟกับช่างภาพ

“โอเคค่ะ” ฟ้าลดาตอบรับอย่างมั่นใจเต็มที่ มองหน้ากับเจมส์ดีใจสุดๆ

ooooooo

หลังจากได้งานแน่แล้ว ฟ้าลดาโทรศัพท์บอกชมพูแพร ถูกต่อว่าที่ทำอะไรทำไมไม่บอกกันก่อนเลย ฟ้าลดาอ้างว่าต้องการเซอร์ไพรส์พี่ แล้วบอกว่าเย็นนี้ไม่มาทานข้าวด้วยเพราะว่ากำลังฉลองกับเพื่อน อ้อนพี่สาวว่า

“พี่แพรอย่าโกรธฟ้านะ แล้วฟ้าจะซื้อหนมมาฝาก” พอดีมีเสียงเรียก เธอบอกว่า “เพื่อนฟ้าเรียกแล้ว ฟ้าไปล่ะค่ะบาย...”

สายชลย้ายเข้ามาอยู่บ้านเช่าแล้ว เขาหยอดลูกแก้วใส่ขวดทุกวันนับแต่นางฟ้าหายไป จนวันนี้นับได้ครบ 1,000 ลูกแล้ว เท่ากับ 1,000 วันที่นางฟ้าหายไป เขามองลูกแก้วพึมพำ

“1,000 วันแล้วนะ ที่เราต้องจากกัน นางฟ้าของสายชลไปอยู่ที่ไหน ถึงเราจะยังไม่เจอกัน แต่สายชลก็ไม่ท้อหรอกนะ รอสายชลนะนางฟ้า อย่าเพิ่งมีใคร สายชลต้องหานางฟ้าให้เจอให้ได้”

เพราะฟ้าลดาติดฉลองกับเพื่อนๆ เย็นนี้ จึงมีแต่ชมพูแพรกับสายชลทานข้าวด้วยกันสองคน เธอตื่นเต้นดีใจจนเข้าครัวทำอาหารเอง สายชลชมว่า

“คุณแพรนี่เก่งทั้งงานในบ้านและงานนอกบ้านเลยนะครับ ถ้าผู้ชายคนไหนได้หัวใจคุณแพรไปครอง คงเป็นผู้ชายที่โชคดีมาก”

เป็นคำชมจากใจจริงของสายชล แต่ชมพูแพรกลับคิดเลยเถิดไปว่าเขาหยอดคำหวานให้ ถึงกับเคลิ้มนิ่งอึ้ง จนสายชลถามว่าตนพูดอะไรผิดหรือ เธอจึงรู้สึกตัว รีบชวนทานข้าวกันเลย

แหวนสาระแนตามเคย มาแอบดูด้วยความหลงในความหล่อของสายชลจนถูกป้าเนียมมาเขกหัว แต่พอป้าเห็นหน้าสายชลเต็มตา ก็ตะลึงไปเหมือนกัน ยอมรับว่า หล่อจริงๆด้วย แต่ตนชอบคนหล่อแบบหมอวัฒนามากกว่า ดูสะอาดสะอ้านน่ารักน่ามอง มองแล้วสดใส

แต่แหวนชอบหล่อแบบสายชลเพราะเร้าใจกว่ากัน

ทั้งยังบอกป้าเนียมว่า ขนาดชมพูแพรเวลาอยู่กับสายชลยังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ผิดกับเวลาอยู่กับหมอไม่เคยเห็นยิ้มขนาดนี้ เลยถูกป้าเนียมสั่งให้หุบปาก

พอแหวนหุบปาก รถของหมอวัฒนาก็เข้ามาพอดี ทั้งป้าเนียมและแหวนต่างผงะกับการมาของหมอ

ส่วนสายชลได้ยินเสียงรถถามชมพูแพรว่าใครมาหรือ เธอมองหน้าเขาแต่ไม่ตอบ

ooooooo

ชมพูแพรจำต้องแนะนำหมอกับสายชลให้รู้จักกัน แต่บอกสายชลว่าหมอวัฒนาเป็นหมอของน้องสาว ทำเอาหมออึ้ง ส่วนสายชลก็มองหมอกับชมพูแพรอย่างสังเกต

