ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

กุหลาบร้ายกลายรัก

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

กลับถึงบ้านอุ่น เนตรชนกค้นคว้าตำราอาหารจากทั้งหนังสือและในเว็บ ตั้งหน้าตั้งตาค้นจนอุ่นถามว่าเกิดอะไรขึ้นถึงต้องมาทำอาหารให้ชนม์ชนกกินแบบจำใจทำอย่างนี้

เนตรชนกอึกอัก อุ่นถามว่า "มีอะไรที่อุ่นไม่รู้ใช่ไหมเนตร" สุดท้ายเธอเลยต้องเล่าความจริงให้ฟัง

ส่วนชนม์ชนกจนป่านนี้ก็ยังไม่ไปให้ปากคำกับตำรวจ จนศศิมนถามว่าจำหน้าคนตีหัวไม่ได้จริงๆหรือ ชนม์ชนกอึกอัก จนศศิมนตั้งข้อสังเกตว่า

"มนรู้สึกเหมือนพี่ชนม์ไม่ค่อยให้ความร่วมมือกับตำรวจเท่าไหร่ เหมือนไม่อยากให้จับคนร้ายได้อย่างนั้นแหละ" พอชนม์ชนกโวยวายว่าตนจะทำอย่างนั้นทำไม ศศิมนดักคอว่า "พี่ชนม์น่าจะรู้ดีที่สุดว่าทำไปทำไม"

ชนม์ชนกถูกศศิมนพูดดักหน้าดักหลังดักคอเสียจนเผยพิรุธ ไม่กล้าสบตาน้องสาวที่มองอย่างจับผิด

ส่วนอุ่นพอรู้ความจริงก็ถามเนตรชนกว่าชนม์ชนกทำอย่างนี้เหมือนอยากจะปกป้องใครรึเปล่า แบบนี้ถ้าตำรวจรู้ล่ะก็งานเข้าแน่ๆ

"ก็เพราะอย่างนี้น่ะสิ เนตรถึงต้องยอมตกเป็นเบี้ยล่างอีตาบ้านั่น เจ็บใจชะมัดเลย ทำไมไม่ตายไปให้มันรู้แล้วรู้รอดไปนะ" เนตรชนกบ่นอย่างแค้นใจ

ในที่สุด ชนม์ชนกก็ถูกศศิมนคาดคั้นจนต้องยอมจำนน แต่ก่อนเล่าความจริงให้ฟัง เขาให้เธอสัญญาก่อนว่าจะไม่บอกเรื่องนี้กับใคร แม้แต่เทพไทหรือคุณพ่อคุณแม่เรา พอศศิมนสัญญา เขาบอกหน้าจ๋อยๆว่า

"คนที่ตีหัวพี่ก็คือคุณเนตร"

"อะไรนะคะ คุณเนตร เรื่องใหญ่นะเนี่ย" ศศิมนอุทานอึ้งไปกับความจริงที่คาดไม่ถึง

ส่วนอุ่นพอรู้ความจริงก็บอกเพื่อนให้ยอมๆชนม์ชนกไปเถอะ แค่ทำอาหารมื้อเดียวดีกว่าติดคุก เนตรชนกก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน แต่แค้นใจที่ถูกชนม์ชนกจงใจแกล้งกันชัดๆ

"เอาน่ะ สู้ๆเพื่อน" อุ่นลุ้นให้กำลังใจ เมื่อเนตรชนกบอกว่าชนม์ชนกยังแนะให้ตนไปขอร้องให้ศศิมนสอนให้ อุ่นคิดว่าเป็นทางที่ดี แต่เนตรชนกเชิดหน้าอย่างทิฐิ รับรองว่าตนจัดการเองได้ ตำราอาหารก็มีตั้งเยอะแยะทำไม่ได้ให้มันรู้ไป ว่าแล้วก็หยิบตำราอาหารกองพะเนินขึ้นมาพลิกดู

ooooooo

รุ่งขึ้นชนม์ชนกพาเนตรชนกมาที่โรงแรมของตน เธอตกใจถามว่าจะให้ใช้ครัวของโรงแรมเลยหรือ แต่ก็ดีจะได้มีผู้ช่วย ชนม์ชนกยิ้มขำๆ บอกว่าฝันไปเถอะ ตนจะให้ทำที่ครัวห้องตนต่างหาก บอกให้เธอไปรอที่ล็อบบี้ก่อน ตนจะไปตามเด็กให้มาขนของขึ้นไปให้

ชนม์ชนกเดินไปเรียกเด็กขนกระเป๋า ส่วนเนตรชนกเดินไปนั่งที่ล็อบบี้ เลยไม่ทันได้เห็นทิพย์ธิดาเดินตรงไปที่รีเซปชั่น ถามเค้กว่าบอสเธออยู่ไหม พอเค้กบอกว่าไม่อยู่ก็ถามอีกว่าไปไหน

