สมาชิก

ล่ารักสุดขอบฟ้า

ตอนที่ 7

อัลบั้ม: นิยายเรื่อง "ล่ารักสุดขอบฟ้า"

องค์สาวิตรีจิบน้ำชายามบ่ายอย่างสบายอารมณ์อยู่ในตำหนักตัวเอง ด้วยคิดว่ามัทนาถูกจัดการเรียบร้อยแล้ว วิฑูรเดินหน้าเครียดเข้ามาถามว่าทราบเรื่องกรรณิการ์บุกเข้าไปที่ตำหนักรับรองหรือยัง

“แล้วทำไมถึงนึกว่าน้องจะไม่รู้ล่ะ เป็นยังไง กรรณิการ์เล่นงานผู้หญิงไทยนั่นขนาดไหน แล้วพอมันรู้ว่ากรรณิการ์เป็นผู้หญิงของมาคี มันว่ายังไง”

“กรรณิการ์ถูกพวกโภคินเอาตัวไปแล้ว มัทนาไม่เป็นอะไรเลย คนที่บาดเจ็บคือคามิน”

องค์สาวิตรีเจ็บใจมากที่แผนล้มคว่ำไม่เป็นท่า อุตส่าห์สั่งเปลี่ยนเวรทหารยามก่อนเวลา คามินยังตามมาขัดขวาง วิฑูรยังไม่ทันจะพูดอะไรอีก เจ้าชายมาคีเดินหน้ายุ่งเข้ามาต่อว่าองค์สาวิตรีว่ารับปากกับพระองค์แล้ว ทำไมถึงปล่อยให้กรรณิการ์หลุดออกไปทำร้ายมัทนา วิฑูรโกหกว่ากรรณิการ์หนีออกมาเอง องค์สาวิตรีรีบเออออไปด้วย โยนความผิดให้ทหารยามที่ทำงานหละหลวม รับปากจะสอบสวนและลงโทษให้หนัก

“ลูกไม่สนใจเรื่องทหารอะไรนั่น ลูกห่วงคุณมัทมากกว่า เธอต้องสงสัยแน่ๆว่ากรรณิการ์เป็นใคร แล้วถ้าคุณมัทรู้ความจริง ก็ต้องไม่ยอมแต่งงานกับลูก แล้วลูกจะทำอย่างไรดี”

วิฑูรคิดแผนชั่วขึ้นมาได้ แนะให้องค์สาวิตรีออกหน้าไปเชิญชวนมัทนาไปเที่ยวเปลี่ยนบรรยากาศ เขาเชื่อว่าหากเธอได้ไปดูความสวยงามตามธรรมชาติของประเทศรายาแล้วจะรู้สึกดีขึ้น และเจ้าชายมาคีจะได้ใช้โอกาสนี้พิชิตใจเธอ พระองค์หลงเชื่อไปกับคำลวงของวิฑูร โดยไม่ล่วงรู้เลยว่านี่เป็นแผนลวงมัทนาไปฆ่า...

ในเมื่อองค์สาวิตรีมาชวนมัทนาไปเที่ยวชมความงามของรายาถึงตำหนักรับรองด้วยตัวเอง ก็ยากที่เธอจะปฏิเสธ บุหลันซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ด้วยถึงกับอึ้ง ที่องค์สาวิตรีพูดจาภาษาดอกไม้กับว่าที่ลูกสะใภ้...

เหมือนมีลางบอกเหตุ คามินฝันว่ามัทนาไปเที่ยวเล่นกับเจ้าชายมาคีโดยที่เขาคอยเฝ้าอารักขาอยู่ไม่ห่าง มีปลายกระบอกปืนโผล่ออกมาจากพุ่มไม้เล็งไปที่มัทนา คามินตะโกนเตือนให้ระวัง แล้วโดดรวบเธอล้มกลิ้งไปด้วยกัน เสียงปืนดังปังๆๆ เจ้าชายมาคีพุ่งตัวหลบก่อนจะหันไปยังต้นเสียง เห็นสุเทษวิ่งหนีหลังไวๆ รีบวิ่งตาม คามินพะว้าพะวัง ใจหนึ่งไม่อยากทิ้งมัทนาไว้คนเดียว แต่อีกใจหนึ่งก็ห่วงความปลอดภัยของเจ้าชายมาคี

“คุณมัทรอผมตรงนี้นะ” คามินขยับจะไป มัทนาจับแขนไว้ เขาก้มดูมือของเธอเห็นเลือดเปรอะไปหมดก็ตกใจ ค่อยๆพลิกตัวดู พบว่าเธอถูกยิง มัทนาพึมพำ เสียงแผ่วว่าตัวเองกำลังจะตายใช่ไหม

“ไม่ คุณต้องไม่เป็นอะไร ตราบใดที่ผมยังอยู่ คุณต้องปลอดภัย”

“คุณห่วงฉันเพราะกลัวว่าเจ้าชายจะไม่ได้อภิเษกสินะ” มัทนาสะดุ้งเฮือกหายใจติดขัดใกล้จะหมดลม

“มัทนาเข้มแข็งไว้ อย่าจากผมไป ผมรักคุณ ได้ยินไหม...ผมรักคุณ” คามินตะโกนลั่น มัทนายิ้มให้เป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะสิ้นใจ เจ้าชายมาคีมาทันได้ยินทุกคำพูด มองคามินด้วยแววตาผิดหวังที่ถูกคนที่ไว้วางใจที่สุดหักหลัง เขาพยายามจะอธิบายแต่พระองค์ไม่ฟัง ด่าเขาว่าไอ้คนทรยศแล้วชักปืนยิงไม่ยั้ง

คามินสะดุ้งตื่นลุกพรวด สังหรณ์ใจอย่างบอกไม่ถูกว่าจะเกิดเรื่องร้ายขึ้น

ooooooo

ระหว่างคามินเร่งฝีเท้าจะไปตำหนักรับรอง เจอสุเทษสะพายเป้เดินสวนมา เห็นเขาจะเดินเลี่ยงไปอีกทางหนึ่งก็ร้องทัก จะรีบไปไหนไม่เจอกันตั้งหลายวันจะไม่พูดคุยกันหน่อยหรือ สุเทษไม่อยากมีปัญหาด้วย พยายามเดินหนี คามินชักมีดสั้นจู่โจมอย่างรวดเร็ว อีกฝ่ายต้องใช้แขนซ้ายปัดป้องเพราะข้างขวาบาดเจ็บ ร้องเอะอะว่าทำบ้าอะไร

“ก็แค่อยากประลองฝีมือกันเล่นๆ เราไม่ได้ซ้อมด้วยกันนานแล้ว ฝีมือนายยังยอดเยี่ยมเหมือนเดิม แต่ว่าปกตินายถนัดขวา ทำไมเมื่อครู่ถึงใช้ข้างซ้ายล่ะ”

สุเทษไม่ยอมตอบคำถาม ขยับจะเดินหนี คามินจู่โจมอีกครั้ง คราวนี้สุเทษเพลี่ยงพล้ำ ถูกเขาคว้าแขนข้างที่บาดเจ็บ ออกแรงบีบจนคนถูกบีบร้องลั่น ก่อนเหตุการณ์จะบานปลาย วิฑูรเข้ามาห้ามเสียก่อน ถามว่ามีเรื่องอะไรกัน คามินแค่ชวนสุเทษซ้อมมือนิดหน่อยเท่านั้น แต่ดูเหมือนแขนข้างขวาของเขาจะไม่ค่อยถนัด วิฑูรถึงบางอ้อทันทีที่แท้คามินสงสัยในตัวสุเทษ ต่อว่าเสียงดังกลบเกลื่อนว่านี่เป็นเขตพระราชฐาน ทำไมถึงไม่รู้กาลเทศะ

“แต่อย่างว่าล่ะนะ เพราะเด็กกำพร้าย่อมไม่มีพ่อแม่คอยอบรม ถึงได้ชอบทำอะไรแปลกๆอยู่เรื่อย ทีหน้าทีหลังระวังหน่อยก็แล้วกัน” วิฑูรพูดจบ เดินนำสุเทษมาถึงมุมปลอดคน ตำหนิเขาที่ไม่รู้เท่าทันว่าคามินแค่ต้องการจะทดสอบว่าเขาได้รับบาดเจ็บจากการปะทะกับตำรวจอารักขาที่เมืองไทยหรือเปล่า สุเทษบ่นอุบอุตส่าห์หลบเข้าด้านหลัง ยังเจอคามินมาป่วนอีก ถ้าเป็นอย่างนี้มันไม่ตามคุมพระคู่หมั้นแจหรือ

“ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามแผน ต่อให้สิบไอ้คามินก็ช่วยผู้หญิงไทยคนนั้นไม่ได้หรอก” วิฑูรยิ้มเหี้ยม...

