ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ล่ารักสุดขอบฟ้า

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: นิยายเรื่อง "ล่ารักสุดขอบฟ้า"

ระหว่างที่ท่านหญิงมาณวิกานั่งหน้าเครียดอยู่ในห้องนอน มินตราเข้ามารายงานว่า ตอนนี้มัทนาเข้าห้องปิดประตูเงียบ คงทำใจไม่ได้ที่แพ้การประลอง ท่านหญิงแดกดันว่าก็น่าจะเป็นอย่างนั้น ขนาดโกงทุกวิถีทางยังแพ้ มินตราตีหน้างง ไม่เข้าใจว่าพูดเรื่องอะไร ท่านเปิดคลิปการแข่งขันให้ดู แล้วต่อว่าที่เธอไม่ห้ามปรามมัทนา

“มินขอประทานโทษค่ะ”

“ที่ฉันให้เธอเป็นพี่เลี้ยงมัทนาก็เพราะไว้ใจว่าเธอจะดูแล ตักเตือนยัยมัทไม่ให้นอกลู่นอกทาง ถ้ายัยมัทจะต้องไปที่รายาจริงๆ เธอเป็นคนเดียวนะมินตราที่ฉันไว้ใจให้ไปอยู่รับใช้ลูกฉันที่นั่น”

“ค่ะ มินจะทำให้ดีที่สุด”

ท่านหญิงมาณวิกาจับมือมินตราไว้ “มินตรา ฉันรักพี่มนแม่ของเธอเหมือนพี่สาวคนหนึ่ง เธอเองก็เท่ากับเป็นหลานของฉัน ฉันเชื่อว่าเธอคงไม่ทำให้ฉันผิดหวัง”...

ไม่ได้มีแต่มินตราเท่านั้นที่ถูกต่อว่า เหมันต์เองก็ถูกธรรมรัตน์ตำหนิไปด้วย นี่ถ้าเขาไม่ส่งคนไปติดตั้งกล้องบันทึกภาพไว้ คงไม่รู้ว่าเหมันต์และมัทนาทำอะไรกับคามินบ้าง เหมันต์ขอโทษในสิ่งที่ได้ทำไปและยอมรับผิดแต่เพียงผู้เดียว ธรรมรัตน์ขอให้เขาเลิกออกรับแทนมัทนาได้แล้ว เขายอมเป็นลูกไล่เธอมาตั้งแต่เด็กแล้ว

“แต่ผมสาบานได้ว่าคุณมัทแค่แกล้งคุณคามินสนุกๆ ไม่ถึงกับทำให้เชือกขาด”

“งั้นก็ต้องเป็นเจ้าอัคนี นึกแล้วว่าเชื้อคงไม่ทิ้งแถว”

เหมันต์ขอร้องธรรมรัตน์อย่าบังคับให้มัทนาต้องไปอยู่ในที่ที่ไม่คุ้นเคยอย่างประเทศรายา เพราะจะทำให้เธอไม่มีความสุข เขาทำอย่างนั้นไม่ได้ เนื่องจากมัทนาเป็นคนที่ถูกเลือกแล้ว...

ค่ำวันเดียวกัน คามินไม่สบายใจนักเมื่อทราบจากโภคินว่าองค์อินทราประชวรอีกครั้ง เนื่องจากเสียใจที่ถูกเจ้าชายมาคีต่อว่า แถมตอนนี้สถานการณ์ที่รายาตึงเครียดมาก มีคนปล่อยข่าวเรื่องเจ้าชายมาคีกับกรรณิการ์ออกมาไว้เว้นแต่ละวัน ในราชสำนักก็พูดกันแต่เรื่องคู่หมั้นคู่หมายของพระองค์ คามินมั่นใจว่านี่ต้องเป็นฝีมือของวิฑูรที่อยากได้เสียงสนับสนุนให้หฤทัยขึ้นเป็นพระคู่หมั้นเพื่อบีบองค์อินทรา

“เป็นไปได้ไหมที่เราจะพาคุณมัทนามาที่รายา ตอนนี้”

คามินเห็นว่ายังไม่ถึงเวลา แม้มัทนาจะมีคุณสมบัติเพียบพร้อมและพอจะเป็นคู่แข่งของหฤทัยได้ แต่เธอยังไม่มีความเป็นผู้ใหญ่พอเมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์ยากลำบาก ขืนพาไปรายาตอนนี้จะเป็นผลร้ายมากกว่าผลดี จังหวะนั้นสาวิตรีเข้ามาในห้องนอนขององค์อินทรา โภคินรีบขอตัววางสาย แล้วเข้ามาทำความเคารพ เธออยากรู้ว่าพระองค์เป็นอย่างไรบ้าง เขารายงานว่าหลังจากได้รับยาไปแล้ว พระองค์ยังหลับอยู่

“ท่านไปพักผ่อนเถอะ เราจะอยู่กับเสด็จพี่เอง”

โภคินไม่อยากทิ้งพระองค์ไว้ลำพังแต่ขัดสาวิตรีไม่ได้ พอเขาไปพ้นสายตา สาวิตรีรีบค้นหาต่างหูของเจ้าชายมาคี เจออยู่ใต้หมอนที่องค์อินทราหนุน ค่อยๆหยิบออกมาอย่างเบามือ

ooooooo

เช้านี้ คามินเปลี่ยนที่เรียนไปยังโต๊ะสนามข้างบ้าน สักครู่มัทนาเดินหน้าบึ้งเข้ามา บอกว่าพร้อมจะเรียนแล้ว จะให้ทำอะไรก็ว่ามา คามินขอแค่รอยยิ้ม หญิงสาวงง รอยยิ้มไปเกี่ยวอะไรกับการเป็นราชินี

“ประชาชนทุกคนอยากเห็นราชินีที่ยิ้มแย้มแจ่มใสไม่ว่าคุณจะสุข เศร้า เหงา โกรธ คุณก็ต้องยิ้ม”

มัทนายินดีจัดให้ แล้วฉีกยิ้มปากกว้างเกือบถึงรูหู ถามว่าแค่นี้หวานพอไหม คามินอยากให้แววตายิ้มด้วย ไม่ใช่ยิ้มแค่ที่ปาก แล้วเชิญให้เธอลงนั่งด้วยท่าเข่าชิด หลังตรง แม้จะทำตามที่เขาบอก แต่มัทนาไม่วายบ่น

“นี่ฝึกทหารหรือฝึกไปเป็นราชินี”