"ไม่ทราบค่ะ บอสไม่ได้สั่งไว้ คุณทิพย์มีธุระอะไรเหรอคะ"

ทิพย์ธิดาตอกหน้าว่าเรื่องของเจ้านายเธอไม่เกี่ยว พลันก็เห็นรอยเปื้อนที่เสื้อจึงเข้าห้องนํ้าเพื่อเช็ดออก สั่งเค้กว่าถ้าชนม์ชนกมา บอกให้รอตนด้วย

เพียงทิพย์ธิดาคล้อยหลังเข้าห้องนํ้า ชนม์ชนกก็เดินมาหาเนตรชนกบอกว่าเรียบร้อย ของสดไปรอเธออยู่ข้างบนแล้ว เชิญแม่ครัวขึ้นไปได้ เขาใช้คีย์การ์ดรูดให้เนตรชนกเข้าไปในลิฟต์

เนตรชนกเข้าไปในลิฟต์ เป็นจังหวะที่ทิพย์ธิดาออกจากห้องนํ้าพอดี เธอเห็นเนตรชนกแว้บๆ แต่ไม่เห็นชนม์ชนก เธอรีบตามไปแต่ลิฟต์ปิดเสียแล้ว เธอหันมาถามเค้กกับส้มว่านั่นเนตรชนกใช่ไหม ทั้งสองเห็นอยู่เต็มตารู้อยู่เต็มใจแต่กลับถามทิพย์ธิดาว่าจำคนผิดหรือเปล่า

ทิพย์ธิดายืนกระวนกระวาย พอดีญาติผู้บริหารคนหนึ่งมาบอกเค้กว่าคีย์การ์ดของตนใช้ไม่ได้ ให้จัดการให้หน่อย ส้มรับไปดูพึมพำ "เพนเฮาส์ จีเอ็ม.อรุณ" หญิงคนนั้นจึงแนะนำตัวเองว่าเป็นน้องสาวของจีเอ็มอรุณ เค้กบอกให้รอสักครู่เดี๋ยวจัดการให้

"ที่นี่มีเพนเฮาส์จีเอ็มด้วยเหรอ งั้นก็ต้องมีเพนเฮาส์ของชนม์ด้วยน่ะสิ" ทิพย์ธิดาถามเค้กกับส้ม ทั้งสองบอกว่าตนไม่ทราบ และคงไม่มีกระมัง

ทิพย์ธิดาไม่เชื่อพูดใส่หน้าว่า "โกหก จีเอ็มยังมี เอ็มดีจะไม่มีได้ยังไง ไม่บอกใช่ไหม ฉันขึ้นไปหาเองก็ได้" ว่าแล้วเดินรี่ไปกดลิฟต์จะขึ้นไปทันที ทำเอาทั้งเค้กและส้มที่มองตามทำหน้าสยอง

ooooooo

เมื่อเนตรชนกขึ้นไปถึงห้องพักหรูของชนม์ชนกซึ่งอยู่บนชั้นสูงสุดของโรงแรม เธอมองไปรอบๆพูดลอยๆว่า "ไม่ยักรู้ว่าชั้นบนสุดของโรงแรมนายจะเป็นคอนโดฯ"

"เป็นห้องพักส่วนตัวของผมน่ะ ไว้เวลามีแขกมาพัก ไม่ก็เวลาที่เหนื่อยกลับบ้านไม่ไหว"

เนตรชนกเปลี่ยนเรื่องให้เขาตรวจดูว่าของที่ซื้อมาถูกต้องครบถ้วนไหม ชนม์ชนกบอกว่าดูแล้วชมว่าเธอพัฒนาขึ้นเยอะ เธอไม่สนใจคำชมถามว่าเครื่องครัวอยู่ไหนจะให้ทำตรงไหนว่ามาเลย พลางก็หยิบตำราอาหารขึ้นมาวาง พอชนม์ชนกอุทานว่ามีตำรามาด้วย เธอพูดอย่างมีดีว่า

"คิดว่าฉันจะหมดหนทางแล้วต้องคลานไปง้อน้องสาวนายงั้นเหรอ เมินซะเถอะ ฉันก็มีฝีมือเหมือนกันนะ"

"คร้าบบบ เชิญแสดงฝีมือเต็มที่เลย" ชนม์ชนกทีเล่นทีจริง ถูกเนตรชนกไล่ให้ไปรอไกลๆอย่ามาเกะกะ เขาเลยเดินไปนั่งดูเธอขำๆ กับท่าทางเก้ๆกังๆงงๆ กับข้าวของที่วางอยู่ตรงหน้า