ด้านคามินต่อว่าสินธรยกใหญ่ที่ไม่ยอมบอกว่าวันนี้เจ้าชายมาคีจะพามัทนาไปสวนพฤกษชาติ เขาเองก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ในเมื่อเป็นคำสั่งของเจ้าชายมาคี คามินไม่ไว้ใจสถานการณ์ตอนนี้ ยิ่งเห็นสุเทษกลับมาแล้วก็ยิ่งเป็นกังวล จะไปขอให้พระองค์ยกเลิกการเที่ยวเล่นครั้งนี้

“คงยากครับ เพราะคนที่จัดเตรียมทุกอย่างคือ องค์ราชินี”

ในเมื่อพูดกับพระองค์ไม่ได้ คามินเบนเข็มไปขอร้องมัทนาที่รอเจ้าชายมาคีอยู่ในตำหนักรับรองแทน เธอตั้งข้อแม้หากจะให้ยกเลิกทริปนี้ เขาต้องบอกความจริงมาก่อนว่าทำไมถึงไม่อยากให้ไป คามินอึกอักไม่ยอมบอก ขอให้เธอเชื่อใจว่าเขาทำทุกอย่างก็เพื่อเธอและเจ้าชายมาคี มัทนาน้อยใจน้ำตาคลอเบ้า

“ก็เพราะฉันเชื่อคุณ ฉันถึงต้องมายืนอยู่ที่นี่ไงล่ะ อยู่อย่างโดดเดี่ยวไม่เห็นแม้แต่เงาของคนที่สัญญาว่าจะอยู่เคียงข้าง จะพบจะเจอก็ต่อเมื่อชีวิตหมิ่นเหม่กับความตาย” พูดได้แค่นั้น เหมือนมีก้อนอะไรมาจุกที่คอ คามินสงสารเธอจับใจ ก้าวเข้าหาอย่างลืมตัว มีเสียงนางกำนัลเรียกมัทนาดังขึ้น ทำให้เขาชะงัก จำต้องถอยกลับไปยืนที่เดิม

“เจ้าชายเสด็จมาแล้วค่ะคุณมัทนา” นางกำนัลรายงาน มัทนามองคามินด้วยแววตาตัดพ้อ ก่อนจะเดินตามนางกำนัลออกไป เขากำมือแน่น สีหน้าเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด

ooooooo

พลับพลาที่ประทับกลางสวนพฤกษชาติของรายา ถูกใจเจ้าชายมาคีมาก ถึงกับออกปากชมไม่หยุดว่าเสด็จแม่เลือกทำเลที่ตั้งได้ดี มองไปทางไหนก็เห็นทิวทัศน์สวยงามไปหมด แถมอากาศตรงนี้ก็ดีมาก มัทนาเห็นด้วยกับพระองค์ หันไปเห็นหฤทัยมองอยู่ก็ยิ้มให้ เธอเผลอยิ้มตอบ แต่พอเหลือบเห็นเทวีจ้องอยู่ หุบยิ้มทันที

“นี่ยังเล็กน้อย มีที่งามกว่านี้อีกจริงไหมหฤทัย” องค์สาวิตรีหันไปพยักพเยิดให้คนถูกเอ่ยชื่ออย่างรู้กัน

ทั้งหฤทัย องค์สาวิตรีและเทวีช่วยกันยุให้เจ้าชายมาคีพามัทนาไปยังจุดชมวิวใกล้กับหน้าผา คามินทักท้วงว่าหนทางยากลำบากต้องขี่ม้าไปเท่านั้น เกรงพระคู่หมั้นจะไม่สะดวก องค์สาวิตรีตวาดแว้ด

“ใครขอความเห็นจากเจ้า การขี่ม้าเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับชาวรายา หากแค่ขี่ม้ายังทำไม่ได้ จะเป็นราชินีแห่งรายาได้อย่างไร ขนาดหฤทัยที่เป็นกุลสตรียังขี่ม้าได้อย่างสบาย”

คามินมองมัทนาเป็นทำนองให้ปฏิเสธ เพราะไม่รู้ว่าเธอขี่ม้าเป็น มัทนาอยากกลั่นแกล้งเขาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงตอบรับหน้าตาเฉยว่าจะขอลองขี่ม้าดู ครู่ต่อมา ทหารนำม้ามาให้ หฤทัยขึ้นหลังม้าได้อย่างคล่องแคล่ว มัทนาเห็นคามินจ้องอยู่ แกล้งขึ้นม้าไม่เป็น เจ้าชายมาคีกุลีกุจอเข้ามาช่วย แล้วถึงไปขึ้นม้าของตัวเอง ม้าที่มัทนาขี่ดูตื่นๆไม่เชื่อง คามินไม่ไว้ใจ แนะให้เปลี่ยนเป็นม้าตัวอื่น องค์สาวิตรีกลัวจะเสียแผน แต่ยังไม่ทันจะทักท้วงอะไร

มัทนาชิงพูดขึ้นเสียก่อน “ตัวนี้แหละดีแล้ว ฉันชอบตัวนี้”

เจ้าชายมาคีชวนให้ไปกันได้แล้วแล้วขี่ม้านำมัทนากับหฤทัยออกไป โดยมีสินธรขี่ม้าปิดท้าย คามิน รีบไปที่ม้าตัวเองจะขี่ตาม องค์สาวิตรีเรียกตัวไว้ อ้างว่าอยากเดินสูดอากาศแถวนี้ แต่รองเท้าคู่นี้ใส่ไม่สบาย สั่งให้เขาไปเอารองเท้าที่พลับพลามาเปลี่ยนให้ ชวาลอาสาจะไปเอาให้เอง กลับถูกองค์สาวิตรีตวาดใส่ไม่ให้มายุ่ง

“แต่กระหม่อมต้องรีบตามเสด็จเจ้าชาย”

องค์สาวิตรีอ้างว่าสินธรคอยคุ้มกันพระองค์อยู่แล้วไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง ยืนกรานให้คามินไปหยิบรองเท้าให้ ราชองครักษ์หนุ่มขัดไม่ได้ รีบไปทำตามสั่ง โดยไม่ล่วงรู้เลยว่าฝันร้ายของตัวเองเมื่อคืนกำลังจะเป็นจริง...

ขณะขี่ม้าเหยาะๆมุ่งหน้าสู่จุดชมวิว มัทนาพยายามผูกมิตรกับหฤทัยซึ่งทีแรกทำท่าจะยอมเป็นเพื่อนด้วย แต่พอฉุกคิดถึงคำพูดของเทวีว่ามัทนาเป็นศัตรูคู่แข่งที่จะมาแย่งเจ้าชายมาคี เธอเปลี่ยนใจทันที มัทนาขอเหตุผล เธอได้แต่อ้ำๆอึ้งๆ จังหวะนั้น ขบวนม้ามาใกล้เนินเขาเป้าหมาย หฤทัยนึกถึงคำสั่งของพ่อขึ้นมาทันที

“พอถึงเนินเขาที่เป็นทุ่งดอกรัตยา แกต้องแกล้งขอลงไปเก็บดอกไม้ เข้าใจไหม”

เสียงเรียกของสินธร ปลุกให้หฤทัยตื่นจากภวังค์ เขาเห็นท่าทางแปลกๆของเธออดถามไม่ได้ว่าเป็นอะไร ไม่สบายหรือเปล่า เธอปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นอะไร แล้วชักม้าหนี...

