ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ล่ารักสุดขอบฟ้า

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: นิยายเรื่อง "ล่ารักสุดขอบฟ้า"

ขณะที่อสิตกำลังทำโทษมือปืนฐานสังหารธรรมรัตน์พลาด โดยให้ยืนขาเดียว มีแก้วใส่น้ำไว้เต็มวางบนนิตยสารซึ่งเทินไว้บนหัว หากเขาทำนิตยสารเปียกก็ให้นายยักษ์สมุนคนสนิทเอาไปยิงทิ้งได้เลย อัคนีโวยวายเข้ามาทั้งๆที่ยังสวมปลอกคอช่วยพยุง ให้อสิตช่วยจัดการมือปืนที่บังอาจไปทำร้ายว่าที่พ่อตาของตัวเอง

“อะไรนะ...พ่อตาแก”

“ก็ ธรรมรัตน์ไงป๊า เขาเป็นพ่อคุณมัทนา แฟนผม พ่อต้องจัดการให้ผมนะ”

“ไอ้หนู ทำไมแกไม่บอกว่าแกจีบลูกเจ้าของเกียรตินครอยู่”

อัคนีเพิ่งปิ๊งมัทนาไม่นานมานี่เอง คนนี้เขารักจริง พ่อต้องช่วยให้เขาสมหวัง อสิตยินดีช่วยเต็มที่ เพราะหากอัคนีได้เป็นลูกเขยของธรรมรัตน์ ก็เท่ากับตนเองไม่ต้องเหนื่อยแรงไปแย่งซื้อที่ดินแข่งกับทางฝ่ายนั้น...

ทางฝ่ายธรรมรัตน์กับท่านหญิงมาณวิกาเห็นมัทนาไปนั่งหลบมุมตั้งใจอ่านหนังสือเกี่ยวกับประเพณีของประเทศรายาถึงกับออกปากชมคามินมีวาทศิลป์ดีมาก พูดแค่ไม่กี่คำมัทนาก็ยอมแพ้เขาง่ายๆ

“ที่ผ่านมาเราอาจจะบังคับลูกมากเกินไป ลูกเลยต่อต้าน ผมว่าต่อไปนี้เราใช้วิธีแบบท่านคามินดีกว่า ท่านสอนผมหน่อยว่าต้องพูดกับยัยมัทยังไง”

“สำหรับคุณ พูดยังไงก็ไม่เคยทันลูกหรอกค่ะ ฉันคงต้องฝากท่านด้วยนะคะ”

คามินยินดีเป็นอย่างยิ่ง เพราะเขามาที่นี่เพื่อการนี้อยู่แล้ว และขอร้องสองสามีภรรยาอย่าเรียกเขาว่าท่านอีกเลย เขาเป็นแค่ทหารคนหนึ่งเท่านั้น ธรรมรัตน์ซึ่งรู้ความจริงว่าเขาเป็นถึงเจ้าชาย เกือบหลุดปากว่าเรียกแค่ท่านยังน้อยเกินไป ทั้งสามมัวแต่สนใจมัทนา ไม่ทันเห็นมินตราแอบฟังอยู่และมีแผนจะทำอะไรบางอย่าง...

ตกดึกวันเดียวกัน มินตราเห็นมัทนายังขะมักเขม้นอ่านหนังสือเกี่ยวกับประเพณีของประเทศรายาไม่ยอมหลับยอมนอน เตือนเธอว่ากำลังหลงกลคามิน เพราะเขารู้จุดอ่อนของเธอคือชอบเอาชนะ เลยแกล้งดูถูกดูแคลนเพื่อหลอกล่อให้เธอยอมศึกษาประเพณีของรายา มัทนาคิดคล้อยตามแล้วแค้นใจมาก ปิดหนังสือไม่ยอมอ่านต่อเข้าทางมินตราซึ่งทำเป็นหวังดีแต่ประสงค์ร้าย

“พี่เคยอ่านมาว่า ผู้ชายชาวรายาจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับหญิงสาวที่มีเจ้าของแล้ว แม้จะเป็นเพียงคนรักก็ตาม”

มัทนารีบเปิดหนังสือเล่มนั้นเพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม เป็นจริงอย่างที่มินตราว่า ถ้าหากเธอมีแฟนแล้ว เจ้าชายแห่งรายาก็อาจจะเปลี่ยนใจไม่อภิเษกกับเธอ มินตราแกล้งทักท้วงว่ามัทนาไม่มีแฟนสักหน่อย แล้วบอกให้เธอรีบเข้านอน พรุ่งนี้คามินจะมาอบรมประเพณีให้แต่เช้า ก่อนจะทำเป็นคิดอะไรขึ้นมาได้

“พี่ลืมบอกไปว่าเมื่อครู่นี้ คุณอัคนีโทร.เข้ามาที่มือถือคุณมัท แต่พี่บอกไปว่าคุณมัทไม่ค่อยสบาย อยากพักผ่อน” มินตราพูดจบยื่นมือถือให้ แล้วออกจากห้อง มัทนาฉุกคิดได้ว่าควรจะอุปโลกน์ให้อัคนีเป็นแฟนตัวเอง

ooooooo

ที่ตำหนักของเจ้าชายมาคี สินธรถูกเจ้าชายมาคีซ้อมเพื่อให้บอกมาว่าเอาตัวกรรณิการ์ไปซ่อนไว้ไหน เขาอ้างว่าไม่รู้ไม่เห็น เจ้าชายไม่เชื่อ หาว่าเขารับคำสั่งจากเสด็จพ่อ แอบเอาคนรักของพระองค์ไป

“กระหม่อมไม่ทราบเรื่องนี้จริงๆ พ่ะย่ะค่ะ”

เจ้าชายมาคีโกรธจัด ต่อยสินธรกระเด็น ก่อน

จะตามเข้าไปซ้ำ ชวาลรีบเข้าไปห้ามปราม พระองค์กลับหาว่าเขาเป็นพวกเดียวกับสินธร ขู่ว่าถ้ากรรณิการ์เป็นอะไรไปจะเอาเรื่องทั้งคู่ให้ถึงที่สุด แล้วขยับจะไป ชวาลผวามากอดขาไว้ ถามว่าจะเสด็จไปไหน พระองค์ไปสอบถามเรื่องนี้จากเสด็จพ่อ

“ถ้าฝ่าบาททูลเรื่องคุณกรรณิการ์ แล้วองค์ราชายังไม่ทราบเรื่องนี้ กระหม่อมเกรงว่าเรื่องก็จะยิ่งบานปลายไปกันใหญ่นะพ่ะย่ะค่ะ หากทรงไว้พระทัย กระหม่อมจะไปสืบหาคุณกรรณิการ์ให้เอง”

“เจ้าเนี่ยนะ” เจ้าชายมาคีมองสินธรอย่างดูแคลน ชวาลช่วยเชียร์เขาอีกแรงหนึ่ง

“ท่านองครักษ์เป็นมือขวาของท่านคามิน ต้องหาตัวคุณกรรณิการ์ได้แน่พ่ะย่ะค่ะ”

เจ้าชายมาคีคล้อยตาม ให้เวลาสินธรสามวัน หากเอาตัวกรรณิการ์กลับมาไม่ได้ จะได้เห็นดีกัน...

