ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

กุหลาบร้ายกลายรัก

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ชนม์ชนกขับรถเร็วมาก  ซ้ำยังกระชากกะชึ่ก-กะชั่กจนเนตรชนกนั่งหัวสั่นหัวคลอนหัวทิ่มหัวตำ เธอโวยวายว่าขับรถแบบนี้เดี๋ยวก็เวียนหัวตาย เลยถูกย้อนว่า

"กลัวเวียนหัวเหมือนกันเหรอ  ทีเธอให้น้องสาวฉัน

กินเต้าหู้  ทั้งๆที่รู้ว่าเขาเหม็น  เธอก็ยังไม่กลัวว่าน้องฉันจะเวียนหัวเลย"

เนตรชนกทำหน้าตายบอกว่าตนไม่รู้เรื่องที่ศศิมนเหม็นเต้าหู้ ตนไม่มีเพื่อนกินเลยชวนมากินเป็นเพื่อน ผิดด้วยหรือ

ชนม์ชนกไม่ตอบแต่กลับดึงเบรกมือจนรถหมุนติ้วเหวี่ยงจนเนตรชนกควงเป็นลูกข่าง แต่ยังมีสติมีแรงโวยวายให้เขาหยุดเดี๋ยวนี้ ชนม์ชนกไม่หยุด ยังควงอีกหลายรอบจนเมื่อรถหยุด เนตรชนกเกาะคอนโซลโงนเงนเหมือนจะอ้วก พอรถจอดเธอพุ่งออกไปอ้วกทันที ชนม์ชนกถามเย้ยๆว่าเป็นไงเวียนหัวไหม

เนตรชนกอ้วกไปตะโกนไปว่าตนจะฟ้องพ่อให้ดู ชนม์ชนกท้าให้ฟ้องเลย ให้บอกให้หมดด้วยว่าตนทำอะไรมั่ง ถ้าบอกไม่หมดตนจะตามไปพูดเอง ท้าแล้วด่าต่อ

"ผู้หญิงอะไร จิตใจหยาบกระด้าง แกล้งได้กระทั่งคนท้อง เกิดมาไม่เคยพบเคยเห็น"

เนตรชนกยังปากแข็งหาว่าศศิมนกินเต้าหู้เข้าไปเองแล้วมาโทษคนอื่น ชนม์ชนกทนไม่ไหวเอานิ้วหนีบปากเธออย่างแรงจนร้องโอ๊ย บอกให้เขาปล่อย เขาไม่ปล่อยก็ถูกทุบอั้กๆ

"หยุดนะ! ถ้าไม่หยุดผมจะทำให้คุณเวียนหัวกว่านี้อีกร้อยเท่า" ชนม์ชนกตะคอก แต่เธอก็ยังไม่ยอมหยุด เขาเลยเหวี่ยงรถอีกรอบ คราวนี้เธอร้องวี้ดสั่งให้หยุดรถ ตนจะลง

ชนม์ชนกเหวี่ยงรถไปมาไม่ยอมหยุด จนเนตรชนกเวียนหัวน้ำตาไหลพรากทำท่าจะอ้วกอีก จนชนม์ชนกเห็นว่าท่าจะไม่ รอดจึงหยุดรถ เธอสั่งให้เปิดล็อกประตู ตนจะลง พยายามเปิดเองแต่เปิดไม่ออก

"ไม่ได้ ผมพาคุณออกมาจากบ้านใครๆก็เห็น ผมก็ต้องไปส่งให้ถึงบ้าน ไม่งั้นคุณอาจจะใส่ร้ายผม สร้างเรื่องว่าผมพาคุณไปปล่อยทิ้งที่ไหนอีก จำไว้นะ นี่เป็นบทเรียนที่ 1 ที่คุณจะต้องเจอ และถ้าคุณคิดจะทำอะไรต่ออีกละก็ ผมไม่รับรองนะว่าคราวหน้าคุณจะเจอกับอะไร"

พูดแล้วขับรถย้อนกลับไปส่งเธอที่บ้าน เนตรชนกนั่งร้องไห้ด้วยความแค้นอยู่ข้างๆ

ooooooo

กว่าจะกลับมาถึงบ้านก็ค่ำแล้ว เข้าไปในครัวเห็นเนื้อนวลกำลังแกะสลักผลไม้อยู่กับศศิมน ฝีมือเธอดีจนเนื้อนวลชมว่าอย่างกับชาววังทีเดียว ศศิมนบอกว่าคุณแม่สอนมาตั้งแต่เด็กๆ เนื้อนวลเลยนึกได้ว่าคุณหญิงมีเชื้อสายจากในวัง ศศิมนพูดถึงคุณแม่อย่างชื่นชมว่า

"แต่คุณแม่ก็ไม่เคยถือยศศักดิ์อะไรนะคะ"

เนตรชนกถือชามเต้าหู้เข้ามาท่าทางเพลียๆ เพราะถูกรถเหวี่ยงมาแทบจะเสียศูนย์ เห็นย่าอยู่กับศศิมนคุยกันอย่าง สนิทสนมก็หมั่นไส้ วางชามแก้วใส่น้ำเต้าหู้ตักเล่นเป็นน้ำเต้าหู้มีเครื่องด้วย

"นั่นสิ คุณหญิงดูเป็นกันเองกับทุกคนเลย" เนื้อนวลชม หันมาเห็นเนตรชนกจึงร้องทัก "อ้าว เนตรมาช่วยพี่เขาจัดผลไม้ สิลูก  เดี๋ยวย่าจะไปตามคุณปู่มาทานผลไม้กัน"  พูดแล้วเดินออกไป