ฝ่ายองค์สาวิตรีพยายามถ่วงเวลาคามินให้นานที่สุด แกล้งใช้ให้ใส่รองเท้าให้ ชวาลทนดูไม่ได้ อาสาจะจัดการให้เอง องค์สาวิตรีถลึงตาใส่ ชวาลกลัวหัวหดไม่กล้าพูดอะไรอีก หลังจากคามินสวมรองเท้าให้เรียบร้อย องค์สาวิตรีสั่งให้เอารองเท้าคู่เก่าไปเก็บที่พลับพลาและให้เฝ้าที่นั่นเอาไว้

“เราเดินเล่นสักพัก แล้วก็จะไปนั่งพักผ่อน นี่เป็นคำสั่ง”

ooooooo

ด้วยพื้นฐานจิตใจที่ไม่ได้โหดร้ายเหี้ยมเกรียมและไม่รู้เจตนาที่แท้จริงของแผนการนี้ หฤทัยจึงลังเลไม่กล้าทำตาม สุเทษซึ่งส่องกล้องส่องทางไกลดูอยู่ เริ่มหงุดหงิดที่เธอไม่ยอมลงมือ หฤทัยมองเจ้าชายมาคีกับมัทนาที่กำลังจะขี่ม้าผ่านเนินเป้าหมาย ในที่สุดตัดสินใจร้องเรียก

“เจ้าชายเพคะ คือ เอ่อ ดอกไม้สวยเหลือเกินเพคะ หม่อมฉันขอลงไปเก็บหน่อยได้ไหมเพคะ”

“ก็เก็บไปสิ เดี๋ยวเรากับคุณมัทนาจะล่วงหน้าไปก่อน”

“ไม่ได้เพคะ คือ ถ้าตามไปทีหลัง หม่อมฉันกลัวจะคลาดกัน”

มัทนาอยากผูกมิตรกับหฤทัยจึงขอให้พระองค์รอไปพร้อมกัน เธอจะได้ดูวิวตรงนี้ด้วย เจ้าชายมาคีไม่ขัดใจ ลงจากหลังม้าจะเก็บดอกไม้ฝากมัทนาด้วย หฤทัยมองพระองค์เก็บดอกไม้ด้วยสีหน้าเป็นกังวล สินธรซึ่งลงมาคุ้มกันเจ้าชายมาคีเห็นเธอยืนนิ่ง ร้องทักว่าทำไมไม่เก็บดอกไม้

“เก็บสิ ก็กำลังจะเก็บอยู่นี่ไง” หฤทัยก้มเก็บดอกไม้เหมือนหวาดกลัวอะไรบางอย่าง สินธรมองอย่างสงสัย

สุเทษเห็นโอกาสเหมาะ ค่อยๆลัดเลาะเข้าไปใกล้ม้าของมัทนา ยิงลูกเหล็กใส่ก้นม้าเต็มแรง ม้าพยศชูขาหน้าขึ้นพร้อมกับส่งเสียงร้อง มัทนาพยายามบังคับม้าไม่ให้ตื่น แต่มันไม่เชื่อฟัง วิ่งเตลิดไปอย่างรวดเร็ว เจ้าชายมาคีตกใจ ทิ้งดอกไม้วิ่งกลับไปขึ้นม้า หฤทัยแกล้งขาแพลงทรุดตัวลงนั่งกับพื้นร้องเรียกให้พระองค์ช่วย เจ้าชายมาคีฝากสินธรดูแลเธอให้ด้วย แล้วควบม้าตามมัทนา หฤทัยถึงกับหน้าตาตื่นที่ไม่เป็นไปตามแผน ลุกพรวด

“เจ้าชายทรงรอหม่อมฉันด้วย เจ้าชาย” หฤทัยรู้สึกเหมือนมีคนมอง หันไปเห็นสินธรจ้องอยู่ถึงกับหน้าเสีย...

ยิ่งถูกองค์สาวิตรีกลั่นแกล้งต่างๆนานา คามินยิ่งมั่นใจว่าต้องเกิดเรื่องไม่ชอบมาพากล ออกอุบายว่าท้องเสีย แต่ไม่กล้าไปถ่ายทุกข์ เพราะองค์สาวิตรีสั่งให้เฝ้าพลับพลา ไว้ ชวาลมองเขาอย่างเห็นใจ

“แต่ถ้าข้าศึกตีด่านแตกตรงนี้มันจะเป็นเรื่องใหญ่นะครับ รีบไปดีกว่า องค์ราชินียังไม่เสด็จมาหรอก”

“งั้นก็ขอบใจนะ” คามินวิ่งปรู๊ดออกไปอย่างรวดเร็ว...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน สินธรผิดหวังอย่างแรง ไม่คิดว่าคนอย่างหฤทัยจะมารยาร้อยเล่มเกวียนกับเขาเป็น ลุกหนีไปที่ม้าของตัวเองอย่างไม่ไยดี เพื่อตามเจ้าชายมาคีไปช่วยมัทนา หฤทัยขยับจะตาม แต่ถูกแมงป่องต่อย ถึงกับร้องอย่างเจ็บปวด ทรุดตัวลงนั่งอย่างเก่า ร้องเรียกให้สินธรมาช่วย เขาไม่แม้แต่จะหันมองเพราะคิดว่าเธอแกล้งทำ แต่พอเห็นเธอเงียบเสียงไป เอะใจชักม้าเข้ามาดูใกล้ๆ เห็นหฤทัยเป็นลมหมดสติ มีแมงป่องตัวเข่ืองไต่อยู่ที่ขา สินธรตกใจรีบลงจากหลังม้าทันที

ooooooo

ม้าของมัทนาวิ่งเตลิดไปใกล้หน้าผาทุกขณะ เจ้าชายมาคีพยายามควบม้าให้เร็วขึ้นเพื่อให้ทันก่อนที่ม้าของเธอจะตกเหว มัทนาหมดหวังจะบังคับม้า ตัดสินใจจะกระโดดหนี

“งานนี้ไม่ขาก็แขนต้องหักแน่ๆ เอาน่า ก็ยังดีกว่าไปเละอยู่ก้นเหว”

ทันใดนั้น คามินควบม้าตัดมาจากอีกทางหนึ่ง ตีคู่กับม้าของมัทนา แล้วรวบตัวเธอมาที่ม้าของเขา ช่วยชีวิตเธอไว้ได้ทันท่วงทีก่อนที่ม้าพยศจะวิ่งตกเหว มัทนา ซุกหน้ากับอกเขา รู้สึกปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูก ต่างฝ่ายต่างสบตากันเผลอแสดงความรู้สึกต่อกันอย่างไม่มีปิดบัง...

องค์สาวิตรีโกรธควันแทบออกหูเมื่อกลับมาถึงพลับพลาพบว่าคามินหายตัวไป มีเพียงชวาลนั่งใส่หูฟัง ฟังเพลงอย่างสบายอารมณ์อยู่คนเดียว พระองค์ยังไม่ทันจะเล่นงานเขา สินธรควบม้าพาหฤทัยเข้ามาเสียก่อน...

ขณะที่มัทนาอิงอกคามินราวกับโลกนี้มีเพียงเราสองคน เจ้าชายมาคีบังคับม้ามาหยุดใกล้ๆ โดดลงจากม้า วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาถามมัทนาว่าเป็นอย่างไรบ้าง ทั้งคู่ได้สติรีบผละออกจากกัน คามินลงมาคุกเข่ากับพื้น

“กระหม่อมไม่อาจรักษาความปลอดภัยพระคู่หมั้นได้ กระหม่อมสมควรตาย”

“บ้าหรือ เราต้องขอบใจนายต่างหาก นี่ถ้าไม่ได้นาย คุณมัทต้องแย่แน่ๆ” เจ้าชายมาคีจับตัวคามินให้ลุกขึ้น มัทนาเห็นเลือดไหลจากแผลที่แขนของคามิน รีบเข้ามาดู เขาถอยหนี พูดด้วยน้ำเสียงห่างเหินว่าเขาไม่เป็นอะไร

“เชิญเจ้าชายเสด็จกลับเถิดพ่ะย่ะค่ะ แถวนี้อาจมีอะไรไม่ชอบมาพากล ม้าถึงได้ตื่นตกใจอย่างไร้สาเหตุ”

มัทนาอยากรู้ว่าที่คามินบอกว่าไม่ชอบมาพากล หมายถึงอะไร เขาเลี่ยงไม่ยอมตอบคำถาม เร่งให้เจ้าชายมาคีรีบกลับ ม้าเหลือแค่สองตัวเท่านั้น มัทนาจึงต้องนั่งม้าตัวเดียวกับเจ้าชายมาคีกลับวัง คามินมองตามเห็นทั้งคู่ใกล้ชิดกันแล้ว อดเจ็บแปลบหัวใจไม่ได้

ooooooo

ที่วังรายา องค์อินทราโกรธมากเมื่อได้รับรายงานเรื่องที่เกิดขึ้น เล่นงานโภคินว่าปล่อยให้เป็นแบบนี้ได้อย่างไร ใครเป็นคนให้มัทนาขี่ม้า เขาได้แต่ก้มหน้าไม่กล้าพูดอะไร องค์สาวิตรีตัดรำคาญ ยอมรับว่าเป็นคนจัดการเรื่องนี้เอง ในเมื่อมัทนาจะต้องมาเป็นราชินีแห่งรายาก็ต้องขี่ม้าเป็น

“ทำไมเสด็จพี่ต้องกริ้วขนาดนี้ อีกอย่างมัทนาก็ไม่ได้บาดเจ็บอะไรสักหน่อย หรือมีใครเพ็ดทูลเกินความจริง”

องค์อินทราตำหนิองค์สาวิตรีว่าเป็นถึงราชินี น่าจะคิดอะไรให้รอบคอบกว่านี้ มีคนเตือนเรื่องม้าตัวนี้แล้วไม่ใช่หรือ วิฑูรจะให้คนไปตรวจสอบอย่างละเอียดเดี๋ยวนี้เลยว่าใครเป็นคนเลือกม้าตัวนี้

“ไม่ต้อง เรื่องนี้เราจะสืบสวนเอง รวมทั้งเรื่องที่กรรณิการ์เข้าไปทำร้ายมัทนาถึงในตำหนักด้วย ถ้ารู้ว่าใครมีส่วนรู้เห็นในเรื่องนี้ เราจะไม่ละเว้นโทษเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นใครหน้าไหนก็ตาม” องค์อินทราจ้ององค์สาวิตรีที่จ้องตอบเขม็ง ก่อนจะเสด็จออกไป องค์สาวิตรีมองตามแค้นใจ แล้วหันมาเล่นงานวิฑูรที่ส่งมืออ่อนหัดมาต่อกรกับคนอย่างคามิน มีแต่จะแพ้กับแพ้เท่านั้น...

