ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

เกมร้าย เกมรัก

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

“เอา-ไป-ทิ้ง!” สายชลเน้นเสียงย้ำคำกับพนักงาน

เมื่อพนักงานไปกวาดเสื้อผ้าเก่าของฟ้าลดาจะเอาไปทิ้ง เธอพรวดจะเข้าไปแย่ง แต่เพราะใส่รองเท้าส้นสูงมากทำให้เดินไม่ถนัด สุดท้ายถูกพนักงานหอบไปทั้งหมด เธอหันมาถามสายชลอย่างไม่พอใจมากว่า

“คิดจะพรากของที่ฉันรักไปหมดเลยรึไง”

“ใช่! ทุกสิ่งทุกอย่าง...รวมทั้ง...” สายชลพูดทิ้งไว้แค่นั้น แต่ใช้หลังมือไล้แขนเธอเบาๆมองอย่างกรุ้มกริ่ม ถูกฟ้าลดาปัดมือเขาออกอย่างรังเกียจ สายชลกลับหัวเราะชอบใจแล้วเดินออกไป

ooooooo

ฟ้าลดาเดินตามมา แต่เพราะรองเท้าส้นสูงทำให้เดินไม่ถนัดทำท่าจะล้ม สายชลรีบหันมาประคอง หน้าต่อหน้าใกล้ชิดกันมาก เขาพูดเหมือนจะปรามาสให้เธอฮึดว่า

“เดินบนส้นสูงแค่นี้ยังเดินไม่ได้ แล้วจะเดินงานเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์ให้ผมได้เหรอ” เลยถูกท้าว่าก็ไม่ต้องจ้าง “ผมจะจ้างมืออาชีพมาฝึกคุณ และคุณจะต้องฝึกอย่างหนักจนไม่มีเวลาไปไหนเลย”

พูดแล้วจูงมือฟ้าลดาเดินต่อไป เธอมองค้อนอย่างไม่พอใจ จนเขาพาเข้าร้านอาหารหรูในห้าง พอนั่งเขาสั่งพนักงานโดยไม่ถามเธอเลยสักคำว่า

“ขอน้ำส้มให้คุณผู้หญิง ส่วนฉันขอน้ำแร่ เอาเครื่องดื่มมาก่อน”

ฟ้าลดาบอกว่าตนไม่ดื่มน้ำส้ม แต่สายชลไม่สนใจก้มหน้าก้มตาดูเมนู ฟ้าลดาหมั่นไส้มากแกล้งเตะขาเขาที่ใต้โต๊ะ เขาตกใจร้องเสียงดังจนคนในร้านหันมอง สายชลอายมาก แต่พอมองหน้าเธอกลับก้มหน้าอ่านเมนูทำไม่รู้ไม่ชี้

เพลินตากับพิสมัยมาช็อปปิ้งในห้างนี้เช่นกัน พอรู้สึกหิวก็พากันเข้าร้านอาหารหรู เพลินตาเห็นสายชลเข้าจังๆ เธออุทาน “พี่ชาร์ล...” สหัสมองขวับไปเห็นสายชลอยู่กับ ฟ้าลดาก็ใจหายวาบ

เพลินตาเดินลิ่วเข้าไปหา จ้องฟ้าลดา เห็นเธอในโฉมใหม่ก็กัดฟันถาม “แกเองเหรอ” แล้วถามสายชลว่าไหนสหัสบอกว่างานยุ่ง นี่หรืองานยุ่ง สายชลบอกว่าตนกำลังคุยธุระอยู่กับฟ้าลดา

“ไม่ใช่ธุระสำคัญอะไรหรอกค่ะ คุยกันเรื่อยเปื่อย” ฟ้าลดาบอก สายชลมองเธออย่างไม่พอใจแต่เธอทำไม่รู้ไม่ชี้ ชวนเพลินตานั่งด้วยกัน เพลินตากับพิสมัยมองฟ้าลดาที่ยิ้มแย้มเชิญชวนอย่างแปลกใจ ส่วนสหัสมองสายชลกับฟ้าลดาอย่างสงสัย

ooooooo

บนโต๊ะอาหารที่เหมือนสงบสบายนั่นเอง แผนแกล้งก็ดำเนินไปอย่างแนบเนียน โดยฟ้าลดาทำทีใช้เครื่องมือบีบก้ามปูแล้วแกล้งทำกระเด็นไปติดที่อกเสื้อเพลินตา สหัสรีบหยิบออกให้ ถูกเพลินตาโวยวายว่าเขาแต๊ะอั๋งตน ฟ้าลดาทำเป็นตกใจรีบหยิบแก้วน้ำจะเช็ดรอยเปื้อนที่เสื้อให้ เกิดสะดุดทำแก้วน้ำ หกใส่เสื้อเพลินตาเข้าไปอีก เธอรีบขอโทษ

เพลินตาโวยวายว่าฟ้าลดาแกล้งตน พิสมัยเตือนลูกให้ใจเย็นๆ เพราะคนมองกันทั้งร้านแล้ว แต่เพลินตาไม่เย็นด้วย คว้าแก้วน้ำสาดใส่ฟ้าลดา แต่เธอหลบ น้ำเลยสาดใส่หน้าสายชลเข้าเต็มๆ เพลินตาตกใจรีบเข้าไปดูแลสายชล เอาผ้าเช็ดให้ปากก็พร่ำขอโทษเขา แต่กล่าวโทษฟ้าลดาว่าถ้าไม่หลบสายชลก็ไม่โดน

สายชลโมโหขอให้เพลินตาหยุดเช็ดได้แล้ว พอเขามองหาฟ้าลดาปรากฏว่าหายไปแล้ว สายชลรีบลุกเดินออกไป เพลินตาถามว่าจะไปไหน พลางลุกตามไป พนักงานรีบมาบอกว่า ยังไปไม่ได้เพราะยังไม่ได้จ่ายค่าอาหาร และ ต้องชดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้น

เพลินตาให้สหัสจัดการ แต่สหัสไม่มีเงินพอ สุดท้ายเธอเลยต้องอยู่จัดการเรื่องค่าอาหารทำให้ตามสายชลไปไม่ได้

ooooooo

สายชลขับรถตามไปทันฟ้าลดาที่หน้าห้าง เธอไปได้ไม่ไกลเพราะรองเท้าส้นสูงเป็นอุปสรรค เขาขับรถเข้าเทียบเธอร้องเรียก พอเธอชะงักเขาถามอย่างเป็นต่อว่าคิดหรือว่าแผนตื้นๆของเธอจะหนีตนไปได้ แล้วสั่งให้ขึ้นรถเดี๋ยวนี้

แทนที่จะขึ้นรถ ฟ้าลดาถอดรองเท้าส้นสูงปาเข้าไปทางหน้าต่างรถ ตกที่เบาะข้างคนขับพอดี สายชลตกใจ พอหันมองเธอปาอีกข้างเข้าไปเกือบโดนเขา จากนั้นก็วิ่งเท้าเปล่าหนีไป

สายชลลงจากรถวิ่งตามจับเธอไว้ ฟ้าลดาตะโกนให้ปล่อยทั้งทุบทั้งถองจนสายชลเซ ตะโกนใส่หน้าว่า

“ฉันเกลียดคุณ...ฉันเกลียดคุณ...เกลียด เกลียด เกลียด...”