พอเริ่มลงมือทำ ความจริงก็ทำให้เธอปวดหัวไม่น้อย ต้มไข่สุกพอปอกเปลือก ไข่ขาวก็ติดเปลือกไข่จนเนื้อไข่ขรุขระน่าเกลียด พอเริ่มทอดปลา ปรากฏว่าปลาไม่ได้ขอดเกล็ดซํ้าไม่ได้ผ่าท้องด้วย เธอเลยทอดมันทั้งเกล็ดทั้งไส้

พอหันมาทำบอน ปรากฏว่าทำไปครู่เดียวก็คันคะเยอเอามือป้ายหน้าป้ายโน่นป้ายนี่ก็คันไปหมดทั้งตัว จนชนม์ชนกต้องเอายามาทาให้ บ่นว่าทำแกงบอน ไม่ใส่ถุงมือก็ต้องคันแบบนี้แหละ

"นายรู้แล้วทำไมไม่บอกฉัน" เธอถามเสียงเขียว

"บอกแล้วคุณจะเชื่อผมเหรอ อย่างคุณน่ะต้องให้เจอเอง"

ชนม์ชนกสอนเธอจากความจริง เนตรชนกพูดไม่ออกได้แต่ค้อนขวับ...ขวับ ชนม์ชนกเห็นแล้วอดขำไม่ได้

ooooooo

ทิพย์ธิดาหาทางจะขึ้นไปที่ชั้นเพนต์เฮาส์ของเอ็มดีให้ได้ แต่ตัวเองไม่มีคีย์การ์ด รอจนญาติของจีเอ็มคนนั้นมารับการ์ด เธอโมเมเข้าไปในลิฟต์ด้วย พอเข้าไปแล้วทำเป็นค้นหาคีย์การ์ดไม่เจอ บ่นว่าหายไปแล้ว ญาติผู้บริหารคนนั้นมีแก่ใจบอกว่า

"ดิฉันจะไปเพนต์เฮาส์ผู้บริหารพอดี ไปพร้อมกันก็ได้นะคะ"

"โชคดีจัง ขอบคุณมากนะคะ" ทิพย์ธิดาแอบดีใจที่แผนการของตนสำเร็จง่ายๆ

พอขึ้นไปถึงชั้นบน ญาติผู้บริหารคนนั้นแยกไปเข้าห้อง ส่วนทิพย์ธิดาทำไก๋เดินแยกไปอย่างมั่นใจ ทำราวกับคุ้นเคยกับที่นี่ แต่ที่แท้เดินหาห้องของชนม์ชนก เดินไล่ดูไปทีละห้อง ...ทีละห้อง...

ooooooo

เนตรชนกกำลังทำอาหารอย่างทุลักทุเล ตำเครื่อง แกงก็ตำจนครกแตก   ปลาก็ทิ้งลงไปทอดทั้งที่ไม่ได้ขอดเกล็ดไม่ได้ผ่าท้อง และเพื่อไม่ให้เสียเวลาเลยเอา ไข่ต้มที่จะทำไข่ลูกเขยลงไปทอดด้วยกันเสียเลย

นํ้ามันในกระทะแตกกระเด็นใส่จนเนตรชนกกระโดดหลบโยนตะหลิวกับฝาหม้อที่เอามากันนํ้ามัน ไฟแรงจนลุกท่วมกระทะ เธอตกใจร้องกรี๊ดๆ จนชนม์ชนกวิ่งมาดู เขารีบเอานํ้าสาดดับไฟ สาดนํ้าโดนทั้งเตาและเนตรชนกจนเปียกปอนไปหมด เลยถูกเธอแก้เผ็ดคว้าถังนํ้ามาสาดใส่เขาบ้าง เลยเปียกไปด้วยกัน

ทำอาหารเสร็จยกขึ้นตั้งโต๊ะ ปลาก็ไหม้ดำปี๋ แกงบอนก็แข็งกระโดกกระเดก เธอพูดอย่างเกเรว่า

"เพราะนายเอานํ้ามาสาดครัว ฉันก็เลยทำได้แค่นี้ ช่วยไม่ได้นะที่ไม่ครบตามเมนู"

"พูดให้ดีๆนะ เพราะคุณทำไฟไหม้ต่างหาก"

"จะชิมก็ชิมเร็วๆเข้า ฉันจะได้กลับเสียที"

ชนม์ชนกเลยเอาช้อนจิ้มๆแหย่ๆ ท่าทางแหยงๆ แม้แต่ ตักก็ยังไม่กล้าอย่าว่าจะกินเข้าไปเลย จนเนตรชนกเร่งให้ชิมเสียที ชนม์ชนกทำหน้าแหยงบอกว่ามันเหมือนขยะมากกว่า เลยถูกดุว่า