ครู่ต่อมา องค์อินทราแวะไปเยี่ยมคามินถึงห้องพัก ขอบใจเขามากที่เสี่ยงชีวิตช่วยมัทนาให้ปลอดภัย แล้วหันไปถามสินธรว่าหมอว่าอย่างไรบ้าง ได้ความว่าแผลเก่าของคามินฉีกเพราะออกแรงมากไป หมอกำชับให้พักผ่อนมากๆจนกว่าแผลจะประสาน องค์อินทราสั่งให้สินธรคอยดูแลเขาด้วย เพราะช่วงนี้เขาคงทำอะไรไม่ถนัด

“แต่สถานการณ์ตอนนี้ไว้วางใจไม่ได้ กระหม่อมต้องถวายอารักขาพระคู่หมั้นอย่างใกล้ชิด”

“แสดงว่าเจ้าแน่ใจแล้วว่าเหตุการณ์วันนี้ไม่ใช่อุบัติเหตุ”

โภคินเองก็มั่นใจเช่นเดียวกับคามิน เพราะเพิ่งได้รับรายงานจากทางกองพลทหารม้าว่า ม้าที่มัทนาขี่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นม้าทรงและไม่อยู่ในบัญชีของกองพลทหารม้าด้วยซ้ำ คามินเสียดายที่ม้าตกเหวไปก่อนไม่เช่นนั้นคงจะรู้ว่ามันตกใจด้วยเหตุใด องค์อินทราเห็นคนร้ายเหิมเกริมหนัก เราคงอยู่เฉยไม่ได้ ต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว...

เจ้าชายมาคีพยายามเอาอกเอาใจมัทนาทุกอย่าง ถึงขนาดนำอาหารมาให้ถึงตำหนักรับรองด้วยตัวเอง แถมจะป้อนให้อีกด้วย เธอไม่ยอมให้ป้อนจะขอกินเอง พระองค์เห็นมัทนาอารมณ์บูดก็พลอยเซ็งไปด้วย...

ไม่ได้มีแต่เรื่องของมัทนาเท่านั้นที่ทำให้เจ้าชายมาคีหงุดหงิด เมื่อกลับถึงตำหนักตัวเอง เจอชวาลหน้าตาบวมปูดด้วยฝีมือคนของเทวี ถึงกับโวยวายลั่นที่พวกนั้นบังอาจมาทำร้ายคนของพระองค์ เพียงเพราะคามินบอกชวาลว่าจะไปห้องน้ำแล้วหายตัวไป ต้นห้องผู้ซื่อสัตย์เกรงจะมีเรื่องใหญ่โตรีบดึงพระองค์ไว้

“อย่าพ่ะย่ะค่ะ คุณเทวีเป็นถึงภริยาท่านนายพล เจ็บแค่นี้กระหม่อมทนได้”

“แต่เรื่องนี้เจ้าไม่ผิด คามินอาจจะเป็นห่วงเรากับมัทนา เข้าห้องน้ำเสร็จก็เลยตามไปอารักขาเรา ทำไมต้องทำร้ายเจ้าด้วย...จริงสิหรือคามินจะรู้อะไร” เจ้าชายมาคีคิดได้ดังนั้นขยับจะไป ชวาลดึงขาไว้ เจ้าชายมาคีพยายามสลัดเขาออกพร้อมกับสั่งให้ปล่อย ชวาลกลับยิ่งยึดขาไว้แน่น

“บอกให้ปล่อย โธ่เว้ย เราไม่ได้ไปหาคุณเทวี เราจะไปหาคามิน”

ooooooo

มัทนาใจตรงกันกับเจ้าชายมาคี แอบหนีออกจากตำหนักรับรองตอนที่บุหลันไม่อยู่ แต่มาเจอองครักษ์ 4 คนที่สินธรส่งมาเฝ้าหน้าตำหนักขวางไว้ คนอย่างมัทนาลองจะทำอะไรแล้ว ใครหน้าไหนก็ขวางไม่ได้

เธอล่อหลอกพวกนั้นหัวปั่น สุดท้ายก็หนีออกมาจนได้ วิ่งลัดเลาะมาถึงหน้าห้องพักของคามิน เห็นสินธรนำถ้วยใส่ยาสมุนไพรยื่นให้ตรงหน้าเจ้าของห้อง บอกว่าหมอสั่งให้กินก่อนอาหาร ยานี่ช่วยสมานแผลให้หายเร็วขึ้น

คามินไม่สนใจเรื่องยา แต่อยากให้สินธรไปที่ตำหนักรับรองด้วยตัวเองเดี๋ยวนี้ กลัวองครักษ์ที่ส่งไปทำหน้าที่แทนเขาจะเอามัทนาไม่อยู่ สินธรรับคำจะจัดการให้แต่คามินต้องไม่ลืมดื่มยาถ้วยนี้ให้หมด วางถ้วยใส่ยาไว้บนโต๊ะแล้วเร่งฝีเท้าออกไป มัทนาที่แอบดูอยู่รีบหลบหลังประตู ทันทีที่สินธรคล้อยหลัง คามินจัดแจงจะเอายาเททิ้ง มัทนาโผล่พรวดเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน

“จับได้แล้วเด็กชายคามินไม่ยอมกินยา แล้วจะหายได้อย่างไร”

ราชองครักษ์หนุ่มงงมากว่าเธอมาได้อย่างไร มัทนาตีหน้าขรึม แย่งถ้วยยาไปถือไว้ ขู่ถ้าไม่ยอมกินดีๆ เธอจะป้อน แล้วสั่งให้อ้าปาก เขาจำต้องทำตามทั้งๆที่เกลียดการกินยาน้ำเข้าไส้ มัทนาบังคับให้กินยาจนหมด แล้วหันไปหยิบชามข้าวต้มทำท่าจะป้อน คามินร้องห้ามว่าไม่ต้องเขากินเองได้ เธอไม่ยอมให้กินเองสั่งให้อ้าปาก ห้ามพูดอะไรทั้งนั้น เขาทำเหมือนกล้ำกลืนกิน ทั้งที่ในใจมีความสุขมากที่เธอมาดูแลเอาใจใส่กินข้าวเสร็จ มัทนาเอายาเม็ดหลังอาหารมาให้ คามินส่ายหน้าทำท่าจะไม่กิน เธอหัวเราะชอบใจถามว่าต้องมีอะไรแลกเปลี่ยนหากเขายอมกินยาแต่โดยดี เขาขอให้เธอสัญญาก่อนว่าจะไม่แอบออกจากตำหนักอีก มัทนาอิดออดอยู่นานกว่าจะให้คำมั่นสัญญา คามินจึงรับยามากินอย่างรวดเร็ว หญิงสาวงงทำไมคราวนี้กินง่ายนัก

“ผมมีปัญหาแค่ยาน้ำเท่านั้นครับคุณหมอจำเป็น”

มัทนาเจ็บใจที่โดนหลอกทุบอกคามินแก้แค้น เขาหัวเราะชอบใจแล้วดึงมือเธอไว้ เธอเซมาปะทะอกเขา สองคนสบตากันลึกซึ้ง คามินได้สติรีบปล่อยมือแล้วถอยห่าง พูดเสียงขรึมว่าเธอควรกลับไปได้แล้ว

“ทำไม...ทำไมเราไม่ซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตัวเอง”

คามินยังไม่ทันจะตอบคำถาม เจ้าชายมาคีเปิดประตูผลัวะเข้ามาเสียก่อน เห็นมัทนาอยู่ในห้องก็หัวเราะชอบใจที่เราสองคนใจตรงกัน ถ้ารู้เสียก่อนพระองค์จะได้ชวนมาพร้อมกัน ทั้งคามินและมัทนาแอบโล่งใจที่พระองค์ไม่สงสัยอะไร เจ้าชายมาคีถามเขาว่าเป็นอย่างไรบ้าง กินยาครบหรือเปล่าแล้วหัวเราะขำ หันไปเม้าท์ให้มัทนาฟังว่าเห็นคามินแกร่งๆแบบนี้ แต่ถ้าเจอยาน้ำสมุนไพรเข้าไปจะอาเจียนน้ำหูน้ำตาเล็ด

“ไม่เหลือมาดองครักษ์สักนิดเดียว” พูดจบ พระองค์หัวเราะท้องคัดท้องแข็ง...

