ข่าว

วิดีโอ



ลมไพรผูกรัก

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-ดราม่า-แอคชั่น

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: ปราณประมูล

กำกับการแสดงโดย: ตระกูล อรุณสวัสดิ์

ผลิตโดย: บริษัท ชลลัมพี โปรดั๊กชั่น จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: จรณ โสรัตน,ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์

ต่อมาปรากฏว่าที่บริเวณปากทางถนนที่ถูกน้ำท่วม ไกรสรนำรถติดแผ่นป้าย “ไกรสรอยู่เคียงข้างชาวทับสักทุกคน” และ “น้ำท่วมน้ำแล้งจะหมดไปเลือกไกรสร” ไปประกาศและแจกของช่วยชาวบ้าน

กรรชิตถามว่าเป็นแบบนี้ทุกปีเลยหรือ ไกรสรบอกว่าปีหลังๆนี้ยิ่งแย่ น้ำท่วมหนักขึ้นเรื่อยๆ ถึงหน้าแล้งก็แล้งหนักปลูกอะไรไม่ได้ ป่าก็เสื่อมโทรม เขื่อนก็ไม่มี ชาวบ้านตาดำๆต้องบุกรุกป่าหาของป่ามายังชีพ ทั้งที่ไม่มีอะไรเหลือให้หากันอยู่แล้ว

ทั้งสองเห็นพ้องกันว่าต้องสร้างเขื่อน ไกรสรบ่นว่ามีคนคอยขัดขวางตลอดแต่ตนก็จะพยายามต่อไป 

กรรชิตรับปากว่าตนจะช่วยอีกแรง

“ยินดีมากครับที่ได้คนมีวิสัยทัศน์อย่างคุณกรรชิตและธนาคารของคุณมาสนับสนุน”

ไกรสรสบตากับเจ๊ชบาอย่างลิงโลดที่กรรชิตตกหลุมพรางตนโดยง่าย

วันเดียวกันดวงตากับสามีใหม่พาแก้วขวัญ ลูกแฝดของพนัสมาขอบคุณเขาที่ฝากลูกเข้าเรียน โรงเรียนประจำที่เขาเคยเรียนได้ พนัสบอกว่าเพื่อนตนเป็นสมาชิกสมาคมศิษย์เก่าทั้งนั้น เขาพูดกันว่าแก้วกับขวัญสอบข้อสอบพิเศษของพวกเขากลางเทอมได้เอง ไม่ต้องใช้เส้นสายอะไรเลย

ช่วงบ่ายพนัสเรียกประชุมเจ้าหน้าที่ที่ทำการอุทยานทับสัก แจ้งแก่ที่ประชุมท่าทางเคร่งเครียดว่า

“เรื่องน้ำท่วมตลาดและประตูน้ำที่ผิดปกติผมติดต่อกับหน่วยงานที่รับผิดชอบไปแล้ว เขาบอกว่าขอดูรายละเอียดก่อนแล้วจะมาชี้แจงวันพุธ...เอาล่ะ ผมขอปิดการประชุมนะครับ” พอทุกคนจะแยกย้าย พนัสถามว่าไม่เห็นคณามาทำงานหลายวันแล้วใครรู้บ้างว่าเขามีปัญหาอะไร อิสร์อาสาจะไปตามให้

พนัสบอกทุกคนให้นั่งลงก่อนตนมีเรื่องด่วนต้องหารือ “เย็นนี้ประชุมที่ท่าน้ำ เตรียมอาหารเครื่องดื่มให้ พร้อม ผมเป็นเจ้ามือเอง” บุ้งเฮที่จะได้กินฟรี ชาติถามว่าหัวหน้ามีเรื่องอะไรดีๆหรือ

“ลูกๆผมเข้าเรียนโรงเรียนเก่าของผมที่กรุงเทพฯได้ มันก็ต้องฉลองกันหน่อย เอาน่ะ เย็นนี้เจอกัน”

“โรงเรียนเก่าหัวหน้าเข้าก็ยาก ค่าเรียนก็แพง เข้าได้สองคนพร้อมกันเลย เจ๋งจริงๆครับหัวหน้า” ออดชม

อิสร์ฟังอย่างคลางแคลงใจ และเมื่อเริ่มงานได้ไม่นานอิสร์ก็ดื่มจนหน้าแดงก่ำ เขาเริ่มแซะเรื่องลูกของพนัสเข้าโรงเรียนประจำของลูกไฮโซที่ทั้งเข้ายากและแพงมากต้องทั้งเก่งและเงินหนา หัวหน้ารวยจังส่งลูกเรียนได้ถึงสองคนค่าใช้จ่ายคงเป็นแสน

พนัสบอกว่าตนไม่ต้องจ่ายอะไร สามีใหม่ของดวงตาฐานะดีเป็นคนดูแลให้ ตนไม่มีตังค์หรอก

“โกหก!! วันก่อนก็ให้เงินลุงชัยแกไปลงทุนทำไร่นาสวนผสม ตลกไหม เจ้าหน้าที่ป่าไม้ให้ชาวบ้านยืมเงินไถ่ถอนที่ดินจากนายทุนได้ด้วย แล้ววันนี้เอาลูกเข้าโรงเรียนดังๆได้สบาย หัวหน้ามีแหล่งเงินทุนที่ไหนแนะนำผมบ้างสิครับ เอ๊ะ...หรือมีใครให้เงินทองมารึเปล่า”

อิสร์จับโกหกและประชดอย่างไม่เกรงใจ จนชาติกับปอนด์ต้องรีบพากลับไป พนัสไม่ได้แสดงอาการโกรธเคือง แต่บรรยากาศงานฉลองก็กร่อยไปถนัด

กลับถึงบ้านพักแล้ว อิสร์ยังคุกรุ่นเรื่องร่ำรวยผิดปกติของพนัส ปอนด์ติงว่าหัวหน้าเป็นคนดีรักทับสักมากบ้างานจนเมียทนไม่ได้ไม่ใช่เหรอ และวันนี้หัวหน้าก็ใจเย็นมาก ถ้าเป็นตนถูกกล่าวหาแบบนี้มันต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่

อิสร์ตะแบงว่าเพราะเขารู้ตัวว่าผิด เป็นต้นเหตุทุกอย่างที่ทำให้ตนทุกข์ใจอยู่นี่ไง ทั้งเรื่องให้หาหลักฐานจนตนต้องเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายไปถ่ายคลิปไกรสรกับนายทุนต่างชาติมา แล้วพอเกิดเรื่องยังขโมยเมมโมรีการ์ดไปอีก คณาก็โกรธตนที่เอาปุ้มไปเดือดร้อนและบรรจงก็พลอยซวยไปกันหมด สมแล้วที่คณาไม่ให้อภัยตน

ปอนด์ติงว่าอาจเป็นคนอื่นเอาไปก็ได้เขามีอคติกับหัวหน้าเลยพาลเกลียด อิสร์แย้งว่าตนไม่ได้เกลียด รักเขาด้วยซ้ำถึงได้ผิดหวังขนาดนี้ เพราะคนเราไม่มีวันผิดหวังคนที่เราเกลียด เราผิดหวังคนที่เรารักต่างหาก

เมื่อปอนด์กลับไปทำงาน ได้ยินกรรชิตสั่งเลขาให้ปรินต์ข้อมูลผลวิจัยที่ไกรสรส่งมาเรื่องเขื่อนทับสักเพราะตนต้องเอาเข้าเสนอที่ประชุม ปอนด์ถามเลขาจึงรู้ว่ากรรชิตเร่งเสนอเพื่อให้เป็นหนึ่งในโปรเจกต์เด่นของปีหน้า

ปอนด์เดินอ้าวออกไปหามุมโทรศัพท์บอกอิสร์ให้ส่งรูปแม่เสือกับลูกในป่าและไฟล์การปิดประตูระบายน้ำที่ผิดปกติมาด่วน

การประชุมบอร์ดธนาคารเริ่มขึ้นแล้ว กรรชิตฉายสไลด์น้ำท่วม ผืนดินที่แห้งแล้งและชาวบ้านที่ต้องคอยรับการช่วยเหลือจากไกรสรนักการเมืองท้องถิ่นอยู่ตลอดเวลา เป็นเหตุผลที่จำเป็นต้องสร้างเขื่อนทับสักโดยเร็ว