พอเนื้อนวลออกไปเท่านั้น เนตรชนกก็แผลงฤทธิ์ทันที ทำเป็นตักน้ำเต้าหู้ให้ศศิมนเห็นแล้ววางกระแทกลงตรงหน้า จนศศิมนสะดุ้งถอยหนี

เนตรชนกเรียกไว้ถามว่าจะไปไหน บอกให้นั่งก่อน แล้วเดินมาดูผลไม้ที่ศศิมนแกะสลักไว้ ชมว่าทำเสียสวยเชียว ชมไม่ทันขาดคำก็หยิบผลไม้แกะสลักสองชิ้นโยนใส่ลงในจานเบ้ปากพูด

"ไม่เห็นจะเข้าท่า  เอาเวลาไปทำอย่างอื่นดีกว่ามั้ง  หรือ

ว่าเธอคิดทำอะไรที่มันเป็นประโยชน์กว่านี้ไม่เป็น" พอศศิมนสะอึกอย่างคาดไม่ถึง เนตรชนกเล่นงานต่อ "เป็นกุลสตรีมันก็ดีอยู่หรอกนะ แต่มันก็ต้องถูกกาลเทศะด้วย ไม่ใช่ว่าคนอื่นเขาทำงานกันงกๆ แล้วเธอก็มานั่งแกะสลักผลไม้เหมือนผู้หญิงสมัยร้อยปีที่แล้วแบบนี้มันไม่ถูกนะ"

"คุณเทพไม่ให้มนทำอะไรหนักๆค่ะ กลัวกระเทือนลูกในท้องน่ะค่ะ" ศศิมนชี้แจง

"แหมเด็กในท้องนี่มีประโยชน์จริงๆ นอกจากจะใช้จับผู้ชายแล้วยังใช้อู้งานได้อีกด้วย โอเค เธออยากทำอะไรก็เชิญตามสบายแล้วกัน คุณพ่อคงอยากให้เธอนั่งกินนอนกินไปวันๆล่ะมั้ง ฉันขอตัวก่อนนะ จะไปทำอะไรที่เป็นประโยชน์สักหน่อย"

ศศิมนมองเนตรชนกที่ลุกเดินเชิดออกไปแล้วถอนใจ...

ooooooo

เช้าวันต่อมา เทพไทออกไปทำงานตามปกติ ส่วนเนื้อนวลกับทัดไทจะออกไปตีกอล์ฟ เนตรชนกอ้อนให้คุณปู่คุณย่ารีบกลับมาตนเหงา

เทพไทบอกให้หาอะไรทำแก้เหงาเพลินๆกันกับศศิมน ศศิมนบอกว่ามีหนังสือการฝีมือเยอะแยะจะเอาไปอ่านบ้างก็ได้ เผื่อมีอะไรที่ทำแก้เหงาได้บ้าง เนตรชนกทำหูทวนลม เทพไทถามว่าอยากไปทำงานที่บริษัทกับพ่อไหมจะได้หาตำแหน่งให้ เพราะตอนนี้ก็เรียนจบแล้ว

"คุณพ่อจะไล่เนตรออกไปทำงานเหรอคะ  ทีคนอื่นไม่ยอมให้ทำอะไรเลย" เนตรชนกหาเรื่องจนได้ เทพไทบอกว่าเอาไว้ค่อยคุยกัน ตอนนี้ขอไปทำงานก่อน ทัดไทกับเนื้อนวลก็เตรียมไปเหมือนกัน ทัดไทบอกหลานสาวว่า อยู่บ้านดีๆนะเนตร

"คุณปู่พูดยังกับเนตรชอบก่อเรื่องอย่างนั้นแหละ" เธอหาเรื่องจนได้ จนเนื้อนวลต้องช่วยแก้ว่า คุณปู่ชอบพูดอะไรเรื่อยเปื่อย อย่าไปสนใจเลย เดี๋ยวย่าจะรีบกลับ ว่าแล้วก็ขึ้นรถพากันออกไป

"ทีนี้ก็เหลือแค่เราสองคนแล้วสินะ" เนตรชนกหันมาพูดกับศศิมนโดยไม่มองหน้า

ศศิมนยิ้มให้ถามว่าเราจะทำอะไรกันดี เธอจะได้ไม่เหงา เนตรชนกขอคิดดูก่อนแล้วจ้องศศิมนราวกับเป็นลูกไก่ในกำมือ ทำเอาศศิมนยิ้มเจื่อนเริ่มหวั่นใจขึ้นมา

ooooooo

แม้จะไม่มีอะไรทำเป็นกิจจะลักษณะ แต่ศศิมนก็ไม่นิ่งดูดาย เห็นน้อยจัดเสื้อผ้าในตู้ก็มาช่วย ขณะนั้นเอง เธอได้รับโทรศัพท์จากหมอเตือนเรื่องนัดตรวจครรภ์ที่โรงพยาบาล เธอตกใจเพราะจำวันผิด บอกหมอว่าจะรีบไปเดี๋ยวนี้ วางสายแล้วรีบไปอาบน้ำเตรียมตัว เสร็จแล้วเดินออกมาเจอเนตรชนกนั่งอ่านนิตยสารอยู่ พูดประชดว่าคุณพ่อไม่อยู่ก็ออกข้างนอกเลยนะ

ศศิมนชี้แจงว่าตนจำวันนัดหมอผิดต้องรีบไปเดี๋ยวนี้ เนตรชนกทำเป็นใจดีถามว่าจะไปอย่างไร พอศศิมนบอกว่าไปแท็กซี่ เธอทำเป็นพูดว่าเป็นถึงภรรยานักธุรกิจใหญ่นั่งแท็กซี่ไป พ่อตนจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน แล้วอาสาจะไปส่ง ศศิมนกังวลกลัวว่าจะเจอแผนอะไรของเธออีก พูดอย่างเกรงใจว่าไม่เป็นไร ตนไปแท็กซี่ได้