ระหว่างทานอาหาร หมอตักอาหารให้ชมพูแพรอย่างที่เคยปฏิบัติและเธอก็มีความสุขกับการดูแลของเขา แต่วันนี้เธอกลับบอกเขาด้วยน้ำเสียงเรียบๆว่าตนดูแลตัวเองได้

บรรยากาศทานอาหารเงียบ กร่อยจนน่าอึดอัด สายชลจึงเป็นฝ่ายชวนคุย ถามขึ้นว่า

“คุณหมอกับคุณแพรเป็นแฟนกันมานานแล้วหรือยังครับ”

ชมพูแพรหน้าเจื่อนไป หมอวัฒนาเป็นคนตอบว่าสิบปีแล้ว สายชลอุทานอย่างตื่นเต้นว่า

“โอ้โห...เป็นความรักที่มั่นคงและยาวนาน น่าอิจฉานะครับ สมัยนี้น้อยคนที่จะคบกันได้นานขนาดนี้ มีข่าวดีเมื่อไหร่บอกผมด้วยนะครับ ห้ามลืมเด็ดขาด”

“ไม่ลืมแน่ครับ บางทีอาจจะเร็วๆนี้ก็ได้”

ชมพูแพรไม่พอใจกับคำตอบของหมอ ตัดบทนิ่มๆว่าเราเลิกพูดเรื่องนี้กันเถอะ เดี๋ยวคุณชาร์ลจะเบื่อ

“ไม่เบื่อหรอกครับ เวลาเห็นคนรักกัน ผมจะรู้สึกดีทุกครั้ง ผมว่าคุณแพรต่างหากที่ไม่อยากพูด” หยอกแล้วแซวว่า “เขินใช่ไหมครับ งั้นผมคุยเรื่องคุณหมอดีกว่า ไม่ทราบว่าหมอวัฒนานี่เป็นหมอทางไหนครับ”

หมอบอกว่าเป็นศัลยแพทย์ด้านประสาทและสมอง สายชลถือโอกาสฝากตัวว่าถ้าตนปวดหัวบ่อยๆไปหาหมอได้ไหม

“ได้สิครับ” หมอตอบอย่างกระตือรือร้นพลางหยิบนามบัตรให้ “ถ้าคุณจะมาวันไหนโทร.นัดผมได้เลย”

“ขอบคุณครับ” สายชลรับนามบัตรไปดูชื่ออย่างสนใจ

หลังทานอาหารด้วยบรรยากาศกร่อยๆเสร็จ หมอวัฒนาและชมพูแพรมาส่งหมอที่หน้าบ้าน เขาขอบคุณสำหรับอาหารมื้ออร่อย ชมพูแพรเชิญเขามาทานทุกวันก็ได้ ทำให้หมอหันมองหน้าเธอด้วยความรู้สึกหึงขึ้นมา

“อย่าลำบากเลยครับ เดี๋ยวผมหาอะไรทานข้างนอกก็ได้ ฝีมือทำกับข้าวของคุณแพรน่าจะทำให้คุณหมอทานคนเดียว ผมกลับล่ะครับ”

พอสายชลกลับ ชมพูแพรก็เดินหน้าตึงกลับเข้าบ้านทันที จนหมอแปลกใจตามไปจับแขนถามว่าเป็นอะไร เลยถูกเธอทำเสียงเข้มว่า ยังกล้ามาถามตนแบบนี้อีกหรือ ถามอย่างไม่พอใจว่าหมอเล่าเรื่องราวของเราให้ชาร์ลฟังทั้งยังบอกว่าเราใกล้จะแต่งงานกันแล้วด้วย หมอไม่รู้สึกแปลกเลยหรือ

หมอบอกว่าไม่ใช่เรื่องแปลก เธอต่างหากที่แปลกไป แปลกที่ไม่ยอมบอกว่าตนเป็นแฟนเธอ ชมพูแพรมองหน้าถามว่าหมอหึงหรือ

“ครับ ผมหึง หึงมากด้วย ก็คุณชาร์ลเขาออกจะดูดีขนาดนั้น และที่สำคัญตอนนี้เขาก็ย้ายมาอยู่ใกล้แพรด้วย”