ที่ประชุมปรบมือให้กับข้อมูลที่ครบถ้วนและเหตุผลในการสร้างเขื่อน

แต่ทันใดนั้นเสียงเคาะประตูรัวขึ้น ปอนด์กระหืด กระหอบเข้ามาบอกว่าตนมีข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับอุทยานแห่งชาติทับสักมาเรียนให้ทราบ กรรชิตด่าว่าบ้าไปแล้วหรือนี่ไม่ใช่หน้าที่ของเธอ เธอถูกสามีล้างสมองไปแล้ว ปอนด์บอกว่าตนทำหน้าที่ของพนักงานที่ไม่อยากให้ธนาคารของเราก้าวไปในเส้นทางที่ผิด กรรชิตด่าว่าจะบ้าหรือ นี่ไม่ใช่กิจของพนักงานธรรมดาๆกระจอกๆจะมาพ่นอะไรที่ไร้สาระแบบนี้ แต่กรรมการอีกสองคนอยากฟัง ทั้งยังปกป้องปอนด์ว่า

“คุณปภาพินธุ์ไม่ใช่พนักงานธรรมดาๆกระจอกๆนี่ครับ เธอทำงานสำคัญในแผนกต่างประเทศ มีลูกค้าชื่นชมมากมาย แล้วที่สำคัญในธนาคารของเรา ไม่มีใครธรรมดาๆ หรือกระจอกๆเลยครับ คุณกรรชิต”

กรรชิตไม่พอใจ จ้องหน้ากรรมการผู้นั้นแล้วหันมาจ้องปอนด์ ซึ่งปอนด์ก็จ้องตอบอย่างไม่หวั่นไหว

ooooooo

ปอนด์เปิดทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวให้ที่ประชุมดู บอกว่าเป็นทั้งของส่วนตัวและเพื่อนสามี ไม่ใช่งานวิจัยของใคร ยังไม่ได้ผ่านการวิเคราะห์จากนักวิชาการแต่ตนอยากให้ทุกท่านได้ชม

เมื่อปอนด์เปิดทิวทัศน์สวยงามบอกว่าเหมาะแก่การท่องเที่ยว กรรชิตก็โต้ว่าเราไม่ได้คุยเรื่องการท่องเที่ยว เราคุยเรื่องเขื่อน แต่ไม่ว่ากรรชิตจะโต้แย้งอย่างไรปอนด์ก็แก้ได้ทุกประเด็น จนสุดท้ายเธอพูดกับที่ประชุมแสดงความซื่อสัตย์จริงใจในฐานะพนักงานตัวเล็กๆคนหนึ่งขององค์กรว่า

“ปอนด์มีความฝันที่จะเห็นธนาคารของเรามีชื่อเสียงว่าเป็นธนาคารที่มีธรรมาภิบาล ประชาชนสามารถเชื่อถือ พึ่งพิง และศรัทธาในมาตรฐานการทำงานที่ดีมีความซื่อสัตย์สุจริต ลูกค้าธนาคารมีความสบายใจว่าได้ใช้ธนาคารที่ไม่สนับสนุนโครงการที่เป็นที่สงสัย เคลือบแคลงไม่โปร่งใส และในขณะเดียวกันก็เป็นธนาคารที่ช่วยส่งเสริมสิ่งที่เป็นประโยชน์อย่างแท้จริง เช่นการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ การทำ ชลประทานท้องถิ่นขนาดกลางและขนาดเล็ก ดูแลต้นไม้และป่า และการช่วยอนุรักษ์ระบบนิเวศให้ป่าของเรา เช่นการดูแลนกเงือก และเสือโคร่งในประเทศไทย เป็นต้น”

พอรุ่งเช้าปอนด์ส่งคลิปการพูดในที่ประชุมของตนเมื่อวานมาให้ดู ทั้งอิสร์ พนัส ชาติและคนอื่นๆในสำนักงานกรูกันจ้องจอคอมฯที่โต๊ะอิสร์ พอดูจบทุกคนเฮ ปรบมือชื่นชมปอนด์ พนัสถึงกับพูดว่า

“เยี่ยมเลยสะใภ้ของผม ฮ่ะๆๆ อิสร์ คุณโชคดีมากเลยนะที่มีเมียเป็นปอนด์เนี่ย”

แต่ขณะที่ทุกคนกำลังชื่นชมปอนด์นั้น แม่ของคณาก็พรวดเข้ามาถามไปร้องไห้ไปว่า

“มีใครเห็นไอ้ณาบ้าง มันถูกฆ่าไปแล้วแน่ๆ มันเคยพูดว่าสักวันมันต้องตาย ใครก็ได้ช่วยตามไอ้ณากลับมาที”

อิสร์โทรศัพท์ตามหาก็ไม่มีสัญญาณตอบรับเพราะปิดเครื่อง พนัสว่าไปกินเหล้าเมาแล้วนอนบ้านเพื่อนหรือเปล่า แม่บอกว่าคณาไม่เคยเหลวไหล จะไปไหนหรือค้างที่ไหนก็บอกแม่ทุกครั้ง เมื่อวานก็โดนชกหน้าแหกกลับมา ไม่รู้ว่าจะถูกอุ้มฆ่าเผานั่งยางหรือเปล่า ชาติถามว่าคณาไปตามหาปุ้มที่กรุงเทพฯหรือเปล่า ทำให้อิสร์ยิ่งรู้สึกผิด บอกทุกคนว่า “คณามันเป็นแบบนี้ เพราะผมเอง”

ทุกคนช่วยกันตามหาทั้งที่วัด โรงพยาบาล โรงพัก และที่กรุงเทพฯ ทุกแห่งยืนยันว่าไม่มีใครเห็นคณา

ooooooo

ที่แท้คณาหลบไปอยู่ที่กระต๊อบกลางไร่มันสำปะหลัง เขาเปิดเครื่องแล้วโทร.ออกกำโทรศัพท์แน่นอย่างตึงเครียด เขาโทร.หาทัศน์เสนอขอหนึ่งล้านแลกกับไม้สัก ไม้พะยูง กระทั่งหัวเสือ

ทัศน์ถามว่าไม่อนุรักษ์ป่าแล้วหรือ คณาพูดอย่างอัดอั้นเจ็บปวดว่าไหนๆมันก็จะกลายเป็นเขื่อนอยู่แล้ว ยื่นหมูยื่นแมวว่าโอนเงินให้ตนล้านนึงภายในสิบโมงแล้วตนจะบอกพิกัดไม้ใหญ่ทั้งหมดในป่าให้เพราะไม้ใหญ่ในป่ายังมีเยอะ

 ไกรสรเสนอเพิ่มให้อีกหนึ่งล้านแลกกับ “ไอ้อิสระ รัชชพลกุล” บอกว่าถ้าคณาล่ออิสร์ออกมาให้ตนยิงได้จะเพิ่มให้อีกหนึ่งล้านเป็นสองล้าน คณาให้โอนเงินมาเลยเพราะพอไม้ถูกตัดอิสร์ก็จะออกมาปกป้อง ถึงตอนนั้นเขาก็จะได้ทั้งไม้ทั้งชีวิตอิสร์

ไกรสรยื่นหมูยื่นแมวว่าถ้าคณาล่ออิสร์ออกมาให้ตนยิงตายเมื่อไหร่เอาไปเลยอีกล้าน คณาตกลงทันที ไกรสรพูดกับทัศน์ว่า ถ้าคณาไม่ส่งแผนที่ต้นไม้มาจริง มันตายก่อนใคร!