"ก็ฉันบอกว่าจะไปส่งไงล่ะ" เสียงเนตรชนกบังคับในที ศศิมนจึงยอมไปด้วย

เนตรชนกยิ้มอย่างมีแผน   คิดแก้เผ็ดที่ตัวเองโดนชนม์ชนกแกล้งเมื่อวาน  คิดแก้แค้นแกล้งศศิมนเอาคืน  แล้วเธอก็ทำจริงๆ อ้างว่าศศิมนรีบ เลยขับรถฉวัดเฉวียนจนศศิมนเวียนหัวทำท่าจะอาเจียน

"จะลงไปอ้วกก่อนไหม เดี๋ยวฉันจะขึ้นทางด่วนแล้ว" เนตรชนกถามแล้วจอดรถให้ศศิมนลงไปอาเจียน ส่วนตัวเองนั่งดูอยู่ในรถหัวเราะอย่างสะใจ

พอขึ้นทางด่วนไปครู่ใหญ่ ก็แกล้งทำเป็นว่ารถเสีย ให้ศศิมนลงเดินไปโบกแท็กซี่ไปโรงพยาบาลเอง เดี๋ยวตนจะโทร.เรียกช่างมาซ่อมรถ ครั้นศศิมนมีน้ำใจจะอยู่เป็นเพื่อน ก็ถูกเอ็ดตะโร

"เอ๊ะ บอกให้ลงก็ลงไปสิ เดี๋ยวจะไม่ทันหมอ"

พอศศิมนลงไป เนตรชนกก็ขึ้นนั่งในรถยิ้มแสยะยิ้ม พึมพำอย่างสะใจ

"โทษที ฉันจำเป็นต้องทำ เพราะฉันไม่ต้องการเธอ ศศิมน"

ooooooo

ระหว่างที่ศศิมนเดินลงจากทางด่วน เพื่อไปขึ้นรถแท็กซี่นั่นเอง บุรินทร์เพื่อนของชนม์ชนกขับรถผ่านมาเห็น แต่จอดลงไปช่วยไม่ได้ จึงโทร.บอกชนม์ชนก

"ฉันเพิ่งเห็นตอนขับรถผ่านน้องแกมาแล้ว เลยไม่ได้ แวะรับ แกรีบมาแล้วกัน ไม่ไกลออฟฟิศแกหรอก" บุรินทร์บอก

"เออๆ ฉันจะรีบไปเดี๋ยวนี้ ขอบใจเพื่อน" ชนม์ชนกรีบไปตามที่บุรินทร์บอก พลางโทร.เข้ามือถือของศศิมน แต่พอเธอรับสายปรากฏว่าแบตหมดพอดี เธอจึงโบกแท็กซี่ให้พาไปส่งโรงพยาบาล

เมื่อชนม์ชนกมาถึงจุดที่บุรินทร์บอกก็ไม่เจอศศิมนแล้ว เลยตัดสินใจขับรถกลับไปรอที่บ้านเนตรชนกแทน

จนบ่ายจึงเห็นศศิมนนั่งแท็กซี่กลับมาท่าทางเพลียๆ เขาถลาเข้าไปถามว่าเกิดอะไรขึ้นให้บอกมาเดี๋ยวนี้ ศศิมนอึกอัก แต่ในที่สุดก็ต้องเล่าให้พี่ชายฟัง พอฟังแล้วชนม์ชนกโกรธจัด เชื่อว่านี่เป็นการจงใจแกล้งกันชัดๆ

ครู่เดียว เนตรชนกก็ขับรถเข้ามาจอดนั่งกินช็อกโกแลตคลายเครียดอยู่ในรถ พอชนม์ชนกเห็นเท่านั้น เขาพรวดเข้าไปฉุดเธอลงจากรถ พลางบอกให้ศศิมนขึ้นห้องไปเสีย

ศศิมนเดินขึ้นไปบนบ้าน แต่อดห่วงไม่ได้ ยืนแอบดูอยู่เงียบๆ

กว่าชนม์ชนกจะลากเนตรชนกออกจากรถได้ก็ต้องออกแรงจนเหงื่อตก พอลากลงมาได้เขาถามว่าทำแบบนี้ได้ ยังไง เนตรชนกทำไขสือตามเคย ครั้นชนม์ชนกสาธยายว่าเธอแกล้งปล่อยศศิมนลงบนทางด่วนแล้วให้เดินลงมาเอง ถามว่าจะฆ่ากันให้ตายรึไง

ไม่ว่าจะมีหลักฐานคาดคั้นอย่างไร เนตรชนกก็ยังคงยืนกระต่ายขาเดียวว่าตนไม่ได้แกล้งและแค่นั้นก็ไม่ถึงตายหรอก ครั้นเขาถามว่าแล้วไหนว่ารถเสีย เธอก็แถหน้าตาเฉยว่าซ่อมแล้ว พอถามว่ารถเป็นอะไร กลับถูกตวาดถามว่าตนไม่ใช่ช่างจะรู้ได้ยังไง

พอถูกซักไซ้จับเท็จหนักเข้า เนตรชนกเสียงดังใส่ว่าจะมาซักไซ้อะไรนักหนา ไม่เชื่อก็ตามใจแล้วกัน พูดแล้วทำท่าจะเดินไป ถูกชนม์ชนกจับไหล่ทั้งสองข้างบีบอย่างแรง จ้องเขม็ง ปรามเสียงเข้ม

"นี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ผมจะเตือนคุณด้วยวาจา ต่อไปถ้าคุณทำอะไรยัยมนอีก ผมจะตอบโต้คุณชนิดตาต่อตาฟันต่อฟันโดยไม่ห่วงว่าคุณจะเป็นผู้หญิงหรือเด็กกว่าผมแค่ไหน จำเอาไว้ด้วย!"