“รอสักครู่นะครับ ขอให้นั่งอยู่ตรงนี้แบบนี้จนกว่าผมจะมา” คามินพูดจบลุกออกไป มัทนามองตามโดยไม่รู้ถูกเขาหลอกให้ฝึกสมาธิและความอดทน จนเวลาล่วงเลยเป็นชั่วโมงๆแล้วคามินก็ยังไม่กลับมา มัทนาเริ่มหงุดหงิดขยับจะลุก แล้วนึกขึ้นได้ หากไม่รักษาคำพูดจะโดนเยาะเย้ยเอาได้ จึงทรุดตัวลงนั่งอย่างเก่า คามินแอบมองอยู่ ยิ้มพอใจ ไม่ได้มีแต่เขาเท่านั้นที่ลอบมองมัทนา ท่านหญิงมาณวิกาเองก็แอบมองลูกอย่างแปลกใจ

“ปกติอยู่นิ่งๆได้ไม่เกิน 5 นาที ต้องนั่งอย่างนั้นเป็นชั่วโมงๆ คุณมัทคงทรมานมาก” มินตราที่ยืนใกล้ๆ

แสร้งเห็นใจ ท่านหญิงมาณวิกาพูดโดยไม่คิดอะไรว่าหากเป็นมินตราคงนั่งได้ทั้งวันไม่มีปัญหา เธอถึงกับชะงัก

“ถ้ามินไปทำแทนได้ก็ดีสิคะ”

“เรื่องนี้คงแทนกันไม่ได้หรอก เดี๋ยวไปเตรียมอาหารกลางวันเถอะ ฝึกหนักแบบนี้คงจะหิวเร็วแน่ๆ” พูดยังไม่ทันขาดคำ มีเสียงโทรศัพท์บ้านดังขึ้น เหมันต์โทร.มาแจ้งว่าเกิดเรื่องที่โรงงาน...

ขาของมัทนาเริ่มเป็นเหน็บจนทนไม่ไหวลุกพรวดขึ้นยืน แต่เกิดขาอ่อน เซจะหัวทิ่ม คามินถลามารับไว้ทัน ใบหน้าของทั้งคู่ใกล้ชิดกันมาก ต่างคนต่างหวั่นไหว เขาได้สติก่อนรีบประคองเธอนั่งลง ถอยห่างแล้วถามว่าจะไปไหน เธอต่อว่าเขาว่าคิดจะแกล้งให้เธอนั่งรอจนเอ็นยึดใช่ไหม

“นี่เป็นส่วนหนึ่งของการฝึก เวลามีพระราชพิธี องค์ราชินีต้องประทับอย่างสง่างามอยู่ในพิธีตลอดเวลา แต่ละพิธีก็ใช้เวลาราวๆนี้ 2-3 ชั่วโมง”

มัทนายิ้มพอใจ เพราะนี่เท่ากับเธอผ่านการทดสอบ คามินให้ผ่านด้านความอดทน แต่ความสง่างามยังต้องฝึกอีก มีเสียงมือถือของเขาดังขึ้น คามินเดินเลี่ยงออกไปรับสาย เป็นจังหวะเดียวกับมินตราเข้ามาแจ้งมัทนาว่าวันนี้คงต้องเลิกเรียนแค่นี้ก่อน คุณท่านโทร.มาสั่งให้เธอขึ้นไปอยู่บนห้อง มัทนางงว่าเกิดอะไรขึ้น...

ธรรมรัตน์โทร.มาบอกคามินว่าตอนนี้ที่นิคม–อุตสาหกรรมของเขามีชาวบ้านที่อาศัยอยู่รอบๆ ก่อม็อบประท้วงปิดทางเข้าออก เขาไม่รู้ว่าจะมีเหตุบานปลายอะไรแค่ไหน อาจมีนักข่าวหรือผู้ไม่หวังดีไปที่บ้าน ฝากเขาช่วยดูแลให้ด้วย ชายหนุ่มรับคำแล้วกลับมาหามัทนา เห็นเธอวิ่งไปทางโรงรถ โดยมีมินตราวิ่งตาม พลางขอร้องไม่ให้เธอไป คุณท่านบอกว่าอาจมีคนไม่หวังดีมาทำร้ายคนในบ้าน ห้ามพวกเราออกจากบ้านเด็ดขาด

“แล้วถ้าพวกเขาทำร้ายคุณพ่อล่ะ มัทนารออยู่ที่นี่ไม่ได้หรอก” มัทนาวิ่งไปขึ้นรถ คามินตามทัน โดดขึ้นนั่งเบาะข้างคนขับ เธอรู้ว่าไล่ให้ลงคงไม่มีประโยชน์จึงปล่อยเลยตามเลย แล้วเร่งเครื่องออกไปอย่างรวดเร็ว

ooooooo

ตั้งแต่มีปัญหากับเสด็จพ่อ เจ้าชายมาคีไม่ยอมแตะต้องอาหาร ชวาลพยายามเชิญชวนให้กินอะไรบ้าง พระองค์หงุดหงิดที่ถูกตื๊อ คีบเสี่ยวหลงเปาควันกรุ่นยัดใส่ปากชวาลแล้วปิดปากไว้ เขาถึงกับตาเหลือก

“รำคาญพูดมากอยู่ได้...ห้ามคายเด็ดขาด” เจ้าชายมาคีสั่งเสร็จ ทิ้งตัวลงนอนอย่างเซ็งจัด

ชวาลวิ่งพล่านเพราะเสี่ยวหลงเปาร้อนมาก เกือบชนเข้ากับหฤทัยที่ถือถาดใส่อาหารเข้ามา เธอไม่สนใจเขา ตรงรี่ไปหาเจ้าชายมาคีพร้อมกับยื่นถาดให้

“หฤทัยทราบว่าฝ่าบาทเสวยอะไรไม่ได้ ก็เลยทำซุปมะเขือเทศมาถวาย” แล้วบรรยายสรรพคุณของซุปยืดยาว เจ้าชายมาคีตัดรำคาญ บอกว่าเกลียดมะเขือเทศ แล้วเดินหนีไปอีกห้องหนึ่ง หฤทัยหน้าเสียหันไปถามชวาล

“จริงหรือชวาล แต่ทำไมคุณแม่บอกว่าเจ้าชายทรงโปรดมะเขือเทศล่ะ”