ชมพูแพรอ้างแก้เกี้ยวว่าที่ตนไม่บอกว่าหมอเป็นอะไรกับตนเพราะเรายังไม่รู้จักชาร์ลมากพอที่จะให้เขารู้เราลึกเกินไป แล้วแกล้งทำเป็นงอนว่า หมอทำเหมือนไม่ไว้ใจตน

หมอรู้สึกผิดขึ้นมา รีบขอโทษที่ตนไม่เชื่อใจตน ชมพู–แพรยิ้มออกบอกว่าไม่เป็นไรนั่นแสดงว่าหมอรักตนมาก

“ใช่ครับ ผมรักแพรมาก รักมากที่สุด” หมอดึงเธอเข้าไปกอด ชมพูแพรโล่งใจที่หมอเชื่อตน

ooooooo

คืนนี้ขณะสายชลส่องกล้องดูดาวที่ห้องนอน เขาชะงักเมื่อได้ยินเสียงรถแล่นเข้ามา เห็นฟ้าลดาลงจากรถลาเจมส์ที่มาส่ง เขาเห็นเพียงภาพเงาๆก็พึมพำอย่างเดาได้ว่าเป็นน้องสาวของชมพูแพร แต่ขณะเขาหันจะเข้าห้องก็ชะงักเมื่อเห็นดาวพราวแสงเต็มท้องฟ้า ทำให้เขาคิดถึงคืนที่ดูดาวกับนางฟ้าที่เกาะมินไม่ได้ พึมพำอย่างคิดถึง...

“นางฟ้าจะมองดาวดวงเดียวกับสายชลอยู่รึเปล่านะ...”

ส่วนฟ้าลดา พอเข้าห้องนอน มายืนที่หน้าต่างเห็นดาวพราวเต็มฟ้าเช่นกัน พึมพำอย่างตื่นเต้นว่า “โอ้โห ดาวเต็มฟ้าเลย” แล้วเดินไปที่หน้าบ้าน นอนเปลญวนมองท้องฟ้า ยิ้มกับดาวอย่างสุขใจ

ooooooo

เช้าวันนี้ ฟ้าลดานัดไปจ๊อกกิ้งกับเจมส์ที่สวน สาธารณะ ปรากฏว่าเจมส์วิ่งได้ไม่เท่าไรก็วิ่งต่อไม่ไหวเลยขอนั่งรอตรงนั้น ฟ้าลดาจึงวิ่งต่อไปคนเดียว

ขณะที่ฟ้าลดาวิ่งมาถึงทางเลี้ยวก็ชนเข้าอย่างจังกับสายชลที่มาวิ่งเช่นกัน ฟ้าลดาล้มลงต่างฝ่ายต่างตกใจ สายชลรีบขอโทษ ฟ้าลดาลุกขึ้นบอกว่าไม่เป็นไร สายชลถึงกับตะลึงงันเมื่อเห็นว่าหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้านั้นคือ นางฟ้า!

กว่าสายชลจะตั้งสติได้ ฟ้าลดาก็วิ่งไปแล้ว เขารีบวิ่งตามจนไปทันกันที่สนามหญ้า เขาพุ่งเข้าจับแขนเธอเรียกด้วยความดีใจสุดๆ “นางฟ้า...นางฟ้าของสายชล นางฟ้าจริงๆ...ในที่สุด...เราก็ได้พบกัน”

การณ์กลับกลายเป็นว่า สายชลดีใจสุดชีวิตที่เจอนางฟ้าที่เขาตามหามากว่า 3 ปี แต่ฟ้าลดากลับไม่รู้จักเขา ตกใจเมื่อเขามาจับแขนและแสดงความคุ้นเคย ทั้งสองพูดกันอยู่นานก็ยังไม่สามารถเข้าใจตรงกันได้ กระนั้น สายชลก็มุ่งมั่นที่จะไม่ยอมปล่อยนางฟ้าของเขาหลุดมือไปอีกแล้ว

เจมส์มาเจอเหตุการณ์ เขาต่อยสายชลจนล้มลง แล้วก็รีบจูงมือฟ้าลดาไปจากตรงนั้นโดยเร็ว

สายชลเสียใจมาก แต่ก็มีความหวัง มุ่งมั่นที่จะตามนางฟ้าของเขาต่อไปให้ได้ ต้องรู้ให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับนางฟ้าของเขา