คืนนี้พระจันทร์สวยมาก คามินเห็นแล้วอดนึกถึงภาพหวานๆระหว่างตัวเองกับมัทนาไม่ได้ แต่แล้วภาพที่คุยกับเจ้าชายมาคีเพียงลำพังเมื่อครู่ใหญ่ๆก็ผุดขึ้นมาแทนที่ ตอนนั้นพระองค์ถามถึงเรื่องม้าพยศว่ามีเบื้องหลังอะไรหรือเปล่า เขาถึงได้หลอกชวาลว่าจะไปห้องน้ำแล้วตามไปช่วยมัทนาไว้ได้ทัน เหมือนจะรู้ว่าเธอตกอยู่ในอันตราย

“กระหม่อมเพียงสังหรณ์ใจเท่านั้น เป็นเพราะพระบารมีของฝ่าบาทมากกว่าที่ทำให้พระคู่หมั้นปลอดภัย”

“เป็นเพราะเรามีพี่ชายอย่างนายมากกว่า ตราบใดที่นายอยู่ข้างเรา...เราเชื่อว่าเรากับคุณมัทจะปลอดภัยเสมอ ขอบใจนะคามิน ขอบใจมาก” เจ้าชายมาคีมองเขาอย่างซาบซึ้งใจ

คามินตื่นจากภวังค์ ยิ่งคิดถึงเรื่องนี้ก็ยิ่งหมองหม่น ตัดสินใจเด็ดขาด จะต้องทิ้งความรักไว้เบื้องหลัง หน้าที่ต่อแผ่นดิน ต่อราชบัลลังก์ย่อมอยู่เหนือสิ่งอื่นใด

ooooooo

สุเทษไปพบวิฑูรที่บ้านแต่เช้าพร้อมกับยื่นมีดสั้นให้ จะได้ลงโทษที่เขาทำงานพลาด วิฑูรละเว้นโทษให้เพราะคนที่ทำพลาดคราวนี้คือองค์สาวิตรีซึ่งประเมินคามินต่ำเกินไป สุเทษสาบานว่าต่อไปจะไม่พลาดอีก

“มันไม่ง่ายเหมือนเดิมแล้ว องค์ราชาจะสืบสวนเรื่องที่เกิดขึ้นด้วยองค์เอง ราชองครักษ์และทหารทุกกรมกองต้องทำรายงานถึงต้นสังกัดว่าภายในเดือนนี้อยู่ที่ไหน ทำอะไรบ้าง”

“ถ้าอย่างนั้น ผมต้องถูกเรียกไปสอบสวนแน่เพราะไอ้คามินมันเจอผมตอนที่กลับจากเมืองไทย”

วิฑูรไม่กังวลเรื่องนั้น ตราบใดที่สุเทษยังมีบารมีเขาคุ้มหัวอยู่ แต่หลักฐานที่แขนของสุเทษต่างหากที่เขาเป็นกังวล ครั้นจะใช้ข้ออ้างว่าบาดเจ็บจากการซ้อมดาบก็คงฟังไม่ขึ้น เพราะแผลจากดาบกับแผลจากคมกระสุนไม่เหมือนกัน แล้วปรายตามองมีดสั้น สุเทษเข้าใจทันที จ้วงแทงลงบนแผลที่ถูกยิง แล้วเดินเอามือกุมแขนเลือดอาบออกจากห้อง สวนกับเทวีที่มองอย่างตกใจถามว่าไปโดนอะไรมา เขาไม่ตอบอะไรรีบผลุนผลันออกไป วิฑูรเกรงเธอจะถามมากความรีบบอกว่าไม่มีอะไร สุเทษแค่มาคุยเรื่องงาน แล้วถามว่าหฤทัยเป็นอย่างไรบ้างหายหรือยัง

“ก็เรื่องนี้แหละค่ะที่น้องร้อนใจ” จากนั้นเทวีพาวิฑูรมาที่ห้องนอนลูก เห็นเธอนอนซมอยู่บนเตียง มีผ้าพันเท้าข้างที่ถูกแมงป่องต่อย “ลูกตัวร้อนตลอด ไข้ไม่ลดเลย สงสัยพิษแมงป่องมันจะแรงมาก”

“ถูกแมงป่องแค่นี้ ถ้าตายก็ใจเสาะเกินไปหน่อยแล้ว” วิฑูรมองลูกด้วยสีหน้าเฉยเมย

“ไม่แน่นะคะท่านพี่ ถ้าพิษมันเกิดแล่นเข้าหัวใจล่ะคะ ให้หมอหลวงมาดูอีกทีดีกว่านะคะ”

หฤทัยกลัวพ่อกับแม่จะจับได้ว่าแกล้งป่วยรีบบอกว่าไม่ต้อง แค่นอนพักก็หาย นอกจากจะไม่เห็นใจลูกวิฑูรยังตำหนิอีกว่าโอกาสที่เธอจะได้เป็นชายาขององค์รัชทายาทหมดไปพร้อมๆกับความอ่อนแอของเธอเอง แล้วเดิน หน้าหงิกออกไป เทวีหันมาเอ็ดลูก ทำไมก่อนหน้าที่พ่อจะเข้ามา ทำท่าจะเป็นจะตายให้ได้ ตอนนี้กลับบอกว่าไม่เป็นอะไร แล้วรีบเดินตามวิฑูร ไม่สนใจไยดีลูกอีก หฤทัยชะเง้อมองตาม ไม่มีทีท่าป่วยแม้แต่น้อย...

บริเวณหน้าตำหนักรับรอง ขณะสินธรปล่อยแถวองครักษ์ออกรักษาความปลอดภัย ได้ยินนางกำนัลคุยกันถึงเรื่องรักสามเส้าระหว่างเจ้าชายมาคี พระคู่หมั้นและหฤทัยว่าจะต้องลงเอยด้วยการที่หฤทัยถูกเขี่ยทิ้ง เพราะพระองค์ปลื้มพระคู่หมั้นอย่างกับอะไรดี ขนาดหฤทัยนอนซมเป็นไข้ ยังไม่ดูดำดูดี

สินธรอดเป็นห่วงหฤทัยไม่ได้ แอบมาที่บ้านของวิฑูรเพื่อสืบข่าวคราวของเธอ เมื่อมาถึงสวนสมุนไพรของที่นั่นเจอหฤทัยท่าทางลับๆล่อๆ พอเห็นเขาเท่านั้นวิ่งหนีตัวปลิวดูไม่เห็นเหมือนคนป่วย เขาตามไปรวบตัวไว้

“ไม่นึกเลยว่าคุณจะหายเร็วอย่างนี้ เพราะฉะนั้นที่นางกำนัลพูดกันว่าคุณเป็นไข้นอนซมก็เป็นเรื่องโกหก”

“ฉันป่วยหรือไม่ป่วย มันเกี่ยวอะไรกับนาย”

สินธรสังเกตเห็นหฤทัยกำอะไรบางอย่างแอบไว้ข้างหลัง จะขอดู เธอขัดขืนไม่ยอมให้ดู เขายื้อแย่งจนเธอคลายมือที่กำไว้ เผยให้เห็นใบต้นแก้วหรือใบอัคคีของชาวรายาร่วงออกมา เขามองงงๆ

“ฉันแอบมาเก็บใบอัคคีแล้วยังไง นายจะจับฉันเข้าคุกก็เอาเลย ดีเหมือนกัน ทุกวันนี้ฉันก็เหมือนกับติดคุกอยู่แล้ว” หฤทัยโพล่งขึ้นอย่างหมดความอดกลั้น สินธรไม่เข้าใจ แค่ใบอัคคีทำไมต้องทำเหมือนกำลังทำความผิด

“ก็เพราะฉันเคี้ยวใบอัคคีเพื่อให้ตัวร้อนเหมือนเป็นไข้ จะได้ไม่ต้องออกไปทำเรื่องที่ฉันไม่อยากทำน่ะสิ เข้าใจไหม พอใจหรือยัง” หฤทัยน้ำตาคลอเบ้า ขณะที่สินธรยังงงไม่หาย

ooooooo

มัทนาก็ได้เจอองค์อินทราอย่างไม่ทันตั้งตัว พระองค์เป็นฝ่ายแวะมาหาเธอถึงตำหนักรับรอง ขอบใจเธอมากที่ยินยอมมาเข้าพิธีอภิเษกกับเจ้าชายมาคี มัทนารวบรวมความกล้า ตัดสินใจถามว่าทำไมถึงต้องเป็นเธอ พระองค์เองก็ยังไม่รู้จักเธอดีเลย องค์อินทรายิ้มให้อย่างอบอุ่น ก่อนจะเล่าเรื่องในอดีตเมื่อกว่ายี่สิบปีให้ฟัง

ตอนนั้น มัทนายังเป็นแค่เด็กหญิงตัวน้อย องค์อินทราได้พบกับเธอครั้งแรก เมื่อคราวที่มาช่วยกอบกู้สถานการณ์ทางการเงินอันเลวร้ายของตระกูลเกียรติกำจร บุญคุณครั้งนั้นใหญ่หลวงนัก ด.ญ.มัทนาให้สัญญาไว้ว่าเมื่อโตขึ้น เธอจะตอบแทนพระคุณคุณลุงอินทราผู้ใจดีให้จงได้

คำสัญญานี้ทำให้มัทนาไม่กล้าพูดเรื่องขอยกเลิกการอภิเษก...