สายชลทั้งโมโหทั้งเสียใจ เขากำมือแน่น ถามว่า “เคยได้ยินไหม เกลียดอะไรก็จะได้อย่างนั้น  ยิ่งคุณเกลียดผมมากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งต้องอยู่ด้วยกัน นี่แค่เริ่มต้น เตรียมตัวเอาไว้ให้ดีก็แล้วกัน ฟ้าลดา!” สายชลยื่นหน้าเข้าไปจนเกือบติดหน้าเธอแล้วหุนหันกลับมาขับรถออกไป ทิ้งฟ้าลดาให้ยืนอึ้งอยู่ตรงนั้น ครู่หนึ่งเธอทรุดนั่งที่พื้นอย่างหมดสภาพ

ooooooo

จนบ่าย สายชลขับรถอย่างหงุดหงิด เบรกรถเอี๊ยด หายใจหอบถี่ ทันใดเหลือบเห็นรองเท้าของฟ้าลดาในรถ นึกได้ว่าเธอไม่มีรองเท้าใส่แล้ว นึกเป็นห่วงขึ้นมา รีบกลับรถขับย้อนกลับไป แต่ไม่เห็นฟ้าลดาแล้ว เขาถือรองเท้าลงไปมองหาอย่างรู้สึกผิดที่ทิ้งเธอไว้คนเดียว

ฟ้าลดาเดินเท้าเปล่าไปอย่างไร้ชีวิตจิตใจ สับสนเสียใจและเจ็บปวดกับเรื่องราวของตัวเอง เดินไปเหยียบถูกแก้วบาดเท้าจนต้องนั่งลงร้องไห้อย่างหมดความอดกลั้น

“คุณคะ...คุณ...ให้ช่วยอะไรไหมคะ” ผู้อารีย์ท่านหนึ่งเข้ามาถาม ฟ้าลดาเงยหน้ามองด้วยสายตาว่างเปล่า...

หลังจากนั้นไม่นาน หมอวัฒนาก็ได้รับโทรศัพท์เบอร์ที่ไม่คุ้น แจ้งเรื่องฟ้าลดา หมอรีบไปรับพาเธอไปที่บ้านตัวเอง ทำแผลให้จนเสร็จจึงถามว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมเธอถึงแต่งตัวแบบนี้ ทำไมถึงเดินเท้าเปล่า แล้วชาร์ลอยู่ไหน

ฟ้าลดาบอกว่าตนแยกกับชาร์ลได้พักหนึ่งแล้ว ตนไม่เป็นอะไรและเขาก็ไม่ได้ทำอะไรตน ส่วนเรื่องเดินเท้าเปล่าเธอไม่ตอบ หมอก็ไม่คาดคั้นบอกว่า ถ้าไม่อยากบอกก็ไม่เป็นไร ตนจะถามชาร์ลเอง

“ไม่นะคะ พี่หมออย่าไปยุ่งกับเขา ฟ้าขอร้อง ผู้ชายคนนี้สามารถทำได้ทุกอย่าง” ท่าทางฟ้าลดาตื่นตระหนกแววตาสั่นระริก จนหมอมองอย่างสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ

ooooooo

สายชลว้าวุ่นใจมาก เมื่อกลับถึงบ้านตอนกลางคืนเห็นที่บ้านหลังเล็กยังมืดอยู่ก็คิดว่าฟ้าลดา
ยังไม่กลับ ถามตัวเองอย่างกังวลใจว่า “ยังไม่กลับ... ไปไหนของเขา”

เมื่อทนไม่ได้ สายชลตัดสินใจไปหาชมพูแพรที่บ้าน เธอมองเขาอย่างแปลกใจ บอกว่าตนไม่ทราบเหมือนกันว่าน้องไปไหน คิดว่าอยู่กับเขาเสียอีก สายชลปดว่าฟ้าลดาขอตัวกลับก่อน ตนนึกว่าเธอกลับบ้านแล้วเสียอีก

ชมพูแพรมองสายชลอย่างสังเกตถามว่า “มีอะไรกันรึเปล่า” สายชลบอกว่าไม่มี แล้วจะรีบกลับไป พอดีมีสายเข้ามือถือของชมพูแพร เป็นสายจากหมอวัฒนาโทร.มาบอกว่าฟ้า–ลดาอยู่กับเขา
สายชลโล่งใจเมื่อรู้ว่าฟ้าลดาอยู่ไหน ชมพูแพรกลับไม่พอใจแต่เก็บความรู้สึกไว้ ทำเป็นบ่นลอยๆว่า
“ดูน้องสาวแพรสิคะ แทนที่จะโทร.หาแพรที่เป็นพี่สาว กลับโทร.บอกพี่หมอ เฮ้อ...ยัยฟ้ามักให้ความสำคัญกับพี่หมอมากกว่าแพรทุกครั้ง” บ่นแล้วจับสังเกตความรู้สึกของสายชลก่อนบ่นต่อ “สนิทกันมากเลยค่ะไม่ว่ายัยฟ้าจะมีเรื่องดีใจ เสียใจหรือมีปัญหาอะไร ยัยฟ้าก็จะนึกถึงพี่หมอก่อนแพรเสมอ จนบางทีแพรก็อดน้อยใจไม่ได้”

ชมพูแพรทำเป็นพูดเหมือนไม่ได้คิดอะไร แต่ปรายตาแอบมองสายชล เห็นเขากำมือแน่นก็ยิ้มพอใจที่ปั่นหัวเขาได้

ooooooo

ฟ้าลดาขอร้องหมอไม่ให้บอกพี่สาวเรื่องการบาดเจ็บที่เท้า เมื่อกลับถึงบ้าน ชมพูแพรต่อว่าหมอที่ไม่บอกเรื่องน้องบาดเจ็บ จนฟ้าลดาต้องออกรับแทนว่าตนเป็นคนขอร้องไม่ให้หมอบอกเอง เลยถูกพี่สาวพูดเหน็บหยอกแกมหยิกว่า

“ปกป้องกันจังนะ”