เมื่อกลับมาถึงบ้านเช่า สายชลให้สหัสสืบประวัตินางฟ้าให้ตน โดยบอกสถานที่พบนางฟ้าให้ สหัสได้ภาพจากกล้องวงจรปิด สืบจนรู้ว่าหญิงสาวคนนั้นชื่อฟ้าลดา สายชลสะอึกอึ้ง จำได้ทันทีว่ายาซะเคยบอกว่านางฟ้าของเขาชื่อฟ้าลดาและกลับไปอยู่กับพี่สาวเธอที่กรุงเทพฯแล้ว

รู้จากสหัสอีกว่า ฟ้าลดานามสกุล “พิมุขมนตรา” ซึ่งเป็นนามสกุลเดียวกับชมพูแพร เป็นน้องสาวคนเดียวของเธอ เอะใจว่าหมอวัฒนาเป็นหมอรักษาฟ้าลดา สั่งให้สืบว่า หมอวัฒนารักษาอะไรให้ฟ้าลดา และให้หาประวัติการรักษาฟ้าลดามาด้วย

สหัสทำได้สำเร็จทุกอย่าง แต่เพราะประวัติการรักษาเขียนเป็นภาษาอังกฤษและเป็นศัพท์เฉพาะทางการแพทย์ สายชลอ่านไม่เข้าใจ สหัสแนะว่าให้เอาไปให้คุณพอล เพื่อนคุณไมเคิลช่วยดู เชื่อว่าคุณพอลต้องช่วยได้แน่

ooooooo

ในที่สุดได้ข้อสรุปจากพอลว่า ฟ้าลดาเข้าไปรับการรักษาโรคความจำเสื่อม ท่าทางคงรุนแรงเพราะต้องรักษาด้วยการช็อตไฟฟ้า สายชลตกใจถามว่าแล้วมันจะทำให้ความจำบางส่วนของเธอหายไปใช่ไหม เช่นคนเคยรู้จักกัน แต่แล้วก็ทำเหมือนไม่รู้จักกันเลย มันจะเป็นเพราะผลการรักษาหรือเปล่า

“ก็มีความเป็นไปได้สูง บางคนความจำกลับมาทั้งหมด บางคนจำได้แต่ 70-80 เปอร์เซ็นต์” พอลตอบ สายชลนิ่งอึ้ง สหัสถามว่าเขารู้จักฟ้าลดามาก่อนหรือ สายชลหันมองสหัสหน้าเครียดบอกว่า

“นางฟ้าหรือฟ้าลดาเป็นภรรยาฉัน” ทำเอาสหัสตกใจ สายชลลุกขึ้นยืนมองเหม่อออกไปนอกหน้าต่าง ตั้งใจแน่วแน่ว่า “ฉันต้องทำให้นางฟ้าจำฉันอีกครั้งให้ได้...”

ooooooo

ด้วยความรักและห่วงใยชมพูแพร วันนี้หมอวัฒนาลงมือทำซุปให้เธอ แต่เพราะไม่เคยทำเลยเก้ๆกังๆถูกน้ำซุปลวกมือจนต้องพันนิ้วไว้ ตักซุปใส่ภาชนะเตรียมเอาไปให้ชมพูแพรด้วยความภูมิใจ

เป็นวันเดียวกับที่สายชลวางแผนจะต้องใกล้ชิดนางฟ้าของเขาให้ได้ จึงนัดชมพูแพรทานข้าวด้วยกันแต่เขาขอแสดงฝีมือการทำอาหารเอง ย้ำว่าให้ชวนน้องสาวมาทานกันด้วย

ขณะเธอเดินไปด้วยกันกับเขานั้น เกิดรองเท้าพลิกจนเธอล้ม สายชลโอบเอวไว้ทัน หน้าต่อหน้าใกล้กันแค่ฝ่ามือกั้น ชมพูแพรสะเทิ้นเขินอาย พยายามจะลุกขึ้นแต่แล้วกลับเซทรุดลงไปอีก สายชลจึงประคองพาไปที่ห้องทำงานของเขา ลงมือนวดข้อเท้าให้อย่างนุ่มนวล จนชมพูแพรเคลิ้ม