ด้านคามินวิ่งหน้าตื่นเข้ามาที่ตำหนักรับรองเมื่อรู้ว่าองค์อินทราเสด็จมาที่นี่ เจอโภคินกับบุหลันกำลังคุยกันอยู่หน้าห้องรับรอง ถามอย่างร้อนใจว่าพระองค์อยู่ไหน พอรู้ว่ากำลังคุยอยู่กับมัทนา ตกใจแทบช็อกกลัวเธอจะขอยกเลิกการอภิเษก จังหวะนั้น องค์อินทราเดินออกมาจากห้องรับรองโดยมีมัทนาตามมาส่ง

“ลุงดีใจนะที่เราจะได้มาเป็นครอบครัวเดียวกัน...อ้าวคามิน แผลหายดีแล้วหรือ”

“ค่อยยังชั่วแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

“ดี จะได้หายทันวันงาน เราตกลงกับหนูมัทนาแล้วว่าอีกสามวันเราจะมีพิธีต้อนรับพระคู่หมั้นอย่างเป็นทางการ...ไปเถอะโภคิน” องค์อินทราว่าแล้วเดินนำออกไป ส่วนมัทนากลับเข้าข้างในโดยมีคามินเดินตาม ยังไม่ทันจะอ้าปากถาม เธอชิงดักคอก่อนว่าทำหน้าตื่นๆแบบนี้คงกลัวเธอจะขอองค์อินทรายกเลิกการอภิเษกใช่ไหม

“ตอนแรกฉันก็คิดว่าจะพูดทุกอย่างที่ฉันรู้สึก แต่ฉันก็ทำไม่ได้ เพราะฉันต้องรักษาสัญญา ไม่ใช่เพื่อคุณพ่อ แต่มันเป็นสัญญาของฉันเอง คุณคงดีใจมากสินะ”

“ไม่มีอะไรน่ายินดีเท่ากับการที่องค์รัชทายาทจะได้อภิเษกกับหญิงที่งดงามและเพียบพร้อมเช่นคุณ”

“คุณนี่เหมือนแผ่นเสียงตกร่องเลยนะ พูดซ้ำๆแต่คำเดิมๆ” มัทนาพูดได้แค่นั้นก็เงียบไป คามินเดินเข้าไปใกล้ๆเห็นเธอกำลังดูรูปถ่ายของครอบครัววที่ใส่กรอบเอาไว้ “ฉันคิดว่าฉันมาที่นี่แค่ไม่กี่วัน แล้วฉันก็จะได้กลับไปอยู่กับครอบครัวฉันอย่างมีความสุขเหมือนเดิม แต่มันคงไม่เป็นอย่างนั้นอีกแล้ว”

คามินสงสารเธอจับใจเอื้อมมือจะไปจับไหล่เพื่อปลอบโยนแต่เธอหันมาตัดบทเสียก่อน ถ้าเขาไม่มีธุระอะไรแล้ว เธอคงต้องขอตัวไปเตรียมฝึกมารยาทเพื่อออกงานใหญ่ กว่าจะถึงวันนั้นเธอคงตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ...

ขณะที่มัทนาตกลงใจจะเข้าพิธีอภิเษกกับเจ้าชายมาคี มินตราซึ่งอยู่ที่กรุงเทพฯ ยังคงฝันกลางวันว่าตัวเองจะได้เป็นราชินีแห่งรายา เอาผ้าห่มมาทำผ้าคลุมไหล่แถมสวมมงกุฎปลอมไว้บนหัว ทันใดนั้นเหมันต์เปิดประตูผลัวะเข้ามา เธอรีบเหวี่ยงผ้าคลุมกับมงกุฎทิ้ง เอ็ดตะโรลั่น เข้าห้องคนอื่นทำไมไม่รู้จักเคาะประตู

“ขอโทษ ผมเคาะแล้ว แต่เห็นเงียบอยู่เลยเข้ามาดูนึกว่าเธอไม่สบาย”

มินตราค่อยคลายความโกรธ ถามว่ามีอะไร เหมันต์ได้รับคำสั่งจากท่านประธานและท่านหญิงมาณวิกาให้มาบอกเธอว่า เราสองคนต้องเตรียมตัวเดินทางไปรายาด่วนที่สุด

ooooooo

ที่สวนข้างตำหนักรับรอง มัทนาต้องเข้าคอร์สฝึกขั้นตอนการถวายตัวโดยมีคามินและบุหลันเป็นอาจารย์สอนให้ คามินสวมบทเจ้าชายมาคีเพื่อให้การอบรมสมจริง มีการฝึกพิธีมอบต่างหูด้วย มัทนาซุ่มซ่ามทำต่างหูของคามินหล่น ทั้งสามคนช่วยกันหาให้ควั่กแต่ไม่พบ มัทนาควานหาไปตามพื้นหญ้า โดนเศษแก้วตำนิ้วเลือดไหล

คามินดึงมือเธอไปบีบคัดเอาเลือดออกเพื่อไล่สิ่งสกปรก บีบแรงไปหน่อยเธอถึงกับร้องลั่น มัทนาโกรธหาว่าเขากลั่นแกล้ง ทั้งคู่มีปากเสียงเถียงกันไปมา เธองอนที่โดนต่อว่า เดินหนีเข้าตำหนัก สวนกับเรณูที่เข้ามาแจ้งคามินว่าแขกที่ให้สิงหาส่งรถไปรับมาถึงแล้ว...

มัทนายังอารมณ์ค้างที่เถียงกับคามิน แต่พอเห็นมินตรากับเหมันต์มาเท่านั้น วิ่งเข้าไปกอดด้วยความดีใจ ชะเง้อมองไปด้านหลังคิดว่าพ่อกับแม่จะมาด้วย แต่ต้องผิดหวัง เมื่อรู้ว่าท่านทั้งสองคนมาไม่ได้เพราะติดงาน

“คุณคามินเป็นคนติดต่อไปที่คุณท่าน บอกว่ากำลังจะมีพิธีถวายตัวเป็นพระคู่หมั้น อยากให้พี่มาอยู่เป็นเพื่อนคุณมัท...ท่าทางคุณมัทคงปรับตัวกับที่นี่ได้แล้วใช่ไหมคะ”

“หน้าตามัทดูมีความสุขขนาดนั้นเลยหรือคะ” มัทนาว่าประชด แล้วเล่าเรื่องที่ตัวเองเกือบจะตกเหวเพราะม้าพยศ เหตุการณ์ครั้งนี้อาจเกี่ยวข้องกับองค์สาวิตรีซึ่งต้องการให้เจ้าชายมาคีอภิเษกกับลูกสาวท่านผู้นำทางทหารวิฑูรก็เป็นได้ มินตราทำเป็นตกอกตกใจ หันไปบอกเหมันต์ให้แจ้งเรื่องนี้ให้คุณท่านทั้งสองทราบ

“อย่าเพิ่ง มัทไม่อยากให้พ่อกับแม่เป็นห่วงมัทแค่เล่าให้ฟังเฉยๆ คือมันก็เป็นแค่เรื่องที่มัทสันนิษฐานเอาเอง ส่วนเรื่องที่ม้าตกเขา มันอาจจะเป็นอุบัติเหตุก็ได้ ไม่ต้องห่วงค่ะ มัทเอาตัวรอดได้”

เหมันต์ชื่นชมว่ามัทนาเข้มแข็งมาก ขณะที่มินตราแอบเซ็งที่เธอยอมเข้าพิธีอภิเษก...