ขณะที่ทุกคนในสำนักงานทับสักร้อนรุ่มใจนั้น คณาก็โทร.หาอิสร์บอกว่ามีเรื่องจำเป็นรีบด่วนขอให้มาพบตนเดี๋ยวนี้ให้ได้ บอกเส้นทางไปครึ่งๆกลางๆ แล้วจะบอกจุดพบกันอีกที


ครู่เดียวปอนด์ก็โทร.มาบอกให้อิสร์เดินทางเข้ากรุงเทพฯวันนี้เพื่อคุยกับผู้บริหารแบงก์ซึ่งนัดยากมาก ถ้าไม่มาวันนี้ก็อาจไม่ได้เจอกันเลย อิสร์บอกว่าคณากำลังแย่ขอให้ไปพบตอนนี้เหมือนกัน

“พี่อิสร์ ผู้บริหารของแบงก์เขาเห็นด้วยกับโครงการเครือข่ายปกป้องช่วยเหลือทับสักที่ปอนด์เสนอไป ยังไงพี่อิสร์ก็ต้องมาหาพวกเขาวันนี้ให้ได้ เรื่องนี้มันใหญ่พอสำหรับพี่อิสร์รึยัง” ปอนด์เริ่มเสียงแข็งจนอิสร์อึ้ง

ไกรสรซ้อมมือยิงมะม่วงจนต้นแตกกระจายไปเป็นพวง ถามว่าเมื่อไหร่อิสร์จะมา คณาเชื่อว่าอิสร์ต้องมาเพราะเขารักและแคร์ตนยิ่งกว่าเมียอีก ทัศน์ให้โทร.ไปเร่งถ้าไม่อยากให้หัวตัวเองกระจุยเหมือนมะม่วง

คณากลัวรีบโทร.หาอิสร์มือสั่น

พนัส ชาติและอิสร์ยืนปรึกษากัน พนัสเสนอให้อิสร์เข้ากรุงเทพฯ ตนกับชาติจะไปพบคณาเอง อิสร์ไม่เห็นด้วยเพราะเป็นห่วงคณา พนัสสั่งเฉียบขาดว่าไม่ได้ ตนไม่ยอมให้เขาไปลุยเดี่ยวถ้าจะไปก็ต้องมีทีมไปด้วยเพื่อความปลอดภัย

อิสร์ฮึดฮัดว่าพนัสไม่เป็นห่วงลูกน้อง พนัสบอกว่าเพราะเป็นห่วงลูกน้องรักลูกน้องซึ่งก็คือตัวเขาเหมือนที่เขารักคณานั่นแหละ บรรยากาศคุกรุ่น ตึงเครียด ก็พอดีปอนด์โทร.มาขอคำตอบจากอิสร์ พออิสร์บอกว่ายังไม่รู้จะไปได้หรือไม่ ปอนด์ก็ตัดบทว่าเขาไม่ต้องมาก็ได้ให้หัวหน้ากับ ดร.ชาติมาแทนก็ได้ สองคนนั้นเขาคงเห็นความสำคัญในเรื่องที่ตนเสนอและพยายามผลักดันมากกว่าเขาที่เห็นคนอื่นสำคัญกว่าแล้ววางสายเลย

ทันทีที่ปอนด์วางสาย คณาก็โทร.เข้ามาเร่ง อิสร์ถามว่าให้หัวหน้ากับชาติไปแทนได้ไหมเพราะตนมีเรื่องจำเป็นเพื่อทับสักของเราต้องไปทำด่วน คณาบอกว่าตนไม่คุยกับหัวหน้าเสนอว่าเราค่อยเจอกันวันอื่นก็ได้

คณาถูกทัศน์บีบคั้นถามว่าป่านนี้แล้วยังไม่เห็นเงาหัวอิสร์และไม่เห็นเงาหัวคณาเหมือนกัน ขู่ว่าท่าจะไม่มี คณาขอร้องเป็นวันอื่นเพราะวันนี้อิสร์มาไม่ได้จริงๆ อ้อนวอน “นายให้โอกาสผมเถอะครับ”

“โอกาสไม่มี มีแต่กระสุน” ไกรสรจ่อปืนใส่คณาทันที คณาเห็นจวนตัวไม่สู้ก็ตายจึงต่อยลูกน้องไกรสรแล้วแย่งปืนยิงไกรสรทันที ดีที่ทัศน์กระชากไกรสร

พ้นทางปืนได้ทัน ไกรสรยกปืนจะยิงคณา ทัศน์ขอร้องว่าอย่ายิงมันเลย หว่านล้อมว่า

“ไอ้อิสร์ไม่มาวันนี้ วันอื่นมันก็ต้องมา วันนี้ดวงมันอาจจะยังไม่ถึงฆาต...แค่หนูสกปรกตัวเดียวไม่มีประโยชน์หรอกครับ นายมีอะไรที่ยิ่งใหญ่มากๆต้องทำอีกเยอะนะครับ อย่ามาเสียจังหวะเพราะอะไรที่ไม่คุ้มเลยครับ”

ไกรสรพยายามสงบสติอารมณ์ ขอโทษที่ตนสติหลุดไปนิด บอกทัศน์ว่า

“แกพูดถูกทัศน์...ยังมีอะไรที่ยิ่งใหญ่ที่ไกรสรต้องทำ...อีกมาก...”

คณาหนีกระเซอะกระเซิงไปหลบที่กระต๊อบเล็กๆสำหรับเก็บเครื่องมือเกษตร เขานอนลงอย่างอ่อนล้ามือกุมชายโครง เลือดยังท่วมหน้า เขายกมือกุมหน้าร้องไห้จนไหล่สะท้านที่ทั้งต้องเจ็บตัวและเจ็บใจ

“ไปไหนก็ไม่ได้แล้วกู...ตายซะดีกว่า” คณามองปืนในมือด้วยสายตาเลื่อนลอย...ปวดร้าว

เย็นแล้วปอนด์มายืนที่หน้าธนาคารชะเง้อชะแง้คอย พอเห็นรถของพนัสเข้ามาก็ดีใจและดีใจสุดๆเมื่อเห็นอิสร์ลงจากรถจะเข้าไปกอดแต่เปลี่ยนเป็นจับแขนแทน แต่อิสร์ดึงปอนด์เข้าไปกอดไม่ลังเลจนปอนด์เขิน

เมื่อเข้าห้องประชุม ปอนด์แนะนำคณะจากอุทยานทับสักที่ทุกคนดูไม่หรูแต่เท่มาก


“ขออนุญาตแนะนำคณะผู้พิทักษ์ป่าจากอุทยานแห่งชาติทับสักนะคะ หัวหน้าพนัส ชาติพิทักษ์ ผู้ช่วยอิสระ รัชชพลกุล และ ดร.ชาติ จงกิจสวัสดิ์”

พวกป่าไม้ยกมือไหว้ พวกบริหารยิ้มแย้มต้อนรับ ปอนด์จึงแนะนำฝ่ายบริหาร จากนั้นท่านกรณ์ ประธาน

กรรมการเสนอว่าอยากไปเห็นชุมชนทับสักด้วยตาตัวเอง เราคงต้องจัดทริปไปกัน

“ยินดีครับ พวกเรายินดีต้อนรับอย่างที่สุด” พนัสเชื้อเชิญ

“ขอโทษครับ...ทุกๆท่าน” กรรชิตเข้ามาพร้อมกับเดินปรี่เข้าจับมือพนัส อิสร์และชาติเขย่าหนักแน่น

ooooooo

“ผมกรรชิต ผู้อำนวยการแผนกสร้างสรรค์ภาพลักษณ์ครับผม ยินดีมากครับที่ได้พบคุณพนัส คุณอิสระและคุณชาติครับ”

กรรชิตปากพูดตาอ่านชื่อที่เสื้อแต่ละคน ยิ้มแย้มเป็นมิตร

“ผมอยากจะพูดสองเรื่องก่อนเลยครับ เรื่องแรกผมต้องขอบคุณคุณปภาพินธ์มาก ที่ช่วยแนะนำเรื่องราวดีๆให้กับธนาคารของเรา อีกเรื่องคือ ผมต้องขอโทษที่ให้ข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนไปในการประชุมบอร์ดครั้งที่แล้ว ผมอยากเพียงแต่จะขอโอกาสอีกครั้งครับผม”

“ยังไงหรือครับคุณกรรชิต” ท่านกรณ์ถาม

“ผมอยากจะมีส่วนในการดูแลโปรเจกต์ใหม่ที่จะสร้างภาพลักษณ์ให้ธนาคารของเราน่าเชื่อถือศรัทธาจากประชาชนว่าเป็นธนาคารที่...” กรรชิตพูดตามคำพูดของปอนด์เมื่อวานเย็นทุกคำ แล้วตบท้ายว่า “ผมรู้สึกมีพาสชั่น คือความปรารถนาอันแรงกล้าระดับคลั่งไคล้ ที่อยากจะทำโปรเจกต์นี้ที่สุดเลยครับ”

ปอนด์กับอิสร์สบตากันยิ้มขำๆกรรชิตแบบ...ทำไปได้ แต่พอกรรชิตมองมาก็ยิ้มชื่นชม กรรชิตยิ้มรับเต็มหน้า

เมื่อไปที่บ้านครูจันทรา ครูชื่นชมปอนด์ว่า “สุดยอดจริงๆศิษย์สะใภ้คนนี้” แล้วพูดกับพนัสว่า “แบบนี้ก็นับว่ารอดไปด่านนึงแล้วนะคะ ภาพของอุทยานทับสักที่เป็นป่าสมบูรณ์สมควรอนุรักษ์ไว้ก็คงจะชัดเจนขึ้นสำหรับคนในวงกว้างมากกว่าเดิม”