เมื่อนวดให้จนดีขึ้นแล้ว เขาเอารองเท้าใส่เดินในบ้านให้เธอใส่บอกว่าเพิ่งซื้อมา เธอขอบคุณเขาอย่างปลื้มใจ จากนั้นเขาพาไปส่งที่ห้องทำงานของเธอ

เจ้ากรรม...พอถึงห้องเธอกลับเซล้มลงพาเขาล้มลงบนโซฟาไปด้วย ขณะหน้าต่อหน้ากำลังใกล้ชิดกันอย่างมาก และสายชลกำลังลุกขึ้นนั่นเอง หมอวัฒนาก็ถือซุปเข้ามาพอดี หมอถึงกับผงะกับภาพที่เห็น สายชลรีบบอกว่า

“คุณหมอมาพอดี ช่วยมาดูคุณแพรหน่อยเถอะครับ”

เมื่ออยู่กันตามลำพัง หมอถามว่าจะไปหาหมอไหม เธอถามล้อๆว่าจะให้ไปหาหมอที่ไหนอีกเมื่อมีหมออยู่ทั้งคนแล้ว เห็นพลาสเตอร์พันที่นิ้วหมอ เธอถามว่าโดนอะไรมา จึงรู้ว่าโดนน้ำร้อนลวกเพราะทำซุปให้เธอ พลางก็รินซุปใส่ฝาให้เธอดื่ม

ชมพูแพรปลื้มใจมาก รับซุปไปดื่มแต่ตากลับมองรองเท้าที่สายชลเอาให้ใส่ ด้วยความปลื้มยิ่งกว่า

ooooooo

ฟ้าลดาเพิ่งเข้าทำงานก็เจอกฎเข้มของวีรเดชเข้า สั่งพนักงานทุกคนต้องช่วยกันหางานเข้าบริษัทเพราะไม่อย่างนั้นบริษัทคงไม่รอด ใครหางานได้จะให้ห้าเปอร์เซ็นต์ ฟ้าลดาถามว่าแค่ห้าเปอร์เซ็นต์น้อยไปไหม ถูกวีรเดชตวาดว่า

“เด็กใหม่ไม่มีสิทธิ์ออกเสียง ถ้าใครมีปัญหาก็ออกไปเสีย...” เมื่อทุกคนเงียบเขาสั่ง “เลิกประชุม”

พอออกจากที่ประชุม ฟ้าลดาบ่นว่าเกิดมาไม่เคยเห็นคนแบบนี้ พวกพนักงานเก่าก็พากันเล่าถึงความเค็มของวีรเดช ว่าแม้แต่ดินสอทำงานก็ให้เบิกได้คนละ 3 แท่งต่อปีเท่านั้น ธงไทยบอกฟ้าลดาว่าอย่าเพิ่งท้อเสียก่อนล่ะ

“เรื่องแค่นี้ไม่ทำให้ฉันยอมแพ้อะไรง่ายๆหรอก สักวัน ฉันต้องทำให้อีตาพี่วีหายซ่าส์ให้ได้ คอยดู...”

พูดจบก็ได้รับโทรศัพท์จากชมพูแพรบอกให้กลับมาทานข้าวที่บ้าน เพราะมีแขกจะมาทานด้วย

ตกเย็น ชมพูแพรแต่งตัวสวย จนป้าเนียมกับแหวนมองตะลึง เดาว่าวันนี้ต้องเป็นวันพิเศษอะไรแน่ๆเลย คาดกันว่าคงนัดคุณหมอ แต่พอเห็นแขกคนพิเศษที่มากลายเป็นสายชลก็พากันเหวอ

ooooooo

สายชลเข้าครัวทำพิซซ่า โดยมีชมพูแพร ป้าเนียม และแหวนคอยช่วย ทั้งสี่ทำพิซซ่ากันอย่างสนุกสนาน เมื่อยกมาตั้งโต๊ะ ชมพูแพรชมว่าน่าทานมากเลย เธอขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อน