"มันจะเกินไปแล้วนะ" ชนม์ชนกเลยท้าว่าเธอกล้าชิมไหมล่ะ "เรื่องอะไรไม่ใช่หน้าที่ฉัน นี่ถ้านายไม่ชิมฉันกลับนะ"

สุดท้ายชนม์ชนกกลั้นใจชิม คำแรกเป็นปลาร้าทรงเครื่อง กินแล้วบ่นทั้งเค็มทั้งคาว คำต่อมาเป็นปลาทอด พอตักเข้าปากก็ทำหน้าเบ้บอกว่าข้างนอกไหม้จนขม แต่ข้างในไม่สุกใครจะกินเข้าไปได้ ส่วนไข่ลูกเขยก็บ่นว่า เหนียวเหมือนยางรถยนต์ สุดท้ายสรุปว่าไม่ผ่าน

เนตรชนกลุกพรวดถามเสียงแหลม "อะไรกัน นายจะแกล้งฉันใช่ไหม ฉันเสียเวลามาทั้งวันแล้วนะ" ชนม์ชนกบอกว่ารสชาติไม่ถูกปากขนาดกินไม่ได้เลยด้วยซํ้า จะให้ผ่านได้ยังไง "ฉันไม่แคร์ ฉันถือว่าฉันทำตามที่รับปากแล้ว จบแค่นี้" เนตรชนกตะแบงไปดื้อๆแล้วเดินออกไปเลย

ooooooo

เพราะชุดของตัวเองเปียกจากการดับไฟของชนม์ชนก เนตรชนกจึงจำต้องใส่เสื้อของเขาโดยใส่ เสื้อกล้ามไว้ข้างในและคลุมทับด้วยเสื้อเชิ้ตของชนม์ชนก ผิวหนังยังคันคะเยอต้องคอยเกาอยู่เรื่อย

เมื่อให้ชนม์ชนกชิมอาหารที่เขาบอกว่าเหมือนขยะแล้วตัดสินว่าไม่ผ่าน เนตรชนกโมโหหาว่าเขาแกล้ง ลุกพรวดจะออกจากห้อง ถูกเขาตามไปคว้าไว้ พูดขึงขัง

"เดี๋ยว ทำแบบขอไปทีแบบนี้ ผมรับไม่ได้ การทำอาหารถึงไม่อร่อยแต่อย่างน้อยมันก็ต้องกินได้ ในเมื่อคุณไม่จริงใจจะทำ ผมก็ไม่จำเป็นต้องเอาตัวเองไปเสี่ยงคุกแทนคุณด้วยการปิดบังเจ้าหน้าที่ตำรวจ"

"นายขู่ฉันเหรอ" ถามเขาแต่ตัวเองกลับถลึงตาใส่

"ผมไม่ได้ขออะไรคุณมากมายเลยนะ แค่ตั้งใจทำอาหารให้ผมทานมื้อเดียว ทำอย่างดีที่สุดเท่าที่คุณพยายามแล้ว แลกกับคุณไม่ต้องติดคุก มันคุ้มยิ่งกว่าคุ้มเสียอีก"

สุดท้ายชนม์ชนกให้โอกาสเธออีกครั้งโดยให้เวลาไปฝึกสองวัน คราวนี้ถ้าไม่ตั้งใจทำอีก ตนก็คงต้องไปให้ปากคำตำรวจตามความจริง

เนตรชนกจ้องหน้าเขาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อแล้วพรวดออกไปทันที ชนม์ชนกถอนใจพึมพำกับตัวเอง "ผมอยากให้ ศศิมนเป็นคนสอนคุณไงเนตร เพราะมันจะทำให้คุณกับน้องสาวผมใกล้ชิดกันมากขึ้น"

ooooooo

แม้ทิพย์ธิดาจะโมเมขึ้นลิฟต์มากับญาติของผู้ บริหารโรงแรมได้แล้ว แต่เธอก็หาห้องของชนม์ชนกไม่เจอ จนยอมเสี่ยงเคาะประตูห้องหนึ่ง ปรากฏว่าผู้ที่เปิดประตูออกมาไม่ใช่ชนม์ชนก เธอต้องรีบขอโทษแล้วเดินบ่นเซ็งๆ

"ไม่ใช่สักห้อง โอ๊ย...เอาไงดี ลงไปรอข้างล่างแล้วกัน ยังไงมันก็ต้องลงลิฟต์"