“ต้องเฝ้ากันต่อไปครับ ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะมีคนชงขึ้นมาอีกว่าอยากได้เขื่อน...อยากได้เขื่อน”

หลังอาหารแล้ว เก๋กับชาติคุยกันอย่างคนรู้ใจกันมากขึ้น หยอกล้อทุบหยิกจิกตีกันน่าเอ็นดู

เจนกับโอมที่คบกันมานานแต่ก็ไม่มีทีท่าจะแต่งงาน เจนบอกว่าตนยังรักอิสระรักการทำงานอยู่ โอมยอมรับว่าตนกลัว...กลัวว่าแต่งงานพักหนึ่งแล้วเจนจะไปเหมือนแม่ที่ทิ้งพ่อไป

“โอม...เจนไม่ไปไหนหรอกนะ ไม่ว่าจะแต่งงานหรือไม่แต่งงานเจนก็จะไม่ไปไหน ถึงโอมมีคนอื่นแต่เจนก็จะไม่มีใคร เจนจะอยู่ดูแลโอมตลอดไป”

โอมกอดเจนไว้ ขออย่าทิ้งตนไปเหมือนแม่

พนัสเดินดูรูป มีรูปครูจันทราสมัยสาวๆถ่ายเก๋ๆหลายรูป ครูจันทราเดินมาทักคุยกันอย่างผู้ใหญ่

พนัสชมครูจันทราที่พวกเด็กๆใกล้ชิดสนิทสนม ผิดกับตนเป็นคนที่ลูกน้องไม่ค่อยชอบไม่ค่อยมีใครมาคุยด้วย อิสร์นี่ตัวดีเลย บอกอะไรเขาก็ปฏิเสธไม่เชื่อ เขาดื้อ เชื่อมั่นตัวเองสูงเหมือนตน

ครูจันทราบอกว่าหัวหน้าก็รู้ปัญหา คนเราถ้ารู้สึกดีๆกับใครก็ต้องบอก ต้องแสดงออก ให้กำลังใจเขา แต่ “ถ้าหัวหน้าเป็นคนปากหนัก อะไรที่ควรง่ายมันก็จะยาก บอกด้วยการกระทำ ยังไงบางทีคนเราก็ไม่สังเกตเห็นนะคะ ยิ่งคนมีอคติ ก็อาจจะเห็นเป็นตรงข้ามไป แค่พูดออกมาตรงๆง่ายๆเท่านั้นเอง ง่ายกว่าตั้งเยอะนะคะ”


พนัสรำพึงว่าชีวิตตนที่มันยากแบบนี้ก็คงเป็นเพราะเรื่องนี้ แต่กับบางคน...มันก็สายไปแล้ว

“ก็...ทำชีวิตที่เหลือให้ดีนะคะ อดีตผ่านไปแล้วก็ช่างมัน มันเอาคืนไม่ได้แล้ว” พูดแล้วครูจันทราก็ขำตัวเองว่า “ฉันนี่ก็ติดนิสัยครูเผลอไปสอนหัวหน้าเข้า ขอโทษที”

“ดีออกครับ ผมก็ต้องการให้มีคนมาสอนเหมือนกัน ชอบนึกว่าตัวเองทำดีพอแล้ว แต่เปล่าเลย”

ทั้งสองคุยกันอย่างผู้ใหญ่ที่มีบทเรียน ประสบการณ์ในการทำงาน

ฝ่ายอิสร์เดินคลอเคลียมากับปอนด์ เขาเอ่ยอย่างชื่นชมจริงใจว่า

“ขอบคุณปอนด์มาก...ขอบคุณที่สุด ที่มาเป็นเมียพี่ ไม่คิดเลยว่าจะได้มีเมียที่เหมือนมีวิญญาณเดียวกันขนาดนี้”

“ก็...ผัวทำอะไรเราก็ต้องทำด้วย...ถ้าปอนด์จะเป็นแบบให้พี่อิสร์เลือกว่าจะรักป่าหรือรักฉัน มันก็คงไปต่อกันไม่ได้ ปอนด์ก็ต้อง เออ...ก็ได้วะ แกรักป่าฉันก็จะรักป่าให้มากกว่าแกอีก...อะไรแบบนี้” อิสร์ชมว่าปอนด์คือฮีโร่ของตนจริงๆ “ไม่เลยค่ะ ปอนด์ก็คือคนธรรมดา สิ่งที่ปอนด์พยายามทำก็ทำในฐานะคนธรรมดา พยายามทำเพื่อพี่อิสร์และทุกอย่างที่พี่อิสร์รักเท่านี้เอง ปอนด์เป็นคนที่รักผัวมากคนนึงของโลก ขอให้พี่อิสร์รู้ไว้”

“รู้แล้วจ้ะ พี่รักปอนด์ที่สุดเลย”

สองคนกอดกันแน่นเป็นทั้งเพื่อน เป็นทั้งน้อง และคู่ชีวิตที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันเสมอ

ooooooo

เช้ามืดวันนี้คณาแอบไปหาแม่ถึงในมุ้งเอาเงินให้ปึกใหญ่บอกให้เอาไปใช้หนี้ที่เหลือเก็บไว้ให้แนนเข้าธนาคารไว้ บอกแม่ว่ารีบจัดการแต่เช้าก่อนที่ทุกอย่าง

จะสายแล้วลาแม่บอกว่าถ้าไม่ตายค่อยเจอกันใหม่

เพียงสายวันนี้แม่ก็เอาเงินไปใช้หนี้หมดแล้วเอาที่เหลือไปฝากธนาคาร โชคร้ายเจอทัศน์ถามว่ามาทำอะไรและคณาหายไปไหน แม่อึกอัก มันจับแม่กับแนนไปเพื่อบีบคณา โชคดีที่ออด บรรจงกับเจิมนั่งกินกาแฟอยู่เห็นจึงช่วยแม่กับแนนไว้ได้

พนัสให้ปุ้มกลับมาเปิดร้านอาหารในที่ทำการอุทยานเพื่อขายนักท่องเที่ยว ปอนด์จะช่วยโฆษณาให้นักท่องเที่ยวมามากๆปุ้มจะได้ขายดี สั่งห้ามปุ้มออกไปไหนเชื่อว่าพวกไกรสรไม่กล้าเข้ามาทำอะไรปุ้มที่นี่

อิสร์ถามแม่กับแนนว่าตอนนี้คณาอยู่ไหน แม่อึกอักบอกว่าเมื่อเช้าคณาเอาเงินมาให้หลายแสนให้เอาไปใช้หนี้แล้วก็ไป อิสร์ฉุกคิดทันทีว่าคณารับเงินจากพวกนั้น ส่วนพนัสเข้าใจทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น

อิสร์พยายามโทร.หาคณา ทีแรกไม่มีสัญญาณ แต่พอโทร.ติดคณาก็ไม่รับสาย ปุ้มจึงอาสาโทร.ล่อให้ พอคณารับสายก็อัดเสียงคุยกันไว้

คณาอำพรางตัวอยู่ในรถตู้ พอรับสายปุ้มจะให้คุยกับอิสร์ อิสร์ถามว่าตอนนี้อยู่ไหน มีอะไรให้กลับมาคุยกัน คณาจึงรับสารภาพว่า

“ผมกลับไปไม่ได้อีกแล้ว ผมทรยศพี่ ผมทำเองทุกอย่าง ผมเป็นสายให้ไอ้ไกรสรมัน พี่...ผมผิดไปแล้ว”

คณาสารภาพทุกอย่างที่ทำไป ทั้งคอยแจ้งข่าวให้พวกไกรสร ปีนบ้านเขาเพื่อหาแฟลชไดรฟ์ จนกระทั่งเขาถูกรถชนจึงได้แฟลชไดรฟ์ไปให้มัน สารภาพว่าตนชั่วขนาดจะล่อเขาไปให้พวกมันฆ่าเมื่อวานด้วยซ้ำ

“คณา...ทำไม...” อิสร์ช็อกพูดไม่ออก


“ผมมันเห็นแก่เงิน ไอ้ไกรสรมันรู้ว่าผมกำลังจะถูกยึดบ้าน มันรู้ว่าผมไม่มีเงิน มันเอาเงินมาให้ ผมไม่มีทางเลือก พี่ไม่รู้หรอกว่าคนเราเวลามันไม่มีจะกินน่ะมันเป็นยังไง มันทำได้ทุกอย่างแหละ” แต่คณาก็ยอมรับว่าตนอิจฉาอิสร์ทุกเรื่องโดยเฉพาะเรื่องปุ้ม สารภาพผิดแล้วคณาฝากแม่กับอิสร์ก่อนเอ่ยลา แม่แย่งโทรศัพท์ไปร้องไห้อ้อนวอนคณาอย่าทิ้งแม่ไป