ระหว่างนั้นเอง ฟ้าลดากลับมา เห็นสายชลก็จำได้ว่าเคยมีเรื่องกันที่สวนสาธารณะ เคยถูกเขาจับแขนและกระทั่งกอดจนเจมส์เข้ามาชกจึงพาหนีมาได้ ฟ้าลดาแค้นขึ้นมา ถามว่ามาอยู่บ้านตนได้ยังไง ไล่ให้ออกไปเดี๋ยวนี้ หันไปคว้าไม้กวาดมาไล่ตี สายชลพยายามจะชี้แจงก็ไม่ฟัง หวดไม้กวาดใส่จนสายชลถอยไปพิงประตูปัดป้อง

ชมพูแพรออกมาเจอ เธอตกใจมากสั่งน้องให้หยุดเดี๋ยวนี้ พลางเข้าปกป้องสายชลจากไม้กวาดของน้อง ฟ้าลดาร้องบอกพี่สาวให้ระวังตัวเพราะหมอนี่เป็นโรคจิต

กว่าจะรู้เรื่องกัน สายชลก็โดนทั้งไม้กวาดหวด และโดนด่าเสียจนหูชา พอฟ้าลดารู้ว่าที่แท้เขาคือประธานสายการบินเซเว่นซีก็ถึงกับเหวอ ทำหน้าเจื่อนๆ ขอโทษเพราะไม่ทราบจริงๆว่าเขาเป็นเจ้านายชมพูแพร

“ไม่เป็นไรครับ วันก่อนผมผิดเองที่จู่โจมคุณมากเกินไป ผมนึกว่าคุณเป็นคนที่ผมรู้จักจริงๆผมต้องขอโทษด้วยนะครับที่ทำให้คุณกลัว”

เมื่อเข้าใจกันแล้ว ชมพูแพรชวนทานพิซซ่ากันเลยดีไหม สายชลมองฟ้าลดาเดินไปกับชมพูแพร พึมพำยิ้มๆ

“นางฟ้าของสายชล นิสัยไม่เปลี่ยนจริงๆ”

ระหว่างทานพิซซ่า ฟ้าลดาใช้มือหยิบถูกพี่สาวติงว่าเสียมารยาทให้ใช้ส้อมแทน ฟ้าลดาบอกว่ากินพิซซ่าใครเขาใช้ส้อมกัน สายชลบอกว่าฟ้าลดาพูดถูกแล้ว ต้องใช้มือกินถึงจะอร่อย พลางใช้มือหยิบพิซซ่าให้ชมพูแพร แล้วทุกคนก็ใช้มือกินพิซซ่ากันอย่างเอร็ดอร่อย

สายชลถือโอกาสนั้นถามฟ้าลดาว่าทำงานอะไร พอรู้ว่าทำงานบริษัทโฆษณา เขาบอกอย่างยินดีว่า

“อย่างนี้ก็ดีเลยครับเพราะเซเว่นซีกำลังหาบริษัทที่จะมาทำหนังโฆษณาเพื่อประชาสัมพันธ์สายการบินพอดี”

ฟ้าลดาดีใจมาก รีบบอกว่าถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้ตนจะเสนอเจ้านายทันที บอกเขาว่าห้ามเปลี่ยนใจเด็ดขาด สายชลรับคำหนักแน่น ทั้งสามต่างยิ้มแย้มยินดีกับบรรยากาศที่คลี่คลายจนกลายเป็นคุยกันอย่างถูกคอถูกใจกัน

ขณะนั้นเอง  ชมพูแพรได้รับโทรศัพท์จากหมอวัฒนา เธอขอตัวลุกไปคุยโทรศัพท์ หมอถามไถ่อาการเจ็บข้อเท้าของเธอ ชมพูแพรบอกว่าหายดีแล้ว หมอจะมารับไปทานอะไรกัน เธอบอกว่าไม่อยากออกไปไหนเพราะรู้สึกเหนื่อยๆแต่ไม่ต้องห่วงเดี๋ยวทานยาแล้วก็จะนอนเลย

ooooooo

ทานพิซซ่าเสร็จ ชมพูแพร  และฟ้าลดาเดินออกมาส่งสายชล ชมพูแพรเอ่ยขอบคุณสำหรับอาหารมื้ออร่อย สายชลได้จังหวะเสนอว่า ถ้าชอบจะมาทำให้ทานบ่อยๆ เธอรีบบอกว่า “งั้นแพรไม่เกรงใจนะคะ”