คิดแล้วก็กดลิฟต์ลง เป็นเวลาเดียวกับที่เนตรชนกมากดเรียกลิฟต์เหมือนกัน แต่ของเนตรชนกอยู่ชั้น 20 ของทิพย์ ธิดาอยู่ชั้น 19 และที่แน่ๆคือ เธอทั้งสองลงลิฟต์คนละตัว

เพราะลิฟต์ตัวที่เนตรชนกลงมีคนมากจึงจอดรับส่งคนเกือบทุกชั้น เลยลงมาช้า ส่วนตัวที่ทิพย์ธิดาลงมานั้นมีเธอคนเดียวจึงลงรวดเดียวถึง แต่พอลงมาถึงเธอตั้งใจจะดักเล่นงานเนตรชนกที่ชั้นล่าง ก็บังเอิญมีโทรศัพท์เข้ามา เธอกดรับแต่สัญญาณไม่ดีจึงเดินหาสัญญาณไปข้างนอก

เป็นจังหวะที่ลิฟต์ตัวที่เนตรชนกอยู่ลงมาถึงพอดี ทั้งสองเลยคลาดกัน

ooooooo

ทิพย์ธิดาได้รับโทรศัพท์แจ้งว่ามีลูกค้าต้องการพบ เธอจึงเดินไปที่ลานจอดรถจะกลับ แต่ค้นหากุญแจรถไม่เจอเลยเดินย้อนกลับมาหาพบตกอยู่หน้าลิฟต์ ได้ กุญแจแล้วก็กลับไปที่รถ เห็นเนตรชนกเดินออกจากอาคารโรงแรมมาคอยแท็กซี่พอดี

"ใช่มันจริงๆด้วย" ทิพย์ธิดาจ้องเนตรชนกอย่างชิงชัง แล้วก็เอะใจเมื่อจำได้ว่าเสื้อที่เนตรชนกใส่นั้นเป็นเสื้อของชนม์ชนก เธอชาวาบไปทั้งตัวพึมพำเสียงสั่น "นี่มันเสื้อชนม์นี่ หรือว่าแก!"

ไวเท่าความคิด ทิพย์ธิดาพุ่งพรวดไปหาเนตรชนกกระชากแขนลากไปที่ลานจอดรถ เนตรชนกตกใจร้องถาม

"คุณ...ทำอะไรน่ะ ปล่อยฉันนะ...ปล่อย!"

ลากเนตรชนกไปที่ลานจอดรถแล้ว ทิพย์ธิดาเหวี่ยงเธอไปชนกำแพงด่าสาดเสียเทเสียว่าทำเป็นเกลียดชนม์ชนกแต่ดอดมานอนกับเขาถึงที่นี่ พอเนตรชนกทำหน้างง เธอชี้ว่า

"ฉันจำเสื้อที่แกใส่ได้ว่ามันเป็นเสื้อของชนม์ชนก" เนตรชนกพยายามชี้แจงว่าอย่าคิดอะไรอุบาทว์อย่างนั้น ก็ถูกสวนมาอย่างเกรี้ยวกราดว่า "ที่ฉันคิดมันยังไม่อุบาทว์เท่าที่แกทำหรอก อายุแค่นี้ร่านเอาตัวมาประเคนให้ผู้ชายถึงในห้อง"
เนตรชนกฉุนขาดเงื้อมือจะตบ ถูกทิพย์ธิดาจับมือไว้แล้วตบจนกระเด็น

เวลาเดียวกันนั้น ชนม์ชนกซึ่งเปลี่ยนชุดเรียบร้อยแล้วลงมาที่ล็อบบี้ เค้กกับส้มรีบมาหา เขาถามว่าแล้วเนตรชนกล่ะ เค้กบอกว่าออกไปแล้วและส้มก็รายงานว่าทิพย์ธิดาก็เพิ่งตามออกไปเหมือนกัน

พอได้ยินว่าสองคนเดินตามกันออกไปเท่านั้น ชนม์ชนกก็เสียววาบรีบวิ่งออกไปทันที พอไปถึงลานจอดรถเห็นทิพย์ธิดากับเนตรชนกกำลังจิกตีกันนัวเนียปากก็ตะโกนด่ากันไม่หยุด

"คุณเนตร คุณทิพย์" ชนม์ชนกพุ่งเข้าไป พอทิพย์ธิดาได้ยินเสียงเขาเท่านั้นก็แกล้งจับมือเนตรชนกมาแตะหัวตัวเองแล้วเอาหัวโขกกำแพง ตะโกนให้ชนม์ชนกช่วยด้วย

"มันเกิดอะไรขึ้นครับ" ชนม์ชนกเข้าไปแยก ทิพย์ธิดาหันมาบีบน้ำตาออเซาะทันทีว่า

"ทิพย์เห็นหนูเนตรใส่เสื้อชนม์ก็เลยมาถามดีๆ เขาก็ว่าทิพย์ว่าอย่ายุ่งแล้วก็เล่นงานทิพย์ค่ะ"

"อื้อหือ...แฟนนายนี่โกหกเก่งเหมือนนายเลยนะ เอาดีเข้าตัวเอาชั่วให้คนอื่นเก่งเหมือนกันเปี๊ยะ" เนตรชนกด่าทีเดียวโดนทั้งสองคน

ชนม์ชนกชี้แจงว่าทิพย์ธิดาเป็นเพื่อนตนอย่าเข้าใจผิด เนตรชนกไม่สนใจถามว่าเสื้อตัวนี้มีปัญหานักใช่ไหม พลางก็ถอดเสื้อปาคืนให้ชนม์ชนก ตัวเองใส่เสื้อกล้ามตัวเดียวเดินดุ่มๆ ออกไปเรียกแท็กซี่ ชนม์ชนกรีบเอาเสื้อตามไปคลุมให้เอ็ดว่า "นี่คุณทำบ้าอะไรของคุณน่ะ ใส่เสื้อเดี๋ยวนี้"

เนตรชนกไม่ใส่ เขาเลยสั่งให้ไปขึ้นรถตนจะไปส่งเอง เนตรชนกไม่อยากขึ้นแต่ต้องการแกล้งทิพย์ธิดาเลยเดินไปขึ้นรถชนม์ชนกทั้งยังหางตาเย้ยทิพย์ธิดาด้วย พูดดังๆให้เข้าหูว่า

"ส่งให้ถึงบ้านนะ อย่าไปแวะที่ไหนอีก"

พอชนม์ชนกขับรถออกไปกับเนตรชนก ทิพย์ธิดาถูกทิ้งเหมือนขยะอยู่ตรงนั้นก็กรี๊ดออกมาแทบคลั่ง

ooooooo

พอกลับถึงบ้าน อุ่นกับเคนเห็นสภาพของเนตร-ชนกก็ตกใจถามว่าทำไมเยินอย่างนี้ เคนจะเข้าไปเอาเรื่องกับชนม์ชนกถามว่าทำอะไรเนตรชนก อุ่นพยายามห้าม แต่เนตรชนกกลับยุว่าให้จัดการเลย นายนี่รังแกตน เคนพุ่งเข้าไปจะชก ดีแต่อุ่นจับไว้ทัน ตะคอกเสียงดังจนเคนต้องหยุด

ชนม์ชนกถามว่าตนรังแกเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ เนตรชนกกล่าวหาเป็นชุดว่า

"ก็ถ้านายไม่ให้ฉันไปทำอาหาร ไม่สาดน้ำใส่ฉันจนต้องเปลี่ยนเสื้อ ฉันก็ไม่โดนยัยทิพย์ธิดาตบน่ะสิ"

"คุณทิพย์ธิดาเนี่ยนะตบเนตร เป็นไปได้ไง ออกจะหวาน" เคนแก้ต่างให้ทิพย์ธิดาจนอุ่นหมั่นไส้ เนตรชนกเองก็หมั่นไส้เลยตัดบทโมเมประชดว่า

"เออ...งั้นเนตรเป็นคนตบเองก็ได้ พอใจรึยัง นายก็กลับไปได้แล้วรีบไปโอ๋แฟนนายโน่น"

พูดใส่หน้าชนม์ชนกแล้วหันเดินดุ่มเข้าบ้านไปเลย ชนม์ชนกพูดไม่ออกได้แต่ยืนถอนใจเฮือก...เฮือก

ooooooo

เนตรชนกในสภาพที่บอบช้ำเพราะตบตีและถูกทิพย์ธิดาจับเอาหัวโขกฝาทั้งยังคันคะเยอจากพิษบอน แต่ความแค้นความโกรธทำให้ลืมเรื่องเหล่านี้ อุ่นเข้ามาสำรวจเนื้อตัวเพื่อนอย่างเป็นห่วง ทั้งยังบอกว่าที่ชนม์ชนกทิ้งทิพย์ธิดามาส่งเธอแสดงว่าเขาแคร์เธอมาก

"มาส่งเพราะกลัวเนตรจะตบยัยนั่นตายมากกว่ามั้ง ช่างเหอะอุ่น คิดหาทางทำอาหารให้มันผ่านๆไปดีกว่า" ว่าแล้วเนตรชนกก็คว้าตำราอาหารมาพลิกอ่านอย่างเซ็งๆ

ปรากฏว่าไปเจอเว็บไซต์ที่บอกพิษของบอนไว้ เนตรชนกอ่านแล้วยิ่งโมโหชนม์ชนกที่ไม่ยอมบอกจนตนต้องคันคะเยออย่างนี้

พลิกตำราอาหารจึงรู้ว่าแกงบอนนั้นต้องใส่หนังวัวหนังควายเข้าไปด้วย เนตรชนกยิ่งปวดหัวคิดไม่ออกว่าจะไปหาหนังวัวหนังควายที่ไหนมาใส่ ถ้าทำไม่อร่อยก็ต้องถูกชนม์ชนกบอกไม่ผ่านแน่ๆ

อุ่นเสนอว่าเธอควรจะไปเรียนทำอาหารเป็นเรื่องเป็นราวดีกว่ามามั่วๆ เอาแบบนี้ แต่มีเวลาแค่สองวันจะทำอย่างไรดี อุ่นเสนอว่าให้หาคนมาสอน ตนพอจะรู้จักอาจารย์ที่ราชภัฏอยู่ จะลองติดต่อให้

"จริงเหรอ ให้มาสอนพรุ่งนี้เลยได้ไหม" อุ่นขอถามดูให้แน่ก่อน เนตรชนกดีใจกอดอุ่นไว้บอกว่า "รักเพื่อนที่สุดเลย ขอบใจนะ"

ค่ำนี้เอง ขณะที่ศศิมนกำลังให้ลูกฟังเพลงคลาสสิกอยู่นั้น เทพไทนั่งหน้าเครียดอยู่ เธอเลยชวนมาฟังเพลงกับลูกให้หายเครียด เทพไทจึงเอาหูมาแนบท้องศศิมนฟังเพลงไปกับลูกด้วย

ครู่ใหญ่ศศิมนก็ได้รับโทรศัพท์ที่อุ่นแอบมาโทร.จากข้างนอก คุยอยู่ครู่หนึ่งศศิมนรับปากว่ายินดีช่วย

ที่แท้อุ่นติดต่อศศิมนให้มาสอนทำอาหารให้เนตรชนกนั่นเอง แต่ยังปิดเพื่อนอยู่กลัวจะถูกปฏิเสธเสียก่อน

ooooooo

เช้านี้ เนตรชนกตั้งหน้าตั้งตาอ่านตำราอาหารอยู่ที่ห้องนั่งเล่น อุ่นเข้ามาบอกว่าครูที่หาให้มาแล้ว เนตรชนกดีใจรีบลุกขึ้นตั้งท่าเตรียมพร้อมเรียนเต็มที่ อุ่นทำหน้าอำๆ บอกให้หลับตาก่อน

"โหย...ทำเป็นเซอร์ไพรส์ เอ่อๆ ก็ได้...ก็ได้" เนตรชนกตื่นเต้นดีใจยอมทุกอย่าง

แต่พออุ่นจูงครูสอนทำอาหารเข้ามา เสียงทัก "สวัสดีค่ะ" ทำให้เนตรชนกเอามือที่ปิดตาลงจากที่ยิ้มแย้มอย่างตื่นเต้น เธอชักสีหน้าใส่ถามเสียงขุ่นว่ามาทำไม

บรรยากาศอึดอัดขึ้นทันที อุ่นพยายามบอกว่าศศิมนยินดีสอนเธอทำอาหาร เนตรชนกบอกว่า ตนไม่ต้องการ พูดอย่างอวดดีว่า "ฉันมีปัญญาช่วยเหลือตัวเองได้ กลับไป"

ศศิมนพยายามชี้แจงว่าชนม์ชนกนั้นเรื่องมาก ทานก็ยาก เนตรชนกก็ยังไล่ให้เธอกลับไปเสีย เรื่องของตน ตนจัดการเองได้ ทำเสียงเขียวเกรี้ยวกราดเสียจนศศิมนทำตัวไม่ถูก

เห็นศศิมนยืนนิ่งอยู่ เนตรชนกเข้าไปลากแขนจะพาออกไป จนอุ่นต้องเข้าขวาง

"เดี๋ยวเนตร ฟังก่อน มานี่ คุณมนรอแป๊บนะคะ" อุ่นลากเนตรชนกไปอีกทางหนึ่ง พยายามชี้แจงอย่างใจเย็น "ฟังนะเนตร ชั่วโมงนี้ไม่มีใครช่วยได้แล้วนะนอกจากคุณมน ต่อให้ ไปเรียนทำอาหารจนทั่วกรุงเทพฯ คุณชนม์ชนกเขาก็ไม่ยอมให้เธอผ่านหรอก เพราะไม่ใช่รสชาติที่เขาเคยกิน ถ้าจะให้

ทุกอย่างมันจบเร็วๆ ก็ต้องให้คนที่บ้านเขามาทำให้กิน แล้วก็มีคุณศศิมนเท่านั้นที่ช่วยได้"

กระนั้นเนตรชนกก็ยังฮึดฮัด เปลี่ยนเป็นต่อว่าอุ่นที่บอกเรื่องนี้กับศศิมน อุ่นชี้แจงว่าตนไม่ได้บอก แต่ปดว่าเธอท้าพนันกับชนม์ชนก เธอแพ้เลยต้องมาทำอาหารให้กิน

ศศิมนเดินเข้ามาช่วยพูดว่า "พี่ชนม์น่ะ ทำอาหารให้ถูกปากไม่ได้ง่ายๆนะคะ ให้มนช่วยเถอะจะได้ทำครั้งเดียวผ่านไงคะ"

เนตรชนกเล่นแง่อีกว่าตนไม่อยากเป็นหนี้บุญคุณใคร ให้กลับไปได้เลย แล้วตัวเองก็เดินเข้าบ้าน อุ่นตะโกนขู่ตามหลังว่า

"ถ้าไม่ได้คุณมนสอน เนตรอาจจะต้องทำอาหารให้คุณชนม์ชิมไปทั้งชาติก็ได้นะ อยากให้เป็นแบบนั้นหรือ"

สุดท้ายศศิมนเสนอว่าถ้าอย่างนั้นก็ให้เนตรชนกจ้างตนสอนก็แล้วกันจะได้ไม่ติดค้างอะไรกัน อุ่นอาสาจะเป็นคนจ้างศศิมนเอง

เนตรชนกเริ่มใจอ่อนกับความพยายามของอุ่น ถามว่ามีตังค์หรือ อุ่นบอกว่าพอมี เธอจึงยอม แต่ก็ยังมีข้อแม้จนได้ว่าห้ามเข้าใกล้ตน ให้สอนด้วยการถ่ายวีดิโอมาให้ก็แล้วกัน

สุดท้ายทั้งสองต้องยอมทำตามความรั้นของเนตรชนก

ooooooo

อุ่นเปิดครัวให้ศศิมนทำอาหารและถ่ายวีดิโอไว้ ศศิมนเริ่มด้วยการสอนทำแกงบอน เธอหยิบถุงมือมาสวมพลางบรรยายถึงพิษของบอนที่ทำให้เกิดอาการระคายเคือง แต่มีวิธีแก้โดยเอาไปต้มให้นุ่มกับของรสเปรี้ยว แต่สมัยนี้นิยมใช้สารโซเดียมไบคาร์บอเนตมาขยำก่อนต้ม

เนตรชนกนั่งอยู่ห่างๆ ทำเป็นไม่สนใจ แต่ฟังหูผึ่ง แอบเอาสมุดมาจดยิกๆ

ศศิมนสอนการทำปลากะพงทอดน้ำปลาว่าต้องแล่

แบบนี้...แบบนี้ แล้วเอาไปทอด เนื้อจะได้สุกทั่วถึงกรอบอร่อย

สอนมาถึงการทำมะระผัดไข่ สอนให้ฝานบางๆแล้วโรยเกลือขยำให้ทั่ว ล้างน้ำให้หมดเค็ม บีบน้ำออกให้แห้ง จากนั้น เอามาผัดเวลาผัดพอใส่ไข่ก็ต้องเร่งไฟให้แรงๆไม่อย่างนั้นจะแฉะไม่อร่อย

สอนเสร็จ อุ่นถ่ายวีดิโอไว้ทุกขั้นตอน ศศิมนบอกเนตรชนกว่ามีอะไรสงสัยก็ถามได้ เนตรชนกทำเชิดบอกว่าไม่จำเป็น ศศิมนจึงจะกลับ

"เดี๋ยว เธอต้องอยู่ชิมที่ฉันทำก่อน จนกว่าจะถูกปากพี่ชายเธอ เธอถึงจะกลับได้" เนตรชนกพูดไม่มองหน้า พอศศิมนรับปาก เธอบอกให้รออยู่ที่นี่ ตนจะไปเปิดวีดิโอดู พลางลุกเดินออกไป

ศศิมนสบตากับอุ่นยิ้มๆ อุ่นขอบคุณเธอด้วยสายตาที่ช่วยให้เพื่อนตนมีทางออก

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“โอม” บุกรังเสือ “เคลลี่” บู๊ ระห่ำ เปิดฉากต้นตอความแค้น ใน “เวราอาฆาต”

“โอม” บุกรังเสือ “เคลลี่” บู๊ ระห่ำ เปิดฉากต้นตอความแค้น ใน “เวราอาฆาต”
16 มิ.ย 2564

05:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 16 มิถุนายน 2564 เวลา 11:41 น.