“คือ...ที่จริงก็เสวยได้ล่ะครับ เดี๋ยวผมเอาไปแช่เย็นก่อน แล้วค่อยอุ่นถวาย” ชวาลรีบยกถาดใส่ซุปออกไป อึดใจ เจ้าชายมาคีเรียกหาเขาลั่น หฤทัยรีบเสนอหน้าเข้าไปรายงานว่าชวาลไม่อยู่ พระองค์ต้องการอะไรเธอยินดีรับใช้ เจ้าชายมาคีรำคาญสุดๆ พยายามไล่ทางอ้อมเธอก็ไม่รู้สึกรู้สม ก็เลยหาทางกลั่นแกล้ง กระชากหฤทัยเข้ามา ทำท่าหื่นกระหายใส่ เธอตกใจไม่คิดว่าจะถูกพระองค์ลวนลามวิ่งหนีออกจากห้อง

เจ้าชายตามมาคว้าแขนไว้ “จะไปไหนล่ะ อยากเป็นชายาของพี่มากไม่ใช่หรือแล้วจะหนีทำไม”

“ไม่เพคะ มันต้องไม่ใช่แบบนี้ อย่าเพคะ” หฤทัยดิ้นรนจนเป็นอิสระ ก่อนจะวิ่งหนีไปทั้งน้ำตา เจ้าชาย มาคีมองตามสะใจ ก่อนจะกลับเข้าห้อง สินธรซึ่งเห็นเหตุการณ์โดยตลอด เดินมาเก็บเครื่องประดับผมของหฤทัยที่ตกอยู่ขึ้นมองอย่างพิจารณา...

ระหว่างที่หฤทัยถูกเจ้าชายมาคีกลั่นแกล้งจนขวัญหนีดีฝ่ออยู่ที่รายา มัทนาขับรถมาจอดใกล้ๆกับประตูทางเข้านิคมอุตสาหกรรมของพ่อซึ่งตั้งอยู่ชานกรุงเทพฯ เห็นม็อบออกันเต็มหน้าประตู บางส่วนพยายามดัน รปภ.จะเข้าไปข้างในให้ได้ ปากก็ตะโกนด่าธรรมรัตน์ไปด้วย แถมขู่จะทำร้าย มัทนาจะลงไปเจรจากับม็อบ คามินคัดค้านเสียงแข็งไม่ให้ทำอย่างนั้น ชาวบ้านกำลังโกรธ ขืนลงไปตอนนี้จะเป็นอันตรายต่อตัวเองเปล่าๆ

“แต่คุณก็ได้ยินว่าเขากำลังจะบุกไปทำร้ายคุณพ่อ”

คามินขอร้องให้ปล่อยเป็นหน้าที่ของตำรวจจะดีกว่า และที่สำคัญเรามีกันแค่สองคนจะไปสู้อะไรพวกนั้นได้ จังหวะนั้นชาวบ้านตี รปภ.คนหนึ่งล้ม รปภ.

อีกคนจะเข้าไปช่วยก็โดนรุม มัทนาเห็นท่าไม่ดีจะลงไปห้ามปราม คามินจะยอมให้ว่าที่ราชินีของรายาเอาชีวิตตัวเองไปเสี่ยงไม่ได้เด็ดขาด

“ชีวิตฉันไม่ได้มีหน้าที่เป็นว่าที่ราชินีอย่างเดียวนะ ฉันยังมีหน้าที่ลูกที่ต้องช่วยพ่อแก้ปัญหาด้วย”

คามินไม่ให้มัทนาลงจากรถกดล็อกประตูไว้ ทั้งคู่มัวแต่เถียงกัน มองไปอีกทีชาวบ้านล้อมกรอบรถไว้ทุกด้าน ขย่มจนรถโคลงไปมาอย่างน่ากลัว พร้อมกับสั่งให้ทั้งคู่ลงจากรถ...

ขณะที่มัทนากับคามินตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน ผู้จัดการนิคมอุตสาหกรรมวิ่งหน้าตื่นเข้าไปรายงานธรรมรัตน์ว่าเกิดเรื่องขึ้นที่ประตูทางเข้าด้านหน้า

ooooooo

สถานการณ์เลวร้ายขึ้นตามลำดับ กระจกรถฝั่งมัทนาโดนทุบจนแตก ชาวบ้านคนหนึ่งจิกผมเธอไว้ แล้วพยายามจะลากออกจากรถ คามินจับข้อมือเขาบิดอย่างแรงจนต้องชักมือกลับ ราชองครักษ์หนุ่ม

เห็นท่าไม่ดีชักปืนจากเอวขึ้นมาขู่ชาวบ้านให้ถอยออกไป ไม่อย่างนั้นจะยิง

“อย่านะ พวกเขาไม่มีอาวุธ แล้วเขาก็เป็นคนไทย คุณไม่มีสิทธิ์ทำร้ายพวกเขา”

คามินทึ่งกับความคิดของมัทนา ชาวบ้านยังไม่ละความพยายามจะเอาทั้งคู่ออกจากรถให้ได้ มัทนาแนะให้ฝ่าวงล้อมออกไป เพราะขืนอยู่ในนี้ชาวบ้านต้องพังรถเข้ามาแน่นอน คามินไม่เห็นด้วย ถ้าลงจากรถมีแต่ตายกับตายเท่านั้น มัทนาไม่สน ต่อให้ตายก็ต้องไปช่วยพ่อของตัวเองให้ได้

“ถ้าคุณยืนยันแบบนี้ ผมจะลงไปด้วย ผมจะคุ้มครองคุณเอง” คามินว่าแล้วยื่นปืนออกไปนอกหน้าต่างรถ ยิงขู่ขึ้นฟ้าสามนัดซ้อน ชาวบ้านตกใจพากันหลบกระสุนวุ่นวาย เขาลงจากรถกราดปืนใส่ สั่งให้ทุกคนถอยออกไป คุณมัทนาลูกสาวของคุณธรรมรัตน์จะลงไปเจรจาด้วย คนถูกเอ่ยชื่อลงจากรถได้ก็ไหว้สวัสดีรอบทิศ

ด้วยหน้าตาที่สะสวย กับคำพูดชวนฟังของมัทนาทำให้ชาวบ้านมีท่าทีอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด หัวหน้าม็อบเห็นท่าไม่ดี คว้าโทรโข่งพูดจายุแหย่ให้ชาวบ้านลุกฮือขึ้นมาอีก คามินเริ่มสงสัยในพฤติกรรมของเขา จังหวะนั้นรถของธรรมรัตน์ที่บีบแตรลั่นแล่นเข้ามาจอด หัวหน้าม็อบปลุกระดมให้ชาวบ้านเข้าไปจับตัวเขา คามินยิงปืนขึ้นฟ้าอีกหลายนัดทำให้ชาวบ้านชะงัก มัทนารีบวิ่งไปหาพ่อ เป็นจังหวะเดียวกับเสียงหวอรถตำรวจดังมาแต่ไกล