ฝ่ายสินธรไม่ลืมรายงานเรื่องนี้ผ่านทางหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้คามินรับทราบ และยังรายงานเพิ่มเติมอีกว่าตอนนี้กรรณิการ์จิตหลุดเพราะตกใจกลัวตอนที่ถูกทำร้าย ขณะนี้กำลังพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านโภคิน...

กรรณิการ์อาการน่าเป็นห่วง อาละวาดใส่ทุกคนที่เข้าใกล้เนื่องจากกลัวจะถูกทำร้าย แม้แต่บุหลันภรรยาของโภคินที่คอยดูแลยังเอาไม่อยู่ เธอบ่นให้สามีฟัง ทำไมถึงต้องทำร้ายกรรณิการ์ถึงขนาดนี้ ในเมื่อฝ่ายในส่วนใหญ่สนับสนุนให้หฤทัยขึ้นเป็นพระชายากันทั้งนั้น ถ้า

จะเปรียบกันแล้วกรรณิการ์เทียบเธอไม่ติด

“ยังมีผู้หญิงอื่นที่เพียบพร้อมยิ่งกว่าเธอไม่ต้องห่วง ที่สำคัญต้องไม่ให้ใครรู้ว่ากรรณิการ์อยู่กับเราเด็ดขาด”

บุหลันรับคำ สองสามีภรรยาไม่ล่วงรู้เลยว่าบ้านหลังนี้ถูกสุเทษจับตาดูความเคลื่อนไหวอยู่ ครู่ต่อมา สุเทษไปยืนอยู่ตรงหน้าวิฑูร รายงานด้วยความมั่นใจว่ากรรณิการ์ซ่อนตัวอยู่ที่บ้านโภคิน ตั้งข้อสังเกตว่าการที่เธอไปอยู่ที่นั่น ก็แสดงว่าองค์อินทราต้องทราบแล้วว่าเจ้าชายมาคี

มอบต่างหูของพระองค์ให้เธอ แต่ทำไมในวังดูเงียบเชียบ หรือองค์อินทราจะยอมให้เจ้าชายอภิเษกกับกรรณิการ์

“เป็นไปไม่ได้ นังนักร้องชั้นต่ำนั่นไม่มีอะไรคู่ควรกับการเป็นว่าที่ราชินีของรายาสักอย่าง มันต้องมีอะไรมากกว่านั้นแน่ ที่สำคัญ ไอ้คามินมันดันมาหายตัวไปตอนนี้ มันต้องมีอะไรเกี่ยวพันกัน ฉันคงต้องทำอะไร

สักอย่างแล้ว” วิฑูรยิ้มเหี้ยม

ooooooo

ในเวลาไล่เลี่ยกัน คามินต้องแปลกใจเมื่อ

มินตราพามายังห้องหนังสือของบ้านเกียรติกำจร เห็นมัทนานั่งรอท่าอยู่ก่อนแล้ว ซ้ำยังมีทีท่ากระตือรือร้น บอกให้เริ่มบทเรียนของเขาได้เลยเธอรอฟังอยู่ คามินหลงดีใจคิดว่าเธอสนใจประเพณีของรายาจริงๆ จึงไม่ทันเฉลียวใจว่ามัทนาจัดเตรียมแผนการบางอย่างเอาไว้

ขณะที่คามินกำลังอธิบายประเพณีเรื่องการเลือกคู่ของชาวรายาซึ่งมัทนาดูจะสนใจเป็นพิเศษ อัคนีเปิดประตูห้องผลัวะเข้ามาพร้อมกับดอกไม้ช่อใหญ่

“คุณมัทนาที่รัก อัคนีมาแล้ว ผมเป็นห่วงคุณมากๆ พอวางสายเมื่อคืน ผมก็นอนไม่หลับเลย หลับตาลงก็เห็นแต่หน้าคุณ” ไม่พูดเปล่า อัคนีพรวดพราดเข้ามาจับมือมัทนาไว้ คามินมองงงๆว่าเขาเป็นใคร

“คุณอัคนี ฉันบอกแล้วไงคะว่าฉันไม่เป็นไรมาก ที่ฉันโทร.ไปก็แค่อยากจะบอกความรู้สึกของตัวเองก่อน ที่เราจะต้องกล่าวลากัน” มัทนาตีหน้าเศร้าน้ำตาซึม อัคนีตกใจทำไมต้องกล่าวลา หรือว่าเธอเป็นโรคร้ายแรง อาสาจะพาไปหาหมอ แล้วเข้าไปอุ้มเธอทันทีแต่อุ้มไม่ไหว กวักมือเรียกสมุนที่คุมเชิงอยู่นอกห้องให้มาจัดการแทน มัทนาพยายามห้ามแต่อัคนีไม่ฟัง คามินปรี่เข้าไปเล่นงานทั้งเจ้านายทั้งสมุนกระเด็นไปคนละทิศละทาง

“แก...แกรู้ไหมว่าฉันเป็นใคร” อัคนีชี้หน้าคามินอย่างเอาเรื่อง

“ขอโทษ ผมไม่ทราบจริงๆ แต่ผมยอมให้คุณเอาตัวพระคู่หมั้นของเจ้าชายรัชทายาทไปไม่ได้”

อัคนีงง ทำไมคามินถึงพูดแบบนี้ มัทนาอธิบายทั้งน้ำตาว่าพ่อกับแม่บังคับให้เธอแต่งงาน เขาโวยลั่นจะเป็นไปได้อย่างไรในเมื่อเธอเพิ่งโทร.ไปรับรักเขาเมื่อคืนนี้ มัทนากลัวเขาจะพูดมากชิงฟูมฟายกลบเกลื่อน

“กว่ามัทจะรู้ใจตัวเองมันก็สายเกินไป มัทขอโทษค่ะ แต่มัทขัดคุณพ่อคุณแม่ไม่ได้”

ก่อนเรื่องราวจะไปกันใหญ่โต ธรรมรัตน์เข้ามาเชิญให้อัคนีกลับ ไม่อย่างนั้นจะแจ้งความฐานบุกรุก เขารีๆรอๆว่ามัทนาจะเอาอย่างไร ธรรมรัตน์ขู่ซ้ำ ขืนชักช้าจะให้ตำรวจมาเชิญออกไป นายดำกับนายดอนสมุนของอัคนีเห็นท่าไม่ดี รีบพาเจ้านายกลับ เขาไม่วายหันมาตะโกนลั่น

“คุณมัท ไม่ต้องห่วง ผมจะมาช่วยคุณเอง”

ooooooo

ธรรมรัตน์ถึงกับร้องเอะอะว่าเป็นไปไม่ได้ที่มัทนาจะเป็นแฟนกับอัคนี ท่านหญิงมาณวิกาก็ไม่เชื่อเช่นกัน หันไปถามมินตราว่าจริงหรือเปล่า เธอทราบแค่ว่าอัคนีชอบมัทนามาก ธรรมรัตน์รู้มาว่าอสิตพ่อของอัคนีเป็นมาเฟียมาก่อน ธุรกิจที่ทำก็มีเงื่อนงำ อย่าว่าแต่คบเป็นแฟน แค่เป็นเพื่อนเขาก็ไม่อยากให้เป็น

ท่านหญิงมาณวิกาจ้องมัทนาอย่างจับผิด “มัทนาลูกจงใจสร้างเรื่องขึ้นมาเพื่อปฏิเสธการแต่งงานใช่ไหม”

“มัทยังไม่ได้พูดสักคำว่าจะปฏิเสธการแต่งงาน มัทยินดีจะทำตามที่คุณพ่อกับคุณแม่ต้องการ ถึงแม้หัวใจมัทจะแหลกลาญไม่มีชิ้นดี” มัทนาแกล้งทำเสียงสั่น ธรรมรัตน์ชักจะใจอ่อนที่เห็นลูกสะเทือนใจ

“นี่เป็นเรื่องใหญ่ คุณมัทนาควรจะบอกผมแต่แรก” คามินตำหนิกลายๆ มัทนาไม่เห็นจะมีประโยชน์อะไร ในเมื่อการอภิเษกต้องเกิดขึ้นอยู่ดี แล้วตัดบทว่าอย่าเสียเวลาอีกเลย ไปเรียนประเพณีของประเทศรายากันต่อดีกว่า จังหวะที่ลุกขึ้น เธอแกล้งเซ ธรรมรัตน์ตกใจรีบประคองลูกไว้ ถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า ไปหาหมอไหม

“โรคของมัท หมอที่ไหนก็รักษาไม่หายหรอกค่ะ อย่าสนใจมัทเลยค่ะคุณพ่อ”

มินตราเข้ามารับช่วงต่อ ประคองมัทนาไปพักผ่อน คามินมองตาม ไม่เชื่อว่าคนอย่างมัทนาจะมีแฟนไม่เอาไหนอย่างอัคนี นี่ต้องเป็นแผนป่วนการอภิเษกอีกแผนหนึ่งของเธอ คิดได้ดังนั้น จึงหลบออกมาโทร.หาโภคิน เพื่อปรึกษาเรื่องนี้ เขาบอกทันทีว่าเป็นไปไม่ได้ที่มัทนาจะมีแฟน เพราะองค์อินทราให้คนติดตามพฤติกรรมของเธอมาตลอด ถึงจะมีข่าวกับหนุ่มไฮโซหลายราย แต่เธอไม่เคยมีคนรักแน่นอน ถ้าพระองค์ไม่แน่ใจ คงไม่เลือกเธอเด็ดขาด แต่เท่าที่คามินเห็น มัทนาดูจะไม่เต็มใจนักกับการถูกเลือก แถมยังทำทุกวิถีทางให้การอภิเษกล้ม

“องค์ราชาถึงทรงส่งท่านไปยังไงล่ะ เพราะนอกจากท่านก็คงไม่มีใครทำภารกิจนี้สำเร็จอีกแล้ว”...

ธรรมรัตน์ทุกข์ใจที่เห็นลูกไม่มีความสุข โทษว่าเป็นความผิดของตัวเองที่ทำให้ทุกคนต้องเดือดร้อน ตัดสินใจจะจบเรื่องนี้ ท่านหญิงมาณวิกาถามว่าเขาเชื่อจริงๆหรือว่าลูกเป็นแฟนกับอัคนี

“จริงหรือไม่จริงลูกทำขนาดนี้เราก็ไม่ควรดึงดันต่อไปเพราะนี่เป็นเรื่องของประเพณีที่ทางรายาเคร่งครัดมาก ผมจะไปเฝ้าองค์ราชาทูลขออภัยโทษ ถ้าทรงกริ้ว ผมก็ยอมให้ทรงลงโทษ จะขังคุกหรือประหารผมก็ยอม”

คามินเข้ามาทันได้ยินพอดี “ไม่จำเป็นหรอกครับ ทางโน้นทราบเรื่องหมดแล้ว ตอนนี้เป็นหน้าที่ของผม ที่ต้องทำให้คุณมัทนาเต็มใจอภิเษกให้ได้”

“แล้วคุณจะทำอย่างไรครับ”

คามินจะให้มีการประลองกัน ในเมื่อไม่มีฝ่ายใดตัดใจจากมัทนาได้ หากฝ่ายไหนชนะ ก็จะได้ตัวเธอไป แล้วอุปโลกน์ขึ้นมาเองว่าทางรายาเรียกพิธีนี้ว่า “พิธีชิงนาง”...

อสิตถึงกับหัวร่องอหายเมื่ออัคนีเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง บรรดาสมุนที่รายล้อมอยู่พากันหัวเราะตาม อัคนีไม่ขำด้วย เพราะนี่เป็นเรื่องใหญ่ มัทนาบอกกับเขาว่าคามินท้า

ให้เขาประลองด้วย ถ้าเขาชนะ ไอ้องครักษ์นั่นจะจัดการยกเลิกการอภิเษกระหว่างมัทนากับเจ้าชายแห่งรายา

“ไอ้หนูเอ๊ย ที่ป๊าหัวเราะเพราะ หนึ่ง ป๊าไม่เชื่อว่าไอ้ธรรมรัตน์มันจะได้เป็นพ่อตาพระราชา มันอาจจะดูหนังจักรๆวงศ์ๆมากเกินไป สอง ถึงมันจะเป็นเรื่องจริง การท้าทายแบบนี้มันจิ๊บจ๊อยมากสำหรับอดีตมาเฟียคุมบ่อนอย่างป๊า...ไอ้ยักษ์ ไปจัดการเตรียมอาวุธหนักอาวุธเบาและกำลังคนของเราให้พร้อม รอรับคำสั่งจากอั๊ว”

อัคนีว่าป๊ากำลังเข้าใจผิด การประลองที่ว่าไม่ใช่การต่อสู้ที่ต้องตายกันไปข้างหนึ่ง เขากับคามินแค่จะแข่งไตรกีฬากันเท่านั้น

ooooooo

เหมันต์มาที่บ้านเกียรติกำจรแต่เช้าพร้อมด้วยข้อมูลเกี่ยวกับประเทศรายาที่มัทนาให้ไปหา แล้วรายงานว่าพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศเป็นภูเขา ชาวรายาก็เลยชำนาญกีฬาทางบก มัทนาถึงบางอ้อทันทีว่าทำไมคามินถึงได้ท้าแข่งจักรยานเสือภูเขากับปีนหน้าผา มินตราดูท่าทางอัคนีแล้ว ไม่ว่ากีฬาทางไหนก็ไม่ชำนาญสักทาง

“นายนั่นก็แค่หุ่น แต่คนเชิดคือเรา ดังนั้นเราต้องทำให้นายอัคนีชนะให้ได้”

“การแข่งขันสุดท้าย คุณคามินให้ทางเราเป็นคนเลือก ถ้าอย่างนั้นเราก็ควรเลือกกีฬาที่เขาไม่ถนัด”

มัทนาเชื่อว่าหากเราทำตามแผนการที่วางไว้

คามินจะแพ้การแข่งขันทั้งสองประเภท เหมันต์ชักใจไม่ดี หากทางเราชนะ ก็เท่ากับเธอต้องเป็นแฟนอัคนี มัทนาไม่เห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ อัคนีไม่มีน้ำยา จัดการง่ายกว่านายองครักษ์จอมจุ้นนั่นมากมายนัก...

ทางฝ่ายอสิตอยากให้ลูกชายชนะ จึงจับเขาออก กำลังกายอย่างหนัก หวังจะเรียกกล้ามเนื้อและความแข็งแกร่ง โดยทำให้ดูเป็นตัวอย่าง ด้วยความไม่เคยออกกำลังกายมาก่อน อัคนีทำได้ไม่กี่ทีก็หมดแรงแทบเป็นลมล้มทั้งยืน อสิตถึงกับส่ายหน้า ดูท่าแล้วลูกชายตัวเองคงจะไปไม่รอด

“มันจะยากอะไรละครับนาย เราแค่ไปดักยิงคู่แข่งของคุณหนู แค่นี้ก็จบ” นายยักษ์เสนอแนะ

“เฮ้ยอย่านะ ทำอย่างนั้นผมก็ไม่ได้พิสูจน์ศักดิ์ศรีลูกผู้ชายให้คุณมัทเห็นน่ะสิป๊า...ป๊าต้องช่วยผมนะ ทำยังไงก็ได้ให้ผมชนะ”

อสิตรับปากลูก ไม่ว่าจะอย่างไรเขาไม่มีวันแพ้แน่นอน แล้วสั่งให้นายยักษ์ไปเตรียมทุกอย่างให้พร้อม

ooooooo

มัทนาเลือกรีสอร์ตหรูริมทะเลแห่งหนึ่งเป็นจุดปล่อยตัวการแข่งขันขี่จักรยานเสือภูเขา โดยมีเหมันต์และมินตราอยู่เป็นสักขีพยานด้วย มัทนาเชียร์อัคนีออกนอกหน้า แถมเรียกเขาเต็มปากเต็มคำว่า “ฮันนี่” อัคนีกร่างเต็มที่มั่นใจว่าตัวเองต้องชนะ เพราะนายยักษ์กับพวกดักรอจะจัดการคามินระหว่างเส้นทางแข่งขัน

“คุณคามิน คุณเตรียมผ้าเช็ดหน้ามาหรือเปล่า” อัคนียิ้มเย้ย พอรู้ว่าไม่ได้เอามา จัดแจงวานเหมันต์ช่วยเตรียมไว้ให้คามินด้วย จะได้เช็ดน้ำตาตอนแพ้ตนเอง

จากนั้นผู้เข้าประลองทั้งสองคนเตรียมพร้อม

ที่จุดสตาร์ต ทันทีที่เหมันต์ให้สัญญาณเริ่มการแข่งขัน คามินปั่นจักรยานออกไปอย่างคล่องแคล่วรวดเร็ว ขณะที่อัคนีปั่นให้ตรงทางยังแทบจะทำไม่ได้เนื่องจากข้อมือไม่แข็ง ส่วนมัทนา เหมันต์และมินตรารีบวิ่งไปขึ้นรถกอล์ฟขับไปรอที่เส้นชัย

จักรยานของราชองครักษ์หนุ่มเริ่มทิ้งช่วงห่างอัคนีมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งมาถึงทางแยกซึ่งมีป้ายบอกเส้นทางปักอยู่ พอคามินเลี้ยวไปตามลูกศรที่ป้ายชี้ นายยักษ์ออกจากที่ซ่อนมาเปลี่ยนป้ายให้กลับเป็นอย่างเดิม ก่อนจะโทร.แจ้งอัคนีว่าทุกอย่างเป็นไปตามแผน คามินไม่มีทางถึงเส้นชัยแน่นอน วางสายแล้วหยิบกล้อง ส่องทางไกลขึ้นมาดู เห็นคามินขี่จักรยานใกล้ถึงจุดที่วางกับดักอันแรกเอาไว้ เขากลับรอดพ้นไปได้อย่างเหลือเชื่อ

“เฮ้ยๆๆ...มันมาแล้ว เตรียมตัว”

นายดำกับนายดอนรีบหลบหลังโขดหิน คามินขี่มาถึงทางตัน จำต้องหยุดรถ ลงไปดูว่ามีทางอื่นอีกหรือเปล่า จังหวะนั้นสมุนทั้งสองคนลอบเข้ามาด้านหลัง แต่คามินไหวตัวทัน จัดการทั้งคู่สลบเหมือด นายยักษ์เห็นท่าไม่ดีวิ่งหนี คามินเดาได้ไม่ยากว่าถูกหลอกให้มาผิดทาง รีบปั่นจักรยานกลับทางเก่า...

ด้วยความมั่นใจว่านายยักษ์จะจัดการคามินได้ อัคนีจึงชะล่าใจจูงจักรยานเดินดูดน้ำอย่างสบายอารมณ์คามินปั่นจักรยานแซงหน้าแล้วหันมาตะเบ๊ะ เขาถึงกับสำลักน้ำ คว้ามือถือขึ้นมาโทร.หานายยักษ์แต่ไม่มีใครรับสาย รีบขึ้นจักรยานขี่ตามไปอย่างทุลักทุเล แต่อุปสรรคของคามินยังไม่หมด รอดพ้นเงื้อมมือสมุนของอัคนีมาได้ ต้องมาเจอตะปูเรือใบที่เหมันต์เอามาโรยขวางถนนไว้ เขาไม่ทันเห็นทับเข้าไปเต็มๆ ยางแบนสองล้อ ปั่นต่อไม่ได้

อัคนีปั่นจักรยานตามมาด้านหลัง เห็นคามินนั่งมองยางรถที่แบนของตัวเองก็ยิ้มเยาะ ก่อนจะขี่หลบหลีกตะปูเรือใบนำหน้าไป เขามองตามหงุดหงิด ไม่นานนัก อัคนีปั่นจักรยานอย่างอ่อนแรงเต็มที เข้ามาในระยะอีกไม่กี่สิบเมตรก็จะถึงเส้นชัย เห็นมัทนายืนอยู่กับมินตราตะโกนลั่นถนน

“ฮันนี่ ผมมาแล้ว”

มัทนาเชียร์ให้เขาสู้ๆ อีกไม่กี่อึดใจก็จะเข้าเส้นชัยแล้ว แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นคามินแบกจักรยานวิ่งไล่หลังมา ร้องเตือนให้อัคนีออกแรงมากขึ้นคู่แข่งตามมาแล้ว แต่ไม่ทันกาล คามินวิ่งแซงเข้าเส้นชัยไปเสียก่อน พร้อมกับชูจักรยานขึ้นเหนือหัวอย่างสะใจที่ตัวเองชนะ มัทนากลับบอกเขาว่าอัคนีต่างหากที่ชนะ

“ผมเข้าเส้นชัยก่อนแต่คุณตัดสินให้คุณอัคนีชนะ อย่างนี้เขาเรียกว่าโกงนะครับ”

“นี่มันแข่งขี่จักรยาน แต่คุณแบกมา มันผิดกติกา”

“อ้าว ถ้าแบกจักรยานผิด เดินจูงจักรยานระหว่างแข่งขันก็ผิดเหมือนกัน” คามินพูดจบ เปิดคลิปในมือถือที่ตัวเองถ่ายอัคนีตอนจูงจักรยานเดินลอยชายดูดน้ำให้ดู มัทนาถึงกับพูดไม่ออก จำต้องประกาศให้คามินชนะการแข่งขันจักรยานเสือภูเขา แล้วหันไปให้กำลังใจอัคนีว่าอย่าเพิ่งท้อ ยังเหลือการแข่งขันอีกตั้งสองรายการ

ooooooo

หลังพักจนหายเหนื่อย การแข่งขันปีนหน้าผาจำลองก็เริ่มขึ้น กติกามีว่า แต่ละคนจะต้องปีนหน้าผาขึ้นไปหยิบธงที่ปักไว้ด้านบน ใครหยิบได้ก่อนเป็นผู้ชนะ มัทนาโกงการแข่งขันโดยให้เหมันต์เอาน้ำมันไปทาเชือกด้านที่คามินใช้ปีน เขาไต่ไปถูกน้ำมันทำให้มือลื่นหลุดจากเชือก ยังดีที่มีเชือกเซฟตี้อีกเส้นหนึ่งรั้งตัวไว้ไม่ให้ร่วง

มัทนาถึงกับยิ้มสะใจ “เจ๋งมากพี่เหมันต์”

“นี่ฝีมือเธอหรือ” มินตรามองเหมันต์อย่างตำหนิ เขาแก้ตัวว่าแค่เอาน้ำมันทาไม่ได้ตัดเชือกสักหน่อยไม่เห็นต้องโวยวาย คามินเจอศึกสองด้าน ไม่ใช่จะมีแต่มัทนากับพวกที่วางกลโกง เขายังโดนนายยักษ์ลอบใช้มีดบากเชือกของเขาอีกด้วย พอเชือกรับน้ำหนักตัวระหว่างที่คามินไต่ขึ้นหน้าผาก็ค่อยๆขาดที่ละน้อยจนในที่สุดขาดทั้งเส้น เขาลอยละลิ่วลงสู่เบื้องล่างอย่างน่าหวาดเสียว โชคดีที่คว้าแง่งหินไว้ได้ มัทนาหันมองเหมันต์

“ไหนว่าไม่ได้ตัดเชือกไง”

เหมันต์ยืนยันว่าไม่ได้ตัด มัทนาสั่งให้เขาเอาคนไปช่วยคามินลงจากหน้าผา ระหว่างนั้นมือของคามินข้างที่จับแง่งหินค่อยๆลื่นเพราะน้ำมันที่เปื้อนมือ เขา

รีบหยิบมีดพกขึ้นมาปักหน้าผาช่วยยึดตัวเองไว้ได้ ด้านอัคนีปีนขึ้นไปถึงยอดได้อย่างรวดเร็ว เพราะมีสมุนสองคนแอบช่วยดึงเชือกอยู่ด้านบน เขาปลดเชือกที่มัดตัวออก หยิบธงชูขึ้น ประกาศลั่นว่าตัวเองชนะแล้ว มัวแต่กระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ เท้าเหยียบพลาดพลัดหล่นจากหน้าผา ทุกคนพากันร้องลั่นด้วยความตกใจ คามิน คว้าเสื้อเขาไว้ทันก่อนจะร่วงถึงพื้น สั่งให้เขาจับมือตนไว้

“อย่าปล่อยนะ ช่วยผมด้วย” อัคนียึดมือคามินไว้แน่น

แต่เนื่องจากมือของคามินที่จับเสื้ออัคนีไว้ถูกน้ำมันก็เลยลื่น อัคนีหลุดมือร่วงลงมาใส่เบาะที่เจ้าหน้าที่เอามารองไว้พอดี มัทนารีบวิ่งมาดู แต่เขาช็อกหมดสติไปเรียบร้อย นายยักษ์กับสมุนรีบมาดูนายน้อยเห็นยังครบสามสิบสองก็โล่งใจ มัทนามองสมุนของอัคนีที่มีหมวกไหมพรมสวมอยู่บนหัวสีหน้าครุ่นคิดสงสัย...

เหมันต์ส่งตัวอัคนีขึ้นรถพยาบาลไปกับนายยักษ์และสมุนของเขาเรียบร้อย ก็วิ่งกลับมารายงานให้มัทนารับทราบ เป็นจังหวะเดียวกับเจ้าหน้าที่ที่ดูแลหน้าผาจำลองถือเชือกเข้ามาแจ้งว่า

“เชือกของคุณคามินมีร่องรอยถูกตัดขาดครับ แล้วก็มีคนแอบเอาน้ำมันทาไว้ด้วย”

เหมันต์กระซิบกับมัทนาว่าตนเองแค่ทาน้ำมันอย่างเดียว เรื่องตัดเชือกไม่เกี่ยว คามินตามมาสมทบแนะให้ยกเลิกการแข่งขันไว้แค่นี้ก่อน มินตราเห็นด้วยขืนแข่งขัน ต่อไป เกิดมีใครบาดเจ็บมากกว่านี้จะรับผิดชอบกันไม่ไหว มัทนายืนกราน ในเมื่อเสมอกันที่หนึ่งต่อหนึ่งต้องแข่งขันต่อไปให้รู้แพ้รู้ชนะ แม้อัคนีจะกลับไปแล้วแต่เธอจะลงแข่งขันแทน ในเมื่อคามินสามารถลงแข่งขันแทนเจ้าชายมาคีได้ เธอก็ลงแข่งแทนแฟนตัวเองได้เช่นกัน

“ข้อสำคัญอยู่ตรงที่ว่า ถ้าฉันชนะ คุณต้องกลับไปรายาและไม่กลับมาอีกเลย แต่ถ้าคุณชนะ ฉันจะทำตามทุกอย่างที่คุณสั่งโดยไม่มีข้อแม้”

แค่คำพูดลอยๆ ย่อมใช้เป็นหลักฐานไม่ได้ คามินจึงขอถ่ายคลิปคำสัญญาของมัทนาเอาไว้ ด้วยความมั่นใจว่าจะชนะการแข่งขันประเภทสุดท้ายที่เป็นคนเลือกเอง มัทนาจึงยอมทำตามที่เขาต้องการ

ooooooo

การแข่งขันประเภทสุดท้าย เป็นการแข่งขันดำน้ำหากล่องสมบัติโดยใช้เครื่องซีบ๊อบซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในหมู่ผู้มีอันจะกิน คามินสีหน้าเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด ถามย้ำเพื่อความแน่ใจว่าจะใช้เครื่องนี้แข่งขันจริงหรือ

มัทนาคิดว่าเขาไม่รู้จักเครื่องซีบ๊อบหรือไม่ก็ว่ายน้ำไม่แข็งเพราะรายาเป็นประเทศที่เต็มไปด้วยภูเขา รีบบอกว่าไม่ต้องห่วง เราจะมีประดาน้ำคอยเฝ้าดูอยู่ห่างๆ เขาเห็นว่าน่าจะปลอดภัยพอจึงตอบตกลง

ครู่ต่อมาเรือเร็วนำผู้เข้าแข่งขันกับทีมงานไปที่กลางทะเลซึ่งใกล้กับจุดที่กล่องสมบัติของแต่ละคนซ่อนอยู่ใต้น้ำ กล่องของมัทนาเป็นสีขาว ส่วนของคามินเป็นสีน้ำเงิน ทันทีที่เหมันต์เป่านกหวีดเริ่มการแข่งขัน ทั้งคู่ขับเครื่องซีบ๊อบดำลงน้ำอย่างรวดเร็ว ต่างฝ่ายต่างหากล่องสมบัติของตัวเอง มัทนาเห็นกล่องสีขาวอยู่ก้นทะเล รีบดำไปเก็บ ขณะหยิบกล่องขึ้นมา ต้องตกใจถึงกับผงะทำกล่องหลุดมือเมื่อเจอสัตว์ใต้ทะเลตัวเขื่องพุ่งเข้าหา

ด้านคามินเจอกล่องสมบัติของตัวเองเช่นกันพยายามดึงแต่มันติดแน่นต้องออกแรงสุดกำลัง พอหันมองไปทางมัทนาอีกที เห็นเธอสำลักน้ำ ตัวหลุดจากเครื่องซีบ๊อบค่อยๆจมสู่ก้นทะเล เขาใจหายรีบปล่อยเครื่อง ซีบ๊อบของตัวเอง แล้วเข้าไปช่วยเธอขึ้นจากน้ำ เหมันต์กับมินตรารออย่างใจจดจ่ออยู่บนเรือ เห็นเครื่องซีบ๊อบของมัทนาลอยขึ้นมาบนผิวน้ำแต่เจ้าของหายตัวไป เช่นเดียวกับเครื่องซีบ๊อบของคามิน ทั้งสองคนตกใจมาก

“หรือจะจมน้ำทั้งคู่ รีบวิทยุแจ้งประดาน้ำสิเหมันต์”

เหมันต์ยังไม่ทันจะขยับ คามินประคองมัทนาขึ้นมาบนผิวน้ำเสียก่อน เธอค่อยๆได้สติพอรู้ว่าอยู่ในอ้อมกอดของคามินพยายามดันตัวออกห่าง บอกว่าไม่เป็นอะไรแล้ว ให้เขาปล่อยเธอได้แล้ว คามินไม่ยอมปล่อยจนกว่าจะมั่นใจว่าเธอปลอดภัย แล้วว่ายน้ำประคองเธอไปที่บันไดเรือ เหมันต์กับมินตรารีบมาช่วยรับตัวเธอขึ้นไปโดยมีคามินตามติด เหมันต์คิดว่าเขาจงใจกลั่นแกล้งคู่แข่งให้จมน้ำ ทำท่าจะเอาเรื่อง มัทนาต้องห้ามไว้

“คุณคามินไม่ได้ทำอะไรฉัน...ฉันเห็นตัวอะไรก็ไม่รู้ เลยตกใจสำลักน้ำ ทำไมคุณคามินถึงเล่นซีบ๊อบได้เก่งขนาดนี้ ประเทศคุณไม่ติดทะเลนี่”

“ผมเคยไปดูงานที่เยอรมัน ตอนที่เครื่องนี้ผลิตขึ้นใหม่ๆก็เลยได้ลองเล่นดู”

มินตราขอร้องให้หยุดแข่งขันกันแค่นี้พอ เท่าที่ผ่านมามันเสี่ยงอันตรายเกินไป มัทนาไม่ยอม ยืนยันต้องแข่งต่อจนกว่าจะรู้ว่าใครแพ้ใครชนะ คามินหยิบกล่องสมบัติสีน้ำเงินที่ใส่ไว้ในเสื้อออกมา

“แต่ผมว่าการแข่งขันจบแล้วนะ นี่กล่องของผม”...

ในขณะเดียวกัน ณ ประเทศรายา เจ้าชายมาคีได้รับข้อความจากเบอร์โทร.ลึกลับทำเหมือนกรรณิการ์เป็นคนส่งมา “ช่วยด้วย หม่อมฉันอยู่ที่บ้านท่านโภคิน” พระองค์เร่งรุดไปที่นั่นทันที โดยมีชวาลตามไปติดๆ เมื่อเจ้าชายมาคีมาถึงบ้านเป้าหมาย ทหารที่ยืนยามอยู่ไม่กล้าขวาง จำต้องปล่อยให้เข้าไป...

ภายในบ้านโภคิน กรรณิการ์กำลังอาละวาดไม่ยอมให้บุหลันกับสาวใช้เปลี่ยนผ้าพันแผลที่หู วิ่งหนีออกจากห้อง ปากก็ร้องขอความช่วยเหลือไปด้วย บุหลันพยายามปลอบว่าไม่ต้องกลัว เธออยู่ในความดูแลขององค์อินทราไม่มีใครทำร้ายเธอได้ กรรณิการ์ไม่ฟังวิ่งหนีไปล้มลงแทบเท้าเจ้าชายมาคีที่เดินเข้ามาพอดี

“ทำไมเป็นแบบนี้ พวกเจ้าทำร้ายกรรณิการ์ขนาดนี้เชียวหรือ”

กรรณิการ์คร่ำครวญว่าพวกนี้เอาต่างหูของเธอไป เจ้าชายมาคีเห็นเธอขวัญเสีย ดึงตัวมากอด เธอกลับ อาละวาดหนักข้อขึ้น แถมจำพระองค์ไม่ได้ เจ้าชายมาคีโกรธจัด ตะคอกถามว่านี่เป็นฝีมือใคร ใช่เสด็จพ่อหรือเปล่า บุหลันได้แต่ก้มหน้าไม่กล้าตอบ

ooooooo

สาวิตรีเห็นองค์อินทราทำงานหนักไม่ค่อยได้พักผ่อน จึงนำซุปเยื่อไผ่ฝีมือหฤทัยมาให้ พระองค์พยักหน้ารับรู้ แล้วก้มหน้าทำงานต่อไป สาวิตรีพยายามเอาใจจะป้อนให้ แต่พระองค์ยกมือห้ามไว้

“ไม่เป็นไรเรากินเอง เจ้าไปพักผ่อนเถอะ” องค์อินทราว่าแล้ว ตักซุปกินเอง สาวิตรีถึงกับของขึ้น ตัดพ้อต่อว่าที่ทำเหมือนเธอไม่ใช่มเหสีของพระองค์

“เรามอบกุณฑลของเราให้กับเจ้า นั่นคือคำตอบของทุกอย่าง”

“แล้วความรักล่ะเพคะ”

องค์อินทรามองสาวิตรีอย่างรู้สึกผิด ยังไม่ทันจะพูดอะไร เจ้าชายมาคีพรวดพราดเข้ามาต่อว่าเสด็จพ่อว่าทำไมถึงโหดร้ายนัก ส่งคนไปทำร้ายกรรณิการ์จนกลายเป็นคนเสียสติ สาวิตรีงงว่าเกิดอะไรขึ้น

“เสด็จพ่อรู้ว่าลูกให้กุณฑลกับกรรณิการ์ ก็เลยส่งคนไปตัดใบหูของเธอ จนตอนนี้คนรักของลูกกลายเป็นคนบ้าไปแล้ว” เจ้าชายมาคีเล่าเสียงสั่น สาวิตรีไม่เชื่อว่าองค์อินทราจะเป็นอย่างที่ลูกกล่าวหา จังหวะนั้น โภคินเดินนำสินธรเข้ามา ขออนุญาตอธิบายทุกอย่างเอง เจ้าชายมาคีหันไปพาลใส่ทั้งคู่ทันที

“มากันพร้อมหน้าเลยนะ แกล้งทำเป็นอาสาไปตามกรรณิการ์ให้เรา แต่ที่จริงก็รู้เห็นเป็นใจกันหมดล่ะสิ”

โภคินเป็นคนสั่งให้สินธรสะกดรอยตามเจ้าชายมาคี จนทราบว่ากรรณิการ์อยู่ที่ไหน แต่คนที่ทำร้ายเธอไม่ใช่สินธร เจ้าชายมาคีตวาดลั่นถ้าไม่ใช่เขาแล้วเป็นใคร สินธรยังไม่ทันจะตอบ วิฑูรเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน

“ท่านมาก็ดีแล้ว เรากำลังหาตัวคนที่ทำร้ายคนรักของเรา ท่านจะได้ลากคอมันมาลงโทษ” เจ้าชายว่าแล้วหันไปถามสินธรว่าใครทำร้ายกรรณิการ์ เขาเห็นวิฑูรอยู่ด้วย จึงตอบเลี่ยงๆ ว่าไม่เห็นหน้าเพราะคนร้ายใส่ผ้าคลุม สาวิตรีจัดแจงโยนบาปไปให้คามินว่าต้องรู้เห็นเป็นใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น เจ้าชายมาคีไม่เชื่อว่าเขาเกี่ยวข้องด้วย วิฑูรได้ที แกล้งเสนอให้นำตัวคามินมาสอบถามเพื่อให้เรื่องนี้กระจ่าง องค์อินทราบอกตามเขามาตอนนี้ไม่ได้

“เราสั่งให้คามินไปคุมสร้างฝายที่ชายแดน งานนี้ต้องเร่งให้เสร็จก่อนหน้าน้ำที่จะมาถึง”

“นี่ตกลงจะไม่มีใครรับผิดชอบเรื่องที่เกิดขึ้นเลยใช่ไหม” เจ้าชายมาคีโวยไม่เลิก องค์อินทรารับปากจะหาตัวคนผิดมาลงโทษให้ได้ ส่วนอาการป่วยของกรรณิการ์ พระองค์จะหาหมอที่ดีที่สุดมารักษาให้หาย

“แค่นี้เองหรือ สำหรับชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่งที่พังทลายลง ไม่อยากเชื่อเลยว่าคนที่อยู่ตรงหน้าของกระหม่อมตอนนี้ คือกษัตริย์ของรายา”

สาวิตรีเห็นลูกชายกำลังโกรธจัด รีบดึงตัวออกจากห้องก่อนเรื่องราวจะไปกันใหญ่ วิฑูรถามหาต่างหูของเจ้าชายมาคีว่าอยู่ที่ไหน องค์อินทราจะเก็บเอาไว้เองแล้วสั่งให้เขาตามจับคนที่ทำร้ายกรรณิการ์มาให้ได้...

เจ้าชายมาคีอารมณ์ค้าง พาลเตะกระถางต้นไม้ที่ตั้งอยู่ตามทางเดินในวังล้มระเนระนาด ชวาลต้องตามเก็บคืนที่เก่า สาวิตรีชักจะไม่พอใจ สั่งให้ลูกหยุดอาละวาด เจ้าชายมาคีคุมอารมณ์ไม่อยู่ ตะโกนลั่นว่าทั้งโกรธทั้งเกลียดเสด็จพ่อที่ทำแบบนี้

“ไม่ได้นะมาคี เจ้าชายรัชทายาทจะพูดจาแบบนี้ไม่ได้”

“เจ้าชายรัชทายาทก็มีความรู้สึกนึกคิดเหมือนคนอื่น ทำไมต้องห้ามไม่ให้พูด ไม่ให้แสดงออก คนที่เสด็จแม่ต้องไปห้ามอยู่ข้างในโน่น เข้าไปห้ามสิว่าอย่าทำร้ายคนรักของลูก เข้าไปห้ามสิพ่ะย่ะค่ะ”

สาวิตรีมั่นใจว่าองค์อินทราไม่มีวันทำอย่างนั้นเด็ดขาด นี่ต้องเป็นฝีมือคามินซึ่งอยากเป็นองค์รัชทายาทเสียเองก็เลยทำทุกวิถีทางเพื่อให้เจ้าชายมาคีแตกคอกับเสด็จพ่อ พระองค์เถียงว่าไม่เป็นความจริง คามินจงรักภักดีกับราชบัลลังก์ที่สุด ไม่มีวันวางแผนชั่วๆแบบนี้ แต่เป็นเพราะเสด็จพ่อเผด็จการ ไม่สนใจความรู้สึกของคนอื่น แล้วเดินกระแทกเท้าจากไปโดยมีชวาลวิ่งตาม สาวิตรีถอนใจหนักใจ แล้วหันไปทางวิฑูรที่เพิ่งเดินเข้ามา

“แล้วนี่เราจะทำอย่างไรกัน เสด็จพี่ทรงยึดกุณฑลของมาคีไปแบบนี้ หฤทัยจะได้เป็นพระชายาได้อย่างไร”

“แผนของไอ้คามินมันล้ำลึกมาก แบบนี้เกล้า กระหม่อมคงต้องยอมแพ้”

สาวิตรีขอร้องวิฑูรอย่าเพิ่งถอดใจ ไม่เช่นนั้นเจ้าชายมาคีคงถูกคามินล้างสมองแน่นอน เข้าทางวิฑูรทันที ในเมื่อเป็นความต้องการของเธอ เขาคงเลี่ยงไม่ได้แล้วเชิญสาวิตรีไปปรึกษาหารือกันที่บ้านของเขา...

ขณะที่สาวิตรีกำลังตกเป็นเครื่องมือให้วิฑูรหลอกใช้ มัทนาซึ่งเพิ่งกลับถึงบ้านที่กรุงเทพฯ ยังทำใจยอมรับความพ่ายแพ้ไม่ได้ พาลอาละวาดใส่คามินที่นั่งรถกลับมาด้วยกัน ก่อนจะเดินกระแทกเท้าปังๆเข้าตัวตึก

“มีแต่คนตามใจ คุณมัทถึงเหมือนเด็กไม่ยอมโต”

“ผิดกับคุณมินเลยนะครับ แก่กว่าคุณมัทนาแค่สองปี แต่เป็นผู้ใหญ่กว่ามาก นี่ถ้าองค์ราชาบอกว่าคุณคือว่าที่ราชินีของรายา ผมจะไม่แปลกใจเลย”

“เด็กกำพร้าอย่างมินบุญน้อยไม่มีวาสนาพอจะได้เป็นราชินีของรายาหรอกค่ะ”

คามินเองก็เป็นเด็กกำพร้าเข้าใจความรู้สึกนี้ดี มินตราบอกด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า นอกจากเราสองคนจะกำพร้าเหมือนกัน เรายังพร้อมที่จะตอบแทนบุญคุณคนที่เลี้ยงดูเรามาด้วยชีวิตเหมือนกัน เขามองเธออย่างชื่นชมโดยไม่ล่วงรู้เลยว่าแท้จริงแล้ว สิ่งที่มินตราพูดเป็นแค่คำลวง

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“มาวิน” ขึ้นแท่นพระเอก เป็นการทำงานที่มีความสุขได้หม่ำแต่เมนูอร่อยใน “รักล้นพุง”

“มาวิน” ขึ้นแท่นพระเอก เป็นการทำงานที่มีความสุขได้หม่ำแต่เมนูอร่อยใน “รักล้นพุง”
11 พ.ค. 2564

00:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 11 พฤษภาคม 2564 เวลา 01:21 น.