หลังจากหมอบอกฟ้าลดาให้ล้างแผลบ่อยๆ เพราะกลัวจะติดเชื้อ ชมพูแพรก็บอกน้องให้ทานยาแล้วนอนเสียไม่ต้องไฮเปอร์ลุกขึ้นมาทำโน่นทำนี่อีก ฟ้าลดารับคำพี่สาวว่า “ค่ะคุณแม่...” เมื่อหมอขอตัวกลับ เธอไหว้ขอบคุณ หมอเข้ามาลูบหัวก่อนเดินออกไป ทุกอย่างอยู่ในสายตาของชมพูแพรอย่างจับสังเกต

ขณะเดินออกมาส่งหมอที่ทางเดินในสวนนั้น หมอตั้งข้อสังเกตว่า รู้สึกว่าฟ้าลดากับชาร์ลจะมีบางอย่างต่อกัน ชมพูแพรสวนไปทันทีว่า

“แพรว่าพี่หมอกับยัยฟ้าต่างหากที่มีบางอย่างต่อกัน” พอหมอหันถามอย่างตกใจว่าทำไมพูดแบบนี้  เธอแกล้งหัวเราะบอกว่าตนแซวเล่น แล้วหยอกว่าทำไมต้องตกใจขนาดนั้นด้วยหรือว่ามีอะไรกันจริงๆ

“แพร...ไม่เอานะครับ ไม่เล่นแบบนี้ แพรก็รู้ว่าผมรักน้องฟ้าเหมือนน้องสาวคนหนึ่ง” หมอขอร้อง
“โอเคค่ะ แพรไม่แกล้งพี่หมอแล้ว เออ...แล้วที่พี่หมอบอกคุณชาร์ลกับยัยฟ้ามีบางอย่างต่อกัน คืออะไรเหรอคะ”

“ตอนน้องฟ้าโทร.ให้ผมไปรับ พอผมไปถึง...ผมเห็นน้องฟ้านั่งอยู่บนฟุตปาท ไม่ใส่รองเท้า ถามอะไรก็ไม่ตอบ พอผมบอกว่าจะไปถามคุณชาร์ล น้องฟ้าก็รีบห้าม ไม่ให้ผมยุ่ง แล้วยังบอกว่าผู้ชายคนนี้สามารถทำได้ทุกอย่าง ผมฟังแล้วไม่สบายใจเลย”

ชมพูแพรฟังแล้วใจไม่ดีแต่พยายามหลอกตัวเอง ถามว่าหมอคิดมากไปเองรึเปล่า หมอติงว่า

“แต่เราก็ควรกังวลไว้ก่อนนะครับ แพรเห็นเสื้อผ้าที่น้องใส่รึเปล่า มันเป็นคนละชุดกับเมื่อเช้า และคนอย่างน้องฟ้า ไม่มีทางแต่งตัวสไตล์นี้เด็ดขาด”

ยิ่งฟังข้อสังเกตของหมอ ชมพูแพรก็ยิ่งเครียด

ooooooo

ขณะฟ้าลดาอยู่ในห้องนั้น เธอหยิบเอาชุดที่สายชลซื้อให้โยนทิ้งถังขยะอย่างรังเกียจ ทันใดนั้นมีเสียงเคาะประตู ฟ้าลดาตกใจ เมื่อได้ยินเสียงสายชลเรียกก็เงียบกริบ จนเสียงข้างนอกเงียบไป เธอเอาหูแนบประตูฟัง ก้มดูที่ใต้ประตูไม่เห็นอะไรแล้วก็โล่งใจแต่พอหันกลับก็แทบช็อกเมื่อสายชลมายืนอยู่ข้างหลังแล้ว

เขาบอกเธอว่าประตูหลังไม่ได้ล็อก ฟ้าลดาพยายามจะเปิดประตูหนี ถูกสายชลรวบตัวไว้ ยื้อยุดกันจนล้มไป สายชลก้มลงมอง เธอตกใจถามว่าจะทำอะไร เขาไม่ตอบแต่อุ้มขึ้นวางไว้บนเก้าอี้แล้วถอดเข็มขัด ฟ้าลดายิ่งตกใจถามเสียงสั่นว่าจะทำอะไรตน ที่แท้เขาเอาเข็มขัดมารัดมือเธอไว้เพื่อทำแผลให้เพราะมีเลือดซึมออกมา

“ถ้าไม่จับคุณมัดไว้คุณคงไม่ยอมให้ทำแผล” เขาชี้แจงขณะลงมือทำแผล ฟ้าลดารับรู้ถึงความอบอุ่นอ่อนโยนจากสัมผัสของเขาขณะทำแผลให้

ooooooo

แต่พอเขาทำแผลเสร็จ แก้มัดให้ เธอกลับพูดอย่างไม่ถนอมน้ำใจเลยว่า อย่าคิดว่าทำแค่นี้แล้วตนจะลืมทุกอย่างที่เขาทำกับตน เพราะยังไงตนก็เกลียดเขา และไล่ให้กลับไปเสีย

แม้จะรู้สึกเจ็บปวด แต่สายชลก็ไม่พูดอะไร เขาอุ้มเธอเข้าไปในห้องนอน วางไว้บนเตียง ก็พอดีมือถือของเธอดังขึ้น สายชลหยิบไปก่อน ปรากฏว่าเป็นสายจากเจมส์ เขาส่งโทรศัพท์ให้แต่เธอไม่กดรับ ไม่ทันไรก็มีสายเข้ามาอีกคราวนี้เป็นธงไทย สายชลไม่พอใจ พูดเสียดสีว่า

“เจมส์ ธงไทย หมอวัฒนา ตกลงคุณมีกี่คนกันแน่ หรือว่ายังมีใครซ่อนไว้ที่ผมไม่รู้” ฟ้าลดาประชดว่าจะมีกี่คนก็เรื่องของตน ถูกสายชลคว้าแขนไปบีบอย่างแรงด่า “สำส่อน!”

ทั้งคู่ทะเลาะกันอย่างรุนแรง สายชลโมโหผลักฟ้าลดาลงบนเตียงจะปล้ำอีก ถูกฟ้าลดาคว้าโคมไฟฟาดหัวจนร้องลั่น

ฟ้าลดาขู่ว่าถ้าเขาทำร้ายตนอีก จะฟ้องชมพูแพรว่าเขาทำอะไรตนไว้ สายชลสวนไปทันทีอย่างไม่สะทกสะท้านว่า

“คุณไม่กล้าหรอก ถ้าคุณทำอย่างนั้น ผมจะโมโหแล้วพอโมโห ผมก็จะขาดสติ และคนขาดสติก็ทำได้ทุกอย่าง แม้กระทั่งทิ้งธุรกิจที่กำลังเจริญรุ่งเรือง แล้วจากไปเฉยๆ โดยไม่สนว่าจะทำให้ผู้ถือหุ้นหรือพนักงานต้องถูกลอยแพ ผมรู้ว่าคนอย่างคุณไม่มีวันทำให้คนอื่นเดือดร้อน”

“เลิกขู่ฉันเสียที คุณต่างหากที่จะต้องเดือดร้อน พี่แพรรักฉันมาก เขาสามารถทำเพื่อฉันได้ทุกอย่าง”

“แล้วถ้าเกิดวันหนึ่ง พี่สาวคุณเจอคนที่เขารักมากกว่าคุณ คุณว่าเขายังจะทำทุกอย่างเพื่อคุณได้อีกรึเปล่า”

คำถามนี้ทำเอาฟ้าลดาชะงักกึก ถามว่าหมายความว่ายังไง สายชลยิ้มที่มุมปากแต่ไม่พูดอะไร เดินออกไปเงียบๆ

ooooooo

เพียงเช้าวันถัดมา สายชลก็มอบสร้อยเพชรให้ชมพูแพรในร้านกาแฟหรูแห่งหนึ่ง ชมพูแพรตื่นเต้นดีใจมากถามว่าให้เนื่องในโอกาสอะไร เขาบอกว่าให้ในโอกาสที่เรารู้จักกัน แล้วอาสาสวมสร้อยให้ที่คอ

ระหว่างนั้นมีมือหนึ่งยื่นมาถ่ายรูปไว้ด้วยโทรศัพท์มือถือ เพียงสายๆฟ้าลดาก็ได้เห็นภาพนั้น เป็นภาพที่แสดงถึงความสนิทสนมของสายชลกับชมพูแพรโดยเฉพาะแววตาที่มองกันนั้น หวานซึ้งนัก...

ฟ้าลดาตกใจมากนึกถึงคำพูดของสายชลเมื่อคืนนี้ทันที เธอตระหนก ลุกขึ้นคว้ากระเป๋าสะพายออกไปอย่างเร็วจนธงไทยกับเจมส์งง ถามกันว่า “ฟ้ารีบไปไหน”

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น สหัสเข้าไปหาสายชลในห้องทำงานพร้อมรูปถ่ายเมื่อวาน ถามว่า

“คุณมั่นใจเหรอครับว่ารูปคุณกับคุณแพรจะทำให้คุณฟ้ามาหาคุณ”

“มั่นใจ”

“แต่ผมไม่เข้าใจ ตอนนี้คุณก็เปลี่ยนไปแล้ว ทำไมคุณฟ้าลดาถึงไม่กล้ายอมรับว่าจำคุณได้”

“เพราะมันเป็นจุดด่างในชีวิตเขาไงล่ะ เขาไม่ต้องการจดจำอดีตที่แสนจะอดสู เพราะตอนนี้เขาเริดหรู เขาถึงต้องการลืมฉัน เขาอายที่ครั้งหนึ่งเขาเคยมีผัวเป็นชาวเกาะต่ำต้อย ไม่มีเกียรติ ไม่มีศักดิ์ศรี”

สหัสอึ้งไปกับแววตาอาฆาตของสายชล ทันใดนั้นฟ้าลดาเปิดประตูพรวดเข้ามา สายชลกับสหัสหันมอง สหัสถึงกับผงะเมื่อฟ้าลดามาจริงๆ ส่วนสายชลยิ้มที่มุมปากอย่างพอใจ เมื่อสหัสเดินออกไปอย่างรู้หน้าที่พร้อมกับปิดประตูให้อย่างรู้ใจ ฟ้าลดาก็ยื่นรูปถ่ายพรวดไปตรงหน้าสายชล ถามอย่างไม่พอใจมากว่า

“คุณส่งรูปพวกนี้มาใช่ไหม คุณคิดจะทำอะไร”

“เอ...ผมว่าผมบอกคุณไปแล้ว แต่ถ้าจะให้ผมทวน

ความจำคุณอีกครั้งก็ได้”

“ไม่ต้อง...คุณนี่มันเลวจริงๆ คิดจะทำให้พี่แพรหันมาสนใจคุณงั้นเหรอ ฝันไปเถอะว่าจะทำสำเร็จ พี่แพรมีคู่หมั้นอยู่แล้ว พี่แพรไม่มีทางรักคุณ”

สายชลยิ้มอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า พูดกวนๆว่า

“แค่หมั้นไม่ได้แต่งและถึงแต่งก็เปลี่ยนใจได้ ผมมั่นใจว่าผมน่าสนใจมากกว่าคุณหมอวัฒนา”

ฟ้าลดาโกรธจนเสียงสั่นถามว่าทำแบบนี้ทำไม ทำลายตนคนเดียวไม่พอยังจะทำลายพี่สาวตนด้วย สายชลสวนไปทันทีว่าพวกเธอต่างหากที่ทำลายตน ฟ้าลดาถามว่าพวกตนทำลายเขาตั้งแต่เมื่อไหร่

“อย่าให้ผมต้องพูด ในเมื่อคุณเลือกที่จะไม่จำ และไม่ยอมรับว่าเคยเกิดอะไรขึ้น งั้นก็ให้มันผ่านไป และให้เราสองคนเหลือไว้แต่ความอาฆาต พยาบาท!! จำไว้นะฟ้าลดา ผมจะทำทุกอย่างให้คุณสองคนเจ็บ เงินที่พี่คุณหุ้นไว้กับ

เซเว่นซี ผมก็จะทำให้มันหมดลงด้วย มันไม่ยากสำหรับผม ถ้าผมจะทำ”

น้ำเสียง สีหน้า แววตาของสายชลแข็งกร้าว เต็มไปด้วยความดุดัน อาฆาต พยาบาท!

ฟ้าลดาใจไม่ดีขอร้องเขาอย่าทำอะไรอย่างนั้นเลย ถ้าเขาจะทำก็ทำกับตนคนเดียว อย่าทำร้ายพี่สาวตนเลยเพราะพี่สาวลำบากเพื่อตนมามากแล้ว

“คุณก็ห่วงแต่พี่คุณ คุณเคยห่วงผมบ้างรึเปล่าฟ้าลดา ผมจะบอกอะไรให้ คนที่ไม่รู้ว่าจะมีชีวิตอยู่เพื่ออะไรสามารถทำได้ทุกอย่าง” สายชลพูดอย่างเจ็บปวด ฟ้าลดาอึ้ง ถามเสียงอ่อยว่า

“ฉันต้องทำยังไง คุณถึงจะเลิกยุ่งกับพี่สาวฉัน”

สายชลมองหน้าเธอนิ่ง แต่ไม่ตอบ

ooooooo

สหัสทำเป็นออกไปจากห้องอย่างรู้หน้าที่ และปิดประตูให้อย่างรู้ใจสายชล แต่แอบฟังอยู่หน้าประตู เห็นข้างในเงียบผิดปกติก็ใจไม่ดี กลัวสายชลจะทำอะไรฟ้าลดา

ขณะกำลังเงี่ยหูฟังเสียงข้างในนั่นเอง ที่ข้างหลังสหัส เพลินตาเดินเชิดมา เห็นท่าทางของสหัสก็ถามเสียงดัง

“ทำอะไร!” เห็นสหัสสะดุ้งก็ด่า “แอบฟังคนอื่น เรียกว่ามารยาททราม”

สหัสแก้ลำทำเป็นดูนาฬิกาแล้วถามอย่างจับผิดว่า “แล้วการที่มาสายเรียกว่าอะไร”

“นายสหัส ไม่ต้องเปลี่ยนเรื่อง มาบ่าย มาเย็น มันก็เรื่องของฉัน อย่าลืมว่าฉันเป็นหลานเจ้าของบริษัท”

เพลินตาเน้นเสียง “ษัท” เสียจนสหัสสะดุ้งเหมือนโดนด่า แต่ไม่ต่อล้อต่อเถียง สวนไปอย่างเอาคืนว่า

“ผมไม่สนใจว่าคุณจะเป็นหลานเจ้าของบริ “ษัท” หรือเป็นอะไร คุณบอกผมเองว่าข้างนอกคุณเป็นเจ้านาย แต่ที่นี่คุณเป็นลูกน้อง คุณมาสาย คุณต้องถูกลงโทษ”

เพลินตาโมโห แต่ยังไม่ทันด่า สายชลก็เปิดประตูออกมา เธอรี่เข้าไปอ้อนเกาะแขนเขาฟ้องทันที

“พี่ชาร์ลขา...พี่ชาร์ลช่วยตาด้วย หมอนี่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง มันจะลงโทษตาที่มาสาย มันมีสิทธิ์อะไร”

“สิทธิ์ที่สหัสเขาเป็นเจ้านายของตา และพี่ก็เห็นด้วยกับเขา” สายชลตอบหน้านิ่งๆ ทำเอาเพลินตาเหวอ มันมองสหัส เห็นเขายิ้มอย่างเป็นต่อก็ยิ่งโมโห แต่ไม่ทันพูดอะไร ฟ้าลดาก็เดินออกจากห้อง คราวนี้เพลินตาอ้าปากค้าง

“แก...” เพลินตาจ้องหน้าฟ้าลดาเขม็ง ยังไม่ทันพูดอะไร สายชลก็เดินไปกับฟ้าลดา เธอรีบตาม “พี่ชาร์ลจะไปไหน...พี่ชาร์ล...”

สหัสรีบตามไปขวาง ถูกเพลินตาตะคอกไล่ให้หลีกไป สหัสไม่หลีก แถมยังยักคิ้วยิ้มกริ่มยืนเฉย เพลินตาจะกระทืบเท้าเขา สหัสหลบทันทำให้เธอเสียหลัก นึกว่าสหัสจะช่วยประคองไว้ แต่เขากลับยืนเฉย เธอเลยล้มก้นจ้ำเบ้า ด่าสหัส

“ทำไมแกไม่รับฉัน”

“ขืนผมรับ คุณก็หาว่าผมฉวยโอกาสกับคุณอีกน่ะซิ”

เพลินตาทั้งเจ็บทั้งอาย ลุกขึ้นทุบสหัสอั้กๆด่าไอ้บ้า... ไอ้ทุเรศ

สหัสถูกทุบไม่หยุด เลยจับแขนเธอไว้แน่น ยื่นหน้าเข้าไปพูด

“คุณต่างหากที่บ้า! สงสัยผมต้องหาอะไรให้คุณทำ จะได้ไม่ประสาทไปมากกว่านี้” พลางก็ลากเธอไป

“แกจะทำอะไรฉัน แกจะพาฉันไปไหน นายสาหัส... ปล่อยฉันนะ ปล่อย...บอกให้ปล่อย...”

เพลินตาถูกลากปลิวไปตามมือของสหัส ปากก็ร้องโวยวายไปตลอดทาง

ooooooo

สหัสสั่งเพลินตาให้นั่งนับจำนวนคนที่มาเข้าห้องน้ำ อ้างว่าเพื่อทำสถิติแต่ละวันว่ามีคนใช้ห้องน้ำคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของจำนวนพนักงาน เพราะทางบริษัทมีโครงการที่จะขยายห้องน้ำเพิ่ม ตนจะให้เธอดูแลโปรเจกต์นี้

เพลินตาไม่เชื่อ หาว่าเขาปั้นเรื่องขึ้นมาเพื่อแกล้งตน สหัสเลยเปลี่ยนเป็นสั่งว่า ถ้าอย่างนั้น อาทิตย์นี้ทั้งอาทิตย์ให้เธอนั่งทำงานตรงนี้ก็แล้วกัน

“แก...ก็ได้! ฉันจะทำ” เพลินตากำมือแน่นอย่างแค้นใจ จากนั้นก็เอาเครื่องคิดเลขขึ้นมา

ส่วนสหัส สั่งงานแล้วก็เข้าห้องน้ำประเดิมเป็นคนแรกให้เธอนับ เพลินตากดเครื่องคิดเลขอย่างหงุดหงิด

ooooooo

สายชลพาฟ้าลดาไปที่ร้านอาหารหรู เพื่อทานข้าวกลางวัน พอนั่ง ฟ้าลดาถามว่า บอกมาได้หรือยังว่าต้องการให้ตนทำอะไร

สายชลตอบอย่างไม่สนใจนักว่ายังคิดไม่ออก ขอให้กินข้าวเสร็จก่อน ถามว่าเธอไม่กินหรือ ฟ้าลดาบอกว่าตนไม่หิว แล้วขยับลุกขึ้น เขาถามอย่างระแวงว่าจะไปไหน พอเธอบอกว่าจะไปเข้าห้องน้ำ เขาสั่งให้วางกระเป๋าไว้บนโต๊ะ

“กลัวฉันหนีเหรอ” ฟ้าลดาถามหยันๆพอเขาบอกว่าใช่ ตนไม่ไว้ใจเธอ ฟ้าลดาสวนไปว่า “ฉันต่างหากที่ควรพูดประโยคนี้” พลางกระแทกกระเป๋าไว้บนโต๊ะ

“ถ้าคุณไม่กลับมาภายในห้านาที หรือแอบโทร.หาใครแล้วผมรู้ ทุกอย่างที่เราตกลงกันจะเป็นโมฆะ”

ฟ้าลดาค้อนควับ เดินจ้ำไปอย่างไม่พอใจ

ooooooo

เพลินตายังนั่งกดเครื่องคิดเลขอยู่หน้าห้องน้ำหญิง เธอกดมือเป็นระวิง บ่นอย่างหงุดหงิดว่า

“มันจะเข้าอะไรกันเยอะแยะขนาดนี้ กดจนเมื่อยนิ้วไปหมดแล้ว”

ไม่นานนัก ชมพูแพรเดินมาเห็นเพลินตานั่งอยู่หน้าห้องน้ำหญิงก็ชะงัก ถามว่ามานั่งทำอะไรตรงนี้ เพลินตาอายมากกระชากเสียงบอกว่า “ทำงาน”

ชมพูแพรยิ้มเยาะพูดเปรยๆว่า เพิ่งรู้ว่าบริษัทเรามีแผนกใหม่

“แค่ชั่วคราวเท่านั้นแหละย่ะ” เพลินตาทำเชิดใส่ ชมพูแพรแอบขำ เพลินตาเห็นก็ยิ่งหัวเสีย พาลทันที “เอาเวลาที่หัวเราะเยาะฉัน ไปถามน้องสาวแกดีกว่าว่า ออกไปไหนกับพี่ชาร์ล”

“ยัยฟ้ามาที่นี่เหรอ”

“อ๊าว...นี่น้องสาวแกไม่ได้บอกแกเหรอ...อุ๊บ...” เพลินตาทำเป็นตกใจที่พลั้งปากไป ยิ่งทำให้ชมพูแพรระแวง

ooooooo

สายชลยังนั่งรอฟ้าลดาที่โต๊ะ โทรศัพท์มือถือของเธอในกระเป๋าดังขึ้น เขาเปิดหา หยิบออกมา เห็นที่เครื่องโชว์ว่า “พี่แพร” เขากดปิดเครื่องทันทีแล้วเอาโทรศัพท์นั้นเก็บไว้กับตัวเอง วางกระเป๋าของฟ้าลดาไว้ที่เดิม

ชมพูแพรหงุดหงิดมากที่โทร.หาฟ้าลดาไม่ได้ นิ่งคิดแล้วโทร.อีกครั้ง แต่โทร.หาสายชลแทน

“ครับ คุณแพร...ผมทำธุระอยู่ครับ คุณแพรมีอะไรรึเปล่า ใช่ครับ เมื่อเช้าคุณฟ้ามาหาผม คุยกันเรื่องงานเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์น่ะครับ”

พอดีเขาเหลือบเห็นฟ้าลดาเดินกลับมา เลยรีบตัดบท “แค่นี้ก่อนคะครับคุณแพร ผมต้องทำธุระต่อ” พูดแล้วเก็บมือถือพอฟ้าลดาเข้ามานั่ง เขาบอกทันทีว่า “ผมคิดออกแล้วว่า จะให้คุณทำอะไร”

ooooooo

หลังจากสายชลบอกว่าเขาคิดออกแล้วว่าจะให้ฟ้าลดาทำอะไร เขาก็ให้เธอขึ้นรถขับบ่ายหน้าออกไปนอกเมือง จนฟ้าลดาถามว่าจะพาตนไปไหน

“ผมไม่พาคุณมาฆ่าหมกป่าหรอก ผมแค่อยากมีเพื่อนเที่ยว...ก็เท่านั้น”

คำตอบที่ไม่ชัดเจนของเขา ทำให้ฟ้าลดาไม่สบายใจ คอยชำเลืองมองเขาบ่อยๆอย่างระแวง

จนกระทั่งสายชลขับรถมาถึงตลาดน้ำอัมพวา บรรยากาศสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม มีนักท่องเที่ยวที่มากันอย่างมีความสุข ทำให้ฟ้าลดาคลายความเครียดลง แต่ก็ยังระแวงเขาอยู่ ส่วนสายชลนั้นสีหน้าท่าทางเขามีความสุขมาก ที่ได้อยู่กับเธอตามลำพัง พ้นจากสายตาของคนที่คอยจับผิด

สายชลซื้อของกินที่วางขาย และพายเรือขาย ทั้งกินเองและป้อนฟ้าลดา แต่เธอเบือนหน้าหนี เขาเลยเอายัดปากให้จนเธอแทบสำลัก เขามองเธอทั้งขำทั้งเอ็นดูกับกิริยาใสๆของเธอ แต่ฟ้าลดากลับหัวเสียกับการเอาใจของเขา

จนมาถึงร้านขายของที่ระลึก สายชลหยิบหมวกไปใส่ แล้วหยิบใส่ให้ฟ้าลดาด้วย เสร็จแล้วก็เอามือถือออกมาถ่ายรูปคู่กัน ปรากฏว่ารูปที่ถ่ายนั้น สายชลยิ้มอย่างมีความสุข แต่ฟ้าลดาหน้าบูดบึ้ง กระนั้นก็ยังดูสวย

เมื่อเดินมาพบสร้อยข้อมือเชือกถักที่วางขาย สายชลมองอย่างสนใจ

เดินดูของกันจนถึงเรือขายก๋วยเตี๋ยว สายชลซื้อมาสองชาม ตัวเองชามหนึ่งเอามาให้ฟ้าลดาชามหนึ่ง เธอปฏิเสธบอกว่าไม่กิน สายชลพูดอย่างรู้ใจว่า

“ปากคุณโกหกได้ แต่ร่างกายคุณโกหกไม่ได้หรอกนะ ถ้ากินตรงหน้าผมแล้วเสียฟอร์ม ผมจะไปกินตรงโน้น” ว่าแล้วก็ถือชามก๋วยเตี๋ยวลุกไปนั่งกินอีกมุมหนึ่ง แต่ตาคอยชำเลืองมาทางฟ้าลดา

พอสายชลไปแล้ว ฟ้าลดามองชามก๋วยเตี๋ยวเผลอกลืนน้ำลาย สุดท้ายก็ทนความหิวและกลิ่นอร่อยของก๋วยเตี๋ยวไม่ได้หยิบไปละเลียดทีละน้อย แต่พอคำที่สามที่สี่ก็เต็มคำขึ้นทุกที แล้วกลายเป็นกินอย่างเอร็ดอร่อยจนหมดชาม

สายชลแอบมองอยู่ เขายิ้มปลื้ม มองเธอด้วยแววตาที่เปี่ยมด้วยความรัก

ooooooo

เที่ยวกันจนถึงกลางคืน ขณะผ่านท่าน้ำที่ให้เช่าเรือชมหิ่งห้อย สายชลมองอย่างสนใจ

เขาเข้าไปเช่าเรือแล้วลงไปที่ท่าน้ำ ลงเรือ จับเรือให้นิ่ง เงยหน้าบอกฟ้าลดาให้ลงไป เธอก้าวลงเรือกลัวๆกล้าๆยืนไม่มั่นคงเลยเซล้มลงบนตักสายชลพอดี เธอรีบผละออก แล้วนั่งหันหลังให้เขา สายชลมองเธอจากข้างหลัง ยิ้มอย่างมีความสุข...

เจ้าของเรือมาถามว่าแน่ใจหรือว่าพายได้ เขาบอกว่าบ้านตนอยู่ทะเล เจ้าของเรือเลยเบาใจ ระหว่างนั้นเขาคอยสังเกตว่าฟ้าลดาจะมีปฏิกิริยาอะไรหรือไม่เพราะต้องไปกันตามลำพัง ปรากฏว่าเธอนิ่ง แต่พอเขาพายเรือออกไปเธอก็เริ่มนั่งห่อตัวอย่างระแวง...ระวัง

จนเมื่อถึงใกล้ต้นลำพูที่มีหิ่งห้อยบินวับ...วับ... แวม...แวม อยู่ทั่วไปนั้น ฟ้าลดาก็ตื่นเต้นจนลืมกลัว เธอมองหิ่งห้อย พยายามจะสัมผัส จนกระทั่งสายชลจับได้ตัวหนึ่ง เขากำหลวม อย่างระมัดระวัง แล้วเรียกเธอ เอาหิ่งห้อยใส่มือเธอ ฟ้าลดาหันมาเผชิญหน้าเขา รับหิ่งห้อยไปดู ชมว่า “สวยจัง...” สายชลเอ่ยเช่นกันว่า “สวย...” แต่มองหน้าฟ้าลดาด้วยแววตาอ่อนโยน

ฟ้าลดารู้สึกว่าถูกมองอยู่เธอระวังตัวขึ้น ทำให้หิ่งห้อยบินไปจากมือเธอร้องอ้าว...อย่างเสียดาย

“เราไปกันต่อเถอะ” สายชลชวน แล้วพายเรือออกไป

ooooooo

เพราะค่ำแล้ว สายชลจึงเสนอให้นอนค้างที่นี่สักคืน พรุ่งนี้ค่อยกลับกัน ฟ้าลดาตกใจ ปฏิเสธทันทีว่าตนไม่ค้าง

“ไหนคุณบอกว่าจะทำทุกอย่างที่ผมต้องการ อย่าลืมข้อตกลงของเราสิฟ้าลดา”

ข้อแม้นี้ทำให้ฟ้าลดาอึ้งไป ก่อนบอกเขาว่าตนต้องโทร.บอกชมพูแพรก่อน พลางเปิดกระเป๋าหาโทรศัพท์ สายชลยื่นให้ เธอถามว่าเอาไปตั้งแต่เมื่อไร

“ที่ร้านอาหาร ตอนคุณไปห้องน้ำ ผมต้องทำเพราะผมไม่ไว้ใจ”

แม้ฟ้าลดาจะโกรธแต่เธอไม่พูดอะไร เอาโทรศัพท์มากดถึงชมพูแพรบอกพี่สาวว่าวันนี้ขอค้างบ้านเพื่อน ชมพูแพรถามอย่างแปลกใจว่า ทำไมวันนี้โทร.ติดต่อไม่ได้เลย ฟ้าลดาปดว่าเพราะอยู่ในที่ไม่มีสัญญาณ ครั้นพี่สาวถามว่าค้างบ้านเพื่อนคนไหน เธอปดว่า พี่ไม่รู้จักเพื่อนคนนี้หรอกเพราะเขาเพิ่งกลับจากอเมริกา พูดแล้วรีบตัดสายเกรงถูกซักมากกว่านี้

ชมพูแพรวางโทรศัพท์ลงอย่างระแวงว่าฟ้าลดาอาจไปกับสายชล เพราะที่บ้านสายชลก็ปิดไฟมืดแสดงว่ายังไม่กลับ

ด้วยความระแวง ชมพูแพรโทรศัพท์ไปเช็กกับเจมส์ว่าเร็วๆนี้มีเพื่อนฟ้าลดากลับจากอเมริกาหรือเปล่า พอรู้จากเจมส์ว่าไม่มี ชมพูแพรก็ไม่พอใจมากที่น้องโกหกตน

ooooooo

เมื่อตัดสินใจค้างที่นั่นแล้ว จึงชวนกันออกไปหาซื้อเสื้อผ้าและของใช้จำเป็นกัน กลับมาแล้วฟ้าลดาขอไปนอนอีกห้องหนึ่ง สายชลถามว่าผัวเมียที่ไหนเขาแยกห้องกันนอน ฟ้าลดาสวนไปทันทีว่า “ฉันไม่ได้เป็นเมียคุณ”

“คุณ-เป็น-เมีย-ผม...หรือต้องให้พิสูจน์กันอีกครั้ง” สายชลจริงจังมาก เขาเดินเข้าหา จนฟ้าลดารีบคว้าเสื้อผ้าเข้าห้องน้ำไป สายชลทรุดนั่งหน้าเครียดกับท่าทีของเธอ

อาบน้ำเสร็จ ฟ้าลดาเชื่อว่าที่สายชลให้ค้างที่นี่ต้องมีแผนอะไรกับตนแน่ คิดหาทางป้องกันตัว หยิบไม้แขวนเสื้อก็คิดว่าคงทำอะไรเขามากไม่ได้ สุดท้ายหยิบขวดแก้วที่วางโชว์ กะฟาดทีเดียวให้หยุดเขาได้เลย

พอเดินเข้าห้องนอน สายชลถามว่าซ่อนอะไรไว้ข้างหลัง ฟ้าลดาบอกว่าเปล่าแต่พยายามเอาตัวบังไว้ สายชลถามอย่างรู้ทันว่าอาวุธหรือ แล้วก็บอกให้เธอสบายใจว่า วันนี้เขาเหนื่อยมากคงไม่มีแรงทำอะไรเธอหรอก แต่ถ้าไม่สบายใจจะเอาอาวุธไปไว้ข้างตัวก็ได้

แต่ฟ้าลดาก็ยังลังเล สายชลเลยขู่ว่าถ้าไม่มาเองจะไปอุ้ม พูดไม่ทันขาดคำก็ปราดไปอุ้มเธอลอยขึ้น ฟ้าลดาดิ้นจนล้มไปบนเตียงด้วยกัน ฟ้าลดาบอกให้เขาปล่อย แต่เขากลับกอดไว้แน่นและหอมแก้มฟอดใหญ่ ทั้งยังขู่ว่าเธอยิ่งดิ้นตนก็จะยิ่งหอม จนฟ้าลดาไม่กล้าดิ้นอีก สายชลพูดอย่างพอใจว่า

“ถ้าทำตามที่ผมบอกตั้งแต่แรก ก็ไม่ต้องเหนื่อยกันแบบนี้ นอนได้แล้ว”

สายชลหลับตาลงทั้งที่กอดเธอไว้อย่างนั้น ฟ้าลดาหันหลังให้ เขาก็ยังกอดอยู่ เขาหลับตายิ้มอย่างมีความสุขกับวันเวลาที่ได้อยู่ใกล้ชิดกับเธอ

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น ฟ้าลดาตื่นขึ้นมา พบว่าทั้งตัวเองและสายชลยังนอนในท่าเดิม เธอค่อยๆแกะมือเขาออกจากตัว หันมองเจอหน้าเขาในระยะใกล้ถึงกับผงะ พอดีสายชลขยับเปลือกตาเหมือนจะตื่น เธอรีบทำเป็นหลับ เมื่อสายชลลืมตาเห็นหน้าฟ้าลดาในระยะใกล้ก็ก้มหน้าจะจูบ

ฟ้าลดาลืมตาทันที ทำให้สายชลชะงัก เธออาศัยจังหวะนั้นผละออกไปแล้วรีบเข้าห้องน้ำ สายชลมองตามตาละห้อยด้วยความเสียดาย...แต่ก็ยิ้มออกมาอย่างมีความสุขที่ได้นอนกอดเธอมาทั้งคืน...

ooooooo

เมื่อกลับมาถึงลานจอดรถที่ออฟฟิศเซเว่นซี สายชลเอารถไปจอดใกล้รถของฟ้าลดา เขาจับมือเธอแล้วเอาสร้อยเชือกถักที่ซื้อมาใส่ให้ที่ข้อมือ บอกเธอว่า

“ห้ามถอดออกเด็ดขาด สิ่งนี้จะบอกว่าคุณเป็นของผม” พลางสายชลชูมือตัวเองให้ดู ซึ่งมีสร้อยเหมือนกันกับเธอใส่อยู่

“ฉันทำตามที่คุณต้องการทุกอย่างแล้ว ขอให้คุณรักษาคำพูดด้วย” ฟ้าลดาย้ำ

“ผมบอกคุณเหรอว่า ถ้าคุณทำตามที่ผมต้องการแล้วผมจะเลิกยุ่งกับพี่สาวคุณ” สายชลย้อนถาม ทำเอาฟ้าลดาผงะ แล้วเขาก็บอกว่าเธอเป็นคนพูดเองเออเองต่างหาก

“คุณหลอกฉัน!!” ฟ้าลดาโมโหสุดขีด แต่สายชลกลับยิ้มอย่างเป็นต่อ “ตั้งแต่เกิดมาฉันไม่เคยพบเคยเห็นใครที่เลว เหมือนคุณมาก่อน ฉันทนไม่ไหวแล้ว ฉันจะบอกพี่แพร ฉันจะบอกให้หมดว่าคุณทำอะไรกับฉันบ้าง!”

ฟ้าลดาเปิดประตูแล้วเดินไปที่รถตัวเอง สายชลตกใจรีบขับรถไปขวางแล้วลงไปหา ฟ้าลดาปิดประตูรถล็อกไว้ เขาพยายามจะเปิด เมื่อเปิดไม่ได้ก็ทุบกระจกรถ แต่ก็ไม่อาจหยุดฟ้าลดาได้ เธอสตาร์ตรถแล้วถอยหลังขับออกไปทันที

สายชลรีบขึ้นรถตัวเองขับตามไปติดๆ เมื่อตามกันมาถึงบ้าน เขารีบลงไปขวางฟ้าลดาที่กำลังจะไปหาชมพูแพร

“หยุดนะฟ้าลดา ถ้าคุณบอกพี่สาวคุณ ผมจะทำทุกอย่างให้ครอบครัวคุณพังพินาศเดี๋ยวนี้!” พลันก็หยิบมือถือออกมาขู่ว่า “ผมแค่โทร.ไปหาพ่อผมกริ๊งเดียว ชีวิตคุณ ชีวิตพี่สาวคุณ...จบ!”

ถูกขู่ด้วยไม้ตายนี้เข้า แม้ฟ้าลดาจะแค้นแสนแค้น แต่ก็ทำได้แค่สาปแช่งให้เขาไม่มีความสุขไปตลอดชีวิตเท่านั้น เขากลับพูดอย่างสดชื่นว่า

“เสียใจที่คำแช่งคุณไม่เป็นผล เพราะตอนนี้ผมมีความสุขมากที่สุด”

ฟ้าลดาอ่อนใจจนไม่รู้จะทำอย่างไร อ้อนวอนเขาว่า ได้โปรดบอกทีเถอะว่าตนเคยทำอะไรให้เขาไว้

“ถ้ายังคิดว่าจำไม่ได้ก็ไม่ต้องพูดอะไรออกมาดีกว่า ผมจะได้มีความรู้สึกดีๆ ระหว่างเราหลงเหลืออยู่บ้าง”

“คุณพูดเหมือนกับว่าฉันแกล้งทำเป็นจำไม่ได้ ฉันอยากให้คุณรู้ว่าครั้งหนึ่ง ฉันเคยความจำเสื่อม”

“ผมรู้ และผมก็รู้ด้วยว่าคุณหายแล้ว ไม่อย่างนั้นคืนนั้นของเรา คุณคงไม่ยอมผมง่ายๆหรอก คิดให้ดีว่าผมขืนใจคุณรึเปล่า”

ฟ้าลดาจำคืนที่ทั้งเขาและเธอต่างปล่อยใจไปตามปรารถนาของกันได้ เธออึ้งไปอย่างพูดไม่ออก

“คุณเก่งมากที่ยังกล้าเผชิญหน้ากับผมทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจ ถ้าคุณยังไม่ยอมรับว่าจำผมได้ เราก็จะเล่นเกมกันไปเรื่อยๆ โดยมีพี่สาวคุณเป็นเดิมพัน”

พูดจบ สายชลขับรถออกไปทันที ฟ้าลดายืนมองตามไปด้วยสีหน้าที่สับสน ว้าวุ่นใจอย่างที่สุด

ที่บ้านหลังใหญ่ ชมพูแพรยืนดูอยู่ เธอเห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง กำมือแน่นด้วยความโมโหสุดขีด

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“โอม” บุกรังเสือ “เคลลี่” บู๊ ระห่ำ เปิดฉากต้นตอความแค้น ใน “เวราอาฆาต”

“โอม” บุกรังเสือ “เคลลี่” บู๊ ระห่ำ เปิดฉากต้นตอความแค้น ใน “เวราอาฆาต”
16 มิ.ย 2564

05:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 16 มิถุนายน 2564 เวลา 10:30 น.