ม็อบกลัวถูกจับ แตกฮือ หัวหน้าม็อบฉวยโอกาสวิ่งหนี คามินไม่ปล่อยให้ลอยนวลโดดล็อกคอเขาไว้

ครู่ต่อมาตำรวจนำตัวหัวหน้าม็อบไปสอบปากคำเบื้องต้นที่ออฟฟิศของธรรมรัตน์ ใช้เวลาไม่นานเขาก็เปิดปากสารภาพว่าได้รับเงินค่าจ้างจากนายยักษ์ไม่ทราบนามสกุล ให้มาปลุกปั่นชาวบ้านว่าธรรมรัตน์จะขยายนิคมฯเข้าไปในชุมชน คามินตั้งข้อสังเกตว่าคนจ้างวานน่าจะเป็นคนเดียวกับที่ส่งมือปืนมายิงธรรมรัตน์ที่งานเลี้ยงครั้งก่อน

“เลวมาก อย่าให้รู้นะว่าเป็นใคร”

“มัทรู้ไหมว่าลูกมีความผิด ถ้าท่านราชองครักษ์ไม่มาด้วยจะเกิดอะไรขึ้น ต้องขอโทษท่านอีกครั้งนะครับ”

คามินถือว่าเป็นหน้าที่ของเขาอยู่แล้วที่ต้องอารักขาพระคู่หมั้น มัทนาแว้ดทันที ใครเป็นคู่หมั้นใคร แล้วชวนเหมันต์ไปหาอะไรกินกันดีกว่า อยู่ไปก็ไม่มีประโยชน์ ทำคุณบูชาโทษชัดๆ แล้วเดินหน้าง้ำออกไป เหมันต์รีบเดินตาม ธรรมรัตน์บ่นอุบ ถึงวันนี้แล้วเขายังนึกภาพมัทนาเป็นราชินีแห่งรายาไม่ออกอยู่ดี

คามินอมยิ้ม

“แต่ผมว่าผมพอจะนึกออกนะครับ ต้องขอบคุณเหตุการณ์วันนี้ที่ทำให้ผมได้เห็นสิ่งที่ไม่คิดว่าจะได้เห็น”
ooooooo

เจ้าชายมาคีเซ็งจัด อุตส่าห์กำจัดหฤทัยไปพ้นหน้าแล้ว เสด็จแม่ยังตามมาจุกจิกกวนใจอีก พยายามจะให้กินซุปบร็อกโคลีฝีมือท่านให้ได้ พระองค์ไม่อยากกินอะไรทั้งนั้น อดตายไปเลยยิ่งดี

“แต่ถ้าเป็นอาหารฝีมือกรรณิการ์ล่ะ ลูกจะกินไหม”

“เสด็จแม่พูดถึงกรรณิการ์ทำไม ในเมื่อไม่มีใครยอมรับเธอสักคน”

สาวิตรีจะยอมตามใจเจ้าชายมาคีอนุญาตให้พากรรณิการ์เข้าวังได้ แต่มีข้อแม้อย่างหนึ่ง แล้วหยิบกล่องใส่ต่างหูของเจ้าชายมาคีขึ้นมาให้ดู ถ้าพระองค์รับปากจะยอมมอบมันให้หฤทัย ท่านจะคืนต่างหูนี้ให้

“แต่ถ้าลูกตกลงอภิเษกกับหฤทัย กรรณิการ์จะอยู่ในฐานะอะไร”

“แรกๆก็อาจเป็นแค่สนมกำนัล แต่ถ้ากรรณิการ์ตั้งครรภ์ ลูกก็จะสามารถสถาปนานางขึ้นมาเป็นชายาได้ อีกองค์ตามประเพณี แม่คุยกับหฤทัยแล้ว คิดดูนะ ได้หฤทัยเป็นชายาก็ยังดีกว่าที่จะต้องแต่งงานกับผู้หญิงอื่นที่เสด็จพ่อของลูกอาจกำลังหาให้ เชื่อแม่เถอะ”

เจ้าชายมาคีครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะตอบตกลงทำตามที่ท่านว่า...

ทางฝ่ายหฤทัยแอบมาร้องไห้อยู่ที่สวนข้างตำหนักเจ้าชายมาคีเพียงลำพัง สินธรถือเครื่องประดับที่เธอทำตกเดินเข้ามาเรียก หฤทัยสะดุ้งโหยง ละล่ำละลักว่าเจ้าชายมาคีให้มาตามตัวเธอใช่ไหม

“ขอร้องล่ะ อย่าพาตัวเราไปเลย กลับไปทูลเจ้าชายว่าไม่พบเราได้ไหมสินธร”

“เจ้าชายไม่ได้ทรงให้ผมมาตามคุณ แต่ผมจะเอาสิ่งนี้มาคืน คุณทำตกไว้ที่หน้าห้องเจ้าชายตอนวิ่งออกมา” สินธรเอาเครื่องประดับคืนให้ แล้วมองเสื้อผ้าที่ยับเยินของเธอ หฤทัยมองตามสายตาเขาเห็นเสื้อผ้าตัวเองไม่เรียบร้อยรีบจัดให้เข้าที่ พยายามจะติดเครื่องประดับแต่มือไม้สั่น ทำมันหล่นอีก ทั้งคู่ใจตรงกัน ก้มเก็บเครื่องประดับพร้อมกัน มือโดนกันไม่ได้ตั้งใจ เขารีบขอโทษ ขณะที่เธอปล่อยโฮออกมาอีกครั้งด้วยความอับอาย

“นายคงคิดดูถูกฉันอยู่ใช่ไหม”

“ผมเข้าใจดีว่าเกิดอะไรขึ้น คุณหฤทัยอย่ากังวลเลยครับ” สินธรเห็นเธอติดเครื่องประดับที่ผมไม่ได้สักที อาสาติดให้ ความใกล้ชิดทำให้ทั้งคู่รู้สึกหวั่นไหวอย่างบอกไม่ถูก เสียงชวาลเรียกสินธรดังมาแต่ไกล หฤทัยขอร้องเขาอย่าบอกเรื่องนี้กับใคร แล้วรีบหลบออกไป ชวาลต่อว่าสินธรว่าหายไปไหนมาให้ตามหาตั้งนาน

“เกิดเรื่องกับเจ้าชายหรือ”

“ก็ใช่น่ะสิ...อ้าวเฮ้ย เดี๋ยวรอด้วย” ชวาลพูด

ยังไม่ทันจบ สินธรวิ่งอ้าวไปแล้ว ไม่นานนักเขามาถึงห้องของเจ้าชายมาคี เห็นพระองค์นั่งกินซุปมะเขือเทศฝีมือหฤทัยอย่างเอร็ดอร่อย ไม่พบสิ่งผิดปกติสักอย่าง พระองค์ถามเขาว่าวิ่งหน้าตื่นเข้ามามีอะไรหรือเปล่า สินธรยังไม่ทันจะพูดอะไร ชวาลวิ่งตามเข้ามาเสียก่อน

“มาก็ดีแล้ว เราจะออกไปประชุมที่วังหลวง เตรียมรถให้ด้วยชวาล เราอิ่มแล้ว ความจริงซุปมะเขือเทศฝีมือหฤทัยก็อร่อยไม่เลวนะ” เจ้าชายมาคีว่าแล้วเดินเข้าห้องน้ำอย่างอารมณ์ดี สินธรเห็นเจ้าชายมาคีสวมต่างหูครบทั้งสองข้างก็ตกใจ ชวาลไม่วายพูดติดตลก

“งงล่ะสิ อย่าว่าแต่ท่านเลย ผมก็งง ก่อนองค์ราชินีจะเสด็จมา เจ้าชายยังทรงเอาแต่บรรทม ไม่ยอมเสวย ไม่ยอมรับสั่งอะไร แต่พอองค์ราชินีเสด็จกลับไป ก็ทรงลุกขึ้นมาเสวย ที่สำคัญเสวยซุปของคุณหฤทัยด้วย ที่รีบไปตามท่านก็เพราะว่าจะให้ช่วยมาดีใจด้วยกัน”

ooooooo

หฤทัยนำเรื่องที่ถูกเจ้าชายมาคีลวนลามไปเล่าให้แม่ฟังทั้งน้ำตา ยังโชคดีที่ตัวเองหนีได้ทัน ไม่เช่นนั้นคงต้องตกเป็นของพระองค์ไปแล้ว เทวีกลับด่าลูกว่าโง่หรือเปล่า ที่ตนส่งให้ไปเข้าเฝ้าก็เพื่อให้โดนรังแก แต่เธอดันหนีออกมา วิฑูรเข้ามาทันได้ยินพอดี สั่งให้เทวีหยุดโวยวายได้แล้ว

“คนที่โง่คือเธอต่างหาก คิดหรือว่าใช้วิธีตื้นๆแบบนั้นแล้วจะได้อภิเษกกับเจ้าชายรัชทายาท พาหฤทัยไปแต่งตัวให้สวยที่สุดเดี๋ยวนี้ วันนี้มีงานเปิดตัวว่าที่องค์ราชินีองค์ต่อไปแห่งรายา”

เทวีเดาออกทันที หมากกลที่สามีตัวเองวางให้สาวิตรีเดินได้ผลตามเป้าหมาย...

ทางด้านองค์อินทรานิ่วหน้าแปลกใจเมื่อโภคินเข้ามารายงานว่าสาวิตรีมีคำสั่งไม่ให้งดการประชุม เพราะจะไปเป็นประธานการประชุมแทนพระองค์ และเมื่อสักครู่ที่ผ่านมา สินธรแจ้งมาว่าเจ้าชายมาคีจะเข้าประชุมด้วย องค์อินทรารู้สึกสังหรณ์ใจอย่างบอกไม่ถูก รีบลุกขึ้นจากที่นอนทั้งๆที่ยังไม่หายป่วยดี จะไปเข้าประชุมด้วย แล้วนึกอะไรขึ้นมาได้ ตรวจดูใต้หมอนหนุน ถึงได้รู้ว่าต่างหูของเจ้าชายมาคีหายไป...

ในเวลาต่อมา ที่ห้องประชุมใหญ่ ภายในวังรายา เมื่อองค์ประชุมมากันครบ สาวิตรีซึ่งทำหน้าที่ประธานที่ประชุมแทนองค์อินทรากล่าวเปิดประชุม และบอกกับทุกคนว่าวันนี้ที่ตนเองมาที่นี่ก็เพราะมีเรื่องอยากจะขอความเห็นจากทุกคนเกี่ยวกับการอภิเษกของเจ้าชายรัชทายาท ยังไม่ทันจะประกาศว่าหฤทัยคือคู่หมั้นคู่หมายที่จะอภิเษกกับองค์รัชทายาท องค์อินทราเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน

“ประกาศเรื่องสำคัญอย่างนี้น่าจะรอเราก่อน” พูดจบพระองค์เสด็จไปประทับที่เก้าอี้ประธานที่ประชุม แล้วบอกให้สาวิตรีพูดเรื่องงานอภิเษกต่อได้ พระองค์เองก็กำลังอยากจะหารือถึงเรื่องนี้เหมือนกัน

“มาคีเพิ่งมาบอกหม่อมฉันเช้านี้ว่าต้องการอภิเษกกับหฤทัย”

ทุกคนส่งเสียงฮือฮาดังลั่นห้อง องค์อินทราเห็นด้วยว่าหฤทัยเหมาะสมที่สุดที่จะเป็นชายาของเจ้าชายมาคี แต่ไม่เหมาะจะเป็นว่าที่ราชินี พระองค์ได้หมั้นหมายหญิงอื่นที่คู่ควรไว้ให้เจ้าชายมาคีแล้ว...

