ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

เกมร้าย เกมรัก

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

สายชลร้องเรียก วิ่งตามหานางฟ้า ยิ่งคิดถึงคำเตือนของนาราที่ว่า อย่าปล่อยนางฟ้าออกนอกสายตาแล้วก็ยิ่งร้อนใจ ขยี้หัวตัวเองสบถอย่างหัวเสีย “โธ่เว้ย... ไม่น่าเลยกู”

ยาซะอุ้มนางฟ้าที่หมดสติ พลางกวาดตามองไปรอบๆ ราวกับกลัวใครเห็น แต่ไม่นาน นางฟ้าก็รู้สึกตัว เธอตกใจมากดิ้นสุดแรงตะโกนให้ปล่อย...ปล่อยตนเดี๋ยวนี้

ยาซะกลัวเธอจะตกจึงวางลง นางฟ้าถอยหนีอย่างหวาดกลัว เธอตื่นกลัวจนสะดุดล้มลง ยาซะรีบเข้าประคอง พูดปลอบโยนว่า ตนไม่ทำอะไรเธอหรอก ตนกำลังจะช่วยเธอ

“สายชล...สายชล...” นางฟ้าร้องสุดเสียง ยาซะชะงักเมื่อได้ยินชื่อนี้

ทันใดนั้น มือหนึ่งจากข้างหลังก็กระชากไหล่ยาซะหันไป เงื้อหมัดจะชก แต่แล้วก็ชะงักกึกเป็นฝ่ายตกใจเสียเอง อุทาน “พี่ยาซะ”

สายชลนั่นเอง

ส่วนนางฟ้าก็ยังร้องขอให้สายชลช่วย พลางวิ่งไปหลบข้างหลังเขา ยาซะถามสายชลว่าเมียเขาหรือ สายชลรีบบอกว่าไม่ใช่

“ไม่ใช่เมีย แล้วเป็นใคร” ยาซะมองนางฟ้าอีกครั้งอย่างพินิจพิจารณา

ooooooo

เมื่อพากันไปนั่งคุยที่ริมหาด สายชลเล่าเรื่องนางฟ้าให้ยาซะฟังตั้งแต่ต้น บอกว่าถึงตอนนี้แล้วเธอก็ยังจำอะไรไม่ได้ จำไม่ได้แม้แต่ชื่อตัวเอง

ยาซะมองหน้านางฟ้าพึมพำ “น่าสงสาร ยังเด็กอยู่แท้ๆ” แล้วบอกสายชลว่า ถ้ามีอะไรให้ช่วยก็บอกได้ตนยินดีช่วยเต็มที่ แล้วเดินออกไป

สายชลถามนางฟ้าที่นั่งตัวสั่นอยู่ว่ากลัวเขาหรือ นางฟ้าถามว่าเขาคนนั้นอยู่ที่นี่หรือ

“เปล่า พี่ยาซะ เป็นพ่อค้า เขาจะมารับซื้อของบนเกาะเราประมาณอาทิตย์ละครั้งสองครั้ง นางฟ้าไม่ต้องกลัวเขา พี่เขาเป็นคนดี”

ฟังสายชลแล้ว นางฟ้าสบายใจขึ้น แต่ลึกๆแล้วก็ยังไม่หายกลัว

ฝ่ายยาซะยิ้มกริ่มกลับท่าเรือ จนหมึกถามว่าอารมณ์ดีอะไรมา

“ข้าเจอมุกงามบนเกาะเข้าให้แล้วน่ะสิวะ” ยาซะยิ้ม แววตาร้าย

ooooooo

นางฟ้ายังจำอะไรไม่ได้ กระทั่งการใช้ชีวิตประจำวันก็ดูช่างไร้เดียงสา ไม่ประสาอะไรเลย วันนี้ เมื่อเธอเข้าห้องน้ำเพื่อเตรียมอาบน้ำ ก็ชวนสายชลเข้าไปอาบด้วยกัน สายชลสอนว่า ต้องเข้าคนเดียวและปิดประตูให้ดีด้วย

แต่พอเข้าห้องน้ำ เธอตกใจวิ่งอ้าวออกมาเพราะเจอตุ๊กแกอยู่ในห้องน้ำ บอกให้สายชลช่วยเอาออกให้ที เขาหัวเราะขำๆ หยอกว่า “แค่ตุ๊กแกจะกลัวอะไร” แล้วเดินมาดแมนเข้าไปจะจับตุ๊กแกให้

ปรากฏว่ามัวแต่ไปยืนส่งเสียงไล่ ชิ้ว...ชิ้ว อยู่ ตุ๊กแกตกใจกระโดดลงมาเกาะที่หัว สายชลตกใจสะบัดหัวแผดเสียงลั่น นางฟ้าหัวเราะขำกลิ้ง ล้อเลียนเสียงและคำพูดของเขาว่า “แค่ตุ๊กแกจะกลัวอะไร” แล้วหัวเราะต่อ สายชลตีหน้าไม่ถูก เลยเก๊กบอกว่าเลิกขำได้แล้ว แล้วก็ไปนอนเสีย