“แม่...ผมขอโทษ เราคงไม่ได้เจอกันสักพักนะแม่ พักใหญ่ๆเลย แม่ดูแลตัวเองด้วยนะ”

คณาตัดสายทันที แม่ร้องไห้โฮ อิสร์อึ้งพูดอะไรไม่ออกลุกเดินไป ปอนด์จะตามแต่พนัสส่งสายตาทำนองว่าปล่อยเขาไปก่อน แล้วตัวเองก็หยิบโทรศัพท์ของปุ้มเดินไปเปิดฟังที่ห้อง

ooooooo

อิสร์ผิดหวังเสียใจมากที่คณาคนที่ตนรักเหมือนน้องและคอยช่วยเหลือตลอดมากลับเป็นคนทรยศตนและขายความลับของราชการ รู้สึกผิดที่ตัวเองระแวงและเข้าใจพนัสผิดมาตลอด

เมื่อกลับไปผ่านบ้านพนัสเห็นไฟยังเปิดอยู่ อิสร์เข้าไปหาเขาเจ็บปวดจนพูดไม่ออก พนัสจึงลุกมาปลอบ

“ไม่เป็นไรนะอิสร์ ช่างมัน อะไรที่แล้วก็ให้มันแล้วไป เอาใหม่...เอาใหม่...อดทนนะอิสร์ ไม่มีอะไรดีกว่าความอดทน ต้องทนให้ได้ เป็นลูกผู้ชาย เจ็บใจ เสียใจ ผิดหวัง ยังไงก็ต้องทน”

“หัวหน้าครับ...ผมขอโทษ ทุกอย่างที่ผมคิดว่าหัวหน้าเป็นคนทำ แต่ที่จริงมันคือคณาทั้งหมด”

อิสร์น้ำตาไหลจะก้มกราบขอโทษ พนัสรีบดึงไว้บอกว่าตนอภัยแล้ว เข้าใจแล้ว แต่ทีหลังพูดอะไรให้ฟังกันบ้าง บอกอิสร์ให้กลับบ้านเสียปอนด์รออยู่ แต่ตัวเองกลับไปทำเอกสารต่อ

ไกรสรเตรียมแผนการหาเสียงเลือกตั้ง วันนี้ไปเชิญกรรชิตเข้าร้านอาหารหรูขอชื่อเป็นกรรมการเพื่อ เป็นเกียรติในงานทอดผ้าป่าสามัคคีที่ทับสักเดือนหน้า

ไกรสรช็อก แค้น เมื่อกรรชิตบอกว่าทางธนาคารสรุปออกมาแล้วว่าเราไม่มีโปรเจกต์ที่จะสนับสนุนการสร้างเขื่อนทับสัก เมื่อทางบอร์ดฟันธงลงมาอย่างนี้

ตนก็ทำอะไรไม่ได้ แล้วทำทีมีโทรศัพท์เข้าขอตัวลุกไป

ปอนด์ไปที่ทำการอุทยานเพื่อเตรียมการมาทับสักของท่านประธานและกรรมการบริหารของธนาคาร

เมื่อปอนด์จะกลับ พนัสจึงให้อิสร์ซึ่งเครียดเรื่องคณามากไปส่งปอนด์และพักผ่อนไปด้วย

เมื่อกลับถึงบ้าน ปอนด์หุงข้าวจะทำข้าวผัดสเปนให้กิน

ขณะนั้นเองโอมกับเจนมาที่บ้านบอกว่าตนสองคนคบและอยู่กันมามีความสุขดี แต่ตอนนี้อยากอัปเลเวลความสุขขึ้นไปอีกด้วยการแต่งงาน ปอนด์ดีใจด้วย อิสร์ อาร์มและปิ๊กเข้าไปกอดโอมด้วยความดีใจ

ooooooo

คณาหลบภัยจากพวกไกรสรด้วยการสมัครเป็นลูกเรือประมง ก่อนออกไปกับเรือเขาตัดสินใจส่งไลน์พิกัดต้นสักกับต้นพะยูงไปให้อิสร์ หวังว่าอย่างน้อยเขาอาจแก้ไขได้ทัน รักษาป่าของเราไว้ให้รอดปลอดภัย

อิสร์อ่านใจคณาออก เขาบอกปอนด์ว่าอยู่กินข้าวผัดสเปนกับปอนด์ไม่ได้แล้ว ต้องรีบกลับไปบอกหัวหน้าเดี๋ยวนี้ ระหว่างจัดของอิสร์เจอตะกรุดที่แม่ให้ที่หายไปนาน เขาดีใจมาก ตะกรุดมีสายเป็นเชือก ตัวตะกรุดเป็นโลหะแต่มีพลาสติกหุ้ม อิสร์แกะกล่องออกเห็นจดหมายฉบับน้อยพับอยู่ในนั้น อิสร์คลี่อ่าน เป็นลายมือเขียนไว้อย่างสวยงามว่า


“ตะกรุดลงอาคม มีอันเดียว ให้อิสร์ไว้คุ้มครองตัวเอง รัก จากแม่”

อิสร์ยกตะกรุดขึ้นพนมมือจบเหนือหัวแล้วสวมคอไว้ ปอนด์ทักว่าปกติเขาไม่พกพวกเครื่องรางของขลังสร้อยพระยังไม่สวมเลย อิสร์บอกว่าตนแพ้โลหะ แต่นี่เป็นเชือกแล้วก็มีพลาสติกหุ้มคงไม่เป็นไรหรอก

อิสร์กลับไปถึงกลางดึกก็ไปหาพนัสเลยเล่าอย่างตึงเครียดว่า ตนรู้แล้วว่าคณาขายอะไรให้ไกรสร

พนัสกับอิสร์ดูแผนที่อุทยานที่มีจุดแดงแทนต้นพะยูง จุดเหลืองแทนต้นสัก พนัสเสนอว่าเราต้องลาดตระเวนให้หนักกว่าเดิม แบ่งเวรยามใหม่ประสานกับงานสนธิกำลังทหารมาช่วย อิสร์ขอแรงทุกคนถ้าใครคิดว่าไม่พร้อมบอกก่อนเลยจะได้หาคนมาเพิ่ม ชาติเสนอเป็นคนแรกว่าตนร่วมด้วย ให้ไปไหนกับใครยังไงก็ได้

 ทัศน์บอกไกรสรว่าเราโดนจับไปหลายเที่ยวแล้ว ขาดทุนไปตั้งเท่าไหร่ คราวนี้จะเอาให้คุ้ม ขอให้เจ๊ชบาหลับตาจิ้มมาเลยว่าจะเอาที่ไหนก่อน ปรากฏว่าเจ๊จิ้มได้ที่ “ลาดนกเต้น” ไกรสรตื่นเต้นมากเพราะตรงนั้นเต็มไปด้วยจุดแดงคือไม้พะยูง เจ๊ชบาบอกไกรสรว่ากำลังของเรากับพวกนั้นต่างกันมาก คนไทยไม่พอก็เอาคนนอกเข้ามาเสริม

ฝ่ายพวกอุทยานก็ขอกำลังจากทหารมาช่วย พวกพรานทั้งพรานไผ่ พรานปืน พรานจอม ล้วนเป็นพรานในตำนานก็มาช่วยกันพิทักษ์ป่าเพราะตระหนักว่าทุกวันนี้พวกเราอยู่ได้เพราะมีป่าให้อาศัย ใครคิดจะทำลายก็ต้องเจอกันหน่อย

อิสร์ เจิม พัฒน์ พรานไผ่และทหารสองคนลาดตระเวนมาถึงลาดนกเต้น พวกไกรสรเห็นจึงซุ่มรอจนพวกอิสร์ผ่านไปจึงค่อยโผล่ออกมาเผ่นกลับไปรายงานทัศน์ว่าพวกนั้นกระจายกำลังอยู่ตามจุดสำคัญหมด ทัศน์เสนอไกรสรให้เลื่อนออกไปก่อน ไกรสรบอกว่าตนมีแผนฮอต สั่งทัศน์ให้ไปเอาคนมาอีกแล้วจะบอกให้ทำอะไร

พวกอิสร์หยุดพักผูกเปลนอน อิสร์ได้รับโทรศัพท์จากปอนด์ถามว่าอยู่ที่ไหน อิสร์บอกว่าอยู่ทับดวงเดือน ปอนด์ให้กำลังใจและร้องเพลงกล่อม ทั้งสองร้องเพลงไปด้วยกันทั้งร้องเพลงและร้องไห้อย่างมีอารมณ์ร่วม ส่วนพนัสก็ตื่นเต้นดีใจมากเมื่อแก้วกับขวัญก็โทร.มาชวนเล่นเกมกัน

ส่วนทางด้านกลุ่มบรรจง บุ้งกับออดเดินยาม ทหารสองคน ลุงจอมและบรรจงหลับอยู่ ทั้งหมดถูกจู่โจมทำร้ายแล้วจับมัดมือมัดเท้ามัดปากจนกระดิกไม่ได้

เช้าวันรุ่งขึ้นพนัสได้รับโทรศัพท์แจ้งว่าไฟไหม้ป่าที่แก่งกวางทองใกล้จุดที่อิสร์อยู่ พนัสรีบแจ้งหน่วยควบคุมไฟป่า ลุงปืนกับลุงไผ่ช่วยกันตัดทางไฟ ลุงไผ่บอกว่าเหมือนคนเอาน้ำมันมาราด

แต่พอดับไฟได้จุดหนึ่งก็ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีไฟไหม้อีกประมาณสิบจุดพร้อมกันแต่ยังไม่ทราบพิกัดแน่นอน เมื่อเกิดไฟป่าพร้อมกันเป็นสิบจุด พนัสจึงโทร.ขอความช่วยเหลือจากอคินให้เอาเครื่องบินบรรทุกกระเช้าน้ำมาช่วยดับไฟ

อคินขึ้นเครื่องไปด้วยตัวเองเห็นไฟป่าที่ลุกลามแล้วเขาบอกอิสร์ว่ามันเป็นฝีมือมนุษย์จุดเพื่ออะไรบางอย่างไม่ใช่ไฟธรรมดาแน่ เหมือนจุดเพื่อดึงความสนใจหรือจะป่วนอะไรมากกว่า ถามอิสร์ว่าพวกเขากำลังทำอะไรอยู่หรือเปล่า

เมื่อดับไฟป่าได้แล้วก็มีชาวบ้านแจ้งมาว่าไฟไหม้บ้านให้ไปช่วยด่วน

อิสร์เอะใจว่าพวกบรรจงหายไปไหน จึงตามไปดูพบทุกคนถูกทำร้ายและจับมัดมือเท้าปากแน่นหนา คนที่อาการหนักกว่าเพื่อนคือบุ้ง

ขณะที่พวกเจ้าหน้าที่ถูกปั่นจนป่วนง่วนอยู่กับการดับไฟนั้น ไกรสรก็เร่งให้คนของตนทำทุกอย่างที่นี่ให้เสร็จวันนี้ พรุ่งนี้จะได้ไปสนุกกันจุดอื่นต่อ

หลังจากปอนด์คุยและร้องเพลงกล่อมอิสร์แล้ว รุ่งขึ้นตื่นมาเห็นเจ้าบ๊อบบี้คาบตุ๊กตาหมีมากัดฟัดเหวี่ยงจนเละเทะ ปอนด์ตกใจเกิดลางสังหรณ์เป็นห่วงอิสร์จึงรีบขึ้นรถตู้ไปที่ทับสักทันที

ไปถึงที่ทำการทับสักไม่มีใครอยู่เลย มีเจ้าหน้าที่บางส่วนกลับมาจึงรู้ว่าพวกเขาไปช่วยชาวบ้านดับไฟแต่ผู้ช่วยอิสร์กลับเข้าป่าไปไม่ทราบว่าไปที่ไหน ไปทำอะไร

อิสร์ย้อนกลับถามพวกน้าๆว่าคิดว่าพวกมันจะอยู่แถวนี้ไหม พอออดบอกว่าลงเนินไปทางใต้เดินไปครึ่งชั่วโมงตรงนั้นมีไม้พะยูงสองต้น พวกมันน่าจะ...ออดพูดไม่ทันจบอิสร์ก็พุ่งไปทันที บรรจงบอกตนไปด้วย...

อิสร์ไปไม่นานก็ได้ยินเสียงเลื่อยยนต์พอใกล้เข้าไปก็เห็นไกรสรยืนบัญชาการตัดไม้อยู่ อิสร์บอกทหารว่าตนจะล่อให้มันยิงก่อนค่อยถล่มพวกมัน เพราะถ้าเรายิงก่อนจะเป็นการทำเกินกว่าเหตุ

แล้วอิสร์ก็กระโดดออกไปตะโกนให้ไกรสรสั่งลูกน้องให้วางอาวุธพวกเจ้าหน้าที่ล้อมไว้หมดแล้ว แต่ไกรสรยิงทันที พวกพนัสตามมาได้ยินเสียงปืน พัฒน์บอกว่าเสียงปืนจากที่ต่ำให้ลงไปอีก

ปอนด์ตามทหารไป แต่ครู่เดียวทหารก็บอกให้เธอกลับเพราะอันตรายมาก ปอนด์ทำเป็นยอมกลับแต่แอบตามไปจนได้

เมื่อไกรสรเป็นคนลั่นกระสุนก่อน ทหารและพวกอิสร์จึงระดมยิงทันทีลูกน้องไกรสรถูกยิงที่ขาคนหนึ่งมือคนหนึ่ง ทัศน์บอกไกรสรว่าทหารส่งกำลังมาเพิ่ม ถ้านายถูกจับทุกอย่างจบเห่ ไกรสรจึงยอมถอย

ทหารบอกอิสร์ว่าปืนเราสู้พวกมันไม่ไหวเราควรเอาตัวพวกคนงานตัดไม้ที่โดนยิงไปก่อนเดี๋ยวพวกมันจะหนีไปกันหมด ตนจะบอกพวกที่ตามมาสมทบให้ไปตีวงดักไอ้ตัวหัวหน้ามันเอง อิสร์มองกองไม้พึมพำ

“ทำไมพวกมันทำงานกันเร็วขนาดนี้!!”

อิสร์รอครู่เดียวก็บอกว่ารอไม่ไหวแล้วให้ทหารสองคนอยู่เฝ้าพวกนี้ตนจะตามรอยพวกมันไปไม่ให้หลุดเท่านั้นไม่ทำอะไร แล้วออกไปเลย ระหว่างทางพบร่องรอยพวกนั้นอิสร์ตามไปไม่ลดละ

พวกไกรสรหนีไปไม่นานก็เจอพวกที่ตามมาสมทบ ไกรสรสั่งให้รีบไปเอาไม้ออกเพราะพวกนั้นคงมัวแต่พาแรงงานต่างด้าวสองคนส่งตำรวจอยู่ อิสร์แอบฟังแต่ทำอะไรไม่ได้เพราะมือถือแบตหมด

แล้วอิสร์ก็เผยตัวออกไปเผชิญหน้าไกรสร

เมื่อเห็นเขาเลี่ยงไปฉี่ อิสร์กระโดดชกแล้วแย่งปืนไกรสรมาได้ แต่อิสร์ก็ถูกทัศน์ยิงที่ขาทรุดลง อิสร์ยิงซ้ำที่อกทัศน์ล้มลง แต่ไม่เป็นอะไรเพราะใส่เสื้อเกราะ ทัศน์เล็งจะยิงอิสร์แต่มีกระสุนจากที่อื่นพุ่งเข้ามาโดนข้อมือทัศน์แตกปืนกระเด็น

ที่แท้หัวหน้าพนัสตามมาทัน ขณะกำลังจะเข้าไปจับตัวก็ถูกลูกน้องไกรสรที่ตามมายิงสกัดและชิงตัวไกรสรไปและประคองทัศน์หนีไป มันยิงสกัดจนพวกป่าไม้ต้องถอย ชาติถูกยิงเฉี่ยวที่แขนล้มลง แต่สมุนของไกรสรที่มาช่วยก็ถูกทหารอีกสิบคนที่ตามมายิงถล่มมันจึงรีบถอย

“อย่าให้ไอ้ไกรสรหนีไปได้” อิสร์บอกพนัส พนัสกับเจิมและสองลุงจึงวิ่งไปดัก อิสร์ก็ทั้งคลานทั้งกลิ้งทำทุกอย่างเพื่อจะตามไกรสรไปให้ได้

อิสร์ตามไปแต่ถูกสมุนไกรสรที่ตามมาสมทบขว้างระเบิดใส่หลายลูกติดๆกัน อิสร์กับทหารกระเด็นไปคนละทาง ต้นไม้โค่นหักขาดกระเด็นดินฟุ้งกระจายควันตลบ แต่พวกพนัสทุกคนปลอดภัยทุกคนถามหาอิสร์

เมื่อไม่เห็นจึงเดินย้อนกลับไปเจออิสร์นอนนิ่งอยู่หน้ามีบาดแผลหัวแตกสะเก็ดระเบิดบาดแขน กลางอกตะกรุดฉีกห้อยร่องแร่ง พนัสช็อกประคองอิสร์ขึ้นมา อิสร์ขยับปากเรียก หัวหน้า...แต่ไม่มีเสียง ทหารเรียกฮอมารับด่วน พอดีปอนด์วิ่งเข้ามาร้องไห้ถามหาอิสร์เห็นพนัสประคองอยู่ก็ถลาเข้าไปร้องเรียกอิสร์ไม่ขาดปาก

พอดีฮอมารับอิสร์ไป ปอนด์จับมืออิสร์ตามไป

ooooooo

เมื่อถึงโรงพยาบาลเข้าห้องผ่าตัด อิสร์ยังสลบอยู่รอบตัวมีอุปกรณ์ช่วยชีวิตเต็มไปหมด ปอนด์ได้รับอนุญาตให้เฝ้าอิสร์ในห้องได้คนเดียว ปอนด์นั่งมองอิสร์ด้วยสีหน้าสงบ เข้มแข็ง เชื่อมั่นศรัทธาเขามาก

โอม อาร์ม กับปิ๊กเฝ้าอยู่หน้าห้องตลอดเวลา อาร์มถามโอมว่าพ่อจะมาไหม โอมบอกว่ามาได้วันจันทร์หน้า ส่วนแม่ไม่รู้จะมาได้หรือไม่แต่อาจส่งของมาให้ ไม่นานครูจันทรากับป้านิดก็มาถึง ทุกคนมองหน้ากันเงียบๆ แต่พยายามให้ความหวังและกำลังใจกัน ทั้งที่เห็นสภาพของอิสร์แล้ว...หนักใจมาก

ปอนด์ออกมาสวัสดีทักทายเพื่อนๆของอิสร์พูดให้กำลังใจทุกคนอย่างเข้มแข็ง

วันต่อมาหมอออกมาแถลงข่าว “สรุปว่า...อาการของเจ้าหน้าที่จากอุทยานแห่งชาติทับสัก นายอิสระ รัชชพลกุล เวลานี้ยังไม่พ้นขีดอันตราย...แต่ขอยืนยันว่าทางเราจะพยายามทุกอย่างอย่างรอบคอบและดีที่สุด”

นักข่าวหันมาถามพนัสว่าอยากจะบอกอะไรกับสังคมบ้าง

“อยากจะบอกว่า นอกจากอิสระ รัชชพลกุล แล้ว ยังมีเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทับสักที่ถูกทำร้ายบาดเจ็บจากเหตุการณ์ครั้งนี้อีกสามนาย คือนายบรรจง จงใจ นายออด ศรีสะอาด และนายไหมฟ้า ศรีดอยคำ ซึ่งก็อยู่ในขั้นสาหัสเช่นกัน”

พนัสยังเล่าว่ามีการจงใจเผาป่าถึง 7 จุด บางจุดลามไปไหม้บ้านชาวบ้านด้วย อาวุธที่ใช้ก็เป็นอาวุธสงครามรวมทั้งระเบิดร้ายแรงที่ทำอันตรายนายอิสระด้วย นอกจากนี้พนัสรายงานถึงการตัดไม้และเตรียมลำเลียงออกจากพื้นที่ว่า คนงานที่เราจับได้เป็นชาวต่างชาติทั้งหมด ส่วนมือปืนคนไทยที่ถูกยิงบาดเจ็บเราจับได้ปลอดภัยดีและกำลังสอบสวนขยายผลต่อไป

พนัสบอกว่าทั้งหมดนี้ทำเป็นขบวนการ เป็นกลุ่มที่มีอิทธิพลมีอำนาจเงินมหาศาลแต่ไม่เคยสาวไปถึง บอกทุกคนว่าเราจะต้องร่วมมือกันเอาผิดกับคนร้ายให้ได้ ช่วยกันรักษาทรัพยากรป่าไม้ของเรา เรียกร้องว่า

“ขอให้มาช่วยกันครับ ช่วยเรารักษาผืนป่าที่ยังสมบูรณ์และสวยงามที่มีระบบนิเวศวิทยาสมดุลดีงามนี้อย่าให้ใครมาทำลายได้ครับ ขอบคุณครับ”

พ่ออิสร์ไม่ทันมาแต่แม่อิสร์มาก่อน มาเจอปอนด์ก็ทักทายเหมือนรู้จัก พอปอนด์รู้ว่าเป็นแม่อิสร์ก็ดีใจจนร้องไห้ แม่อิสร์บอกว่าตนติดตามและรู้ข่าวคราวของอิสร์ตลอดมาเพราะโทร.คุยกับโอมและอาร์มตลอด แต่ไม่ได้คุยกับอิสร์เพราะโทร.มาทีไรเขาก็ไม่คุยด้วย

เมื่อแม่เข้าไปเยี่ยมอิสร์ ทั้งแม่และอิสร์ต่างดีใจตื้นตัน อิสร์ยอมรับว่าที่เขาไม่คุยกับแม่เพราะไม่รู้จะพูดอะไร ส่วนแม่ก็ชี้แจงให้ฟังว่าที่แม่ไม่ได้มาเยี่ยมลูกเลยเพราะน้องอิสร์ที่เกิดกับสามีใหม่เป็นเด็กพิเศษเขาต้องการให้แม่ดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา ที่แม่มาก็ฝากเขาไว้กับคนอื่นแม่ก็ไม่ค่อยสบายใจต้องรีบกลับไป

อิสร์บอกให้แม่กลับไปดูแลน้องเถิด ตนหายแล้วจะชวนกันไปเยี่ยมแม่เอง แม่ลูกยิ้มอย่างเข้าใจกัน

ooooooo

ทัศน์ถูกตำรวจจับเรื่องตัดไม้ทำลายป่า เขายอมรับว่าตนทำคนเดียวไกรสรไม่เกี่ยว ไกรสรดูทีวีเห็นทัศน์รับผิดคนเดียวและปกป้องตนก็โล่งใจว่าปลอดภัยแล้ว

คณากลับจากทะเลเห็นไกรสรให้สัมภาษณ์ปฏิเสธว่าตนไม่เกี่ยวกับเรื่องตัดไม้ทำลายป่า ด่าทัศน์ว่าตนเลี้ยงดูมาตลอดไม่คิดว่าจะเป็นคนเลวอย่างนี้ คณาไม่พอใจเข้าร้านเกมตั้งสติพิมพ์เปิดโปงไกรสรที่จะได้เป็นผู้แทนอย่างหมดเปลือก ว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการตัดไม้ทำลายป่าครั้งนี้ และที่ทัศน์ยอมรับผิดแต่เพียงผู้เดียวนั้นเป็นการโกหกทั้งสิ้น

เฮียเจ้าของร้านกาแฟที่มีรูปหาเสียงของไกรสรติดอยู่ ลุกขึ้นฉีกรูปทิ้งอย่างโกรธแค้น

สามเดือนต่อมาเมื่อมีการเลือกตั้งไกรสรแพ้ไม่เป็นท่า เขาแค้นมากหันกลับไปเล่นยาจนถูกเจ๊ชบาด่า

ส่วนกรรชิตก็ถูกเปลี่ยนหน้าที่ไปแผนกอื่นและให้ปอนด์มาทำหน้าที่แทน เขาอึ้ง ไม่พอใจแต่พูดไม่ออก

วันนี้ดวงตากับต้อมสามีใหม่มาบอกข่าวดีพนัสว่า แก้ว-ขวัญ ได้รับเลือกเป็นนักกีฬารักบี้ตัวจริงรุ่นเล็กและสิ้นเดือนนี้จะไปแข่งที่สิงคโปร์ ต้อมบอกว่าตนกับดวงตาจะไปเชียร์และถ่ายคลิปมาให้ดูด้วย พนัสขอบคุณที่มาส่งข่าวและฝากลูกตนด้วย ต้อมยินดีขอให้พนัสให้กำลังใจลูกๆ ตนกับดวงตาจะดูแลเด็กๆไปจนโตด้วยกัน

แต่แล้วก็มีเหตุร้ายเกิดขึ้น ขณะที่พนัสสอนพวกเด็กๆทำไร่นาสวนผสม และเด็กกำลังเรียนกันอย่างสนุกนั้น ไกรสรในสภาพเมายาก็ขี่มอเตอร์ไซค์ไปยิงกลางอกพนัสล้มลงแล้วหนีไป