ขณะแผนการจะผลักดันให้หฤทัยได้เป็นพระชายาของเจ้าชายมาคีต้องสะดุดกึก คามินซึ่งอยู่ที่เมืองไทย ทราบเรื่องนี้จากสินธรผ่านทางหน้าจอไอแพด เขาขอคุยกับเจ้าชายมาคีหวังจะถ่วงเวลาให้ไปไม่ทันการประชุม พระองค์ไม่ยอมรับไอแพดที่สินธรยื่นให้อ้างว่ากำลังรีบ ต้องเข้าประชุมเรื่องงานอภิเษก

“แต่ท่านคามินมีเรื่องสำคัญมากที่ต้องทูลพระองค์เดี๋ยวนี้พ่ะย่ะค่ะ”

“เรามีธุระสำคัญกว่า เราเป็นองค์รัชทายาท ทำไมต้องมาคอยทำตามคำสั่งของราชองครักษ์ด้วย” เจ้าชายมาคีจงใจพูดเสียงดัง เพื่อให้คามินได้ยิน เขารีบบอกสินธรให้เปิดสปีกเกอร์โฟน

“ฝ่าบาท ตอนนี้กระหม่อมอยู่ที่ประเทศไทย ทรงอยากจะเสด็จมาพักผ่อนคลายเครียดไหมพ่ะย่ะค่ะ”

เจ้าชายมาคีชะงัก คามินถอนใจ โล่งอกที่หยุดพระองค์สำเร็จ แล้วส่งภาพวิวสวยๆของเมืองไทยไปให้ดู เจ้าชายมาคีซึ่งชอบเที่ยวเตร่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว มองภาพเหล่านั้นอย่างพอใจ

“ไหนเสด็จพ่อบอกว่านายไปคุมสร้างฝาย ที่แท้ก็หนีเที่ยว ทิ้งให้เราเผชิญเรื่องบ้าๆอยู่คนเดียว”

“กระหม่อมทราบเรื่องทั้งหมดแล้ว แต่กระหม่อมกำลังทำภารกิจสำคัญให้ฝ่าบาท กระหม่อมมาดูตัวพระคู่หมั้นให้พระองค์”

ooooooo

วิฑูรเจ็บใจมากที่แผนการผลักดันลูกตัวเองให้ขึ้นเป็นว่าที่ราชินีแห่งรายาล้มคว่ำไม่เป็นท่า กลับถึงบ้านอาละวาดกวาดข้าวของตกแตกกระจาย ทั้งเทวีและหฤทัยพากันตกใจร้องลั่น ระหว่างนั้นสุเทษเข้ามารายงานว่า คามินไม่ได้อยู่ที่ฝาย เช็กไปที่กองการต่างประเทศก็เลยรู้ว่าเขาบินไปต่างประเทศหลายวันแล้ว

“ที่แท้องค์ราชาก็เตรียมการเรื่องนี้มานานแล้ว พวกเราเสียรู้จนได้” วิฑูรขบกรามแน่นด้วยความแค้น...

สาวิตรีแค้นใจไม่แพ้วิฑูรเช่นกัน ตามมาต่อว่าองค์อินทราถึงห้องนอน ยืนกรานไม่ยอมรับคู่หมั้นที่พระองค์อุปโลกน์ขึ้นมาเด็ดขาด ผู้หญิงต่างชาติต่างภาษาแถมเป็นลูกพ่อค้าไม่คู่ควรกับราชบัลลังก์รายา

“เราบอกไปแล้วว่าแม่ของมัทนาเป็นเชื้อพระวงศ์ ส่วนพ่อก็เป็นสหายรักของเรา แล้วก็เป็นคนดี ไม่ว่าจะเป็นรูปโฉม การศึกษา ความประพฤติ เราติดตามดูมาโดยตลอด เราขอรับรองว่ามัทนามีคุณสมบัติพร้อม”

สาวิตรีพยายามจะยัดเยียดหฤทัยให้เจ้าชายมาคีให้ได้ องค์อินทรารู้ใจลูกดีว่าไม่ได้รักเธอในทางชู้สาว สาวิตรีแดกดัน คนที่ไม่รู้จักความรักอย่างพระองค์ กล้าพูดถึงเรื่องนี้ด้วยหรือ องค์อินทรายิ้มขมขื่น

“รู้สิ เราถึงอยากจะให้โอกาสมาคี เพื่อลูกจะไม่ต้องอยู่อย่างตายทั้งเป็น”

“อย่างนี้นี่เอง ในที่สุดก็รับสั่งออกมาจนได้” สาวิตรีทั้งเสียใจและแค้นใจสุดๆ เดินออกจากห้องทั้งน้ำตา องค์อินทราทิ้งตัวลงนั่งอย่างสิ้นเรี่ยวแรง โภคินเข้ามารายงานว่า เมื่อสักครู่คามินโทร.มายืนยันแล้วว่าทางเมืองไทยพร้อมรับเสด็จ องค์อินทราถึงกับยิ้มออก นี่แสดงว่ามัทนาผ่านการทดสอบจากคามินแล้ว...

ขณะที่องค์อินทราร่วมมือกับคามินล้มแผนการของวิฑูรได้สำเร็จ ที่บ้านเกียรติกำจรในกรุงเทพฯ มัทนานอนแช่น้ำอุ่นอย่างสบายอารมณ์ มินตราเตือนเธอว่าอยู่เมืองไทยจะสร้างวีรกรรมอย่างไรก็ได้ เพราะมีแต่คนที่รักและคุ้นเคย หากไปอยู่รายา มีแต่คนแปลกหน้า มัทนาจะทำอะไรเสี่ยงๆแบบนี้ไม่ได้เด็ดขาด

“จริงด้วย มัทลืมเรื่องบ้าๆนี่ไปซะสนิท โอ๊ยๆๆๆอยากกลั้นใจตาย” พูดจบมัทนาเลื่อนตัวลงไปในอ่างอาบน้ำ

จนมิดหัว ด้วยความริษยา มินตราจินตนาการว่าตัวเองจับมัทนากดน้ำจนสำลักนอนแน่นิ่ง เธอมองร่างนั้นอย่างสะใจ มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ปลุกเธอให้ตื่นจากภวังค์ ท่านหญิงมาณวิกาโทร.มาบอกให้มัทนาลงไปข้างล่างท่านหญิงป้าเกยูรมา มัทนาทำหน้าเบื่อโลกขึ้นมาทันที...

อีกมุมหนึ่งในห้องรับแขก ท่านหญิงเกยูรต่อว่าท่านหญิงมาณวิกายกใหญ่ที่ปล่อยให้มัทนาขึ้นไปเต้นแร้งเต้นกาอยู่บนเวทีในงานเลี้ยง แถมยังพาลตำหนิไปถึงธรรมรัตน์อีกด้วย มัทนามาทันได้ยินพอดี โกรธที่พ่อถูกพาดพิง ต่อปากต่อคำกับท่านป้าอย่างไม่เกรงกลัว ท่านหญิงมาณวิกาถึงกับกุมขมับที่ลูกเถียงคำไม่ตกฟาก...

ที่หน้าบ้านเกียรติกำจร ธรรมรัตน์ถามคามินเสียงเครียดว่าแน่ใจหรือที่จะให้เจ้าชายมาคีมาพบมัทนา

“ครับ วันนี้คุณมัทนาแสดงให้ผมเห็นแล้วว่าในสถานการณ์คับขัน เธอเป็นผู้ใหญ่พอที่จะไม่ทิ้งความรับผิดชอบ ที่แล้วมาคุณมัทนาอาจรู้สึกว่าโดนบังคับก็เลยต่อต้านแล้วก็กลายเป็นอคติ แต่ถ้าเมื่อไหร่เธอยอมรับการอภิเษก เมื่อนั้นปัญหาทุกอย่างจะหมดไป”

ขาดคำมีเสียงท่านหญิงเกยูรเอ็ดมัทนาดังมาจากในบ้าน ธรรมรัตน์รีบชวนคามินเข้าข้างใน

ooooooo

ท่านหญิงเกยูรโกรธจัด ด่ามัทนาถึงบุพการีว่าได้เลือดก้าวร้าวมาจากพ่อถึงกล้ามีปากเสียงกับผู้ใหญ่ เธอหาได้เกรงกลัวเถียงไม่เลิก ธรรมรัตน์เดินนำคามินเข้ามาได้ยินพอดี เอ็ดลูกว่าไม่ควรก้าวร้าวผู้ใหญ่ ท่านหญิงมาณวิกาสั่งให้ลูกกราบขอโทษท่านป้าเดี๋ยวนี้ มัทนาเมินไม่ยอมทำตาม ในเมื่อไม่ได้ทำผิดทำไมต้องขอโทษ

“จองหองเหมือนพ่อ แล้วฉันจะคอยดูว่าเธอจะลงเอยกับผู้ชายแบบไหน”

คามินได้ยินน้ำเสียงดูหมิ่นว่าที่ราชินีแห่งรายา รีบขัดจังหวะ แนะนำตัวเองว่าชื่อคามิน เป็นหัวหน้าราช- องครักษ์จากประเทศรายา ท่านหญิงเกยูรชะงัก มองเขาอย่างพิจารณา มัทนาคุยข่มทันที ที่แม่ของเธอกับเธอไม่มีเวลาไปกราบขอโทษบรรดาท่านลุงท่านป้าทั้งหลายถึงเรื่องที่เกิดขึ้นครั้งก่อนก็เพราะต้องเตรียมงานรับเสด็จเจ้าชายรัชทายาทจากรายาอยู่กับท่านราชองครักษ์ ท่านหญิงเกยูรสงสัยพระองค์จะเสด็จมาที่นี่ทำไม

“เพื่อมารับพระคู่หมั้นไปเข้าพิธีอภิเษกที่รายาสิเพคะ”

“ใครคือพระคู่หมั้น อย่าบอกนะว่าคือ...” ท่านหญิงเกยูรมองมัทนาที่ยิ้มเชิดๆอย่างไม่อยากจะเชื่อ...

หลังจากส่งท่านหญิงเกยูรขึ้นรถกลับไปเรียบร้อย มัทนาอดนินทาตามหลังไม่ได้ว่าตอนขามาหน้าของท่านป้าราวกับนางยักษ์พันธุรัตน์ แต่พอขากลับกลายเป็นนางฟ้าไปเลยเมื่อรู้ว่าตนจะได้เป็นว่าที่ราชินี ท่านหญิงมาณวิกาขู่ ขืนลูกพูดแบบนี้อีกจะหยิกให้เนื้อเขียว ธรรมรัตน์โล่งใจที่ทุกอย่างคลี่คลาย เชิญคามินเข้าไปคุยเรื่องการรับเสด็จ คามินมองมัทนายิ้มๆก่อนจะเดินตามธรรมรัตน์เข้าบ้าน มัทนางงว่าเขายิ้มเรื่องอะไร

“คุณคามินก็คงดีใจที่คุณมัทยอมรับการอภิเษกอย่างเต็มใจน่ะสิคะ”

มัทนาไม่ได้เต็มใจสักหน่อย แค่โกรธแทนแม่เท่านั้น แล้วนึกขึ้นได้ว่า ไปพูดแบบนั้นกับท่านป้าก็เท่ากับเป็นอย่างที่มินตราว่า ถึงกับตบอกผ่าง

“ตายจริง นี่เราทำอะไรลงไป โอ๊ย มัทนานะมัทนา”...

ด้วยความริษยาที่มัทนาเหนือกว่าทุกอย่าง ตั้งแต่เล็กจนโต มินตราจะเป็นเพียงลูกไล่ของเธอเท่านั้น ไม่ว่ามัทนาจะทำอะไรไม่ดีจะไม่เคยถูกดุด่า มินตราจะเป็นคนโดนทั้งขึ้นทั้งล่อง หลังจากที่ถูกทำโทษแทนมัทนา มินตราก็จะได้ข้าวของต่างๆเป็นการตอบแทนจนอัดแน่นเต็มหีบใบเขื่องของตัวเอง อีกไม่กี่วันข้างหน้า มัทนาก็จะได้เป็นว่าที่ราชินีของรายา แค่คิดมินตราก็ทนไม่ได้ ต้องหาทางทำอะไรสักอย่างเพื่อขัดขวาง

ooooooo

ทันทีที่อัคนีรู้จากมินตราว่ามัทนาจะไปรายาและจะไม่มีวันได้ติดต่อกันอีก เขาจะเป็นจะตายให้ได้ วิ่งโร่ไปฟ้องป๊าที่กำลังเล่นงานนายยักษ์ที่ปลุกม็อบป่วนธรรมรัตน์ไม่สำเร็จ ว่ามัทนากำลังจะไปแต่งงานที่รายา อีกสองสามวันข้างหน้าองค์รัชทายาทจะมารับตัวเธอที่เมืองไทย ให้ป๊าหาทางทำอะไรสักอย่าง

“ลื้อจะให้ป๊าทำอย่างไร จะใช้วิธีของป๊า ลื้อก็ไม่ยอม”

อัคนีอยากรู้ว่าวิธีอะไร อสิตแนะให้ฉุด พอเข้าหอเรียบร้อยค่อยไปขอขมาทีหลัง ถึงอย่างไรครอบครัวฝ่ายหญิงก็ต้องยอม ส่วนองค์รัชทายาทอะไรนั่น คงไม่อยากได้สินค้ามือสองแน่นอน ทีแรกอัคนีจะไม่เอาด้วยอ้างว่าทำแบบนั้นไม่สมศักดิ์ศรี แต่สุดท้ายก็ยอมทำตามที่ป๊าว่า...