เห็นสายชลไปนอนที่พื้น นางฟ้าชวนมานอนด้วยกันบนเตียง เขาทำหน้าระอาบอกว่าตนนอนพื้นได้ไม่ต้องห่วง มีอะไรเรียกก็แล้วกัน

ปรากฏว่านางฟ้านอนไม่หลับ มองไปนอกหน้าต่างเห็นเงาต้นไม้ไหวเอนเพราะแรงลม เธอกลัวไม่กล้านอน ลุกไปซุกตัวเบียดสายชลที่พื้น

จนรุ่งเช้า สายชลตื่นขึ้นมาตกใจแทบช็อกเมื่อพบว่าตัวเองนอนกอดนางฟ้าอยู่ ลุกพรวดขึ้นถามว่ามานอนตรงนี้ได้ยังไง นางฟ้าบอกว่าตนกลัวไม่กล้านอนคนเดียว อ้อนขอนอนด้วยคน

“ไม่ได้ เธอเป็นผู้หญิงฉันเป็นผู้ชาย นอนด้วยกันไม่ได้” นางฟ้าถามว่าทำไมผู้หญิงกับผู้ชายนอนด้วยกันไม่ได้ ไม่เห็นเข้าใจเลย “ไม่เห็นเข้าใจก็ไม่ต้องเข้าใจ เอาเป็นว่า ไม่ได้ก็แล้วกัน วันหลังอย่าทำอย่างนี้อีกนะ”

สายชลลุกไปแล้ว เขารีบเข้าห้องน้ำเอาน้ำราดหัวเหมือนจะดับแรงรุ่มร้อนในความรู้สึกของตัวเอง ราดไปกี่ขัน...

กี่ขัน ก็ไม่อาจดับความรุ่มร้อนภายในได้...

ooooooo

หลังจากนั้น สายชลจะออกเรือไปหาปลามาทำอาหาร นางฟ้าจะตามไปด้วย เมื่อเขาไม่ให้ไป เธอก็ทำทีไปนอน แต่แอบไปซ่อนตัวในเรือ เอาผ้าใบคลุมตัวไว้ ความแตกเมื่อสายชลไปนั่งทับเข้า พอรู้ว่านางฟ้าแอบมาในเรือเขาก็เอาเรือกลับเข้าฝั่ง สั่งให้กลับบ้านเสีย เธอทำดื้อตาใสไม่ยอมกลับ

สุดท้าย สายชลต้องจับตัวพาดบ่าแบกไป นางฟ้าดิ้นกระแด่วบนบ่าบอกให้หยุด สายชลไม่ยอมหยุดทั้งเอามือตบก้นเธอเพียะขู่ว่า ถ้าไม่หยุดดิ้นจะตีก้นไปจนถึงบ้านเลย สุดท้ายนางฟ้าก็ต้องหยุดดิ้น ปล่อยให้เขาแบกเดินไปแต่โดยดี

กลับถึงบ้าน สายชลไม่รู้จะทำอย่างไรดี พอดีปีร์กะใช้มามิเอายามาให้ สายชลเลยฝากมามิให้ช่วยดูแลนางฟ้าให้ด้วย

มามิจับนางฟ้าถักเปียทำให้ดูน่ารักสะอาดสะอ้านขึ้น แล้วพาไปเดินเล่น ไปเจอสวยเล่นน้ำอยู่กับเด็ก มามิคุยข่มว่าสายชลไว้ใจตนให้ดูแลนางฟ้าแทน สวยทนไม่ได้หยุดเล่นน้ำตามมาหาเรื่อง เลยได้ตบตีกันใครห้ามก็ไม่ฟัง

จนกระทั่งนาราวิ่งตะโกนให้ช่วยกันจับหมูที่หนีมาทางนี้ สองสาวเลยเลิกตบตีช่วยกันจับหมู แต่หมูเจ้ากรรมก็ไวทายาดหนีรอดไปจนได้

นางฟ้าเห็นดังนั้น วิ่งไล่ตามหมูเข้าไปในป่า แต่มันก็หายไปแล้ว...

ooooooo

สายชลกับแตลอยไปหาปลากลับมา หิ้วกระป๋องปลาจะกลับบ้าน ผ่านนํ้าตกเลยลงไปล้างตัวกันก่อน เพราะอยู่กลางป่า แตลอยเลยแก้ผ้าโดดนํ้าเล่น สองหนุ่มเล่นนํ้ากันสนุกสนานไม่รู้ว่านางฟ้ามาแอบดูอยู่ เธอนึกสนุกเลยแก้ผ้าลงเล่นนํ้ากับเขาบ้าง

สายชลกับแตลอยแข่งกันดำนํ้า สายชลขี้โกง พอแตลอยดำลงไปตัวเองก็โผล่ขึ้นมาคอยอำตอนแตลอยโผล่แล้วตัวเองค่อยดำหวังชนะ แต่พอโผล่ขึ้นมาเห็นนางฟ้าก็ตกใจ ถามว่ามาได้ยังไง นางฟ้าไม่ตอบ พอดีแตลอยจะโผล่ขึ้นมา สายชลรีบดึงนางฟ้าให้ไปแอบข้างหลังตน