สายชลรีบรับคำ แล้วนัดฟ้าลดาว่าพรุ่งนี้ตนจะไปพบเจ้านายเธอด้วยกันดีกว่า เพราะร้อนใจพอคิดอะไรได้ก็อยากรีบจัดการให้เสร็จ นัดพรุ่งนี้ไปด้วยกันตนจะมารับ แล้วลาทั้งสองคน

พอสายชลไปแล้ว ฟ้าลดาพูดกับชมพูแพรแซวๆว่า

“ฟ้าเข้าใจแล้วว่า ทำไมพี่แพรถึงได้ปลื้มคุณชาร์ลมากขนาดนี้ ก็เขาทั้งหล่อ ทั้งเป็นสุภาพบุรุษ” พูดแล้วจ้องหน้าพี่สาวหยอกว่า “ปลื้มได้ แต่ห้ามหลงรักเด็ดขาดนะคะ ไม่งั้นฟ้าจะฟ้องพี่หมอ”

ชมพูแพรถามน้องอย่างเอ็นดูว่าตกลงฟ้าเป็นน้องหรือเป็นแม่กันแน่ ห่วงกันเสียจริง ตนชักน้อยใจแล้วนะ แล้วแกล้งทำเป็นงอน ฟ้าลดากอดพี่สาวโอ๋แล้วอ้อนตามเคย สัญญาว่ายังไงตนก็รักคนอื่นมากกว่าพี่สาวคนนี้ไม่ได้  เพราะว่า

“พี่แพรเป็นทั้งพี่ เป็นทั้งพ่อเป็นทั้งแม่ของฟ้านี่นา”

“ขอให้มันจริงเถอะไม่ใช่พอเจอคนอื่นแล้วก็ลืมพี่”

“ฟ้าไม่มีทางเห็นคนอื่นดีกว่าพี่แพรอยู่แล้วล่ะค่ะ”

ชมพูแพรบีบจมูกน้องอย่างมันเขี้ยว สองพี่น้องหัวเราะกันอย่างมีความสุขแล้วโอบเอวกันเดินเข้าบ้าน

ooooooo

กลับมาถึงห้องนอน สายชลพึมพำอย่างมั่นใจว่า “อีกไม่นาน...นางฟ้าจะต้องจำสายชลได้”

แต่แล้วเขาก็ต้องตกใจเมื่อไมเคิลโทรศัพท์มาบอกว่า เพลินตากับพิสมัยสองแม่ลูกจะมาถึงวันพรุ่งนี้ ยังไม่ทันหายมึนสหัสก็เข้ามาบอกข่าวนี้อย่างตื่นตกใจ สายชลถามว่าทำไมต้องเสียงดังขนาดนี้หรือว่าดีใจที่คู่ปรับจะมา

“โธ่...คุณสายชล อย่าล้อผมเล่นแบบนี้สิครับ แล้วครั้งนี้ คุณเพลินตาจะอยู่นานแค่ไหน”

“ไม่มีกำหนด เพราะว่าพ่อให้เพลินตามาฝึกงานที่บริษัท” แล้วบอกสหัสว่า “ไฟลท์จะมาถึงตอนเที่ยง นายไปรับด้วย”

“ครับ” สหัสรับคำเซ็งๆพึมพำ “สนุกล่ะคราวนี้...เฮ้อ...”

ooooooo

เช้าวันต่อมา ระหว่างหมอวัฒนารอชมพูแพร เขาเดินไปที่บ้านหลังเล็กที่ฟ้าลดาอยู่ เธอเอาถุงให้บอกว่าเป็นของฝากในนั้นเป็นเนกไทสีโปรดของหมอ หมอเอามือจับหัวฟ้าลดาโยกไปมาชมว่า รู้ใจเสียจริงๆสีโปรดเสียด้วย

ฟ้าลดาอาสาใส่เนกไทให้ พอเอาคล้องคอจัดแต่งแล้วถอยออกไปยืนเล็ง หมอทำเก๊กถามล้อๆว่าเป็นไง เธอชมว่าหล่อเท่ที่สุด หมอขอบใจหยิกแก้มสองข้างอย่างเอ็นดู

สายชลเดินมาเห็นความสนิทสนมของทั้งคู่ เขามองอย่างแปลกใจ พอดีฟ้าลดาหันมาเห็น ร้องทัก หมอวัฒนาเลยหันมาทักด้วย สายชลทักทายทั้งสองแล้วถามฟ้าลดาว่าพร้อมจะไปกันหรือยัง เมื่อเธอพร้อมจึงพากันขอตัวจากหมอเดินไปขึ้นรถ
ระหว่างเดินไป สายชลเห็นใบไม้เล็กๆติดที่ผม

ฟ้าลดา เขาขอโทษแล้วหยิบออกให้อย่างสนิทสนม ยิ้มให้ตาเป็นประกาย

ชมพูแพรยืนดูอยู่ เห็นแววตาของสายชลก็แปลกใจ พอหันมาก็เจอหมอวัฒนา เธอตกใจเล็กน้อยถามว่ามาตั้งแต่เมื่อไร หมอบอกว่ามาได้สักพักแล้ว ป้าเนียมบอกว่าเธอแต่งตัวอยู่ ตนจึงเลยไปหาฟ้าลดา แล้วพากันเดินเข้าไปในบ้าน

ooooooo

ทั้งสองไปนั่งที่โต๊ะอาหาร หมอเอาเครื่องมือแพทย์แบบพกพามาหลายอย่างจนชมพูแพรแปลกใจ ถามว่าเอามาทำไม

“เมื่อคืนแพรบอกว่าไม่สบาย และผมก็รู้ว่าคนอย่างแพรไม่มีทางไปหาหมอที่โรงพยาบาลแน่ๆ”

ชมพูแพรนิ่งไป เธอลืมไปแล้วว่าเมื่อวานปดเขาว่าไม่ค่อยสบาย ทั้งที่กำลังทานพิซซ่ากับสายชลและฟ้าลดาอยู่ แต่พอนึกได้ก็ยิ้มหวานชมว่า พี่หมอช่างรู้ใจตนจริงๆหมอพูดอย่างภูมิใจว่าถ้าตนไม่รู้ใจเธอแล้วจะเป็นแฟนได้หรือ แล้วลงมือตรวจเสร็จแล้วบอกว่า

“ไม่มีไข้ ความดันปกติ ร่างกายแข็งแรง” เก็บเครื่องมือพลางถามว่า “แพรเห็นข้อดีของการมีแฟนเป็นหมอรึยัง กริ๊งเดียวดีลิเวอรี่มาเลย”

ชมพูแพรหัวเราะขำๆออกมา หมอพูดหยั่งท่าทีว่า

“นี่ถ้าได้อยู่บ้านเดียวกับคุณหมอ รับรองคนไข้จะแข็งแรงยิ่งกว่านี้อีกนะครับ”

“คุณหมอจะคิดค่าตรวจเท่าไหร่คะ” ชมพูแพรรีบเปลี่ยนเรื่อง กันไม่ให้หมอพูดต่อ พอหมอบอกว่าขอเป็นเลี้ยงกาแฟสักแก้วก็แล้วกัน เธอยิ้มอ่อนหวานอย่างไร้พิรุธ

ส่วนฟ้าลดานั่งรถไปกับสายชล เขาเปิดเพลงแอบมองเธอแล้วยิ้มอย่างมีความสุข จนฟ้าลดาสงสัยถามว่าเขายิ้มอะไร

“เออ...เพลงครับ...เพลงเพราะ” พูดแล้วเร่งเสียงเพลงดังขึ้นราวกับยิ้มเรื่องเพลงจริงๆ

ฟ้าลดามองงงๆ แล้วหันหน้าออกไปทางหน้าต่าง สายชลแอบมองเธอ ยิ้มกว้างอย่างมีความสุข...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"อาเล็ก" บุกทวงคืนร่าง “กระทิง” ไม่ยอมเปิดศึกวางมวย ใน “แค้นรักสลับชะตา”

"อาเล็ก" บุกทวงคืนร่าง “กระทิง” ไม่ยอมเปิดศึกวางมวย ใน “แค้นรักสลับชะตา”
19 มิ.ย 2564

10:25 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันเสาร์ที่ 19 มิถุนายน 2564 เวลา 18:07 น.