อิสร์กับปอนด์กำลังไปที่ไร่พอดี เด็กๆตกใจร้องไห้ไม่รู้จะทำอย่างไร พออิสร์ไปถึงรีบเข้าไปหาพนัสถามว่าใครยิงหัวหน้า พนัสในสภาพสาหัสเลือดท่วมตัวแต่ยังห่วงใยป่าและชาวบ้าน ฝากอิสร์เหมือนเป็นคำสั่งเสียว่า

“ฝากชาวบ้านรอบๆทับสัก ช่วยให้เขาทำสำเร็จ คนกับป่าต้องอยู่กันได้อย่างเป็นมิตร พึ่งพาอาศัยกัน ให้คนในชุมชนมีความรู้สึกเป็นเจ้าของป่า ให้ชาวบ้านรักป่ามากกว่าพวกเราให้ได้...สิ่งสำคัญคือความรู้ ให้ความรู้ชาวบ้าน ถ้าเขามีความรู้ เขาจะไม่ทำอย่างที่เขาทำ เพราะเขาไม่รู้ ไม่รู้ว่าทั้งหมดนี้มันเกี่ยวกับเขา ครอบครัวเขา ลูกหลานเขา ตัวเขาเอง ไม่ได้อนุรักษ์ป่าเอาไว้บูชาเท่ๆ แต่อนุรักษ์ป่า...เพื่อให้พวกเขารอด”

พูดจบพนัสก็หลับตาสนิท สีหน้าสงบ มือที่จับมืออิสร์ตกลง อิสร์ร้องไห้เหมือนเด็กๆแต่พอนึกอะไรได้เขาก็ลุกเดินไปในสภาพเลือดพนัสเปื้อนตัว ปอนด์ตกใจวิ่งตามถามว่า

“พี่อิสร์...พี่อิสร์จะไปไหน”

อิสร์ตรงไปที่รถพนัส หยิบปืนและหมวกกันน็อก บอก...

“หัวหน้า ยืมปืนหน่อยนะ...ยืมหมวกกันน็อกยืมรถด้วยนะ หัวหน้ายังอยู่แถวนี้ใช่ไหม ถ้าอยู่ก็มาด้วยกัน” แล้วขี่รถพนัสออกไป ปอนด์ตกตะลึงตะโกนสุดเสียง

“พี่อิสร์ พี่อิสร์...”

ooooooo

อิสร์ขี่รถตามรอยรถของไกรสรขึ้นไป เมื่อเผชิญหน้ากันต่างท้าดวลกันอย่างลูกผู้ชาย แต่ไกรสรใส่เสื้อเกราะจึงไม่ระคายผิว

แต่ไกรสรก็หนีกรรมไม่พ้น เมื่อเขาตกไปในกับดักที่สั่งลูกน้องทำดักเสือ จะขึ้นก็ไม่ได้ อิสร์จะยิงแต่นึกได้

“เฮ้อ...มึงตายไปหัวหน้ากูก็ไม่กลับมา”

ทันใดนั้นมีเสียงเสือคำราม แล้วแม่เสือก็กระโจนข้ามอิสร์ไปตะปบหัวไกรสรจนหนังหัวเปิดแล้วกินหน้าไกรสรทันที ลูกเสือสองตัววิ่งมาดู ส่วนอิสร์ช็อกกับภาพสยองนั้น

เมื่อจัดงานศพพนัสแล้ว ทั้งคนในสำนักงานและผู้สนิทคุ้นเคย โดยเฉพาะลูกแฝดสองคนมาโปรยอังคารที่ยอดเขาสูง แก้วเอ่ยขณะโปรยอังคารพ่อว่า

“พ่อครับ พ่อรักที่นี่มากที่สุด รักมากจนยอมเสียทุกอย่างในชีวิตตัวเองไป...” ขวัญกล่าวต่อว่า “แล้วสุดท้ายก็เสียแม้แต่ชีวิตตัวเอง เพื่อทำทุกอย่างที่จะรักษาทับสักไว้ให้ดีที่สุด”

“หัวหน้าครับ” อิสร์เอ่ย “ขอให้หัวหน้ามีความสุขเบิกบานสบายร่มเย็น ขอให้หัวหน้าได้อยู่ที่นี่ ในอุทยานแห่งชาติทับสัก อยู่ดูแลคุ้มครองป่าที่หัวหน้ารักตลอดไปนะครับ”

สุดท้ายดวงตาพยายามเข้มแข็ง เหมือนพูดกับพนัสว่า

“พนัส...เห็นไหมล่ะว่าฉันคิดถูกที่ไปจากคุณนานแล้ว ไม่อย่างนั้นตอนนี้ฉันคงทนไม่ได้ ทนไม่ได้...”

ดวงตาร้องไห้โฮออกมาจนต้อมต้องดึงไปกอดปลอบ

อังคารของพนัสถูกโปรยปลิวไปตามป่าเขา หุบเหว และสายน้ำของทับสัก ทุกคนมองอังคารที่ล่องลอยไปเงียบๆ ต่างคิดไปตามความรู้สึกของตัวเอง

ooooooo

ต่อมา ทับสักเปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ นักท่องเที่ยวเริ่มรู้จักและพากันมาทับสักเพราะเป็นข่าวโด่งดังเป็นที่สนใจ และเมื่อได้มาเห็นทับสักที่สวยงามอุดมสมบูรณ์ก็ยิ่งมาเที่ยวกันมากขึ้น...มากขึ้น

ชาติต้องอยู่ดูแลศูนย์เรียนรู้จนไม่อาจปลีกตัวไปไหนได้ เก๋ตัดสินใจจะมาอยู่ช่วย “ลุงชาติ” ดูแลศูนย์เรียนรู้

“ดีมาก” ชาติชมตาเป็นประกายยินดี

ครูจันทรากับป้านิดก็เพิ่งมาทับสักครั้งนี้ ต่างชื่นชมความพยายามรักษาป่าของทุกคนที่นี่ อิสร์บอกว่า

“วีรบุรุษของฉัน...หัวข้อเรียงความของครู เวลานี้ผมมีหัวหน้าพนัสเพิ่มมาอีกคนแล้วครับ”

“อยากให้อิสร์เข้าใจอีกนิดนะ” ครูจันทราเอ่ย “ถ้าเรายกความเป็นวีรบุรุษให้กับคนที่สละชีพแล้ว หรือเสียชีวิตไปแล้วเท่านั้นมันจะกลายเป็นการไปขีดวงว่าคนจะเป็นฮีโร่ได้นี่ต้องเป็นคนพิเศษ เป็นคนที่อุทิศชีวิตทำอะไรที่ยิ่งใหญ่เหลือเกินเท่านั้น แต่ครูอยากให้เราคิดว่า การทำอะไรดีๆให้โลกไม่ใช่หน้าที่เฉพาะของพวกคนพิเศษ หรือคนที่ดีงามกว่าสูงส่งกว่าใครๆ เป็นหน้าที่ของคนธรรมดาทุกคนไม่ว่าเราจะเป็นใคร”

เช้านี้อิสร์ตื่นมาเล่าความฝันให้ปอนด์ฟังว่าเห็นหัวหน้า ตนพยายามตามจะพูดด้วยแต่ตามไม่ทัน

ฝนตกพร่ำๆปอนด์ชมว่ากลิ่นฝนหอมจัง อิสร์บอกว่ามันคือกลิ่นป่าที่เปียกฝนถ้าแห้งแล้งจะไม่มีกลิ่นนี้

“ถ้ามีลูก ชื่อป่าฝนก็ดีเหมือนกันนะคะ”

“จริงด้วย ป่าฝน เป็นชื่อผู้หญิงก็ได้ผู้ชายก็ได้ว่าไหม”

 “ค่ะ...ถ้าเป็นผู้ชายชื่อเล่นก็ป่า...ถ้าเป็นผู้หญิงชื่อเล่นก็ฝน”

ทั้งสองยิ้มให้กันอย่างมีความสุข อิสร์ก้มหอมปอนด์อย่างอ่อนโยน ปอนด์หอมตอบอย่างแสนรัก

ooooooo

จบเรื่อง “ลมไพรผูกรัก”


ละครลมไพรผูกรัก ตอนที่ 7(ตอนจบ) อ่านลมไพรผูกรัก ติดตามลมไพรผูกรัก ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย จรณ โสรัตน,ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ 7 ก.ค. 2561 10:23 2018-07-09T02:38:07+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