แตลอยชะเง้อมองถามว่าเอาอะไรซ่อนไว้ข้างหลัง สายชลทำหน้าตายบอกว่าไม่มีอะไร แต่นางฟ้ากลับโผล่หน้ามาร้องเสียงใส “จ๊ะเอ๋...” สายชลเซ็งอยากจะบ้าตาย เลยทำเก๊กไล่แตลอยให้ปิดตาแล้วขึ้นไปเสีย แตลอยทำอิดออด แต่พอถูกขู่ว่าถ้าไม่ขึ้นจะโดนชก เลยหันหลังให้เดินงุดๆขึ้นไป

สายชลหันมาสั่งนางฟ้าให้รีบขึ้นไป เธอยังเอ้อเร้อเอ้อเต่อชวนขึ้นไปด้วยกัน สายชลโมโหเลยเสียงดังไล่ให้ขึ้นไปเดี๋ยวนี้ พลางตัวเองก็หันหลังให้ทำเป็นไม่สนใจ ทั้งที่ใจเต้นไม่เป็นสํ่า ร้อนรุ่มไปทั้งกายทั้งที่ยืนแช่อยู่ในนํ้า

ooooooo

เมื่อพากันเดินกลับมาตามริมหาด สายชลดุนางฟ้าว่าวันหลังห้ามทำแบบนี้อีก นางฟ้าเถียงเสียงใสว่าทำไมจะทำไม่ได้ก็ในเมื่อตนยังเด็กอยู่ เด็กกว่าเขาตั้งเยอะ ทำให้สายชลรู้สึกแปลกๆ กับความนึกคิดของเธอ

เดินกลับมาเจอมามิวิ่งตามหานางฟ้า มีแสงดาวกับ   ซะละและอีกหลายคนตามมา มามิถามว่าหายไปไหนมา นางฟ้าชี้เข้าไปในป่าบอกว่าวิ่งไล่หมูเข้าไปในนั้น แสงดาวกับนาราต่างโล่งอก ถามนางฟ้าว่าทำไมถึงเปียก ไปทำอะไรกันมา

สายชลรีบบอกว่า ตนไปเจอนางฟ้าตกนํ้าเลยลงไปช่วย แสงดาวตกใจบอกว่าโชคดีที่ไม่เป็นอะไร วันหลังระวังหน่อยก็แล้วกัน

แตลอยเพิ่งวิ่งตามมาถึง พอเจอนางฟ้าก็ยิ้มร่าร้องชวนว่า วันหลังมาแก้ผ้าเล่นนํ้าตกกับตนอีกก็ได้นะ

“แก้ผ้าเล่นนํ้าตก” ทุกคนตกใจร้องพร้อมกัน สายชลทำหน้าไม่ถูก อยากฆ่าไอ้แตลอยนัก!

เมื่อพากันกลับมาที่บ้านปีร์กะ พอทุกคนรู้เรื่องการแก้ผ้าเล่นนํ้าตกกัน นาราร้องอย่างไม่เชื่อว่า นางฟ้าต้องบ้าแน่ๆ คนสติดีๆที่ไหนจะแก้ผ้าเล่นนํ้าโทงๆ มามิตั้งข้อสังเกตว่า ดูๆนางฟ้าไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลย หรือจะบ้าไปแล้วจริงๆ

สายชลจึงเสนอปีร์กะให้ช่วยตรวจให้ทีได้ไหม เพราะหลังจากนางฟ้าฟื้นขึ้นมาแล้วก็ดูแปลกๆ ทำตัวเหมือนเด็ก ช่างซักช่างถาม แถมยังบอกว่าตัวเองเด็กกว่าตนเสียอีก

แสงดาวเห็นด้วยเพราะตนกับซะละก็รู้สึกเหมือนกัน

มามิตั้งข้อสังเกตว่าหรือเจ้าป่าเจ้าเขาจะไม่พอใจนางฟ้า เพราะปกติเกาะเราไม่เคยมีคนนอกเข้ามาอยู่

“แต่เราทำพิธีขอบคุณเจ้าป่าเจ้าเขาไปแล้ว มันจะเป็นแบบนั้นได้ยังไง” ปีร์กะติง แล้วเสนอว่า “ข้าว่าที่นางฟ้ามานอนสลบอยู่ที่ริมหาด หัวมันคงไปกระทบโดนอะไรแรงๆเข้า ก็เลยทำให้สมองเลอะเลือนไปบางส่วน จนไม่รู้ว่าอะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ หรืออะไรที่เคยทำได้ก็จำไม่ได้ว่าทำยังไง” ปีร์กะที่มีอาชีพเป็นหมอผี แต่วิเคราะห์อย่างเป็นวิทยาศาสตร์ บอกว่าแบบนี้แค่ความจำบางส่วนหายไปเท่านั้น