ในเวลาต่อมา ที่ออฟฟิศของธรรมรัตน์ ขณะที่คามินกำลังตรวจเช็กเรื่องความปลอดภัยเพื่อเตรียมรับเสด็จเจ้าชายมาคีอยู่กับผู้จัดการนิคมอุตสาหกรรมและธรรมรัตน์ เหมันต์เปิดประตูห้องเข้ามา

“ขอโทษครับพอดีนายเพิ่มโทร.มาบอกว่ารถเสียให้ผมส่งรถไปรับคุณมัทที่สปา เห็นว่ายางโดนตะปูแบนสองล้อเลย น่าจะเป็นพวกมือบอน” คำพูดของเหมันต์ทำให้คามินเอะใจว่าจะเกิดเรื่องไม่ดี รีบออกไปทันที...

เป็นอย่างที่คามินสังหรณ์ใจไม่มีผิด นายยักษ์กับลูกน้องอาศัยจังหวะที่มัทนาชวนมินตราเดินมาขึ้นรถแท็กซี่กลับเอง เนื่องจากขี้เกียจรอรถมารับ นำรถตู้แล่นมาจอดเทียบ แล้วกรูกันลงมาจับตัวมัทนาซึ่งสู้สุดฤทธิ์ไม่ยอมให้ถูกจับง่ายๆอัดนายยักษ์ที่ล็อกตัวจากด้านหลังล้มคว่ำ แล้วคว้าแขนมินตราพากันหนี ฝ่ายหลังแกล้งหกล้มเพื่อถ่วงเวลา นายยักษ์กับลูกน้องตามมาทัน ใช้ยาสลบโปะมัทนาแล้วลากขึ้นรถตู้

คามินมาทันเห็นเหตุการณ์พอดี จะเข้าไปช่วยแต่รถแล่นออกไปเสียก่อน เขาตัดสินใจวิ่งตาม รถตู้แล่นมาติดไฟแดง คามินเร่งฝีเท้าวิ่งขึ้นสะพานลอยคนข้ามถนน รอจังหวะที่รถตู้ของคนร้ายได้รับสัญญาณไฟเขียวกำลังจะแล่นผ่าน โดดลงบนหลังคาพอดี รถยวบคนในรถรู้สึกได้ นายยักษ์เห็นไม่เข้าที สั่งให้จ้อยคนขับเลี้ยวเข้าซอยลัด เขาพยายามขับส่ายไปมาให้แขกไม่ได้รับเชิญบนหลังคารถร่วง แต่คามินเกาะแน่นยิ่งกว่าตุ๊กแก

“ไอ้จ้อย เร่งเครื่องแล้วกระทืบเบรกโว้ย” นายยักษ์สั่งการ

จ้อยทำตามคำสั่ง เหยียบเบรกกะทันหันจนคามินร่วงลงมาตรงหน้ารถตู้ มัทนาเองก็ร่วงจากเบาะที่นั่งลงไปกองกับพื้นรถ นายยักษ์แค้นมาก ขอลงไปดูหน้าแขกไม่ได้รับเชิญสักหน่อย แต่กลับไม่เจอใคร คามินย่องมาด้านหลังเล่นงานนายยักษ์กับลูกน้องล้มคว่ำไม่เป็นท่า แล้ววิ่งไปขึ้นรถตู้ ขับออกไปอย่างรวดเร็ว

มัทนาเริ่มรู้สึกตัว คิดว่าคามินเป็นคนร้ายล็อกคอเขาไว้จนหายใจไม่ออก เขาต้องรีบจอดรถข้างทาง เธอสบช่องวิ่งหนี เขาไล่ตาม กว่าจะรู้ว่าไม่ใช่คนร้าย คามินโดนมัทนาเล่นงานไปหลายดอก จังหวะนั้น นายยักษ์กับลูกน้องตามมาด้านหลัง ยิงปืนใส่ คามินคว้ามือมัทนาพาหนีโดยมีพวกคนร้ายไล่กวด ครู่ต่อมาทั้งสองคนเข้าไปหลบในตู้สินค้า รอจนข้างนอกเงียบจึงชวนกันออกมา แต่เปิดประตูไม่ได้ มัทนาจะทุบประตูขอความช่วยเหลือ

แต่คามินห้ามไว้ ขืนส่งเสียงดัง เกิดพวกคนร้ายได้ยินขึ้นมาจะยุ่ง แล้วพยายามควานหามือถือในกระเป๋า แต่ไม่เจอสงสัยจะหล่นตอนสู้กับคนร้าย มัทนาก็หามือถือ ตัวเองไม่เจอเช่นกัน ความกลัวที่จะติดอยู่ในนี้โดยไม่มีใครหาพบ ทำให้เธอเริ่มเครียด หายใจไม่สะดวก เขาปลอบให้ใจเย็นๆ ตั้งสติไว้ อย่าฟุ้งซ่าน

“ฉันไม่เคยรู้สึกกลัวแบบนี้มาก่อนเลย ทั้งร้อนและหายใจไม่ออก” มัทนามีอาการเหมือนคนกลัวที่แคบ คามินจับมือเธอมาทาบที่อกตรงหัวใจตัวเอง ถามว่ารู้สึกถึงการเต้นของหัวใจของเขาไหม เธอพยักหน้ารับ

“ถ้าอย่างนั้นมองหน้าผมแล้วหายใจไปพร้อมกับจังหวะหัวใจของผมเต้นนะ”

มัทนารู้สึกสงบอย่างบอกไม่ถูก คามินขอให้เธอจำเอาไว้ ตราบใดที่เขายังมีชีวิตอยู่ เธอต้องปลอดภัย แล้วเอาชายเสื้อตัวเองซับเหงื่อให้ ความใกล้ชิดทำให้ทั้งคู่เผลอใจจูบกัน พลันประตูตู้สินค้าเปิดผลัวะ คนงานโวยวายว่าเข้ามาอยู่ในนี้ได้อย่างไร นี่เป็นรถตู้รับส่งสินค้าไม่ใช่ที่มาพลอดรัก ทั้งคู่อายมากพากันออกจากที่นั่นทันที

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“มาวิน” ขึ้นแท่นพระเอก เป็นการทำงานที่มีความสุขได้หม่ำแต่เมนูอร่อยใน “รักล้นพุง”

“มาวิน” ขึ้นแท่นพระเอก เป็นการทำงานที่มีความสุขได้หม่ำแต่เมนูอร่อยใน “รักล้นพุง”
11 พ.ค. 2564

00:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 11 พฤษภาคม 2564 เวลา 01:48 น.