ขณะคามินกำลังแจ้งให้บุหลันทราบว่าจะไปขออนุญาตองค์อินทราให้มินตราพักที่ตำหนักรับรองได้เป็นกรณีพิเศษแม้จะเป็นคนนอก เรณูนำต่างหูของเขาที่หล่นหายมามอบให้ เขาดูจะไม่ให้ความสำคัญกับมันนัก บุหลันว่าตอนนี้เขาอาจคิดว่าไม่สำคัญ แต่มันจะสำคัญมากในวันแต่งงานของเขา

“สำหรับผม วันนั้นคงไม่มาถึง” น้ำเสียงหงอยๆของคามิน ทำให้บุหลันอดแปลกใจไม่ได้...

ทางฝ่ายองค์สาวิตรีทำฤทธิ์ไม่เลิก เอากระดาษเปล่ามาให้องค์อินทรา บอกว่าจำเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้ หากพระองค์เชื่อว่าเธอมีส่วนเกี่ยวข้องก็ให้เขียนคำให้การในกระดาษแผ่นนี้เอาเองแล้วเธอจะเซ็นชื่อรับสารภาพให้ ส่วนพิธีถวายตัวที่จะมีขึ้นเธอคงไม่ไปร่วม ในเมื่อคนอย่างเธอไม่มีความหมาย คงไม่มีผลอะไรกับพิธี แล้วสะบัดหน้าเดินจากไป องค์อินทราโกรธจัด ทำให้โรคความดันสูงกำเริบขึ้นมาอีก ทรงตัวไม่ไหว โภคินต้องรีบประคองเอาไว้

ooooooo

มินตราพยายามโน้มน้าวให้เหมันต์เห็นว่าขืนมัทนาเข้าพิธีอภิเษกโดยที่องค์สาวิตรีไม่ปลื้ม ก็จะถูกกลั่นแกล้งจนไม่มีความสุขไปตลอดชีวิต มีทางเดียวที่จะช่วยให้เธอหลุดพ้น คือบอกเรื่องที่คุณท่านบาดเจ็บ แต่เขาต้องช่วยยืนยันว่าคุณท่านอาการหนัก แค่นี้มัทนาจะรีบกลับเมืองไทยแน่นอน มินตราเห็นเหมันต์ลังเล ก็ยุอีกว่า

“ฉันรู้นะว่านายรักคุณมัทนา ถ้านายไม่ต่อสู้ นายก็ไม่มีทางจะสมหวัง นี่เป็นโอกาสสุดท้ายก่อนที่นายจะสูญเสียคุณมัทไปตลอดกาล” พูดยังไม่ทันขาดคำ มัทนาวิ่งเข้ามาขอร้องเหมันต์อย่าเพิ่งกลับ เรายังไม่ทันได้คุยกันเลย เขาแค่มาส่งมินตรา แล้วต้องรีบกลับไปช่วยท่านประธานสางงานที่ค้างอยู่ มัทนาพยายามตื๊อให้อยู่ต่อ แต่เหมันต์ยืนกรานคำเดิม รับปากว่าเสร็จงานเมื่อไหร่จะรีบมาหา มินตราเซ็งจัดที่ยุเหมันต์ไม่ขึ้น...

ด้วยความรีบร้อนจะกลับเมืองไทย ทำให้เหมันต์ลืมกระเป๋าใส่โน้ตบุ๊กทิ้งไว้ มินตราเปิดเครื่องดูเห็นภาพหลุดของมัทนาหลายภาพ ทั้งภาพใส่ฟันเป็นแก้วหน้าม้า แต่งตัวเป็นพั้งก์ร็อก และข่าวต่างๆที่ไม่ดีเกี่ยวกับเธอ

แผนร้ายผุดขึ้นมาในหัวมินตรา รีบเซฟลงธัมบ์ไดรฟ์หวังจะเผยแพร่รูปพวกนี้ให้ทั่วรายา จึงหลอกสิงหาว่ามีงานสำคัญต้องส่งกลับเมืองไทยจะขอใช้คอมพิวเตอร์ส่งผ่านทางเน็ต เขาพาเธอไปที่กองราชองครักษ์ บอกให้เธอรออยู่ที่ด้านหน้านี้ก่อน ส่วนเขาเข้าไปติดต่อเรื่องขอยืมใช้คอมพิวเตอร์ให้ สุเทษผ่านมาเห็นเธอนั่งอยู่ เข้ามาทักว่าไม่ใช่ชาวรายามาที่นี่ได้อย่างไร มินตราแนะนำตัวเองว่าเป็นพี่เลี้ยงของพระคู่หมั้น แล้วถามเขากลับว่าเป็นใคร

“ต้องขออภัย ผมสุเทษเป็นทหารคนสนิทของท่านนายพลวิฑูร ผู้นำกองทัพแห่งรายา”

มินตราจำได้ว่าลูกสาวของวิฑูรเป็นคู่แข่งแย่งชิงเจ้าชายมาคีกับมัทนา แกล้งหน้ามืดทำกระเป๋าถือร่วงพื้นข้าวของหล่นกระจาย สุเทษเข้ามาช่วยประคองไว้ เธออ้างว่ายังเมาเครื่องบินค้างอยู่ สักพักก็คงหาย แล้วรีบเก็บของใส่กระเป๋า จงใจลืมธัมบ์ไดรฟ์ไว้ สิงหากลับมาพอดี มินตราสังเกตอาการของนายทหารทั้งคู่รู้ทันทีว่าไม่ถูกกัน สิงหาแจ้งเธอว่าทางหัวหน้าฝ่ายไม่มีอำนาจอนุญาตให้คนนอกเข้าไปใช้คอมพิวเตอร์ ต้องรอให้คามินกลับมาก่อน

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันไม่จำเป็นต้องใช้แล้ว กลับเถอะค่ะ” มินตราพูดจบเดินออกไป สิงหามองงงๆแล้วรีบเดินตาม สุเทษเหลือบเห็นธัมบ์ไดรฟ์ตกอยู่ หยิบขึ้นมาดู...

องค์สาวิตรีกับวิฑูรสะใจมากที่ได้ภาพหลุดของมัทนา อดถามไม่ได้ว่าสุเทษไปได้ธัมบ์ไดรฟ์นี้มาจากไหน เขาบังเอิญพบกับพี่เลี้ยงของมัทนาซึ่งทำมันหล่นจากกระเป๋าถือ องค์สาวิตรีจะเอาไปให้องค์อินทราดู

“ช้าก่อนพ่ะย่ะค่ะ ของดีแบบนี้กระหม่อมอยากจะให้ทุกคนได้เห็นพร้อมกันมากกว่า” วิฑูรยิ้มร้าย

ooooooo

ในที่สุดวันงานพิธีถวายตัวพระคู่หมั้นก็มาถึง เจ้าชายมาคีตื่นเต้นมาก ไปรับมัทนาที่ตำหนักรับรองด้วยตัวเองพร้อมกับเข็มกลัดเพชรติดมาเป็นของกำนัล โดยมีคามินตามอารักขาไม่ห่าง

“ผมมีของขวัญจะมอบให้คุณมัท ขอโทษนะครับ” พระองค์เอาเข็มกลัดเพชรติดให้ที่อกเสื้อของเธอ

มัทนาเห็นคามินแอบมองอยู่ แกล้งทำเสียงอ่อนเสียงหวาน “สวยงามเหลือเกิน ขอบพระทัยเพคะเจ้าชาย”

เจ้าชายมาคีฉีกยิ้มกว้าง ก่อนจะหันไปทางคามิน “ขอบใจนะคามิน คุณมัทถูกใจจริงๆด้วย ตอนแรกผมจะเอาอีกชิ้นที่ใหญ่กว่านี้ แต่คามินบอกว่าคุณมัทน่าจะชอบชิ้นนี้มากกว่า แล้วคุณก็ชอบจริงๆ”

“ขอบคุณมากนะองครักษ์คามิน ที่ช่วยเป็นธุระให้ฉันเสียทุกเรื่องจริงๆ รวมทั้งเรื่องที่พี่มินมารายาด้วย”

คามินยินดีทำให้ด้วยความเต็มใจ เจ้าชายมาคีเห็นว่าใกล้เวลาพิธีจะเริ่ม จึงชวนมัทนาให้ไปกันได้แล้ว ทุกคนกำลังตั้งตารอเธออยู่...