เห็นท่าทางดุดันจริงจังของชนม์ชนก เนตรชนกก็จ๋อยไปเหมือนกัน ทำตาปริบๆ จนเมื่อชนม์ชนกปล่อยมือเดินผละไป เธอก็จ้องตามหวั่นๆ แต่อดอวดดีไม่ได้ พึมพำทำปากกล้าว่า

"นึกว่าฉันกลัวเหรอ"

ที่โต๊ะอาหารเย็นบ้านเทพไทคํ่านี้ บรรยากาศอึดอัดจนศศิมนกลืนข้าวแทบไม่ลง จะมีก็แต่เนตรชนกคนเดียวเท่านั้น ที่กินข้าวอย่างมีความสุข ลอยหน้าลอยตามองคนโน้นทีคนนี้ที

ooooooo

เนตรชนกคิดจองเวรศศิมนไม่เลิก หลังอาหารเห็นศศิมนเอาหนังสือเกี่ยวกับการถักมานั่งอ่านก็แถเข้าไปถามว่าอ่านหนังสืออะไร พอรู้ว่าเป็นหนังสือการ ฝีมือก็คิดหาทางแกล้งทันที

"ท่าทางเธอจะชอบทำการฝีมือนะ" เนตรชนกทำเป็นพูดดีด้วย พอศศิมนบอกว่าก็เพลินดี ทำให้ลืมอะไรๆไปได้บ้าง

ทำทีถามไถ่ว่าถักอะไร แล้วชมว่าสวยดีแต่ตนไม่ชอบใช้เวลากับของพวกนี้ ศศิมนเลยอาสาจะถักให้ เข้าทางเนตรชนกทันที เมื่อศศิมนเอาแบบเสื้อให้ดู เธอเลือกแบบแล้วบอกให้ถักให้เสร็จภายใน 2 วัน เพราะจะใส่ไปงานวันเกิดเพื่อน

ศศิมนรับปากทั้งที่ความจริงต้องใช้เวลาถึง  4-5  วัน ดังนั้น  เธอจึงเร่งวันเร่งคืนถักจนไม่เป็นอันกินอันนอน  โดยไม่กล้าบอกใครว่าถักเสื้อให้เนตรชนก เทพไทถามก็อำๆ โมเมไปว่าถักใช้เอง

ลงมือถักตอนคํ่า ถักโดยไม่วางมือไปจนถึงเช้าวันรุ่งขึ้นง่วงจนฟุบหลับไปที่โซฟา เทพไทตื่นขึ้นมาเห็นจึงประคองไปนอนที่เตียง ศศิมนรู้สึกตัวตื่น ลุกขึ้นจะไปเตรียมอาหารเช้าให้

"ดูคุณยังเพลียๆอยู่เลย ให้แจ่มกับน้อยทำก็ได้" เทพไทห่วงใย

"แต่มนเป็นภรรยาคุณนะคะ เป็นหน้าที่ของมนค่ะ ขอมนอาบนํ้าแป๊บเดียวค่ะ"

แต่พออาบนํ้าเข้าครัวเตรียมทำข้าวต้ม ความง่วง เพลีย ทำให้ศศิมนเผลอเอาเปลือกไข่ใส่ชามจนเนื้อนวลติงว่านั่นเปลือกไข่ เธอจึงรู้สึกตัวรีบเอาเปลือกไข่ทิ้ง เนื้อนวลถามว่าเป็นอะไรรึเปล่า ดูท่าทางเบลอๆ เธอยิ้มเจื่อนๆ บอกว่าใจลอยนิดหน่อยเท่านั้นเอง

"พักผ่อนน้อยรึเปล่า คนท้องต้องพักผ่อนเยอะๆนะ" เนื้อนวลเตือน เธอก็ได้แต่ตอบรับแล้วพยายามตั้งสติปลุกตัวเองให้ตื่นตลอดเวลา

จนกระทั่งเทพไทจะออกไปทำงาน ศศิมนออกมาส่งเขาก็ยังเตือนให้เธอพักผ่อนให้มากๆ เพราะดูท่าทางยังเพลียๆอยู่ จุ๊บหน้าผากทีหนึ่งแล้วขับรถออกไป

เนตรชนกแอบดูอยู่ ยิ้มสะใจที่ทำให้ศศิมนอ่อนเพลียได้ขนาดนี้

ส่งเทพไทไปทำงานแล้ว ศศิมนกลับมานั่งถักเสื้อต่อ เนตรชนกไม่วายกรายมาย้ำว่า พรุ่งนี้ตนจะใส่ไปงานวันเกิดเพื่อนอย่าทำให้ขายหน้านะ เมื่อศศิมนรับรองว่าไม่ขายหน้าแน่ เธอก็เดินยิ้มสะใจไป

ooooooo

อดตาหลับขับตานอนถักเสื้อหามรุ่งหามค่ำดึกดื่นจนร่างกายอ่อนเพลีย สีหน้าอิดโรย เร่งเวลาเสียจนแม้

แต่อาหารก็ไม่ยอมเสียเวลาทาน ดื่มแต่นมแล้วถักต่อ จนเนื้อนวลสงสัยว่าทำไมต้องเร่งจนถึงกับต้องอดข้าวอดปลาด้วย
ดึกคืนนี้ เทพไทกำลังจะเข้านอน ทักว่าถักเสื้อเกือบ

เสร็จแล้ว แต่เขาไม่ยอมให้ถักต่อ คุมให้ไปนอนพักผ่อนเสีย ศศิมนจำต้องทำทีไปนอนแต่พอเขาเผลอก็แอบหยิบไหมพรมจะไปถักอีก เทพไทเลยนอนกอดเอาไว้ไม่ยอมให้เอาไปถัก

แต่พอตกดึกเทพไทหลับ ศศิมนก็ค่อยๆดึงไหมพรมออกมาแล้วย่องกริบไปนั่งถักต่อจนเสร็จ

พอเช้า ศศิมนเอาเสื้อไหมพรมที่ถักเสร็จรีดเรียบร้อยเอาไปให้เนตรชนกบอกว่าเสร็จแล้วให้ลองสวมดู เนตรชนกรับไปขอบคุณอย่างขอไปที

ถักเสื้อเสร็จส่งให้เนตรชนกแล้ว ศศิมนทำท่าจะเป็นลมเดินเซๆ เนตรชนกตกใจแต่น้อยไวกว่าปราดเข้ามาประคองไว้ทัน ศศิมนเป็นลมหมดสติอยู่ในอ้อมแขนของน้อย เนตรชนกหางตาใส่แล้วเดินผละไป

เทพไทลงมาเจอเขาตกใจมาก ถามว่าเป็นอะไร พอน้อยบอกว่าเป็นลม เขารีบพาเธอส่งโรงพยาบาลทันที เนตรชนกแอบดูอยู่ทั้งหมั่นไส้และสะใจระคนกัน เอาเสื้อไหมพรมที่ศศิมนถักให้ขึ้นดูอย่างมีแผนอีกแล้ว...

ooooooo

ผู้ใหญ่จากทั้งสองครอบครัวพากันไปเยี่ยมศศิมนที่โรงพยาบาลด้วยความเป็นห่วง ชนม์ชนกเห็นสภาพน้องเป็นลมหมดสติก็โกรธมาก ตรงเข้าถามเทพไทอย่างเอาเรื่องว่าดูแลน้องสาวตนยังไงถึงได้เป็นแบบนี้ เทพไทบอกว่าตนห้ามแล้ว แต่พอตนหลับเธอก็แอบถักเสื้อต่ออีก

ชนม์ชนกไม่เชื่อ บอกเทพไทว่าอย่ามาแก้ตัวดีกว่า ฟังไม่ขึ้นเลย เนื้อนวลช่วยพูดว่าข้าวปลาก็ไม่ยอมทาน บอกว่าจะรีบถักให้เสร็จ ตนต้องให้เด็กเอาซุปไก่สกัดไปให้ดื่ม

คุณหญิงตั้งข้อสงสัยว่าทำไมถึงต้องรีบถักเสื้อจนขนาดนี้ เทพไทเองก็ตอบไม่ได้ ทุกคนเลยได้แต่เฝ้ามองศศิมนที่นอนให้น้ำเกลืออยู่อย่างเป็นห่วง

ที่ทางเดินในโรงพยาบาล เนตรชนกมาแล้ว เธออุ้มกล่องใส่เสื้อไหมพรมเดินหน้ามีแผนเข้ามา

ภายในห้องคนป่วย ทุกคนยังเฝ้าดูศศิมนกันอยู่ด้วยความเป็นห่วง จนกระทั่งศศิมนรู้สึกตัวขึ้นมา เธอมองไปรอบๆ ถามว่า ตนเป็นลมไปอีกแล้วหรือ ชนม์ชนกถามทันทีว่า จะถักเสื้อให้ใครนักหนา ทำไมไม่ดูแลตัวเองเลย ส่วนคุณหญิงก็บ่นว่าทำแบบนี้รู้ไหมว่าแม่เป็นห่วง

ทั้งชัชชัยและเนื้อนวลต่างก็แสดงความเป็นห่วง ทัดไทเอ่ยขึ้นว่า ต่อไปก็อย่าหักโหมอีก และต้องทานอาหารให้ครบด้วยเด็กจะได้แข็งแรง

"ค่ะคุณปู่ มนขอโทษนะคะที่ทำให้ทุกคนเป็นห่วง"

"มนยังไม่ได้ตอบพี่เลยว่าทำไมต้องรีบถักเสื้อขนาดนี้" ชนม์ชนกยังไม่หายสงสัย

ขณะที่ศศิมนกำลังอึกอักนํ้าท่วมปากอยู่นั่นเอง เนตรชนกก็ยิ้มหน้าระรื่นเข้ามาทักเสียงใส

"อุ๊ย...อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาเลย สวัสดีค่ะ" จากนั้นทำหน้าซื่อตาใสถามว่า คุยเรื่องอะไรกันอยู่หรือ ชนม์ชนกโพล่งไปว่า

"ผมกำลังถามน้องสาวผมว่า ทำไมต้องรีบถักเสื้อขนาดนี้"

"อุ๊ย เสื้อตัวนี้น่ะเหรอคะ" เนตรชนกเอาเสื้อออกจากกล่อง "แหม แต่เสียใจจังที่ไม่ได้ใส่ไปงานวันเกิดเพื่อน"

ศศิมนถามอย่างผิดหวังว่าทำไมหรือ เนตรชนกจึงคลี่เสื้อให้ดูบอกว่า ใส่ไม่ได้เลยเอามาคืน พอคลี่เสื้อให้ดู ปรากฏว่าเสื้อมีรูเป็นรอยไหม้ ทุกคนอึ้ง ศศิมนรับเสื้อไปดูเสียใจจนเสื้อร่วงจากมือ

"นี่มันอะไรกัน" ชนม์ชนกคว้าเสื้อไปดู ศศิมนถามว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้

เนตรชนกชี้แจงหน้าตาแจ่มใสว่า   ตนอยากรู้ว่าไหมพรมนี้ติดไฟง่ายหรือเปล่าเลยลองเอาไฟจี้ดู ปรากฏว่ามันติดง่ายมาก เหตุที่ต้องทำก็เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง แล้วทำเป็นเกรงใจทุกคนบอกว่า

"ดูท่าทางทุกคนกำลังยุ่งนะคะ งั้นเนตรไม่รบกวนดีกว่า อ้อ ขอบใจนะศศิมน ที่อดหลับอดนอนถักเสื้อให้ฉัน ฉันไปล่ะ" ว่าแล้วก็เดินลอยหน้าออกไปอย่างสะใจ ศศิมนเสียใจจนเป็นลมไปอีกครั้ง

"ฝากยัยมนด้วยนะครับ ผมขอตัวไปทำงานต่อ" ชนม์ชนกยกมือไหว้ผู้ใหญ่ทั้งสี่แล้วรีบออกไป

ooooooo

เนตรชนกเดินเชิดออกไปอย่างสะใจ หารู้ไม่ว่าชนม์ชนกไล่ตามมา เขาคว้าแขนเธอไว้ เธอสะบัดร้องให้ปล่อย ชนม์ชนกขู่เบาๆว่า

"อยากเป็นจุดสนใจในโรงพยาบาลก็ดิ้นเข้า...ถ้าคุณร้องล่ะก็ ผมจะจูบเหมือนวันนั้นไม่เชื่อก็ลองดู"

เนตรชนกยังเข็ดขยาดที่ถูกจูบกลางสี่แยกไฟแดง เธอจำต้องนิ่ง ชนม์ชนกเลยเดินขนาบไปเนียนๆ เหมือนเดินเคียงคู่
กันไปสบายๆ จนถึงลานจอดรถ

พอจับยัดใส่รถแล้วอ้อมมาทางคนขับ เนตรชนกก็เปิดประตูวิ่งลงไป ถูกลากกลับมาอีกครั้ง คราวนี้เขาจับยัดเข้าทางที่นั่งคนขับ ผลักให้เลื่อนไปนั่งอีกเบาะหนึ่ง แล้วจึงขับออกไป ถูกเนตรชนกทุบตีไปตลอดทาง

เนตรชนกถูกพาเข้าโรงแรมม่านรูด เธอตกใจถามว่าพามาที่นี่ทำไม พลางตะโกนขอความช่วยเหลือขัดขืนไม่ยอมเข้าไป จนชนม์ชนกถามว่าจะเข้าไปดีๆ หรือจะให้อุ้มเข้าไป เมื่อเธอยังนั่งเกาะเบาะแน่น เขาเลยอุ้มขึ้นบ่าแบกเข้าไปในห้อง เธอยังดิ้นและร้องขอความช่วยเหลือ

"ถ้าอยากขึ้นหน้าหนึ่งให้ใครๆรู้ว่าคุณเข้าม่านรูดกับผมละก็ ร้องเข้าไปเลยนะ ร้องดังๆด้วยล่ะ"

เจอไม้นี้เข้าเนตรชนกหุบปากเงียบทันที จนเขาแบกเข้าไปโยนลงบนเตียง เธอกระถดหนีสุดเตียงด้วยความหวาดกลัว ถามว่าจะทำอะไรตน อย่าเข้ามานะ

ที่จริงชนม์ชนกไม่ได้หื่นอยากทำลายเธอ เขาเพียงแต่ ต้องการสั่งสอนให้เธอรู้สึกเจ็บเสียบ้าง เพื่อจะได้รู้ถึงความเจ็บปวดของคนอื่นที่ถูกเธอแกล้ง เขาทำท่าขู่พลางถอดเสื้อตัวเอง

"ผมบอกคุณแล้วว่า จากนี้ไป ถ้าคุณทำอะไรน้องสาวผม ผมจะตอบโต้คุณชนิดตาต่อตา ฟันต่อฟัน โดยไม่สนว่าคุณจะเป็นผู้หญิง หรือเด็กกว่าผมแค่ไหน แล้วนี่ก็คือการเริ่มต้น"

การทำท่าคุกคามของชนม์ชนกทำให้เนตรชนกอกสั่นขวัญแขวน ขู่ว่าถ้าเข้ามาอีกตนจะฆ่าให้ตาย ชนม์ชนกหัวเราะเยาะถามว่าเธอจะมีปัญญาทำอะไรตน เธอเองนั่นแหละเก่งแต่กับคนที่ไม่สู้เท่านั้น พลางกระโดดขึ้นคล่อมเธอไว้

เมื่อขู่จนเนตรชนกขวัญกระเจิงแล้ว ชนม์ชนกลุกไปยืนที่มุมห้องอย่างสมเพช พูดว่าตนไม่ได้คิดพิศวาสอะไรเธอเลย ผู้หญิงอย่างนี้ไม่อยากแตะต้องด้วยซ้ำ เนตรชนกคว้าที่เขี่ยบุหรี่ปาใส่หน้า เขาเลยขู่

"นี่ถ้าไม่หยุดอาละวาด ผมอาจจะเปลี่ยนใจทำอะไรคุณก็ได้นะ หรืออยากจะลอง"

ขู่จนเนตรชนกนิ่งไปแล้ว เขาหยิบชุดของเธอขึ้นมา จุดไฟเจาะเป็นรูๆจนทั่วตัว แก้แค้นที่เธอทำกับเสื้อที่ศศิมนถักให้ แล้วสั่งให้ใส่เสียตนจะได้พาไปส่งบ้าน

"ฉันไม่ไปกับนาย"

"ถ้าคุณคิดว่าจะเดินพ้นจากห้องนี้ออกไปในสภาพแบบนี้แล้วไม่โดนลากเข้าห้องอื่นไปละก็ ตามสบายนะ ผมไปล่ะ" ชนม์ชนกทำท่าจะออกจากห้องจริงๆ เนตรชนกรีบเรียกไว้บอกว่าไปด้วยก็ได้ แล้วรีบใส่เสื้อตามเขาไปขึ้นรถ

ooooooo

ขับรถพาเนตรชนกไปส่งในซอยเข้าบ้าน บอกให้เธอลงเดินไปเองพลางถอดเสื้อแจ็กเกตของตัวเองให้เธอคลุมไว้ ทีแรกเนตรชนกไม่รับ พอถูกขู่ว่าอยากเดินโชว์เนื้อหนังยั่วกิเลสจิ๊กโก๋ในซอยให้ลากไปกลางทางก็ตามใจ เธอจึงกระชากเสื้อจากมือเขาคลุมตัวลงจากรถเดินไป

"เดี๋ยว" ชนม์ชนกเรียกไว้ "อย่าทำอะไรน้องสาวผมอีก ไม่งั้นเจอยิ่งกว่านี้แน่"

เนตรชนกฉวยโอกาสกระแทกประตูปิดหนีบมือชนม์ชนกจนร้องโอ๊ย เธอหันยิ้มเยาะพูดใส่ "สมน้ำหน้า" แล้วเดินไปตามซอยเข้าบ้าน ชนม์ชนกมองตามถอนใจเฮือกใหญ่ก่อนถอยรถออกไป

พอเนตรชนกเดินเข้าบ้าน ป้าแจ่มกับน้อยเห็นสภาพก็ทำตาโตถามว่า ทำไม...

"หยุด ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น ไปให้พ้นอย่ามายุ่งกับฉัน" เธอตวาดทั้งสองแล้ววิ่งขึ้นข้างบน

พอเข้าห้องนอน เนตรชนกถอดเสื้อแจ็กเกตขว้างลงพื้นทั้งเหยียบทั้งย่ำขยำขยี้ดึงฉีกขาดระบายความแค้น ทำจนตัวเองเหนื่อย นอนร้องไห้สะอึกสะอื้นด้วยความแค้น

ooooooo

ชนม์ชนกกลับถึงโรงแรม  แอนนาทักว่ามือไปโดนอะไรมาจนแดงช้ำ เขาปดว่าเดินซุ่มซ่ามเลยโดนเสา แอนนาทำหน้าไม่เชื่อพูดแซวๆประสาคนสนิทว่าชกเสาเพราะอกหักหรือ ถามเซ้าซี้จนชนม์ชนกแก้ตัวแทบไม่ทัน เลยชี้ไปที่ประตูให้ออกไปเสีย

เมื่อแอนนาออกไปแล้ว เขามองมือที่บวมแดงช้ำ พูดอย่างหมายมาดเอาคืนว่า

"ฝากไว้ก่อนเถอะ ยัยเนตรชนก แสบจริงๆ"

ooooooo

ทัดไทรู้สึกนับวันเนตรชนกจะก้าวร้าวขึ้นทุกที เนื้อนวลปกป้องหลานตามเคยว่าเนตรชนกไม่ได้ตั้งใจ เจ้าตัวมาได้ยินพอดีแทรกขึ้นว่าตนไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วยสักหน่อย คุณปู่ชอบว่าตน ไม่รักตนเลย

"เนตร พ่อว่าเรามีเรื่องต้องคุยกัน รอพ่อตรงนี้นะ" เทพไทบอก เห็นศศิมนส่ายหน้าเชิงขอร้องเพราะไม่อยากให้มีเรื่อง เขาบอกเธอว่า "คุณไม่ต้องห่วงหรอก ห่วงลูกในท้องดีกว่า พักผ่อนนะครับอย่าดื้อ" พูดพลางประคองศศิมนขึ้นข้างบน
เนตรชนกทำท่าจะหลบไม่อยากคุยกับพ่อ ทัดไทถามว่าจะไปไหน พ่อนัดคุยด้วยไม่ใช่หรือ

"ใช่ค่ะ แต่เนตรไม่อยากฟังคุณพ่อมาว่าเนตร เพราะหลงเมียจนโงหัวไม่ขึ้น"

"หยุดนะเนตร ปู่ว่าเราชักจะพูดจาก้าวร้าวพ่อของเรามากไปแล้วนะ"

"พอๆ ปู่หลานจะมาทะเลาะกันทำไม ยัยเนตรก็พูดไปเพราะน้อยใจพ่อแค่นั้นแหละ คุณก็ไม่เข้าใจหลานเอาเสียเลย" เนื้อนวลปกป้องหลานสาวเต็มที่ จนทัดไทเบื่อบอกว่างั้นก็คุยกันเองก็แล้วกัน เนื้อนวลจึงชวนเนตรชนกไปนั่งในสวนกันดีกว่า ฝากทัดไทว่า "คุณทัดไทบอกตาเทพด้วยนะคะว่าฉันกับหลานอยู่ในสวน"

ครู่หนึ่งเทพไทลงมา เนื้อนวลเตือนลูกชายว่าพูดจากันดีๆนะ แล้วลุกไปปล่อยให้พ่อลูกคุยกันเอง เนตรชนกถามประชดทันทีว่าจะด่าอะไรตนอีก

เทพไทพยายามใจเย็นยกเหตุผลมาหว่านล้อมทั้งยังตำหนิที่เธอเอาไฟจี้เสื้อไหมพรมด้วย

เนตรชนกแก้ตัวตะแบงไปเรื่อยว่า ตนไม่ได้กำหนดบังคับให้ต้องถักหามรุ่งหามค่ำแบบนั้น ศศิมนอยากทำเองต่างหาก และที่เอาไฟจี้เสื้อเป็นรู นั่นก็เป็นสิทธิ์ของตนเพราะเป็นเสื้อของตนแล้ว

เทพไทถอนใจเฮือกใหญ่อย่างหนักใจ พูดอย่างใจเย็นว่า

"พ่อคิดว่าเนตรเข้าใจที่พ่อพูด พ่ออยากให้เนตรคิดทบทวนให้ดีๆว่าเนตรกำลังทำอะไรอยู่ และสิ่งที่เนตรทำมันดีแล้วหรือ สมควรแล้วหรือ ความเกลียดชังมันไม่เคยทำให้ใครมีความสุขหรอกนะลูก คิดให้ดีๆ"

พูดทิ้งไว้ให้คิดแล้วเทพไทลุกเดินเข้าบ้าน เนตรชนกฮึดฮัดดึงทึ้งต้นไม้ใกล้มือจนใบร่วงกราว

ศศิมนยืนดูอยู่จากห้องนอน  เห็นสภาพแล้วก็ได้แต่ถอนใจอย่างไม่สบายใจ

ooooooo

เมื่อเทพไทกลับขึ้นมาที่ห้องนอน ศศิมนขอปรึกษาว่า คุณพ่อคุณแม่ชวนตนไปพักฟื้นที่บ้านระยะหนึ่ง เขามีความเห็นอย่างไร เทพไทตามใจเธอ แต่คิดอีกทีก็ดีเหมือนกันจะได้อยู่ห่างๆเนตรชนกสักพัก

ศศิมนมองหน้าเขาบ่นว่าตนคงคิดถึงเขาแย่ เทพไทเลยบอกว่าเขาจะตามไปอยู่ด้วย เพราะ "ลูกเมียผมอยู่ที่ไหน ผมก็ต้องอยู่ที่นั่น"

ครู่ใหญ่เทพไทกับศศิมนเดินลงมา นายชมหิ้วกระเป๋ามาใส่รถ เนื้อนวลถามว่าจะไปไหน เทพไทบอกว่าแค่ไปส่งศศิมนเท่านั้น

"แล้วคุณพ่อต้องตามไปประคบประหงมด้วยรึเปล่าคะเนี่ย" เนตรชนกถามประชด เทพไทบอกว่า พ่อแค่ไปส่งเท่านั้น เธอยิ้มสมใจ "ก็ดีค่ะ งั้นฝากบอกเขาด้วยนะคะขอให้หลับฝันดี ไปแล้วไปลับได้ยิ่งดี"

ศศิมนหน้าเจื่อน เนื้อนวลปรามเนตรชนกเบาๆว่าไม่เอาน่าลูก

ooooooo

เมื่อกลับไปถึงบ้านตัวเอง ศศิมนได้รับการต้อนรับจากทั้งพ่อ แม่ และพี่ชายอย่างอบอุ่น ชัชชัยถึงกับเข้าครัวขอแสดงฝีมือเองเพื่อต้อนรับลูกสาวและลูกเขย เทพไทเห็นดังนั้นอาสาเข้าไปช่วยอีกคน ทั้งที่ทำอะไรไม่เป็น เข้าไปช่วยเก้ๆ กังๆ จนศศิมนที่แอบดูอยู่หัวเราะด้วยความรัก

ทำอาหารเสร็จ ก็พากันนั่งทานพร้อมหน้า พูดหยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน มีความสุข

ส่วนเนตรชนกไม่ยอมทานมื้อเย็นกับคุณปู่คุณย่า บอกว่าจะรอคุณพ่อกลับมาทานด้วยกันพร้อมหน้าแบบแค่คนในครอบครัวเรา

เนตรชนกรอจนค่ำเทพไทก็ยังไม่กลับ เธอจึงอุ้มตุ๊กตาเดินไปที่ห้องเทพไท เห็นเตียงพ่อแล้วก็นึกถึงอดีตสมัยตัวเองยังเด็ก นอนฟังพ่อเล่านิทานอย่างอบอุ่นมีความสุขมาก คิดถึงอดีตแล้วก็อยากได้เวลาอย่างนั้นกลับคืนมา แต่ก็เป็นไปไม่ได้แล้ว

เนตรชนกรอเทพไทจากหัวค่ำ จน 2 ทุ่ม กระทั่งถึง 4 ทุ่ม 5 ทุ่ม ก็ยังไม่เห็นพ่อกลับมา

"ไปส่งอะไรกันป่านนี้ยังไม่กลับ" เธอลุกขึ้นบ่นอย่างหงุดหงิด เอะใจเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าดู ปรากฏว่า กระเป๋าเดินทางใบเล็กและของใช้ประจำวันไม่อยู่ เธอโกรธและเสียใจจนบอกไม่ถูก พึมพำน้ำตาไหล "คุณพ่อโกหกเนตรได้ยังไง"

ooooooo

ดึกแล้ว เทพไทพาศศิมนเข้านอน ได้ยินเสียงแตรรถลั่นอยู่หน้าบ้าน คิดว่าคงเป็นของคนข้างบ้าน แต่หาใช่ไม่ เพราะเมื่อแมว เด็กรับใช้ไปดู ถามว่า มาหาใครคะ ได้ยินเสียงตอบมาอย่างเกรี้ยวกราดว่า

"ฉันเป็นลูกสาวคุณเทพไท เปิดประตูให้ฉันหน่อย"

แมวรีบเปิดประตูให้แล้ววิ่งตามรถเข้าไป เห็นเนตรชนกจอดรถหิ้วกระเป๋าลงจากรถเข้าไปในบ้าน ทำราวกับเป็นบ้านของตัวเอง

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"ฟิล์ม-เอสเธอร์" พระนางคู่กัด ใน "พายุทราย" เจอหน้าเป็นตบ เอะอะเป็นจูบ

"ฟิล์ม-เอสเธอร์" พระนางคู่กัด ใน "พายุทราย" เจอหน้าเป็นตบ เอะอะเป็นจูบ
9 พ.ค. 2564

03:40 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอาทิตย์ที่ 9 พฤษภาคม 2564 เวลา 11:07 น.