ซะละเสนอว่าถ้าอย่างนี้ พวกเราต้องช่วยกันสอนนางฟ้า เพราะถ้าขืนปล่อยให้ไปแก้ผ้าเล่นน้ำกับผู้ชายคนอื่นแบบที่ทำกับสายชล นางฟ้าจะเป็นอันตราย ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วยกับหัวหน้าเกาะ

ooooooo

ที่กรุงเทพฯ มีงานเปิดโรงแรม Hip Hotelโรงแรมหรูกลางกรุง หญิง หุ้นส่วนคนหนึ่งของโรงแรมกำลังโพสท่าให้นักข่าวถ่ายรูปอย่างเพลิดเพลิน พลันก็ชะงักเมื่อชมพูแพรหุ้นส่วนใหญ่เพื่อนรักของหญิง นั่งรถเก๋งหรูเข้ามา บรรดานักข่าวและช่างภาพที่ถ่ายรูปหญิงอยู่ กรูกันไปหาชมพูแพรทันที

“ขอโทษนะคะทุกคนที่แพรมาช้า” ชมพูแพรในชุดหรูดูไฮโซ ยิ้มอ่อนโยนทักทายอ่อนหวาน นักข่าวพากันชมว่าวันนี้เธอแต่งตัวสวยมาก งานไหนงานนั้นพวกตนไม่เคยผิดหวังเลย แล้วขอสัมภาษณ์

หญิงยืนเหวอไปนิดหนึ่งที่ถูกแย่งซีนไปในพริบตา เธอไม่ยอม เข้าไปขอถ่ายรูปกับชมพูแพรอ้างว่าตนก็เป็นเจ้าของโรงแรมนี้เหมือนกัน แล้วเข้าไปยืนโพสท่าถ่ายคู่กัน

ครู่หนึ่งมีพนักงานร้านดอกไม้ถือช่อดอกไม้สดสวยงามเข้ามาถามหาคนชื่อชมพูแพร พอเจอตัวก็เอาดอกไม้ให้บอกว่า “ดอกไม้จากคุณหมอวัฒนาครับ”

นักข่าวพากันฮือฮาว่าขนาดเจ้าตัวไม่มายังหวานได้ขนาดนี้ ถามว่าเมื่อไรจะมีข่าวดี ชมพูแพรตอบตามแบบฉบับคนดังทั้งหลายว่า ยังอยากทำงานอยู่ แต่งเมื่อไหร่จะบอกทุกคนแน่นอน

หญิงมองนักข่าวที่ห้อมล้อมชมพูแพรอย่างขัดใจ ที่ตัวเองถูกแย่งซีนไปถึงสองครั้งติดๆกัน

ooooooo

เสร็จงาน ชมพูแพรไปหาหมอวัฒนาที่โรงพยาบาล ขอบคุณหมอสำหรับดอกไม้ช่อสวย บอกว่าตนชอบมาก หมอยิ้มใจดีอบอุ่นบอกว่า “ผมดีใจนะครับที่แพรชอบ แสดงว่าผมยังรู้ใจแพรอยู่”

เธอแกล้งกระตุกเนกไทหมอเบาๆทำหน้าเข้มพูดขู่ว่า “ก็ลองไม่รู้ใจแพรสิคะ พี่หมอได้มีเรื่องกับแพรแน่”

หมอวัฒนาถามว่าเธอมาคนเดียวหรือ แพรชมพูบอกว่าพ่อกับแม่และน้องไม่ได้มางานเปิดตัวโรงแรม แล้วพูดเสียงน้อยใจว่า “พวกเขาคงสนุกจนลืมวันสำคัญของแพร ทั้งๆที่...รับปากว่าจะมา” พูดแล้วตัดบทว่า ช่างเถอะตนชินแล้วกับการที่เป็นคนถูกลืม

ระหว่างนั้นเอง เธอก็ได้รับโทรศัพท์แจ้งข่าวร้ายว่า มีคนพบศพพ่อกับแม่ที่ชายหาดกระบี่ ส่วนน้องสาวเธอคือ ฟ้า ฟ้าลดายังไม่เจอตัวไม่รู้เป็นตายร้ายดีอย่างไรบ้าง เธอร้องไห้จับแขนหมอวัฒนาบอกว่า

“ถ้าเกิดยัยฟ้าเป็นอะไรขึ้นมา แพรจะทำยังไง...จะทำยังไง” เธอร้องไห้โฮๆ จนหมอต้องปลอบให้ใจเย็นๆ “แพรไม่อยากให้น้องเป็นอะไรไปอีกคน พี่หมอช่วยแพรด้วยนะคะ พี่หมอช่วยแพรด้วย...”

หมอวัฒนาได้แต่กอดเธอไว้อย่างปลอบใจ

ooooooo

หลายวันต่อมา เช้านี้ท้องฟ้าแจ่มใสมาก นางฟ้าตื๊อขอตามสายชลไปหาปลาจนได้ แต่พอเรือออกทะเลเจอคลื่นลมเรือโคลงไปโคลงมา นางฟ้ากลัวจนกำมือแน่น เธอบอกสายชลว่าให้พาตนกลับบ้าน สายชลบอกว่า

“มาไกลขนาดนี้แล้วกลับไม่ได้แล้ว ถ้าส่งเธอกลับไปแล้วต้องออกมาอีก วันนี้ไม่ได้ปลาแน่ๆ”

นางฟ้ากลัวมากรบเร้าจะกลับท่าเดียว พอดีคลื่นซัดเรือเอียงจนนางฟ้าตกน้ำ สายชลรีบกระโดดลงไปช่วย เธอกอดเขาไว้แน่น จนเมื่อขึ้นมาบนเรือ สายชลถามว่าเธอว่ายน้ำไม่เป็นหรือ เธอบอกว่าไม่เป็น

สายชลเชื่อว่าเธออาจจะลืมไปแล้วมากกว่า เพราะวันที่ตนพบเธอนอนหมดสติที่ชายหาดนั้น เธออยู่ในชุดดำน้ำ แล้วสอนให้เธอว่ายน้ำ สัญญาว่าจะปกป้องไม่ให้เธอได้รับอันตราย

เมื่อนางฟ้ายอมทดลองว่าย ปรากฏว่าว่ายเป็นได้ไม่ยากเพราะเธอแค่ลืมมันไปเท่านั้นเอง

หลังจากสอนว่ายน้ำแล้ว สายชลสอนให้ดำน้ำจับดำลงไปพร้อมกัน เธอตัวสั่นบอกว่าทำไม่ได้ สายชลคิดหาวิธี พูดหว่านล้อมให้กำลังใจเธอว่า

“ถ้านางฟ้าคิดว่าทำไม่ได้ มันก็จะทำไม่ได้ นางฟ้าต้องเชื่อมั่นในตัวเองและเชื่อใจสายชล” ถามว่ามั่นใจในตัวสายชลไหม เธอพยักหน้าทั้งที่ไม่มั่นใจนัก สุดท้ายสายชลก็จับมือเธอพาวิ่งไปที่ริมผาแล้วกระโดดลงไปด้วยกัน

ปรากฏว่าเธอทำได้ ต่างดีใจมากพากันดำน้ำชมความงามใต้ท้องทะเลกันอย่างมีความสุข

ooooooo

ระหว่างที่นางฟ้าอยู่กับสายชลนั้น ทั้งมามิและสวยต่างพากันแวะเวียนมาทั้งเพื่อกันท่าความสัมพันธ์ของนางฟ้ากับสายชลและกันท่ากันเอง

นอกจากนั้น ยังมีแตลอยที่ทำก้อล่อก้อติกนางฟ้ามาตลอด ก็ยังอุตส่าห์เอาดอกไม้มาให้ ถูกสายชลห้ามเข้าบ้าน ไล่ให้กลับไปเลย แต่แตลอยก็เดินทื่อเข้าไปจนได้ พอเข้าไปได้ก็ทำเสียงหวานร้องเรียกนางฟ้าจ๊ะนางฟ้าจ๋า

“เฮ้ย...ไอ้ลอย...” สายชลร้องลั่นแล้วรีบตามแตลอยเข้าไป

ในครัวบ้านสายชล สวยกับมามิแย่งกันมาทำอาหารหมายอวดสายชล แต่เขม่นกันจนไม่เป็นอันทำอะไรหนักเข้าก็ลงมือกันตามเคย

นางฟ้าไปติดเตาถ่าน เห็นไฟลุกพรึ่บก็ตกใจคว้าผ้าไปปิดเตา เลยไหม้กลายเป็นเปลวไฟลุกโพลงนางฟ้าตกใจร้องเรียกให้มามิกับสวยมาช่วย สองคนนั้นก็เอาแต่ตบตีกัน จนไฟลุกไหม้ลามห้องครัวจึงรู้สึกตัว  ช่วยกันดับแต่ก็สายไปแล้ว ข้าวของหลายอย่างถูกเผาไหม้

สายชลมาเจอไฟไหม้ หันไปตะโกนด่าแตลอยว่ายืนเฉยทำไมรีบมาช่วยกันดับไฟเร็ว

ดับไฟได้แล้ว สายชลมองทุกคนอย่างหัวเสีย สุดท้ายไล่ทั้งสามคนไปให้พ้น แล้วจัดแจงเอาอาหารที่เหลือมาให้นางฟ้ากิน นางฟ้ากลัวสายชลโกรธ เขาบอกว่าตนโกรธเธอได้ไม่นานหรอก แล้วถามว่าทำไมไฟไหม้ได้ยังไง

นางฟ้าเล่าว่าตนติดไฟแล้วทำไฟลุกไหม้เรียกให้สองคนมาช่วยก็ไม่ยอมช่วย มัวแต่ทะเลาะตบตีกันจะแย่ง

สายชลเป็นผัว ถามว่าทำไมสองคนถึงอยากได้เขาเป็นผัวนัก สายชลตอบไม่ออก ตัดบทว่านางฟ้าไม่ต้องรู้หรอก เมื่อนางฟ้าคะยั้นคะยออยากรู้ ถามว่าทำไมบอกไม่ได้เป็นความลับหรือ

“ไม่ใช่ความลับ แต่มันไร้สาระ” สายชลตัดบทแล้วก้มหน้าก้มตากินข้าว แต่นางฟ้าก็ยังติดใจอยู่ดี

หลังอาหาร สายชลพานางฟ้าไปที่ริมหาดข้างบ้าน เธอเห็นชิงชังก็จะไปนั่ง สายชลบอกว่ามันจะพังแล้ว ถ้าอยากเล่นจะซ่อมให้ นางฟ้าดีใจโผเข้ากอด เขารีบแกะมือเธอออกบอกดุๆว่า

“อย่าทำแบบนี้กับฉันอีก กับผู้ชายคนอื่นก็ห้ามทำเหมือนกัน เพราะผู้ชายกับผู้หญิงกอดกันไม่ได้ นอกจากเป็นพี่น้อง เป็นพ่อแม่ลูก หรือเป็นคนที่รักกัน”

“คนที่รักกัน? แล้วเราจะรู้ได้ไงว่าใครคือคนที่เรารัก” ถามแล้วมองตาแป๋ว

“ถ้านางฟ้าเจอคนที่ตัวเองรักเมื่อไหร่ นางฟ้าก็จะรู้เองว่าความรักคืออะไร”

เป็นคำตอบที่นางฟ้ายังติดใจสงสัยอยู่ดี

ooooooo

คืนนี้ ปีร์กะนั่งสวดมนต์ในห้องนอน ปากท่องคาถาไม่หยุด ทันใดนั้น ปีร์กะเห็นภาพบางอย่างที่ทำให้ตกใจ เป็นภาพชายฉกรรจ์กำลังซ้อมสายชล จนอาการปางตาย นางฟ้าที่ถูกชายฉกรรจ์อีกกลุ่มล็อกแขนเอาไว้เธอร้องไห้โวยวายแทบขาดใจ

ปีร์กะเหงื่อผุดเต็มใบหน้า ลืมตาขึ้นขมวดคิ้วเครียด พึมพำ

“ภาพที่เห็นมันหมายความว่ายังไง หรือสายชลกับนางฟ้าจะต้องพบกับวิบากกรรมครั้งใหญ่...”

เป็นเวลาเดียวกับที่ชมพูแพรที่กรุงเทพฯ กำลังคุยโทรศัพท์อย่างหงุดหงิดที่เวลาผ่านไปเป็นอาทิตย์แล้ว  แต่ยังหาฟ้าลดาน้องสาวตนไม่เจอ พูดอย่างฉุนเฉียวว่าตราบใดที่ยังไม่เจอศพน้อง ตนก็ไม่มีวันเชื่อว่าน้องตายแล้ว

ระหว่างนั้นหมอวัฒนายืนอยู่ใกล้ๆ ปลอบให้เธอใจ เย็นๆ เธอก็กลับเสียงดังหาว่าเขาไม่มีน้องสาวย่อมไม่เข้าใจความรู้สึกนี้ของตน แต่พอรู้สึกตัวก็ขอโทษหมอ บอกว่าตนร้อนใจอยากให้เจอน้องเร็วๆ

“ผมรู้ครับว่าแพรเป็นห่วงยัยฟ้า แต่แพรก็ต้องห่วงตัวเองด้วย เพราะถ้าแพรเป็นอะไรขึ้นมาอีกคน มันจะยิ่งแย่ไปกันใหญ่นะครับ”

ป้าเนียมที่เป็นคนรับใช้เก่าแก่ที่นี่เห็นด้วย บอกว่าตนเป็นห่วงเธอมาก ชมพูแพรขอบคุณป้าเนียมที่เป็นห่วงแต่ตนก็เสียพ่อกับแม่ไปแล้ว พูดแล้วเดินไปดูรูปครอบครัวที่วางอยู่บนชั้น พูดเสียงเครือ

“แพรจะไม่มีวันยอมเสียน้องสาวคนเดียวไปอีก ต่อให้ต้องพลิกฟ้าพลิกแผ่นดินหา แพรก็จะทำ!”

ooooooo

สายชลอดทนกับความช่างซักช่างถามอยากรู้อยากเห็นอยากลองของนางฟ้าอย่างมาก จนถึงจุดที่เขาหมดความอดทน เมื่อเธอเห็นเขาซักผ้าก็อาสาช่วย ถามว่านี่เรียกว่าทำอะไร พอเขาบอกว่าซักผ้า เธอท่องว่า “ซักผ้า...ซักผ้า” แล้วนึกอะไรได้ วิ่งกลับไปในบ้าน ขนทุกอย่างที่เป็นผ้าหรือมีผ้าหุ้มมาซักหมดไม่เว้นแม้แต่หมอน!

ไม่เพียงเท่านั้น เมื่อสายชลตากปลาหมึกเธออาสาจะช่วย เขายังเข็ดกับความเอาการเอางานของเธอบอกว่าไม่ต้อง เธอเลยไปยืนดู ูถกแมลงวันตอมก็ไล่ตี แมลงวันบินไปเกาะหัวสายชล เธอคว้าถาดสังกะสีขึ้นฟาดเต็มแรง แมลงวันบินไปเกาะจมูกสายชล เธอตามไปฟาดอีก ถูกจมูกสายชลจนเขาน้ำตาเล็ด ฉุนกึกขึ้นมา

เมื่อเขาซ่อมแหก็ขอช่วยอีก ทำแหล้มพันตัว ตกใจลุกวิ่งไปที่ชายหาด ร้องตะโกน “สายชลช่วยด้วย...ช่วยด้วย” สายชลเห็นถึงกับเอามือกุมหัว พึมพำ...

“ตูอยากจะบ้า...” เพราะไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะเอาแหที่ไหนไปหาปลา...

ooooooo

ที่กรุงเทพฯ ชมพูแพรโทรศัพท์บอกหญิง ขอลางานเพื่อไปตามหาน้องสาว ถ้ามีธุระอะไรด่วนก็ติดต่อได้ตลอด 24 ชั่วโมง หญิงรับคำแล้วเข้าไปในห้องทำงาน “กรรมการผู้จัดการ” ของชมพูแพร พูดผยองว่า

“พอแกกลับมา โรงแรมนี้ก็เป็นของฉันแล้วนังชมพูแพร”

หลังจากนั้น ชมพูแพรก็เดินทางไปตามหาน้องสาวที่กระบี่ เธอลงเรือท่องทะเล แวะไปตามเกาะต่างๆแล้วขึ้นฝั่ง เอารูปน้องไปเที่ยวถามคนท้องถิ่น กระทั่งเดินหาตามตลาด แต่ไม่มีใครรู้เบาะแสอะไรเลย

เธอตามหาฟ้าลดาจนป่วย หมอวัฒนาให้นอนพักบอกว่าให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจเถอะ แต่พอไม่มีความคืบหน้าอะไร เธอก็เกรี้ยวกราดกับตำรวจ และจะออกตามหาเอง

สารวัตรชี้แจงว่า “เมื่อสักครู่ก่อนที่คุณจะพรวดพราดเข้ามา ผมกับลูกน้องกำลังช่วยกันคิดว่าเราจะไปตามหาคุณฟ้าลดาที่ไหน แล้วเราก็นึกได้ว่าวันที่คุณฟ้าลดาหายตัว

ไปมีพายุ...ทิศทางของกระแสนํ้าอาจจะพาคุณฟ้าลดาไปที่ที่หนึ่ง”

ที่ที่สารวัตรพูดถึงคือหมู่บ้านชาวประมงแห่งหนึ่ง ดังนั้น รุ่งขึ้นจึงพากันไปที่นั่น แต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อชาวบ้านดูรูปและฟังข้อซักถามแล้วพากันส่ายหน้า

ชมพูแพรต่อว่าสารวัตรว่าไหนบอกว่าฟ้าลดาถูกคลื่นซัดไปที่นั่นไง สารวัตรชี้แจงว่าตนเพียงแต่คาดว่าอาจจะเท่านั้น บอกเธอว่า เราตามหามาหลายวันแล้วยังไม่มีวี่แววอะไรเลย จึงอยากให้เธอทำใจไว้บ้าง

“คุณพูดอย่างนี้หมายความว่ายังไง? ถ้ายังไม่พบศพแสดงว่ายัยฟ้ายังมีชีวิตอยู่ พวกคุณไม่มีสิทธิ์มาตัดสินว่าน้องสาวฉันตายไปแล้ว!”

ชมพูแพรเกรี้ยวกราดจนหมอวัฒนาต้องเรียกเตือนสติ สารวัตรจึงชี้แจงอย่างใจเย็นว่า

“ผมเข้าใจว่าคุณเป็นห่วงน้องสาวคุณมาก แต่จากประสบการณ์ของผม คนที่ประสบอุบัติเหตุเรือล่มจากพายุ โอกาสรอดมีน้อยมาก ยิ่งกรณีอย่างคุณฟ้าลดาที่หายตัวไปร่วมอาทิตย์ โอกาสเหลือแค่...1 เปอร์เซ็นต์”

“ถ้าคนที่หายเป็นน้องสาวพวกคุณ พวกคุณก็ต้องทำแบบฉันเหมือนกัน...” ชมพูแพรโกรธจัด

ตำรวจอึ้งกับสีหน้าที่ไม่ยอมแพ้ของชมพูแพร หมอวัฒนาก็ได้แต่ถอนใจ...หนักใจ...

ooooooo

เพราะไม่ว่าตนทำอะไร นางฟ้าก็จะอาสามาช่วยตลอด แต่ช่วยทีไรก็ทำเรื่องยุ่งทุกที หรือไม่ตนก็ต้องเจ็บตัว ดังนั้น เช้านี้ สายชลจึงหยิบย่ามสะพายย่องออกจากบ้านไป ตอนที่นางฟ้ายังไม่ตื่น

แต่ขณะเดินอยู่ริมหาดนึกว่าหนีรอดแล้ว ปรากฏว่านางฟ้าแอบตามมาจนได้ เขาไล่ให้กลับก็ไม่ยอมกลับ อ้างว่า ตนมาเดินเล่นไม่ได้ตามเขามา เมื่อสายชลโมโห เธอก็อ้อนว่า

“สายชลโกรธนางฟ้า นางฟ้าเสียใจ” สายชลบอกว่าถ้าไม่อยากให้โกรธมากกว่านี้ก็กลับบ้านเสีย เธออ้อนว่า “นางฟ้าไม่อยากอยู่บ้านคนเดียว สายชลให้นางฟ้าไปด้วยนะ สายชลไม่ต้องสนใจนางฟ้าหรอก”

นางฟ้าสัญญาว่าตนจะไม่ก่อเรื่อง จะเชื่อฟังทุกอย่าง แต่พอสายชลบอกให้กลับ เธอก็ไม่ฟัง ย้อนถามงอนๆ ว่าทำไมต้องเสียงดังกับตนด้วย ตนขอโทษแล้วจะเอายังไงกับตนอีก

สายชลตำหนิว่าเดี๋ยวนี้กล้าขึ้นเสียงกับตนเหรอ นางฟ้าเสียงแข็งใส่ว่า “เออ!” ชูนิ้วโป้งให้แล้วเดินหนีเลย สายชลพูดตามหลังอย่างไม่แคร์ว่า “อยากโป้งก็โป้งเลย สายชลไม่สนนางฟ้าหรอก” แล้วต่างคนต่างก็เดินไปอีกทางหนึ่ง

นางฟ้างอน เดินตุปัดตุป่องไปตามชายหาด เจอยาซะหิ้วถุงมาสองใบยื่นให้ เธอมองงงๆแล้วถามว่าอะไร

“ขนมแล้วก็เครื่องสำอาง รู้จักไหม นี่ลิปสติก เอาไว้ทาปาก นี่ที่ทาแก้ม แล้วนี่ที่ทาตา”

นางฟ้าถามว่าให้ทั้งหมดนี่เลยหรือ ยาซะบอกว่าให้หมดเลย ถ้าอยากได้อะไรอีกให้บอกจะหามาให้นางฟ้าทุกอย่าง

นางฟ้าเอาถุงไปนั่งที่ใต้ต้นมะพร้าว มีสวย กอยา กับซาตินเพื่อนของสวยมาสมทบด้วย สวยหยิบของในถุงมาสาธยายอย่างผู้รู้ แล้วชวนแต่งหน้ากัน นางฟ้าอยากสวยถามว่าแต่งหน้าให้ตนได้ไหม

“ได้สิ ไหนๆก็ไหนๆแล้ว พวกเรามาแต่งหน้ากันทุกคนเลยดีไหม”

ทุกคนอยากสวย เลยให้สวยแต่งให้ ทาปากแดงแจ๋ ทาแก้มชมพูแปร๊ด ทาตาสีฟ้าคิ้วดำปี๋ แต่งเสร็จก็พากันโพสท่าที่คิดว่าสวยที่สุด จากนั้นชวนกันไปเดินโชว์ในหมู่บ้าน ทำเอาชาวบ้านพากันแตกตื่นออกมาดูว่าใครจับลิงมาแต่งตัว

ooooooo

ฝ่ายสายชลสลัดนางฟ้าได้พ้นตัวแล้วก็ไปปรับทุกข์กับปีร์กะ ปีร์กะฟังแล้วหัวเราะขำๆ สายชลตัดพ้อว่าป้าขำอะไร ตนขำไม่ออกด้วยหรอก

“เอ็งจะถือสาอะไรกับนางฟ้าวะไอ้สายชล นางฟ้าเขาคิดว่าตัวเองเป็นเด็ก เขาถึงเห็นอะไรเป็นเรื่องสนุกไปหมด”

“สนุกคนเดียวน่ะสิป้า วันก่อนทำไฟไหม้ห้องครัว แถมยังทำฉันเจ็บตัวไม่เว้นแต่ละวัน มันจะมีอะไรมากกว่านี้ไหม”

“สายชล เอ็งต้องเอาใจเขามาใส่ใจเรา คิดดูสิคนที่ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร มันน่าสงสารมากแค่ไหน เอ็งต้อง

เห็นใจนางฟ้าให้มากๆ” ปีร์กะตบบ่าสายชล แล้วเดินออกไป สายชลนิ่งอย่างคิดตาม

จนถึงกลางคืน สายชลกลับถึงบ้านแปลกใจที่บ้านมืดไปหมด พอเดินเข้าไปก็ถูกนางฟ้าโผล่มาทำผีหลอก สายชลตกใจที่หน้านางฟ้าขาววอก ถามว่าไปทำอะไรกับหน้ามา นางฟ้าถามว่าสวยไหม

“สวย...อย่างกับผีน่ะสิ” สายชลทำหน้าสยองแล้วสั่งให้ไปล้างออกเสีย นางฟ้าหน้าหงิก เพราะแทนที่สายชลจะชมว่าสวยกลับด่าว่าเหมือนผีเสียฉิบ

นางฟ้าไปล้างหน้าออก แต่นึกสนุกอยากแกล้งสายชล เลยเอาเครื่องสำอางไปแต่งหน้าให้เขาที่หลับเป็นตายเพราะความอ่อนเพลีย แต่งเสร็จก็หัวเราะคิกคักก่อนนอนหลับปุ๋ยไป

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"ฟิล์ม-เอสเธอร์" พระนางคู่กัด ใน "พายุทราย" เจอหน้าเป็นตบ เอะอะเป็นจูบ

"ฟิล์ม-เอสเธอร์" พระนางคู่กัด ใน "พายุทราย" เจอหน้าเป็นตบ เอะอะเป็นจูบ
9 พ.ค. 2564

03:40 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอาทิตย์ที่ 9 พฤษภาคม 2564 เวลา 11:19 น.