เป็นอย่างที่เจ้าชายมาคีว่าไว้ไม่มีผิดเพี้ยน ทุกคนตั้งตารอมัทนา ไม่ใช่เพื่อจะชื่นชมแต่เพื่อคัดค้านไม่ให้เธอเข้าพิธีถวายตัวเป็นพระคู่หมั้น เนื่องจากมีใบปลิวภาพหลุดของเธอซึ่งมีข้อความกำกับใต้ภาพว่าเป็นพฤติกรรม เหลวแหลกของพระคู่หมั้นในเมืองไทย ทั้งดื่มสุราและคบชายไม่ซ้ำหน้า แจกจ่ายไปทั่ววังหลวง ทั้งเจ้านายฝ่ายในและคณะรัฐมนตรีต่างไม่ยอมให้องค์อินทราประกาศแต่งตั้งเธอเป็นพระคู่หมั้น อ้างว่าประพฤติตัวไม่เหมาะสม

มัทนาพยายามจะอธิบายว่าเกิดอะไรขึ้นแต่ไม่มีใครยอมฟัง มีแต่เสียงโห่ไล่ เธอฉุนขาด ตัดสินใจหนีออกจากงาน องค์สาวิตรี เทวี มินตราและวิฑูรพากันสะใจ คามินรีบตามมัทนาจนทัน พยายามเกลี้ยกล่อมให้เธอกลับไปพิสูจน์ตัวเอง ทีแรกเธอไม่สนใจจะขอกลับเมืองไทยท่าเดียว แต่พอเขาบอกว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นอาจส่งผลให้พวกนั้นเหยียบย่ำไปถึงประเทศชาติของเธอด้วย มัทนาถึงกับหน้าเครียด

“ถ้าอย่างนั้นก็เชิญคุณวิ่งหนีกลับไปเลย” คามินพูดจบ กลับเข้างาน มัทนามองตามสีหน้าครุ่นคิด...

ที่ท้องพระโรงซึ่งเป็นสถานที่จัดพิธี องค์อินทรานั่งนิ่งไม่พูดไม่จา ได้แต่มองใบปลิวภาพหลุดของมัทนาที่อยู่ในมือ เจ้าชายมาคีเห็นมัทนาหายไปนาน ขยับจะไปตาม องค์สาวิตรีเอ็ดเสียงลั่น เห็นขนาดนี้แล้วยังจะเลือก ผู้หญิงคนนั้นมาเป็นชายาอีกหรือ เจ้าชายมาคีไม่สนใจ แค่แต่งตัวแปลกๆไม่เห็นจะเสื่อมเสียอะไรตรงไหน วิฑูรกับองค์สาวิตรีเห็นพ้องกันให้ยกเลิกพิธีในวันนี้ อย่าดึงดันต่อไปอีกเลย กรมวังก็เห็นด้วยกับทั้งคู่

จังหวะนั้นมัทนาเดินกลับเข้ามาด้วยมาดนางพญา ประกาศต่อหน้าทุกคนว่า “รูปที่ทุกท่านเห็นเป็นรูปดิฉันจริง แต่ข้อความใต้รูปนั้นไม่ใช่เรื่องจริง ดิฉันไม่เคยประพฤติตัวเสื่อมเสียเช่นที่เป็นข่าว”

“แต่คุณมัทนาเป็นหญิงต่างชาติ ไม่เป็นที่ยอมรับอยู่แล้ว ถ้าประชาชนเห็นรูปนี้เข้าก็คงยิ่งไม่พอใจ เพราะคนเราก็มักจะเชื่อสิ่งที่เห็น”

คามินรับมือถือที่สินธรยื่นให้ แล้วหันไปทางท่าน รมต.ฝ่ายความมั่นคง “ท่านพูดก็น่าคิด ถ้าเช่นนั้นรูปนี้ของท่านก็คงเป็นเรื่องจริง” คามินยื่นมือถือโชว์รูปท่าน รมต.กำลังนั่งอิงแอบสาวสวยคนหนึ่ง ทุกคนในงานส่งเสียงฮือฮา

“ไม่ใช่นะ เราไม่ได้มีอะไรกับผู้หญิงคนนั้น เธอแค่ขอเข้ามาถ่ายรูปด้วย”

“นั่นคือคำแก้ตัวไม่ใช่หรือท่าน พวกเราทุกคนจะเชื่อในสิ่งที่เห็นเท่านั้น เพราะฉะนั้นท่านกับหญิงสาวในรูปคงมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งแน่นอน ผมยังมีรูปของพวกท่านอีกหลายคนในลักษณะเช่นนี้ แต่ไม่เคยเอามาแจกจ่าย เพราะรู้ดีว่าอาจเป็นข่าวลือเพื่อให้เสื่อมเสีย” สิ้นเสียงคามิน เจ้าชายมาคีลุกขึ้นตบมือเป็นทำนองสนับสนุน

องค์อินทราขอเอาเกียรติของตัวเองเป็นประกันว่ามัทนาไม่ได้มีเรื่องเสื่อมเสียอย่างที่ทุกคนเข้าใจ ขอให้ทุกคนตัดสินเธอจากตัวตนที่แท้จริง แล้วจะพบว่าเธอคู่ควรเป็นราชินีองค์ต่อไปของรายา

“เชื้อชาติ ศาสนา วัฒนธรรมของเราอาจจะต่างกัน แต่ดิฉันเชื่อมั่นว่า ความบริสุทธิ์ใจและจริงใจของดิฉันจะทำให้เรายอมรับในกันและกันได้ ขอเพียงเวลาที่จะเรียนรู้กันเท่านั้น” มัทนาว่าแล้วเดินไปที่เปียโน เริ่มบรรเลงเพลงหลับฝันดี ทุกคนต่างตะลึงคาดไม่ถึง ทั้งวิฑูรและองค์สาวิตรีมองหน้ากัน ไม่อยากเชื่อว่าเหตุการณ์
จะกลับตาลปัตรไปได้ วิฑูรยังไม่ยอมแพ้หันไปพยัก–พเยิดให้สุเทษทำตามแผนสำรอง เขาพยักหน้ารับรู้ แล้วรีบออกไป

ooooooo

มัทนาเดี่ยวเปียโนเพลงหลับฝันดีได้ไพเราะมาก สะกดทุกคนให้นั่งฟังกันเงียบกริบ พอเพลงจบ เสียงตบมือดังกึกก้อง โภคินหันไปส่งสัญญาณให้วงดนตรีบรรเลงเพลงต่อ เจ้าชายมาคีเข้ามาจับมือมัทนา แล้วพาไปเต้นรำกลางท้องพระโรง องค์สาวิตรีทนดูไม่ไหวจะลุกหนี วิฑูรรีบเข้ามาดักหน้า

“ประทับอยู่ก่อนเถอะพ่ะย่ะค่ะ ละครยังไม่จบพ่ะย่ะค่ะ” วิฑูรพูดยังไม่ทันขาดคำ เสียงกรรณิการ์ร้องเรียกเจ้าชายมาคีดังขึ้น ก่อนตัวจะถลาตามเข้ามา เสียงดนตรีทำให้เธอถึงกับเพ้อ เต้นรำไปรอบห้องคนเดียว พอเหลือบเห็นเจ้าชายมาคีเกิดจำได้ขึ้นมา พุ่งเข้าหา พระองค์เอาตัวกันมัทนาไว้

กรรณิการ์สติแตกกระชากเธอมาตบตีอุตลุดหาว่าจะแย่งเจ้าชายไป มัทนาพยายามผลักกรรณิการ์ออกแต่สู้แรงคนบ้าไม่ได้ คามินจะเข้ามาจับตัว กรรณิการ์คว้าแจกันขว้างใส่แล้ววิ่งหนีขึ้นบันไดไปที่โถงข้างบน คว้ารูปปั้นที่ประดับตรงหัวบันไดจะเอามาทุ่ม คามินร้องห้ามว่าอย่าทำแบบนั้น เธอหยุดกึกเงื้อมือค้าง

“พวกแก มันใจร้าย แกขังฉัน ทำร้ายฉัน”

“ไม่มีใครทำร้ายเธอ เรามาช่วยเธอนะกรรณิการ์ ดูสิ ไม่มีใครมีอาวุธเลย” คามินค่อยๆขยับขึ้นบันไดทีละขั้น สุเทษชักปืนวิ่งเข้าหา พลางตะโกนสั่งให้วางรูปปั้นเดี๋ยวนี้ หญิงสาวตื่นกลัวจะทิ้งรูปปั้น แต่เสียหลักกลิ้งตกบันไดลงมานอนแน่นิ่ง เจ้าชายมาคีจะเข้าไปดู คามินหันไปสั่งให้สินธรพาพระองค์ออกไปก่อน แล้วตรงเข้าไปอุ้มร่างไร้วิญญาณของกรรณิการ์ออกไปอย่างรวดเร็ว มัทนาได้แต่ยืนงงทำอะไรไม่ถูก...

จากนั้นไม่นาน มัทนาเรียกบุหลันมาสอบถามความจริงเกี่ยวกับกรรณิการ์ แต่ก็ไม่ได้คำตอบ เธอมั่นใจต้องมีเบื้องหน้าเบื้องหลังบางอย่างแน่ๆ มินตราอาสาจะช่วยสืบเรื่องนี้ให้

ooooooo

ล่ารักสุดขอบฟ้า

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด