ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ล่ารักสุดขอบฟ้า

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: นิยายเรื่อง "ล่ารักสุดขอบฟ้า"


ร้อยเวรนำตัวคามินที่ถูกสวมกุญแจมือมาสอบสวนที่โรงพัก มัทนากับเหมันต์ตามมาสังเกตการณ์ด้วย คามินพยายามอธิบายว่าเป็นการเข้าใจผิด เขาไม่ใช่คนร้าย แต่กำลังจะจับคนร้ายตัวจริงได้ถ้ามัทนาไม่เข้ามาขัดขวางเสียก่อน เธอถามหาหลักฐานที่เขาอ้างตัวเป็นนักข่าวเข้าไปในงานเลี้ยง กลับไม่มีอะไรให้สักอย่าง

“ผมรีบก็เลยไม่ได้เอาติดตัวมา ถ้าผมได้พบคุณ ธรรมรัตน์ ท่านจะเป็นพยานยืนยันได้ว่าผมไม่ใช่คนร้าย”

“คงคิดจะหาทางทำร้ายพ่อฉันอีกละสิ ฝันไปเถอะ” มัทนาโต้ไม่ยอมแพ้

ร้อยเวรทนไม่ไหวเชิญมัทนากับเหมันต์ออกไปจากห้องสอบสวนก่อน ทั้งคู่เดินยังไม่ได้กี่ก้าว เจอธรรมรัตน์สวนมาตามทางพอดี เขาเห็นลูกปลอดภัยตรงเข้าไปกอดด้วยความเป็นห่วง พร้อมกับต่อว่าว่าทำไมทำแบบนี้ ถ้าเธอเป็นอะไรไปเขาจะทำอย่างไร มัทนาคุยอวดว่าไม่ได้เป็นอะไร แถมยังจับคนร้ายได้ด้วย

“ตกลงยังไงกันเหมันต์ รู้ไหมใครจ้างมันมา”

“คนร้ายไม่ยอมรับว่าเป็นมือปืน บอกแค่ว่าเป็นนักข่าว ชื่อคามินครับ แล้วก็ตั้งใจไปช่วยจับคนร้ายครับ”

ธรรมรัตน์เอะใจ สั่งให้เหมันต์พามัทนากลับบ้านไปก่อน แล้วรีบร้อนเข้าไปในห้องสอบสวน มัทนาขยับจะตาม แต่มินตราโทร.มาแจ้งเสียก่อนว่าตอนนี้ท่านหญิงมาณวิกาเป็นลม เธอจึงต้องรีบกลับบ้าน...

เมื่อมาถึงบ้านเกียรติกำจร มัทนาแปลกใจที่เห็นแม่นั่งหน้าเครียดอยู่บนโซฟาในห้องรับแขก ถึงกับร้องอ้าวไหนมินตราโทร.ไปบอกว่าท่านเป็นลม มินตราอ้างว่าท่านยังไม่ค่อยดีนัก แล้วถามเธอว่าปลอดภัยใช่ไหม เธอคุยโวไม่ใช่แค่ปลอดภัย แต่ยังจับคนร้ายด้วยตัวเองได้อีก ท่านหญิงมาณวิกาเหลืออด

“ยังจะมีหน้ามาทำระรื่นอีก รู้ไหมว่าทำขายหน้าวงศ์ตระกูล เต้นหน้าม้าบ้าบออะไรนั่นจนพระญาติทรงกริ้วไปตามๆกัน แล้วนี่ยังทำตัวก๋ากั่นอวดเก่งเอาชีวิตไปเสี่ยงไล่ล่าผู้ร้ายอีก”

แทนที่จะสำนึกผิด มัทนากลับคุยโวไม่เลิกว่าคนร้ายโชคดีที่ตำรวจมาถึงเร็วไม่อย่างนั้นโดนเธออัดน่วมแน่ ท่านหญิงมาณวิกาหมดความอดทนตบลูกหน้าหัน มัทนาเสียใจมาก วิ่งหนีขึ้นห้องทั้งน้ำตา มินตราจะตามไปปลอบแต่ท่านหญิงห้ามไว้...

ขณะที่ท่านหญิงมาณวิกาโกรธจัดถึงกับใช้กำลังกับลูก คามินพาธรรมรัตน์มายังโรงแรมที่พักของตัวเอง นำตราประจำองค์อินทราออกมาให้ดู เพื่อเป็นการยืนยันว่าเขาเป็นผู้ได้รับมอบหมายภารกิจนี้จากพระองค์

“ถ้าเป็นท่านคามิน ผมก็ไม่สงสัยอะไรอีกแล้ว แค่แปลกใจที่เวลาผ่านไปรวดเร็วมาก พริบตาเดียวก็เกือบสามสิบปี ท่านกลายเป็นหนุ่มใหญ่และยังได้มาช่วยชีวิตผมไว้อีก”

“เป็นเรื่องบังเอิญน่ะครับ ผมต้องขอโทษที่ไม่ได้แจ้งการมาล่วงหน้า เพราะเรื่องนี้เป็นภารกิจลับ” คามิน อดสงสัยไม่ได้ ทำไมธรรมรัตน์พูดเหมือนเคยเจอเขามาก่อน ธรรมรัตน์เจอเขาที่รายา ตอนนั้นเขายังเด็กมากคงจำไม่ได้ คามินมอบจดหมายจากองค์อินทราให้

“ผมมีหน้าที่เตรียมความพร้อมให้คุณมัทนาเพื่อเข้าสู่พิธีอภิเษกกับองค์รัชทายาท เหตุผลองค์ราชาคงจะทรงจารึกเอาไว้ในราชสาส์นแล้ว ลายพระหัตถ์เป็น ภาษาไทยครับ”

ธรรมรัตน์รีบเปิดจดหมายดูข้อความข้างใน “เราเชื่อมั่นว่าธิดาของคุณจะต้องเป็นกุลสตรีที่เพียบพร้อมทั้งรูปโฉมและฐานันดรเหมือนกับท่านหญิงมาณวิกา ขัตติยนารีที่เรายังประทับใจไม่รู้ลืม”

พระสหายขององค์อินทรานึกถึงความแก่นกะโหลกของลูกสาวตัวเองที่ผิดจากกุลสตรีอย่างท่านหญิงมาณวิกาผู้เป็นแม่ลิบลับแล้ว อดหนักใจไม่ได้ ถามคามินว่าเคยเจอฤทธิ์เดชของเธอมาแล้วไม่ใช่หรือ ยังคิดหรือไม่ว่าเธอจะเป็นราชินีของรายาได้ เพราะเท่าที่เขาเห็นเป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น คามินปลอบใจว่านั่นอาจเป็นเพราะเธอได้รับการอบรมมาอย่างผู้หญิงสมัยใหม่ แต่คนฉลาดอย่างเธอคงจะเรียนรู้ประเพณีของรายาได้ไม่ยาก

ooooooo

สินธรไม่ปล่อยให้เจ้าชายมาคีคลาดสายตาตามไปถึงสปอร์ตคลับที่ทรงไปออกกำลังกาย แม้แต่เข้าห้องซาวน่า เขาก็ตามติดเป็นเงา เจ้าชายมาคีหงุดหงิดมาก

“ที่นี่เป็นที่ออกกำลังกายเฉพาะของพระญาติพระวงศ์ ใครที่ไหนจะมาทำอันตรายเรา”

แม้จะถูกบ่นถูกว่า สินธรยังคงทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป...

ด้านเทวีเห็นเจ้าชายมาคีนุ่งน้อยห่มน้อยอยู่ในห้องซาวน่า จัดแจงยุให้หฤทัยเข้าหา เธอเอาแต่รีๆรอๆไม่กล้าเข้า เนื่องจากรู้ดีว่าพระองค์ไม่เคยแม้แต่จะชายตามอง เทวีตัดรำคาญ ผลักลูกหน้าคะมำเข้าไปในห้องแล้วปิดประตูตามหลัง หฤทัยรวบรวมความกล้าเดินเข้าไปด้านใน ทันใดนั้น มีเสียงสินธรดังขึ้น

“ใครน่ะ เข้ามาในเขตหวงห้ามได้อย่างไร” พูดจบ เขาปรี่เข้าหาพร้อมอาวุธ หฤทัยตกใจกรีดร้องลั่น เจ้าชายมาคีในชุดเสื้อคลุมอาบน้ำเข้ามาถามว่าเกิดอะไรขึ้น

“ฝ่าบาท หม่อมฉันไม่ได้ตั้งใจ อย่า...อย่าทำอะไรหม่อมฉันเลยนะเพคะ หม่อมฉัน...” พูดได้แค่นั้น หฤทัยเป็นลมหมดสติ สินธรปราดเข้าไปรับไว้ทันก่อนจะล้มฟาดพื้น...

ไม่นานนัก หฤทัยรู้สึกตัวลืมตาขึ้น เห็นเจ้าชายมาคีนั่งมองมาอย่างเซ็งๆ โดยมีสินธรยืนอารักขาอยู่ไม่ห่าง เธอถามพระองค์ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน เกิดอะไรขึ้น

“เธอเป็นลม หฤทัย แต่ที่นี่คือที่ไหน คงไม่ต้องตอบเพราะเธอเป็นคนเดินเข้ามาที่นี่เอง”

“จริงด้วย คุณแม่บอกให้หฤทัยมาเฝ้าฝ่าบาทเพื่อทำความใกล้ชิดสนิทสนม แต่ยังไม่ทันไร สินธรก็จะเข้ามาทำร้ายหฤทัย” หฤทัยหันมองสินธรเป็นทำนองตำหนิ เขาขอโทษเธอด้วย ถ้ารู้ว่าเป็นเธอ คงไม่ทำอย่างนั้น เจ้าชายมาคีเห็นหฤทัยไม่เป็นอะไรแล้ว ขยับจะไป

“อย่าเพิ่งเสด็จสิเพคะ หฤทัยยังไม่ทันได้ถวายรับใช้เลย คุณแม่บอกว่าให้หฤทัยทูลขอฝ่าบาทให้สอนออกกำลังกายให้ จะได้มีโอกาสอยู่ด้วยกันสองต่อสอง” หฤทัยพยายามอ่อยเต็มที่ตามที่แม่สอน เจ้าชายมาคีอดขำไม่ได้ หันมองสินธร แล้วคิดแผนแยบยลขึ้นมาได้ รีบบอกเธอว่าพระองค์เองก็ต้องการจะอยู่กับเธอสองต่อสองเหมือนกัน แล้วฉุดเธอให้ลุกขึ้น จากนั้นโอบเอวไว้ ทำตาหวานใส่จนหฤทัยขวยเขิน สินธรไม่กล้ามอง รีบก้มหน้า

“เดี๋ยวพี่จะเป็นเทรนเนอร์ให้หฤทัยเอง...สินธรตอนนี้เราอยากได้ความเป็นส่วนตัว คงไม่รบกวนเกินไปนะ”

สินธรไม่รู้จะทำอย่างไรดี ได้แต่ทำความเคารพ แล้วถอยออกไป เจ้าชายมาคีมองตามยิ้มเจ้าเล่ห์...

ที่บ้านของวิฑูร สาวิตรีพอใจมากเมื่อได้ฟังเทวีเล่าเรื่องที่ส่งหฤทัยเข้าไปประเคนเจ้าชายมาคีถึงในห้องซาวน่าของสปอร์ตคลับ แต่ไม่ได้รอดูผลงาน เพราะไม่อยากอยู่เป็นก้างขวางคอ กลัวจะโดนตะเพิดเหมือนที่ สินธรโดน สาวิตรีโวยวายลั่น นี่คามินเหิมเกริมถึงขนาดส่งคนของตัวเองตามประกบเจ้าชายมาคีเลยหรือวิฑูรได้ทียุส่ง “กระหม่อมถึงอยากให้ทรงเร่งเรื่องอภิเษก ไม่เช่นนั้นคามินมันคงจะต้องหาสตรีที่ไม่คู่ควรมาให้เจ้าชายอีก เพื่อให้เจ้าชายหมดความชอบธรรมที่จะขึ้นครองราชย์”

“ไม่มีวัน เราไม่มีวันจะให้ไอ้ลูกกำพร้านั่นมันสมหวังแน่ มาคีต้องอภิเษกกับหฤทัยเท่านั้น” สาวิตรีพูดยังไม่ทันขาดคำ สาวใช้หิ้วปีกหฤทัยในสภาพสะบัก สะบอม เหงื่อแตกท่วมตัว น้ำตานองหน้าเข้ามา

“ตายแล้วหฤทัย ใครทำอะไรหลาน” สาวิตรีถามด้วยความเป็นห่วง

“เจ้าชายเพคะ เจ้าชาย...” หฤทัยพูดได้แค่นั้นก็ปล่อยโฮ เสียอกเสียใจที่โดนเจ้าชายมาคีหลอกให้ไปวิ่งบนลู่วิ่ง ส่วนพระองค์กลับแวบหายออกจากสปอร์ตคลับ ทิ้งให้เธอวิ่งอยู่อย่างนั้นคนเดียวจนหมดเรี่ยวแรง

ooooooo

ระหว่างที่เจ้าชายมาคีผิดคำสัญญาที่ให้ไว้กับคามิน แอบหนีไปหากรรณิการ์ตามลำพัง ธรรมรัตน์เชิญ คามินมาที่บ้าน ทันทีที่ท่านหญิงมาณวิกาเจอหน้าคนขององค์อินทรา รีบขอโทษที่ทำให้เขาต้องลำบาก

“มิได้ครับ ผมต่างหากที่ต้องขออภัยที่มาโดยไม่ได้แจ้งล่วงหน้า”

“เพราะท่าน...สามีและลูกสาวของดิฉันจึงรอดพ้นจากอันตราย ดิฉันไม่ทราบจะตอบแทนยังไง”

ธรรมรัตน์ให้ถือว่าอาหารมื้อนี้เป็นการเลี้ยงเพื่อขอโทษและขอบคุณคามินไปในตัว ท่านหญิงมาณวิกาเห็นว่าแค่นี้ยังไม่พอ ต้องให้มัทนามาขอโทษด้วยตัวเอง ธรรมรัตน์กระซิบถามอย่างหวั่นๆว่าลูกพร้อมแล้วใช่ไหม

“ต้องพร้อมค่ะ” ท่านหญิงมาณวิกาเสียงเข้ม...

คนที่ธรรมรัตน์กับท่านหญิงมาณวิกาพูดถึงยังนอนคลุมโปงอยู่บนเตียงไม่ยอมลุก กว่ามินตราจะเกลี้ยกล่อมให้เธอลุกไปอาบน้ำแต่งตัวได้ เล่นเอาเหนื่อย ด้านธรรมรัตน์รออยู่นานสองนาน ไม่เห็นลูกลงมาสักที เกรงคามินจะหิวไส้กิ่ว อาสาจะขึ้นไปตามให้ เขารีบออกตัวว่ายังไม่หิว นั่งรอไปคุยกันไปก่อนก็ได้ จังหวะนั้นมือถือของคามินสั่น เนื่องจากมีสายเรียกเข้า เขาขอตัวสักครู่ แล้วลุกออกจากโต๊ะอาหาร...

ทั้งที่แต่งตัวเสร็จแล้ว แต่มัทนายังพยายามถ่วงเวลาสุดฤทธิ์ อ้างไม่ค่อยสบาย ยังไม่พร้อมจะเจอแขกผู้มาเยือนจากรายา มินตราเตือนว่าทำแบบนี้อยากจะให้ท่านหญิงมาณวิกาโกรธอีกหรือ

“งั้นพี่มินก็ช่วยผลักมัทตกบันไดหรือเอายาถ่ายให้มัทกินได้ไหมคะ มัทจะได้ป่วยจริงๆ”

“พี่ทำเรื่องแบบนั้นไม่ได้หรอกค่ะ คุณมัทคงต้องทำเอง” มินตราพูดจบเดินลงบันได มัทนาฉุกคิดขึ้นมาได้

“ทำเอง? จริงสิ แค่สิบขั้นขาคงไม่หัก ถ้ากลิ้งลงไปอย่างมีเทคนิค อย่างน้อยก็อาจจะรอดไปอีกพักหนึ่ง”

ระหว่างนั้นคามินเดินคุยมือถือมายืนหลบๆตรงตีนบันไดพอดี “อะไรนะสินธร ทำไมถึงสะเพร่าขนาดนี้ รีบออกไปตามเจ้าชายโดยด่วน มีที่เดียวที่จะเสด็จไป รู้ใช่ไหม” คามินวางสายเป็นจังหวะเดียวกับมัทนาแกล้งส่งเสียงร้องแล้วทิ้งตัวลงมาตามขั้นบันได ชายหนุ่มตกใจพุ่งไปรับ ก่อนจะเสียหลักกลิ้งลงมาด้วยกัน เขาตกถึงพื้นก่อนโดยเอาตัวกันมัทนาไว้ หญิงสาวเห็นหน้าเขาชัดๆก็จำได้ ทะลึ่งพรวดลุกขึ้น โวยวายลั่นว่าถูกตำรวจจับไปแล้ว ทำไมยังออกมาได้อีก แล้วคว้าไม้เท้าใกล้มือดันอกคามินที่เพิ่งจะยันตัวลุกขึ้นยืนไปติดผนังบ้าน

ธรรมรัตน์กับท่านหญิงมาณวิกาได้ยินเสียงเอะอะวิ่งมาดู มัทนาเตือนให้ท่านทั้งสองหลบไปก่อน คนร้ายบุกเข้ามาในบ้านเรา ทั้งคู่พยายามอธิบายว่าคามินไม่ใช่คนร้าย แต่เธอไม่ฟัง แขกผู้มาเยือนจะหยิบพาสปอร์ตให้ดู เธอหาว่าเขาจะหยิบอาวุธเอาไม้เท้าตีแขนจนพาสปอร์ตกระเด็นแล้วตามเข้าไปซ้ำ คามินได้แต่หลบหลีกไปมา

ธรรมรัตน์จะเข้าไปช่วย ถูกลูกหลงเข้าเต็มไหล่ถึงกับทรุด คามินจะช่วยประคอง มัทนาเงื้อไม้ฟาดอีก แต่คราวนี้เขาคว้าไม้เท้าไว้ทัน ท่านหญิงมาณวิกาเห็นท่าไม่ดีตะโกนลั่น

“พอได้แล้ว ผู้ชายคนนี้เป็นราชองครักษ์จากรายา ไม่ใช่คนร้าย”

มินตราหยิบพาสปอร์ตที่ตกอยู่มาเปิดดู ก่อนจะยื่นให้มัทนา พอเธอเห็นคามินในชุดทหารองครักษ์ถึงกับหน้าเจื่อน ทิ้งไม้เท้าแทบไม่ทัน...

ครู่ต่อมา ทั้งมัทนา คามิน ธรรมรัตน์และท่านหญิงมาณวิกานั่งพร้อมหน้ากันที่โต๊ะอาหาร มัทนายังสร้างความปั่นป่วนไม่เลิก แกล้งว่าประชดคามินว่าประเทศรายาคงไม่ได้ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย ถึงได้ไม่คำนึงถึงสิทธิเสรีภาพของคนอื่น โดยเฉพาะการเลือกคู่ครอง ธรรมรัตน์เห็นแววความวุ่นวายร่ำไรๆ พยายามเปลี่ยนหัวข้อสนทนา คามินกลับขออธิบายให้มัทนาเข้าใจถึงระบอบการปกครองของประเทศรายาก่อน

“ชาวรายามีสิทธิเสรีภาพเต็มที่ แต่เราคำนึงถึงคำว่าหน้าที่ความรับผิดชอบด้วย ไม่ว่าจะทำอะไรการกระทำต้องไม่กระทบกระเทือนต่อคนรอบข้าง ไม่ผิดประเพณีและอยู่ในกรอบของกฎหมาย”

“เท่าที่คุณพูดมา ฉันยังไม่ได้ยินคำว่าจิตใจเลย หรือว่าชาวรายาส่วนใหญ่ไม่มีความรู้สึกไม่มีความรัก”

“เรามีความรู้สึก มีความรักเหมือนมนุษย์ทั่วไป เพียงแต่รักของเรามาทีหลังหน้าที่และความเหมาะสม ไม่ใช่รักเพื่อให้ได้มาโดยไม่คำนึงถึงอะไรเลย”

ทั้งธรรมรัตน์ ท่านหญิงมาณวิกาแอบยิ้มพอใจกับคำอธิบายของแขกผู้มาเยือน มัทนาอ้าปากจะถามอีก ธรรมรัตน์รีบตัดบทว่าตอนนี้ท้องของตนส่งเสียงประท้วงแล้ว ชวนให้กินข้าวกันก่อนดีกว่า แล้วบอกมินตราให้ตักข้าวได้เลย มัทนายังแค้นใจไม่หาย แกล้งเลื่อนถ้วยน้ำพริกไปตรงหน้าคามิน คุยว่าน้ำพริกฝีมือมินตราอร่อยมาก เชิญชวนให้ลองชิม ธรรมรัตน์ยังไม่ทันจะทักท้วง เขาตักน้ำพริกใส่ปากเคี้ยวเสียก่อน ถึงกับเป่าปากเพราะเผ็ด

“นี่ล่ะค่ะ อาหารไทย ทั้งเผ็ดทั้งร้อน ชาวรายาคง ไม่คุ้น” มัทนายิ้มยียวน

“ชาวรายาชอบอาหารรสเผ็ดมาก มันทำให้เลือดไหลเวียนดี อร่อยจริงๆครับ” คามินว่าแล้ว ตักน้ำพริกอีกช้อนหนึ่งใส่ปาก เคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย ประมาณว่ายิ่งเผ็ดยิ่งแซ่บ มัทนาเจ็บใจที่แกล้งเขาไม่สำเร็จ

ooooooo

เจ้าชายมาคีแอบพากรรณิการ์ไปพลอดรักกันที่บ้านกลางป่า ด้วยความหลงใหลในตัวเธอพระองค์ถอดตุ้มหูข้างหนึ่งให้ หญิงสาวดีใจมือไม้สั่น ละล่ำละลักว่าพระองค์จะเลือกเธอให้เป็นว่าที่ราชินีแห่งรายาหรือ

“ใช่ กรรณิการ์คนเดียวที่จะเป็นราชินีของเรา”

“หม่อมฉันซาบซึ้งเหลือเกินเพคะ ขอบพระทัยเพคะ หม่อมฉันจะจงรักภักดีต่อองค์รัชทายาทตลอดชีวิต” กรรณิการ์ทำความเคารพแทบเท้าเจ้าชายมาคีซึ่งรีบประคองเธอลุกขึ้น แล้วบอกให้เก็บตัวอยู่ที่นี่อย่าออกไปไหนจนกว่าพระองค์จะมารับเข้าวัง แล้วขยับจะไป กรรณิการ์กอดเอวไว้

“ประทับอยู่ก่อนเถอะเพคะ หม่อมฉันเหงาเหลือเกินเวลาไม่มีฝ่าบาทประทับอยู่ข้างๆ” เสียงออดอ้อนของกรรณิ– การ์ทำให้เจ้าชายมาคีอดใจอ่อนไม่ได้...

เมื่อคามินซึ่งอยู่ที่โรงแรมที่พักในกรุงเทพฯ ได้รับรายงานทางโทรศัพท์จากสินธรว่ากรรณิการ์หายตัวไป ตามไปดูยังที่ที่คิดว่าเธอจะไปแต่ก็ไม่พบ ส่วนเจ้าชายมาคีก็ไม่มีใครเห็นแม้แต่เงา คามินมั่นใจว่าพระองค์ต้องพากรรณิการ์ไปซ่อนแน่นอน ครุ่นคิดหนักว่าจะเป็นที่ไหน พลันภาพในอดีตผุดขึ้นมาในความทรงจำของเขา

วันนั้นคามินกับเจ้าชายมาคีขี่ม้าแข่งกันไปตามเส้นทางมุ่งสู่ผืนป่าอันกว้างใหญ่ของประเทศรายา ด้วยความที่อยากเอาชนะ เจ้าชายมาคีกระแทกส้นเท้าใส่สีข้างม้าอย่างแรง มันเจ็บก็เลยพยศพาพระองค์วิ่งเตลิดเข้าป่า คามินชักม้าตามไปเจอเจ้าชายถูกม้าสะบัดตกจากอานขาแพลงเดินทางต่อไม่ได้ ส่วนม้าวิ่งหายเข้าป่าลึก

คามินประคองพระองค์ไปยังบ้านกลางป่าหลังหนึ่ง ตะโกนเรียกเจ้าของบ้านพักใหญ่แต่ไม่มีใครขานรับ เขาถือวิสาสะพาเจ้าชายเข้าไปพักข้างใน หลังจากตรวจดูอาการของพระองค์คร่าวๆแล้วไม่พบส่วนไหนหัก

“กระหม่อมจะออกไปดูว่าสินธรมาถึงหรือยัง” คามินพูดจบลุกออกไป แต่ต้องถอยกลับมาเพราะเจ้าของบ้านซึ่งเป็นชาวป่าสองคนพี่น้องเอาปืนยาวจี้อกเขาไว้ด้วยคิดว่าเป็นโจร จะเอาเรื่องฐานบุกรุกบ้านของพวกตน

“บังอาจ วางอาวุธเดี๋ยวนี้ เราเป็นเจ้าชายรัชทายาท เจ้าต้องวางอาวุธแล้วทำความเคารพเรา”

ชาวป่าทั้งสองคนไม่เชื่อ สั่งให้เจ้าชายมาคีลุกขึ้น พระองค์ลุกไม่ไหวเพราะขาเจ็บ หนึ่งในชาวป่าใช้ด้ามปืนกระแทกขาข้างที่เจ็บ ถึงกับร้องลั่น คามินไม่พอใจ ตรงเข้าแย่งปืน เกิดการต่อสู้กันขึ้น เขาต่อยชาวป่าคนหนึ่งล้มลง อีกคนหนึ่งเล็งปืนจะยิง เจ้าชายมาคีคว้าของใกล้มือขวางใส่ ชายคนนั้นหันปืนจะยิงพระองค์แทนที่ คามินโดดเอาตัวขวางไว้ มีเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัดชายคนนั้นกลับเป็นฝ่ายถูกยิงด้วยน้ำมือของสินธรที่ตามมาช่วยไว้ทัน

สองพี่น้องชาวป่าถูกทหารองครักษ์คุมตัวไว้ เจ้าชายมาคีจะให้ลงโทษทั้งคู่ให้ได้ พวกนั้นร้องขอให้พระองค์ยกโทษให้ เนื่องจากตอนนี้มีพวกต่างด้าวเข้ามาปล้นชาวป่าบ่อยครั้ง พวกตนคิดว่าพระองค์เป็นโจร จึงต้องป้องกันตัว เจ้าชายไม่ฟังสั่งให้ทหารเอาตัวไปประหาร คามินขอร้องให้พระองค์ไว้ชีวิตพวกนี้

“ก็ได้ ถ้าคามินขอ เราจะไม่เอาโทษ”

ชายชาวป่าดีใจสุดๆ คำนับเจ้าชายมาคีหัวแทบจะโขกพื้น “ต่อไปนี้ชีวิตกระหม่อมสองพี่น้องเป็นของเจ้าชายรัชทายาท ขอถวายรับใช้จนชีวิตหาไม่”...

ภาพในอดีตคราวนั้นทำให้คามินคิดออกว่าเจ้าชายมาคีพากรรณิการ์ไปซ่อนตัวที่ไหน

ooooooo

หลังจากพลอดรักกับกรรณิการ์จนสมใจอยาก เจ้าชายมาคีออกจากบ้านกลางป่าจะกลับวัง ไม่ลืมกำชับสองพี่น้องชาวป่าให้ดูแลกรรณิการ์ให้ดี จนกว่าพระองค์จะกลับมารับและห้ามแพร่งพรายเรื่องนี้ให้ใครรู้

“เท่าชีวิตข้า พ่ะย่ะค่ะ” สองพี่น้องชาวป่ารับคำอย่างพร้อมเพรียงกัน ทันทีที่เจ้าชายมาคีลับสายตา สุเทษซึ่งสวมผ้าคลุมอำพรางใบหน้าค่อยๆออกจากที่ซ่อน มองไปยังบ้านกลางป่าด้วยสายตาเหี้ยม...

ในเวลาเดียวกัน ที่ตำหนักของเจ้าชายมาคี ชวาลถูกสาวิตรีเล่นงานอย่างหนักที่ปล่อยให้เจ้าชายหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ทั้งๆที่ควรจะเฝ้าเป็นเงาตามตัว สั่งให้ทหารคุมตัวไว้ฐานทำหน้าที่บกพร่อง เจอตัวเจ้าชายมาคีเมื่อไหร่ ท่านจะตัดสินลงโทษชวาลด้วยตัวเอง...

ขณะที่การหายตัวไปของเจ้าชายมาคีสร้างความวุ่นวายไปทั่ววังรายา มัทนาซึ่งอยู่ที่กรุงเทพฯ คิดแผนการบรรเจิดขึ้นมาได้ หลังจากโทร.นัดแนะกับเหมันต์เรียบร้อย เธอแปลงโฉมตัวเองเป็นพวกพังก์ร็อกชนิดจัดเต็ม ทั้งเพ้นต์หน้า ทาขอบตาดำแถมสวมชุดหนัง แอบหนีออกจากบ้านโดยมีมินตรารู้เห็นเป็นใจ แล้วตรงไปหาคามินที่โรงแรมที่พัก ทีแรกเขาจำเธอไม่ได้ แต่พอพิจารณาใบหน้าอย่างถี่ถ้วนถึงจำได้

“ไม่ทราบคุณมัทนามีธุระด่วนอะไรหรือเปล่าครับ”

มัทนาแค่อยากให้คามินได้เรียนรู้สังคมไฮโซในแบบฉบับของเธอว่าเป็นอย่างไร...

ในระหว่างที่มัทนาพยายามทุกวิถีทางให้คามินเห็นว่าเธอไม่เหมาะจะเป็นราชินีแห่งรายา สินธรซึ่งอยู่ในประเทศรายามาถึงบ้านกลางป่า เห็นสองพี่น้องเจ้าของบ้านนอนจมกองเลือดมีร่องรอยถูกฟันยับไปทั้งตัว หนึ่งในนั้นหมดลมหายใจไปแล้ว ส่วนอีกคนหนึ่งใกล้ตายเต็มที เขาประคองคนเจ็บไว้ ถามว่าถูกใครทำร้าย

“ข้า...ไม่รู้...มันคลุมหน้ามา ช่วย...คุณกรรณิการ์... ด้วย” ขาดคำ ชายชาวป่าก็สิ้นใจ...

ทางฝ่ายสุเทษซึ่งสวมผ้าคลุมหน้าฉุดกระชากลากถูกรรณิการ์มาตามเส้นทางในป่า ข่มขู่ ถ้าไม่อยากตายให้ออกไปจากเมืองนี้แล้วอย่ากลับมาให้เห็นหน้าอีก ผู้หญิงอย่างเธอไม่คู่ควรกับองค์รัชทายาท

“แต่เจ้าชายทรงเลือกฉันเป็นชายาแล้ว นี่ไงหลักฐาน เจ้าชายประทานกุณฑลของพระองค์ให้ฉัน” กรรณิการ์เปิดหูข้างที่สวมต่างหูให้เขาดู “ทีนี้คงรู้แล้วนะว่าแกกำลังทำผิดมหันต์ คุกเข่าขอขมาฉันเดี๋ยวนี้ เร็วสิ”

แทนที่จะเกรงกลัว สุเทษกลับจิกผมกรรณิการ์จนหน้าหงาย แล้วใช้มีดเฉือนเอาต่างหูข้างนั้นออกอย่างโหดเหี้ยม เธอกรีดร้องลั่นป่า เสียงร้องอย่างเจ็บปวดทำให้สินธรที่แกะรอยเท้าตามมา รีบวิ่งไปยังต้นเสียง

จอมโหดสุเทษ เอาผ้าเช็ดหน้าเช็ดเลือดที่ต่างหูออก ก่อนจะห่อเอาไว้ มองกรรณิการ์ที่กุมหูตัวเองร้องไห้ด้วยสีหน้าสะใจ แล้วขยับจะไป แต่สินธรขวางไว้ จอมโหดไม่พูดพล่ามจู่โจมทันที เขาไม่ทันตั้งตัวถึงกับผงะ สุเทษสบช่องรีบวิ่งหนี เขาปาดาวกระจายใส่ ถูกแขนจอมโหดอย่างจัง ห่อต่างหูหลุดมือ แล้วตามเข้าไปซ้ำ สุเทษบาดเจ็บสู้ไม่ได้แกล้งสลบ รอจังหวะที่สินธรเข้ามาจะเปิดผ้าคลุมเพื่อดูหน้า ตวัดขาเตะ เขาหลบทัน สุเทษอาศัยจังหวะนั้นหนีไปได้ สินธรหยิบห่อผ้าขึ้นมาดู เห็นต่างหูขององค์รัชทายาท ถึงกับหน้าเครียด...

วิฑูรโกรธจัดที่สุเทษทำงานพลาด ปล่อยต่างหูของเจ้าชายมาคีตกไปอยู่ในมือสินธร เท่ากับคามินได้ ราชบัลลังก์ไปครึ่งหนึ่ง สุเทษอาสาจะไปชิงคืนมาให้ แต่เขาห้ามไว้ อย่าเพิ่งเคลื่อนไหวใดๆทั้งสิ้น ให้สุเทษไปรักษาแผลที่แขนให้หายก่อน อย่าโผล่หน้าออกมาให้ใครเห็นจนกว่าเขาจะเรียกใช้อีกครั้งหนึ่ง

ooooooo

มัทนาพาคามินมาถึงทางเข้าผับซึ่งถูกจัดฉากให้เป็นแนวพังก์ร็อก และเพื่อให้เข้ากับสถานที่ เธอจัดการแปลงโฉมคามินใหม่ โดยใช้มีดแหวกกางเกงยีนส์ให้เป็นรอยขาด ตัดแขนเสื้อทั้งสองข้างของเขาออก เอาเจลใส่ผมจัดทรงให้ตั้งๆ แต่งหน้าให้เข้าเทรนด์และไม่ลืมติดสติกเกอร์รอยสักที่ต้นแขน แล้วพาเข้าข้างใน

เหมันต์รอท่าอยู่กับแก๊งพังก์ร็อก มัทนาทำทีโปรยเสน่ห์ใส่หนุ่มๆที่รับจ้างมาแสดงละครตบตา พอเสียงเพลงดังขึ้น เธอฉุดพวกนั้นออกไปเต้นรำบนฟลอร์อย่างสนุกสนาน โดยมีซูซี่สาวร่วมแก๊งคอยพะเน้าพะนอคามินไม่ห่าง เขาซักเธอเพื่อหาข้อมูลว่ามัทนามาเที่ยวที่นี่บ่อยหรือ

“มันนี่น่ะหรือ ขาประจำเลยละ มาทีไรเมาเละทุกที” ซูซี่พูดตามบทไม่มีตกหล่น คามินถึงกับอึ้ง

แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น แก๊งโมฮ็อก พังก์ร็อกตัวจริงสามคนเข้ามาในผับ แจ๊คหัวหน้าแก๊งมองไปกลางฟลอร์ เห็นมัทนาสวยเปรี้ยวถูกใจ เข้าไปกระชากมากอด เธอพยายามผลักเขาออกแต่ไม่สำเร็จ คามินเห็นท่าไม่ดีจัดการซูซี่ที่นัวเนียไม่เลิกไปให้พ้นทาง ก่อนจะตรงไปที่ฟลอร์เต้นรำ

มัทนายังคงผลักแจ๊คออกห่างและคิดว่าเป็นพวกเดียวกัน “นี่ ห่างๆก็ได้ ไม่ต้องสมจริงมาก”

แจ๊คไม่ฟังจะจูบมัทนาให้ได้ เธอกระทืบเท้าเขาแล้วผลักเต็มแรง หันหลังเดินหนี เขากระชากเธอกลับ

“ไม่มีผู้หญิงคนไหนหนีพ้นจากอ้อมกอดพี่แจ๊คได้”

เหมันต์กับพวกผู้ชายจะเข้าไปช่วยมัทนา แต่ถูกสมุนของแจ๊คอัดกระเด็น คามินจัดการพวกสมุนได้อย่างรวดเร็วแล้วเข้าไปเล่นงานแจ๊ค เหมันต์รีบพามัทนาออกจากฟลอร์ เธออดถามไม่ได้ว่าพวกนี้เป็นใครทำไมถึงเล่นนอกบท ได้ความว่าเป็นแก๊งข้างนอกหลงเข้ามาไม่ใช่พวกเรา เธอตกใจ มองคามินด้วยความเป็นห่วง สั่งให้เหมันต์หาทางช่วย แต่ปรากฏว่าฝีมือการต่อสู้ของคามินเหนือกว่ามาก อัดอีกฝ่ายล้มคว่ำล้มหงาย

แจ๊คสู้ไม่ได้ จัดแจงหยิบปืนขึ้นมาจะยิง มัทนาไวทายาด คว้าขวดใกล้มือฟาดหัวเขาล้มตึงก่อนจะทันเหนี่ยวไกปืน ผู้คนในผับพากันตบมือ ส่งเสียงเฮลั่นด้วยความชอบใจ...

ครู่ต่อมา คามินดึงมัทนาออกจากผับมาที่รถของเธอเพื่อจะพากลับบ้าน เธอแข็งขืนไม่ยอมไปจะขอสนุกต่อ เขาถึงกับออกปากว่าเธอไม่เหมือนที่เขาคิดไว้ มัทนาสบช่องทันที

“คราวนี้คุณก็คงเห็นแล้วว่าคนอย่างฉันไม่เหมาะกับการไปเป็นราชินีที่ไหนทั้งสิ้น ฉันไม่ใช่กุลสตรีที่เรียบร้อยเพียบพร้อมอย่างที่พวกคุณหวัง”

คามินว่าเหตุผลแค่นี้คงจะเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ มัทนาเซ็งจัดที่แผนการทำตัวน่ารังเกียจไม่ได้ผลตัดสินใจใช้แผนสำรอง เอาเช็คเงินสดสองแสนบาทให้เขาเป็นค่าเสียเวลาที่ข้ามน้ำข้ามทะเลมารับเธอ และรับรองว่าเรื่องนี้จะเป็นความลับระหว่างเราสองคน แล้วบอกให้เขาไปที่บ้านพรุ่งนี้ เธอจะให้เงินสดอีกสองแสนบาท หลังจากเขาบอกยกเลิกการแต่งงานให้พ่อกับแม่ของเธอทราบ จังหวะนั้นเหมันต์ขับรถมาจอดเทียบ

“ฉันให้เวลาคุณกลับไปคิดคืนหนึ่ง แล้วพรุ่งนี้พบกัน...พี่เหมันต์ช่วยไปส่งท่านราชองครักษ์ที่โรงแรมทีนะ” มัทนาพูดจบ ขึ้นรถตัวเอง ดีใจสุดๆที่คามินยอมรับสินบน นั่นเท่ากับเธอเป็นอิสระไม่ต้องถูกจับคลุมถุงชน

ooooooo

เช้าวันใหม่ ณ ตำหนักของเจ้าชายมาคี ประเทศรายา ชวาลตกใจแทบช็อกเมื่อรู้ว่าเจ้าชายมาคีมอบต่างหูข้างซ้ายของพระองค์ให้กรรณิการ์ไปแล้ว ถึงกับบ่นอุบ หากองค์อินทราทรงทราบเรื่องต้องกริ้วกว่าตอนที่พระองค์หนีการประลองอีก แล้วถ้าเรื่องนี้ถึงหูองค์ราชินีคงเป็นเรื่องแน่นอน

“เรามีวิธีของเรา เจ้าไม่ต้องยุ่ง”

ขาดคำ สาวิตรีเข้ามาในห้อง ตัดพ้อต่อว่าเจ้าชายมาคีว่าหายไปไหนมา จะหนีไปเที่ยวเล่นทำไมไม่บอกไม่กล่าวกันบ้าง ปล่อยให้ท่านเป็นห่วง เจ้าชายมาคีมดเท็จว่าไม่ได้หนี แค่ไปตรวจตราสุขทุกข์ของชาวบ้านอย่างที่เสด็จพ่อและเสด็จแม่ต้องการ แล้วตีหน้าเศร้าว่าพระองค์ทำผิดมหันต์ ทำต่างหูข้างซ้ายหายไป แทนที่จะเล่นงานลูก สาวิตรีกลับหันไปเล่นงานชวาลแทนที่ ทำไมถึงไม่ดูแลเจ้าชายให้ดี ปล่อยให้ของสำคัญหายไปได้อย่างไร

“อย่าโทษชวาลเลย ลูกสะเพร่าเองที่ไม่ทันสังเกตว่ากุณฑลหลุดหายไปเมื่อไหร่ ทรงลงโทษลูกเถอะ” เจ้าชายมาคีเห็นเสด็จแม่ไม่ว่าอะไร แอบยิ้มดีใจที่เอาตัวรอดมาได้อีกครั้งหนึ่ง...

สาวิตรีร้อนใจเรื่องที่เจ้าชายมาคีทำต่างหูหาย รีบไปปรึกษาหารือกับวิฑูรจะทำอย่างไรต่อไปดี เขาเล่าความจริงให้ฟังว่าเจ้าชายมาคีไม่ได้ทำต่างหูหาย แต่เอาไปมอบให้กรรณิการ์

“นี่มาคีโกหกเราหรือนี่”

วิฑูรยุส่ง ลำพังเจ้าชายมาคีคงไม่มีความคิดเยี่ยงนี้ น่าจะเป็นคามินที่หลอกให้พระองค์มอบต่างหูให้กรรณิการ์เพื่อกีดกันไม่ให้หฤทัยได้เป็นพระชายา และยังให้คนสนิทของตัวเองขโมยต่างหูของเจ้าชายไปจากกรรณิการ์อีกทอดหนึ่ง เมื่อเป็นอย่างนี้ก็เท่ากับคามินควบคุมชีวิตเจ้าชายได้ทั้งหมด

“ไม่มีทาง เราไม่ยอมให้แผนของมันสำเร็จ น้องจะไปทูลเสด็จพี่อินทรา”

วิฑูรทักท้วง ขืนทำอย่างนั้นจะยิ่งทำให้องค์อินทรากริ้วเจ้าชายมาคีมากขึ้น เราต้องสืบให้ได้ก่อนว่าคามินเอาต่างหูของเจ้าชายมาคีไปไว้ที่ไหน สาวิตรีพยักหน้าเห็นด้วยกับแผนการนี้...

ทั้งสาวิตรีและวิฑูรไม่ล่วงรู้เลยว่าสินธรนำต่างหูข้างนั้นไปคืนองค์อินทราพร้อมกับรายงานเรื่องที่เกิดขึ้น โภคินซักสินธรเป็นการใหญ่ แน่ใจหรือว่าคนที่ไปชิงต่างหูจากกรรณิการ์เป็นสุเทษ เขาค่อนข้างมั่นใจ ดูจากฝีมือการต่อสู้แล้วไม่น่าจะเป็นผู้อื่น โภคินถือว่านี่เป็นการกระทำที่บังอาจมากที่คิดจะชิงต่างหูขององค์รัชทายาท

องค์อินทราเชื่อว่าที่วิฑูรทำเช่นนี้เพราะเป็นทางเดียวที่จะทำให้หฤทัยได้อภิเษกกับเจ้าชายมาคี ตอนนี้เขารู้แล้วว่าต่างหูถูกสินธรชิงมา คงไม่อยู่เฉยแน่ โภคินเป็นกังวล หากเจ้าชายมาคีรู้เข้าก็คงไม่อยู่เฉยเช่นกัน

“รักษาผู้หญิงคนนั้นให้ดีที่สุดและเก็บตัวเอาไว้ อย่าให้มาคีรู้ว่าผู้หญิงคนนี้อยู่กับเราเด็ดขาด เอ่อ แล้วทางคามินส่งข่าวมาว่าอย่างไรบ้าง” พอองค์อินทราทราบว่าคามินเงียบไป สั่งให้โภคินติดต่อกลับไปถามว่าตกลงมีปัญหาอะไรกันแน่ถึงได้ชักช้านัก ไม่อย่างนั้นพระองค์จะเสด็จไปจัดการเอง

ooooooo

คามินร้อนใจมากเมื่อทราบจากโภคินว่าองค์อินทราจะมาตามข่าวคราวว่าที่พระชายาของเจ้าชายมาคีถึงเมืองไทยด้วยพระองค์เอง ขอร้องให้เขาช่วยห้ามพระองค์ไว้ก่อน ตนกำลังจะกลับไปทูลเรื่องทั้งหมดด้วยตัวเอง แล้ววางสายด้วยสีหน้าเคร่งเครียด มองเช็คเงินสดของมัทนาที่วางอยู่บนโต๊ะ นึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืนที่ผ่านมา

ตอนนั้นเหมันต์ขับรถมาส่งคามินหน้าโรงแรมที่พัก พยายามจะพูดให้เขาล้มเลิกความตั้งใจที่พามัทนาไปเป็นว่าที่พระชายาแห่งรายา แถมมัทนาเองยังติดสินบนเขาอีกด้วย หลังจากประมวลเหตุการณ์ต่างๆแล้ว คามินเชื่อว่าเรื่องที่ผับเมื่อคืนนี้ต้องมีเบื้องหน้าเบื้องหลัง ตัดสินใจให้รถของโรงแรมพากลับไปที่นั่น เห็นเหมันต์กำลังจ่ายเงินให้ไมเคิลเจ้าของผับเป็นค่าข้าวของที่เสียหายกับค่าตัวของผู้ร่วมแก๊งพังก์ร็อกอุปโลกน์ คามินยิ่งมั่นใจว่านี่เป็นแผนป่วนการเป็นพระชายาของมัทนา คิดหาทางทำให้เธอยอมไปพบเจ้าชายมาคีด้วยความสมัครใจ...

ไม่นานนัก คามินมาถึงบ้านเกียรติกำจร มัทนายิ้มให้เขาอย่างผู้ชนะเพราะคิดว่าเขารับข้อเสนอของตัวเอง คามินกลับเอาเช็คเงินสดคืนให้ โดยโกหกธรรมรัตน์และท่านหญิงมาณวิกาว่าเก็บได้ตอนที่เดินเข้ามาในบ้านมัทนารีบรับสมอ้างเพราะกลัวความแตก ราชองครักษ์ของรายาแจ้งให้สามคนพ่อแม่ลูกเกียรติกำจรทราบว่า

“ทางองค์ราชาร้อนพระทัย แล้วก็มีพระประสงค์จะเสด็จมารับคุณมัทนาด้วยพระองค์เอง แต่ผมทูลไปว่าขอเวลาให้ผมได้อบรมคุณมัทนาให้เข้าใจประเพณีวัฒนธรรมของรายาเสียก่อน”

“นี่คุณพูดอะไรของคุณ ก็เมื่อคืนคุณก็เห็นแล้วว่าฉันเป็นอย่างไร” มัทนาหลุดปากเพราะความโมโห

ทั้งธรรมรัตน์และท่านหญิงมาณวิกาถามขึ้นพร้อม กันโดยมิได้นัดหมายว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นหรือ คามินช่วยมัทนากลบเกลื่อน ถ้าเธอหมายถึงข่าวต่างๆที่ลงในเน็ต เมื่อคืนเขาเปิดดูแล้วไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะเขาอธิบายให้ทางโน้นเข้าใจได้ หรือว่ามัทนาหมายถึงเรื่องอื่น เธอปฏิเสธทันทีว่าไม่มี

“ถ้าอย่างนั้นเราควรจะมาเริ่มเรียนรู้เกี่ยวกับรายากันเดี๋ยวนี้เลย”

ธรรมรัตน์เชิญคามินไปยังห้องหนังสือที่เตรียมไว้แล้ว มัทนาจำต้องเดินตามคามินกับพ่อ ขณะที่ท่านหญิงมาณวิกามั่นใจว่าเมื่อคืนลูกสาวตัวดีของตนต้องไปก่อเรื่อง มาจึงเรียกมินตรามาซักถาม...

เมื่อได้อยู่ตามลำพังในห้องหนังสือ คามินกึ่งปรามกึ่งขอร้องมัทนา ทีหน้าทีหลังอย่าทำแบบเมื่อคืนนี้อีก เธอไม่ยอมแพ้เพิ่มสินบนให้เขาเป็นจำนวนเงินถึงหนึ่งล้านบาทเพื่อแลกกับอิสรภาพของตัวเอง

“ทำไมคุณไม่คิดว่าถ้าคุณได้พบเจ้าชายคุณอาจจะรักพระองค์ก็ได้ ชาวรายาเชื่อว่าเราเกิดมาพร้อมกับคู่ของเราและเรามีชีวิตอยู่เพื่อตามหาคนคนนั้น ในวันแต่งงาน ผู้ชายรายาจะมอบต่างหูให้กับเจ้าสาวเพื่อยืนยันว่าเธอกับเขาเป็นคู่กัน จะไม่มีวันแยกกันตลอดไป ทำไมไม่คิดว่าเจ้าชายกับคุณอาจเกิดมาเพื่อกันและกันล่ะครับ”

ธรรมรัตน์แอบฟังอยู่หน้าประตูห้อง ลุ้นระทึกว่าลูกจะตอบอย่างไร มัทนาไม่เชื่อเรื่องเหลวไหลพรรค์นี้ขยับจะออกจากห้อง คามินจับจุดอ่อนได้ว่าเธอเป็นคนชอบเอาชนะ แกล้งพูดท้าทายที่เธอไม่กล้าไปพบเจ้าชายมาคีเพราะกลัวจะหลงรักพระองค์ เธอหันขวับ บอกเสียงดังฟังชัดว่าไม่มีวันเป็นอย่างนั้นเด็ดขาด

“งั้นก็พิสูจน์สิครับ” คามินยิ้มท้าทาย ธรรมรัตน์พอใจกับวิธีจัดการมัทนาของเขา ค่อยๆงับประตูห้อง ขยับจะไป ท่านหญิงมาณวิกาซึ่งทราบวีรกรรมของลูกสาวจากมินตรา จัดแจงจะมาเอาเรื่อง ธรรมรัตน์รั้งตัวไว้ขอร้องว่ายังไม่ใช่ตอนนี้ เพราะเขาคิดว่าวิธีเดิมๆของเราสองคนอาจใช่ไม่ได้ผลกับลูก ลองปล่อยให้คามินจัดการดูบ้าง

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

สนุก–อร่อยหน้าจอ

สนุก–อร่อยหน้าจอ
14 พ.ค. 2564

22:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันศุกร์ที่ 14 พฤษภาคม 2564 เวลา 22:49 น.